ฮามาสปล่อยตัวประกันเพิ่มอีก 2 คน เดินทางถึงอิสราเอลแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2744755

ฮามาสปล่อยตัวประกันเพิ่มอีก 2 คน เดินทางถึงอิสราเอลแล้ว

1 ธ.ค. 2566 01:35 น.

ฮามาสปล่อยตัวประกันเพิ่มอีก 2 คน เดินทางถึงอิสราเอลแล้ว

กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันหญิงอีก 2 คนในวันพฤหัสบดี โดยหนึ่งในนั้นคือหญิงที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ที่ฮามาสเผยในช่วงแรกๆ ของสงคราม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลเพิ่มอีก 2 คน ในวันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ย. 2566 ซึ่งเป็นวันที่ 7 ของการพักรบ โดยสภากาชาดในกาซา พาตัวทั้งคู่ไปส่งมอบให้แก่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เรียบร้อยแล้ว

IDF ระบุในแถลงการณ์ว่า “เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ผู้แทนของสภากาชาดส่งมอบตัวประกันชาวอิสราเอล 2 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวออกมา ให้แก่กองกำลังพิเศษของ IDF และ ISA แล้ว ในรั้วกั้นชายแดนฉนวนกาซา หลังจากนี้ทั้งคู่จะถูกพาตัวไปยังฐานทัพ ฮัตเซริม”

ด้านองค์กรช่วยเหลือครอบครัวตัวประกันและผู้สูญหายในอิสราเอล เปิดเผยชื่อตัวประกันทั้งสองคนว่าคือ น.ส. อามิต ซูซานา และ น.ส. มีอา เชม ก่อนที่สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลจะออกมายืนยันชื่อของทั้งคู่อีกครั้ง

ทั้งนี้ มีอา เชม คือหญิงสาวชาวฝรั่งเศส-อิสราเอล ซึ่งถูกลักพาตัวไปจากงานเทศกาลดนตรี โนวา (Nova) ซึ่งจัดขึ้นใกล้ฉนวนกาซา ในวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งฮามาสก่อการโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ โดยหลังจากนั้นไม่นาน ฮามาสก็เผยแพร่คลิปวิดีโอ แสดงให้เห็นเธอนอนอยู่บนเตียง ในขณะที่ใครบางคนนอกจอกำลังพันผ้าพันแผลที่แขนขวาของเธอ

ในคลิปดังกล่าว น.ส.เชม ซึ่งดูซีดเซียว ลุกขึ้นนั่งแล้วพูดกับกล้องว่า เธอได้รับบาดเจ็บและถูกพาตัวมาฉนวนกาซา จากนั้นจึงเรียกร้องขอให้ปล่อยตัวเธอกลับไปหาครอบครัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เนปาลรับจดทะเบียนสมรส คู่รักเพศเดียวกัน ครั้งแรกของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2744617

เนปาลรับจดทะเบียนสมรส คู่รักเพศเดียวกัน ครั้งแรกของประเทศ

30 พ.ย. 2566 21:00 น.

เนปาลรับจดทะเบียนสมรส คู่รักเพศเดียวกัน ครั้งแรกของประเทศ

เนปาลรับจดทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเป็นครั้งแรกของประเทศ และครั้งแรกของเอเชียใต้ 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สำนักงานเทศบาลเขตดอร์ดี ในเมืองลัมชุง ประเทศเนปาล ได้รับจดทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเป็นครั้งแรกของประเทศเมื่อวันพุธที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังศาลสูงเนปาลอนุญาตให้คนเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนแต่งงาน แบบ ‘ชั่วคราว’ เมื่อ มิ.ย. ที่ผ่านมา เปิดทางให้มีการออกกฎหมายใหม่ในเรื่องนี้

