บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2746469

ปานปรีย์ พหิทธานุกร เปิดตัวเครื่องรับคำร้องขอหนังสือเดินทางแบบบริการตัวเอง

9 ธ.ค. 2566 05:01 น.

ปานปรีย์ พหิทธานุกร เปิดตัวเครื่องรับคำร้องขอหนังสือเดินทางแบบบริการตัวเอง

บริการตัวเอง  –  ปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ เปิดตัวเครื่องรับคำร้องขอหนังสือเดินทางแบบบริการตัวเอง เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน โดยมี จักรพงษ์ แสงมณี, ศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร, รุจ ธรรมมงคล และ รุจิเรศ นีรปัทมะ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล อุดรธานี วันก่อน.

ความอดทนช่วยให้พ้นจากอุปสรรคทั้งปวง หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ถือเป็นข่าวดีส่งท้ายปี เมื่อ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ที่จัดประชุมที่เมืองคาเซเน สาธารณรัฐบอตสวานา เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ประกาศขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ…งานนี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้แสดงความยินดีและแสดงความขอบคุณคณะกรรมการฯ ในนาม รัฐบาลไทย และ ประชาชนชาวไทย รวมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันด้วยความมุ่งมั่น…นอกจากนี้ นายกฯเศรษฐา ยังได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลยินดีที่จะส่งเสริมความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ สงกรานต์ ร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ รัฐบาลยินดีต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาร่วมเทศกาลและสัมผัสประสบการณ์ของ ประเพณีสงกรานต์ ในประเทศไทย พร้อมด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับที่อบอุ่น
วิวาห์ชื่นมื่น  –  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง ฉัตต์สุดา บุตรี ถวัลย์–ปาริชาติ ศาลากิจ กับ ร.ต.อ.ปิยพัฒน์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล บุตร ฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล–ดร.โรศะนี ชัยพันธ์ โดยมี วิเชษฐ์ เกษมทองศรี มาร่วมอวยพรด้วย ที่ รร.ดิ แอทธินี วันก่อน.
  • สำหรับ “สงกรานต์ในประเทศไทย” ถือเป็นรายการในบัญชีตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ลำดับที่ 4 ของไทย โดยก่อนหน้านี้ UNESCO ได้ประกาศขึ้น ทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ได้แก่ “โขน” ในปี 2561 “นวดไทย” ในปี 2562 และ “โนรา” ในปี 2564 …ถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจสำหรับประชาชนคนไทยทุกคน
วันแต่งงาน  –  สุวิชา นาควัชระ ประธานศาลอุทธรณ์ เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง ปิ่นปินันธ์ บุตรี สมศักดิ์–พรปวีณ์ ด้วงเงิน กับ เขมณัฏฐ์ บุตร เจริญวิทย์–บุปผเวส เกื้อทิพย์ โดยมี นพ.พิชญา นาควัชระ มาร่วมอวยพรด้วยความชื่นมื่น ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.
  • ที่แน่ๆ จากการที่ UNESCO ประกาศขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในครั้งนี้ ก็ถือว่าบังเอิญเข้าทาง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่มีนโยบายผลักดัน ซอฟต์พาวเวอร์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะล่าสุด คือการผลักดันการจัด งานสงกรานต์ตลอด เดือน เม.ย.2567 ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับ งบประมาณ ในการจัดทำ ซอฟต์พาวเวอร์ต่างๆ กว่า 5,100 ล้านบาท …โดยล่าสุด แพทองธาร ออกมาระบุเรื่องดังกล่าวว่า งบประมาณ 5,100 ล้านบาท เป็นงบประมาณที่ใช้ใน 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ โดยไม่ได้ของบฯเพิ่ม เป็นงบประมาณที่อยู่ในแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และระมัดระวังเรื่องการใช้งบประมาณอยู่แล้ว…ส่วนแนวคิดจัด งานสงกรานต์ ตลอดเดือน เม.ย.ที่มีการตีความมากว่าจะให้ สาดน้ำกันทั้งเดือน ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น จะเป็นการจัดกิจกรรม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยวันที่ 13–15 เม.ย. ที่เป็นวันสงกรานต์จะมีกิจกรรมเหมือนที่จัดขึ้นทุกปี เพียงแต่กิจกรรมที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งเดือนจะเป็นการดึงนักท่องเที่ยวให้มีจุดเที่ยวในประเทศไทยยาวนานขึ้นนั่นคือจุดมุ่งหมาย การสาดน้ำ 30 วัน คงจะเป็นไปไม่ได้ ที่สำคัญ ขอย้ำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่สินค้า เพราะเรากำลังทำเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น เพื่อ พัฒนาประเทศ เรามองไปที่จุดข้างหน้า แล้วปักหมุดแล้วว่าจะดัน ซอฟต์พาวเวอร์ ให้คนทั่วโลกรู้จัก เข้าใจ และชื่นชอบ วัฒนธรรมของไทย นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่…เรื่องดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่ที่สำคัญทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดิน ภายใต้โครงการขับเคลื่อน ซอฟต์พาวเวอร์ต่างๆ ตามนโยบายของ รัฐบาล ควรจะต้องมีการบริหารจัดการควบคุมอย่างเข้มงวด อย่าให้มีการทุจริตรั่วไหลเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นดาบสองคม ทำให้โครงการดีๆมีประโยชน์ต้องเสียไป แถมแทนที่จะได้แต้มบวก อาจกลายเป็นหอกทิ่มแทงตัว เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ
เวลคัม  –  วิชา พูลวรลักษณ์, พัชรา อนงค์จรรยา และ บุญชัย อัศวฤทธิพรหม์ จัดงาน “CineAsia 2023 Reception Night” ต้อนรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์นานาชาติ โดยมี ชฎาทิพ จูตระกูล, แอนดรูว์ ซันไชน์ และ ดร.มัน–นาง ชอง มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
เพลิดเพลิน  –  มณเฑียร ตันตกิตติ์ มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ คณิต ภาวศุทธิพันธุ์ ในโอกาสจัดงาน Bangkok International Audio-Video? พร้อมฟรีคอนเสิร์ต ปั่น–ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว โดยมี ไอลดา บำรุงพฤกษ์ และ ประยุทธ ตามธรรม มาร่วมงานด้วย ที่ รร.มณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
  • ผ่างๆ…หลังจาก นายกฯเศรษฐา กดปุ่มเดินหน้าแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ โดยให้ กระทรวงมหาดไทย ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นแม่งานให้ประชาชนที่เป็น ลูกหนี้นอกระบบ คิดดอกเบี้ยโหด มาลงทะเบียน เพื่อเข้าสู่ กระบวนการไกล่เกลี่ย ให้สามารถจ่ายหนี้ได้อย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งบูรณาการการทำงาน กำชับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ ให้ดูแลตรวจ สอบในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้สำเร็จลุล่วง
พลังหญิง  –  อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ จัดงาน “VICKTEERUT Cult Club Night 1st Edition” ปาร์ตี้สุดเอกซ์คลูซีฟส่งท้ายปี เพื่อฉลองพลังของหญิงสาวกล้าเป็นตัวของตัวเองในสไตล์เฉพาะตน โดยมี กุลกมล ว่องวัฒนะสิน และ จารุจิต ใบหยก มาร่วมงานด้วย ที่เดอะ แวร์เฮาส์ วันก่อน.
  • โดยขณะที่ทุกอย่างกำลังเริ่มเดินหน้าไปได้สวยมี ประชาชนที่เป็นลูกหนี้ ทยอยมา ลงทะเบียน กันอย่างคึกคัก โดยหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับ ความเป็นธรรม ไม่ต้องโดน บรรดานายทุนเงินกู้นอกระบบ ขูดรีดดอกเบี้ยโหดจนสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ล่าสุด เกิดเหตุการณ์ท้าทาย นโยบาย รัฐบาล และการสั่งการของ นายกรัฐมนตรี อย่างจัง เมื่อ สมุนแก๊งเงินกู้นอกระบบ ที่ จ.ชัยนาท ก่อเหตุบุกพัง ร้านขายส้มตำ ของ ลูกหนี้นอกระบบรายหนึ่ง เนื่องจาก แก๊งเงินกู้ ไม่พอใจที่ ลูกหนี้รายนี้ ไปลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ…เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ นายกฯเศรษฐา ถึงกับฉุนควันออกหู เรียก ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ในพื้นที่กำชับสั่งการให้มีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด…โดย นายกฯเศรษฐา ระบุว่าได้เรียกตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบให้มารับนโยบาย กรณีดังกล่าว รัฐบาล รับไม่ได้เป็นการท้าทาย ต้องจัดการให้เด็ดขาด…งานนี้ต้องลุยเต็มที่ ถ้าไม่ใช้ไม้แข็งคงกำราบแก๊งเงินกู้อิทธิพลเถื่อนไม่อยู่แน่
มาเรียนรู้  –  นันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ ให้การต้อนรับ ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ในโอกาสนำสมาชิกชมรมคนรักพิพิธภัณฑ์เข้าเยี่ยมชมหอชมเมือง อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย โดยมี สพ.ญ.นาตยา นครชัย และ พญ.รักษ์ฉนา อภิเกษมสันติ์ มาร่วมชมด้วย ที่ จ.สมุทรปราการ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…ขอเชิญ ศิษย์เก่าวงโยธวาทิต โรงเรียนวิสุทธรังษี ร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพลอุทิศส่วนกุศลให้แก่ครูอาจารย์ ศิษย์เก่า ที่ล่วงลับไปแล้ว และร่วมงานพบปะสังสรรค์ ที่บ้านไร่ปลายตะวันเขาเม็ง อ.เมืองกาญจนบุรี 9 ธ.ค. 17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 06-3663-8996 และ 06-4963-6416
  • คณะแพทยศาสตร์ มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก จัดคอนเสิร์ตการกุศล “สวนดอกร้อยดวงใจ 65 ปี แพทย์เชียงใหม่” ที่สนามฟุตบอล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 9 ธ.ค. ตั้งแต่ 18.00-21.00 น.

