สัปดาห์อาหารอิตาเลียนรอบโลกครั้งที่ 8 เทศกาลยิ่งใหญ่สะท้อนสุขภาวะที่ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774067

สัปดาห์อาหารอิตาเลียนรอบโลกครั้งที่ 8 เทศกาลยิ่งใหญ่สะท้อนสุขภาวะที่ดี

สัปดาห์อาหารอิตาเลียนรอบโลกครั้งที่ 8 เทศกาลยิ่งใหญ่สะท้อนสุขภาวะที่ดี

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยและสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน กรุงเทพฯ จับมือหอการค้าไทย- อิตาเลียน ร้านอาหารไทยนุสรา UNIT Wine Tour และ ALMA,The Food School Bangkok จัดเทศกาลสัปดาห์อาหารอิตาเลียนครั้งที่ 8 เพื่อนำเสนอประสบการณ์อันเลอเลิศจากศิลปะการทำอาหารอิตาเลียน โดยได้รับความร่วมมือจากภัตตาคารอาหารอิตาเลียนยอดนิยม 12 แห่งซึ่งเพิ่งได้รับประกาศนียบัตร “Ospitalita Italiana 2023” มาสร้างสรรค์เมนูพิเศษและมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา(13-19 พฤศจิกายน 2566) ภายใต้ธีม “ตำรับอาหารอิตาเลียน : กินอยู่สุขภาพดีอย่างมีรสชาติ” สะท้อนให้เห็นถึงแง่มุมด้านสุขภาพจากการบริโภคและบทบาทอันสำคัญของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนในระดับโลก

ฯพณฯ เปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยเปิดเผยว่า “เทศกาลสัปดาห์อาหารอิตาเลียนรอบโลกในปีนี้เรามุ่ง
นำเสนอเรื่องราวของสุขภาวะที่ดีในวิถีชีวิตของผู้คนตลอดจนเรื่องราวของผลิตภัณฑ์จากอิตาลีที่มีคุณภาพอันเป็นเลิศและผลดีที่เกิดต่อสุขภาพของผู้บริโภค ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ไฮไลต์ของงานปีนี้ได้รับเกียรติจากเชฟชาวอิตาเลียนระดับตำนานคือเชฟเอนริโก เดอฟลิงเกอร์ (Enrico Derflingher)เจ้าของ Michelin Star และหลายรางวัลสำคัญมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษเพื่อนำเสนอสุดยอดอาหารสร้างสรรค์ที่นักชิมล้วนแสวงหา รวมทั้งเป็นเชฟรับเชิญสอนมาสเตอร์คลาสการปรุงอาหารและร่วมนำการเสวนาในหัวข้อ “A tavola con la cucina italiana: il benessere con gusto” แปลความหมายว่า “ตำรับอาหารอิตาเลียน : กินอยู่สุขภาพดีอย่างมีรสชาติ” ที่ “The Food School Bangkok”

เชฟเอนริโก เดอฟลิงเกอร์ เจ้าของรางวัลสุดยอดเชฟโลก ปี 2008 และ “ทูตอาหารอิตาเลียน” ได้โชว์ฝีมือการปรุงอาหารอิตาเลียนและสร้างสรรค์เมนูร่วมกับ “เชฟต้น” ธิติฏฐ์ ทัศนขจร เชฟระดับดาวมิชลินชาวไทยแห่งร้าน “นุสรา” อาหารไทยเพื่อเสิร์ฟแก่เหล่าเซเลบฯและนักชิมคนดัง นอกจากนั้นยังนำเสนอเมนูซิกเนเจอร์ในงาน UNIT WINE DINNER ในความร่วมมือกับ UNIT Wine Tour ที่ The Food School Bangkok รวมทั้งร่วมสอนมาสเตอร์คลาสการทำอาหารแก่นักเรียนหลักสูตร ALMA ของทางสถาบัน และนำการเสวนาร่วมกับ พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพองค์รวมแห่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์โดยมีผู้ประกาศข่าวคนดังจากไทยรัฐทีวี อรชพร ชลาดล เป็นผู้ดำเนินรายการ แก่เหล่านักเรียนและผู้ให้ความสนใจทั่วไป โอกาสนี้ เปาลา กุยด้าข้าหลวงพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทยกล่าวเสริมว่า เธอรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นผลสำเร็จของงานครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความร่วมมืออย่างแข็งขันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภัตตาคารอาหารอิตาเลียนทั้ง 12 แห่งที่ได้ร่วมจัดกิจกรรมสัปดาห์อาหารอิตาเลียน หรือ The Week of Italian Cuisine in the World

สัปดาห์อาหารอิตาเลียนไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลอาหารธรรมดาๆ หากแต่เป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอาหารและไวน์ของประเทศอิตาลีและเชิดชูความเป็นเลิศและความสำคัญของอาหารอิตาเลียนในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการนาเสนอโดย UNESCO อีกด้วย

‘GFC WE CARE’ จับมือ ‘คลินิกเวชกรรมอารีรักษ์’ ลงพื้นที่ให้ความรู้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774123

‘GFC WE CARE’ จับมือ ‘คลินิกเวชกรรมอารีรักษ์’ ลงพื้นที่ให้ความรู้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

‘GFC WE CARE’ จับมือ ‘คลินิกเวชกรรมอารีรักษ์’ ลงพื้นที่ให้ความรู้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 18.37 น.

