“ยิปซี แบลนชาร์ด” หญิงสมคบคิดฆ่าแม่เพราะบังคับให้ป่วยมะเร็ง ถูกปล่อยตัวจากคุกแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751367

"ยิปซี แบลนชาร์ด" หญิงสมคบคิดฆ่าแม่เพราะบังคับให้ป่วยมะเร็ง ถูกปล่อยตัวจากคุกแล้ว

29 ธ.ค. 2566 08:24 น.

“ยิปซี แบลนชาร์ด” หญิงสมคบคิดฆ่าแม่เพราะบังคับให้ป่วยมะเร็ง ถูกปล่อยตัวจากคุกแล้ว

หญิงผู้สมคบคิดสังหารแม่ของตนเอง ที่ทารุณกรรมต่อร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสหรัฐฯ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำก่อนกำหนดแล้ว

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในรัฐมิสซูรี เปิดเผยว่า ยิปซี โรส แบลนชาร์ด ซึ่งรับสารภาพว่าสมคบคิดกับแฟนหนุ่มของเธอเพื่อสังหารแม่ที่ทารุณกรรมต่อร่างกายและจิตใจของเธอ ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสหรัฐฯ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำหลังได้รับทัณฑ์บนเมื่อวันพฤหัสบดี (28 ธ.ค.) 

แบลนชาร์ดรับสารภาพในข้อหาฆาตกรรมโดยไม่เจตนาในปี 2559 หลังจากสารภาพว่าเธอโน้มน้าวให้แฟนหนุ่มของเธอแทงนางดี ดี แบลนชาร์ด แม่ของเธอ จนเสียชีวิตขณะนอนหลับ อัยการตัดสินจำคุกเธอ 10 ปีตามข้อตกลง หลังจากทนายความเปิดโปงเรื่องราวชวนช็อก เมื่อพบว่าเธอตกเป็นเหยื่อการกระทำทารุณกรรมจากน้ำมือของแม่ของตนเอง

แบลนชาร์ดเป็นเหยื่อของพฤติกรรมที่เรียกว่า การที่บุคคลหนึ่งสร้างเรื่อง การกล่าวเกินจริง หรือทำให้เกิดปัญหาทางกายหรือสุขภาพแก่ผู้ที่อยู่ในการดูแลโดยเฉพาะเด็ก เพื่อเรียกร้องความสนใจ (Munchausen syndrome by proxy) โดยพบว่าดี ดี แบลนชาร์ด ทำให้คนรอบข้าง รวมถึงแพทย์ เชื่อว่าลูกสาวของเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ความบกพร่องทางการมองเห็น และกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงโรคอื่นๆ

การกระทำดังกล่าว ทำให้นางดี ดี ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรการกุศล โดยมักแสดงภาพลูกสาวของเธอให้ดูเหมือนมีอายุน้อยกว่าความเป็นจริง และให้เธอต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็น โดยแบลนชาร์ดต้องใช้รถเข็นคนพิการ ใส่ท่อให้อาหาร และถังออกซิเจน แม้ว่าอันที่จริงแล้วเธอจะเดินได้และไม่มีปัญหาด้านสุขภาพก็ตาม เธอเล่าในภายหลังว่าแม่ของเธอทำให้เธออ่อนแอและโดดเดี่ยว ในไม่ช้า แบลนชาร์ดก็เริ่มสนใจโลกภายนอกมากขึ้น สร้างโปรไฟล์การออกเดตและพบกับนายนิโคลาส โกเดจอห์น แฟนหนุ่มของเธอ

บันทึกของศาลระบุว่า แบลนชาร์ดยอมรับว่าอยู่ในบ้านในขณะเกิดเหตุฆาตกรรม โดยที่เธอทราบว่านายโกเดจอห์น กำลังจะแทงแม่ และไม่พยายามระงับเหตุดังกล่าว โกเดจอห์นถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมและถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในปี 2562 โดยไม่ได้รับทัณฑ์บน คำฟ้องของศาลระบุว่า เขายอมรับว่าแทงนางดี ดี และบอกว่าเขาฆ่าเธอเพียงเพราะแบลนชาร์ดขอให้ทำ

เมื่อพูดถึงเงื่อนไขการปล่อยตัวแบลนชาร์ด โฆษกกรมราชทัณฑ์ของรัฐมิสซูรีกล่าวว่า เดิมทีโทษจำคุก 10 ปีของเธอเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 แต่หลังจากได้รับการลดหย่อนโทษ คาดว่าเธอจะอยู่ภายใต้การทำทัณฑ์บนและและรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ทัณฑ์บนจนถึงเดือนมิถุนายน 2568

ไม่กี่วันหลังจากการสังหารนางดี ดี รายละเอียดเริ่มปรากฏให้เห็นซึ่งเผยให้เห็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนและไม่ปกติ โดยไมเคิล สแตนฟิลด์ ทนายความของแบลนชาร์ดกล่าวในสารคดีเรื่อง “Mommy Dead and Mommy Dearest” ว่าดูเหมือนว่าแม่ของเธอได้ดำเนินการอย่างดีเพื่อให้ยิปซีรับบทเป็นเด็ก ทำให้เธอดูอายุน้อยกว่าอายุจริงของเธอหลายปี”

ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารพีเพิล ไม่นานก่อนที่เธอจะได้รับการปล่อยตัว แบลนชาร์ด ซึ่งขณะนี้อายุ 32 ปี กล่าวว่าเธอเสียใจต่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าวในทุกๆ วัน โดยกล่าวว่า แม่ของเธอ “เป็นผู้หญิงที่ป่วย เธอสมควรที่จะอยู่ในคุกต่อพฤติกรรมเลวร้ายของเธอ.”

