‘เบลล่า ราณี’พรีเซนเตอร์บีไนซ์ เผยเคล็ดลับความสวยสัมผัสได้พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากสารสกัดธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769131

'เบลล่า ราณี'พรีเซนเตอร์บีไนซ์ เผยเคล็ดลับความสวยสัมผัสได้พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากสารสกัดธรรมชาติ

‘เบลล่า ราณี’พรีเซนเตอร์บีไนซ์ เผยเคล็ดลับความสวยสัมผัสได้พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากสารสกัดธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.30 น.

“เบลล่า” ราณี แคมเปน นักแสดงสาวสวยมากความสามารถผู้สร้างปรากฏการณ์เรตติ้งทุบสถิติให้ช่อง 3 ด้วยละครพรหมลิขิต และพรีเซนเตอร์คนสวยแห่งแบรนด์ บีไนซ์ (BeNice) ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวกาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บีไนซ์ แอนติแบคทีเรีย เนเชอรัล โพรเทคชั่น ชาวเวอร์เจล (BeNice Antibacteria Natural Protection Shower Gelและ บีไนซ์เพื่อจุดซ่อนเร้น เนเชอรัล 10 อิน 1 (BeNice Natural 10 in 1 Feminine Cleansing)  ในงานฉลองครบรอบ 12 ปี บิวเทรี่ยม(BEAUTRIUM) บิวตี้สโตร์ชั้นนำของไทย ที่สยามสแควร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้    

ซึ่งในโอกาสนี้พรีเซนเตอร์สาวผิวสวยออร่าพุ่ง “เบลล่า” ราณี เผยว่า “รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมงานในฐานะ พรีเซนเตอร์ให้แบรนด์บีไนซ์ ซึ่งล่าสุดได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ บีไนซ์ แอนติแบคทีเรีย เนเชอรัล โพรเทคชั่น ชาวเวอร์เจล เจลอาบน้ำสูตรจากธรรมชาติมากถึง 95% ที่มีประสิทธิภาพในชำระล้างแบคทีเรียได้ถึง 99.99% และ บีไนซ์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และดูแลจุดซ่อนเร้น เนเชอรัล 10 อิน เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจุดซ่อนเร้นที่ใช้สารทำความสะอาดธรรมชาติ 100% มั่นใจหายห่วง อ่อนโยนขั้นกว่า พร้อมปรนนิบัติผิวบอบบาง ด้วย10 คุณสมบัติที่ช่วยคงสมดุลให้จุดซ่อนเร้นของคุณผู้หญิงในขวดเดียว พร้อมผ่านการทดสอบโดยสูตินรีแพทย์ นอกจากนี้ทั้งสองผลิตภัณฑ์ใหม่ ยังมอบกลิ่นหอมอ่อน ๆ รวมทั้งอ่อนโยนต่อผิวด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ สามารถใช้ได้ทุกวัย และเหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องอาการแพ้ หรือระคายเคืองผิว มั่นใจได้ เพราะผ่านการทดสอบ และได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลก”     

BeNice Antibacteria Natural Protection Shower Gel

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย บีไนซ์ แอนติแบคทีเรีย เนเชอรัล โพรเทคชั่น ชาวเวอร์เจล
2 สูตรแอนติแบคทีเรียจากธรรมชาติ 95% Tea Tree & Muscat Grape และ Pink Salt & Organic Cranberry    

มอบผิวสะอาดอย่างเหนือชั้นด้วยเจลอาบน้ำสูตรแอนติแบคทีเรียจากธรรมชาติ 95% ผ่านการทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการปกป้อง และชำระล้างแบคทีเรียได้มากถึง 99.99% ด้วยพลังแอนติแบคทีเรียจากธรรมชาติ Anti-Bacterial agent (Natural Antibac Active) ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลก ช่วยลดการสะสมแบคทีเรีย สะอาด พร้อมให้ความชุ่มชื้น และมอบความอ่อนโยนต่อผิว เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ทุกวัย ใช้ได้ทั้งครอบครัว ขนาด 450 มล. ราคา 199 บาท มี 2 สูตรให้เลือก ได้แก่  

  • ทีทรี และองุ่นไซมัสคัส (Tea Tree and Muscat Grape) ทำความสะอาดล้ำลึก คงสมดุลผิว ด้วยสารสกัดจากองุ่นไซมัสคัสที่มีวิตามินซีสูง ช่วยใหัผิวแลดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และสารสกัดทีทรีจากออสเตรเลีย ช่วยลดความมันส่วนเกินบนผิวกายอันเป็นสาเหตุ ของปัญหาผิวต่างๆ เช่น ผิวอักเสบ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ 
  • เกลือชมพู และออร์แกนิค แครนเบอร์รี่ (Pink Salt and Organic Cranberry) เพื่อผิวแข็งแรง ลดสาเหตุของสิว ด้วยคุณสมบัติจากผลแครนเบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และวิตามินอี ช่วยบำรุงผิว และ Micro Biome-Friendly คงสมดุลให้ผิวแข็งแรง ดูสุขภาพดี และมีส่วนผสมของเกลือชมพูที่มีแร่ธาตุจากธรรมชาติกว่า 80 ชนิด ช่วย   ดีท็อกซ์ผิวให้เนียนนุ่มยิ่งขึ้น  

BeNice Natural 10 in 1 Feminine Cleansing  

ผลิตภัณฑ์เพื่อจุดซ่อนเร้น บีไนซ์ เนเชอรัล 10 อิน 1

2 สูตรใหม่ ดูแลจุดซ่อนเร้นเป็นพิเศษด้วยพลังธรรมชาติ 100%

ปรนนิบัติผิวบอบบางบริเวณจุดซ่อนเร้นเป็นพิเศษ ด้วย 10 คุณสมบัติในขวดเดียว

  • อ่อนโยน ด้วยสารทำความสะอาดธรรมชาติ 100%
  • ให้ความรู้สึกสบายผิว ล้างออกง่าย
  • ปลอดภัยปราศจากสารอันตราย 12 ชนิด ผ่านการทดสอบโดยสูตินรีแพทย์
  • ไม่มีการทดลองกับสัตว์
  • อีกทั้งยังมีพรีไบโอติกคงสมดุลเชื้อที่ดีบริเวณจุดซ่อนเร้น เสริมเกาะป้องกันให้จุดซ่อนเร้น
  •  pH balanced 4.5 เหมาะสำหรับบริเวณจุดซ่อนเร้น
  • หอมนาน 4 ชั่วโมง
  • และมีสารสกัดจากหญ้าหางม้าและเสจจากธรรมชาติ  

         ช่วยลดกลิ่นอับอย่างมีประสิทธิภาพยาวนาน 6  ชั่วโมง

  • ปลอบประโลมผิว ลดโอกาสการเกิดการระคายเคือง
  • พร้อมบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น

นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่โดดเด่น และผ่านการทดสอบโดยสูตินรีแพทย์แล้ว ผลิตภัณฑ์ยังไม่ทิ้งสารตกค้างบนผิว พร้อมให้ฟองนุ่ม ล้างออกง่าย ไม่ลื่น ไม่แห้งตึง ขนาด 140 มล. ราคา 179 บาท มีให้เลือก 2 สูตร ได้แก่ BeNice Ultimate Care Feminine Cleansing (บีไนซ์ อัลติเมท แคร์ เฟมินิน คลีนซิ่ง) ขวดสีม่วง อุดมไปด้วยสารสกัดจาก Butterfly lavender ตอบโจทย์สำหรับสาว ๆ ที่ผิวแห้ง หรือ ต้องการความชุ่มชื้นที่เพิ่มขึ้น และไม่ทำให้ผิวแห้งตึง  และ BeNice Ultimate Hygiene Feminine Cleansing  (บีไนซ์ อัลติเมท ไฮยีน เฟมินิน คลีนซิ่ง)  ขวดสีเขียว มีสารสกัดจาก Calendula flower ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีผิวเซนซิทีฟหรือกังวลเรื่องอาการแพ้

เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์บีไนซ์ใหม่ล่าสุดได้แล้ววันนี้  ผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายที่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าทั่วประเทศใกล้บ้าน และติดตามกิจกรรมเพื่อผิวสวยสัมผัสได้ทาง http://www.facebook.com/BeNiceThailand

ALICIO Thailand ยกทัพเปิดเวที BKIFW 2023 แฟชั่นโชว์เด็กระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769098

ALICIO Thailand ยกทัพเปิดเวที BKIFW 2023 แฟชั่นโชว์เด็กระดับโลก

ALICIO Thailand ยกทัพเปิดเวที BKIFW 2023 แฟชั่นโชว์เด็กระดับโลก

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.48 น.

กรุงเทพฯ– ภูกิจ เกสรินทร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ALICIO Thailandร่วมกับ นภัสนันท์ พันพึ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีอาร์ โปร เอเชียจัดงานBangkok Kids International Fashion Week2023(BKIFW 2023)ที่สุดแห่งปีกับปรากฏการณ์แฟชั่นโชว์เด็กระดับโลกโดยปีนี้เข้าสู่ปีที่ 5 ครั้งที่ 7จัดเต็มพร้อมระบบแสง สี เสียง เพื่อให้เหล่าน้องนางแบบและนายแบบกว่า 500 ท่านได้เดินเฉิดฉายบนรันเวย์ระดับนานาชาติ ตลอดทั้ง2 วัน ที่ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์

สำหรับแฟชั่นโชว์ในส่วนของALICO Thailandตระการตาไปกับชุดเดินแบบกว่า 40 ชุดใน Fall &Winter คอลเลคชั่นที่นำเอาวัสดุหนังมาผสมผสานกับผ้าหลากหลายชนิดผนวกกับดีไซน์ทันสมัยและไม่เหมือนใครในฤดูหนาวนี้ จากดีไซน์เนอร์อนุชา สายยะนันนอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ที่เข้าร่วมงานกว่า30 แบรนด์ รวมทั้งหมด7 ประเทศทั้งประเทศไทย ฮ่องกง มาเลเซียฟิลิปปินส์ เวียดนาม เกาหลี และ อินโดนิเซียนำเสนอดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละแบรนด์นอกเหนือจากการนำเสนอคอลเลคชันที่น่าตื่นเต้นในงานBKIFW 2023 ยังมีด้วยการแสดงจากเหล่าศิลปินตัวน้อยที่มาโชว์ความสามารถพิเศษทั้งร้องเพลงและเต้นสร้างความสนุกสนานและประทับใจให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน

ติดตามภาพบรรยากาศงานได้ที่เฟซบุ๊กเพจ BKIFWหรือสนใจร่วมเป็นนางแบบ นายแบบของ ALICIO เพื่อร่วมงานแฟชั่นโชว์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถติดต่อได้ที่ Facebook: ALICIOThailandInstagram: aliciothailandLine: @aliciothailand

แนวโน้มอุตสาหกรรมสุขภาพความงามและเทรนด์ศัลยกรรม2024

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769085

แนวโน้มอุตสาหกรรมสุขภาพความงามและเทรนด์ศัลยกรรม2024

แนวโน้มอุตสาหกรรมสุขภาพความงามและเทรนด์ศัลยกรรม2024

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.08 น.

นางสาวลภัสรดาเลิศภานุโรจรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทมาสเตอร์สไตล์จำกัด (มหาชน) หรือMASTER ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชSpecialty Hospital ของอุตสาหกรรมด้านความงามอันดับต้นของประเทศไทยและเอเชียเปิดเผยถึง อุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามของไทยมีมูลค่าตลาดประมาณ 71,000-72,000 ล้านบาท ขยายตัวราว 2.3%-3.6% (YoY) ทยอยกลับมาฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย แต่มูลค่าดังกล่าวยังไม่กลับไปเท่าก่อนโควิด-19 และตัวเลขการเติบโตในภาพรวม อาจไม่ได้สะท้อนผลประกอบการที่ดีขึ้นของผู้ประกอบการทุกราย ขึ้นอยู่กับการตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งในเรื่องของค่าบริการ รสนิยม คุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการ รวมถึงผลลัพธ์หรือความพึงพอใจในผลงานของแพทย์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคมีต่อการเลือกใช้บริการธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามที่แตกต่างกันออกไป

และทั่วโลกคาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตที่ประมาณ 13.2% ในช่วงปี 2024-2032 เพราะมีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านศัลยกรรมความงาม และมาตรฐานของอุตสาหกรรมดังกล่าวในระดับสูง คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของตลาดในช่วงระยะเวลาดังกล่าว

ปัจจุบันกล่าวได้ว่าประเทศไทยเป็นเมืองหลวงด้านศัลยกรรมความงามของเอเชียตะวันออกเชียงใต้ และในเอเชียเราเป็นรองแค่เพียงประเทศเกาหลีใต้ โดยมีปัจจัยเอื้อคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์และความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโซเชียลมีเดีย ทุกคนจึงสามารถเข้าถึงการทําศัลยกรรมความงามได้มากขึ้น (หมายเหตุ: ตลาดศัลยกรรมความของเกาหลีใต้มีมูลค่า 1.95 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2023 โดยได้รับแรงหนุนจากอิทธิพลของคนดังและมาตรฐาน K-beauty ที่สูง ตลาดคาดว่าจะเห็นการเติบโตต่อไปในช่วงคาดการณ์ของปี 2024-2032 โดยเติบโตที่อัตราการเติบโตประจำปีแบบทบต้น(CAGR)13.2%)

จากสถิติมีการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหัตถการที่โดดเด่นสองถึงสามอย่าง ได้แก่ การดึงหน้า ยกคิ้ว การทำตาสองชั้น การผ่าตัดปรับโครงสร้างหน้า ยุบโหนก ตัดกราม การเสริมจมูกโดยเฉพาะการปรับโครงสร้างจมูกโอเพน

ที่ผ่านมา MASTER ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามในเมืองไทย ด้วยการวางมาตรฐานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมแพทย์ หรือการทำราคาเดียวไม่ว่าคุณจะเป็นลูกค้าที่ติดต่อผ่านมาทางช่องทางใดก็ตาม การปฏิวัติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อวงการอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ กระตุ้นให้ผู้คนจํานวนมากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกเลือกทําศัลยกรรมความงามที่เมืองไทยเพื่อเพิ่มความงามของพวกเขา

