Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2565(2022)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รายงานพิเศษ : ‘ไฟดูด-ไฟรั่ว’ภัยใกล้ตัว ‘เทศกาลปลอดภัย’ป้องกันได้

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700393

รายงานพิเศษ : ‘ไฟดูด-ไฟรั่ว’ภัยใกล้ตัว ‘เทศกาลปลอดภัย’ป้องกันได้

รายงานพิเศษ : ‘ไฟดูด-ไฟรั่ว’ภัยใกล้ตัว ‘เทศกาลปลอดภัย’ป้องกันได้

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่กันแล้ว ซึ่งก็จะเป็นช่วงหยุดยาวที่หลายคนเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมครอบครัว หรือใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ในช่วงนี้ตามสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ศูนย์การค้า ต่างประดับประดาด้วยของตกแต่งและระบบแสง เสียง เครื่องเล่น สวนสนุก สวนน้ำ ลานกีฬากลางแจ้งหนาแน่นด้วยผู้คนทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้มีการใช้กระแสไฟฟ้า ดังนั้น “ไฟรั่ว-ไฟดูด”จึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง

ซึ่งที่ผ่านมามีความสูญเสียเกิดขึ้นเป็นระยะๆ อาทิ 13 ก.ค. 2562 ไฟดูดนักศึกษาเสียชีวิตที่สนามบาสเกตบอลในพื้นที่ จ.ภูเก็ต คาดว่าไฟรั่วจากเสาไฟ
ส่องสว่าง 23 ธ.ค.2564 ในพื้นที่ อบต.ราชาเทวะ มีผู้ถูกไฟฟ้าช็อตตกน้ำเสียชีวิต2 ราย สาเหตุเกิดจากไฟรั่วลงมาที่โคนเสาหรือเมื่อเร็วๆ นี้ กับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2565 หนุ่มนักบาสเกตบอลชาวรัสเซียวัย 19 ปี แตะเสาไฟสปอตไลท์ส่องสนาม ถูกไฟดูดเสียชีวิตที่ลานกีฬาชุมชนเมืองพัทยา

ดร.สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เสาไฟที่ได้มาตรฐานต้องมี “ระบบสายดิน (Grounding
System)” โดยกระแสไฟที่รั่วจะเลือกไหลลงดินโดยไม่ไหลเข้าคน เพราะความต้านทานไฟฟ้าของดินจะน้อยกว่าความต้านทานไฟฟ้าของคนหลายเท่า ภายในเสาไฟหรืออุปกรณ์เครื่องเล่นไฟน้ำพุใต้น้ำ

“อันตรายมักมาจากคุณภาพการเดินสายและเชื่อมต่อสาย ซึ่งอาจจะเป็นเทปพันสายไฟที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา อากาศ และความร้อน หรือมีการต่อสายไม่แน่น ทำให้ตัวนำทองแดงภายในสายไฟสัมผัสกับเสาโลหะ จึงเกิดไฟรั่ว (Stray Voltage) หากฝนตกหนักน้ำท่วมจะยิ่งช่วยเป็นสื่อให้ไปยังตัวเสาไฟเสมือนเป็นมฤตยูที่รอให้ผู้เคราะห์ร้ายมาแตะ นอกจากนี้ความต้านทานกระแสไฟฟ้าของคนจะลดลงมากถ้าร่างกายเราเปียกเหงื่อหรือน้ำ จะยิ่งทำให้กระแสไฟรั่วเข้าร่างกายได้ง่ายขึ้นอีก” ดร.สุพรรณ ระบุ

ดร.สุพรรณ กล่าวต่อไปว่า ในกิจกรรมช่วงเทศกาลและปีใหม่ ผู้ประกอบการและภาคเอกชนต้องตระหนักว่าไฟรั่วไฟดูดเป็นภัยที่มองไม่เห็น หากเกิดเหตุก็จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของธุรกิจที่สร้างสมมาได้ เจ้าของสถานที่หรือท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่อาจถูกดำเนินคดีได้ ดังเช่น สวนน้ำระดับโลกอย่าง Universal Orlando สหรัฐอเมริกาก็ยังเคยเกิดเหตุไฟรั่วดูดในปี 2562 ซึ่งทำให้ผู้ใช้บริการบาดเจ็บจนถูกสั่งปิด หรือเหตุร้ายจากน้ำพุตกแต่งในรีสอร์ทที่ South Carolina ผู้พักเข้าไปเดินถูกไฟดูดและคนเข้าไปช่วยเหลือก็เสียชีวิตรวม 4 คน

ดังนั้นการจัดกิจกรรมใดๆต้องควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมและมาตรการด้านความปลอดภัยเสมอ การตกแต่งด้วยระบบไฟ แสงเสียง และสิ่งประดับ เช่น อุโมงค์ไฟอุโมงค์น้ำ ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและดำเนินการตามมาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัยโดยช่างที่มีใบอนุญาต ทั้งมีระบบป้องกันและแจ้งเตือน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความรู้ตรวจสอบและสแตนด์บายระหว่างจัดงานหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ประกอบการควรปฏิบัติตามข้อกฎหมายและระเบียบบังคับที่เกี่ยวข้อง

เช่น กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมเครื่องเล่น พ.ศ. 2564 วางระบบสายดินให้ถูกต้องตามมาตรฐานทางวิศวกรรม หรือติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว Ground Fault Circuit Interrupt (GFCI) เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะพื้นที่มีผู้คนสัญจรมาก ควรติดตั้งอุปกรณ์ที่มีกันไฟรั่วสองชั้น (Double Insulated) เป็นไปตามมาตรฐาน IEC Class II

“หากมีการใช้ไฟฟ้านอกอาคาร การเดินสายไฟต้องใช้ประเภทนอกอาคารเท่านั้น เพราะสายในอาคารจะมีความคงทนน้อยกว่า สำรวจความชำรุด สนิมเก่าของอุปกรณ์เครื่องเล่นอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟโดยเฉพาะที่ต้องมีส่วนเปียกน้ำ เช่นไฟส่องสว่างในสระน้ำ หมั่นสังเกตสายไฟ ท่อเดินสายไฟ หากชำรุด ควรเร่งซ่อม ไม่ปล่อยปละละเลย หมั่นตรวจสอบไฟรั่วของอุปกรณ์และเสาไฟฟ้าโดยระยะสั้นอาจให้พนักงานใช้ปากกาดิจิทัลวัดไฟรั่วแบบไร้สัมผัส

ในประเทศแคนาดาใช้ระบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีInternet of Things (IoT) ประเภท LoRa (Long Range) ร่วมกับ Sensor ในระบบตรวจจับไฟรั่วตามเสาไฟถนน ติดตั้ง Sensor แจ้งเตือนด้วยเสียงหรือไฟกะพริบหากมีไฟรั่ว เช่นในบริเวณสวนน้ำ สระว่ายน้ำ ตลอดจนมีพนักงานดูแลที่ผ่านการฝึกอบรมการช่วยเหลือผู้ถูกไฟดูด การ CPR อย่างถูกต้องและขนย้ายผู้ประสบเหตุไปสถานพยาบาลได้ทันท่วงที” ดร.สุพรรณ กล่าว

