คุณแหน : 13 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774797

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ชื่นชม พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ ที่เทศบาลนครยะลา รองรับโลกยุคใหม่ เร่งสร้างสมรรถนะการแข่งขันระดับเมือง ร่วมกับ Bedrock และสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์การบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ..

●● ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติทางนาโนเทคโนโลยี ครั้งที่ 8 (NanoThailand 2023) จัดโดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ร่วมกับ สมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)..

●● ดร.พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการ EXIM BANK นำคณะกรรมการและผู้บริหารธนาคาร เยี่ยมชมโครงการครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์แหล่งท่องเที่ยวครบวงจรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน..

●● ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ รับมอบเงินบริจาค จาก ชูศรี เกียรติขจรกุลและ วดีรัตน์ เจริญคุปต์ มูลนิธิราชกรุ๊ป เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ อาคารรพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี..

●● ดร.คณพศ นิจสิริภัช พาเพื่อนๆ กลุ่ม DT Digital CEO#5 เช่น วงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ, ดร.ธณภณ โตวัฒนา, นพ.อดิศร วิตตางกูร, ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ, ศศกร แผ่ดิลกกุล, สุรเดช สร้อยรุ่งเรือง, อิสริยา บวรเศรษฐวัฒน์, น.สพ.จารุนพ รุจิรกาโมทย์ ไปทริปตัวแตกเจาะลึกชิม อาหารอร่อยๆ พร้อมไหว้เจ้าที่มาเก๊า โดยมี ปารณีย์ อำนวยรักษ์สกุล และ ณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล ช่วยนำทัวร์เอง..

●● ยินดีกับ ราชิต ไชยรัตน์, นวลศิริ วรเมธาวิวัฒน์ และ นิติ เมฆหมอก ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2566 จาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล..

●● วิษณุ กรองกันภัย และ มรกต ยิบอินซอย ร่วมจัดงานพิธีฉลองพระพุทธรัตนโกสินทร์อินทร์พิจิตร ณ สวนนิพพานารามมูลนิธิร่มบุญ จ.พิจิตร โดยมี จารุพรรณ อินทรรุ่ง ไปร่วมงาน..

●● ยินดีกับ กุลิศ สมบัติศิริ, ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ, รศ. ดร.พสุ เดชะรินทร์, พยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์, แสงชัย ธีรกุลวาณิช, ธนพล ภู่พันธ์ศรี ที่ได้เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม…

●● รับปีใหม่เทศกาลแห่งความสุข ปัญจรัตน์ ทรัพย์หิรัญกุล จัดแคมเปญ Let’s Celebrate the Perfect Gift เพื่อให้ลูกค้า NGG เลือกช้อปมอบเป็นของขวัญให้ตัวเองและคนที่รัก ณ อาณาจักรเครื่องประดับแท้ “NGG Jewellery @เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 และ ร้านในเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ LINE OA: @nggjewellery…

●● ม.เกษตรศาสตร์ เชิญร่วมงานตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา ครั้งที่ 26 โครงการ “เลือกแนวทาง…วางอนาคต” 21-22 ธ.ค.นี้ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ม.เกษตรศาสตร์..●●

น้องใหม่

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนคนแข็งแรงมีโอกาสเป็น ‘ไข้เลือดออก’ ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774745

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนคนแข็งแรงมีโอกาสเป็น ‘ไข้เลือดออก’ ได้

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนคนแข็งแรงมีโอกาสเป็น ‘ไข้เลือดออก’ ได้

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยมีการระบาดหนักที่สุดในรอบ 5 ปี กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ทาเคดา ประเทศไทย และพันธมิตรความร่วมมือ Dengue-zero จึงเนรมิตพื้นที่โซน Central Court ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงาน “ส่งต่อความหวังจากอิงมา ชวนคนไทย ปักหมุด หยุดไข้เลือดออก” เพื่อเป็นความหวังใหม่ในการต่อสู้กับโรคไข้เลือดออกด้วยมาตรการ การเฝ้าระวังการควบคุมจำนวนลูกน้ำยุงลายเพื่อไม่ให้แพร่พันธุ์ และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกด้วยการฉีดวัคซีน โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อร่วมถ่ายทอดความรู้บนเวทีเสวนา “ส่งต่อความหวังใหม่เพื่อปกป้องสังคมไทยจากไข้เลือดออก” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้คนไทยปลอดภัยจากไข้เลือดออก

ศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คุ้นเคยกับโรคติดเชื้อในเด็กเป็นอย่างดี เผยถึงวิธีการสังเกตอาการโรคไข้เลือดออกว่า จะมีไข้สูงลอย กินยาลดไข้แต่ไม่ค่อยได้ผล โดยอาการช่วงแรกของการติดเชื้อ อาจมีอาการใกล้เคียงกับโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ แต่สำหรับผู้ที่เป็นไข้เลือดออกจะมีอาการทางระบบทางเดินอาหารที่เด่นกว่า เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง เป็นต้น

ทั้งนี้ ไข้เลือดออกสามารถเป็นได้ทุกคน รวมถึงคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การติดตามอาการ ถ้ามีอาการเลือดออกที่ไม่ใช่ตามผิวหนัง เช่น เลือดกำเดาไหลหรืออาเจียนเป็นเลือด ถือเป็นสัญญาณที่อันตราย ส่วนถ้าใครอาเจียนหรือปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณที่บอกว่าไข้เลือดออกมีโอกาสที่จะรุนแรง และควรไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในผู้ใหญ่ กล่าวว่า กลุ่มผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไข้เลือดออกแม้จะมีอาการที่คล้ายกับเด็กแต่ส่วนใหญ่จะมีปัจจัยความเสี่ยงด้านโรคประจำตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น บางคนอาจเป็นโรคไต โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ ที่ส่งผลให้อาการไข้เลือดออกรุนแรงมากขึ้น รวมไปถึงจะทำให้การรักษาไข้เลือดออกยุ่งยากมากขึ้นไปด้วย อย่างเช่นการให้น้ำเกลือให้ผู้ป่วย บางคนเป็นโรคไต ให้น้ำเกลือมากไปไม่ได้เพราะเสี่ยงน้ำเกินหรือหัวใจวาย เพราะฉะนั้นกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีโรคร่วมจึงมีความเสี่ยงเป็นไข้เลือดออกรุนแรงสูงกว่า

