แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลและยูนิเซฟร่วมพัฒนาโครงการ ‘Check Out for Children’ เนื่องในวันเด็กสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770909

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลและยูนิเซฟร่วมพัฒนาโครงการ 'Check Out for Children' เนื่องในวันเด็กสากล

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลและยูนิเซฟร่วมพัฒนาโครงการ ‘Check Out for Children’ เนื่องในวันเด็กสากล

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.55 น.

แมริออทเปิดตัวโครงการเพื่อการกุศลอีกครั้งพร้อมขยายพื้นที่ครอบคลุมภูมิภาคแคริบเบียน ลาตินอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก ตลอดเกือบสามทศวรรษ โรงแรมในเครือแมริออทได้ช่วยยูนิเซฟระดมทุนไปแล้วกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อประโยชน์ของเด็กทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคนผ่านโครงการ Check Out for Children

เบเธสดา, แมรีแลนด์, 20 พฤศจิกายน 2566  เนื่องในโอกาสวันเด็กสากล แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลร่วมกับองค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ (UNICEF) ประกาศการกลับมาพร้อมกับการขยายตัวของโครงการเพื่อการกุศล “Check Out for Children” ซึ่งเป็นโครงการที่เชิญชวนให้แขกผู้เข้าพักร่วมบริจาคเงินสำหรับการเข้าพักในแต่ละคืน โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในสถานประกอบการเครือแมริออทกว่า 500 แห่งใน 40 ประเทศในภูมิภาค แคริบเบียน ลาตินอเมริกา (CALA) ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา (EMEA) และเอเชียแปซิฟิก (APEC) ไม่รวมประเทศจีน

ตลอดเกือบสามทศวรรษ โรงแรมในเครือแมริออทได้ช่วยยูนิเซฟระดมทุนไปแล้วกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อประโยชน์ของเด็กทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคนผ่านโครงการ Check Out for Children โดยมีการเปิดตัวโครงการอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา และได้ระดมทุนให้กับยูนิเซฟเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ  ทั้งนี้ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนและสังคมที่เผชิญกับความท้าทายอย่างรุนแรงในด้านอื่น ๆ ทั่วโลกเสมอมา อาทิ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภัยธรรมชาติ และวิกฤตด้านมนุษยธรรม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือกับเด็กและเยาวชนในกลุ่มเปราะบาง

“แมริออทภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับยูนิเซฟเพื่อสานต่อปณิธานที่มีมาอย่างยาวนานขององค์กรในการช่วยเหลือโลกของเรา” นายเดวิด แมริออท ประธานกรรมการ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “เราทำงานร่วมกับยูนิเซฟตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เพื่อมอบเงินทุนช่วยเหลือเด็กและเยาวชนทางด้านสุขภาพและโภชนาการ น้ำสะอาด สุขอนามัย การศึกษาที่มีคุณภาพ การเสริมสร้างทักษะ และการปกป้องดูแลเด็กในภาวะภัยธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โครงการ Check Out for Children ถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับแขกผู้เข้าพักและโรงแรมของเราที่จะได้สนับสนุนการดำเนินงานอย่างมุ่งมั่นของยูนิเซฟในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ทั่วโลก”

โครงการ Check Out for Children ของแมริออทช่วยระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานในปัจจุบันของยูนิเซฟเพื่อโลกที่น่าอยู่ขึ้นสำหรับเด็กทุกคนในกว่า 190 ประเทศและอาณาเขตต่าง ๆ  โดยเชิญชวนให้แขกผู้เข้าพักระบุจำนวนเงินบริจาคตามความสมัครใจลงในบิลค่าใช้จ่าย ณ ขณะที่เช็กอิน ซึ่งแขกสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงยอดบริจาคได้ตลอดระยะเวลาที่เข้าพัก เงินบริจาคดังกล่าวจะนำไปช่วยสนับสนุนการทำงานของยูนิเซฟทั่วทุกภูมิภาค เช่น โครงการสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับเด็กในภูมิภาค CALA การมอบโอกาสการเข้าถึงการศึกษาใน APEC รวมถึงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและการผลักดันนโยบายเพื่อเด็กที่มีภาวะพิการใน EMEA

“เกือบ 30 ปีแล้วที่ Check Out for Children ได้ระดมทุนเพื่อสนับสนุนงานของยูนิเซฟเพื่อปกป้องสิทธิ์ของเด็กทุกคน ความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลช่วยให้ยูนิเซฟเข้าถึงเด็ก ๆ ได้ในทุกที่และทุกเวลาที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างยิ่งยวด” คาร์ลา ฮาดดาด มาร์ดินี ผู้อำนวยการฝ่ายระดมทุนและหุ้นส่วนภาคเอกชนจากยูนิเซฟกล่าว “เรารู้สึกขอบคุณกับการสนับสนุนนี้ที่ช่วยให้ยูนิเซฟได้สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อเยาวชนได้ด้วยการตอบสนองความต้องการของเด็กๆ ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยรุ่น รวมทั้งทำให้เราพร้อมให้การช่วยเหลือที่จำเป็นกับพวกเขาทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ”

โครงการ Check Out for Children ซึ่งพักการดำเนินงานไปในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิดทั่วโลกกระทั่งสถานการณ์ผ่อนคลายในช่วงที่ผ่านมา จึงได้เปิดตัวใหม่อีกครั้งพร้อมกับขยายภาคีโรงแรมที่ร่วมโครงการในกลุ่มโรงแรมแบรนด์แมริออทในภูมิภาค CALA, EMEA, และ APEC ของเรา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2565 แมริออทและกองทุนบรรเทาภัยภิบัติแมริออท แมริออท บอนวอย รวมทั้งแขกที่เข้าพักกับแมริออทได้ให้การสนับสนุนยูนิเซฟไปแล้วกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โครงการ Check Out for Children ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมด้านความยั่งยืนและผลกระทบต่อสังคม Serve 360 ของแมริออท ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแมริออทในวงกว้างที่จะดูแลรักษาโลกของเรา ทำให้ชุมชนในพื้นที่ที่แมริออทดำเนินธุรกิจกลายเป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และที่ท่องเที่ยวที่ดียิ่งขึ้นไป

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Check Out for Children  ได้ที่ https://serve360.marriott.com/nurture/unicef-checkout-for-children

ICONCRAFT ร่วมฉลอง 5 ปี ICONSIAM ด้วยผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากศิลปินและดีไซเนอร์สายคราฟต์ระดับแนวหน้าของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770908

ICONCRAFT ร่วมฉลอง 5 ปี ICONSIAM ด้วยผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากศิลปินและดีไซเนอร์สายคราฟต์ระดับแนวหน้าของไทย

ICONCRAFT ร่วมฉลอง 5 ปี ICONSIAM ด้วยผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากศิลปินและดีไซเนอร์สายคราฟต์ระดับแนวหน้าของไทย

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.53 น.

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย เดินหน้าสนับสนุนช่างฝีมือไทยให้สืบสานต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่ความรุ่งโรจน์และยั่งยืนบนเวทีโลก (Moving forward to Empowering Thai Craftsmen to The World) สร้างปรากฏการณ์สุดว้าวกับผลงานคราฟต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก 10 ศิลปิน ดีไซเนอร์ และช่างฝีมือไทย ที่ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลอง 5 ปี ไอคอนสยาม ICONSIAM – The 5th Anniversary of the ICON Unrivaled พร้อมจัดแสดงให้คนรักงานฝีมือระดับพรีเมี่ยมได้ชมและช้อปที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่

เพื่อร่วมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับเป็นสวรรค์ของคนรักงานคราฟต์ ณ ไอคอนสยามตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไอคอนคราฟต์ได้รวบรวมผลงานสร้างสรรค์อันเปี่ยมด้วยภูมิปัญญาของช่างฝีมือชาวไทยในหลากหลาย          แบรนด์มาให้ผู้สนใจเลือกชมเลือกช้อปจนเต็มพื้นที่ชั้น 4 และ 5 ไอคอนสยาม โดยมีนิทรรศการจัดแสดงผลงานคอลเลคชั่นพิเศษ เฉลิมฉลอง 5 ปีไอคอนคราฟต์และไอคอนสยาม ของ 10 แบรนด์คราฟต์ทั้งระดับท็อปและหน้าใหม่ที่น่าจับตาของไทย เป็นไฮไลต์สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักช้อปสายคราฟต์ ซึ่งสามารถชื่นชมผลงานเหล่านี้ได้ในเฉพาะที่ไอคอนคราฟต์เท่านั้น โดยทั้ง 10 แบรนด์ ประกอบไปด้วย

AYODHYA เฉลิมฉลองด้วยคอลเลคชั่น Celebration

“AYODHYA” เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์สินค้าตกแต่งบ้านที่นำเส้นใยธรรมชาติของ “ผักตบชวา” มาต่อยอดด้วยงานหัตถกรรม โดยออกแบบให้มีเอกลักษณ์โดดเด่นดึงดูดใจ ในครั้งนี้ทางแบรนด์ได้นำเสนอคอลเลคชั่น Celebration ที่สื่อถึงการเฉลิมฉลอง เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับ 5 ปีแห่งความสำเร็จอย่างใหญ่ของไอคอนคราฟต์และไอคอนสยาม ความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้คือ เป็นศิลปะการปักบนผ้าที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยเด็กออทิสติกและเด็กกำพร้าในจังหวัดแพร่ ซึ่งเลือกนำผ้าที่เหลือจากโรงงานมาแปลงโฉมเป็นผลงานชิ้นสวยแฝงความหมายและมีเพียงชิ้นเดียวในโลก จึงเหมาะกับเป็นของขวัญให้กับการฉลองคราวนี้

Galerie De Himmapan โชว์ผลงานสุดพิเศษชิ้นเดียวในโลก

แบรนด์ที่มุ่งถ่ายทอดความงามของงานช่างศิลป์ไทย อย่าง “Galerie De Himmapan” นำเสนอหมอนอิง “บึงบัว” (Lotus Pond) ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตร โดยนำผ้าปักรูปบึงบัวฝีมือแม่บ้านชาวมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ มาทำเป็นหน้าหมอน ผสมผสานกับผ้าไหมผืนงาม แล้วปักเพิ่มเติมด้วยเทคนิคการเดินดิ้นทองคำแบบราชสำนักไทย ประดับปีกแมลงทับลงไปบนขอบ เป็นหมอนอิงที่งดงามและมีเพียงใบเดียวในโลก ซึ่งนับเป็นความพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับไอคอนคราฟต์และไอคอนสยามโดยเฉพาะ

HATSAYA กับ “Your Flowers” สะท้อนการเติบโตอย่างงดงาม

ทางด้าน “HATSAYA” แบรนด์เก๋ที่จับเอางานเบญจรงค์มาปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับแสนสวยสไตล์มินิมอลแต่แฝงด้วยความคลาสสิกและลักซ์ซูรี่ มาพร้อมคอลเลคชั่นพิเศษ “Your Flowers” ที่ได้แรงบันดาลใจจากดินอันอุดมสมบูรณ์ วัตถุดิบหลักในการผลิตเครื่องเบญจรงค์ ซึ่งสามารถปลูกดอกไม้ให้เจริญงอกงามได้เช่นกัน จึงสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับรูปดอกไม้ โดยเลือกออกแบบเป็นดอก Bird of Paradise ทั้งต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ เพื่อสื่อถึงความเจริญงอกงาม เช่นเดียวกับไอคอนคราฟต์และไอคอนสยามที่เติบโตอย่างงดงามตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

KH PROJECT ฉลอง 5 ปีกับ 5 ช้าง

ความผูกพันสมัยเด็กกับเพลงช้างที่ร้องติดปาก เป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์ “KH PROJECT” ออกแบบคอลเลคชั่น “ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง คุณเคยเห็นช้างหรือเปล่า?” โดยนำคำว่าช้างที่ร้อง 5 ครั้งมาผูกรวมกับวาระครบรอบ 5 ปีของไอคอนสยาม ดีไซน์ออกมาเป็นเสื้อ กางเกง กระเป๋า หมวก และเก้าอี้ ที่พิมพ์กราฟิกรูปช้างในภาพลักษณ์แปลกตา โดยยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นความเป็นงานคราฟต์ร่วมสมัย สนุก และเข้าถึงง่าย ด้วยการผนวกงานหัตถศิลป์หรือศิลปะไทยเข้ากับความฟิวเจอร์ล้ำสมัย เพื่อให้ผู้คนทั่วไปคนสามารถจับต้องได้ในชีวิตประจำวัน

LIVE LIFE DETAIL ร่วมยินดีด้วยประกายดาว

“LIVE LIFE DETAIL” แบรนด์เครื่องประดับและของแต่งบ้านที่โดดเด่นด้วยการใช้เทคนิคงานปักดิ้นเงินดิ้นทองของราชสำนักไทยสร้างสรรค์เป็นลวดลายสวยบนผ้ากำมะหยี่ มาในคอลเลคชั่นประกายดาว “The Dazzling Light” สร้างความรู้สึกแห่งการเฉลิมฉลองด้วยประกายเจิดจ้าของดวงดาวที่สุกสกาวแพรวพราวจับใจ เป็นคอลเลคชั่นเครื่องประดับที่เปี่ยมเอกลักษณ์ของงานหัตศิลป์ไทยแต่แฝงความร่วมสมัย ทั้งยังสวยสะดุดตา เหมาะกับช่วงเวลาแห่งความรื่นเริงนี้เป็นที่สุด

MAMAWELL ใส่ใจโลกด้วยกระเป๋ารักษ์โลกสีสดใส

“MAMAWELL” แบรนด์กระเป๋าแฟชั่นทำมือที่นำเอาเศษผ้าจากการตัดเย็บชุดว่ายน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม มารังสรรค์ผ่านกระบวนการออกแบบ และใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน กลายเป็น Sustainable Fashion สุดเท่ที่ใครเห็นก็อยากใช้ ครั้งนี้ MAMAWELL มาพร้อมกระเป๋ารุ่น Matchup Bag ที่ตั้งใจนำเศษผ้ามาร้อยผ่านรูตาข่ายด้วยการถักแบบโครเชอันเป็นเอกลักษณ์ จนออกมาเป็นกระเป๋าแฟชั่นสีสันสดใส ผลงานคราฟต์แสนเก๋ที่เหมาะกับทุกสไตล์

METEEDECHA เซรามิกปั้นมือสะท้อนภาพความรัก

แบรนด์เซรามิกปั้นมือจากหัวใจ “METEEDECHA” เด่นด้วยลวดลายสวยสะดุดตา สะท้อนถึงความรักความอบอุ่นของชุมชนบ้านเกิด ทั้งลายพิมพ์ใบไม้ธรรมชาติ และศิลปะสไตล์ Primitive Art นำเสนอความเป็นผู้หญิงชาวบ้านและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่เรียบง่ายทว่างดงาม เพิ่มเติมความน่าสนใจด้วยดีไซน์ไม่ซ้ำใครและเทคนิคที่หลากหลาย อย่างการผสมดินด้วยอิฐหยาบ ตกแต่งชิ้นงานด้วยไม้หรือทองเหลือง รวมถึงเทคนิคเคลือบออกไซด์สุดล้ำ เป็นผลงานเซรามิกที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ ควรค่าแก่การมีไว้ในครอบครอง

THANIYA ชุดเครื่องหอมและของแต่งบ้านเสริมมงคล

 “THANIYA” แบรนด์เครื่องหอมและเซรามิกที่นำเอาเทคนิคเครื่องลายครามตามภูมิปัญญาช่างศิลป์มาผสานเข้ากับลายไทยร่วมสมัย จนได้เป็นชิ้นงานสไตล์ Modern Contemporary ที่ถูกใจแบรนด์ลักซ์ซูรี่ระดับโลกอย่าง CHANEL และ Louis Vuitton ร่วมฉลองให้กับไอคอนคราฟต์และไอคอนสยามด้วยคอลเลคชั่น “มงคล มั่งคั่ง ร่ำรวย” (Majestic Spirit and Prosperity Collection) ที่นำเอาสัตว์มงคล 5 ชนิด ทั้งมังกร เสือ ปลาคาร์ป ม้า และปลาทอง ซึ่งมีความหมายด้านโชคดีและมั่งคั่ง มาเล่าเรื่องราวผ่านลวดลายซิกเนเจอร์ของแบรนด์บนแก้วเทียนหอม ขวดใส่ก้านไม้หอมระเหย และผลิตภัณฑ์เซรามิก เพื่อส่งความสุข ความปรารถนาดีให้กับไอคอนคราฟต์ ตลอดจนผู้ได้รับเป็นของขวัญเนื่องในเทศกาลแห่งการให้ที่กำลังจะมาถึง

WISHULADA นำเสนอ Teddy Bear ลดโลกร้อน

เมื่อเทศกาลเฉลิมฉลองมาพร้อมกับแนวคิดรักษ์โลกที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาขยะอันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “WISHULADA” แบรนด์ Sustainable Fashion จึงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เป็น “Teddy Bear” ที่ได้จากการนำถุงน้ำยาซักผ้าและถุงขนมมา Up-Cycle เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนเห็นคุณค่าของสิ่งของเหลือใช้ สร้างความตระหนักในการบริโภคอย่างมีสติ ลดการสร้างขยะ รู้จักแยกขยะและหมุนเวียนกลับมาใช้ผ่านกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ อันจะช่วยลดการเผาที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกและภาวะโลกร้อนได้

YOTHAKA กับ 4 ผลงานมาสเตอร์พีซในคอลเลคชั่นล่าสุด

“YOTHAKA” แบรนด์คราฟต์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่โด่งดังในระดับสากล โดดเด่นด้วยการนำงานหัตถกรรมมาสร้างสรรค์อย่างมีสไตล์ แต่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นตะวันออกเอาไว้ได้อย่างชัดเจน เป็นงานคราฟต์สุดประณีตที่โรงแรมและรีสอร์ตหรูไปจนถึงบูติกช็อปทั่วโลกเลือกใช้ นอกจากนี้ผลงานบางชิ้นยังได้รับเลือกให้เข้าไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น โดยมีไอคอนคราฟต์เป็นพื้นที่นำเสนอผลงานให้กลุ่มลูกค้าคนไทยได้รู้จัก โอกาสนี้ YOTHAKA นำเสนอ 4 ผลงานชิ้นเอก DRAMA CHAIR, CHAMJURI CHAIR, MAMAR DINING CHAIR และ SAVANNAH CHAIR ที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษและจัดแสดงเฉพาะที่ไอคอนคราฟต์

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแบรนด์คราฟต์จากศิลปิน ดีไซเนอร์ และช่างฝีมือไทย ที่พร้อมนำเสนอคอลเลคชั่นพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับไอคอนคราฟต์และไอคอนสยาม ตลอดจนมอบความสุขความรื่นเริงผ่านผลงานคราฟต์อันเปี่ยมเอกลักษณ์ ให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ของงานช่างฝีมือและภูมิปัญญาไทย มาร่วมสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยได้ที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ โดยสามารถเลือกชมสินค้าเพิ่มเติมได้จากแอปพลิเคชัน “ONESIAM SuperApp” หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 1338 หรือ http://www.iconsiam.com

-(016)

ครั้งแรก! กับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์ พร้อมโปรโมชั่นเฟสทีฟสุดพิเศษส่งความสุขท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770907

ครั้งแรก! กับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์ พร้อมโปรโมชั่นเฟสทีฟสุดพิเศษส่งความสุขท้ายปี

ครั้งแรก! กับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์ พร้อมโปรโมชั่นเฟสทีฟสุดพิเศษส่งความสุขท้ายปี

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.49 น.

ครั้งแรก! กับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์พร้อมโปรโมชั่นเฟสทีฟสุดพิเศษส่งความสุขท้ายปี เชฟวุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร เชิญชวนทุกท่านมาเติมเต็มช่วงเวลาสุดพิเศษกับ 3 โปรโมชั่นคริสต์มาสและปีใหม่ พร้อมหลากหลายเมนูสุดพรีเมี่ยมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

กรุงเทพ, ประเทศไทย – เอกะลักษณ์ ห้องอาหารซิกเนเจอร์ ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ เชิญชวนทุกท่านมาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอย่างมีสไตล์ไปกับสามโปรโมชั่นมื้ออาหารสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ

เชฟวุฒิศักดิ์ “วุฒิ” วุฒิอัมพร ที่มีสไตล์การทำอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร พร้อมรังสรรค์เมนูอาหารไทยที่ตีความใหม่ในแบบฉบับของตนเองผสมผสานกับความเป็นสากล เพื่อยกระดับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ขึ้นอีกขั้น ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์

อิ่มอร่อยไปกับหลากหลายเมนูบุฟเฟ่ต์และเมนูจานหลักสุดพรีเมี่ยมกับ “บุฟเฟ่ต์คริสต์มาสอีฟ” วันที่ 24 ธันวาคม ตั้งแต่ 18:00 น. – 22:00 น. พบกับไลน์บุฟเฟ่ต์ที่มาพร้อมเมนูคริสต์มาสสุดคลาสสิคที่ถูกตีความและรังสรรค์ขึ้นใหม่ให้มีความร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย สลัด โคลคัทและชีส ซีฟู้ดออนไอซ์ ซุป สเตชั่นเบเกิ้ล และสเตชั่นคาร์ฟวิ่ง พร้อมเสิร์ฟเมนูอกไก่งวง แฮมอบน้ำผึ้ง ขาแกะอบ ที่มาพร้อมเครื่องเคียงนานาชนิด

นอกจากนี้ ยังสามารถลิ้มลองเมนูจานหลักสุดพิเศษได้ถึง 2 เมนูต่อท่าน โดยสามารถเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นสันในหมูอบซอสแครนเบอร์รี่ เชพเพิร์ดพาย ซี่โครงเนื้อตุ๋นเสิร์ฟพร้อมผักเคียงและมันฝรั่งบด นอกจากนี้ ยังมีขนมและของหวานแสนอร่อย อาทิเช่น คริสต์มาสพุดดิ้ง ชต็อลเลิน เค้กยูลล็อค อีกทั้งทุกท่านจะได้รับเครื่องดื่มเวลคัมดริ้งและเพลิดเพลินไปกับเสียดนตรีอันไพเราะที่จะบรรเลงให้ความบันเทิงตลอดมื้ออาหาร

สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าประทับใจในวันส่งท้ายปีเก่า 31 ธันวาคม กับ “เซ็ตมื้อค่ำนิวเยียร์อีฟ 7 คอร์ส” พร้อมเมนูสุดพิเศษจากวัตถุดิบพรีเมี่ยมในท้องถิ่นและจากทั่วทุกมุมโลก เริ่มด้วยหอยนางรมจีราโดจากฝรั่งเศสกับคาเวียร์ ตามด้วย การ์ปัชโชกุ้งคาราบิเนรอสจากสเปน ตามด้วยซุปเห็ดจากมหาสารคามและน้ำกะทิจากชุมพร จากนั้นคั่นด้วยรสชาติเปรี้ยมอมหวานจากไอศครีมมะขามและน้ำผึ้ง

คอร์สหลักแสนอร่อยนำเสนอเมนูเนื้อและอาหารทะเล โดยสามารถเลือกได้ระหว่างปลาเทอร์บอทเสิร์ฟพร้อมผักหวาน คาเวียร์ และซอสต้มข่า หรือจะเป็นเนื้อวากิวสันนอก เสิร์ฟพร้อมดอกขจร ฟัวกราส์ และซอสไวน์แดงทรัฟเฟิล ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างพานาคอตต้าราสเบอร์รี่โยเกิร์ต นอกจากนี้ทุกท่านจะได้รับเครื่องดื่มเวลคัมดริ้งและเพลิดเพลินไปกับเสียดนตรีจากแซกโซโฟนและเครื่องดนตรีไทยที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเพื่อประสบการณ์มื้ออาหารส่งท้ายปีอันน่าจดจำ

เริ่มต้นศักราชใหม่วันที่ 1 มกราคม 2567 กับ “บุฟเฟ่ต์บรันช์วันปีใหม่” ตั้งแต่ 11:00 น. – 15:00 น. มาเฉลิมฉลองเทศกาลสุดพิเศษกับครอบครัวหรือผองเพื่อนกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของหลากหลายเมนูที่ทุกคนโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็น ซีฟู้ดออนไอซ์ สลัดบาร์ โคลคัทและชีส

สำหรับเมนูคอร์สหลัก สามารถเลือกได้ถึง 2 เมนูจากเมนูย่างชาโคล รวมทั้งสเต็กเนื้อวากิล อกไก่ ออสเตรเลียนแลมป์ชอป กุ้งแม่น้ำ ปลากะพง ปลาหิมะ เสริ์ฟพร้อมจานเคียงและซอส นอกจากนี้ยังมีสเตชั่นของหวานและไอศครีมให้คุณได้ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างน่าประทับใจ

บุฟเฟ่ต์คริสต์มาสอีฟ ราคา 4,453++ บาท/ท่าน แพคเก็จเครื่องดื่มฟรีโฟล์ว ราคา 1,350++ บาท/ท่าน

เซ็ตมื้อค่ำนิวเยียร์อีฟ 7 คอร์ส ราคา 4,453++ บาท/ท่าน แพคเก็จเครื่องดื่มฟรีโฟล์ว ราคา 1,500++ บาท/ท่าน และ บุฟเฟ่ต์บรันช์วันปีใหม่ ราคา 1,753++ บาท/ท่าน ราคารวมฟรีโฟล์ว โปรเซคโก้ และ ค็อกเทลบลัดลี่แมรี่

ส่วนลดสุดพิเศษ 15%! Early Bird ท่านที่สำรองที่นั่งภายในวันที่ 15 ธันวาคม (สำหรับโปรโมชั่นวันที่ 24 ธันวาคม และ 31 ธันวาคม) และ ท่านที่สำรองที่นั่งภายในวันที่ 20 ธันวาคม (สำหรับโปรโมชั่นวันที่1 มกราคม) สมาชิกแมริออท บอนวอยรับส่วนลด 10%

สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร +66 (0) 2 127 5999 หรือ อีเมล์ ekkaluck@autographhotels.com หรือ LINE @ekkaluckbangkok

-(016)

GO Wholesale ปักหมุดสาขาสอง ‘เชียงใหม่’ ปลุกซอฟต์พาวเวอร์อาหาร กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770902

GO Wholesale ปักหมุดสาขาสอง ‘เชียงใหม่’ ปลุกซอฟต์พาวเวอร์อาหาร กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซั่น

GO Wholesale ปักหมุดสาขาสอง ‘เชียงใหม่’ ปลุกซอฟต์พาวเวอร์อาหาร กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซั่น

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.31 น.

22 พฤศจิกายน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  เป็นประธานในพิธีเปิด GO Wholesale (โก โฮลเซลล์) ศูนย์ค้าส่งอาหารเพื่อผู้ประกอบการ โดยมี นางสุชาดา  อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ

GO Wholesale (โก โฮลเซลล์) ศูนย์ค้าส่งอาหารเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ลุยเปิดสาขาเชียงใหม่ตามแผน  ตอกย้ำการเป็นทางเลือกใหม่ แตกต่างด้วยพื้นที่ขาย 8,000 ตารางเมตร และกองทัพสินค้ากว่า 20,000 รายการ สนับสนุนผู้ประกอบการต่อยอดไอเดียธุรกิจ จุดพลังขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์อาหาร รับฤดูท่องเที่ยวไฮซีซั่น กำลังซื้อขาขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  เป็นประธานในพิธี

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า หลังจากสร้างปรากฏการณ์การเปิดตัว GO Wholesale สาขาศรีนครินทร์ไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจาก ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ร้านโชห่วย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา อีกทั้งยังได้แรงสนับสนุนที่ดี จากซัพพลายเออร์ พันธมิตรทางธุรกิจ ที่นำสินค้าและบริการมาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า จนมียอดสมาชิกเติบโตอย่างรวดเร็วกว่า 30,000 ราย ในเวลาอันสั้น ล่าสุด GO Wholesale ได้เปิดสาขาแห่งที่ 2 ในจังหวัดเชียงใหม่ ตามเป้าหมายที่วางไว้ และเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนเป็นต้นไป  

สำหรับเชียงใหม่ เป็นทำเลศักยภาพที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง รวมถึงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ คาดว่าจะสร้างรายได้รวมตลอดทั้งปีสูงถึง 80,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่เป็นไฮซีซั่น ซึ่งจะส่งผลดีกับภาคธุรกิจในพื้นที่  โดยเฉพาะ ธุรกิจอาหาร ร้านค้าปลีกรายย่อย ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

 “เราอยากนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ประกอบการในเชียงใหม่และโซนภาคเหนือ ได้มีแหล่งเลือกซื้อสินค้าและวัตถุดิบที่หลากหลาย  เพื่อจุดประกายไอเดียในการต่อยอดธุรกิจให้มีรายได้และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหรรมที่ได้รับการผลักดัน และอยู่ในกระแสซอฟต์พาวเวอร์ ที่จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้อย่างมหาศาล” 

ไม่เพียงเท่านั้น GO Wholesale ยังเป็นศูนย์ค้าส่งอาหารที่สร้างทางเลือกใหม่ และสร้างโอกาสให้กับผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่น อาทิ จาร์ทิซานน์ (Jartisann) แบรนด์ชีสชื่อดังที่กำลังได้รับการกล่าวถึงในวงการชีส ผลิตโดยคนไทย ในพื้นที่เชียงใหม่ ซึ่งมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์, “ปลานิลแดง” หรือปลาทับทิม ผลผลิตในห้องเรียนสมาร์ทฟาร์ม ของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ GO Wholesale รับซื้อมาจำหน่ายที่สาขา ต่อยอดการเรียนรู้และกระบวนการทำธุรกิจประมงอย่างยั่งยืน 

นอกจากนี้ GO Wholesale ยังเป็นแหล่งรวมประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ประกอบการ ที่โดดเด่น ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เช่น แหล่งรวมอาหารสดขนาดใหญ่ บริการตัดแต่งสินค้า บริการบ่มเนื้อ Dry Age เสริมรสชาติให้เนื้อมีความเข้มข้น สามารถซื้อแล้วฝากบ่มไว้ตามระยะเวลาที่ต้องการได้ เบเกอรี่ อบ สด ใหม่ จากเตาทุกวัน แหล่งรวมอาหารแช่แข็งที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ศูนย์รวมของวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเอสเอ็มอีชื่อดังจากทุกพื้นที่ทั่วไทย อาทิ เครื่องแกงจาก 4 ภาค, ซอสพริกโกศล จังหวัดชลบุรี, ซีอิ้วขาวตรากวางดาวทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี หรือ ซอสหอยนางรม ตราช้อนทอง  นกทะเล และนกกระเรียนทองคู่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่งเป็นต้น

“GO Wholesale มีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเข้าไปอยู่ในใจผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งเรามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจอาหาร โชห่วยมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกพื้นที่ โดยยังคงดำเนินงานตานแผนการขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2571” นางสุชาดา กล่าว

-(016)

‘หนิง-ปณิตา’เผยเคล็ดลับความงามฉบับตัวแม่ ร่วมเปิดตัว ‘BIOHYALUX Filler’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770809

'หนิง-ปณิตา'เผยเคล็ดลับความงามฉบับตัวแม่ ร่วมเปิดตัว 'BIOHYALUX Filler'

‘หนิง-ปณิตา’เผยเคล็ดลับความงามฉบับตัวแม่ ร่วมเปิดตัว ‘BIOHYALUX Filler’

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.40 น.

เทรนด์ผิวสวยฉ่ำโกลว์แบบเป็นธรรมชาติยังคงมาแรงต่อเนื่อง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนพร้อมใจกันออกมาอวดผิวและรูปหน้าสุดเป๊ะปัง ไม่เว้นแม้แต่นักแสดงชื่อดังและคุณแม่สุดแกร่งอย่าง หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญที่มาร่วมอวดความสวยเปล่งประกายในงานThailand Grand Launch Gala งานเปิดตัว“ฟิลเลอร์ไบโอ” หรือ BIOHYALUX Filler” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย โดย SOE Medicalบริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านความงามชั้นนำ พร้อมด้วยเหล่าทีมแพทย์และแขกกิตติมศักดิ์ระดับนานาชาติ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

งานนี้ หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ ออกมาเผยถึงความรู้สึกแบบไม่มีกั๊กว่า “ส่วนตัวหนิงเองเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวและใบหน้ามาก เพราะทำงานที่ต้องพบเจอผู้คนหลากหลายและออกไปข้างนอกบ่อย รวมทั้งยังเชื่อว่าการมีใบหน้าที่สวยได้รูปถือเป็นโหวงเฮ้งที่ดีที่ช่วยเสริมความปังให้ชีวิตการงานและการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการดูแลผิวและรูปหน้าหลายวิธี ตั้งแต่การออกกำลังกาย การดูแลเรื่องอาหาร การใช้สกินแคร์ และฟิลเลอร์ถือเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจอันดับหนึ่งสำหรับหนิง เพราะมีความปลอดภัยสูงและตอบโจทย์ทันใจทำให้
ฟิลเลอร์กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนที่อยากดูแลใบหน้าให้ได้ลุคที่ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงคนที่อยากเสริมโหวงเฮ้งในเรื่องเงินทองและความรัก โดยเฉพาะตรงหน้าผาก แก้ม และดวงตา

วันนี้หนิงรู้สึกโชคดีมากที่ได้มาร่วมงานเปิดตัวฟิลเลอร์ไบโอของ SOE Medicalเพราะนอกจากจะได้ความรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์แบบเต็ม ๆ แล้ว ยังได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณหมอที่มีชื่อเสียงในวงการถึงจุดเด่นของตัวฟิลเลอร์ไบโอ ซึ่งหนิงรู้สึกประทับใจมากที่ทาง SOE Medical เลือกนำฟิลเลอร์ไบโอเข้ามาในไทย เพราะมาจากแหล่งผู้ผลิตสารกรดไฮยาลูโรนิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้มั่นใจเรื่องคุณภาพความปลอดภัยและประสิทธิภาพได้แน่นอน ที่สำคัญยังราคาน่ารักสำหรับคนไทยอีกด้วย”

สำหรับความน่าสนใจของฟิลเลอร์ไบโอ คือ ผลิตจากบริษัท Bloomage Biotech ผู้ผลิตสาร HA ที่ใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของโลก และยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังซัพพลายเออร์ HA ให้กับแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ชั้นนำของโลก รวมทั้งยังมีทีมวิจัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง R&D Research Facility อีกกว่า 800 คน พร้อมขั้นตอนการผลิตอันทันสมัยเทียบเท่าฝั่งยุโรปและอเมริกาอย่าง Bio Balance Technology ทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ยังคงคุณภาพดี การันตีด้วยมาตรฐาน FDA จากสหรัฐอเมริกา และได้รับการรับรองจาก อย.ไทย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดงานสัมมนาทางการแพทย์อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งได้รับเกียรติจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของไทยและนานาชาติ ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ พร้อมอัปเดตเทรนด์ความงามจากตลาดการแพทย์ของประเทศจีนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของฟิลเลอร์ไบโอที่เป็นที่ยอมรับจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้ผู้บริโภค รวมทั้งยังได้รับเกียรติจากแขกกิตติมศักดิ์ที่เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสการเปิดตัวของฟิลเลอร์ไบโอกันอย่างคับคั่ง พร้อมจัดกิจกรรมรับประทานอาหารเย็นและคอนเสิร์ตสุดพิเศษจาก เพียว เดอะวอยซ์(เอกพันธ์ วรรณสุทธิ์)

‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ฉลองครบ 2 ปี เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้า พัฒนาระบบเพื่อผู้รับเหมาทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770787

‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ฉลองครบ 2 ปี เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้า พัฒนาระบบเพื่อผู้รับเหมาทั่วประเทศ

‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ฉลองครบ 2 ปี เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้า พัฒนาระบบเพื่อผู้รับเหมาทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.18 น.

จะดีแค่ไหนถ้าผู้รับเหมาสามารถจัดซื้อวัสดุก่อสร้างได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วคลิก ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ แพลตฟอร์มจัดซื้อวัสดุก่อสร้างออนไลน์ ที่พร้อมช่วยเหลือผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อวัสดุก่อสร้างอย่างเข้าใจ โดยช่วยให้เข้าถึงร้านค้าวัสดุก่อสร้างกว่า 320  ร้านค้าทั่วไทย ซึ่งล่าสุดได้ฉลองครบรอบ 2 ปี จัดโปรโมชันภายใต้แคมเปญ “แจกสู้ทุกสังเวียนวัสดุก่อสร้าง” พร้อมพัฒนาระบบเพื่อยกระดับงานจัดซื้ออย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ คืออะไร?

‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ คือแพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้รับเหมา ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างทั่วประเทศ เสมือนแหล่งค้นหาวัสดุก่อสร้างที่ครบครัน เพื่อการทำงานที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว อาทิ การส่งขอใบเสนอราคาไปยังผู้ขายหลายราย โดยสามารถเชื่อมต่อให้ผู้ซื้อและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น และยังมี Smart Compare Sheet สามารถเปรียบเทียบราคาได้อย่างง่ายดายด้วยระบบ AI อัจฉริยะ และ E-Document ที่ช่วยจัดทำเอกสารแบบออนไลน์ ตรวจสอบได้ ซึ่งที่ผ่านมา ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ เดินหน้าเคียงคู่สมาชิกผู้รับเหมามากว่า 9,000 บริษัท ทั้งผู้รับเหมารูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล พร้อมตั้งเป้าขยายร้านค้าเครือข่ายให้ได้ 500 ร้านค้าทั่วประเทศภายในปี 2567 เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้รับเหมาเข้าถึงวัสดุก่อสร้าง และยกระดับงานจัดซื้อให้มืออาชีพมากยิ่งขึ้น

คุณณัฏฐ์ จิรนิรันดร์กุล Co-Founder แพลตฟอร์มรักเหมา ได้เปิดเผยว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ได้สร้างรายได้ให้กับร้านค้าในแพลตฟอร์มไปแล้วรวมกว่า 2.1 พันล้านบาท รวมไปถึงช่วยให้ผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อขอใบเสนอราคาวัสดุก่อสร้างไปแล้วกว่า 33,300 ครั้ง และออกใบสั่งซื้อไปแล้วถึง 20,000 ใบ ซึ่งถือได้ว่าระยะเวลากว่า 2 ปี ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ มุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้ผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อ สามารถขอใบเสนอราคาและจัดซื้อวัสดุก่อสร้างได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว ค้นหาสินค้าได้แบบไร้ขีดจำกัด

“โดยที่ผ่านมาพบสถิติที่น่าสนใจที่ผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อ มีการจัดซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มรักเหมามากที่สุดในพื้นที่ 5 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพฯ, อุบลราชธานี, บุรีรัมย์, ชลบุรี และ ภูเก็ต ซึ่งวัสดุก่อสร้างที่นิยม ได้แก่ ปูนซีเมนต์, เหล็ก, คอนกรีตผสมเสร็จ, ฝ้า ผนัง, หลังคาและอุปกรณ์ ตามลำดับ รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างที่สามารถสร้างยอดขายได้ทะลุเป้าได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 ได้แก่ เหล็ก ยอดพุ่งแรง +38%, ปูนซีเมนต์ เติบโตต่อเนื่อง +25% และ คอนกรีตผสมเสร็จ มีสัดส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้น +2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

ทำไมต้องซื้อวัสดุก่อสร้างกับ ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ?

เป้าหมายหลักของ ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ คือการลดภาระงาน และช่วยยกระดับงานจัดซื้อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ได้พัฒนาระบบเพื่อให้ตอบโจทย์กระบวนการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างของผู้รับเหมาและจัดซื้อได้มากที่สุด เช่น การชำระเงินผ่าน Payment Gateway ด้วยบัตรเครดิต/เดบิต และ QR Code พร้อมเพย์ ใช้ง่าย ปลอดภัย จ่ายได้ 24 ชม. มีตารางเปรียบเทียบราคาโฉมใหม่ ช่วยให้สามารถเทียบเคียงราคาได้ง่ายดายขึ้น แสดงโค้ดส่วนลดที่ดีที่สุดของแต่ละร้านให้อัตโนมัติ ทั้งนี้ ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ยังช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงข้อมูลความต้องการของผู้รับเหมาที่หลากหลาย และสามารถวิเคราะห์หา Insight เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เรียกได้ว่าสามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ช่วยผู้รับเหมาอย่างไร?

‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ เข้ามาช่วยเปลี่ยนการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อกับร้านค้าชั้นนำในเครือข่ายกว่า 320 ร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งผู้รับเหมาสามารถค้นหาใบเสนอราคาจากผู้ขายหลายรายได้ง่าย ๆ ผ่านแพลตฟอร์มเพียงคลิกเดียว และสามารถเปรียบเทียบใบเสนอราคาได้อย่างรวดเร็วด้วยตาราง AI อัจฉริยะ พร้อมสั่งสินค้าทันใจ ทำให้จบงานได้ไวขึ้น และลดปัญหาเดิม ทั้งการค้นหาร้านค้าและรอราคาวัสดุก่อสร้างจากหลาย ๆ ที่ เป็นเวลานานและวุ่นวาย ตลอดจนลดขั้นตอนการทำงานให้กับฝ่ายจัดซื้อหรือผู้รับเหมา ทำให้เหลือเวลาบริหารงานด้านอื่นได้มากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ยังมองเห็นถึงปัญหาการลงทุนซื้อวัสดุก่อสร้างของผู้รับเหมาอย่างเข้าใจ ได้ผนึกความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ‘เจ เวนเจอร์ส’ ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี และดิจิทัล ทรานสฟอร์เมชัน ในกลุ่มเจมาร์ท กรุ๊ป (Jaymart Group) ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มสู่การแก้ไขปัญหาให้กับผู้รับเหมาและผู้ประกอบการอย่างตรงจุด จึงปล่อย ‘เครดิตสินเชื่อป๋า’ เพื่อแก้ปัญหาการเงินให้กับผู้รับเหมาที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อวัสดุก่อสร้าง สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ‘เครดิตสินเชื่อป๋า’ ได้เปิดให้บริการกับสมาชิกรักเหมาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยมอบวงเงินสินเชื่อสูงสุดถึง 100,000 บาท

นอกจากนี้ในโอกาสที่ ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ ฉลองครบรอบ 2 ปี จึงได้จัดโปรโมชัน “รักเหมา 2nd Anniversary” ภายใต้แคมเปญ “แจกสู้ทุกสังเวียนวัสดุก่อสร้าง” มอบโค้ดส่วนลดจัดหนักจัดเต็ม ทั้งจากแพลตฟอร์มรักเหมา, ร้านค้า และแบรนด์ชั้นนำ เพื่อตอกย้ำแนวคิด “เปลี่ยนการจัดซื้อเป็นเรื่องง่าย พร้อมสู้ด้วยกันในทุกสถานการณ์” พร้อมเตรียมมอบ Premium Box Set ให้ผู้รับเหมาที่เริ่มขอใบเสนอราคาและจัดซื้อกับแพลตฟอร์มรักเหมาเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นและกิจกรรมอีกมากมายตลอดทั้งเดือน เช่น แชะ&แชร์ ลุ้นกินฟรียกก๊วน ชวนผู้รับเหมา-จัดซื้อถ่ายรูปกับทีม “จัดซื้อกับรักเหมา เราสู้ตาย” ลุ้นรับ Cash Voucher ทานข้าวฟรียกทีม และโค้ดส่วนลดรักเหมาอีกมากมาย

สำหรับผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อที่สนใจใช้งาน ‘แพลตฟอร์มรักเหมา’ จัดซื้อวัสดุก่อสร้างออนไลน์ ตัวช่วยที่เปลี่ยนการจัดซื้อเป็นเรื่องง่าย ค้นหา-เทียบราคาวัสดุก่อสร้างจากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ สามารถสมัครสมาชิกและเริ่มใช้งานได้ฟรี ที่เว็บไซต์ http://www.rakmao.com หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @rakmao หรือ Facebook: รักเหมา และสามารถดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ https://blog.rakmao.com/rakmao-2nd-anniversary

-(016)

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดควายสวยงามระดับประเทศ ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770782

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดควายสวยงามระดับประเทศ ประจำปี 2566

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดควายสวยงามระดับประเทศ ประจำปี 2566

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.14 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดควายสวยงามระดับประเทศ ประจำปี 2566 ในงาน “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก ครั้งที่ 2” ณ พื้นที่โคกหนองโกสาธารณะ ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปในการพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดควายสวยงามระดับประเทศประจำปี 2566 ในงาน “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก ครั้งที่ 2” จัดโดย จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยในพระอุปถัมภ์ฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีและเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในจังหวัดอุดรธานี ณ พื้นที่โคกหนองโกสาธารณะ ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศแก่เกษตรกรผู้ชนะเลิศในรุ่นควายยอดเยี่ยม (Grand champion) เพศผู้ ชื่อปีใหม่ จากจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนเพศเมีย ชื่อข้าวหอม จากจังหวัดชัยนาท ส่วนควายที่ชนะเลิศในรุ่นรองควายยอดเยี่ยม (Reserve champion) เพศผู้ ชื่อวันเจริญ จากจังหวัดหนองบัวลำภู และเพศเมีย ชื่อทองทิพย์ จากจังหวัดหนองคาย รวม 4 รางวัล ซึ่งปีนี้มีควายไทยสวยงามที่ส่งเข้าประกวดทั่วประเทศ รวมจำนวน 686 ตัว ยังความปลาบปลื้ม และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลเลี้ยงควายไทยให้ดำรงอยู่คู่กับสังคม และวิถีเกษตรกรรมของไทยได้อย่างมีคุณค่า ด้วยปัจจุบันจำนวนควายไทยและผู้เลี้ยงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดงานดังกล่าว ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ควายไทยให้กลับมามีส่วนร่วมในวิถีชีวิตของคนไทยอีกครั้ง

พร้อมกันนี้ พระราชทานเข็มที่ระลึกเนื่องในโอกาสจัดกิจกรรมการประกวดควายสวยงามชิงถ้วยพระราชทานฯ แก่ผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมฯ จำนวน 60 ราย และพระราชทานพระวโรกาสให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ เฝ้าถวายกระบือพันธุ์สวยงาม เพศผู้ จำนวน 4 ตัว เพื่อทรงนำไปปรับปรุงพันธุ์ให้ได้ลักษณะสวยงามตรงตามมาตรฐานสากล

จากนั้น เสด็จพระดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการมีชีวิต “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก” ซึ่งจัดแสดงความเป็นมา การดำเนินงานของคลินิกตาแต้ม หรือ คลินิกหมออาสา โดย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี ได้สร้างเครือข่ายอาสาสมัครปศุสัตว์ เฝ้าระวังโรคป้องกันปากเท้าเปื่อยกับโรคคอบวมพร้อมดูแลสุขภาพอนามัยให้แก่ควาย และให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สัตว์เลี้ยงในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ ควาย หรือ กระบือ ถือเป็นสัตว์พื้นเมือง เป็นมรดกคู่วิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน จังหวัดอุดรธานี จึงต่อยอดส่งเสริมด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา วิถีชีวิต โดยสร้างอัตลักษณ์ผสมผสานให้เข้ากับผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นอีสาน ที่เกี่ยวกับวิถีคน วิถีควาย เช่น การทอเสื่อกกขิดลายควาย การทอผ้าขิดลายควาย และการทำเครื่องปั้นดินเผารูปควาย เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม และธรรมชาติที่หลากหลาย รองรับการท่องเที่ยวเมืองรอง ที่มีการนำควายไทย เข้ามาให้เป็นฐานด้าน “นวัตวิถี” โดยนำร่องใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุดรธานี  อำเภอกุดจับ อำเภอหนองหาน และอำเภอบ้านดุง ซึ่งในอนาคตกำลังผลักดันให้พื้นที่โคกหนองโกสาธารณะแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยงแห่งใหม่ และโรงเรียนสอนบังคับควาย ปัจจุบัน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงควายทั้งจังหวัดรวม 13,287 คน และมีจำนวนควาย 69,571 ตัว นับเป็นอันดับ 10 ของประเทศ

สำหรับ การจัดงานในครั้งนี้ โปรดให้ นำกระบือทรงเลี้ยงในพระองค์ฯ จากตำหนักทิพย์พิมาน จังหวัดนครราชสีมา ไปร่วมออกงาน จำนวน 2 ตัว เพื่อให้ประชาชนได้ชมความสวยงามของกระบือที่เป็นมงคล มีลักษณะดี ได้แก่ คุณเพชรคราม และคุณศรีมงคล ซึ่งมีลักษณะรูปร่างเป็น พญาควาย ตามตำราโบราณ 5 อย่าง คือ หน้าดอก หางดอก กีบเท้าด่าง หางแบน ปากคาบแก้ว (บริเวณปากด่างเหมือนคาบแก้ว) โดยเชื่อว่าหากได้ครอบครอง จะพบแต่ความสุขความเจริญ การทำการเกษตรจะอุดมสมบูรณ์ เมื่อเจริญวัยจะทำหน้าที่ดูแลควายภายในฝูงได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังมีการจัดแสดงควายไทยสวยงามสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ผ่านการประกวดและได้รับรางวัลมาแล้ว รวมถึงควายไทยแสนรู้ที่ผ่านการฝึกฝนเป็นอย่างดี ซึ่งทรงให้ความสนพระทัยยิ่งนัก และทรงสนับสนุนให้เกิดการอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่นให้มั่นคง และสืบสานตำนาน วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก ให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

-(016)

‘เบลล่า’ชวนชมงานออกแบบสุดน่ารัก ‘Connect the Dots’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770775

'เบลล่า'ชวนชมงานออกแบบสุดน่ารัก 'Connect the Dots'

‘เบลล่า’ชวนชมงานออกแบบสุดน่ารัก ‘Connect the Dots’

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.05 น.

เรียกได้ว่าจับอะไรก็ปังก็รุ่งไปหมด สำหรับเบลล่า-ราณี นางเอกสาวสวยสุดปังที่ฮอตอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นละคร “พรหมลิขิต” ที่มีกระแสมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ งานพรีเซนเตอร์ก็มีให้เห็นไม่ขาดสาย ล่าสุด แทคทีมคุณพลอย ผู้จัดการส่วนตัว และ โจ เพื่อนรักเจ้าของร้านบานอฟฟี่ชื่อดังจากเชียงใหม่ ร่วมกันเปิดป๊อปอัปคาเฟ่ในชื่อ Jo’s 365ที่ผสมผสานความเป็นอาร์ตและไลฟ์สไตล์สุดชิคในพื้นที่ของโครงการReferenceสาทร-วงเวียนใหญ่ หนึ่งในโครงการคอนโดฯ จาก SC Assetที่โดดเด่นเรื่องของดีไซน์ และด้วยความชื่นชอบงานด้านความคิดสร้างสรรค์ และงานศิลปะต่างๆ ของทั้งสามคน จึงเป็นที่มาของโปรเจกต์สุดน่ารัก “Connect the Dots”ผลงานการออกแบบและตกแต่งที่ได้Mackcha(แม็กชา) ศิลปินรุ่นใหม่มาเนรมิตรบรรยากาศของ Jo’s 365 at Reference สาทร-วงเวียนใหญ่ ให้กลายเป็นท้องทะเลสีน้ำเงินแสนอบอุ่นบอกเล่าเรื่องราวผ่านคาแรกเตอร์ ‘ชาล็อต’ (Chalotte)เด็กผู้หญิงผู้หลงใหลในท้องทะเล

งานนี้เบลล่าเลยอยากชวนแฟนๆ ให้แวะมาที่ร้านกันเยอะๆ เพราะนอกจากจะมีมุมให้ถ่ายรูปลงไอจีเพียบแล้วยังมีเมนูพิเศษให้ได้ชิมกันอีกด้วยหรือถ้าใครเป็นแฟนคลับขนมบานอฟฟี่ของ Jo’s Banoffee อยู่แล้ว อยากให้มาลองเปลี่ยนบรรยากาศ นั่งชิล ทานบานอฟฟี่5 ชั้น ที่Jo’s 365 at Reference สาทร-วงเวียนใหญ่โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ในพื้นที่ของคาเฟ่ รวมถึงตัวอาคารทั้งหลัง ถูกตกแต่งด้วยลวดลายน้องชาล็อตต์และเจ้าจุด ฉลามวาฬสุดน่ารัก เต็มพื้นที่เลย ใครอยากแวะไปคาเฟ่ของเบลล่า ชิมเมนูสุดพิเศษ หรือไปถ่ายรูปเก๋ๆ สามารถไปตามได้ที่ร้านJo’s 365 at Reference สาทร-วงเวียนใหญ่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนอกจากนี้ SC Asset เค้าได้เตรียมมอบข้อเสนอพิเศษสูงสุดให้กับผู้ที่สนใจโครงการ Reference สาทร-วงเวียนใหญ่อีกด้วยกับแคมเปญ “SPARK DEALS” ONE PRICE 3.69 ล้านบาท* พร้อมรับดีไซน์ไอเท็ม “Connect the Dots” ลิมิเต็ด คอลเลกชัน
จาก Jo’s &Mackchaกลับไปสะสม สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่https://m.scasset.com/JP1Mตั้งแต่วันนี้ ถึง17 ธันวาคม 2566 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1749

*หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนดและยูนิตที่กำหนด

#connectthedots #mackcha #josbanoffeebangkok #ReferenceCondobySCAsset

Convex-โฟร์พัฒนา ซอล์ฟโอเพนนิ่ง ‘ALL SPACE’ บ้านสำเร็จรูปแนวคิดใหม่ เสริมแกร่ง-รักษ์โลก ตอบโจทย์คนรักบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770772

Convex-โฟร์พัฒนา ซอล์ฟโอเพนนิ่ง ‘ALL SPACE’ บ้านสำเร็จรูปแนวคิดใหม่ เสริมแกร่ง-รักษ์โลก ตอบโจทย์คนรักบ้าน

Convex-โฟร์พัฒนา ซอล์ฟโอเพนนิ่ง ‘ALL SPACE’ บ้านสำเร็จรูปแนวคิดใหม่ เสริมแกร่ง-รักษ์โลก ตอบโจทย์คนรักบ้าน

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.01 น.

เรียกว่า แค่งาน ซอล์ฟโอเพนนิ่ง เพียงไม่กี่วันในงาน HOME & FURNITURE Sale of the Year 2023 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี “บ้านสำเร็จรูป” แบรนด์น้องใหม่ “ALL SPACE” ก็เรียกเสียงฮือฮา ให้กับผู้เข้ามาเยี่ยมชมบูธได้ไม่เบาเลยทีเดียว ด้วยคุณลักษณะที่มีความแข็งแรง ทนทานที่มีมากกว่า “บ้านน็อคดาวน์” ทั่วไป รวมถึงยังมีการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้าง ตลอดจน ระยะเวลาในการติดตั้งในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ก็พร้อมให้ทุกคนเข้าอยู่อาศัยได้ทันที ถือเป็นอีกหนึ่งแนวคิดของการสร้างบ้านในอนาคต

วิษณุ จิตศักดานนท์ Co-Founder บริษัท Convex จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิดของการเข้ามาทำธุรกิจ “บ้านสำเร็จรูป” เกิดขึ้นจากแรงผลักดันในตัวเอง ที่ชื่นชอบเรื่องของบ้านน็อคดาวน์ แต่ด้วยลักษณะของบ้านน็อคดาวน์ มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี “จุดเริ่มต้นแรกเลยของผม ก็คือ ความต้องการพัฒนา บ้านน็อคดาวน์ หรือ บ้านสำเร็จรูป ให้มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปีจนได้มารู้จัก และพูดคุยกับทางบริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในการสร้าง และออกแบบบ้านชั้นนำของประเทศไทย จนกลายมาเป็นความร่วมมือกันในที่สุด”

สำหรับจุดเด่นของบ้านสำเร็จรูป ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น จากความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงอยู่ที่ความแข็งแรง ทนทาน และมีอายุการใช้งานได้นานกว่า 15 ปี เท่านั้น วิษณุ บอกด้วยว่า “เรายังใช้วัสดุการก่อสร้างที่เป็นเกรดพรีเมี่ยม โดยเฉพาะเหล็ก ที่มีมาตรฐาน มอก. ก่อนนำมาใช้เป็นโครงสร้างสำคัญของบ้าน ซึ่งในส่วนนี้ เราได้นำเหล็กลงไปชุบสารเคลือบกันสนิมทั้งแท่ง 3 รอบ ทำให้สารเคลือบเกาะพื้นผิวของเหล็กได้ทั่วทั้งหมด และมีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้อย่างทนทาน และยาวนาน เช่นเดียวกับ บริการติดตั้ง ที่ใช้เวลา เพียง 1-2 วัน ที่มาพร้อมกับบริการหลังการขาย ที่ทางบริษัทพร้อมส่งทีมงานเชี่ยวชาญเข้าไปดูแลให้ตลอดเวลา”

ยิ่งไปกว่านั้น “บ้านสำเร็จรูป” ALL SPACE ถือเป็นบ้านแนวคิดใหม่ ที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ “เพราะเรามีการประกอบบ้าน ในลักษณะจิ๊กซอว์ ที่ประกอบกันที่โรงงาน รวมถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้า และประปา ภายในบ้านไว้อย่างเรียบร้อย ก่อนยกไปติดตั้งบนพื้นที่ของลูกค้า บ้านสำเร็จรูปของเรา จึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษในพื้นที่หน้างาน ระหว่างการติดตั้ง ไม่เพียงเท่านั้น เรายังมีทีมออกแบบตกแต่งภายใน ดูแลงานตกแต่งภายใน รวมถึง มีทีมงานเดินเรื่องเอกสาร ขอก่อสร้าง และยื่นขอบ้านเลขที่ ต่อหน่วยราชการในพื้นที่ให้กับลูกค้าอีกด้วย ส่วนลูกค้าท่านใด อยากให้มีสวนสวยๆ อยู่รอบบ้าน ทางบริษัทฯ ของเรา ก็มีนักออกแบบ และจัดแต่งสวนลำดับต้นๆ ของประเทศ มาสร้างสรรค์สวนสวยให้กับลูกค้าด้วย”

ในส่วนของขนาด “บ้านสำเร็จรูป” ALL SPACE มีให้เลือกทั้งหมด 15 แบบ เริ่มต้นตั้งแต่ขนาดพื้นที่ 18 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้นที่ 200,000 บาท ไปจนถึงบ้านพื้นที่ขนาด 30 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 695,000 บาท ที่มาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว และปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ “ผมมองว่า ไม่เกิน 3 ปี บ้านสำเร็จรูป จะกลายเป็นตัวเลือกสำคัญในการเลือกสร้างบ้านได้อย่างที่ต้องการ”

อย่างไรก็ดี วิษณุ จิตศักดานนท์ Co-Founder ของบริษัท คอนเวกซ์ จำกัด เปิดเผยด้วยว่าในเร็วๆ นี้ ทางบริษัท คอนเวกซ์ จำกัด และ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด จะมีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับแบรนด์บ้านสำเร็จรูป “ALL SPACE” อีกครั้ง เพื่อตอบรับต่อความต้องการของลูกค้าที่กำลังมีเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

-(016)

‘วนัช กูตูร์’รับรางวัล ‘The best of bridal couture’2 ปีซ้อน ในงาน ‘Praew Best of Wedding 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770770

'วนัช กูตูร์'รับรางวัล 'The best of bridal couture'2 ปีซ้อน ในงาน 'Praew Best of Wedding  2023'

‘วนัช กูตูร์’รับรางวัล ‘The best of bridal couture’2 ปีซ้อน ในงาน ‘Praew Best of Wedding 2023’

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.57 น.

วนัช กูตูร์ ส่งท้ายปี 2023 อย่างสวยงาม ด้วยการตอกย้ำถึงความสำเร็จและความเป็นห้องเสื้อ โอต์ กูตูร์   ชั้นนำแถวหน้าของวงการเวดดิ้งไทยด้วยการเข้ารับรางวัล “The best of bridal couture” ถึง 2 ปีซ้อน ในงาน   “Praew Best of Wedding  2023” โดย ดร.สรรค์ สุดเกตุ และ คุณณภัทร์ นิยมแย้ม สองผู้บริหารหนุ่มจากห้องเสื้อชื่อดัง “วนัชกูตูร์” เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัล  ซึ่งในงานประกาศผลรางวัลในครั้งนี้ได้รวมสุดยอดผลงานระดับมาสเตอร์พีซมากมายของเหล่าแบรนด์เวดดิ้งชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทย​ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มวันสำคัญของคู่รักให้สมบูรณ์แบบที่สุด ณ  โรงแรม อินดิโก้ กรุงเทพ เมื่อวันก่อน

ดร.สรรค์ สุดเกตุ เจ้าของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ได้กล่าวถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางนิตยสาร แพรว ที่ให้เกียรติห้องเสื้อของเราได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของผมและ คุณณภัทร์ รวมไปถึงทีมงานทุกคนที่ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ดีที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา  แม้ปีนี้จะเป็นปีที่เหน็ดเหนื่อยพอสมควรแต่ก็สนุกมากจริงๆ ได้สร้างผลงานที่แปลกใหม่และมีโอกาสได้ร่วมงานกับหลากหลายแบรนด์ดังมากมาย ทุกครั้งที่ห้องเสื้อได้รับรางวัลทำให้พวกเราทุกคนหัวใจฟูและอยากสร้างสรรค์ผลงานต่อไป สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณแฟน ๆ ที่ติดตามผลงานและให้การต้อนรับห้องเสื้อของเรามาตลอด 11 ปี นับเป็นแรงสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้เราเติบโตและแข็งแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และแน่นอนว่าเราจะยังคงยึดมั่นความเป็นอัตลักษณ์ในแบบของเราเอาไว้ พร้อมยกระดับงานฝีมือ ความสวยงาม และความประณีตให้มากขึ้นเรื่อย ๆ หวังว่าปีหน้าเราจะได้รับการตอบรับที่ดีแบบนี้อีกเช่นเคยนะครับ”