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

นักศึกษา-นักเคลื่อนไหวการเมืองฮ่องกงขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751363

นักศึกษา-นักเคลื่อนไหวการเมืองฮ่องกงขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักร

29 ธ.ค. 2566 07:09 น.

นักศึกษา-นักเคลื่อนไหวการเมืองฮ่องกงขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักร

นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชื่อดัง ซึ่งเคยถูกตัดสินจำคุกภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ได้หลบหนีออกจากฮ่องกงเพื่อขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักร 

โทนี่ ชุง วัย 22 ปี กล่าวว่าเขาถูกตรวจสอบอย่างต่อเนื่องขณะอยู่ในฮ่องกง หลังตำรวจทำให้เขาตกอยู่ภายใต้ความเครียดอย่างหนัก นอกจากนี้เขายังอ้างว่าเขารู้สึกว่าถูกตำรวจบังคับให้เป็นผู้ให้ข้อมูลโดยได้รับค่าตอบแทน โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนนักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ

ชุงถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาเรียกร้องให้ฮ่องกงแยกตัวออกจากจีนภายใต้กฎหมายความมั่นคง และเพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัว เขากล่าวว่าเขาถูกบังคับให้อยู่ในสถานการณ์ที่เป็นเหมือน “คุกที่ใหญ่กว่าและอันตรายยิ่งกว่า” คุกที่เขาเคยถูกขัง

เขาอยู่ภายใต้คำสั่งกำกับดูแลหนึ่งปี ซึ่งกำหนดให้เขาต้องขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศ เจ้าหน้าที่อนุญาตให้เขาเดินทางไปญี่ปุ่นในวันที่ 20 ธันวาคมเพื่อหยุดพักผ่อน 6 วัน ขณะที่เขาอยู่ที่นั่น เขาบอกว่าเขาเริ่มร้องไห้เมื่อคิดว่าจะไม่กลับฮ่องกง และตัดสินใจขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักร

ชุงเป็นหนึ่งในผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยหลายคนที่หนีออกจากฮ่องกงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากการประท้วงครั้งใหญ่นานหลายเดือนในปี 2562 รัฐบาลจีนได้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจีนระบุว่ามีความจำเป็นเพื่อนำเสถียรภาพมาสู่ฮ่องกง กฎหมายดังกล่าวซึ่งปราบปรามผู้เห็นต่าง ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางเพื่อต่อต้านนักเคลื่อนไหวเช่นชุง

ในช่วงปลายปี 2564 เขาถูกตัดสินจำคุก 3 ปี 7 เดือน ฐานโต้แย้งว่าฮ่องกงควรแสวงหาเอกราช โดยกลุ่ม Studentlocalism ซึ่งเป็นกลุ่มชายขอบที่เขาเป็นผู้นำ ได้ถูกยุบก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ นอกจากนี้ เขายังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานดูหมิ่นธงชาติอีกคดีหนึ่งเมื่อเดือนธันวาคม 2563 เขาถูกจับกุมใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคมของปีนั้น ผู้สนับสนุนกล่าวว่าเขากำลังเดินทางไปที่นั่นเพื่อขอลี้ภัยทางการเมือง

ชุงอ้างว่าหลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ตำรวจความมั่นคงแห่งชาติขอให้พบกับเขาทุก 2-4 สัปดาห์ โดยซักถามเขาในทุกรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับใครก็ตามที่เขาพบและติดต่อด้วย เขากล่าวว่าตำรวจยังขอให้เขารายงานที่อยู่และกิจกรรมของนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยคนอื่นๆ ในฮ่องกงด้วย และเมื่อตำรวจไม่พอใจคำตอบของเขา พวกเขาก็ใช้การข่มขู่เพื่อบีบบังคับให้เขาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งทำให้เขาเครียดอย่างมาก เพราะเขาไม่สามารถบอกคนเหล่านั้นได้ว่าพวกเขาตกเป็นเป้าหมายแล้ว

เขากล่าวว่า คำประกาศลับที่เขาลงนามก่อนได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ ทำให้เขาไม่สามารถเปิดเผยเรื่องการปฏิสัมพันธ์กับตำรวจความมั่นคงแห่งชาติต่อบุคคลที่สามได้ ซึ่งรวมถึงทนายความ โดยหลังจากการพบกับเจ้าหน้าที่ตามปกติเป็นเวลา 2 เดือน ตำรวจก็เสนอเงินให้เขาตั้งแต่ 500 ดอลลาร์ฮ่องกง ถึง 3,000 ดอลลาร์ฮ่องกงหลังจากการสนทนาของพวกเขา