เนื่องจากไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (dengue virus) ที่มีมากถึง 4 สายพันธุ์ คนที่เคยป่วยเป็นไข้เลือดออกมาแล้วมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก ดังนั้น ประชาชนควรหมั่นปฏิบัติตามมาตรการในการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เช่น ปิดภาชนะเก็บกักน้ำให้มิดชิด ป้องกันยุงลายวางไข่ เปลี่ยนน้ำในภาชนะอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะใส่น้ำ และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมรอบข้างให้ปลอดโปร่ง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนเพื่อลดอาการรุนแรงของโรค และการนอนโรงพยาบาล อีกทั้ง ยังสามารถป้องกันไข้เลือดออกได้ถึง 4 สายพันธุ์ โดยสามารถปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้ท่านเพื่อขอรับคำแนะนำในการฉีดวัคซีนไข้เลือดออก

ปลื้ม 2 เด็กไทย นักสะสมแสตมป์รุ่นใหม่ รับรางวัลประกวดแสตมป์โลก 2566 WSC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774731

ปลื้ม 2 เด็กไทย นักสะสมแสตมป์รุ่นใหม่ รับรางวัลประกวดแสตมป์โลก 2566 WSC

ปลื้ม 2 เด็กไทย นักสะสมแสตมป์รุ่นใหม่ รับรางวัลประกวดแสตมป์โลก 2566 WSC

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทยและผู้ที่ได้รับรางวัล

ผ่านไปแล้วกับจัดงานระดับโลก “งานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566 THAILAND2023 World Stamp Championship Exhibition (WSC) การประกวดแสตมป์โลก ” ที่จัดขึ้นในเมืองไทย ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีแสตมป์ลอตใหญ่ของนักสะสมแสตมป์ทั่วโลกกว่า 60 ประเทศ กว่า 500 ผลงาน หรือ 2,500 เฟรมเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการ และการประกวด พร้อมคณะกรรมการที่ทรงคุณวุฒิจากทั้งไทย และต่างชาติ เดินทางมาร่วมพิจารณาผลงานในครั้งนี้

โดยมี สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ส.ต.ท.) เป็นเจ้าภาพจัดงาน เนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปี บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมด้วยงาน พิธีมอบรางวัล PALMARES NIGHT และเป็นเรื่องที่น่ายินดีและภาคภูมิใจในเวทีประกวดแสตมป์โลก 2566 ครั้งนี้ สองพี่น้องเยาวชนไทย ด.ช.กลทีป์ สุขวงศ์ หรือน้องเปเป้ ม.4 โรงเรียนปัญญารัตน์ และ ด.ช.ปพณทีป์ สุขวงศ์ หรือน้องเปาเปา ม.2 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ได้รับเหรียญรางวัล Large Vermeil จากการส่งผลงานเข้าประกวด ประเภทเยาวชน รุ่น Class 13 A Youth Philately (10 -15 years old)

ด.ช.กลทีป์ สุขวงศ์ หรือ น้องเปเป้ อายุ 15 ปี เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการเป็นนักสะสมของผม คือ การซึมซับมาจากคุณพ่อ ตอนผมอายุ 5 ขวบครึ่ง คุณพ่อก็สอนให้ตัดแสตมป์จากหน้าซองจดหมาย แล้วเอาไปแช่น้ำ ตากให้แห้ง แล้วนำมาสะสมในอัลบั้ม คอยแนะนำว่าถ้าจะสะสมแสตมป์ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ก็คงตามเก็บได้ไม่หมด ให้ลองหาหัวข้อเรื่องที่สนใจ แล้วสะสมแสตมป์ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นดู และพาผมไปดูแสตมป์เก่าที่ไปรษณีย์กลาง หรือพาไปงานแสตมป์นานาชาติ ที่แต่ละชาติมาจัดงาน ผมก็รู้สึกชอบเลย เพราะรู้สึกว่าสวยและน่าสนใจ ก็เริ่มสะสมทั้งจากแสตมป์ที่ใช้แล้ว และยังไม่ได้ใช้

ปีนี้พอผมทราบว่าจะมีการจัดงานประกวดแสตปม์ระดับโลกในประเทศไทย เลยตัดสินใจส่งผลงานแสตมป์เข้าประกวด โดยหัวข้อของผมคือ “Thailand Aerogramme หรือการส่งจดหมายอากาศ” ซึ่งเป็นหัวข้อที่ไม่เคยมีใครทำ เมื่อได้หัวข้อแล้วก็ต้องมาวางแผนว่าของสะสมหรือแสตมป์ที่เรามีเพียงพอกับจำนวนเฟรมที่เขากำหนดหรือไม่ โดย 1 เฟรม จะใส่กระดาษเล่าเรื่องได้ 16 แผ่น ซึ่งในหัวข้อจดหมายอวกาศที่ผมนำเสนอ ก็นำเสนออยู่ภายใน 3 เฟรม

“จากการทำผลงานประกวดในหัวข้อ จดหมายอากาศ ก็ทำให้ผมได้รู้ว่า จุดเริ่มต้นของการส่งจดหมายอากาศเกิดขึ้นที่ประเทศไทยเรานี่เอง โดยจดหมายอากาศ เป็นสิ่งที่บริษัทการบินของเอกชนในไทยเป็นผู้คิดค้นเป็นรายแรกของโลก”

ด.ช.กลทีป์ บอกอีกว่า “ประโยชน์ที่ผมได้รับจากทั้งการสะสมแสตมป์ และการส่งผลงานแสตมป์เข้าประกวดผมได้ฝึกทักษะการเล่าเรื่อง ได้เปิดโลกการเรียนรู้ของตนเอง รวมถึงได้ฝึกทักษะความเป็นคนช่างสังเกต ความละเอียด และของสะสมทุกชิ้นนอกเหนือจากมูลค่า ยังมีคุณค่าทางจิตใจกับเรา เพราะในทุกๆ ดวงแสตมป์มีเรื่องราวให้เราได้ศึกษาและเรียนรู้ ก็รู้สึกภูมิใจและดีใจกับผลงานที่เราได้นำเอาความรักจากสิ่งที่เราชอบ ของสะสมที่เรามีมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านผลงานการประกวดฯ ในครั้งนี้ครับ”

ด้าน ด.ช.ปพณทีป์ สุขวงศ์ หรือน้องเปาเปา น้องชายวัย 13 ปี บอกว่า ผลงานสะสมที่ผมส่งประกวดเป็นประเภท “ไปรษณียบัตร หรือ โปสต์การ์ด หัวข้อในหลวงรัชกาลที่ 5 นำพาประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก” ระหว่างที่เสด็จประพาสยุโรป ทำให้ต่างประเทศมีการผลิตโปสต์การ์ดรูป ร.5 เป็นจำนวนมาก ซึ่งผมก็จะหาโปสต์การ์ด และใส่รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับโปสต์การ์ดว่าแต่ละรูปภาพมีเรื่องราวเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้นบ้าง วางสตอรี่ของโปสต์การ์ดแต่ละใบให้สอดคล้องไปในเรื่องราวเดียวกัน โดย 1 เฟรม ผมจะนำโปสต์การ์ดใส่กระดาษเล่าเรื่อง 16 แผ่น ซึ่งผมนำเสนอทั้งหมด 3 เฟรม ก็จะเริ่มตั้งแต่พระองค์ขึ้นครองราชย์ พระราชินีของในหลวง ร.5 เสด็จประพาสยุโรป พระปรีชาสามารถของพระองค์ในการทำให้ “สยาม” รอดพ้นจากยุคล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก พระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ช่วยให้ประเทศไทยได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้ทันกับชาติตะวันตก เป็นต้น”