ดร.สุพรรณ กล่าวในตอนท้าย แนะนำประชาชน ดังนี้ 1.ระมัดระวังการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่เก่า หรือติดตั้งสายไฟไม่ปลอดภัย หรือไม่มีสายดิน 2.พกปากกาดิจิทัลวัดไฟรั่วแบบไม่ต้องสัมผัส ปัจจุบันมีขนาดเล็กกะทัดรัดและราคาถูก หากตรวจเช็คแล้วไฟกะพริบแสดงว่ามีไฟรั่วในบริเวณนั้น 3.งดว่ายน้ำในบริเวณใกล้ท่าเรือ เคยมีเหตุผู้เสียชีวิตเพราะไฟรั่วจากระบบไฟที่จ่ายให้กับเรือ 4.งดว่ายน้ำในสระน้ำหรือทะเลขณะมีพายุฝนฟ้าคะนอง เพราะอาจเกิดฟ้าผ่าบริเวณใกล้เคียง มีน้ำเป็นสื่อมายังร่างกายเรา

5.ไม่ควรสัมผัสหรือเดินเข้าใกล้เสาไฟถนน รั้วโลหะ ป้ายโฆษณา ฝาท่อ Service ของการไฟฟ้า ควรนึกเสมอว่าเสาไฟนั้นอาจมีไฟเลี้ยงที่เป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาไม่ใส่รองเท้า หรือร่างกายเปียกน้ำหรือเหงื่อ 6.สวมรองเท้าที่เป็นฉนวนไฟฟ้าอย่างรัดกุม ไม่เดินเท้าเปล่าซึ่งจะเป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าที่รั่วไปยังดินได้ 7.อยู่ห่างจากสายไฟที่พาดในระดับต่ำ หากพบสายไฟที่ขาดตกอยู่ที่พื้น ให้อยู่ห่างออกไปอย่างน้อย 10 เมตร และแจ้งการไฟฟ้ามาซ่อม 8.ไม่ควรทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ใกล้เสาไฟ หรือเสาหม้อแปลงไฟฟ้า

9.การเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ถูกไฟดูด จะต้องมีสติ สำรวจก่อนว่าตัดไฟได้ไหม ตัวเราเปียกเหงื่อเปียกน้ำหรือไม่ ใส่รองเท้าที่เป็นฉนวนไฟฟ้า ต้องหาวัสดุที่เป็นฉนวนดึงร่างกายของผู้ถูกไฟดูดให้ออกจากต้นแหล่งของกระแสไฟที่รั่วก่อน หากหัวใจหยุดเต้นต้องทำ CPR แล้วเรียกฉุกเฉิน 1669 ส่งต่อเพื่อรักษาต่อไป 10.เรียนรู้หลักพื้นฐานของการช่วยเหลือผู้ถูกไฟดูดและการ CPR อย่างถูกต้อง และ 11.ช่วยสอดส่องเสาไฟในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว

ถ้าพบอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งผ่าน MEA Smart Life Application/PEA Smart Plus หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook Line@ Twitter รวมถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ MEA/PEA เขต ทุกแห่ง และ MEA/PEA Call Center 1130/1129 ที่พร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง!!!

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สปส.’รับลูกกระทรวงแรงงาน มอบของขวัญปีใหม่ผู้ประกันตน

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700402

‘สปส.’รับลูกกระทรวงแรงงาน  มอบของขวัญปีใหม่ผู้ประกันตน

‘สปส.’รับลูกกระทรวงแรงงาน มอบของขวัญปีใหม่ผู้ประกันตน

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ขานรับแคมเปญ “ให้ ฟรี ลด แรงงานสุขใจ” นโยบายมอบของขวัญปีใหม่ 2566 โดยกระทรวงแรงงาน ซึ่ง นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สปส. ได้ขานรับนโยบายมอบของขวัญปีใหม่ 2566 สำหรับผู้ประกันตน มีดังนี้ 1.ให้!..สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนดอกเบี้ยต่ำ ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท วงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถใช้สิทธิในการไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยในบัญชีเงินกู้ที่กู้อยู่กับธนาคารเดิม

โดยมีวงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท และปล่อยกู้ให้ผู้ประกันตนไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยของผู้ประกันตนลดลงตลอดระยะเวลาการกู้ ดังนี้ ปีที่ 1-5 อัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี คงที่ 5 ปี ปีที่ 6-8 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี และปีที่ 9 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-0.5% ต่อปีผู้ประกันตนสามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2565-19 ธ.ค. 2566 หรือจนครบวงเงินที่ได้รับอนุมัติตามโครงการฯ สำหรับคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ สถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 12 เดือน ก่อนเดือนที่เข้าร่วมโครงการฯ

2.ให้!..เข้าถึงการรักษา 5 โรค ตามโรงพยาบาลที่กำหนด สำนักงานประกันสังคม มีแนวคิดการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษา โดยการปรับแนวทางการเข้ารับบริการทางการแพทย์ ให้ผู้ประกันตนที่ป่วยและมีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทำหัตถการ นำร่องในกลุ่มโรคที่มี
ผู้ประกันตน เข้ารับการรักษามากที่สุด เพื่อลดการรอคอยการผ่าตัด ลดระยะเวลาการพักฟื้นซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกันตน สามารถกลับไปทำงานได้อย่างรวดเร็วและดำเนินชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเชิญชวนโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ ตามมาตรฐานที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดทำบันทึกความตกลง เพื่อให้ผู้ประกันตนไม่ต้องรอคอยการผ่าตัด หรือการส่งตัวจากโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษา และสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์โดยตรงกับสถานพยาบาลที่บันทึกความตกลง โดยผู้ประกันตน
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรับบริการ ถือเป็นแนวทางที่ส่งเสริมและดึงดูดให้สถานพยาบาลที่มีศักยภาพและได้มาตรฐานในการรักษาเข้าร่วมบริการผู้ประกันตน

โดยมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือทำหัตถการนำร่องในกลุ่ม 5 โรค ได้แก่ 1.โรคมะเร็งเต้านม 2.ก้อนเนื้อที่มดลูก 3.โรคนิ่วในไตหรือ ถุงน้ำดี 4.โรคหลอดเลือดสมอง และ 5.โรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งนี้ เมื่อดำเนินโครงการแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะต้องมีการติดตามและประเมินผล เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดการบริการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อผู้ประกันตนต่อไป ซึ่งคาดว่า จะมีผู้ประกันตนมาใช้บริการทั้งสิ้นจำนวน 7,500 คน

3.ฟรี..ค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจในสถานประกอบการนำร่อง ใน 7 จังหวัด โครงการดูแลสุขภาพผู้ประกันตนในสถานประกอบการ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของผู้ประกันตนในเชิงรุก โดยร่วมมือกับสถานประกอบการที่ผู้ประกันตนทำงานอยู่ และสถานพยาบาลในพื้นที่ เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรค ค้นหาความเสี่ยงด้านสุขภาวะเพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันการเจ็บป่วย

ลดอาการเจ็บป่วยที่จะส่งผลกระทบต่อการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตน เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในสถานประกอบการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ โดยดำเนินการนำร่องใน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี ระยอง พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร ได้รับการตรวจสุขภาพ โดยใช้โมเดลเชิงรุก ดังนี้ 3.1 เน้นการค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ 3.2แบ่งกลุ่มตามความเสี่ยง เสี่ยงสูง ปานกลาง และน้อย

