‘EFMxChill on The Beach 18’ ปิดหาดระยอง ยกทัพ 6 ศิลปินดัง สาดความสนุกริมทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772496

‘EFMxChill on The Beach 18’ ปิดหาดระยอง ยกทัพ 6 ศิลปินดัง สาดความสนุกริมทะเล

‘EFMxChill on The Beach 18’ ปิดหาดระยอง ยกทัพ 6 ศิลปินดัง สาดความสนุกริมทะเล

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มันส์เกินเรื่อง! สมกับเป็นฟรีคอนเสิร์ตปาร์ตี้ริมทะเลปลายปีที่ใหญ่ที่สุดของ 2 คลื่น EFM 94 และ Chill Online จากบ้าน ATIMEกับ EFM x CHILL ON THE BEACHครั้งที่ 18 BY โซดา LEO จริงๆ เพราะยกทัพ6 ศิลปินทั้ง นนท์-ธนนท์ / PARADOX(พาราด็อกซ์) / MEAN (มีน) / Rooftop(รูฟท็อป) / ROOFTOP / Slapkiss(สแล็ปคิสส์) และ The Mousses (เดอะมูสส์)ผนึกกำลังพาแฟนๆ กว่าหมื่นคน มันส์ยกหาดกันไปเมื่อวานก่อน ณ หาดแหลมเจริญ จังหวัดระยอง

เริ่มเปิดประตูบรรยากาศก็คึกคักเต็มไปด้วยความสนุก เพราะมีเจ้าบ้านนำทีมโดย  ดีเจมะตูม ดีเจพียู ดีเจโซเซฟ ดีเจเพียว และดีเจโนริ รับหน้าที่ต้อนรับเข้างานอย่างอบอุ่น แต่ละคนพร้อมใจกันแต่งตัวจัดเต็มรีบเข้างานไปจับจองที่นั่งกันจนเต็มพื้นที่ ก่อนอุ่นเครื่องเปิดเวทีด้วยศิลปินเบอร์แรกกับ ROOFTOP ที่พกหน้าหล่อๆ เอวหวาน มาเป็นวิตามินบำรุงหัวใจขนเพลงฮิต อาทิ เธอไม่ต้องน่ารักทุกวันก็ได้นะ / กลัวเธอเหงา / เคยคิดถึงฉันไหมในตอนที่ / คนเราจะแอบรักใครสักคนได้นานแค่ไหน มาฝากให้แฟนๆ ได้เคลิ้มกันไปก่อนในยกแรก ก่อนสลับความมันส์ไปยังเวทีเล็กที่มี ดีเจพียู หล่อล่ำกล้ามปูมาสแตนด์บายสปินแผ่นเสิร์ฟความมันส์ แถมยกโขยงแก๊งดีเจ ATIME มาชวนโยกย้ายกันแบบนันสต๊อปชนิดเปิดเวทีสปินขั้นกัน ทุกเบรกไม่มีเวลาให้พัก แล้วส่งไม้ต่อให้กับวง Slapkiss ขยับจังหวะเพิ่มดีกรีความสนุกกับลิสต์เพลงทั้งเก่า-ใหม่ อาทิ แฟนเก่าคนโปรด / ล้อเล่นได้มั้ย / ไปกันใหญ่ / คุณได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ / ขอโทษที่เข้าไปเป็นเรื่องไม่ดีในชีวิตเธอ เล่นเอาทุกคนร้องตามกันทั้งหาด ตามมาติดๆ ด้วยวง The Mousses กับเพลงไม่ร้องไม่ได้ อาทิ เจ็บที่ต้องรู้ / จูบสุดท้าย /ลัก / น้ำตาที่หาย มาให้ได้อินและฟินกันแบบไม่มีเบรก เสิร์ฟต่อกับหนุ่มๆวง MEAN เรียกเสียงกรี๊ดไม่แพ้กัน จัดไปยาวๆหลายเพลงทั้งเพลง หมายความว่าอะไร / ถ้าเธอฟังอยู่ /แหละ / ตกหลุมรักซ้ำๆ และ วันนั้นฝนก็ตกแบบนี้แหละ ที่พอร้องปุ๊บฝนก็โปรยลงมาเบาๆแป๊บนึงพอให้ชื่นใจอย่างกับใครปล่อยคิว เพิ่มบรรยากาศให้โรแมนติกเขาไปอีก! ถึงคิว นนท์-ธนนท์ มาครองเวทีกับลิสต์เพลงสุดปังที่ไม่ว่าเพลงไหนก็ร้องตามกันได้ลั่นหาด อาทิ วันครบเลิก / พิง / มีผลต่อหัวใจ / โต๊ะริมและ รักแรก เรียกว่าเติมเต็มความฟินแถมแจกมุขฮากระจายสไตล์นนท์ให้ทุกคนได้บันเทิงชนิดไม่มีกั๊ก

ปิดท้าย กับวงรุ่นพี่สุดเก๋าอย่าง PARADOX ที่มาในชุดแฟนตาซีสุดอลังการ เลือกเพลงฮิตมาให้หายคิดถึงเพียบ อาทิ ชูวับ / บอลลูน /ผงาดง้ำ / ทะเลสีดำ / ฤดูร้อน / นักมายากล /รด.แดนซ์ แถมด้วยเพลงคัฟเวอร์พิเศษอย่าง เขียนไว้ข้างเตียง และ L.O.V.E มาทำใหม่ในสไตล์สุดขี้เล่น เรียกว่างัดเพลงมารัวสาดความสนุกแบบไม่ยั้ง พร้อมซิกเนเจอร์แจกของแบบกระจายกับสารพัดตุ๊กตาให้แฟนๆ อีกด้วยจากนั้นส่งซีนให้ ดีเจพียู กลับมาเปิดปาร์ตี้สปินแผ่นกันอีกครั้งบิ้วท์อารมณ์ ส่งคนกว่าหมื่นให้ได้เบิร์นแคลอรี่กระโดดกันมันส์สนั่นหาด ยาวจุใจยันเที่ยงคืน! ต้องบอกว่าความสนุกสุดจัดของ EFM x Chill on The Beach แบบนี้มีมาเสิร์ฟกันอีกแน่นอน ที่สำคัญบัตรฟรี! ติดตามกิจกรรมดีๆ แบบนี้ได้ทั้งทาง EFM 94และ Chill Online หรือทางแอปพลิเคชั่น ATIME FUNGFIN เท่านั้นนะจ๊ะ วัยรุ่น!!