“ธนูเทพ”

ตะลึง ปลาซาร์ดีนนับพันเกยตื้นตายที่ฮอกไกโด (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746673

ตะลึง ปลาซาร์ดีนนับพันเกยตื้นตายที่ฮอกไกโด (คลิป)

9 ธ.ค. 2566 10:38 น.

ตะลึง ปลาซาร์ดีนนับพันเกยตื้นตายที่ฮอกไกโด (คลิป)

ชาวบ้านในเมืองฮาโกะดาเตะของฮอกไกโดต่างตกตะลึง เมื่อพบว่ามีปลาซาร์ดีนจำนวนมากมาเกยตื้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมีปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรลหลายพันตัว ขึ้นมาเกยตื้นตายอยู่บนชายหาดของเมืองฮาโกะดาเตะ จังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยคลิปภาพมุมสูงจะเห็นซากปลาสีขาวๆ ซึ่งก็คือปลาซาร์ดีนจำนวนมากลอยมาเกยตื้นจนเต็มชายหาด กินพื้นที่เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร บริเวณชายฝั่งใกล้กับท่าเรือแพปลา โทอิ ของเมืองฮาโกะดาเตะ คาดว่ารวมปริมาณปลาตายทั้งหมดน่าจะได้หลายตัน

ขณะที่ชาวประมงในพื้นที่ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นเหตุการณ์ประหลาดที่มีปลามาเกยตื้นตายจำนวนมหาศาลแบบนี้ โดยมีบางส่วนเก็บปลาไปขายหรือนำมาบริโภค ขณะที่เว็บไซต์ของเมืองฮาโกะดาเตะประกาศเตือนประชาชนอย่าบริโภคเนื้อปลาดังกล่าว เพราะอาจจะไม่ปลอดภัย ซึ่งล่าสุดทางเทศบาลเมืองกำลังเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้ว เพื่อระบุว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาตายจำนวนมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับฤดูกาลที่ปลาซาร์ดีนจะอพยพจากฮอกไกโดลงไปทางใต้พอดี

นายทากาชิ ฟูจิโอกะ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยประมงเมืองฮาโกะดาเตะ ระบุว่าหนึ่งในความเป็นไปได้ของเหตุการณ์นี้ก็คือฝูงปลาดังกล่าวอาจถูกปลาขนาดใหญ่ไล่ล่าจนหมดแรงและถูกพัดมาขึ้นฝั่งโดยคลื่น และขาดออกซิเจนตาย เนื่องจากเคลื่อนตัวไปในฝูงที่มีปลาอยู่อย่างหนาแน่น หรืออีกกรณีหนึ่งคือปลาอาจว่ายน้ำเข้าสู่มวลน้ำเย็นอย่างกะทันหันในระหว่างการอพยพทำให้มันเกยตื้นตายได้.

ที่มา : เอพี

ปาเลสไตน์หวังจับมือสหรัฐฯ บริหารกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746668

ปาเลสไตน์หวังจับมือสหรัฐฯ บริหารกาซา

9 ธ.ค. 2566 10:06 น.

ปาเลสไตน์หวังจับมือสหรัฐฯ บริหารกาซา

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างการเปิดเผยของนายโมฮัมหมัด ชเตย์เยห์ นายกรัฐมนตรีปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ ถึงทิศทางการบริหารปกครองในฉนวนกาซา เมื่อสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสถึงจุดยุติ ซึ่งการสู้รบดังกล่าวดำเนินมาเป็นเวลาร่วม 2 เดือน

นายชเตย์เยห์ระบุว่า องค์การปกครองปาเลสไตน์ที่มีศูนย์กลางในเมืองรามัลเลาะห์ เขตเวสต์แบงก์ ได้ร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อวางแผนการบริหารฉนวนกาซา มุ่งหวังให้กลุ่มฮามาสมาเป็นลูกข่ายใต้อาณัติขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (พีแอลโอ) และจะไม่เดินตามแผนการของกองทัพอิสราเอล แต่จะปฏิบัติตามกลไกที่ร่วมมือกับประชาคมโลก เพื่อก่อร่างสร้างเขตเวสต์แบงก์ ฉนวนกาซา รวมถึงเยรูซาเลมตะวันออกเป็นรัฐเอกราช นายชเตย์เยห์ยังเผยว่า สถานะของกลุ่มฮามาสในปัจจุบันต่างจากก่อนเกิดการสู้รบเมื่อ 7 ต.ค. หากกลุ่มฮามาสพร้อมยอมรับข้อตกลงทางการเมืองของพีแอลโอก็พร้อมเปิดช่องทางการเจรจาในเรื่องดังกล่าว เพราะปาเลสไตน์ไม่ควรแยกออกจากกัน

