‘เมย์ พิชญ์นาฏ’เป็นเจ้าของและพรีเซนเตอร์ เปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอาง M A Y(เอ็มเอวาย)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772435

'เมย์ พิชญ์นาฏ'เป็นเจ้าของและพรีเซนเตอร์ เปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอาง M A Y(เอ็มเอวาย)

‘เมย์ พิชญ์นาฏ’เป็นเจ้าของและพรีเซนเตอร์ เปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอาง M A Y(เอ็มเอวาย)

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.55 น.

เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับนักแสดงสาวสวย นางแบบ ผู้คร่ำหวอดในวงการบันเทิงเมืองไทย เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร นักธุรกิจคนเก่ง และพรีเซนเตอร์คนสวย กับ แบรนด์เครื่องสำอางใหม่ของเธอ  ในชื่อ M A Y(เอ็มเอวาย)

โดยเมื่อวันพุธที่ 29 พฤศจิกายน ได้มีการ Grand Opening แบรนด์เครื่องสำอาง M A Y (เอ็มเอวาย) ที่ Lady L Bistro ปาร์คนายเลิศ ท่ามกลางผู้บริหาร เพื่อนสนิทและสื่อมวลชนมากมาย มีไดอาน่า จงจินตนาการ เป็นพิธีกร สัมภาษณ์ เมย์ พิชญ์นาฏ กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เธอลงทุนเป็นเจ้าของเองและพรีเซนเตอร์เองด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างกันเอง พร้อมกันนั้นยังมีเซอร์ไพรส์พิเศษกับซีนหวานๆ คุณบิ๊ก อัครวัชร คงสิริกาญจน์ นักธุรกิจชื่อดัง แฟนหนุ่มว่าที่เจ้าบ่าวของคุณเมย์ มามอบดอกไม้แสดงความยินดีด้วย ทุกคนได้เก็บภาพหวานรัวๆของคูนี้ก่อนงานแต่งงานที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคมนี้แล้ว

เมย์ พิชญ์นาฏ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงการเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง MAY(เอ็มเอวาย) ในครั้งนี้ว่า

“ก่อนอื่นเมย์ขอพูดที่มาของเครื่องสำอาง M A Y(เอ็มเอวาย) แบรนด์นี้ถือกำเนิดขึ้นมาจากความเชื่อที่ว่า ทุกคนมีความสวยเป็นของตัวเอง และด้วยความที่หลงใหลในความงามและการดูแลตัวเอง เมย์จึงได้คิดค้นแบรนด์นี้ขึ้นมา เพื่อส่งต่อความสวยงามให้กับทุกคน เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึง และคุ้มค่า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ เมย์ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์สอดคล้องและตรงกับความตั้งใจของเมย์ เมย์บอกได้เลยว่าถ้าทำออกมาแล้วไม่ดี เมย์ไม่ทำดีกว่า เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าของดีจริงๆ”

“นอกจากนี้ M A Y(เอ็มเอวาย) ยังไม่ใช่เครื่องสำอางเพื่อแต่งแต้มอย่างเดียว แต่ยังมอบการบำรุงล้ำลึก ด้วยการผสานส่วนผสมที่คิดค้นมาอย่างดี เพื่อความงามที่ยั่งยืน และยังเหมาะกับกระแสการดูแลตัวเองในปัจจุบัน ที่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์น้อยชิ้น เพื่อความงามที่มากกว่าได้ ด้วยความตั้งใจนี้จึงถูกถ่ายทอดออกมาเป็นแบรนด์ M A Y แบรนด์ที่มุ่งมั่นในการ

สนับสนุนให้ทุกคนเปิดเผยความงามในแบบของตนเอง ตอนนี้ที่เปิดตัวมีหลากหลายสินค้าให้เลือก ทั้ง  MAY TWINKLE TINT(ลิปทินท์) เนื้อเจล 2 IN 1 ใช้ได้ทั้งแก้มและริมฝีปาก, MAY

ICONIC BLUSH (BLUSH 3 IN 1) ครีมมูสที่นุ่มลื่น เกลี่ยง่าย และสบายผิว สร้างสีสันที่ละมุนสำหรับตา แก้ม และปาก, MAY ICONIC BALM (รองพื้นบาล์ม 2IN 1) สวยและบำรุงในหนึ่งเดียว บำรุงแบบไม่ต้องใช้ครีม เพียงแค่วนบาล์มลงบนผิว เปลี่ยนเป็นแป้งเนียนทันที และ MAY POWDERPUFF AURA POWER (แป้งผสมรองพื้นออร่าพัฟ พาวเดอร์) แป้งเกาหลีเกาใจให้ผิวงาม เบลอรูขุมขน คุมมัน ชุ่มชื่น ชะลอริ้วรอย ช่วยลดความแห้งกร้าน เปิดตัว 4 เครื่องสำอางออกมาก่อนค่ะ อยากให้ลองมาซื้อและทดลองใช้ดูค่ะ”

สนใจซื้อสินค้า ติดต่อ ฝ่ายขาย โทร.086-309-3348 หรือซื้อแบบด่วนๆที่????

Line OA: https://lin.ee/VAGNMQC

Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/maycosmeofficial

IG: maycosmeofficial

instagram.com/maycosmeofficial

LAZADA: MAYCOSME-OFFICIAL

https://www.lazada.co.th/shop/maycosme-official

SHOPEE: MAYCOSME_OFFICIAL

https://shopee.co.th/maycosme_official

Tockto จับมือ Depa ททท. หอการค้าไทย และ กสศ. สานต่อโครงการ’New Me ปีนี้พูดอังกฤษได้’รุ่นที่ 6

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772428

Tockto จับมือ Depa ททท. หอการค้าไทย และ กสศ. สานต่อโครงการ'New Me ปีนี้พูดอังกฤษได้'รุ่นที่ 6

Tockto จับมือ Depa ททท. หอการค้าไทย และ กสศ. สานต่อโครงการ’New Me ปีนี้พูดอังกฤษได้’รุ่นที่ 6

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.42 น.

Tockto (ต๊อกโตะ) แอปพลิเคชันฝึกภาษาภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ New Me ปีนี้พูดอังกฤษได้ by Tockto รุ่นที่ 6 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนไทยให้พูดภาษาอังกฤษได้ ด้วยวิธีเรียนผ่านแอปพลิเคชัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 10 ม.ค. – 10 ก.พ. 2567 สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 5 มกราคม 2567 รับจำกัดเพียง 3,000 คน สมัครได้ที่ tockto.me/new-me 


แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2566 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2567 ยังคงเติบโตมาจากการทยอยฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่เบื้องต้น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยราว 25-30 ล้านคน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมบริการ ที่เกี่ยวข้องมีการเติบโตตาม ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมบริการ ยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มคนในอุตสาหกรรมนี้ยังไม่กลับเข้าสู่ระบบ ทาง บริษัท ต๊อกโตะ จำกัด มองเห็นโอกาสในครั้งนี้ จึงสานต่อ โครงการ “New Me ปีนี้พูดอังกฤษได้ by Tockto รุ่นที่ 6” ให้กลุ่มคนเหล่านี้กลับมาฟื้นฟูภาษา ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการกลับเข้ามาในระบบอีกครั้ง 


สำหรับ โครงการ “New Me ปีนี้พูดอังกฤษได้ by Tockto รุ่นที่ 6” ยังคงได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และได้ความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนไทยในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการให้พูดภาษาอังกฤษได้ ด้วยวิธีเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น 


