รองปลัดฯนำทีมบุกอเมริกา หารือเทคโนโลยีด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770858

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้แทนไทย ได้แก่ นายสุรกิตติ ศรีกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการผลิตพืช กรมวิชาการเกษตร นายภาณุวัฒน์ เนียมเปรม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส (สายธุรกิจไก่เนื้อ)บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และ
เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการศึกษาดูงานภาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีหน่วยงาน National Association of State Departmentsof Agriculture (NASDA) แห่งสหรัฐอเมริกา เป็นผู้รับผิดชอบการศึกษาดูงานดังกล่าว

สำหรับการศึกษาดูงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ด้านการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการทำอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งประกอบด้วยการศึกษาดูงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรของสหรัฐอเมริกา เช่น บริษัท McGehee Producers Gin
(บริษัทด้านการบริหารจัดการอุตสาหกรรมการผลิตฝ้ายและจัดจำหน่ายเส้นใยฝ้าย) สำนักงาน Little Rock Port Authority (ท่าเรือ ทางแม่น้ำ) ขนาดใหญ่ในเมือง Little Rock) ศูนย์วิจัยและส่งเสริมข้าวของมหาวิทยาลัยอาร์คันซอฟาร์ม Isbell โรงสีข้าวของบริษัท Origami Sake และบริษัท Bruce Oakley (บริษัทด้านการขนส่ง การกระจาย และการค้าสินค้า) เป็นต้น

สทนช.พอใจผลงานศูนย์ฯ จัดการน้ำภาคกลางรับ‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770855

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวภายหลังปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ศูนย์ฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2566 โดยที่ผ่านมา ได้บูรณาการทำงานตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 และ 3 มาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับสภาวะเอลนีโญ มีการติดตามประเมินสถานการณ์น้ำ และวางแผนบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนจัดจราจรทางน้ำ เพื่อที่จะควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 1,800 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาทีจนสามารถบริหารจัดการมวลน้ำในพื้นที่ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี บรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม แก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้

นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่ทำประชาคมรับฟังความเห็นในการรับน้ำเข้าไปกักเก็บไว้ในทุ่ง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ทำให้สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่สำคัญๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะเดียวกัน น้ำที่ปล่อยเข้าทุ่งยังช่วยตัดวงจรการระบาดของแมลงศัตรูข้าว ช่วยไล่หนู กำจัดวัชพืชและยังเป็นการเติมปุ๋ยธรรมชาติเพิ่มความอุดมสมบรูณ์ให้กับดิน รวมทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธ์ปลา สามารถรับน้ำเข้าทุ่งบางระกำจนถึงปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 368.21 ล้าน ลบ.ม.และ 10 ทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างมีปริมาณรวมกัน 326.50 ล้าน ลบ.ม.

รวมทั้งได้ลงพื้นที่สำรวจและชี้จุดกำจัดวัชพืชโดยเฉพาะผักตบชวาในพื้นที่คลองญี่ปุ่นเหนือ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับภาคประชาชน จัดกิจกรรม Big cleaning day ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

อย่างไรก็ดี จากการประเมินสถานการณ์น้ำในขณะนี้ตลอดจนปริมาณฝนตกในพื้นที่ลดลง ระดับน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลง รวมทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ก็มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน สามารถควบคุมและบริหารจัดการให้อยู่ในสภาวะปกติ จึงได้ยุติการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง โดยสทนช.จะนำข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ ในคณะทำงานฯ และความเห็นของพี่น้องประชาชนไปวางแผนปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น หลังจากนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบความเสียหาย และฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว

“ขณะนี้ได้เข้าสู่ฤดูหนาว ฝนในพื้นที่ตอนบนเริ่มลดลง ขณะที่ภาคใต้มีแนวโน้มฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะมีการพิจารณาจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้ที่ จ.ยะลา เพื่อให้บริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันต่อสถานการณ์” เลขาธิการ สทนช.กล่าว

รมว.เกษตรฯรุดดู น้ำเขื่อนป่าสักฯ มุ่งศึกษาโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770859

รมว.เกษตรฯรุดดู  น้ำเขื่อนป่าสักฯ  มุ่งศึกษาโครงการ  พัฒนาแหล่งน้ำ

รมว.เกษตรฯรุดดู น้ำเขื่อนป่าสักฯ มุ่งศึกษาโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดศูนย์ฯ : ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช กระทรวงเกษตรฯ สำนักงานเกษตรอำเภอบางปะหัน หมู่ 6 ต.บางปะหัน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกรที่ขอรับบริการ สอบถามข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียนภาคการเกษตร

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามตรวจวัดระดับน้ำและรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุลปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมชลประทาน ดำเนินการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำทั้ง 4 ส่วนในพื้นที่ คือน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่ออุตสาหกรรม และน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ แก้ปัญหาเรื่องการใช้น้ำและการประกอบอาชีพของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

สำหรับสถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 871 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 91
ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 86 ล้าน ลบ.ม.ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ โดยก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำป่าสักเพิ่มเติม เนื่องจากลำน้ำสาขาลุ่มน้ำป่าสักมีปริมาณมาก ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีศักยภาพรับน้ำได้เพียง 960 ล้าน ลบ.ม.รวมทั้งศึกษาแผนงานโครงการที่มีศักยภาพในการพัฒนาแหล่งน้ำตอนบนของลุ่มน้ำป่าสัก 19 โครงการ หากพัฒนาครบทุกโครงการจะสามารถเก็บกักน้ำในลุ่มน้ำป่าสักได้ทั้งหมด 1,522.22 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 62.62 ของปริมาณน้ำท่าทั้งหมด และเพิ่มพื้นที่ชลประทานเป็น 901,063 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.06 ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด

‘ไชยา’ลุยตรวจห้องเย็นซุกเนื้อเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770856

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าตรวจสอบห้องเย็นบริษัท เจ.พี. ห้องเย็น จำกัด ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กรณีได้รับรายงานว่ามีการตรวจพบการลักลอบนำเข้าและลักลอบเก็บสินค้าเกษตร ประเภทเนื้อสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรมปศุสัตว์และกรมประมง ว่ากรมปศุสัตว์ ได้ลงพื้นที่ติดตามการจับกุม หลังจากได้รับรายงานว่ามีสินค้าลักลอบนำเข้าประเภทเนื้อเถื่อนผิดกฎหมาย และได้สั่งการให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเข้มงวด

สำหรับรายการสินค้าผิดกฎหมายที่ตรวจพบภายในห้องเย็น 3 แห่ง ประกอบด้วย เนื้อกระบือ โคเนื้อ ขาไก่/ปีกไก่ หมูสามชั้น และขาหมู วางแทรกระหว่างสินค้าประเภทปลาทูอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้อายัดสินค้าไว้เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา พร้อมกับเรียกผู้ดูแลสถานประกอบการหรือเจ้าของสถานประกอบการมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนื้อสัตว์ที่นำมากักเก็บไว้ และจะต้องทำการขยายผลถึง
ผู้ที่นำมาฝากแช่แข็ง เพื่อนำผู้กระทำความผิดทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป

นายไชยากล่าวต่อว่า มาตรการต่างๆในการตรวจเข้มจับกุมเป็นการหยุดยั้งกระบวนการนำเข้า สินค้าเนื้อเถื่อนผิดกฎหมาย ทำให้บิดเบือนกลไกตลาดและสร้างความเสียหายกับทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย ซึ่งการตรวจครั้งนี้พบความ
เสียหายกว่า 100 ล้านบาท จึงกำชับการเข้าปฏิบัติการทุกครั้งให้กระทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เนื่องจากการปราบปรามทุกครั้งมีเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ขอยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าในการปราบปราม
เนื้อเถื่อนที่ผิดกฎหมายต่อไป

‘ไชยา’ลงพื้นที่กระบี่ดันโครงการ’กระบี่เมืองแพะ’ส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน BCG Model

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770903

'ไชยา'ลงพื้นที่กระบี่ดันโครงการ'กระบี่เมืองแพะ'ส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน BCG Model

‘ไชยา’ลงพื้นที่กระบี่ดันโครงการ’กระบี่เมืองแพะ’ส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน BCG Model

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.31 น.

‘ไชยา’ลงพื้นที่กระบี่ดันโครงการ’กระบี่เมืองแพะ’ส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน BCG Model

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2566 นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ และรับฟังผลการปฏิบัติงานตามนโยบายขับเคลื่อนยุทธการปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดกระบี่เข้าร่วม ณ ห้องประชุมแพะอันดา มหา’ลัยแพะนานาชาติจังหวัดกระบี่ (ศรีผ่องฟาร์ม) ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ โดยได้รับฟังบรรยายสรุปโครงการเลี้ยงแพะครบวงจรตามมาตรฐานฮาลาลภายใต้แผนงานขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันในพื้นที่จ.กระบี่ ซึ่งเป็นการส่งเสริมเกษตรผสมผสานกับการปลูกพืชเชิงเดียว อาทิ สวนปาล์มน้ำมัน สวนยางพารา ตามโครงสร้าง Bio Circular Green Economy model (BCG Model) และเป็นการส่งเสริมการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและมูลค่าผลิตภัณฑ์ รวมถึงยกระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะโดย ได้มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานและเวชภัณฑ์สัตว์แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะแปลงใหญ่อีกด้วย
    
ทัังนี้นายไชยา กล่าวว่า สินค้าทางด้านปศุสัตว์ โดยเฉพาะแพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีโอกาสที่จะเติบโตทางการตลาดสูงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สำหรับโครงการกระบี่เมืองแพะ เป็นโครงการต้นแบบจากการร่วมมือของภาคการศึกษาและภาคเกษตรที่สามารถต่อยอดให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยมอบหมายกรมปศุสัตว์ในการพัฒนาสายพันธุ์แพะที่มีคุณภาพ การเลี้ยงอย่างเป็นระบบมาตรฐาน GFM การดูแลสุภาพสัตว์ปลอดโรค ตลอดจนการพัฒนาโรงชำแหละและแปรรูปแพะ ที่ได้มาตรฐานฮาลาลซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะขยายตลาดส่งออกแพะไทย ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มมุสลิม และเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตร ให้มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน —017

‘น้ำปลาตราปลาหมึก’ส่ง 2 สูตรใหม่สุดพรีเมียม ‘ทรัฟเฟิล-พริกหม่าล่า’ตอบโจทย์เทรนด์อาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770951

'น้ำปลาตราปลาหมึก'ส่ง 2 สูตรใหม่สุดพรีเมียม 'ทรัฟเฟิล-พริกหม่าล่า'ตอบโจทย์เทรนด์อาหาร

‘น้ำปลาตราปลาหมึก’ส่ง 2 สูตรใหม่สุดพรีเมียม ‘ทรัฟเฟิล-พริกหม่าล่า’ตอบโจทย์เทรนด์อาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.08 น.