GFC (Genesis Fertility Center) ศูนย์รวมบริการทางการแพทย์ สำหรับผู้เตรียมพร้อมก่อนการมีบุตรตลอดจนรักษาภาวะมีบุตรยาก มุ่งเน้นให้ครอบครัวคนไทยมีคุณภาพที่ดีขึ้น ผ่านโครงการ GFC WE CARE เพื่อสังคมที่ดี โดยมุ่งเป้าหมายไปที่สุขภาพและคุณภาพชีวิตของสตรี และเด็ก หนึ่งในปณิธานที่บริษัท GFC (Genesis Fertility Center) ที่ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมและช่วยเหลือเพื่อคืนกลับสู่สังคมไทยด้วยความห่วงใย

ล่าสุดทาง GFC WE CARE ร่วมกับ คลินิกเวชกรรมอารีรักษ์ คลองเตย ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย ในวันที่ 1 – 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และออกตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยมีแพทย์หญิงวรมา เกษมพิพัฒน์ และแพทย์หญิง แพรว พันไพศาลชัย เป็นผู้ลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับผู้หญิงชุมชนคลองเตยด้วยความใส่ใจห่วงใย

เพราะมะเร็งปากมดลูกเดิมเคยเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากในอดีตเคยเป็นมะเร็งอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย แต่ปัจจุบันลดลงมาเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม โดยในปี 2563 มีผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 9,000 ราย ในจำนวนนี้มียอดการเสียชีวิตถึงร้อยละ 50 ณ ปัจจุบัน แนวโน้มการพบตัวเลขผู้ป่วยมากขึ้น เนื่องจากการเข้าถึงระบบคัดกรองที่เพิ่มมากขึ้นแต่สัดส่วนจำนวนความรุนแรงและผู้เสียชีวิตลดลง GFC มีแพทย์ที่มีความชำนาญการในองค์ความรู้ด้านสูตินรีเวช เพื่อออกให้ความรู้แก่ชุมชน องค์กรต่างๆ และรณรงค์ให้มีการตรวจมะเร็งปากมดลูกในสตรี ข้อมูลจากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดยิ่งใหญ่ ย้อนอดีตงานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี 2475 ระหว่าง 7-10 ธ.ค.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774075

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดยิ่งใหญ่ ย้อนอดีตงานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี 2475 ระหว่าง 7-10 ธ.ค.66

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดยิ่งใหญ่ ย้อนอดีตงานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี 2475 ระหว่าง 7-10 ธ.ค.66

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.36 น.

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดยิ่งใหญ่ ย้อนอดีตงานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี 2475 ระหว่าง 7-10 ธันวาคม เปิดแล้ววันนี้!!!

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2566 เวลา 17.30 น. สถาบันพระปกเกล้า โดย พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำพิธีเปิดงาน “13 ทศวรรษ แผ่นดินพระปกเกล้า : พระผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญแก่ปวงชนชาวไทย” ย้อนอดีต สู่งานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2475 อย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานครั้งนี้มีการแสดงมหรสพ โขน ละคร ดนตรีไทย ดนตรีสากล ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย งานเสวนาและบรรยายพิเศษที่น่าสนใจ และนิทรรศการพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ มีประชาชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ

การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายกู้เกียรติ ภูมิรัตน์ ที่ปรึกษาเลขาธิการด้านการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง และประธานดำเนินงาน โครงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว “13 ทศวรรษ แผ่นดินพระปกเกล้า : พระผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญแก่ปวงชนชาวไทย” และ รศ.ดร.มานิตย์ จุมปา กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า กรรมการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ร่วมพิธีเปิด โดยนางกาญจนา ศรีปัดถา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมา วัตถุประสงค์ และความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้

เนื่องในวาระครบรอบ 130 ปี พระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะเวียนมาบรรจบในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 และในวาระ 91 ปี ที่สยามมีรัฐธรรมนูญฉบับแรก สถาบันพระปกเกล้าในฐานะหน่วยงานที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มาเป็นชื่อของสถาบันฯ จึงได้จัดกิจกรรมงาน “13 ทศวรรษ แผ่นดินพระปกเกล้า : พระผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญ แก่ปวงชนชาวไทย” เพื่อเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อถวายเป็นราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

การจัดงานในครั้งนี้ได้จัดในรูปแบบการย้อนอดีตโดยได้จำลองการแสดงและกิจกรรม จากงานฉลองรัฐธรรมนูญปี 2475 ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักและเกิดความรับรู้ในหมู่ประชาชนว่า สยามประเทศได้มีรัฐธรรมนูญ เป็นธรรมนูญปกครองประเทศ รัฐบาลจึงได้จัดงานฉลองรัฐธรรมนูญขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานประกอบด้วยการแสดงมหรสพ โขน ละคร ดนตรีไทย ดนตรีสากล ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย งานเสวนาและบรรยายพิเศษที่น่าสนใจ และนิทรรศการพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ โดยงานจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนหลานหลวง  ระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2566 เวลา 15.00-20.00 น.

โดยภายในงานพบกับ

การแสดงวิพิธทัศนา

การแสดงโขน ละคร จาก สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
การแสดงดนตรีไทย และ Wind orchestra จากโรงเรียนราชวินิต มัธยม
การแสดง Modern Ballet จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
การแสดงละครชาตรี จากคณะละคร จงกลโปร่งน้ำใจ

กิจกรรมเสวนาวิชาการและบรรยายพิเศษ จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง  จันทรางศุ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์พูนพิศ  อมาตยกุล

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ราชบัณฑิต

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณิศา  วศินารมณ์ หัวหน้าสาขาวิชาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

อาจารย์ ดร.เฉลิมศักดิ์  เย็นสำราญ ข้าราชการบำนาญ อดีตหัวหน้าฝ่ายตำรา สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

อาจารย์รัจนา  พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-ละคร)พ.ศ.2554

อาจารย์ไพฑูรย์  เข้มแข็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-โขน ละคร) พ.ศ.2564

สนุกไปกับกิจกรรมพิเศษ อาหารย้อนยุค และกิจกรรมมากมาย พิเศษ!!! สำหรับผู้ใส่ชุดไทยมางาน ได้รับสิทธิ์ถ่ายภาพที่ระลึกฟรี!!! สนใจเข้าชมงานดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: King Prajadhipok Museum

สส. จัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวัน ทสม.แห่งชาติ ปี 66 มุ่งสร้างจิตสำนึกไทย ร่วมกันเปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774060

สส. จัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวัน ทสม.แห่งชาติ ปี 66 มุ่งสร้างจิตสำนึกไทย ร่วมกันเปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด

สส. จัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวัน ทสม.แห่งชาติ ปี 66 มุ่งสร้างจิตสำนึกไทย ร่วมกันเปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.05 น.