3.3 โรงพยาบาลนัดหมายประเมินเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคลระยะเวลา 6 เดือน และ 3.4 ติดตามผลระบบ Telemedicine และดำเนินการปรับพฤติกรรม มีเป้าหมาย ผู้ประกันตน300,000 คน ได้รับการตรวจสุขภาพเพื่อค้นหาความเสี่ยงด้านสุขภาวะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันการเจ็บป่วย เกิดต้นแบบด้านการบริการและป้องกันโรคในสถานประกอบการ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกันตนต่อหัวเฉลี่ยรายละ 910 บาท (กลุ่มเสี่ยง) 340 บาท(กลุ่มไม่เสี่ยง) วงเงิน 187.50 ล้านบาท  

“ในนามของสำนักงานประกันสังคม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมอบของขวัญ ปีใหม่ 2566 ในครั้งนี้สำนักงานประกันสังคม จะเป็นส่วนหนึ่งในการได้ดูแลผู้ประกันตน ทุกท่านในทุกช่วงของการเกิดวิกฤตการณ์ ขอให้พี่น้องผู้ประกันตน ลูกจ้าง นายจ้าง รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่เปรียบเสมือนครอบครัวประกันสังคมทุกคน มั่นใจว่า ผมและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมทุกคนทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ

พร้อมมุ่งมั่นทำงานหนัก ทำงานเชิงรุก และต่อเนื่องเพื่อให้สำนักงานประกันสังคม เป็นองค์กรที่ประชาชน ยอมรับเชื่อมั่น ไว้วางใจ ในการสร้างหลักประกัน ความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ผู้ประกันตน” ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยความห่วงใยและสร้างกำลังใจให้กับผู้ประกันตนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ”นายบุญสงค์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : เทศกาลโคนมแห่งชาติ ปี 2566 อวดโฉมอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700415

รายงานพิเศษ : เทศกาลโคนมแห่งชาติ ปี 2566  อวดโฉมอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ

รายงานพิเศษ : เทศกาลโคนมแห่งชาติ ปี 2566 อวดโฉมอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อ.ส.ค. เตรียมจัดงาน “เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2566 อย่างยิ่งใหญ่เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่เกษตรกรไทยและชูศักยภาพการเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมนมของอาเซียน พร้อมจัดเสวนาถกสถานการณ์อุตสาหกรรมโคนมภายใต้วิกฤตโลกและแนวทางการปรับตัวของภาคเกษตรกรในอนาคตและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด โยเกิร์ตอบกรอบ โพรไบโอ ตราไทย-เดนมาร์คที่เตรียมออกตีตลาดในปีหน้า

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่พระองค์ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้แก่ปวงชนชาวไทยและแสดงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ไปสู่เกษตรกร โดยกิจกรรม
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 มกราคม 2566ณ ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค บริเวณเขาตาแป้น อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พัฒนาอุตสาหกรรมโคนมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า”

สำหรับการจัดงานเทศกาลโคนมฯ เกิดจากรัฐบาลได้มีมติให้วันที่ 17 มกราคมของทุกปีเป็นวันโคนมแห่งชาติ จึงถือเป็นวันสำคัญยิ่งต่ออาชีพการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย โดยปี 2566 นี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จทรงเป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งจะเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการต่างๆ ภายในบริเวณงานในวันที่ 20 มกราคม 2566

นางสาวมนัญญา กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมโคนมไทยมีความก้าวหน้าเป็นลำดับ โดยประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางข้อมูลอุตสาหกรรมนมของอาเซียน กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้การส่งเสริมโคนมอาชีพพระราชทานและพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่องจนเกิดความมั่นคงเข้มแข็งในอาชีพ ในขณะที่ อ.ส.ค.ปัจจุบันในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คที่ผลิตจากน้ำนมโคสดแท้ 100% ของฟาร์มเกษตรกรไทยทำรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 8,700 ล้านบาท มีเกษตรกรในเขตส่งเสริมการเลี้ยงโคนมอ.ส.ค.และปริมาณการผลิตน้ำนมดิบในปี 2565 จำนวนไม่น้อยกว่า 4,355 ฟาร์ม มีจำนวนโครวม 113,565 ตัว ส่งน้ำนมดิบให้ อ.ส.ค.ประมาณ 581.42 ตัน/วัน โดยพื้นที่ภาคกลางมีสหกรณ์โคนมที่ส่งน้ำนมดิบมากที่สุดคือ จำนวน 14 สหกรณ์ และจำนวนโครีดนม 47,739 ตัวนับว่าเป็นองค์กรที่เคียงข้างเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมาตลอด 60 ปี

ด้าน นายสมพร ศรีเมืองผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในงานดังกล่าวจะเป็นเวทีสำคัญในการพบปะระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ภาครัฐและเอกชนด้านอุตสาหกรรมนมได้จัดเวทีแสดงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศผ่านนิทรรศการและการเสวนาร่วมกัน อาทิ นิทรรศการด้านนวัตกรรมการจัดสัดส่วนอาหารสมดุลหน้าฟาร์มโดยใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มสมรรถนะการผลิตและคุณภาพน้ำนมในฟาร์มโคนมรายย่อย การศึกษาผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน ในแม่โครีดนมต่อสมรรถนะการผลิต คุณภาพน้ำนมและสุขภาพโคนมของฟาร์มโคนมรายย่อยการเฝ้าระวังและควบคุมระดับเซลล์โซมาติกในถังรวมนมของฟาร์มโคนมที่ผลิตน้ำนมดิบมาตรฐานพรีเมียม การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่งยูเอชที รสมัลเบอร์รี มัลติวิตามินและผลิตภัณฑ์นมสเตอริไลซ์สำหรับปรุงอาหารและเบเกอรี่ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดสัมมนาวิชาการโคนม ประจำปี 2566 โดยมีนักวิชาการชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมนมระดับประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมเสวนา อาทิ บรรยายพิเศษเรื่อง “สถานการณ์อุตสาหกรรมโคนมภายใต้วิกฤตโลก และแนวทางการปรับตัวของภาคเกษตรกร : กรณีศึกษาจากนิวซีแลนด์” ฟาร์มโคนม BCG สู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ เศรษฐกิจยั่งยืน, การยกระดับฟาร์มโคนมรุ่นใหม่, การผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูงจากโคนม เป็นต้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : กสศ. เปิดข้อมูลความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี’65 ชี้การให้โอกาสเด็กยากจนจะช่วยเพิ่มรายได้ประเทศในอนาคต

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700417

สกู๊ปพิเศษ : กสศ. เปิดข้อมูลความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี’65  ชี้การให้โอกาสเด็กยากจนจะช่วยเพิ่มรายได้ประเทศในอนาคต

สกู๊ปพิเศษ : กสศ. เปิดข้อมูลความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี’65 ชี้การให้โอกาสเด็กยากจนจะช่วยเพิ่มรายได้ประเทศในอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“การศึกษา “คือสิ่งสำคัญในชีวิต เป็นสิ่งที่จะช่วยนำผู้คนไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดี ถือเป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับทุกๆ เรื่อง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังคงมีเด็กจำนวนมาก ที่ยังมีความยากลำบากในการเข้าถึงการศึกษา อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความพยายามอย่างเต็มที่ ในการที่จะทำให้การศึกษาเป็นเรื่องความเท่าเทียมของทุกคน

โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดแถลงข่าวรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 2565 นำเสนอแนวโน้มผลกระทบที่เป็นจุดเสี่ยงทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาและข้อเสนอนโยบายสู่การฟื้นฟูระบบการศึกษาไทยให้มีความเสมอภาค โดยพบว่า ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 มีเด็กนักเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ (อนุบาล – ม.3) จำนวนประมาณ 9 ล้านคน อยู่ในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อปท.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา รายงานว่า จากการสำรวจสถานการณ์นักเรียนยากจนพิเศษของ กสศ. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563-2565 พบว่า มีนักเรียนยากจนพิเศษในระดับการศึกษาภาคบังคับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 994,428 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 มีจำนวน 1,174,444 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 มีจำนวน 1,244,591 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 มีจำนวน 1,301,366 คน และล่าสุดในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 มีจำนวนมากถึง 1,307,152 คน

