ฟังกันจุกๆ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า พลังล้นจัดเต็มเกือบ100เพลง คอนเสิร์ตแคมป์ไฟ ดนตรีมาลีฮวนน่าครั้งที่ 10

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774012

ฟังกันจุกๆ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า พลังล้นจัดเต็มเกือบ100เพลง คอนเสิร์ตแคมป์ไฟ ดนตรีมาลีฮวนน่าครั้งที่ 10

ฟังกันจุกๆ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า พลังล้นจัดเต็มเกือบ100เพลง คอนเสิร์ตแคมป์ไฟ ดนตรีมาลีฮวนน่าครั้งที่ 10

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.57 น.

พลังล้นเหลือ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า จัดเต็มเกือบ 100 เพลง ชวน อี๊ดฟลาย เหน่ง Y NOT 7 ตั๊ก ศิริพร นกแล ขึ้นคอนเสิร์ต อ.ไข่ มาลีฮวนน่า จัดเต็มเกือบ 100 เพลง คอนเสิร์ต แคมป์ไฟดนตรีมาลีฮวนน่าครั้งที่ 10 โก๋ เก๋า เกร๋ กัญ #นัดวินเทจ ที่ผ่านมา 6โมงเย็นถึง6โมงเช้า ยันหว่างจริงๆ แฟนเพลงสู้ไม่ถอยเช่นกัน ขอบคุณที่มาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวมาลีฮวนน่า อบอุ่น เป็นกันเอง เหมือนเดิมทุกปี ถือว่าเป็นคอนเสิร์ตครอบครัว หลายคนพาลูกจูงหลานมาด้วยบรรยากาศอบอุ่นมากๆ นอกจากนี้วัยรุ่นหนุ่มสาวก็มาอย่างเนืองแน่นในชุดวินเทจ เป็นภาพที่น่าประทับใจ งานนี้ อ.ไข่ ให้ความสำคัญกับสื่อมวลชน อยากขอบคุณสื่อที่ช่วยประชาสัมพันธ์งานให้ ด้วยการให้บู๊ทเอาอะไรมาขายก็ได้เห็นทุกคนขายดีก็แฮปปี้ ปีหน้าจะชวนมาขายกันอีกแน่นอน

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่บ่ายโมง มีแตะฟุตบอล วิ่งกระสอบ และ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ได้เดินทักทายถ่ายรูปกับแฟนเพลงแบบใกล้ชิด ก่อนเริ่มคอนเสิร์ตตอนหกโมงเย็น เปิดตัวช่วงแรกแสงจันทร์นำทาง ด้วยการอ่านบทกวี โดย จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรท์ หลังจากนั้น อ.ไข่ ร้องแบบเต็ม 4ชั่วโมงรวด อาทิเพลงเทียมฟ้า, แดดสุดท้าย, ลัง, ลมเพลมพัด, หัวใจละเหี่ย, หัวใจพรือโฉ้, เรือรักกระดาษ, เขเรือ, ออกเล, เด็กน้อย, จันทร์เจ้าเหอ, ถนนแปลกแยก, กลับกลาย, รักหยบหยบ, สำนึก และปิดโชว์แรกเป็นเพลงแต่งใหม่เพื่อคอนเสิร์ตนี้เพลงโก๋ เก๋า เกร๋ กัญ 

ต่อด้วยศิลปินซุปตาร์อารมณ์ดี ตั๊ก ศิริพร จัดเพลงโดนใจ ฉันไม่ใช่นางเอก, หมดห่วง, ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่ 

 มาโอ๊ เย โอ๊ เย โยกย้ายสนุกสนานกันต่อกับวงนกแล อีกหนึ่งตำนานยุค 80 คอนเสิร์ตคนจน, นกแล, หนุ่มดอยเต่า,อุ๊ย, ลองดู, อย่าลืมน้องสาว และอีกเพียบ ขึ้นเพลงไหนมาก็ร้องตามได้ทุกเพลง 

ช่วง2 ขบถในคนเลว อ.ไข่ จนเพลงดังมาอีกเพียบ อาทิ เพียงลมพัดผ่าน,สมิหลา, พร้าว, พี่ชายที่แสนดี, นกกรงหัวจุก, หมาหยอกไก่, คนเลว, ไม่พลาดเพลงฮิตในตำนานต้องมี แสงจันทร์ เพลงตรงคอนเซ็ปท์งาน หนุ่มวินเทจ สนุกกันหน่อยกับรำวงวินเทจ แขกรับเชิญพิเศษ อ. พยัพ คำพันธุ์ มาพร้อม ฟ้า ขวัญนคร ร้องเพลงรักจางที่บางปะกง สาวรำวง, สวรรค์ชาวนา และเอาใจสหายกันหน่อย กับเพลงสหายสุรา ชวนให้ออกมาโจ๊ะๆ หน้าเวทีกันอย่างสนุกสนาน 

ตามมาติดๆแบบไม่ขาดช่วง โชว์พิเศษ วง CHESS-K นักร้องสาวพลังร็อค จากประเทศเวลส์ เซอร์ไพรส์แฟนเพลงมาลีฮวนน่าร้องเพลงหมาหยอกไก่ 

ยิ่งดึกยิ่งมันส์ อี๊ดฟลาย ร็อคอบอุ่น โชว์ลีลาท่าเท่ๆสไตล์อี๊ดฟลาย กับเพลงบิน, ยังไม่ไปไหน, 2000, ชีวิตเป็นของเธอ, สนุกแบบนันสต๊อปเมดเลย์เพลงมันส์พายุ-อิจฉา-แพ้คนสวย-วัว, บัวช้ำ, นางฟ้ากับควาย, ชาวนา, จิ๊จ๊ะ และใบไม้ 

ใกล้สว่างมาต่ออารมณ์อย่างต่อเนื่องเหน่ง Y NOT 7 ร็อกอัลเทอร์เนทีฟ มาปลุกทุกคนให้คึกคัก กับเพลงเย้เย้, ค่อยๆพูด, กองไว้, คำมักง่าย, เรื่องขี้หมา และ ทิ้งรักลงแม่น้ำ สาดความมันส์ก่อนรุ่งสาง

ช่วงสุดท้าย รุ่งสางมิร้างหวัง อ.ไข่ ส่งแฟนเพลง ด้วยเพลงแสงจันทร์,ช่อมาลี, ไปไกล และ อาวรณ์ ปิดท้ายด้วยการแจกลายเซ็นต์ให้แฟนเพลงทุกคน ขอบอกพลังล้นๆ ไม่เหนื่อยกันเลยทีเดียว จัดไปเกือบ100เพลง ฟังกันแบบจุกๆไปเลย เชื่อว่าสาวกมาลีฮวนน่าอิ่มเอมหัวใจ เต็มอิ่มแน่นอน ขอบคุณแฟนๆครอบครัวมาลีฮวนน่าทุกๆคนมากๆ ปีหน้าพบกันในคอนเสิร์ต 30 ปี มาลีฮวนน่า เร็วๆนี้ ติดตามข่าวสารได้ที่ Fb: Maleehuana Official และ @maleehuana.co 

‘บอส-ดรีม’พาชิม 3 ร้านจัดจ้านย่านเสาชิงช้า พร้อมเปิดตัว’บิว’พิธีกรใหม่คู่’อาย’ ใน’กินไหน ไปด้วยกัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774010

'บอส-ดรีม'พาชิม 3 ร้านจัดจ้านย่านเสาชิงช้า พร้อมเปิดตัว'บิว'พิธีกรใหม่คู่'อาย' ใน'กินไหน ไปด้วยกัน'

‘บอส-ดรีม’พาชิม 3 ร้านจัดจ้านย่านเสาชิงช้า พร้อมเปิดตัว’บิว’พิธีกรใหม่คู่’อาย’ ใน’กินไหน ไปด้วยกัน’

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.53 น.

อิ่มอร่อยกันต่อกับ “กินไหน ไปด้วยกัน” สัปดาห์นี้ 2 หนุ่ม “บอส-ดรีม” พาชิม 3 ร้านสุดจัดจ้านย่านเสาชิงช้า และไปตะลุยต่อกับ“อาย ศรสวรรค์”ที่คราวนี้จะพาเที่ยวพร้อมพิธีกรคู่หูน้องใหม่ “บิว ณัฐพล” ประเดิมที่ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” เที่ยงวันอาทิตย์นี้ เจอกันหน้าจอช่อง 7HD

รายการกินไหน ไปด้วยกันสัปดาห์นี้หอบความสนุกมาฝากผู้ชมเต็มอิ่มเช่นเคยโดย2 พิธีกรบอส-ชนกันต์ และ ดรีม-ปุณณฤกษ์ พาลุย 3 ร้านจัดจ้านย่านเสาชิงช้า  เริ่มที่ส.หน้าวังร้านอาหารตามสั่งที่มีหลากหลายเมนูให้เลือกทาน แต่ที่โด่งดังต้องยกให้ หมี่ผัดกระเฉด สุกี้รสเด็ดไปต่อกันที่ร้านมิตรโกหย่วน ร้านอร่อยระดับตำนาน กับสูตรอาหารดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน   ปิดท้ายกับ  บัวลอยเกตุแก้ว บัวลอยกะทิสดเจ้าดังในตำนาน จุดเด่นเม็ดบัวลอยสีสันจากธรรมชาติมีความสดใสน่ารัก