‘เป้ ไฮร็อก’ย้อนเล่านาทีบีบหัวใจภรรยาป่วยหนักตอนตั้งท้อง 6 เดือน แทบทรุดหมอบอกเด็กอาจไม่รอด!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772599

'เป้ ไฮร็อก'ย้อนเล่านาทีบีบหัวใจภรรยาป่วยหนักตอนตั้งท้อง 6 เดือน แทบทรุดหมอบอกเด็กอาจไม่รอด!

‘เป้ ไฮร็อก’ย้อนเล่านาทีบีบหัวใจภรรยาป่วยหนักตอนตั้งท้อง 6 เดือน แทบทรุดหมอบอกเด็กอาจไม่รอด!

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 21.33 น.

เป้ ไฮร็อก ย้อนเล่านาทีบีบหัวใจภรรยาป่วยหนักตอนตั้งท้อง 6 เดือน แทบทรุดหมอบอกเด็กอาจไม่รอด!

นักร้องคุณพ่อลูกหนึ่ง เป้ ไฮร็อก ที่วันนี้ขอควงศรีภรรยา กุ๊ก ฉายสุดา เปลี่ยนโหมดชาวร็อกสู่คุณพ่อสายมุ้งมิ้ง พร้อมเล่านาทีชีวิตหวิดเสียลูกถึง 2 ครั้ง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ชื่อเล่นน้องชื่อบัสมะละฮ์ ชื่อนี้ได้มายังไง?

เป้ : ได้มาตอน 2 เดือนจากอาจารย์สอนศาสนาอิสลาม ซึ่งเขาเสียไปแล้ว ตอนนั้นอยากมีลูกก็ไปที่มัสยิด กลับมาก็ติดเลยครับ

เราใช้ชื่อนี้ก่อนจะรู้เพศของลูก?

เป้ : ใช่ครับ ตอน 2 เดือน เขาไปอยู่ต่างจังหวัดกลับบ้านโทรมาบอกว่าพี่เป้หนูเลือดไหลนะ หมอบอกว่าอัตราการแท้งคุกคาม เขาเครียด

กุ๊ก : ช่วงนั้นแต่งงานใหม่ๆ 

เป้ : แล้วมีปัญหากัน

กุ๊ก : เขาดื้อในสไตล์ของเขา แล้วเรารู้ แล้วเรานอนไม่หลับเราคิดว่าลูกในท้องจะเอายังไงดี แล้วเราก็เข้ามาในศาสนาเขาแล้ว เราแบบ..เราเลิกดีกว่า เดี๋ยวดูแลลูกเอง แล้วเราไปขอต่อโต๊ะกีที่เราไปขอลูกมา ก็บอกว่าหนูรักเขา แต่เขาทำแบบนี้เราจะทำยังไงดี เราเลิกกัน หนูขอออกจากศาสนา เสร็จปุ๊บพอหนูขับรถมาถึงนครสวรรค์บ้านเพื่อน ส่งเพื่อนเสร็จเลือดไหล เพราะเราไม่ได้กิน ไม่ได้นอนเลย เสร็จแล้วเพื่อนขับรถมารับให้ไปหาหมอฉีดยากันแท้ง หมอบอกว่ามันเป็นภาวะแท้งคุกคาม มีเปอร์เซ็นต์เสียลูกสูง

ตอนนั้นพี่เป้ทำยังไง?

เป้ : ตอนนั้นเพื่อนเขาโทรมาบอกว่าพี่เป้กุ๊กเลือดไหล ผมทำอะไรอยู่ ผมหยุดทุกอย่างเลยแล้วโทรหาลูกน้อง ลูกน้องบอกว่าพี่ผมอยู่บ้านพี่เนี่ย มันแปลก ทุกอย่างมันลงตัวหมดเลยคือแบบจะไปหาเขา เลยขับรถไปนครสวรรค์ แล้วผมขับรถหลงจากนครสวรรค์มาบางบัวทอง ทางยิ่งแคบๆ แล้วยิ่งมืดลง 2 ข้างทางไม่มีไฟเลย สักพักก็มีไฟ เคยเห็นแสงเหนือไหม แล้วน้องบอกว่าคลังแสงอะไรระเบิด ทำไมมันสว่างชัดขนาดนั้น

กุ๊ก : มันเปลี่ยนจากกลางคืนเป็นกลางวัน

เป้ : มันเหมือนขับรถหลง ซึ่งผมเคยเห็นแบบนี้มาครั้งนึงแล้วกับท่านครูที่เรานับถืออยู่ ตอนแรกยังไม่คิดอะไร ขับๆ ไปประมาณ 20 นาทีมันไปโผล่ที่หลุมฝั่งศพท่าน

กุ๊ก : ความรู้สึกหนูตอนแรกกลับไปต้องเลิกอยู่แล้ว แต่พอเห็นแสงแล้วรู้สึกเลยว่าเขาต้องเปลี่ยนตัวเอง

เป้ : เขาดึงซิมของกุ๊กออกเลย

แสงสำหรับเราในวันนั้นมันคือแสงอะไร?

กุ๊ก : เหมือนเขาพาพวกเราไปหาตัวท่าน

เป้ : พอกลับจากหลุมฝังศพกุ๊กไม่คิดจะไปอีกแล้ว ซึ่งพอเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังไม่มีใครเชื่อเลย

อะไรทำให้เราเคลียร์ใจทั้งหมดกับเหตุการณ์ที่เราเจอตรนั้น?