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผมในการส่งผลงานเข้าประกวด ผมไม่ได้คาดหวังว่าผมจะได้รางวัล แค่รู้สึกว่าตัวเองได้มีส่วนร่วม ได้ทำผลงานส่งประกวดอย่างเต็มที่ด้วยตนเองก็พอใจแล้วครับ รางวัลที่ได้ผมรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้นำผลงานสะสมมาแสดงให้นักสะสมทั้งไทย และต่างประเทศได้มาชม ผมคิดว่าหากเรารักหรือสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วมันอาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษา ค้นคว้า ควรเริ่มต้นจากสิ่งที่เรามี แล้วค่อยๆ พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ขอให้เรามุ่งมั่น พยายาม และมั่นใจในตัวเองเข้าไว้ว่าเราทำได้ครับ”

ด.ช.กลทีป์ สุขวงศ์, ด.ช.ปพณทีป์ สุขวงศ์

ด.ช.กลทีป์ สุขวงศ์, ด.ช.ปพณทีป์ สุขวงศ์

จม.อากาศที่ผ่านการใช้แล้ว

จม.อากาศที่ผ่านการใช้แล้ว

โปสต์การ์ดให้เห็นถึงการพัฒนาสมัยรัชกาลที่ 5

โปสต์การ์ดให้เห็นถึงการพัฒนาสมัยรัชกาลที่ 5

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีจัดนิทรรศการ Waiting for Spring

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774743

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีจัดนิทรรศการ Waiting for Spring

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีจัดนิทรรศการ Waiting for Spring

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี จัดงานเปิดนิทรรศการ “Waiting for Spring” เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความงามของ ซูมุกฮวา ภาพวาดหมึกเกาหลีแบบดั้งเดิม ประกอบด้วยผลงานศิลปะ 64 ชิ้นจาก 10 ศิลปินเกาหลีที่อยู่ในประเทศไทยอย่างศิลปิน เย ฮยัง และสมาชิกชมรมศิลปะเยซอ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ถนนสุขุมวิท โดยมีฯพณฯ นายปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยโจ แจอิล ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ศิลปินและผู้มีเกียรติ ร่วมงาน

ซูมุกฮวา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมหลังของศิลปะเกาหลี เป็นผลงานภาพวาดทิวทัศน์ด้วยหมึกเกาหลี ศิลปินเกาหลีสร้างสรรค์งานซูมุกฮวา เน้นความสวยงามของพื้นที่ว่างและอักษรวิจิตร ด้วยจิตใจที่สงบ ภาพวาดซูมุกฮวาในนิทรรศการครั้งนี้ได้ถ่ายทอดความตื่นเต้นและความปรารถนาในฤดูใบไม้ผลิ โดยใช้หมึกสีดำเพื่อแสดงความรัก ความสงบ และความงามของธรรมชาติ ศิลปินบางท่านบรรจงวาดเป็นภาพดอกไม้และผลไม้ที่พบได้ในประเทศไทย ซึ่งถ่ายทอดผ่านมุมมองที่คุ้นเคย

ศิลปินเย ฮยัง ตัวแทนศิลปินกล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จัดแสดงผลงานศิลปะของสมาชิกชมรมศิลปะเยซอ และพวกเราอยากจะแบ่งปันหัวใจที่เต้นรัวของฤดูใบไม้ผลิกับผู้ชม ด้วยผลงานที่เต็มไปด้วยความมานะและความรักของพวกเรา”

ผู้สนใจนิทรรศการสามารถชมได้ทุกวันตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 มีนาคม 2567เวลา 09.00-17.00 น. จันทร์-ศุกร์ณ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ถนนสุขุมวิท (ระหว่างสุขุมวิท 15-17) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือติดตามรายละเอียด ได้ที่หน้าเพจศูนย์วัฒธรรมเกาหลี (FB : koreanculturalcenterTH)

62 ปี มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบ 470 ทุน ถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774741

62 ปี มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบ 470 ทุน ถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง

62 ปี มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบ 470 ทุน ถวายเป็นพระราชกุศลพระพันปีหลวง

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ส่งมอบทุนการศึกษาให้กับ นพ.สุนทร สุนทรชาติ ผอ.สำนักอนามัย โดยมีกรรมการมูลนิธิ และผู้บริหารสำนักอนามัยร่วมเป็นสักขีพยาน

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานครนำโดย ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิ จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 470 ทุนทุนละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 470,000 บาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2566และในโอกาสครบรอบ 62 ปี ของมูลนิธิ โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี ในการนี้มี ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ทวีพร โชตินุชิต รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิ ได้แก่ อุไรคุณานันทกุล, รักษา แสงภู่, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ดวงใจ ตั้งสง่า รวมถึงนักสังคมสงเคราะห์ผู้อยู่เบื้องหลังการคัดกรองเด็กนักเรียน เข้าร่วมในพิธี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่1 ธันวาคม 2566 ณ ห้องประชุมชั้น 19 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเขตดินแดง

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2504 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนช่วยเหลือกิจกรรมสาธารณสุข โดยมอบเงินสนับสนุนแก่นักเรียนที่กำลังศึกษาระดับประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เป็นการคัดเลือกจากนักเรียนที่มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน มีความประพฤติดีและอยู่ในความดูแลของศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ให้ได้รับการสนับสนุนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากนักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์บริการสาธารณสุข ของสำนักอนามัย พิจารณาประเมิน และคัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติ เสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาให้การสนับสนุนทุนการศึกษา ในปี 2566 นี้ ในโอกาสครบรอบ 62 ปีแห่งการจัดตั้งมูลนิธิฯคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้พิจารณามอบทุนสนับสนุนการศึกษาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 470 คน ทุนละ 1,000 บาทรวมเป็นเงิน 470,000 บาท อีกทั้งการมอบทุนนี้ยังจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม ของทุกปีอีกด้วย

นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2566 และในโอกาสครบรอบ 62 ปี ของมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ในปีนี้ มอบทุน จำนวน 470 ทุน ทุนละ 1,000 บาท เป็นเงิน 470,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นด้านการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม.ในนามกรุงเทพมหานครมีความยินดีและซาบซึ้งในความมีจิตเมตตาของคณะกรรมการมูลนิธิฯที่ช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครด้วยความพยายามที่จะสร้างสรรค์เยาวชนของชาติให้เป็นพลเมืองดี อันเป็นการช่วยพัฒนางานของกรุงเทพมหานครด้วย

นอกจากเงินช่วยเหลือการศึกษาแล้วเด็กๆที่ได้รับทุนยังได้รับของขวัญจากผู้ใหญ่ใจดีที่ร่วมบริจาคสิ่งของมามอบให้กับเด็กๆ อาทิ สุวิมล มหากิจศิริ มอบโดนัทคริสปี้ครีม, ภัทรา ศิลาอ่อน มอบเค้กกล้วยหอม S&P, บมจ. ยูไนเต็ดฟู้ดส์ มอบขนมขาไก่ และ ไทม์ ส้ม มาให้น้องๆ มาได้อิ่มอร่อย และ วราภรณ์ พิชญ์พงศา แห่งบริษัท แคปปิตัลเทรดดิ้ง จำกัด มอบ ซาลิมิ สาหร่ายรสดั้งเดิม และกระเป๋านักเรียน มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับอนาคตของชาติ

ผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วมสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาแก่นักเรียนที่กำลังศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สามารถร่วมบริจาคเงินกับมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานใหม่ ชื่อบัญชี มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร บัญชีเลขที่ 029-442708-0สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-5212690-1

นพ.สุนทร สุนทรชาติ ผอ.สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

นพ.สุนทร สุนทรชาติ ผอ.สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร


นพ.สุนทร สุนทรชาติ ผอ.สำนักอนามัย, ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ และ อุไร คุณานันทกุล รองประธานมูลนิธิฯ ร่วมมอบทุน
การศึกษา

นพ.สุนทร สุนทรชาติ ผอ.สำนักอนามัย, ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ และ อุไร คุณานันทกุล รองประธานมูลนิธิฯ ร่วมมอบทุน การศึกษา

นพ.สุนทร สุนทรชาติ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ทวีพร โชตินุชิต และ
ดวงพร ปิณจีเสคิกุล

นพ.สุนทร สุนทรชาติ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ทวีพร โชตินุชิต และ ดวงพร ปิณจีเสคิกุล

กรรมการมูลนิธิ เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ดวงใจ ตั้งสง่า, อุไร
คุณานันทกุล, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง และ พัชรา มาดล

กรรมการมูลนิธิ เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ดวงใจ ตั้งสง่า, อุไร คุณานันทกุล, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง และ พัชรา มาดล

ร่วมแรงแข็งขันเพื่อสนับสนุนการศึกษาเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

ร่วมแรงแข็งขันเพื่อสนับสนุนการศึกษาเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร


ปกภูมิ เดชดีหนูแก้ว บก.ข่าว กทม, ดวงพร ปิณจีเสคิกุล, ทวีพร โชตินุชิต
รอง ผอ.สำนักอนามัย ร่วมมอบทุนการศึกษา

ปกภูมิ เดชดีหนูแก้ว บก.ข่าว กทม, ดวงพร ปิณจีเสคิกุล, ทวีพร โชตินุชิต รอง ผอ.สำนักอนามัย ร่วมมอบทุนการศึกษา

โดนัท คริสปี้ครีม และเค้กกล้วยหอม S&P จากผู้ใหญ่ใจดีมอบขนมแสนอร่อยมาให้น้องๆ ได้อิ่มอร่อยทุกปี

โดนัท คริสปี้ครีม และเค้กกล้วยหอม S&P จากผู้ใหญ่ใจดีมอบขนมแสนอร่อยมาให้น้องๆ ได้อิ่มอร่อยทุกปี

กระเป๋าลดโลกร้อน ให้เด็กๆ ใส่ขนมและ
สิ่งของกลับบ้านเป็นที่ระลึก จาก วิรัตน์
สุพรรณธะริดา

กระเป๋าลดโลกร้อน ให้เด็กๆ ใส่ขนมและ สิ่งของกลับบ้านเป็นที่ระลึก จาก วิรัตน์ สุพรรณธะริดา

ตัวแทนนักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ร่วมพิธี

ตัวแทนนักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ร่วมพิธี

แมริออท บอนวอย ออกรอบระดมทุนกว่าสามล้านบาทเพื่อสนับสนุนสามองค์กรการกุศลสำหรับเด็กในประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774730

แมริออท บอนวอย ออกรอบระดมทุนกว่าสามล้านบาทเพื่อสนับสนุนสามองค์กรการกุศลสำหรับเด็กในประเทศไทย

แมริออท บอนวอย ออกรอบระดมทุนกว่าสามล้านบาทเพื่อสนับสนุนสามองค์กรการกุศลสำหรับเด็กในประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.05 น.

นักกอล์ฟกว่า 150 เข้าร่วมงานกอล์ฟการกุศล แมริออท บอนวอย ประเทศไทย ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ณ บลูแคนยอน คันทรีคลับ จังหวัดภูเก็ต เพื่อสนับสนุนมูลนิธิช่วยเหลือเด็กประเทศไทย (Save the Children Thailand) มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ (Scholars of Sustenance)และ มูลนิธิเอเชีย เซ็นเตอร์ (Asia Center Foundation)

แมริออท บอนวอย โปรแกรมท่องเที่ยวและศูนย์กลางสำหรับสมาชิกจาก แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ที่การันตีด้วยรางวัลมากมาย ได้เฉลิมฉลองความสำเร็จในการจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมครั้งใหญ่ประจำปี กับงานกอล์ฟการกุศล แมริออท บอยวอย ประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 รวบรวมเหล่านักกอล์ฟและผู้นำทางธุรกิจกว่า 150 ท่าน เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟการกุศลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทย

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นที่สนามเลคคอร์สอันสวยงามแต่แฝงไปด้วยความท้าทายของสนามกอล์ฟบลูแคนยอน คันทรี คลับ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ แมริออท บอนวอย สามารถระดมทุนได้ตามเป้าหมายเป็นจำนวนกว่า 3 ล้านบาทเพื่อสนับสนุน 3 องค์กรการกุศลสำหรับเด็ก ได้แก่ มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย, มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย, และ มูลนิธิเอเชีย เซ็นเตอร์ ภูเก็ต โดย แมริออท บอนวอย ได้แสดงความขอบคุณแก่ทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยเหลือให้การดำเนินงานในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดีตามเป้าหมาย ซึ่งรวมถึงแขกผู้มีเกียรติ เพื่อนพนักงาน และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการอันได้แก่ บีเอ็มดับเบิ้ลยู, แอลจี บิสเนส โซลูชันส์, และ บริษัทแอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)