อร่อยจัดเต็มกันแล้ว ไปเที่ยวชมวิวทะเลใต้สวย ๆกันต่อ ที่คราวนี้อาย-ศรสวรรค์ไม่เหงา อีกต่อไป เพราะมีพิธีกรคู่หูที่จะตะลุยไปกับอายทุกที่ เป็นนักแสดงหนุ่มหล่อสุดฮอต “บิว-ณัฐพล”ประเดิมกับการทำหน้าที่พิธีกรน้องใหม่ ด้วยการพาเที่ยวทะเลสวย ๆ ที่“อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” แหล่งดำน้ำที่สวยติดอันดับโลก ตะลุยทั้งบนบก ชมป่าบนเกาะ เช็กอินจุดชมวิว ตามหาสัตว์หาดูยากและลงใต้น้ำไป Say Hi กับเหล่าปะการังและเหล่าปลาตัวน้อย จะสวยขนาดไหน อย่าลืมปักหมุดพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

งานนี้ สายเที่ยว สายลุย  สายกิน ต้องไม่พลาด ชมครบทุกเรื่องราวนี้ในรายการกินไหนไปด้วยกันวันอาทิตย์ที่ 10ธันวาคมนี้เวลา 12.05 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35และดูย้อนหลังได้ทางBUGABOO.TVYouTube: Ch7HD

และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘BEARBEARY’เปิดตำนานแห่งความเย็นสงบของขั้วโลก คว้า!! ‘บีม กวี และครอบครัว’โชว์ยีนส์คอลเลคชั่น Polar Glacier ประชัน ‘บอส ckm’ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774009

'BEARBEARY'เปิดตำนานแห่งความเย็นสงบของขั้วโลก คว้า!! 'บีม กวี และครอบครัว'โชว์ยีนส์คอลเลคชั่น Polar Glacier ประชัน 'บอส ckm'ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่

‘BEARBEARY’เปิดตำนานแห่งความเย็นสงบของขั้วโลก คว้า!! ‘บีม กวี และครอบครัว’โชว์ยีนส์คอลเลคชั่น Polar Glacier ประชัน ‘บอส ckm’ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.52 น.

ส่งท้ายปลายปีแบบไม่มีมโน ด้วย “BEARBEARY” กางเกงยีนส์ในฝันที่มีอยู่จริง จับมือห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เปิดตัวแฟชั่นโชว์ส่งท้ายปลายปีอย่างยิ่งใหญ่กับ Bearbeary Reconfident  ปรากฏการณ์ด้านแฟชั่นชุดยีนส์ที่พร้อมให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าค้นหาคีย์ไอเท็มหลักที่จะทำให้ทุกๆ วันของคุณเท่ห์ มีสไตล์โดดเด่นเกินใคร มาพร้อมกับดีไซน์และ Signature ที่เริ่มต้นด้วยการนำแรงบันดาลใจจากธารน้ำแข็งขั้วโลกเหนือมาเข้าสู่โลกแห่งแฟชั่นที่ทันสมัย พร้อมกับสไตล์ jacquard denim ที่เป็นการผสมผสานความสง่างามและความเข้ากันได้กับแฟชั่นอย่างลงตัว
งานนี้ยังได้ Family Icons อย่างครอบครัวตันจรารักษ์ นำทีมด้วย บีม กวี และออย อฏิพรณ์ จูงสองแฝดพี่ธีร์และน้องพีร์ มาโชว์ยีนส์คอลเลคชั่น Polar Glacier นำเสนอความเย็นของขั้วโลกให้กลายมาเป็นสไตล์แฟชั่นที่ทันสมัย เส้นลายจากธารน้ำแข็งขั้วโลกเหนือเป็นแรงบันดาลใจให้กางเกงนี้มีลักษณะเด่นและเป็นเอกลักษณ์และยังคงความเป็น bearbeary อยู่เสมอ พร้อมด้วยเหล่านางแบบชั้นนำอีกคับคั่ง และยังแอบเซอร์ไพร้ส์ด้วยหมัดเด็ดอย่าง บอส ชัยกมล หรือ บอส ckm ที่สวมใส่ผ้า Cotton คุณภาพสูง 100% พรีเซนต์ได้ถึงความสบาย นุ่ม น้ำหนักที่พอเหมาะพอดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแฟชั่นที่ดูดีและทนทานตลอดทั้งวัน เรียกเสียงกรี๊ดจากด้อมดังสนั่นลั่นลานโปรโมชั่นชั้น 1 หน้าโรบินสัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9 เลยทีเดียว

ด้าน “คุณวินิศา ดวงจินดา”  ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผู้บริหารหญิงและนักออกแบบ กล่าวเพิ่มเติมว่า “bearbeary คอลเลคชั่น Polar Glacier ที่เราออกแบบให้แรงบันดาลใจจาก ธารน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ด้วยสไตล์ jacquard denim และผลิตจาก Cotton คุณภาพสูง 100% ต้อนรับ Winter และนอกจากที่ Bearbeary เราจะโดดเด่นด้านดีไซน์แล้วยังรักโลกอีกด้วย เราผลิตเส้นใยจากธรรมชาติ ซื่งผ้าของเราในการซักแต่ละครั้งใช้น้ำน้อยมาก ซึ่งวันนี้ในการออกแบบโปรดักชั่นทางแบรนด์ก็เน้นการออกแบบใช้ซ้ำได้  อย่างเก้าอี้ที่เรานั่งภายในงานสามารถพับและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งการจัดงานในปีนี้มาจากความตั้งใจที่จะส่งต่อทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ ตลอดจนการทำให้แนวคิด Sustainability เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน bearbeary จึงพิถีพิถันในทุกกระบวนการ นับตั้งแต่การเลือกสถานที่ อาหาร วัสดุตกแต่ง รวมถึงออกแบบกิจกรรมที่ให้ทุกคนได้เรียนรู้เรื่องความยั่งยืนด้วยความสนุกสนาน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ปีนี้เรื่อง Sustainability ยืนหนึ่ง เป็นกลยุทธ์ที่ทุกธุรกิจต้องใส่ใจ”






 

‘SYS’ ร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน บริจาคให้ 3 มูลนิธิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774064

‘SYS’ ร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน บริจาคให้ 3 มูลนิธิ

‘SYS’ ร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน บริจาคให้ 3 มูลนิธิ

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

SYS เหล็กไทยหัวใจกรีน ส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพดี พร้อมร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน จัดกิจกรรมเชิญชวนพนักงาน ออกกำลังกายสะสมก้าวเดิน-วิ่งในระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเปลี่ยนทุกย่างก้าวเป็นเงินบริจาคผ่าน 3 องค์กรการกุศลเพื่อเด็กด้อยโอกาส ผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ และผู้ป่วย HIV

บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีมไวด์แฟลงก์ชั้นนำของประเทศ ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งให้ความสำคัญกับคน ชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแล ห่วงใยและใส่ใจในเรื่องสวัสดิภาพของพนักงานในองค์กร ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้ตามที่วางไว้โดยเมื่อเร็วๆ นี้ SYS ได้จัดกิจกรรม Run for Charity…Run for Health “วิ่งด้วยกันปันน้ำใจ” เพื่อส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน โดยรณรงค์และกระตุ้นให้ชาว SYS ได้มีโอกาสออกกำลังกายหรือขยับร่างกายหลังเลิกงาน ด้วยการเดินหรือวิ่ง และเก็บสะสมก้าวเดิน-วิ่งในระยะเวลา 2 เดือนแปลงเป็นเงินบริจาคให้กับองค์กรการกุศลที่พนักงานสามารถเลือกมอบได้เองรวมจำนวน 3 มูลนิธิ กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยให้พนักงานได้มีโอกาสในการออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองแล้ว ยังร่วมสร้างจิตสำนึกให้พนักงานรู้จักการแบ่งปันให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมโดยเป็นผู้คัดเลือกองค์กรการกุศลที่ต้องการทำบุญจากก้าวเดิน-วิ่งของตนเอง กติกาคือให้พนักงานสามารถร่วมกิจกรรมเป็นทีม ทีมละ 5 คน เก็บสะสมก้าวเดิน-วิ่งร่วมกันเป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งพนักงานจะต้องเดินหรือวิ่งไม่น้อยกว่าวันละ 3 กม. ขึ้นไป มีพนักงานเข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 161 คน คำนวณเป็นเงินบริจาคได้รวมทั้งสิ้น 105,000 บาท ซึ่งทางบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบตัวเงินที่ใช้สำหรับการบริจาคทั้งหมด

ทั้งนี้ SYS ได้คัดเลือกองค์กรการกุศล 3 แห่งที่มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือกับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสและเป็นผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้แก่ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยาที่ให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ศูนย์ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV คามิลเลียน โซเชียล เซ็นเตอร์ ระยอง และมูลนิธิสร้างรอยยิ้มที่ให้ความช่วยเหลือในการรักษาผ่าตัดผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ นิ้วติด นิ้วเกิน และความผิดปกติบนใบหน้า โดยมีผู้บริหารและตัวแทนพนักงานจาก SYS เข้ามอบเงินบริจาค ดังนี้ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา จำนวน 35,000 บาท มอบโดย สุรศักดิ์ พูลเกิด ผู้จัดการโรงงานห้วยโป่ง, ศูนย์ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV คามิลเลียนโซเชียล เซ็นเตอร์ ระยอง จำนวน 35,000 บาทมอบโดย ปิยะ ชัยรัตน์ ผู้จัดการโรงงานมาบตาพุด และมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม 35,000 บาทมอบโดย พงษ์ศักดิ์ แห่ล้อม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ SYS ได้สนับสนุนเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส ให้เติบโตในสังคมอย่างเท่าเทียม

คุณแหน : 9 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774061

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ จัดงานวันคืนสู่เหย้า ชาวธรรมศาสตร์ 10 ธ.ค.15.00 น.ฟังอภิปรายหัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัล” โดย พิชัย ชุณหวชิรที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบมจ.ดุสิตธานี 18.00 น. … งานนี้ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานจัดงาน และ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี เชิญสังสรรค์พร้อมชมโชว์พิเศษจากมหกรรมศิลปินนักร้อง T.U.Band…ขอขานข้อความสั้นๆ “ธรรมศาสตร์รักกันๆๆ”…

●● วันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ครอบครัว“ปลาทอง” ปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง เมื่อ พ่อปลา-พล.ต.ต.ดร.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ได้รับรางวัลเกียรติบัตร “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ” ในฐานะที่เลี้ยงดูเอาใจใส่ทุ่มเทให้ลูกสาวทั้งสองประสบความสำเร็จและสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ…เริ่มจาก พี่นกยูง-ปีย์รดา นักเรียนทุนรัฐบาลไทย ศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมพลังงานทดแทน ณ ประเทศญี่ปุ่น และ น้องนกยูง-พญ.ปารวีทำงานที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม…ในโอกาสเดียวกันนี้ พญ.ปารวี ก็เข้ารับรางวัลโล่เกียรติคุณ “ผู้สนับสนุนงานวันพ่อแห่งชาติ”ด้วย โดย พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ผู้แทนพระองค์เป็นผู้มอบรางวัลดังกล่าว…ขอแสดงความยินดีด้วย…

●● เรื่องวันพ่ออีกเหมือนกัน ข่าวว่าลูกชายทั้งสองคนของ คุณแม่สมจิตร คล้ายพงศ์พันธ์ุ ช่วยกันลงขันซื้อรถเบนซ์คันงามให้คุณพ่อ…อย่างไม่ต้องรั้งรอ คุณแม่ขอประเดิมนั่งเป็นแม่ย่านางก่อนใคร…ให้พ่อก็ประหนึ่งให้แม่ แน่แท้จริงเชียว…

●● มีลูกหลานเก่งมีความสามารถ บรรพบุรุษก็หน้าบานกันไป…เป็นครั้งแรกที่ น้ำขิง-อิงวา จารยะพันธ์ุ ลงแข่งขัน แล้วได้คะแนนสูงสุด ในการแข่งขันเปียโน จาก London Classic Music Award เด็กๆ ระดับเกรด 5-8…สร้างความปลาบปลื้มให้แก่ คุณปู่ ดร.เผดิมศักดิ์-คุณย่า ดร.ศรีสุดาจารยะพันธ์ุ พร้อมด้วย คุณตา-คุณยายเป็นยิ่งนัก…

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธ์ุ และน้องๆ ได้แก่ รศ.นพ.ฉันชาย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ชัชชาติ
ผู้ว่าฯ กทม. ที่สูญเสียคุณแม่จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ ไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. (ซึ่งวันที่ 9 ธ.ค.จะตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบ 88 ปี) ..พิธีรดน้ำศพ 9 ธ.ค. 17.00 น. ณ ศาลาพีชานนท์ วัดธาตุทอง สวดพระอภิธรรม 9-15 ธ.ค. 18.30 น. และฌาปนกิจ 17 ธ.ค. 17.00 น. …

●● พรทิพย์ (โตสกุล) ชื่นศิริพงษ์ อดีตเลขานุการกรม กรมควบคุมมลพิษ ถึงแก่กรรม กำหนดสวดพระอภิธรรม ที่ศาลา 1 วัดศรีเอี่ยม 18.00 น.ถึง 9 ธ.ค. พระราชทานเพลิงศพ 10 ธ.ค. 14.00 น….

●● เพื่อนๆ แมสคอม มช. 19 ใจหายกับการจากไป เมื่อตอนต้นเดือนของ รศ.ไพศาล อินทสิงห์ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่ง รศ.ไพศาล ได้แจ้งความประสงค์อุทิศร่างกายเป็น “อาจารย์ใหญ่” ให้แก่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร…ขออนุโมทนาในบุญกุศลที่ได้ทำทั้งหมดนี้ส่งให้ดวงวิญญาณของ รศ.ไพศาล อินทสิงห์สู่สุคติด้วยเทอญ !!…●●

บารอนเนส

เบื้องหลังความวิจิตรของนาฏศิลป์ชั้นสูง‘โขนราชสำนัก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774108

เบื้องหลังความวิจิตรของนาฏศิลป์ชั้นสูง‘โขนราชสำนัก’

เบื้องหลังความวิจิตรของนาฏศิลป์ชั้นสูง‘โขนราชสำนัก’

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กว่าจะออกแสดงได้นั้น ตัวแสดงทุกตัวต้องผ่านการคัดเลือก และต้องฝึกซ้อมอย่างหนักมาก เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด แล้วที่สำคัญคือในการแสดงนั้นยังมีผู้ร่วมงานอีกหลายร้อยชีวิต โดยทุกคนตั้งใจอย่างมากที่จะให้การแสดงหน้าฉากออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับตัวแทนนักแสดงโขน ตอนกุมภกรรณทดน้ำ ซึ่งมีทั้งผู้แสดงเป็นกุมภกรรณ หนุมาน และนางกำนัลที่รับบทหนุมานแปลงกาย โดยทุกคนบอกตรงกันว่าการแสดงโขนที่ออกมางดงามสมบูรณ์แบบนั้นมีองค์ประกอบมากมาย และต้องได้รับความร่วมมือจากคณะทำงานหลายร้อยชีวิต

คุณวุฒิชัย นราแก้ว รับบทกุมภกรรณ ตอนรบกับหนุมาน และตอนเห็นนารายณ์สี่กร

● สวัสดีครับ ปีนี้รับบทสำคัญมากคือกุมภกรรณในฉากสำคัญ โดยเฉพาะช่วงที่ต้องศรพระราม กราบถวายบังคมพระรามขออภัยโทษที่ได้ล่วงเกิน บทนี้สำคัญอย่างไรครับ

คุณวุฒิชัย : สำหรับบทรบกับหนุมานก็ถือได้ว่าต้องใช้กำลังในการแสดงค่อนข้างมาก เป็นฉากที่เร้าใจผู้ชม แต่สำหรับฉากที่ต้องศรพระราม จนใกล้จะตายนั้น ฉากนี้สำคัญมาก เพราะผู้กำกับการแสดง (ครูศุภชัย จันทร์สุวรรณ) ต้องการนำเสนอให้เห็นว่า กุมภกรรณนั้นไม่รู้มาก่อนว่าพระรามคือพระนารายณ์อวตาร แต่เมื่อรู้แล้วก็ขอถวายบังคมขออภัยโทษที่ล่วงเกิน แล้วยังมีความสำคัญอีกตรงที่กุมภกรรณได้สอนให้พิเภกจงดำรงตนอยู่ในลู่ทางที่เหมาะสม ถวายความจงรักภักดีต่อพระราม และตั้งใจถวายงานไปจนกว่าจะถึงวันตาย ฉากนี้นับว่าสำคัญมาก เพราะแสดงถึงความสำนึกผิดที่ได้ล่วงเกินพระนารายณ์ และความรักใคร่หวังดีที่พี่มีต่อน้อง 

● เป็นแง่คิดที่ให้ข้อเตือนใจที่ดีมากครับ ขอถามต่อครับ กุมภกรรณที่แสดงในตอนนี้ ใช้ตัวแสดงทั้งหมดกี่คนครับ

คุณวุฒิชัย : ทั้งหมด 12 ตัวครับ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวแสดง โดยจะแบ่งบทกันไปตามความเหมาะสม เพราะบางบทแสดงยาก ก็ต้องให้ชั้นครูรับบทไป เช่น ฉากยกรบ ฉากต้องศรพระราม เป็นต้น ส่วนฉากอื่นๆ ที่แสดงได้ง่าย ก็มอบให้ตัวแสดงรุ่นใหม่ หรือนักศึกษาของวิทยาลัยนาฏศิลป์รับไป เพื่อเป็นการฝึกซ้อมสำหรับการแสดงในปีต่อๆ ไปสำหรับตัวแสดงในแต่ละกลุ่มจะแบ่งบทตามนี้ คือ ตอนอยู่ในท้องพระโรงกรุงลงกา เข้าเฝ้าทศกัณฐ์ ตามมาด้วยตอนอยู่กับนางคันธมาลี และตอนทำพิธีทดน้ำ ตอนตรวจพลรบ และตอนยกรบ แล้วปิดท้ายด้วยตอนกราบถวายบังคมขออภัยโทษพระราม แต่ละตอนจะมีความยากความง่ายต่างกันไป สำหรับผมนั้นได้มีโอกาสร่วมงานกับโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯมากว่า 10 ปี เริ่มมาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา จนปัจจุบันเป็นครูสอนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ผมรับบทในโขนมูลนิธิฯ มาแล้วหลายบท เช่น เป็นอินทรชิตในตอนนาคบาศ เป็นทศกัณฐ์ในตอนสืบมรรคา เป็นไมยราพในตอนสะกดทัพ แล้วปีนี้รับบทกุมภกรรณครับ

● รับบทสำคัญคือยักษ์ชั้นสูงมาตลอด ขอทราบว่าการที่จะได้รับบทสำคัญนี้ มีปัจจัยพื้นฐานอะไรบ้างครับ

คุณวุฒิชัย : ครูท่านจะดูจากรูปร่าง และการแสดงของเราเป็นสำคัญว่าเราเหมาะกับตัวละครใด อย่างตัวผมนี้มีรูปร่างสูงใหญ่พอประมาณครูท่านให้รับบทยักษ์ โดยแรกๆ ผมก็ฝึกท่าของตัวละครต่างๆ ตามหลักสูตรการเรียน แต่เมื่อเรียนแล้วครูท่านมอบบทยักษ์ให้ จริงๆ แล้วผมก็เคยรับบทพระ แต่ทว่าเมื่อพูดตามหลักความถนัดแล้ว ผมแสดงบทพระได้ไม่ดีเท่าเพื่อนที่รับบทพระมาโดยตลอด คือ ในการแสดงโขนนั้นตัวละครจะต้องเล่นบทอื่นๆ ได้ด้วย แต่สุดท้ายก็จะเน้นเฉพาะบทที่แต่ละคนถนัดมากที่สุด เพื่อให้การแสดงออกมาดีที่สุด คนรูปร่างสูงอย่างผม หากไปรับบทหนุมานก็ไม่เหมาะ เพราะไม่เข้ากับบุคลิกลักษณะของหนุมาน มันเป็นเรื่องของการฝึกซ้อมและความถนัดที่ต้องเป็นไปตามบุคลิกลักษณะและรูปร่างเป็นสำคัญครับ