กุ๊ก : ส่วนของหนู หนูมองว่าถ้าเกิดท่านทำให้เราเห็นแบบนี้ ตัวพี่เป้คงไม่ทำผิดอย่างที่ผ่านๆ มา

แต่ก็มีเหตุการณ์ให้บีบหัวใจอีกครั้ง?

เป้ : ตอน 6 เดือน

กุ๊ก : ตอนท้องได้ 6 เดือน ตอนนั้นเราอายุ 33 ปี เหมือนปวดท้อง อาหารเป็นพิษ บีบลำไส้ เราก็บอกว่าพี่เป้พาไปหาหมอเถอะ ไม่ไหว

เป้ : เราก็คิดว่ากรดไหลย้อนธรรมดา

กุ๊ก : หนูอยู่โรงพยาบาลร้องอยู่ประมาณ 3 วัน

เป้ : ทั้งชั้นที่กุ๊กอยู่ มีแต่เสียงกุ๊ก ให้ยาแรงไม่ได้เพราะมีเด็กอยู่ข้างใน 6 เดือน หมอพยายามฉีดยา 2 นาทีฉีดครั้ง ร้องจนแบบ ให้พี่สะใภ้เฝ้าอยู่ เพราะผมต้องกลับบ้านไปทำงาน

กุ๊ก : แล้วอาเจียน ปวดท้อง 

เป้ : ตอนตี4 พี่สะใภ้โทรมาบอกพี่เป้กุ๊กไม่น่ารอด กุ๊กไม่ไหวแล้ว

กุ๊ก : ใช่ มันไม่ไหวแล้วจริงๆ 

เป้ : มันซีดหมดทั้งตัว

กุ๊ก : ใส่ท่อคอแล้ว เพื่อช่วยดูดเสมหะ

เป้ : พอผมรู้ก็ขับรถไปโรงพยาบาล จับมือเขา มันเหมือนผมเคยเสียเพื่อนไปครั้งนึง เขาจับมือผม พี่เป้หนูรักพี่นะ เขาพูดแบบนี้ติดกัน 3 ครั้ง เหมือนเพื่อนผมที่เสียชีวิต ผมเลยรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว เลยเอาน้ำมนต์จากโต๊ะครูให้ทาน แล้วเขาก็อ้วกออกมาเป็นสีดำ

กุ๊ก : อ้วกเป็นสีดำๆ เยอะมาก

เป้ : เสร็จคุณหมอพากุ๊กไปเอ็กซเรย์ ข้างในเหมือนมีก้อนหินอยู่ แล้วในลำไส้ไม่มีลมเลย มีก้อนกินอุดตัน

กุ๊ก : เหมือนเราท้องภาวะถ่ายยากอยู่แล้ว เด็กทับ

เป้ : หมอเวรบอกว่าคุณเป้เอายังไง ต้องผ่าตัดลำไส้ด่วน ตอนนั้นกุ๊กเขาไม่ห่วงลูกเลย เขานอนคว่ำ เข้าห้องน้ำ

กุ๊ก : คือมันไม่ไหวแล้ว

เป้ : พี่สะใภ้เอามือรองก้นกลัวเด็กร่วง แล้วหมอบอกว่าพี่เป้ต้องผ่าตัด พี่ต้องเซ็นเด็กอาจจะไม่รอด เชื่อไหมผมจับปากกาอยู่ทรุดเลย ความรู้สึกที่เราอยากมีลูกสาว อยากกอดลูกเล่นกับเด็กมันพังทลายหมดเลย แต่ตอนนั้นต้องเลือกแม่ไว้ก่อน

วินาทีนั้นให้กำลังใจกันยังไง?

เป้ : วินาทีนั้นมันมืดแปดด้านเลย ญาติๆ เพื่อนๆ มานั่งทุกคนร้องไห้หมดเลย

กุ๊ก : ตอนนั้นหนูปวดมากเลย หนูไม่รู้สึกอะไรแล้ว

วันนั้นก็ผ่าเลย?

เป้ : เชื่อไหมโทรหาอาจารย์หมอ 4 ท่าน เชื่อไหมถ้ามันไม่ใช่ปาฏิหาริย์ 10 นาทีเขามาถึงโรงพยาบาลกันหมด โรงพยาบาลเปิดใหม่ เครื่องไม่มี อะไรก็ไม่มี เพราะเพิ่งเปิด เจ้าของโรงพยาบาลบอกเอาเครื่องมือมาเลย รีบด่วน เพราะอันตราย

กุ๊ก : ตอนนั้นก็ผ่า ปิดเด็กไว้ฝั่งนึง เพราะ 6 เดือนจะเอาออกก็ไม่ได้ แล้วผ่าอีกฝั่งเอาลำไส้ที่มันอุดตันออก แล้วตัดต่อ

คุณหมอพบอะไรไหม?

เป้ : คุณหมอบอกว่าถ้าช้าอีกประมาณชั่วโมงนึง ลำไส้แตก เสียชีวิตแน่นอน

กุ๊ก : ตอนเด็กๆ หนูเคยบอกพ่อว่ามีคนมาทักหนู หนูจะอยู่ได้ 32-33 แค่นี้ ตอนนั้นเราเด็ก พ่อบอกจำได้ว่าเราเคยพูด แต่พออายุ 32 มาแต่งงานกับพี่เป้แล้วเปลี่ยนศาสนา

วันจะคลอดก็มีปาฏิหาริย์อีก?

กุ๊ก : คุณหมอกำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ขึ้นไปเลือกวันได้เลย เราก็เลยเลือก 3 เดือน 3 พอใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ วันที่ 19 กุมภา เลือดไหลอีกแล้ว หมอบอกต้องผ่าวันนี้ เพราะมดลูกเปิดแล้ว ก็เลยเป็น 19 เวลา 19:19 น. 