เขาบอกว่า เขารู้สึกว่าตนเองไม่มีทางเลือก เนื่องจากการไม่ยอมรับเงินดังกล่าวจะทำให้เกิดความสงสัยว่าเขาไม่ให้ความร่วมมือ แต่การรับเงินทำให้เขารู้สึกผิด “แม้ว่าข้อมูลที่ผมให้ไปไม่น่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ แต่ผมก็ยังรู้สึกอย่างนั้น”

ชุง กล่าวว่าเขารู้สึกเหมือนว่าเขาไม่สามารถควบคุมชีวิตของเขาได้ และเสริมว่าตำรวจมีข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของเขา รวมถึงสำเนารายละเอียดธนาคาร บัตรประจำตัวนักเรียน และตารางเรียน ในไฟล์ข้อมูล และเสริมว่า แม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่างการเดินก็ทำให้เขาเครียด เพราะเขารู้สึกว่าเขาต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะพิสูจน์การกระทำของเขาต่อตำรวจและกลัวการจับกุมได้อย่างไร 

เนื่องจากแรงกดดันอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อสุขภาพจิตและร่างกายของเขา เขาจึงเริ่มวางแผนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ กรมราชทัณฑ์ฮ่องกงอนุญาตให้เขาเดินทางไปญี่ปุ่นได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะกลับบ้านในวันที่ 25 ธันวาคม

ตอนนี้เขาอยู่ในสหราชอาณาจักร เขาหวังว่าจะกลับมาศึกษาต่อและมุ่งเน้นไปที่การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอีกครั้ง ชุงกล่าวว่า “หลังจากที่ปักหลักแล้ว หวังว่าเขายังสามารถทำอะไรบางอย่างให้กับฮ่องกงได้.”

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

โบอิ้งแจ้งสายการบินตรวจสอบ 737 Max ทุกลำ หลังพบปัญหาชิ้นส่วนหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751359

โบอิ้งแจ้งสายการบินตรวจสอบ 737 Max ทุกลำ หลังพบปัญหาชิ้นส่วนหาย

29 ธ.ค. 2566 06:00 น.

โบอิ้งแจ้งสายการบินตรวจสอบ 737 Max ทุกลำ หลังพบปัญหาชิ้นส่วนหาย

โบอิ้งแจ้งให้สายการบินต่างๆ ตรวจสอบเครื่องบิน 737 max ทุกลำ หลังเจอปัญหาสลักเกลียวหลวม-นอตหาย ในระบบควบคุมหางเสือในเครื่องบิน 2 ลำเป็นอย่างน้อย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท โบอิ้ง แจ้งสายการบินต่างๆ ให้ตรวจสอบเครื่องบินเจ็ตรุ่น 737 max ทุกลำ หลังสายการบินที่ไม่เปิดเผยชื่อพบว่า สลักเกลียวตัวหนึ่งในระบบควบคุมหางเสือไม่มีนอตตัวเมีย (Nut) ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาสลักเกลียวหลวม ขณะที่โบอิ้งพบปัญหาสกรูไม่ถูกขันให้แน่นอย่างเหมาะสม ในเครื่องบินที่ยังไม่ได้ส่งมอบลำหนึ่งด้วย

โบอิ้งยืนยันว่า เครื่องบินลำที่นอตหายได้รับการแก้ไขแล้ว แต่เพื่อความแน่ใจ พวกเขาจึงขอให้สายการบินต่างๆ ตรวจสอบเครื่อง 737 max ทั้งหมด 1,370 ลำทั่วโลก ขณะที่โบอิ้งจะดำเนินการตรวจสอบเครื่องบินลำใหม่ทุกลำหลังจากนี้

โบอิ้งรายงานปัญหาดังกล่าวต่อสำนักงานบริหารการบินกลาง (FAA) สหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 2566 ซึ่ง FAA ระบุว่า โบอิ้งจะต้องรายงานความคืบหน้าของการตรวจสอบให้พวกเขาทราบ และ FAA จะพิจารณาใช้มาตรการต่างๆ กับ โบอิ้ง โดยขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบที่ออกมา

ทั้งนี้ ชิ้นส่วนที่เกิดเหตุถูกจัดเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากต่อความปลอดภัย ซึ่ง FAA กำหนดว่าต้องผ่านการตรวจสอบ 2 ชั้น ก่อนจึงจะถือว่าพร้อมสำหรับการนำเครื่องขึ้นบิน

อย่างไรก็ตาม เครื่องโบอิ้ง 737 max เผชิญปัญหาเชิงวิศวกรรมและคุณภาพมาตลอด การตกของเครื่องบินรุ่นนี้ถึง 2 ลำในระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือนระหว่างปี 2561-2562 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 346 ศพ และโบอิ้ง 737 max ถูกสั่งห้ามบินนานร่วม 20 เดือน สร้างความเสียหายต่อบริษัทโบอิ้งมากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