● โขนตอนกุมภกรรณทดน้ำ มีความโดดเด่นที่สุดตรงไหนครับ

คุณวุฒิชัย : ก่อนอื่นต้องเล่าว่าตอนนี้ต่อมาจากตอนศึกโมกขศักดิ์ที่พระลักษมณ์ต้องหอกโมกขศักดิ์ แล้วเมื่อพระลักษมณ์ไม่สิ้นชีพ ก็ต้องมีตอนต่อคือตอนกุมภกรรณทดน้ำ คือการที่กุมภกรรณเนรมิตกายให้ใหญ่โตเท่าภูเขาแล้วไปขวางทางน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำไปถึงบริเวณที่ตั้งทัพของเหล่าวานร ทหารของพระราม ฉากนี้ก็ดูแล้วสนุก เพราะมีเทคนิคพิเศษน่าสนใจแต่ฉากที่สำคัญที่สุดคือฉากสุดท้ายเมื่อกุมภกรรณต้องศรพระรามแล้ว เมื่อใกล้จะสิ้นชีพ ก็เห็นว่าพระรามคือพระนารายณ์สี่กร กุมภกรรณก็รู้แล้วว่าตนได้กระทำผิดต่อพระนารายณ์ จึงขอพระราชทานอภัยโทษที่ล่วงเกินแล้วก็มีฉากพี่สอนน้อง น้องคือพิเภก ซึ่งกุมภกรรณได้สอนพิเภกให้จงรักภักดีต่อพระรามตลอดไป และสอนถึงหลักการดำรงชีวิตให้อยู่ในลู่ทางแห่งความดี ซึ่งตอนนี้กินใจผู้ชมเป็นอย่างมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วกุมภกรรณไม่ใช่ยักษ์เลวร้าย แต่ที่ต้องออกรบกับกองทัพพระราม เพราะเห็นแก่พี่ชาย คือทศกัณฐ์ เมื่อพี่ชายสั่งให้ทำก็จึงต้องทำ

● ถามเรื่องการแสดง เพราะเห็นว่าแม้จะแสดงมาหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังต้องซ้อมอยู่เสมอ ช่วยเล่าความสำคัญของการซ้อมตลอดเวลาให้ทราบด้วยครับ

คุณวุฒิชัย : จำเป็นต้องซ้อมตลอดเวลาครับ เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ขอเล่าให้ฟังว่าการแสดงโขนของตัวละครที่ต้องสวมหัวโขนมีความจำเป็นมาก เพราะเมื่อสวมหัวโขนแล้วผู้แสดงจะเห็นภายนอกโดยการดูจากช่องลูกตาที่เจาะไว้เท่านั้น แต่ภายในหัวโขนจะมืดมาก ประกอบกับตัวแสดงมีหลายตัว ก็จึงต้องฝึกซ้อมเสมอๆ เพื่อให้จังหวะการแสดงลงตัว ขอเล่าเพิ่มเติมครับ เมื่อสวมหัวโขนแล้วมองออกไปจากช่องลูกตาเล็กๆ ทำให้การแสดงยากกว่าการเปิดหน้า เพราะบางครั้งแสงไฟส่องเข้ามาในตาของนักแสดงทำให้อาจจะเกิดการผิดพลาดเรื่องตำแหน่งที่แสดงบนเวที ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงน้ำหนักของเครื่องทรงที่หนักหลายกิโลกรัม เพราะฉะนั้น จึงต้องฝึกซ้อมตลอดเวลา ต่อให้แสดงมาแล้วหลายรอบก็ตาม เพราะบางครั้งเมื่อเกิดปัญหาเฉพาะหน้า จะได้แก้ไขได้ทันการณ์ 

● เมื่อสวมหัวโขนแล้ว ทำไมหัวโขนจึงยังตรึงอยู่ได้ แม้จะมีบทรบ หรือมีบทกระโดดตีลังกา โดยเฉพาะเหล่าวานรตัวเอก เช่น หนุมาน 

คุณวุฒิชัย : ศีรษะโขนเป็นของส่วนรวม แต่เมื่อเรารับบทใด เราก็สวมหัวโขนตัวนั้น ดังนั้นหัวโขนจึงไม่ได้ fixed กับศีรษะของตัวแสดงอย่างลงตัวมากนัก เราต้องมีฟองน้ำเสริมเพื่อให้พอดีกับศีรษะ และต้องมีเชือกคาบ คือการขวั้นเชือกแล้วนำเชือกนั้นไปติดกับไม้ไผ่เหลาเป็นอันเล็กๆ แล้วใช้ไม้ไผ่กับเชือกคาบติดกับช่องที่บริเวณปากของหัวโขน แล้วตัวแสดงต้องคาบเชือกไว้ตลอดเวลาที่แสดง เพื่อให้หัวโขนไม่หลุดล่วง ซึ่งนี่ก็นับเป็นความยากอีกประการหนึ่งของการแสดงโขน โดยเฉพาะตัวละครที่ต้องสวมหัวโขนตลอดเวลา แล้วยังต้องมีบทรบ หรือบทกระโดดตีลังกา ที่เล่ามานี้คือบางช่วงบางตอนของการแสดงหน้าฉากเท่านั้น หากจะพูดถึงการแสดงโขนจริงๆ ยังต้องพูดถึงผู้ร่วมงานอีกมากมายหลายร้อยชีวิต เช่น นักร้อง นักดนตรี นักพากย์ ช่างแต่งองค์ทรงเครื่อง ช่างผม ช่างแต่งหน้า ช่างไฟ ช่างเทคนิค ผู้ฝึกซ้อม ผู้กำกับการแสดง และคนอื่นๆ ที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องทำงานต่างๆ ให้ประสานกันลงตัวมากที่สุด ซึ่งต้องบอกว่าการแสดงโขนแต่ละครั้งต้องใช้สรรพกำลังของคนหลายร้อยคนเพื่อให้การแสดงหน้าฉากออกมาดีและสมบูรณ์ที่สุด

คณธนภัทร บุญใบ รับบท กุมภกรรณ ฉากท้องพระโรงกรุงลงกาและฉากอยู่กับนางคันธมาลี

● สวัสดีครับ วันนี้รับบทสำคัญคือกุมภกรรณ ทั้งๆ ที่ยังเป็นนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ แสดงว่าต้องมีฝีมือดีมาก ขอถามว่าร่วมเล่นโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มากี่ครั้งแล้วครับ และขอถามว่าเรียนอยู่ชั้นปีไหนครับ

คุณธนภัทร : ผมเรียนอยู่ระดับมัธยมของวิทยาลัยนาฏศิลป์ครับ และเคยรับบทเสนายักษ์ในการแสดงโขนตอนสะกดครับ 

● น้องยังเป็นนักเรียนชั้นมัธยม แต่มีฝีมือดีมาก จึงได้รับบทกุมภกรรณ ครูที่คัดเลือกให้รับบทนี้บอกไหมครับว่าทำไมจึงมอบบทนี้ให้น้อง

คุณธนภัทร : ครูท่านไม่ได้บอกอะไรครับ ท่านให้ผมแสดงรำหน้าพาทย์ให้ดู แล้วก็ให้แสดงบทยักษ์ให้ดู แล้วท่านก็มอบบทนี้ให้ผมครับ

● สนใจเรียนนาฏศิลป์ไทย โดยเฉพาะโขน เพราะอะไรครับ ที่บ้านสนับสนุนหรือว่าเลือกเพราะใจรักครับ

คุณธนภัทร : ผมขอที่บ้านเรียนครับ ผมอยากเรียนครับ ตอนสมัยเด็กๆ ผมดูโขนในโทรทัศน์ แล้วบอกพ่อแม่ว่าอยากเรียนโขน เพราะดูแล้วงดงาม เป็นการแสดงที่งดงามมาก การแต่งองค์ทรงเครื่องงดงาม ท่ารำก็สวยมาก

● น้องเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่มาก เหมาะกับบทยักษ์ชั้นสูงมาก ครูได้บอกเรื่องนี้ไหมครับ

คุณธนภัทร : ครูท่านไม่ได้บอกครับ แต่ท่านฝึกสอนผมแบบเข้มข้นมากครับ แต่ผมก็ชอบบทยักษ์ชั้นสูงมากด้วยครับ

● ฝึกซ้อมท่าทางวันละกี่ชั่วโมง และซ้อมทุกวันไหมครับ

คุณธนภัทร : ซ้อมวันละ 2-3 ชั่วโมงครับ แต่ไม่ได้ซ้อมทุกวัน อาทิตย์หนึ่งก็ซ้อม 3-4 วันครับ

● ในการแสดงครั้งนี้ รับบทกุมภกรรณตอนไหนบ้างครับ

คุณธนภัทร : บทเข้าเฝ้าทศกัณฐ์ในท้องพระโรงกรุงลงกา และตอนเข้าไปหานางคันธมาลีที่บ้านครับ