หากพิจารณาโดยใช้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า มีเด็กและเยาวชนอายุ 3-14 ปี จำนวนกว่า 2.5 ล้านคน อยู่ใต้เส้นความยากจน เนื่องจากมีรายได้ไม่ถึง 2,762 บาทต่อคน/เดือน และหากเปรียบเทียบข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษของ กสศ. ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ถึงปีการศึกษา 2565 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษลดลงมากถึงร้อยละ 5 โดยตัวเลขล่าสุดในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 พบว่ารายได้เฉลี่ยของครอบครัวนักเรียนยากจนพิเศษที่คัดกรองใหม่เฉพาะสังกัด สพฐ. อยู่ที่ 1,044 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นวันละ 34 บาทเท่านั้น ซึ่งมีนักเรียนกว่า 1.3 ล้านคน ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) จาก กสศ. และนักเรียนยากจนอีก 1.8 ล้านคน กสศ. ได้สนับสนุนผลการคัดกรองให้ต้นสังกัดจัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติม

ดร.ภูมิศรัณย์ ระบุว่า กสศ. เสนอว่ารัฐบาลควรเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนในปัจจุบันที่จัดสรรให้ระดับประถมศึกษา จาก 1,000 บาท เป็น 1,190 บาท และระดับมัธยมต้น จาก 3,000 เป็น 3,300 บาท ขณะที่ทุนเสมอภาคซึ่งสนับสนุนนักเรียนในระบบการศึกษาภาคบังคับ จาก 3,000 บาท เป็น 3,300 บาท
เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา

“ที่ผ่านมามีงานวิจัยของยูนิเซฟในปี 2015 ชี้ว่าจำนวนเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา 500,000 คน จะส่งผลต่อมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศถึง 1.7% ของ GDP หรือคิดเป็น 6,520 ล้านดอลลาร์ ส่วนข้อมูลจากงานวิจัยของ Eric Hanushek ในปี 2020 ได้ลองคำนวณว่าถ้าเด็กทุกคนในประเทศไทยบรรลุการศึกษาตามมาตรฐานสากล จะทำให้ GDP ของประเทศเติบโตได้ถึง 5.5% ไปได้ตลอดทั้งศตวรรษที่ 21 หรือในอีกทางหนึ่งถ้าไทยสามารถทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์ได้สำเร็จ จะทำให้ GDP ของประเทศเพิ่มถึง 3% ไปจนสิ้นศตวรรษเช่นกัน” ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าว

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้ประเมินสถานการณ์ความยากจนในปี 2565 ในมิติกำลังซื้อทางการศึกษาว่าเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในระบบการศึกษา ด้วยมุมมองการลงทุนเพื่อพยุงอำนาจและกำลังซื้อให้ผู้ปกครองยังคงมีกำลังส่งบุตรหลานให้อยู่ในระบบการศึกษา

ระดับการศึกษาส่งผลต่อการมีรายได้อย่างมีนัยสำคัญ จากผลสำรวจระดับการศึกษาของผู้ปกครองนักเรียนยากจนพิเศษภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โดย กสศ. พบว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ปกครองนักเรียนยากจนพิเศษจบการศึกษาสูงสุดเพียงระดับประถมศึกษา มีเพียงร้อยละ 0.9 เท่านั้นที่จบการศึกษาสูงสุดในระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า โดยมีค่าเฉลี่ยรายได้อยู่ที่ 1,949-3,372 บาท ขณะที่ปัจจุบันรายได้ขั้นต่ำของประชากรที่เข้าสู่ฐานภาษีเฉลี่ย 26,584 บาท/เดือน โดยมีประชากรกลุ่มนี้ประมาณ 11 ล้านคน หากสามารถทำให้นักเรียนยากจน 2.5 ล้านคน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีรายได้สูงถึงฐานภาษี นอกจากจะส่งเสริมคุณภาพชีวิตยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมให้ดียิ่งขึ้น

ดร.ไกรยส นำเสนอการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 โดย กสศ. พบว่า วุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นส่งให้มีรายได้ตลอดช่วงชีวิตการทำงานเพิ่มขึ้น โดยหากประชากรวัยแรงงานในประเทศไทยมีวุฒิการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 6 จะมีรายได้เฉลี่ย 9,136 บาท/เดือน หากมีวุฒิการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 จะมีรายได้เฉลี่ย 10,766 บาท/เดือน ขณะที่วุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะมีรายได้เฉลี่ย 13,118 บาท/เดือน และวุฒิปริญญาตรี จะมีรายได้เฉลี่ย 27,132 บาท/เดือน

ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ iSEE หนึ่งในเครื่องมือของ กสศ. ที่สะท้อนให้เห็นสถานการณ์ของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทยว่า ในปีการศึกษา 2561 ที่มีนักเรียนชั้น ม.3 ได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. และทุนอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนจาก สพฐ. รวม 148,021 คน นักเรียนกลุ่มนี้เรียนอยู่ชั้น ม.6 ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 62,042 คน และ กสศ. ได้เชื่อมโยงข้อมูลนักเรียนที่เข้าศึกษาต่อผ่านระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) พบว่ามีเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือจากการคัดกรองนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษของ กสศ. เมื่อปีการศึกษา 2561 ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ TCAS ในปีการศึกษา 2565 จำนวน 20,018 คน คิดเป็นร้อยละ 14 ของจำนวนนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อกระจายอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 75 แห่ง

กสศ. ได้ใช้แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ในการประเมินว่า หากเด็กนักเรียนทั้ง 20,018 คน สามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จะทำให้รายได้ตลอดช่วงชีวิตของพวกเขาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นถึง 66,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.3 ล้านบาท/คนเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขถ้าสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายขณะเดียวกัน หากคำนวณต้นทุนที่ต้องช่วยสนับสนุนให้พวกเขาสามารถเรียนจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีได้ในภาพรวม อยู่ที่ประมาณ 8,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410,000 บาท/คน ซึ่งคิดเป็นผลตอบแทนกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 7 เท่า

“สรุปได้ว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากับการพัฒนาประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลางเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะยิ่งมีเด็กเยาวชนไปถึงการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นมากเท่าไร เราจะไปสู่ประเทศรายได้สูงได้เร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การลงทุนกับการศึกษาถือเป็นความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ”

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า การแก้ปัญหาการศึกษาจำเป็นต้องแก้ไขในหลายมิติไปพร้อมกัน เพื่อแก้ปัญหาเด็กกลุ่มยากจนพิเศษหลุดจากระบบการศึกษา โดยพุ่งเป้าไปที่ปัญหาต่างๆ การแก้ปัญหาครอบครัว ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อมโยงกับภูมิศาสตร์ของแต่ละแห่งที่แตกต่างกัน และโจทย์สำคัญที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องทำงานร่วมกับ กสศ. คือการพัฒนาโรงเรียนและนักเรียนให้สอดคล้องกับปัญหาของนักเรียนกลุ่มยากจนพิเศษ ให้มีระบบโภชนาการหรือมีอาหารแต่ละมื้อที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนระหว่างมาเรียน มีสื่อการเรียนการสอนที่จำเป็นต่อการเรียนที่เพียงพอ ซึ่งทั้งสองส่วนอาจจะยังมีปัญหาในกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะเกิดจากการจัดสรรงบประมาณรายหัว แต่ปัจจุบันได้มีการเพิ่มงบประมาณพิเศษในกับโรงเรียนกลุ่มนี้และเด็กยากจนพิเศษ จากปกติงบอาหารกลางวันคนละ 21 บาท เป็น 34 บาท