737 max เพิ่งได้รับอนุญาตกลับมาให้บริการผู้โดยสารเมื่อเดือนธันวาคม 2563 แต่ก็เจอปัญหาอีกในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เมื่อโบอิ้งพบปัญหาใน 737 max บางเครื่อง เนื่องจากซัพพลายเออร์ใช้กระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ระหว่างการประกอบอุปกรณ์เข้ากับลำตัวเครื่องบินด้านหลัง แต่ปัญหาดังกล่าวไม่กระทบต่อความปลอดภัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

UN เตือน อิสราเอลโจมตีค่ายผู้ลี้ภัย-บีบชาวกาซานับแสนหนีจากภาคกลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751356

UN เตือน อิสราเอลโจมตีค่ายผู้ลี้ภัย-บีบชาวกาซานับแสนหนีจากภาคกลาง

29 ธ.ค. 2566 04:45 น.

UN เตือน อิสราเอลโจมตีค่ายผู้ลี้ภัย-บีบชาวกาซานับแสนหนีจากภาคกลาง

สหประชาชาติเตือนว่า การโจมตีของอิสราเอลกำลังบีบให้ชาวปาเลสไตน์นับแสนคน ต้องอพยพหลบหนีจากภาคกลางของฉนวนกาซาไปยังภาคใต้ซึ่งประชากรกำลังแออัดอย่างมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 2566 องค์การสหประชาชาติประเมินว่า ชาวปาเลสไตน์กว่า 150,000 คน กำลังถูกบีบให้อพยพหลบหนีจากพื้นที่ภาคกลางของฉนวนกาซา หลังกองทัพอิสราเอลบุกโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยหลายแห่งในพื้นที่ดังกล่าว

ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนและสมาชิกกลุ่มติดอาวุธฮามาสบอกกับสื่อว่า รถถังของกองทัพอิสราเอลเดินทางถึงชายขอบทางตะวันออกของค่ายผู้ลี้ภัย บูเรจ (Bureij) แล้ว โดยอิสราเอลเพิ่งขยายปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดิน มุ่งเป้าไปที่ค่ายบูเรจ กับค่ายนูเซรัต และ มากาซี ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

ขณะที่โฆษกกระทรวงสาธารณสุขในกาซา ซึ่งควบคุมโดยกลุ่มฮามาสเปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเมืองมากาซี, เมืองเบต ลาเฮีย ทางตอนเหนือ และเมืองข่าน ยูนิส ทางใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 50 ศพ โดยจุดที่นองเลือดที่สุดคือที่เบต ลาเฮีย มีผู้เสียชีวิตถึง 30 ศพเนื่องจกอาคารที่อยู่อาศัย 4 หลังพังถล่ม

นักข่าวท้องถิ่นในกาซาบอกกับสำนักข่าว เอพี ว่า มีครอบครัว 12 ชีวิตถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารที่พังลงมา และคาดว่าเสียชีวิตแล้วทั้งหมด ขณะที่เพื่อนบ้าน 9 คนของพวกเขายังคงสูญหาย

ขณะเดียวกัน สภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลไสต์ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 10 ศพหลังอิสราเอลโจมตีอพาร์ตเมนต์ใกล้โรงพยาบาล อัล-อามัล ในเมืองข่านยูนิส เพียงวันเดียวหลังเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันที่หน้าโรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 31 ศพ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ประกาศเตือนให้ประชาชนในภาคกลางของกาซา รวมถึงในค่ายผู้ลี้ภัย บูเรจ และ นูเซรัต ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่อาศัยท้องถิ่นกว่า 90,000 คน หรือผู้พลัดถิ่นที่อพยพลงมาจากภาคเหนืออีกราว 61,000 คน ให้อพยพลงใต้ไปยังเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ เพื่อเปิดทางให้พวกเขาโจมตีกลุ่มฮามาส

อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติเตือนในวันพฤหัสบดีว่า ประชาชนเหล่านี้ไม่ที่ให้หนีอีก เพราะเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ มีประชากรแออัดมากเกินไปแล้ว เนื่องจากผู้พลัดถิ่นนับแสนคนพักอาศัยอยู่ที่นั่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Xiaomi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตรถท็อป 5 ของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751354

Xiaomi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตรถท็อป 5 ของโลก

29 ธ.ค. 2566 03:05 น.