● การแสดงสองฉากนี้ยากง่ายต่างกันอย่างไรครับ

คุณธนภัทร : ฉากเข้าเฝ้าทศกัณฐ์จะยากกว่าตรงที่ต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง แต่ก็ต้องแสดงอาการอ่อนน้อมต่อทศกัณฐ์ เพราะเป็นยักษ์ชั้นสูง แล้วเป็นพี่ชายด้วย ต้องแสดงให้เห็นว่าเราเป็นน้องชายของทศกัณฐ์ เจ้ากรุงลงกา และทศกัณฐ์ก็ไว้ใจมอบหมายงานสำคัญให้เราไปทำ ส่วนฉากเข้าไปบ้านพบกับนางคันธมาลี ก็ต้องแสดงบทให้เห็นถึงความอ่อนหวานนุ่มนวล เพราะอยู่กับคนรักในบ้าน ไม่ต้องแสดงบทโกรธขึ้ง หรือเกรี้ยวกราดโมโหโกรธา

● ในฐานะนักแสดงรุ่นใหม่ที่ได้รับบทสำคัญ จะฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่ที่สนใจอยากเรียนโขนครับ และจะฝากอะไรถึงผู้ชมโขนบ้างครับ

คุณธนภัทร : ก่อนอื่นต้องขอบคุณครูที่กรุณาให้ความรู้ด้านนาฏศิลป์กับผม และขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่สนใจโขนให้เข้ามาเรียนรู้เรื่องโขนให้มากขึ้น ลองเข้าไปดูก่อนว่าโขนคืออะไร แล้วหากสนใจก็ขอเชิญชวนให้เรียนโขนด้วยกัน อยากให้คนรุ่นใหม่ร่วมกันรักษาศิลปะการแสดงโขนของเราไว้ เพราะเป็นการแสดงขั้นสูงที่รวมสรรพวิทยาเข้าด้วยกันอย่างลงตัว แล้วก็ขอขอบคุณผู้ชมที่ให้การสนับสนุนโขน ปีนี้การแสดงจบลงแล้ว ก็ขอเชิญชวนมาชมโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ อีกในปีต่อๆ ไปเรามาร่วมกันสนับสนุนนาฏศิลป์ชั้นสูงของเราด้วยกันครับ 

คุณฐาปนะ ไทรเกต รับบท หนุมาน

● สวัสดีครับ รับบทหนุมานในฉากไหนบ้างครับ

คุณฐาปนะ : ฉากออกพลับพลาเข้าเฝ้าพระราม พระลักษมณ์ และฉากแปลงกายเป็นเหยี่ยวขาว เข้าไปสืบหาข่าวการทำพิธีเนรมิตกายให้ใหญ่
เท่าภูเขาของกุมภกรรณครับ 

● ตอนแปลงกายเป็นเหยี่ยว ก็ต้องใช้สลิงชักรอกขึ้นไปเหาะเหินบนอากาศด้วย ใช่ไหมครับ

คุณฐาปนะ : ใช่ครับ 

● การต้องถูกสลิงดึงขึ้นไปเหาะเหินบนอากาศ ต้องฝึกซ้อมนานไหมครับ เพราะดูแล้วเสมือนว่าเป็นเหยี่ยวกำลังบินจริงๆ แสดงได้สมบทบาทมากครับ

คุณฐาปนะ : ก็ฝึกนานอยู่ครับ แต่ไม่นานมากครับ ไม่กี่วันก็แสดงได้ครับ แต่ต้องตั้งใจมากครับ เพื่อให้ดูสมบทบาทอย่างแท้จริง คนชมจะได้เชื่อว่าเราเป็นเหยี่ยวจริงๆ

● ตอนกุมภกรรณทดน้ำนี้ ใช้ตัวแสดงเป็นหนุมานทั้งหมดกี่ตัวครับ

คุณฐาปนะ : ในการแสดงแต่ละครั้งนั้น ใช้หนุมาน 5 ตัว โดย 4 ตัวเป็นการแสดงบนพื้นโรงละคร และมีอีกตัวหนึ่งแสดงบนเหาะเหินเดินอากาศและดำลงไปใต้น้ำเท่านั้น เรียกว่าหนุมานตัวรอก 

● ผู้รับบทหนุมาน ต้องมีจุดเด่นอะไรบ้างครับ เพราะเป็นตัวเอก และมีบทต่างๆ มากมาย ทั้งรบ ทั้งรัก ทั้งหกคะเมนตีลังกา ทั้งเหาะเหินเดินอากาศ และฉากลงไปใต้น้ำอีกด้วย  

คุณฐาปนะ : คนจะเล่นบทหนุมานต้องมีรูปร่างสันทัด สูงโปร่งมากเกินไปก็ไม่เหมาะ เอวบางร่างน้อยมากเกินไปก็ไม่ได้ เรื่องนี้ครูจะเป็นผู้คัดเลือกแล้วฝึกซ้อมให้ครับ ต้องเน้นการฝึกซ้อมอย่างจริงๆ จังๆ จึงจะสามารถรับบทหนุมานได้เป็นอย่างดี และสมบทบาทที่แสดง ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้กับครูผู้สอนที่ท่านเมตตาฝึกเราจนแสดงได้ดี

● ตอนนี้ที่คุณยังเรียนอยู่ใช่ไหมครับ เรียนระดับไหนครับ

คุณฐาปนะ : เรียนระดับปริญญาตรี ปีที่ 1 ครับ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ผมเรียนนาฏศิลป์มาโดยตลอดตั้งแต่สมัยมัธยมครับ อยู่กับโรงเรียนและสถาบันสอนนาฏศิลป์มาโดยตลอดครับ ผมรักนาฏศิลป์ไทยครับ 

● ช่วยเล่าให้ฟังถึงการฝึกมาตั้งแต่แรก จนมารับบทหนุมาน มีกระบวนการอย่างไรบ้างครับ

คุณฐาปนะ : นักเรียนนาฏศิลป์ต้องฝึกท่าพื้นฐานทั้งหมดทุกคนครับ เช่น แม่ท่า แล้วก็ไล่ขึ้นไปตามลำดับของการเรียน สำหรับผมนั้น เมื่อเรียนพื้นฐานแล้ว ครูท่านให้ฝึกเป็นตัวลิง ก็ไล่ตั้งแต่ เขน เสนาลิง แล้วก็ตัววานรในกองทัพพระรามที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนได้แสดงเป็นหนุมาน 

● ร่วมแสดงโขนมูลนิธิฯ มากี่ปีแล้วครับ

คุณฐาปนะ : สองปีครับ ครั้งที่แล้วเล่นตอนสะกดทัพ เป็นยุงยักษ์ที่ขึ้นรอกแล้วรุมกัดหนุมานครับ 

● มาปีนี้ได้รับการคัดเลือกให้เล่นบทหนุมาน แสดงว่าต้องมีฝีมือโดดเด่นมาก

คุณฐาปนะ : เป็นความกรุณาของคุณครูครับ ท่านฝึกสอนผมจนผมแสดงได้ดีเข้าตาคณะกรรมการคัดเลือกครับ ผมดีใจครับที่ได้มีส่วนร่วมสืบสานการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย และขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาร่วมกันสืบสาน รักษาการแสดงชั้นสูงของไทยไว้ มาช่วยกันทำนุบำรุงและส่งเสริมให้อยู่คู่แผ่นดินไทย และคู่โลกนะครับ ฝากบอกผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในวัยเรียนที่สนใจนาฏศิลป์แขนงต่างๆ ว่าประเทศไทยมีการเรียนการสอนวิชานาฏศิลป์ โดยเฉพาะวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศรวม 12 แห่ง ขอเชิญชวนให้ไปเรียนครับ เพื่อรักษาศิลปวัฒนธรรมการแสดงนาฏศิลป์ของประเทศไทยไว้ให้อยู่สืบต่อไปยาวนาน

คุณคมกริช สีสันต์ รับบท หนุมาน

● สวัสดีครับ รับบท หนุมาน ในฉากไหนครับ

คุณคมกริช : ตอนหลังจากฉากหุ่นยักษ์รบกัน คือหุ่นกุมภกรรณรบกับหุ่นหนุมาน เมื่อฉากนี้จบหนุมานก็กลายร่างเป็นหนุมานตัวธรรมดา แล้วรบต่อกับกุมภกรรณครับ 

● หนุมานในตอนกุมภกรรณทดน้ำ มีหลายตัว ส่งบทกันอย่างไรครับ จึงกลมกลืนมาก

คุณคมกริช : เน้นการซ้อมมากๆ ครับ ซ้อมหนักมาก โดยบอกได้ว่าหนุมานทุกตัวต้องสามารถแสดงแทนกันได้ทุกบทบาทในการแสดงทุกตอน เพราะฉะนั้น ก็ต้องซ้อมหนักจริงๆ ครับ เพื่อให้ทุกอย่างลงตัวมากที่สุด และส่งบทได้ราบรื่น ในการแสดงตอนกุมภกรรณทดน้ำตลอดการแสดงทั้งเดือนนั้น มีหนุมานทั้งหมด 13 ตัว ทุกตัวแสดงแทนกันได้ ที่ต้องมีตัวแสดงมากมาย ก็เพราะต้องแบ่งกันแสดงในแต่ละวัน บางวันมีการแสดงสองรอบ ซึ่งในแต่ละรอบใช้ตัวหนุมาน 5 ตัว จึงต้องมีการสลับวันพักการแสดงด้วย 