นอกจากนี้ สพฐ. ได้เร่งสร้างความร่วมมือกับ กสศ. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยพยายามสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กทุกกลุ่มโดยเฉพาะเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน ให้เห็นความสำคัญของการศึกษา และมีความเชื่อมั่นว่าการศึกษาที่สูงขึ้นไม่เพียงแต่จะสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ แต่ยังเป็นหลักประกันสำคัญของแต่ละครอบครัว และหลักประกันของการพัฒนาประเทศในอนาคตอีกด้วย

ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมองเห็นเกี่ยวกับปัญหาการศึกษาสอดคล้องกับ กสศ. คือการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ในอนาคตประเทศไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ประเทศ ให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ปีละ 5% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวอาจไม่ตรงตามเป้า เพราะปัจจัยสำคัญคือมีแรงงานของประเทศลดลงในอนาคต รัฐบาลจึงจำเป็นต้องชดเชยแรงงานกลุ่มนี้ด้วยการหันไปพัฒนาด้านโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่สูงขึ้น

“กสศ.ได้แสดงให้เห็นตัวเลขที่สำคัญว่า หากประชากรโดยเฉพาะเด็กกลุ่มยากจนพิเศษมีโอกาสได้เข้าถึงการศึกษาที่สูงขึ้น ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตก็จะขยับตาม เพราะรายได้เฉลี่ยของแต่ละครอบครัวสูงขึ้น รวมถึงการศึกษาจะเป็นหลักประกันสำคัญให้ประชากรสามารถปรับตัวให้เข้ากับวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย” ดร.ดอน กล่าว

ดร.ยุทธภูมิ จารุเศร์นี ผู้อำนวยการส่วนแบบจำลองและประมาณการทางเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า แนวทางการส่งเสริมด้านการศึกษา คือทำอย่างไรถึงจะช่วยต่อยอดเด็กเยาวชนในกลุ่มหรือพื้นที่ที่มีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว ให้พัฒนาทักษะได้สุดทาง เรียนจบและมีงานในระดับสูง และในขณะเดียวกันก็ต้องลงทุนเพิ่มเติมด้านการศึกษาให้กับกลุ่มหรือพื้นที่ที่ขาดแคลนโอกาส แทนที่จะลงทุนเท่ากันกับทุกกลุ่มหรือทุกพื้นที่ ก็ใช้วิธีเติมปัจจัยพื้นฐานให้กับกลุ่มหรือพื้นที่ที่ต้องการที่สุด เป็นการกระจายความเสมอภาคออกไปให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

“ในด้านการลงทุนศึกษา กระทรวงการคลังจะดูเรื่องของประสิทธิภาพ เม็ดเงินที่ลงไปต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มได้ การออกแบบนโยบายด้านการศึกษาก็เช่นกัน ควรมีนโยบายการสร้างคุณค่าของการศึกษา หรือสร้างแรงจูงใจให้เด็กเข้าเรียน โดยค่อยๆ ปรับพฤติกรรม หลักการคือกลุ่มเป้าหมายต้องมีอิสระทางความคิด สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ไม่เกิดจากการบังคับ ขณะที่รัฐอาจออกแบบนโยบายการแลกเปลี่ยน ระหว่างการเข้าเรียนกับรางวัลบางอย่าง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้อยากมาเรียน ไปจนถึงเมื่อเข้าเรียนครบทั้งสัปดาห์ หรือเรียนได้ตามเกณฑ์กำหนดในหนึ่งเทอมการศึกษา ก็อาจขยับไปให้รางวัลที่ใหญ่ขึ้น เหล่านี้เป็นการสร้างคุณค่าของการเรียนโดยไม่ต้องลงทุนในระดับโครงสร้าง และจะช่วยดึงเด็กเยาวชนไว้ในระบบได้มากยิ่งขึ้น” ดร.ยุทธภูมิ กล่าว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กสศ.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเอ็นดู! แม่ค้าเล่านาทีไอ้เหลือมบุก กรี๊ดลั่นสนั่นร้าน..เพราะไม่มีทางออก

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700447

สุดเอ็นดู! แม่ค้าเล่านาทีไอ้เหลือมบุก กรี๊ดลั่นสนั่นร้าน..เพราะไม่มีทางออก

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.07 น.

เปิดใจ! พนักงานสาวร้าน “ชามูชัก ” เผยนาทีหลอน งูเหลือมยักษ์บุกเข้าร้าน ทำร้องกรี๊ดลั่น โชคดีพลเมืองดีที่อยู่ใกล้ๆช่วยไว้ทัน

กรณีเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (23 ธ.ค.65) ที่ผ่านมา เกิดเหตุงูเหลือมยาว 3 เมตร บุกเข้าร้าน “ชามูชัก“ หน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช ถนนราชดำเนิน ต.คลัง อ.เมือง จนสร้างความแตกตื่นตกใจให้กับพนักงานร้าน ส่งเสียงกรี้ดร้องลั่นขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ช่างติดตั้งฝ้าเพดานที่อยู่ใกล้ร้าน พยายามเข้าช่วยดึงหางูเหลือมออกจากร้าน แต่เป็นไปด้วยยาก เนื่องจากงูเหลือมไม่ยอม พยายามเลื้อยหนีเข้าในร้าน ส่วนพนักงานสาวร้าน ตกใจตื่นร้องกรี้ดตลอดเวลา สุดท้ายช่างติดตั้งฝ้าเพดาน ดึงตัวงูเหลือมออกจากร้านได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของพนักงานสาว ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันจับใส่กระสอบไปปล่อยป่า

ล่าสุด นางสาวศิริพร วรรณจุฑา “ น้องเฟิร์น “ อายุ 28 ปี พนักงานร้าน เผยนาทีเกิดเหตุว่า ช่วงบ่ายวานนี้ หลังทราบว่ามีงูเหลือมโผล่มาที่ร้านค้าที่อยู่ติดกัน ซึ่งมีช่างรับเหมากำลังติดตั้งฝ้าเพดาน ว่าพบงูเหลือมตัวใหญ่บนฝ้าเพดาน แล้วพยายามเลื้อยหนี ตนได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าของร้านทราบว่า มีงูเหลือมบนฝ้าเพดานที่ร้านติดกัน แต่ระหว่างโทรศัพท์แจ้งเจ้าของร้านไม่นาน ก็มีงูเหลือมโผล่บนฝ้าเพดานหน้าร้าน โดยงูเหลือมพยายามเลื้อยลงจากฝ้า ยอมรับว่าวินาทีนั้นตนตัดสินใจจะวิ่งหนีออกจากร้านด้วยความกลัว แต่งูเหลือมตัวดังกล่าวห้อยหัวลงจากฝ้าเพดานแล้วประกอบกับหน้าร้านมีเคาร์เตอร์บาร์วางอยู่ ทำให้ทางออกค่อนข้างแคบ จึงไม่สามารถวิ่งหนีออกจากร้านได้ จึงตัดสินใจวิ่งหนีงูเหลือมเข้าหลังร้าน พร้อมกับส่งเสี่ยงร้องขอความช่วยเหลือดังลั่นด้วยความกลัว ประกอบกับหลังร้านไม่มีทางออก