Xiaomi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตรถท็อป 5 ของโลก

Xiaomi ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองเป็นครั้งแรก โดยผู้บริหารตั้งเป้าจะเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ติด 1 ใน 5 ของโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 2566 เสี่ยวมี่ (Xiaomi) ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองเป็นครั้งแรก โดยเป็นรถยนต์ซีดาน ชื่อโมเดลว่า SU7 ซึ่ง SU ย่อมาจาก ‘Speed Ultra’ ซึ่งนายเหลย จวิ้น ซีดีโออ้างว่า มีเทคโนโลยีซุปเปอร์มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ทำให้ความเร็วในการเร่งเครื่องสูงกว่ารถของเทสลาและปอร์เช่

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดยานยนต์ของจีนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเผชิญภาวะการผลิตเกินกว่าความต้องการ และอุปสงค์ซบเซา ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง

แต่เรื่องดังกล่าวไม่สามารถหยุดนายเหลยจากการวางเป้าหมายสุดทะเยอทะยานได้ โดยเขาระบุว่า “ด้วยการทำงานหนักตลอด 15-20 ปีข้างหน้า เราจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ท็อป 5 ของโลก เพื่อยกระดับภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน” โดยแผนดังกล่าวรวมถึงการสร้าง “รถยนต์ในฝันที่เทียบได้กับรถของปอร์เช่และเทสลา”

ทั้งนี้ คาดกันว่า SU7 จะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ เนื่องจากมันมีระบบปฏิบัติการเดียวกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ของ Xiaomi และผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันมือถือของ Xiaomi ได้อย่างไร้รอยต่อ

ขณะที่นาย บิล รัสโซ ซีอีโอของ Automobility บริษัทที่ปรึกษาในเซี่ยงไฮ้ ระบุว่า แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนของ Xiaomi ถูกวางรากฐานมาอย่างดี ด้วยสมาชิก ‘มี่แฟน’ (Mi Fans) จำนวนหลายร้อยล้านคน ทำให้พวกเขามีโอกาสสูงที่จะเจาะตลาด เนื่องจากรถยนต์ก็กลายมาเป็นหนึ่งในอุปกรณ์อัจฉริยะแล้วเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สลด ฉลามขย้ำหนุ่มวัยรุ่นดับคาหาดออสเตรเลีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751353

สลด ฉลามขย้ำหนุ่มวัยรุ่นดับคาหาดออสเตรเลีย

29 ธ.ค. 2566 02:20 น.

สลด ฉลามขย้ำหนุ่มวัยรุ่นดับคาหาดออสเตรเลีย

หนุ่มวัยรุ่นถูกฉลามทำร้ายจนเสียชีวิต ที่ชายหาดซึ่งเป็นสถานที่โต้คลื่นยอดนิยมในภาคใต้ของออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่ยังตามหาฉลามที่ก่อเหตุไม่พบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนุ่มวัยรุ่นถูกฉลามจู่โจมในทะเลนอกหาด เอเธล บีช (Ethel Beach) ในอุทยานแห่งชาติ อินเนส (Innes) บริเวณคาบสมุทรยอร์ก (Yorke) ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 2566 โดยเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ศพของเขากลับมาได้สำเร็จแล้ว

ตามแถลงการณ์ของสำนักงานตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉลามทำร้ายคนในเวลาประมาณ 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยตำรวจยืนยันว่าผู้ตายเป็นหนุ่มวัยรุ่น แต่ไม่ได้เปิดเผยอายุของเขาแต่อย่างใด

ด้านนาย มาร์ตี กูดี ชาวบ้านท้องถิ่นซึ่งมาเล่นโต้คลื่นที่หาดเอเธล บีช มานานหลายทศวรรษแล้ว บอกกับสำนักข่าว เอบีซี นิวส์ ว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะอยู่ห่างจากชายฝั่งราว 30-40 ม. เขาเผยด้วยว่า ทะเลแถบนี้มีฉลามให้เห็นอยู่เป็นประจำ แต่ดูเหมือนว่าพวกมันเริ่มปรากฏตัวบ่อยขึ้นมาก

ทั้งนี้ เอเธล บีช เป็นหาดที่มีความยาว 400 ม. เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยเฉพาะสำหรับนักโต้คลื่น เนื่องจากทะเลแถบนี้มีคลื่นสูงเฉลี่ยถึง 1.5 ม.

ชาวบ้านท้องถิ่นบอกด้วยว่า นี่นับเป็นเหตุฉลามทำร้ายคนจนเสียชีวิตครั้งแรกที่เกิดขึ้นที่หาดเอเธล บีช แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นในรัฐเซาท์ออสเตรเลียหลายครั้งแล้ว โดยในเดือนพฤษภาคมมีนักโต้คลื่นถูกฉลามทำร้ายเสียชีวิตที่คาบสมุทรเอร์ (Eyre) และก่อนหน้านั้นในเดือนกุมภาพันธ์ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกฉลามขย้ำในแม่น้ำของเมืองเพิร์ธ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

3 นักเคลื่อนไหวฮ่องกงถูกจำคุก 6 ปี ข้อหาก่อการร้าย วางแผนระเบิดตึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751348

3 นักเคลื่อนไหวฮ่องกงถูกจำคุก 6 ปี ข้อหาก่อการร้าย วางแผนระเบิดตึก

29 ธ.ค. 2566 01:05 น.