คู่รักเพศเดียวกันที่เดินทางไปจดทะเบียนสมรสเป็นคู่แรกของเนปาล คือ ราม บาฮาดูร์ (มายา) กูรุง วัย 36 ปี และสุเรนทรา ปานดีย์ วัย 26 ปี ซึ่งทั้งคู่เป็นเพศชายโดยกำเนิด และคบหาเป็นคู่รักกันมานาน 9 ปี โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองได้เข้าพิธีวิวาห์ตามศาสนาฮินดูในปี 2559 

“เราทั้งคู่มีความสุขมาก และชุมชน LGBTQ+ ของเราก็มีความสุขเช่นกัน” ปานดีย์กล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของเนปาลได้ออกคำสั่งอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสแบบชั่วคราว ระหว่างรอฝ่ายนิติบัญญัติออกกรอบกฎหมายใหม่เพื่อรักษาสถานภาพดังกล่าวเป็นการถาวร 

สุนิล บาบู ปันต์ ผู้ก่อตั้งสมาคมบลูไดมอนด์ องค์กรเรียกร้องสิทธิเกย์ของเนปาล กล่าวว่า นี่เป็นชัยชนะสำหรับชนกลุ่มน้อยผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่เรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมกันมายาวนาน รวมถึงการยินยอมให้คนเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้

“นี่เป็นประวัติศาสตร์” อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติของเนปาลกล่าว พร้อมระบุว่า นี่เป็นการจดทะเบียนดังกล่าวครั้งแรกในเอเชียใต้ 

การจดทะเบียนสมรสจะอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถเปิดบัญชีธนาคารร่วมกันได้ และสามารถโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้เหมือนอย่างคู่รักต่างเพศ

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

สลด ไฟไหม้โฮสเทลในคาซัคสถาน ตาย 13 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2744608

สลด ไฟไหม้โฮสเทลในคาซัคสถาน ตาย 13 ศพ

30 พ.ย. 2566 18:47 น.

สลด ไฟไหม้โฮสเทลในคาซัคสถาน ตาย 13 ศพ

เกิดเหตุเพลิงไหม้โฮสเทลในคาซัคสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ศพ และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 4 ราย

วันที่ 30 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โฮสเทลในเมืองอัลมาตี เมืองที่ใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ศพ 

รายงานระบุว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยโฮสเทลที่เกิดเหตุเป็นตึก 3 ชั้น และมีผู้เข้าพักในบริเวณชั้นล่าง และชั้นใต้ดินของโฮสเทล รวม 72 คน 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ศพ ประกอบด้วยชาวคาซัคสถาน 9 ศพ ชาวรัสเซีย 2 ศพ และชาวอุซเบกิสถานอีก 2 ศพ โดยเหยื่อทั้งหมดเสียชีวิตจากการสูดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ขณะที่ผู้เข้าพักอีก 59 คน สามารถออกมาจากอาคารได้ 

ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ซึ่งเบื้องต้นมีรายงาน 4 ราย ได้ถูกส่งตัวไปรักษาเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ สาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่ชัดเจน แต่รัฐบาลคาซัคสถานได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ร้ายแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตสลดถึง 13 ศพ.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

สิงคโปร์-ซูริก ครองแชมป์เมืองค่าครองชีพแพงสุดในโลก ปี 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2744565

สิงคโปร์-ซูริก ครองแชมป์เมืองค่าครองชีพแพงสุดในโลก ปี 2023

30 พ.ย. 2566 17:59 น.

สิงคโปร์-ซูริก ครองแชมป์เมืองค่าครองชีพแพงสุดในโลก ปี 2023

สิงคโปร์ และซูริก เมืองใหญ่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นแท่นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกปีนี้ ขณะที่ค่าครองชีพเฉลี่ยทั่วโลกปรับตัวขึ้นราว 7.4%

วันนี้ (30 พ.ย. 2566) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน The Economist Intelligence Unit (EIU) เปิดเผยรายงานการจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก ประจำปี 2023 พบว่าสิงคโปร์ และเมืองซูริก เมืองใหญ่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุด ตามมาด้วย เมืองเจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์) นิวยอร์ก (สหรัฐฯ) และฮ่องกง

รายงานระบุว่า จากการสำรวจพบว่าในปีนี้ ค่าครองชีพเฉลี่ยทั่วโลกปรับตัวขึ้นราว 7.4% ลดลงจากปี 2565 ที่เพิ่มขึ้น 8.1% แต่ยังคงสูงกว่าค่าครองชีพเฉลี่ยระหว่างปี 2560-2564 อย่างมีนัยสำคัญ

นับเป็นปีที่ 9 ภายในระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ที่สิงคโปร์ ครองตำแหน่งเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก และเป็นเมืองที่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการขนส่งสูงที่สุดในโลก อันเป็นผลมาจากกฎหมายควบคุมรถยนต์อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ สิงค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภท อาทิ เสื้อผ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีราคาแพงที่สุดเช่นเดียวกัน

ขณะที่เมืองซูริก แชมป์ร่วม ก้าวขึ้นมาเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกในปีนี้ เป็นผลมาจากค่าเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาสินค้าและค่าบริการในประเทศปรับตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม การจากสำรวจโดยรวม พบว่า การเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพในเอเชีย โดยเฉลี่ยยังถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ โดยเมืองต่างๆ ทั้งในญี่ปุ่น และจีน เช่น โอซาก้า โตเกียว และปักกิ่ง เป็นหนึ่งในเมืองที่เห็นตัวเลขค่าครองชีพปรับตัวลงมากที่สุด 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

ไต้หวันออกคำเตือน คนสูงอายุ เลี่ยงไปจีน พบเด็กป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2744580

ไต้หวันออกคำเตือน คนสูงอายุ เลี่ยงไปจีน พบเด็กป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่ง

30 พ.ย. 2566 16:43 น.

ไต้หวันออกคำเตือน คนสูงอายุ เลี่ยงไปจีน พบเด็กป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่ง

ไต้หวันออกคำเตือนให้ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีน หลังเด็กป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจในจีนเพิ่มขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันวันนี้ (30 พ.ย.) ออกคำเตือนให้ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวเกิดการระบาดของโรคทางเดินหายใจในจีน เนื่องจากพบเด็กป่วยเพิ่มขึ้น

ในแถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขของไต้หวัน ระบุว่า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของโรคทางเดินหายใจในจีน “ขอให้ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และบุคคลอื่นๆ ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำงดเดินทางไปจีนเว้นแต่จำเป็น” และหากจำเป็นต้องเดินทาง ผู้เดินทางควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันโรคโควิดก่อนเดินทาง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอให้จีนให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ซึ่งองค์การอนามัยโลกกังวลว่าอาจมีความร้ายแรงจนนำไปสู่การระบาดใหญ่อีกครั้งเหมือนตอนโรคโควิด-19 

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 27 พ.ย. เคอร์คอฟ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายโรคระบาดและการเตรียมพร้อมและป้องกันโรคระบาดขององค์การอนามัยโลก ออกมาเปิดเผยอีกครั้งว่า การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่จีนกำลังเผชิญตอนนี้ไม่ได้สูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 และไม่พบเชื้อชนิดใหม่ ซึ่งการระบาดดูเหมือนจะเป็นผลมาจากการที่เด็กๆ สัมผัสกับเชื้อมากขึ้น หลังมาตรการควบคุมช่วงโควิด-19 ระบาดเคยช่วยปกป้องพวกเขามาตลอด

ด้านหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อวันพุธ (29 พ.ย.) ว่า การเพิ่มขึ้นของโรคระบบทางเดินหายใจในจีนเป็นปัญหาทั่วไปที่ทุกประเทศต้องเผชิญ และทางการจีนได้ควบคุมอาการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

ด่วน ฮามาส-อิสราเอลตกลงขยายเวลาหยุดยิงเพิ่มอีก 1 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2744605

ด่วน ฮามาส-อิสราเอลตกลงขยายเวลาหยุดยิงเพิ่มอีก 1 วัน

30 พ.ย. 2566 14:17 น.

