เปิดตัว AT FIRST x MIFFY ต้อนรับปีใหม่ พร้อมตู้ดูดวง MIFFY ที่แรก!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770839

เปิดตัว AT FIRST x MIFFY ต้อนรับปีใหม่  พร้อมตู้ดูดวง MIFFY ที่แรก!

เปิดตัว AT FIRST x MIFFY ต้อนรับปีใหม่ พร้อมตู้ดูดวง MIFFY ที่แรก!

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร้าน AT FIRST ในศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ บริษัท โคดี้ แฟคตอรี่  จำกัด ตัวแทนผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าตุ๊กตา MIFFY
ในประเทศไทย จัดงาน MIFFY NEW YEAR POP UP ในธีม LET’S GO GIFTING เปิดตัว MIFFY POP UP จำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ MIFFY ลิขสิทธิ์ที่เยอะที่สุด อาทิ ตุ๊กตาพวงกุญแจ หมอน กระเป๋า พร้อม Collection ใหม่ รวบรวมสินค้าพิเศษต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

นอกจากนี้รวมกิจกรรมพิเศษครั้งแรกในไทย !!  ตู้กดดูดวง MIFFY THE LUCKY NEW YEAR ครั้งแรกในประเทศไทย สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า AT FIRST เมื่อช้อปครบ 800 บาทขึ้นไปรับสิทธิ์กดดูดวง รับการ์ดดวง จาก MIFFYฟรี! นอกจากกิจกรรมดูดวงต้อนรับปีใหม่ ยังมีกิจกรรม FIND MY MIFFY ค้นหาน้อง Golden Miffy ที่ซ่อนอยู่ภายในร้านพร้อมสะสมตราแสตมป์ตามจุดต่างๆ ครบ 20 ดวง รับฟรีของขวัญพิเศษจาก MIFFY THAILAND ตู้ถ่ายรูป MIFFY และกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย สิทธิพิเศษสำหรับนักเรียน นักศึกษา เพียงแสดงบัตรหรือหลักฐานรับส่วนลด 5% ในการช้อปสินค้า(ไม่กำหนดขั้นต่ำในซื้อ)

‘แอนโทเนีย’รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส เดินทางกลับถึงไทย 26 พ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770847

‘แอนโทเนีย’รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส เดินทางกลับถึงไทย 26 พ.ย.นี้

‘แอนโทเนีย’รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส เดินทางกลับถึงไทย 26 พ.ย.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023 แอนโทเนีย โพซิ้ว มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจร่วมกับกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส พร้อมเพื่อนๆ นางงาม ในประเทศเม็กซิโก ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปี 2024โดยมีกำหนดการเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน2566 เวลา 15.00 น. ณ สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากนั้นจะเดินทางไปทำกิจกรรมที่ท้องฟ้าจำลอง พร้อม แม่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ และทีมนางงาม

หลังคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 แอนโทเนีย โพซิ้ว ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวกล่าวถึงความรู้สึกพร้อมขอบคุณแรงสนับสนุนจากคนไทยที่ทำให้เธอมายืนจนถึงจุดนี้ว่า “ไม่มีคำไหนจะบรรยายความรู้สึกของฉันได้ตอนนี้ฉันทุ่มหมดทั้งตัวบนเวทีเพื่อประเทศไทย เพื่อทุกคนที่เชื่อในตัวฉันและเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ฉันขอโทษที่ไม่สามารถนำมงกุฎกลับบ้านเราได้

ฉันซาบซึ้งกับความรักและการสนับสนุนทั้งหมดในการเดินทางนี้ หากไม่มีแรงสนับสนุน ฉันคงไม่ได้มายืนที่นี่ในวันนี้ อย่างที่ฉันเคยบอกไว้
มันไม่ใช่มงกุฎและสายสะพายที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่คุณทำกับแพลตฟอร์มที่คุณมี คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ฉันจะทำงานเพื่อความฝันของฉันต่อไป และหวังว่าคุณจะมากับฉัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางไหนจากตรงนี้

ฉันหวังว่าฉันจะยังเป็นแสงนำทางสำหรับคนที่มีความหวัง ความฝันที่พวกเขารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ ขอให้กล้าที่จะเดินก้าวแรกเพราะว่าคุณไม่มีทางรู้เลยว่า เส้นทางนั้นจะพาคุณไปทางไหน และคุณจะเจอใครบ้างระหว่างทาง ฉันรักพวกคุณทุกคนจากก้นบึ้งของหัวใจ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ”

แอนโทเนีย โพซิ้ว ได้ทำหน้าที่มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2023ได้อย่างโดดเด่นและเต็มความสามารถ เธอยังได้สร้างเสียงฮือฮาในวงกว้างในรอบชุดประจำชาติ ด้วยการพาชุด “เทพธิดาอาณาจักรอยุธยา” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปปั้น “พระแม่ธรณี” ในช่วงยุคสมัยอยุธยา ของอาณาจักรสยาม ที่มีอยู่ในช่วงทศวรรษที่ 14 ถึง 18 ร่ายรำบนเวทีสวยสะกด ตรึงหัวใจผู้ชม จนถูกเลือกให้ขึ้นปกหนังสือพิมพ์ของประเทศเอลซัลวาดอร์ พร้อมคำบรรยายลงในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ “Diario El Salvador” ว่า “Miss Universe Thailand นำเสนอเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทยในชุดสีทองและผมยาวดั่ง “พระแม่ธรณี” ผู้ที่เป็นที่นับถือของคนในชาติมาจนถึงปัจจุบัน

ไม่เพียงแต่ความงามดั่งต้องมนต์สะกดในชุดประจำชาติ แอน-แอนโทเนีย ยังตอบคำถามในรอบ 5 คน และ 3 คนสุดท้ายได้อย่างชาญฉลาด จนได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง โดยคำถามในรอบ 5 คนนั้น “ถ้าคุณสามารถพูดกับนักเรียนในห้องที่เต็มไปด้วยการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ คุณจะพูดอะไร” คำตอบของเธอคือ “ฉันจะบอกพวกเขาว่า อย่าฟังสิ่งที่คนอื่นพูด เพราะในที่สุด ทุกคนมีสิทธิ์มีความคิดเห็นของตัวเอง แต่ขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะตอบโต้อย่างไร ใช้เสียงของเรายืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง และเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราอยากเห็นในโลกด้วยการเป็นผู้นำ อย่าฟังคำพูดที่เกลียดชัง เพราะสิ่งนั้นไม่ได้กำหนดให้เราเป็นแต่สิ่งที่กำหนดเราคือวิธีที่เรารับมือและจัดการปัญหา ขอบคุณค่ะ”