3 นักเคลื่อนไหวฮ่องกงถูกจำคุก 6 ปี ข้อหาก่อการร้าย วางแผนระเบิดตึก

ศาลสูงฮ่องกงตัดสินจำคุก 3 นักเคลื่อนไหวนานสุด 6 ปี ในข้อหาก่อการร้าย วางแผนวางระเบิดในหลายพื้นที่หลังการประท้วงใหญ่ปี 2564 แต่ถูกสกัดไว้ได้ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้พิพากษาศาลสูงฮ่องกงตัดสินในวันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 2566 ให้จำคุกนาย โฮ อวี้-หวัง (Ho Yu-wang), คว็อก มัน-เฮ (Kwok Man-hei) และ จาง โฮ-ยาง (Cheung Ho-yeung) 3 นักเคลื่อนไหวนานสุด 6 ปี ในข้อหาก่อการร้าย วางแผนวางระเบิดอาคารสาธารณะหลายแห่ง

ในเบื้องต้นจำเลยทั้ง 3 คนถูกตั้งข้อหา ‘สมคบกันเพื่อก่อการร้าย’ ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ โดยพวกเขาสมาชิกของกลุ่ม ‘Returning Valiant’ ซึ่งเป็นกลุ่มโปรประชาธิปไตยในฮ่องกง และถูกกล่าวหาว่า วางแผนวางระเบิดดังกล่าวหลังจากการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2564

ตามข้อมูลที่ถูกเปิดเผยระหว่างการพิจารณาคดี จำเลยทั้ง 3 คนถูกกล่าวหาว่า วางแผนสร้างระเบิดเปอร์ออกไซด์ (TATP) แล้วนำไปวางไว้ตามสถานที่สาธารณะต่างๆ รวมถึง สำนักงานรัฐบาล, สถานีตำรวจ, อาคารศาล และทางรถไฟ โดยตั้งใจจะลงมือระหว่างวันที่ 1 เม.ย.- 5 ก.ค. 2564 แต่ถูกจับกุมตัวได้ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกันนั้น ก่อนจะทันได้สร้างระเบิด

ตามการกล่าวหาของอัยการ นายโฮ ซึ่งตอนถูกจับกุมมีอายุเพียง 17 ปี ถูกศาลระบุว่าเป็นหัวหน้ากลุ่ม รับผิดชอบเรื่องการสร้างระเบิด โดยเขายอมรับผิดในข้อหาก่อการร้าย และถูกพิพากษาจำคุก 6 ปี ส่วนนายจางถูกตัดสินจำคุก 6 ปีเช่นกัน ขณะที่นายคว็อก ถูกจำคุก 30 เดือน โดยทั้งสองคนยอมรับผิดในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการก่อเหตุระเบิด ซึ่งโทษเบากว่า

ทั้งนี้ ผู้พิพากษา อเล็กซ์ ลี กล่าวว่า เขายอมรับว่าบรรยากาศทางสังคมที่ไม่เป็นมิตรระหว่างการประท้วงในฮ่องกงเมื่อคราวนั้น อาจบดบังการตัดสินใจทางศีลธรรมของคนคนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย และอาจเปลี่ยนคนที่เคยเป็นคนนิสัยดี ให้กลายเป็นหัวรุนแรงได้

อนึ่ง จำเลยอีก 4 คนที่เกี่ยวข้องกับแผนการนี้ ถูกตัดสินความผิดไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินเดียเผชิญหมอกมลพิษลงหนาจัด เครื่องบินรถไฟหยุดชะงัก อุบัติเหตุเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751201

อินเดียเผชิญหมอกมลพิษลงหนาจัด เครื่องบินรถไฟหยุดชะงัก อุบัติเหตุเพียบ

28 ธ.ค. 2566 13:44 น.

อินเดียเผชิญหมอกมลพิษลงหนาจัด เครื่องบินรถไฟหยุดชะงัก อุบัติเหตุเพียบ

การให้บริการเครื่องบินและรถไฟในกรุงนิวเดลีของอินเดียต้องหยุดชะงัก หลังหมอกมลพิษหนาจัดปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นเหลือไม่ถึง 50 เมตร จนเกิดอุบัติเหตุหลายจุด

สภาพอากาศหนาวเย็น และหมอกลงหนาจัด ส่งผลให้การเดินทางสัญจรในกรุงนิวเดลี และพื้นที่ทางตอนเหนือของอินเดียบางส่วนต้องหยุดชะงัก โดยเที่ยวบินกว่า 100 เที่ยว และรถไฟอีก 25 เที่ยว ที่ต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นย่ำแย่ มองเห็นได้ในระยะไกลเพียงไม่เกิน 50 เมตร โดยมีรายงานการเกิดอุบัติเหตุหลายจุด โดยในรัฐอุตตรประเทศที่อยู่ใกล้เคียง มีรายงานรถชนกันบนทางด่วนหลายคัน หลังมีหมอกลงจัดในพื้นที่ โดยมีผู้บาดเจ็บหลายคน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินเดีย กล่าวว่า กรุงนิวเดลีถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ ซึ่งประกอบไปด้วยฝุ่นควันพิษและมลพิษอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรราว 20 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงขณะที่ดัชนีคุณภาพอากาศของกรุงนิวเดลีอยู่ที่ 376 ซึ่งอยู่ในระดับย่ำแย่มาก โดยคาดว่าสภาพอากาศที่มีหมอกหนาจัดเช่นนี้อาจจะต่อเนื่องไปอีก 5 วัน พร้อมเตือนประชาชนให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง โดยให้ใช้ไฟตัดหมอก นอกจากนี้ควรงดออกเดินทางโดยไม่จำเป็น.