● ผู้แสดงบทหนุมานทั้งหมดมีรูปร่างเท่าๆ กัน ใช่ไหมครับ

คุณคมกริช : ก็ต้องดูจากบทที่หนุมานต้องไปแสดงในฉากไหนด้วยครับ เช่น บางฉากต้องรบกันกับกุมภกรรณที่มีรูปร่างสูงใหญ่มากๆ ก็ต้องเลือกตัวหนุมานที่มีความสูงในระดับที่สามารถเล่นบทกับกุมภกรรณตัวสูงใหญ่ได้สมบทบาท เพราะรูปร่างตัวแสดงแต่ละบทต้องไปด้วยกันได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน คือเรียงไปตามลำดับความสูงของตัวพญายักษ์เป็นสำคัญ แต่หนุมานต้องตัวเล็กกว่าพญายักษ์ครับ เพื่อเวลารบกันจะได้แสดงได้ราบรื่น เนื่องจากต้องสู้รบกันในฉากต่างๆ สิ่งสำคัญที่ทำให้คนดูเชื่อว่าเป็นหนุมานตัวเดียวกันทั้งเรื่องคือการเน้นฝึกซ้อม ทำตามสิ่งที่ครูสอนให้ดีที่สุด และต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายตลอดเวลา ต้องพร้อมแสดงให้ดีที่สุด เพื่อชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาที่อบรมสั่งสอนเรามา และเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวงที่พระราชทานให้โขนได้กลับมาเป็นที่สนใจของประชาชนอีกครั้ง

คุณธีร์รัฐ มีปัญญาวิจิตร์ รับบทหนุมานแปลงเป็นนางกำนัล

● การแสดงเป็นนางกำนัลที่ต้องมีกิริยาอ่อนช้อย อ่อนหวาน แต่ก็ต้องแสดงท่าทางของหนุมานในบางขณะ เป็นบทที่น่ารักมาก ต้องฝึกซ้อมนานแค่ไหนกว่าจะออกมาลงตัว

คุณธีร์รัฐ : ขอบคุณครับ พูดจริงๆ ก็คือต้องซ้อมนานพอสมควร แต่ก็ต้องกราบขอบพระคุณครูผู้สอนที่สอนให้เราแสดงได้อย่างลงตัว เป็นที่ชื่นชอบของคนชม จริงๆ แล้วนางกำนัลต้องเรียบร้อย และนุ่มนวล แต่เนื่องจากบทที่ได้รับเป็นบทหนุมานแปลงตัวเป็นนางกำนัลของนางคันธมาลีก็จึงต้องมีสองบุคลิกในตัวเดียวกัน คืออ่อนหวานเรียบร้อย แล้วก็ผสมกับบทลิงค่างแบบหนุมานในขณะที่ต้องสวมชุดเป็นนางกำนัล คือมีทั้งอ่อนหวานและลิงโลดไปในขณะเดียวกัน เรื่องการแสดงที่ลงตัวนั้น ครูท่านสอนให้รู้ว่าจังหวะไหนต้องเรียบร้อย แล้วจังหวะไหนต้องยุกๆ ยิกๆ เป็นลิงเป็นค่าง ต้องให้กลมกลืนลงตัวมากที่สุด เพราะเราอยู่ในขบวนนางกำนัล ก็ต้องระวังตัวไม่ให้ผิดสังเกตคนในขบวน ต้องไม่ให้นางคันธมาลีรู้ว่าเราเป็นหนุมานแปลงตัวมา จึงต้องแสดงอาการลิงโลดออกในบางจังหวะ

●ตัวนางกำนัลที่เป็นหนุมานแปลงกายมีกี่ตัวครับ

คุณธีร์รัฐ : สองตัวครับ สลับกันเล่นครับในแต่ละรอบครับ

● ตามปกติคุณเล่นเป็นตัวอะไรครับในการแสดงโขนตอนอื่นๆ 

คุณธีร์รัฐ : ปกติเรียนและรับบทตัวพระครับ แต่ครั้งนี้ครูเห็นว่าเราเหมาะสมกับการรับบทหนุมานแปลงเป็นนางกำนัล โดยครูพิจารณาจากรูปร่างของผม ที่มีขนาดพอๆ กับนางกำนัล แต่คุณคงเห็นว่าผมสามารถรับบทเป็นหนุมานได้ด้วย จึงมอบหมายบทนี้ให้ครับ 

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 9 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774107

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 9 ธันวาคม 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 9 ธันวาคม 2566

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Krispy Kreme ชวนชิมโดนัทสุดพิเศษ “Krispy Kreme x elf Specialty Doughnuts” 4 สไตล์ ชิ้นละ 35 บาท มอบเป็นของขวัญให้คนพิเศษพร้อมกล่องลายลิมิเต็ด ถึง 31 ธ.ค.ที่ ร้านคริสปี้ ครีม
กว่า 50 สาขา

ชวนชิมชุดปาร์ตี้เซตกับบักเก็ตดีไซน์พิเศษจาก “จิน Little Monster”ราคาเริ่มต้น 299 บาท โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้ มูลนิธิโรนัลด์แมคโดนัลด์ เฮาส์ ถึง 9 ม.ค.2567 ที่ ร้านแมคโดนัลด์ โทร.1711

ชวนชิม “ชีสเค้กเนื้อเนียนระดับซิกเนเจอร์” จากตำนานร้านดังยกโมเดลเดียวกับอเมริกามาที่ The Cheesecake Factory® สาขาแรกในไทย ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ชวนชิม

ชวนชิมเมนูอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟใน “Sauce Festival” เทศกาล “Chef’s Table เรื่องเชฟกินได้” จาก 11 เชฟคิวทอง ถึง 10 ธ.ค. ที่ โรงแรม The Upper Ground Chatuchak สำรองที่นั่ง https://bit.ly/3sfYOjc

ร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังจากอเมริกา “Red Lobster”ชวนชิมล็อบสเตอร์สไตล์อเมริกัน ในร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ Red Lobster Café แห่งแรกในไทย ที่ ศูนย์การค้า The Emsphere ย่านพร้อมพงษ์

ชวนชิมกาแฟกระป๋อง “เบอร์ดี้ แบล็ค ซีโร่” ที่ได้รับรางวัล “2023 BASES Top Breakthrough Innovations Awards in Thailand” จาก Nielsen ด้วยนวัตกรรมที่โดดเด่นและดีที่สุดแตกต่างจากแบรนด์อื่น

ชวนช็อป

หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ชวนช็อปอาหารคาวหวานกว่า 50 ร้านค้า ในงาน “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง” ครั้งที่ 25 ประจำปี 2566 ถึง 17 ธ.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม

เครือเฮอริเทจ ชวนช็อปอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพใน “งานวันกาชาด 100 ปีพุทธศักราช 2566” ธัญพืชและผลไม้อบแห้ง พร้อมสินค้าใหม่และอื่นๆ อีกมากมาย ถึง 18 ธ.ค. ที่ สวนลุมพินี

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ชวนช็อปผ่าน “M ONLINE APPLICATION” กับแคมเปญ “M ONLINE 12.12 Grand Year End Sale” ถึง 13 ธ.ค. http://www.facebook.com/MonlineThailand

ชวนใช้

ชวนใช้ 2 โปรโมชั่นของลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบี “UOB HAPPY Friday”ที่ 7 ร้านอาหาร และ 3 ร้านเครื่องดื่มชื่อดังพร้อมสิทธิพิเศษต่างๆ ถึง 31 มี.ค.ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ชวนใช้สวนน้ำที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นสวนน้ำที่ดีที่สุดอันดับที่ 15 ของโลก ฉลองเปิดโซนใหม่ “VANA VILLAGE” บ่อน้ำร้อน-น้ำเย็น ที่ สวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน

ชวนใช้กระเป๋าผ้า “Max Card Plus” ใบใหญ่ ดีไซน์ประเทศไทย 77 จังหวัด รับฟรีเมื่อสมัครสมาชิกพีที แมกซ์ การ์ด พลัส ในราคา 599 บาท/ปี พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ที่ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ

ชวนชม

ชวนชมการแสดงเปิดหมวก โชว์หลากหลายรูปแบบในงาน “BANGKOK STREET PERFORMER FESTIVAL 2023” ถึง 31 ธ.ค. บนพื้นที่การแสดง 10 จุดใน ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ชวนชมโฉมใหม่ของ ร้านเคเอฟซี (KFC) ฉลองครบ 45 ปี ปรับภาพลักษณ์เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยคอนเซ็ปต์ “KFC Digital Lifestyle Hub” ที่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “แต่งตามไทย” ในวันพุธที่ 13 ธ.ค. เวลา 12.45-13.00 น. และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “วัดแก้วไพฑูรย์ (วัดบางประทุนใน)” ในวันอาทิตย์ที่ 17 ธ.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : 9 สไตล์เมนูอาหารสร้างสรรค์ กับโรงแรมชั้นนำที่เทใจให้บริการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774104

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : 9 สไตล์เมนูอาหารสร้างสรรค์ กับโรงแรมชั้นนำที่เทใจให้บริการ

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : 9 สไตล์เมนูอาหารสร้างสรรค์ กับโรงแรมชั้นนำที่เทใจให้บริการ

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์ของเดือนสุดท้ายแห่งปี 2566 ขอพาทุกคนไปอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายสไตล์จาก 9 โรงแรม เริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์นำเสนอเมนูจากเนื้อสัตว์และอาหารทะเลสด ณ บาสก์ กริล (Basque Grill) อาณาจักรด้านอาหารใจกลางแคว้นบาสก์ ความอร่อยในสไตล์อาหารสเปนทางตอนเหนือ อาทิ เนื้อวัวสเปนเอล คาปริโช (El Capricho Chuleton) ไส้กรอก (Txogixu Txistorra sausages), ปลาเทอร์บอทย่าง (Grilled turbot), คางปลาค็อด พิล พิล (Kokotxas pil pil) และเค้กชีสบาสก์ (Irresistible Basque cheese cake) ถึง 29 ก.พ. 2567 ที่ ห้องอาหารอูโนมาส โทร.02-1006255