สำหรับความคืบหน้าของความพยายามในการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส เพื่อแลกตัวประกันที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. เนื่องจากต่างฝ่ายต่างอ้างว่าถูกละเมิดเงื่อนไข นายจอห์น เคอร์บี โฆษกความมั่นคงทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเจรจาหยุดยิงชั่วคราวเพื่อมนุษยธรรมระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสยังไม่บรรลุผล กระนั้น ก็มีการ หารือข้อตกลงในเรื่องดังกล่าวทุกวัน ด้านกระทรวงกลาโหมเพนตากอนสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ยังคงส่งโดรนสอดแนมเพื่อตามหาตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสคุมขังในฉนวนกาซาต่อไป

ส่วนสำนักข่าวไทม์ส ออฟ อิสราเอลยังรายงานสถานการณ์สู้รบในฉนวนกาซาที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่องว่า กองทัพอิสราเอลทำการโจมตีทั่วทั้งฉนวนกาซา มากกว่า 450 เป้าหมาย ใน 24 ชม. โดยเฉพาะใน เมืองข่าน ยูนิส ทางใต้ของฉนวนกาซา อาทิ คลังเก็บ อาวุธ หอสังเกตการณ์ วันเดียวกันมีจรวด 4 ลูกถูกยิงจากฉนวนกาซาเข้ามาในเมืองซเดรอด ทางใต้ของอิสราเอล ทำให้เกิดเสียงเตือนภัยดังทั่วเมือง แต่ระบบต้านภัยทางอากาศไอรอน โดม ยิงสกัดจรวดดังกล่าวได้ 2 ลูก ส่วนที่เหลือตกบริเวณนอกเมืองดังกล่าว เบื้องต้นไม่มีรายงานความเสียหาย

ด้านสำนักข่าวบีบีซีระบุว่า นายแอนโทนี บลิง เคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงความคิดเห็นต่อ ประเด็นการโจมตีภาคพื้นดินของอิสราเอลเต็มรูปแบบ ในเมืองข่าน ยูนิส ทางใต้ของฉนวนกาซาหลังสิ้นสุดการหยุดยิงชั่วคราว โดยเผยว่าอิสราเอลให้ความสำคัญต่อการสู้รบภาคพื้นดิน ต่างจากการปกป้องพลเรือนปาเลสไตน์ในทางใต้ของฉนวนกาซา บ่งชี้เป็นการกดดันให้อิสราเอลคำนึงถึงชาวปาเลสไตน์มากขึ้น.

พม่าวอนจีนกล่อมชาติพันธุ์หยุดรบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746663

พม่าวอนจีนกล่อมชาติพันธุ์หยุดรบ

9 ธ.ค. 2566 09:29 น.

พม่าวอนจีนกล่อมชาติพันธุ์หยุดรบ

สถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมายังไม่มีทิศทางที่ดีขึ้น หลังกองกำลังติดอาวุธประชาชน (PDF) ร่วมมือกับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ในรัฐต่างๆ เปิดฉากทำสงครามกลางเมืองกับกองทัพเมียนมามาตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. ไล่ตั้งแต่ภาคเหนือจดถึงภาคกลางตอนล่าง รวมถึงรัฐกะเหรี่ยงติดกับพรมแดนประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมารายงานว่า นายตาน ฉ่วย รมว.ต่างประเทศเมียนมา ได้เดินทางไปยังกรุงปักกิ่งของจีน และขอให้รัฐบาลจีนเข้าช่วยเหลือ คลี่คลายสถานการณ์

ทั้งนี้ แหล่งข่าวในรัฐบาลเมียนมาเปิดเผยกับสำนักข่าวอิรวดีว่า นายตาน ฉ่วย เข้าหารือเป็นการส่วนตัวกับนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน ในกรุงปักกิ่ง ขอให้รัฐบาลจีนใช้อิทธิพลเกลี้ยกล่อมกลุ่มพันธมิตรชาติพันธุ์โกก้าง-ตะอาง-อาระกัน ที่ร่วมมือกันบุกตีฐานที่มั่นของกองทัพเมียนมาในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉาน ทางภาคตะวันออกของประเทศที่ติดกับพรมแดนจีนมาตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. ให้ยอมยุติการสู้รบและยอมส่งตัวแทนเข้าเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลเมียนมา โดยรัฐบาลเมียนมายอมที่จะให้กองกำลังติดอาวุธ ชาติพันธุ์มีการกำหนดเงื่อนไขใหม่ๆ และกรณีนี้ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา พร้อมที่จะยอมตกลงเรื่องสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม.