สส. จัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวัน ทสม.แห่งชาติ ปี 66 มุ่งสร้างจิตสำนึกไทย ร่วมกันเปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2566 เชิดชูเกียรติเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมชูแนวคิด สร้างจิตสำนึก ชวนคนไทยมีส่วนร่วม “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด” ในวันที่  14 ธันวาคม 2566 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปีเป็น วันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ซึ่งถือว่าเป็นวาระสำคัญทางสิ่งแวดล้อม สืบเนื่องจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2532 โดยมีใจความเกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศและของโลกซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น ทรงห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนชาวไทยกำลังประสบอยู่ และให้ถือเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว พระราชดำรัสดังกล่าวนับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการดำเนินงานเพื่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2534 ให้วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2550 ให้วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  และน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องของจิตอาสา การทำความดีด้วยหัวใจมาเป็นแนวทางในการรณรงค์เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมทำความดีเพื่อประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินชีวิตตามแนวทางศาสตร์พระราชาและการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันเป็นสมบัติของแผ่นดินและเป็นมรดกสู่อนุชนรุ่นหลัง และเผยแพร่ผลการดำเนินกิจกรรมตามรอยเบื้องพระยุคลบาท รวมถึงยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร ชุมชนที่มีกิจกรรมผลงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น เพื่อให้เป็นแบบอย่าง และเป็นแรงบันดาลใจแก่สาธารณชน นำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและประเทศชาติ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดงานเนื่องในวาระสำคัญทางสิ่งแวดล้อมนี้เป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้กำหนดจัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2566 ขึ้น ในวันที่ 14 ธันวาคม 2566 ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 2 – 4 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด” เพื่อสร้างและกระตุ้นจิตสำนึก และการเตรียมพร้อมตั้งรับ ปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ มีความจำเป็นที่ต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การสร้างสังคมที่เกิดความสมดุลระหว่างการดำรงชีวิตของมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ตามเป้าหมายที่ประเทศไทยได้ตั้งไว้

กิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจ ประกอบด้วย

พิธีเปิดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยมี พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี  พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด”
พิธีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศโครงการชุมชนปลอดขยะ  Zero Waste ปี 2566 ระดับประเทศ ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รางวัลชนะเลิศโครงการโรงเรียนปลอดขยะ Zero Waste School ปี 2566 ระดับประเทศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลรอบระดับประเทศ รองชนะเลิศโครงการชุมชนปลอดขยะ Zero Waste และโครงการโรงเรียนปลอดขยะ Zero Waste School ปี 2566  และรางวัล ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2566
Talk to Change “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด” โดยผู้แทนเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งเครือข่ายภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ประกอบด้วย ผู้แทนเยาวชนจาก รร.สวนบัว และ รร.เซนต์เทเรซา กรุงเทพฯ เครือข่าย ทสม. จังหวัดพิจิตร ผู้จัดการนาเเปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่เดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เครือข่ายชุมชนปลอดขยะ จังหวัดอุบลราชธานี  คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด  โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) รวมทั้งดารานักแสดงที่ทีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้ที่น่าสนใจ อาทิ ความสำคัญของวันสิ่งแวดล้อมไทยและวัน ทสม. แห่งชาติ พระราชกรณียกิจด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถาการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลกและประเทศไทย รวมถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม

สุดท้าย ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย “เปลี่ยนเรา” เริ่มต้นที่ตัวเรา ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นพลังขับเคลื่อนและพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ “เปลี่ยนโลก” ลดอุณหภูมิของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส  “ลดโลกเดือด” ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี นำไปสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/1_1zy0pHZuOJDMO3u1OC0-jJtkRafW5Oxs55kzyim2sI/edit  

หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางทาง Facebook Fanpage กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม https://www.facebook.com/dcceth

-(016)

‘SIRIRAJ H SOLUTIONS’ ณ ไอซีเอส พร้อมเปิดบริการ 2 คลินิกใหม่ สัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774043

'SIRIRAJ H SOLUTIONS' ณ ไอซีเอส พร้อมเปิดบริการ 2 คลินิกใหม่ สัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช

‘SIRIRAJ H SOLUTIONS’ ณ ไอซีเอส พร้อมเปิดบริการ 2 คลินิกใหม่ สัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.14 น.

“SIRIRAJ H SOLUTIONS” ณ ไอซีเอส พร้อมเปิดบริการ 2 คลินิกใหม่ สัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช และคลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าครบวงจร รับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

หลังจากเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา “SIRIRAJ H SOLUTIONS”  ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต ซึ่งตั้งอยู่ใน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ โดยความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลศิริราช และไอซีเอส ขยายบริการด้านสุขภาพครบวงจรนอกพื้นที่โรงพยาบาลเป็นแห่งแรก ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ในประเทศไทย ด้วยการเปิด 16 คลินิกบริการ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในวงกว้าง

ล่าสุดพร้อมเปิดให้บริการเพิ่มเติมอีก 2 คลินิก ได้แก่ สัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช และคลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าอย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความสวย ความงาม หนุ่มสาวออฟฟิศ รวมถึงกลุ่มลูกค้าทั่วไป และผู้ที่เข้ามาใช้บริการในไอซีเอส โดยพร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับ สัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช มุ่งการสร้างเสริมสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย มีการทำหัตถการด้วยการนวดไทยแบบราชสำนัก การประคบสมุนไพร รวมถึงการให้คำแนะนำตามธาตุเจ้าเรือนของแต่ละท่าน โดยจุดเด่นสัปปายะฯ ที่เปิดให้บริการที่ SIRIRAJ H SOLUTIONS จะให้บริการโดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ จากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งใช้การนวดไทยแบบราชสำนักในการทำหัตถการ โดยคุณหมอแพทย์แผนไทยประยุกต์จะใช้เพียงนิ้วมือ และฝ่ามือ ในการทำหัตถการเท่านั้น เสริมด้วยการประคบสมุนไพรเพื่อการผ่อนคลาย แนะนำการทำท่าบริหารแบบฤาษีดัดตน พร้อมวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนประจำตัวผู้รับบริการแต่ละท่าน และให้คำแนะนำที่เหมาะสมในการใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

