คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766586

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ อดีตอาจารย์ใหญ่และผู้จัดการโรงเรียนจิตรลดา ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส18 พ.ย. 17.00 น. …

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯประกอบพิธีสมรสพระราชทานระหว่าง ภัทริณี กรรณสูต บุตรี อุปพร-สุดถนอม กรรณสูต กับ ณัฐจักร์ หาญจิตต์เกษม บุตร สมชาย-ลัดดาวรรณ หาญจิตต์เกษม งานฉลองสมรสพระราชทาน 20 พ.ย.17.00 น.ห้องแกรนด์บอลรูม รร.แมนดารินโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ…

●● สถาบันไทยปัญญ์สุข เชิญร่วมฟังบรรยายในรูปแบบความรู้คู่ความบันเทิง หัวข้อ “ชีวิตหวานผ่านม่านธรรม” ครั้งที่ 3 โดย ดร.เพชรยุพาบูรณ์สิริจรุงรัฐ 25 พ.ย. 08.00 น. ณ เรือนวรรณศิลป์ สถาบันไทยปัญญ์สุขสำรองที่นั่ง ID Line : wsrisopa …

●●ชวนย้อนวันวานกับ นุ่งโจงห่มไทยกับเสื้อที่ระลึก งานวันกาชาด 100 ปี “รื่นรมย์สุขฤดีณ ที่แห่งการให้” #RedCrossFairCentury OfCharity ระหว่างวันที่ 8-18 ธ.ค.ณ สวนลุมพินี และบนเว็บไซต์ www.redcrossfair.com เป็นเสื้อที่ผลิตจากผ้า Cotton 100% ตัวละ 320 บาท สอบถามโทร. 02-2564623…

●● ครบ 256 ปีกรุงธนบุรี พระราชวังเดิม บอกกล่าวล่วงหน้าว่าเชิญชวนเที่ยวย้อนรอย “แผ่นดินผืนนี้มีความหลัง” โดย มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม ร่วมกับ กองบัญชาการกองทัพเรือ เปิด “พระราชวังเดิม” พระราชวังหลวงแห่งกรุงธนบุรี “ให้เข้าชมฟรี” ตั้งแต่วันที่16-28 ธ.ค. 2566 รวม 13 วัน เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช “วันปราบดาภิเษกเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ แห่งกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร” การแต่งกายสุภาพ…

●● พล.ต.ท.ชาญเทพ-ดารณี เสสะเวช จัดพิธีสมรส นิชาดา บุตรสาว กับ สุธีร์ บัวแย้ม บุตรชาย นันทิยา จงแสง 12 พ.ย. 18.00 น. ที่รร. ดิ แอทธินีโฮเทล แบงคอก…

●● ทัศนีย์ ผลชานิโก รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานจัดทอดกฐินสามัคคี กรมประชาสัมพันธ์ 12 พ.ย. ณ วัดนวการามบ้านโคก ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถและทำนุบำรุงศาสนสถานภายในวัด ผู้ศรัทธาเข้าบัญชีกรมฯ ธ.กรุงไทย 068-0060154 …

●● กาญจนา วงศ์พัวพันธ์ ไปรับเพื่อนรัก บริสุทธิ์ บูรณะสัมฤทธิ์ จากที่พักฟื้นเปลี่ยนที่เปลี่ยนทางออกมารับอาหารที่ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ (ชายทะเล)..อาการดีวันดีคืน…●●

น้อง

‘BeDee’ แอปพลิเคชั่นดิจิทัลเฮลท์แคร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766600

‘BeDee’ แอปพลิเคชั่นดิจิทัลเฮลท์แคร์

‘BeDee’ แอปพลิเคชั่นดิจิทัลเฮลท์แคร์

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ในเครือ BDMS ผู้พัฒนาระบบการดูแลสุขภาพในรูปแบบดิจิทัล BDMS Health Ecosystem นำโดย แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และพันตรี สมิทธิ์ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเปิดตัว “BeDee” แอปพลิเคชั่นดิจิทัลเฮลท์แคร์ ที่รวมทุกบริการด้านสุขภาพแบบครบวงจรที่ดีที่สุดของเมืองไทยในแอปเดียว โดยมี ดร.พัชรินทร์ บุญยะรังสรรค์, นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ, ณรงค์ชัย ลิมป์ปิยาภิรมย์,เพลินพิศ โกศลยุทธสาร,ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, และพรปวีณ์ นีระสิงห์ ร่วมประกาศความพร้อมในการดูแลสุขภาพคนไทย ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้

จุฬาฯร่วมกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เปิดตัวหุ่นยนต์อัจฉริยะ ช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766601

จุฬาฯร่วมกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เปิดตัวหุ่นยนต์อัจฉริยะ  ช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน

จุฬาฯร่วมกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เปิดตัวหุ่นยนต์อัจฉริยะ ช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป นำเทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นโดยการพัฒนานวัตกรรมสนับสนุนการบริการในการรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นครั้งแรกของไทยในการนำหุ่นยนต์มาใช้ในงานด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ที่สำคัญยังมีส่วนในการช่วยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ลดปริมาณรังสีที่จะได้รับโดยตรงในระหว่างให้การรักษาผู้ป่วย จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยต่อสุขภาพ ตลอดจนลดความเสี่ยงและโอกาสที่อาจจะเกิดโรคจากการได้รับรังสีสะสมเป็นระยะเวลานานๆ

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป และทีมพัฒนาหุ่นยนต์ สาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี ต่อยอดนวัตกรรมโดยนำหุ่นยนต์มาใช้อำนวยความสะดวกและให้บริการผู้ป่วยทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ให้ก้าวล้ำทันสมัย เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย อีกทั้งทำให้บุคลากรทางการแพทย์ลดความเสี่ยงจากการได้รับรังสีโดยตรงในระหว่างที่ให้บริการรักษาแก่ผู้ป่วย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ได้มากยิ่งขึ้น สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องใกล้ชิด ต้องขอบคุณผู้ร่วมสนับสนุนในด้านต่างๆ ที่ช่วยกันพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสุดล้ำ หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน เราเชื่อมั่นว่าการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนความก้าวหน้าของวงการแพทย์และยกระดับบริการทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทยต่อไป

นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน” ภายใต้ความร่วมมือกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทรูที่ได้ต่อยอดนำประสบการณ์จากการทำงานและพัฒนานวัตกรรมร่วมกับทีมแพทย์ของไทยมาอย่างยาวนาน ผสานความรู้ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยีและระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจรของทรู เข้ากับองค์ความรู้ของแพทย์ในโรงเรียนแพทย์ระดับแนวหน้าของประเทศ เพื่อยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ได้สำเร็จอีกครั้ง ก่อเกิดนวัตกรรมในการให้บริการทางการแพทย์ในยุคดิจิทัลที่ก้าวล้ำมากกว่าที่เคยมีมา และเป็นครั้งแรกของไทยในการพัฒนาหุ่นยนต์สนับสนุนการให้บริการด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โดยหุ่นยนต์สามารถช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งการให้บริการผู้ป่วย ควบคู่กับการมีบทบาทสำคัญ คือ การเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ลดปริมาณรังสีที่จะได้รับโดยตรงจากการปฏิบัติงานประจำในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ จึงช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคจากการที่ได้รับรังสีสะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานๆ ช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยได้จำนวนมากขึ้น ขณะที่ยังคงให้บริการได้อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทรู ดิจิทัล จะเดินหน้าต่อยอดความสามารถของหุ่นยนต์ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น รวมถึงสานต่อความร่วมมือขยายการใช้งานให้แพร่หลายในวงกว้างมากขึ้น เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของวงการการแพทย์และยกระดับบริการสาธารณสุขของไทย ตลอดจนเติมเต็มวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล และสร้างคุณค่าต่อคนไทย เศรษฐกิจ และสังคมไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ถูกออกแบบโดยผสานความเป็นมนุษย์เข้ากับเทคโนโลยี Human-Tech Technology ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นมิตร เข้ากับเทคโนโลยี มีรูปลักษณ์ลวดลายสีสัน หน้าจอและเสียงที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน เพิ่มสัมผัสและปฏิสัมพันธ์แบบคล้ายมนุษย์ สร้างรอยยิ้มและความพึงพอใจให้คนไข้ โดยสามารถสั่งการและควบคุมผ่านแท็บเลต เชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G รองรับการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ที่ให้ทั้งความเร็วในการสื่อสาร ความเสถียร และความปลอดภัยสูงสุดของข้อมูล โดยมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่น ดังนี้

– ส่งสารรังสีไอโอดีน ยา เวชภัณฑ์และ อาหาร ให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่ให้บริการหรือห้องพักผู้ป่วย

– การแพทย์ระยะไกล ผ่านระบบวีดีโอคอลล์ อำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างแพทย์ พยาบาลและผู้ป่วย เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

– วัดสัญญาณชีพของผู้ป่วยในระหว่างที่เข้ารับการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน โดยสามารถเชื่อมโยงส่งข้อมูลภาพและผลตรวจแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์

– ตรวจสอบการเปรอะเปื้อนรังสีในพื้นที่ให้บริการหรือห้องพักผู้ป่วย ภายหลังจากผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล โดยแสดงผลของปริมาณรังสีในรูปแบบHeat Map ด้วยสีที่แตกต่างในแต่ละพื้นที่ เพิ่มความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในการเข้าดูแลพื้นที่ให้บริการหรือห้องพักผู้ป่วย ที่อาจมีการเปรอะเปื้อนรังสีอยู่ในปริมาณมาก

‘SILENT SONG’ คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อเด็กหูหนวก สมทบทุนการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมให้น้องๆ ได้ยินเสียงอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766593

‘SILENT SONG’ คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อเด็กหูหนวก  สมทบทุนการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมให้น้องๆ ได้ยินเสียงอีกครั้ง

‘SILENT SONG’ คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อเด็กหูหนวก สมทบทุนการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมให้น้องๆ ได้ยินเสียงอีกครั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย สุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานมูลนิธิฯ จัดคอนเสิร์ตการกุศล “SILENT SONG Charity Concert for the Deaf 5th” เพื่อร่วมสมทบทุน “โครงการหนูอยากได้ยินเสียงแม่” ในการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมแก่เด็กหูหนวก โดยมีบรรดาเซเลบริตี้ใจบุญร่วมขึ้นคอนเสิร์ตคับคั่ง อาทิ คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, ฐิตินันท์ วัธนเวคิน, รัตนา ลีนุตพงษ์, สมพิศ เลิศสุมิตรกุล และการแสดงสุดพิเศษของน้องๆ หูหนวกจากโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ห้องอังรีดูนังต์ ราชกรีฑาสโมสร เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2566

สุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวเปิดงานว่า ในวันที่ 29 ตุลาคม 2566 เป็นวันครบรอบการก่อตั้งปีที่ 70 ของมูลนิธิฯ สำหรับคอนเสิร์ต “SILENTSONG” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 โดยว่างเว้นการจัดงานไป2 ปี ในช่วงโควิดที่ผ่านมา เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจึงได้จัดคอนเสิร์ตอีกครั้งเพื่อหารายได้สมทบทุนในโครงการหนูอยากได้ยินเสียงแม่ ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อให้เด็กหูหนวกวัย 6 เดือน-3 ขวบที่ครอบครัวไม่มีสิทธิ์เบิกเครื่องประสาทหูเทียมจากราชการ ครอบครัวยากไร้ ได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม เพราะการที่เด็กหูหนวกได้ใส่ประสาทหูเทียมเร็วเท่าไหร่ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ยินเสียง สามารถช่วยให้เด็กได้พัฒนาการพูดและเข้าใจภาษาพูดได้เร็วยิ่งขึ้น

“การผ่าตัดสำหรับเด็กแต่ละรายมีค่าใช้จ่ายประมาณ 500,000 บาทต่อหู 1 ข้าง นับแต่เริ่มโครงการสามารถผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมให้กับเด็กๆ ไปแล้วประมาณ 165 ราย ทั้งนี้ ยังมีเด็กๆ อีกจำนวนมากที่ต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณอีกมาก ในวันนี้ต้องขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ได้ร่วมสมทบทุนผ่านคอนเสิร์ต SILENT SONG ในวันนี้อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือเด็กหูหนวกที่รอคอยความหวังในการได้ยินเสียงอีกครั้ง”

ขอเชิญร่วมสนับสนุนการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมในโครงการ “หนูอยากได้ยินเสียงแม่” ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาราชวัตร ชื่อบัญชี โครงการหนูอยากได้ยินเสียงแม่ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกฯ เลขที่บัญชี 146-4-15091-9 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-2415169 Line : @deafthai หรือ Facebook : deafthaifoundation และ www.deafthai.org

สุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานมูลนิธิฯ กล่าวเปิดงาน

สุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานมูลนิธิฯ กล่าวเปิดงาน

สมพิศ เลิศสุมิตรกุล

สมพิศ เลิศสุมิตรกุล

ดวงฤทัย ฮัดสัน, สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช,
วรจันทร์ วิญญรัตน์,ฐิตินันท์ วัธนเวคิน, นันทชา สินพัฒนกุล, คุณหญิงผะอบทิพย
ศาตะมาน, พล.ต.หญิง นงพงา ข่มไพรี เป็นอาทิ