ไรอัน โอนีล ดาราขวัญใจฮอลลีวูดยุค 70 เสียชีวิตด้วยวัย 82 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746657

ไรอัน โอนีล ดาราขวัญใจฮอลลีวูดยุค 70 เสียชีวิตด้วยวัย 82 ปี

9 ธ.ค. 2566 09:17 น.

ไรอัน โอนีล ดาราขวัญใจฮอลลีวูดยุค 70 เสียชีวิตด้วยวัย 82 ปี

ไรอัน โอนีล ดาราขวัญใจฮอลลีวูด ยุค 1970 เสียชีวิตแล้วในวัย 82 ปี หลังจากป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากนานหลายปี

นักแสดงชาวอเมริกัน ไรอัน โอนีล เสียชีวิตลงแล้วในวัย 82 ปี โดยมีการเปิดเผยเรื่องนี้ผ่านทางอินสตาแกรมของแพทริค โอนีล ลูกชายของเขา โดยระบุเพียงว่า พ่อของเขาจากไปอย่างสงบในวันนี้ โดยมีครอบครัวและคนที่รักอยู่ข้างกาย แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุของการเสียชีวิตแต่อย่างใด

โดยโอนีลได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังเมื่อปี 2001 และยังพบมะเร็งต่อมลูกหมากเมื่อปี 2012 และต้องต่อสู้กับโรคร้ายมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ไรอัน โอนีล มีชื่อเสียงโด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง เลิฟ สตอรี่ ในปี 1970 ที่แสดงคู่กับ อาลี แมคกรอว์ และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จากภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกยกย่องโดยสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน ให้ติด 1 ใน 10 ของภาพยนตร์โรแมนติกที่เคยมีมา

ไรอัน โอนีล และลูกสาว ทาทัม โอนีล

นอกจากนี้ในปี 1972 โอนีลยังมีผลงานในภาพยนตร์คอมเมดี้ “What’s up, Doc?” คู่กับนักแสดงชื่อดังบาร์บรา สไตรแซนด์ ซึ่งได้ประกบคู่กันอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง The Main Event ในปี 1979 ด้วย

สำหรับชีวิตส่วนตัว โอนีล เกิดที่ลอสแอนเจลิสเมื่อปี 1941 โดยแม่ของเขาเป็นนักแสดงละครเวที ขณะที่พ่อของเขาเป็นนักเขียนนิยาย ในช่วงวัยรุ่นโอนีล เคยฝึกมวยสมัครเล่นก่อน จะผันตัวมาเป็นนักแสดง โดยเขาแต่งงานครั้งแรกกับนักแสดงสาว โจแอนนา มัวร์ มีลูกด้วยกัน 2 คน หนึ่งในนั้นคือ ทาทัม โอนีล นักแสดงสาว ก่อนที่จะหย่าขาดและแต่งงานใหม่ กับ ลีห์ เทย์เลอร์ ยัง โดยมีลูกชายด้วยกันอีก 1 คน.

ที่มา : BBC

สหรัฐฯ วีโต ขวางคณะมนตรีความมั่นคง UN ผ่านมติจี้หยุดยิงในกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746651

สหรัฐฯ วีโต ขวางคณะมนตรีความมั่นคง UN ผ่านมติจี้หยุดยิงในกาซา

9 ธ.ค. 2566 07:05 น.

สหรัฐฯ วีโต ขวางคณะมนตรีความมั่นคง UN ผ่านมติจี้หยุดยิงในกาซา

สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ วีโต ขัดขวางการผ่านมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประชาชนในกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค. 2566 ผู้แทนสหรัฐอเมริกาประจำคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ใช้สิทธิ์ ‘วีโต’ หรือ ‘ยับยั้ง’ ขัดขวางการผ่านมติ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดการต่อสู้ในฉนวนกาซาทันที ท่ามกลางความกังวลว่าจะมีพลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตมากยิ่งขึ้น

การโหวตในวันศุกร์ ชาติสมาชิก UNSC 13 จากทั้งหมด 15 ประเทศ โหวตเห็นชอบการผ่านร่างมติดังกล่าว แต่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ วีโต ซึ่งเป็นสิทธิ์พิเศษของประเทศสมาชิกถาวรทั้ง 5 เพื่อยับยั้งการผ่านมติโดยสิ้นเชิง ขณะที่สหราชอาณาจักรตัดสินใจงดออกเสียง

ทั้งนี้ ฉบับร่างของมติ ซึ่งถูกเสนอขึ้นมาโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีเนื้อหาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมโดยทันที รวมทั้ง เรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข และรับประกันการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

เนื้อหาเรื่องการปล่อยตัวประกันถูกใส่เข้ามาในร่างมติเพื่อโน้มน้าวสหรัฐฯ ให้ร่วมผ่านมติแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล โดยสหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่ยอมรับร่างมติฉบับนี้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากพวกเขาอ้างว่า อิสราเอลมีสิทธิ์ที่จะป้องกันตนเองหลังจากการโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค.