นอกจากนี้ ทางคลินิกยังมีจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรอายุรเวทศิริราช โดยหน่วยผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอายุรเวทศิริราช ซึ่งผลิตจากโรงงงานที่ได้การรับรองมาตรฐาน GMP-PIC/S ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากล ต่อยอดองค์ความรู้การใช้สมุนไพรเพื่อดูแลร่างกายทั้งภายในและภายนอก ในราคาที่เหมาะสม

อีกคลินิกที่เปิดให้บริการ คือ คลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม มีให้บริการที่หลากหลายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งในส่วนของปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง ได้แก่ การรักษาด้วยแสงเลเซอร์ การปรับสภาพผิว (รักษารอยย่น รอยแผลเป็น จุดด่าง-ดำจากแสงแดด และมะเร็งผิวหนัง) การรักษาสิว และเนื้องอกของต่อมไขมัน การรักษาความผิดปกติของหลอดเลือด (ปานแดง หลอดเลือดฝอย เนื้องอกหลอดเลือดแดง และเนื้องอกหลอดเลือดดำ) การรักษาหลอดเลือดฝอยที่ขา การกำจัดขน การลบรอยสัก การรักษาเนื้องอกผิวหนัง (ติ่งเนื้อ กระเนื้อ ไฝ ปานดำ ปานโอตะ) การรักษารอยแตกบริเวณผิวหนัง การรักษาด้วยแสง แอล-อี-ดี การรักษาผิวเปลือกส้ม (เซลลูไลท์) การรักษาแผลเป็น รวมถึงการยกกระชับผิว และการทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย

พร้อมกันนี้ ยังมีการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม ซึ่งเป็นอีกจุดเด่นสำคัญของคลินิก ได้แก่ การรักษารอยย่นด้วยการฉีด Botulinum toxin การรักษาเส้นเลือดฝอยที่ขา การฉีดสารเพื่อเติมเต็ม (การฉีดฟิลเลอร์) การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ การรักษารอยแผลเป็น และ รอยแผลเป็นหลุมสิว การรักษาสิวด้วยแสง การรักษาผิวเปลือกส้ม (เซลลูไลท์) การผลักยาด้วยคลื่นไฟฟ้า การรักษาความผิดปกติของเม็ดสี การยกกระชับใบหน้าและลำตัว การรักษาใบหน้าและเส้นผมด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP: Platelet Rich Plasma)

อีกหนึ่งบริการไฮไลท์ที่ คลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม คือการตรวจหาอาการดื้อต่อโบทูลินุ่มท็อกซิน หรือภาวะการดื้อโบท็อก ซึ่งจะเกิดขึ้นในผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์ถี่เกินไป ผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์ปลอม หรือไม่มีคุณภาพ รวมถึงการฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับการปรึกษา ตรวจวินิจฉัยและส่งผลเลือด เพื่อรับการวินิจฉัยและคำแนะนำในการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง

พร้อมกันนี้ คลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม ได้จัดแพคเกจสำหรับการซื้อแพคเกจผลักวิตามินเข้าหน้าด้วยเครื่อง Infusion (Electro- Mesotherapy) จำนวน 5 ครั้ง ฟรี 1 ครั้ง ในราคาเพียง 5,000 บาท จากปกติ 9,600 บาท และแพคเกจการดูแลรักษาผิวหน้าด้วยเครื่อง INTENSE PULSED LIGHT (IPL) ในราคาเพียง 4,000 บาท จากปกติ 5,000 บาท

ขณะเดียวกัน ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ มอบความคุ้มค่าและสุขภาพที่ดีให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น จัดแคมเปญ “ICS Health Check for LIFE CHANGE at SIRIRAJ H SOLUTIONS”  สำหรับสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 250 บาท เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจสุขภาพ ครบ 2,400 บาทขึ้นไป สำหรับการซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 500 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ จำนวนทั้งสิ้น 800 รางวัล ตลอดรายการ รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยลูกค้าสามารถแลกรับบัตร ณ จุดแลกรับ เคาน์เตอร์ Information ไอซีเอส ชั้น G เวลา 10.00 – 22.00 น. และชั้น 2 เวลา 12.00 – 20.00 น. และสามารถนำบัตรมาใช้ซื้อสินค้าได้ที่ ไอซีเอส และไอคอนสยามในร้านค้าที่ร่วมรายการ

พิเศษยิ่งขึ้น รับการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวหน้าด้วยเครื่อง OBSERV 520X มูลค่า 1,200 บาท เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจสุขภาพที่ร่วมการ และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเมื่อซื้อโปรแกรมนวดไทยราชสำนัก 5 ครั้ง รับเพิ่มฟรี 1 ครั้ง มูลค่า 5,000 บาท จากปกติ 6,000 บาท  ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 66

ผู้ที่สนใจใช้บริการของทั้ง 2 คลินิกใหม่ สามารถมาใช้บริการ ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต “SIRIRAJ H SOLUTIONS” ที่ชั้น 5 และ ชั้น 5 M  ณ  ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา  07.00 – 22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟสบุ๊ก ICS หรือ โทร. 1338 หรือสอบถามได้ที่ เฟสบุ๊ก SIRIRAJ H SOLUTIONS หรือ โทร. 02-414-1144 

#ICS #SirirajHSolutions #ชีวิตดีดีเริ่มต้นด้วยสุขภาพที่ดี #HEALTHYFIRST     

-(016)

‘รพ.มาสเตอร์พีช’จัดทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูฯประกาศจับมือ’วี สแควร์ คลินิก’เสริมแกร่งธุรกิจแพทย์ความงาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774036

'รพ.มาสเตอร์พีช'จัดทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูฯประกาศจับมือ'วี สแควร์ คลินิก'เสริมแกร่งธุรกิจแพทย์ความงาม

‘รพ.มาสเตอร์พีช’จัดทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูฯประกาศจับมือ’วี สแควร์ คลินิก’เสริมแกร่งธุรกิจแพทย์ความงาม

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.02 น.