เป้ : ตอนเขาคลอด ผมขอตัดสายสะดือเอง แล้วขอรกไปฝังที่บ้านเพื่อให้เด็กรักบ้านตามศาสนาอิสลาม

อยากมีลูกอีกไหม?

กุ๊ก : คุณพ่ออยากมีมาก แต่เรายังกลัว เหมือนเราผ่าลำไส้มา มันจะเป็นอีกหรือเปล่า

เป้ : แต่ใจพ่ออยากมี อย่างน้อยวันนึบเราหมดลมไป เขาก็มีเพื่อน มีพี่น้องสองคน

ความเห่อลูกสาวที่อยากมีมากๆ เห่อขนาดลืมเมียเลยไหม?

กุ๊ก : ลืมค่ะ

เป้ : อยู่กับลูกแล้วมีความสุข

ปกติคนที่จะลืมคือแม่ คือแม่เห่อลูกจนลืมพ่อ นี่เพิ่งได้ยินพ่อเห่อจนลืมแม่?

กุ๊ก : เขาไม่ได้สนใจเรา เขาจะยุ่งแต่กับลูก เล่นกับลูก พอเวลาเขาหอมลูกหรือกอดลูก เราจะบอกว่าหอมแม่ๆ บ้าง

เป้ : เขาอิจฉาลูก

กุ๊ก : เขารักเกินเหตุ คุณพ่อมีหน้าที่อาบน้ำ

เป้ : เขาติดพ่อ

อยู่ดีๆ พี่เป้เข้าโรงพยาบาล?

เป้ : อาบน้ำเสร็จจะรีบไปเล่นคอนเสิร์ตที่ขอนแก่น แล้วขัดเท้าตัวเองเอาขาขึ้นไปที่อ่างล้างหน้า สักพักพื้นมันลื่นหงายหลัง แต่ตอนหงายมันมีความคิดที่เร็วมาก ถ้าเอาหลังลงไม่ได้แน่เลย ผมพลิกตัวเลยเอาหน้าลง ก็ไปเอ็กซเรย์หมอกลัวเพราะเราอายุเยอะแล้ว

ปลอดภัย?

เป้ : ครับ

กุ๊ก : สรุปที่ล้มไม่เป็นไร แต่ไปเจอกระดูกข้อต่อคอเสื่อม 2 ข้อ

เป้ : คุณหมอให้ดูแลตัวเองไม่รู้จะรักษายังไง 

กุ๊ก : เขาบอกเวลาพี่เป้ขึ้นคอนเสิร์ตอยากโยกหัว

เป้ : น่าจะใช้โยกหัวแบบนี้มานานมาก 

กุ๊ก : และนอนหมอนสูงด้วย

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘ฝ้าย’ภรรยา’หนุ่ม อรรถพร’พ้อปีนี้พังสุด ฟาดคำคม ‘อย่าแก้แค้นหรือเอาคืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772585

'ฝ้าย'ภรรยา'หนุ่ม อรรถพร'พ้อปีนี้พังสุด ฟาดคำคม 'อย่าแก้แค้นหรือเอาคืน'

‘ฝ้าย’ภรรยา’หนุ่ม อรรถพร’พ้อปีนี้พังสุด ฟาดคำคม ‘อย่าแก้แค้นหรือเอาคืน’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.09 น.

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ทำเอาหลายคนจับตาและเป็นห่วงไม่น้อย เมื่อมีข่าวว่า หนุ่ม อรรถพร นักแสดงและผู้กำกับคนดัง ได้โพสต์สเตตัสลงเฟซบุ๊ก ในทำนองตัดพ้อ หมดหวังในอาชีพ เพราะถูกกระทำจากความซื่อสัตย์ในอาชีพ ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะหายไป 

ล่าสุด อินสตาแกรม ของ ฝ้าย อริญรดา ภรรยา หนุ่ม อรรถพร ก็พบว่าเจ้าตัวได้ลง สตอรี่ เป็นข้อความคำคมชีวิต ระบุว่า “ปีนี้ได้พบตัวเองในเวอร์ชั่นที่พังที่สุด แต่ก็แข็งแกร่งที่สุดเช่นกัน” และ “หากไม่ชอบการกระทำของใคร โปรดจำการกระทำนั้นไว้ แต่ไม่ใช่เพื่อเอาคืนหรือคิดแค้น แต่เอาไว้ย้ำเตือนตัวเองว่า เราจะไม่มีวันทำแบบนั้นกับใคร”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘หนุ่ม อรรถพร’ตัดพ้อชีวิต! ‘ทุกข์ใจ-เสียใจ-สิ้นหวัง’ หมดหวังในอาชีพนี้อย่างที่สุดแล้วจริงๆ

สวยเต็มสิบ! ‘จอย ศิริลักษณ์’เปิดโหมดเซ็กซี่ แชะภาพแซ่บริมทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772475

สวยเต็มสิบ! 'จอย ศิริลักษณ์'เปิดโหมดเซ็กซี่ แชะภาพแซ่บริมทะเล

สวยเต็มสิบ! ‘จอย ศิริลักษณ์’เปิดโหมดเซ็กซี่ แชะภาพแซ่บริมทะเล

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.38 น.

30 พ.ย.66 เรียกว่าเวลาไม่อาจทำอะไร อดีตนางเอกสาวมากความสามารถ ดีกรีด็อกเตอร์ อย่าง “จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค” ได้เลยจริงๆ ซึ่งอีกไม่กี่วันเจ้าตัวก็จะอายุ 46 ปีแล้ว แต่ยังคงความสวยเหมือนเดิม

ล่าสุดนักแสดงสาว สาวจอย ก็ได้โชว์ภาพความแซ่บในชุดบิกินีท่อนบน เผยให้เห็นเนินอกอึ๋ม ผิวขาวเนียนเปล่งปลั่ง และรอยยิ้มสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ งานนี้ทำเอาแฟน ๆ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน สวยไม่เปลี่ยนจริงๆ

‘หนุ่ม อรรถพร’ตัดพ้อชีวิต! ‘ทุกข์ใจ-เสียใจ-สิ้นหวัง’ หมดหวังในอาชีพนี้อย่างที่สุดแล้วจริงๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772468

'หนุ่ม อรรถพร'ตัดพ้อชีวิต! 'ทุกข์ใจ-เสียใจ-สิ้นหวัง' หมดหวังในอาชีพนี้อย่างที่สุดแล้วจริงๆ

‘หนุ่ม อรรถพร’ตัดพ้อชีวิต! ‘ทุกข์ใจ-เสียใจ-สิ้นหวัง’ หมดหวังในอาชีพนี้อย่างที่สุดแล้วจริงๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.22 น.

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 หลังจากห่างหายจากวงการไปสักพักใหญ่  สำหรับ หนุ่ม อรรถพร ธีมากร ที่ผ่านมาแล้วทั้งบทบาทของนักแสดง นักร้อง นายแบบ ก่อนผันตัวไปทำงานเบื้องหลังในฐานะผู้กำกับทั้งงานภาพยนตร์และละคร ทำให้ช่วงหลังไม่ค่อยเห็นหน้าบนจอทีวีมากนัก

ล่าสุด เจ้าตัว ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ตัดพ้อสิ่งที่ตัวเองเจอ จนทำให้หมดหวังและสิ้นหวังในอาชีพนี้ โดยระบุว่า “สิ่งที่ผมถูกกระทำจากความซื่อสัตย์ในอาชีพ ในตอนนี้มันทำให้หมดหวังในอาชีพนี้อย่างที่สุดแล้วจริงๆ ครับ ทุกข์ใจ เสียใจ สิ้นหวังมากที่สุดในชีวิตจริงๆ”

ท่ามกลางเพื่อนในวงการและแฟนๆ ที่เข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ก่อนที่เจ้าตัวจะลบโพสต์ดังกล่าวทิ้งไป

ลืมตาดูโลกแล้ว! เปิดภาพสุดน่ารัก’น้องเวลา’ลูกสาว’แม่ก้อย-พ่อตูน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772464

ลืมตาดูโลกแล้ว! เปิดภาพสุดน่ารัก'น้องเวลา'ลูกสาว'แม่ก้อย-พ่อตูน'

ลืมตาดูโลกแล้ว! เปิดภาพสุดน่ารัก’น้องเวลา’ลูกสาว’แม่ก้อย-พ่อตูน’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.09 น.

30 พ.ย.66 ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ลูก 2 ป้ายแดง สำหรับนักร้องชื่อดัง “ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ ตูน บอดี้สแลม และ “ก้อย รัชวิน” หลังจากที่ได้คลอดลูกสาวคนที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว เพื่อนๆ รวมถึงแฟนคลับ

ล่าสุด สาวก้อยได้ให้กำเนิดลูกสาวคนที่ 2 ตั้งชื่อ “น้องเวลา” โดยโพสต์อินสตราแกรมเผยภาพครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา 4 คน พร้อมแคปชั่นระบุว่า “29.11.23 ~ ภาพแรกของพวกเราทั้ง 4 คน พาน้องเวลา มารายงานตัวกับพี่ป้าน้าอาทุกคนค่า หนูชื่อ “เวลา ” หนูเลยมาตรงเวลาเป๊ะเลยค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ๆทุกคนด้วยนะคะ @talay_vela #ทะเลและเวลา #TalayAndVela”

‘มท.1’นำวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772690

‘มท.1’นำวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

‘มท.1’นำวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.25 น.

วันดำรงราชานุภาพ! “มท.1″นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ สมาชิกราชสกุลดิศกุล และภาคีเครือข่าย วางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย พร้อมมอบรางวัลนายอำเภอแหวนเพชร ปลัดอำเภอแหวนทองคำ ประจำปี 2566

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เมื่อเวลา 07.00 น.ที่บริเวณพิธีหน้ากระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันดำรงราชานุภาพ ประจำปี 2566 โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิยม ช่างพินิจ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สมาชิกราชสกุลดิศกุล คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย สมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการบำนาญมหาดไทย และผู้แทนหน่วยงานราชการต่างๆ เข้าร่วมพิธี

การนี้นายอนุทิน กล่าวสดุดีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มีใจความว่า ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงวางรากฐานอันมั่นคงให้แก่กระทรวงมหาดไทย และทำนุบำรุงแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สุขแก่สยามประเทศ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาชุ่ม พระองค์ทรงเป็นกำลังสำคัญยิ่งในการปฏิรูปการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางรากฐานการปกครองแบบเทศาภิบาล และสุขาภิบาล อันเป็นรากเหง้าของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทรงตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ งานตำรวจภูบาลและภูธร ทรงกำหนดความหมายของงานมหาดไทยให้ชัดเจนว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า “กรมดำรงฯ มอบดวงใจให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทย คือ ผู้ดูแลประเทศชาติชาวไทย ให้มีความร่มเย็นเป็นสุข” ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างสูง ปรากฏพระนามว่า ทรงเป็นอัจฉริยะบุรุษแก่มหาชนในทุกสมัย จนเป็นที่ประจักษ์ในระดับ นานาชาติ ในปีพุทธศักราช 2505 องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO จึงถวายการสดุดีให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” พระองค์แรกของประเทศไทย พระองค์ได้สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พุทธศักราช 2486 ณ วังวรดิศ สิริรวมพระชันษาได้ 81 พรรษา

จากนั้น ในเวลา 08.00 น.ที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 กระทรวงมหาดไทย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูง และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประกอบพิธีสงฆ์ เพื่อบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตลอดจนผู้มีพระคุณ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงมหาดไทยที่ล่วงลับไปแล้ว

