เอส แอนด์ พี ฉลอง 50 ปี ส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าคนพิเศษ ในงาน ‘S&P 50th Anniversary Happy Cake & Cookie Fair’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770390

เอส แอนด์ พี ฉลอง 50 ปี ส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าคนพิเศษ  ในงาน ‘S&P 50th Anniversary Happy Cake & Cookie Fair’

เอส แอนด์ พี ฉลอง 50 ปี ส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าคนพิเศษ ในงาน ‘S&P 50th Anniversary Happy Cake & Cookie Fair’

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เอส แอนด์ พี ครบรอบ 50 ปี เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ จัดงาน “S&P 50th Anniversary Happy Cake & Cookie Fair” พร้อมส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าคนพิเศษในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง โดย ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ และ มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ภายในงานพบกับไฮไลท์พิเศษเค้กยักษ์ ในรูปแบบ 3 มิติ สุดอลังการ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย สนุกไปกับมินิคอนเสิร์ตจาก เนม-ปราการ ไรวา และ อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน จากเวที The Golden Song ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 นี้ เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป ณ ลาน Cascata ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

POLO RALPH LAUREN เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ใจกลางเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770388

POLO RALPH LAUREN เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ใจกลางเมือง

POLO RALPH LAUREN เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ใจกลางเมือง

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Polo Ralph Lauren เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ ใจกลางเมืองที่ชั้น 1 โซนบีคอน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นอเมริกันคลาสสิกตามแบบฉบับของร้าน Polo Ralph Lauren แบบดั้งเดิม โดยมีการปรับเปลี่ยนโทนสีและการตกแต่งภายในให้มีความสว่างสดใสและโมเดิร์นมากขึ้น เช่น บริเวณซุ้มประตูทางเข้าร้านเปลี่ยนมาใช้สีเขียว (English Green) ในการตกแต่งแทนสีน้ำเงิน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในการตกแต่งที่ดูโปร่งและสบายตามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ภายในร้านยังมีบริการพิเศษ “The Custom Shop” เต็มรูปแบบครั้งแรก โดยสามารถออกแบบไอเท็มในแบบฉบับของตัวเอง ทั้งการปัก, พิมพ์ และงาน Patchwork ต่างๆ ลงบนเสื้อโปโล กระบอกน้ำ ถุงผ้า หรือสินค้าประเภทอื่นๆ ที่สามารถรังสรรค์ดีไซน์ออกมาได้มากกว่า 100 แบบ เพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณได้อย่างชัดเจน

ภายในร้าน Polo Ralph Lauren ยังได้นำเสนอสินค้าซีซั่น Fall/Winter 2023 เผยความโรแมนติกและเสน่ห์สุดคลาสสิก เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลส่งท้ายปี โดยสินค้าสำหรับสุภาพสตรี แบ่งออกเป็น 2 ธีมหลัก ได้แก่ “Sun Valley” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองรีสอร์ทยอดนิยม Sun Valley สถานที่ที่ผู้คนนิยมมาพักผ่อนในรัฐไอดาโฮ เพื่อหลีกหนีความอึกทึกวุ่นวายจากชีวิตในเมืองมาสู่บรรยากาศอันสุขสงบชวนผ่อนคลายในช่วงฤดูหนาว โดยเสื้อผ้าในธีมนี้จะเน้นที่สเวตเตอร์ถักลาย ชุดเดรสผ้าซาติน และเสื้อคลุมตัวนอก ที่ถูกตัดเย็บด้วยหนังขนแกะ และผ้าวูล ช่วยเพิ่มความอบอุ่น เนื่องจาก Sun Valley เป็นสถานที่ที่ถูกหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีโทนสีหลักที่ใช้สำหรับธีมนี้คือ โทนสีครีม,สีโทป (Taupe) และสีน้ำตาล เพิ่มเติมด้วยสีอินดิโก้ (Indigo) และสีโทนแชมเบรย์ (Chambray) ช่วยเติมเต็มธีมนี้ให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น

ธีมต่อมาคือ “Fall Heritage” ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นไอคอนิคของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโปโล,สเวตเตอร์ผ้านิต, เสื้อเชิ้ตลายทาง เสื้อผ้า tailored ผ้า wool จนถึงผ้าทวีตและลายสก๊อต Preppy Plaids และ ลาย Florals ตามฤดูกาล โดยโทนสีหลักที่ใช้ ได้แก่ สีน้ำตาลคาเมล, สีเทา และสีช็อกโกแลต ที่เป็นสีสันของฤดูใบไม้ร่วง แต่งแต้มด้วยสีเบอร์กันดีและสีดาร์คโอลีฟ (Dark Olive)

สินค้าสุภาพบุรุษ แบ่งออกเป็น 2 ธีมหลัก ได้แก่ธีม “Adirondack River” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกิจกรรมกลางแจ้งริมฝั่งแม่น้ำ Adirondack ซึ่งเป็นแหล่งตกปลาและแคมป์ปิ้งที่มีชื่อเสียงในรัฐนิวยอร์ก สะท้อนผ่านลุคเดนิมที่จับคู่กับเสื้อผ้าที่เน้นลายตาราง (Plaid) โดยมี Washed Colors เป็นโทนสีหลักของธีมจับคู่กับสีเอิร์ธโทน เสริมกลิ่นอายความวินเทจให้กับลุคนี้

ธีมถัดมา ได้แก่ “Madison Tweeds” นำเสนอสไตล์เฮอริเทจเพร็พพี (Heritage Preppy Style) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากร้าน Ralph Lauren บนถนนเมดิสันอเวนิว ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกของแบรนด์ สินค้าในธีมนี้เน้นไปที่คีย์ไอเท็มสำคัญ ได้แก่ สเวตเตอร์ลาย Polo Bear,เสื้อเชิ้ตรักบี้, คาร์ดิแกน, ออกซ์ฟอร์ดเชิ้ตและเสื้อโปโลผ่านการตัดเย็บที่ประณีต เน้นสีน้ำตาลเป็นสีหลัก ผสมกับพาเล็ตต์สีอ่อนสดใสที่มีอยู่ในหลายไอเท็ม ตั้งแต่ผ้าชิโน, ผ้าคอนดรอย/ผ้าแฟลนเนล ไปจนถึงผ้าแคชเมียร์ ทำให้ในธีมนี้เปรียบเสมือนเป็นตู้เสื้อผ้าของ Polo Gentlemen ประกอบไปด้วยความหรูหราและสไตล์ลำลองที่ถูกผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

พบกับสินค้าจากซีซั่น Fall/Winter 2023 ได้แล้ววันนี้ ที่ Polo Ralph Lauren แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ ชั้น 1 โซนบีคอน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือสามารถสั่งสินค้าและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official @poloralphlaurenctw

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนนักสะสม ประมูลศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน รายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770393

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนนักสะสม ประมูลศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน รายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วย

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนนักสะสม ประมูลศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน รายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วย

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต่อเนื่องอีกครั้ง! สำหรับงาน รามาฯ รักษาศิลป์ ครั้งที่ 2 ที่งานนี้ได้หัวเรือใหญ่ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธราประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่ขอเชิญชวนนักสะสมร่วมการประมูลการกุศล ศิลปวัตถุจีน-ศิลปวัตถุไทย ที่มีความงามอันทรงคุณค่า ทั้งหมด 72 ชุดผลงาน อาทิ ถ้วยกระเบื้อง ชามเบญจรงค์ชุดน้ำชา แจกัน และอื่นๆ ผ่านกาลเวลามากว่า 200 ปี ด้วยลวดลายอันวิจิตรมีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละยุคสมัยรายได้จากการประมูลจะนำไปสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี และโครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งนักสะสมที่สนใจสามารถเข้าชมศิลปวัตถุจีน-ศิลปวัตถุไทย อันทรงคุณค่าทั้ง 72 ชุดผลงาน ได้ตั้งแต่วันที่ 2-3 ธันวาคมนี้ เวลา 09.00-17.00 น. หรือชมภาพผลงานผ่าน E-Book Catalog ได้ที่ https://online.pubhtml5.com/emszd/fnim/

ร่วมประมูลการกุศล สามารถกรอกข้อมูลลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านลิงก์ https://bit.ly/RAMARegisForm โดยงานประมูลจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2566เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 13.00 น. เป็นต้นไป และเริ่มประมูลเวลา 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ (กวาง หวา ถัง) ชั้น 9 อาคารหอการค้าไทย-จีน (ไทย ซี.ซี. ทาวเวอร์) เขตสาทร กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02-2012222 หรือบริษัทบางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น โทร 064-8289394

สถานทูตเดนมาร์ก และโนโว นอร์ดิสค์ จับมือภาครัฐ ขจัดภาระโรคเบาหวานและโรคอ้วนในประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770372

สถานทูตเดนมาร์ก และโนโว นอร์ดิสค์ จับมือภาครัฐ ขจัดภาระโรคเบาหวานและโรคอ้วนในประเทศไทย

สถานทูตเดนมาร์ก และโนโว นอร์ดิสค์ จับมือภาครัฐ ขจัดภาระโรคเบาหวานและโรคอ้วนในประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนื่องในวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ของทุกปีในปี 2566 นี้ สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย ได้ร่วมกับ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย และโนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา ประเทศไทย เปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “การผนึกความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อขจัดภาระโรคเบาหวานและโรคอ้วนในประเทศไทย” ซึ่งได้ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (หรือ NCDs) พร้อมสนับสนุนภาครัฐและพันธมิตรเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันในการลดอัตราผู้ป่วยเบาหวาน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษา และสิทธิในการเบิกจ่ายโดยได้รับเกียรติจาก นพ.โอภาสการย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมเวทีเสวนาเพื่อให้ข้อมูลเชิงนโยบายสุขภาพ และการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย

ฯพณฯ นายยอน ธอร์กอร์ด (H.E. Mr. Jon Thorgaard) เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เน้นให้ความสำคัญของการผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาด้านการดูแลสุขภาพที่ซับซ้อน โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคเรื้อรังอื่นๆ พร้อมสนับสนุนและเชื่อมสัมพันธ์พันธมิตรระหว่างประเทศและแบ่งปันข้อมูลด้านสาธารณสุขเพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดียิ่งขึ้นเน้นความสำคัญด้านนวัตกรรม การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และการสร้างสมดุลความยั่งยืนของสุขภาพ ซึ่ง “การดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน” ถือเป็นการลุงทนสำหรับอนาคตร่วมกันของพวกเราทุกคน

ที่ผ่านมา รัฐบาลเดนมาร์กประสบความสำเร็จในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนผ่านศูนย์ดูแลสุขภาพ Steno Diabetes Center ที่ Copenhagen โดยมีมูลนิธิโนโว นอร์ดิสค์ ทำงานใกล้ชิดร่วมกับภาครัฐในการยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการด้านสาธารณสุขให้สามารถรองรับผู้ป่วย และขยายการเข้าถึงบริการสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยได้การรับรองจาก World Economic Forum’s Global Coalition for Value in Healthcare ว่าเป็นศูนย์ฯ ที่เป็นผู้นำระดับโลกที่สร้างนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์

ช่วงกล่าวเปิดงาน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) โดยเพิ่ม “คน” หรือ People ถือเป็นหัวใจสำคัญ และเน้นการแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างกัน เพราะเป็นปัจจัยหลักให้เกิดความยั่งยืนเชิงสุขภาพได้ในระยะยาว เนื่องจากโรคเบาหวานและโรคอ้วนถือเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรม ดังนั้น จำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากตัวเอง สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้มีการขยับร่างกายในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น และให้สังคมหรือชุมชนช่วยกระตุ้นพฤติกรรมเชิงบวกร่วมกัน ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ริเริ่มโครงการ “โรงเรียนเบาหวานวิทยา” เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเบาหวานในชุมชนในการดูแลตัวเอง ตลอดจนส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในด้านสาธารณสุขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษา

นายเอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์ (Enrico Cañal Bruland) รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัทโนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา ประเทศไทย จำกัด เผยถึงความมุ่งมั่นของโนโว นอร์ดิสค์ ด้วยการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนมายาวนานครบ 100 ปี นับว่าเป็นความท้าทายด้านการดูแลสุขภาพในระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อการมีสุขภาพที่ดีในปัจจุบัน และสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป ด้วยนวัตกรรมการรักษาและการป้องกันแบบบูรณาการไม่เพียงแต่โรคเบาหวานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรคอ้วน และโรค NCDs อื่นๆขณะที่ประเทศไทย โนโว นอร์ดิสค์ ดำเนินการมา 40 ปี โดยได้ร่วมมือกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในโครงการ Affordability Project เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการคัดกรองการวินิจฉัย และการรักษาโรคเบาหวานในพื้นที่ชนบทอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพและรักษาโรคเบาหวานแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณสุขของไทย

โครงการฯ ดังกล่าว มีระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2568 และได้มีการกำหนดค่าเป้าหมายร่วมกันใน 3 ด้าน ได้แก่ (1) มีจำนวนผู้ได้รับการตรวจคัดกรองทั้งหมด 53,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ 21 จังหวัด (2) มีจำนวนบุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งหมด 7,000 คนและ (3) มีจำนวนผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานและอยู่ในการควบคุมดูแลระดับน้ำตาลอย่างเข้มข้นจำนวน 7,000 คนโดยจากการดำเนินโครงการในปีแรกพบว่ายังจำเป็นต้องมีการสร้างความตระหนักในเรื่องการตรวจคัดกรอง และเสนอให้มีการจัดการข้อมูลเพื่อใช้ในการติดตามและตรวจสอบ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเพิ่มงบประมาณในการสนับสนุนจำนวนอาสาสมัครที่เป็นผู้ตรวจคัดกรองในพื้นที่

โดยศูนย์ดูแลสุขภาพ Steno Diabetes Center ที่ Copenhagen ณ ประเทศเดนมาร์ก นับเป็นตัวอย่างโมเดลที่ประสบความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลเดนมาร์กและมูลนิธิโนโว นอร์ดิสค์ ซึ่งศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงมิติต่างๆ ในการดูแลสุขภาพอย่างพิถีพิถัน เพื่อมุ่งเน้นในการยกระดับการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและการวิจัยเบาหวานเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในองค์รวม

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความชุกของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดจากปัญหาโรคอ้วนและพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยมีอัตราผู้ป่วยรายใหม่ประมาณหนึ่งแสนคนต่อปี ในปัจจุบันมีคนไทยเป็นโรคเบาหวานอยู่ประมาณ 5.2 ล้านคนหรือ 1 ใน 11 คนไทยที่อายุ 15 ปีขึ้นไป กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวานในจำนวนนี้กว่า 40% ที่ไม่รู้ว่าตัวเองป่วยขณะที่ผู้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษามีเพียง 54.1% หรือเพียง 2.8 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 3 คนที่สามารถบรรลุเป้าหมายในการรักษาทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานในไทยมีมากถึง 200 รายต่อวัน เชื่อว่าการผนึกกำลังของทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาคือทางออกที่ดีที่จะช่วยลดอัตราผู้ป่วยเบาหวาน โรคอ้วน และโรค NCDs เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วยและสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับ9 เป้าหมายการดำเนินงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการป้องกันควบคุมสถานการณ์โรคไม่ติดต่อในระดับโลก ภายในปี 2568

รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ นายกสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทยกล่าวถึงอุบัติการณ์โรคอ้วนในประเทศไทยว่า เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 หรือมีผู้ป่วยด้วยโรคอ้วนกว่า 20 ล้านคนนำมาซึ่งความเสี่ยงกลุ่มโรค NCDs ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด และมะเร็ง โดยโรคกลุ่มนี้ยังคุกคามความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย ปัจจุบันงบประมาณกว่าครึ่งหมดไปกับการรักษาโรค NCDs และยังสร้างผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจ ขณะที่วิธีการแก้ปัญหาในปัจจุบันยังเป็นการตั้งรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักว่า “ความอ้วนเป็นโรค ที่ต้องรักษา” ระบบสาธารณสุขไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนหาแนวทางป้องกันก่อนเกิดโรค ควรเร่งดำเนินการนโยบายเพื่อจัดการกับโรคอ้วน และโรค NCDs อย่างจริงจัง รวมถึงวางมาตรการหรือกรอบนโยบายที่ชัดเจน อาทิ เรื่องภาษีน้ำตาล โซเดียม การบริโภคอาหารที่โภชนาการเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างเป็นรูปธรรม การให้ความรู้ประชาชนและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี โดยคำนึงถึงสุขภาพประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ

ปิดท้าย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารีเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ย้ำบทบาทของหน่วยงานที่เน้นการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างระบบการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน ว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณ รวมถึงหากมียารักษาใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าในราคาย่อมเยา ก็จะช่วยให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ สปสช. ยังต้องการการสนับสนุนด้านงบประมาณ เพราะต้องการแสวงหายารักษาคุณภาพดีและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในราคาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาของประชาชนได้ครอบคลุมมากขึ้น และเล็งเห็นว่าปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาโรคเบาหวานและโรคอ้วนต้องอาศัยการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนในการดูแลตัวเอง เพื่อจะได้ควบคุมน้ำตาลให้ได้ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันบรรลุเป้าหมายอยู่ที่ 22% และต้องการให้ถึง 40% ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

สัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัย กับ ดิ อิสสระ สาทร ผ่านงานแฟชั่นโชว์ Collection Launch by KEM

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770389

สัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัย กับ ดิ อิสสระ สาทร ผ่านงานแฟชั่นโชว์ Collection Launch by KEM

สัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัย กับ ดิ อิสสระ สาทร ผ่านงานแฟชั่นโชว์ Collection Launch by KEM

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สงกรานต์-ศรีวรา อิสสระ พร้อมคณะผู้บริหารโครงการ ดิ อิสสระ สาทร ลักชัวรี่

โครงการ ดิ อิสสระ สาทร (The Issara Sathorn) โดย สงกรานต์-ศรีวรา อิสสระ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉลิมฉลองเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในงาน Grand Opening Month ชวนเหล่าเซเลบริตี้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัย “UNITE ALL SIDES OF YOUR LIFE” “ใช้ชีวิตอิสสระ…ให้สุดในทุกด้าน” ผ่านงานแฟชั่นโชว์ดีไซน์ Collection Launch by KEM โดย ปลาเข็ม-กรัชเพชรอิสสระ ทายาท โดยความร่วมมือระหว่าง THE ISSARA SATHORN BOBBI BROWN PIPATCHARA และ LEISURE PROJECTSที่เนรมิตพื้นที่ The Haven ชั้น 29 Main Facility บนอาคารสูงใจกลางเมืองของโครงการ ดิ อิสสระ สาทร เป็นรันเวย์โชว์คอลเลคชั่นใหม่จากเสื้อผ้าแบรนด์ KEM ที่มีความโดดเด่นผสมผสานงานศิลปะ ผ่านเนื้อผ้า สีสัน และบุคลิกอันทันสมัยของแบรนด์ ตอกย้ำให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของ 2 ด้าน ระหว่างธรรมชาติ และความศิวิไลซ์ได้อย่างกลมกลืน

ทั้งนี้ ได้เชิญคนดังร่วมสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ KEM สร้างสีสันภายในงาน อาทิ เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร, ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน, แซมมี่-เคาวเวลล์, เข็ม-ธีราภา พร้อมพันธุ์, ยุ้ย-อรวรรณ อิงคสิทธิ์, เชอร์รี่-พัชทรี ภักดีบุตร, แพร์-ปาลาวี บุนนาค, พลอย ปิ่นแสง, โอซา แวง,วรุตม์ โชติกเสถียร, จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล และ เพชร-ภิพัชรา แก้วจินดา

นอกจากนี้ ยังมีงาน Grand Opening The Issara Sathorn เปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ นำโดย สงกรานต์-ศรีวราอิสสระ พร้อมคณะผู้บริหาร ชวนแขกผู้มีเกียรติมาร่วมสัมผัสมุมมองเสน่ห์ย่านสาทร ผ่าน Exhibition SENSES OF SATHORN ในทุกมุมมองที่หลากหลายบน Penthouse ชั้น 36ที่สามารถเทควิวความเป็นเมืองและธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรี ลิ้มรสชาติอาหารจากสุดยอด 3 เชฟชื่อดังที่มารังสรรค์เมนูสุดพิเศษเสิร์ฟความอร่อยลอยฟ้า อาทิ เชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์ เชฟอาหารญี่ปุ่นที่คัดสรรค์วัตถุดิบสุดพรีเมียมในเมนู Sashimi และ Sushi มาเสิร์ฟสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ เชฟไก่-ธนัญญา ไข่แก้ว เชฟในอันดับท็อปลิสต์ของวงการขนมหวาน ขนมอบ และเบเกอรี่ นำเมนูที่ผสมผสานระหว่างอาหารไทยและอาหารฝรั่งเศสเข้ากันอย่างลงตัว ทั้ง Val au vent กุ้งครีมผงกะหรี่ Chorizo ช่อม่วง และหมั่นโถวทอดสอดไข่นกกระทา และเชฟฟาง-ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช Celebrity Chef ที่นำเสนอเมนูที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมวัตถุดิบจนกลายเป็นเมนูสุดพิเศษอย่าง Truffle Five Spice Pork Belly Sandwich, Birria Taco ทาโก้เนื้อตุ๋น และ Fried Chicken with Sriracha Mayo in Cone และการแสดงมายากลจาก แพทริค คุณ จากเวที America’s Got Talent นักมายากลไทยระดับโลกที่มาโชว์มายากลให้แขกที่มาร่วมงานชมกันอย่างใกล้ชิด โดยภายในงานได้รับเกียรติจากลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ พร้อมด้วยเหล่าบรรดาคู่ค้า พันธมิตร ชั้นนำ เข้าร่วมงานกันอย่างอบอุ่น ณ โครงการ ดิ อิสสระ สาทร

สำหรับโครงการ ดิ อิสสระ สาทร ลักชัวรี่ คอนโดมิเนียม สูง 37 ชั้น จำนวน 270 ยูนิต มีการออกแบบผสมผสานอัตลักษณ์ของความเป็นเมืองและธรรมชาติไว้ด้วยกัน ตั้งอยู่บนทำเลถนนจันทน์-สาทร ถนนสายแห่งมนต์เสน่ห์ที่หลากหลาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสถานที่สำคัญๆ แหล่งของอร่อยมากมายอยู่ใกล้ใจกลางเมืองย่านธุรกิจสีลม สาทร

ประเวศวุฒิ-เกษสุดา ไรวา, เนม-ปราการ พร้อมด้วย ป้อ-สารชา ไรวา และ นาม-ปรมา ไรวา

ประเวศวุฒิ-เกษสุดา ไรวา, เนม-ปราการ พร้อมด้วย ป้อ-สารชา ไรวา และ นาม-ปรมา ไรวา

เพื่อนๆ ในแวดวงแฟชั่นมาร่วมงาน

เพื่อนๆ ในแวดวงแฟชั่นมาร่วมงาน

ยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ และยาแก้อักเสบ ต่างกันอย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770373

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักหรือเรียกยาฆ่าเชื้อ และมักเรียกยาปฏิชีวนะว่าเป็น “ยาแก้อักเสบ” ซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าการใช้ยาปฏิชีวนะจะทำให้โรคที่เป็นอยู่หายเร็วขึ้นเพราะเข้าใจว่ายาจะรักษาหรือต้านการอักเสบได้

ยาปฏิชีวนะ หมายถึง ยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ตัวอย่างเช่น เพนนิซิลิน อะม็อกซีซิลิน ลีโวฟลอกซาซิน ไม่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ส่วนยาฆ่าเชื้อโรคกลุ่มอื่นๆ มักจะเรียกว่า “ยาฆ่าเชื้อหรือยาต้าน” แล้วต่อด้วยกลุ่มของเชื้อโรค เช่น ยาฆ่าเชื้อราหรือยาต้านเชื้อรา ยาฆ่าเชื้อไวรัสหรือยาต้านไวรัส ซึ่งมีชนิดของยาที่ใช้น้อยกว่ายาปฏิชีวนะและแพทย์มักใช้ในทางคลินิกน้อยกว่า ยาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทานที่ใช้บ่อย ๆ เช่น ฟลูโคนาโซล ส่วนยาต้านเชื้อไวรัสที่ใช้บ่อย ๆ เช่น ยารักษาเริม ยาต้านเอชไอวี สำหรับรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี ยาต้านไวรัสสำหรับรักษาไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ซึ่งใช้สำหรับผู้ติดเชื้อบางรายที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ที่รุนแรง ไม่ได้ใช้สำหรับผู้ติดเชื้อทุกราย โดยทุกครั้งที่กินยาฆ่าเชื้อ ซึ่งรวมถึงยาปฏิชีวนะด้วย ต้องรับประทานให้ครบตามที่แพทย์สั่งหรือที่เภสัชกรแนะนำ เพราะการหยุดใช้ยาเมื่ออาการดีขึ้น การหยุดยาก่อนกำหนด จะมีผลเสียอาจทำให้โรคกลับเป็นซ้ำหรือเกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการติดเชื้อที่ยังรักษาไม่หายดี รวมไปถึงเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต โดยเฉพาะกรณีการรับประทานยาปฏิชีวนะไม่ครบในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียที่ไวต่อยาได้ถูกฆ่าไปบางส่วน แต่เชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยายังอยู่ในร่างกาย และมีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การใช้ยาปฏิชีวนะชนิดเดิมขนาด (โดส) เดิมรักษาไม่ได้ ถ้ากินยาปฏิชีวนะเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นยาแก้อักเสบ ทั้งที่ความจริงเป็นยาที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อหรือยับยั้งแบคทีเรียอย่างเดียว ไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัสหรือเชื้ออื่น ๆ และไม่ได้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ นอกจากไม่เกิดประโยชน์ในการรักษาการอักเสบที่เกิดขึ้นแล้ว ยังจะทำให้เชื้อโรคดื้อยามากขึ้นด้วย เมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียครั้งต่อไป ทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ที่แรงและแพงขึ้น ซึ่งเหลือให้ใช้อยู่ไม่กี่ชนิด สุดท้ายก็จะไม่มียารักษา และเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ ควรใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ยาแรงหรือกว้างเกินไปเพื่อมุ่งให้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว หากใช้ยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์แรงในการรักษาเริ่มแรกทันทีบ่อยๆ จะส่งผลให้เกิดการดื้อยา และเมื่อเกิดการดื้อยาแล้ว จะทำให้ไม่มียาปฏิชีวนะชนิดต่อไปในการรักษา

มี 3 กลุ่มโรคที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ คือ โรคหวัด โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน และแผลสด เนื่องจากเป็นโรคที่หายได้เองและส่วนใหญ่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ยกเว้น ในกรณีที่มีอุจจาระร่วงที่มีอาการรุนแรง เช่น ถ่ายเป็นมูกเลือดและมีไข้ ควรไปพบแพทย์

ส่วนยาแก้อักเสบหรือยาต้านการอักเสบ เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ บรรเทาปวด หรือลดบวม รวมถึงลดไข้ได้ด้วย ตัวอย่าง เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคฟรีแนคไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ ใช้สำหรับกรณีที่เกิดอาการดังกล่าวจากการบาดเจ็บจากการทำงาน เล่นกีฬา หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการติดเชื้อ ดังนั้นเราไม่ควรเรียก ยาปฏิชีวนะว่า “ยาแก้อักเสบ” เพราะเมื่อใช้ยาไม่ถูกต้องจะก่อให้เกิดโทษ โดยมีผลข้างเคียงของยา โรคไม่หาย แพ้ยาหากแพ้ไม่มากอาจมีแค่ผื่นคัน ถ้ารุนแรงมากขึ้น ผิวหนังจะเป็นรอยไหม้ หลุดลอก หรืออาจเสียชีวิต และเสียเงิน นอกจากนี้ ยาแก้อักเสบหลายชนิดอาจทำให้มีอาการปวดท้องการระคายเคืองกระเพาะอาหาร มีเลือดออกในทางเดินอาหาร ภาวะบวมน้ำ ความดันเลือดสูง และเกิดพิษต่อไต (ที่เรียกว่า “ไตวาย”) ได้ ซึ่งการรับประทานยาแก้อักเสบนี้ ให้กินและหยุดตามอาการ กล่าวคือ ถ้าอาการดีขึ้นแล้ว ก็สามารถหยุดกินได้ และไม่ควรกินต่อเนื่องระยะยาว

วิธีที่ดีและปลอดภัยที่สุดในการใช้ยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ และยาแก้อักเสบ คือ การใช้ยาภายใต้การดูแลหรือคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด เพื่อการใช้ยาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด และเกิดประโยชน์สูงสุด

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์

โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

‘Bangkok River Festival 2023’ ครั้งที่ 9 ไทยเบฟชวนลอยกระทงใน ‘บ่อลอยกระทงรักษ์โลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770375

‘Bangkok River Festival 2023’ ครั้งที่ 9 ไทยเบฟชวนลอยกระทงใน ‘บ่อลอยกระทงรักษ์โลก’

‘Bangkok River Festival 2023’ ครั้งที่ 9 ไทยเบฟชวนลอยกระทงใน ‘บ่อลอยกระทงรักษ์โลก’

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 งาน “Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” สืบสานและต่อยอดกิจกรรมดีงามตามประเพณีของแต่ละท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “ลำนำ วันเพ็ญ” ตอกย้ำการเป็นเทศกาลวัฒนธรรมอันดีงาม ที่มีความยั่งยืนอย่างแท้จริงและ “Lumphun River Festival” ครั้งที่ 5 โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2566

งานแถลงข่าวการจัดงาน “Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” ปีนี้นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน ร่วมด้วย นายสุรพล เศวตเศรนีประธานการจัดงาน Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย และ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนหลัก Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย พร้อมด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมงานแถลงข่าว ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

ปีนี้ยังคงเน้นยกระดับการจัดงานให้มีความยั่งยืนในทุกมิติทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน (ESG) เป็นการสร้างประโยชน์เพื่อชุมชน โดยการจัดการของชุมชน ด้วยกลยุทธ์ บ.ว.ร.ยกกำลังสอง อันประกอบไปด้วย บ้าน วัด โรงเรียน โดยการสนับสนุนของภาคส่วนภายนอก ได้แก่ บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคม และราชการ เชื่อมโยงและต่อยอดเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรม กับประเพณีลอยกระทงและมงคลอันดีงามของไทย เพื่อตอกย้ำการเป็นเทศกาลของ มงคลดีงาม พร้อมการดูแลรักษ์โลก กับการขอขมาพระแม่คงคา ด้วยการรณรงค์ไม่เพิ่มขยะในแม่น้ำ ลำคลอง ผ่านกิจกรรมลอยกระทงและการลอยประทีปใน “บ่อลอยกระทงรักษ์โลก”

นายสุรพล เศวตเศรนี ประธานการจัดงาน Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ได้กล่าวถึงรายละเอียดของการจัดงานว่า ปีนี้นับเป็นการสานต่อความสำเร็จของการจัดงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 ที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “ลำนำ วันเพ็ญ” ชมความงดงามของสายน้ำเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2566 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะมุ่งมั่นในการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีเสริมมงคลตามวิถีไทย ตอกย้ำต่อยอด สร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่า มรดกของชาติด้วยแนวคิดสร้างสรรค์แบบร่วมสมัย สอดรับกับนโยบายรัฐบาลด้านการส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งในปีที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 1.8 ล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยศิลปวัฒนธรรมไทย Soft Power ที่จะช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชน พร้อมเป็นเวทีแห่งโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถตลอดช่วงเทศกาล

งาน Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 9 จัดบนพื้นที่ 10 ท่าน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร/วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร/วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร/วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร/วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร/ท่ามหาราช/ท่ายอดพิมาน/เอเชียทีคเดอะริเวอร์ฟร้อนท์/สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และล้ง 1919 นอกจากนี้ ยังมีการจัดงาน Lamphun River Festival ณ พื้นที่ถนนรถแก้ว จังหวัดลำพูน ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2566 และยังคงจัดเต็มกิจกรรมทำบุญไหว้พระ รับมงคล เชิญชวนร่วมลอยกระทง ร้านค้าชุมชน และยังคงสานต่อกิจกรรมดีงามด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งจะมีเส้นทางนำเที่ยว กับภารกิจ Walk&Bike เพลิดเพลิดกับการถ่ายรูปเช็คอินทุกท่าน้ำลุ้นรับของรางวัลและกิจกรรม RPST x River Festival 202 ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับเครือข่ายรักการถ่ายภาพ ด้วยกิจกรรม Photo Walk ร่วมเดินถ่ายภาพประเพณีอันดีงาม ความสนุกสนานรื่นเริงจากมหรสพการแสดงต่างๆ ในงานประพณีลอยกระทง

พร้อมกันนี้ยังคงขับเคลื่อนกิจกรรมที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับชุมชนได้มีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยกิจกรรมการรณรงค์การลอยกระทงใน “บ่อลอยกระทงรักษ์โลก” กับการลอยกระทงในระบบปิด เพื่อลดจำนวนกระทงในคลอง พร้อมทั้งเชื่อมโยงสถิติการรณรงค์การลดจำนวนขยะกระทงที่จัดเก็บโดย กทม. ผ่านการเก็บแต้ม SX Point ใน SX Application และกิจกรรมทำความสะอาดคลอง “Clean Klong” ยังคงดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยได้รับความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โครงการ “เก็บกลับ-รีไซเคิล” และพันธมิตรทุกภาคส่วน ส่งเสริมการคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิลในชุมชน อีกทั้งต่อยอดความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรมและประชาชนที่เข้าร่วมงาน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม”

“Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” เป็นงานเดียวที่นักท่องเที่ยวจะได้ สักการะไหว้พระทั้ง 5 วัด ในยามค่ำคืนและชมความงดงามของสายน้ำเจ้าพระยาจากทั้ง 10 ท่าน้ำ รวมถึงร่วมชมอัตลักษณ์ที่งดงามจากสถาปัตยกรรมที่ผสานเรื่องเล่าประจำชุมชนริมน้ำ สุขไปกับกิจกรรมสรรค์สุขสนุกไปกับแสงสี และอิ่มเอมไปกับมรดกศิลป์ทรงคุณค่า เชื่อมโยงวิถีแห่งวัฒนธรรมอันดีงาม พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ พิธีขอขมาพระแม่คงคา/สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์/ลอยกระทง ประทีปเทียนหอม ใน “บ่อลอยกระทงรักษ์โลก”/สวดมนต์เจริญสมาธิ/ซุ้มอาหารชุมชนชวนชิมและตลาดนัดชุมชนรวมของดีของเด่นประจำท้องถิ่นมารวมไว้ในงานให้ได้ช้อป ชม ชิม เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างโอกาสในการกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมชื่นชมไฮไลท์การแสดงแต่ละท่าน้ำ เช่น การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย การแสดงโขนกลางแปลง การแสดงลิเกศิลปะไทย เป็นต้น โดยมีบริการเรือด่วนรับส่งฟรีใน 10 ท่าน้ำตลอดการจัดงานเวลา 16.00-22.00 น.และวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.00-24.00 น. ทั้งนี้ สามารถสอบถามหรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.riverfestivalthailand.com และ facebook/riverfestivalthailand

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

สุรพล เศวตเศรนี

สุรพล เศวตเศรนี

‘คปภ.’จับมือ’จ.ชลบุรี’รณรงค์ปลุกพลังนักบิดทำประกันภัย พ.ร.บ. เดินหน้ารณรงค์นำร่องนิคมอุตสาหกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770321

'คปภ.'จับมือ'จ.ชลบุรี'รณรงค์ปลุกพลังนักบิดทำประกันภัย พ.ร.บ. เดินหน้ารณรงค์นำร่องนิคมอุตสาหกรรม

‘คปภ.’จับมือ’จ.ชลบุรี’รณรงค์ปลุกพลังนักบิดทำประกันภัย พ.ร.บ. เดินหน้ารณรงค์นำร่องนิคมอุตสาหกรรม

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.09 น.

 นายชัยยุทธ มังศรี รองเลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “คปภ. ปลุกพลังนักบิด คุ้มครองอย่างห่วงใย ด้วยประกันภัย พ.ร.บ.” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อปลุกพลังและรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่องนิคมอุตสาหกรรมแก่เจ้าของรถ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม และหันมาใส่ใจทำประกันภัย พ.ร.บ. ภายใต้โครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่องเพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก นายนิติ วิวัฒน์วานิช รองผู้ว่าการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานและกล่าวต้อนรับ พร้อมทั้งผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี ผู้แทนส่วนราชการจังหวัดชลบุรี อาสาสมัครประกันภัย เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมนิกโก้ อมตะซิตี้ ชลบุรี จังหวัดชลบุรี

โดยนางสาวสิริพักตร์ สุวรรณทัต ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กล่าวถึงที่มา และวัตถุประสงค์ของโครงการว่า เนื่องจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าข้อมูลการจดทะเบียนรถสะสมภาพรวมทั้งประเทศ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2566 มีรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนจำนวนกว่า 42.86 ล้านคัน ซึ่งเป็นรถที่จัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. เพียง 34. 21 ล้านคัน หรือคิดเป็นร้อยละ 79.83 ของรถที่จดทะเบียนทั้งหมด นอกจากนี้จากข้อมูลการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย (1 มกราคม 2566 – 31 ตุลาคม 2566) ได้มีการเยียวยาผู้ประสบภัยจากรถมากถึง 8,033 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 159 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนรถที่ไม่จัดทำประกันภัย พ.ร.บ. จำนวนมาก โดยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ประสบภัยนั้นเกิดจากรถจักรยานยนต์ กล่าวได้ว่าการจัดกิจกรรม “คปภ. ปลุกพลังนักบิด คุ้มครองอย่างห่วงใย ด้วยประกันภัย พ.ร.บ. ”  ในครั้งนี้ จะสร้างความตระหนักให้กับประชาชนให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการประกันภัย พ.ร.บ มากยิ่งขึ้น โดยได้เน้นกลุ่มเป้าหมายคือผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างยั่งยืน และผลักดันให้ทุกพื้นที่มีการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. อย่างเต็มรูปแบบทั้งนี้ การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือ ประกันภัย พ.ร.บ. ถือเป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันทุกประเภทต้องจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินเท้า อีกทั้งสำนักงาน คปภ. ได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนด้านประกันภัย พ.ร.บ. ในหลากหลายมิติอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น 

การปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองตามประกันภัย พ.ร.บ. จากเดิม 300,000 บาท ให้ได้รับความคุ้มครองสูงสุด 500,000 บาท การขยายช่องทางการจำหน่ายประกันภัย พ.ร.บ. ให้ประชาชนสามารถซื้อหรือต่อประกันภัย พ.ร.บ. ที่สะดวกยิ่งขึ้น อาทิ ช่องทางเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียน เคาน์เตอร์เซอร์วิสใน 7-11 นอกเหนือจากการซื้อผ่านตัวแทน หรือนายหน้าประกันภัย นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย พ.ร.บ. สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีระยะเวลาความคุ้มครองระยะยาว 3 – 5 ปี เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และเป็นการเพิ่มทางเลือกแก่ประชาชน รวมถึงการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมการขนส่งทางบก เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศในการตรวจสอบการจัดทำประกันภัยรถภาคบังคับ ก่อนชำระภาษีรถยนต์ประจำปี  

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. เล็งเห็นว่าจังหวัดชลบุรีเป็นเมืองที่สำคัญทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยเป็นจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง และเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และมีจำนวนของผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก รวมถึงจังหวัดชลบุรีมีความพร้อมที่จะเป็นพื้นที่แรกในการปลุกพลังและส่งเสริมประชาสัมพันธ์เรื่องประกันภัย พ.ร.บ. ให้ตระหนักถึงความสำคัญ รับรู้ถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะได้รับจากการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. รวมทั้งตั้งเป้าหมายผลักดันให้จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ในการทำประกันภัย พ.ร.บ. เต็มรูปแบบ 100%นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ.  ได้มีการจัดกิจกรรมที่สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน ควบคู่ไปกับการให้ความบันเทิงแก่ผู้เข้าร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม Roadshow การสร้างการรับรู้ด้านประกันภัย พ.ร.บ. ในย่านชุมชนใกล้นิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และเชิญชวนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงกิจกรรมรณรงค์ ที่จัดให้มีการเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์จากประกันภัย พ.ร.บ. การออกบูธ

ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้จากหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมินิคอนเสิร์ตจากธัญญ่า อาร์สยาม อีกทั้งในปีนี้ยังได้มีกำหนดการจัดกิจกรรมรณรงค์ “คปภ. ปลุกพลังนักบิด คุ้มครองอย่างห่วงใย ด้วยประกันภัย พ.ร.บ.”  ที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. มีความเชื่อมั่นว่า การผนึกกำลังร่วมกับจังหวัดชลบุรีและภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในวันนี้ เปรียบเสมือนเป็นการร่วมมือร่วมใจและปลุกพลังเพื่อสื่อสารถึงประชาชน โดยเฉพาะเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองทุกคน ได้ตระหนักถึงความสำคัญและรับรู้ถึงประโยชน์ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของการทำประกันภัย พ.ร.บ. โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับงานโครงการ และประกันภัย พ.ร.บ. รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Facebook กองทุนทดแทนผู้ประกันภัย  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สายด่วน คปภ. 1186

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สร้างชื่อเสียง ได้รับรางวัล WIPO Prize และเหรียญรางวัลจากผลงานวิจัยเชิงนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770290

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สร้างชื่อเสียง ได้รับรางวัล WIPO Prize และเหรียญรางวัลจากผลงานวิจัยเชิงนวัตกรรม

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สร้างชื่อเสียง ได้รับรางวัล WIPO Prize และเหรียญรางวัลจากผลงานวิจัยเชิงนวัตกรรม

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.07 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดย งานพัฒนานวัตกรรมที่สร้างคุณค่า ถ่ายทอดเทคโนโลยี และจัดการทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานผู้อำนวยการและฝ่ายบริหารกลางวิจัย  ศูนย์การเรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติ 60 ปีเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำทีมนักประดิษฐ์ส่งผลงานวิจัยเชิงนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดสิ่งประดิษฐ์ในเวทีนานาชาติ  Seoul International Invention Fair 2023 (SIIF2023) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 – 4 พฤศจิกายน 2566  ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการ COEX Convention & Exhibition Center กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี จำนวน 3 ผลงาน โดยได้รับรางวัลสำคัญและเหรียญรางวัลทั้ง 3 ผลงาน

โดยผลงานเรื่อง  “ไอเซดาร์ ลิเวอร์ :   การยกระดับการดูแลสุขภาพในชนบทด้วยการคัดกรองมะเร็งตับด้วยการเรียนรู้เชิงลึกระยะไกล” ทีมนักประดิษฐ์ ได้แก่ ผศ.นพ.ธีรภัทร อึ้งตระกูล, ดร.ทศพร เฟื่องรอด และ พญ.ธนิตา ลิ้มศิริ สังกัดวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน คว้ารางวัล WIPO Prize ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญจาก World Intellectual Property Organization (WIPO) (National Award for Creativity) และได้รับรางวัล Gold Prize  ผลงานนวัตกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับการให้บริการการดูแลสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล โดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการคัดกรองมะเร็งตับและท่อน้ำดี ผ่านการสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก เพื่อตรวจจับรอยโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดีบนภาพอัลตราซาวด์สองมิติโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้การคัดกรองมะเร็งตับในพื้นที่ชนบทมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโรคได้อย่างรวดเร็ว ระบบฯ ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับการปฏิบัติทางคลินิก สามารถกระจายการใช้งานระบบฯ ไปในหลายพื้นที่ผ่านเทคโนโลยี Cloud สามารถยกระดับการให้บริการในพื้นที่ห่างไกล โดยยังคงประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงสุด
ผลงานเรื่อง “ฟิงเกอร์พรินท์   ระบบทำนายเพศจากลายนิ้วมือด้วยเทคนิคอินไลน์ดิจิตอลโฮโลกราฟีและปัญญาประดิษฐ์” ทีมนักประดิษฐ์ ได้แก่ นายพชร ทองลิ้ม สังกัดศูนย์การเรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติ 60 ปีเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์, พว.สาวิตรี สุราทะโก สังกัดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และ ผศ.ดร.ประธาน บุรณศิริ สังกัดสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับรางวัล  Gold Prize โดยผลงานนวัตกรรมดังกล่าว เป็นเทคโนโลยีและกระบวนการใช้ระบบทำนายเพศจากลายนิ้วมือด้วยเทคนิคอินไลน์ดิจิตอลโฮโลกราฟีและปัญญาประดิษฐ์ ถูกออกแบบเพื่อให้ทำนายเพศจากลายนิ้วมือด้วยการถ่ายภาพโฮโลกราฟี ซึ่งเป็นภาพที่มีความคมชัดและความลึกของภาพ จากนั้นนำมาวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่มีความแม่นยำ 99 เปอร์เซนต์
และสุดท้ายผลงานเรื่อง “อุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI เพื่อลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะของอาสาสมัครเด็กขณะตรวจ” ทีมนักประดิษฐ์ ได้แก่ อาจารย์ ดร.ฤดีรัตน์  กีรติวิทยายุต, อาจารย์ ดร.อุดมชัย เตชะวิภู, อาจารย์ ชญานนท์ ภมะราภา สังกัดโรงเรียนรังสีเทคนิค คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้รับรางวัล Silver Prize ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI ที่มีต้นทุนต่ำ จากการวิจัยพบว่า MRI mock-scanner นี้ช่วยให้อาสาสมัครเด็กไม่ตื่นกลัวต่อการเข้ารับการตรวจ MRI และมีการเคลื่อนไหวศีรษะขณะทดสอบน้อยลง
 

โดยผลงานทั้งหมดได้จัดแสดง ระหว่างวันที่ 1 – 4 พฤศจิกายน 2566 ณ ศูนย์ประชุม COEX Convention & Exhibition Center กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีทั้งนี้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมการทำวิจัยและการคิดค้นนวัตกรรมตลอดจนสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและทิศทางการวิจัยของโลก และเพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานการสร้างสรรค์งานของนักวิจัย และนักประดิษฐ์ภายในราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  การนำผลงานไปประกวดในเวทีระดับนานาชาติ อันเป็นเวทีอันทรงเกียรติและได้รับความเชื่อถือจากนักวิจัยและนักประดิษฐ์ทั่วโลกนั้น จึงมีความสำคัญทั้งในแง่ของการได้รับการยอมรับของผลงานในเวทีสาธารณะระดับโลก และเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานวิจัยจากนานาประเทศ อันจะเป็นแรงผลักดันให้นักวิจัยขอสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพสูงต่อไป นอกจากนี้ เวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์ในระดับนานาชาตินี้ยังจะเป็นเวทีในการแสวงหาความร่วมมือสำหรับการวิจัยเชิงนวัตกรรมต่อไปด้วย สำหรับการพัฒนาและการเดินทางไปเข้าร่วมแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ในเวทีนานาชาติ  Seoul International Invention Fair 2023 (SIIF2023)  การที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับรางวัลดังกล่าว นำมาซึ่งความภาคภูมิใจและสร้างชื่อเสียงทั้งทีมนักประดิษฐ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และประเทศไทย ในเวทีระดับสากลท้ายสุดพันธกิจหลักประการหนึ่งที่สำคัญของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คือการมุ่งพัฒนาผลงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานวิจัยเชิงนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อการมุ่งสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นเลิศด้านการวิจัย อันจะนำมาสู่ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวไทย

ฝีมือเข้าตา’SOULNIST (โซลนิส)’ ศิลปิน Gen ใหม่ ปล่อยซิงเกิลแรก ‘ลืมเพื่อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/770520

ฝีมือเข้าตา'SOULNIST (โซลนิส)' ศิลปิน Gen ใหม่ ปล่อยซิงเกิลแรก 'ลืมเพื่อน'

ฝีมือเข้าตา’SOULNIST (โซลนิส)’ ศิลปิน Gen ใหม่ ปล่อยซิงเกิลแรก ‘ลืมเพื่อน’

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.51 น.

ทำความรู้จักกับ 4 สมาชิกสุดคูลจากวงดนตรี GEN ใหม่ มากความสามารถที่น่าจับตามองในยุคนี้ อย่าง SOULNIST” (โซลนิส) ประกอบด้วย “อูโน่” (ร้องนำ), “ภีม” (เบส), “เฟิร์ส” (กลอง) และ “บอส” (กีตาร์) แก๊งเพื่อนซี้ที่มาพร้อมกับ Passion ด้านดนตรี โดยพวกเขาได้เริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีจากการประกวดตามเวทีต่างๆ ทำให้พวกเขาได้ฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ดนตรี จนได้เข้าสู่การเป็นศิลปินเต็มตัว มาพร้อมกับ Verity Soulที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และฝีมือดีเข้าตาจนถูกชวนเข้าร่วมโปรเจกต์พิเศษ To Do Wishs” ภายใต้ความดูแลของทางค่ายเพลง Wake Music” ที่มีโปรดิวซ์เซอร์มากฝีมือ ที่อยู่เบื้องหลังผลงานของ บอย พีชเมกเกอร์ และ เอ๊ะ จิรากร มาร่วมให้คำปรึกษาอีกด้วย

“ลืมเพื่อน” ซิงเกิลแรกเปิดตัวพร้อมกับการเป็นศิลปินเต็มตัวของ SOULNIST”โดยเพลงนี้พูดถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อว่าในชีวิตของทุกคนมักเคยมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้น นั่นคือการแอบรักเพื่อนตัวเอง ซึ่งมักจะมีเส้นบาง ๆ ที่ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ เพราะสถานะของคำว่า “เพื่อน” ที่ยังค้ำคออยู่ เพลงนี้จึงเหมือน Message ที่อยากบอกว่าให้ช่วยลืมไปก่อนได้ไหมวว่าเราคือเพื่อนกัน เพราะความรู้สึกที่มีอยู่ในตอนนี้ ไม่ได้ต้องการเธอในฐานะเพื่อนอีกแล้ว

มากไปกว่านั้น “ลืมเพื่อน”ยังมาพร้อมกับดนตรีสไตล์เพลงป็อป ฟังง่าย จัดเต็มในพาร์ทดนตรีแบบ Fullbandที่ปล่อยผลงานให้ทุกคนได้ทำความรู้จักพวกเขามากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามทุกคนสามารถติดตาม “SOULNIST” (โซลนิส)ได้ทางhttps://www.facebook.com/profile.php?id=61552710381568&mibextid=LQQJ4dและสามารถรับชมมิวสิกวิดีโอเพลง “ลืมเพื่อน” ได้แล้ว ทาง YouTube : https://youtu.be/hP7jwUwryhU