ฉลองครั้งใหญ่ไฟกะพริบกับความร่วมมือทางธุรกิจศัลยกรรมความงาม สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการกอดคอกันกลมรับลมหนาวก่อนปิดปีกระต่ายทอง 2566 ระหว่างแบรนด์ Masterpiece Hospital และ V Square Clinic ขนทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมยินดีแน่น เซ็นทรัล เวสต์วิลล์

ในงานแถลงข่าว เปิดบ้าน วี สแควร์ คลินิก และกลยุทธ์ธุรกิจการเติบโตในอนาคต ของบริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ครั้งนี้ นอกจากเพื่อฉายภาพธุรกิจแล้ว ยังนับเป็นปาร์ตี้เฉลิมฉลองเพื่อแจ้งข่าวดีเรื่องความร่วมมือทางธุรกิจกับบิ๊กเนมเจ้าตลาดศัลยกรรมฯ อย่างโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช พร้อมทัพศิลปิน นางงาม และอินฟลูเอนเซอร์ ตบเท้าเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ ฟลุค – เกริกพล มัสยวาณิช, ตุ้ย – ธีรภัทร สัจจกุล, กี้ – นิโคล เทริโอ, อินฟลูเอนเซอร์คนดัง นินิว เพชรด่านแก้ว, ออยล์ – จุฑามาศ เมฆเสรี

และนางงามจากหลายเวที อาทิ  MUT ร้อยเอ็ด เอิร์ธ – กรประภา พลเขต, MUT อุดรธานี ซาร่า -สุภัสสรา สุปัญญา (ซาร่า), มิสแกรนด์นครพนม โอลีฟ – ศศิชา ดวงเกษ, Miss Angie Beauty Queen Thailand หมีพูห์ – วาสิตา ไชยกุลชื่นสกุล, Miss Trans Thailand ดร.พอลลี่ ณฑญา เป้ามีพันธ์, Miss Sexy Thailand เซียน – ปิยพร สังข์สุวรรณ ณ บริเวณ ชั้น G ลานน้ำตก Amphi Theatre, Central Westville (ลานแอมฟิ เธียเตอร์, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์)

หลังจบพิธีการงานแถลงด้านกลยุทธ์ ธุรกิจและการตลาด เจ้าบ้าน วี สแควร์ คลินิก -นายแพทย์ พุทธพงศ์ เหลืองรัตน์ และคุณแป๊บ – นิวัฒน์ ตั้นตระกูล พร้อมแขกเยือนผู้มาร่วมกอดคอโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช Specialty Hospital ของอุตสาหกรรมด้านความงามอันดับต้นของประเทศไทยและเอเชีย โดย หมอเส – นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ซีอีโอ และ คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองซีอีโอ บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ ร่วมนำทัพศิลปิน นางงาม อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อมวลชน อวดโฉมสาขาล่าสุดของ วี สแควร์ คลินิก ณ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ พร้อมช็อตเด็ดเซอร์ไพรส์ หมอเบส แห่ง วี สแควร์ คลินิก ฉีดโบทอกซ์ให้หมอเส แห่ง โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ตอกย้ำความน่าเชื่อถือระดับซีอีโอ และก่อนหน้านี้ตัวหมอเบสเองก็ฉีดฟิลเลอร์ครึ่งซึกด้านขวาของตนเอง เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างอย่างมีนัยยะ​ ระหว่างซีกหน้าที่ฉีดและไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ว่า ใบหน้าซีกขวาไม่ว่าจะใต้ตาและร่องแก้มที่หย่อนคล้อยกลับฟื้นฟู ดูยกกระชับ อ่อนเยาว์ แถมเห็นผลในทันที ทำเอาอึ้งกันทั้งวงการ

งานนี้ “แข่งกัน…ไม่ดี ข้ามแบรนด์…ไม่มี มีแต่จับมือ กอดคอ ผนึกกำลังกันแกร่ง สะเทือนลั่นวงการอุตสาหกรรมความงาม”

ย้อนกล่าวถึงแบรนด์ วี สแควร์ คลินิก โดยสรุปคือ ความเป็นเจ้าตลาดคลินิกเสริมความงามมายาวนานนับทศวรรษ โดย บริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบกิจการ วี สแควร์ คลินิก ภายใต้การนำของ นายแพทย์ พุทธพงศ์ เหลืองรัตน์ หัวหน้าทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านความงามอย่างยาวนาน พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความงาม เช่น คลินิกปรับรูปหน้ายอดนิยม โดยให้บริการฟิลเลอร์ โบทอกซ์ ร้อยไหม เมโส Hifu CoolSculpting รวมถึงการนำเทคโนโลยียกกระชับอย่าง Thermage FLX และ New Ulthera SPT ดูแลโดยทีมแพทย์ที่สั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี ชำนาญการปรับรูปหน้าในเคสที่หลากหลายด้วยความพิถีพิถัน เพื่อดูแลและให้คำแนะนำที่ดีที่สุด โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และมีการติดตามผลทุกเคส

นอกจากนี้ยังเป็นคลินิกความงามที่มีรีวิวจากผู้มารับบริการจริง และมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการบอกต่อเป็นจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ใช้ทุกตัวเป็นแบรนด์ระดับโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์สามารถตรวจสอบกับผู้ผลิตได้ทุกชิ้นว่าเป็นของแท้ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย โดยจุดแข็งของ วี สแควร์ คลินิก ที่ผู้รับบริการกล่าวถึงมากที่สุด ได้แก่ ราคาที่ย่อมเยา คุ้มค่าและสมเหตุสมผล วี สแควร์ คลินิก มี 24 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ ดูแลผิวพรรณและเลเซอร์ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้รับมาตรฐานระดับสากลโดยความร่วมมือกับบิ๊กเนมอย่างโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชครั้งนี้ ถือเป็นการขยายโอกาสสร้างการเติบโต และเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาดศัลยกรรมความงามร่วมกันครั้งยิ่งใหญ่ของวงการ เพราะโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งแรกของเมืองไทยที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และประกอบกิจการมายาวนานนับทศวรรษเช่นเดียวกัน

บ้านสุขาวดี เตรียมเปิดบ้าน ชวนเที่ยวธีมเทศกาลคริสต์มาส 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774035

บ้านสุขาวดี เตรียมเปิดบ้าน ชวนเที่ยวธีมเทศกาลคริสต์มาส 2023

บ้านสุขาวดี เตรียมเปิดบ้าน ชวนเที่ยวธีมเทศกาลคริสต์มาส 2023

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.02 น.

