ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771812

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะรองประธานมูลนิธิฯ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ และ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ได้ร่วมกันแถลงผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลครั้งที่ 32 ประจำปี 2566 ณ ห้องสมเด็จพระบรมราชชนก ตึกสยามินทร์ ชั้น 2 โรงพยาบาลศิริราช

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ 1 มกราคม 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัล, ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐ

สำหรับปีนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566 ทั้งสิ้น 92 ราย จาก 31 ประเทศ ทั้งนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการได้พิจารณากลั่นกรอง และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ ได้พิจารณาจากผู้ได้รับการเสนอชื่อรวม 3 ปี คือ ปี 2565, 2564, 2563 และนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา

และจากการพิจารณาตัดสิน ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566

สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศาสตราจารย์นาโปเลโอเน เฟอร์รารา (Napoleone Ferrara, M.D.) จาก สหรัฐอเมริกา/อิตาลี

สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์แบร์รี่ เอช. รูแมค (Barry H. Rumack, M.D.) จาก สหรัฐอเมริกา

ศาสตราจารย์นายแพทย์ นาโปเลโอเน เฟอร์รารา (Napoleone Ferrara, M.D.) ศาสตราจารย์พิศิษฐ์ ภาควิชาจักษุวิทยาและพยาธิวิทยา รองผู้อำนวยการอาวุโสด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานศูนย์มะเร็งมัวรส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแซนดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนียสหรัฐอเมริกา

เป็นผู้ได้ค้นพบและสกัดโปรตีนที่เร่งการเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดหรือโปรตีนวีอีจีเอฟ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด โดยได้ทำการศึกษาทั้งในด้านชีวเคมีและชีววิทยาโมเลกุลของโปรตีนวีอีจีเอฟ รวมถึงตัวรับโปรตีนวีอีจีเอฟชนิดต่างๆ และกลไกในการกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ทั้งในภาวะปกติ และภาวะที่เกิดพยาธิสภาพที่สำคัญคือโรคมะเร็งบางชนิด และโรคศูนย์กลางจอตาเสื่อมจากอายุ หรือโรคเอเอ็มดี

ผลการศึกษาดังกล่าว นำไปสู่การพัฒนายาชนิดแอนติบอดีต่อโปรตีนวีอีจีเอฟ ได้แก่ ยาบีวาซิซูแมบ (เอวาสติน) ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะที่มีความรุนแรงร่วมกับมีการสร้างหลอดเลือดอย่างหนาแน่น ได้แก่ มะเร็งสมอง มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งลำไส้นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยสูงอายุที่เป็นโรคเอเอ็มดี ด้วยผลิตภัณฑ์ยาที่มีองค์ประกอบหลักเป็นส่วนของแอนติบอดี และมีฤทธิ์ต้านการทำงานของโปรตีนวีอีจีเอฟ คือยารานิบิซูแมบ (ลูเซนติส) อีกด้วย

ศาสตราจารย์นายแพทย์แบร์รี่ เอช.รูแมค (Barry H. Rumack, M.D.) ศาสตราจารย์เกียรติคุณสาขากุมารเวชศาสตร์ และเวชศาสตร์ฉุกเฉินคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐอเมริกา

เป็นผู้ที่มีคุณูปการในสาขาพิษวิทยา ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยทำงานวิจัยทางด้านภาวะพิษของพาราเซตามอลสาเหตุของภาวะตับวายเฉียบพลัน ร้อยละ 40-70 ของผู้ป่วยทั่วโลก และได้รวบรวมกรณีผู้ป่วยภาวะพิษจากยาพาราเซตามอลเกินขนาด 34 กรณี รวมกับกรณีที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ก่อนหน้านั้น 30 กรณี นำมาใช้เป็นข้อมูลสร้างเป็นภาพกราฟประดิษฐ์เป็นเครื่องมือประเมินความเสี่ยงและวินิจฉัยผู้ป่วยภาวะพิษจากยาพาราเซตามอลเฉียบพลันที่เรียกว่า รูแมค-แมทธิว โนโมแกรม เครื่องมือนี้ช่วยให้แพทย์ทั่วโลกวินิจฉัยและรักษาภาวะพิษจากพาราเซตามอลเกินขนาดแบบเฉียบพลันได้อย่างเหมาะสม และเป็นส่วนสำคัญของแนวทางการรักษาซึ่งกลายเป็นมาตรฐานสากลในการรักษาภาวะพิษจากพาราเซตามอล ซึ่งการประยุกต์ใช้เครื่องมือนี้ร่วมกับประสิทธิภาพของยาเอ็น-อะซิติลซิสเตอีน(N-acetylcysteine) ที่ใช้เป็นยาต้านพิษช่วยลดภาวะตับอักเสบชนิดรุนแรงจากพาราเซตามอลลงอย่างมากจากอุบัติการณ์ 54% เหลือเกือบ 0% และแนวทางการรักษานี้ยังคงใช้ในห้องฉุกเฉินทั่วโลกในปัจจุบัน

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566 ในวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2567 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดยในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2567 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะผู้ริเริ่มรางวัลอันทรงเกียรติจะเชิญผู้รับพระราชทานรางวัลฯ มาเยือนและแสดงปาฐกถาเกียรติยศ ในผลงานที่ได้รับด้วย

ศ.นาโปเลโอเน เฟอร์รารา

ศ.นาโปเลโอเน เฟอร์รารา

ศ.นพ.แบร์รี่ เอช.รูแมค

ศ.นพ.แบร์รี่ เอช.รูแมค

เคทีซี ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวไกด์บุ๊ค เล่มที่ 4 พาเหล่านักชิมไปค้นหาจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์จากร้านดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771804

เคทีซี ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวไกด์บุ๊ค เล่มที่ 4  พาเหล่านักชิมไปค้นหาจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์จากร้านดัง

เคทีซี ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวไกด์บุ๊ค เล่มที่ 4 พาเหล่านักชิมไปค้นหาจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์จากร้านดัง