งูเหลือมก็พยายามเลื้อยเข้าในร้าน ยิ่งทำให้ตนกลัวกรี้ดลั่น ระหว่างนั้นช่างที่รับเหมาติดตั้งฝ้าเพดาน วิ่งเข้าช่วยเหลือ โดยพยายามดึงงูเหลือมออกจากร้าน แต่ค่อนข้างทุลักทุเล เนื่องจากงูเหลือมตัวใหญ่ ประกอบกับช่างรับเหมาติดตั้งฝ้าเพดาน ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีความชำนาญจับงู แต่สุดท้ายช่างรับเหมา ช่วยเหลือโดยดึงงูเหลือมออกจากร้านของตนได้สำเร็จ ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยจับใส่กระสอบไปปล่อยป่า ยอมรับว่ายังหลอนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวกลัวงูทุกชนิด

ขณะที่ช่างรับเหมาติดตั้งฝ้าเพดาน ที่เข้าช่วยเหลือ เล่านาทีเกิดเหตุว่า เมื่อวานนี้ระหว่างที่รื้อฝ้าเพดานร้านค้าที่อยู่ติดกับร้านชามูชัก พบว่าบนฝ้ามีงูเหลือม เมื่องูเหลือมเห็นตนพยายามเลื้อยหนีไปบนฝ้า กระทั้งได้ยินเสียงพนักงานร้านชามูชัก ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังลั่น จึงรีบวิ่งไปช่วยเหลือ โดยใช้เส้นลวด และท่อพีวีซี อุปกรณ์ที่มีอยู่ดัดแปลง เพื่อใช้จับงูเหลือม แต่เป็นไปด้วยความ เนื่องจากอุปกรณ์ไม่มาตรฐาน จึงไม่สามารถจับงูเหลือมได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจใช้มือคว้าที่หางงูเหลือม เพื่อดึงงูเหลือออกจากร้านชามูชัก เพื่อช่วยพนักงานสาวที่อยู่ในอาการตกใจตื่นกลัวร้องกรี้ดลั่น โดยตนแลเพื่อนพยายามดึงงูเหลือมออกจากร้านชา แต่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากงูเหลือมตัวใหญ่ มีพละกำลัง ประกอบกับตนและเพื่อนกลัวงูเหลือมเช่นกัน แต่ความความสงสารพนักงานสาวร้านชา จึงตัดสินใจรีบเข้าช่วยดึงงูเหลือมออกจากร้านชาอยู่ 2 – 3 ครั้ง จนสำเร็จแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ส่วนงูเหลือมตัวดังกล่าวชาวบ้านละแวกนั้นให้ข้อมูลว่า น่าจะเป็นงูเหลือมที่อาศัยละแวกต้นโพธิ์ที่เจดีย์ยักษ์ข้างเทศบาล ซึ่งเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ตัดแต่งกิ่งต้นโพธิ์ยักษ์ งูเหลือมตัวดังกล่าวจึงเลื้อยหนีมาที่ร้านเกิดเหตุ   

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกาะสมุยติดป้ายเตือนแล้ว! นทท.ฝืนคำเตือน ลื่นตกหน้าผาเจ็บสาหัส

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700434

เกาะสมุยติดป้ายเตือนแล้ว! นทท.ฝืนคำเตือน ลื่นตกหน้าผาเจ็บสาหัส

เกาะสมุยติดป้ายเตือนแล้ว! นทท.ฝืนคำเตือน ลื่นตกหน้าผาเจ็บสาหัส

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.34 น.

เกาะสมุยติดป้ายเตือนแล้ว! นักท่องเที่ยวไม่เชื่อ ฝืนคำเตือน ลื่นตกหน้าผา บาดเจ็บสาหัส

24 ธันวาคม 2565 นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้นายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะสมุย นำกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน อำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อำเภอเกาะสมุย ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย มูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย รีบเดินทางเข้าพื้นที่น้ำบริเวณน้ำตกหน้าเมือง 2 หมู่ที่ 1 ตำบลหน้าเมือง หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติเกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากน้ำตกหน้าเมือง 2 ได้รับบาดเจ็บ

นายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะสมุย ได้นำกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเท้าขึ้นภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำตกหน้าเมือง 2 พร้อมด้วยอุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจากที่สูง เดินเท้าไปยังจุดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับบาดเจ็บจากการตกหน้าผาน้ำตกหน้าเมือง 2 เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเดินเท้ากว่าสี่สิบนาทีจึงพบผู้บาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุ พบนักท่องเที่ยวต่างชาติทราบชื่อต่อมาว่านายโจชัว ปีเตอร์ โคเลอร์ (Mr.JOSHUA PETER KOHLER) อายุ 20 ปี สัญชาติอังกฤษ นอนร้องครวญบนก้อนหินขนาดใหญ่และยังพบกลุ่มเพื่อนของผู้บาดเจ็บ ซึ่งทั้งหมดเป็นวัยรุ่น พบว่าบาดแผลบริเวณศีรษะฉีดขาดบาดแผลกว้าง 5 เซนติเมตร นอกจากนี้ พบบริเวณสะโพกอาจหัก จากการตกกระแทกอย่างรุนแรงได้ และขาซ้ายบริเวณหัวเข่าได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงรีบปฐมพยาบาล จากนั้น ได้ช่วยกันนำตัวนายโจชัว ปีเตอร์ โคเลอร์ ใส่เปลเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจากที่สูง ผูกเชือกโรยตัวลงจากหน้าผา โดยระหว่างเคลื่อนย้ายนายโจชัว ปีเตอร์ โคเลอร์ ได้ร้องครวญครางจากบาดแผลที่ได้รับบาดเจ็บ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะสมุยเพื่อรักษาต่อไป

จากการสอบถาม เพื่อนๆ ของนายโจชัว ปีเตอร์ โคเลอร์ ได้ให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ว่า พวกตนเองได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย โดยเลือกเกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยระหว่างที่มาเที่ยวน้ำตกหน้าเมือง 2 ได้เดินขึ้นไปบนน้ำตกเพื่อต้องการดูต้นน้ำตกว่าเป็นอย่างไร ระหว่างที่เดินดูน้ำตกหน้าเมืองที่กำลังตกจากหน้าผาลงสู่ด้านล่าง นายโจชัว ปีเตอร์ โคเลอร์ ได้ลื่นตกหน้าผา ก่อนที่ร่างจะไปกระแทกกับก้อนหินขนาดใหญ่ด้างล่าง ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว 

เรื่องนี้ นายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะสมุย ได้ฝากเตือนนักท่องเที่ยวขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือนตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ของเกาะสมุยด้วย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นทำให้ได้รับบาดเจ็บ หากฝ่าฝืนเกิดเหตุขึ้นอาจเสียชีวิตได้

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปี’66 เจ.ดี.พูลส์ตั้งเป้าโตกว่า15% เพิ่ม 4 สาขา-ก้าวสู่ดิจิทัลออโตเมชั่น

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700405

ปี’66 เจ.ดี.พูลส์ตั้งเป้าโตกว่า15% เพิ่ม 4 สาขา-ก้าวสู่ดิจิทัลออโตเมชั่น

ปี’66 เจ.ดี.พูลส์ตั้งเป้าโตกว่า15% เพิ่ม 4 สาขา-ก้าวสู่ดิจิทัลออโตเมชั่น

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.24 น.