บ้านสุขาวดี เตรียมเปิดบ้าน ชวนเที่ยวธีมเทศกาลคริสต์มาส 2023

เตรียมต้อนรับปีใหม่สุดอลังการณ์ สำหรับบ้านสุขาวดี สถานที่ท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อว่าเป็นไฮท์ไลท์สวยงามแห่งพัทยา ล่าสุดระดมทีมพนักงานพร้อมช่างเข้าตกแต่งสถานที่ เตรียมความพร้อมในการเปิดบ้านรับแขกผู้มาเยือน ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและส่งต่อเค้าดาวน์ปีใหม่ 2024 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ด้วยต้นคริสต์มาสที่มีขนาดความสูง 9 เมตร ประดับไฟนับล้านดวงด้วยความงามวิจิตรบรรจง พร้อมกวางสายรุ้งที่แปลกและแตกต่างด้วยแสงสีไฟ เข้ากับบรรยากาศสุดตระการตา นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความบันเทิงครบรส อันหลากหลาย ทั้งบุพเฟ่ต์ seafood เพียงท่านละ 650 บาท ซึ่งจะอยู่ภายในอาคารซีฟู้ดติดริมทะเล ตกแต่งงดงาม พร้อมอาหารหลากหลายที่ให้เลือกทานอย่างจุใจ อีกทั้งยังมีการแสดงวิจิตรงดงามจากบ้านสุขาวดีที่จะปรับเปลี่ยนการแสดงให้เข้ากับเทศกาลต่างๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจกับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา รวมถึงยังเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชม พร้อมสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านสุขาวดี เช่น เจ้าแม่กวนอิมปางประทานพร พระพุทธรูปชี้ฟ้าชี้ดิน ที่ทำให้เข้าใจปรัชญาในการดำรงชีวิต

ซึ่งหากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ บรรยากาศดีในช่วงปลายปีนี้ บอกเลยว่า บ้านสุขาวดี เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่พลาดไม่ได้ในช่วงส่งท้ายปี 2023 พิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจมาเป็นหมู่คณะ มากกว่า 500 คน และแจ้งมาทางบ้านสุขาวดี ล่วงหน้า 3 วัน จะได้รับเมนูพิเศษเพิ่มเติมจากเมนูปกติ ไม่ว่าจะเป็น กุ้งก้ามกรามเผาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด และของหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง กันแบบจุกๆ

ทั้งนี้ ปัจจุบันบ้านสุขาวดี ได้เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลัง โดยมีสถานที่และพื้นที่พร้อมสำหรับจัดประชุม สัมมนา จัดเลี้ยง จัดปาร์ตี้ จัดงานแต่งงาน หรือจัดกิจกรรมอีเว้นท์ ต่างๆ โดยมีพื้นที่สามารถรองรับแขกได้ตั้งแต่ 200 – 4,000 คน ขึ้นไป ท่านใดสนใจจัดงานเข้าเยี่ยมชมความสวยงามของบ้านสุขาวดี สามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 089-938-5334 หรือ 094-690-9756 หรือ 080-335-5599

‘ศุภมาส’เปิดงาน 9 ทศวรรษ รวมตัวสร้างสรรค์ ร่วมกันพัฒนาอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774103

'ศุภมาส'เปิดงาน 9 ทศวรรษ รวมตัวสร้างสรรค์ ร่วมกันพัฒนาอย่างยั่งยืน

‘ศุภมาส’เปิดงาน 9 ทศวรรษ รวมตัวสร้างสรรค์ ร่วมกันพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.44 น.

“ศุภมาส”เปิดงาน“9 ทศวรรษ รวมตัวสร้างสรรค์ ร่วมกันพัฒนาอย่างยั่งยืน : SDU Community Engagement Expo 2023” โชว์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของ ม.สวนดุสิต ร่วมพัฒนาให้ชุมชน จ.สุพรรณบุรี

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิด “งาน 9 ทศวรรษ รวมตัวสร้างสรรค์ ร่วมกันพัฒนาอย่างยั่งยืน : SDU Community Engagement Expo 2023” ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยมี นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. ผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และ รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้าร่วมที่ ห้องประชุมพวงเงิน ชั้น 2 อาคารจันทร์เจริญ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี

นางสาวศุภมาส ได้มอบนโยบายในการให้มหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ ว่า การพัฒนาเชิงพื้นที่ถือเป็นภารกิจที่สำคัญของสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นยุทธศาสตร์ในกลุ่มที่มุ่งพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ ซึ่งเป้าหมายหลักของการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ คือ การพัฒนาระดับท้องถิ่นและผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถเป็นหลักในการขับเคลื่อน พัฒนา และเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค การดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนา การผลิตบัณฑิต ให้บริการวิชาการ ประยุกต์ความรู้ สู่การปฏิบัติ และสร้างองค์ความรู้จากการปฏิบัติ และการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งนี้ ในส่วนของการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ของกระทรวง อว. ได้มอบนโยบายด้านการวิจัยและนวัตกรรม ตามแนวคิด “วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” และ “เน้นประเด็นสำคัญของประเทศ อาทิ ความพอเพียง ความยั่งยืน เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)” มุ่งส่งเสริมการสร้างและสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรม เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการนวัตกรรมทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเยาวชน สตาร์ทอัพ SMEs และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ รวมไปถึงการทำให้ อว. เป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชน และกับประเทศด้วยความรู้และนวัตกรรม โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่เปิด หรือพื้นที่สำหรับโอกาสให้กับคนไทยทุกคน ตลอดจนเน้นการมีส่วนร่วมกับพื้นที่และชุมชน เพื่อนำองค์ความรู้ไปพัฒนาชุมชนในพื้นที่โดยรอบของมหาวิทยาลัยขับเคลื่อนงานวิจัยนำไปสู่การแก้ไขปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ

ด้าน ผศ.ดร.พิทักษ์ กล่าวว่า งาน 9 ทศวรรษ รวมตัวสร้างสรรค์ ร่วมกันพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก โดยกิจกรรมแรก SuanDusitness เป็นกิจกรรมการนำเสนอการเดินทางผ่านกาลเวลาของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จากความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ผลงาน สู่แรงบันดาลใจ สะท้อนผ่านนิทรรศการสู่การอยู่รอดอย่างยั่งยืน ตลอดจนการนำองค์ความรู้จากระบบเมืองของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตสู่การบริการวิชาการให้แก่ชุมชนและท้องถิ่น กิจกรรมต่อมาเป็นกิจกรรม การประกวดงานเย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง ระดับชาติ ครั้งที่ 11  ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทย บนรากฐานแห่งความเชี่ยวชาญด้วยการปฏิบัติอย่างประณีตของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในด้านคหกรรมศาสตร์ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติ และกิจกรรม SDU Community Engagement Expo 2023 ที่ท่านรัฐมนตรีฯ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี หน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้ง 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย

1) โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) 2) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 3) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 4) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 5) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 6) กรมราชทัณฑ์ 7) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) และ 8) สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย โดยเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดแสดงผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประกอบไปด้วย กิจกรรมการเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่น กิจกรรมการนำเสนอผลงานวิจัยการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้รับทุนงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กิจกรรมการจัดนิทรรศการของหน่วยงานภาคีในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น กิจกรรมการนำเสนอชิม ช้อป ชิล สินค้าเกษตรปลอดภัยวิถีใหม่ ซึ่งนักวิจัยของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ร่วมพัฒนาเพื่อยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าผักผลไม้สด สินค้าเกษตรแปรรูป ประเภทผักผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง และกิจกรรมในการสนองงานพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)

ขณะที่ รศ.ดร.ชนะศึก ผู้รับผิดชอบหลักด้านการวิจัยและการจัดงาน SDU Community Engagement Expo 2023 ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า งาน SDU Community Engagement Expo 2023 เป็นการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้มีการร่วมพัฒนาให้แต่ละชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรีสร้างสรรค์นวัตกรรม และงานนี้จะเป็นการส่งเสริมเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนให้นำผลิตภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัยได้ร่วมพัฒนามาจัดจำหน่าย ภายใต้กิจกรรม ชิม ช้อป ชิล สินค้าเกษตรปลอดภัยวิถีใหม่ ทั้งผักผลไม้สด สินค้าเกษตรแปรรูป ประเภทผักผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแพลตฟอร์มการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ของชุมชนเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

– 006

สอศ.คลอดหลักสูตรเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ฉบับใหม่ 23 สาขาวิชา ระดับปวช.-ปวส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774052

สอศ.คลอดหลักสูตรเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ฉบับใหม่ 23 สาขาวิชา ระดับปวช.-ปวส.

สอศ.คลอดหลักสูตรเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ฉบับใหม่ 23 สาขาวิชา ระดับปวช.-ปวส.

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.15 น.

สอศ.คลอดหลักสูตรเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ฉบับใหม่ 23 สาขาวิชา ระดับปวช.และปวส.ที่เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นฐาน (Outcome Based Education) ตามมาตรฐานอาชีพของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และมาตรฐานสากล

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการบรรณาธิการกิจหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์โดยยึดผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นฐาน (Outcome Based Education : OBE) โดยมี นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธาน และมีผู้อำนวยการสถานศึกษา และครูจากโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน วิทยาลัยเทคนิคพังงา และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี และอาจารย์จากมหาวิทยาลัย เข้าร่วมประชุม ณ มีโฮเทล เอสเคป กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 นายประพัทธ์  รัตนอรุณ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ดำเนินการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการบรรณาธิการกิจระดับ ปวช.และระดับ ปวส.โครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ โดยยึดผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นฐาน (Outcome Based Education : OBE) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรณาธิการกิจหลักสูตรโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์โดยเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ระดับ ปวช.และระดับ ปวส.ซึ่งการดำเนินงานเริ่มจากระยะที่ 1 พัฒนาหลักสูตร และระยะที่ 2 วิพากษ์หลักสูตร โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ครั้งสุดท้ายของการพัฒนาหลักสูตรที่เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นฐาน (Outcome Based Education) ยึดโยงกับมาตรฐานสากล มาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) มาตรฐานของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความถูกต้องและได้เอกสารหลักสูตรตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ คือ ในแต่ละสาขาวิชามีความเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่อง Skill Certificate และยังสามารถเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้ในระดับรายวิชาที่นำไปเทียบโอนความรู้ในระบบ Credit bank โดยมีสาขาวิชาทั้งหมด 23 สาขา ดังนี้ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้แก่ 1.สาขาวิชาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ เชื่อมโยงกับ 3 มาตรฐานอาชีพ กล่าวคือ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิ ปวช.และ 3 ใบประกาศนียบัตร (Certificate) ตามมาตรฐอาชีพ

2.สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องมือกล เชื่อมโยงกับ 3 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวช.และ 3 Certificate 3.สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เชื่อมโยงกับ 4 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวช.และ 4 Certificate 4.สาขาวิชาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เชื่อมโยงกับ 3 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวช.และ 3 Certificate 5.สาขาวิชาเทคโนโลยีเมคคาทรอนิกส์และระบบควบคุมอัตโนมัติ เชื่อมโยงกับ 5 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิปวช.และ 5 Certificate 6.สาขาวิชาเทคโนโลยีโยธา เชื่อมโยงกับ 3 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวช.และ 3 Certificate

7.สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ เชื่อมโยงกับ 3 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวช.และ 3 Certificate 8.สาขาวิชานวัตกรรมการท่องเที่ยวฐานวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงกับ 4 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวช.และ 4 Certificate 9.สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมแปรรูปอาหาร เชื่อมโยงกับ 6 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวช.และ 6 Certificate 10.สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร เชื่อมโยงกับ 1 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวช.และ 1 Certificate

ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพสูง (ปวส.) ได้แก่ 1.สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่เชื่อมโยงกับ 1 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 1 Certificate 2.สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการผลิต เชื่อมโยงกับ 2 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 2 Certificate 3.สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เชื่อมโยงกับ 2 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 2 Certificate 4.สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์ เชื่อมโยงกับ 1 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 1 Certificate 5.สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมระบบอัตโนมัติ เชื่อมโยงกับ 2 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 2 Certificate

