NSM เปิดนิทรรศการ ‘มายาประดิษฐ์’ ชวนท่องโลกภาพยนตร์ สัมผัสศาสตร์และศิลป์ เนรมิตจินตนาการสู่อุตสาหกรรมบันเทิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766453

NSM เปิดนิทรรศการ ‘มายาประดิษฐ์’ ชวนท่องโลกภาพยนตร์ สัมผัสศาสตร์และศิลป์ เนรมิตจินตนาการสู่อุตสาหกรรมบันเทิง

NSM เปิดนิทรรศการ ‘มายาประดิษฐ์’ ชวนท่องโลกภาพยนตร์ สัมผัสศาสตร์และศิลป์ เนรมิตจินตนาการสู่อุตสาหกรรมบันเทิง

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.45 น.

1 พฤศจิกายน 2566 นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เปิด “นิทรรศการมายาประดิษฐ์” (Fascination of Film Making) มี ดร.กรรณิการ์ เฉิน รอง ผอ. อพวช. น.ส.อุมาภรณ์ เครือคำวัง ผอ.สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. ผศ.กิตติพร ชูเกียรติ ประธานหลักสูตรสาขาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และคุณชญาณี ฉลาดธัญญกิจ อาจารย์ประจําคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ร่วมพิธีเปิดฯ ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

นายสุวรงค์ กล่าวว่า สื่อมัลติมีเดียออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเพื่อการศึกษาหาความรู้หรือ เพื่อความบันเทิง ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โทรทัศน์ โฆษณา แอนิเมชัน เกม ดนตรี และดิจิทัลคอนเทนต์ฯ นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “ซอฟต์พาวเวอร์” ของประเทศไทย NSM จึงได้พัฒนา “นิทรรศการมายาประดิษฐ์” (Fascination of Film Making)  เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหน้าและเบื้องหลังอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมถือเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจทางการเรียนและประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้กับเยาวชน อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต

น.ส.อุมาภรณ์ กล่าวว่า นิทรรศการมายาประดิษฐ์ ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรมากมาย อาทิ เครือข่ายนิเทศศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ ม.สยาม, คณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต, คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด และหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) โดยหวังว่าเยาวชนและประชาชนทั่วไปจะได้สนุกสนานไปกับการเรียนรู้เบื้องหลังการทำภาพยนตร์ และสามารถนำความรู้นำไปต่อยอดและปรับใช้ในชีวิตประจำวัน นำไปสู่ความเข้าใจและพัฒนาตนเองต่อไป

โดยภายในนิทรรศการฯ จัดแสดงออกเป็นทั้งหมด 3 โซน ได้แก่ โซนแรก “Welcome to The World of Cinematography” พาทุกคนไปค้นพบประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีเบื้องหลังที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกและประเทศไทย  โซนที่ 2 “Behind the Scenes” (Production & Career) จำลองขั้นตอนในส่วนต่าง ๆ ของกระบวนการสร้างสรรค์งานภาพยนตร์ ตั้งแต่ Pre-production Production และ Post-production ผ่านชิ้นงานจัดแสดง สื่อมัลติมีเดีย และการทดลองทำจากประสบการณ์จริง รวมถึงนำเสนออาชีพต่างๆที่มีส่วนร่วมในการสร้างภาพยนตร์ในแต่ละขั้นตอน  และโซนที่ 3 “The Red Carpet” จำลองบรรยากาศงานพรมแดงในการมอบรางวัลทางด้านภาพยนตร์ โดยมีส่วนจัดแสดงให้ความรู้เรื่องรางวัลที่มอบให้กับผู้คนในวงการภาพยนตร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

“นิทรรศการมายาประดิษฐ์” (Fascination of Film Making) จัดแสดงตั้งแต่วันนี้  – 31 ก.ค.2567 ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดให้บริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.30-15.00 น. และวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.30-17.00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์) สอบถามโทร. 0- 2577- 9999 ต่อ 2122-2123 หรือ Facebook : NSM Thailand

-(016)

ดร. กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน นายกสมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟในพระบรมราชินูปถัมภ์เตรียมจัดงาน SJC Walk Rally 2023 แรลลี่การกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766400

ดร. กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน นายกสมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟในพระบรมราชินูปถัมภ์เตรียมจัดงาน SJC Walk Rally 2023 แรลลี่การกุศล

ดร. กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน นายกสมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟในพระบรมราชินูปถัมภ์เตรียมจัดงาน SJC Walk Rally 2023 แรลลี่การกุศล

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 08.58 น.