ด่วน ฮามาส-อิสราเอลตกลงขยายเวลาหยุดยิงเพิ่มอีก 1 วัน

กาตาร์เผย อิสราเอลและฮามาสตกลงขยายเวลาหยุดยิงเพิ่มอีก 24 ชั่วโมง รวมเป็นทั้งหมด 7 วัน เพื่อปล่อยตัวประกันที่ยังคงเหลืออยู่ให้ครบทั้งหมด

กาตาร์ในฐานะตัวกลางในการเจรจา เปิดเผยข่าวดีก่อนที่จะครบกำหนดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสเป็นเวลา 6 วันว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะขยายระยะเวลาการหยุดยิงเพิ่มอีก 24 ชั่วโมง หรืออีก 1 วัน เพื่อปล่อยตัวประกันให้ครบทั้งหมด หลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 4 วัน บวกกับการขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 2 วันกำลังจะหมดลงในวันนี้ ทำให้ในตอนนี้ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงหยุดยิงรวมทั้งสิ้น 7 วันแล้ว ขณะที่กลุ่มฮามาสยังคงมีการทยอยปล่อยตัวประกันออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกกับการที่อิสราเอลจะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกควบคุมตัวไว้หลายร้อยคนภายใต้ข้อตกลงเดิม ที่กลุ่มฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกัน 10 คนภายใน 1 วัน แลกกับการปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ 30 คน

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า นับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิงมีตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว 97 คน โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่ายังคงมีตัวประกันเหลืออยู่ในกาซาอีก 145 คน โดยตัวประกันชุดล่าสุดที่ได้รับการปล่อยตัวมีทั้งหมด 16 คน เป็นชาวอิสราเอล 12 คน และชาวไทย 4 คน.

ที่มา : เดลีเมล์

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศรายชื่อ กมธ.35 คณะ 525 ราย เช็คที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564525

30 พ.ย. 2566

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศรายชื่อ กมธ.35 คณะ 525 ราย เช็คที่นี่

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศรายชื่อ คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา 35 คณะ 525 ราย ตรวจสอบรายชื่อ สส.ในแต่ละ กมธ.ได้ที่นี่ อย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา หน้า 6 เล่มที่ 140 ตอนที่ 92 ง เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา

ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 19 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ 4 ตุลาคม 2566 ที่ประชุมได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 ลงนามประกาศ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 โดย วันมูหะมัดนอร์ มะทา  ประธานสภาผู้แทนราษฏร ดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ ประกาศรายชื่อ คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา 35 คณะ 525 ราย เริ่มตั้งแต่ หน้า 6-หน้า 22 ดังต่อไปนี้ 

1.คณะกรรมาธิการการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

1.นายกมล ลีวาเมาะ

2.นายกัณวีร์ สืบแสง

3.นายเกียรติคุณ ต้นยาง

4.นายคุณากร มั่นนทีรัย

5.น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว

6.นายชัยเกษม นิติสิริ

7.นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ

8.น.ส.นิตยา มีศรี

9.นายประยุทธ์ ศิริพานิช

10.นายมานพ ศรีผึ้ง

11.นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์

12.นายวิทยา แก้วภราดัย

13.นายวีรวุธ รักเที่ยง

14.น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์

15.นายองอาจ วงษ์ประยูร

2.คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฏร

1.น.ส.กุลวลี นพอมรบดี

2.นายฉลาด ขามช่วง

3.นายไชยวัฒนา ติณรัตน์

4.นายซูการ์โน มะทา

5.น.ส.ทิสรัตน์ เลาหพล

6.นายนิติพล ผิวเหมาะ

7.นายประเสริฐ บุญเรือง

8.นายพลพีร์ สุวรรณฉวี

9.น.ส.ภคมน หนุนอนันต์

10.นายภาณุ  พรวัฒนา

11.นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์

12.นายศุภปกรณ์  กิตยาธิคุณ

13.นายสนอง เทพอักษรณรงค์

14.นายสมมุติ เบญจลักษณ์

15.นายอดิศร เพียงเกษ

ติดตาม รายชื่อ คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา 35 คณะ 525 ราย ทั้งหมด

