G’NESTเปิดตัว’VIIS’ (วิส) ยกขบวนรถเวทีคอนเสิร์ตเคลื่อนที่ (Mobile Stage Truck)มุ่งหน้าสู่ ขอนแก่น, ชลบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/767465

G’NESTเปิดตัว'VIIS' (วิส) ยกขบวนรถเวทีคอนเสิร์ตเคลื่อนที่ (Mobile Stage Truck)มุ่งหน้าสู่ ขอนแก่น, ชลบุรี

G’NESTเปิดตัว’VIIS’ (วิส) ยกขบวนรถเวทีคอนเสิร์ตเคลื่อนที่ (Mobile Stage Truck)มุ่งหน้าสู่ ขอนแก่น, ชลบุรี

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.18 น.

หลังจากเดบิวต์สเตจเปิดตัวในกรุงเทพฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 5 สาวVIIS(วิส)ศิลปินจากค่ายจีเนสในสังกัดจีเอ็มเอ็มแกรมมี่  ก็ยกโชว์ของพวกเธอ VIIS Barbie (Oops! Oops!) Debut Showcase”ไปเปิดการแสดงต่อที่ จังหวัดขอนแก่น และ ชลบุรี โดยมีศิลปินรุ่นพี่ PERSES (เพอร์เซส), TIGGER(ทิกเกอร์)เป็นแขกรับเชิญพิเศษ ร่วมเดินทางไปเปิดการแสดงด้วยตามรายละเอียดดังนี้

-วันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 เวลา 18.00 น.พบกับ VIIS และ PERSES ณ 62 BLOCS MARKET จังหวัดขอนแก่น

-วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566เวลา 18.00 พบกับ VIIS, PERSES และTIGGER ณ บริเวณลานหน้าห้างเซ็นทรัลศรีราชา จังหวัดชลบุรี

 งานนี้แฟนเพลงที่อยู่ทั้ง 2 จังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงห้ามพลาดกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้  พร้อมร่วมเชียร์กลุ่ม โคฟเวอร์แดนซ์ตัวแทนของแต่ละจังหวัด ที่ไปร่วมแข่งขัน กิจกรรมการประกวดแข่งขัน VIIS วิสบาร์บี้อุปส์อุปส์โคฟเวอร์แดนซ์ได้ตามวันและเวลาดังกล่าวติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและผลงาน VIIS(วิส)ได้ทางช่องทาง@viisofficialทุกแพลตฟอร์มและจากค่ายG’NESTได้ที่Youtube/TikTok/Instagram gnest_officialFacebook/X :Gnest #1234VIIS #วิส #GNEST #GMMGrammy

เริ่มแล้วเทศกาลหนังฮ่องกง2023 ‘มาริโอ้ – จูเน่’ชวนดูหนังคุณภาพ’A Guilty Conscience”และ“A Light Never Goes Out’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/767462

เริ่มแล้วเทศกาลหนังฮ่องกง2023 'มาริโอ้ - จูเน่'ชวนดูหนังคุณภาพ'A Guilty Conscience”และ“A Light Never Goes Out'

เริ่มแล้วเทศกาลหนังฮ่องกง2023 ‘มาริโอ้ – จูเน่’ชวนดูหนังคุณภาพ’A Guilty Conscience”และ“A Light Never Goes Out’

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.15 น.

เริ่มต้นแล้วสำหรับเทศกาลหนังฮ่องกง2023”หรือ“Next Generation: Emerging Directors Exhibition And Hong Kong Film Gala Presentation” หลังจากจัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ณโรงภาพยนตร์ House สามย่าน (สามย่านมิตรทาวน์) พร้อมทัพผู้กำกับและนักแสดงฮ่องกงนำทีมโดยผู้กำกับแจ็คอึ่งและนักแสดงสาวเรนซีเหยิงจากหนังA Guilty Conscience (หนังฮ่องกงเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำเงินทะลุร้อยล้าน) ผู้กำกับหญิงอนาสเตเชียจางจากหนังA Light Never Goes Out (ตัวแทนจากฮ่องกงส่งเข้าชิงออสการ์ปีล่าสุด) รวมถึงนักแสดงชาวไทยนำทีมโดยพระเอกหนุ่มมาริโอ้เมาเร่อ(ขุนพันธ์3) มาเป็นตัวแทนคนในวงการหนังไทยจับมือนักแสดงสาวขวัญใจวัยรุ่นจูเน่เพลินพิชญาโกมลารชุน(OMG รักจังวะผิดจังหวะ) และนักแสดงที่โด่งดังไปทั่วเอเชียญดานริลญากุลมงคงเพชร (ร่างทรง) พร้อมกันนั้นผู้กำกับกอล์ฟปวีณภูริจิตปัญญา(ฉีกกฎทดลองผี) ตบเท้าเข้าร่วมงานและพูดคุยกับสื่อมวลชนกันอย่างคับคั่ง

งานนี้หนุ่มมาริโอ้แอบหยอดแฟนๆว่ามีบทบาทที่อยากแสดงในหนังฮ่องกงคือการรับบทเป็นกู๋หว่าไจ๋ตามอย่างหนังฮ่องกงเรื่องโปรดในดวงใจของเขาเรื่องกู๋หว่าไจ๋ที่กลายเป็นหนึ่งหนังในดวงใจของเขาจนถึงทุกวันนี้โดยผู้กำกับแจ็คหวังเสริมว่าปัจจุบันไม่มีกู๋หว่าไจ๋ในฮ่องกงแล้วถ้าหากต้องการรับบทเป็นกู๋หว่าไจ๋อาจจะต้องสร้างเป็นหนังที่เล่าย้อนเวลากลับไปรวมทั้งจูเน่เพลินพิชญาที่กล่าวว่าถึงแม้บุคลิกภายนอกหลายคนจะคิดว่าเธอเป็นคนเรียบร้อยแต่ตัวเธอเองกลับอยากร่วมแสดงหนังแอ็กชั่นของฮ่องกงสักครั้งในชีวิต

โดยภายในงานนอกจากการจัดแสดงนิทรรศกาลหนังฮ่องกง2023 ที่ยกฉากสำคัญจำลองภาพเสมือนจริงของหนังคุณภาพทั้งหมด7 เรื่องมานำเสนอในรูปแบบใหม่แล้วยังมีการจัดโปรแกรมฉายรอบพิเศษของหนังที่น่าจับตามองมากที่สุด2 เรื่องได้แก่“A Guilty Conscience”จากผู้กำกับแจ็คอึ่งที่กวาดรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกงทะลุร้อยล้านไปแล้วและ“A Light Never Goes Out”จากผู้กำกับอนาสเตเซียจางที่การันตีด้วยการเป็นตัวแทนหนังฮ่องกงเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกด้วยสร้างปรากฎการณ์เต็มทุกที่นั่งกระแสตอบรับดีเกิดคาดกวาดเสียงปรบมือและชื่นชมจากบรรดานักวิจารณ์และคอหนังฮ่องกงไปอย่างล้นหลาม

ส่วนตัวผมอยากตีความคำว่าแอคชั่นให้ออกมาอีกรูปแบบหนึ่งผ่านเรื่องราวการต่อสู้ในศาลที่ใช้การเจรจาแทนซึ่งจริงๆแล้วมีความดุเดือดไม่แพ้หนังแอคชั่นระห่ำเช่นกันโดยเฉพาะฮ่องกงในช่วงยุค2000 ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเยอะนอกจากนั้นยังเพิ่มดีกรีความเดือดด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่างหว่องจี๋หว่าและเรนซีเหยิงที่ส่งให้ตัวละครนี้สมจริงมากยิ่งขึ้นผู้กำกับแจ็คอึ่งจากหนังเรื่องA Guilty Conscienceกล่าวพูดคุยกับผู้ชมกลุ่มแรกหลังจบโปรแกรมฉายรอบพิเศษนอกจากนั้นอนาสเตเซียจางผู้กำกับหนัง“A Light Never Goes Out”ยังกล่าวพูดคุยกับผู้ชมเพิ่มเติม“หนังเรื่องนี้จำลองบรรยากาศฮ่องกงในยุคก่อนเล่าเรื่องผ่านสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของฮ่องกงนั่นคือไฟนีออนในเรื่องนี้เราเลือกตีความแสงไฟนีออนออกมาเป็นความหวังที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของผู้คนเรายังปล่อยพื้นที่ให้คนได้จินตนาการและตีความในรูปแบบของตัวเองด้วยนอกจากนั้นยังสอดแทรกเรื่องGeneration Gap ที่เกิดขึ้นกับตัวละครรวมถึงเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของฮ่องกงในช่วงต่างๆได้อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตามคอดูหนังที่สนใจและอยากติดตามว่าหนังฮ่องกงพัฒนาไปอย่างไรบ้างสามารถตรวจดูรอบฉายและซื้อบัตรได้ทุกช่องทางของโรงภาพยนตร์ House สามย่านทั้งแอปพลิเคชัน House Cinema และเว็บไซต์ housesamyan.com หรือที่หน้าเคาน์เตอร์โรงชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ (MRT สถานีสามย่านทางออก 2)

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา อัญเชิญผ้ากฐินพระราชทาน ถวายวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/767461

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา อัญเชิญผ้ากฐินพระราชทาน ถวายวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา อัญเชิญผ้ากฐินพระราชทาน ถวายวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.12 น.

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา พร้อมด้วย ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ผู้บริหารบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด(มหาชน) อัญเชิญผ้ากฐินพระราชทาน น้อมถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 5พฤศจิกายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ วิหารบูรพาจารย์หลวงพ่อพูล อัตรักโข วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปทอดถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส  ณ วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม 

โดยมีดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด(มหาชน)  เป็นประธานในพิธีกฐินพระราชทาน พร้อมด้วย ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด(มหาชน) , นายบริพันธ์ ชัยภูมิ นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย, พระเอกนักบู๊อินเตอร์ จา-พนม ยีรัมย์ รวมทั้งนักแสดงจากค่ายสามเศียร นำโดย หนำเลี๊ยบ-คูณฉกาจ วรสิทธิ์ , เล็ก เจษฎา และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียงด้วยความปีติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นดร.นภัสนันท์ พรรณิภา เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ซึ่งมี ดร.พระครูปลัดสิทธิวัฒน์(หลวงพี่น้ำฝน) เป็นเจ้าอาวาสวัด ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ข้าพุทธเจ้าพร้อมคณะจักสนองงานอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาเป็นที่เรียบร้อยสมบูรณ์ ยังความปีติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

‘ดาราบางกอกฟิล์ม’นำโดย ‘จุก’ สามารถ พึ่งกิจ.. จัดแถลงข่าวพร้อมแสดงผลงานภาพยนตร์สั้น 4 เรื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/767452

'ดาราบางกอกฟิล์ม'นำโดย 'จุก' สามารถ พึ่งกิจ.. จัดแถลงข่าวพร้อมแสดงผลงานภาพยนตร์สั้น 4 เรื่อง

‘ดาราบางกอกฟิล์ม’นำโดย ‘จุก’ สามารถ พึ่งกิจ.. จัดแถลงข่าวพร้อมแสดงผลงานภาพยนตร์สั้น 4 เรื่อง

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.32 น.

“ค่ายดาราบางกอกฟิล์ม” นำโดย “จุก” สามารถ พึ่งกิจ หรือ ไอ้จุก แม่นาคพระโขนง (อดีตดาราเด็กยุค 80s ปัจจุบันยังคงเป็นนักแสดง ผู้กำกับ และนักเขียนบท) พร้อมทีมงาน ได้ทำการแถลงข่าวและจัดฉายภาพยนตร์ผลงานของนักเรียนการแสดงในสังกัด พร้อมเปิดตัวศิลปิน “สปาย SPY” และ “Gapzy_boyyy” ภายใต้ชื่องาน “แว่วเสียง สำเนียงหนัง” ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ พุทธมณฑล สาย 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยงานนี้ไม่เก็บค่าเข้าชมจากผู้ร่วมงานแต่อย่างใด

สำหรับภาพยนตร์ที่จัดฉายในวันแถลงข่าวที่ผ่านมา ประกอบด้วยภาพยนตร์สั้น 4 เรื่อง คือ

1.  มนต์รักดอกพิกุล (แนวพีเรียด) 

2.  ตุ๊กตาสยอง (แนวสยองขวัญ) 

3.  สะบัดนะยะ (แนวดราม่า – คอมเมดี้) และ

4.  เกาะเลิฟ เสิร์ฟรัก (แนวโรแมนติก – คอมเมดี้)

สำหรับค่ายดาราบางกอกฟิล์ม ก่อตั้งเมื่อปี 2565 โดย “จุก” สามารถ พึ่งกิจ หรือ ไอ้จุก แม่นาคพระโขนง อดีตดาราเด็กยุค 80s  ร่วมกับผู้ก่อตั้งอีก 2 ท่าน ซึ่งเป็น Content creator ในนามช่องยูทูบ GroupO FRL และช่อง V-Creator เน้นงานสอนการแสดงและถ่ายทอดความรู้ที่เกี่ยวกับการผลิตสื่อประเภทวีดิโอ/ภาพยนตร์ ให้กับผู้สนใจโดยไม่จำกัดเพศ วัย อายุ และมิได้ดำเนินกิจการเพื่อแสวงหาผลกำไร อาจเรียกได้ว่า ค่ายดาราบางกอกฟิล์ม เป็นอะคาเดมี (academy)  สำหรับผู้มีใจรักด้านการแสดงอย่างแท้จริง

ผลงานของค่ายดาราบางกอกฟิล์มที่ผ่านมา มีดังนี้ คือ

• ห้องเรียนการแสดงค่ายดาราบางกอกฟิล์ม เปิดสอนมาแล้วจำนวน 4 รุ่น เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการแสดง ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายทำ การตัดต่อ การเขียนบท และศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ หรือต่อยอดด้านการแสดงได้ต่อไป  โดยทางค่ายจัดโปรเจคท์ดังกล่าวด้วยตนเอง และได้รับความร่วมมือจาก “ไถฝีดครีเอเตอร์ ฟิล์มโปรดักชั่น” ซึ่งเป็นทีมถ่ายทำของผู้ร่วมก่อตั้งเอง คือ ช่อง GroupO FRL, V-Creator กับอีกหนึ่งกัลยาณมิตร คือ ช่อง iCanfarและอีก 1 ท่าน ที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องการถ่ายทำ และให้ความรู้แก่นักเรียน คือ  ” Bank Banking ” จากช่อง ” EatTalk2manTourเจี๊ยะป้า ต๊าอ่วย “

• ภาพยนตร์สั้นผลงานนักเรียนทั้ง 4 รุ่น ที่เป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้าของทางค่าย ที่จะเติมเต็มความฝันของนักเรียน ให้พวกเขาได้มีผลงานการแสดงเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ให้ได้ เพื่อเป็นเกียรติประวัติของตนและเพื่อนำไปต่อยอดต่อไป ซึ่งภาพยนตร์สั้นทั้ง 4 เรื่อง ดังกล่าว ได้จัดฉายไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ต.ค.66 ที่ผ่านมา

ทางค่ายได้ให้นิยามภาพยนตร์สั้นชุดนี้ว่า “โปรเจคท์ทดลอง”  เนื่องจาก “จุก” สามารถ พึ่งกิจ ในฐานะผู้กำกับ ได้ตั้งโจทย์ไว้ตั้งแต่เริ่มต้นว่า จะผลิตภาพยนตร์สั้นทั้ง 4 เรื่องนี้ ด้วยโทรศัพท์มือถือ การถ่ายทำและการตัดต่อจึงทำด้วยโทรศัพท์มือถือระดับกลางเป็นหลัก (ตัดต่อด้วยมือถือ 100%  และถ่ายทำด้วยมือถือ 80%)ซึ่งถือเป็นความแปลกใหม่และความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นการทดสอบสมรรถนะของอุปกรณ์ และทีมงานที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ยังประโยชน์สูงสุดให้กับทีมงาน ที่จะได้ศึกษา เรียนรู้กระบวนการทำงานจากจุดเล็กๆ นี้ไปสู่การผลิตผลงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคตอันใกล้ต่อไปสำหรับระยะเวลาการถ่ายทำนั้น  ใช้เวลาถ่ายทำโดยเฉลี่ย เรื่องละประมาณ 3 วัน แต่ใช้เวลาตัดต่อค่อนข้างยาวนาน (นับเวลา ประมาณ 1 ปี) เนื่องจากเป็นการทำงานแนวจิตอาสา ทีมตัดต่อมีจำนวนจำกัด (และทำงานประจำ) ทางค่ายจึงต้องบริหารจัดการทีมงาน บริหารเวลา เพราะต้องรับผลิตงานอื่นด้วย นอกเหนือจากภาพยนตร์สั้นของนักเรียน

• เพลงประกอบภาพยนตร์สั้นเรื่องที่ 4 เกาะเลิฟเสิร์ฟรัก จำนวน 2 เพลง และซิงเกิ้ลอัลบั้ม Spy’s project  จำนวน 2 เพลง (ละลาย และแผลสด) ซึ่งมีทั้งเพลง และ mv ให้รับชมได้ที่ช่องยูทูบดาราบางกอกฟิล์ม  http://www.youtube.com/c/ดาราบางกอกฟิล์ม

ทางค่ายดาราบางกอกฟิล์ม ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน ที่เห็นคุณค่าการผลิตผลงานเพื่อความฝันของเยาวชนและผู้ที่รักการแสดงของทางค่าย โดยการจัดงานแสดงผลงานของนักเรียนการแสดง ที่ผ่านมาครั้งนี้  ได้รับการสนับสนุนหลักจาก คุณอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ์ ซีอีโอ เจเอโอ กรุ๊ป และ ร้านบางไผ่ อะไหล่ บางใหญ่

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767711

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV  แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV แนะ พกถุงยาง หลังยอดติดเชื้อ พุ่ง 22.4%

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.16 น.

ศธ. แนะครูใช้คาบโฮมรูมสร้างภูมิคุ้มกัน HIV ตั้งเป้าลดจำนวนผู้ติดเชื้อในกลุ่มเยาวชน สกัดคุณแม่วัยใสตั้งครรภ์ไม่พร้อม

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ) เปิดเผยว่า จากกรณีกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายงานยอดผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี จากร้อยละ 9.5 พุ่งขึ้นเป็นร้อยละ 22.4 ทั้งยังพบว่ามีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยครั้งล่าสุดเพียงร้อยละ 80 ทำให้พบการติดเชื้อซิฟิลิส และหนองในเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย

กระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยสุขภาพของเยาวชนไทย จึงมอบหมายให้สถานศึกษาทุกสังกัด ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ กับนักเรียน โดยใช้เวลาคาบโฮมรูมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างทัศนคติที่ดีในการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ให้เยาวชนเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะพกและใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ จะช่วยป้องกันทั้งการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น รวมถึงการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมอีกด้วย

“ครูควรชี้แจงความแตกต่างระหว่างเอชไอวีและเอดส์ มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจมากกว่าการปลูกฝังความกลัว สิ่งสำคัญคือเด็กต้องตระหนักถึงความเสี่ยงส่วนบุคคลของตนเอง โดยสามารถส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในการคิดเชิงวิเคราะห์ ด้วยการถามคำถามแทนที่จะพูดคุยเพียงอย่างเดียว เช่น ความเสี่ยงที่อาจทำให้ติดเชื้อมีอะไรบ้าง การมีความสัมพันธ์กับแฟนจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือไม่ จะทราบได้อย่างไรว่าแฟนของเราติดเชื้อหรือไม่ เป็นต้น” รมช.ศธ. กล่าว

ขณะเดียวกันวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) จึงเป็นโอกาสดีที่สถานศึกษาทุกแห่งจะส่งเสริมการจัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างความรู้ความเข้าใจถึงการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี วิธีการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หากจะมีเพศสัมพันธ์ต้องรู้จักวิธีป้องกันการตั้งครรภ์และการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือใช้แนวทางของกรมอนามัยในการสร้างความรอบรู้ด้านเพศสำหรับเยาวชน “รักเป็น ปลอดภัย” ได้แก่ 

1) Safe Virgin มีเพศสัมพันธ์เมื่อพร้อม 

2) Safe Sex หากจะมีเพศสัมพันธ์ ตนเองต้องปลอดภัย ใส่ถุงยางอนามัยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

3) Safe Abortion หากพลาดตั้งครรภ์ไม่พร้อม ปรึกษาหน่วยบริการฯ เพื่อรับคำปรึกษา 

4) Safe Mom ฝากครรภ์คุณภาพ เพื่อลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย

รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการให้ความตระหนักรู้จากครูในโรงเรียนอย่างเข้มข้นแล้ว ขอฝากถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรเป็นที่พึ่งให้กับลูกหลาน ส่งเสริมให้เด็ก ๆ รู้ว่าพวกเขาสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง แสดงให้เห็นว่าครอบครัวอยู่เคียงข้างพวกเขา และพร้อมหาทางออกให้กับทุกปัญหาเสมอ เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงบริการป้องกัน ดูแลรักษาได้เร็ว ครอบคลุม มุ่งลดการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนต่อไป

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767710

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.11 น.

ศธ. ขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิตในสถานศึกษา ใช้สื่อออนไลน์สร้างสรรค์ พร้อมหาแนวทางลดภาระงานครูอย่างยั่งยืน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) จัดทำแพลตฟอร์ม และพัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ซึ่งมีการหารือการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพจิตของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 4/2566 เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน นายสมใจ วิเศษทักษิณ รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ ศธ. และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ  กระทรวงศึกษาธิการ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า รมว.ศธ. ได้ให้หลักการและแนวคิดในการสร้าง Tiktok โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลิตสื่อและเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะทางแอปพลิเคชัน Tiktok และได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีแนวคิดที่จะดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Coaching การแนะแนวการเรียน เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพจิต เป็นต้น

ดังนั้นหากหน่วยงานใดมีโครงการที่จะผลิตสื่อหรือหนังสั้น ขอให้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาและวิธีการสื่อสารที่มีความทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งอยากให้ทุกหน่วยงานมีการจัดประกวด Tiktok ของสถานศึกษาในสังกัดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยสามารถคิดแฮชแท็ก (#) ที่สามารถสื่อสารได้อย่างกว้างขวางและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อาจจะไม่เกิน 3 แฮชแท็ก เช่น #เรียนดีมีความสุข #สุขภาพจิตดี #(ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน)

ในส่วนของการผลิตอินโฟกราฟิกที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต อยากให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อมูลด้วยเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย มีความน่าสนใจ สามารถสื่อสารกับบุคคลภายนอกได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์ของกระทรวงศึกษาธิการที่ดำเนินการอยู่แล้ว ก็สามารถลดความเป็นทางการ เพื่อเพิ่มการสื่อสารกับคนภายนอก และสร้างความรู้สึกว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นมิตรกับทุกคน

นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด หาแนวทางในการลดภาระงานครู ทั้งเรื่องการอยู่เวรตอนกลางคืน งานเอกสารนอกเหนือจากการเรียนการสอน การโยกย้ายครู หรือแม้แต่การเพิ่มอัตรากำลัง รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่ครูคิดว่าเป็นภาระ อาทิ การชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงนักเรียน ที่ไม่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ถ้าหน่วยงานอื่น ๆ ขอมาก็ต้องชั่งวัดใหม่ หรือการขึ้นเงินเดือน 3% ที่น่าจะเปลี่ยนการคิดเงินเดือนจากเดิมใช้ฐานของโรงเรียน มาเป็นภาพรวมฐานของเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะช่วยให้การขึ้นเงินเดือนครูโรงเรียนเล็กเพิ่มมากขึ้น เพราะในโรงเรียนเล็กภาระงานครูจะหนักมาก 

“หากแต่ละหน่วยงานมีแนวทางแก้ไขภาระงานครูเหล่านี้ก็จะเป็นข้อเสนอในเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอเป็นหลักการต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่มี รมว.ศธ. เป็นประธาน ซึ่งถ้ากระทรวงศึกษาธิการสามารถขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นของขวัญ ช่วยเพิ่มกำลังใจ รวมทั้งสร้างความสุขให้แก่ครู เพื่อมุ่งมั่นพัฒนายกระดับเด็กนักเรียนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืนต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรับฟังการนำเสนอรายละเอียดแผนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตของหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแผนงานที่เด่นชัด อาทิ การจัดการศึกษาในเขตจังหวัดของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ให้เด็กได้รับการศึกษาตลอดชีวิต ที่เหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการพิเศษ, การพัฒนาสร้างครูแนะแนวและศึกษานิเทศก์แกนนำ 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาพื้นที่ในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนพร้อมขยายผลจนครบทุกโรงเรียน, โครงการ 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย ให้ความรู้ ดูแล ช่วยเหลือ เพื่อส่งต่อผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตอย่างมีคุณภาพ, School Health HERO ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ เพื่อเฝ้าระวัง เรียนรู้ รับคำปรึกษา เพื่อดูแลนักเรียนที่เสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และทักษะการเข้าสังคม ซึ่ง สช. จะนำระบบฯ ต้นแบบของ สพฐ. ไปทดลองใช้ในโรงเรียนเอกชนผ่านแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพจิตนักเรียนโรงเรียนเอกชน โดยจะมีการประชุมครั้งถัดไป (ครั้งที่ 5/2566) ในวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2566

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767576

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

ภูมิคุ้มกันความผิดหวังและเสียใจ ควรเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กช่วงวัย1-3ขวบ

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 07.20 น.

การเผชิญความ “ผิดหวัง” เหตุการณ์เหล่านี้สำหรับผู้ใหญ่อาจแค่เซ็งในหัวใจ แต่สำหรับเด็กแล้วส่งผลต่อจิตใจอย่างยิ่ง ความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ ทุกข์ใจที่เกิดขึ้นในเด็ก นำสู่ปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายอย่างมากมายในทุกวันนี้

แพทย์หญิงกิติมา ยุทธวงศ์ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (Pediatric Nutrition Manufacturer Association : PNMA) ได้แนะนำว่าควรสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจให้กับเด็กตั้งแต่ช่วงวัย 1-3 ขวบ ด้วยวิธีการสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับเด็ก สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ หรือ สร้างความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งจะกลายเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญของพวกเขา ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

เป็นตัวอย่างที่ดี เราควรปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ เช่นการแสดงมารยาททางสังคมที่ดี การหยิบจับใช้สิ่งของต่างๆ อย่างปลอดภัยถูกวิธี ในระหว่างที่เด็กๆ กำลังเลียนแบบ หรือขอลองทำสิ่งต่างๆ ไม่ควรห้าม และควรใช้โอกาสนี้สอนให้ใช้งานสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน การเรียนรู้การเข้าสังคม และมารยาทนอกบ้านเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อเด็กมีความเข้าใจในสิ่งรอบข้าง ได้เคยลองลงมือทำพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่มาแล้ว จะทำให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วยประสบการณ์ของเขาเอง และแยกแยะบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่ดี และเอาตัวออกห่างจากบุคคลเหล่านั้นได้ในอนาคต

กล่าวคำชมทุกครั้งที่เด็กทำได้ การกล่าวคำชมจะช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองเด็กได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ทำตามที่สอนได้ควรกล่าวคำชม เพื่อให้เด็กมั่นใจว่าทำสิ่งถูกต้อง และอยากทำซ้ำเพื่อให้ได้รับคำชมหรือยอมรับจากผู้ใหญ่ ควรชมมากขึ้นในกรณีที่ช่วยเหลืองานบ้านด้วยความสมัครใจ ซึ่งจะทำให้เด็กมีนิสัยรักความสะอาด ช่วยเหลืองานบ้าน และควรระวังเรื่องการให้รางวัล หากมากเกินไปจะส่งผลให้เด็กเฝ้ารอหรือผิดหวังได้ การให้ของรางวัลควรให้เฉพาะที่เป็นเรื่องสำคัญ หรืออาจเลือกวิธีเลี้ยงฉลองด้วยกันทั้งครอบครัว เพื่อให้เห็นว่าการทำเรื่องที่ดี ทำให้ครอบครัวมีความสุขมากกว่าสิ่งของที่ได้รับเพียงคนเดียว

เลี่ยงการดุด้วยถ้อยคำและการใช้กำลังลงโทษ การดุลูกด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่รุนแรงส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กโดยตรง ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าตัดสินใจลงมือทำด้วยตัวเอง กลัวทำพลาดแล้วจะถูกดุ ถูกลงโทษ และยังส่งผลถึงความมั่นใจในการใช้ชีวิตในสังคมเมื่อถูกต่อว่าข่มขู่จากผู้อื่นโดยจะหวาดกลัวจนยอมทำตามในสิ่งที่ไม่อยากทำ การลงโทษเด็กควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการใช้เหตุผลพูดคุยว่าพวกเขาทำผิดอะไร และผลเสียที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อตัวเขาและสิ่งต่างๆ รอบข้างอย่างไรบ้าง

ดูแลโภชนาการและพัฒนาการให้เติบโตสมวัย เด็กในช่วงวัยนี้ มีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองเติบโตรวดเร็วที่สุด หากได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอสมวัย ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีส่วนสูงมากกว่าหรือเท่ากับเพื่อนๆ ไม่ได้เป็นเด็กที่ตัวเล็กสุดในห้อง อ้วนหรือผอมเกินไปจนถูกล้อเลียน จะมีพัฒนาการด้านร่างกาย และสติปัญญาที่พร้อมรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น สามารถเรียนรู้และทำสิ่งต่างๆ ได้ดีไม่แพ้เพื่อนคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน

สอนเด็กให้รู้จักอารมณ์ตัวเองเด็กในช่วงวัยนี้ โดยเฉพาะช่วง 2 ขวบ มักจะถูกเรียกว่าวัยทอง 2 ขวบ ผู้ใหญ่สามารถสอนให้พวกเขารู้จักอารมณ์ต่างๆ เช่น หัวเราะ ร้องไห้ โกรธไม่พอใจ ร่าเริง โศกเศร้า ว่าเป็นอย่างไร เด็กๆ ก็จะได้รู้จักอารมณ์ด้านต่างๆ การควบคุมอารมณ์ต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ ฝึกฝน ต้องค่อยๆ สอนอย่างใจเย็นและอดทนเพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นเด็กที่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ขี้โมโห และเอาแต่ใจ

ให้เด็กทดลองเล่นให้มีความหลากหลาย เพื่อค้นหาความชอบ เด็กที่ค้นพบความถนัดของตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก มีส่วนช่วยทำให้เขาเกิดความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องถึงความฉลาดทางอารมณ์ทางอ้อม เมื่ออนาคตเขาได้รับคำวิจารณ์ด้านลบอย่างรุนแรง ก็จะสามารถรับมือกับผลกระทบตรงนั้นได้ เพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองเก่งด้านไหนและอยากทำอาชีพอะไรในอนาคต เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่รู้ตัวว่ามีความถนัดอะไร เมื่อได้รับความวิจารณ์ด้านลบ จะคิดว่าเขาไม่เก่ง จนกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ท้อแท้ ผิดหวัง และรับมือกับอารมณ์ของตัวเองได้ยากกว่า

ให้เด็กพบกับความล้มเหลว และเรียนรู้ที่จะแก้ไขด้วยตัวเอง เด็กหลายคนถูกเลี้ยงดูมาด้วยผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือทุกอย่างตลอดเวลา และเมื่อถึงเวลาที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง การจัดการความผิดหวังจะยากกว่าเด็กที่เคยผิดพลาดล้มเหลวเป็นประจำ จนรู้ว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่พลาดแล้วต้องแก้ไขให้ดีขึ้น ควรปล่อยให้เด็กลงมือทำและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกจากปัญหาที่พบจะทำให้เด็กรู้จักเรียนรู้ความผิดพลาด ปรับตัวยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ ผู้ใหญ่ควรเข้าไปช่วยเมื่อเด็กร้องขอเท่านั้น เมื่อแนะนำทำเป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว ก็ปล่อยให้เด็กทำต่อด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการความผิดหวัง และรู้วิธีแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

พญ.กิติมา กล่าวทิ้งท้ายว่า หากเด็กๆ ได้รับภูมิคุ้มกันด้วยการความมั่นใจในตัวเอง ความมั่นคงทางอารมณ์ และฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาอันล้ำค่าที่เกิดจากความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าลืมสอนพวกเขาให้รู้ว่า อย่าให้ความผิดพลาดของเราในวันนี้เป็นสิ่งกำหนดความสามารถเราทั้งชีวิต วันนี้เราทำไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าเราจะทำไม่ได้ อย่าให้ความผิดหวังเพียงเล็กน้อยเป็นตัวตัดสินเราทั้งชีวิต

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767580

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

สจล. หัวรถจักร 100 ปี ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) รับมอบหัวรถจักรไอน้ำ รุ่น “เท็นวิลเลอร์” รุ่นเลขที่ 177 ประเทศอังกฤษ อายุกว่า 100 ปี จาก รศ.ดร.สุรพงษ์ สิริพงศ์ดี รักษาการคณบดีวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สจล. และติดตั้งที่บริเวณแหล่งเรียนรู้ และเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ของสจล. เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 ณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล.

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767577

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’มอบรางวัลเยาวชน ชนะสร้างแอปบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายยูจิ ฟุคาดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน) มอบรางวัลให้กับ 3 ทีม ผู้ชนะเลิศจากเวทีประชันไอเดียออกแบบและพัฒนา Application “Hackathon: Innovative Application For Smart Life” ภายใต้หัวข้อ “Smart Life Smart Money” ลดค่าใช้จ่าย เพื่อชีวิตที่เรียบง่ายแบบ Smart โดยมี รศ.รังสรรค์ เลิศในสัตย์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น พร้อมคณาจารย์ ร่วมในพิธีมอบรางวัลดังกล่าวด้วยเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

“Hackathon: Innovative Application For Smart Life” มีนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จำนวนทั้งหมด 32 ทีม กิจกรรม จากประเด็นเรื่องอัตราการใช้หนี้ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลในไทย ที่นำไปสู่การสร้างแอปพลิเคชั่นที่จะช่วยบริหารจัดการต้นทุนในชีวิต เช่น รายรับ รายจ่าย ความรู้ และเวลา ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังการแก้ปัญหาอัตราการใช้หนี้ต่อไปในอนาคต

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767581

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

สพม.ตาก เยี่ยมโรงเรียนประสบอุทกภัย

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุทัศน์ ศรีดาเดช ผู้อำนวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก) พร้อมด้วย นายชยุต นามอยู่ รอง ผอ.สพม.ตาก และคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายของสถานศึกษา กรณีประสบภัยพิบัติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนผดุงปัญญา ที่ประสบเหตุอุทกภัย จากพายุฝนฟ้าคะนอง