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เคทีซี ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด (ประเทศไทย) เปิดตัวไกด์บุ๊ค KTC Culinary Collective เล่มที่ 4 ภายใต้แนวคิด “The Dishcovery of Delectable Taste” เรื่องราวของ “การค้นหาจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์” หรือเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอาหารระดับไฟน์ไดน์นิ่ง และแคชชวลไฟน์ไดน์นิ่ง (Fine Dining & Casual Fine Dining) พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี มาสเตอร์การ์ด ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการกว่า 120 ร้าน ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566-วันที่ 30 เมษายน 2567 สามารถดาวน์โหลดไกด์บุ๊คได้ฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า จากการจัดแคมเปญกับร้านอาหารระดับไฟน์ไดน์นิ่ง และแคชชวลไฟน์ไดน์นิ่ง (Fine Dining & Casual Fine Dining) ช่วงปี 2566 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี ประกอบกับการมอบสิทธิพิเศษร่วมกับมาสเตอร์การ์ดส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ในหมวดร้านอาหารดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้น ในปีนี้เคทีซี ยังคงตอบโจทย์ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์นิยมรับประทานอาหารที่ร้านระดับไฟน์ไดน์นิ่งและแคชชวลไฟน์ไดน์นิ่ง (Fine Dining & Casual Fine Dining) ด้วยการนำเสนอร้านอาหารที่มีความน่าสนใจแตกต่างกันไปทั้งแรงบันดาลใจของเชฟ ประสบการณ์ของเจ้าของร้าน ที่มาของวัตถุดิบ รวมถึงศิลปะในการจัดวางอาหารผ่านไกด์บุ๊ค KTC Culinary Collective เล่มที่ 4 ภายใต้แนวคิด “The Dishcovery of Delectable Taste” เรื่องราวของ “การค้นหาจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์” อาทิ ร้าน กา/บ้านเทพา/ครอส/นุสรา กรุงเทพมหานคร/ร้านหมกจังหวัดอุบลราชธานี และร้านแก่น จังหวัดขอนแก่นเป็นต้น

สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีมาสเตอร์การ์ด รับสิทธิพิเศษจากกว่า 120 ร้านอาหารที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566-วันที่ 30 เมษายน 2567 ดังนี้ รับส่วนลดทันทีหรือรับสิทธิพิเศษอื่นๆสำหรับสมาชิกที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี มาสเตอร์การ์ด (KTC MASTERCARD) ทุกประเภท ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ รวมทั้งรับคะแนน KTC FOREVER สูงสุด 10 เท่าสำหรับสมาชิกที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เคทีซี เอ็กซ์ เวิลด์ รีวอร์ดสมาสเตอร์การ์ด (KTC X WORLD REWARDS MASTERCARD) และ บัตรเครดิตเคทีซี เวิลด์ รีวอร์ดส มาสเตอร์การ์ด (KTC WORLD REWARDS MASTERCARD) ทุกประเภท ตามเงื่อนไขที่กำหนด ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ 

ผู้สนใจไกด์บุ๊ค KTC Culinary Collective เล่มที่ 4 สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ตามลิงก์นี้ https://www.ktc.co.th/e-book/culinary-collective/vol-4 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE02-1235000 หรือเว็บไซต์ https://www.ktc.co.th/promotion/dining/international/culinary-collective สมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก เคทีซี ทัช ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงก์  https://ktc.today/apply-card 

กรมวิทย์ร่วมกับเครือข่าย ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771836

กรมวิทย์ร่วมกับเครือข่าย ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test

กรมวิทย์ร่วมกับเครือข่าย ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมวิทยศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือกับเครือข่ายตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test ตั้งเป้าตรวจหญิงไทย 30-60 ปี 1 ล้านคน ภายในปี 2567 เริ่มธันวาคมนี้ ทั่วประเทศ

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สนับสนุนนโยบายมะเร็งครบวงจรของกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ด้วยวิธีเอชพีวี ดีเอ็นเอ เทส (HPV DNA Test) แบบแยก 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูงให้กับสตรีไทย อายุ 30-60 ปี จากข้อมูลภาพรวมของประเทศสตรีไทยที่จะต้องตรวจคัดกรองภายใน 5 ปี(พ.ศ. 2564-2568) จำนวน 15,677,638 คน โดยในปีพ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา มีเป้าหมาย 3,135,528 คน แต่ได้รับการตรวจคัดกรองเพียง 613,254 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 19.6 เท่านั้น ซึ่งเป็นงานที่ต้องเร่งรัด (Quick win) เนื่องจากพบว่ายังมีสตรีไทยไม่ได้ตรวจจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาสปสช. ได้เห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test ให้กับสตรีไทย อายุ 30-60 ปี ครอบคลุมทุกสิทธิ์ทั่วประเทศฟรี จากเดิมที่เคยใช้การตรวจ ด้วยวิธีแปปสเมียร์ (Pap smear) หรือวีไอเอ (VIA) ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ แห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิผลของบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test เป็นการตรวจในระดับโมเลกุลที่มีความถูกต้อง แม่นยำและมีความไวที่สูงกว่าการตรวจด้วยวิธีแปปสเมียร์สามารถระบุสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงทั้ง 14 สายพันธุ์ หรือมากกว่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก อาทิ สายพันธุ์ 16และสายพันธุ์ 18 ที่พบเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 70% กรณีตรวจไม่พบเชื้อไวรัส HPV สามารถเว้นการตรวจซ้ำได้ถึง 5 ปี ให้ความแม่นยำในการตรวจเจอการติดเชื้อสูง สามารถตรวจค้นหาผู้ป่วยได้ในระยะก่อนที่จะเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูก ทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่การรักษา ป้องกันได้ก่อนที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ตรวจพบผู้ป่วยในระยะแรกเริ่มเพิ่มขึ้น และเข้าสู่การรักษาได้โดยเร็วก่อนลุกลาม ช่วยลดอุบัติการณ์และการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเมื่อเทียบกับการตรวจด้วยวิธีแปปสเมียร์ นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test สามารถใช้ตรวจตัวอย่างที่สตรีไทยเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง ไม่ต้องขึ้นขาหยั่งให้แพทย์ตรวจ ลดความเขินอาย และหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกเข้ารับการตรวจคัดกรองในหน่วยบริการที่อยู่ห่างไกลด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม ในปีพ.ศ.2566 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ ได้พัฒนารูปแบบการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเชิงรุก โดยใช้ชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง (HPV Self-Sampling) ในจังหวัดชัยนาท เป็นพื้นที่นำร่อง เน้นการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด มีการพัฒนาอบรมให้ความรู้ อสม. ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการให้ความรู้สตรีในชุมชน เคาะประตูบ้าน กระตุ้นให้สตรีกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการตรวจคัดกรอง และช่วยในการติดตามให้ผู้ที่พบผลเสี่ยงสูงได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จนทำให้จังหวัดชัยนาท มีอัตราการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทย อายุ 30-60 ปี เป็นอันดับ 1 ของประเทศ และสามารถนำไปขยายผลให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่อื่นๆ

ขณะนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่ง ได้อบรมบุคลากรด้วยการเสริมสร้างองค์ความรู้เชิงเทคนิคและควบคุมคุณภาพการตรวจทางห้องปฏิบัติการรวมทั้งพัฒนาศักยภาพ อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสม.นักวิทย์) ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 21,889 คน กระจายอยู่ในทุกตำบลทั่วประเทศ ให้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับการใช้ชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเองตลอดจนความรู้เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูกการป้องกัน และการรักษา เพื่อที่จะนำไปถ่ายทอดให้กับสตรีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ตนเองตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยบูรณาการดำเนินงานร่วมกันกับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัด และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจคัดกรอง และป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก อันจะนำมาเพื่อการเข้าถึงการรักษาและลดความเสี่ยง ตลอดจนการเสียชีวิตของสตรีไทย

ทั้งนี้ จะเริ่มดำเนินการเก็บตัวอย่างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 นี้ เป็นต้นไป พร้อมกันทั่วประเทศทั้ง 13 เขตสุขภาพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้สตรีไทยได้รับการตรวจคัดกรอง จำนวน1,000,000 ตัวอย่าง ภายในปี 2567 ซึ่งจะช่วยให้สตรีไทยเข้าถึงบริการ ได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึงในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังจะได้ข้อมูล Big Data ที่จะสนับสนุนการดำเนินงานทางการแพทย์และสาธารณสุขไทย ก้าวสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)” นายแพทย์ยงยศ กล่าว

เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา และ พระองค์โสม ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771818

เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา และ พระองค์โสม  ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา และ พระองค์โสม ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม เพื่อนำไปถวายแด่คณะสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวาย เป็นพระกุศลใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ซึ่งมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดขึ้น ณ พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00 น.

สำหรับการทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ครั้งนี้ พระพรหมวัชราจารย์ (พูนศักดิ์ วรภทฺทโก) เจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ รวม 10 รูป และมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตลอดจนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายของมูลนิธิ เข้าร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียง

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นอารามหลวงชั้นเอกที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นพระอารามหลวงของพระมหากษัตริย์ ตามโบราณราชประเพณี เพื่ออุทิศถวายแด่พระสงฆ์คณะธรรมยุติกนิกาย และทรงรับเข้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์สืบมาจนถึงปัจจุบัน นับได้ว่าเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญยิ่งพระอารามหนึ่งในพระบรมราชจักรีวงศ์

วัดตั้งอยู่บนพื้นที่เพียง 2 ไร่ 2 งาน 98 ตารางวา นับว่ามีขนาดเล็กมาก แต่มีความงดงามยิ่ง มีปูชนียวัตถุสถานสำคัญหลายอย่างด้วยกัน อาทิ ปาสาณเจดีย์ พระเจดีย์ประดับหินอ่อนทั้งองค์ ปราสาทพระจอมที่ประดิษฐานพระบรมรูปปิดทองของรัชกาลที่ 4 ปราสาทพระไตรปิฎก ที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกใบลานบรรจุในกล่องไม้ซึ่งทำรูปเล่มอย่างหนังสือ พระวิหารหลวง มีจิตรกรรมฝาผนังภาพพระราชพิธีสิบสองเดือน มี พระพุทธสิหังคปฏิมากรเป็นพระประธานซึ่งได้บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 4 ไว้ด้วยนอกจากนี้ยังมี พระพุทธสิหังคปฏิมากรน้อย พระพุทธชินราชน้อย พระพุทธชินศรีน้อย และพระศรีศาสดาน้อย เป็นต้น

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร มีความเกี่ยวเนื่องด้วยราชสกุล “กิติยากร” มายาวนานเมื่อ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทโว) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 9 และเป็นปฐมเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐฯ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถต้นราชสกุล “กิติยากร” เมื่อครั้งผนวชเป็นพระภิกษุ จึงทรงมีศรัทธาอุปัฏฐากดูแลพระสงฆ์และวัดราชประดิษฐฯ เรื่อยมา

ทั้งนี้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้กำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนโดยในครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 14 ประจำเดือนพฤศจิกายน พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา ถวายผ้าไตรจีวร เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม และภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ คณะสงฆ์และผู้ร่วมพิธีร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานพิธี เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร
มหาวัชรราชธิดา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานพิธี เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

พระพรหมวัชราจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐฯ พร้อมด้วยพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล

พระพรหมวัชราจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐฯ พร้อมด้วยพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เชิญผ้าไตรพระราชทานถวายแด่ พระพรหมวัชราจารย์ และคณะสงฆ์

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เชิญผ้าไตรพระราชทานถวายแด่ พระพรหมวัชราจารย์ และคณะสงฆ์

พระพรหมวัชราจารย์ และ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

พระพรหมวัชราจารย์ และ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ร่วมสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ร่วมสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิ ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, สายสม
วงศาสุลักษณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์ ร่วมด้วย พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล และ สันติ สาทิพย์พงษ์

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิ ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, สายสม วงศาสุลักษณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์ ร่วมด้วย พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล และ สันติ สาทิพย์พงษ์

ตัวแทนจิตอาสา และเครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมในพิธี

ตัวแทนจิตอาสา และเครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมในพิธี

95-95-95 สู่ฝัน วันหยุดเอดส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771833

95-95-95 สู่ฝัน วันหยุดเอดส์

95-95-95 สู่ฝัน วันหยุดเอดส์

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทุกวันที่ ๑ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก เพื่อรำลึก ทบทวนให้ความสำคัญ การต่อสู้ต่อโรคที่รายงานผู้ป่วยรายแรกเมื่อปี ค.ศ.1981 (พ.ศ.2524) กว่า 40 ปีของการระบาด รายงานของปี 2565 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่มีชีวิตอยู่ 38.1 ล้านคน ติดเชื้อรายใหม่ 1.3 ล้านราย ถึงแก่กรรม 630,000 ราย

ประเทศไทย รายงานผู้ติดเชื้อครั้งแรกในปีค.ศ.1984 (พ.ศ.2527) มีการระบาดสูงมากในช่วงปี 2533-4 สูงถึง 130,000 รายต่อปี การระบาดเริ่มจากการระบาดในกลุ่มผู้ฉีดยาเสพติดสู่หญิงบริการทางเพศ สู่ชายรับบริการสู่แม่บ้านภริยา สู่ทารก ที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อ ในปัจจุบันประเทศไทยตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ประมาณ 10,000 คนต่อปีพบว่า เป็นเยาวชน 50% เป็นชายรักชาย 50% และที่สำคัญคือ 50% ของผู้ติดเชื้อ รายใหม่ในไทย มีภูมิคุ้มกันต่ำกว่า 200 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิเมตร หมายถึงการล่าช้าของการตรวจพบหลังติดเชื้อแล้ว 3-5 ปี ซึ่งระหว่างนั้นผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัวแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้

ในปี ค.ศ.2001 (พ.ศ.2544) ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ถึงแก่กรรมสูงสุด 70,000 ราย หรือทุกๆ 8 นาที มีคนถึงแก่กรรมจากเอดส์ 1 ราย พัฒนาการการรักษาโรคเอดส์ จากยาต้านไวรัสขนานแรก(AZT) ในปีคศ.1987 (พ.ศ.2530) ผ่านข้ามความรู้จากโรคที่ต้องถึงแก่กรรมทุกรายภายใน 18 เดือนเป็นพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพต้านไวรัส ปัจจุบันสามารถลดไวรัสในกระแสเลือดจนตรวจไม่พบเชื้อ (Undetectable) น้อยกว่า 20 ก๊อบปี้/ลูกบาศก์มิลลิเมตร เป็นโรคที่ผู้ป่วยมีสุขภาพดีเช่นคนทั่วไป ไม่แพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่น (Untransmittable) เป็นที่มาของคำว่า U=U Undetectable=Untransmittable

UNAIDS ปักหมุดหยุดปัญหาเอดส์ในปีคศ. 2030 (พ.ศ.2573) ด้วยพันธะ 95-95-95 โดย 95 แรก หมายถึงการตรวจสืบค้นพบคนติดเชื้อในรายที่ติดเชื้ออยู่และไม้รู้ตัวได้ 95% 95-ที่สอง คือ 95% ของคนที่ติดเชื้อเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัส 95-ที่สาม คือ 95% ของคนที่กินยาต้านไวรัสามารถกดตัวไวรัสจนตรวจไม่พบในกระแสเลือด

ประเทศไทย ให้บริการการรักษาด้วยยาต้านไวรัสในทุกสิทธิการรักษา ภายใต้โครงการ NAP (National AIDS Program) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ.2548) ประชากรไทยเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านตามมาตรฐานสากล ประเทศซึ่งมีผลการรักษาดีเยี่ยมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายกระนั้น เป็นที่น่าเสียดายว่ายังมีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์หลอกลวงว่า มีผลิตภัณฑ์หรืออาหารเสริมอื่นที่สามารถรักษาเอดส์ได้ ซ้ำบางรายบอกให้หยุดการกินยาต้านไวรัสด้วย ซึ่งเป็นอัตรายอย่างยิ่งแก่สุขภาพและชีวิตผู้ติดเชื้อ ความท้าทายของเอดส์ในประเทศไทยขณะนี้คือ 50% ผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นหมู่เยาวชน และชายรักชาย และผู้ติดเชื้อรายใหม่เราพบช้าโดยครึ่งหนึ่งมีค่าซีดี 4 ต่ำกว่า 200 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิเมตร ซึ่งหมายถึงมีการติดเชื้อมากว่า 3-5 ปี จึงเกิดการแพร่กระจายในหมู่ผู้ร่วมร่วมเพศ ความฝันการหยุดเอส์ประเทศไทย คือการเร่งให้ความสำคัญของ 95 แรก ที่ต้องมีการให้ความรู้ ความเข้าใจสื่อสารให้ชนทั่วไป ตระหนักว่าการตรวจดูการติดเชื้อเอชไอวี เป็นเรื่องที่ควรทำ และทำโดยขั้นตอนไม่ยุ่งยากเช่นเดียวกับการตรวจเลือดชนิดอื่น (Normalize Test) การตรวจที่สะดวก เข้าถึงง่ายโดยการจัดทำ Self test ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยาก หรือต้องเปิดตัวในโรงพยาบาล สื่อมวลชน และชุมชน จะเป็นกุญแจผลักดันการตื่นรู้ถึงคุณค่าว่า การรีบตรวจการติดเชื้อในหมู่กลุ่มชนที่สงสัยว่าจะติดเชื้อ จะช่วยให้พบผู้ติดเชื้อ นำเข้าสู่กระบวนการรักษา (รู้เร็ว รักษาเร็ว) ซึ่งกินยาต้านไวรัสเพียง ๑ เม็ด วันละครั้ง จะทำให้ลดการระบาดของเชื้อเอชไอวี สู่บุคคลอื่น

ในวันเอดส์โลกที่จะมาถึงนี้ขอขีดเส้นใต้ว่า การต่อสู้เอดส์ไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยลำพังพลังคนสาธารณสุข แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากมวลคนชุมชน เพิ่มให้งานบรรลุเป้าหมาย สมคำขวัญเอดส์โลก ๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นี้ ว่า “Let Communities Lead” “ทุกภาคส่วนร่วมกันยุติเอดส์”

ผศ.(พิเศษ) พญ.จุรีรัตน์ บวรวัฒนุวงศ์

นายกสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

วาโก้ เปิดป๊อปอัพ สโตร์ อวดโฉมคอลเลคใหม่ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771803

วาโก้ เปิดป๊อปอัพ สโตร์ อวดโฉมคอลเลคใหม่  ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

วาโก้ เปิดป๊อปอัพ สโตร์ อวดโฉมคอลเลคใหม่ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วาโก้ (Wacoal) ออกคอลเลคชั่นใหม่Wacoal x Phannapast “Candy Wrappers Collection” ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมเปิด Pop Up Store ใจกลางสยามเซ็นเตอร์