โรงแรมอนันตรา สยาม

โรงแรมอนันตรา สยาม นำเสนอดินเนอร์การกุศล “Meaningful Feast : A Dinner by Refugees” มอบรายได้จากการจำหน่ายบัตรทั้งหมดให้แก่ครอบครัวผู้ลี้ภัยจาก 7 ประเทศ ท่านละ 3,800 บาท++ (พร้อมไวน์แพร์ริ่ง)วันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค. เวลา 19.00 น.ที่ ห้องอาหาร Biscotti โทร.02-1268866

คาเฟ่ แคนทารี

คาเฟ่ แคนทารี นำเสนอ 5 เมนูเด็ดทั้งอาหารจานโปรด “จาจังมยอน” ราคา185 บาท, “ต็อกโบกีทะเลชีส” 220 บาท, ของหวาน“ฮันนี่โทสต์บิสคอฟคาราเมล” 230 บาท และเครื่องดื่มสุดพิเศษ ถึง 31 ธ.ค. ที่ คาเฟ่ แคนทารี พระนครศรีอยุธยา,เกาะยาวน้อย, ภูเก็ต, ปราจีนบุรี, ศรีราชา, ระยอง และ ระยอง บาย เดอะซี (หาดแสงจันทร์) โทร.1627

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ “บุฟเฟต์นานาชาติและอาหารทะเล” ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันรัฐธรรมนูญ 10-11 ธ.ค. อาทิ ซูชิซาชิมิ หมูกรอบ เป็ดย่าง ติ่มซำ ซุปกระเพาะปลาซุปครีมเห็ด สปาเกตตีคาโบนารา บาร์บีคิว ขนมเบื้องข้าวเกรียบปากหม้อ เมี่ยงคำ สลัดผัด ทาร์ตผลไม้ ไอศกรีม และชา-กาแฟ มื้อกลางวันและมื้อเย็น ท่านละ 690 บาทถ้วน ผู้สูงอายุ 65 ปีทานฟรี ที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ “ความสุขสุดคุ้มในวันหยุดนักขัตฤกษ์”วันรัฐธรรมนูญ 10-11 ธ.ค. มื้อกลางวัน และมื้อเย็นท่านละ 690 บาทถ้วน พิเศษสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีทานฟรี ที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ 

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอบุฟเฟต์นานาชาติ “ซีฟู้ดออนไอซ์” ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ท่านละ 659 บาท ที่ ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โทร.02-2764567

โรงแรมเคปราชา ศรีราชา

โรงแรมเคปราชา ศรีราชา นำเสนอ “ชุดอาหาร 3 คอร์ส” มื้อกลางวัน ท่านละ 490 บาท++ และมื้อค่ำสไตล์ยุโรปสุดพิเศษ ท่านละ 590 บาท++ ถึง 31 ธ.ค.ที่ ห้องอาหาร เลอ มาแรงน์ โทร.038-314288

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา แหลมฉบัง

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา แหลมฉบัง นำเสนอ “Culinary Canvas” เมนูซิกเนเจอร์ที่ผสมผสานวัตถุดิบในท้องถิ่นเข้ากับเทคนิคการทำอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟ อาทิ พะแนงอกเป็ดรมควัน แกงเขียวหวานเนื้อน่องลาย ข้าวผัดมันเนื้อคู่กับเนื้อย่างจิ้มแจ่ว สปาเกตตีน้ำมันมะกอกพริกแห้งหอยบิด (หอยทะเลขึ้นชื่อที่ศรีราชา) ฯลฯ ราคาเริ่มต้น 280 บาทถ้วน ถึง 31 ธ.ค. โทร.033-251699

โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย

โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย นำเสนอแพ็กเกจ “Michelin Gourmet Stay” ที่พักสุดหรู 2 คืน, อาหารเช้าทุกวัน,ดินเนอร์อาหารไทยปักษ์ใต้ 12 คอร์ส “From Michelin Stars to Samui Skies” โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร แห่งR-Haan ร้านอาหารไทยเจ้าของรางวัลมิชลิน 2 ดาว ที่ “ศาลาไทย ณ สันติบุรี” ในวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 9-11 ธ.ค. ราคาเริ่มต้น 23,370 บาท โทร.077-425031

หลากหลายเมนูอาหารที่สร้างสรรค์โดยเชฟของ 9 โรงแรมชั้นนำ ที่จะทำให้
คุณอิ่มอร่อยในมื้อพิเศษกับช่วงเวลาดีๆ ที่มอบให้เป็นรางวัลสำหรับตัวเองและครอบครัวไปด้วยกันกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

มูลนิธิเอสซีจี จุดประกายแนวคิด Learn to Earn หนุนคนรุ่นใหม่ ให้เรียนรู้ อยู่รอดได้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774066

มูลนิธิเอสซีจี จุดประกายแนวคิด Learn to Earn  หนุนคนรุ่นใหม่ ให้เรียนรู้ อยู่รอดได้ชุมชน

มูลนิธิเอสซีจี จุดประกายแนวคิด Learn to Earn หนุนคนรุ่นใหม่ ให้เรียนรู้ อยู่รอดได้ชุมชน

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุวิมล จิวาลักษณ์

LEARN TO EARN เรียนรู้เพื่ออยู่รอด เป็นแนวคิดที่มูลนิธิเอสซีจีต้องการจุดประกายให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ตลอดจนสังคมได้เรียนรู้ ปรับตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันรูปแบบการศึกษาได้เปลี่ยนไปเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งการเรียนรู้ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่คือการเรียนรู้แบบ Active learning ทั้งทักษะวิชาชีพ (Hard skills) และทักษะด้านอารมณ์ และการเข้าสังคม (Soft skills) หรือที่เรียกว่า “ทักษะแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21” (Power Skill)เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานในยุคปัจจุบันและอนาคต ตามพันธกิจหลักของมูลนิธิฯ ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้าง “คน” ให้เติบโตเป็นคน “เก่ง” และ “ดี” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ขับเคลื่อนแนวคิด Learn to Earn โดยเริ่มจากสนับสนุนทุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชน รวมทั้งให้โอกาสเยาวชนได้สร้างอาชีพให้กับตนเองและชุมชนของตน ยกตัวอย่างเช่น เป็ด-จักรกริชติงหวัง  ต้นกล้าชุมชน โดย มูลนิธิเอสซีจี นักพัฒนาชุมชนรุ่นใหม่ที่ปรับตัวจากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสู่การจัดการท่องเที่ยวชุมชนจนเป็นคนต้นแบบในการเรียนรู้เพื่ออยู่รอดได้ชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวคิด Learn to Earn

คุณพ่อต้นกล้าเป็ด

เป็ด เป็นลูกหลานชาวประมงที่เกิดและเติบโตในพื้นที่อ่าวทุ่งนุ้ย บ้านหลอมปืน ต.ละงู จ.สตูลเขาเดินตามรอยเท้าผู้เป็นบิดาในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ระบบนิเวศคงความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่เริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ ที่ทำเองได้แบบไม่ต้องใช้เงินทุน อย่างการเก็บกวาดขยะบริเวณชายหาดนอกจากจะทำให้ทัศนียภาพสวยงามแล้วยังเพื่อใช้ชายหาดเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมชุมชน ภายหลังเหตุการณ์สึนามิที่ได้ทำลายสภาพแวดล้อมบริเวณรอบอ่าวไปจนหมดสิ้น เป็ด พร้อมด้วยผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกป่า เพื่อให้สภาพป่ากลับมาเหมือนเดิม พร้อมกับแนวคิดที่อยากจะพัฒนาพื้นที่อ่าวทุ่งนุ้ยให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศ จนปัจจุบัน ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่สามารถสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรชุมชนอีกด้วย นอกจากการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแล้ว เป็ดยังได้ร่วมกับคนในชุมชน สร้างโปรแกรมท่องเที่ยวในชุมชนตามเส้นทางต่างๆ 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางธรรมชาติทะเลชายฝั่ง ป่าชายเลน เส้นทางในชุมชน เส้นทางธรณีโลกสตูล และเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเล พร้อมด้วยบริการอาหารกลางวันและอาหารว่างตามฤดูกาลที่เป็นอาหารพื้นบ้าน รวมถึงการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนที่จะเป็นรายได้ให้กับสมาชิกชุมชนได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย

ต้นกล้าเป็ด

ด้วยการทำงานอย่างทุ่มเทในพื้นที่ เน้นสร้างเครือข่ายความร่วมมือในชุมชนอย่างต่อเนื่องสร้างการเรียนรู้เพื่ออยู่รอดได้ในชุมชนทำให้เป็ดได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานการท่องเที่ยวชุมชน โดยชุมชน Community-based Tourism (CBT) จ.สตูล และได้รับรางวัลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการท่องเที่ยวชุมชน ประจำปี 2566 จากวิทยาลัยชุมชนสตูล และยังคงต่อยอดสร้างคุณค่าและมูลค่าให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เดียวของชุมชนในพื้นที่อ่าวทุ่งนุ้ย บ้านหลอมปืน จ.สตูล ทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป

สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวเสริมถึงแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด ที่มูลนิธิเอสซีจีกำลังขับเคลื่อนเพื่อจุดประกายขยายแนวคิดในสังคมว่า “ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน จนสามารถทำให้สมาชิกชุมชนทุกช่วงวัย มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้อยู่รอดได้ ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่ต้องเสาะแสวงหาทางเข้ามาหางานทำในเขตเมืองแต่หันมาใส่ใจให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดและพัฒนาทักษะ ความรู้ ความชำนาญที่มีอยู่ด้วยความหวังที่จะพัฒนาบ้านเกิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างราย ได้สร้างอาชีพให้แก่ทุกคนในชุมชน ตรงกับแนวคิด Learn to Earn ที่ทางมูลนิธิพยายามผลักดันและให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะการเรียนรู้ไม่ได้มีแพทเทิร์นที่ตายตัวว่าต้องทำงานตรงตามสายงานที่เรียนจบมาเท่านั้น แต่การเรียนรู้ตลอดเวลา เรียนรู้ให้เท่าทันโลก และนำความรู้ไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์และทำให้ตัวเองอยู่รอดได้ในชุมชนในสังคมเป็นสิ่งที่สำคัญมากในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องราวของเป็ดคือหนึ่งตัวอย่างและต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด”