ดร. กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน นายกสมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟในพระบรมราชินูปถัมภ์เตรียมจัดงาน SJC Walk Rally 2023 แรลลี่การกุศล เพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือพัฒนาบุคลากรครูปัจจุบันและสมทบทุนกองทุนฉุกเฉินรักษาครูเกษียณ (หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว) ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2566 เวลา 8.00 น. ถึง 17.30 น ณ โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ภายในงานมีบูธจำหน่ายสินค้ามากมายจากร้านดังศิษย์เก่า SJC CONNECT กว่า 100บูธ! ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันที่สนใจ สามารถซื้อบัตรเข้างานได้ที่ https://forms.office.com/r/BXNSACgw14 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 พ.ย. 2566 ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ Line OA : @969sbnqk

รู้ทันภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766333

รู้ทันภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

รู้ทันภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.30 น.

ฟิลิปส์ ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ ตระหนักถึงความสำคัญของอันตรายจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน และมีความมุ่งมั่นในการเดินหน้ารณรงค์ถึงอันตรายจากโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการให้ความรู้ด้านการช่วยชีวิตเบื้องต้นในผู้ป่วยที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest: SCA) ที่อาจเกิดขึ้นนอกโรงพยาบาล ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยเมื่อภาวะดังกล่าวไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนทั่วไปควรมีความรู้พื้นฐานในการช่วยชีวิต เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดอัตราการเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

หนึ่งในความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันของคนทั่วไป คือ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest : SCA) คือภาวะเดียวกันกับภาวะหัวใจกำเริบเฉียบพลัน หรือ Heart Attack เมื่อหัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดเพื่อไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายให้สามารถทำงานได้ปกติ หัวใจจะทำงานด้วยจังหวะการเต้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาโดยเฉลี่ย 36-42 ล้านครั้งต่อปี โดยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คือภาวะที่หัวใจหยุดทำงานอย่างกะทันหันด้วยความผิดปกติของระบบไฟฟ้าในหัวใจ ทำให้หัวใจห้องล่าง
มีการเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงหรือที่เรียกว่าหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation : VF) ซึ่งจะเกิดขึ้นในทันทีโดยไม่มีสัญญาณของอาการอื่นๆ เกิดขึ้นล่วงหน้า และเมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้นจะทำให้ไม่มีการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจนการทำงานของอวัยวะผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จะทำให้คนไข้มีอาการหมดสติภายในไม่กี่วินาทีและอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องได้รับการช่วยชีวิตด้วยการ CPR และใช้เครื่อง AED อย่างทันท่วงที

ในขณะที่ภาวะหัวใจกำเริบเฉียบพลัน (Heart Attack) คือภาวะที่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งจะมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่สามารถสังเกตได้ เช่น อาการเจ็บหน้าอก เหงื่อออกเยอะ ใจสั่น หายใจสั่นและรู้สึกหายใจไม่อิ่ม อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ภาวะมีความเกี่ยวเนื่องกันเพราะการเกิดภาวะหัวใจกำเริบเฉียบพลัน อาจนำไปสู่การเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ ทำให้ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นในผู้ป่วยโรคหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่ได้ป่วยโรคหัวใจมาก่อนได้

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วจำเป็นต้องเริ่มการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานด้วยการนวดหัวใจ หรือหากบริเวณนั้นมีเครื่อง Automated External Defibrillator หรือ AED ให้รีบนำเครื่องมาใช้ในทันที เพราะอ้างอิงจากสถิติของสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกาพบว่า 90% ของผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกโรงพยาบาล (Out-of-Hospital Cardiac Arrest : OHCA) มักเสียชีวิตในทันที ดังนั้น จะสังเกตได้ว่าตามสถานที่ต่างๆ จึงมีการติดตั้งเครื่อง AED ทั้งในสนามบิน โรงเรียน สนามกีฬา สถานีรถไฟฟ้าหรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้าก็ตาม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