และจากคำตอบนั้น ทำให้เธอผ่านเข้ามาในรอบ 3 คนสุดท้าย เป็นคำถามเดียวกันทั้ง 3 สาวงามว่า “ถ้าคุณมีโอกาสเลือกใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงคนอื่นแทนตัวเอง 1 ปี คุณจะเลือกใคร แล้วเพราะอะไร” ซึ่ง แอน-แอนโทเนีย ตอบว่า“ฉันจะเลือก มาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) เพราะฉันรู้ถึงการต่อสู้ที่เธอต้องผ่านมา เพื่อไปถึงจุดที่เธออยู่วันนี้ เธอต้องต่อสู้เพื่อการศึกษาของสตรี และต่อสู้เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนสามารถยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง เป็นผู้ทำให้สิ่งที่ไม่ดีกลับสว่างสดใส และนำทางด้วยการเป็นแบบอย่าง ถ้าฉันสามารถเลือกใครได้ คนนั้นคือเธอ ขอบคุณค่ะ”

แอนโทเนีย โพซิ้ว ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก ปัจจุบันอายุ 26 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากหลักสูตรนานาชาติ สาขาวิชาการตลาดและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดซึ่งเส้นทางการประกวดของเธอมาจากเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ The Face Thailand Season 1 ทีมเมนเทอร์ พลอย-เฌอมาลย์ และผ่านเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ก่อนที่จะถูกคัดออกในสัปดาห์ที่ 7 ทำให้เธออยู่อันดับที่ 10 ของซีซั่น จากนั้นเริ่มเข้าสู่เส้นทางการประกวดสาวงาม ในปี 2019 บนเวทีมิสซูปราเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2019 คว้ารางวัลชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทยไปสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ คว้าตำแหน่ง มิสซูปราเนชันแนล 2019 คนแรกของประเทศไทย กลายเป็นมิสซูปราเนชั่นแนลคนที่ 11 ของโลก

แอนโทเนีย โพซิ้ว อยากลองทำตามความฝันในเส้นทางนางงามอีกครั้ง โดยการเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ในนามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์จังหวัดนครราชสีมา และคว้าตำแหน่งเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023 เป็นสาวงามที่ทรงพลังและสร้างประวัติศาสตร์บนเส้นทางนางงามของเธออีกครั้ง กับตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023

แฟนนางงามเตรียมตัวให้พร้อม แอนโทเนีย โพซิ้ว มีกำหนดการเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2566 เวลา 15.00 น. และเชื่อว่าสนามบินสุวรรณภูมิแตกแน่นอน !!!

‘ไอคอนสยาม’ ฉลองครบรอบ 5 ปี กับความสำเร็จระดับโลก สร้างมหาปรากฏการณ์รังสรรค์กิจกรรมความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770837

‘ไอคอนสยาม’ ฉลองครบรอบ 5 ปี กับความสำเร็จระดับโลก  สร้างมหาปรากฏการณ์รังสรรค์กิจกรรมความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่

‘ไอคอนสยาม’ ฉลองครบรอบ 5 ปี กับความสำเร็จระดับโลก สร้างมหาปรากฏการณ์รังสรรค์กิจกรรมความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่งาน ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled’ โดยได้รับเกียรติจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงมหาดไทย ร่วมฉลองพร้อมด้วยผู้บริหารไอคอนสยาม พาสินี ลิ่มอติบูลย์ ประธาน กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, ชฎาทิพ จูตระกูล กก., เกตุวลี นภาศัพท์, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม พร้อมทัพศิลปินนักแสดงชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทยและศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท แมกโนเลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัทดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด และ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดงานมหาปรากฏการณ์ฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปี“ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled” รังสรรค์การแสดงแสงสีเสียงสุดยิ่งใหญ่ให้สะกดทุกสายตา ตอกย้ำแนวคิด “สิ่งที่ดีที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” The Best of ThailandMeets The Best of The World โดยได้รับเกียรติจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พญ.พักตร์พิไลทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี ร่วมงานด้วย โดยมีผู้บริหารไอคอนสยาม นำโดย สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล,ชฎาทิพ จูตระกูล, พาสินี ลิ่มอติบูลย์, เกตุวลีนภาศัพท์ ให้การต้อนรับ ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7ไอคอนสยาม

ผู้บริหารไอคอนสยาม สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล, ชฎาทิพ จูตระกูล, พาสินี ลิ่มอติบูลย์, เกตุวลี นภาศัพท์ ต้อนรับ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยดาราดังจากเกาหลี “อีจุนโฮ” ร่วมงานด้วย

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า “ไอคอนสยามมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ได้ทำภารกิจสำคัญตามวิสัยทัศน์ที่ผู้ร่วมลงทุนทั้งสามบริษัทได้ให้ไว้กับประเทศไทยสำเร็จลุล่วง ทั้ง บริษัท สยามพิวรรธน์จำกัด, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด โดยสร้างแม่เหล็กดึงดูดให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายที่ครองความเป็นที่หนึ่งในใจผู้คนทั่วโลกจนปัจจุบันครบรอบการดำเนินธุรกิจ 5 ปี ไอคอนสยามได้รับการยกย่องทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้เป็น Global Destination สัญลักษณ์ประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแท้จริง ก้าวต่อไปเพื่อต่อยอดการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ไอคอนสยามได้วางกลยุทธ์ที่จะร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลกในการจัดกิจกรรม World Class Event ภายในศูนย์การค้าตลอดทั้งปี พร้อมยกระดับงานเทศกาลและประเพณีไทยที่สำคัญให้กลายเป็นกิจกรรมระดับโลก เช่น งานลอยกระทง ประเพณีงานสงกรานต์การละเล่นว่าวไทย เป็นต้น โดยเราพร้อมจับมือกับภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม ฯลฯ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางวัฒนธรรมระดับโลก หรือ Global Cultural Influence ผ่านการปั้น Soft Power ของไทยสู่เวทีโลกไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น ดีไซเนอร์ และอื่นๆ ในทุกมิติ

ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด

สุพจน์ กล่าวถึงการจัดงานฉลอง 5 ปี ว่าเพื่อสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและทั่วโลกในช่วงปลายปีนี้ ไอคอนสยาม ได้ร่วมมือกับพันธมิตรรายสำคัญ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด และ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดแคมเปญฉลองครบรอบ 5 ปีของไอคอนสยามอย่างยิ่งใหญ่ ทุ่มงบประมาณ 500 ล้านบาทเตรียมแผนการตลาดจัดกิจกรรมมหาปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ตลอดปีทั้ง World Class Event โปรโมชั่นเร้าใจ และกิจกรรมบันเทิงมากมาย โดยจะนำ Soft Power ของไทยมาเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยี่ยมชม ขณะเดียวกันมีศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาร่วมแสดงผลงานกับศิลปินไทยในหลากหลายมิติมากขึ้น โดยการฉลองความสำเร็จในครั้งนี้มีทัพศิลปินนักแสดงชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย และศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก “อีจุนโฮ” พระเอกซีรี่ส์ดัง “King the Land” เมมเบอร์บอยแบนด์สุดฮอตวง “ทูพีเอ็ม” (2PM) และ “มาร์ค ต้วน” (Mark Tuan) หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 และเป็นหนึ่งใน K-POP ขวัญใจชาวไทยบินตรงมาร่วมฉลองความสำเร็จของไอคอนสยาม สะท้อนความเป็นโกลบอลเดสติเนชันหนึ่งเดียวของประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ

เกตุวลี นภาศัพท์, พาสินี ลิ่มอติบูลย์ และ ธีราภา พร้อมพันธุ์

“ไอคอนสยามถือเป็นหนึ่งในโครงการสุดยอดไอคอนิค นำสิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก “The Best of Thailand Meets The Best of The World” นำเสนอคุณงามความดีในทุกมิติของความเป็นไทย พร้อมนำความยิ่งใหญ่ของสิ่งมหัศจรรย์จากทุกมุมโลกมารวมกันให้ปรากฏเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เราเติบโตและทำธุรกิจภายใต้กลยุทธ์การร่วมกันรังสรรค์ (Co-Creation) และการสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Value) ทำให้สามารถเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนกับทุกภาคส่วน เกิดผลตอบรับเชิงบวกสู่สังคมชุมชน สิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนสำคัญที่นำไอคอนสยามก้าวสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีโลกได้ ความสำเร็จตลอด 5 ปีของไอคอนสยาม เกิดจากพลังความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนภาคประชาสังคม และชุมชนโดยรอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด ในวาระพิเศษนี้ขอเชิญชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนและประชาชนร่วมเฉลิมฉลองด้วยกัน ภายใต้แนวคิด The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled เพื่อความสุขและความรุ่งเรืองของทุกภาคส่วน และร่วมกันตอกย้ำให้ทุกคนรู้ว่าประเทศไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” สุพจน์ กล่าวในที่สุด

จรรยา สว่างจิตร-พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ

จรรยา สว่างจิตร-พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ

ชาลอต โทณวณิก, พัชรพิมล ยังประภากร, ชฎาทิพ จูตระกูล และ นภาเพ็ญ เวชชาชีวะ

ชาลอต โทณวณิก, พัชรพิมล ยังประภากร, ชฎาทิพ จูตระกูล และ นภาเพ็ญ เวชชาชีวะ

“มาร์ค ต้วน” หนึ่งในสมาชิกวง GOT7
และเป็นหนึ่งใน K-POP ขวัญใจชาวไทย

“มาร์ค ต้วน” หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 และเป็นหนึ่งใน K-POP ขวัญใจชาวไทย

“อีจุนโฮ” พระเอกซีรี่ส์ดัง “King the Land”

“อีจุนโฮ” พระเอกซีรี่ส์ดัง “King the Land”

เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ขึ้นเวทีขับเสภาในงาน ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled กับบทประพันธ์สุดยิ่งใหญ่

เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ขึ้นเวทีขับเสภาในงาน ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled กับบทประพันธ์สุดยิ่งใหญ่

เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ขึ้นเวทีขับเสภาในงาน ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled กับบทประพันธ์สุดยิ่งใหญ่

เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ขึ้นเวทีขับเสภาในงาน ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled กับบทประพันธ์สุดยิ่งใหญ่

เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ขึ้นเวทีขับเสภาในงาน ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled กับบทประพันธ์สุดยิ่งใหญ่

เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ขึ้นเวทีขับเสภาในงาน ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled กับบทประพันธ์สุดยิ่งใหญ่

การแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled โดย แอลลี่ อชิรญา
นิติพน และ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

การแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled โดย แอลลี่ อชิรญา นิติพน และ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

การแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled โดย แอลลี่ อชิรญา
นิติพน และ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

การแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled โดย แอลลี่ อชิรญา นิติพน และ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

การแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled โดย แอลลี่ อชิรญา
นิติพน และ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

การแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled โดย แอลลี่ อชิรญา นิติพน และ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

มอบเงินสนับสนุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770823

มอบเงินสนับสนุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

มอบเงินสนับสนุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โลตัส โดย ดร.อภิรักษ์ เดชวรสิทธิ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานกลยุทธ์และสนับสนุนธุรกิจ โลตัส มอบเงินสนับสนุนมูลค่า 200,000 บาท ให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดย คุณโชคชัย สุขเหลือง รองผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เป็นผู้รับมอบซึ่งเป็นเงินบริจาคจากรายได้การจำหน่ายเสื้อผ้าและชุดชั้นในสตรี MeStyle (มีสไตล์) ภายใต้แบรนด์โลตัส ตลอดเดือนตุลาคมที่ผ่านมาที่เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ป้องกันมะเร็งเต้านม เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสต่อไป นอกจากนี้ โลตัสยังร่วมกับซาบีน่า ส่งมอบเต้านมเทียมจำนวน 1,000 ชิ้น เพื่อส่งกำลังใจและช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอีกด้วย

ทั้งนี้โลตัส มุ่งเดินหน้าสนับสนุนการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนไทย (Health & Well-being) ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนของโลตัส ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการมีสุขภาพดี สนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชน และการเข้าถึงอาหารคุณภาพดี มีประโยชน์ ปลอดภัย และเหมาะสมตามหลักโภชนาการ

ศิริราช’ จับมือ ‘SCGP’ ปรับบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง เพิ่มความสะดวก ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770825

ศิริราช’ จับมือ ‘SCGP’ ปรับบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง  เพิ่มความสะดวก ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม

ศิริราช’ จับมือ ‘SCGP’ ปรับบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง เพิ่มความสะดวก ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล, ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นายวิชาญ จิตร์ภักดี

“ศิริราช” จับมือ “SCGP” สร้างภาพลักษณ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางศิริราชครั้งใหญ่ ผ่านโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ด้วยการสร้างอัตลักษณ์และบรรจุภัณฑ์ทุกผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย สวยงาม ใช้งานได้อย่างสะดวก และมุ่งเน้นความยั่งยืน พร้อมเพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าใหม่ได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า โรงพยาบาลศิริราชมีพันธกิจในการดูแลผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ป่วยว่าจะได้รับบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานตามหลักวิชาชีพ โดยอาศัยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของแพทย์ ผนวกกับการใช้ยาที่ถือเป็นอาวุธสำคัญในการรักษา ดังนั้น โรงพยาบาลศิริราชจึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสูตรเฉพาะของโรงพยาบาลขึ้น เพื่อตอบสนองการรักษาให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม โดยเริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี 2548 ภายใต้ลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลศิริราช เช่น แชมพูสำหรับผู้มีปัญหาหนังศีรษะ ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี เป็นต้น ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของโรงพยาบาลศิริราชเป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป ทำให้โรงพยาบาลศิริราชมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มศักยภาพการผลิต ตลอดจนปรับภาพลักษณ์บรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สร้างคุณค่าและความพึงพอใจ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า โรงพยาบาลศิริราชได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง 15 ชนิด เช่น แชมพู ครีมกันแดด ครีมอาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิว เป็นต้น เดิมดีไซน์ของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยังไม่สามารถสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่จดจำ อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ยังยากต่อการใช้งาน ดังนั้นโรงพยาบาลศิริราชและบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP จึงร่วมมือกันปรับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของโรงพยาบาลศิริราชครั้งใหญ่ โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบโลโก้เป็นรูปทรงวงกลม สื่อถึงภาพลักษณ์ที่มีความน่าเชื่อถือและรู้สึกภูมิใจที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงพยาบาลศิริราช อีกทั้งยังมีการออกแบบกราฟฟิกและรูปทรงของบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม ทันสมัย ใช้งานง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคเดิม ตลอดจนครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพ

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รองประธานกรรมการศิริราชมูลนิธิ คนที่ 1 กล่าวว่า ศิริราชมูลนิธิเป็นองค์กรสาธารณกุศล เพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย ส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนสนับสนุนการศึกษาและการค้นคว้าวิจัยที่เป็นประโยชน์ของบุคลากรทางการแพทย์โดยศิริราชมูลนิธิได้สนับสนุนกิจการของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงจัดตั้งบริษัท ศิริราชบำรุงเวช จำกัด สำหรับดำเนินงานในรูปแบบบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม ปัจจุบันมีร้านค้าภายใต้บริษัท ศิริราชบำรุงเวช จำกัด ในการดูแลช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของโรงพยาบาลศิริราช

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจีแพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า SCGP ได้มุ่งนำเสนอโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ครบวงจร พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมสินค้าและบริการที่หลากหลาย ครอบคลุมการออกแบบ ผลิต และจำหน่าย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดย SCGP ได้ร่วมมือกับศิริราชในการร่วมคิดและพัฒนา ตั้งแต่การวิจัย การออกแบบโลโก้ที่มีเอกลักษณ์การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในแต่ละสูตร คงคุณภาพไว้ได้นาน และคำนึงถึงการใช้งานของลูกค้าให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน SCGP ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ให้กับศิริราช และช่วยให้คนไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพ ทั้งนี้ SCGP และศิริราช ยังได้มีแผนขยายความร่วมมือในการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ ของศิริราช โดยจะเน้นการใช้นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสมาร์ทแพคเกจจิ้ง เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดีแก่ลูกค้าและผู้บริโภค รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนร่วมกัน

ลอรีอัล ประกาศ 4 นักวิจัยสตรีไทย คว้าทุน ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ ปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770829

ลอรีอัล ประกาศ 4 นักวิจัยสตรีไทย คว้าทุน ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ ปีนี้

ลอรีอัล ประกาศ 4 นักวิจัยสตรีไทย คว้าทุน ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’ ปีนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ย้ำความสำคัญของบทบาทสตรี ควบคู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

สองผู้บริหารลอรีอัล แพทริค จีโร และ อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ ร่วมแสดงความยินดีกับ 4 นักวิจัยสตรีผู้ได้รับทุนลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย ย้ำความสำคัญของบทบาทนักวิจัยสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์ เดินหน้าสนับสนุนทุนวิจัยต่อเนื่องเป็นปีที่ 21ประกาศรายชื่อ 4 นักวิจัยสตรีผู้ได้รับทุนในโครงการทุนวิจัย ลอรีอัลประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปี 2566 ซึ่งมอบทุนวิจัย 250,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณให้แก่นักวิจัยสตรีที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างประโยชน์ต่อสังคมทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยลอรีอัลยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนงานวิจัยและเชิดชูเกียรติสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์ รวมถึงเป็นพื้นที่ผลักดันงานวิจัยคุณภาพให้สามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ทั้งในประเทศไทยและเวทีโลก

นายแพทริค จีโร กรรมการผู้จัดการลอรีอัล ประเทศไทย พม่า ลาว และกัมพูชา กล่าวว่า “ลอรีอัล ในฐานะบริษัทความงามระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับงานวิจัยวิทยาศาสตร์และศักยภาพของนักวิจัยสตรีเสมอมา เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าโลกต้องการวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ต้องการ
สตรี หลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าในเวทีโลกนักวิจัยสตรีจะมีสัดส่วนเพียง 33% และมีเพียงนักวิจัยสตรีส่วนน้อยที่ได้รับการระบุชื่อในงานวิจัย ทว่า ในประเทศไทยกลับมีแนวโน้มที่ดี ดังที่เราต่างก็ได้เห็นผลงานวิจัยคุณภาพจำนวนมากซึ่งเปี่ยมล้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างประโยชน์และคุณูปการให้กับสังคม รวมถึงเห็นความพยายามร่วมกันทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนที่ต้องการผลักดันบทบาทของนักวิจัยสตรีในแวดวงวิทยาศาสตร์ให้ทวีความเด่นชัดยิ่งขึ้น ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย จึงมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของก้าวอันยิ่งใหญ่ในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในแวดวงวิทยาศาสตร์เสมอมา โดยดำเนินควบคู่ไปกับประเด็นสำคัญอย่างสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เราจะยังคงมุ่งมั่นให้การสนับสนุนบทบาทของนักวิจัยสตรีไทยในสายงานวิทยาศาสตร์ต่อไปเพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้ให้กับบทบาทของสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์เป็นเสมือนเวทีให้ผลงานของนักวิจัยสตรีไทยได้เป็นที่รู้จัก และตอกย้ำว่านักวิจัยสตรีไทยมีศักยภาพและความสามารถที่โดดเด่นไม่เป็นรองใคร”

(ซ้าย) ดร.สุญาณี ทองโชติ, ดร.ปิยฉัฏร ช่วยสีนวล, ดร.พรนภา เกษมศิริ และ รศ.ดร.ธีรนันท์ ศิริตานนท์

ทุนวิจัยฯ 4 ทุน มอบแก่ 4 นักวิจัยสตรี จาก 4 สถาบัน ในสองสาขา สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คือ ดร.ปิยฉัฏร ช่วยสีนวล จากห้องปฏิบัติการอินทรีย์เคมีสังเคราะห์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์กับงานวิจัยหัวข้อ “การพัฒนาไฮโดรเจลสำหรับฉีดจากวัสดุคอมโพสิตอัลจิเนตอนุภาคไฮดรอกซีอะปาไทท์และเส้นใยไหมไฟโบรอิน สำหรับการใช้งานวิศวกรรมเนื้อเยื่อของฟัน” และ ดร.สุญาณีทองโชติ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล กับงานวิจัยหัวข้อ “ทีเซลล์ที่มีตัวรับแอนติเจนแบบลูกผสมที่จำเพาะต่อโปรตีนโฟเลตรีเซปเตอร์อัลฟ่าและสามารถหลั่งโปรตีนที่จำเพาะสองทางรุ่นที่ 5.3 เพื่อเสริมประสิทธิภาพของวิถีออโตฟาจีในการกำจัดเซลล์มะเร็งเต้านมชนิดทริปเปิ้ลเนกาทีฟแบบสามมิติออร์กานอย” สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ คือ รองศาสตราจารย์ ดร.พรนภา เกษมศิริ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับงานวิจัยหัวข้อ “ไฮโดรเจลออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สามารถฉีดได้จากการปรับแต่งแป้งที่เป็นของเสียในอุตสาหกรรมสำหรับการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์” และ รองศาสตราจารย์ดร.ธีรนันท์ ศิริตานนท์ จาก สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กับงานวิจัยหัวข้อ “การออกแบบและพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงเพื่อการประยุกต์ใช้ด้านสิ่งแวดล้อม”

ดร.ปิยฉัฏร ช่วยสีนวล จากห้องปฏิบัติการอินทรีย์เคมีสังเคราะห์สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ผู้ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กล่าวว่า “ผู้ป่วยที่ประสบปัญหาการสูญเสียฟันในประเทศไทยมีทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคเหงือกผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ และผู้สูงอายุที่กระดูกเบ้าฟันเสื่อมสลายตามวัย หนึ่งในวิธีรักษาที่ได้รับความนิยมคือการฝังรากฟันเทียม โดยยึดฟันเข้ากับกระดูกขากรรไกรด้วยรากฟันเทียม แต่ปัญหาหลักที่พบส่วนใหญ่คือผู้ป่วยมีกระดูกเบ้าฟันไม่สมบูรณ์ หรือมีปริมาณกระดูกเบ้าฟันไม่เพียงพอที่จะรองรับการฝังรากฟันเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้นการรักษาจึงต้องเพิ่มขั้นตอนการปลูกกระดูกเบ้าฟันด้วยวัสดุปลูกกระดูก เพื่อให้การฝังรากฟันเทียมประสบผลสำเร็จเพิ่มขึ้น แต่ขั้นตอนดังกล่าวต้องนำเข้าวัสดุปลูกกระดูกจากต่างประเทศและค่าใช้จ่ายจึงค่อนข้างสูง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงเข้าถึงการรักษาได้น้อยและประสบกับการสูญเสียฟันอย่างถาวร ทีมผู้วิจัยร่วมกันพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ชนิดใหม่ เพื่อใช้เป็นวัสดุปลูกกระดูกทางด้านทันตกรรม (Dental tissue engineering) โดยทีมผู้วิจัยได้พัฒนาวัสดุปลูกกระดูกรูปแบบเจลพร้อมฉีด (injectable hydrogels) จากไฮโดรเจลอัลจิเนต-ไฮดรอกซีอะปาไทท์-เส้นใยไหมไฟโบรอิน ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพและชีวภาพที่เหมาะสม ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ และสามารถกระตุ้นการปลูกกระดูกซึ่งวัดจากการเพิ่มจำนวนเซลล์และการสะสมแร่ธาตุของเซลล์กระดูกได้อย่างมีประสิทธิผล วัสดุที่ได้จากงานวิจัยนี้จะช่วยร่นระยะเวลาและลดความซับซ้อนในการรักษา และที่สำคัญคือสามารถผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในประเทศและราคาไม่แพง อันได้แก่เปลือกไข่และเศษรังไหม งานวิจัยนี้จึงเป็นการสร้างนวัตกรรมด้านวัสดุทางทันตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้ง โดยใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังสามารถนำไปต่อยอดเพื่อผลิตขึ้นใช้ในระดับประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการปลูกกระดูกเบ้าฟันได้มากขึ้น และได้รับการรักษาโดยการฝังรากฟันเทียมอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน”

ดร.สุญาณี ทองโชติ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดลผู้ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กล่าวว่า “มะเร็งเต้านมชนิด TNBC (Triple-Negative Breast Cancers) เป็นมะเร็งเต้านมที่มีความรุนแรงกว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่นๆ และยังรักษาได้ยาก งานวิจัยชิ้นนี้เสนอให้ใช้วิธีการรักษาที่เรียกว่า chimeric antigen receptor หรือ CAR T-cells ซึ่งเป็นการนำเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมะเร็งที่มีจำนวนน้อยและไม่แข็งแรง ออกมาดัดแปลง หรือกระตุ้นในห้องปฏิบัติการด้วยกระบวนการ genetic engineeringให้มีประสิทธิภาพในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ดียิ่งขึ้น ก่อนจะนำเซลล์เม็ดเลือดขาวดังกล่าวที่ผ่านกระบวนการแล้วใส่กลับเข้าไปให้ผู้ป่วย โดยเซลล์ภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือน “เซลล์ที่มีชีวิต” หรือ “living drug”ในการทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายโดยทีมผู้วิจัยศึกษาการเพิ่มความสามารถในการหลั่ง antibody ต่อโปรตีน NECTIN2 ซึ่งเป็น immune checkpointmolecule ในการเพิ่มศักยภาพให้กับ CAR T-cells ที่จำเพาะต่อโปรตีน Folate receptor alpha เรียกว่า CAR T-cells รุ่นที่ 5.3 และเบื้องต้นผลออกมาเป็นที่น่าพอใจใน CAR T-cells รุ่นที่ 4 ในปัจจุบันหลักฐานการรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วย CAR T-cells ให้ผลเป็นที่น่าพอใจและมีผลข้างเคียงน้อยซึ่งในอนาคตการรักษาด้วย CAR T-cells จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชนิด TNBC ที่รักษายาก เนื่องจากเป็นการใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเอง ทำให้วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Predictive biomarkers เพื่อพัฒนา CAR T-cells และใช้ร่วมกับยา immune checkpoint inhibitors (ICIs) รวมไปถึงฐานข้อมูลต่างๆ เช่น วิถี autophagy อันจะสามารถต่อยอดไปสู่นวัตกรรมใหม่ทางการแพทย์สำหรับการรักษามะเร็งเต้านมชนิด TNBC ให้ได้ผล
ที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป”

รองศาสตราจารย์ ดร.พรนภา เกษมศิริ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ กล่าวว่า“ไฮโดรเจลเป็นวัสดุปิดแผลที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณสมบัติที่โดดเด่น คือมีความเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อ การเก็บรักษาความ
ชุ่มชื้น อ่อนโยน และมีความแข็งแรงทางกลและทางกายภาพที่เพียงพอ แต่ไฮโดรเจลก็ยังมีข้อจำกัดสำหรับการใช้งานในรูปแบบการฉีด ปัจจุบันมีการศึกษาและพัฒนาไฮโดรเจลที่สามารถฉีดได้เพื่อใช้เป็นสารนำส่งและปลดปล่อยยาในอวัยวะเป้าหมาย รวมถึงสามารถใช้แทนกระบวนการบางส่วนในการรักษาโดยการผ่าตัด การเตรียมไฮโดรเจลที่ฉีดได้ร่วมกับวัสดุนาโนได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อแบคทีเรียที่ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับไฮโดรเจล ทีมผู้วิจัยพบว่าแป้งของเสีย (Cassava starch waste : CSW) เป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่น่าสนใจ สำหรับนำมาต่อยอดในการเตรียมวัสดุทางการแพทย์ โดยได้มุ่งเน้นการศึกษาและการสังเคราะห์ไฮโดรเจลที่สามารถฉีดได้จากการดัดแปร CSW ให้เป็นสารเชื่อมขวางแป้งไดอัลดีไฮด์ (DAS) เพื่อใช้งานร่วมกับเจลาติน โดย CSW เป็นของเสียในอุตสาหกรรมการเกษตรที่นำไปจำหน่ายในราคาถูกเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ดังนั้นในงานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ประเภทไฮโดรเจลที่สามารถฉีดได้และสร้างแนวทางเพิ่มมูลค่าให้กับ CSW ที่เป็นผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมทางการเกษตร ซึ่งจะทำให้ได้ไฮโดรเจลที่ได้มีราคาต้นทุนต่ำ ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ง่ายยิ่งขึ้น”

รองศาสตราจารย์ ดร. ธีรนันท์ ศิริตานนท์ จาก สำนักวิชาวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผู้ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ กล่าวว่า “ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบันโดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยที่ประชากรจำนวนมากอาศัยและประกอบอาชีพที่อาศัยแหล่งน้ำ ในขณะที่การบำบัดน้ำบางครั้งต้องใช้พลังงานและอุปกรณ์ซับซ้อน ตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงสามารถย่อยสลายสารอินทรีย์ได้หลายชนิดพร้อมกันโดยอาศัยเพียงแสงอาทิตย์ แต่ปัจจุบันประสิทธิภาพของตัวเร่งปฏิกิริยายังจำกัดทำให้ยังไม่ถูกใช้งานในเชิงพาณิชย์มากนัก ผู้วิจัยจึงมุ่งพัฒนาและปรับปรุงวัสดุสำหรับเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน โดยได้พัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงในหลายระบบซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในหลายปฏิกิริยา อาทิ พัฒนา Bi٢WO6 โดยการเจือให้มีประสิทธิภาพการย่อยสลายสีย้อมโรดามีน บี และออกซิไดซ์เบนซิลลามีนได้มากขึ้นหลายเท่าตัว พัฒนาการเตรียมฟิล์มบางของ BiOCl ซึ่งสามารถลดแก๊สพิษ NOx ในอากาศได้ และยังพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยา Bi٢O٢CO3 โดยการเจือและคอมโพสิตให้สามารถลดสารปนเปื้อนยาปฏิชีวนะในน้ำได้มากขึ้นกว่าเดิม ในอนาคตตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีประสิทธิภาพสูงจะสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ย่อยสลายสารอินทรีย์ได้จำนวนมาก รวมทั้งกลุ่มยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าแมลง และสีย้อม ตลอดจนใช้แยกน้ำให้เป็นเชื้อเพลิงแก๊สไฮโดรเจนได้ในอนาคต อันจะเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มหาศาลต่อสังคม ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ให้คนและธรรมชาติอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกันได้อย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ โครงการทุนวิจัยลอรีอัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” หรือ For Women in Science ริเริ่มขึ้นในปี 2540 โดย มูลนิธิลอรีอัล ด้วยความร่วมมือจากยูเนสโก แต่ละปีได้สนับสนุนนักวิจัยสตรีรุ่นใหม่มากกว่า 250 ท่าน ในโครงการระดับประเทศและระดับภูมิภาคทั่วโลก และได้มอบทุนเกียรติยศนานาชาติแก่นักวิจัยสตรีระดับ Laureates ไปแล้วมากกว่า 100 ท่าน ซึ่งมีถึง ٧ ท่าน ที่ก้าวสู่ความสำเร็จได้รับรางวัลโนเบล สำหรับในประเทศไทย โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” มอบทุนวิจัยทุนละ 250,000 บาท ให้กับนักวิจัยสตรีที่มีอายุไม่เกิน 40 ปีในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย ได้ดำเนินงานโครงการมาเป็นปีที่ 21 โดยมีนักวิจัยสตรีไทยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการนี้รวมแล้วทั้งสิ้น 84 ท่าน จาก 20 สถาบัน

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770845

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ให้ สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานกรรมการ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เชิญไปทอดถวาย ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์27 พ.ย..09.00 น…

●● เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2566 ร่วมเป็นประธานการจัดงานแถลงข่าว “งานวันกาชาด 100 ปี พุทธศักราช 2566” ภายใต้คอนเซ็ปต์“กาลก่อน • กาลนี้ • กาลหน้า – สำราญใจในวันวานสู่งานวันกาชาด 100 ปี” พบกิจกรรมย้อนวันวานไปกับมหรสพรื่นเริงการกุศลคู่คนไทยและเชิญชวนทุกท่านที่มาเที่ยวชมงาน “นุ่งโจงห่มไทย เที่ยวงานวันกาชาด” พร้อมทั้งศิลปิน ดารา นักแสดง ร่วมในงานด้วย 23 พ.ย. 14.00 น. ณ ศูนย์นันทนาการลุมพินี งานวันกาชาด 100 ปี พุทธศักราช 2566 “รื่นรมย์สุขฤดี ณ ที่แห่งการให้” มีระหว่าง 8-18 พ.ย. 11.00-22.00 น. สวนลุมพินี www.งานกาชาด.com…

●● พระราชทานเพลิงศพ เพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 26 พ.ย.16.00 น. ศาลาโอสถานุเคราะห์ ที่สร้างเป็นอนุสรณ์แด่คุณพ่อสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ เมรุวัดธาตุทอง…

●●สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ แห่งสยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังกับ ธ.ออมสิน มอบความสุขสร้างรอยยิ้มให้เด็กนักเรียน รร.ตำรวจตระเวนชายแดนในถิ่นทุรกันดาร ผ่านโครงการ Citizen of Love by Siam Piwat X โครงการอิ่มนี้เพื่อน้อง โดย ธ.ออมสิน ด้วยการมอบอุปกรณ์การเรียน ของใช้จำเป็น รวมถึงเมล็ดพันธุ์พืชผัก และร่วมบริจาคเงิน ณ จุดรับบริจาคสยามพารากอน ชั้น G ธนาคารออมสิน สนญ. และร้าน Loft ทุกสาขา..

●● อนุโมทนาบุญกับ ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล ที่ได้บริจาคถุงบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ทางการแพทย์ของ บจ.คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล ให้แก่ รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย จ.พิษณุโลก โดยมีพญ.สุภาพร ปรางค์เจริญ รับมอบ…

●●ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร พร้อมคณะกก.อาทิ อุไร คุณานันทกุล,ดวงใจ ตั้งสง่า,เพ็ญศรี สุขเจริญผล,รักษา แสงภู่,ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง จัดมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนเรียนดี ยากจน กตัญญู โรงเรียนในสังกัด กทม. จำนวน 470 ทุน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 1 ธ.ค.10.00 น. ที่ ชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2ดินแดง..สอบถาม 02-5212690..พ.ต.ต.เชาวลิต สิงห์เจริญ “แฟนคลับคุณแหน” เห็นข่าวปุ๊ป ร่วมบริจาคปั๊ป
ใจกุศลจริงๆ..●●

น้อง

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ จัดรายการพิเศษ‘วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม’ทางช่อง 9 MCOT HD

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770846

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ จัดรายการพิเศษ‘วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม’ทางช่อง 9 MCOT HD

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ จัดรายการพิเศษ‘วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม’ทางช่อง 9 MCOT HD

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ จัดรายการพิเศษ‘วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม’ทางช่อง 9 MCOT HD

เชิญชวนร่วมบริจาคเงินจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สมาคม และชมรมธรรมศาสตร์ทั่วประเทศ ฉลองโอกาสครบรอบ 89 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และก้าวสู่ปีที่ 90 จัดรายการพิเศษเนื่องใน “วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD ในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2566 เวลา 22.00-24.00 น. เชิญชวนร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกรนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปี 2566 นี้ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมจัดรายการพิเศษเนื่องใน “วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม”ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD ในคืนวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2566 เวลา 22.00-24.00 น. โดยมี นายประกิต อภิสารธนรักษ์ เป็นประธานจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์ ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตประธานกรรมการ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในยุคที่ต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 เพื่อนำเสนอความเจริญก้าวหน้า การพัฒนาการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งกิจกรรมหลากหลายสุดพิเศษตลอดทั้งปีเพื่อประชาคมธรรมศาสตร์ พร้อมเชิญชวนร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะมีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงร่วมรับโทรศัพท์ในรายการ หรือร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 091-0-20188-8 ทั้งนี้ ใบเสร็จรับเงินจากการบริจาคครั้งนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้ 2 เท่า

ประกิต อภิสารธนรักษ์

ลูกแม่โดมทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในการร่วมบริจาคได้ที่ หน่วยรับบริจาค(นงเยาว์ และ นภาพร) โทร.02-9269432, ห้องรับบริจาค ชั้น 1 อาคาร ม.ร.ว. สุวพรรณ สนิทวงศ์สำนักบริหารแผนและการคลังรพ.ธรรมศาสตร์ โทร.065-0542565 และ Line : @tuh_donation, รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการ รพ.ธรรมศาสตร์ โทร.02-9269326 และ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ (กฤติญา และ นิจนารา) โทร.02-6798322

ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์

กรมการแพทย์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันทารกเกิดก่อนกำหนดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770824

กรมการแพทย์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันทารกเกิดก่อนกำหนดโลก

กรมการแพทย์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันทารกเกิดก่อนกำหนดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี นำทีมคณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ จัดกิจกรรม

กรมการแพทย์ โดย โรงพยาบาลราชวิถี ร่วมกับ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และเครือข่ายโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการมีบุตรและเพิ่มอัตราการเกิดของเด็กมีคุณภาพ กรมการแพทย์ จัดกิจกรรม วันทารกเกิดก่อนกำหนดโลก (World Prematurity Day) วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 โดยมี นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และ ผศ.(พิเศษ) นพ.สุเพ็ชร ทุ้ยแป หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวรายงาน ณ โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อรณรงค์และให้ความรู้ในการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดแก่หญิงตั้งครรภ์และประชาชนทั่วไป รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่มีหน้าที่ดูแลหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกคลอด เพื่อร่วมส่งมอบเด็กคุณภาพสู่ครอบครัว

นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกกำหนดให้ วันที่ 17 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็น World
Prematurity Day หรือ วันทารกเกิดก่อนกำหนดโลก เพื่อให้คนทั่วโลกเกิดความตระหนักและความเห็นอกเห็นใจแก่เด็กเกิดก่อนกำหนดและครอบครัว โดยในปี 2023 นี้ เป็น Theme เรื่อง “Small Actions, BIG IMPACT : Immediate skin-to-skin care for every baby everywhere” เน้นย้ำการสัมผัสเนื้อแนบเนื้อระหว่างมารดากับทารกตั้งแต่แรกเกิด ทั้งนี้ การคลอดก่อนกำหนดเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกแรกคลอดเสียชีวิต ส่วนทารกที่รอดชีวิตอาจมีภาวะทุพพลภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวตามมาได้ ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบกับทารก แต่ยังส่งผลถึงครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้ทรัพยากรในการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวต่อว่า ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก พบว่าในปี 2563 มีทารกคลอดก่อนกำหนด 13.4 ล้านคน เทียบเท่ากับว่ามีทารกคลอดก่อนกำหนดหนึ่งรายในทารกที่คลอดทุกๆ 10 ราย สำหรับประเทศไทยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าในปีงบประมาณ 2566 พบว่าอัตราทารกคลอดก่อนกำหนดอยู่ที่ร้อยละ 10.4 คาดว่าจะมีเด็กคลอดก่อนกำหนดในประเทศไทยประมาณ 50,000 คนต่อปีการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด ปัจจุบันพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีประวัติเคยคลอดก่อนกำหนดและตรวจพบปากมดลูกสั้นจะมีความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดสูงขึ้น ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์ควรมาฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ เพื่อให้สูติแพทย์ตรวจคัดกรองและให้การป้องกันในรายที่มีปัจจัยเสี่ยงเพื่อลดภาวะทุพพลภาพหรือการเสียชีวิตของทารกแรกคลอดลงให้ได้มากที่สุด

ผศ.(พิเศษ) พญ.เด่นนพพร สุดใจ หัวหน้างานเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการให้ความรู้เรื่องการคลอดก่อนกำหนด ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนการมีบุตรเพื่อลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนด การป้องกันการคลอดก่อนกำหนด สัญญาณเตือนของการคลอดก่อนกำหนด การดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด และเมื่อมีภาวะคลอดก่อนกำหนดขึ้นแล้วจะปฏิบัติตัวอย่างไร รวมทั้งการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดอย่างไร นอกจากนี้ยังมีการจัดเสวนาร่วมกันทั้งสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์โรงพยาบาลราชวิถี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิดจากสถาบันสุขภาพเด็ก
แห่งชาติมหาราชินี กับคุณแม่ที่เคยตั้งครรภ์และมีภาวะคลอดก่อนกำหนดเกิดขึ้นแล้วผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไรอีกด้วย

ENZ ชวนพัฒนาภาษาอังกฤษ เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ไปเปิดประสบการณ์ซัมเมอร์นิวซีแลนด์ช่วงปิดเทอมใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770917

ENZ ชวนพัฒนาภาษาอังกฤษ เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ไปเปิดประสบการณ์ซัมเมอร์นิวซีแลนด์ช่วงปิดเทอมใหญ่

ENZ ชวนพัฒนาภาษาอังกฤษ เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ไปเปิดประสบการณ์ซัมเมอร์นิวซีแลนด์ช่วงปิดเทอมใหญ่

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 21.05 น.

หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ชวนน้องๆเยาวชนไทย ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับโครงการเรียนซัมเมอร์นิวซีแลนด์ (New Zealand Summer Camp) ประจำปี พ.ศ. 2567   เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ทั้งจากในและนอกห้องเรียนกับนักเรียนนิวซีแลนด์ ฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน
ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนเดือนมีนาคม พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะหากิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้น้องๆ ซึ่งมีทั้งกิจกรรมซัมเมอร์ที่น่าสนใจมากมายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ  ซึ่งนิวซีแลนด์ ถือเป็นอีกหนึ่งในประเทศยอดนิยมของนักเรียนไทย โดยในปีพ.ศ. 2566 พบว่า ตัวเลขนักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการบินไปเรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลก ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้งจากในห้องเรียนและการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่สนใจให้น้องๆไปเรียนซัมเมอร์นิวซีแลนด์ มีรายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งว่าโครงการซัมเมอร์นิวซีแลนด์ New Zealand Summer Camp 2024  ประกาศเปิดรับสมัครแล้ว สำหรับน้องๆเยาวชนไทย อายุระหว่าง 11-17 ปี เพื่อไปเรียนนิวซีแลนด์ระยะสั้นตั้งแต่ 3 สัปดาห์- 1 เทอม ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เริ่มเรียนตั้งแต่เดือนมีนาคม และเมษายน 2566 ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567  (ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละโรงเรียน) นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้หลายจุดหมายปลายทาง มีเมืองและระยะเวลาให้เลือกมากมาย อาทิ เมืองChristchurch, Auckland, Napier, Palmerston North, Leeston, Franklin, Paraparaumu และ Te Puke  

โครงการเรียนซัมเมอร์ที่นิวซีแลนด์ เป็นโครงการพัฒนาภาษาอังกฤษระยะสั้นในช่วงปิดภาคเรียน  จะช่วยให้น้องๆได้เปิดประสบการณ์มากมาย ได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษและวิชาเรียนพื้นฐานในระบบการเรียนการสอนจริง สภาพแวดล้อมห้องเรียนนิวซีแลนด์จริงๆ ใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้ทุกอย่างไม่ต่างจากนักเรียนนิวซีแลนด์ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับกิจกรรมทัศนศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียน พักกับครอบครัวนิวซีแลนด์ที่ดูแลนักเรียนเหมือนคนในครอบครัวจริง ดูแลความปลอดภัย และมีกิจกรรมให้ทำร่วมกัน อีกทั้งยังมีระบบบัดดี้ช่วยฝึกภาษา ได้ฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาในชีวิตประจำวันกับครอบครัวนิวซีแลนด์ พบมิตรภาพจากเพื่อนนิวซีแลนด์ และทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษอย่างก้าวกระโดด

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโปรแกรมกับตัวแทนแนะแนวการศึกษาชั้นนำที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ที่ช่วยทั้งการสมัครเรียน รวมทั้งขอวีซ่าและจองรายการต่างๆ และที่พักให้ รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.learnenglishnewzealand.com/nzsummer หรือ สอบถามได้ที่ Line ID:@NZEnglish

-(016)