6.สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา เชื่อมโยงกับ 1 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 1 Certificate 7.สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ เชื่อมโยงกับ 1 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 1 Certificate 8.สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม เชื่อมโยงกับ 3 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 3 Certificate 9.สาขาวิชานวัตกรรมเชิงธุรกิจไมซ์และอีเวนต์ เชื่อมโยงกับ 2 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 2 Certificate 10.สาขาวิชานวัตกรรมแปรรูปและวิเคราะห์คุณภาพอาหาร เชื่อมโยงกับ 3 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 3 Certificate 11.สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตพืช เชื่อมโยงกับ 2 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 2 Certificate 12.สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตสัตว์ เชื่อมโยงกับ 6 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 6 Certificate 13.สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการผลผลิตทางการเกษตรโครงการ เชื่อมโยงกับ 5 มาตรฐานอาชีพ หรือได้รับวุฒิ ปวส.และ 5 Certificate

นอกจากนี้ สอศ.ยังได้มีการพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ต่อเนื่อง 5 ปี) ยึดผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นฐาน (Outcome Based Education : OBE) โดยเป็นการพัฒนาหลักสูตรเดิมที่มี 2 สาขาวิชา เป็น 3 สาขาวิชา คือ 1.สาขาวิชาวิศวกรรมทรอนิกส์และหุ่นยนต์ 2.สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและ 3.สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งหลักสูตรมีการเชื่อมโยงมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานสากล โดยผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนี้จะได้รับใบประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพด้วย

“โดยขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้ สอศ.จะนำเสนอคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อพิจารณาต่อไป” รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวทิ้งท้าย

กรมพลศึกษา คว้ารางวัลโทรทัศน์ไทย สาขาองค์กรดีเด่น ด้านสื่อประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ประจำปี66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774032

กรมพลศึกษา คว้ารางวัลโทรทัศน์ไทย สาขาองค์กรดีเด่น ด้านสื่อประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ประจำปี66

กรมพลศึกษา คว้ารางวัลโทรทัศน์ไทย สาขาองค์กรดีเด่น ด้านสื่อประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ประจำปี66

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.55 น.

สื่อกีฬาลดความรุนแรงเด็กอาชีวะ โดยกรมพลศึกษา คว้ารางวัลโทรทัศน์ไทย สาขาองค์กรดีเด่น ด้านสื่อประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2566

กรมพลศึกษา ได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณสาขาองค์กรดีเด่น ด้านสื่อประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมจากผลงาน “สื่อส่งเสริมกีฬาและนันทนาการสร้างสรรค์” ซึ่งกรมพลศึกษา ได้ส่งเสริมให้มีการผลิตและเผยแพร่สื่อแบบมีส่วนร่วมในกลุ่มเยาวชนนำร่องนักศึกษาอาชีวศึกษา เสริมสร้างนวัตกรรมการผลิตและเผยแพร่สื่อใหม่ที่เกิดจากเยาวชนได้มีส่วนร่วมผลิต ที่มีแนวคิดสื่อสารการใช้ประโยชน์จากกีฬาและนันทนาการเพื่อสร้างความสุข ในรูปแบบสื่อโทรทัศน์ เพื่อให้เป็นสื่อจากเพื่อนถึงเพื่อน ร่วมรณรงค์สร้างความสุขในสังคม รณรงค์ลดความรุนแรงเปลี่ยนมือที่ทำร้ายกันมาสานสัมพันธ์ด้วยกีฬาและนันทนาการ สะท้อนให้เห็นถึงการใช้กีฬาและนันทนาการเป็นพื้นฐานเชื่อมความรัก ความเข้าใจ สานสัมพันธ์จากเพื่อนที่ขัดแย้งกันให้กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แบ่งปันและมีความสุขด้วยกันได้ ที่สำคัญยังได้ร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ , สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพ, สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก สมุทรปราการ , วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี, สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย และบริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ฝ่ายสื่อสารองค์กรห้างสรรพสินค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันในการผลิตและเผยแพร่สื่อส่งเสริมกีฬา นันทนาการสร้างสรรค์นี้ด้วย

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา รับรางวัลโทรทัศน์ไทย เกียรติคุณ อัตลักษณ์แห่งสยาม สาขาองค์กรดีเด่น ด้านสื่อประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ผลงานสื่อส่งเสริมกีฬาและนันทนาการสร้างสรรค์ โดยมีพลตรี หม่อมราชวงศ์ วัยวัฒน์ จักรพันธุ์ เป็นประธานในพิธีการมอบรางวัล ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า “กรมพลศึกษาได้ให้ความสำคัญการบูรณาการร่วมกันกับเครือข่ายส่งเสริมและเผยแพร่ องค์ความรู้ นวัตกรรม ด้านการออกกำลังกาย กีฬา และนันทนาการ โดยเฉพาะการส่งเสริมเยาวชนได้มีส่วนร่วมผลิตและเผยแพร่สื่อ ที่เป็นการสร้างนวัตกรรมการผลิตสื่อแบบมีส่วนร่วม ช่วยสร้างสรรค์ให้มีสื่อใหม่ๆที่จะช่วยเสริมสร้างสังคมแห่งความสุข ที่ทุกคนในสังคมมีการยึดมั่นในกฎ กติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ในการทำกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป”

การมอบรางวัลและการประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและองค์กรต่าง ๆ คณะกรรมการสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ได้คัดเลือกโดยติดตาม ผลงานข่าวสาร ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความดี การสร้างผลงานเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เพื่อเชิดชูเกียรติ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ในการเป็นตัวอย่างที่จะจรรโลงให้สังคมน่าอยู่ มีความสงบสุข มีวัฒนธรรมอันดีงาม ตระหนักถึงความมั่งคงของสถาบันชาติ โดยมีผู้มีเกียรติมากมายเข้าร่วมรับรางวัล เช่น

คุณ อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ผู้จัดละครชื่อดังมากมายรวมถึงล่าสุดกับละครบุพเพสันนิวาส ทางช่อง 3 เป็นต้น