การช่วยชีวิตผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นในขั้นเบื้องต้นจำเป็นต้องใช้เครื่อง AED ร่วมกับการทำ CPR เนื่องจากผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันกว่าร้อยละ 50 เกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะในลักษณะของหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้วจากระบบไฟฟ้าในหัวใจผิดปกติ หากเกิดภาวะนี้จำเป็นต้องใช้เครื่อง AED เพื่อคืนคลื่นหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้าถ้าไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิต จึงถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการช่วยชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเครื่อง AED สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเท่านั้น โดยข้อมูลสถิติจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่า การใช้เครื่อง AED ร่วมกับการทำ CPR ภายใน 3-5 นาที จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้ถึง 45%

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถทำตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้องเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต (Thai Resuscitation Council) ได้เปิดการอบรมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://thaicpr.org/?mod=course

‘ว้อทส์ เดอะ เฮลท์ เบเวอเรจ’ ครบเครื่องเรื่องเครื่องดื่ม ที่มีความหลากหลายและให้อิสระความสร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766303

‘ว้อทส์ เดอะ เฮลท์ เบเวอเรจ’ ครบเครื่องเรื่องเครื่องดื่ม  ที่มีความหลากหลายและให้อิสระความสร้างสรรค์

‘ว้อทส์ เดอะ เฮลท์ เบเวอเรจ’ ครบเครื่องเรื่องเครื่องดื่ม ที่มีความหลากหลายและให้อิสระความสร้างสรรค์

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จุดเริ่มต้น WTH’s Beverages (ว้อทส์ เดอะ เฮลท์ เบเวอเรจ) เกิดขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจมาจากการได้ดูแลลูกค้าภายในศูนย์อาหารฟู้ดเลเจ้นด์ส (Food Legends) แห่งนี้ที่มีผู้เข้าใช้บริการมากกว่า 2 ล้านคนต่อปีที่มีความหลากหลายทั้งช่วงวัยเชื้อชาติและมีหลากสไตล์ความชอบนอกจากการรวบรวมร้านอร่อยอันเลื่องชื่อระดับตำนาน และร้านชื่อดังในปัจจุบันแล้ว เราอยากสร้างสรรค์เครื่องดื่มแก้วโปรดของลูกค้า มารวบรวมไว้ในที่เดียว เป็น One Stop Service เสริมทัพให้ศูนย์อาหารฟู้ดเลเจ้นด์สเป็นศูนย์กลางความอร่อย และความหลากหลายด้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงความสุขให้กับผู้เข้าใช้บริการทุกท่าน ภายใต้ชื่อที่แบรนด์ที่แปลกใหม่ และให้อิสระทางความคิด

WTH’s คำเรียกสั้นๆ ง่ายๆ แต่หลากความหมายและอารมณ์ ถูกตั้งขึ้นมาเป็นชื่อแบรนด์เครื่องดื่มน้องใหม่นี้ เพื่อมอบอิสระให้ลูกค้าได้สร้างสรรค์ความหมายของชื่อแบรนด์ ที่อยากจดจำในทุกช่วงเวลา นอกเหนือจาก What the Health แล้ว เราได้นิยามความหมายโดยเป็นทั้ง What the Happy และ What the Heaven นอกจากการตีความหมายชื่อแบรนด์ที่มีความอิสระแล้ว เมนูเครื่องดื่มภายในร้านยังมีความหลากหลาย และมีความครบเครื่องเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และความชอบของลูกค้าอีกด้วย ภายใต้การตกแต่งในบรรยากาศที่สนุกสนานเข้าถึงง่ายผ่านธีมสีม่วง ส้ม ที่สดใส สื่อถึงการให้อิสระ เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยสร้างสีสันให้มีชีวิตชีวา (Freedom & Energy) ผ่าน 4 กลุ่มเครื่องดื่มที่แตกไลน์กว่า 50 เมนู กลุ่ม Healthy Drinks รวมเมนูเครื่องดื่มผลไม้สด และสมูทตี้เย็นชื่นใจ เอาใจคนรักสุขภาพ ที่จะได้สัมผัสกับผลไม้สดเต็มๆ คำ ในรูปแบบเครื่องดื่มที่ผ่านการสร้างสรรค์หลากหลายเมนูที่ทั้งอร่อย และได้สุขภาพ, กลุ่ม Energy Drinks รวมรสเมนูกาแฟกว่า 15 เมนู เอาใจคอกาเฟอีน บูทพลังด้วยเมนูกาแฟที่ชื่นชอบมาพร้อมความหลากหลายเมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียม สายพันธ์ุต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือกลิ้มลอง, กลุ่ม Joyful Drinks สำหรับผู้ที่หลงใหลในรสชาติต้นตำรับและกลิ่นหอมของใบชาสด ทางร้านได้เลือกสรรยอดใบชาอู่หลงชั้นดีที่ผ่านกรรมวิธีการนวดด้วยใบข้าวหอมญี่ปุ่นจนทำให้ได้ชาที่มีกลิ่นหอมละมุนเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังได้รับการการันตีจากรางวัลInternational Taste Institute Brussels Superior Taste Award ซึ่งผ่านการรับรองในเรื่องของรสชาติที่ได้มาตรฐานระดับสากล, กลุ่ม Fresh Drinks เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมโซดา ที่เพิ่มความซาบซ่าส์ดับกระหาย กว่า 20 เมนู เป็นกลุ่มเครื่องดื่มขวัญใจมหาชน สู้กับอากาศร้อนของเมืองไทย ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น และสร้างสีสันให้กับชีวิต

สมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจเครือ พีอาร์จี คอร์ปอเรชั่นผู้บริหารแบรนด์ศูนย์อาหารเครือ ฟู้ด เลเจ้นด์ส กล่าวว่า WTH’s Beverages คือแบรนด์เครื่องดื่มที่เราตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อช่วยเติมเต็มความสุขให้กับทุกท่าน เมื่อเข้ามาใช้บริการภายในศูนย์อาหารฟู้ด เลเจ้นด์ส แห่งนี้ให้ได้ทานเครื่องดื่มแก้วโปรด โดยเปิดเป็นสาขาแรกภายในศูนย์อาหาร ฟู้ด เลเจ้นด์ส ชั้น 6 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ ก่อนขยายให้ครบทุกสาขาและขยายสาขาไปตามแหล่งชุมชนต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนศูนย์อาหาร ฟู้ด เลเจ้นด์ส เป็นอย่างดีเสมอมา และของฝากแบรนด์เครื่องดื่มว้อทส์ เดอะ เฮลท์ เบเวอเรจให้ได้ลองทาน และหวังว่าเครื่องดื่มของเราจะช่วยเติมเต็มสีสันความสุขให้กับลูกค้าทุกท่าน

ร่วมสัมผัสความอร่อย และปลดปล่อยอิสระความคิดสร้างสรรค์ ด้วยเครื่องดื่มแก้วโปรดที่มีให้เลือกกว่า 50 เมนู ได้ที่ร้านว้อทส์ เดอะ เฮลท์ เบเวอเรจ ภายในศูนย์อาหารฟู้ด เลเจ้นด์ส ชั้น 6 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร

โคเซ่ จัดโครงการ ‘SEKKISEI SAVE the BLUE Project’ ส่งเสริมกิจกรรมทางทะเล ของชายฝั่งประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766335

โคเซ่ จัดโครงการ ‘SEKKISEI SAVE the BLUE Project’  ส่งเสริมกิจกรรมทางทะเล ของชายฝั่งประเทศไทย

โคเซ่ จัดโครงการ ‘SEKKISEI SAVE the BLUE Project’ ส่งเสริมกิจกรรมทางทะเล ของชายฝั่งประเทศไทย

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โคเซ่ “KOSÉ” แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลเป็นประจำอย่างต่อเนื่องกับโครงการ SEKKISEI SAVE the BLUE Project 2023 (เซกิเซ เซฟ เดอะ บลู โปรเจค) ถือว่าเป็นการจัดกิจกรรมนี้มายาวนานถึง 13 ปี สำหรับโครงการนี้  ฮิเดกิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะทีมผู้บริหาร และพนักงาน ของทางบริษัท โคเซ่ ประเทศไทย ได้ปล่อยเต่าทะเลคืนกลับคืนสู่ธรรมชาติ ในกิจกรรม SEKKISEI SAVE the BLUE Project (เซกิเซ เซฟ เดอะ บลู โปรเจค) ครั้งนี้

นอกจากนี้ ทางบริษัทโคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้มอบอุปกรณ์สำหรับใช้ในการดูแลเต่าทะเล, สัตว์ทะเลหายาก และเพาะพันธุ์เพิ่มจำนวนปะการังให้กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ตามระบบนิเวศ รวมเป็นมูลค่า108,000 บาท (หนึ่งแสนแปดพันบาทถ้วน) ให้กับศูนย์วิจัยฯ ณ บริเวณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกเกาะมันใน จังหวัดระยอง เพื่อสำหรับใช้เป็นประโยชน์สูงสุดในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าทะเล และติดตามผลของปะการังในระบบนิเวศใต้ท้องทะเลไทย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทย

ฮิเดกิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับโครงการ“SEKKISEI SAVE the BLUEProject” นี้ ทางบริษัทจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน เป็นกิจกรรมที่ทางบริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมไปถึงการฟนฟูธรรมชาติทางทะเลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธรรมชาติทางทะเลมีความสมบูรณ์และสมดุลต่อไป นอกจากนี้ทางบริษัทต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านๆ ที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เซกิเซของ โคเซ่ “KOSÉ”มาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และลูกค้าทุกท่านที่ซื้อผลิตภัณฑ์ทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของเซกิเซ ก็เป็นส่วนสนับสนุนในกิจกรรมนี้ให้มีมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย”

‘โซลวาซู’ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับลักซ์ชัวรี สัมผัสประสบการณ์ปรนนิบัติผิวอย่างเหนือระดับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766317

‘โซลวาซู’ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับลักซ์ชัวรี  สัมผัสประสบการณ์ปรนนิบัติผิวอย่างเหนือระดับ

‘โซลวาซู’ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับลักซ์ชัวรี สัมผัสประสบการณ์ปรนนิบัติผิวอย่างเหนือระดับ

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฟื้นบำรุงผิวที่ร่วงโรยตามกาลเวลาให้กลับมาเปล่งประกายและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง ด้วยที่สุดแห่งนวัตกรรมจากแบรนด์ดูแลผิวระดับโลก “โซลวาซู” (Sulwhasoo) ที่ล่าสุด มร.จอง โฮ ชอย (Mr.Jeong Ho Choi)  กรรมการผู้จัดการบริษัท อมอร์แปซิฟิค(ไทยแลนด์) จํากัด ได้จัดงานซิทดาวน์ดินเนอร์สุดหรู โซลวาซู เดอะ ไนท์ ออฟ ดิ อัลติเมท เอ็กซ์พีเรียนซ์(Sulwhasoo The Night of The Ultimate S Experiences) เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับลักซ์ชัวรีที่ชื่อว่า“ดิ อัลติเมท เอส” (The Ultimate S) สุดยอดนวัตกรรมดูแลผิวขั้นสุดที่มาพร้อมส่วนผสมอันทรงคุณค่า เพื่อผลลัพธ์ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ที่พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสผิวสวยไร้ที่ติพร้อมกัน ที่โรงแรม Rosewood Bangkok บริเวณห้อง The Pavilion ชั้น 5 

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ “โซลวาซู”ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ อรชุมา ดุรงค์เดช, อภินรา ศรีกาญจนา,ปรมา ไรวา, กรัชเพชร อิสสระ, ณัชชา ธนากิจอำนวย, มธุนาฏ ซอโสตถิกุล,เอมษิกา โชติวิจิตร, ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา,วรรณพร โปษยานนท์, รินทร์รตา อินทามระ,จงกล พลาฤทธิ์, ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ, วรนันท์ จันทรัศมี, พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล, นวดี โมกขะเวส, มนัญญา ลิ่มเสถียร และอีกมากมาย

“โซลวาซู” แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามในเครือบริษัท อมอร์แปซิฟิค (ไทยแลนด์) จํากัด ที่มุ่งเน้นการค้นคว้า วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักมาจากวัตถุดิบชั้นเลิศอย่าง “โสม” หัวใจสำคัญของศาสตร์แห่งภูมิปัญญาของชาวเกาหลีมาเกือบ 60 ปี โซลวาซูได้นำมรดกทางวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์มารังสรรค์สู่นวัตกรรมการดูแลผิว เพื่อดูแลและจัดการปัญหาผิวแบบองค์รวม โดยเน้นเรื่องราวของศิลปะและมรดกอันล้ำค่าจากธรรมชาติ “Building a World of Beauty Powered by Art and Heritage” 