ที่มา : บีบีซี

“แกสตัน กล็อก” ผู้ประดิษฐ์ปืนพกชื่อดัง เสียชีวิตในวัย 94 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751188

"แกสตัน กล็อก" ผู้ประดิษฐ์ปืนพกชื่อดัง เสียชีวิตในวัย 94 ปี

28 ธ.ค. 2566 13:18 น.

“แกสตัน กล็อก” ผู้ประดิษฐ์ปืนพกชื่อดัง เสียชีวิตในวัย 94 ปี

แกสตัน กล็อก วิศวกรชาวออสเตรียผู้ประดิษฐ์ปืนกล็อก ปืนพกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เสียชีวิตแล้วในวัย 94 ปี

แกสตัน กล็อก วิศวกรชาวออสเตรียผู้ประดิษฐ์ปืนกล็อก ปืนพกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เสียชีวิตแล้วในวัย 94 ปี บริษัทกล็อกระบุในแถลงการณ์ว่า ผลงานของผู้ก่อตั้งบริษัท จะดำเนินต่อไปด้วยจิตวิญญาณของเขา

ปืนกล็อก ถูกนำไปใช้ทั้งในกองทัพของประเทศต่างๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าของปืน รวมถึงอาชญากรทั่วโลก ความนิยมในการใช้ปืนกล็อกได้รับแรงหนุนจากวัฒนธรรมป๊อปของอเมริกา และการปรากฏของปืนในภาพยนตร์ฮอลลีวูด รวมถึงภาพยนตร์แอ็กชัน-ไซไฟเรื่อง The Matrix Reloaded

แม้ว่าผลงานของเขาจะได้รับความนิยม แต่กล็อกก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้สันโดษ ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่คฤหาสน์ริมทะเลสาบในออสเตรีย เขาแทบไม่ตกเป็นข่าว มีเพียงพาดหัวข่าวหลังหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจของเขาที่ตีพิมพ์ในปี 2555 หลังจากการหย่าร้างจากภรรยาคนแรกในปี 2554 และเมื่อผู้ร่วมธุรกิจพยายามจะสังหารเขาในช่วงปลายทศวรรษ 1990 โดยในเหตุการณ์ครั้งนั้น ผู้โจมตีซึ่งเป็นนักมวยปล้ำอาชีพที่ได้รับการว่าจ้าง ใช้ค้อนยางทุบศีรษะของเขาถึง 7 ครั้ง แต่กล็อกในวัย 70 ปีในขณะนั้น สามารถต่อสู้กลับและจัดการผู้โจมตีจนล้มลงได้

บริษัทกล่าวว่า “แกสตัน กล็อก ได้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มกล็อกตลอดชีวิตของเขา และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต” และเสริมว่ากล็อกได้ปฏิวัติโลกของอาวุธขนาดเล็ก และประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์กล็อกในฐานะผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมปืนพก

กล็อกซึ่งเกิดในปี 2472 ศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนา ต่อมาเขาได้ก่อตั้งธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคในเมือง นอกเมืองหลวงของออสเตรีย ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เขาได้ขยายธุรกิจด้านการผลิตอาวุธทางการทหารให้กับกองทัพออสเตรียที่ต้องการพัฒนาปืนพกของตน

กล็อกออกแบบและจดสิทธิบัตรปืนพกกึ่งอัตโนมัติน้ำหนักเบาขนาด 9 มม. ซึ่งสามารถยิงได้ 18 นัด และบรรจุกระสุนได้ง่าย ปืนดังกล่าวได้รับความนิยมในหมู่ทหารและตำรวจทั่วโลก โดยนิตยสารฟอร์บส์ ประเมินความมั่งคั่งส่วนบุคคลของกล็อกว่าอยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564

ปืนกล็อกยังปรากฏในวัฒนธรรมป๊อปของสหรัฐฯ โดยทอมมี่ ลี โจนส์ นักแสดงชาวอเมริกัน กล่าวในภาพยนตร์ปี 2541 เรื่อง “ยูเอส มาร์แชล” ว่า “หาปืนกล็อกให้ตัวเอง แล้วโยนปืนพกกระจอกที่ชุบนิกเกิลทิ้งไปซะ” นอกจากนั้น แร็ปเปอร์ชาวอเมริกัน Snoop Dogg และ Wu-Tang Clan ต่างก็กล่าวถึงปืนกล็อกในเนื้อเพลงของพวกเขาเช่นกัน อาวุธดังกล่าวยังปรากฏในภาพยนตร์ฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์ รวมถึงภาพยนตร์แอ็กชัน “ฅนเหล็ก 3 กำเนิดใหม่เครื่องจักรสังหาร” (Terminator 3: Rise of the Machines) และ “เดอะ เมทริกซ์ รีโหลดเดด สงครามมนุษย์เหนือโลก” (The Matrix Reloaded)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้สนับสนุนการควบคุมอาวุธปืนได้วิพากษ์วิจารณ์กล็อกที่เผยแพร่อาวุธที่สามารถซ่อนได้ง่าย และบรรจุกระสุนได้มากกว่าปืนพกชนิดเดียวกัน นอกจากนั้น นายซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำเผด็จการอิรัก ถูกพบโดยทหารสหรัฐฯ ว่าซ่อนปืนกล็อกไว้ในหลุมใต้ดินเมื่อปี 2546