และในเวลา 09.00 น.นายอนุทิน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณ โครงการนายอำเภอแหวนเพชร และโครงการปลัดอำเภอแหวนทองคำ ประจำปี 2566 โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เมฆินทร์ เมธาวิกูล ผู้แทนมูลนิธิอนันต์ อนันตกูล ซึ่งกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองได้จัดขึ้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจและเชิดชูเกียรติ “นายอำเภอ” และ “ปลัดอำเภอ” ที่ได้เสียสละกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการในทุกพื้นที่ของประเทศ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยพิจารณาคัดเลือกนายอำเภอ และปลัดอำเภอ ผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และเป็นที่ยอมรับของส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ เข้ารับการประกาศเกียรติคุณ ได้แก่

1.รางวัลนายอำเภอแหวนเพชร (รางวัลชนะเลิศ) จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายกิตติ สัตย์ซื่อ นายอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ นายประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นางสาววรรณี วุฒิฤทธากุล นายอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี นายสดุดี พุทธัง นายอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร นายอับดุลการีม ยีดำ นายอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

2.รางวัลนายอำเภอแหวนเพชร (รางวัลชมเชย) จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายนิกร ยะกะจาย นายอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา นายสิทธิศักดิ์ แย้มพรายภิรมย์ นายอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี นายอมร ชุมช่วย นายอำเภอยะหา จังหวัดยะลา

3.ปลัดอำเภอแหวนทองคำ (รางวัลชนะเลิศ) จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายณัฐวุฒิ แก้วบัวระพา ปลัดอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวธัญลักษณ์ ภาคย์ดิฐพงศ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ จังหวัดพิษณุโลก นายศักดาพจน์ จันทร์ภิวัฒน์ ปลัดอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี พันจ่าอากาศโทอนุชิต นันทรัตน์ ปลัดอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา นายประวิทย์ สุขสว่าง ปลัดอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และรางวัลปลัดอำเภอดีเด่น (รางวัลชมเชย) จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายพลภัทร์ ประภัสระกูล ปลัดอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ว่าที่ร้อยตรี เพียงพอ นนท์ไพบูลย์ ปลัดอำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก นางสาววรรณารัตน์ วรรณโพธิ์ ปลัดอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

– 006

‘มูลนิธิเทพบำรุง’มอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนฉะเชิงเทรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772664

‘มูลนิธิเทพบำรุง’มอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนฉะเชิงเทรา

‘มูลนิธิเทพบำรุง’มอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนฉะเชิงเทรา

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.48 น.

‘มูลนิธิเทพบำรุง’มอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนฉะเชิงเทรา

1 ธันวาคม 2566 ที่ห้องประชุมราชมงคลรังษี โรงเรียนวัดโสธรวราราม วรวิหาร พระครูโฆษิต ปิยะธรรม เจ้าคณะตำบลหน้าเมือง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร  เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต พร้อมด้วย นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิเทพบำรุง ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ประจำปี 2566  โดยมีนายแสวง โกมล ประธานมูลนิธิเทพบำรุง กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร ผู้บริหารสถานศึกษา กรรมการมูลนิธิ คณะครู อาจารย์ และนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

มูลนิธิเทพบำรุงได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประจำทุกปี สำหรับใน ปี พ.ศ.2566 เป็นจำนวนเงิน 360,000 บาท สำหรับการมอบทุนการศึกษาเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และเป็นขวัญกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน ทุนการศึกษาที่ได้รับในวันนี้ ขอให้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาให้มากที่สุด และขอให้ผู้ที่ได้รับทุนพึงระลึกอยู่เสมอว่า การศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในปัจจุบัน ดังนั้น จึงขอให้ผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ ตระหนักถึงความจำเป็นของการศึกษา และจงตั้งใจเล่าเรียนให้สมตามความมุ่งมั่นของบิดา มารดา ที่อยากจะเห็นบุตรทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีคุณค่าต่อสังคม และประเทศชาติต่อไป

ศธ.เชิดชูเกียรติ ‘ครูธวัชชัย’ ผู้กล้าหาญปกป้อง ‘นักเรียน’ จากเหตุร้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772519

ศธ.เชิดชูเกียรติ ‘ครูธวัชชัย’ ผู้กล้าหาญปกป้อง ‘นักเรียน’ จากเหตุร้าย

ศธ.เชิดชูเกียรติ ‘ครูธวัชชัย’ ผู้กล้าหาญปกป้อง ‘นักเรียน’ จากเหตุร้าย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.00 น.

ศธ.เชิดชูเกียรติ “ครูธวัชชัย” ผู้กล้าหาญปกป้องนักเรียนจากเหตุร้าย มอบ “รางวัลครูถิรคุณ” ยกย่องเป็นผู้ผู้เสียสละและมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ 

วันที่ 30 พฤษจิกายน 2566 กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภา มอบโล่ประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ เพื่อรับรางวัลครูถิรคุณ ให้แก่ นายธวัชชัย ด้วงธรรม ครูโรงเรียนบ้านน้ำพุหินลาด อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ  โดยมีคณะกรรมการคุรุสภา ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และผู้เกี่ยวข้องร่วมในพิธี