มร.จอง โฮ ชอย (Mr.Jeong Ho Choi)  กรรมการผู้จัดการบริษัท อมอร์ แปซิฟิค (ไทยแลนด์) จํากัด ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “งานครั้งนี้เราได้จัดเป็นงานเอ็กซ์คลูซีฟซิทดาวน์ดินเนอร์ที่ชื่อว่า โซลวาซู เดอะ ไนท์ ออฟ ดิ อัลติเมท เอ็กซ์พีเรียนซ์ (The Night of The Ultimate S Experiences) เพื่อเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับลักซ์ชัวรีอย่าง ดิ อัลติเมท เอส (The Ultimate S) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ด้วยสุดยอดส่วนผสมล้ำค่าอย่าง จินเส็งเบอร์รี่ (Ginseng Berry SR™) เอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของโซลวาซู ที่มาพร้อมกับแพ็กเกจจิ้งสุดหรูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Moon Jar หรือโถพระจันทร์ที่เป็นเครื่องปั้นดินเผาขึ้นชื่อจากยุคโชซอนอีกด้วย เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์การปรนนิบัติผิวอย่างสมบูรณ์แบบในทุกๆ วัน”

โดยครั้งนี้ “โซลวาซู” (Sulwhasoo) ได้คิดค้นและเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดระดับลักซ์ชัวรีอย่าง “ดิ อัลติเมท เอส” (The Ultimate S) นวัตกรรมดูแลผิวเอกสิทธิ์เฉพาะจาก “โซลวาซู”ที่เปี่ยมไปด้วยสุดยอดขุมพลังของส่วนผสมจากพืชสีแดงอย่าง จินเส็งเบอร์รี่ (Ginseng Berry SR™) ซึ่งเป็นส่วนผสมอันล้ำค่าจากโสมที่เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยความพิถีพิถันจากโซลวาซู หลังจากการดูแลมาถึง 1,000 วัน  จนเข้าสู่ช่วงที่สมบูรณ์อย่างเต็มที่ โสมจะออกผลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น โดยจะได้ส่วนจินเส็งเบอร์รี่ เพียง 1 กรัม จากจินเส็งเบอร์รี่ถึง 600,000 กรัมที่มาจากรากโสมกว่า 37,500 ราก ผ่านเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมในกระบวนการบ่มเพาะกว่า 15 ขั้นตอน เพื่อให้ได้สารสกัด Syringaresinol ซึ่งเป็นส่วนผสมกุญแจสําคัญในการต่อต้านการเสื่อมสภาพของผิว โดยมี 3 คุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ ควบคุมกระบวนการการเกิดสัญญาณแห่งวัย, ขจัดเซลล์ผิวอันเนื่องมาจากริ้วรอยแห่งวัย และคืนพลังความอ่อนเยาว์สู่ผิว ที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถช่วยยกกระชับจุดหย่อนคล้อยในแนว 7˚ บนใบหน้า อ้างอิงจากผลรวมของผลลัพธ์ริ้วรอยบริเวณหางตา แก้ม มุมปาก และบริเวณกรอบหน้าและอีกหนึ่งจุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือตัวบรรจุภัณฑ์ที่มีดีไซน์หรูหรา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงในยุคโซชอนของเกาหลี อย่างโถพระจันทร์สีขาว หรือ Moon Jar สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของผลงานศิลปะมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ โซลวาซูยังตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน จึงมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีฟิลได้

โดยภายในงานยังมีศิลปินนักวาดภาพสาว ปั๋น-ดริสา การพจน์ ที่ได้ร่วมออกแบบผลงานกับทาง “โซลวาซู”พร้อมจัดนิทรรศการโชว์ผลงานวาดภาพในครั้งนี้ด้วย

ร่วมปรนนิบัติดูแลผิวให้สวยกระชับไร้ริ้วรอยแห่งวัยด้วยผลิตภัณฑ์ระดับลักซ์ชูรีจากแบรนด์ “โซลวาซู” ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์โซลวาซูทุกสาขา และทางช่องทาง Sulwhasoo Shop : https://th.sulwhasoo.com 

‘ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์’ ฉลองครบรอบ 12 ปี พร้อม ‘สร้างเส้นผม คืนความสุข เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766336

‘ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์’ ฉลองครบรอบ 12 ปี  พร้อม ‘สร้างเส้นผม คืนความสุข เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม’

‘ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์’ ฉลองครบรอบ 12 ปี พร้อม ‘สร้างเส้นผม คืนความสุข เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม’

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ผม” เป็นเรื่องสำคัญทั้งทางกายภาพและจิตใจสำหรับทุกคน เพราะเป็นสิ่งสะท้อนตัวตน ภาพลักษณ์ อารมณ์ความรู้สึก และจิตใจ นอกจากนี้ผมยังเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิต โดยล่าสุดแพทย์หญิงอรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมจาก American Board Of Hair Surgery (ABHRS) และผู้ก่อตั้งสถาบันดูแลสุขภาพ เส้นผมและหนังศีรษะแบบครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์” (Dr.Orn Medical Hair Center) เฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี แห่งความสำเร็จ จัดงาน “ฟิวเจอร์ ออฟ กู๊ด แฮร์” (Future of good hair) เปิดตัวสาขาฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสถาบันดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่บริเวณลานสปอร์ตไลท์ ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เมื่อบ่ายวันก่อน

ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2554 ภายใต้แนวคิดที่มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การให้บริการวางแผนดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ รวมทั้งการป้องกันและการรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อีกทั้งการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากลมาประยุกต์ใช้เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษา พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่ตอบโจทย์ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสังคมที่ตระหนักและมุ่งเน้นถึงปัญหาและความสำคัญของเส้นผม พร้อมให้การช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสที่ยากต่อการเข้ารับการรักษา

แพทย์หญิงอรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ เผยว่า “โดยก่อนหน้านี้ทาง ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์ (Dr.Orn Medical Hair Center) เคยจัดแคมเปญ “ผมพร้อมแล้ว” ซึ่งเป็นการรวบรวมผู้ที่เคยเข้ารับบริการ ปลูกผมทั้งหมดมาบอกเล่าถึงความสำเร็จของชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และเสริมสร้างความมั่นใจใหม่ภายหลังจากการปลูกผมถาวร ซึ่งครั้งนี้เราได้จัดงาน “ฟิวเจอร์ ออฟ กู๊ด แฮร์” (Future of good hair) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี แห่งความสำเร็จ และเปิดตัวสาขาใหม่ที่ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต เป็นสาขาที่ 4 เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากขึ้น และยังเป็นการต่อยอดจากแคมเปญผมพร้อมแล้ว โดยจัดแคมเปญ “ผมพร้อมแล้ว ผมพร้อมบอกต่อ” ที่ได้รวบรวมกลุ่มศิลปิน/นักแสดงผู้เข้ารับบริการจริงมาร่วมบอกเล่า พร้อมแชร์ประสบการณ์การดูแลเส้นผมที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้จริง และที่ผ่านมาเรายังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสานฝันผู้ป่วยโรคมะเร็ง กับโครงการเพื่อสังคม สร้างเส้นผม คืนความสุข เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีภาวะผมร่วง ผมบาง เข้ารับการรักษาฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายและเรายังเปิดรับบริจาคเส้นผมและสมทบทุนทำวิกผมกับโครงการ คุณให้-เราทอ ต่อความมั่นใจ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งที่สูญเสียเส้นผมจากการรักษาโรคมะเร็งให้ได้กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง”