รมว.ยุติธรรม แจง มอบงานใหม่ ‘อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ’ สางยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564516

30 พ.ย. 2566

รมว.ยุติธรรม แจง มอบงานใหม่ 'อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ' สางยาเสพติด

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ย้ำการโยกย้าย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มารับบทบาทในฐานะ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นการพิจารณา โดยอิงถึงความรู้ ความสามารถ ส่วนภารกิจจากนี้คือการลุยเรื่องยาเสพติด ด้านผู้ที่จะมารับตำแหน่งอธิบดีฯสืบต่อ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นใคร

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  เปิดเผยว่า  การโยกย้าย  พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ   ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม  โดยถูกเชื่อมโยงว่า ผลงานไม่เข้าเป้า หรือเจอตอในการทำคดี “หมูเถื่อน”   ขอชี้แจงว่า
 พันตำรวจตรี สุริยา เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ  ทั้งนี้เนื่องจากตำแหน่งรองปลัดรองปลัดกระทรวงยุติธรรมว่างอยู่ และตนต้องการให้มาแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งพันตำรวจตรีสุริยา เคยอยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นิติวิทยาศาสตร์ และ  สำนักงานคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส.) จึงเหมาะต่อการที่จะเข้ามาทำหน้าที่  สำหรับงานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ
จะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา บนพื้นฐานมืออาชีพ และความเชี่ยวชาญ เป็นหน่วยงานที่
ทำงานเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง มีความเข้มแข็ง โดยใช้หลักนิติธรรมที่มีกฎหมาย ไม่ใช้อิทธิพลเป็นใหญ่ ใครทำผิดต้องได้รับผิดอย่างตรงไปตรงมา 


“แม้แต่คดีหมูเถื่อน คดีนี้ถือเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มาทำลายความมั่นคงทางอาหาร  เราต้องสอบเป็นองค์กรอาชญากรรม มีความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งความผิดฐานฟอกเงินเป็นความผิดสองประเทศ ต้องทำอย่างตรงไปตรงมา ขอไม่ต้องห่วงว่าจะไปช่วยเหลือใคร พูดโดยพยานหลักฐานไม่ได้พูดโดยคน  ส่วนจะแต่งตั้งใครมาเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ   ตรงนี้มีกระบวนการอยู่แล้ว ยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นใคร เพราะในกรมสอบสวน
คดีพิเศษยึดความเชี่ยวชาญ ทุกคนที่ผ่านกรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีเกียรติศักดิ์ และยืนยันไม่ใช่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอง แต่เราจะมาทำเรื่องที่เสริมกับตำรวจ”  พันตำรวจเอกทวี ระบุ

กกต. สรุปยอด ‘เงินบริจาคพรรคการเมือง’ ประจำ ‘เดือนกันยายน’ ปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564513

30 พ.ย. 2566

กกต. สรุปยอด 'เงินบริจาคพรรคการเมือง’ ประจำ 'เดือนกันยายน' ปี2566

‘กกต.’ สรุปยอด ‘เงินบริจาคพรรคการเมือง’ ประจำ​เดือนกันยายน ปี2566 พบ ‘ก้าวไกล’ คนบริจาค 70 ราย จำนวนเงินมากที่สุด 5 ล้านบาท ตามด้วย ‘ภูมิใจไทย’ 2 ล้านบาท ‘พรรคเปลี่ยน’ 1 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ เผยแพร่เอกสารสรุปยอด เงินบริจาคของพรรคการเมือง ประจำเดือนกันยายน  ปี2566 จำนวน 10 พรรคการเมือง โดยมีผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมือง ที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 154 ราย เป็นจำนวนเงิน 9,205,927.12 บาท

ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล มีผู้บริจาค 70 คนจำนวนเงินที่ได้รับบริจาค 5,080,001.12 บาท ประโยชน์อื่นใด17,800 บาท 

พรรคภูมิใจไทย มีผู้บริจาค 68 คน จำนวนเงินที่ได้รับบริจาค 2,040,000 บาท พรรคเปลี่ยน มีผู้บริจาค 1 คน จำนวนเงินที่ได้รับบริจาค 1,000,000 บาท

พรรคกล้าธรรม มีผู้บริจาค 1 คน จำนวนเงินที่ได้รับบริจาค 370,000 บาท พรรคไทยภักดี มีผู้บริจาค 1 คน จำนวนเงินที่ได้รับบริจาค 280,000 บาท พรรคกล้า มีผู้บริจาค 2 คน จำนวนเงินที่ได้รับบริจาค 160,000 บาท พรรคใหม่ มีผู้บริจาค 7 คน จำนวนเงินที่ได้รับบริจาค121,126 บาท

พรรคท้องที่ไทย มีผู้บริจาค 1 คน จำนวนเงินที่ได้รับบริจาค 100,000 บาท พรรคประชาชาติ มีผู้บริจาค 1 คน จำนวนเงินที่ได้รับบริจาค 16,000 บาท พรรครักษ์ธรรม มีผู้บริจาค 2 คนประโยชน์อื่นใดจำนวน 21,000 บาท

กกต. สรุปยอด 'เงินบริจาคพรรคการเมือง’ ประจำ 'เดือนกันยายน' ปี2566

‘สุวัจน์’ แจง ‘กรณ์’ ลาออกไม่เกี่ยว ‘สส.แจ้’ ย้ายซบ ‘พรรคชาติพัฒนากล้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564505

30 พ.ย. 2566

'สุวัจน์' แจง 'กรณ์' ลาออกไม่เกี่ยว 'สส.แจ้' ย้ายซบ 'พรรคชาติพัฒนากล้า'

‘สุวัจน์’ แจงการลาออกของ ‘กรณ์ จาติกวณิช’ จากสมาชิกพรรค เป็นเจตนาตั้งแต่หลังเลือกตั้ง66 ไม่เกี่ยว สส.แจ้ เข้า ‘ชาติพัฒนากล้า’ ยันตรวจสอบคุณสมบัติถูกต้อง ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองกับประชาชน

วันที่ 30 พ.ย. 2566 เวลา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) เปิดเผย ถึงกรณี สส.แจ้ วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี เข้าสังกัดเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้า ว่า นายทะเบียนพรรคก็ได้ตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ ของนายวุฒิพงศ์ แล้วว่าถูกต้อง และได้แจ้งไปยัง กกต.และประธานสภาผู้แทนราษฎรให้รับทราบตามขั้นตอนแล้ว 

 สส.แจ้ วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.แจ้ วุฒิพงศ์ ทองเหลา

ทั้งนี้ ตัวของ สส.แจ้ วุฒิพงศ์ เองก็ได้ชี้แจงต่อสาธารณะไปแล้ว จากนี้ไปก็เป็นโอกาสของเขาที่จะมาทำงานในแนวทางของพรรคชาติพัฒนากล้า เพื่อพิสูจน์ผลงานให้พี่น้องประชาชนได้เห็น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวน สส.เป็น 3 คนนั้น ไม่ได้ผลมีผลต่อการต่อรองตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้านายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

ส่วนการลาออกจากสมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้า ของนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นั้น นายสุวัจน์ ย้ำว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายวุฒิพงศ์ เพราะนายกรณ์ ได้มาแจ้งกับตนตั้งแต่ หลัง เลือกตั้ง66 แล้วว่า ขอยุติบทบาทชั่วขณะ โดยจะขอลาออกทั้งจากหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค

“แต่ผมได้ขอให้เป็นสมาชิกพรรคอยู่ต่อไปอีกสักระยะ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เนื่องจากเพิ่งเลือกตั้งเสร็จ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็สุดแล้วแต่ท่าน กระทั่งเมื่อวานท่านก็แจ้งมาขอลาออก ผมก็รับทราบ และไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด” ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ระบุ

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า