ดวงฤทัย ฮัดสัน, สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, วรจันทร์ วิญญรัตน์,ฐิตินันท์ วัธนเวคิน, นันทชา สินพัฒนกุล, คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน, พล.ต.หญิง นงพงา ข่มไพรี เป็นอาทิ

ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน,สุรางค์ รักตะกนิษฐ์, ระวีวรรณ
กาญจนกุญชร, อรสา เวชชาชีวะ, พิศพรรณ อินทรนุกูล,
คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน และ มานิดา นิมมานนิตย์

ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน,สุรางค์ รักตะกนิษฐ์, ระวีวรรณ กาญจนกุญชร, อรสา เวชชาชีวะ, พิศพรรณ อินทรนุกูล, คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน และ มานิดา นิมมานนิตย์

ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน พร้อมด้วย เกศิณี จิรมณีกุล,สุภาพ อิงคะวัต,
จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์, สุธาร อุดมฤทธิรุจ, สุจินตนา ชลวิจารณ์, มานิดา นิมมานนิตย์ และ คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน,

ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน พร้อมด้วย เกศิณี จิรมณีกุล,สุภาพ อิงคะวัต, จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์, สุธาร อุดมฤทธิรุจ, สุจินตนา ชลวิจารณ์, มานิดา นิมมานนิตย์ และ คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน,

สุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานมูลนิธิฯ, ดร.มลิวัลย์ ธรรมแสง เลขาธิการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยน้องๆ นักเรียนและคณะครูจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ

สุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานมูลนิธิฯ, ดร.มลิวัลย์ ธรรมแสง เลขาธิการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยน้องๆ นักเรียนและคณะครูจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ

ดวงฤทัย ฮัดสัน

ดวงฤทัย ฮัดสัน

ด.ญ.ภคมน เงินราษฎร์ หูหนวกแต่กำเนิด
ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนประสาทหูเทียม ปัจจุบันได้ยินเสียงเหมือนคนปกติ

ด.ญ.ภคมน เงินราษฎร์ หูหนวกแต่กำเนิด ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนประสาทหูเทียม ปัจจุบันได้ยินเสียงเหมือนคนปกติ

สุวดี โชติกเสถียร

สุวดี โชติกเสถียร

ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ โชว์ลูกคอ
ในบทเพลง ดอกไม้ให้คุณ

ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ โชว์ลูกคอ ในบทเพลง ดอกไม้ให้คุณ

อรสอางค์ สารกิจปรีชา และ นันดา ไกรฤกษ์

อรสอางค์ สารกิจปรีชา และ นันดา ไกรฤกษ์

สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ มาในบทเพลง
ฉันจะฝันถึงเธอ

สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ มาในบทเพลง ฉันจะฝันถึงเธอ

คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน
ร่วมโชว์บทเพลง Music is my life

คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน ร่วมโชว์บทเพลง Music is my life

ตวงรัตน์ ศิริยงค์ และ ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ

ตวงรัตน์ ศิริยงค์ และ ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ

ม.ร.ว.เบญจาภา-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์

ม.ร.ว.เบญจาภา-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์

สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ และ รุจิตร สุธนะเสรีพร พร้อมด้วยเพื่อนๆ ใจบุญ
ซื้อบัตรร่วมชมคอนเสิร์ต

สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ และ รุจิตร สุธนะเสรีพร พร้อมด้วยเพื่อนๆ ใจบุญ ซื้อบัตรร่วมชมคอนเสิร์ต

สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, คุณหญิงกัญญา หงส์ลดารมภ์, ผุดผ่อง อุชชิน,
ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา และ พรพิมล สุขารมณ์

สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, คุณหญิงกัญญา หงส์ลดารมภ์, ผุดผ่อง อุชชิน, ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา และ พรพิมล สุขารมณ์

จิตราภา-ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, สมพิศ
เลิศสุมิตรกุล และ ศศินันท์ อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา

จิตราภา-ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, สมพิศ เลิศสุมิตรกุล และ ศศินันท์ อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา

สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, สุภาพ อิงควัต และ นิเศศโสม พุ่มหิรัญ

สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, สุภาพ อิงควัต และ นิเศศโสม พุ่มหิรัญ

นิเศศโสม พุ่มหิรัญ, สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม, คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน และ สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์

นิเศศโสม พุ่มหิรัญ, สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม, คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน และ สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์

พิมพ์นิภา พูลวรลักษณ์, นิตยา เจียรวนนท์, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, วนิดา อิศรางกูรฯ, สมพร วัฒนวรางกูร,
รศ.นพรัตน์ รุ่งอุทัยศรี

พิมพ์นิภา พูลวรลักษณ์, นิตยา เจียรวนนท์, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, วนิดา อิศรางกูรฯ, สมพร วัฒนวรางกูร, รศ.นพรัตน์ รุ่งอุทัยศรี

พล.ต.ท.ประกาศ-คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน, นันดา-
ไกรทิพย์ ไกรฤกษ์, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ และ อนันญา
อยู่สวัสดิิ์

พล.ต.ท.ประกาศ-คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน, นันดา- ไกรทิพย์ ไกรฤกษ์, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ และ อนันญา อยู่สวัสดิิ์

ยัสปาล กรุ๊ป สนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ตีโจทย์แฟชั่นเพื่อความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766597

ยัสปาล กรุ๊ป สนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ตีโจทย์แฟชั่นเพื่อความยั่งยืน

ยัสปาล กรุ๊ป สนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ตีโจทย์แฟชั่นเพื่อความยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพราะเชื่อมั่นในความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์คนรุ่นใหม่ “ยัสปาล กรุ๊ป” จึงมุ่งสนับสนุนและส่งเสริมความสามารถของนักออกแบบรุ่นใหม่ผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบ ล่าสุดได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิตนักศึกษาสาขาแฟชั่นดีไซน์ ในโครงการ JASPAL GROUP Scholarship Program ภายใต้ โจทย์ “Sustainability” จำนวน 7 คน ทุนการศึกษาทุนละ 200,000 บาทรวม 1,400,000 บาท พร้อมได้รับประสบการณ์ตรงในการฝึกงานกับแฟชั่นดีไซเนอร์มืออาชีพของแบรนด์ดังต่างๆ ในยัสปาล กรุ๊ป อย่างใกล้ชิดในเรื่องแฟชั่นเพื่อความยั่งยืน

เควินทร์ สิงห์สัจจเทศ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยัสปาล กรุ๊ป เราเชื่อมั่นใน The Power of Next ที่เป็นพลังศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ด้วยความแข็งแกร่งขององค์กรในฐานะผู้นำของอุตสาหกรรมแฟชั่นของประเทศไทยที่พร้อมจะถ่ายทอดความรู้และสนับสนุนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ให้มีศักยภาพและเป็นพลังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป จึงได้ริ่เริ่มโครงการ JASPAL GROUP Scholarship Program ซึ่งในปีนี้ได้ถูกจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป็นโครงการเฟ้นหานักออกแบบรุ่นใหม่ครั้งแรกของวงการแฟชั่นเมืองไทยที่มอบการสนับสนุนแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ทุนการศึกษา ไปจนถึงโอกาสการทำงานกับนักออกแบบมืออาชีพ โดยในปีนี้มีนิสิตนักศึกษาสนใจส่งผลงานเข้าร่วมคัดเลือกถึง 82 ผลงาน ภายใต้โจทย์ “Sustainability” หัวข้อที่อุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลก รวมถึงยัสปาล กรุ๊ป ให้ความสำคัญอย่างมาก

นิสิตนักศึกษาทั้ง 7 คน ผู้ชนะทุนการศึกษาและได้รับโอกาสฝึกงานกับดีไซเนอร์แบรนด์ดังในบริษัทฯ ได้แก่ ธนัชพร วรธงไชย จากมหาวิทยาลัยศิลปากร, ฐิติวุฒิ ใจภักดี และ ทศพร ภู่ถาวร จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, อรรถพล มีพันธ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เอเซีย เสนาขันธ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ธนดล คันยุไร จากมหาวิทยาลัยรังสิต และ ณัชชา พงษ์พันธ์เกษม จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ธนัชพร วรธงไชย หรือ น้องไหม นักศึกษาคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาออกแบบเครื่องแต่งกาย กล่าวว่า รู้จักโครงการจากที่บริษัทเข้าไปประชาสัมพันธ์ในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีที่แล้ว และอยากทดสอบผลงานของตัวเองนอกรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งการได้ออกมาเรียนรู้โลกภายนอกได้ประโยชน์มาก เพราะในมหาวิทยาลัยสิ่งที่ทำจะเป็นครีเอทีฟอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องการขาย แต่ในโลกการทำงานจริงได้เรียนรู้เกี่ยวกับแฟชั่นในเชิงพาณิชย์จริงๆ ว่าเป็นอย่างไร ที่ต้องคำนึงถึงลูกค้า คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย และความเป็นตัวตนของแบรนด์

“เรื่องแฟชั่นเพื่อความยั่งยืนนั้น ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น หลายๆ แบรนด์เริ่มนำวัสดุรีไซเคิลเข้ามาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการในชุดนี้ แต่ต้องคำนึงถึงดีไซน์ที่ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ด้วย ส่วนในมุมการออกแบบแฟชั่นสามารถทำได้หลายทางทั้งเรื่องวัสดุ และกระบวนการทำงานเช่น การนำวัสดุเหลือใช้มาทำ หรือลดกระบวนการทำงานลง โดยส่วนตัวอยากนำเสนอความยั่งยืนในด้านการออกแบบ ผ่านการทำเสื้อผ้าที่ใส่ได้นานขึ้น แต่ไม่ได้อยากให้เป็นไอเทมคลาสสิก จึงเพิ่มดีไซน์เข้ามาปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของเสื้อผ้า เพื่อความสนุกในการแต่งตัวที่ยังอยู่บนพื้นฐานของไทม์เลส ดีไซน์”

ด้าน ณัชชา พงษ์พันธ์เกษม หรือ น้องเมย์ นักศึกษาสาขาออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ตั้งแต่เด็ก และอยากเป็นเจ้าของแบรนด์ กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ เพราะชอบและสนใจเรื่องความยั่งยืน โดยปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเรื่องนี้มาก และยังได้นำแนวคิดเรื่องนี้ไปทำธีซิสด้วย โดยตอนนี้กำลังดูว่าจะทำอย่างไรให้ผลงานน่าสนใจมากขึ้น เพราะความยั่งยืนเกี่ยวกับแฟชั่นมีความหลากหลายมาก ทั้งเรื่องการผลิตใหม่ การใช้ซ้ำ และซีโร่ เวสต์ แต่มองว่าคนส่วนใหญ่ยังต้องการสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ และใช้สินค้าใหม่มากกว่า ดังนั้น ความยั่งยืนน่าจะนำไปใช้ในกระบวนการผลิตจะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากกว่า

“อยากชวนน้องๆ ให้เข้ามาลองหาประสบการณ์จากโครงการนี้ เพราะการฝึกงานทำให้โตขึ้นและได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ นอกรั้วมหาวิทยาลัย ผลงานที่ทำจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น มีพี่ๆ ช่วยคิดว่าทำให้งานตอบโจทย์ได้หลากหลายมากขึ้น ต่างจากในมหาวิทยาลัยที่จะจำกัดกลุ่มเป้าหมายตามที่เรากำหนด สุดท้ายคืออยากให้โครงการนี้สนับสนุนน้องๆ รุ่นต่อไปอีกเรื่อยๆ”

ทศพร ภู่ถาวร หรือ น้องอาร์ม นักศึกษาสาขาแฟชั่นสิ่งทอและเครื่องประดับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร คนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจอยากเป็นดีไซเนอร์ กล่าวว่า ได้รับอิทธิพลมาจากคุณแม่ที่เป็นคนชอบแต่งตัว ซึ่งการเลือกเรียนในสายนี้ถือว่าตรงกับความต้องการของตัวเอง ความคิดแรกที่เข้าสมัครร่วมโครงการของยัสปาล กรุ๊ป คือ อยากได้ทุนไปพัฒนาธีซิสให้ดี จึงจำเป็นต้องใช้เงินทุนสูงรวมถึงการมีโอกาสฝึกงานทำให้ได้เรียนรู้ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่เรื่องการหาเทรนด์ การดีไซน์แบบล่วงหน้า การออกแบบเพื่อให้คนในวงกว้างเข้าถึงแบรนด์ง่ายขึ้น ที่สำคัญสวมใส่ได้จริง

“ในช่วงเวลาที่ฝึกงาน ได้มีผลงานที่ออกมาขายจริงด้วย รู้สึกดีใจมากที่จะได้เห็นคนใส่เสื้อผ้าที่เราออกแบบร่วมกับพี่ๆ รู้สึกว่าโครงการนี้ดีมากๆ ยังไม่เคยเจอบริษัทไหนที่มีโครงการแบบนี้มีความชัดเจนเรื่องการสนับสนุนนักศึกษาที่บางคนอาจจะมีทุนทรัพย์น้อย แต่มีความสามารถได้มีโอกาสต่อยอดทั้งการทำธีซิส และเส้นทางในอนาคต อยากให้น้องๆรุ่นถัดไปเข้ามาลองวัดความสามารถกัน ถ้าได้รับคัดเลือกก็จะเป็นการสนับสนุนชีวิตของตัวเองได้

โดยส่วนตัวเน้นการดีไซน์ชุดใหม่ที่ใส่ได้จริง และใส่ได้ยาวนาน คือสามารถใส่ได้หลากหลายและคุ้มค่า โดยความยั่งยืนในแบรนด์ของตัวเองในอนาคต มองถึงการนำเรื่องของภูมิปัญญาของไทย และสิ่งรอบๆ ตัวมาใช้ เช่น ยางพารา สามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย แต่หากในมุมของแฟชั่นคิดว่าน่าจะนำมาพัฒนาเป็นสินค้าแฟชั่นได้ เช่น การนำยางพารามาผสมเป็นหนังเทียม เอามาทำกระเป๋าหรือเครื่องประดับได้ทั้งยังนำมาพัฒนาเป็นเส้นใยได้ ที่สำคัญการใช้ยางพาราจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยด้วย”

ปิดท้ายกับเด็กเรียนดีสายวิทย์ที่สนใจศิลปะและอยากเป็นดีไซเนอร์ ธนดล คันยุไร หรือ น้องดิว นักศึกษาสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยได้ตัดสินใจเปลี่ยนจากการเรียนสาขาคณิตศาสตร์ประกันภัยมาเป็นสาขาแฟชั่นดีไซน์ ด้วยความมุ่งมั่นทำให้ได้เกรดเฉลี่ย 4.00 มาตลอด และตั้งใจที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการของยัสปาล กรุ๊ป ซึ่งดีใจมากที่ได้รับทุนการศึกษาเพราะถือเป็นอีกบทพิสูจน์ของความตั้งใจแม้เปลี่ยนสาขามาเรียนด้านนี้ก็สามารถทำให้ทุกคนภูมิใจได้ โดยจะนำทุนไปใช้ในการทำศิลปนิพนธ์

“โครงการของยัสปาล กรุ๊ป ดีมากๆ รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วม ซึ่งเด็กเก่งอีกมากที่ขาดทุนทรัพย์จะได้มีโอกาสมากขึ้น ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง สิ่งที่อยากจะฝากกับรุ่นถัดไป คือขอให้รักษาความเป็นตัวเองไว้ เพราะจะทำให้เราโดดเด่น แตกต่างจากคนอื่น และเมื่อเรามีความเป็นตัวตน หรือ Identity วันหนึ่งที่จะต้องเรียนรู้ก็ควรคำนึงถึงความเป็นตัวตนของคนอื่น เพื่อนำมาปรับกับเราด้วย เพื่อให้เกิดผลงานที่ดียิ่งขึ้น ส่วนเรื่องความยั่งยืนนั้น ผมให้ความสำคัญกับการนำมาให้ซ้ำมากกว่าการผลิตใหม่ ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การวางแพทเทิร์นไม่ให้เหลือทิ้ง หรือเหลือน้อยที่สุด หรือการนำผ้าเก่ามาเอาเส้นใยออกแล้วทอเป็นผืนใหม่”

DITP นำทัพนักออกแบบไทยร่วมงาน Maison & Objet 2023 ชูแนวคิด Bio-Circular-Green สร้างคุณค่าให้โดดเด่นอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766632

DITP นำทัพนักออกแบบไทยร่วมงาน Maison & Objet 2023  ชูแนวคิด Bio-Circular-Green สร้างคุณค่าให้โดดเด่นอย่างยั่งยืน

DITP นำทัพนักออกแบบไทยร่วมงาน Maison & Objet 2023 ชูแนวคิด Bio-Circular-Green สร้างคุณค่าให้โดดเด่นอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP นำคณะนักออกแบบไทยรุ่นใหม่เข้าร่วมแสดงผลงานและเจรจาการค้าภายในงาน Maison & Objet 2023 งานแสดงสินค้าตกแต่งภายในและไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ณ ศูนย์แสดงสินค้า Parc des Expositions Paris Nord Villepinte ณ กรุงปารีส เมื่อเร็วๆ นี้ตอกย้ำความสำเร็จอีกก้าวของโครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก ปี 2566 (Designers› Room & Talent Thai/Creative Studio Promotion 2023) ในการผลักดันนักออกแบบไทยสู่เวทีการค้าระดับโลก

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Maison & Objet 2023 ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก ปี 2566 หรือ Designers’ Room & Talent Thai/Creative Studio Promotion 2023 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะและ
เพิ่มขีดความสามารถอย่างรอบด้านแก่นักออกแบบที่มีศักยภาพทั่วประเทศไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ ภายในงานมีคูหา TALAN THAI & MORE ที่ประกอบไปด้วยสินค้าหลากหลายประเภททั้งเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน งานหัตถกรรม ของขวัญและเครื่องหอม ภายใต้แนวคิด Bio-Circular-Green ที่โดดเด่นทั้งความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งการจัดแสดงสินค้าออกเป็น2 ส่วนหลัก ประกอบด้วย ส่วนเจรจาการค้า(Business Matching) สำหรับ 10 แบรนด์ที่ส่งสินค้าและเดินทางมาด้วยตนเอง ได้แก่ BAANBOON, FLOW, HIZOGA, LAMUNLAMA, ONE MORE THING, PLURAL DESIGNS, SKIN & TONIC, SUMPHAT, THE YARN STORY และ UPCYDE และส่วนนิทรรศการ (Showcase) สำหรับ 15 แบรนด์ ที่ส่งเฉพาะสินค้ามาจัดแสดงแต่ไม่ได้เดินทางมาร่วมด้วย ได้แก่ 103PAPER SHOP, CARPENTER, APAUL, EGGWHITE DESIGN,GETNATURE, GLISTEN, LIVE LIFE DETAIL, MORE, PRAPAIPUN.STYLE, RUBBER IDEA, SABAI-D DESIGN, SALETE, SARNSARD, TAYALIVING และ WISHULADA

นอกจากนี้ ในงานยังมีนักออกแบบไทยอีก19 แบรนด์ ที่มีคูหาเป็นของตนเอง โดยมี17 แบรนด์ ที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการ SMEs Pro-active รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือ สคต. ในกรุงปารีส ที่คอยให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการเจรจาการค้าสำหรับแบรนด์ต่างๆ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

“งานแสดงสินค้า Maison & Objet ถือเป็นเวทีอันโดดเด่นและมีความสำคัญอย่างมากสำหรับ นักออกแบบ โดยจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงต้นเดือนกันยายนและปลายเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าประมาณ 2,200 แบรนด์ และมีผู้เยี่ยมชมประมาณ 75,000 ราย ทั้งผู้ซื้อ ผู้นำเข้าผู้กระจายสินค้า นักออกแบบ ศิลปิน มัณฑนากร สถาปนิก รวมทั้งสื่อด้านศิลปะและการออกแบบจากทั่วโลก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนเหล่านักออกแบบที่มีศักยภาพเหล่านี้ และหวังว่าการร่วมงานครั้งนี้จะเป็นบันไดต่อยอดไปสู่ความสำเร็จขั้นถัดไปในระดับนานาชาติ” นายภูสิต กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามและสอบถามข้อมูลของโครงการเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th สายด่วนการค้าระหว่างประเทศ โทร.1169 หรือผ่านทาง Facebook page : Talent Thai & Designers’ Room

RED CLUB x Cartier เปิดรับสมัคร Young Leader Award 2024 ผู้นำด้านธุรกิจรุ่นใหม่ ภายใต้ธีม‘เทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766633

RED CLUB x Cartier เปิดรับสมัคร Young Leader Award 2024  ผู้นำด้านธุรกิจรุ่นใหม่ ภายใต้ธีม‘เทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน’

RED CLUB x Cartier เปิดรับสมัคร Young Leader Award 2024 ผู้นำด้านธุรกิจรุ่นใหม่ ภายใต้ธีม‘เทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

RED CLUB x Cartier สมาคมระดับโลกสำหรับผู้ประกอบการหลากหลายวัฒนธรรม ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและพัฒนาผู้นำที่มีความตระหนักรู้ พร้อมสร้างสรรค์และส่งมอบแก่คนรุ่นถัดไป ประกาศเปิดตัว Young Leader Award ประจำปี 2024 รางวัลระดับนานาชาติที่จัดขึ้นประจำปี เพื่อยกย่องผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมและส่งต่อให้กับคนรุ่นถัดไปเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่กำลังเข้าสู่ตลาด อายุระหว่าง 20-40 ปี ดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวก หรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร รางวัล Young Leader Award มุ่งส่งเสริมผู้นำด้านธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจและเป็นกระบอกเสียงให้กับความเชื่อที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดียิ่งขึ้น

ในปีนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน RED CLUB x Cartier ซึ่งภูมิภาคนี้ได้เป็นภูมิภาคสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งในเอเชียและทั่วโลก ด้วยบริบท สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน รวมถึงเทคโนโลยีที่เพิ่มบทบาทขึ้นอย่างต่อเนื่องในการสรรสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ในปี 2024 นี้ Young Leader Award จึงถูกนำเสนอภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” (Tech for a Sustainable Future) เพื่อมอบเวทีให้กับเทคโนโลยีที่เป็นโซลูชั่นส์ในการสร้างสรรค์และส่งมอบอนาคตที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้คน สังคมและโลกในวิถีทางที่ยั่งยืน

“RED CLUB x Cartier ได้รับเกียรติในการส่งเสริมผู้นำรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ ผู้ที่เชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก หาโซลูชั่นส์ให้กับภาคส่วนต่างๆ ในสังคม ผ่านการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสังคมที่ส่งเสริมการพัฒนา” Cyrille Vigneron ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คาร์เทียร์

เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเปิดตัวในปี 2024 ได้มีการจัดงานอย่างเป็นทางการขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 22-24 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมี Dr.Chee Yang Chen หัวหน้า Red Club Singapore chapter, จีอาดา ซาง-ประธาน RED CLUB x Cartier และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mulan Group, ญานีน่า โนวิทสกาญ่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคาร์เทียร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย และ Richard Li หัวหน้า Red Club Sydney chapter ร่วมงาน

กิจกรรมในระหว่าง 3 วันนั้นได้รวมเอากลุ่มผู้มีวิสัยทัศน์ที่พร้อมเปลี่ยนแปลงสังคมหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ประกอบการนักวิชาการไปจนถึงสื่อมวลชน มารวมกันเพื่อประกาศเปิดตัวโครงการในปี 2024 ที่จะถึงนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนคนรุ่นต่อไปในการสร้างสรรค์ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี

ทั้งนี้ เริ่มเปิดรับใบสมัครผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าประกวด Young Leader Award สำหรับปี 2024 ตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2567 เกณฑ์การรับสมัครรวมถึงใบสมัครออนไลน์ สามารถดูและส่งได้ที่ https://apply.redclubcartier.com/submit

ประกาศรายชื่อผู้เข้าประกวดที่เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย สำหรับ Young Leader Award 2024 ในเดือนมิถุนายน 2567 และจะประกาศรายชื่อผู้ชนะประจำปี ภายในพิธีประกาศรางวัล Young Leader Award ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2567 ณ ประเทศสิงคโปร์ ผู้ชนะรางวัลจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 ยูโร (ราวๆ 1.9 ล้านบาท)

ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศทั้ง 3 รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 10,000 ยูโร (ราวๆ 383,000 บาท) นอกจากนี้ ผู้ชนะรางวัลยังจะได้รับการอบรม ให้คำแนะนำ โดยพาร์ทเนอร์สถานศึกษาของโครงการในปีนี้ อันได้แก่ The National University of Singapore Business School และ The University of Sydney Business School รวมถึงการ
ได้โปรโมท ประชาสัมพันธ์ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และการได้มีที่ปรึกษาเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษจากเครือข่าย RED CLUB x Cartier

RED CLUB x Cartier ก่อตั้งขึ้นโดยคาร์เทียร์ในปี 2019 เพื่อสร้างคอมมูนิตีสำหรับผู้ประกอบการระดับโลกเปิดโอกาสให้เกิดให้มีเน็ตเวิร์ก สร้างสัมพันธ์ระหว่างองค์กรต่างๆเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ช่วยยกระดับเป็นกระบอกเสียง รวมถึงส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก โดยเริ่มสร้างคอมมูนิตีกลุ่มแรก ที่ปารีสมิลาน และลอนดอน ก่อนที่จะขยายเพิ่มเติมมายังมอสโก และ โตเกียว ในปี 2021 และซิดนีย์ บาร์เซโลนา สิงคโปร์ ดูไบ ไทเป และอเมริกาเหนือ ในปี 2022 รวบรวมผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นจากหลากหลายแวดวง

สำหรับผู้ที่สนใจและบุคคลทั่วไปสามารถสอบถามเกี่ยวกับโครงการและรางวัลได้ที่ Amélie de Mony Pajol ผู้จัดการโครงการ RED CLUB ที่อีเมล : amelie.demonypajol@cartier.com ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ RED CLUB x Cartier : https://www.linkedin.com/company/redclubxcartier ติดตามเพจ RED CLUB x Cartier LinkedIn สำหรับข้อมูลการสมัครต่างๆ ที่ https://www.linkedin.com/company/redclubxcartier

ทีมพัฒนาประกันสังคม เข้าพบปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้ขยายเวลาในการลงยื่นชื่อเพื่อใช้สิทธิ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766561

ทีมพัฒนาประกันสังคม เข้าพบปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้ขยายเวลาในการลงยื่นชื่อเพื่อใช้สิทธิ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

ทีมพัฒนาประกันสังคม เข้าพบปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้ขยายเวลาในการลงยื่นชื่อเพื่อใช้สิทธิ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.28 น.

 ดร. ทวีเกียรติ    รองสวัสดิ์   พร้อมด้วยผู้สมัครในทีมพัฒนาประกันสังคม ทั้ง 7  ท่าน ซึ่งประกอบด้วย  ดร.วรพล  เพ็ชรภูผา , นายสมพงศ์ นครศรี  ,นายทรงกรด ชูศรี , นายชัชพงศ์   โชติศิริ , นางสาวเบญจพร  บุษามงคล  และนางสาวฟารีดา  บุรณนัฏ  พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา  ได้เดินทางมาแสดงความยินดีกับปลัดกระทรวงแรงงานที่ นายไพโรจน์  โชติกเสถียร ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ณ ห้องอธิบดีกรมการจัดหางาน ชั้น 9 อาคารกระทรวงแรงงาน

และที่สำคัญจะมาเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานขยายเวลาในการลงทะเบียนแจ้งสิทธิ์ของนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งตามกำหนดเดิมนั้นจะหมดสิทธิ์ในลงทะเบียนในวันที่ 31  ตุลาคม 2566  นี้  ซึ่งจากการตรวจสอบและสอบถามทราบว่ามีคนมาลงทะเบียนน้อยมาก  ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง  ฝ่ายนายจ้างมีประมาณ  2 แสนกว่าราย  แต่มีผู้มาลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิเพียง  1,000  กว่ารายเท่านั้น   และที่สำคัญอยากให้กระทรวงแรงงานประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มีสิทธิในการลงทะเบียนและการเลือกตั้งในทราบถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มาก   เพราะนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของบอร์ดประกันสังคม  ที่จะเข้าไปดูแลการทำงานให้กับนายจ้างและลูกจ้าง 

ด้านนายไพโรจน์  โชติกเสถียร  ปลัดกระทรวงแรงงาน  กล่าวว่า  ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสำคัญกับการทำงานในด้านแรงงานไม่ว่าจะเป็นส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง  และอยากให้ทุกท่านคิดนโยบายใหม่ ๆ   เพื่อช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้าง  ให้สามารถทำงานของสำนักงานประกันสังคมเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล  และสุดท้ายขอเชิญชวนนายจ้าง และลูกจ้างไปแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิกันให้เต็มทีผ่านทางเว็บไซต์  www. sso.go.th  หรือ ที่สำนักงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด / สาขาทั่วประเทศ

Skimlinks พลิกโฉมแพลตฟอร์ม ยกระดับประสบการณ์ผู้อ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766552

Skimlinks พลิกโฉมแพลตฟอร์ม ยกระดับประสบการณ์ผู้อ่าน

Skimlinks พลิกโฉมแพลตฟอร์ม ยกระดับประสบการณ์ผู้อ่าน

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.18 น.

Skimlinks ในเครือทาบูล่า พลิกโฉมการนำเสนอเนื้อหาเชิงพาณิชย์ให้กับผู้ให้บริการเนื้อหาในประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์ผู้อ่าน และเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ ด้วยการแนะนำการซื้อสินค้าผ่านเนื้อหาเฉพาะทาง

Skimlinks แพลตฟอร์มการสร้างรายได้จากเนื้อหาเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบริษัทในเครือทาบูล่า (Taboola (Nasdaq: TBLA)) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับผู้ให้บริการเนื้อหาในประเทศไทย พร้อมประกาศต่อยอดตลาดสื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศไทยเพื่อช่วยให้ผู้บริการเนื้อหาในประเทศสามารถสร้างรายได้ใหม่ ๆ จากเนื้อหาเชิงพาณิชย์

โดยเมื่อไม่นานมานี้ Skimlinks ได้ร่วมมือกับเว็บไซต์บางกอกโพสต์ในการเสริมประสิทธิภาพโซลูชันแนะนำเนื้อหาเชิงพาณิชย์ในส่วน Bangkok Post Guru โดย Bangkok Post Guru เป็นคอลัมน์ข่าวเพื่อผู้บริโภค แบ่งออกเป็นหมวดหมู่เนื้อหาสำคัญ ได้แก่ ร้านอาหาร ท่องเที่ยว งานนิทรรศการ และอุปกรณ์ดิจิทัล ซึ่งบทความเหล่านี้จะชูเนื้อหาและความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่น่าจับตา พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึก เคล็ดลับ และคำแนะนำที่มีประโยชน์เกี่ยวกับหมวดหมู่ไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับพันธกิจของบางกอกโพสต์ในการเสริมศักยภาพและขยายขอบเขตเนื้อหาไลฟ์สไตล์ให้มีความโดดเด่น เปี่ยมด้วยข้อมูลความรู้ที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมือครั้งใหม่นี้ Skimlinks จะส่งมอบบริการชั้นนำที่จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการนำเสนอเนื้อหาของ Bangkok Post Guru ที่มีอยู่ และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ซึ่งจะช่วยให้บางกอกโพสต์สามารถสร้างรายได้ใหม่ ๆ จากเนื้อหาข่าวที่มีประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น

โดยหนึ่งในฟีเจอร์เด่นที่ Skimlinks นำมาใช้พัฒนาเนื้อหา ได้แก่ Skimlinks JavaScript ซึ่งจะทำหน้าที่แปลงลิงก์โปรโมทผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่อยู่ในบทความของ Bangkok Post Guru ให้เป็น Affiliate Link ที่เชื่อมโยงไปถึงโปรแกรมและผู้ค้าที่เกี่ยวข้องแต่ละรายในเครือข่ายของ Skimlinks นอกจากนี้ บางกอกโพสต์ยังใช้ Publisher Hub ของ Skimlinks ที่จะนำส่งสรุปข้อมูลสำคัญผ่านหน้าจอการรายงานหรือแดชบอร์ด (Reporting Dashboard) ที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อติดตามประสิทธิภาพและวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของเนื้อหาเชิงพาณิชย์เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แดชบอร์ดนี้จะช่วยระบุได้ว่าบทความและ Affiliate Link ใดที่สร้างรายได้สูงสุด และช่วยสรุปข้อมูลสำคัญ อาทิ ประสิทธิภาพของโดเมน รายได้ ยอดการคลิกเข้าชมแบบเรียลไทม์และผลิตภัณฑ์ยอดนิยม

Skimlinks มีเครือข่ายทั่วโลกที่เชื่อมโยงผู้ให้บริการเนื้อหามากกว่า 60,000 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการเนื้อหาชั้นนำทั่วสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ Skimlinks ยังร่วมกับผู้ค้า 48,500 ราย สร้างยอดขายมากถึง 6.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และได้รับความไว้วางใจจากผู้ให้บริการเนื้อหารายใหญ่ในอุตสาหกรรม เช่น Conde Nast, Hearst และ Yahoo! ซึ่งช่วยตอกย้ำชื่อเสียงของ Skimlinks ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันชั้นนำด้านการสร้างรายได้จากเนื้อหาเชิงพาณิชย์ที่โดดเด่น

Skimlinks ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการเนื้อหาทั่วโลกเพิ่มรายได้และเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสถานการณ์

นางสาวเจด แมคเดด (Jade McDade) ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Skimlinks กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบางกอกโพสต์ในการส่งมอบบริการสำคัญด้านเนื้อหาเชิงพาณิชย์ให้แก่เว็บไซต์ของบางกอกโพสต์ ในฐานะที่บางกอกโพสต์เป็นพันธมิตรผู้ให้บริการเนื้อหาระดับพรีเมียมรายแรกของ Skimlinks ในประเทศไทย เราพร้อมที่จะช่วยบางกอกโพสต์สร้างรายได้ใหม่ ๆ รวมถึงขยายช่องทางพันธมิตรของเราในตลาดไทยให้กว้างขวางและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต”

-(016)

‘กรมการค้าต่างประเทศ’นำกูรูด้านการส่งออกบุกหนองคาย ติวเข้มผู้ประกอบการเรื่องสิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อต่อยอดและขยายโอกาสธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766516

'กรมการค้าต่างประเทศ'นำกูรูด้านการส่งออกบุกหนองคาย ติวเข้มผู้ประกอบการเรื่องสิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อต่อยอดและขยายโอกาสธุรกิจ

‘กรมการค้าต่างประเทศ’นำกูรูด้านการส่งออกบุกหนองคาย ติวเข้มผู้ประกอบการเรื่องสิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อต่อยอดและขยายโอกาสธุรกิจ

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.31 น.

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นำกูรูด้านการส่งออกบุกหนองคาย ติวเข้มผู้ประกอบการเรื่องสิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อต่อยอดและขยายโอกาสธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมโครงการส่งเสริม SME ให้แข่งขันได้ในตลาดสากล เรื่อง “สิทธิประโยชน์ทางการค้า…ตัวช่วยสร้างแต้มต่อ SME ไทย สู่ตลาดการค้าต่างประเทศ” โดยการสัมมนาในรูปแบบ on-site และ online โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์  อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดโครงการ กิจกรรมภายในงาน แบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงเช้าเป็นการเสวนา หัวข้อ “เปิดมุมมอง สิทธิประโยชน์ทางการค้า … เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย” โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการค้าต่างประเทศและทางด้านการลงทุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คุณวิรัตน์ พุทธิวงศาสุนทร ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนบริหารเครือข่ายและที่ปรึกษาผู้ประกอบการศูนย์ความเป็นเลิศทางการค้า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank), คุณพรชัย พัวพัฒนขจร กรรมการผู้จัดการบริษัท ฟรุตออร์แกนิค จำกัด (เจ้าของแบรนด์อากิโกะ) และ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดต่างประเทศ,คุณสิริเชษฐ์ จิรพงษ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของแบรนด์มันตรา (Mantra) ผลิตภัณฑ์แพลนท์เบสซีฟู้ด เป็นต้น ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการบรรยาย หัวข้อ “เรื่องสำคัญที่ต้องรู้…ควบคู่การส่งออก” โดยจะแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง คือ 1) การขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า  (2) การตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด และการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง


นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์  อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวว่า ในช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมฯ ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยการสร้างเครือข่ายเข้ากับผู้ประกอบการไทยเพื่อผลักดันการค้าชายแดน และมุ่งส่งเสริมการเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทั้ง SME และ Start up รวมถึงผู้สนใจทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย เนื่องจากองค์ความรู้ด้านการค้าต่างประเทศในเรื่องของสิทธิประโยชน์ทางการค้ามีลักษณะที่จำเพาะและค่อนข้างซับซ้อน จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงกระบวนการเชิงลึกให้ครบถ้วนทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่ความรู้เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ มาตรการในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า สิทธิพิเศษทางภาษี FTA ต่างๆ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า การคำนวณต้นทุนและตรวจรับรองคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self – Certification) ตลอดจนวิธีการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

สำหรับการจัดงานสัมมนาภายใต้โครงการส่งเสริม SME ให้แข่งขันได้ในตลาดสากลในปี 2566 จะดำเนินการจัดสัมมนาในรูปแบบ hybrid ด้วยการผสมผสานทั้งรูปแบบ on-site และ online ทั้งหมด 4 ครั้ง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากที่สุด โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งได้มาบุกแดนอุตสาหกรรมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมการสัมมนากันอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ on-site ที่มีมากกว่า 100 คน และรูปแบบ online ที่มีมากกว่า 300 คน สำหรับการจัดงานสัมมนาครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 9 ส.ค.66 ที่โรงแรมพันล้าน บูติค รีสอร์ท จังหวัดหนองคาย และครั้งที่ 4 ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค.66 ที่โรงเเรม โซ เเบงคอก กรุงเทพมหานคร 

โดยโครงการนี้นับเป็นอีกโครงการที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดและขยายโอกาสธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ SME ไทยด้วย “สิทธิประโยชน์ทางการค้า” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการทุกท่านได้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การค้าโลก อีกทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการสามารถสมัครร่วมฟังเสวนาครั้งที่ ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร ได้แล้วตั้งแต่วันนี้และติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการส่งเสริม SME ให้แข่งขันได้ในตลาดสากล เรื่อง “สิทธิประโยชน์ทางการค้า…ตัวช่วยสร้างแต้มต่อ SME ไทยสู่ตลาดการค้าต่างประเทศ”  ได้ที่ FACEBOOK : กรมการค้าต่างประเทศ DFT หรือที่ http://www.dft.go.th