และในวันเปิดตัวโครงการฯ นี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล คุณไพโรจน์ ภาชนะปรีดา กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนาการศึกษา หอการค้าไทย คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และคุณพัชรนันท์ ชัยชาญทิพยุทธ  ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารฝ่ายวิชาการ บริษัท ต๊อกโตะ จำกัด ร่วมเสวนาให้มุมมองและทิศทางในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ ก่อนเริ่มสัมมนาเชิงฝึกอบรมพิเศษหัวข้อ “ภาษาอังกฤษสู่ความเป็นเลิศในงานบริการ (English for Service Excellence: Training Workshop)” ดังนี้ 


ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น  AI Blockchain AR VR เกิดขึ้นจากฝั่งตะวันตกค่อนข้างเยอะ ซึ่งองค์ความรู้ ยังไม่แปลเป็นภาษาไทย และมีภาษาที่ 3 ที่เรียกว่า Coding ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มทักษะที่จะเข้าใจการทำงานร่วมกันกับ AI กับหุ่นยนต์ ในลักษณะที่เรียกว่า copilot ทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี แต่การจะเข้าใจภาษา Coding ได้ ทุกอย่างตั้งแต่พื้นฐานเป็นภาษาอังกฤษหมด ฉะนั้นการเข้าใจภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 สำคัญมากและเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ภาษาที่ 3 และภาษาอื่นๆ ที่จะเป็นทักษะจำเป็นอีกอย่างของชีวิตในอนาคต” 


“สำหรับการท่องเที่ยว ภาษาอังกฤษยิ่งสำคัญมาก เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ แม้เราจะ Hi-Tech ขนาดไหน จะใช้โปรแกรม Translation อะไรก็ตาม เราต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Hi-Touch คือ ทำยังไงให้คนประทับใจ ทำยังไงให้เราเกิด Personal Connection ซึ่งคำว่า Touch เป็นประสบการณ์ระหว่างกัน อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่คนทำงานโดยเฉพาะในสายอาชีพด้านการท่องเที่ยวจำเป็นต้องรู้ภาษาอังกฤษ” 


คุณไพโรจน์ ภาชนะปรีดา กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนาการศึกษา หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมให้มุมมองว่า “จริงๆ ภาษาอังกฤษไม่ได้สำคัญเฉพาะภาคธุรกิจเท่านั้น ในแง่ของปัจเจกตัวบุคคลก็มีความสำคัญต่อการเติบโตในหน้าที่การงานและความก้าวหน้าในอาชีพ สกิลภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ประเมินที่ผู้ประกอบการต้องการ Upskill Reskill ให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนี้หลายๆ บริษัท ผู้ประกอบการเริ่มทำภาษาที่ 3 แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน ภาษาเกาหลี หรือว่าภาษาญี่ปุ่น และบริษัทที่เริ่มทำจะเห็นว่าภาษาอังกฤษเป็นเหมือนภาษาไทย ซึ่งไม่มีคือไม่ได้” 


คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า “จากบทบาทของกสศ. ที่ดูแลเยาวชนฐานะยากลำบาก 15% ล่างสุดของประเทศ ยังเห็นช่องว่างทางการศึกษาอยู่ ถ้าเยาวชนกลุ่มนี้ได้รับการส่งเสริมให้เขาเรียนภาษาอังกฤษได้ จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เขาหลุดออกจากความยากจนได้ผ่านการมีอาชีพหรือว่ารายได้สูงขึ้น เพราะว่าภาษาอังกฤษทำให้รายได้สูงขึ้นมากทีเดียว แล้วยิ่งถ้าได้ภาษาดิจิทัลก็ยิ่งทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง เราจำเป็นที่จะต้องเพิ่มรายได้ให้กับทั้งเยาวชนและประชาชน อย่างน้อย 20,000 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งในทุกวันนี้ค่าเฉลี่ยต่ำกว่านั้นเยอะ 


นอกจากเรื่องโอกาส ภาษาอังกฤษที่เรามองว่าเป็นเรื่องของการสื่อสาร แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเครื่องมือที่ปัจจุบันเราพยายามโปรโมทให้น้องๆ มี เราพูดถึงในศตวรรษที่ 21 เยอะว่าคนต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ แต่จริงๆ แล้วการเรียนภาษาอังกฤษจะนำไปสู่ทักษะนั้นได้ด้วย เพราะว่าภาษาอังกฤษทำให้เราต้องคิดสร้างสรรค์ ต้องคิดวิเคราะห์ด้วย แล้วก็ทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่เรื่องของ Communication แต่เป็นเครื่องมือเสริมทักษะอื่นๆ ได้ด้วย ถ้าเรารู้ภาษาอังกฤษ ทักษะอื่นๆ ก็จะตามมาด้วย เช่น ความมั่นใจ” 


คุณพัชรนันท์ ชัยชาญทิพยุทธ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารฝ่ายวิชาการ บริษัท ต๊อกโตะ จำกัด (Tockto) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการของเรา จะช่วยพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้สามารถเท่าเทียมกับคนในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ ที่ภาษาอังกฤษมีสำคัญในการสื่อสาร ในการต้อนรับคนต่างชาติ จะทำยังไงให้ต่างชาติรู้สึกประทับใจ จะทำยังไงให้การค้าขายของเราดียิ่งขึ้น หรือว่าทำยังไงให้น้องๆ เขาสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ได้งานหรือเงินเดือนที่เพิ่มมากขึ้น เพราะว่าจากสถิติจะเห็นได้เลยว่า ถ้าน้องๆ ได้ภาษาอังกฤษ เงินเดือนของน้องๆ เพิ่มมากขึ้นถึง 15 – 30% จากเงินเดือนทั่วไป แล้วผู้ประกอบการที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษสามารถค้าขายกับชาวต่างชาติได้ จะค้าขายได้มากกว่าการที่เราขายให้เฉพาะของคนไทย รวมถึงน้องๆ ที่ได้ภาษาอังกฤษสามารถเรียนรู้ และศึกษาด้วยตัวเองในเรื่องของการพัฒนาภาษาที่ 3 ก็คือภาษาเทคโนโลยี ภาษาการเขียนโค้ดดิ้ง ถ้าเขาได้ภาษาอังกฤษเขาจะไปได้ไกลกว่า ทางเราก็เลยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะช่วยเป็นก้าวแรกที่เปิดโอกาสให้ทางเยาวชน ผู้ประกอบการและคนทั่วไปรู้สึกได้แรงบันดาลใจในการเรียนภาษาอังกฤษ รู้สึกว่าภาษาอังกฤษมันง่าย มันสนุก และอยากจะเรียนต่อยอดมากขึ้น” 


“Tockto ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษ เพราะภาษาช่วยเปิดโอกาสในการทำงาน เปิดอนาคตให้กว้างขึ้น เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาคนไทยให้ก้าวไปสู่โลกอนาคตที่ทุกคนจะมีโอกาสในชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน” คุณพัชรนันท์ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับโครงการ “New Me ปีนี้พูดอังกฤษได้ by Tockto รุ่นที่ 6” มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนไทยในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการให้สื่อสารภาษาอังกฤษได้ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนคอร์สฝึกสื่อสารภาษาอังกฤษผ่านแอปพลิเคชัน Tockto โดยเลือกคอร์สได้ตามระดับที่ต้องการ ได้แก่  