เจ.ดี.พูลส์มุ่งรักษาความเป็นผู้นำและยกระดับธุรกิจสระว่ายน้ำสู่ดิจิทัล ออโตเมชั่น เผยใช้เทคโนโลยีทันสมัยตรวจสอบดูแลรักษาคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ ตั้งเป้าหมายการตลาดปี 2566 จะเติบโตไม่น้อยกว่า 15% พร้อมขยายสาขาเพิ่ม 4 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาค

นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ดี.พูลส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสระว่ายน้ำ เจ.ดี.พูลส์ แบรนด์อันดับ 1 ของไทย เปิดเผยถึงการประชุมประจำปีผู้แทนจำหน่ายในระบบแฟรนไชส์จากทั่วประเทศที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมื่อเร็วๆนี้ว่า ทำให้ได้รับข้อมูล และวิธีการปฏิบัติมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำและบริการเพื่อผู้บริโภค  

ประกอบกับตนเองได้ไปดูงานสระว่ายน้ำที่เมืองลียอง ประเทศฝรั่งเศสมา จึงนำมาปรับใช้เป็นทิศทางการพัฒนาของเจ.ดี.พูลส์ คือต้องมุ่งสู่ความทันสมัย เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่เป็นออโตเมชั่นมากขึ้น  

ปี 2566 จะมีสินค้าที่มีความทันสมัย  โดยลูกค้าจะได้รับรู้ข้อมูลคุณภาพน้ำอย่างรวดเร็วผ่านระบบออโตเมชั่น ที่มีแอพพลิเคชั่นเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกเหมือนธุรกิจอื่นๆ

“จุดหมายการพัฒนาของเจ.ดี.พูลส์ ในปีหน้าคือก้าวสู่ดิจิทัล ออโตเมชั่น มีแอพพลิเคชั่นในการใช้งานแต่ละฟังก์ชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นเรียลไทม์ และสามารถควบคุมการใช้อุปกรณ์เพื่อดูแลรักษาคุณภาพน้ำได้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เราจะขอเป็นผู้นำในด้านนี้ทั้งลูกค้าใหม่ และลูกค้าเก่าในอดีตก็จะได้รับบริการที่ทันสมัยด้วยเช่นกัน”นายธนูศักดิ์กล่าว

กรรมการผู้จัดการบริษัทเจ.ดี.พูลส์กล่าวต่อไปว่า เทคโนโลยีของสระว่ายน้ำเจ.ดี.พูลส์จะไปในทิศทางที่ดูแลง่ายมากขึ้น มีราคาหลากหลายให้เลือกมากขึ้น มีความทันสมัยและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นกว่าการมีสระว่ายน้ำเพื่อเอาไว้โชว์  เพราะสามารถตอบปัญหาด้านสุขภาพได้จริง สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูสุขภาพหรือสนับสนุนให้คนพิการใช้งานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น 

เราได้ก่อสร้างสระต้นแบบมาตรฐานโอลิมปิกให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเสร็จแล้ว ได้เชื้อเชิญบุคลากรของหน่วยงานภาครัฐจากทุกภูมิภาคให้มาดูผลงานการก่อสร้างสระเพื่อการใช้ประโยชน์ของนักกีฬา  รวมถึงการใช้สระเพื่อฝึกสอนการว่ายน้ำแก่เด็กและเยาวชนเพื่อลดความสูญเสีย ลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กจากการจมน้ำ

นโยบายของรัฐบาลวันนี้ต้องการลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี จากสถิติปี 2564 มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 658 คน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆจึงมีความต้องการสร้างสระว่ายน้ำขนาดต่างๆมากขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การเรียนการสอนว่ายน้ำ ฝึกสอนเด็กให้ว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เล็ก 

สำหรับทิศทางการขยายตลาดของเจ.ดี.พูลส์ในปี 2566 นายธนูศักดิ์เปิดเผยว่าจะใช้โชว์รูม 22 แห่งใน 20 จังหวัดเดิม พร้อมๆ กับการขยายโชว์รูมอีก 3-4 แห่งเพื่อบริการให้ทั่วถึงในพื้นที่ภาคกลาง  ภาคอีสานตอนบน  ภาคเหนือตอนบน และภาคใต้ ซึ่งขณะนี้มีความแน่นอนแล้วใน 2 พื้นที่

เป้าหมายทางการตลาดจะหลากหลายกว่าเดิมที่เด่นเรื่องสระว่ายน้ำส่วนในบ้านอยู่อาศัย ปัจจุบันจะขยายไปยังสระว่ายน้ำที่เป็นสาธารณะมากขึ้น เช่น โรงแรม รีสอร์ท โรงเรียน องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลนคร เทศบาลตำบล

นายธนูศักดิ์กล่าวด้วยว่าจากการที่เจ.ดี.พูลส์ก้าวผ่านวิกฤติด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจถดถอยช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาได้โดยสามารถรักษาพนักงานได้ครบถ้วนโดยไม่มีการให้ออก พักงานหรือลดเงินเดือน  ขณะที่ตัวแทนจำแหน่ายในรูปแบบแฟรนไชส์และสาขาก็อยู่ครบและทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่าก่อนเกิดโควิด ทำให้องค์การมีความพร้อมที่จะมุ่งไปข้างหน้าเมื่อบรรยากาศฟื้นตัว 

ในปี 2566 มั่นใจว่าเจ.ดี.พูลส์จะมียอดขายเติบโตไม่น้อยกว่า 15% โดยจะเข้าสู่ตลาดหลายกลุ่มมากกว่าเดิม ด้วยความที่มีพันธมิตรการค้าที่มีเทคโนโลยีทันสมัยจะทำให้เราเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการ  การบริการได้ทั่วถึงและดีกว่าเดิม  ช่วงนี้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆที่มีนวัตกรรมและราคาที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบกระเป๋า ‘พลฯทวีศักดิ์’ ลูกเรือสุโขทัย ทางทิศใต้ของเกาะเต่า

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700397

พบกระเป๋า 'พลฯทวีศักดิ์' ลูกเรือสุโขทัย ทางทิศใต้ของเกาะเต่า

พบกระเป๋า ‘พลฯทวีศักดิ์’ ลูกเรือสุโขทัย ทางทิศใต้ของเกาะเต่า

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.14 น.

นักท่องเที่ยวนอร์เวย์ พบกระเป๋าของ พลฯ ทวีศักดิ์ แซ่เซียว ลูกเรือสุโขทัย ทางทิศใต้ของเกาะเต่า

24 ธ.ค.2565 เพจเฟซบุ๊ก รวมพล คนรักทหารเรือ (I Love Navy) ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า นักท่องเที่ยวนอร์เวย์ พบกระเป๋าของ พลฯ ทวีศักดิ์ แซ่เซียว ลูกเรือสุโขทัย ทางทิศใต้ของเกาะเต่า

นักท่องเที่ยวนอร์เวย์ พบกระเป๋าเป้แบบสะพายสีน้ำตาลอ่อน ของลูกเรือสุโขทัย ถูกคลื่นซัดเข้ามาติดอยู่ที่ชายหาดเทียน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะเต่า ตรวจสอบในกระเป๋าที่พบ เจ้าหน้าที่พบบัตรประชาชนชื่อ ทวีศักดิ์ แซ่เซียว อายุ 23 ปี และบัตรประจำตัวทหาร สังกัด กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน พร้อมทั้งข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และรูปถ่ายอีกจำนวน 9 รูป เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้รวบเก็บรวบรวมสิ่งของที่พบในประเป๋าทั้งหมด นำลงบันทึกประจำวัน และเตรียมส่งให้กับทางกองทัพเรือ

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้ที่กำลังติดตามเรื่องนี้ ต่างเข้าไปให้กำลังใจจำนวนมาก ว่าขอให้พบตัวเจ้าของกระเป๋าโดยเร็ว

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทะเลนั้นอันตราย! เปิดจม.จากแดนไกล ทหารเรือสเปนส่งกำลังใจให้ชาวเรือด้วยกัน

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700395

ทะเลนั้นอันตราย! เปิดจม.จากแดนไกล ทหารเรือสเปนส่งกำลังใจให้ชาวเรือด้วยกัน

ทะเลนั้นอันตราย! เปิดจม.จากแดนไกล ทหารเรือสเปนส่งกำลังใจให้ชาวเรือด้วยกัน

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.02 น.