การโหวตที่เกิดขึ้นนับเป็นความพยายามครั้งที่ 6 ในการผ่านร่างมติที่เกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส แต่มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่พวกเขาผ่านมติสำเร็จ โดยเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน คือมติเรียกร้องให้อิสราเอลกับฮามาสหยุดการต่อสู้เพื่อมนุษยธรรม และขยายระเบียงมนุษยธรรมทั่วฉนวนกาซา เพื่อเปิดทางส่งความช่วยเหลือให้แก่ชาวปาเลสไตน์

หลังการโหวตสิ้นสุดลง นายกีลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่าน X ขอบคุณสหรัฐฯ ที่ช่วยวีโตร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยเขาขอบคุณประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่ยืนหยัดเคียงข้างอิสราเอลอย่างมั่นคง และว่าสิ่งนี้เปรียบเหมือนแสงสว่างเล็กๆ ที่ขับไล่ความมืดได้มากมาย

ส่วนกลุ่มสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ ประณามการวีโตของสหรัฐฯ ว่ามอบทั้งอาวุธและการปกป้องทางการทูตแก่อิสราเอลที่กำลังกระทำเรื่องโหดร้ายมากมาย รวมถึงลงโทษพลเรือนปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาอย่างเป็นหมู่คณะ และว่าสหรัฐฯ เสี่ยงจะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการก่ออาชญากรรมสงคราม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สี จิ้นผิง ยอมรับ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746646

สี จิ้นผิง ยอมรับ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ

9 ธ.ค. 2566 05:00 น.

สี จิ้นผิง ยอมรับ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ

ผู้นำจีนยอมรับว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในขั้นวิกฤติ หลังประเทศยังไม่สามารถรักษาระดับการฟื้นตัวให้มั่นคงได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรมการเมือง หรือ โปลิตบูโร แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค. 2566 ว่า การฟืนตัวทางเศรษฐกิจของประเทศยังคงอยู่ในขั้นวิกฤติ หลังมีการเปิดเผยว่า เศรษฐกิจไตรมาส 3 ของจีน โตเพียง 4.9% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 5% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบหลายปี

“ในปัจจุบันนี้ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในขั้นวิกฤติ” นายสีกล่าว และเรียกร้องให้มีมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจ เนื่องจาก “สถานการณ์ด้านการพัฒนาที่ประเทศกำลังเผชิญนั้นซับซ้อน จากการเพิ่มขึ้นของปัจจัยทางลบในด้านการเมืองระหว่างประเทศและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ”

“เป็นเรื่องจำเป็นที่จีนจะต้องมุ่งเน้นด้านการเร่งความเร็วในการสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่, ขยายอุปสงค์ภายในประเทศ และป้องกันรวมถึงขจัดความเสี่ยง” ผู้นำจีนกล่าว พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการพึ่งพาตนเองในภาควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ และเร่งการวางแผนงานพัฒนาใหม่ๆ

ทั้งนี้ จีนกำลังประสบปัญหาในการรักษาระดับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเสียหายจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ว่าพวกเขาจะยกเลิกมาตรการควบคุมโรคสุดเข้มงวดตั้งแต่สิ้นปี 2565 ก็ตาม

การส่งออก ซึ่งเป็นตัวผลักดันสำคัญในการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน เพิ่งเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังเพิ่มขึ้นในช่วงสั้นๆ เมื่อเดือนมีนาคมกับเมษายน แต่เป็นตัวเลขที่เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ผลกระทบจากนโยบายป้องกันโควิด-19 กำลังส่งผลมากที่สุดเท่านั้น

ขณะที่การนำเข้าในเดือนพฤศจิกายนลดลงอย่างเหนือความคาดหมาย ชี้ให้เห็นถึงความอ่อนแอของกิจกรรมผู้บริโภคในประเทศ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจชื่อดังอย่าง ‘มูดีส์’ (Moody’s) ก็เพิ่งตัดลดแนวโน้มของระดับความน่าเชื่อถือลงจากระดับ ‘มั่นคง’ ไปเป็น ‘เชิงลบ’ โดยอ้างเรื่องความความเสี่ยงขาลง (downside risk) ในด้านการเงิน, เศรษฐกิจ และความเข้มแข็งทางสถาบันของจีน

ปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ฉุดรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีน ด้วยวิกฤติหนี้ที่หยั่งรากลึก ทำให้บริษัทผู้พัฒนารายใหญ่ของจีนล้มละลายไปหลายเจ้าแล้ว นอกจากนั้น ปัญหาหนี้สินยังทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในหมู่ผู้ซื้อ และส่งผลให้ราคาบ้านดิ่งลง เสี่ยงกระทบไปถึงภาคส่วนอื่นๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ปากีสถานปิดสวนสัตว์ ชายปริศนาถูกเสือขย้ำตายคากรง รองเท้ายังคาปาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746639

ปากีสถานปิดสวนสัตว์ ชายปริศนาถูกเสือขย้ำตายคากรง รองเท้ายังคาปาก

9 ธ.ค. 2566 03:45 น.