ภายหลังจากงานกอล์ฟการกุศลที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แมริออท บอนวอย ได้มีการจัดพิธีมอบเงินบริจาคขึ้น ณ โรงแรม คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม โดยได้นำรายได้ทั้งหมดจากการจัดงานกอล์ฟการกุศลส่งมอบให้แก่สามองค์การกุศลสำหรับเด็ก เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรทั้งสามที่มุมานะในการหล่อเลี้ยง ให้การศึกษา และส่งเสริมเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในชุมชนต่างๆทั่วประเทศไทย

“พวกเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของงานกอล์ฟการกุศล แมริออท บอนวอย ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย โดยทาง แมริออท บอนวอย มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ในทุก ๆ ชุมชนที่เรามีการดำเนินธุรกิจอยู่ ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรองค์กรการกุศล มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก มูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ และ มูลนิธิเอเชีย เซ็นเตอร์ เราจะร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เยาวชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง” มร. แบรด เอ็ดแมน (Mr. Brad Edman) รองประธานโรงแรมในเครือพื้นที่ภาคใต้ ประเทศไทย และผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา กล่าว

งานกอล์ฟการกุศล แมริออท บอนวอย เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งสำคัญที่จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ แมริออท บิสเนส เคาน์ซิล ประเทศไทย ซึ่งอุทิศการดำเนินงานเพื่อตอบแทนชุมชน นอกจากนี้เครือข่ายของ บิสเนส เคาน์ซิลส์ ทั่วโลกยังทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรชั้นนำระดับโลกมากกว่า 50 องค์กร ตลอดจนงานด้านการกุศลสำหรับชุมชนท้องถิ่นอีกหลายร้อยโครงการเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างให้แก่ชุมชน บิสเนส เคาน์ซิลส์ นับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการช่วยขับเคลื่อนนโยบาย “Serve360: Doing Good in Every Direction” ขององค์กร ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างความยั่งยืนและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ดียิ่งขึ้น

“ที่ แมริออท เราเชื่อมั่นเสมอว่าพวกเรามีพลังที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคม เราเป็นผู้พิทักษ์ของพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจ และมีส่วนรับผิดชอบในการดูแล และทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นสำหรับทุกคน การท่องเที่ยวจำเป็นต้องมีความยั่งยืน มีความรับผิดชอบ และมีความหมาย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของอนาคตที่ไกลตัว แต่เป็นเรื่องของปัจจุบัน และพวกเราภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับแขกผู้เข้าพัก เพื่อนพนักงาน รวมถึงพันธมิตรทั้งหลายในการสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมของพวกเรา” มร. ดาริน ฮัดสัน (Mr. Daryn Hudson) ประธานร่วมแห่ง แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล บิสเนส เคาน์ซิลส์ ประเทศไทย  และผู้จัดการทั่วไปโรงแรม โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตองบีช รีสอร์ท

แมริออท บอนวอย เผยว่างานกอล์ฟการกุศล แมริออท บอนวอย จะกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2567 ทั้งนี้ ทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม Serve360 ของแมริออท ได้ที่ serve360.marriott.com

-(016)

ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสปรากฏการณ์แห่งแสงสี ในงาน ‘VIJIT CHAO PHRAYA 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774729

ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสปรากฏการณ์แห่งแสงสี ในงาน 'VIJIT CHAO PHRAYA 2023'

ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสปรากฏการณ์แห่งแสงสี ในงาน ‘VIJIT CHAO PHRAYA 2023’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.01 น.

ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสปรากฏการณ์แห่งแสงสีสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับการแสดงชุด “ไอคอนสยาม รุ่งโรจน์ด้วยวิจิตรแห่งศรัทธา” ในงาน “VIJIT CHAO PHRAYA 2023” ตลอดเดือน ธ.ค. นี้

“ไอคอนสยาม” แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำความสำเร็จของการเป็น Global Destination หนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เชิญชวนให้ผู้คนมาสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ ตระการตา เพื่อสร้างความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนกับ การแสดงแสง สี ชุด“ไอคอนสยาม รุ่งโรจน์ด้วยวิจิตรแห่งศรัทธา”  ส่วนหนึ่งในงาน “VIJIT CHAO PHRAYA 2023”   โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เนรมิตปรากฏการณ์แห่งแสงสีริมแม่น้ำเจ้าพระยาสุดยิ่งใหญ่ตระการตา หนึ่งในอีเวนต์ใหญ่ภายใต้โครงการ Thailand Winter Festival  ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดเดือนธันวาคม 2566 

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ช่วงเวลาส่งท้ายปีเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลอง และส่งมอบความสุขระหว่างกัน ไอคอนสยาม มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน “Vijit Chao Phraya 2023” โดยไอคอนสยาม ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 7 ของพื้นที่จัดการแสดงที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนถึงความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมที่งดงามของกรุงเทพมหานคร ที่แสดงถึงวิถีชีวิตริมน้ำสู่แลนด์มาร์กของประเทศไทย ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ พร้อมกระตุ้นธุรกิจริมน้ำโดยรอบ ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และตอกย้ำให้ประเทศไทยโดยเฉพาะริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก  โดยไอคอนสยาม จะมีการแสดงแสง สี ไลท์ติ้งโชว์ วันละ 4 รอบ ได้แก่ รอบเวลา 18.30น./ 20.00 น. / 21.00 น. และ รอบเวลา 21.30 น. พร้อมชมการแสดง “ICONIC Multimedia Water Features” การแสดงโชว์ผ่านระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ที่ยาวที่สุดที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการแสดงระบำสายน้ำที่มีการผสมผสานสื่อมัลติมีเดียที่หลากหลายผสานวัฒนธรรมประเพณีของไทยเข้าไปอย่างกลมกลืน การันตีด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศ Gold STEVIE Awards 2019 สาขา Art, Entertainment & Public – Art Event จาก The International Business Awards การประกวดธุรกิจนานาชาติประจำปี 2019 (ครั้งที่16)  เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของไอคอนสยาม ที่ได้สร้างสรรค์ Attraction ระดับโลกแห่งใหม่ของประเทศไทยให้เกิดขึ้น ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเชิดชูคุณค่าและความสง่างามของแม่น้ำเจ้าพระยาให้โด่งดังไปทั่วโลก