ประณต เวสารัชวิทย์ กรรมการบริหารสายงานบริหารการขายวาโก้ อินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินและนักออกแบบงานศิลปะร่วมสมัย ที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์กับผลงานระดับโลก ร่วมเปิด Wacoal x Phannapast “Rainbow Sue Candy Wrappers Collection” Pop-up Store
คอลเลคชั่นใหม่ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองด้วยสีสันสดใสลวดลาย Rainbow Sue เพราะชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ เสมือนลูกอมรสปริศนาห่อไว้ในกระดาษหลากสี ต้องแกะออกมาลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ให้ทุกช่วงเวลาเป็นการเฉลิมฉลอง โดยมี เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมด้วยแฟชั่นนิสต้าชื่อดังอย่าง เจนจิตรา ตันติกาญจน์ ร่วมงานและชมคอลเลคชั่น เมื่อเร็วๆ นี้ โดย Wacoal x Phannapast “Rainbow Sue Candy Wrappers Collection” Pop-up Store เริ่มตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน-17 ธันวาคม 2566 ณ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

เผยผลวิจัยสารสกัดว่านหางจระเข้แบบใหม่ หลังผ่านการขจัดสี พบประโยชน์ต่อลำไส้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771834

เผยผลวิจัยสารสกัดว่านหางจระเข้แบบใหม่ หลังผ่านการขจัดสี พบประโยชน์ต่อลำไส้

เผยผลวิจัยสารสกัดว่านหางจระเข้แบบใหม่ หลังผ่านการขจัดสี พบประโยชน์ต่อลำไส้

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หัวหน้านักวิทยาศาสตร์และทีมวิจัยจากเฮอร์บาไลฟ์ นำโดย Isabel Garcia Tornadu, Ph.D., นักวิทยาศาสตร์การวิจัยหลักด้านวิทยาศาสตร์ผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์ เผยถึงการศึกษาผลลัพธ์ใหม่ของสารสกัดว่านหางจระเข้ที่มีต่อความสมดุลของเซลล์ในระบบทางเดินอาหาร

ว่านหางจระเข้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่ามีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยฟื้นฟูและทำให้ผ่อนคลาย พืชชนิดนี้ถูกใช้มานานนับพันปีในทางการแพทย์แบบดั้งเดิม ตั้งแต่ด้านความงามไปจนถึงระบบทางเดินอาหารและการเผาผลาญ รวมถึงปัญหาการย่อยอาหารและกระเพาะอาหาร ในทางการแพทย์พื้นบ้าน การดื่มน้ำว่านหางจระเข้ทั้งใบ ถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการจากโรคเบาหวานและลดคอเลสเตอรอล ซึ่งปัจจุบันเครื่องดื่มจากว่านหางจระเข้ถูกนำมาใช้บริโภคเพื่อช่วยเรื่องระบบการเผาผลาญที่ดี รวมทั้งรักษาระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดให้เป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบสารส่วนประกอบกับสมุนไพรอื่นบนในตลาด ข้อมูลเกี่ยวกับว่านหางจระเข้หลังจากขจัดสียังมีอยู่น้อย ซึ่งงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์บางงานกล่าวถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับความปลอดภัยที่เกิดจากการแปรรูปที่ไม่เหมาะสมในกระบวนการกำจัดน้ำยางและสารพิษอื่นๆ ซึ่งเป็นเวลากว่าสิบปีที่เฮอร์บาไลฟ์บริษัทชั้นนำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก ได้ดำเนินการเพิ่มพูนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเกี่ยวกับว่านหางจระเข้และสารสกัด รวมถึงประโยชน์และคุณลักษณะอื่นๆ ที่ยังไม่ถูกค้นพบ เพื่อเพิ่มประโยชน์ด้านสุขภาพให้กับผู้บริโภค

คุณสมบัติของว่านหางจระเข้มาจากองค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพาะสารไฟโตเคมิคอล (Phytochemicals) และ โพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) ที่มีอยู่ในเจลว่านหางจระเข้ ซึ่งว่านหางจระเข้ที่ผลิตในเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่จะถูกทำให้บริสุทธิ์โดยกระบวนการขจัดสี ที่จะกำจัดน้ำยางออกผ่านวิธีการกรองด้วยไส้กรองคาร์บอนกัมมันต์ หรือ Activated Carbon Filter

ในการศึกษานี้ ทางเฮอร์บาไลฟ์ได้ตั้งสมมุติฐานว่า สารสกัดจากว่านหางจระเข้ที่มีสารโพลีแซ็กคาไรด์ อย่างเข้มข้นที่ผ่านการขจัดสีแล้ว จะมีความสามารถในการบรรเทาอาการไม่สบายในกระเพาะอาหารและลำไส้ของในมนุษย์ได้ รวมถึงคุณสมบัติต้านการอักเสบ การรักษาและการควบคุมการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร ล้วนเป็นผลมาจากองค์ประกอบที่สำคัญของว่านหางจระเข้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีสารโพลีแซ็กคาไรด์

ผลลัพธ์ที่ได้จากการพัฒนาตัวอย่างโพลีแซ็กคาไรด์เข้มข้นที่ถูกขจัดสีทั้งใบและใบชั้นใน พบว่า ว่านหางจระเข้ที่อุดมไปด้วยสารโพลีแซ็กคาไรด์ที่ผ่านการขจัดสีแล้ว สามารถปรับการทำงานของเซลล์ในทางเดินอาหารได้ ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์และกระตุ้นการสมานแผลซึ่งหมายความว่าการบริโภคว่านหางจระเข้ อาจช่วยให้สมดุลของเซลล์ดีขึ้นและทำให้ระบบทางเดินอาหารมีสุขภาพดี ทั้งนี้อาจจำเป็นต้องมีการทดลองเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความถูกต้องของการวิจัยและตรวจสอบว่ามีผลต่อการตอบสนองทางชีวภาพของมนุษย์ด้วย

นักวิทยาศาสตร์ของเฮอร์บาไลฟ์ ตรวจสอบแล้วว่าสารโพลีแซ็กคาไรด์จากว่านหางจระเข้ที่ผ่านการขจัดสีแล้วมีผลดีต่อเซลล์ในทางเดินอาหารของมนุษย์ ทั้งในเรื่องของการบรรเทาและสมานแผลภายในลำไส้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำเสนอในการประชุม American Physiology Summit (APS) ครั้งแรกที่เมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566