ทหารเรือสเปนแสดงความเสียใจ และให้กำลังใจกองทัพเรือไทย หลังเกิดเหตุโศกนาฎกรรมเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เผยในฐานะชาวเรือด้วยกัน ต่างทราบดีว่าชีวิตในทะเลนั้นอันตรายและและมีความเสี่ยงเพียงใด ไม่ต้องมีพายุเฮอริเคนลูกใหญ่ในการจมเรือ แค่แผงไฟฟ้าพังเนื่องจากน้ำเข้าทำให้ระบบทั้งหมดของเรือเป็นอัมพาตแล้ว

24 ธ.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก กองทัพเรือ Royal Thai Navy ได้โพส์ข้อความคำแปลจากทหารเรือสเปน ที่ทราบข่าวเกี่ยวกับ ร.ล.สุโขทัย เพื่อเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทหารเรือที่กำลังทำงานกันหนักในเรื่องนี้อยู่ขณะนี้ โดยมีเนื้อหาดังนี้…

“เสียใจมากสำหรับโศกนาฎกรรมของทร.ไทยในครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลกระทบที่รุนแรงมากต่อครอบครัวของผู้สูญหาย และทั้งประเทศ ในฐานะชาวเรือด้วยกัน เราทราบดีว่า ชีวิตในทะเลนั้นยากลำบากและมีความเสี่ยงเพียงใด ความโชคร้ายเช่นนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่แท้จริงของการทำงานในทะเล ไม่ต้องมีพายุเฮอริเคนลูกใหญ่ในการจมเรือ แค่แผงไฟฟ้าพังเนื่องจากน้ำเข้าทำให้ระบบทั้งหมดของเรือเป็นอัมพาต และปล่อยให้คลื่นซัดจากจุดนั้น หากไม่มีไฟฟ้าความเสี่ยงอาจจะมีอย่างมหาศาลถ้าเรือถูกคลื่นซัด และน้ำสามารถเข้าไปในช่องต่างๆ ได้มากขึ้นและทำให้เสถียรภาพลดลง ซึ่งได้เคยเกิดอุบัติเหตุแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว สำหรับคนที่ไม่ได้มีอาชีพนี้อาจจะไม่มีวันเข้าใจ และอาจทำเป็นเรื่องอื้อฉาวได้ แต่เรารู้ว่าทะเลนั้นอันตราย ระลึกถึงเสมอ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่แชร์! ทีชเชอร์สุดน่ารักเล่นใหญ่จัดเต็ม กับคอสตูม’วันคริสต์มาส’

Posted on December 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/700391

แห่แชร์! ทีชเชอร์สุดน่ารักเล่นใหญ่จัดเต็ม กับคอสตูม'วันคริสต์มาส'

แห่แชร์! ทีชเชอร์สุดน่ารักเล่นใหญ่จัดเต็ม กับคอสตูม’วันคริสต์มาส’

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

ชาวเน็ตถูกใจ แห่แชร์ ทีชเชอร์สุดน่ารักเล่นใหญ่จัดเต็ม กับคอสตูม’วันคริสต์มาส’

ต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข กับเทศกาลวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2566 หลายพื้นที่ก็ประดับประดาไปด้วยสีสัน ทั้งการแต่งกาย,มอบของขวัญ ต้อนรับเทศกาล รวมถึงหน่วยงานต่างๆ , โรงเรียน ก็พากันจัดกรรมนี้ด้วย 

ล่าสุดภาพนี้กลายเป็นไวรัลข้ามคืน เมื่อโรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร จ.อุดรธานี ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้น และคุณครูท่านนี้เล่นใหญ่จัดเต็มด้วยชุดต้นสนคริสต์มาส แบบเหมือนมาก จนทำให้ภาพนี้ถูกแชร์ในโลกโซเชียลไปกว่า 6.8 พันครั้ง ต่างมีลูกศิษย์และชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นท์จำนวนมาก  -009

ขอบคุณภาพ : โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

ขอบคุณภาพ : โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

ขอบคุณภาพจาก : Mod TA Lan

ขอบคุณภาพจาก : Mod TA Lan

ขอบคุณภาพจาก : ON YX

ขอบคุณภาพจาก : ON YX

ขอบคุณภาพ : โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

ขอบคุณภาพ : โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

ขอบคุณภาพ : โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

ขอบคุณภาพ : โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

ขอบคุณภาพ : โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

ขอบคุณภาพ : โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,921,669 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม รับสมัครที่ปรึกษาวัฒนธรรม รุ่น 2 สู่บทบาท “ผู้ออกแบบอนาคตเมือง”
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มอบทุนนักศึกษา และเสวนาภายใต้หัวข้อ 'Mathematics for Industrial Solutions'ประจำปี 2569
ตรวจพบ "ยาเบื่อหนู" ปนเปื้อนในอาหารเด็ก HiPP ในออสเตรีย
เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’
กองทัพอิสราเอลยอมรับ ภาพทหารใช้ค้อนทุบ "รูปปั้นพระเยซู" ในเลบานอน เป็น "เรื่องจริง"
อนุทิน สั่งเข้มสู้ฝุ่น บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด เซฟสุขภาพประชาชนระยะยาว
สิงคโปร์ อินโดฯ มาเลเซีย ยืนยันดูแล "ช่องแคบมะละกา" เปิดใช้งานปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
งานพรมแดงที่ทั้งโลกแฟชันเฝ้ารอ Disney+ พร้อมถ่ายทอดสดเปิดตัว ‘The Devil Wears Prada 2’
GMM Music ปิดจบด้วยดีร่อนจดหมายถ้อยแถลงความร่วมมือบริหารจัดการศิลปิน
ปกรณ์ รับรัฐบาลเล็งออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้ำซ้อน

Recent Posts

  • นายกฯเผยยังไม่ได้รับรายงาน ปมธงชาติหายจากเสา พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี
  • ไทยโต้เขมร ชายแดนต้องสงบ สั่งเบรกข่าวลือ ย้ำ 5 หลักการเหล็กห้ามเคลื่อนทัพ
  • พริษฐ์ เผยวงในสูตรแบ่งเค้ก เก้าอี้ประธาน กมธ. 35 คณะ หวังทุกพรรคเคารพกติกา
  • กมธ.เศรษฐกิจ แจงเหตุถอนรายงานปรับโครงสร้างภาษี เพราะข้อมูลล้าสมัย
  • อนุทิน นัดถก ครม.ศก. 27 เม.ย.นี้! ดึง 3 สถาบันเอกชน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ขับเคลื่อนนโยบาย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d