สำหรับงาน “VIJIT CHAO PHRAYA 2023” เป็นหนึ่งในอีเวนต์ใหญ่ภายใต้โครงการ Thailand Winter Festival ที่ ททท. มุ่งมั่นให้เป็นหนึ่งปรากฏการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่และอลังการกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยได้คัดเลือกพื้นที่จัดการแสดงที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนถึงความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมที่งดงามจากแนวของสายน้ำที่คดโค้งไหลผ่านวัดวาอารามและย่านสำคัญจำนวน 7 พื้นที่ริมน้ำของกรุงเทพมหานคร  โดยความพิเศษในปีนี้ ททท. ได้ขยายเวลาการแสดงเป็น 1 เดือนเต็มตลอดเดือนธันวาคม 2566 แต่งแต้มสีสันแนวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนด้วยนวัตกรรมแสง สี และสื่อผสมสมัยใหม่ ทั้ง Projection Mapping & Lighting ควบคู่กับการผสมผสานวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ให้มีความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการประดับไฟ การฉายภาพบนตัวอาคาร การแสดงพลุ การแสดงทางวัฒนธรรม ฯลฯ ณ บริเวณสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงระหว่างสะพานกรุงธน-สะพานพระราม 3 กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว และผู้เยี่ยมชมทุกคนได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ และความวิจิตรตระการตา ตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

 ชวนสัมผัสประสบการณ์สุดงดงาม ตระการตา ตื่นตาตื่นใจไปกับ การแสดงแสง สี ไลท์ติ้งโชว์ ชุด“ไอคอนสยาม รุ่งโรจน์ด้วยวิจิตรแห่งศรัทธา” ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ส่วนหนึ่งในงาน VIJIT CHAO PHRAYA 2023 ตลอดเดือนธันวาคม 2566 พร้อมกับการแสดงน้ำพุ The ICONIC Multimedia Water Features ที่จะสร้างความประทับใจ และส่งมอบความสุขให้กับทุกคนในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีนี้ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

-(016)

รร.เด็กพิเศษฯ เชิญชวนสัมผัสความสุขไร้เสียง กับละครใบ้หน้าขาวสุดพิเศษ! ผ่านน้องๆนักแสดงบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774712

รร.เด็กพิเศษฯ เชิญชวนสัมผัสความสุขไร้เสียง กับละครใบ้หน้าขาวสุดพิเศษ! ผ่านน้องๆนักแสดงบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก

รร.เด็กพิเศษฯ เชิญชวนสัมผัสความสุขไร้เสียง กับละครใบ้หน้าขาวสุดพิเศษ! ผ่านน้องๆนักแสดงบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.47 น.

ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษ และโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสความสุขในโลกเงียบกับ “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ที่ได้รับการฝึกสอนจากทีมมืออาชีพประเทศฮังการี เพื่อนำรายได้ซ่อมแซมห้องดนตรี และห้องศิลปะสำหรับเด็กพิเศษในการเรียนการสอน พร้อมชมโชว์มายากล ที่ฝึกสอนโดย ทีมทักซิโด้ พัทยา และการแสดงดนตรีน้องๆ มูลนิธิพระมหาไถ่พัทยา วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 ณ โรงละครอัลคาซ่าร์ คาบาเร่ต์โชว์ พัทยา จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนการแสดงด้วยการบริจาค หรือซื้อบัตรเข้าชม “ละครใบ้ หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ได้ที่ เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ นำไปลดหย่อนภาษี ได้  2 เท่า 

​นางสาววรรณวนัช  กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ กล่าวว่า โรงเรียนฯเป็นหน่วยงานภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2550 เพื่อบริหารจัดการศึกษาและฝึกอาชีพเด็กพิเศษ ซึ่งได้แก่ เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก ที่มีอายุระหว่าง 7-30 ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้บริการช่วยเหลือคนพิการในทุกมิติทุกเรื่อง ได้มีทักษะทางด้านวิชาชีพ และทักษะทางสังคมซึ่งปัจจุบันมีเด็กพิเศษที่มารับบริการ การศึกษาขั้นพื้นฐานและฝึกอาชีพกว่าจำนวน 170 คน

ล่าสุด ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษพระมหาไถ่ ในมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้เปิดโครงการศิลปะการแสดง “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้และฟื้นฟูเด็กพิเศษกลุ่มต่างๆ ที่มารับบริการให้มีทักษะด้านศิลปะการแสดงอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการแสดงออกในทักษะด้านศิลปะการแสดง “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ได้อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพ และเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดงแก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งร่วมรณรงค์หารายได้เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษฯอีกด้วย “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กพิเศษได้แสดงออก ซึ่งทักษะความสามารถทางด้านศิลปะการแสดงนี้ โดยสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการกระตุ้นพัฒนาการ สำหรับเด็กพิเศษทางด้านต่างๆ มาโดยตลอด ทั้งนี้ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เน้นการฝึกปฏิบัติจริง ตอบสนองความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก

​สำหรับโครงการศิลปะการแสดง “ละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” นับเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กพิเศษและนำไปสู่การสื่อสารที่ดี เป็นการแสดงที่ใช้สีหน้าและท่าทางในการสื่อสารแทนคำพูด เป็นละครที่ทุกเพศทุกวัย ทุกชาติ สามารถเข้าใจได้ เนื่องมาจากทางโรงเรียนเด็กพิเศษพ่อเรย์ได้รับการสนับสนุนจากทีมอาสาสมัครจากประเทศ Hungary (ฮังการี) มาเป็นวิทยากรฝึกสอน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและบำบัดฟื้นฟูเด็กพิเศษกลุ่มที่มารับบริการ ให้มีการพัฒนาด้านสติปัญญา การเรียนรู้ อารมณ์ สังคม และทักษะความสามารถด้านศิลปะการแสดง

​“โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ มองว่าศิลปะการแสดง เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งในงานศิลปกรรม เป็นงานที่สร้างรากฐานของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ซึ่งจะเห็นว่าแต่ละชุมชน สังคม จะขาดซึ่งงานทางด้านศิลปะเสียมิได้ เนื่องจากงานศิลปะการแสดงเป็นตัวบ่งบอกถึงวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่สะท้อนภาพวิถีการดำเนินชีวิตและยกระดับจิตใจของคนในสังคม ซึ่งในขณะเดียวกัน “ศิลปะ” ยังเป็นเครื่องมือหนึ่งในการนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตของคนพิเศษ ในต่างประเทศมีการใช้ในการบำบัด มานานนับร้อยปี ทั้งสำหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษหรือคนที่ได้รับผลกระทบจากบาดแผลในอดีต

​การนำเอาศิลปะการแสดงในรูปแบบของการเล่นสมมุติ ที่ได้ผ่านกระบวนการจัดเตรียมข้อมูลและวางแผนการเล่นให้เหมาะสมกับวัย และพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เล่น นับว่าเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กพิเศษและนำไปสู่การสื่อสารที่ดีนั้นก็คือ “การแสดงละครใบ้” ศิลปะที่มากกว่าการแสดงละครใบ้ หรือ Pantomime เป็นการแสดงที่ใช้สีหน้าและท่าทางในการสื่อสารแทนคำพูด ละครที่ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ สามารถเข้าใจได้ สามารถแสดงออกมาให้คนดูเข้าใจและสร้างเสียงหัวเราะผ่านทางสีหน้าและท่าทางได้เป็นอย่างดี และยังคงเป็นศาสตร์ในการแสดงที่ต้องเข้าใจบทละครอย่างถ่องแท้ ก่อนจะมาแสดงให้คนดูสนุกได้โดยไม่มีบทสนทนา

​ผู้จัดการโรงเรียนฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษ และโรงเรียนเด็กพิเศษพ่อเรย์ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนการแสดงด้วยการบริจาคและซื้อบัตรเข้าชม “ละครใบ้ หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ได้ที่เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้  2 เท่า  โดยจะจัดแสดงละครใบ้หน้าขาวโดยเด็กพิเศษ” ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 เวลา 13.00น.-15.00 น. ณ โรงละครอัลคาซ่าร์ คาบาเร่ต์โชว์ พัทยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณอัจจิมา 081-723-5949, 083-411-1384

-(016)

รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย คว้ารางวัลออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ จากโครงการพัฒนาทักษะโค้ดดิ้ง นิวซีแลนด์-เอเชียเทค 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774710

รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย คว้ารางวัลออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ จากโครงการพัฒนาทักษะโค้ดดิ้ง นิวซีแลนด์-เอเชียเทค 2023

รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย คว้ารางวัลออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ จากโครงการพัฒนาทักษะโค้ดดิ้ง นิวซีแลนด์-เอเชียเทค 2023

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.44 น.

นักเรียนจากรร.สวนกุหลาบวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศการเขียนโปรแกรมโค้ดดิ้งและการสร้างเว็บไซต์ จากการแข่งขันในโครงการค่ายพัฒนาทักษะโค้ดดิ้งนิวซีแลนด์-เอเชียเทค ประจำปี 2023 (2023 #NZASIATECH CODE CAMP) จากทั้งหมด 6 ประเทศในทวีปเอเชีย ซึ่งได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)

นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการแคมป์พัฒนาทักษะโค้ดดิ้ง นิวซีแลนด์-เอเชียเทค ประจำปี 2023 (2023 #NZASIATECH CODE CAMP จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยความร่วมมือของ ENZ ร่วมกับ Code Avengers ซึ่งเป็นเป็นบริษัทเทคโนโลยีการศึกษาออนไลน์ระดับโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อสร้างเวทีให้นักเรียนและเยาวชนไทยได้มีส่วนในการเข้าร่วมกิจกรรมระดับนานาชาติ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เทคนิคการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบแบบแผน การพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ผ่านประสบการณ์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการทำงานร่วมกับนักเรียนต่างชาติผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมในค่ายสอนโค้ดดิ้งในรูปแบบออนไลน์ ฝึกฝนการสร้างทีมเวิร์ค การเรียนรู้การเขียนโปรแกรมโค้ดดิ้ง และประกวดการสร้างเว็บไซต์ ร่วมกับนักเรียนมัธยมศึกษาจากประเทศนิวซีแลนด์ และอีก 6 ประเทศในทวีปเอเชีย ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) และไทย

การประกวดสร้างเว็บไซต์ในปี 2023 นี้ เป็นการพัฒนาและออกแบบเว็บไซต์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติลำดับที่ 13: การดำเนินการด้านสภาพอากาศ” (United Nations Sustainable Development Goal 13) นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ NZASIATECH CODE CAMP ต้องสร้างเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบในประเทศของตน ซึ่งน้องๆ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง และได้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณจาก ฯพณฯ นายโจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ได้แก่  ด.ช.อภิชพัฒน์ เต็มบุญศรัณย์ (พีค) ม.2 , ด.ช.นับวัน แสงศิริ (นาซ่า) ม.2 , ด.ช.ธรรศ บรรเทิงจิตต์ (ธรรศ) ม.3, ด.ช. ศุภฤกษ์ เสรีสันติวงศ์ (ซัน) ม.3 และด.ช.ชยธร เจริญรัตน์วุฒิกาล (ไอค์) ม.3

น้องๆ เล่าว่า การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ได้รับประสบการณ์ต่างๆมากมาย รวมทั้งได้พัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และมิตรภาพกับเพื่อนๆ นักเรียนต่างชาติอีกด้วย ซึ่งในการนำเสนอการสร้างเว็บไซต์ SDG (Sustainable Development Goals) Goal ที่ 13: Climate Action น้องๆ ได้นำเสนอเกี่ยวกับการจัดการกับปัญหาโลกร้อนของประเทศไทย ใน 3 ด้านหลักๆ คือ พลังงานทางเลือก การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น และการจัดการขยะและของเสีย โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ประกอบไปด้วย ทีม UX/UI ทำหน้าที่ออกแบบและวิเคราะห์ข้อมูลของเว็บไซต์ และ ทีม developers ทำหน้าที่เขียนโค้ดของเว็บไซต์ มีการสร้างตารางเวลาเพื่อจัดระเบียบการทำงาน การเตรียมตัวเขียนบทและฝึกซ้อมร่วมกันก่อนการแข่งขัน ทำให้ได้ฝึกการเรียนรู้วิธีการนำเสนอให้สั้นกระชับและได้ใจความ และมีการนำพร็อปต่างๆ มาใช้ระหว่างการนำเสนอ ประกอบไปกับการที่เว็บไซต์ของทีมเรามีความสวยงามและรูปแบบเนื้อหาที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจถึงปัญหาโลกร้อนและมีการนำเสนอความคิดริเริ่มต่างๆที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมคำนึงถึงการจัดการกับปัญหาโลกร้อนของประเทศไทย ส่งผลให้เราได้รับรางวัลชนะเลิศครั้งนี้

“พวกเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่ง พวกเราทุกคนได้พยายามเป็นอย่างมากเพื่อให้ความรู้ผู้คนเกี่ยวกับการจัดการปัญหาโลกร้อน และได้ใช้ความสามารถของพวกเราอย่างถึงที่สุด พวกเราจึงภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลนี้ การที่พวกเรามาได้ถึงขนาดนี้มาจากความพยายาม ความสามัคคีและการจัดการวางแผนที่ดีในทีมของเรา หากขาดสิ่งเหล่านี้ทีมของพวกเราก็คงไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ และเราก็อยากขอบคุณ คุณครูทุกๆ คนที่คอยสนับสนุนและช่วยเหลือพวกเรา และ ผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้มอบโอกาสนี้ให้พวกเราครับ”ด.ช.ธรรศ บรรเทิงจิตต์ (ธรรศ) กล่าว

น้องๆ ยังเล่าอีกว่า จากการทำงานร่วมกัน นอกจากจะได้ประสบการณ์การออกแบบ UX/UI เว็บไซต์โดยการทำความเข้าใจว่าผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ควรจะได้รับข้อมูลแบบใด ตามลำดับใด ยังทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการจัดการงาน การบริหารหน้าที่ในแต่ละส่วน อย่างเช่น การจัดการ การทำงานระหว่างตัวแอปที่ดีไซน์ไว้จากทีม UX/UI กับทีม developer การสื่อสารให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน หรือการนำเสนอการเปลี่ยนแปลงต่างๆ กับครูอาจารย์ การเข้าแข่งขันครั้งนี้ทำให้เราได้เรียนรู้การทำงานอย่างเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ และได้ฝึกการสื่อสารของแต่ละคนด้วย

-(016)

เหล่าเซเลบริตี้แห่ร่วมพิธีบวงสรวง ‘ชูชัยบุรี ศรีศิวะ มหาเทพ อัญมณี’ พระมหาศิวลึงค์หยก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774689

เหล่าเซเลบริตี้แห่ร่วมพิธีบวงสรวง ‘ชูชัยบุรี ศรีศิวะ มหาเทพ อัญมณี’ พระมหาศิวลึงค์หยก

เหล่าเซเลบริตี้แห่ร่วมพิธีบวงสรวง ‘ชูชัยบุรี ศรีศิวะ มหาเทพ อัญมณี’ พระมหาศิวลึงค์หยก

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.45 น.

มากกว่าอลังการ ยิ่งใหญ่สนั่นประเทศไทย โดนใจสายมู! กับพิธีบวงสรวง “ชูชัยบุรี ศรีศิวะ มหาเทพ อัญมณี” พระมหาศิวลึงค์หยกแห่งเดียวในโลก ที่ยิ่งใหญ่และเลอค่าที่สุดในประเทศไทย จัดจบตื่นตาตื่นใจไปแล้วที่ อาณาจักรชูชัยบุรี ศรีอัมพวา ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม นำโดย เจ้าแม่เพชรพันล้าน ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ จากเพจและช่อง Chuchai the universe https://www.tiktok.com/@chuchaitheuniverse1?_t=8htUWqA1lTd&_r=1

พร้อมเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์เจ้าคณะใหญ่ตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ,พระเทพวชิโรดม (ณัฐเมธี สุภเสโณ) วัดสัมพันธวงศ์ พร้อมเกจิอาจารย์ดัง 9 รูป ทั่วฟ้าเมืองไทยทั้ง 4 ภาค และอาจารย์เชียง ดร.ปัณณวิชญ์ พิบูลธนาภิรมย์ ร่วมประกอบพิธีในครั้งนี้

ในงาน VVIP Exclusive มีพิธีศักดิ์สิทธิ์บูชาอารตีไฟ โดยทีมเดียวกับพราหมณ์แขกพารานสี บินตรงจากอินเดีย สู่สายธารน่านน้ำชูชัยบุรีศรีอัมพวาดาวดังพร้อมใจมา อาทิ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ,อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ,ดีเจต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ โดยมี ปุ๋ย นิทัศน์,ดร.โก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา และบ๊วย เชษฐวุฒิ รับหน้าที่พิธีกรตลอดงาน

นักร้องดัง เก่ง ธชย ก็โชว์ได้สะพรึงมากๆ ดูแล้วขนลุกทั่วร่าง ยังมีขบวนสายมู, Celebrity ,ดาราไฮโซทั่วฟ้าเมืองไทย ชาว Influencer ,Youtuber ,TikToker รวมผู้ติดตามมากกว่า ห้าร้อยล้าน 500,000,000 ทางโซเชียลมีเดีย เข้าร่วมพิธียิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลยกทรัพย์เสริมดวงเด่น ให้ชีวิตธุรกิจการงานการเงินไหลสะพัด จับสิ่งใดสำเร็จเสร็จทุกประการ รวยแรงรวยไว

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เปิดใจดังๆ “พี่จัดงานมาหลายครั้งหลายปีแล้ว แต่พิธีครั้งนี้ ถือว่าจัดใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้ว ส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่ประสบความสำเร็จได้ในทุกวันนี้ เพราะการบูชาพระมหาศิวลึงค์หยก แห่งเดียวในโลก ที่อยู่ในโรงแรม ชูชัยบุรีศรีอัมพวา พี่เชื่อมั่นว่า ถ้าเราคิดดีพูดดีทำดี และตั้งจิตบูชาให้ถูกวิธี สิ่งดีๆ จะเข้ามาในชีวิตเราเอง อยากให้ทุกคนลองมามู มาขอพร แล้วจะได้สมดั่งใจปรารถนา”

บอย ปกรณ์ “เราเห็นกันมานานแล้วว่า เรื่องของปลัดขิก อยู่กับสังคมไทย อยู่กับคนไทยมาตั้งแต่ก่อน คนส่วนหนึ่งก็บูชาขอโชคลาภกันไป ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อยากปังต้องพิสูจน์เอง ต้องมาบูชาพระมหาศิวลึงค์หยก แห่งเดียวในโลกที่ชูชัยบุรีศรีอัมพวา”

อาร์ต พศุฒม์ “ผมได้ยินชื่อเสียงความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์มานาน เพราะพระมหาศิวลึงค์หยก ที่สร้างไว้หน้ารีสอร์ทชูชัยบุรีศรีอัมพวา มานานแล้ว อยากให้ทุกคนมาเจอเอง มากราบไหว้บูชาเอง แล้วจะรู้เองชัดๆ”

จบแฟชั่นโชว์สุดตะลึง มาถึงช่วงประมูลศิวลึงค์ 3 ชิ้นในโลก แพงสุด 560,000 บาท เป็นศิวลึงค์ ทองคำฝังเพชร ผู้ที่ประมูลได้ไปคือ บีม ณัฏฐ์ชิชา ผ่องสุวรรณา ส่วนอีก 2 ชิ้นที่ประมูลได้คือ คุณวีระกิตติ์ เอกอัครวิจิตร และคุณสุดาญา เกษมวุฒิรัช

สำหรับ ศิวลึงค์ สัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถบันดาลปาฎิหาริย์ อำนวยพรให้แก่ผู้ที่ศรัทธา ให้ทุกสิ่งสมดั่งใจปรารถนา ในส่วนของการถวายบูชาศิวลึงค์ จะต้องบูชาด้วยดอกไม้ ผ้าอย่างดี เครื่องหอม สีชาด และเครื่องบูชาต่างๆ สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ FB chuchai the universe https://www.facebook.com/Chuchaitheuniverse หรือไลน์ @chucollection

-(016)