มูลนิธิเอสซีจีมุ่งจุดประกายขยายแนวคิดและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างการตระหนักรู้เรื่อง Learn to Earn ในกลุ่มเยาวชนตลอดจนกลุ่มพ่อแม่ ครู และผู้นำทางความคิดในสังคมผนึกกำลังช่วยกันขับเคลื่อนให้มองมุมกลับปรับมุมมองในเรื่องการศึกษาเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายให้เด็กยุคใหม่ ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้อยู่รอด รู้เท่าทัน ก้าวทันโลก

หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ชวนเช็คอินของดีแม่กลอง ในงาน ‘เทศกาลกินปลาทูฯ ครั้งที่ 25’ กับ 7 ผองเพื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774071

หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ชวนเช็คอินของดีแม่กลอง  ในงาน ‘เทศกาลกินปลาทูฯ ครั้งที่ 25’ กับ 7 ผองเพื่อน

หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ชวนเช็คอินของดีแม่กลอง ในงาน ‘เทศกาลกินปลาทูฯ ครั้งที่ 25’ กับ 7 ผองเพื่อน

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

(ซ้าย) ทสม์ เจริญช่าง, กรกฏ วงษ์สุวรรณ (กลาง) รองผู้ว่าฯ และ อุทัย ดำรงธรรม

หอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามจัดงาน “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง ครั้งที่ 25 ประจำปี 2566” ชวนเช็คอินกระตุ้นการท่องเที่ยวแนวคิดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ของดีแม่กลองในธีม “ปลาทูแม่กลองและผองเพื่อน” เสริมทัพความสนุกผ่าน 7 โลคอลคาแร็กเตอร์ “แม่กลอง
เรนเจอร์” ที่ถูกออกแบบเป็นการ์ตูนมาสคอต ชู 7 เอกลักษณ์ของเด็ดของดีซอฟต์ พาวเวอร์ ประจำจังหวัดให้กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น นำทัพโดย น้องปลาทู (Plapla tootoo),น้องมะพร้าวอัมพวา, น้องแมววิเชียรมาศสวมหมวกส้มโอ, น้องหิ่งห้อย,น้องเสน่ห์จันทร์, น้องลิ้นจี่ และน้องหอยหลอด ปักหมุดจัดงานระหว่างวันที่ 8-17 ธันวาคม 2566 ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม สายช้อป ชิม ชิล พบกับบูธอาหารคาวหวานของขึ้นชื่อประจำจังหวัดกว่า 50 ร้านค้าที่มาร่วมท้าความอร่อยมากมาย และไฮไลท์ของงานกับการประกวดสาวงาม “ธิดาปลาทู 2566”

นายกรกฏ วงษ์สุวรรณรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า เรายังคงให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เคียงคู่กับจังหวัดสมุทรสงครามหรือ เมืองแม่กลอง ถือเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารทะเลทุกชนิด เนื่องจากภูมิศาสตร์ทางทะเลที่เอื้ออำนวย จึงทำให้ของดีประจำจังหวัดอย่าง “ปลาทูแม่กลอง” จึงมีเนื้อแน่นและมัน เหมาะแก่การนำไปรับประทานจนได้รับความนิยมจากคนพื้นที่ และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก กลายเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด

น้องปลาทู (Plapla tootoo)

สำหรับงาน “เทศกาลกินปลาทูฯครั้งที่ 25 ประจำปี 2566” เปิดตัวของเด็ดของดีประจำจังหวัด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ปลาทูแม่กลองและผองเพื่อน” ผ่าน 7 ตัวการ์ตูนโลคอลคาแร็กเตอร์ – “แม่กลองเรนเจอร์” เรียกว่าจัดใหญ่จัดเต็ม เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มมากขึ้น โดย 7 ของเด็ดของดีสร้างชื่อจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ ปลาทูแม่กลอง ฉายาหน้างอคอหัก, มะพร้าวอัมพวา มะพร้าวกะทิ ใช้ทำกะทิสด หอมข้นอร่อย, แมววิเชียรมาศสวมหมวดส้มโอซึ่งส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่เป็นของดีประจำจังหวัดรสชาติหวานอมเปรี้ยว, หิ่งห้อย แสดงถึงระบบนิเวศที่สมดุล,เสน่ห์จันทร์ ขนมไทยที่มีเสน่ห์ ใครได้ทานก็จะหลงรัก, ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมหนามตั้งเนื้อตึงแห้งกรอบอร่อย และหอยหลอด สัตว์เศรษฐกิจนำมาประกอบอาหารจนเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อ และยังมีดอนหอยหลอดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกด้วย เชื่อว่างานในครั้งนี้จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวและสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่คนท้องถิ่นได้เป็นอย่างมาก

นายอุทัย ดำรงธรรมประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ได้มีโอกาสจัดงาน “เทศกาลกินปลาทูฯ จังหวัดสมุทรสงคราม” มากว่า 25 ปีแล้ว ซึ่งปีนี้มองเห็นการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย เรามุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ กลุ่มครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จึงได้ปรับรูปแบบการจัดงานใหม่ให้ร่วมสมัยและน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยนำเอาของดีประจำจังหวัดมานำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “ปลาทูแม่กลองและผองเพื่อน” โดยได้รับความร่วมมือจากน้องๆ YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม เข้ามาระดมไอเดียเพื่อส่งเสริม เทศกาลกินปลาทูครั้งที่ 25 นี้ ให้ยังคงรักษารากเหง้าท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์จังหวัดสมุทรสงคราม และสอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างสร้างสรรค์ และปีนี้ทางหอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามยังคงพิถีพิถันเรื่องคุณภาพ รสชาติอาหารในราคาที่เหมาะสมเช่นเคย

เมนูอาหารรสเด็ดประจำจังหวัด

นายทสม์ เจริญช่าง ประธาน YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม และประธานจัดงานเทศกาลกินปลาทูฯ ครั้งที่ 25 กล่าวเสริมว่า เรามองเห็นโอกาสในการโปรโมท Soft Power ของจังหวัด ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจ เชื่อมโยงความสนุกและความสุขของคนในท้องถิ่นมาจนถึงวันนี้ โดยได้มีการนำเอาของดีประจำจังหวัดสมุทรสงครามจำนวน 7 อย่าง มาปรับภาพลักษณ์ใหม่สร้างเรื่องราวและภาพจำ สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ผ่าน 7 ตัวการ์ตูน โลคอลคาแร็กเตอร์ “แม่กลอง เรนเจอร์” นำโดย พระเอกของงาน “น้องปลาทู (PlaPla TooToo)” และเสริมทัพความสดใสด้วย น้องมะพร้าวอัมพวา, น้องแมววิเชียรมาศสวมหมวกส้มโอ,น้องหิ่งห้อย, น้องเสน่ห์จันทร์, น้องลิ้นจี่และน้องหอยหลอด ที่ถูกนำมาออกแบบใหม่ให้เป็นโลคอลคาแร็กเตอร์ ประจำจังหวัดที่น่าสนใจ มีความน่ารัก สดใส ทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ “ปลาทูแม่กลองและผองเพื่อน”

“ความพิเศษของงานในครั้งนี้ได้ออกแบบโปสเตอร์และแบบดีไซน์เวทีการแสดง รวมไปถึงพื้นที่ภายในงานให้สีสันสดใสคัลเลอร์ฟูลแต่ร่วมสมัย ด้วยการนำเอาขยะหรือวัสดุเหลือใช้มารังสรรค์เป็นงานศิลปะ (Artwork) ในรูปแบบต่างๆ ในธีม Under The Sea เพื่อให้พี่น้องในจังหวัดและนักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับเทศกาลอย่างมีความสุข งานนี้เป็นงานที่พวกเราทุกคนตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุดในฐานะลูกหลานคนแม่กลองครับ เราตั้งใจจริงๆ ที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสงคราม และตั้งใจที่อยากส่งต่อความสุขให้กับคนแม่กลองและนักท่องเที่ยวผ่านงานเทศกาลกินปลาทูฯ ครั้งที่ 25 นี้ครับ” นายทสม์ กล่าวเพิ่มเติม

ไฮไลท์ของงานในครั้งนี้ ได้แก่ เวทีประกวดสาวงาม ธิดาปลาทู 2566 ที่เปิดโอกาสให้สาวแท้และสาวเทียม ร่วมเข้าประกวดแข่งขันชิงมงกุฎ ธิดาปลาทู บนเวทีเดียวกันครั้งแรก ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อเปิดกว้างและส่งเสริมความเท่าเทียมกันในสังคม และตบท้ายด้วยเซอร์ไพรส์พิเศษกับการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน“ไรอัล กาจบัณฑิต” นักร้องชื่อดังจากรายการไมค์หมดหนี้ ทางช่อง Workpoint 23

งานเทศกาลกินปลาทูฯ ครั้งที่ 25 ประจำปี 2566 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ปลาทูแม่กลองและผองเพื่อน”จัดขึ้นเป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 8-17 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ภายในงานมีจุดเช็คอินและจุดถ่ายภาพกับตัวการ์ตูน “โลคอลคาแร็กเตอร์ ปลาทูแม่กลองและผองเพื่อน – แม่กลองเรนเจอร์” ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศแห่งความสุขส่งท้ายปี