ปากีสถานปิดสวนสัตว์ ชายปริศนาถูกเสือขย้ำตายคากรง รองเท้ายังคาปาก

ปากีสถานปิดสวนสัตว์ชั่วคราว หลังเกิดเหตุชายนิรนามถูกเสือรุมขย้ำจนตายภายในกรง โดยเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนว่า ชายคนนี้เข้าไปได้อย่างไร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สวนสัตว์ ‘เชอร์บักห์’ ในเมืองบาฮาวัลปูร์ ในรัฐปันจาบ ทางตะวันออกของปากีสถาน ต้องปิดทำการชั่วคราวตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 ธ.ค. 2566) หลังจากเจ้าหน้าที่พบศพชายนิรนามอยู่ภายในคอกซึ่งมีเสืออาศัยอยู่ถึง 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นยังคาบรองเท้าที่เชื่อว่าเป็นของชายคนนี้เอาไว้ในปาก

ศพของชายคนนี้ถูกพบระหว่างการทำความสะอาดคอกสัตว์ประจำวันในวันพุธ โดยสภาพศพบ่งชี้ว่า เขาถูกเสือจู่โจมในช่วงกลางดึกวันอังคาร

“ตอนนี้สวนสัตว์ปิดทำการเนื่องจากเรากำลังสืบสวนว่าชายคนนี้เข้าไปได้อย่างไร” อาลี อุสมาน บูคารี เจ้าหน้าที่อาวุโสจากกรมสัตว์ป่าของรัฐปันจาบ กล่าว “ผลการชันสูตรศพยังไม่ออกมา แต่หลักฐานที่รวบรวมได้จากคอกเสือชี้ว่า ชายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ในตอนที่เขาถูกเสือรุมจู่โจม”

นายบูคารีย้ำด้วยว่า เสือไม่ได้ออกไปโจมตีชายคนนี้ แต่เป็นผู้ตายที่เข้ามาในคอกเสือ “หากเราพบช่องโหว่ของการรักษาความปลอดภัย เราจะแก้ไขมัน และหากจำเป็น เราจะจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชน”

อนึ่ง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร และยังไม่มีญาติออกมาแสดงตัวเพื่อขอรับศพ ขณะที่นายซาเฮียร์ อันวาร์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่น บอกกับสื่อว่า เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์อยู่ครบทุกคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cbsnews

อิสราเอลอ้าง ภาพกลุ่มชายถูกจับแก้ผ้า-ปิดตา คือสมาชิกกลุ่มฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746630

อิสราเอลอ้าง ภาพกลุ่มชายถูกจับแก้ผ้า-ปิดตา คือสมาชิกกลุ่มฮามาส

9 ธ.ค. 2566 02:45 น.

อิสราเอลอ้าง ภาพกลุ่มชายถูกจับแก้ผ้า-ปิดตา คือสมาชิกกลุ่มฮามาส

กองทัพอิสราเอลออกมาอ้างว่า ภาพกลุ่มชายถูกจับปิดตาและแก้ผ้าจนเหลือแต่กางเกงใน คือสมาชิกกลุ่มฮามาส ขณะที่ฝ่ายฮามาสโจมตีว่า ผู้ถูกจับคือผู้พลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกมาชี้แจงในวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค. 2566 หลังมีภาพชายกลุ่มหนึ่งถูกทหารอิสราเอลจับกุมตัว ให้คุกเข่าอยู่กลางถนนในสภาพถูกแก้ผ้าจนเหลือแต่กางเกงใน และมีผ้าปิดตา จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

พันโท โจนาธาน คอนริคัส โฆษกของ IDF ระบุว่า กลุ่มชายที่ปรากฏในภาพต่างๆ คือสมาชิกหรือผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกของกลุ่มฮามาส และสาเหตุที่ถอดเสื้อผ้าออกก็เพื่อทำให้แน่ใจว่า คนกลุ่มนี้ไม่ได้ซุกซ่อนระเบิดเอาไว้