1. ระดับพื้นฐาน คอร์ส Basic English Speaking เน้นฟังและพูดประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ ง่ายๆ แต่ใช้ประโยชน์ได้จริง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการทบทวนตั้งแต่พื้นฐาน  


2. ระดับพื้นฐานขึ้นไป คอร์ส Working English 101 ฝึกพูดอังกฤษสำหรับการทำงาน ปูพื้นฐานการพูดภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ต้องคุยกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติ หรือต้องการเรียนพูดอังกฤษเพื่อไปทำงานต่างประเทศ 


3. ผู้ทำงานด้านการท่องเที่ยวและบริการ คอร์ส Service English 101 ฝึกพูดอังกฤษเพื่องานบริการ ปูพื้นฐานภาษาอังกฤษสำหรับคุยกับลูกค้าและนักท่องเที่ยวต่างชาติ สำหรับพนักงานหรือเจ้าของกิจการในธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านนวด สปา และอื่นๆ เนื้อหาในแต่ละคอร์สมีจำนวน 8 หมวด 30 บทเรียน แต่ละบทใช้เวลาเรียนประมาณ 15 นาที สามารถเรียนซ้ำทุกบทได้ไม่จำกัด โครงการเปิดให้สมัครเรียนแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 5 มกราคม 2567 ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์โครงการ tockto.me/new-me หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ fb.com/tocktoTH  ทั้งนี้การสมัครเข้าร่วมโครงการจะมีมัดจำ 300 บาท เพื่อป้องกันการสละสิทธิ์หรือเรียนไม่จบหลักสูตร ทำให้ผู้ต้องการเข้าร่วมโครงการท่านอื่นเสียสิทธิ์ ซึ่งผู้เรียนจะได้รับเงินมัดจำคืน 100% หลังเรียนจบคอร์สครบตามเงื่อนไข โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Tockto ได้จากทั้ง Apple Store หรือ Google Play Store 
 
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tockto Tockto เป็นแอปพลิเคชันฝึกภาษาด้วยตนเอง โดยเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการฟังและพูดแบบ Micro-Learning คือ การเรียนรู้ที่มีขนาดเล็กตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและจำข้อมูลความรู้ได้ง่ายในเวลาอันสั้น นำไปปรับใช้ในชีวิตหรือการทำงานได้จริง มีจุดเด่นคือการฝึกพูดโต้ตอบด้วยระบบ Duet ที่มีการตรวจความถูกต้องของการออกเสียงด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแสดงคะแนนในการออกเสียงแต่ละคำในประโยคที่ฝึกให้ดู การเรียนภาษาด้วย Tockto ต่างจากการเรียนภาษาทั่วไปตรงที่เน้นทักษะการฟังและพูด โดยให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง ด้วยการพูดโต้ตอบกับเจ้าของภาษาผ่านวิดีโอจำลองสถานการณ์ เพื่อลดปัญหาความกลัวพูดผิดและความประหม่าในการพูดกับบุคคลจริง ทั้งนี้ผู้เรียนสามารถเลือกเวลาและสถานที่เรียนได้ตามสะดวก ตัดความลำบากในการเดินทางและการหาเวลาเรียนให้ตรงกับผู้สอนในแต่ละวัน

เตือนป้องกันภัยสุขภาพที่มักเกิดขึ้นในฤดูหนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772252

เตือนป้องกันภัยสุขภาพที่มักเกิดขึ้นในฤดูหนาว

เตือนป้องกันภัยสุขภาพที่มักเกิดขึ้นในฤดูหนาว

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนให้ดูแลร่างกายให้อบอุ่น รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการป่วยในช่วงฤดูหนาวปีนี้ เน้นดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจาก 4 โรคติดต่อที่พบบ่อย และ 2 ภัยสุขภาพที่สำคัญ เพื่อลดโอกาสเจ็บป่วย และเสียชีวิต

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากรรักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งบางพื้นที่จะมีอากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจังหวัดในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วย กรมควบคุมโรคมีภารกิจเกี่ยวกับ การเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค จึงออกคำเตือนเรื่องการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่อาจเกิดในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2566 แบ่งเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ (โรคไข้หวัดใหญ่) แพร่กระจายเชื้อผ่านการหายใจ ไอ จามผู้ป่วยมักจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ไอ หนาวสั่นปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียเจ็บคอ น้ำมูกไหล ตาแดง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่จะมีบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนและอาการรุนแรง เช่น ผู้มีโรคประจำตัวเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ และอัตราการเสียชีวิตมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว (โรคปอดอักเสบ) เกิดจากการติดเชื้อที่ถุงลมฝอยภายในเนื้อเยื่อปอด เชื้อก่อโรคส่วนใหญ่เป็นได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นต้น ผู้ป่วยจะมีไข้ ไอและหายใจหอบเหนื่อย ผู้ที่มีอาการรุนแรงจะมีภาวะหายใจล้มเหลว และมีโอกาสเสียชีวิต พบได้ในทุกกลุ่มอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องและผู้ที่มีประวัติโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ มักมีอาการรุนแรง สามารถรักษาด้วยการให้ยาต้านจุลชีพตามเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรค นอกจากนี้ ยังมีโรคโควิด-19 ที่ต้องคอยเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เมื่อติดเชื้อผู้ป่วยมักมีอาการเฉลี่ยประมาณ 5 วัน อาการที่พบได้บ่อย มีไข้ หนาวสั่นเจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะสูญเสียหรือเปลี่ยนการรับรู้รสหรือกลิ่น

กลุ่มที่ 2 โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ (โรคอุจจาระร่วงจากไวรัส) เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำ/น้ำแข็งที่มีการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรค โดยเฉพาะไวรัสก่อโรคทางเดินอาหาร การรับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุก หรือค้างมื้อ ภาชนะที่ใช้ไม่สะอาด โดยพบผู้ป่วยได้ในทุกเพศทุกวัย ผู้ป่วยมีอาการ ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ ส่วนใหญ่มักหายได้เอง แต่หากมีการสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป อาจทำให้ช็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้ ป้องกันได้โดยการดูแลสุขอนามัย ดื่มน้ำสะอาดและรับประทานอาหารที่ปรุงสุก และสะอาด

กลุ่มที่ 3 โรคติดต่อที่สำคัญอื่นๆ ในช่วงฤดูหนาว (โรคหัด) ติดต่อโดยการไอ จาม หรือพูดคุยระยะใกล้ชิด ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ใน 1-2 วัน ก่อนที่จะเริ่มมีอาการ มักมีไข้ น้ำมูกไหล จะไอแห้ง มีผื่นขึ้นลักษณะผื่นนูนแดงติดกันเป็นปื้นๆ ไม่มียารักษาจำเพาะ แต่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคได้ โดยฉีดเข็มแรกอายุ 9-12 เดือน เข็มสองอายุ 1 ปีครึ่ง

กลุ่มที่ 4 ภัยสุขภาพที่ทำให้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว คือการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกที่พักอาศัยโดยไม่ได้มีเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องห่มกันหนาวที่เพียงพอ ขอให้ประชาชน เตรียมความพร้อมอบอุ่นร่างกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มเครื่องดื่มที่ให้ความอุ่น สวมใส่เครื่องนุ่งห่มกันหนาวที่เพียงพอ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ซึ่งการดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตในช่วงภาวะอากาศหนาว

นอกจากนี้ ให้ระวังการสูดดมแก๊สพิษจากเครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้ระบบแก๊ส เนื่องจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์ ประกอบกับในห้องน้ำมีช่องระบายอากาศไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณมาก สามารถทำให้ผู้ที่สูดดมเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน นักท่องเที่ยวควรสังเกตการระบายอากาศในห้องน้ำ หากใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส ควรเปิด พัดลมระบายอากาศทุกครั้งที่อาบน้ำ กรณีอาบน้ำติดต่อกันหลายคน ให้เปิดพัดลมดูดอากาศและเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาที กรณีไม่มีพัดลมดูดอากาศควรเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้อากาศถ่ายเท และใช้เวลาในการอาบน้ำโดยเร็ว

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ เพื่อการกุศล มอบมอบเครื่องผลิตออกซิเจน ช่วยผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ผ่านโครงการ ‘คนไทยช่วยคนไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772266

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ เพื่อการกุศล มอบมอบเครื่องผลิตออกซิเจน  ช่วยผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ผ่านโครงการ ‘คนไทยช่วยคนไทย’

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ เพื่อการกุศล มอบมอบเครื่องผลิตออกซิเจน ช่วยผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ผ่านโครงการ ‘คนไทยช่วยคนไทย’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ เพื่อการกุศล จัดโครงการ “คนไทยช่วยคนไทย” ส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติ 110 เครื่องแก่ 17 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ได้เข้าถึงเครื่องมือทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้โรงพยาบาลมีเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติเพียงพอต่อความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง, มะเร็งปอด,ปอดอุดกั้นเรื้อรัง,หอบหืด หรือผู้สูงอายุที่ต้องการออกซิเจนช่วยในการหายใจและต้องพ่นยาเพื่อขยายหลอดลม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจมากขึ้นจากความรุนแรงของสถานการณ์ความรุนแรงฝุ่นละออง PM2.5

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ เพื่อการกุศลนำโดย นายพาณิชย์ สดสี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Group CEO และ นายคณิต วัฒนประดิษฐ์ ประธานกรรมการมูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศลได้เป็นประธานในส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติ ให้แก่ 8 โรงพยาบาล ใน 3 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ คือ เชียงใหม่, ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ได้แก่ รพ.แม่แตง, รพ.ดอยสะเก็ด, รพ.ดอยเต่า,รพ.วัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา,รพ.สันกำแพง, รพ.แม่ลาน้อย, รพ.แม่สะเรียง และ รพ.แม่เมาะ โดยมี นพ.กรกฤช ลิ้มสมมติ ผอ.กองบริหารการสาธารณสุขในฐานะตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้คำปรึกษารายละเอียดที่สำคัญในการจัดโครงการครั้งนี้ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ณ ห้องประชุมศรีเวียงพิงค์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

นายพาณิชย์ สดสี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Group CEO เผยว่า ทางมูลนิธิเวิร์คพอยท์ เพื่อการกุศล มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการจัดโครงการคนไทยช่วยคนไทย ส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุข ในการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ ให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และได้มีส่วนร่วมในการช่วยแบ่งเบาหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งการจัดโครงการ “คนไทยช่วยคนไทย”มอบเครื่องผลิตออกซิเจนอัตโนมัติครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณบริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมทำบุญกับโครงการด้วย

30 เชฟดังจากโรงแรมชั้นนำ จับมือเชฟมิชลิน รังสรรค์ 10 คอร์สเมนูสุดหรู Bangkok Chef Charity 2024 สมทบทุนเข้ามูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772285

30 เชฟดังจากโรงแรมชั้นนำ จับมือเชฟมิชลิน รังสรรค์ 10 คอร์สเมนูสุดหรู  Bangkok Chef Charity 2024 สมทบทุนเข้ามูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลฯ

30 เชฟดังจากโรงแรมชั้นนำ จับมือเชฟมิชลิน รังสรรค์ 10 คอร์สเมนูสุดหรู Bangkok Chef Charity 2024 สมทบทุนเข้ามูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ชีวานันท์ จัดงานใหญ่ประจำปี Bangkok Chef Charity 2024 โดยนำ 30 เชฟดังจากโรงแรมชั้นนำและเชฟระดับมิชลิน เข้าร่วมรังสรรค์ 10 คอร์สเมนูสุดหรู เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนเข้ามูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

หลังจากห่างหายไปนานเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด-19) ทางบริษัท ชีวานันท์ จำกัด ได้นำงาน Bangkok Chef Charity 2024 กลับมาอีกครั้งและยิ่งใหญ่กว่าเดิม ซึ่งการจัดงานในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 11ที่มีความพิเศษและแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา โดยในปีนี้นอกจากจะมีเชฟใหญ่จากโรงแรมชั้นนำในประเทศไทยแล้ว ทางผู้จัดงานยังได้รับเกียรติจากเชฟดังบนเกาะฮ่องกง และเชฟระดับมิชลินจากร้านอาหารชื่อดัง รวม 30 เชฟ เข้าร่วมรังสรรค์เมนูสุดอลังการ 10 คอร์ส สำหรับผู้เข้าร่วมงาน 360 คน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานการจัดงาน Bangkok Chef Charity 2024 ณ ห้องรอยัลบอลรูมโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.00 น. โดยรายได้จากการจัดงานทั้งหมดจะสมทบทุนเข้ามูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ในสมเด็จ
พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นางนันทิยา อินทรลิบ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวานันท์ จำกัด ได้กล่าวว่า งาน Bangkok Chef Charity จัดขึ้นครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2552 เป็นงานที่รวมเชฟใหญ่จากโรงแรมชั้นนำกรุงเทพฯ ปรุงอาหารมื้อพิเศษ โดยภายในงานจะมีการประมูลเชฟเพื่อไปปรุงอาหารให้ที่บ้าน นอกจากการประมูลแล้ว ยังมีการบริจาคจากผู้เข้าร่วมงานใจบุญเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปีพุทธศักราช 2562 ที่ผ่านมา ทางผู้จัดสามารถระดมทุนได้มากถึง 44 ล้านบาท เป็นรายได้จากการจำหน่ายบัตร การประมูล รวมถึงยอดบริจาคถือเป็นยอดตัวเลขที่มากที่สุดตั้งแต่จัดงานมา โดยรายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อการกุศลในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริจาคให้กับผู้ด้อยโอกาส โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทางภาคเหนือของประเทศไทย

“หนึ่งในไฮไลท์ของงาน Bangkok Chef Charity ประจำปี 2567 คือ การนำข้าวเมล็ดพันธุ์หอมมะลิ 105 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้พระราชทานให้กับเกษตรกร และผลิตภายใต้ชื่อ “ข้าวหอมมะลิจันกะผัก” ซึ่งผลิตในจังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ โดยปลูกเป็นระบบเกษตรอินทรีย์ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี และไม่มีการอบสารฆ่ามอด ได้นำมาปรุงและเสิร์ฟเป็นคานาเป้ และอาหารจานหลัก ให้แขกผู้มีเกียรติได้ลิ้มรสก่อนที่จะเริ่ม 10 คอร์สหลัก ยิ่งไปกว่านั้นในปีที่ 11 นี้ โลโก้ได้ถูกสร้างสรรค์และออกแบบโดยนักเรียนจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาอีกด้วย”

ภายในงานยังมีเชฟเด็กรุ่นเยาว์ที่จะเข้าร่วมและเรียนรู้การปรุงอาหารมื้อพิเศษกับเชฟใหญ่สร้างสีสันให้กับงาน โดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนชั้นนำในการจัดเชฟเด็กรุ่นเยาว์ ทั้งนี้ สนับสนุนหลักงาน Bangkok Chef Charity 2024 ได้แก่ ท็อปส์ ไวน์ เซลล่าร์ เอเวียงน้ำแร่ธรรมชาติ บริษัท จาโกต้า บราเดอร์ส เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท พรีเมี่ยมฟู้ดส์ จำกัด แก้วไวน์คริสตัลจากลูคาริส เคลมองต์ ดีไซน์ ไทยแลนด์ บริษัท ไนท์สบริดจ์ จำกัด กรุงเทพไลท์ ออเคสตร้า บริษัท อาร์.พี.มีเดีย กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ครินบอร์น คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด

สนใจซื้อบัตรเข้าร่วมงานในวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ในราคา 15,000 บาท/ที่นั่ง ได้ที่ ญาดาธิป สายแสงทอง (พาย) โทร.086-7809301 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นันทิยา อินทรลิบ โทร.085-1556545 อีเมล : nuntiya@jivanandgroup.com

ห้องอาหารจีน ดรากอน เสิร์ฟเมนูอาหารจีนสูตรเชฟชื่อดัง ลด 50% ทุกจันทร์และอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772261

ห้องอาหารจีน ดรากอน เสิร์ฟเมนูอาหารจีนสูตรเชฟชื่อดัง ลด 50% ทุกจันทร์และอังคาร

ห้องอาหารจีน ดรากอน เสิร์ฟเมนูอาหารจีนสูตรเชฟชื่อดัง ลด 50% ทุกจันทร์และอังคาร

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ห้องอาหารจีน ดรากอน บนชั้น 2 โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ตกแต่งหรูหราบรรยากาศจีนร่วมสมัย ชวนมาเปิดประสบการณ์เมนูอาหารจีนกวางตุ้ง ทั้งเมนูต้นตำรับและเมนูประยุกต์ สูตรเฉพาะรังสรรค์จากเชฟอาหารจีนชื่อดัง ทั้งเมนูติ่มซำที่ต้องลอง เมนู A la Cart และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง เป็ดปักกิ่ง หมูกรอบ มิราเคิล ปลาหิมะทอดราดซีอิ๊ว กุ้งทอดพริกเกลือ พร้อมเอาใจคนรักอาหารจีนช่วงส่งท้ายปี ด้วยโปรโมชั่นพิเศษลด 50% ทุกวันจันทร์และวันอังคารทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น และส่วนลด 20% ในวันพุธจนถึงวันอาทิตย์

เริ่มที่ ติ่มซำไส้แน่นที่ต้องลอง อาทิ ขนมจีบกุ้งกระจกซอสกะปิ เมนูแนะนำ นอกจากจะใช้กุ้งสับสอดไส้แล้ว ยังมีกุ้งกระจกทั้งตัวข้างบน เวลาทานจึงได้สัมผัสถึงความกรุบกริบเต็มคำ ทานกับซอสกะปิสูตรเฉพาะดรากอน, ซาลาเปาลาวาไข่เค็ม ความละมุนอย่างลงตัวของเนื้อแป้งนุ่มๆ บวกรสชาติของไส้ไข่เค็ม หวานๆ มันๆ เคล็ดลับอยู่ที่แป้งเนื้อเนียนนุ่มละมุนและไส้ที่ทำจากไข่เค็มดิบนำไปอบจนมีกลิ่นหอมและครีมที่มีความหวานมัน, ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ เส้นก๋วยเตี๋ยวบางเบาเคล้ากับไส้ราดซีอิ๊วที่รสชาติหอมหวานอร่อย เคล็ดลับของเมนูนี้ คือ ใช้แป้งก๋วยเตี๋ยวทำสดสไตล์ฮ่องกง และยังมีแผ่นเปาะเปี๊ยะกรอบซ่อนอยู่ด้านในด้านนอกนุ่ม แถมยังได้ความหอมหวานของซีอิ๊ว เวลาทานจะได้สัมผัสทั้งความกรอบและนุ่มในชิ้นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมี เกี๊ยวผักโขมหอยเชลล์ ฮะเก๋า เกี๊ยวปูนึ่ง เต้าหู้ สอดไส้ สาหร่ายห่อกุ้งนึ่ง เปาะเปี๊ยะทอดเกี๊ยวกุ้ง ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่ ปูอัดซุปข้าวโพด กุยช่ายทอด รวมกว่า 20 เมนู

เมนู A la Cart จานเด็ดที่ต้องสาธยาย อาทิ กุ้งแม่น้ำทอดพริกเกลือกุ้งแม่น้ำผ่าครึ่งทอดกรอบราดด้วยสมุนไพรทอด พริก กระเทียม พริกไทยดำรากผักชี กุ้งต้องสดจริง เมื่อน้ำมันเดือดใส่กุ้งลงไปทอดแค่พอสุก ให้แค่เปลือกกรอบเนื้อนุ่มไม่กระด้าง ถือเป็นเคล็ดลับความอร่อย, บะหมี่ฮ่องกงผัดซีฟู้ดซอสเอ็กซ์โอ ความกรอบและความนุ่มของเส้นบะหมี่ผัดคลุกเคล้าเครื่องสมุนไพรไทยจีนอย่างลงตัว ทั้งกุ้งทะเล หอยเชลล์ ปลาหมึกหอมเส้น รสชาติโดนใจ เส้นหมี่ที่ทั้งกรอบและนุ่ม ถือเป็นความฟิน แถม
กลิ่นหอมของเส้นทอดเหล้าจีนซอสเอ็กซ์โออีกด้วย

เมนูซิกเนเจอร์ห้ามพลาดเป็ดปักกิ่ง หนังบางกรอบ ห่อเครื่องเคียง ราดน้ำจิ้ม ส่วนเนื้อเป็ดเชฟจะไปรังสรรค์เป็นเมนู “เป็ดทอดน้ำปลา” ร้อนๆ หอมๆ มีความกรอบนอกนุ่มใน ขึ้นชื่อเลื่องลือถึงเมนูนี้ว่า ทานที่ไหนก็ไม่เหมือน เพราะไม่มีกลิ่นเป็ดเหลืออยู่เลย ทานกับข้าวสวยร้อนๆ เด็ดเชียว หรือจะเป็นหมูกรอบมิราเคิล หมูสามชั้นหมักเครื่องเทศอบและทอดกรอบ จิ้มกับซีอิ๊วดำ มัสตาร์ด และน้ำตาล สูตรเฉพาะมิราเคิล ความอร่อยอยู่ที่เนื้อแน่นมันน้อย หนังกรอบ เพราะเลือกสรรวัตถุดิบอย่างดีตั้งแต่เริ่มต้น รวมทั้งปลาหิมะนึ่งมะนาว ปลาเงิน (ชิราอูโอะ) ทอดพริกเกลือ เป็ดย่างหมูแดงก็ต้องลอง ปิดท้ายด้วยขนมหวานพุทราจีนทอด แป้งบางมาก ไส้หนาหนึบ สำหรับคนไม่ชอบหวาน ต้องราดด้วยซอสราสเบอร์รี่

ห้องอาหารจีน ดรากอน บนชั้น 2 โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น สามารถรองรับลูกค้าได้ 150 ที่นั่ง และห้องวีไอพี 6 ห้อง เปิดให้บริการมื้อเที่ยง 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น 17.30-22.00 น. สำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร. 02-5755599 หรือติดตามโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ FB : Miracle Grand Convention Hotel และ www.
miraclegrandhotel.com

คุณแหน : 30 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772268

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับบมจ.ไทยเบฟฯ จัดทำหนังสือตำราอาหารของ ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล มารดา ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กก.และเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และพระราชทานชื่อหนังสือให้ว่า “บันทึก นึกอร่อย” เป็นสูตรการทำอาหารอันทรงคุณค่า ในฐานะที่ท่านผู้หญิงเป็นต้นเครื่อง รัชกาลที่ 9 นานกว่า 40 ปีรายได้สมทบเข้ามูลนิธิชัยพัฒนา เริ่มจำหน่าย1 ธ.ค. ในราคาชุดละ 1,500 บาท ผ่านสำนักงานมูลนิธิฯ โทร. 02-4478585-8, ร้านภัทรพัฒน์ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์  ร้านนายอินทร์…

●● ยินดีกับผู้ได้รับพระราชทานดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2564 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาทิ ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารเทคโนโลยี, ดร.เตช บุนนาค ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาไทยศึกษา, ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาเศรษฐศาสตร์…

●● ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่ง ดิเรกคุณาภรณ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.ขอแสดงความยินดีกับ ศ.ดร.นพ.วิทยานาควัชระ ชั้นสายสะพาย ปฐมดิเรกคุณาภรณ์,เรวัต ฉ่ำเฉลิม เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์…

●● ยุวพุทธิกสมาคมฯ จัดแสดงความยินดีกับ อนุรุธ ว่องวานิช นายกกิตติมศักดิ์ ในโอกาสได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมแสดงมุทิตาจิตและอายุวัฒนมงคล62 ปี วันที่ 12 ธ.ค. ณ ยุวพุทธิกสมาคมฯ…

●● สินาท เฮงสุวนิช อุปนายกและเลขาธิการ, กก.และที่ปรึกษา สมาพันธ์ ร่วมพิธีปลงผมนาค ดร.สุมิตร เพชราภิวัฒน์ นายกสมาพันธ์ สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย อุปสมบทตามโครงการของวัดเทพศิรินทร์ ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ระหว่าง 22 พ.ย.-1 ธ.ค. …

●● อภิรักษ์ โกษะโยธิน แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ วี ฟาร์ม ตะกร้า เช่น กล้วยหอมกรอบ, กล้วยหอมอบเนย, กล้วยน้ำว้าหนึบ, กล้วยน้ำว้าตาก, กล้วยน้ำว้าตากอบน้ำผึ้งดอกลำไย เป็นของว่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น มาตรฐานระดับโลกมีจำหน่ายที่ร้าน 7-11 และแอป 7-11 Delivery …

●● หญิงเก่งแถวหน้า นวลพรรณ ล่ำซำ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านการทูตทางเศรษฐกิจของ ราชอาณาจักรเบลเยียม ดังที่ฯพณฯ ซีบิลล์ เดอ การ์ทิเย่ร์ ดีฟส์ เอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย ได้ประกาศเนื่องในโอกาสวัน King’s Day ของเบลเยียม และฉลองครบรอบ 155 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เบลเยียม เจ้าตัว
ตั้งใจทำงานเพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างสองประเทศอย่างเต็มที่…

●● ศิษย์เก่า AccBA16 คนสวย ดร.กรกมล เอื้อวิวัฒน์สกุล ได้รับรางวัลนักศึกษาเก่าดีเด่นคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2566 ด้านสร้างคุณประโยชน์แก่สังคม เก่งทั้งเรื่องงานและอุทิศตนเพื่อทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ การันตีได้จากรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ, รางวัลสตรีไทยดีเด่น และอาสาสมัครดีเด่น เพื่อนๆ ฝากชื่นชมยินดี…●●

 

น้อง

SOE Medical จัดแคมเปญสร้างแรงบันดาลใจ ‘Glow Up With Me’ ส่งต่อความสวยในแบบคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772265

SOE Medical จัดแคมเปญสร้างแรงบันดาลใจ  ‘Glow Up With Me’ ส่งต่อความสวยในแบบคุณ

SOE Medical จัดแคมเปญสร้างแรงบันดาลใจ ‘Glow Up With Me’ ส่งต่อความสวยในแบบคุณ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

SOE Medical บริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านความงามผนึกกำลังคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 14 แห่ง พร้อมเหล่า KOLs คนดังทั้ง 14 คน เปิดตัวแคมเปญ “Glow Up With Me” ชวนส่งต่อความสวยในแบบของตัวเองกับ “ฟิลเลอร์ไบโอ” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนในสังคม ผ่านการพาคนดังในหลากหลายอาชีพและต่างวัยมาปรับลุคเสริมความมั่นใจ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่อยากเห็นคนไทยมั่นใจและมีความสุขในแบบของตัวเอง ผ่านฟิลเลอร์คุณภาพในราคาย่อมเยา สะท้อนศักยภาพความเป็นผู้นำในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิลเลอร์ไบโอจากประเทศจีนรายแรกและรายเดียวในไทย

ณิชชา และ ชุติปภา เธียรตระวัน สองกรรมการบริหาร บริษัท โซวเมดิคอล จำกัด (SOE Medical) เปิดเผยว่า SOE Medical เปิดตัวแคมเปญ “Glow Up With Me” เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักฟิลเลอร์ไบโอที่มีจุดเด่นด้านคุณภาพและราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากเห็นคนไทยทุกคนสวย มั่นใจ และมีความสุขในแบบของตัวเอง แคมเปญนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้คนไทยรู้จักฟิลเลอร์ไบโอเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังย้ำให้เห็นถึงความทุ่มเทของ SOE Medical ในการเสริมสร้างความมั่นใจให้คนในสังคมกล้าเป็นตัวเองในแบบที่สวยขึ้นไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ตาม ตั้งแต่เซลส์ขายรถ พนักงานกวาดถนน ไปจนถึงคนพิการ รวมทั้งกล้าที่จะเปิดใจให้ฟิลเลอร์ไบโอมากขึ้นด้วย

ความน่าสนใจของแคมเปญ “Glow Up With Me” คือการดึงเอาความต้องการและ Pain Point ของผู้บริโภคมาสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจ ผ่านเอกลักษณ์ที่หลากหลายของ 14 KOLs ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ อายุ เพศ และรูปลักษณ์ ซึ่งสอดรับกับกระแสสังคมในปัจจุบันที่รณรงค์เรื่องความหลากหลายในทุกมิติ โดยนำเสนอในรูปแบบวีดีโอสั้น หรือ Short Video Content ที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ของคนที่ตนชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย

อีกทั้ง ยังตอกย้ำความน่าเชื่อถือและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องผ่านคุณหมอจาก 14 คลินิกชั้นนำที่ร่วมแสดงศักยภาพ และความชำนาญด้านความงามในวีดีโอดังกล่าว โดยมี KOLs ที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในแคมเปญนี้ อาทิ ฝ้าย-อลิสา อังวิทยาธร ช่างแต่งหน้าที่เปลี่ยนคำว่า “พิการ” เป็นคำว่า “พิเศษ” สร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปไม่ยอมแพ้กับอุปสรรค และกล้าเปล่งประกายความสวยในแบบของตัวเอง, อรุณ-นางสาวภัทรมน โตเจริญ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อรุณเบิกฟ้า นกกา โบยบิน” ดาวติ๊กต็อกและพนักงานกวาดถนน กทม. ที่โด่งดังจากความสวยและความมั่นใจ แม้จะทำอาชีพที่หลายคนอาจมองข้ามหรือดูถูก และเติ๊ก-นายอมรศักดิ์ เดชห้วยไผ่ วิทยากรภาษาอังกฤษมากความสามารถทำคอนเทนต์ให้ความรู้และสอนศัพท์แสลงภาษาอังกฤษ ที่แสดงให้เห็นว่าความสวยไม่จำกัดเพศและไม่จำเป็นต้องตรงตามมาตรฐานสังคม

ติดตามความเคลื่อนไหวของแคมเปญ Glow Up With Me และกิจกรรมดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/biohyaluxfiller,instagram @soemedical.th และเว็บไซต์ www.soemedical.com

อาซาว่า ฉลอง 15 ปี ด้วยแฟชั่นโชว์‘Asava 15th Anniversary’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772286

อาซาว่า ฉลอง 15 ปี ด้วยแฟชั่นโชว์‘Asava 15th Anniversary’

อาซาว่า ฉลอง 15 ปี ด้วยแฟชั่นโชว์‘Asava 15th Anniversary’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาซาว่า (Asava) โดยหมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 15 ปี กับงาน “Asava 15th Anniversary” ที่เปรียบเสมือน Love Letter แทนคำขอบคุณในแบบฉบับ Asava ถึงผู้หญิงทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานมาจวบจนถึงปัจจุบัน ผ่านแฟชั่นโชว์สุดพิเศษที่ผสมผสานทั้งแฟชั่นและดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน ณ ปาร์คนายเลิศ

ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่ Asava ยังคงยึดมั่นเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นปรัชญาในการสร้างสรรค์ผลงานมาโดยตลอดอย่างไม่เปลี่ยนแปลง คือความงามที่แท้จริงซึ่งสะท้อนออกมาจากตัวตนและความคิดของผู้หญิงแต่ละคน สิ่งเหล่านี้ได้กลายมาเป็นความเชื่อและอัตลักษณ์อันเด่นชัดของแบรนด์ สะท้อนผ่านความเรียบง่ายความสง่างามที่แฝงไปด้วยรายละเอียดในแบบฉบับ Asava ซึ่งกลายมาเป็นภาพจำตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

พลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้ก่อตั้ง Asava กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 15 ปีของ Asava ผมขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณผ่านแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษที่เปรียบเสมือน Love Letter ไปยังผู้หญิงทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตอย่างคุณแม่ของผม ลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ เพื่อนๆ ตลอดจนผู้หญิงทุกๆ คนซึ่งล้วนแล้วแต่มีความละเอียดอ่อนและความแตกต่างที่หลากหลาย และเป็นดั่งแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของ Asava มาตลอดระยะเวลา 15 ปี

แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ นอกเหนือไปจากการแสดงผลงานคอลเลคชั่นพิเศษที่ถ่ายทอดตัวตน ความพิถีพิถัน งานฝีมือและรายละเอียดการตัดเย็บอันประณีตเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Asava ออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ยังมีการต่อยอดนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการใช้ผ้าไหมจากอำเภอปักธงชัย และจิม ทอมป์สันเข้ามาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของคอลเลคชั่นอีกด้วย โดยนำเสนอผ่านดีไซน์สุดพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่กว่า 40 ชุด พร้อมทั้งโครงชุดอันเป็นซิกเนเจอร์ในแบบฉบับ Asava ไม่ว่าจะเป็นโครงเสื้อไหล่เดียว (One-shoulder) เคปเดรส (Cape dress) เทรนช์เดรส (Trench dress) เสื้อสูทและกางเกงเข้าชุด (Pantsuit) ตลอดจนรายละเอียดอย่างการจับเดรป การเล่นกับองค์ประกอบที่มีความคอนทราสต์ และการใช้ผ้าลายทาง (Stripe) อันเป็นเอกลักษณ์”

ไฮไลต์ของแฟชั่นโชว์ฉลองครบรอบ15 ปีนี้ อยู่ที่การนำเสนอเรื่องราวของ Asava ซึ่งถูกร้อยเรียงเป็น 4 องก์ ผ่าน 4 บทเพลง ซึ่งบรรเลงโดยวงออร์เคสตรา บอกเล่าถึงแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่จุดเริ่มต้นความฝัน การก่อตั้งแบรนด์ การเดินทาง ไปจนถึงการตระหนักรู้ในตัวตนและการมองไปข้างหน้า

“นอกเหนือไปจากเรื่องราวซึ่งร้อยเรียงความหมายผ่านบทเพลงและโชว์พิเศษในครั้งนี้แล้ว เรายังได้เนรมิตสวนของปาร์คนายเลิศ สถานที่จัดงานซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำที่หล่อหลอมตัวผมและแบรนด์ Asava ขึ้นมา ให้กลายเป็นรันเวย์ทั้งหมด เพื่อสะท้อนถึงจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนแบรนด์ อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสมัย ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจในการนำเสนอและยกระดับแบรนด์แฟชั่น ตลอดจนธุรกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล” พลพัฒน์ กล่าว

อีกหนึ่งความพิเศษเนื่องในโอกาส 15 ปี Asava ยังได้จัดงานนิทรรศการในชื่อ “Machines of Loving Grace” ที่บอกเล่าเรื่องราวการก่อตั้งแบรนด์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนมุมมองและ DNA ที่แท้จริงของ Asava ซึ่งถูกร้อยเรียงผ่านผลงานศิลปะในแต่ละห้องจัดแสดง อีกทั้งยังมีการจัดแสดงส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นพิเศษครบรอบ 15 ปี Asava ในบริเวณงานนิทรรศการอีกด้วย ซึ่งจะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 7 ธันวาคม เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 ที่ Q Stadium ชั้น M, ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดงานฉลองครบรอบ 140 ปี ไปรษณีย์ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772295

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดงานฉลองครบรอบ 140 ปี ไปรษณีย์ไทย

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดงานฉลองครบรอบ 140 ปี ไปรษณีย์ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิดงาน “POSTiverse ส่งสุขไปทุกเวิร์ส 140 ปี ไปรษณีย์ไทย และงานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระการดำเนินงานครบรอบ 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทย และตราไปรษณียากรดวงแรกของไทย โดยมี ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ไปรษณีย์กลาง เขตบางรัก เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566

เมื่อ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จฯ ไปยังลานพระอนุสาวรีย์จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ และเสด็จไปยังห้องโถงไปรษณีย์นฤมิต ประทับพระราชอาสน์ คณะบุคคลเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายสูจิบัตรและของที่ระลึก ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และเบิกผู้สนับสนุนการจัดงานเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก

ทรงกดปุ่มเพื่อเปิดงาน “140 ปี ไปรษณีย์ไทย และงานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566” เสด็จฯไปยังที่จัดงานนิทรรศการ ทรงเขียนไปรษณียบัตร ทรงจัดทำโปสต์การ์ดออนไลน์ในแอปพลิเคชั่น Prompt Post และทรงส่งไปรษณียบัตรลงในตู้ไปรษณีย์ พร้อมทรงฉายพระรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “เจ้าฟ้านักสะสม” ตราไปรษณียากรที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก ตราไปรษณียากรที่มีมูลค่าแพงที่สุดในเอเชีย ทรงวาดภาพตู้ไปรษณีย์ลงบนผืนผ้าใบ พระราชทานแก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทอดพระเนตรผลงานประกวดตราไปรษณียากรที่ได้รับรางวัล Court of Honor Grand Prix Club Display แม่พิมพ์ตราไปรษณียากรชุดโสฬศ และแม่พิมพ์ไปรษณียบัตรใบแรก ภาพวาดนักษัตรผลงานฝีพระหัตถ์ที่นำมาจัดทำเป็นตราไปรษณียากรและ NFT Stamp นิทรรศการ 140 ปี กิจการไปรษณีย์ไทย บริเวณ Mini Post Gallery ทรงฉายพระรูปร่วมกับผู้บริหารระดับสูง จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับ

งาน “POSTiverse ส่งสุขไปทุกเวิร์ส 140 ปี ไปรษณีย์ไทย และงานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566” ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “เจ้าฟ้านักสะสม” จำลองพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรส่วนพระองค์ นิทรรศการ POST Gallery 140 เรื่องดีต่อใจ ที่พี่ไปรฯอยากเล่าให้ฟัง แม่พิมพ์ตราไปรษณียากรชุดโสฬศ และแม่พิมพ์ไปรษณียบัตรแผ่นแรก ตราไปรษณียากรสีม่วงแดง 1 เซ็นต์บริติชกีอานา ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ตราไปรษณียากรมังกร 500 Mon ที่มีราคาแพงที่สุดในเอเชียพันธบัตรทองคำ พุทธศักราช 2485 ร้านจำหน่ายตราไปรษณียากรจากการไปรษณีย์ต่างประเทศ และร้านจำหน่ายตราไปรษณียากรที่มีชื่อเสียงทั่วโลกกว่า 60 ร้าน และร้านจากประเทศไทย จำหน่ายสินค้าไปรษณีย์ตราไปรษณียากร และสิ่งสะสมจาก 4 ศิลปินชื่อดังระดับโลก กาชาปอง ART TOY ไปรษณีย์ไทยครั้งแรกของโลก และ ART TOY ยักษ์ 2 เมตร พร้อมทั้งกิจกรรมกินเที่ยว ช็อปอีกมากมาย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2566 ณ ไปรษณีย์กลางบางรัก

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทย เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด X : @Thailand_Post ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post และติ๊กต็อก : @thailandpost

ทรงฉายพระรูปร่วมกับผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการ บจ.ไปรษณีย์ไทย สมาคมนักสะสม
ตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ส.ต.ท.)

ทรงฉายพระรูปร่วมกับผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการ บจ.ไปรษณีย์ไทย สมาคมนักสะสม ตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ส.ต.ท.)

ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเขียนไปรษณียบัตรและทรงส่งไปรษณียบัตรที่ตู้ไปรษณีย์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเขียนไปรษณียบัตรและทรงส่งไปรษณียบัตรที่ตู้ไปรษณีย์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเขียนไปรษณียบัตรและทรงส่งไปรษณียบัตรที่ตู้ไปรษณีย์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเขียนไปรษณียบัตรและทรงส่งไปรษณียบัตรที่ตู้ไปรษณีย์

ทรงวาดภาพตู้ไปรษณีย์มีกระทงด้านบน เข้ากับเทศกาลลอยกระทง

ทรงวาดภาพตู้ไปรษณีย์มีกระทงด้านบน เข้ากับเทศกาลลอยกระทง

ทรงวาดภาพตู้ไปรษณีย์มีกระทงด้านบน เข้ากับเทศกาลลอยกระทง

ทรงวาดภาพตู้ไปรษณีย์มีกระทงด้านบน เข้ากับเทศกาลลอยกระทง

นิทรรศการแสตมป์เฉลิมพระเกียรติ ชุด 80 พรรษา มหาราชันย์

นิทรรศการแสตมป์เฉลิมพระเกียรติ ชุด 80 พรรษา มหาราชันย์

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “เจ้าฟ้านักสะสม”

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “เจ้าฟ้านักสะสม”

ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
และสังคม,ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองประธาน กก.บจ.ไปรษณีย์ไทย
และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กก.ผจญ.บจ.ไปรษณีย์ไทย

ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม,ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองประธาน กก.บจ.ไปรษณีย์ไทย และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กก.ผจญ.บจ.ไปรษณีย์ไทย

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กก.ผจญ.บจ.ไปรษณีย์ไทย, อานุสรา จิตต์มิตรภาพ อดีต กก.ผจญ.ไปรษณีย์ไทย, ศ.ดร.ปาริชาต
สถาปิตานนท์, ผศ.สมชาย ศุภธาดา กรรมการ บจ.ไปรษณีย์ไทย
และ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บจ.ไปรษณีย์ไทย

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กก.ผจญ.บจ.ไปรษณีย์ไทย, อานุสรา จิตต์มิตรภาพ อดีต กก.ผจญ.ไปรษณีย์ไทย, ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์, ผศ.สมชาย ศุภธาดา กรรมการ บจ.ไปรษณีย์ไทย และ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บจ.ไปรษณีย์ไทย

ผู้แทนสมาคมสะสมแสตมป์นานาชาติร่วมงาน

ผู้แทนสมาคมสะสมแสตมป์นานาชาติร่วมงาน

ผู้แทนจาก บจ.สแตนลีย์ กิบบอนส์ นำแสตมป์ “บริติชกีอานา” แสตมป์ที่แพง
ที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท มาร่วมจัดแสดง

ผู้แทนจาก บจ.สแตนลีย์ กิบบอนส์ นำแสตมป์ “บริติชกีอานา” แสตมป์ที่แพง ที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท มาร่วมจัดแสดง

มัณฑนา เลิศกรกิจจา ศิลปินเจ้าของผลงาน
บุรุษไปษณีย์หูยาว
ผู้ร่วมสังสรรค์อาร์ททอย
ฉลอง 140 ปี ไปรษณีย์ไทย

มัณฑนา เลิศกรกิจจา ศิลปินเจ้าของผลงาน บุรุษไปษณีย์หูยาว ผู้ร่วมสังสรรค์อาร์ททอย ฉลอง 140 ปี ไปรษณีย์ไทย

ผาณิต พูนศิริวงศ์, ม.ร.ว.จิยากร เสสะเวช และ อานุสรา
จิตต์มิตรภาพ อดีต กก.ผจญ.ไปรษณีย์ไทย

ผาณิต พูนศิริวงศ์, ม.ร.ว.จิยากร เสสะเวช และ อานุสรา จิตต์มิตรภาพ อดีต กก.ผจญ.ไปรษณีย์ไทย

จิระนันท์ พิตรปรีชา,ดลชัย บุณยะรัตเวช และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

จิระนันท์ พิตรปรีชา,ดลชัย บุณยะรัตเวช และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

วราภรณ์ ใช้เทียมวงศ์ รอง กก.ผจญ.ด้านสื่อสารองค์กรและการตลาดไปรษณีย์ไทย ต้อนรับ วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, อารยารัตน์ ชาญชัยณรงค์, ดลชัย
บุณยะรัตเวช, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ผศ.ดร.วิชญ มุกดามณี และ ปวริศ ตั้งเรือนรัตน์

วราภรณ์ ใช้เทียมวงศ์ รอง กก.ผจญ.ด้านสื่อสารองค์กรและการตลาดไปรษณีย์ไทย ต้อนรับ วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, อารยารัตน์ ชาญชัยณรงค์, ดลชัย บุณยะรัตเวช, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ผศ.ดร.วิชญ มุกดามณี และ ปวริศ ตั้งเรือนรัตน์