โซไซตี้ : ASMOPSS Thailand ผลักดันเด็กไทยสู่นานาชาติ โชว์ศักยภาพความเป็นเลิศด้านวิชาการ พร้อมแสดงซอฟต์ พาวเวอร์ ด้านวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771462

โซไซตี้ : ASMOPSS Thailand ผลักดันเด็กไทยสู่นานาชาติ  โชว์ศักยภาพความเป็นเลิศด้านวิชาการ  พร้อมแสดงซอฟต์ พาวเวอร์ ด้านวัฒนธรรม

โซไซตี้ : ASMOPSS Thailand ผลักดันเด็กไทยสู่นานาชาติ โชว์ศักยภาพความเป็นเลิศด้านวิชาการ พร้อมแสดงซอฟต์ พาวเวอร์ ด้านวัฒนธรรม

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ไมราห์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัดร่วมกับ โรงเรียนกวดวิชาเอซายน์ หรือวิทย์ครูป้อม ASCI (ภายใต้การควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ) ได้รับสิทธิ์ให้จัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักเรียนผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ ASMOPSS Thailand เพื่อไปแข่งขันต่อระดับนานาชาติ ในโครงการ Asian Science and Mathematics Olympiad for Primary and Secondary Schools หรือ ASMOPSS ซึ่งเป็นโครงการแข่งขันวิชาการเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระดับนานาชาติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น เน้นทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์โดยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นฐาน โดยปี 2566 เป็นการส่งนักเรียนจากโครงการ ASMOPSS THAILAND เข้าแข่งขันเป็นครั้งที่ 3 และโครงการ ASMOPSS จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 ในปีนี้

ธนากร แผลงเดช ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาเอซายน์ และที่ปรึกษาโครงการแอสมอพส์ประเทศไทย กล่าวว่า “จากความเชื่อมั่นในศักยภาพเด็กไทยและประสบการณ์ในการสอนนักเรียนเพื่อแข่งขันทางวิชาการนานกว่า 20 ปีได้เห็นภาพของนักเรียนที่ประสบความสำเร็จซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีให้เด็กๆ อีกหลายคน เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุขและส่งต่อเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ จึงร่วมเป็นที่ปรึกษาของ ASMOPSS THAILAND ซึ่งเป็นเครือข่ายระดับเอเชีย เพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กไทยด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยเรามองเห็นว่าเด็กที่เก่ง มีความสามารถนั้นยังขาดโอกาสแสดงออกถึงความสามารถในระดับนานาชาติ หากมีสนามสอบแข่งขันทางวิชาการที่ประเมินความรู้ วิเคราะห์ความสามารถด้านต่างๆ และสามารถเข้าถึงได้ ทำให้ขีดจำกัดด้านความรู้หรือด้านภาษาจะค่อยๆ ลดลง เมื่อเด็กๆ มีแรงบันดาลใจในการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง โครงการนี้จึงเกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์และความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนทำให้เด็กนักเรียนทุกจังหวัดที่เคยขาดโอกาสด้านการรับข่าวสารเพราะความห่างไกล และปัจจัยด้านทุนทรัพย์ ได้เข้าถึงโอกาสและทำลายข้อจำกัดต่างๆเพื่อพัฒนาและค้นหาศักยภาพของตนเองเพิ่มขึ้นๆ ทุกปี”

โครงการ ASMOPSS THAILAND จึงถูกก่อตั้งขึ้น ซึ่งในปีนี้ บริษัท ไมราห์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ได้รับสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกผู้แทนนักเรียนอย่างเป็นทางการเป็นปีที่ 3ทำการจัดการแข่งขันภายในประเทศ 2 รอบ โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันรวมกันทั้งสิ้นมากกว่า 25,000 คน จาก 990 โรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ คัดเลือกนักเรียนผู้แทนประเทศไทยจำนวน 29 คน แบ่งออกเป็นผู้แทนการแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 8 คน คณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 5 คน วิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 8 คน และคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 8 คน และนักเรียนผู้แทนประเทศลำดับสำรองวิชาละ 6 คน/ช่วงชั้น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2566 โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมจาก 10 ประเทศ ทั้งหมด 107 คน นักเรียนผู้แทนประเทศไทยเข้าแข่งขันจำนวน 29 คน ได้รับเหรียญรางวัลจำนวน 25 รางวัล

พรพัชร แผลงเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมราห์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด และประธานโครงการแอสมอพส์ ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า“ในปี 2566 นอกจากทางโครงการฯจะส่งนักเรียนผู้แทนประเทศไทย 29 คน เข้าร่วมแข่งขันวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ระดับนานาชาติแล้ว เรายังสนับสนุนนักเรียนไทยกลุ่มนี้ในด้านการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อส่งเสริม Soft Power ไทยให้โด่งดัง เป็นที่รู้จักระดับนานาชาติ โดยในครั้งนี้นักเรียนตัวแทนประเทศไทย ได้นำการแสดงมวยไทย รำไหว้ครู-ทักษะมวยไทย-คีตะมวยไทยไปแสดง โดยได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบ กรุงเทพฯ นำโดย มัญชุมาศ บุญชู โกคิง และ “มูลนิธิมวยไทย” นำโดย ส่องแสงปทะวานิช ประธานมูลนิธิมวยไทย พร้อมด้วยชุมศิลป์ โสตถิปรีดาวงศ์ กรรมการและเหรัญญิกมวยไทย พร้อมด้วย ครูชีวิน แหวนรุ่งโรจน์ หรือ ครูเข วิทยากรคีตะมวยไทยของมูลนิธิ ทำหน้าที่มาถ่ายทอดความรู้ของมวยไทย-ไหว้ครูมวยไทย-ทักษะมวยไทย และคีตะมวยไทย เพื่อให้การแสดงของน้องๆ เยาวชนตัวแทนประเทศไทยออกมาดีที่สุดค่ะ”

โครงการ Asian Science andMathematics Olympiad for Primary and Secondary Schools หรือ ASMOPSS ครั้งที่ 13โดยมีประเทศอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เมื่อวันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2566 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ติดตามข่าวสารจากโครงการ ASMOPSS THAILAND ได้ที่ Facebook : ASMOPSS THAILAND หรือ https://www.facebook.com/Asmopss.Thailand?mibextid=ZbWKwL

ไอคอนสยาม ชวนแต่งกายชุดไทยไปลอยกระทง บนสายน้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771488

ไอคอนสยาม ชวนแต่งกายชุดไทยไปลอยกระทง บนสายน้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง

ไอคอนสยาม ชวนแต่งกายชุดไทยไปลอยกระทง บนสายน้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.21 น.

ไอคอนสยาม เชิญชวนแต่งกายชุดไทยหรือผ้าไทย ร่วมสืบสานประเพณีไทยให้ประจักษ์สู่สายตาชาวโลก  ลอยกระทงบนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา มหาปรากฏการณ์งานลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่   “ICONSIAM  CHAO  PHRAYA  RIVER  OF  ETERNAL  PROSPERITY” ลอยกระทงบนสายน้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

พบกับความงดงามตระการตาจากโชว์สุดพิเศษ “ลอยกระทง วิจิตรจันทรา เจ้าพระยาแห่งสยาม”  นำเสนอการแสดงอันอ่อนช้อยและวิจิตรงดงามในบรรยากาศการเผาเทียนเล่นไฟในรูปแบบร่วมสมัย พร้อมการแสดงกลองชัยประดับลายไทยสีทองอร่ามต้องแสงจันทร์ยามค่ำคืน ชื่นชมความงดงามของนางนพมาศประจำปี 2566 นำโดย คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส มาในชุด “นารีศรีสัชนาลัย สุโขทัยธานี” รวมมูลค่า 10 ล้านบาท ด้วยผ้าไหมโบราณจากสุโขทัย ทอด้วยจิตวิญญาณของช่างพื้นเมืองที่สืบทอดฝีมือจากบรรพบุรุษ  สื่อถึงความงามและความร่ำรวยมั่งคั่งของสตรีชนชั้นสูง ประดับเพชร พลอย  ปักดิ้นทองแบบโบราณ งานหัตถศิลป์ของช่างไทยที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน ศิราภรณ์ อันล้ำค่า ถอดแบบลายปูนปั้นจากนครศรีสัชนาลัย จึงนับได้ว่าเป็นงานที่ทรงคุณค่าในความเป็นไทยยิ่งนัก ฝีมือการออกแบบโดย อาร์ทอัครัชเนรมิตศิลป์ แชมป์ชุดประจำชาติบนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 5 ปีซ้อน พร้อมด้วยสำรับเครื่องประดับทองคำล้ำค่าชุด “รัตนมาสพิลาสจักรพรรดิ์” มูลค่ารวมกว่า 20 ล้าน เป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูงตำรับช่างทองในราชสำนัก สำรับเครื่องประดับประกอบไปด้วย ทับทรวง สร้อยคอ ต่างหู พาหุรัด และปั้นเหน่งพร้อมสายเข็มขัด ออกแบบและรังสรรค์ผลงานโดยทองถนิม และปิดท้ายด้วยความสนุกสนานไปกับการแสดงวงดนตรีลูกทุ่ง จากรายการชิงช้าสวรรค์ และนักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง ตั๊กแตน ชลดา

 เพื่อสืบสานประเพณีไทยอันงดงามผ่านกระทงอันโดดเด่นในแต่ละภาค งาน “ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF ETERNAL PROSPERITY ลอยกระทงบนสายน้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง” ได้จัดแสดงนิทรรศการ “กระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์” ให้ได้ชมความงามและฝีมืออันประณีต อีกทั้งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งโคมยี่เป็ง ประเพณียี่เป็ง จ.เชียงใหม่ ,กระทงกะลา ประเพณีลอยกระทงสาย จ.ตาก ,ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ โคมชักโคมแขวน จ.สุโขทัย ,กระทงประทีปใหญ่ประเพณีสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป จ.ร้อยเอ็ด ,กระทงกาบกล้วย ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย จ.สมุทรสงคราม

 นอกจากนี้ ไอคอนสยาม ได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต 16 ประเทศ 7 มหาวิทยาลัย สร้างสรรค์นิทรรศการกระทงนานาชาติ ประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก โดยการนำแลนมาร์กอันโดดเด่นและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านนิทรรศการกระทง และจัดแสดง เพื่อให้ผู้ชมงานได้เรียนรู้เรื่องราวและจุดเด่นของแต่ละประเทศ  ณ ICONLUXE ชั้น M ไอคอนสยาม

ขณะที่ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) และบริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) (เรียลไทย) ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง สนุกสนานไปกับการชม ชิม และช้อปสินค้าไทยในตลาดย้อนยุคเมืองศรีสัชนาลัย เมืองมรดกโลก ซึมซับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ตกแต่งบรรยากาศโดยรอบด้วยโคมสีสันล้านนาหลากชนิด พร้อมถ่ายรูปสวยๆ ในกระทงสุโขทัยใหญ่ขนาด 2 เมตร พร้อมเชิญชวนให้ร่วมลอยกระทงแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุจากธรรมชาติ โดยสามารถลอยกระทงได้ภายในบ่อลอยรักษ์โลก บริเวณภาคใต้ และภาคกลาง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในเมืองสุขสยาม ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566

 ระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน 2566 เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค สนุกสนานเที่ยงวันยันเที่ยงคืน  ชมการประกวดนางนพมาศ AEC ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 70,000 บาท  สนุกสนานกับขบวนแห่นางนพมาศและการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา, การแสดงขับร้องเพลงเรือ, การแสดงหุ่นคน,  การแสดงดนตรีย้อนยุค จากโรงเรียนศรีกันต์ (วัฒนาอุปถัมภ์) รองชนะเลิศการประกวดการแข่งขันชิงช้าสวรรค์ เฉพาะวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566

 ขอเชิญชวนแต่งกายชุดไทยหรือผ้าไทย ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความงามในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ในงาน  “ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF ETERNAL PROSPERITY ลอยกระทงบนสายน้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง”  ในวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ได้ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. ณ ริเวอร์พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

สำหรับผู้ร่วมงานสามารถเดินทางมาไอคอนสยามได้ครอบคลุมทุกเส้นทางการคมนาคมทั้งรถยนต์ รถประจำทาง เรือโดยสาร และรถไฟฟ้าสายสีลมลงสถานีกรุงธนบุรี พร้อมเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีทองลงสถานี G2 เจริญนคร พร้อมกันนี้ไอคอนสยามได้จัดพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมได้แก่ อาคารจอดรถ ICS, อาคาร NT (ตึก CAT) ลานจอดรถบุคคโล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อความสะดวกสบายในการมาเที่ยวชมประเพณีลอยกระทง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM

-(016)

Tatler Asia กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในไทย ตอกย้ำจุดยืนความเป็น ‘The Best of Asia’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771487

Tatler Asia กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในไทย ตอกย้ำจุดยืนความเป็น ‘The Best of Asia’

Tatler Asia กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในไทย ตอกย้ำจุดยืนความเป็น ‘The Best of Asia’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.19 น.

กรุงเทพฯ : Tatler Asia สื่อลักชัวรี แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย ได้ประกาศถึงการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยภายใต้ Tatler Asia พร้อมด้วยการรีแบรนด์ครั้งใหม่ที่มาครบทั้ง  360 องศา ปรับภาพลักษณ์ และวิสัยทัศน์ มุ่งสู่การเป็น “The Best of Asia” ผ่านทั้งสื่อดิจิทัล Experience และนิตยสารที่จะวางแผงเล่มแรกในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ และเตรียมพบกับงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ที่งาน Tatler Ball: Journey Into The Extraordinary, The New Era of Tatler ในวันที่ 15 ธันวาคม 2566

Tatler Asia ได้วางแนวทางและดำเนินตามกลยุทธ์  “Digital First” และเริ่มต้นเปิดตัวในรูปแบบ soft launch บนเว็บไซต์ tatlerasia.com โดยมีจุดยืนทางการตลาดในการเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำที่จะคอนเน็คกับกลุ่มบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจาก Tatler แล้วว่า เป็นบุคคลที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งเอเชีย และเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่มาจากหลากหลายภูมิหลังและอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงิน การกุศล ความยั่งยืน การออกแบบ หรือผู้คนจากวงการบันเทิงที่สร้าง Positive Impact ทั่วเอเชียหรือทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม สื่อออนไลน์ของ Tatler ทั่วภูมิภาคเอเชียถูกรวมอยู่ในเว็บไซต์ tatlerasia.com ที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับประเด็นที่ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงต้นแบบ ความยั่งยืน ความเสมอภาค LGBTQ และเรื่องราวทางธุรกิจ

“ที่ Tatler เราเฉลิมฉลองให้กับความเป็นที่สุดของเอเชีย และสร้างสรรค์คอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่เว็บไซต์ tatlerasia.com และช่องทางดิจิทัลของเราที่ทั้งสร้างแรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อน และคอนเน็คกับคอมมูนิตี้กลุ่มบุคคลที่ทรงอิทธิพลและมั่งคั่งที่สุดทั่วภูมิภาคเอเชียที่มีแพสชันร่วมกัน ภารกิจของเราคือการนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องผ่านความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงคอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟและประสบการณ์อันน่าประทับใจผ่าน 8 ประเทศท่ัวภูมิภาคเอเชีย”  Michel Lamunière ประธานกรรมการและ Chief Executive Officer แห่ง Tatler Asia  กล่าว

ภายใต้ Eco-system ของ Tatler Asia ยังมีความมุ่งมั่นในการเชื่อมต่อผู้อ่าน พันธมิตร และลักชัวรีคอมมูนิตี้ ผ่านเนื้อหา และประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Tatler Gen.T ที่นำเสนอเรื่องราวของผู้นำรุ่นใหม่ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม Tatler Front & Female ที่นำเสนอแรงบันดาลใจและพลังของผู้หญิง Tatler Dining Guide ที่นำเสนอร้านอาหารที่คัดสรรมาแล้วว่าดีที่สุด Tatler GMT ที่นำเสนอเนื้อหาและอินไซต์สำหรับคอมมูนิตี้ที่หลงใหลในนาฬิกา Tatler Homes ที่เชื่อมโยงผู้อ่านที่มีแพสชันกับงานออกแบบ และสถาปัตยกรรม และ Tatler X ที่นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวรอบโลกสำหรับนักเดินทาง มากไปกว่านั้น เพื่อเป็นการตอกย้ำการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของ Tatler Asia ในเดือนธันวาคม ที่จะถึงนี้ Tatler Asia จะมีการเปิดตัว “Bangkok City Guide” อย่างเป็นทางการ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคที่ได้นำเสนอ City Guide ดังกล่าว

“ด้วย Eco-system ของ Tatler Asia เรามีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะมอบมีเดียโซลูชันให้กับลักชูรีคอมมูนิตี้ และด้วยศักยภาพในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรอีก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า Tatler Asia จะสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้อ่านและพันธมิตร การกลับมาในครั้งนี้ Tatler Asia พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์ที่ตอกย้ำถึงความเป็นที่สุดของเอเชีย (The Best of Asia) ในวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ที่งาน Tatler Ball และ After Party ในคอนเซ็ปต์ ‘Journey to the Extraordinary, The New Era of Tatler’ พร้อมเปิดตัวนิตยสารฉบับแรก 1 ธันวาคมนี้”  อภิญญา โดลแลน กรรมการผู้จัดการ Tatler Asia ประเทศไทย กล่าว

ติดตาม Tatler Asia ได้ที่ Instagram (@tatlerth) และ Tatler Thailand Facebook  ติดตามรับข่าวสาร (Newsletter) ผ่าน tatlerasia.com และ สั่งซื้อนิตยสารได้ที่ https://www.tatlerasiagroup.com/contact

แอนนา เสืองามเอี่ยม ร่วมสืบสานประเพณี ‘ลอยกระทง’ สู่ SOFT POWER ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771486

แอนนา เสืองามเอี่ยม ร่วมสืบสานประเพณี ‘ลอยกระทง’ สู่ SOFT POWER ไทย

แอนนา เสืองามเอี่ยม ร่วมสืบสานประเพณี ‘ลอยกระทง’ สู่ SOFT POWER ไทย

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.18 น.

“แอนนา เสืองามเอี่ยม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022  ร่วมสืบสานประเพณีไทย “ลอยกระทง” ให้คงความเป็นเอกลักษณ์และมรดกของชาติไทย พร้อมช่วยเผื่อแพร่ให้เป็น “SOFT POWER” สู่ระดับสากล

 นับเป็นครั้งแรกที่ “แอนนา เสืองามเอี่ยม” สาวงามระดับประเทศดีกรีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022   มาสวมชุดไทยอย่างสวยงามในชุด “นางนพมาศ” เพื่อประชาสัมพันธ์ “งานวันลอยกระทง” ประจำปี 2566 ซึ่งปีนี้ตรงกับ วนจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12)

 “แอนนา เสืองามเอี่ยม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022  กล่าวว่า วันลอยกระทงเป็นประเพณีไทยที่มีประวัติศาสตร์กันมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย และยังคงได้รับการสืบสานมากระทั่งถึงปัจจุบัน อยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่านี้ไว้ตราบนานเท่านั้น ที่สำคัญคืออยากให้ทุกคนรวมทั้งงภาครับบาลได้ช่วยกันผลักดันหรือขับเคลื่อนให้กลายเป็น “SOFT POWER” ของประเทศไทย เพราะคนทั่วโลกเขาตื่นตากับประเพณีลอยกระทงมาก

 “ดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีไทยอย่างวันลอยกระทง  อยากให้คนไทยคนได้เรียนรู้และทำความเข้าใจประเพณีวันลอยกระทง เพื่อที่เราจะได้ทำหน้าที่ของการเป็นทูตประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรู้จักวันสำคัญทางประเพณีไทยได้อย่างถูกต้อง ที่อาจไม่ใช่แค่วันลอยกระทง อย่างเช่น วันสงกรานต์ เป็นต้น ค่ะ”

-(016)

ห้องอาหารจีน ดรากอน เอาใจคนรักอาหารจีนกวางตุ้ง กับโปรโมชั่นพิเศษ ลด 50% ทุกจันทร์-อังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771442

ห้องอาหารจีน ดรากอน เอาใจคนรักอาหารจีนกวางตุ้ง กับโปรโมชั่นพิเศษ ลด 50% ทุกจันทร์-อังคาร

ห้องอาหารจีน ดรากอน เอาใจคนรักอาหารจีนกวางตุ้ง กับโปรโมชั่นพิเศษ ลด 50% ทุกจันทร์-อังคาร

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.10 น.

ห้องอาหารจีน ดรากอน เอาใจคนรักอาหารจีนกวางตุ้ง สูตรเชฟอาหารจีนชื่อดัง กับโปรโมชั่นพิเศษ ลด 50% ทุกจันทร์และอังคาร ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น

โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น :  ห้องอาหารจีน ดรากอน  บนชั้น 2 โรงแรม   มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ตกแต่งหรูหราบรรยากาศจีนร่วมสมัย ชวนมาเปิดประสบการณ์เมนูอาหารจีนกวางตุ้ง ทั้งเมนูต้นตำรับและเมนูประยุกต์  สูตรเฉพาะรังสรรค์จากเชฟอาหารจีนชื่อดัง ทั้งเมนูติ่มซำที่ต้องลอง  เมนู A la Cart และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง เป็ดปักกิ่ง หมูกรอบมิราเคิล ปลาหิมะทอดราดซีอิ๊ว  กุ้งทอดพริกเกลือ พร้อมเอาใจคนรักอาหารจีนช่วงส่งท้ายปีด้วยโปรโมชั่นพิเศษลด 50% ทุกวันจันทร์และวันอังคาร ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น และส่วนลด 20 % ในวันพุธจนถึงวันอาทิตย์

เริ่มที่ ติ่มซำไส้แน่นทีต้องลอง  อาทิ ขนมจีบกุ้งกระจกซอสกะปิ เมนูแนะนำ นอกจากจะใช้กุ้งสับสอดไส้แล้ว ยังมีกุ้งกระจกทั้งตัวข้างบน เวลาทานจึงได้สัมผัสถึงความกรุบกริบเต็มคำ ทานกับซอสกะปิสูตรเฉพาะดรากอน, ซาลาเปาลาวาไข่เค็ม ความละมุนอย่างลงตัวของเนื้อแป้งนุ่มๆ บวกรสชาติของไส้ไข่เค็ม หวานๆ มันๆ เคล็ดลับอยู่ที่แป้งเนื้อเนียนนุ่มละมุนและไส้ที่ทำจากไข่เค็มดิบนำไปอบจนมีกลิ่นหอมและครีมที่มีความหวานมัน, ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ เส้นก๋วยเตี๋ยวบางเบาเคล้ากับไส้ราดซีอิ๊วที่รสชาติหอมหวานอร่อย เคล็ดลับของเมนูนี้ คือ ใช้แป้งก๋วยเตี๋ยวทำสดสไตล์ฮ่องกง และยังมีแผ่นปอเปี๊ยะกรอบซ่อนอยู่ด้านในด้านนอกนุ่ม แถมยังได้ความหอมหวานของซีอิ๊ว เวลาทานจะได้สัมผัสทั้งความกรอบและนุ่มในชิ้นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมี เกี๊ยวผักโขมหอยเชลล์ ฮะเก๋า เกี๊ยวปูนึ่ง เต้าหู้สอดไส้ สาหร่ายห่อกุ้งนึ่ง ปอเปี๊ยะทอด เกี๊ยวกุ้ง ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่ ปูอัดซุปข้าวโพด กุยช่ายทอด รวมกว่า 20 เมนู

เมนู A la Cart จานเด็ดที่ต้องสาธยาย อาทิ  กุ้งแม่น้ำทอดพริกเกลือ กุ้งแม่น้ำผ่าครึ่งทอดกรอบราดด้วยสมุนไพรทอด พริก กระเทียม พริกไทยดำ รากผักชี กุ้งต้องสดจริง เมื่อน้ำมันเดือดใส่กุ้งลงไปทอดแค่พอสุก ให้แค่เปลือกกรอบเนื้อนุ่มไม่กระด้าง ถือเป็นเคล็ดลับความอร่อย, บะหมี่ฮ่องกงผัดซีฟู้ดซอสเอ็กซ์โอ ความกรอบและความนุ่มของเส้นบะหมี่ผัดคลุกเคล้าเครื่องสมุนไพรไทยจีนอย่างลงตัว ทั้งกุ้งทะเล หอยเชลล์ ปลาหมึกหอมเส้น รสชาติโดนใจ เส้นหมี่ที่ทั้งกรอบและนุ่ม ถือเป็นความฟิน แถมกลิ่นหอมของเส้นทอดเหล้าจีนซอสเอ็กซ์โอ อีกด้วย

เมนูซิกเนเจอร์ห้ามพลาด เป็ดปักกิ่ง หนังบางกรอบ ห่อเครื่องเคียง ราดน้ำจิ้ม ส่วนเนื้อเป็ดเชฟจะไปรังสรรค์เป็นเมนู “เป็ดทอดน้ำปลา” ร้อน ๆ หอม ๆ มีความกรอบนอกนุ่มใน ขึ้นชื่อเลื่องลือถึงเมนูนี้ว่า ทานที่ไหนก็ไม่เหมือน เพราะไม่มีกลิ่นเป็ดเหลืออยู่เลย ทานกับข้าวสวยร้อนๆ เด็ดเชียว หรือจะเป็น หมูกรอบมิราเคิล หมูสามชั้นหมักเครื่องเทศอบและทอดกรอบ จิ้มกับซีอิ๊วดำ มัสตาร์ด และน้ำตาล สูตรเฉพาะมิราเคิล ความอร่อยอยู่ที่เนื้อแน่น มันน้อย หนังกรอบ เพราะเลือกสรรวัตถุดิบอย่างดีตั้งแต่เริ่มต้น  รวมทั้ง ปลาหิมะนึ่งมะนาว ปลาเงิน (ชิราอูโอะ) ทอดพริกเกลือ เป็ดย่างหมูแดง ก็ต้องลอง  ปิดท้ายด้วยขนมหวาน พุทราจีนทอด แป้งบางมาก ไส้หนาหนึบ  สำหรับคนไม่ชอบหวาน ต้องด้วยซอสราสเบอร์รี

ห้องอาหารจีน ดรากอน  บนชั้น 2 โรงแรม   มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น  สามารถรองรับลูกค้าได้ 150 ที่นั่ง และห้องวีไอพี 6 ห้อง เปิดให้บริการมื้อเที่ยง 11.30 –14.30 น. และมื้อเย็น 17.30 น. – 22.00 น.  สำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 02 575 5599 หรือติดตามโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ FB: Miracle Grand Convention Hotel และ http://www.miraclegrandhotel.com

-(016)

ห้องอาหารเอกะลักษณ์ นำเสนอ ‘เซ็ตเมนูลอยกระทง 7 คอร์ส’ อาหารสุดวิจิตรศิลป์ รังสรรค์โดย ‘เชฟวุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771440

ห้องอาหารเอกะลักษณ์ นำเสนอ ‘เซ็ตเมนูลอยกระทง 7 คอร์ส’ อาหารสุดวิจิตรศิลป์ รังสรรค์โดย ‘เชฟวุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร’

ห้องอาหารเอกะลักษณ์ นำเสนอ ‘เซ็ตเมนูลอยกระทง 7 คอร์ส’ อาหารสุดวิจิตรศิลป์ รังสรรค์โดย ‘เชฟวุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.06 น.

ห้องอาหารเอกะลักษณ์ ห้องอาหารซิกเนเจอร์ ณ โรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น ชวนคุณและ ครอบครัว เพื่อน หรือคนที่คุณรักมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในค่ำคืนวันลอยกระทง พร้อมเฉลิมฉลองวันลอยกระทง ประเพณีไทยที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหล

วันที่ 22-29 พฤศจิกายน 2566 นี้  เชฟวุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร รังสรรค์ “เซตเมนูลอยกระทง 7 คอร์ส” สุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประเพณีลอยกระทงอันทรงคุณค่าของไทยมาแต่โบราณ สัมผัสถึงความร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวพร้อมเมนูเรียกน้ำย่อย “ไหว้” เมนูซีซาร์สลัดที่ตกแต่งในแบบฉบับของเอกะลักษณ์ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการทักทายของไทย ตามด้วยอาหารทะเลรสเลิศ 2 เมนู ได้แก่ กระทงทองทูน่าทาร์ทาร์ เมนูทูน่าทาร์ทาร์สุดคลาสสิกเสิร์ฟพร้อมผักชีเวียดนามและน้ำมันมะกอก และหมกปลาหิมะ แกงกะทิปลาหิมะห่อใบตองอบ เสิร์ฟพร้อมยี่หร่าหมัก ผักแขยงและผักชีลาว

ฝีมือด้านการทำอาหารของเชฟวุฒิยังถูกถ่ายทอดผ่านเมนูยอดนิยมอย่าง เมนูปีกไก่สับปะรด ปีกไก่ยัดไส้หมูและสับปะรด เสิร์ฟพร้อมซอสสับปะรดภูเก็ต ตามด้วยเมนูเนื้อตุ๋นกับต้ม ที่ประกอบด้วยเนื้อออสเตรเลียส่วนชอร์ทริบส์ตุ๋น 8 ชั่วโมง กระเทียม เห็ดชิเมจิ พริกแห้ง และซุปหัวหอมพร้อมสมุนไพรไทย เมนูหมูกรอบถั่วลันเตาบด หมูกรอบคุณภาพเสิร์ฟพร้อมพูเรถั่วลันเตาและซอสเวอร์มุธจูส์ที่เข้ากันอย่างลงตัว

สามารถเลือกอาหารจานหลักที่เน้นวัตถุดิบชั้นเลิศจากเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล เลือกได้ระหว่างเมนูกะเพราพริกแห้งเนื้อ ที่ใช้เนื้อวากิวสันในออสเตรเลีย  (MB 6/7) ปรุงกับใบกะเพราและพริกแห้ง หรือเมนูปลาขมิ้น เนื้อปลาเทอร์บอทย่างเสิร์ฟคู่กับซอสเบลอร์บล็องขมิ้น ปิดท้ายด้วยเอกะลักษณ์โอ๊ตบาร์ เมนูของหวาน ประกอบด้วยกล้วยหอมทองจากปทุมธานี เสิร์ฟพร้อมตุอีลชีสพาเมซาน คุกกี้ครัมเบิ้ล และไอศกรีมซอลเทดคาราเมลวีแกน

ดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆพร้อมเสียงเพลงบรรเลงจากเครื่องดนตรีไทย และประสบการณ์การรับประทานอาหารอันน่าจดจำที่จะทำให้ค่ำคืนในเทศกาลวันลอยกระทงของคุณเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มหลากหลายตัวเลือกอย่างไวน์แดง ไวน์ขาว สปาร์คกลิ้ง หรือไวน์ไทยจากกราน-มอนเต้ และค็อกเทลที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษสำหรับเทศกาลวันลอยกระทง อย่างเมนู”กระทง” ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากเหล้ารัมออร์แกนิกของไทย น้ำแก้วมังกร น้ำมะตูมและน้ำมะนาว หรือจะเป็นเมนู “มะลิ” ที่ผสมเหล้ารัมขาวนาสารกับน้ำมะนาว ส้มโอ และไซรัป และปิดท้ายค่ำคืนที่สมบูรณ์ของคุณด้วย เครื่องดื่ม Granmonte Red Jungle Grappa เครื่องดื่มแบบไดเจสทิฟที่จะมาช่วยย่อยมื้ออาหารของคุณ

“เซตเมนูลอยกระทง 7 คอร์ส” ราคา 3,500 บาท++ ต่อท่าน สำหรับสมาชิกแมริออท บอนวอย รับส่วนลด 10% ค็อกเทลพิเศษวันลอยกระทง ราคาเริ่มต้นเพียง 390 บาท++ สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ คลิ้ก หรือ โทร +66 (0) 2 127 5999 หรือ อีเมล์ ekkaluck@autographhotels.com หรือ LINE @ekkaluckbangkok

‘พิพัฒน์’ แถลงคืบหน้าการดำเนินการจัดการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771437

‘พิพัฒน์’  แถลงคืบหน้าการดำเนินการจัดการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม

‘พิพัฒน์’ แถลงคืบหน้าการดำเนินการจัดการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.03 น.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงข่าว “ความคืบหน้าการดำเนินการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม” โดยมี นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน คณะผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตามที่สำนักงานประกันสังคม ประกาศให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. โดยเปิดระบบให้นายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม จนกระทั่งปิดระบบลงทะเบียนเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เวลา 24.00 น. มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง ฝ่ายผู้ประกันตน จำนวน 945,609 ราย ฝ่ายนายจ้าง จำนวน 4,209 ราย รวมจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 949,818 ราย และได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้ง เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา โดยให้นายจ้าง ผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งไว้ สามารถตรวจสอบรายชื่อทางหน้าเว็บไซต์ http://www.sso.go.th และที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด ที่ได้ลงทะเบียนไว้

ซึ่งขณะนี้ยอดนายจ้าง ผู้ประกันตน ที่มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน จำนวน 854,061 ราย ฝ่ายนายจ้าง จำนวน 3,116 ราย รวมจำนวนผู้ลงทะเบียนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 857,177 ราย อย่างไรก็ตาม หากนายจ้าง ผู้ประกันตนไม่พบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถยื่นขอแจ้งเพิ่มชื่อ หรือถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม 2566 ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด ทุกวันในเวลาราชการ

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม จะประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งฝ่ายผู้ประกันตน จำนวน 247 คน ฝ่ายนายจ้าง 69 คน พร้อมหมายเลขผู้สมัครและสถานที่เลือกตั้ง ในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ทางเว็บไซต์ http://www.sso.go.th และที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด ทั่วประเทศ สำหรับผู้สมัครที่ไม่พบรายชื่อสามารถขอเพิ่มชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 ธันวาคม 2566 พร้อมประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเพิ่มเติมในวันที่ 18 ธันวาคม 2566

“นายพิพัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวเชิญชวนนายจ้าง ผู้ประกันตน ที่มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมติดตามรายชื่อผู้สมัคร 7 เบอร์ที่ชอบ 7 เบอร์ที่ใช่ แล้วอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 24 ธันวาคม 2566 เข้าคูหาเลือกตัวแทน เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนและบริหารกองทุนประกันสังคมให้มีเสถียรภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนายจ้างและผู้ประกันตนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต” นายจ้าง ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียด และคำแนะนำในการจัดการเลือกตั้งเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.กต.นจ.ผปต.) โทร. 02-956-2222 ในเวลา 08.30 – 16.30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

-(016)

มูลนิธิสัมมาชีพ จัดงานมอบรางวัล ‘บุคคลต้นแบบสัมมาชีพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/771436

มูลนิธิสัมมาชีพ จัดงานมอบรางวัล 'บุคคลต้นแบบสัมมาชีพ'

มูลนิธิสัมมาชีพ จัดงานมอบรางวัล ‘บุคคลต้นแบบสัมมาชีพ’

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.58 น.

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสัมมาชีพ ได้จัดงานมอบรางวัล “บุคคลต้นแบบสัมมาชีพ” แก่ “ดร.ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์” อดีตประธานกิตติมศักดิ์ บมจ. เบทาโกรและบริษัทในเครือ โดยมีนายวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ทายาท เป็นตัวแทนรับมอบ และมี 3 อดีตรัฐมนตรีมาร่วมงานและมอบรางวัล ได้แก่ ดร.อุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และดร.อรรชกา สีบุญเรือง งานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมรามา การ์เดนส์

เปิดใจ ‘อาจารย์แก้ว-ผศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์’ นั่งแท่นผู้จัดฯป้ายแดง ร่วมผลิตซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬา ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771470

เปิดใจ ‘อาจารย์แก้ว-ผศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์’  นั่งแท่นผู้จัดฯป้ายแดง ร่วมผลิตซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬา ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’

เปิดใจ ‘อาจารย์แก้ว-ผศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์’ นั่งแท่นผู้จัดฯป้ายแดง ร่วมผลิตซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬา ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นซีรี่ส์ส่งเสริมกีฬา “ยูยิตสู” เรื่องแรกของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เมื่อ Love Mediaตั้งอกตั้งใจที่จะผลิตซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬาเรื่อง “Twins The Series  สลับรัก นักลูกยาง” นำแสดงโดยนักแสดงเลือดใหม่ อาทิ ไรอัน-ปัญญา แม็คเชน,เฟรม-ฤทธิ์ชนนท์ ศรีประสิทธิ์เดชา, มีมี่-ฤทัยภัทรพัทธนนปภังกร, ภูร์ เพียงพอ, ทีม-ธัชนนท์ ทองเภ้า,ฮาร์ธ-ชินดนัย เดชะวลีกุล, ตัส-ทศวรรษ สิงอุปโป,เท็น-อภิวิชญ์ เอื้อมหาโสภา, นัท-ตรัยพัทธ์ วุฒิบวรนันท์,ก้อง-คุปต์พงษ์ ชำนาญยง, ท้องฟ้า-อลิชา ศรีประทักษ์,ทูรี่-พันธุ์ทิพา พงศ์เรืองรอง, พลับ-วราวุธ แสงศรีเรืองและ โอม-นภัทร อุตสาหะ ร่วมด้วยนักแสดงอีกคับคั่ง!!!!

โดยซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ผู้จัดถึง 3 คนมารวมตัวกันเพื่อผลิตซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬาที่มีคุณภาพออกสู่สายตาประชาชน ได้แก่ เป้-วิสูตร วัลลา, อธิพรพูลสวัสดิ์ และผศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ หรือที่ใครๆเรียกว่า “อาจารย์แก้ว” แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต

อาจารย์แก้ว ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกกีฬา“ยูยิตสู” คนแรกของประเทศไทย เพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันกีฬาชนิดนี้ให้ได้รับการตอบรับ รวมถึงยังเป็นผู้นำทัพเยาวชนไทยไปแข่งขันในเวทีโลก จนได้รับแชมป์กลับมาให้คนไทยได้ชื่นชม

อาจารย์แก้ว เคยเป็น นักกีฬายูโดทีมชาติผู้ฝึกสอน, อาจารย์วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ และผู้บริหารของสถาบันกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบันอาจารย์แก้ว ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกีฬามหาวิทยาลัยรังสิต, นายกสมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย และ President of Southeast Asian ประธานกีฬายูยิตสูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกด้วย

ล่าสุด อาจารย์แก้ว ร่วมเป็นหนึ่งในผู้จัดของซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬาเรื่อง “Twins The Series สลับรักนักลูกยาง” เรามีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ อาจารย์แก้วถึงแรงบันดาลใจ และความร่วมมือในการที่จะส่งเสริมและผลักดันกีฬา “ยูยิตสู” ให้เป็นที่รู้จักให้มากขึ้นผ่าน Soft Power อย่างซีรี่ส์วาย ซึ่งที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร มาดูกัน!!!

● แรงบันดาลใจในการนำกีฬายูยิตสูเข้ามาในซีรี่ส์ Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง

คือผมเป็นนักกีฬาต่อสู้อยู่แล้ว เป็นโค้ชทีมชาติยูโด เป็นนักกีฬาทีมชาติยูโดด้วย จริงๆ รากฐานของยูโด มันคือกีฬายูยิตสู และเป็นต้นกำเนิดของกีฬาต่อสู้หลายๆ ประเภท แต่หลักๆ เลยคือเป็นต้นกำเนิดของกีฬายูโด ซึ่งปรมาจารย์จิโกโร คาโน ท่านเป็นนักยูยิตสูเมื่อก่อนไม่ได้เป็นกีฬา เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของญี่ปุ่น เป็นศิลปะของซามูไร พอเป็นกีฬาก็ปรับมาเป็นยูโด แล้วตอนหลังทางยุโรป กับ อเมริกา หรือว่าอเมริกาใต้ก็ฮิตที่จะเล่น การหักการล็อคบางท่าที่รุนแรงยูโดเอาออก แต่ว่ายูยิตสูเอากลับมาเล่น แล้วตอนหลังก็ปรับให้เป็นกีฬา แล้วตอนนี้ก็เป็นทั้งสปอตแฟชั่น เป็นทั้งเรื่องการป้องกันตัวอย่างเต็มรูปแบบ เช่น การล็อกคอ หักแขน หักข้อเท้า หักเข่า คือมันมีครบหมดในการป้องกันตัว พอเราทำให้เป็นกีฬามันก็จะเบาลง แต่ว่ายังคงรูปแบบการป้องกันตัวที่เป็นการล็อกเยอะขึ้น

ซึ่งผมก็มองว่าการป้องกันตัวบ้านเรา ถ้ายืนต่อยกันมวยไทยดีที่สุด แต่บ้านเราอย่าลืมว่าการต่อสู้ป้องกันตัวจริงๆ มันอยู่กับพื้น 80 เปอร์เซ็นต์ คนไทยล้มแล้วไม่ซ้ำ แต่สถานการณ์จริงในการล้มลงพื้นมันเป็นการป้องกันตัวจริงๆ เขาจะรู้วิธีการล็อกแขน ก็เลยมองว่าเราอยากเผยแพร่กีฬานี้ทุกช่องทาง ก็เลยมาคุยกันว่าทำอะไรได้บ้าง ซึ่งทางสมาคมก็มี 4 ตัวหลักAcademicExellengeCSR Business เราไปสอนโรงพยาบาล 70 โรงพยาบาล สอนพยาบาล สอนบุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษาแพทย์ ทหาร ตำรวจ หน่วยรบคอมมานโด ซึ่งนั่นก็เป็นอีกช่องทางนึง

พอดีเราได้พูดคุยกับพี่ปูเป้ (ผู้จัดฯ Love Media) ว่าชาแนลที่เป็น Academic และหลักสูตรการเรียนการสอนจะเอาทางไหน ก็เลยมาดูกันว่ามันสามารถไปช่องทางที่เป็นละคร ซีรี่ส์สักเรื่องนึงได้ไหมคืออยากให้คนรู้จักกีฬานี้มากขึ้นโดยผ่านทางซีรี่ส์เพื่อให้เผยแพร่เป็น Soft Power ดูแล้วซึมซับ ดูแล้วอิน ดูแล้วอยากเล่น ซึ่งนี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่กีฬาหลายๆ กีฬาทำมาก่อน ที่ญี่ปุ่นใช้การ์ตูน อนิเมะ ใช้ละคร สังเกตไหมว่าเกาหลีมีทุกกีฬาเลย ญี่ปุ่นก็มีทุกกีฬา แต่บ้านเรามีแค่บางชนิดกีฬา หรืออาจจะทำแล้วมันก็ไม่ค่อยได้ตรงกับคอนเทนต์ที่เราอยากทำ อาจจะดูงงๆผมว่าแต่ละกีฬามันมีเสน่ห์ในตัว การที่จะทำให้มันกลมกล่อมมันก็น่าจะดี แต่ผมว่าจะต้องหาคนทำดีๆสักคน ถ้าทำแบบเน้นกีฬาไปเลยเด็กก็ไม่อยากดู แต่การที่จะเอากีฬากับซีรี่ส์มาทำให้มันกลมกล่อม ผมว่าเราก็ต้องดูผู้จัดฯ ถ้าผู้จัดฯ เขาโอเคเราว่ามันก็น่าจะโอเค อย่างเรื่องนี้ มีการเอากีฬาวอลเลย์บอล และยูยิตสูมาผสมกันให้มันพอดีลงตัว ซึ่งตอนนี้กระแสซีรี่ส์วายต้องยอมรับว่าเป็นกระแสที่ค่อนข้างจะมาแรง ผมจะไม่ยอมฝืนกระแส ผมจะตามกระแส แต่ว่าให้มันอยู่ในระบบอยู่ในกรอบก่อน ถ้าเราเต็มกรอบแล้วเมื่อไหร่เราค่อยออกนอกกรอบครับ

● ทางอาจารย์ได้มีส่วนร่วมในการคิดเรื่องของเนื้อหาด้วยไหม?

คือของพี่เป้เราทำเวิร์กช็อปกันหนัก ผมเคยดูกีฬาต่อสู้หลายประเภทที่ออกมาจากละคร หรือซีรี่ส์แล้วผมไม่แฮปปี้ ตั้งแต่ชุด เสื้อผ้า หน้าผม หรือการทุ่มการเตะต่อย ผมว่ามันไม่จริง มันไม่สมจริงแล้วอีกอย่างคือมันไม่ใช่การเผยแพร่ที่ถูกต้อง อย่างเรื่องการแต่งตัวที่ถูกต้อง การทำระบบ การทุ่มจริงๆ ซึ่งเราต้องทำเวิร์กช็อปนานมากนะ แล้วเอานักกีฬาทีมชาติจริงๆ มาสอนนักแสดงด้วย

● มีการเวิร์กช็อปอย่างไรบ้าง

เราเวิร์กช็อปกันตั้งแต่ผู้จัดฯ เลยครับ เอาเขาไปดูก่อน เอาไปดูจริงๆ ไปดูแมทช์ใหญ่เลย ไปดูชิงแชมป์เอเชีย ดูว่าเขาซ้อมยังไง วอร์มยังไง แข่งยังไง แล้วก็เอานักแสดงมาเรียนก่อนหลายรอบมาก เรียนตั้งแต่การแต่งตัว ผมดูตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าหน้าผมมันต้องเป๊ะ คือเรามองว่าถ้าทำผมก็ทำให้เต็มที่ที่สุด อย่างพี่เป้เขาก็เต็มที่ที่สุด เพราะเรามองว่าเป็นพี่น้องกันเราไม่กั๊กอยู่แล้ว อะไรที่เรามองว่ามันเป็นประโยชน์กับสังคม อันนี้เป็น Soft Power ได้ ถ้าเด็กอินมาเล่น อนาคตเด็กก็อาจจะได้นักเรียนทุน อาจจะเข้าช้างเผือกหรือมีสิทธิ์หลายๆ อย่างครับ

● มีโค้ช และนักกีฬาทีมชาติที่เป็นแชมป์ล่าสุดมาเล่นด้วย

ผมว่าถ้าเกิดว่าเราจะทำจริงๆ มันต้องเอาของที่ดีที่สุดมา ถ้าเราเอาของไม่ดีมามันก็จะไม่ดี สู้เอาของดีๆมาเลย จะขายก็ขายของดีๆ ให้เขา Mindset ผมจะเป็นแบบว่าถ้าทำ ทำให้ดีที่สุด ถ้าทำไม่ดีอย่าทำ ถ้าทำแบบครึ่งๆ กลางๆ ก็ไม่ทำดีกว่า คือถ้าคุณจะให้ของเขาคุณจะเอาของเหลือมาให้เหรอ เอาของดีมาให้คนก็ประทับใจผมเลยส่ง โค้ชเอเชีย-รัชราช ยิ้มพรายที่มารับบท “โค้ชเก่ง” ในเรื่องนี้เลย แล้วก็ พลับ-วราวุฒิ แสงศรีเรือง นักกีฬายูยิตสูทีมชาติไทยแชมป์เอเชีย 3 สมัยแชมป์ซีเกมส์1สมัยแชมป์ World Games 1 สมัย และล่าสุดคว้าแชมป์โลกมา ก็มาเล่นในซีรี่ส์เรื่องนี้ด้วยครับ

● นักกีฬาที่มาร่วมแสดงในซีรี่ส์เรื่องนี้ได้มีการเวิร์กช็อปหรือว่าเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง

ผมให้พี่เป้ไปดูเลยครับในการแข่ง พี่เป้ไปดูนะอยากจะได้คนไหนดูแล้วคนไหนที่มีพรสวรรค์พอจะได้อย่าง พลับ-วราวุฒิ ก็ได้แชมป์โลกเวิลด์เกมส์นะแชมป์โลกชนะแชมป์ยุโรป อเมริกาตกใจมากที่เขาชนะเกลี้ยงเลย จนเขาเอาขึ้นสัมภาษณ์บนเวที ซึ่งตอนนี้ถามผมก็มองว่าเราเอาคนจริงๆมาเล่น คนที่เป็นจริงๆ มันก็ดูอินแล้วน้องเขาก็น่าจะมี passion ทางด้านนี้

● ช่วงการถ่ายทำอาจารย์มีโอกาสได้มาดูน้องๆ บ้างไหม

ผมก็มาดูตลอดเลยครับ ก็พยายามไปดูซึ่งต้องบอกว่าผมชอบในสิ่งนี้ พื้นฐานแล้วผมโตมาในครอบครัวหนัง ผมโตในกองถ่าย ตั้งแต่พลอยทะเล ครับ พ่อผมเป็นตากล้อง พ่อชอบถ่ายภาพนิ่ง อยู่กับลุงเชิด ทรงศรี ข้างหลังภาพ คือเรื่องสุดท้ายที่พ่อทำ โตมาในกองถ่ายกินอยู่ในกองถ่ายพ่อไปถ่ายหนังผมก็รอ ก็เหมือนว่ามันย้อนกลับเข้ามาสู่วัยเด็ก ก็รู้จักอาทองก้อน ผู้กำกับฯ ผมอยู่ตั้งแต่อาก้อนยังไม่เป็นผู้กำกับฯ หรืออาพรพิมลที่โคลีเซี่ยม ผมอาจจะอยู่กับกองถ่ายจนเบื่อมั้งก็เลยไม่ได้ชอบการแสดง เลยมาเป็นนักกีฬา เป็นโค้ชอย่างทุกวันนี้ครับ

● อาจารย์คิดว่าเสน่ห์ของกีฬายูยิตสูอยู่ตรงไหน

ผมมองว่ามันครบองค์ประกอบ ผมเป็นนักกีฬาต่อสู้มาก่อน เป็นทีมชาติ เป็นโค้ช บางกีฬามีทุ่มอย่างเดียว บางกีฬามีเตะอย่างเดียว แต่ยูยิตสูเสน่ห์ของมันคือเตะต่อยทุ่มล็อกครบองค์ประกอบการต่อสู้จริงๆ แล้วผมมองว่าหนึ่งเลยคือใช้ได้จริง สองผมมองว่าทุกกีฬาดีหมดมีเสน่ห์ในตัว แต่ว่าจะดึงจุดเด่นกับเสน่ห์ของมันออกมายังไงมากกว่า

● อาจารย์มีความคาดหวังอย่างไรกับกีฬา ยูยิตสูในซีรี่ส์เรื่องนี้

ผมคาดหวังว่าให้คนเข้าถึง และเวลาผมพูดว่า ยูยิตสู คนจะรู้จัก ผมจะรู้สึกไม่ค่อยโอเค เวลาที่พอเราพูดว่า ยูยิตสู แล้วคนถามว่ากีฬาอะไร ผมทำงานตรงนี้มา 3 ปี เป็นนายก 3 ปี ในช่วงโควิด-19ด้วย แต่ตอนนี้ผมพาสมาคม มาไกลแล้ว ในช่วงโควิดผมมองว่าผมมาช้ากว่าคนอื่น คนอื่นหยุดผมเดิน คนอื่นเดินผมต้องวิ่ง เพราะฉะนั้นเราไม่ได้หยุดพัฒนา ถ้าเราหยุดเมื่อไหร่เราจะตามหลังคนอื่นเราไม่ได้คิดจะแซงหน้าใครนะ แต่เรามองว่าทำยังไงก็ได้ให้คนรู้จัก เมื่อก่อนเทควันโดก็ไม่มีคนรู้จักคนรู้จักแต่ยูโด ผมมองว่ามันต้องใช้เวลา แต่ทุกวันนี้ผมจะใช้สิ่งที่มีในมือ ทุกสื่อทุกคนที่เป็นเพื่อนฝูงอย่างพี่เป้ ผมโชคดีที่ผมมีตัว network ที่เรามีอยู่ในการส่งเสริมกีฬา ก็เลยมองว่าเป็นจังหวะที่ดีครับ

● เฟรม-ฤทธิ์ชนนท์ (พระเอก) หลังจากที่ได้ไปฝึกแล้ว ฉายแววความเป็นนักกีฬามาบ้างไหม

เขาฝึกแล้วมันดีขึ้นมาก แต่ก็ต้องใช้เวลา บอกแล้วว่ากีฬาต่อสู้ดูแล้วต้องสมจริง น้องก็ดูสมจริงแต่ว่าใช้ได้ไหมก็ต้องอีกสักพักนึง เพราะกีฬาพวกนี้มันต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว น้องเข้าถึงแน่นอน ดีไหมคือดีในระดับนึงเลย แต่ถามว่าต้องพัฒนาไหมเราก็จับคู่โดยการเอานักกีฬาทีมชาติมาผสม มันก็จะส่งเสริมกัน

● กลัวโดนจับผิดเรื่องท่าทางการเล่นกีฬา ยูยิตสู

ไม่ครับ เพราะผมดูตั้งแต่เริ่มชุดก็สั่งผลิตนะ เราไม่ได้ใช้ชุดแบบปกตินะ มีแท็กติดเป็นของสมาคมชัดเจนว่าตัวนี้ยิงตรงจากสมาคมเลย เราไม่ได้ไปซื้อมาแบบง่ายๆ นะครับ สมาคมต้องเป็นคนสั่งนะถึงจะผลิตได้ เป็นชุดที่นักกีฬาทีมชาติ หรือว่าผู้ฝึกสอนทีมชาติใช้จริงๆ ไม่ได้มีการปรับแต่งใดๆผมมองว่ามันเป็นการมีส่วนร่วมที่ดี ซึ่งผมบอกแล้วว่าซีรี่ส์เรื่องนี้จะเป็น Soft Power ซึ่งเด็ก ผู้ใหญ่หันมาเล่นกีฬากัน ตอนนี้ทางรัฐบาลเขาเน้น Soft Power มาก ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดขาย ซึ่งคนรุ่นใหม่ก็น่าจะเน้นเรื่องนี้ด้วย

● ถ้ามีคนสนใจอยากจะเล่นกีฬายูยิตสู ต้องไปที่ไหน?