น้ำปลาตราปลาหมึก ตอกย้ำความเป็นแบรนด์น้ำปลาแท้คู่ครัวไทยมา 80 ปี เดินหน้าส่งผลิตภัณฑ์น้ำปลาเกรดพรีเมียม สูตรพิเศษ 2 สูตรใหม่ น้ำปลาทรัฟเฟิล เพิ่มความหอมละมุนลิ้นด้วยวัตถุดิบพรีเมียม“เห็ดทรัฟเฟิลดำฤดูหนาว (Black Winter Truffle) จากประเทศอิตาลี”และ น้ำปลาพริกหม่าล่า สัมผัสความเผ็ดชาจากพริกหม่าล่าต้นตำรับจากจีน ในรสชาติแบบไทย ชูความพรีเมียมด้วยวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี คาดหวังให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน

คุณธิติญา นิธิปิติกาญจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำปลาแท้ “ตราปลาหมึก” คู่ครัวไทยมายาวนานกว่า80 ปี ด้วยคุณภาพของการผลิตตามมาตรฐานระดับโลกจนได้รับการยอมรับและครองใจคนไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เปิดเผยว่า จากเดิมสินค้าหลักของปลาหมึกคือน้ำปลา 3 รูปแบบ ได้แก่ ปลาหมึกเขียว สูตรดั้งเดิม, ปลาหมึกเหลือง สูตรกลมกล่อม ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล และปลาหมึกโกลด์ หัวน้ำปลาแท้เกรดพรีเมียม ไม่มีน้ำตาล แต่ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความซับซ้อนและหลากหลายขึ้น บวกกับเทรนด์สุขภาพที่มาแรงในปัจจุบัน จากที่เคยคาดหวังเพียงแค่รสชาติ ก็เปลี่ยนมาเป็นการมองหาผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง มีคุณค่าทางโภชนาการ มีความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบที่พิเศษ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ของ “ตราปลาหมึก”

นอกเหนือจากเมื่อปีที่แล้ว ที่มีการออกผลิตภัณฑ์ “น้ำปลาแท้เกรดพรีเมียม เพื่อสุขภาพเฉพาะบุคคล”4 สูตรซึ่งได้แก่ น้ำปลาวีแกน น้ำปลาพรีเมียมสูตรเกลือหิมาลายัน น้ำปลาสูตรสำหรับเด็ก และ น้ำปลาสูตรสำหรับผู้ใหญ่ ในปีนี้ “ตราปลาหมึก” ยังไม่หยุดยั้งพัฒนา โดยการนำเทรนด์อาหารมาจับ จึงได้น้ำปลาพรีเมียมสูตรพิเศษ2 สูตรใหม่ คือ

น้ำปลาทรัฟเฟิลเป็นการนำเอาสุดยอดหัวน้ำปลาแท้เกรดพรีเมียม น้ำปลาที่ดีที่สุดจากปลาแอนโชวี่ธรรมชาติ 100% ดีต่อสุขภาพ มาผสมผสานกับเห็ดทรัฟเฟิลดำฤดูหนาวจากประเทศอิตาลี วัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกยกให้เป็นราชาแห่งเห็ด เป็นที่นิยมจากบรรดาเชฟและนักชิมทั่วโลก จนได้ผลลัพธ์สุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ทั้งรสชาติความเค็มที่กลมกล่อมจากหัวน้ำปลาแท้เกรดพรีเมียม และกลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของเห็ดทรัฟเฟิลชั้นดี พร้อมให้คุณได้ยกระดับความกลมกล่อมให้กับอาหารจานโปรด เพิ่มความหอมอร่อยให้พิเศษยิ่งขึ้นได้หลากหลายเมนู ทั้งอาหารเอเชีย และอาหารยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัด หมักสเต็ก บาร์บีคิว ยำ สลัด เหยาะเมนูไข่ต่างๆ หรือจะทำเป็นน้ำปรุงราดเส้นสปาเก็ตตี ทำน้ำจิ้ม รับรองความอร่อยด้วยรสชาติสุดพิเศษที่ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

น้ำปลาพริกหม่าล่า การผสมผสานรสชาติความเป็นไทยและจีนอย่างลงตัวที่สุด และเป็นน้ำปลาสูตรที่ซับซ้อนที่สุดของ “ตราปลาหมึก” เริ่มต้นตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้มาซึ่งรสชาติเผ็ดชา อันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของพริกฮวาเจียวชั้นดี มาผสมผสานกับเครื่องเทศ สมุนไพร และธัญพืช ที่มีประโยชน์มากมาย อาทิ กระวาน ขมิ้น หอมแดง กระเทียม ลูกเดือย ถั่ว บัควีท ที่จะช่วยเพิ่มความหอมและรสชาติที่กลมกล่อมที่เป็นเอกลักษณ์ของหัวน้ำปลาแท้ ได้อย่างลงตัว ให้คุณได้สัมผัสกับความจัดจ้านชาลิ้นของพริกหม่าล่า ที่มาพร้อมสรรพคุณ ช่วยบำรุงเลือดและกระดูก ชับลมในกระเพาะ กระตุ้นระบบย่อยอาหาร เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ และลดคอเลสเตอรอล เหมาะกับการทำอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ชาบูหม้อไฟ, บาร์บีคิวปิ้งย่าง, เมนูผัดประเภทต่างๆ หรือจะทำเป็นน้ำจิ้มก็อร่อยง่ายๆ โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม ขวดเดียวเอาอยู่ทุกเมนู

โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 สูตร คัดสรรคุณภาพจากธรรมชาติ 100% ผ่านกรรมวิธีการหมักด้วยมาตรฐานระดับโลก ปราศจากกลูเตน ปลอดภัย ไม่แต่งสี ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ (มี Histamine จากปลาทะเลในปริมาณที่ต่ำ) และได้รับมาตรฐาน อย., GMP, HACCP, HALAL คุณภาพมาตรฐานส่งออก โดยวางจำหน่ายน้ำปลาทรัฟเฟิลขนาดบรรจุ 180 มล. ราคา 95 บาท และน้ำปลาพริกหม่าล่า ขนาดบรรจุ 200 กรัม ราคา 95 บาท

ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ “SQUID BRAND Personalized Healthy Fish Sauceน้ำปลาเกรดพรีเมียมเพื่อสุขภาพเฉพาะบุคคล” 4สูตร ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ประกอบได้ด้วย

หัวน้ำปลาแท้เกรดพรีเมียม สูตรเกลือหิมาลายัน นำเกลือพิเศษมาใช้หมักปลาร่วมกับเกลือทะเลในสัดส่วนที่ลงตัว

น้ำปลาวีแกน ใช้สาหร่ายคอมบุออร์แกนิกและเห็ดชิตาเกะจากเกาหลีแทนปลากะตัก

และอีก 2 สูตรที่คิดค้นเพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น กินเค็มน้อยลง มีการผลิตสินค้าสำหรับเด็กและผู้สูงอายุโดยเฉพาะ 

น้ำปลาสูตรสำหรับเด็ก ใช้ความหวานธรรมชาติจากหล่อฮังก๊วยแทนน้ำตาล ปรับรสชาติให้เข้ากับปุ่มรับรสของเด็ก

น้ำปลาสูตรสำหรับผู้ใหญ่ สูตรคล้ายน้ำปลาสำหรับเด็ก ปรับสัดส่วนให้เกลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยยังคงรสชาติน้ำปลาที่ดีอยู่

โดยน้ำปลาแท้ตราปลาหมึก ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆที่น่าสนใจ ไม่แพ้กัน อาทิเช่น

ปลาร้าพาราไดซ์ สูตรแซ่บโหน่ง (ฝาส้ม) ผลิตจากปลากระดี่ชั้นดี หอมโหน่ง และกลิ่นข้าวคั่ว รสเข้มข้นได้ใจไม่มีกลิ่นคาว

ปลาร้าพาราไดซ์ สูตรแซ่บนัว (ฝาแดง) ผลิตจากปลากะตักเกรด A รสกลมกล่อม อร่อย แซ่บ นัว ได้ทุกเมนู

ปลาหมึกเขียวน้ำปลาแท้ตราปลาหมึกสูตรดั้งเดิม

ปลาหมึกเหลือง สูตรกลมกล่อม ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล

และปลาหมึกโกลด์ หัวน้ำปลาเกรดพรีเมียม ไม่มีน้ำตาล

ผลิตภัณฑ์ตราปลาหมึกมีจำหน่ายแล้วตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป และ Official Shop ตราปลาหมึก บนช่องทางออนไลน์ทั้ง Shopee และ TikTok Shopพร้อมติดตามโปรโมชั่นพิเศษในทุกๆ เดือนทาง Facebook Fanpage : SquidBrand

องค์การอนามัยโลก ชื่นชมไทย อันดับหนึ่งของโลก การเข้าถึงหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770827

องค์การอนามัยโลก ชื่นชมไทย อันดับหนึ่งของโลก  การเข้าถึงหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรค

องค์การอนามัยโลก ชื่นชมไทย อันดับหนึ่งของโลก การเข้าถึงหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรค

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากเวทีการประชุม The Union World Conference on Lung Health 2023  ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส องค์การอนามัยโลก (WHO) ชื่นชมประเทศไทย จากข้อมูลการรายงานวัณโรค Global tuberculosis report ประจำปี พ.ศ. 2566 ว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก เรื่องการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรค Universal health coverage (UHC) ซึ่งจากการรายงาน พบว่าในกลุ่มประเทศที่มีภาระด้านวัณโรคสูงสุด 30 ประเทศของโลกนั้นประเทศไทยมีการดูแลประชาชนให้ได้รับบริการสุขภาพด้านวัณโรค อย่างเท่าเทียม มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมและทั่วถึง ทั้งในการตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันวัณโรค

นพ.นิติ เหตานุรักษ์

นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรคของประเทศไทย เป็นการบริการด้านสุขภาพของรัฐที่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกส่วน ทุกคนในสังคมได้รับการประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งด้านการคัดกรองวัณโรคด้วยเอกซเรย์ทรวงอก การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ การตรวจวินิจฉัยวัณโรคและวัณโรคดื้อยา พร้อมด้วยการตรวจหาการติดเชื้อระยะแฝง และการให้ยาป้องกันวัณโรคให้กับประชาชนทุกคนในประเทศ ทั้งประชาชนที่ไม่มีสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล สิทธิข้าราชการ สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลอื่นที่รัฐจัดให้ เป็นไปตามนโยบายให้ประชาชนทุกคนในประเทศได้มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพด้านวัณโรคได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อมุ่งเป้าสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable DevelopmentGoals ; SDGs./เป้าหมาย3.8) ภายในปี พ.ศ. 2573 ต่อไป

นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อ สิทธิต่างๆในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรค ได้แก่ การคัดกรองวัณโรคด้วยเอกซเรย์ทรวงอก ในกลุ่มประชากร 7 กลุ่มเสี่ยง พร้อมด้วยการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ การตรวจเสมหะย้อมสีทนกรด AFB และวิธี Molecular Assay (Xpert) การตรวจวินิจฉัยวัณโรคและวัณโรคดื้อยาด้วยวิธี TB-LAMP และLine Probe Assay หรือวิธี Real-time PCR ตลอดจนการตรวจหาการติดเชื้อระยะแฝงด้วยวิธีการตรวจหาระดับสาร Interferon-gamma ในเลือด (Interferon-gamma release assay: IGRA) รวมถึงการให้ผู้ติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงได้รับยาป้องกันวัณโรค Rifapentine + Isoniazid เป็นต้น

ส่วนทางด้าน แพทย์หญิงผลิน กมลวัทน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค ด้านวัณโรค รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองวัณโรค ซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศไทย ด้านวัณโรค The National Tuberculosis Program (NTP) Thailand ในการประชุมใหญ่นานาชาติ The Union World Conference on Lung Health 2023 กล่าวว่า จากเวทีที่ประชุม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ชื่นชมประเทศไทย จากข้อมูลการรายงานวัณโรค Global tuberculosis report ประจำปี พ.ศ. 2566 ว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก เรื่องการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรค

ซึ่งจากการรายงาน Global tuberculosis report 2023 พบว่าในกลุ่มประเทศที่มีภาระด้านวัณโรคสูงสุด 30 ประเทศของโลกนั้น ประเทศไทย
ได้มีการดำเนินการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรค เป็นระดับต้นๆของโลกมาโดยตลอด มีการดูแลประชาชนให้ได้รับบริการสุขภาพด้านวัณโรค อย่างเท่าเทียม มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ ทั้งในการตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันวัณโรค ทำให้นานาชาติยอมรับ จนองค์การอนามัยโลกได้ชื่นชม และยกให้เป็นประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งของโลกที่มีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านวัณโรคดีที่สุดประจำปี พ.ศ. 2566 บนเวทีการประชุมใหญ่ The Union World Conference on Lung Health 2023  ที่จัดขึ้น ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่วันที่ 13-18 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา

COS เผยโฉมคอลเลคชั่น ATELIER เน้นงานฝีมือสุดประณีตและเนื้อผ้าคุณภาพสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770842

COS เผยโฉมคอลเลคชั่น ATELIER  เน้นงานฝีมือสุดประณีตและเนื้อผ้าคุณภาพสูง

COS เผยโฉมคอลเลคชั่น ATELIER เน้นงานฝีมือสุดประณีตและเนื้อผ้าคุณภาพสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

COS เปิดตัวคอลเลคชั่น Atelier ใหม่ล่าสุด ซึ่งนับเป็นซีซั่นที่สามหลังจากเปิดตัวเป็นครั้งแรกไปเมื่อปีที่แล้วที่ออกแบบโดยสตูดิโออะเทลิเยร์ของแบรนด์ที่ลอนดอน เป็นคอลเลคชั่นที่ถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบของ COS โดยใส่ใจความประณีต รูปทรง และเนื้อผ้าเป็นพิเศษ

คอลเลคชั่นสำหรับ Autumn Winter 2023 นี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายที่พบได้ตามธรรมชาติ สีน้ำตาลเข้มผสมผสานกับสีน้ำเงินกรมท่าและโทนสีกลางที่ดูละมุนละไม เติมความน่าสนใจด้วยเมทัลลิกขัดลาย สวมใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เนื้อผ้าที่เลือกใช้สร้างความรู้สึกสบายๆ เข้ากับรูปทรงที่ตัดเย็บอย่างประณีตในทุกชิ้นของคอลเลคชั่นนี้แม็กซี่เดรสผ้านิตมาพร้อมกับเซตเสื้อผ้าถักโครเชต์ด้วยมือ เป็นการนำเสื้อกล้ามมาจับคู่กับมินิสเกิร์ต และเสื้อฮู้ดไหมพรมเข้าเซต ทั้งหมดรังสรรค์จากผ้าโมแฮร์ Responsible Mohair Standard และผ้าวูล

ในคอลเลคชั่นนี้มีการนำเทคนิคการตัดเย็บแบบดั้งเดิมมาใช้และพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เสื้อผ้าคลาสสิกดูทันสมัยขึ้นรูปทรงดูโมเดิร์นกว่าที่เคย มีทั้งชุดเซตทั้งสำหรับบุรุษและสตรี ใช้เทคนิคดีคอนสตรัคชั่นเพื่อเพิ่มเติมรายละเอียด เช่น ปกทักซิโด้โอเวอร์ไซส์ทำด้วยซาติน สำหรับเสื้อผ้าสตรีมีเบลเซอร์เปิดหลังที่ทำมาจากผ้าวูล Responsible Wool Standard ออกแบบมาเพื่อเผยให้เห็นด้านหลังของเสื้อคล้องคอผ้าไหมที่มีการจับจีบด้านหลัง เสื้อผ้าสำหรับบุรุษมาพร้อมกับชุดสูทคลาสสิกแบบใหม่ ทำจากหนังเนื้อนุ่มและเสริมความโมเดิร์นด้วยการไม่เย็บขอบ นอกจากนี้ ยังมีการใช้หนังในคอลเลคชั่นสำหรับสตรี ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าที่เข้ากับโค้ทเรดี้ทูแวร์ได้เป็นอย่างดี และทำจากหนังที่เหลือใช้จากการผลิตเสื้อผ้าอื่น ทำให้เกิดรูปทรงที่แปลกใหม่และมีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ

แอ็คเซสซอรี่เป็นเงินสเตอร์ลิง ช่วยเติมเต็มคอลเลคชั่นนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กระเป๋าในคอลเลคชั่นนี้มีการใช้โลหะจับคู่กับหนังเนื้อนุ่ม นอกจากนี้ มีการนำเงินและทองเหลืองรีไซเคิลมาทำเป็นทรงกลมใช้กับเข็มขัด รองเท้าแตะหนัง
และจิวเวลรี่ รวมถึงเข็มกลัดชิ้นเด่น

คอลเลคชั่น Atelier จาก COS มีจำหน่ายเฉพาะที่สาขา EmQuartier ชั้น 1 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คอลเลคชั่นนี้นำเสนอที่ New York Fashion Week พร้อมกับคอลเลคชั่นเรดี้ทูแวร์ Autumn Winter 2023

พิพิธภัณฑ์ครุฑ คว้ารางวัลระดับชาติ ‘พิพิธภัณฑ์ไทยสรรเสริญดีเด่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770828

พิพิธภัณฑ์ครุฑ คว้ารางวัลระดับชาติ ‘พิพิธภัณฑ์ไทยสรรเสริญดีเด่น’

พิพิธภัณฑ์ครุฑ คว้ารางวัลระดับชาติ ‘พิพิธภัณฑ์ไทยสรรเสริญดีเด่น’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดย ทีเอ็มบีธนชาต คว้าองค์กรดีเด่นด้านการพัฒนาวงการพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ของประเทศไทย รับมอบรางวัลพิพิธภัณฑ์ไทยสรรเสริญ ประจำปี 2566 ประเภทดีเด่น ซึ่งเป็นรางวัลระดับชาติ (National Award) จัดโดยสมาคมพิพิธภัณฑ์ไทยเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ไทยที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในวงการพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ โดยกำหนดประเด็นมอบรางวัลในเรื่อง “พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ไทยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน : Museum and Learning Center & SDGs 17” ตอกย้ำแนวทางการทำกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนของทีทีบี ในมิติการจุดประกายความเป็นไทย มุ่งอนุรักษ์ศิลปกรรมและมรดกทางวัฒนธรรมไทย

มาริสา จงคงคาวุฒิ

นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า นับเป็นอีกความภาคภูมิใจที่พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดย ทีเอ็มบีธนชาต ได้รับรางวัลพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2566 ประเภทดีเด่น จากสมาคมพิพิธภัณฑ์ไทย โดย “พิพิธภัณฑ์ครุฑ” เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน ที่รวบรวมครุฑอันมีเอกลักษณ์เฉพาะองค์จากทุกภาคของไทย โดยอัญเชิญตราที่ประดิษฐาน ณ ธนาคารสาขาต่างๆ มากกว่า 150 องค์ มาไว้ด้วยกัน มีความโดดเด่นด้วยองค์ครุฑไม้ที่แกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม สะท้อนถึงความประณีตของศิลปิน พร้อมได้เรียนรู้เรื่องราว “พญาครุฑ” สัตว์หิมพานต์ สัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม รวมถึงยังเป็นพาหนะของพระนารายณ์ผู้ทรงเป็นหนึ่งในสามมหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ทำให้คนไทยต่างคุ้นเคยกับ “พญาครุฑ”มาอย่างยาวนาน

“สำหรับรางวัล พิพิธภัณฑ์ไทยประจำปี 2566 ประเภทดีเด่น ใช้เกณฑ์ประเด็นการมอบรางวัล ในเรื่อง “พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Museum and Learning Center & SDGs 17” ซึ่งพิพิธภัณฑ์ครุฑนับเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ศิลปกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมไทยเพื่อส่งผ่านถึงคนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าขององค์ครุฑที่มีกับสังคม พร้อมทั้งสืบสานสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความดีงาม และความซื่อสัตย์ ให้คงอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพญาครุฑ ผ่าน 6 โซนนิทรรศการ ที่นำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของพญาครุฑอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งแสง สีเสียง ในรูปแบบทั้งแอนิเมชั่นและมัลติมีเดียทำให้คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเยี่ยมชมจะได้เรียนรู้และเข้าถึงความเป็นไทยได้อย่างง่ายๆ” นางสาวมาริสา กล่าว

ผู้ที่สนใจมาท่องเที่ยว “พิพิธภัณฑ์ครุฑ” เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์ ท่องไปในดินแดนหิมพานต์ บุกนครนาคราช ชมองค์ครุฑที่แกะสลักอย่างวิจิตรงดงามตามแบบไทย พร้อมเรียนรู้ตำนาน “พญาครุฑ”สามารถลงทะเบียนผ่าน https://www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/ โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวันศุกร์-เสาร์ วันละ 3 รอบ ในเวลา10.00 / 13.00 / 15.00 น. พร้อมผู้นำชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้มีบริการจัดรถตู้บริการรับ-ส่งจากสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สถานีเคหะสมุทรปราการ ถึง พิพิธภัณฑ์ครุฑ ซึ่งสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านระบบการจองล่วงหน้าผ่าน QR Code หรือติดตามกิจกรรมดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

‘วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน’กับการเดินทางของ‘วารานา’โรงแรมแห่งความยั่งยืนแห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770843

‘วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน’กับการเดินทางของ‘วารานา’โรงแรมแห่งความยั่งยืนแห่ง

‘วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน’กับการเดินทางของ‘วารานา’โรงแรมแห่งความยั่งยืนแห่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ย้อนเวลากลับไปในปี 2558 วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ เดอะ ทับแขก กระบี่ (The Tubkaak Krabi Boutique Resort) ที่พักระดับลักชูรี่ยอดนิยมของนักเดินทางทางจากทุกมุมโลก มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจโรงแรมในอนาคตว่าจะมีการเปลี่ยนรูปแบบและบริการไปจากเดิม อันเนื่องมาจากวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และตระหนักถึงสภาวะสิ่งแวดล้อม ตลอดถึงความยั่งยืนของโลกมากขึ้นที่สำคัญโรงแรมยังต้องเป็นจุดหมายปลายทางที่เติมเต็มทั้งการพักผ่อน ความสุขและประสบการณ์พิเศษให้กับชีวิต แล้วยังได้ร่วมจับมือดูแลรักษาโลกไปพร้อมกัน

นั่นคือ จุดเริ่มต้นของพิมพ์เขียวแห่งแรงบันดาลใจของ โรงแรมวารานา กระบี่ (Varana Hotel Krabi) ที่ทำการศึกษา วิเคราะห์ วางแผนและออกแบบก่อสร้างบนหลักการแห่งความยั่งยืน (Sustainability) ในมิติต่างๆ ที่มีทั้ง holistic wellness และ sport activities อยู่ร่วมกันแห่งแรกในจังหวัดกระบี่ โดยเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนแบบ “Wellcation” ท่ามกลางวิวอันงดงามของภูเขาและทะเลอันดามัน ไปเมื่อเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา

วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน

ในฐานะคนทำโรงแรม วิภาวรรณ เหล่าธนาสิน กรรมการผู้จัดการของโรงแรมวารานา และลูกสาว ชลชญา นันทวิสัย หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจองค์กร ตั้งใจเลือกที่ตั้งของโรงแรมที่จะเติมพลังบวกและสร้างความทรงจำที่ดีให้แก่ผู้มาเยือน จนค้นพบพื้นที่กว่า 20 ไร่ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์บนเนินเขาเหนืออ่าวทับแขกเป็นจุดที่มองเห็นภูมิทัศน์อันกว้างไกลและหมู่เกาะน้อยใหญ่ของท้องทะเลอันดามัน และความงดงามของเขาหางนาค หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดกระบี่ พื้นที่ได้ถูกจัดวางเป็นกลุ่มอาคารที่พัก 6 หลัง ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการจัดการอย่างยั่งยืน ห้องพักสไตล์เรียบหรู มีห้องอาหารมากถึง 5 ห้องอาหารสปอร์ตคอมเพล็กซ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการผ่อนคลายอย่างเต็มที่ รวมถึงสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิก สปา และออนเซ็น ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่ออกแบบให้กลมกลืนธรรมชาติและที่สำคัญ คือไม่เอาเปรียบธรรมชาติผู้เป็นเจ้าของสถานที่ที่แท้จริง

“หัวใจของ วารานา คือ “The Wellcation Experience”เป็นการใช้ชีวิตในวันหยุดพักผ่อนอย่าง “เต็มที่” คือ กินอิ่ม นอนหลับ เที่ยวสนุกและเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนของโลกที่เป็นมิตร เห็นคุณค่าในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและการมีส่วนร่วมกับชุมชน ด้วยการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่สนุกสนาน ชิมอาหารที่อร่อย ห้องพักที่นอนหลับพักผ่อนสบาย การดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด รวมถึงการนวดสปา อันเป็นจุดเด่นของวารานา ในการประยุกต์ศาสตร์แพทย์แผนไทยอันเป็นภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษของไทยได้สั่งสมสืบทอดมายาวนานผนวกกับภูมิปัญญาตะวันออก รวมถึงกิจกรรมกีฬาทั้งกลางแจ้งและในร่มที่หลายหลาก

ทุกอณูของพื้นที่ได้ถูกออกแบบและนำเสนอภายใต้ DNA ของ วารานา คือโรงแรมแห่งการเรียนรู้ที่ให้ประสบการณ์ที่สนุกสนานและมีคุณค่า รวมถึงเป็นโรงแรมต้นแบบเพื่อความยั่งยืนของโลก ดังเช่นชื่อ“วารานา” ที่มาจากความเคารพต่อธรรมชาติ วานา หมายถึง ป่า, นาวา หมายถึง น้ำ และ นารา หมายถึง มนุษย์ รูปทรงสามเหลี่ยมแห่งความสัมพันธ์ที่อยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและมั่นคง” วิภาวรรณ กล่าว

ในมิติการออกแบบตกแต่ง วิภาวรรณ วางแนวความคิดของ วารานา คือ Minimalist Luxury ที่ใส่หัวใจของ Sustainability เน้นความเรียบง่าย แต่ยังคงสวยงามหรูหราและร่วมสมัย ตามแนวคิด Less is more หรือ น้อยนิดมหาศาล ด้วยการลดทอนวัสดุสิ้นเปลือง แต่มากด้วยประโยชน์ใช้สอย มีความปลอดภัยสูง เน้นโทนสีจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มสีที่ให้ความรู้สึกเบา สบาย และที่สำคัญคือ การเน้นเรื่องความยั่งยืน (Sustainability)ในทุกรายละเอียดของการตกแต่ง ซึ่งผ่านกระบวนการคิดของทีมงานที่ศึกษาและทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ ประกอบไปด้วยกลุ่มสถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร และนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมแขนงต่างๆ

ความตั้งใจเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวสู่งานออกแบบและตกแต่งอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ ระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 40%เมื่อเทียบกับระบบปรับอากาศทั่วไป ได้มีการนำระบบฮีท เอ็กซ์เชนจ์ (Heat Exchange System) มาใช้เพื่อผลิตน้ำร้อนจากระบบปรับอากาศ อันเป็นผลพลอยได้จากการที่ไม่ต้องระบายความร้อนทิ้งแบบสูญเปล่า รวมถึงการทำธนาคารน้ำแห่งแรก เต็มพื้นโครงการเพื่อเพิ่มระดับน้ำใต้ดิน ลดปริมาณน้ำเสียสู่ชุมชนและเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวดิน ทำให้ต้นไม้และพืชพรรณในบริเวณนั้นเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ได้มีการนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตน้ำเพื่อบริโภค เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการการจัดมลพิษในน้ำและป้องกันมลพิษไปสู่สิ่งแวดล้อม มีการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล เช่นเศษไม้ เศษกระเบื้อง ขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว เศษผ้าเหล่านี้ เป็นต้น มาแปรรูปเป็นวัสดุตกแต่งที่สวยงามในแต่ละพื้นที่ใช้สอย

นอกจากห้องพักที่สวยงาม มีความสะดวกสบายแล้วสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังได้รับการออกแบบอย่างประณีต เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พรมปูพื้นในห้องพักผลิตจากขวดน้ำพลาสติกที่ใช้แล้ว เฟอร์นิเจอร์จากไม้เก่า กรอบกระจกเงา ผลิตจากเศษไม้ โคมไฟจากไม้ไผ่ ผ้าบุผนังบางส่วนผลิตจากผ้ากระสอบที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว โซฟาที่หุ้มด้วยผ้ารีไซเคิลไม่ฟอกย้อม ผ้าห่มผลิตจากใยไผ่ เป็นต้น

วารานา ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด ขยะเหลือศูนย์(Zero waste) ในทุกแง่มุม เช่น การแยกเศษผักที่หั่นทิ้งระหว่างปรุงอาหารหรือเปลือกไข่ที่ตอกแล้วมาใส่เครื่องผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพดีเพื่อนำไปใช้ปลูกต้นไม้ในโรงแรม รวมถึงนำเปลือกมะนาวกับเปลือกส้มที่คั้นน้ำออกแล้ว ไปหมักจนได้กรดมะนาว แล้วนำมาใช้ทำน้ำยาอเนกประสงค์ สามารถใช้ทำความสะอาดพื้นและเช็ดกระจกได้ซึ่งเป็นความตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

“เราจะเป็นโรงแรมต้นแบบแห่งความยั่งยืน นี่คือข้อความแรกๆ ที่ถูกเขียนไว้บนพิมพ์เขียวของ วารานา ไม่เพียงการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลเท่านั้น เรายังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แบบ 360 องศา โรงแรมวารานา จะต้องนำเสนอเรื่องราวดีๆ ต่อสังคม มีคุณค่าให้ความรู้และมีประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม นำไปต่อยอดเพิ่มความยั่งยืนให้กับโลกของเรา” วิภาวรรณ กล่าวในที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมวารานา คลิกที่ https://varahotel.com สำรองห้องพักได้ที่โทร.02-8216362 หรือ อีเมล rsvn@varanahotel.com