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า จากเหตุการณ์ครูธวัชชัย ด้วงธรรม ได้ปกป้องเด็กนักเรียนและต่อสู้กับชายคลุ้มคลั่งที่บุกใช้อาวุธมีดไล่ฟันเด็กนักเรียนและครูโรงเรียนบ้านน้ำพุหินลาด ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร  จังหวัดชัยภูมิ ขณะกำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ บริเวณหน้าเสาธงนั้น แสดงให้เห็นว่าครูธวัชชัยเป็นบุคคลที่ปฏิบัติตนและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ มีอุดมการณ์ และจิตวิญญาณในวิชาชีพ ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัด คณะกรรมการคุรุสภาจึงมีมติเห็นชอบให้ประกาศเกียรติคุณยกย่อง ครูธวัชชัย ด้วงธรรม ให้เป็นผู้ได้รับ “รางวัลครูถิรคุณ” เป็นคนที่ 9 ของรางวัลนี้ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่ปฏิบัติตนและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มีอุดมการณ์และมีจิตวิญญาณความเป็นครู ดูแล ช่วยเหลือผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพแบบองค์รวม ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิถีชีวิตที่เป็นสุข จนเป็นที่ประจักษ์ชัด และเป็นที่ยอมรับของสังคม 

“ครูธวัชชัย เป็นครูที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริง มีความรักและห่วงใยผู้เรียนเสมือนลูกของตนเอง เมื่อเห็นผู้เรียนที่เป็นลูกศิษย์อยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงและอันตรายก็ได้เข้าให้การช่วยเหลือ และปกป้องโดยไม่คิดถึงชีวิตตนเอง การกระทำของครูธวัชชัย ถือเป็นการเสียสละ และสะท้อนถึงจิตวิญญาณครูที่เต็มเปี่ยมและยิ่งใหญ่มาก เป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้เรียน บุคคลในวิชาชีพครู และผู้คนในสังคมได้อย่างดียิ่ง ที่สำคัญคือเป็นการกระทำที่ช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ทำดี ทำได้ ทำทันที ขอให้มุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ทุกด้านอย่างเต็มความสามารถ เป็นไปตามอุดมการณ์ และจิตวิญญาณความเป็นครูตลอดไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงการพิจารณา “รางวัลครูถิรคุณ” ว่า คณะกรรมการคุรุสภาจะพิจารณาโดยมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก จาก 1) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ มีอุดมการณ์ มีจิตวิญญาณ รักและศรัทธาในวิชาชีพ จนเป็นที่ประจักษ์  2) เป็นผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน  3) เป็นผู้ที่ประพฤติและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีงาม ทั้งกาย วาจา ใจ แก่เพื่อนครู และผู้เรียน  4) เป็นผู้ได้รับความเชื่อถือศรัทธา ยกย่อง ยอมรับของผู้เรียน เพื่อนครูและสังคม ว่าเป็นต้นแบบของผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครู เป็นแบบอย่างที่ดี และสร้างค่านิยมให้สังคมยอมรับ  5) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ หรือประกอบวิชาชีพในพื้นที่ที่มีชุมชนและสังคมที่มีความแตกต่างทั้งทางภาษาและวัฒนธรรม หรือในพื้นที่เสี่ยงภัย หรือทุรกันดาร รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาภัยสังคมหรือความมั่นคงของชาติ หรือมีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงานอย่างสูงด้วยความเสียสละ และอุตสาหะเป็นเวลานาน และปรากฏผลงานเป็นแบบอย่างที่ดีด้วยความสม่ำเสมอต่อเนื่อง หรือ 6) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือประกอบวิชาชีพจนได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายหรือสูญเสียอวัยวะ หรือถึงแก่ชีวิต โดยเหตุเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่หรือในการประกอบวิชาชีพ หรือเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่เป็นกรณีพิเศษจนเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงานในหน้าที่ประจำ หรือเพราะเหตุปฏิบัติตามหน้าที่ หรือได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ เว้นแต่การประสบเหตุนั้นเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือจากความผิดของตน หรือจากเหตุที่ตนมีส่วนร่วมในการกระทำนั้นด้วย 

“จากเหตุการณ์ที่ ชายคลุ้มคลั่งบุกใช้อาวุธมีดไล่ฟันเด็กนักเรียนและครูโรงเรียนบ้านน้ำพุหินลาด ตำบลทุ่งนาเลา อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ขณะกำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ บริเวณหน้าเสาธง แต่ครูธวัชชัยได้ต่อสู้กับชายคลุ้มคลั่ง ที่บุกเข้ามาทำร้าย จนตัวเองได้รับบาดเจ็บที่มือและแขนจากการถูกมีดฟัน เพื่อปกป้องเด็กนักเรียน นับได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือประกอบวิชาชีพจนได้รับบาดเจ็บ และเสี่ยงชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และที่สำคัญหากครูธวัชชัย ไม่เข้าต่อสู้หรือช่วยเหลือ เด็กนักเรียนทั้งหมดอาจได้รับอันตราย จนอาจเกิดความสูญเสียมากกว่านี้  ดังนั้น จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งแล้วที่ ครูธวัชชัย เป็นผู้ได้รับรางวัลครูถิรคุณ ในวันนี้” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

สำหรับ “รางวัลครูถิรคุณ” คุรุสภาได้เริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่ ปี 2565 เป็นต้นมา ซึ่งที่ผ่านมานั้นมีผู้ได้รับการประกาศเกียรติคุณไปแล้ว จำนวน 2 ครั้ง และมีผู้ได้รับรวมจำนวน 8 คน ดังนี้

ครั้งที่ 1 มีผู้ได้รับรางวัล จำนวน 1 คน คือ นางสาวกาญจณี ใจชื้น ครูอัตราจ้าง ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดตาก สาขาแม่สอด จากกรณีเข้าช่วยเหลือนักเรียนที่กำลังวิ่งข้ามถนน และถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนจนเสียชีวิต โดยมีคุณพ่อ (นายสำเริง ใจชื้น) น้องชาย (นายสุจริต ใจชื้น) และลูกชาย (เด็กชายวิสุทธิ์ ใจชื้น) เป็นตัวแทนเข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 6/2565  เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565  ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ครั้งที่ 2 มีผู้ได้รับรางวัล จำนวน 7 คน ได้แก่ นางสาวมะลิวัลย์ ลาโสภา  นางสาวสุภาภรณ์ ประมงมุข  นางนันทิชา พันธ์ชุม  นางสาวสุภาภรณ์ ตาราศี  นางสาธิตา บุญโสม  นางสาวเดือนเพ็ญ สนสุรัตน์  และนางสาวจรัสศรี เพชรนอก ครูและผู้ดูแลเด็กศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ จากกรณีคนร้ายก่อเหตุกราดยิงเด็กและครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีผู้ได้รับรางวัลและผู้แทนเข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในงานประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละและมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ เพื่อรับรางวัลครูถิรคุณ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ  ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
 