ตอนนี้ทางสมาคม มียิมเยอะมาก เป็นยิมเอกชน ซึ่งสามารถเข้ามาในเพจ ยูยิตสูไทย แล้วเราจะบอกท่านควรไปเล่นที่ไหน ตอนนี้ยิมเรามีเกือบร้อยแล้วครับในประเทศ เราจะแนะนำว่าบ้านอยู่ไหนสามารถไปเล่นตรงไหนได้ใกล้บ้าง ยูยิตสูทั่วโลกมันเหมือนเป็นการออกกำลังกายโดยการยืดกล้ามเนื้อ ร่างกายบางคนไม่ได้เน้นทุ่ม แต่เน้นล็อก มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก อายุก็เยอะแล้วเขายังเล่นเลย แล้วก็แข่งด้วย ซึ่งมันก็สนุก บางคนเล่นเป็นอาชีพเล่นล่าเงินรางวัล เล่นแบบจริงจังเลยก็มีครับ

ผมอยากจะให้ทุกคนมาลองเปิดใจดูว่าจริงๆ ยูยิตสู ไม่ใช่กีฬาใหม่ เข้ามา 80 ปีแล้ว เข้ามาในประเทศไทยก่อนยูโดอีก แต่เนื่องจากมันดูรุนแรงแล้วก็การที่ไม่ได้เป็นกีฬาโอลิมปิก เพราะมันเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวมันก็เลยไม่ได้รับความนิยมมาก แต่ตอนหลังเราปรับให้เป็นกีฬาแล้วก็จะนิยมขึ้น แล้วมันใช้ได้จริง ซึ่งตอนนี้เราไปสอนทหารตำรวจเราก็บอกว่าคุณควรจะเรียนกีฬา ยูยิตสู เพราะคุณใช้จริงในชีวิต คุณไปใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ใช้เป็นกีฬา เป็นการเอาชีวิตรอดแต่ทุกกีฬาดีหมดครับ อยากให้เล่นกีฬาอะไรก็ได้อย่าง ยูยิตสู ถ้าเล่นแล้วก็จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อถ้าคนทุ่มไม่ได้ก็จะเป็นการนอนเล่น เหมือนคนเล่นโยคะเป็นการกลิ้งไปกลิ้งมา หรือจะยืนเล่นคือมันมีหลายรูปแบบในการเล่น ถ้าได้เรียนหรือได้เล่นมันจะสนุก แล้วอีกอย่างเราจะเน้นเป็นสปอตแฟชั่นชุดจะมีสีชมพู สีเขียว สีดำ มีหมด เราไม่เน้นว่าต้องเป็นสีขาวอย่างเดียว แต่ถ้าอินเตอร์เมื่อไหร่ต้องเป็นสีขาว จะให้ความรู้สึกสนุกกับการเล่นและมีสีสัน

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง บุคลากรสำคัญของประเทศไทย ที่ส่งเสริมและผลักดันให้ กีฬา ยูยิตสูเป็นที่รู้จักให้มากขึ้นผ่าน Soft Power ที่เป็นซีรี่ส์ เพราะนอกจากเนื้อหาซีรี่ส์ที่ดูสนุกแล้ว ยังได้ความรู้ทางด้านกีฬา ยูยิตสู อีกด้วย

ฝากเป็นกำลังใจให้ อาจารย์แก้ว ทีมผู้จัดฯทีมนักแสดง และทีมงาน ซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬาเรื่อง “Twins The Series  สลับรัก นักลูกยาง” กันเยอะๆ นะ โดยแฟนๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ทาง FB : Twins The Series Twitter : Twinstheseries  IG : Twinstheseries  YouTube : Lovemediathailand

‘หน่อง-อรุโณชา’ นำทัพนักแสดงละคร ‘พรหมลิขิต’ ชมความงาม วัดไชยวัฒนาราม ยามราตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771464

‘หน่อง-อรุโณชา’ นำทัพนักแสดงละคร ‘พรหมลิขิต’  ชมความงาม วัดไชยวัฒนาราม ยามราตรี

‘หน่อง-อรุโณชา’ นำทัพนักแสดงละคร ‘พรหมลิขิต’ ชมความงาม วัดไชยวัฒนาราม ยามราตรี

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จัดกิจกรรมเสวนาส่งเสริม Soft Power “เบิกฟ้าอโยธยา ย้อนเวลาไปกับพรหมลิขิต” ซึ่งได้รับเกียรติจาก
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี โดยมี นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมนางลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายนิวัฒน์ รุ่งสาครผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสาวสุกัญญา เบาเนิดผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา นายเขมทัตต์ พลเดชนายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ นายชาคริตดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการสำนักกิจการและสื่อสารองค์กร บริษัทบีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) อรุโณชา ภาณุพันธุ์ผู้จัดละคร และนักแสดงจากละครเรื่อง “พรหมลิขิต” ได้แก่ ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล วิวิธวรรธ์, พีพี-ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์, โอม-คณิน สแตนลีย์ และ รอน-ภัทรภณ โตอุ่น เข้าร่วมงานเสวนา โดยมี สายฝน ชีช้าง พิธีกรรายการสีสันบันเทิง เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา ณ อาคารเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำหรับการเสวนา “เบิกฟ้าอโยธยา ย้อนเวลาไปกับพรหมลิขิต” จัดขึ้นเพื่อเป็นการร่วมกันถอดบทเรียนที่สำคัญจากการผลิตและนำเสนอละคร “พรหมลิขิต” เพื่อที่จะนำมาปรับใช้เป็นแนวทางส่งเสริมและผลักดันผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมไทยออกสู่ระดับสากลเพื่อสร้างการรับรู้ และเพิ่มการท่องเที่ยวอันจะส่งผลต่อการสร้างรายได้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสู่ชุมชนทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมสื่อบันเทิง หรือ FILMอันได้แก่ ละครโทรทัศน์ ซีรี่ส์ ภาพยนตร์ ฯลฯ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างความสำเร็จในการผลักดันซอฟต์ พาวเวอร์ ให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง

“พรหมลิขิต” เป็นภาคต่อของละครรักโรแมนติกอิงประวัติศาสตร์ “บุพเพสันนิวาส” นำแสดงโดย โป๊ป- ธนวรรธน์ และ เบลล่า-ราณี ผู้จัดหน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กำกับการแสดง สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร์ ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นมากกว่าละคร เพราะได้รับความนิยมที่สูงตั้งแต่ตอนแรกและมีเรื่องราวเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของความเป็นไทยสอดแทรกไปกับการดำเนินเรื่องของละคร ทำให้ผู้ชมได้ติดตามเรื่องราวที่สนุกสนานพร้อมกับความรู้สึกผูกพันกับความเป็นไทยอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องแต่งกายไทยสมัยอยุธยา อาหารไทย โบราณสถานและที่สำคัญยังทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจในประวัติศาสตร์ช่วงปลายอยุธยาซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าการท่องเที่ยวในสถานที่ที่เกี่ยวกับละครได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่ละครเริ่มออกอากาศ โดยเฉพาะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นต้นเรื่องของละคร นอกจากนี้ ละครพรหมลิขิตยังมีการจำหน่ายลิขสิทธิ์เพื่อไปออกอากาศและสตรีมในแพลตฟอร์มของต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ ถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีของการใช้คอนเทนต์และความบันเทิงเป็นเครื่องมือผลักดันซอฟต์ พาวเวอร์ ให้เป็นที่แพร่หลายทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล อันเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงวัฒนธรรม โดยการเสวนามีการกล่าวถึงประเด็นแนวทางการส่งเสริมจากภาครัฐเพื่อให้สื่อบันเทิงอย่างละครสามารถผลิตผลงานสู่สากลได้มากขึ้น การทำงานและเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ประกอบการและผู้จัดละครที่จะต้องผลิตคอนเทนต์ที่ทั้งต้องสนุกจนได้รับความนิยม และในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถที่จะเผยแพร่เรื่องราวความเป็นเอกลักษณ์ของไทยไปด้วย ให้กลายเป็นพลังละมุนที่จะทำให้ชาวต่างชาติเกิดความสนใจในประเทศไทยและต่อยอดให้เกิดรายได้แก่ประเทศต่อไป

ในโอกาสนี้ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะผู้จัด หน่อง-อรุโณชา และนักแสดง ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล, พีพี-ปุญญ์ปรีดี, โอม-คณิน และ รอน-ภัทรภณ ยังได้ร่วมสัมผัสชมความสวยงามของโบราณสถานในยามค่ำคืน ชมการบรรเลงและขับร้องดนตรีไทยและการแสดงทางวัฒนธรรม ในงาน “ราตรีนี้..ที่วัดไชยวัฒนาราม” ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดขึ้นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์และเทศกาลสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จนถึง 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่