อย่างไรก็ตาม นายอิซซาต อัล-ริชก์ สมาชิกฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส ออกแถลงการณ์กล่าวหาอิสราเอลว่า ลักพาตัว, ตรวจค้นร่างกายเกินขอบเขต, และเปลื้องผ้าผู้ถูกจับกุม ซึ่งฮามาสอ้างว่า เป็นผู้พลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์ ไม่ใช่สมาชิกกลุ่มติดอาวุธของพวกเขา

นายอัล-ริชก์ กล่าวอีกว่า นี่เป็นอาชญากรรมที่น่าประณาม พร้อมเรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ เข้าแทรกแซง

ด้านสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ผู้ถูกจับบางคนอาจเป็นพลเรือนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธ หลังพวกเขาได้พูดคุยกับหนึ่งในญาติและนายจ้างของผู้ถูกจับกุม ซึ่งเป็นสำนักข่าวแห่งหนึ่ง

โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ซีเอ็นเอ็นสัมภาษย์นายฮานี อัล-มาดูน ผู้เป็นพี่ชายและญาติของชายที่ปรากฏในภาพการจับกุมของทหารอิสราเอล ซึ่งนายอัล-มาดูนยืนยันว่า ญาติของเขาไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธใดๆ ก่อนที่เขาจะโพสต์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ในวันศุกร์ว่า ญาติของเขาได้รับการปล่อยตัวแล้ว

ขณะที่สำนักข่าว อัล-อาราบี อัล-จาดีด ระบุในวันพฤหัสบดีว่า หนึ่งในผู้ที่ถูกจับเป็นเป็นผู้สื่อข่าวของพวกเขา ชื่อว่า ดีอา อัล-คาห์ลอต และครอบครัวของเขา ที่หายตัวไปก่อนหน้านี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปูตินคอนเฟิร์ม ลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยที่ 5 ส่อครองอำนาจถึงปี 2573

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746621

ปูตินคอนเฟิร์ม ลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยที่ 5 ส่อครองอำนาจถึงปี 2573

9 ธ.ค. 2566 00:49 น.

ปูตินคอนเฟิร์ม ลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยที่ 5 ส่อครองอำนาจถึงปี 2573

วลาดิเมียร์ ปูติน ยืนยัน จะลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัยในเดือนมีนาคมปีหน้า ซึ่งจะทำให้เขาครองอำนาจต่อไปจนถึงปี 2573

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศในวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค. 2566 ว่า เขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 5 ในการเลือกตั้งซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 มี.ค. 2567 ซึ่งหากได้รับชัยชนะ เขาจะครองอำนาจต่อไปจนถึงปี 2573 เป็นอย่างน้อย

ปูตินครองอำนาจในรัสเซียมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ตั้งแต่เขาได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการในเดือนสิงหาคม 2542 ก่อนจะได้รับมอบตำแหน่งประธานาธิบดีจากนายบอริส เยลต์ซิน ในวันสิ้นปีเดียวกัน

จากนั้นปูตินก็ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 4 ปีเป็นจำนวน 2 สมัย และลงจากตำแหน่งในปี 2551 ตามข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญ ซึ่งปูตินสนับสนุนนายดีมิทรี เมดเวเดฟ ขึ้นมารับตำแหน่งแทน ขณะที่ตัวเองไปนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตาม ปูตินกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2555 และปี 2561 โดยวาระการดำรงตำแหน่งถูกปรับเพิ่มเป็นสมัยละ 6 ปีแล้ว ทำให้เขาอยู่ในอำนาจเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2564 เขาลงนามบังคับใช้กฎหมายเปิดทางให้ตัวเองลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้อีก 2 สมัย

การแก้กฎหมายดังกล่าวหมายความว่า ปูติน ที่ตอนนี้มีอายุ 71 ปี จะสามารถขยายระยะเวลาปกครองรัสเซียไปจนถึงปี 2579 ซึ่งในตอนนั้นเขาจะมีอายุอยู่ในช่วง 80 ตอนกลาง และครองอำนาจยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ

เชื่อกันว่า ปูตินจะไม่เผชิญอุปสรรคใดๆ ในการเลือกตั้งในเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากภายในการปกครองแบบเผด็จการของเขา นำการเมืองฝ่ายค้านล้วนพบเจอกับชะตากรรมคล้ายกันคือ ถ้าไม่เนรเทศตัวเอง ก็ถูกคุมขัง หรือเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา

ทั้งนี้ การเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2567 เป็นครั้งแรกที่ประชาชนใน 4 แคว้นของยูเครนที่ถูกรัสเซียผนวกรวมเข้ามาอย่าง โดเนตสก์, ลูฮานสก์, ซาปอริชเชีย และเคอร์ซอน จะได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย โดยคณะกรรมการเลือกตั้งกลางระบุว่า พวกเขาจะจัดการโหวตแบบบ้านต่อบ้าน ระหว่างวันที่ 15-17 มี.ค.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn