นายกรัฐมนตรี ดับกระแสโยก’อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ’ เจอตอ ‘หมูเถื่อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564493

30 พ.ย. 2566

นายกรัฐมนตรี ดับกระแสโยก'อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ' เจอตอ 'หมูเถื่อน'

นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงกันเป็นรายวัน กับที่มาที่ไปว่าด้วยการโยก อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปรับตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยืนยันเป็นแนวทางที่กระทรวงยุติธรรมเห็นควร ใช้คนให้ถูกกับงาน ทุบโต๊ะไม่มีเรื่องที่ว่าข้าราชการทุ่มเททำงาน แล้วไปเจอตอขบวนการหมูเถื่อน

นายเศรษฐา​ ทวี​สิน​ นายก​รัฐมนตรี​และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   เปิดเผยว่า  การโยกย้ายภายในกระทรวงยุติธรรม  โดย  พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม  ถือเป็นการใช้คนให้ถูกกับงาน   ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ชี้แจงไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับที่ว่าข้าราชการทำงานเรื่องหมูเถื่อนแล้วไปเจอตอ หรือพบกับอุปสรรค เชื่อข้าราชการทุกคน ไม่มีใครกลัว ทุกคนพยายามปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อประชาชน อย่างสุดความสามารถ 

“การย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  ตัวรัฐมนตรีได้แถลงชี้แจงไปแล้ว ส่วนเรื่องไปเจอตอแล้วย้าย แล้วไม่ทำต่อ อย่าไปคิดอย่างนั้น ไม่มีแน่นอน ผมไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้   เรื่องการย้ายเป็นรัฐมนตรีเป็นคนไปย้าย  เป็นการย้ายไปทำเรื่องของนโยบาย และก็หาคนที่เหมาะสมมาทำแทน แต่การที่จะมาทำต่อเรื่องนี้ เรื่องหมูเถื่อน ก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน   ส่วนผู้ที่จะมานั่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษสืบต่อนั้น    เป็นเรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่จะดำเนินการต่อไป ”   นายเศรษฐา  ระบุ

นายกรัฐมนตรี ดับกระแสโยก'อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ' เจอตอ 'หมูเถื่อน'

พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม 

‘องคมนตรี’ ฝากช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ยึด ‘ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และปชช.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564474

30 พ.ย. 2566

'องคมนตรี' ฝากช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ยึด 'ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และปชช.'

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ‘องคมนตรี’ ฝากช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน หลัง ‘ธนกร’ เข้าแสดงความยินดี

วันที่ 30 พ.ย. 2566 ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ อดีต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ ข้อความแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรีว่า

“กราบแสดงความยินดีอย่างยิ่ง ท่านองคมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อค่ำวานนี้ หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเรื่องแต่งตั้งองคมนตรี ผมได้ไลน์ไปแสดงความยินดีกับท่านองคมนตรีลุงตู่ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นองคมนตรี เมื่อค่ำคืนวันที่ 29 พ.ย.

ในฐานะที่ผมมีความเคารพรักลุงตู่เป็นอย่างมาก ผมบอกท่านว่า ผมดีใจมากๆ ท่านองคมนตรี กล่าวตอบว่า“ขอบคุณ และฝากช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พล.อ.ประยุทธ์  เป็นองคมนตรี ได้มีผู้คนทุกวงการ ส่งข้อความแสดงความยินดี โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอบคุณทุกคน

ในฐานะที่ผมมีความเคารพรักลุงตู่เป็นอย่างมาก ผมบอกท่านว่า ผมดีใจมากๆ ท่านองคมนตรี กล่าวตอบว่า “ขอบคุณ และฝากช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นองคมนตรี ได้มีผู้คนทุกวงการ ส่งข้อความแสดงความยินดี โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอบคุณทุกคน

'องคมนตรี' ฝากช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ยึด 'ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และปชช.'

‘จิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ดี’ นั่งเก้าอี้ ‘โฆษกกระทรวงกลาโหม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564473

30 พ.ย. 2566

'จิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ดี' นั่งเก้าอี้ 'โฆษกกระทรวงกลาโหม'

สุทิน คลังแสง ตั้ง ‘จิรายุ ห่วงทรัพย์’ เป็น ‘โฆษกกระทรวงกลาโหม’ ไว้ตอบโต้ทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องที่ทหารไม่ถนัด

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้เหตุผลการแต่งตั้ง จิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นโฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง เพราะมีฝีปาก และภูมิปัญหา เท่าทัน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ รังสิมันต์ โรม ของพรรคก้าวไกล เนื่องจากงานของกลาโหมยุคนี้มีประเด็นค่อนข้างมาก

โฆษกประจำที่เป็นข้าราชการไม่ถนัดที่จะไปตอบโต้กับนักการเมือง ก็เห็นใจโฆษกที่เป็นข้าราชการ จึงคิดว่าน่าจะต้องมีโฆษกกลาโหมที่สามารถพูดเรื่องการเมืองได้แบบไร้ข้อจำกัด ซึ่งนายจิรายุ น่าจะเหมาะสม โดยอาจแต่งตั้งเพิ่มเติม หากเห็นว่ารับมือไม่ไหว

ส่วนการเตรียมชี้แจงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ได้กำชับว่าจะต้องอธิบายให้ได้ว่ามีความจำเป็นอย่างไร และจะนำไปใช้ให้เกิดความคุ้มค่าได้อย่างไร รวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสอย่างไร ซึ่งทั้ง 3 หลักนี้ทางกองทัพจะต้องชี้แจง

สุทิน คลังแสง  รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่าจะต้องรับศึกหนักทั้งการชี้แจงงบประมาณ และศึกซักฟอก แต่สถานการณ์ของโลก ไม่มีใครยืนยันได้ว่าภัยสงครามและความไม่สงบจะมาถึงไหน เพราะหากมีเรื่องภัยสงคราม กระทรวงกลาโหมก็จะเป็นตัวหลักหรือพระเอก ประเด็นก็จะเกิดกับกระทรวงมากมาย เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะพูดคุยชี้แจง ก็จะมีมากตามไปด้วย ซึ่งเราก็ต้องพร้อม

‘กรมการค้าภายใน’ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772443

'กรมการค้าภายใน'ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

‘กรมการค้าภายใน’ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.09 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย และแพร่ ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวานของกลุ่มเกษตรกร ประกอบด้วย จังหวัดสุโขทัย กลุ่มเกษตรกรตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย และจังหวัดแพร่ กลุ่มเกษตรกรอำเภอวังชิ้น

รองอธิบดี เปิดเผยว่า กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการจากส่วนกลางและในพื้นที่ เข้ารับซื้อส้มในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและแพร่ เพื่อกระจายผ่านรถโมบายพาณิชย์ และห้างท้องถิ่นทั่วประเทศตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานภาคเหนือ ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 ปริมาณผลผลิตเป้าหมายเบื้องต้น จำนวนกว่า 300 ตัน โดยปัจจุบันผลผลิตส้มในโซนจังหวัดสุโขทัย ออกสู่ตลาดแล้ว ประมาณ ร้อยละ 30  จังหวัดแพร่ออกสู้ตลาดแล้ว ร้อยละ 50 ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 1 โดยผลผลิตจะออกมากขึ้นในช่วงรุ่นที่ 2 และ 3 ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ โดย ราคาส้มเขียวหวาน ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เกรดเบอร์ 0 – 000 จังหวัดสุโขทัยและแพร่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ราคา 19 – 20 บาท/กก. เกรด 1 ราคา 15-16 บาท/กก.ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรมีความพอใจ

ทั้งนี้ กรมฯ จะร่วมกับจังหวัดสุโขทัยและแพร่ ประเมิณสถานการณ์ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง และประสานผู้ประกอบการ ผู้รวบรวมและผู้ส่งออกในส่วนกลางและในพื้นที่ เข้ารับซื้อผลผลิตตลอดฤดูกาล เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา คาดว่าจะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มขายผลผลิตได้ราคาดีตลอดฤดูกาล

– 006

รมช.เกษตรฯเร่งผลักดัน ให้ทั่วโลกได้รู้จักผ้าไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772314

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนบ้านตอไม้แดง จ.กาญจนบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ของพี่น้องเกษตรกรเพื่อต่อยอดการประกอบอาชีพที่มั่นคง จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการ “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบประชาชน” เพื่อบริการความรู้ด้านวิชาการให้แก่พี่น้องเกษตรกรในด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และด้านประมง รวมถึงจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนโครงการในอนาคต โดย จ.กาญจนบุรี มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากกว่า 150 คน ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบปัจจัยการผลิตต่างๆ ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร 15 หมู่บ้าน อีกด้วย

“การมาเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านตอไม้แดง ทำให้เห็นถึงศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนที่มีการพัฒนาไปมากขึ้น แสดงถึงองค์ความรู้ภายในกลุ่มที่มีการพัฒนาทั้งในการผลิต พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมถึงด้านการตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ภายใต้การบริหารของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง รวมทั้งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนรูปแบบการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน สู่รูปแบบ SME เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้พี่น้องเกษตรกรสามารถยืนบนขาของตนเองได้” นายไชยา กล่าว

นอกจากนี้ รมช.เกษตรฯ ได้เดินทางไปยังด่านชายแดนบ้านพุร้อน เพื่อตรวจราชการตามนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งเร่งด่วน (ตรวจห้องเย็น) 3 แห่ง ไม่พบการกระทำความผิด ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ มีมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในการเฝ้าระวัง และตั้งจุดตรวจตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินค้า บริเวณรอยต่อจังหวัดและแนวตะเข็บชายแดน

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จ.สุรินทร์ ว่าขอชื่นชมศูนย์แห่งนี้ที่มีส่วนช่วยให้ผ้าไหมสุรินทร์ เป็นที่รู้จัก โดยมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไทยเคยตัดชุดด้วยผ้าไหมสุรินทร์มอบเป็นของขวัญที่ระลึกให้แก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมบนเวทีโลก (APEC) และได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก จึงมอบนโยบายให้กรมหม่อนไหม ช่วยส่งเสริมและผลักดันผ้าไหมไทยให้เป็น Soft Power ให้ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งผ้าไหมไทยต้องสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ร้อน ดูแลรักษาง่าย

“อยากให้นักออกแบบรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าไหมไทยให้ไปอยู่บนเวทีแฟชั่นระดับโลก หรือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าแบรนด์เนม ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป และควรให้ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยส่งเสริมผ้าไทยอย่าง ลิซ่า Blackpink ที่ได้มาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีคนหาซื้อชุดใส่ตามเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการผลักดันผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลกอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องการให้กรมหม่อนไหมร่วมงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด ช่วยส่งเสริมผ้าไทยเอกลักษณ์ในแต่ละจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป” นายไชยา กล่าว

‘ไชยา’ทำโครงการเกษตรฯพบประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772316

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จ.สุรินทร์ ว่าขอชื่นชมศูนย์แห่งนี้ที่มีส่วนช่วยให้ผ้าไหมสุรินทร์ เป็นที่รู้จัก โดยมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไทยเคยตัดชุดด้วยผ้าไหมสุรินทร์มอบเป็นของขวัญที่ระลึกให้แก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมบนเวทีโลก (APEC) และได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก จึงมอบนโยบายให้กรมหม่อนไหม ช่วยส่งเสริมและผลักดันผ้าไหมไทยให้เป็น Soft Power ให้ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งผ้าไหมไทยต้องสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ร้อน ดูแลรักษาง่าย

“อยากให้นักออกแบบรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าไหมไทยให้ไปอยู่บนเวทีแฟชั่นระดับโลก หรือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าแบรนด์เนม ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป และควรให้ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยส่งเสริมผ้าไทยอย่าง ลิซ่า Blackpink ที่ได้มาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีคนหาซื้อชุดใส่ตามเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการผลักดันผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลกอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องการให้กรมหม่อนไหมร่วมงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด ช่วยส่งเสริมผ้าไทยเอกลักษณ์ในแต่ละจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป” นายไชยา กล่าว

รมว.อุตสาหกรรม เปิดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ เมืองใต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772312

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ เมืองใต้ 2023 นครศรีธรรมราช กระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจเขตพื้นที่ภาคใต้ (Southern Industrial Fair) ที่ลานอเนกประสงค์ บริเวณตลาดเสาร์-อาทิตย์ ถนนพัฒนาการคูขวาง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิต การประกอบการ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเชิงพื้นที่ โดยบูรณาการกับกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน รวมถึงการร่วมสร้างเครือข่ายและขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ และสามารถยกระดับภาคอุตสาหกรรม สร้างการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และใกล้เคียง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้มากยิ่งขึ้น โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพิธีเปิด

สำหรับงานอุตสาหกรรมแฟร์เมืองใต้ 2023 เป็นแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่อยากให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้และมอบเป็นของขวัญปีใหม่ส่งท้ายปีให้แก่ประชาชนผ่านโครงการต่างๆ เป็นการจัดนิทรรศการแสดงการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย และการบริการให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน  การสัมมนาองค์ความรู้ต่างๆ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคมากมาย และสินค้าคุณภาพหลายประเภทกว่า 300 บูธ ในราคาพิเศษ เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย ถึง  3 ธ.ค. เวลา 10.00 – 21.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ ตลาดเสาร์-อาทิตย์ ถนนพัฒนาการคูขวาง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

‘อนุชา’เดินหน้านโยบาย เกษตรแปลงใหญ่ช่วยชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772317

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดสัมมนา “การเชื่อมโยงนโยบายเกษตรแบบแปลงใหญ่และศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน สู่นโยบายด้านการผลิตข้าวของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล” โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และคณะ เข้าร่วม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม.ว่าได้ร่วมกันนำนวัตกรรมที่เคยได้ดำเนินการอยู่แล้ว นำมาช่วยเหลือชาวนาให้เข้มแข็ง เร่งขับเคลื่อนการสร้างอาชีพเสริมให้ชาวนา

นอกจากนี้การจะเพิ่ม GDP ภาคเกษตรให้สูงขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนามาเลี้ยงโคแบบคณิตศาสตร์ ทั้งนี้ แม้ตัวเลข GDP ภาคเกษตรมีสัดส่วนเพียง 7-8% ของ GDP รวมทั้งประเทศ แต่เชื่อมั่นว่ากรมการข้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถผลักดันให้ชาวนาหลุดพ้นจากความยากจนได้

สำหรับการขับเคลื่อนงานของกรมการข้าว ได้เร่งดำเนินการดังนี้ 1.สร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ ได้แก่ ส่งเสริมนาแปลงใหญ่ 1,344 แปลง เสริมสร้างศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน 800 ศูนย์ และชาวนาอาสา 2.รับมือภัยธรรมชาติ ได้แก่ การเตือนภัยการระบาดศัตรูข้าว สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ 3.ประกาศสงครามกับสินค้าเกษตรเถื่อน ได้แก่ ป้องกันและปราบปรามเมล็ดพันธุ์ข้าวปลอม (สารวัตรข้าว) ตรวจติดตาม ควบคุม กำกับ สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ควบคุมข้าวเปลือกในพื้นที่ จัดทำฐานข้อมูลของสถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เป็นปัจจุบัน ปราบปรามพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง/พันธุ์ข้าว จากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ภาคกลางและจังหวัดชายแดน 4.ยกระดับสินค้าเกษตรเสริมศักยภาพเกษตรกร ได้แก่ การผลักดันสินค้าเกษตร และบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูงส่งเสริมเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร 5.จัดการทรัพยากรทางการเกษตรส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model และ 6.อำนวยความสะดวกด้านการเกษตร ได้แก่ พัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ศูนย์บริการชาวนา 60 แห่ง ให้บริการความรู้ด้านข้าว

ด้านนายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า การจัดการสัมมนาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านการผลิตข้าวของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล ซึ่งประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การมอบนโยบายการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรฯ ด้านการผลิตข้าวสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ 2.การมอบนโยบายในหัวข้อ เรื่อง “การขับเคลื่อนนโยบายของกรมการข้าวที่เชื่อมโยงกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล” 3.การบรรยายพิเศษในหัวข้อ เรื่อง “การเชื่อมโยงนโยบายด้านการผลิตข้าวสู่การปฏิบัติของกรมการข้าว” 4.การบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “งานวิจัยกับการเชื่อมโยงนโยบายของกรมการข้าว” และ 5.การชี้แจง “แนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานในส่วนของกรมการข้าว”

‘ธรรมนัส’เดือด! แจ้งความ’เพจดัง’ ทำ’ปศุสัตว์-กรมประมง’เสียหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772227

'ธรรมนัส'เดือด! แจ้งความ'เพจดัง' ทำ'ปศุสัตว์-กรมประมง'เสียหาย

‘ธรรมนัส’เดือด! แจ้งความ’เพจดัง’ ทำ’ปศุสัตว์-กรมประมง’เสียหาย

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.04 น.

“ธรรมนัส”มอบที่ปรึกษารมว.กษ.เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อ”เพจดัง”ที่สร้างความเสื่อมเสียให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีเพจเครือข่ายเพื่อนตำรวจ ที่ลงข้อความทำให้กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ได้รับความเสียหาย โดยมี นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาการอธิบดีกรมประมง ร่วมเป็นพยาน ณ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง โดยในเบื้องต้นทางตำรวจได้รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เน้นย้ำว่า หากมีเพจหรือบุคคลใดกล่าวหาหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมวิชาการเกษตร โดยไม่มีหลักฐาน จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในทุกกรณี ขณะเดียวกันก็พร้อมให้การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐหากพบว่ามีการกระทำความผิด และสามารถส่งหลักฐานให้กับสำนักงานรัฐมนตรีได้โดยตรง

ด้าน นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตั้งแต่ได้ดำเนินการปราบปรามสินค้าเถื่อนอย่างจริงจัง จนสามารถยกระดับเป็นคดีพิเศษ และร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรบรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงและยั่งยืน ซึ่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายไชยา พรหมา) ได้เห็นความสำคัญ จึงได้กำกับและเร่งรัดให้เห็นผลเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม จากที่มีบุคคลที่ให้ร้ายหรือขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ จนทำให้มีข้าราชการของกรมปศุสัตว์ที่ตั้งใจปฏิบัติงานเสียขวัญและกำลังใจ ผมในฐานะผู้นำหน่วยงานและได้รับผลกระทบโดยตรง จึงต้องปกป้องตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชา และในอนาคตหากมีการให้ร้ายป้ายสีเกินกว่าเหตุคงต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาการอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันได้ยกระดับการตรวจสอบสินค้าประมงอย่างข้นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างเข้มข้น 100% โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการ Kick off ปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” ป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายบูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขับเคลื่อนนโยบายการปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออก สินค้าเกษตรผิดกฎหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากร ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

– 006

AESLA ผนึกกำลัง APEX Medical Center จัดเวิร์กชอป ‘SoftFil’พลิกโฉมวงการความงามด้วยเข็ม Cannula

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/772450

AESLA ผนึกกำลัง APEX Medical Center จัดเวิร์กชอป 'SoftFil'พลิกโฉมวงการความงามด้วยเข็ม Cannula

AESLA ผนึกกำลัง APEX Medical Center จัดเวิร์กชอป ‘SoftFil’พลิกโฉมวงการความงามด้วยเข็ม Cannula

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.30 น.

เป็นการเปิดโอกาสและสร้างทางเลือกใหม่ทางด้านการใช้เข็ม Cannula ในประเทศไทย หลังจากที่ “AESLA” ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ด้านความงามและเวชสำอางระดับโลก มาตรฐาน Gold Standard ที่ผ่านการรับรองจาก U.S. FDA และ Thai FDA ภายใต้การบริหารโดย คุณวรุตม์ สุทธินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสล่า จำกัด ร่วมมือกับ APEX Medical Center จัดเวิร์กชอป SoftFil  เข็ม Cannula มาตรฐานสากลจากประเทศฝรั่งเศส

งานเวิร์กชอปในครั้งนี้ เป็นการเวิร์กชอปผลิตภัณฑ์ SoftFil ที่ได้รับเกียรติจาก Speaker ในระดับสากล โดยถูกจัดขึ้นภายใต้ชื่องาน “FUTURE-FORWARD BEAUTY DESIGN WITH SOFTFIL : MASTER THE ART OF SAFE INJECTIONS” ที่ Apex Medical Center สาขาเพลินจิต กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา  

บริษัท เอสล่า จำกัด หรือ “AESLA” และ APEX Medical Center ได้รับเกียรติจาก Dr.Noury Adel ซึ่งเป็น Oral And Maxillofacial Surgery Specialist หรือผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ปรับแต่งช่องปากกระดูกขากรรไกรและใบหน้า โดยเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และ Speaker ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ซึ่งเข้ากับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “FUTURE-FORWARD BEAUTY DESIGN WITH SOFTFIL : MASTER THE ART OF SAFE INJECTIONS” ที่ให้ความสำคัญกับพัฒนาการของวงการความงามในประเทศไทย ด้วยการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และอัปเดตเทรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามด้านการปรับแต่งโครงสร้างใบหน้าด้วยการฉีดฟิลเลอร์ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนวงการความงามของประเทศไทยให้เท่าทันกับมาตรฐานสากลและเทรนด์ความงามของโลกปัจจุบัน

หลังจากที่มีการเปิดงานด้วย Opening Speech โดย APEX Medical Center ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์หลักของงานในครั้งนี้ ภายในงานได้แบ่งเป็นช่วงของการบรรยายและการสาธิตเชิงปฏิบัติการ ซึ่งในช่วงแรก Dr.Noury Adel ได้ทำการบรรยายถึงข้อมูลเบื้องต้นและคอนเซปต์การใช้ SoftFil ในหัวข้อ “Strips Lip Filler” และ “Jawline Contouring and Lifting Technique” ซึ่งเป็นการบรรยายให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำองค์ความรู้และเทคนิคไปประยุกต์ใช้กับการฉีดฟิลเลอร์เติมปาก รวมถึงปรับโครงสร้างและยกกระชับกรอบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นในช่วงของการ Hands-on ด้วยผลิตภัณฑ์ SoftFil ทาง Dr.Noury Adel ยังร่วมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดกับผู้ฉีดในการสาธิตเชิงปฏิบัติการ ให้แพทย์ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพรวมของของการใช้งานผลิตภัณฑ์ SoftFil ได้อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่ง Dr.Noury Adel ยังให้คำแนะนำในการฉีดปากแบบสไตล์ “Middle East” และ “Russian Style” เพิ่มเติม รองรับโอกาสการพัฒนาของตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ หลังจากที่ประเทศไทยมีโอกาสเติบโตและพัฒนาเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Tourism & Medical Hub) มากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นช่วงที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรดาแพทย์ผู้เข้าร่วมงานมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้การถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ยังได้อัปเดตเทรนด์ด้านความงามในระดับสากล เพื่อที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับคนไข้ได้อย่างหลากหลาย มีประสิทธิภาพ น่าพึงพอใจ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์จาก SoftFil® ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานในด้าน Facial Design และการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าโดยเฉพาะ ช่วยทำให้การฉีดฟิลเลอร์ผิวเพื่อความงาม มีความสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์มีทั้ง SoftFil® PRECISION ซึ่งเป็นเข็มปลายทู่ขนาดเล็ก หรือ Micro-Cannula ที่ได้รับความนิยมจากคลินิกความงามชั้นนำทั่วโลก ด้วยดีไซน์ปลายเข็มแบบ Rounded Tip ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการอุดตันและภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือด นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นในเรื่องของความแม่นยำสูง อำนวยความสะดวกต่อการใช้งานของแพทย์ และปลอดภัยต่อผู้รับบริการ ช่วยยกระดับทำให้การฉีดฟิลเลอร์ผิวหน้าและผิวกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ ชุด SOFTFIL® EASYGUIDE ที่มาพร้อมเซตเข็ม Cannula และอุปกรณ์นำทางเข็มที่ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ใช้งานง่าย มาพร้อมกับแกนนำเข็มรูปตัว V ที่ช่วยประคองหัวเข็มให้แพทย์สามารถทำการฉีดตัวยาเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างถนัดมือและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปฏิวัติการฉีดฟิลเลอร์ในรูปแบบใหม่ให้สมบูรณ์แบบและเท่าทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ความงามโลกมากยิ่งขึ้น