ผลการวิจัยในการศึกษานี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าว่านหางจระเข้ไม่เพียงแต่สามารถช่วยในการย่อยอาหารได้เท่านั้น แต่ว่านหางจระเข้ตัวอย่างที่ถูกเสริมด้วยโพลีแซ็กคาไรด์ที่ผ่านการขจัดสีแล้ว ยังมีผลในการรักษาลำไส้ได้อีกด้วย โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยว่านหางจระเข้ที่เฮอร์บาไลฟ์กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์และผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ฉบับ โดยมีการวิเคราะห์และการกำหนดคุณลักษณะขององค์ประกอบทางเคมีของว่านหางจระเข้ และสิทธิบัตรว่านหางจระเข้ 2 ฉบับ นอกจากนี้ การศึกษาดังกล่าวยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเฮอร์บาไลฟ์ในฐานะผู้นำด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการ และเป็นผู้พัฒนาศาสตร์แห่งว่านหางจระเข้

ในปัจจุบัน อาหารที่ไม่สมดุลมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับภาวะน้ำหนักเกินและปัญหาการเผาผลาญในฐานะที่เฮอร์บาไลฟ์เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่ จึงพร้อมเดินหน้าสำรวจและพัฒนาส่วนผสมจากว่านหางจระเข้ที่ถูกขจัดสีต่อไป เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคทุกคน

จิม ทอมป์สัน ฉลองโฉมใหม่ ‘Jim Thompson Heritage Quarter’ เดินหน้าสู่แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลก แบรนด์แรกจากเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771806

จิม ทอมป์สัน ฉลองโฉมใหม่ ‘Jim Thompson Heritage Quarter’  เดินหน้าสู่แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลก แบรนด์แรกจากเอเชีย

จิม ทอมป์สัน ฉลองโฉมใหม่ ‘Jim Thompson Heritage Quarter’ เดินหน้าสู่แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลก แบรนด์แรกจากเอเชีย

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จิม ทอมป์สัน จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเผยโฉมนิวลุคสุดตระการตาของ Jim Thompson Heritage Quarter ก้าวสำคัญบนเส้นทางแห่งความสำเร็จของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง จิม ทอมป์สัน ด้วยเป้าหมายในการเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกแบรนด์แรกจากเอเชีย ตอกย้ำสโลแกน “Beyond Silk” แสดงถึงวิวัฒนาการของแบรนด์ที่ก้าวไกลกว่าการเป็นเพียงแบรนด์ผ้าไหมไทยชื่อดัง แต่ยังมุ่งมั่นในการนำเสนอสุดยอดประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง ครอบคลุมทั้งสินค้าแฟชั่น ผ้าตกแต่งบ้านตลอดจนบริการอาหารและเครื่องดื่มตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ภายในงานคับคั่งไปด้วย เหล่าวีไอพี ศิลปิน และบุคคลมีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ อาทิ ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล, กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์, วันแบงค็อก และ สยามพิวรรธน์
รวมทั้ง ซี-พฤกษ์ พานิช, นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์, ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์, ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร, กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, โก้-วศิน อัศวนฤนาท และอีกมากมาย

ไฮไลท์ในงานที่ทุกคนตั้งตารอคอยคือ แฟชั่นโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ของจิม ทอมป์สัน จัดเต็มแปลงโฉม “Jim Thompson Heritage Quarter” เป็นรันเวย์สุดพิเศษ โดยนำเสนอดีไซน์สุดไอคอนิกผ่าน 42 ลุค ที่สร้างนิยามใหม่ให้การเบลนด์ศิลปวัฒนธรรมอันงดงามเข้ากับความโมเดิร์น แต่ละไอเทมเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ทั้งลุควันทำงานและวันพักผ่อน แต่ยังคงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และคุณภาพตามแบบฉบับของจิม ทอมป์สัน คีย์ลุคของรันเวย์คือ “Look 42” ชุดฟินาเล่ในงานครั้งนี้นางแบบปรากฏตัวในเดรสผ้าไหมมัดหมี่สีทองเมทัลลิกอันวิจิตรงดงามของจิม ทอมป์สันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดผ้าไหมไทยของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผลงานชิ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงเส้นทางสายไหมของแบรนด์จิม ทอมป์สัน ที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ที่ได้เดินทางมาสู่ยุคปัจจุบัน พร้อมมุ่งหน้าสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก นอกจากนี้ แต่ละบทเพลงที่เลือกมาประกอบรันเวย์ครั้งนี้ ยังมีแรงบันดาลใจมาจากการเส้นทางการสร้างธุรกิจของแบรนด์ตั้งแต่ยุคปี 1950 จวบจนถึงปัจจุบัน

แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “การเปิดตัว Jim Thompson Heritage Quarter เต็มรูปแบบในครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมและฉายภาพอนาคตของแบรนด์เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกแบรนด์แรกจากเอเชีย ผ่านการนำเสนอวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่หลากหลายและเปี่ยมความคิดสร้างสรรค์ พาผลิตภัณฑ์และบริการจากไทยไปสู่ผู้คนทั่วโลก

Jim Thompson Heritage Quarter โฉมใหม่ในวันนี้ เป็นก้าวสำคัญของเราในการสร้างไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นที่ครบครันที่สุด พร้อมๆ ไปกับการขยายธุรกิจให้เติบโตผ่านกลยุทธ์การจับมือกับแบรนด์ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ทั้งด้านอาหาร แฟชั่น ศิลปะการออกแบบตกแต่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของทุกคน ตอกย้ำจุดยืนในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำจากเอเชีย”

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771814

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● “วันภูมิพล” 5 ธ.ค. คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์ ประธานกลุ่มทำดีถวายในหลวง และ พัชรินทร์ จำรูญโรจน์ ประธาน อบ.รุ่น 38 ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงมีพระราชดำริริเริ่มตำรวจจราจร โครงการพระราชดำริ และร่วมกิจกรรมสนับสนุนอุปกรณ์ & ให้กำลังใจตำรวจจราจรในโครงการฯ วันที่ 5 ธ.ค. 09.30 -14.30 น. ณ กองบังคับการตำรวจจราจร ถ.พระราม 6 แยกศรีอยุธยา…กิจกรรมในวันนั้น มีทั้งถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป, ร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ตำรวจโครงการฯ และร่วมกิจกรรมสันทนาการ เพื่อให้กำลังใจแก่ตำรวจในโครงการฯ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สนองพระราชดำริอย่างสุดกำลังมาตลอดทั้งปี ช่วยชีวิตประชาชน ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล ช่วยทำคลอดฉุกเฉินแก่หญิงตั้งครรภ์ และอื่นๆ อีกมากมาย…

●● “มงไม่ลง” เลยปั่นป่วนกันทั้งโซเชียลเวิลด์ แอนโทเนีย โพซิ้ว ในฐานะตัวแทนประเทศไทยครั้งนี้ได้รับคำชมในความงามและเก่งอย่างทั่วหน้า นับเป็นประวัติการณ์ในการถ่ายทอดสดการชิงตำแหน่งระหว่าง แอนโทเนียและเซย์นิส นางงามนิการากัว มีผู้ชมจากทุกสายอาชีพเกาะจอทีวีเฝ้าชมการตัดสินในรอบสุดท้ายอย่างไม่เคยปรากฏ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแต่ละการประกวดผ่านมาเพศชายจะให้ความสนใจน้อยมาก…เมื่อปี 2533 เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกลุ่มธนายงยอมลงทุนนับร้อยล้านบาทเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ทั้งนี้เพื่อโปรโมทประเทศไทยออกสู่ตลาดโลก ในครั้งนั้นเจ้าสัวก็เคยโดนทาบทามให้ซื้อบริษัทมิสยูนิเวิร์สไว้ แต่ท่านมีประสบการณ์สูงเล็งเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่จะทำรายได้เป็นชิ้นเป็นอันลำบาก ซึ่งทัศนคติดังกล่าวน่าจะยืนยันได้จากเกจิการค้าอย่าง TRUMP ซึ่งเข้าไปเทคโอเวอร์ไม่กี่ปีก็ต้องรีบถอยออกมา ผู้บริหารยูนิเวิร์สได้เคยเล่าให้ฟังว่าบริษัทได้ทำการสำรวจความนิยมของการประกวดนางงามจักรวาล ปรากฏว่ามี 3 ประเทศประชากรให้ความสนใจมากที่สุดคือ เวเนซุเอลา, อาร์เจนตินา และไทยแลนด์…สำหรับครั้งล่าสุดนี้ยังมีคนจำนวนมากไม่สามารถก้าวข้ามผลการตัดสิน แคลงใจว่าในเมื่อแอนโทเนียทำได้ดีมากทุกประการแต่ทำไมผลออกมาเช่นนั้น ว่าไปแล้วอีเว้นท์ระดับโลก บางครั้งก็จะมีแฟคเตอร์อื่นที่เราไม่อาจล่วงรู้
อีกทั้งนิการากัวก็เป็นประเทศเพื่อนบ้านกับเจ้าภาพเอลซัลวาดอร์ จึงมี FC มาเชียร์หน้างานอย่างล้นเหลือ อาจมีเอฟเฟกท์กับกรรมการได้ดังปรากฏเห็นในฟุตบอลเกมใหญ่ๆ..

●● ปลาบปลื้มอีกครั้งในวโรกาสที่สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลา ทรงเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอก-ยอล และภริยา ในโอกาสมาเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ และพระองค์ท่านพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง MBE ให้แก่ 4 สาวสมาชิกวง K-POP หญิงอันดับหนึ่งของโลก “BLACKPINK” วงดังกล่าวซึ่งมีขวัญใจชาวไทย “ลิซ่า” ร่วมอยู่ด้วย การพระราชทาน MBE ครั้งนี้เพื่อยอมรับผลงานของพวกเธอในการสนับสนุนสหประชาชาติเรื่องสภาพอากาศโลก (COP 26)…ในส่วนของชาวไทย นอกจากชื่นชมผลงานเพลงของลิซ่าแล้ว ยังทึ่งในปรากฏการณ์ SOFT POWER ของเธอจาก “ลูกชิ้นยืนกิน” และ “ไข่เจียวสูตรพิเศษ” อีกด้วย..

●● ขอเชิญศิษย์เก่าบวรนิเวศทุกรุ่น ร่วมงาน “บวรนิเวศคืนถิ่น” 16 ธ.ค. เวลา 16.00 น. ณ สโมสร วปอ…ซื้อบัตรได้ที่ คงรัตน์ ร้อยบาง โทร.081-8683021 หรือที่ตัวแทนของรุ่นได้ตั้งแต่วันนี้..

●● งานสวดพระอภิธรรมศพคุณแม่ยุพิน ศรีรัตนา มารดาของ ดร.มณทิพย์ ทาบูกานอน (อดีตรองปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ, ดร.ณัฐนนท์ ทวีสิน (อดีตปลัดกทม.), ทพญ.ประทุม ประเสริฐสุนทราศัย ที่ ศาลา 5 วัดตรีทศเทพ 26-30 พ.ย.18.00 น…พระราชทานเพลิงศพ 3 ธ.ค.17.00 น. …

●● กำหนดการฌาปนกิจศพ คุณแม่มะลิ ภรรยา พล.ต.ท.พิทยา เจริญพานิช วันที่ 28 พ.ย. 15.30 น. ณ วัดตรีทศเทพ..●●


 

บารอนเนส

เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) รับโล่เกียรติคุณ สาขา Best Beauty Award จาก DKSH

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771909

เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) รับโล่เกียรติคุณ สาขา Best Beauty Award จาก DKSH

เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) รับโล่เกียรติคุณ สาขา Best Beauty Award จาก DKSH

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 21.57 น.

เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) รับโล่เกียรติคุณ สาขา Best Beauty Award จาก DKSH

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ กรรมการบริหาร บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และครูวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งคอมมูนิตี้เพจสำหรับผู้มีบุตรยาก babyandmom.co.th รับโล่เกียรติคุณ สาขา Best Beauty Award จาก DKSH ผู้มีความโดดเด่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาด ที่มีส่วนผสมของ Delphinol® Maqui berry extract เพื่อความงาม ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน “คอลลา เทโล บาย ครูก้อย (Colla Telo By Kru Koy)” ที่นำนวัตกรรมแห่งการบำรุงผิวด้วยสารสกัด “เดลฟินิดิน (Delphinidin) จาก มากิเบอร์รี่” ผสานนวัตกรรมคอลลาเจน 2 สัญชาติ Wellnex คอลลาเจนไดเปปไทด์จากญี่ปุ่น และ Collective ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนจากฝรั่งเศส มีกรดอะมิโนโมเลกุลขนาดเล็ก ดูดซึมเร็ว คัดสรรคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen type I) และ คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen type III) ตอบโจทย์กลุ่มผู้หญิงที่ต้องการดูแลผิวพรรณ รวมถึงผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ โดยไม่ส่งผลกระทบกับกระบวนการเตรียมตั้งครรภ์ 

ครูก้อย นัชชา เผยว่า เดลฟินิดิน (Delphinidin) คือ สารสกัดจากมากิเบอร์รี่ (Maqui berry) ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มไทไซยานิน (Anthocyanin) ชื่อว่า “เดลฟินิดิน (Delphinidin)”  หรือรู้จักภายใต้เครื่องหมายการค้า Delphinol®  จาก บริษัท Anklam Extrakt  ประเทศเยอรมนี โดยมีค่า ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) หรือ ความสามารถในการยับยั้งต้านอนุมูลอิสระได้ถึง 30,852 mol.TE/g มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในตระกูลเบอร์รี่ ช่วยต้านค่าการอักเสบ ช่วยลดเม็ดสี ชะลอการหดสั้นขอเทโลเมียร์ เทโลเมียร์ (Telomere)

เทโลเมียร์ (Telomere) คือ ส่วนที่อยู่ปลายสุดของโครโมโซมทำหน้าปกป้อง DNA ไม่ให้ถูกทำลาย เมื่อแรกเกิด เทโลเมียร์ในเซลล์มีความยาวมากที่สุด และทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัวเพื่อการเติบโตและซ่อมแซมร่างกาย เทโลเมียร์จะค่อยๆ หดสั้นลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ เมื่อเทโลเมียร์หดสั้นลงเรื่อยๆ จนหมดจะทำให้ไม่สามารถแบ่งเซลล์ใหม่ได้อีก DNA จะถูกทำลาย เซลล์เสื่อมและเกิดความชราของผิวและร่างกาย ขณะเดียวกันยังมีรายงานวิจัยหลายฉบับได้ศึกษาพบว่าความยาวของเทโลเมียร์ที่สั้นลงยังส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากอีกด้วย

โดยมีรายงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Science News of Anklam Extrakt GmbH ปี 2019 พบว่าสารสกัด Delphinol ช่วยลดอัตราการหดสั้นของเทโลเมียร์หลังทาน 8 สัปดาห์ ได้มากถึง 51% แต่ต้องมีปริมาณ Delphinol  60 มิลลิกรัม ต่อวัน

ซึ่ง “คอลลา เทโล บาย ครูก้อย (Colla Telo By Kru Koy)” ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน ที่มีปริมาณ Delphinol 60 มิลลิกรัม สูงสุดในท้องตลาด จึงตอบโจทย์กลุ่มผู้หญิงที่ต้องการดูแลผิวพรรณ รวมถึงผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ โดยไม่ส่งผลกระทบกับกระบวนการเตรียมตั้งครรภ์  ซึ่งแตกต่างจากคอลลาเจนทั่วไปในท้องตลอดที่เน้นที่ผิวพรรณเพียงอย่างเดียว  แต่ “คอลลา เทโล บาย ครูก้อย” นอกจากจะได้ผิวพรรณที่ดีแล้ว ยังช่วยเสริมภาวะเจริญพันธุ์ ภายใต้สโลแกน “สวยได้ลูก”

“เพราะ คอลลา เทโล บาย ครูก้อย  มีการเพิ่มสารสกัดจาก เดลฟินิดิน (Delphinidin) เพื่อช่วยลดการหดสั้นของเทโลเมียร์ สรุปง่ายๆ คือ ถ้าเทโลเมียร์สั้นไข่แก่ มีโอกาสที่จะเจอตัวอ่อนผิดปกติสูง เทโลเมียร์ยาวโอกาสที่จะเจอตัวอ่อนผลิตปกติต่ำลง เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์สูงขึ้น นี่คือเหตุผลที่ครูก้อยเพิ่ม สารสกัด Delphinol® ใน คอลลา เทโล  เพื่อช่วยลดอัตราการหดสั้นของ เทโลเมียร์ (Telomere) เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้กับผู้เตรียมตั้งครรภ์” ครูก้อย นัชชา กล่าว

มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Cosmetics, Dermatological Sciences and Applications, 2020 ผู้ทดสอบ 16 คน ทาน Delphinal ขนาด 60 mg ต่อวัน ระยะเวลา 8 สัปดาห์ พบว่า หลังรับประทาน 8 สัปดาห์ ผิวขาวสว่างกระจ่างใสขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งใน “คอลลา เทโล บาย ครูก้อย (Colla Telo By Kru Koy)” มีสารสกัด Delphinol® 60 มิลลิกรัม ใน 1 ซอง สำหรับชงดื่มต่อ 1 วัน บรรจุกล่องละ 30 ซอง วางจำหน่ายราคากล่องละ 1,990 เลขที่ อย. 74-1-07455-5-0985 

โดยโล่เกียรติคุณ Best Beauty Award จาก DKSH ที่ทาง บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับในครั้งนี้ เป็นการการันตีคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน แบรนด์ “คอลลา เทโล บาย ครูก้อย (Colla Telo By Kru Koy)” ที่มีสารสกัด Delphinol® สูงที่สุดในท้องตลาด

ครูก้อย นัชชา กล่าวด้วยว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้รับโล่เกียรติคุณการันตีคุณภาพในการคัดสรรวัตถุดิบเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ “คอลลา เทโล บาย ครูก้อย (Colla Telo By Kru Koy)” และครูก้อยจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพต่อไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ดีๆ สำหรับผู้ที่วางแผนเตรียมตั้งครรภ์และผู้ที่มีบุตรยากที่รอคำปรึกษาและรอความรู้เกี่ยวกับผู้มีบุตรยากจากครูก้อย”