สช.-กยศ. นำร่องการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาหลักสูตรอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ การเรียนรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772517

สช.-กยศ. นำร่องการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาหลักสูตรอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ การเรียนรู้

สช.-กยศ. นำร่องการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาหลักสูตรอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ การเรียนรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.56 น.

สช.-กยศ. นำร่องการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาหลักสูตรอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ การเรียนรู้

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายนพ ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานและสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการนำร่องการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ในหลักสูตรอาชีพหรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) สำหรับปีการศึกษา 2566 – 2567 ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

นายนพ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินโครงการนำร่องการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาในหลักสูตรอาชีพ หรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) สำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาที่มีความประสงค์จะศึกษาในลักษณะอื่นตามความจำเป็นและเหมาะสม ในปีการศึกษา 2566 – 2567 ให้แก่โรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ กลุ่มโรงเรียนบริบาล ในการกำกับดูแลของ สช. และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนหรือนักศึกษาได้รับโอกาสทางการศึกษาในหลักสูตรอาชีพ หรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ ที่มีความจำเป็นและเหมาะสมกับผู้เรียน เพื่อนำไปสู่โอกาสในการมีอาชีพที่มั่นคง รวมถึงเพื่อเป็นการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตรงตามความต้องการอย่างเหมาะสม และการทำความตกลงในครั้งนี้ยังสอดรับกับนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับให้มีทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ตอบสนองต่อความสนใจ และความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

นายนพ กล่าวต่อว่า ขอบเขตความร่วมมือในการดำเนินการในครั้งนี้ สช. และ กยศ. จะร่วมกันพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ กลุ่มโรงเรียนบริบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ที่ กยศ. และ สช. กำหนด เพื่อให้เข้าร่วมดำเนินโครงการนำร่องฯ กับ กยศ. และกำกับให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องฯ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ร่วมกันกำหนดและคัดเลือกหลักสูตรอาชีพ หรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) ที่มีความเหมาะสมในการดำเนินโครงการนำร่องฯ ร่วมกัน 

ด้านนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ เนื่องจากความเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้การศึกษานอกระบบซึ่งเป็นการศึกษาในหลักสูตรระยะสั้น เช่น หลักสูตรการบริบาล การท่องเที่ยว การนวดและสปาภาษาต่างประเทศ และการโรงแรม ซึ่งนับวันยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในการพัฒนาประเทศ จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ทำความร่วมมือกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นและนิมิตหมายอันดีของการส่งเสริมให้การศึกษาเอกชนนอกระบบมีศักยภาพในการผลิต และพัฒนากำลังคนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน และการพัฒนาประเทศ โดยเป็นการมุ่งสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ให้แก่ผู้เรียนหลักสูตรอาชีพระยะสั้น ได้มีค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา ในการยกระดับทักษะ สมรรถนะของตนเอง นำไปสู่โอกาสในการมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ดี มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตรงความต้องการอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายของรัฐบาล

ขณะที่ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) กล่าวว่า “ขณะนี้ กองทุนฯได้เตรียมความพร้อมสำหรับการให้กู้ยืมเงินในลักษณะที่ 5 ลักษณะอื่นตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้แก่ประชาชนในการเข้าถึงการศึกษาที่หลากหลาย ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 กองทุนฯจึงได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ดำเนินการโครงการนำร่อง การให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในหลักสูตรอาชีพหรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ (Reskill/Upskill) เพื่อนำไปสู่โอกาสในการมีอาชีพที่มั่นคง รวมถึงเพื่อการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตรงตามความต้องการอย่างเหมาะสม โดยจะเริ่มจากหลักสูตรการดูแลเด็กเล็ก และดูแลผู้สูงอายุ ของโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ กลุ่มโรงเรียนบริบาลที่มีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งผู้เรียนจะมีงานทำแน่นอนหลังจากสำเร็จการศึกษา ซึ่งสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบ รายงานต่อ สช. โดยจะมีระยะเวลาการดำเนินการโครงการนำร่อง 2 ปี (ปีการศึกษา 2566-2567) ให้เงินกู้ยืมเป็นค่าเล่าเรียนไม่เกิน 50,000 บาท/หลักสูตร/คน/ครั้ง กำหนดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี และให้ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 2 ปี

สำหรับคุณสมบัติของนักเรียน นักศึกษาที่จะขอกู้ยืมเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาในลักษณะที่ 5 กำหนดให้มีอายุ 18 – 60 ปีบริบูรณ์ ศึกษาในหลักสูตร/สาขาวิชาตามประกาศที่คณะกรรมการกองทุนฯ กำหนด ต้องทำประโยชน์ต่อสังคมหรือสาธารณะมาแล้วไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง ภายในระยะเวลา 2 ปี ก่อนการยื่นขอกู้ยืม และต้องไม่กู้ยืมซ้ำซ้อนกับลักษณะอื่น ๆ ณ ปีการศึกษานั้น ๆ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ พัฒนาองค์ความรู้และทักษะให้กับประชาชนผู้ที่ต้องการพัฒนาหรือต่อยอดการเรียนรู้ สามารถประกอบอาชีพมีงานทำและสร้างรายได้ในระยะยาวต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถติดตามประกาศและรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ http://www.studentloan.or.th” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าว