ในปี 2561 ทหารผ่านศึกนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ได้ใช้ปืนกล็อกคร่าชีวิตผู้คนไป 12 รายในบาร์ที่มีผู้คนพลุกพล่านในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะเดียวกัน บริษัทปืนแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ เผชิญกับกระแสวิจารณ์ที่ผลิตปืนกล็อกที่ออกแบบเอง ซึ่งดูเหมือนของเล่นเด็กจากเลโก้

กล็อกมักไม่ตอบสนองต่อคำวิพากษ์วิจารณ์จากนักรณรงค์ควบคุมอาวุธปืน นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับผู้ผลิตอาวุธรายอื่นๆ ที่ลงนามข้อตกลงควบคุมอาวุธปืนโดยสมัครใจกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในปี 2543.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

รอดปาฏิหาริย์ ช่วยชายติดอยู่ในซากรถกระบะพลิกคว่ำนาน 6 วัน (ชมคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751171

รอดปาฏิหาริย์ ช่วยชายติดอยู่ในซากรถกระบะพลิกคว่ำนาน 6 วัน (ชมคลิป)

28 ธ.ค. 2566 11:31 น.

รอดปาฏิหาริย์ ช่วยชายติดอยู่ในซากรถกระบะพลิกคว่ำนาน 6 วัน (ชมคลิป)

ชายวัย 27 ปี รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ถึง 6 วัน ด้วยการดื่มน้ำฝน หลังจากติดอยู่ในรถกระบะที่ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำใต้สะพานทางหลวงในรัฐอินเดียนาของสหรัฐฯ

นายแมทธิว อาร์ เรียม วัย 27 ปี รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์หลังจากชายสองคน คือมาริโอ การ์เซีย และนิวาร์โด เดลาตอร์เร ลูกเขยของเขา ซึ่งกำลังเดินหาจุดตกปลาในช่วงบ่ายวันอังคาร (26 ธ.ค. 66) ที่ผ่านมา สังเกตเห็นรถกระบะที่ได้รับความเสียหาย และพบว่าถุงลมนิรภัยสีขาวพองตัวออก ก่อนที่จะเอื้อมมือเข้าไปข้างใน

จ่าสิบเอก เกลน ไฟฟิลด์ จากสำนักงานตำรวจรัฐอินเดียนา บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า “พวกเขาเอื้อมมือไปแตะชายที่อยู่ในรถ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็หันศีรษะและเริ่มพูดคุยกับทั้งสอง”

ก่อนเกิดเหตุรถกระบะคันดังกล่าวกำลังแล่นอยู่บนทางหลวงระหว่างรัฐสาย 94 ก่อนสะพานข้ามคลองซอลต์ครีก และชนเข้ากับขอบทาง และเชื่อว่ารถพลิกคว่ำหลายตลบ ก่อนที่จะตกลงที่อีกฟากหนึ่งของคลอง

นายแมทธิว อาร์ เรียม ผู้ประสบอุบัติเหตุ จากเมืองมิชาวากา รัฐอินเดียนา ได้รับการช่วยเหลือจากซากรถในช่วงเย็นวันอังคารโดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จากนั้นจึงถูกส่งตัวด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลในเมืองเซาท์เบนด์ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส

นายมาริโอ การ์เซีย หนึ่งในผู้พบซากรถ กล่าวว่า นายเรียมยังคงมีชีวิตรอด และดีใจมากที่ได้พบเรา หลังจากต้องติดอยู่ในซากรถตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม การ์เซีย กล่าวว่า นายเรียมบอกพวกเขาว่า เขาพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ได้ยินเพียงเสียงน้ำอันเงียบสงบ

เรียมเล่าให้พวกเขาฟังว่าโทรศัพท์มือถือของเขากระเด็นออกไปนอกรถทำให้ไม่สามารถเอื้อมถึงได้ และร่างกายของเขาติดอยู่ในรถ ทำให้เขาไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้

ไฟฟิลด์ กล่าวว่า เขาไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้แจ้งว่านายเรียมสูญหาย เขาบอกว่านายเรียมดื่มน้ำฝนเพื่อประทังชีวิต “หากไม่ใช่เพราะคนสองคนที่กำลังเดินไปตามลำธาร เหตุการณ์นี้น่าจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป ความตั้งใจที่จะเอาชีวิตรอดจากอุบัติเหตุครั้งนี้ของนายเรียมเป็นยิ่งกว่าเรื่องพิเศษ.”

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign