BCH ได้รับการจัดอันดับ “ดีเลิศ” 5 ดาว ด้านการกำกับดูแลกิจการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766805

BCH ได้รับการจัดอันดับ “ดีเลิศ”  5 ดาว ด้านการกำกับดูแลกิจการ

BCH ได้รับการจัดอันดับ “ดีเลิศ” 5 ดาว ด้านการกำกับดูแลกิจการ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.21 น.

บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือในนามหุ้นจดทะเบียน BCH ได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการ ในเกณฑ์ “ดีเลิศ“ ระดับ 5 ดาว (Excellent CG Scoring) จากการสำรวจตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2566 (CGR 2023) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมการประเมินรวมทั้งสิ้น 782 บริษัท

รางวัลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า BCH เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการดำเนินกิจการครบทุกมิติตามเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่ให้บริการทางด้านสาธารณสุขในประเทศไทย ตั้งแต่ภายในองค์กรไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหาร การตลาด การประชาสัมพันธ์ การให้บริการทางการแพทย์ ไปจนถึงภายนอกองค์กรที่ได้ร่วมมือกับภาคีพันธมิตรและภาคส่วนต่าง ๆ ในการช่วยขับเคลื่อนสังคมในทุกมิติ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมมาภิบาลที่ดีในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินกิจการให้แก่ ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน

‘จูน-กษมา’ปลื้มใจ! ทำหน้าที่เมีย-หน้าที่แม่สำเร็จ พร้อมต่อยอดธุรกิจศูนย์สุขภาพ และความงามครบวงจรThe Touch Group

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766788

'จูน-กษมา'ปลื้มใจ! ทำหน้าที่เมีย-หน้าที่แม่สำเร็จ พร้อมต่อยอดธุรกิจศูนย์สุขภาพ และความงามครบวงจรThe Touch Group

‘จูน-กษมา’ปลื้มใจ! ทำหน้าที่เมีย-หน้าที่แม่สำเร็จ พร้อมต่อยอดธุรกิจศูนย์สุขภาพ และความงามครบวงจรThe Touch Group

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.55 น.

เรียกว่าเป็นคุณแม่ลูกดกประจำวงการบันเทิงอีกหนึ่งคน สำหรับ “จูน-กษมา  ศิลาชัย” ภรรยาคนสวยของนักแสดงอารมณ์ดี “เปิ้ล-นาคร  ศิลาชัย” นอกจากเจ้าตัวจะทำหน้าแม่ของลูกๆ ทั้ง 4 ออแล้ว (ออกัส ออก้า ออกู๊ส ออเกรซ) ได้อย่างดีแล้ว หน้าที่เมียก็ไม่ขาดตกบกพร่อง  ดูแลสารทุกข์สุขดิบคุณสามีเป็นอย่างดี  มิหนำซ้ำบางคนอาจยังไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้หยุดแค่หน้าที่แม่ของลูก และเมียของเปิ้ล… แต่เจ้าตัวยังมีความมานะ อุตสาหะ ทำธุรกิจช่วยเหลือครอบครัวหลายตัว  ถึงแม้จะมี “เปิ้ล-นาคร” เป็นฝ่ายซัพพอร์ตเงินทุน แต่น้อยคนจะรู้ว่า เธอคนนี้ต้องเรียนรู้ธุรกิจทุกอย่างด้วยตัวเอง ลงแรง ลงใจ ลงความคิด บริหารธุรกิจทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่การที่ต้องมานั่งไลฟ์สดขายของในออนไลน์

ถามว่าพอมาทำธุรกิจแล้วมีเวลาให้ลูกๆมั้ย ก็มีเวลานะ เพราะตรงนี้ก็มีหุ้นส่วนคอยช่วยดูแล เราก็มีเวลาให้เขาตามปกติคือตอนนี้ เด็กๆ ก็โตกันหมดแล้วเนอะ ก็เลยคุยกันเข้าใจง่ายขึ้น แต่เราก็ช่วยกันดูลูกทั้งจูน ทั้งพี่เปิ้ล อย่าง ออก้า ช่วงนี้พ่อเขาก็รับบทหนักหน่อย เพราะเขามุ่งไปด้านกีฬาเจ็ตสกี ก็เพิ่งไปคว้าแชมป์โลกรุ่นเยาวชนกลับมาเป็นปีที่ 2 (อันนี้แม่ปลื้มมากกก  หัวเราะ) พอเด็กๆ โตขึ้น เขาก็ไปโรงเรียนกัน  ชีวิตประจำวันเราก็จะมีเยอะขึ้น  จูนก็เลยอยากหาอะไรทำเพิ่มเติม  ก็สงสารพี่เปิ้ลเขาแหละ ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวคนเดียว เราก็เลยมานั่งคิดว่า เราจะทำอะไรดี  เพราะอย่างร้านอาหารตอนนี้ก็อยู่ตัวแล้ว ก็เลยมาคิดว่า จูนเอง ก็ทำเกี่ยวกับพวกสายบิวตี้มาก่อน ก็เลยมองว่าน่าจะหาอะไรที่เราเคยทำมา แล้วถนัดต่อยอดดีกว่า จนได้มาเจอกับเพื่อน แล้วเขาก็ชวนมาร่วมทุนใน The Touch Group ซึ่งเราก็มองว่า เอ้อมันเข้าทางของเรานะ น่าจะทำได้ดี ก็เลยปรึกษากับ พี่เปิ้ล แล้วก็มาลงทุนเพิ่ม ตอนนี้ก็ทำมาจะครบ 1 ปีแล้ว 

และอีกหนึ่งธุรกิจที่ “แม่จูน” หมายมั่นปั้นมือมาตลอดระยะเวลา 1ปี ก็คือ การไปร่วมทุน และนั่งแท่นบริหารธุรกิจ ศูนย์สุขภาพ และความงามครบวงจร The Touch Group ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นปี  งานนี้เจ้าตัวไม่รอช้าตอบรับเทรนด์การดูแลสุขภาพ ด้วยการลงทุนควักกระเป๋า เปิดตัวผลิตภัณฑ์สกินแคร์เป็นการต่อยอดภายใต้ชื่อ Dr.Touchhโดยได้แพทย์และผู้เชี่ยวชาญของ The Touch Clinic ที่มีประสบการณ์มานานกว่า 11ปี ร่วมคิดค้นขึ้นมา 

ถามว่าควักกระเป๋าไปเท่าไหร่?  ไม่ขอพูดถึงดีกว่า แต่ “พี่เปิ้ล”นั่งทำใจอยู่นานเหมือนกัน (หัวเราะ) คือ “จูน” เป็นคนชอบเรื่องความสวยความงามอยู่แล้ว เพราะเราก็เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางมาก่อน เยอะเหมือนกันนะ พอเราได้มาร่วมทำธุรกิจสุขภาพความงาม เราก็เอ้อ! รู้สึกว่ามันตรงกับสิ่งที่เราเคยทำมา แถมยังได้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยคิดค้นให้อีก จูนว่ามันน่าลอง  ก็จะรู้ๆ กันอยู่ว่า “จูน” เป็นคนตรง (ด่าพี่เปิ้ลก็คือด่าจริง…หัวเราะ) ฉะนั้นพูดได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่ทำขึ้นมาภายใต้แบรนด์ Dr.Touchh “จูน” ลองเองมาหมดทุกตัว ดีก็ว่าดี ไม่ดีก็ตีกลับ  ไม่ได้อยากเอาชื่อเสียงของตัวเองมาขายของนะ แต่มันเป็นความจริงใจมากกว่า<<

สกินแคร์ของ Dr.Touchh“แม่จูน”ได้ทดลองใช้กับตัวเองมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการลดฝ้ากระ จุดด่างดํา ลดการอักเสบของผิว เติมคอลลาเจน รวมไปถึงครีมกันแดดสะท้อนแสงหรือจะกระตุ้นคอลลาเจน ลดการสะสมของแบคทีเรีย มาแบบครบวงจร

ถามว่าทำงาน ทำธุรกิจเยอะขนาดนี้ จะรวยไปไหน? เจ้าตัวบอกเศรษฐกิจสมัยนี้มันน่ากลัว ขึ้นๆลงๆ ไม่นิ่ง ทำอะไรได้ก็ต้องทำเพราะ “ธุรกิจคือโอกาส”เลยอยากจะต่อยอดให้กับคนที่กำลังหาโอกาส ด้วยการเปิดตัวโปรเจ็ค ‘Agent The Touch’ หาตัวแทนมาร่วมเป็น Agent(ตัวแทนขายอิสระ) ในสายสุขภาพและความงามของ The Touch Group ด้วย

“สมัยนี้ธุรกิจมันก็มีเยอะเนอะ เราก็เข้าใจ ก็ยังคุยกับพี่เปิ้ลบ่อยๆ ว่า “จูน” อยากช่วยเขาทำมาหากิน เพราะเราก็ต้องเลี้ยงเจ้า 4 อออ่ะเนอะ (หัวเราะ…) ก็เลยอยากทำตามความถนัดของตัวเอง  ส่วนตัวมองว่า ธุรกิจที่ทำ มันก็เป็นโอกาสส่วนหนึ่ง  แต่เราก็อยากแบ่งปันโอกาสเหล่านี้ให้กับคนอื่นๆ ด้วย ก็เลยคิดกับผู้บริหารคนอื่นๆ ว่า เราน่าจะเปิดโอกาสรับตัวแทนมาช่วยกันทำมาหากินอีกแรงดีมั้ย?  ตรงๆ คือ นอกจากเราจะได้แล้ว  คนอื่นๆ ที่กำลังหางานทำ ว่างงาน เขาก็มีโอกาสได้ทำงานหาเงินไปด้วย  ทุกคนแหละ! อยากทำงาน อยากมีเงินใช้  ก็เลยคิดเรื่องของตัวแทน เพื่อมาช่วยกันทำมาหากิน ก็อารมณ์แบบครอบครัวนั่นแหละ เขาได้ เราได้

สป.อว.เปิดเวทีเตรียมพร้อมรับมือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ประจำปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766754

สป.อว.เปิดเวทีเตรียมพร้อมรับมือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ประจำปี 2567

สป.อว.เปิดเวทีเตรียมพร้อมรับมือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.55 น.

สป.อว.เปิดเวทีเตรียมพร้อมรับมือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ประจำปี 2567 (QS World University Ranking 2024) เพื่อมุ่งสู่อันดับที่ดีขึ้นและมีคุณภาพในระดับสากล เผยโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยและการสนับสนุนทุนวิจัยสำหรับอาจารย์นักวิจัยรุ่นใหม่ ทำให้อันดับสถาบันอุดมฯ ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี หัวหน้ากลุ่มภารกิจบริหารยุทธศาสตร์ และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กล่าวรายงานภายในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก (QS World University Ranking) โดยได้รับเกียรติจาก ศ.วิชัย ริ้วตระกูล ประธานคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรม รศ.รัฐชาติ มงคลนาวิน อนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Re-inventing University) และประธานคณะทำงานส่งเสริมและยกระดับสถาบันอุดมศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล Mr. Leigh Kamolins และ Mr. E Way Chong ผู้แทนจาก Quacquarelli Symonds (QS) ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของ QS World University Ranking ปี 2024 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน ชั้น 5 สป.อว.

นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า สป.อว.เปิดเวทีให้สถาบันอุดมศึกษาได้รับทราบแนวปฏิบัติ หลักเกณฑ์และแนวทางในการที่สถาบันอุดมศึกษาไทยจะเข้าร่วมการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาในระดับโลก และได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น โดยทาง QS ได้มีการนำเสนอข้อมูลใน 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็น QS World University Ranking และ Rating: QS Stars เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาได้รับทราบศักยภาพและสถานะของตน ทั้งในส่วนที่เป็นจุดแข็งที่สถาบันอุดมศึกษา ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องและในส่วนที่ต้องปรับปรุงเพื่อปิดช่องว่างจากการประเมินผลงานของสถาบัน

“สป.อว. เป็นหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาของไทยได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้นผ่านโครงการและกิจกรรมที่สำคัญของ สป.อว. อาทิ โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) การสนับสนุนทุนวิจัยสำหรับอาจารย์นักวิจัยรุ่นใหม่ ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยไทยมีคุณภาพในระดับสากล” นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีผู้ทรงคุณวุฒิให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งจากคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรม คณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Re-inventing University) และคณะทำงานส่งเสริมและยกระดับสถาบันอุดมศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล รวมถึงผู้บริหารและคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วม จำนวน 159 คน จาก 95 สถาบัน

-(016)

เวียดนามแห่กรี๊ด’หมอเกท’สักลายมือเศรษฐี สร้างปรากฏการณ์ เผยศาสตร์เส้นลายมือ เปลี่ยนชีวิต ดังไกลถึงต่างแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766732

เวียดนามแห่กรี๊ด'หมอเกท'สักลายมือเศรษฐี สร้างปรากฏการณ์ เผยศาสตร์เส้นลายมือ เปลี่ยนชีวิต ดังไกลถึงต่างแดน

เวียดนามแห่กรี๊ด’หมอเกท’สักลายมือเศรษฐี สร้างปรากฏการณ์ เผยศาสตร์เส้นลายมือ เปลี่ยนชีวิต ดังไกลถึงต่างแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.05 น.

เรียกได้ว่า งานนี้จัดเต็มมากๆเลยหล่ะค่ะ สำหรับ “หมอเกท นพ.พิสิษฐ์ การูปายา” สักลายมือเศรษฐี ที่ได้สร้างปรากฏการณ์ พลิกวงการมูเตลู นำศาสตร์ เส้นลายมือ บินลัดฟ้า ไปเผยแพร่ที่ประเทศเวียดนาม โดยได้รับเชิญ จาก VI Hoa เจ้าแม่สอนโหวงเฮ้ง อันดับ 1 ของเวียดนาม และ Bui Thanh Thuy (Thuy Bui) ตัวแม่เซเลปชื่อดัง ที่จัดงาน PMU และ อาจารย์สอนที่ดังที่สุดในประเทศเวียดนาม ซึ่งงานนี้ ทำเอา คนเวียดนามแห่กรี๊ด “หมอเกท สักลายมือเศรษฐี”ที่ถือว่า เป็นMaster ผู้เชี่ยวชาญ คนไทยหนึ่งเดียวในเอเชีย นำศาสตร์ความรู้ เล้นลายมือเศรษฐี  ไปสอนให้กับ คนเวียดนาม ถือว่า เป็นคัมภีร์ แห่งศาสตร์มูเตลู ที่มีคนเวียดนาม กว่าพันคน ที่ได้เข้าร่วมสัมนาในครั้งนี้ 

 โดย “หมอเกท” ได้ให้สัมภาษณ์กับ สื่อมวลชนในครั้งนี้ว่า คือก่อนหน้านี้ เราได้ไปให้ความรู้ในงาน รวมศาสตร์มูฯ ที่รวมซินแสทุกศาสตร์ ในงาน และได้เจอกับ เจ้าแม่สอนโหวงเฮ้งอันดับหนึ่ง ของเวียดนาม คุณ Vi Hoa เค้าเห็นเรา และ สนใจ ศาสตร์ของ เส้นลายมือ ว่า เส้นลายมือ สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง และติดต่อให้เราได้ไปสอนที่ประเทศเวียดนาม เพราะ ตอนนี้ ศาสตร์มูเตลู กำลังเป็นที่นิยมในประเทศเวียดนาม และเราเป็นคนไทยหนี่งเดียว ที่ได้ไปถ่ายทอดองค์ความรู้ ในครั้งนี้ พร้อมยังบอกอีกว่า ศาสตร์ของเส้นลายมือ จะทำให้คุณโดดเด่น ในสายวิชาชีพ เพราะความรู้ที่ได้นำไปถ่ายทอดทั้งหมด เป็นวิชาที่มีมาเป็นพันๆปี และมี เปเปอร์ ที่ได้รับการรับรองทุกประเทศ 

#หมอเกทสักลายมือเศรษฐี
#สอนสักลายมือ
#เส้นลายมือเปลี่ยนชีวิต 
#พลิกชีวิตสักลายมือ
#สอนสักลายมือที่เวียดนาม

‘อาเล็ก-ธีรเดช’ร่วมงาน’Meyer’จับ’Mickey Mouse’ลงครัว เปิดตัว 4 คอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 100 ปี Disney

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766721

'อาเล็ก-ธีรเดช'ร่วมงาน'Meyer'จับ'Mickey Mouse'ลงครัว เปิดตัว 4 คอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 100 ปี Disney

‘อาเล็ก-ธีรเดช’ร่วมงาน’Meyer’จับ’Mickey Mouse’ลงครัว เปิดตัว 4 คอลเลคชั่นพิเศษ ฉลอง 100 ปี Disney

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.51 น.

“ไมย์เออร์”จับ “มิคกี้ เมาส์” ลงครัว ฉลองครบรอบ 100 ปี “ดิสนีย์”ด้วยเครื่องครัว4 คอลเลคชั่นสุดพิเศษ พร้อมจับมือศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลมเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ในงาน Meyer Cookware – For every magic moment in kitchen” เนรมิต Display ห้องครัวสไตล์ Disney Meyer4 รูปแบบพร้อมกิจกรรมให้ร่วมสนุกและชิมอาหารจากเชฟมากฝีมือมากมายโดยเฉพาะเชฟเฉพาะกิจอย่าง “อาเล็ก-ธีรเดช” ที่มาอวดฝีมือทำอาหารให้แฟนๆ ได้ชมอย่างใกล้ชิด ที่แผนกเครื่องครัวชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม วันก่อน

โดย นายโจเซฟ โล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าแบรนด์Meyer (ไมย์เออร์) กล่าวว่า สินค้า Meyer คอลเลคชั่นพิเศษ Disneyเป็นความร่วมมือระหว่างแบรนด์เครื่องครัว “Meyer” และ “Disney”เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีของ Disney โดยหยิบตัวการ์ตูนชื่อดังไอคอนตลอดกาลอย่าง Mickey Mouseมาผสมผสานกับเครื่องครัว Meyer อย่างลงตัว4 คอลเลคชั่น ตอบโจทย์เทรนด์การทำอาหารยุคใหม่ ที่ชื่นชอบเครื่องครัวที่มีฟังก์ชันและดีไซน์สวยงาม และการจัดงานครั้งนี้ ยังถือเป็นอีกหนึ่งอีเว้นท์สำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ได้พบปะกับลูกค้าตัวจริง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทั้งจากลูกค้าของไมย์เออร์ รวมถึงแฟนๆ การ์ตูนมิคกี้ เมาส์ ที่มาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม

ไมย์เออร์ เป็นแบรนด์เครื่องครัวที่เติบโตและเป็นที่รู้จักจากนวัตกรรมการออกแบบที่ชาญฉลาดและสวยงาม พร้อมฟังก์ชันเสริมที่ช่วยลดขั้นตอนการทำครัวให้ง่ายขึ้น และวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ คือ If you cook, you’re chef ให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจในการเข้าครัว เพื่อส่งต่อความอบอุ่นและความสุขออกมาเป็นมื้ออาหารสุดพิเศษ โดยเริ่มทำการตลาดในประเทศไทยปี 2538จนเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และคาดว่าสินค้าคอลเลคชั่นนี้จะสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่ม และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น” นายโจเซฟ โล กล่าว

ด้านนักแสดงหนุ่ม อาเล็ก-ธีรเดชที่มาร่วมสาธิตการทำอาหาร พร้อมร่วมถ่ายภาพกับผู้โชคดีในงานให้แฟนๆ ได้ฟินกันสุดๆ เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ไมย์เออร์ ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องครัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ทั้งในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน สามารถทำครัวได้ง่ายขึ้น และยังมีดีไซน์ที่ทันสมัยสวยงาม สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งห้องครัวได้เป็นอย่างดี

“ผมเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว จึงให้ความสนใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ทำอาหารมากเป็นพิเศษซึ่งในเรื่องของดีไซน์และความสวยงามก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องครัวสักชิ้นเหมือนกัน เพราะเครื่องครัวสวยๆ จะทำให้เรามีความรู้สึกอยากเข้าครัวมากขึ้น อย่าง Meyerคอลเลคชั่นพิเศษ Disney ทั้ง 4 รูปแบบ ผมว่าตอบโจทย์มาก โดยเฉพาะผมที่ทำรายการอาหารด้วยแล้ว เวลาออกกล้องถ้ามีอุปกรณ์สวยๆ แบบนี้ ก็จะทำให้รายการดูน่าสนใจมากขึ้น ในขณะที่เรื่องของฟังก์ชันและความแข็งแรงก็ยังคงจัดเต็มตามสไตล์ของ Meyerซึ่งเป็นจุดเด่นของแบรนด์อยู่แล้ว” อาเล็ก-ธีรเดช กล่าว

สำหรับสินค้าMeyer คอลเลคชั่นพิเศษ Disney มีด้วยกัน 4 คอลเลคชั่น คือ D100 Steamboat Willie Collection,MonochromeCollection, Bake with Mickey และ Mickey Bon Voyage(ชุดสินค้าแลกซื้อสุดพรีเมียมสำหรับห้างเซ็นทรัล) โดยวางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ Central, The Mall, Index, SB Furniture,โชว์รูมที่ถนนศรีนครินทร์ และสามารถช้อปผ่านทางออนไลน์ได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : meyercookware, Instagram: meyerthai, Web site : potsandpans.in.th และ Line : @meyercookware

Jessie Mumคว้า 2 รางวัล ในงาน Amarin Baby & Kids Awards 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766710

Jessie Mumคว้า 2 รางวัล ในงาน Amarin Baby & Kids Awards 2023

Jessie Mumคว้า 2 รางวัล ในงาน Amarin Baby & Kids Awards 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.36 น.

Jessie Mumผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่ร่วมรับรางวัลในงาน Amarin Baby & Kids Awards 2023งานมอบรางวัลให้แก่สุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์แม่ลูกอันดับ 1 ในใจคนไทย จากกองบรรณาธิการเว็บไซต์ Amarin Baby & Kids ในเครือฯ อมรินทร์กรุ๊ป โดยการันตีด้วย 2 รางวัลคุณภาพ ได้แก่ รางวัล Editor ChoiceAwardsและ Mommy’s ChoiceAwardsประเภท BEST TABLET BREASTFEEDING SUPPLEMENT (ผลิตภัณฑ์เพิ่มน้ำนมชนิดเม็ด) จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Jessie M by Jessie Mum โดยได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 การันตีแบรนด์อาหารเสริมเพิ่มน้ำนมอันดับ 1 ในดวงใจแม่ลูกอ่อนทั่วประเทศที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค

นางสาวปาล์มวดี ผดุงศิริกุลชัยประธานกรรมการบริหารบริษัท เจสซี่ มัม จำกัดกล่าวว่า “การรับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นรางวัลที่ 4 และ 5 จากเวที Amarin Baby & Kids ซึ่งแบรนด์ของเราได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญในทุกความเติบโตของแบรนด์Jessie Mum และเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันการันตีความสำเร็จที่เกิดขึ้นของแบรนด์ และที่สำคัญที่สุด ต้องขอขอบคุณลูกค้าของ Jessie Mum ที่ร่วมด้วยช่วยกันโหวตเทคะแนนให้เราเป็นแบรนด์ในดวงใจในหมวดผลิตภัณฑ์เพิ่มน้ำนมชนิดเม็ดจนได้รางวัล Mommy’s Choice Awards ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อนเราสัญญาว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาและต่อยอดสินค้าที่มีคุณภาพในตลาดแม่และเด็กต่อไป โดยยึดเอาความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อให้ทุกอย่างของ Jessie Mum ตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างตรงจุดที่สุด”

แบรนด์ Jessie Mum ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ในการดำเนินธุรกิจเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับรางวัล
การันตีคุณภาพสินค้าและบริการจากทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 13 รางวัล เป็นแบรนด์ที่มีการรีวิวจากลูกค้าใช้จริงกว่า 10,000 คน และยังเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีบริการดูแลหลังการขาย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ เพื่อให้ลูกค้าได้ผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ Jessie Mum ยังคงพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อให้เข้าไปอยู่ในใจคุณแม่ในประเทศไทย และอาเซียนให้ได้มากยิ่งขึ้นเพื่อตอกย้ำแนวคิดดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์คือ การพัฒนาชาติเริ่มมาจากการพัฒนาสถาบันครอบครัว Jessie Mum เชื่อว่าคุณแม่ที่สุขภาพดีและมีความพร้อมจะสามารถดูแลลูกให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพนางสาวปาล์มวดี กล่าวปิดท้าย

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ JESSIE MUM ได้ที่ http://www.jessiemum.com หรือhttps://www.facebook.com/JSMAuthorized

มูลนิธิถันยรักษ์ฯสานพลังเครือข่ายจัดแคมเปญ ‘เต้า ต้อง ตรวจ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766599

มูลนิธิถันยรักษ์ฯสานพลังเครือข่ายจัดแคมเปญ ‘เต้า ต้อง ตรวจ’

มูลนิธิถันยรักษ์ฯสานพลังเครือข่ายจัดแคมเปญ ‘เต้า ต้อง ตรวจ’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลกประมาณ 2.3 ล้านคน เสียชีวิตราว 685,000 คนต่อปี ส่วนในประเทศไทย จากข้อมูลในปี 2563 ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขพบว่า มีผู้หญิงไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 18,000 คนต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมราว 4,800 คนทั้งยังมีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2566 นี้จะพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 22,000 คนต่อปี

เนื่องจากวันที่ 7 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์ตระหนักรู้ “มะเร็งเต้านมโลก” มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า มากว่า 29 ปี ดำเนินงานรณรงค์ ให้ข้อมูล ความรู้ ตลอดจนการให้บริการตรวจ วินิจฉัยเบื้องต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทยได้เข้าถึงการรักษา และดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากมะเร็งเต้านมโดยเท่าเทียมกัน ในปีนี้มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ยังคงร่วมมือกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในการนำเทคโนโลยีทันสมัยตลอดจนเครื่องมือสื่อสารและสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้คนไทยทั่วประเทศ ให้ความสำคัญในการป้องกันภัยจากมะเร็งเต้านม ภายใต้แคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องจากการวิจัยพบว่า ผู้หญิงสามารถที่จะดูแลและคัดกรองหาสิ่งผิดปกติในเต้านมได้ด้วยตนเองในเบื้องต้น และหากมีการพบมะเร็งในระยะเริ่มแรกจะสามารถรักษาให้หายได้

นางบุษดี เจียรวนนท์ เลขาธิการ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ เปิดเผยว่า “จากสถิติผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะผู้หญิงแถบตะวันออก มีรายงานพบมะเร็งเต้านมในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 40 ปีเพิ่มมากขึ้น มูลนิธิถันยรักษ์ฯ จึงได้ร่วมกับทรู คอร์ปอเรชั่น นำศักยภาพเทคโนโลยีสื่อสารเข้ามาร่วมพัฒนาเครื่องมือและบริการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน รณรงค์ให้เข้าถึงกลุ่ม
เป้าหมายในวงกว้างมากขึ้น อาทิ แอปพลิเคชั่น BSE (Breast Self Examination) เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของเต้านมอย่างสม่ำเสมอ พัฒนาความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมด้วยระบบe-learning ผ่านแพลตฟอร์ม VCOURSE รวมถึงแอปพลิเคชั่น Thanyarak สนับสนุนงานบริการนัดหมายเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย ที่ศูนย์ถันยรักษ์ แบบครบวงจร และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้นโดยปีนี้ศูนย์ถันยรักษ์ยังขยายพื้นที่บริการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม ที่โครงการ SIRIRAJ H SOLUTIONS อาคาร ICS ตรงข้ามกับ ICONSIAM อีกด้วย”

โดยการดำเนินงานรณรงค์ มูลนิธิฯยังคงดำเนินงานสานต่อแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ คลิปวีดีโอประชาสัมพันธ์บอกเล่าประสบการณ์ตรงจากบุคคลผู้มีชื่อเสียง อาทิ คุณแหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ, อาย-กมลเนตร เรืองศรี และแพทย์หญิงทิชากร ศรีอนุชาต เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้หญิงไทยตื่นตัวกับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอเชิญชวนให้มีการแต่งภาพสำหรับแชร์บนโซเชียลมีเดีย ภายใต้แคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ Pink Filter” ผ่านเว็บไซต์ http://www.thanyarak.or.th/saveyourbreast

นอกจากนี้มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ยังขยายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งในระดับสากล และระดับประเทศ อาทิ ร่วมกับ PAUL Thailand ร้านเบเกอรี่ชื่อดังต้นตำหรับฝรั่งเศส ผ่านโปรโมชั่นพิเศษเพื่อสนับสนุนมูลนิธิถันยรักษ์ฯทั้งยังร่วมมือกับสโมสรฟุตบอล ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รณรงค์สร้างความตระหนักรู้ผ่านเหล่านักเตะ เพื่อสื่อสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้างและ
หลากหลาย พร้อมกันนี้ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ยังบูรณาการความร่วมมือกับภาควิชาต่างๆ ในโรงพยาบาลศิริราช จัดกิจกรรมให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม การป้องกันและรักษาแก่ประชาชนทั่วไป

และตลอดทั้งปี มูลนิธิถันยรักษ์ฯยังคงดำเนินงานสืบสานและต่อยอดกิจกรรมประกวดแผนดำเนินงานโครงการภารกิจพิชิตมะเร็งเต้านม ตั้งชมรมถันยรักษ์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเผยแพร่ความรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายและชุมชนต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏกว่า 38 แห่งทั่วประเทศอีกด้วย

สนใจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมประจำปี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์ถันยรักษ์ รพ.ศิริราช โทร.02-4115657-9 ศูนย์ถันยรักษ์ โครงการ SIRIRAJ H SOLUTIONS ที่อาคาร ICS (ตรงข้าม ICONSIAM) โทร. 02-4140833 หรือ ดาวน์โหลด ใน App Store และ Google Play
หรือ vwww.thanyarak.or.th

ผู้สัมผัสฝุ่น PM2.5 เสี่ยงพบโรคทางเดินหายใจ กรมอนามัยแนะงดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงค่าฝุ่นสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766602

ผู้สัมผัสฝุ่น PM2.5 เสี่ยงพบโรคทางเดินหายใจ  กรมอนามัยแนะงดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงค่าฝุ่นสูง

ผู้สัมผัสฝุ่น PM2.5 เสี่ยงพบโรคทางเดินหายใจ กรมอนามัยแนะงดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงค่าฝุ่นสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยพบประชาชนร้อยละ 34 มีปัญหาระบบทางเดินหายใจจากการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5 ห่วงกลุ่มเสี่ยง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เฝ้าระวังและป้องกันตนเองจากผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก พร้อมย้ำลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง

แพทย์หญิงอัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าเนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูฝนและจะเข้าฤดูหนาวมีแนวโน้มความกดอากาศที่สูงขึ้น อากาศไม่ถ่ายเท จะทำให้ฝุ่นละอองสะสมและเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ จากรายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ของศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษ ทางอากาศ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2566 พบว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ตรวจวัดได้ 24.6-55.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) สำหรับภาคอื่นๆ ภาพรวมยังไม่เกิน ค่ามาตรฐาน และจากการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 จะอยู่ในระดับสีส้มอีก 1-2 วัน เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง จากข้อมูลเฝ้าระวังการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5 เชิงรุกผ่านทางเว็บไซต์ 4Health ในต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝุ่น ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2566 พบว่า ร้อยละ 77 ประชาชนมีอาการ ที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมผัส PM2.5 โดยอาการที่พบมากสุดคือ ระบบทางเดินหายใจร้อยละ 35 รองลงมาระบบตาร้อยละ 32 รองลงมาคือ ระบบหู คอ จมูก ร้อยละ 19 ระบบผิวหนังร้อยละ 9 และระบบหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 5 ตามลำดับ และยังพบว่า เดือนมกราคมและเมษายน 2566 ที่ประชาชนมีอาการจากการรับสัมผัส PM2.5 มากที่สุด”

นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ปรับปรุงค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 ในบรรยากาศ เฉลี่ย 24 ชั่วโมง จากเดิม 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็น 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รวมถึงปรับระดับการแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อสุขภาพ ส่งผลให้การเฝ้าระวังและการแจ้งเตือน รวมถึงการดูแลสุขภาพประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคำแนะนำในการปฏิบัติตน ในแต่ละระดับสีของฝุ่น PM2.5 ดังนี้ 1.สีฟ้าระดับดีมาก (0-15 มคก./ลบ.ม) ประชาชนทุกคนสามารถ ทำกิจกรรมได้ตามปกติ 2.สีเขียว ระดับดี (15.1-25 มคก./ลบ.ม.) ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรม ได้ตามปกติ สำหรับกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง และเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง 3.สีเหลือง ระดับปานกลาง(25.1-37.5 มคก./ลบ.ม.) ประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และเฝ้าระวังสุขภาพตนเองกลุ่มเสี่ยงควรลดระยเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง และผู้มีโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังสุขภาพตนเองหากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์4.สีส้ม ระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (37.6-75 มคก./ลบ.ม.) ประชาชนทั่วไป ควรลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง กลุ่มเสี่ยงควรลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และสังเกตตนเอง หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ และผู้มีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และ 5.สีแดง ระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (75.1 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป) ประชาชนทุกคนงดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ในห้องปลอดฝุ่น สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.comแอปพลิเคชั่น Air4Thai และ Life Dee และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถาม ได้ที่สายด่วนกรมอนามัย 1478

MLA เปิดตัว Lambassador คนที่ 2 ของไทย ‘ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766595

MLA เปิดตัว Lambassador คนที่ 2 ของไทย  ‘ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์’

MLA เปิดตัว Lambassador คนที่ 2 ของไทย ‘ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Meat & Livestock Australia (MLA) ประกาศแต่งตั้ง อาร์ต-ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์ เป็น Lambassador คนที่สองของประเทศไทย รังสรรค์เมนูสุดพิเศษร่วมกับLambassador เชฟยาคุปและทีมเชฟผู้มีชื่อเสียงในงาน The Big Lamb Feast ซึ่งจัดขึ้น ณ Billy’s Smokehouse นับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการบริโภคเนื้อแกะออสเตรเลียภายในภูมิภาค ตอกย้ำคุณภาพโดดเด่นของเนื้อแกะออสเตรเลียที่มีรสชาติอร่อยและใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู

MLA องค์กรดำเนินงานด้านการตลาดการวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมเนื้อแดงและปศุสัตว์ประเทศออสเตรเลียจัดกิจกรรม Lambassador โครงการระดับโลกที่รวมเอาผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่มีชื่อเสียงในวงการที่หลงใหลในการรังสรรค์เมนูพิเศษจากเนื้อแกะจากออสเตรเลีย ประเทศผู้ผลิตและส่งออกเนื้อแกะชั้นนำอันดับหนึ่งของโลก

“เนื้อแกะออสเตรเลียขึ้นชื่อมาอย่างยาวนานว่ามีคุณภาพสูงและรสชาติอร่อยมีไขมันน้อยและรสสัมผัสนุ่ม อีกทั้งยังมีสารอาหารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในประเทศไทย การบริโภคเนื้อแกะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากหลายปัจจัยอาทิ ความนิยมในการรับประทานอาหารที่หลากหลายขึ้น ชนชั้นกลางมีจำนวนมากขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความสะดวกในการหาซื้อและบริโภคเนื้อแกะออสเตรเลียทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหาร” สเปนเซอร์ วิทแทคเคอร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ MLA กล่าว

โครงการ Lambassador ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของ MLA ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการบริโภคเนื้อแกะระดับโลก ผ่านการดำเนินงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่มีชื่อเสียงในวงการอย่าง Lambassadorเชฟยาคุป-ธฤต ตั้งทรงศิริศักดิ์ ผู้มีประสบการณ์การทำงานในภัตตาคารระดับมิชลินหลายแห่ง และ อาร์ต-ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์ Lambassador คนที่สองของประเทศไทย มาร่วมกันจัดมาสเตอร์คลาสนำเสนอวิธีการใหม่ ล่าสุดในการใช้เนื้อแกะปรุงอาหาร อีกทั้ง ยังร่วมกับพันธมิตรผู้ค้าปลีกและฟู้ดเซอร์วิสในการมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษให้กับลูกค้า

“ปัจจุบันโลกของเราแคบลงและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น หากมีการนำเสนอหรือส่งมอบประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสรสชาติความอร่อยของเนื้อแกะออสเตรเลียแท้ๆ เชื่อว่าความต้องการบริโภคเนื้อแกะออสเตรเลียจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอนเนื่องจากผู้บริโภคเปิดใจลิ้มลองวัตถุดิบใหม่ๆ มากขึ้น แต่ยังต้องมีการแนะนำและนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพให้มากขึ้น งานAussie Meat Academy & The Big Lamb Feast ครั้งนี้ ไม่เพียงให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังมอบประสบการณ์ใหม่ในเรื่องรสชาติของเนื้อแกะ โดยเฉพาะเนื้อส่วนรองหรือ secondary cuts โดยนำเอาวัฒนธรรมและสไตล์การปรุงอาหารจากหลากหลายสัญชาติมารวมกันอยู่ในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย สเปน อเมริกัน การรมควัน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแกะ ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีใครทำทำให้เห็นว่าไม่ต้องใช้เนื้อแกะส่วนหลักอย่าง loin cut หรือ prime cut เป็นวัตถุดิบในราคาที่ซื้อหาได้ง่าย และเราสามารถสร้างสรรค์เมนูอร่อยจากเนื้อแกะได้หลากหลายกว่าที่คิด” อาร์ต-ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์ กล่าว

ติดตาม Lambassador และกิจกรรมต่างๆ ของ MLA ได้ที่ Facebook : AussieBeefLambTH and IG : @aussiebeeflambth

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯฯ ทรงเผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบ SIRIVANNAVARI Autumn/Winter 2023-2024 แรงบันดาลใจจากนักบินหญิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766590

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯฯ ทรงเผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบ  SIRIVANNAVARI Autumn/Winter 2023-2024 แรงบันดาลใจจากนักบินหญิง

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯฯ ทรงเผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบ SIRIVANNAVARI Autumn/Winter 2023-2024 แรงบันดาลใจจากนักบินหญิง

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ แบรนด์SIRIVANNAVARI ทรงแนะนำคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 ผ่านแฟชั่นโชว์อันหรูหรา ณ โรงแรม สินธร เคมปินสกี้ บทสรุปแห่งงานออกแบบที่สดุดีต่อความสำเร็จและพลังแห่งผู้หญิง สะท้อนจิตวิญญาณนักผจญภัยของนักบินหญิง ไอคอนแห่งยุค ผู้บุกเบิกวงการการบินผู้หญิงผู้มีหัวใจ อันมุ่งมั่น เปี่ยมไปด้วยพลังอันแรงกล้า ไม่ย่อท้อต่อบรรทัดฐาน และกรอบบทบาทของสตรี

แรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้หญิง ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 คือการเชิดชูความสำเร็จในชีวิตของผู้หญิงที่ไล่ตามความฝันอย่างกล้าหาญและท้าทายขนบธรรมเนียมแบบแผนในสังคม ผ่านการถอดรหัส และตีความใหม่ เพื่อเล่าเรื่องราวของนักบินหญิง 3 คน ผู้กรุยเส้นทางแห่งความสำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์วงการการบินให้แก่ผู้หญิงทั่วโลก

เอมิเลีย เอียร์ฮาร์ต (Amelia Earhart) นักบินหญิงชาวอเมริกันผู้สร้างประวัติศาสตร์การบินในปี 1932 สตรีคนแรกของโลกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทร Atlantic โดยความสำเร็จครั้งนั้น นับเป็นการจุดประกายสำคัญ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลก ทั้งยังช่วยปลุกกระแสสังคมขับเคลื่อนบทบาทและสิทธิสตรีอย่างกว้างขวาง, วาเลนตินา เทเรชโควา (Valentina Tereshkova) นักบินอวกาศหญิงคนแรกชาวรัสเซีย กับการเดินทางสู่อวกาศในปี 1963 จากหญิงสาวในโรงงานทอผ้า สู่การเป็นนักบินอวกาศหญิง ปลุกกระแสการก้าวกระโดดแห่งโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ รวมถึงโลกของการสำรวจอวกาศและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ก่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศและ เจอรี่ ม็อค (Jerrie Mock) ผู้ทำลายกรอบทัศนคติแบบเหมารวมเชิงเพศกับการเป็นนักบินหญิงผู้บินเดี่ยว รอบโลกด้วยเส้นทาง 22,860 ไมล์ และลงจอดในนานาประเทศ คนแรกของโลก

เรื่องราวของผู้หญิงทั้ง 3 คน เป็นแรงบันดาลใจอันยอดเยี่ยมของคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้หญิง ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 ถ่ายทอดผ่านรูปทรงเสื้อผ้าในช่วงทศวรรษ 1940 ที่มีความโปร่งเพรียวเจือกลิ่นอายและองค์ประกอบของแฟชั่นนักบินแห่งยุค อาทิ เสื้อผ้าหนัง เสื้อผ้าเฉพาะทาง และโทนสีที่ดูโดดเด่นแต่เรียบหรูสู่ผลงานสร้างสรรค์คอลเลคชั่นที่แสดงถึงหัวใจหลักของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่นำเสนอการผสมผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างทรวดทรงละเอียดประณีตของอิสตรี กับความแข็งแกร่งแบบสุภาพบุรุษ ลายพิมพ์โดดเด่น งานฝีมือปักอันเชี่ยวชาญ เจือความเป็นไทยอย่างแยบคาย มีการผสมผสานความแตกต่างอย่างลงตัวของการเลือกใช้ผ้า อาทิ ผ้าไหมเนื้อนุ่มละเอียด กับลูกไม้หรู ผ้าชีฟองโปร่งบางปักอย่างหรูหรา บรรจงเข้าคู่กับหนัง หรือผ้าวูลเนื้อหนัก โทนสีโดดเด่น
ของคอลเลคชั่น คือ สีขาว ตัดกันกับสีดำ และเติมความหรูหราด้วยสีเบจ และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ ได้แก่ ลายพิมพ์พิเศษประจำคอลเลคชั่นที่จำลองงานแพทช์เวิร์ค รวบรวมภาพวาดฝีพระหัตถ์ขององค์ดีไซเนอร์ และสัญลักษณ์ของแบรนด์ในช่วงยุคต่างๆ ดุจการจารึกประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ลงสู่บนผืนผ้า

จากแนวคิดหลักที่มุ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณนักผจญภัย ที่แฝงอยู่ในเครื่องแบบนักบินหญิง IRIS Jacket สัญลักษณ์ประจำแบรนด์ ได้รับการปรับสัดส่วนให้ดูเพรียวบาง สู่ “IRIS Jacket new beginning” ด้วยลูกเล่นการตัดเว้าช่วงเอว มุมไหล่เสื้อสี่เหลี่ยมจัตุรัส ในขณะที่ “Iconic IRIS jacket” มาในความยาวสองรูปแบบ คือ แจ๊กเกต ตัวสั้น ปกแหลม และแจ๊กเกตความยาวระดับกึ่งกลางสะโพก และอีกชิ้นงานเด่นคือ “IRIS Thai Drapes” ชุดบอดี้สูทจับเดรปช่วงอก ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อไทยโบราณ

ผลงานเสื้อผ้าคอลเลคชั่น ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 นี้เผยอีกด้านหนึ่งของเหล่านักบินหญิง ความกล้าหาญและความแข็งแกร่งที่ถูกสะท้อนผ่านดีไซน์อันทรงเสน่ห์ และหรูหรา เสื้อคอโบป้ายด้านหน้าเผยความเซ็กซี่ เข้าคู่กับกางเกง หรือ และเพื่อเสริมความสมบูรณ์แบบของคอลเลคชั่นนี้ นอกเหนือจากเสื้อผ้า Ready to wear แล้ว ยังมีไอเท็มแฟชั่นอย่างครบครัน อาทิ แว่นตากันแดด, กระเป๋า, รองเท้า, และเครื่องประดับ ครบลุคการแต่งกายแห่งผู้หญิงยุคใหม่

ในทางกลับกัน เพื่อถ่ายทอดความโลดโผน และรักการผจญภัยของสุภาพบุรุษ S’Homme (เอส อ็อม) คอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชาย ได้นำเสนอเอกลักษณ์ความประณีตของผู้ชายในแบบฉบับของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในโทนพาเลตสีขรึม อาทิ สีน้ำเงินเข้มและสีดำผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากนักบินหญิงในประวัติศาสตร์ โดดเด่นด้วยชุดแจ๊กเกตสูท หรือเสื้อโค้ทตัวยาวกรอมข้อเท้า เสื้อเชิ้ตคอสูงที่มาพร้อมผ้าพันคอนักบิน เข้าคู่กับกางเกงสไตล์เทเลอร์ขาสอบหรือขากว้าง และกางเกงจ๊อกเกอร์ รวมไปถึง ผลงานผ้าพิมพ์ลายประจำคอลเลคชั่น ลายคอลลาจลายฝีพระหัตถ์ ที่ปรากฏบนเสื้อ แจ๊กเกตนักบิน, และกระเป๋าดัฟเฟิล รองเท้าคอมแบตบู๊ท และโลฟเฟอร์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวถือเป็นการผสานกันระหว่างประโยชน์ใช้งาน และภาพแห่งแรงบันดาลใจนำมาสู่ลุคที่ดูกล้าหาญ แข็งแกร่ง แต่ก็แฝงไปด้วย ความโรแมนติก

บทสรุปแห่งงานออกแบบ ที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกให้พบกัน นำเสนอความทันสมัย วิสัยทัศน์ความกล้าและอิสระเสรี ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ในทุกอณูของความเป็นผู้หญิง และเปิดรับตัวตนอันโลดโผนของผู้ชายไว้ด้วย โดยคอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 ได้จัดงานแสดงแฟชั่นพรีเซ็นเตชั่น เปิดตัวคอลเลคชั่นเป็นครั้งแรก ในช่วงงาน Paris Fashion Week เมื่อเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงตัวตนและเจตนารมณ์ของผู้ที่กล้าฝันและบุกเบิกเส้นทางใหม่ แบรนด์ SIRIVANNAVARI สร้างมาตรฐานใหม่ของความหรูหรา แข็งแกร่ง ความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุดผ่านงานออกแบบอันงดงามประณีต และเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่จะมอบพลังให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2023-2024 วางจำหน่ายแล้ว ณ บูติก SIRIVANNAVARI ชั้น 1 สยามพารากอน และสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่ www.sirivannavari.com หรือ Line @Sirivannavari_shop