  • ข้อมูลจาก Mintel บริษัทวิจัยระดับโลก

รายงานแนวโน้มข้อมูลเชิงลึกถึงเทรนด์ที่เริ่มส่งผลต่ออุตสาหกรรมสุขภาพและความงามและก้าวต่อไปในปี 2024 อย่างไร

ความสัมพันธ์กันของจิตใจและร่างกาย

  • เทรนด์แรกที่ Mintel ระบุไว้คือ NeuroGlow(กายงามใจฟู/ ใจสุขกายฉ่ำ)

ช่วงชีวิตต่อไปของสุขภาพที่ดีจะเป็นความงามด้านคุณค่าทางจิตใจและร่างกาย ซึ่งทั้งภายในและภายนอกมีความเชื่อมโยงถึงกัน

  • นวัตกรรมนี้ได้ถูกใช้ประโยชน์แล้ว สำหรับกลุ่มความงาม และอาหารเสริม

ความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพจิตที่ดี การมีสุขภาพกายที่ดี สภาวะของจิตใจส่งผลโดยตรงต่อสภาพผิวพรรณ ความงามซึ่งบริการของมาสเตอร์ เป็นมากกว่าแค่การทำหัตถการ เราต้องการให้ลูกค้าสัมผัสได้ว่า บริการของเราสามารถสร้างประสบการณ์ความสุข ความภูมิใจ และปลอดภัย สุขภาพดี

ความงาม x ปัญญาประดิษฐ์(AI)

  • เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในกระแส NeuroGlowด้วยเช่นกัน

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เครื่องสร้างความเป็นจริงเสมือน (VR) และเครื่องสร้างความเป็นจริงเสริม (AR)

เป็นตัวสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล พร้อมติดตามชี้วัดความเป็นอยู่ว่าดีจริงหรือไม่

ตรงนี้จะเกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมสุขภาพ การติดตามการรักษา การดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ

  • ปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนอุตสาหกรรมความงามโดยทำให้มีอัตลักษณ์เฉพาะบุคคล และมีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากขึ้นทั้งในแง่นวัตกรรมเทคโนโลยี และข้อมูลที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ความรู้และทักษะจะก้าวกระโดดไปพร้อมกัน
  • อย่างที่มีคนกล่าวไว้ว่าผู้บริโภคมักจะไม่ไว้ใจต่อเทคโนโลยีเพราะข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคมักถูกเปิดเผย

เรียบง่าย

  • ใส่ใจ เข้าประเด็น
  •  

ไม่มีใครอยากฟังวิชาการทั้งหมด หรือเข้าใจทุกอย่างก่อนรับบริการ แต่เรายินดีเปิดเผยทุกอย่างในลำดับการบริการท่านเพื่อความโปร่งใส

  • เรียบง่าย คือ พรีเมียม

เส้น สี และรูปแบบ การออกแบบภาพรวมเรียบง่าย ส่งผลให้สินค้าและบริการถ่ายทอดภาพลักษณ์พรีเมียม

เพราะเมื่อย่นย่อรายละเอียดให้เข้าใจง่ายขึ้น ลดความจุกจิกลง ผู้บริโภคจะใช้เวลาคิดอ่านและพิจารณาไม่นานเกินไป

  • น้อยจุดแต่จัดหนัก

จากตรงนี้ ทำให้ความคุ้มค่าของหัตถการที่ส่งผลสูงสุดต่อชีวิตได้รับคำแนะนำเพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

เทรนด์ชีวิตและมุมคิด 2024เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงาม

MASTER มองว่า “เราไม่ได้มาเปลี่ยนใครให้กลายเป็นคนอื่น สิ่งที่เรายึดมั่นเสมอคือ

Be a Better You

เป็นเราในแบบที่ดีกว่าเดิม

การทำศัลยกรรมฯ ที่รพ.มาสเตอร์พีช ยังคงป็นเรา ย้ำว่าเป็นเรา…อยู่เสมอ

แต่ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดที่เราจะเป็นได้

1.ความพอเหมาะพอดี ไม่มากเกินไป

ถ้ามองจากงานของหัตถการไม่ว่าจะเป็น เสริม / ลด หรือ แก้ไข ปรับสภาพ ทุกอย่างจะมุ่งเน้นไปสู่ความไม่ใหญ่โต หรือแปลกแตกต่างจากธรรมชาติ

เช่น การเสริมจมูกก็จะไม่แปลกแตกต่างจากโครงของเชื้อชาติกำเนิด หรือมากจนน่าตกใจเสริมหน้าอกในความพอดี เหมาะกับสัดส่วนร่างกาย

การเสริมขนาดน้องชายด้วยฟิลเลอร์ของคนเอเชีย ก็พิจารณาให้พอเหมาะพอดีกับคู่ชีวิตหรือการปลูกผม คิ้ว หนวด เครา ก็ให้เหมาะกับลุคส์ เหมาะกับตัวตน และวิถีชีวิต

2.ความงามเฉพาะบุคคล ปรับให้เหมาะกับคนนั้น

หมดยุคของการนำรูปมาปรึกษา แล้วบอกว่า เอาแบบนี้ เราต้องการเป็นอย่างเขา ศิลปิน คนดัง คนนั้นคนนี้ เพราะท้ายสุดความเข้าใจในสัดส่วน สรีระ โครงสร้างใบหน้า ร่างกาย เฉพาะบุคคลเป็นสิ่งสำคัญกว่า

จะเป็นไปตามหลักสมดุล ของทั้งตัวผู้รับบริการ และเทคนิคที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อเคสนั้นๆ เท่านั้น เราจะไม่มี นางสาวเอ สิบคน นางสาวบี ยี่สิบคน แต่จะมี นางสาวเราคนนี้คนเดียว สวยเหมือนกัน แต่ไม่ซ้ำกัน

3.ความยั่งยืนของโลกศัลยกรรมความงาม ต้องมาจากความคุ้มค่า มาตรฐานและความปลอดภัย

เราพบข่าวเศร้าและสะท้อนสังคมบ่อยครั้ง จากการรับบริการการศัลยกรรมความงามในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ปลอดภัย

โลกอุตสหกรรมอื่นๆ เชิงกายภาพ อาจลดการใช้ ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับโลกธุรกิจบริการ คือการทำให้คุ้มค่า ซื้อเท่านี้ ได้เกินคุ้ม เกินคุ้มคือ ได้ของดี น่าพอใจ ไม่ต้องแก้

เพราะการแก้ศัลยกรรมมีค่าใช้จ่ายไม่แพ้กับการทำศัลยกรรม หรืออาจสูงกว่ามากหากอาการหนัก ฉะนั้นแล้วสังคมและผู้บริโภคจึงเริ่มตระหนักในข้อนี้ แต่ต้องไม่ตระหนก

คำถามศัลยกรรมที่พบบ่อย

การทำศัลยกรรมความงามปลอดภัยหรือไม่

  • เช่นเดียวกับการผ่าตัดแบบอื่นๆ การทำศัลยกรรมมีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น แต่สามารถปิดความเสี่ยงทั้งหมดได้จาก
  1. เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ และสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานทางการแพทย์และถูกต้องตามกฎหมาย
  2. ประเมินรูปแบบศัลยกรรมความงามกับแพทย์เจ้าของเคสก่อนทำอย่างลงลึก และปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนและหลังการผ่าตัดอย่างระมัดระวัง

ผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรมจะอยู่ได้นานแค่ไหน

  • ความคงทนของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ นิสัยการใช้ชีวิต และประเภทของการทำศัลยกรรม

เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์บนใบหน้า อาจอยู่ได้ไม่กี่เดือน ในขณะที่การทำหน้าอกเสริมจมูก ยกคิ้ว ปลูกผม อยู่ได้นานหลายปี

  • การรักษาวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีและการปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการผ่าตัดทั้งหมดสามารถช่วยยืดอายุผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรมได้และจะสร้างผลข้างเคียงหรือส่งผลเสีย ขึ้นอยู่กับการเลือกสถานที่ทำที่ได้มาตรฐาน รวมถึงทำศัลยกรรมกับแพทย์ชำนาญการ

Elekta ผู้นำตลาดด้านการปฏิวัติการรักษาโรคมะเร็งเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัททั่วเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769081

Elekta ผู้นำตลาดด้านการปฏิวัติการรักษาโรคมะเร็งเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัททั่วเอเชีย

Elekta ผู้นำตลาดด้านการปฏิวัติการรักษาโรคมะเร็งเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัททั่วเอเชีย

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.46 น.

Elekta ผู้นำตลาดในการปฏิวัติการรักษาโรคมะเร็ง ได้เปิดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยแล้ว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย

Elekta มีการจัดประชุมผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้งานได้มีส่วนร่วม ตลอดจนให้ความรู้ ความเข้าใจและนำเสนอวิทยาการล่าสุดให้แก่ผู้ใช้งาน Elekta (EKTA-B.ST) ประกาศจัดตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ โดยมุ่งนำวิทยาการการรักษาโรคมะเร็งให้แก่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย โดยทางบริษัทฯ ได้จัดประชุมผู้ใช้งานขึ้นครั้งแรก ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 เพื่อแบ่งปันทักษะความรู้และความชำนาญในทางรังสีรักษาให้กับผู้ใช้งาน
มาร์โค ลี รองประธานอาวุโสบริษัท Elekta ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า “เนื่องด้วยประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นในทุกๆปี การจัดตั้งบริษัท Elekta ในประเทศไทยจึงมีส่วนช่วยในการสนับสนุนวิทยาการ และ ให้การรักษาที่มีคุณภาพสูงให้แก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ยังช่วยให้เราใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งการจัดตั้งบริษัท Elekta ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการเพิ่มจำนวนเครื่องฉายรังสี เพื่อย่นระยะเวลาการเข้าถึงการรักษา”

โดย Elekta จะดำเนินการตามกลยุทธ์ – ACCESS 2025 – ซึ่งมีเป้าหมายในการเสริมสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งในประเทศที่มีการเติบโตสูง อาทิเช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม  อีกทั้งยังคาดหวังให้ Elekta ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายนี้ ในขณะเดียวกันยังช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านให้เข้าถึงและได้รับการบริการอย่างทั่วถึงอีกด้วย
สำหรับการประชุมผู้ใช้งานครั้งแรกของ Elekta แห่งประเทศไทย ได้มีโรงพยาบาลและกลุ่มลูกค้าทางการแพทย์ต่างๆเข้าร่วมกว่า 40 องค์กร โดยในงานประชุมมีการนำเสนอวิทยาการเทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนทางรังสีรักษาให้แก่ผู้ป่วย ผ่านแอปพลิเคชั่น ที่ชื่อว่า ProKnow บนคราวด์ โดย ProKnow จะเป็นตัวช่วยในการเรียนรู้ เพื่อสร้างแผนการรักษาที่ถูกต้องและแม่นยำ โดยพิจารณาจากลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยและลักษณะของเนื้องอก โดยแผนการรักษาที่ดีจะช่วยให้สามารถกำหนดขอบเขต และ ปริมาณรังสีที่เหมาะสมแก่เนื้องอกและลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่ออื่นรอบข้างได้  นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะระหว่างผู้เข้าร่วมใช้งานบนแอปพลิเคชั่น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี และ ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานทางการแพทย์ของผู้เข้าร่วมต่อไปเกี่ยวกับ Elekta Group

ในฐานะผู้นำทางด้านรังสีรักษาด้วยการแพทย์แม่นยำ Elekta มุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกรายมีโอกาศเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งได้อย่างดีที่สุด โดยทาง Elekta จับมือร่วมกับผู้ใช้งานเพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างยั่งยืน และ เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งนำพาความหวังให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับโรคมะเร็ง จากทีมงานทั่วโลกกว่า 4,700 คน เราได้ผสมผสาน ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จินตนาการ และแรงบันดาลใจ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ปฎิวัติทางการรักษาโรคมะเร็งให้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่เราจะเป็นความหวังให้กับผู้ป่วยโรงมะเร็งทุกราย Elekta มีสำนักงานใหญ่ในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และ มีสำนักงานย่อยในกว่า 40 ประเทศ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq Stockholm สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมได้ที่เว็บไซด์ elekta.com หรือติดตาม @Elekta บน Twitter

เปิดตัวผู้ต้องสงสัย ใครฆ่า ‘ชฎาพร’ ในละคร ‘เรือนชฎานาง’ เตือนแฟนละคร !คนที่ไว้ใจ…ร้ายที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/769219

เปิดตัวผู้ต้องสงสัย ใครฆ่า ‘ชฎาพร’ ในละคร ‘เรือนชฎานาง’  เตือนแฟนละคร !คนที่ไว้ใจ...ร้ายที่สุด

เปิดตัวผู้ต้องสงสัย ใครฆ่า ‘ชฎาพร’ ในละคร ‘เรือนชฎานาง’ เตือนแฟนละคร !คนที่ไว้ใจ…ร้ายที่สุด

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากกระแสที่เข้มข้นของละคร เรือนชฎานาง ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กับปมการตายปริศนาของ จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข หรือ ชฎาพร หลังประสบอุบัติเหตุระหว่างไล่ล่ากับคนร้าย แต่ก่อนที่ชฎาพรจะตายได้มีมือปริศนายื่นเข้ามาซึ่งแน่นอนว่าอาจจะเป็นคนร้ายจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น แถมวิญญาณของเธอก็ยังไม่สงบสุข ตามอาฆาตคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับเธอทุกคน งานนี้เชื่อว่าหลายคนต่างตั้งข้อสงสัย ถึงการตายซึ่งมีตัวละครลับมากมายที่พร้อมจะปลิดชีวิตชฎาพร หรือนี่ไม่ใช่อาถรรพ์ของเรือนชฎานาง แต่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ที่โลภ อยากได้อยากมีทำเอาชาวเนตต่างงัดเบาะแสขึ้นไปถกเถียงกันสนั่นโซเชียลว่าใครเป็นคนร้ายตัวจริง จะเป็นใครกันบ้างไปดูกัน

ผู้ต้องสงสัยคนที่ 1 ธรรม์ (นิว-วงศกร)

ธรรม์ (นิว-วงศกร) หลังเคยโดนคนในเรือนชฎานาง ดูถูกและเหยียดหยาม พร้อมขัดขวางทุกเส้นทางรักระหว่างชฎาพร เพราะต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมนั่นก็คือ ราเมศ (ไผ่-พาทิศ) ธรรม์ หายไป2 ปี และกลับมาอีกครั้ง ทุกคนในเรือนชฎานางต่างตกใจ โดยเฉพาะชฎาพรที่คิดว่าธรรม์เสียชีวิตไปแล้ว การกลับมาครั้งนี้ ธรรม์มีพฤติกรรมที่แปลกประหลาด เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน และพร้อมที่จะแก้แค้น รัชพล (อ่ำ-อัมรินทร์) ที่สั่งลูกน้องจับตัวธรรม์ไปถ่วงน้ำ ทำให้เกือบตายเมื่อ 2 ปีก่อน และคิดว่า ชฎาพร เป็นคนอยู่เบื้องหลังร่วมมือเพื่อฆ่าธรรม์ ซึ่งเหตุการณ์ก่อนที่ ชฎาพร จะตายคนสุดท้ายที่ ชฎาพร โทรหาก็คือ ธรรม์ ทำให้ ชฎาพลอย (หนูนา-หนึ่งธิดา) สงสัยว่าธรรม์เป็นฆาตกรไม่น้อย

ผู้ต้องสงสัยคนที่ 2 ราเมศ (ไผ่-พาทิศ)

คนต่อมาที่น่าสงสัยไม่แพ้กัน นั่นก็คือราเมศ (ไผ่ พาทิศ) คู่หมั้นของชฎาพรด้วยเงื่อนไขของการเป็นผู้สืบทอดเรือนชฎานางนั้นจะต้องหมั้นหมายกับ ราเมศลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ รัชพล (อ่ำ-อัมรินทร์) ที่เป็นนักการเมืองที่มียศถาบรรดาศักดิ์ ซึ่งก่อนตาย ชฎาพรได้บุกโรงงานค้ายาเสพติดและได้รู้ความจริงว่า ราเมศ ไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดมาโดยตลอด ชฎาพร พยายามเปิดโปงขบวนการค้ายานรกจึงขับรถหนีเตลิดด้วยความเร็วสูงหวังไปบอกความจริงกับทุกคน โดยมีลูกน้องของราเมศ ตามล่าอย่างไม่ห่างจนรถพลิกคว่ำเกิดอุบัติเหตุ และเป็นคนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก่อนที่ชฎาพรจะตาย

ผู้ต้องสงสัยคนที่ 3 พัดชา(แอริน ยุกตะทัต)

ก่อนที่ ชฎาพร ตายได้มีปากมีเสียงอย่างรุนแรงกับเพื่อนรัก พัดชา (แอริน ยุกตะทัต) แอบไปมีซัมติงกับคู่หมั้น ราเมศ (ไผ่-พาทิศ) ชฎาพรตัดสินใจเคลียร์ปมปัญหาที่คาใจทั้งหมดจึงนัดเจอ กับ ราเมศพร้อมกับไปคืนดีกับ ธรรม์ ซึ่ง พัดชา คือคนที่ล่อให้ ชฎาพร ไปหาที่โรงงานค้ายาเสพติดของราเมศ ทั้ง ชฎาพร และ พัดชาดูเหมือนจะเป็นเพื่อนรักกันแต่ก็มีความอิจฉานี่เลยอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความแค้นและวางแผนฆ่าชฎาพร

ผู้ต้องสงสัยคนที่ 4 ปูน (ภูมิ-ภูริพันธ์)

ปูน (ภูมิ-ภูริพันธ์) คนที่ชัดเจนในความรู้สึกมาตลอดว่าชอบ ชฎาพร พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดชฎาพร ด้วยการเข้าหาน้องสาวอย่าง ชฎาพลอย (หนูนา-หนึ่งธิดา)หวังทอดสะพานไปถึงชฎาพร โดยที่เจ้าตัวไม่เคยชอบปูนแม้แต่น้อย มองเห็นเป็นเพียงน้องชายคนหนึ่งเท่านั้น ทำให้ปูน ผิดหวังที่ไม่ได้ครอบครองหัวใจและแค้น ธรรมที่ได้ความรักจากชฎาพรไปโดยตลอด

ผู้ต้องสงสัยคนที่ 5 ประไพ (อ๋อม-สกาวใจ)

ปมปัญหาต่างๆ ของคนในเรือนชฎานาง ที่เป็นความขัดแย้งอยู่มากมาย ทำให้เรือนแห่งนี้มีเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน เพราะ ประไพ (อ๋อม-สกาวใจ) ภรรยาคนที่ 3 ของ จรัล (กบ-ทรงสิทธิ์) เจ้าของเรือนชฎานาง ที่ต้องการให้คนที่เหมาะสมที่สุดในลูกทั้ง 3 คน สืบทอดสู่ตำแหน่งประมุขแห่งเรือนชฎานาง ต่างพาสร้างความประทับใจให้ จรัล มาก หวังให้ ลูกสาวคนเดียว ชฎาเพชร (นนนี่-นัฐชา) ได้ครองเรือนชฎานางนี้เป็นคนต่อไปที่ทำตัวมีพิรุธจนเป็นบุคคลต้องสงสัยอันดับ 1

ผู้ต้องสงสัยคนที่ 5 คณา (น้ำฝน-สรวงสุดา)

คณา (น้ำฝน-สรวงสุดา) ภรรยาคนที่ 2 ของจรัล ก็มีความต้องการให้ ชฎาพลอย(หนูนา-หนึ่งธิดา) ได้เป็นผู้สืบทอดคนต่อไปเช่นกัน ภายนอกดูอ่อนหวานนิ่มๆ ไม่ค่อยอยากมีเรื่องกับใคร แต่ถ้ามีแล้วก็จัดการได้อย่างเด็ดขาดและคิดอย่างรอบคอบเสมอเมื่อปมเกลียดชัง แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ความรักที่ลำเอียงของคนในครอบครัว อาจเป็นสาเหตุการตายอย่างปริศนาของ ชฎาพร ก็ได้

บุคคลเหล่านี้มีความเป็นไปได้สูงที่อาจเป็นฆาตกรฆ่าชฎาพร หรืออาจจะเป็นใครก็ได้ที่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในนี้ เรียกได้ว่า เดาทางไม่ถูกเลยทีเดียวกับการเปิดฉากเดินเรื่องด้วยการให้คนดูช่วยกันสืบหาฆาตกร ใครที่อยากร่วมสืบคดีการตายอย่างปริศนาของ ชฎาพร สามารถติดตามละคร เรือนชฎานาง ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. และ22.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 หรือสามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชั่น, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย

‘มนตราฟ้าฟื้น’ เปิดตัวแรง ‘โอ๊ต-รัฐธีร์’ ชื่นใจ เผยทุ่มเต็มที่ บท ‘ขุนพล-ขุนแผน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/769217

‘มนตราฟ้าฟื้น’ เปิดตัวแรง ‘โอ๊ต-รัฐธีร์’ ชื่นใจ  เผยทุ่มเต็มที่ บท ‘ขุนพล-ขุนแผน’

‘มนตราฟ้าฟื้น’ เปิดตัวแรง ‘โอ๊ต-รัฐธีร์’ ชื่นใจ เผยทุ่มเต็มที่ บท ‘ขุนพล-ขุนแผน’

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดม่านความสนุกให้แฟนละครช่อง 7HD ได้ชมกันไปแล้ว สำหรับละครก่อนข่าวภาคค่ำแนวผจญภัยแฟนตาซี “มนตราฟ้าฟื้น” นำแสดงโดย โอ๊ต-รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน และ แก้ม-ญาณิศา ธีราธร งานนี้เปิดตัวตอนแรกก็ตกหัวใจแฟนละครไปเรียบร้อยกับเรื่องราวสุดแฟนตาซี ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสนุกลงตัวน่าติดตาม นอกจากการแสดงของนักแสดงแล้ว ยังมีกระแสชื่นชมว่าเรื่องนี้ซีจีอลังการสุดๆ ด้านพระเอกหนุ่ม โอ๊ต-รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน เปิดใจด้วยรอยยิ้ม ขอบคุณแฟนละครที่ชื่นชอบและชื่นชม พร้อมเผยเบื้องหลังการทำงานที่เรื่องนี้รับ 2 บทบาทว่า

“ผมอยากขอบคุณทุกคนมากๆ นะครับ เมื่อวานช่วงที่ละครออกอากาศตอนแรก ผมนักแสดงทุกคน รวมถึงทีมงานมีโอกาสได้รวมตัวดูละครไปพร้อมๆ กันด้วย ได้เห็นคอมเมนต์ต่างๆทางโซเชียลตลอด ต้องขอบคุณทุกคอมเมนต์นะครับความสนุกที่ได้ชมกันต้องบอกว่านี่คือจุดเริ่มต้นเท่านั้นนับจากนี้ไปความสนุกจะยิ่งเพิ่มขึ้นแน่นอนครับ

สำหรับตัวละครของผมในเรื่องนี้ ผมรับบทเป็น ขุนพล และ ขุนแผน ครับ เรียกว่า 2 บทบาท2 คาแร็กเตอร์ สำหรับตัวละครขุนแผนจะเป็นคนอย่างที่ทุกท่านเคยตีความจากวรรณคดีที่เราคุ้นเคยว่า ขุนแผนจะมีความเจ้าชู้ แต่ว่าบู๊เก่งกาจในด้านการรบ ส่วนขุนพล เขาจะเป็นคนที่มีความเชื่อมั่น มีความเป็นผู้นำในตัวเองสูงพอสมควร โดยที่เขามีคุณปู่ ซึ่งตอนแรกเขาไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นลูกหลานของขุนแผน จนกระทั่งวันที่คุณปู่หายไป จนต้องออกตามหาและนั่นคือจุดเริ่มต้นที่จะต้องไปผจญภัย

ในด้านการถ่ายทำผมเต็มที่มากๆ ครับเรื่องนี้ต้องทำการบ้านเยอะเลยทีเดียว โดยเฉพาะการเล่นกับ CG อย่างส่วนของผมจะมีเข้าฉากกับดาบฟ้าฟื้นเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงตัวละครขุนแผนเขาเป็นคนมีอาคม ดังนั้น เวลาต่อสู้หลายๆ ครั้ง จะต้องมี CG เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้การเล่นกับ CG ต้องจินตนาการให้ได้ว่าภาพจะออกมาเป็นแบบไหน และที่สำคัญที่สุดคือบางฉากไม่ใช่แค่เราที่เข้าไปเล่นกับ CG แต่ยังมีคนอื่นๆมีน้องแก้ม (ญาณิศา ธีราธร) มีพี่สา (มาริสาอานิต้า) ดังนั้น ภาพที่ทุกคนจินตนาการจะต้องเป็นภาพเดียวกัน เราต้องคิดเหมือนกันเพื่อให้การแสดงของเราออกมาทางเดียวกัน มันก็จะยากตรงนี้ครับ

ส่วนการได้ร่วมงานกับแก้ม เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกครับที่เรามีโอกาสเล่นด้วยกัน แก้มเป็นคนตั้งใจทำงานมาก เข้าด้วยกันสนุกมาก ซึ่งขุนพลกับขุนแผนจะมีความแตกต่างกันในเรื่องการแสดงออก เรื่องความสัมพันธ์ต่างๆ อยากให้ทุกคนรอติดตามชมครับ มนตราฟ้าฟื้น สำหรับผมคือยิ่งกว่าละครครบรสนะครับ เพราะนอกจากมีพาร์ทดราม่าแล้วในเรื่องนี้จะมีพาร์ทของตัวละครบางตัวที่เข้ามาเบรกเรื่องดราม่าให้มีรอยยิ้มกันบ้าง และยังมีพาร์ทบู๊ สู้กันแบบทั้งใช้วิชา ใช้พลัง ผมว่ามันถูกที่ถูกเวลามากๆ ครับ ที่ทุกคนจะได้มาสนุก มาเอ็นจอยไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นอยากให้คุณผู้ชมมาติดตามกัน ผมเชื่อว่าละครเรื่องนี้จะสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชมอย่างแน่นอนครับ”ติดตามความสนุกละครเรื่อง “มนตราฟ้าฟื้น” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGA BOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ www.ch7.com

จิ้นได้มั้ย!! ‘มุกดา -ลุค’ แอบหวานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/769238

จิ้นได้มั้ย!! ‘มุกดา -ลุค’ แอบหวานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

จิ้นได้มั้ย!! ‘มุกดา -ลุค’ แอบหวานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แหมงานนี้บอกเลยว่าหวานจริงไม่จกตาเห็นได้จากตัวอย่างภาพยนตร์ “สลิธ โปรเจกต์ ล่า” ที่ปล่อยออกมาแล้วมีทั้งรบมีทั้งรักนี่แค่เบาๆ เบื้องหลังกองถ่ายหวานกว่านี้อีก  “สลิธ โปรเจกต์ ล่า” เป็นภาพยนตร์แนวแอกชั่น-โรแมนติค ที่ทั้งคู่ได้โคจรมาเจอกันเป็นครั้งแรกของ มุกดา นรินทร์รักษ์ (รับบท ซี)ลุค-อิชิคาว่า พลาวเด้น (รับบท เนม)  ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดยสองผู้กำกับอย่าง ปี๊ด-ปัญจพงศ์ คงคาน้อย และ ยุ่น-ศุภวิชช์ สุวรรณเนตร  ที่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่โรแมนติคแต่ยังคงความสนุกของฉากแอคชั่นแบบทะลุมิติ 

มุกดา เล่าว่า “ก็ต้องหวานแหละค่ะลองดูสายตาของลุคซิค่ะ ตอนที่เราทั้งคู่ได้เวิร์คช็อปด้วยกันเราต้องมาละลายพฤติกรรมกันก่อนว่าเราคือใครในบทที่ได้รับ  ความที่มุกรับบทซี ซีเป็นสาวลูกครึ่งหน้าตาสวยฉลาดรอบคอบและมีความเป็นผู้นําสูง เมื่ออยากจะครอบครองหรือเอาชนะสิ่งใดเธอก็จะพยายามเต็มที่เพื่อให้ได้มันมา แต่อีกมุมหนึ่งเธอก็เต็มไปด้วยความลับบางอย่างที่รอการพิสูจน์ ประกอบกับชายลึกลับอย่างเนมที่บังเอิญเข้ามาในชีวิตมันเลยทำให้อะไรหลายอย่างเลยเถิดกลายเป็นความรัก ไม่อยากสปอยมากค่ะอยากให้ทุกคนไปดูในหนังดีกว่าค่ะว่าเราทั้งคู่จะหวานกันขนาดไหน  อีกอย่างลุคตาหวานมากๆเวลาจ้องตากันที่รู้สึกได้เลยว่าลุคเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมีพลังเลยค่ะ แอบบอกว่าในซีนแอคชั่นเราก็มาแบบเต็มๆด้วยค่ะ”

ลุค เล่าเสริมว่า “ผมบอกเลยตั้งแต่เห็นมุกดาครั้งแรกที่ตอนเวิร์คช็อปด้วยกัน ผมรู้สึกทึ่งถึงความเก่งของมุกดามากๆ ในสายตาของผมๆว่ามุกดามีความเก่งรอบด้านจริงๆครับ ไม่ว่าจะเป็นซีนแอคชั่นหรือซีนอารมณ์เธอส่งอารมณ์ให้ผมได้แบบลึกซึ่ง  ผมสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและความเป็นห่วงเป็นใยที่ซีมอบให้กับเนมจนก่อเกิดเป็นความรัก  ตอนที่เข้าซีนเราต้องกอดกันเหมือนมันมีเคมีบางอย่างที่มีพลังที่มุกดาส่งมาให้ผม อยากให้ทุกคนไปดูกันในหนังดีกว่าครับว่าจะหวานขนาดไหน”

สลิธ โปรเจกต์ ล่า”

5 ธันวาคม นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

‘ใบปอ’ ปลื้ม!! ได้กลับมาร่วมงานกับค่าย ‘GDH’ ลุยติวเข้มอย่างหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/769239

‘ใบปอ’ ปลื้ม!! ได้กลับมาร่วมงานกับค่าย ‘GDH’ ลุยติวเข้มอย่างหนัก

‘ใบปอ’ ปลื้ม!! ได้กลับมาร่วมงานกับค่าย ‘GDH’ ลุยติวเข้มอย่างหนัก

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากแจ้งเกิดในบทบาทคู่แฝดในหนังเรื่อง  เธอกับฉันกับฉัน ล่าสุด ใบปอ ธิติยา จิระพรศิลป์ สุดปลื้มที่ได้กลับมาร่วมงานกับค่าย GDH อีกครั้ง ในหนังเรื่อง เพื่อน (ไม่) สนิท สร้างสรรค์ผลงานโดย GDH ร่วมกับ Houseton   โดยผู้กำกับน้องใหม่ อัตต้า อัตตา เหมวดี  ซึ่งเรื่องนี้ ใบปอ รับบท โบเก้  อดีตเพื่อนสนิทของ โจ (จั๊มพ์ พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ)  ในวัยเด็ก  ซึ่ง โบเก้   มีความชื่นชอบการถ่ายวิดีโอเป็นชีวิตจิตใจ เพราะมีแม่เป็นช่างภาพฝีมือดี

ใบปอ  เผยว่า “สำหรับหนังเรื่อง เพื่อน(ไม่)สนิท ถือเป็นหนังเรื่องที่สองในชีวิตของหนู ที่ได้กลับมาร่วมงานกับค่ายจีดีเอชอีกครั้ง  รู้สึกดีใจ และปลื้มใจมาก ๆ ค่ะ ที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้  เรื่องที่แล้วปอได้รับบทฝาแฝดซึ่งว่ายากแล้ว เรื่องนี้ก็ยากไม่แพ้กัน เพราะบท โบเก้ ปอต้องรับบทเป็นเด็กผู้หญิงที่มีความเป็นผู้นำสูง   ความยากคือต้องหาความแตกต่างให้ได้   ซึ่งคาแร็กเตอร์และอินเนอร์ของตัวละคร โบเก้กับปอต่างกันมาก ทำให้ปอต้องเวิร์คช็อปอย่างหนัก  เพราะในเรื่องมีบทดราม่าที่สะท้อนตัวละครออกมาเยอะเหมือนกันค่ะ  และในเรื่องนี้ปอต้องรับบทตากล้องในหนังสั้น  ทำให้ต้องเรียนรู้พวกอุปกรณ์ต่าง ๆ จะได้ดูเป็นมืออาชีพ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ตื่นเต้นมากค่ะ ที่ปอจะได้ทดลองทำอะไรใหม่ รู้สึกแฮปปี้มาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับเพื่อนใหม่  ได้ทั้งมิตรภาพ  ได้ทั้งความประทับใจ  ทุกคนคือทีมเวิร์คที่คอยช่วยเหลือกัน ทำให้การทำงานสนุกมากเลยค่ะ  ยิ่งพอพี่อัตต้าผู้กำกับปล่อยให้พวกเราลองด้นสดเล่นกันเอง  ให้เล่นตามหัวใจตัวเองได้เลย   พี่อัตต้าเคยเล่าให้ฟังว่าเขียนบทหนังเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะอยากให้ทุกคนได้หวนนึกถึงเพื่อนหรือใครๆ ก็ตามที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต สำหรับใครที่ได้มาดูเรื่องนี้น่าจะได้ความรู้สึกที่คิดถึงเพื่อน ๆ สมัยมัธยม  ไม่ว่าจะเพื่อนที่สนิท หรือเพื่อนที่ไม่สนิทก็ตาม  สุดท้ายก็ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราในหนังเรื่องนี้ด้วยนะคะ”

‘ธัช-กิตติธัช’ ทุ่มสุดตัวกับบท ‘พี่คล้าว’ ใน ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/769218

‘ธัช-กิตติธัช’ ทุ่มสุดตัวกับบท ‘พี่คล้าว’  ใน ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’

‘ธัช-กิตติธัช’ ทุ่มสุดตัวกับบท ‘พี่คล้าว’ ใน ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หนุ่มเสียงดีเจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการเพลงเอกซีซั่น 1 “ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย” พร้อมเต็มที่กับการรับบทพระเอกเต็มตัวครั้งแรกในละครเวที “มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล” งานนี้ถึงจะเป็นครั้งแรกที่ต้องร้องเพลงลูกทุ่งแบบเต็มตัว แต่เจ้าตัวก็ไม่หวั่น ซุ่มฝึกฝนและซ้อมอย่างหนัก เพราะอยากให้ผลงานครั้งนี้ออกมาดีที่สุด เพื่อผู้ชมและแฟนๆ ของ “มนต์รักลูกทุ่ง” ทุกคน

“ยิ่งใกล้วันแสดง ยิ่งตื่นเต้นครับ ตอนนี้ผมและทีมนักแสดงทุกคนซ้อมกันหนักมากเพราะอยากให้ “มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล” ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อผู้ชมทุกท่าน ใครที่ชื่นชอบนวนิยายเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง รวมถึงละครและภาพยนตร์เวอร์ชั่นต่างๆ ของนวนิยายเรื่องนี้ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ครับ เพราะครั้งนี้เราตีความใหม่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านมุมมองของ “ทองกวาว” เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน ที่ผู้หญิงสามารถเลือกตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิตของตัวเองได้ รวมถึงเพลงดังๆ เช่น มนต์รักลูกทุ่ง,สิบหมื่น, นกร้องน้องช้ำ, น้อยใจรัก, รูปหล่อถมไป และเพลงอื่่นๆ เราก็เอามาเรียบเรียงใหม่ แต่ยังคงความอมตะของเพลงไว้รับรองว่าเพราะแน่นอนครับ” ธัช กล่าว

“มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาวเดอะมิวสิคัล”นำแสดงโดย เปา-เปาวลี พรพิมล, ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย, โย่ง เชิญยิ้ม, ไก่-อัญชุลีอร รวมถึงเหล่านักร้องเสียงดีจากเวทีไมค์ทองคำ เพลงเอก และค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ด ดังนั้น การันตีได้เลยว่าผู้ชมจะได้เต็มอิ่มกับเพลงเพราะจากเหล่านักแสดงแน่นอนพร้อมเปิดแสดงให้ได้ชมกันในวันที่ 2, 3, 9, 10 และ11 ธันวาคม 2566 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศชั้น 7 สยามสแควร์วัน คนรัก “มนต์รักลูกทุ่ง” ไม่ควรพลาดกับการตีความใหม่ในอีกมุมมองของนวนิยายลูกทุ่งอมตะเรื่องนี้เด็ดขาด บัตรมีจำหน่ายที่Thai-ticketmajor.com

หนุ่มสุดฮอต ‘โป๊ป ธนวรรธน์’ แชร์เคล็ดไม่ลับดูแลตัวเองและคนที่คุณรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/769277

หนุ่มสุดฮอต ‘โป๊ป  ธนวรรธน์’ แชร์เคล็ดไม่ลับดูแลตัวเองและคนที่คุณรัก

หนุ่มสุดฮอต ‘โป๊ป ธนวรรธน์’ แชร์เคล็ดไม่ลับดูแลตัวเองและคนที่คุณรัก

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 21.14 น.

“อัลเลอร์นิค”  (Allernix) ผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบรรเทาอาการแพ้ ภายใต้ บริษัท เกร๊ต อิสเทอร์น ดรั๊ก จำกัด (GED) หนึ่งในบริษัทผู้ดูแลสุขภาพชั้นนำของประเทศไทย เจ้าของเดียวกับ ดีคอลเจน และ โซลแมค จัดงาน คืนชีวิตไม่ติดแพ้ ดูแลด้วยอัลนี้ ชวนพระเอกหนุ่มสุดฮอต “โป๊ป – ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ”  พรีเซ็นเตอร์  “อัลเลอร์นิค”  (Allernix) มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่4 จัดกิจกรรมเอาใจแฟนๆ แชร์เคล็ดลับไม่ลับวิธีการป้องกันและรักษาอาการภูมิแพ้ ดูแลตัวเองและคนที่คุณรัก ให้ได้ใช้ชีวิตไม่แพ้ใคร 

ภญ.รัตวรรณ  ศิริบูรณ์พิพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดร้านยา ได้กล่าวว่า สำหรับงานที่จัดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความห่วงใยในสุขภาพของคนไทยทุกคน ด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นหนึ่งในมลพิษทางอากาศที่อันตรายที่สุด ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้ชาวไทยมีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น จึงอยากมอบเคล็ดลับการป้องกันและรักษาอาการภูมิแพ้ที่ถูกวิธีผ่านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้กับทุกท่าน ซึ่งนอกจากนั้น  “อัลเลอร์นิค” (Allernix) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่มีอาการภูมิแพ้ ให้ได้ใช้ชีวิตแบบไม่มีสะดุด ทำให้มีชีวิตดีแบบคนปกติทั่วไป ได้ทำสิ่งที่อยากทำ มีโมเมนต์ที่อยากมี ไม่ต้องติดขัดเพราะอาการแพ้ มาดูแลด้วยอัล(เลอร์นิค)นี้” 

ภายในงาน “คืนชีวิตไม่ติดแพ้ ดูแลด้วยอัลนี้” มีกิจกรรมความสนุกแฝงความรู้มากมายอย่าง เล่นเกมส์ลุ้นรับของที่ระลึก และได้รับคูปองลุ้นเป็นผู้โชคดีได้เล่นเกมส์บนเวทีใกล้ชิดกับพรีเซ็นเตอร์ โป๊ป – ธนวรรธน์ , แฮปปี้โซนที่จะได้ถ่ายรูปกับคาเฟ่แมวและสวนดอกไม้ และโซน อัลเลอร์นิค (Allernix) เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจาก GED คอยให้คำปรึกษาในเรื่องภูมิแพ้ หรือเรื่องยาแก้แพ้ ให้อีกด้วย

ด้านพระเอกหนุ่มสุดฮอต “โป๊ป – ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ”  เปิดเผยว่า ดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสรับหน้าที่ พรีเซ็นเตอร์ให้กับอัลเลอร์นิคมาอย่างต่อเนื่อง และยังรู้สึกเห็นใจและห่วงใยคนรอบข้างและแฟนๆ ที่เผชิญกับโรคภูมิแพ้ เพราะกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก และจะขอดูแลทุกอาการของภูมิแพ้ของทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นอาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก คันตา แสบตา ฯลฯ ผ่านยาแก้แพ้ชนิดเม็ด “อัลเลอร์นิค” ที่มาพร้อมตัวยาลอราทาดีนที่ไม่ทำให้ง่วงซึม ซึ่งพอได้เจอตัวยาที่บรรเทาอาการได้ดีก็อยากบอกต่อให้ทุกคนได้รู้ว่า “โรคภูมิแพ้ต้องดูแลด้วยอัลเลอร์นิค” คืนชีวิตไม่ติดแพ้ ดูแลด้วยอัลนี้ ครับ

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ระบุว่า อุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะ โรคหืด และโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วโลก และประเทศไทยมีอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้ที่คนไทยเป็นกันบ่อยที่สุด มี 4 โรคภูมิแพ้ด้วยกัน ได้แก่ โรคภูมิแพ้อากาศร้อยละ 23-50 โรคหืดร้อยละ 10-15 โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังร้อยละ 15 และโรคแพ้อาหารร้อยละ 5

 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gedgoodlife.com และ www.facebook.com/gedgoodlife