พร้อมกันนี้ แพทย์หญิงอรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ ได้แนะนำถึง HCU Hair Check Up Program ว่าเป็นโปรแกรมตรวจสุขภาพเส้นผม 12 รายการ ที่ทางทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมได้ออกแบบมาเพื่อใช้วิเคราะห์การวางแผนการรักษารวมถึงการตรวจลึกถึงหนังศีรษะ ทดสอบความแข็งแรงของรากผมอีกด้วยซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมที่ครบจบรู้ลึกทุกปัญหาเส้นผมได้ในโปรแกรมเดียว ประกอบไปด้วย Doctor Consultation เป็นการปรึกษาปัญหา ซักประวัติ และหาแนวทางการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด, Hair Bank Score การประเมินความรุนแรงของโรค ประเมินความเสี่ยงที่เกิดภาวะผมร่วงผมบางในอนาคตออกมาเป็นคะแนนตัวเลข, Scalp Imaging การตรวจสภาพหนังศีรษะ แต่ละบุคคล, Hair Keratin Analysis การวิเคราะห์เคราตินของเส้นผม เพื่อดูความชุ่มชื้นของเส้นใยผม เป็นการวิเคราะห์ด้วยวิธีส่องกล้องที่มีกำลังขยายสูง, Hair Density Analysis  การประเมินความหนาแน่นของเส้นผม ระยะห่างของเส้นผม ว่ามีความหนาแน่สูงปานกลาง หรือต่ำ เพื่อวางแผนการรักษา,Hair Pore Analysis การประเมินความหนาแน่นของเส้นผมต่อจำนวนผมที่ขึ้นใน 1 รูขุมขน, Hair Thickness Analysis การวัดขนาดเส้นผมแบบละเอียด เพื่อประเมินพื้นฐานขนาดเส้นผมว่าเป็นขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็ก และมีลักษณะของเส้นผมที่ลดขนาดลงหรือไม่, Hair Pulling Test การตรวจความแข็งแรงของรากผมที่เกาะหนังศีรษะ เพื่อตรวจสอบภาวะผมร่วง, Hair Tug Test การตรวจความแข็งแรงของเส้นผม เพื่อทดสอบการขาดและความเปราะของตัวเส้นผม, Hairline design การออกแบบแนวผม กรอบหน้า ดูโหงวเฮ้งวัดสัดส่วนรูปหน้าที่เหมาะสม พร้อมประเมินว่าควรปลูกผมหรือไม่ จำนวนผมที่ใช้ควรเป็นเท่าไหร่, Plan for Personalized Medicine วางแผนการรักษาและจ่ายยา ผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคล และ Low level Laser Therapy บริการฉายแสงกระตุ้นรากผมและการไหลเวียนของเลือดใต้หนังศีรษะ รวมไปถึงการรักษาด้วยกลุ่ม Stem Cell หรือ  Growth Factor จากเลือดและจากเนื้อเยื่อของเส้นผม ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด

สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างถูกวิธีกับสถาบันดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ “ดร.อร เมดิคอล แฮร์ เซ็นเตอร์”ได้แล้ววันนี้ทั้ง 4 สาขา อาทิ สาขาพหลโยธิน 22, ชั้น 4 ศูนย์การค้าเมอร์คิวรี่ วิลล์ ชิดลม, ชั้น 2 เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ และชั้น 2 ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต

The Iconic Treasure 2023 งานประมูลศิลปะ และสิ่งล้ำค่าหายากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766300

The Iconic Treasure 2023 งานประมูลศิลปะ  และสิ่งล้ำค่าหายากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

The Iconic Treasure 2023 งานประมูลศิลปะ และสิ่งล้ำค่าหายากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น ผนึกกำลังกับไอคอนสยาม ในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี ของหมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวสำคัญริมแม่น้าเจ้าพระยาด้วยการจัดการประมูลผลงานศิลปะและไอเทมล้ำค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีอย่าง The IconicTreasure 2023 ในวันอาทิตย์ที่12 พฤศจิกายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ ชั้น 7 ทรูไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม ซึ่งถือเป็นงานประมูลศิลปะที่ชูความพรีเมียมเหนือระดับ เทียบชั้นงานระดับอีฟนิ่งเซลส์ (Evening Sales) มาตรฐานเดียวกับงานประมูลซึ่งจัดโดยอ๊อกชั่นเฮ้าส์ระดับโลก โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประมูลและบุคคลทั่วไปเข้าชมนิทรรศการที่รวบรวมงานศิลปะเหนือระดับจากศิลปินทั้งในและต่างประเทศ ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 9-วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธาน บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น กล่าวถึงความพิเศษ ของงานนี้ว่า เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 5 ปีของไอคอนสยามและเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำของเราในฐานะอ๊อกชั่นเฮ้าส์ชั้นนำของประเทศไทย บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่นได้นาเสนอมิติใหม่ของการตีความคาว่าสมบัติล้ำค่าที่จะนำมาร่วมประมูลในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยนำไอเทมหายาก (rare item) นอกเหนือจากผลงานศิลปะ เช่น หุ่นกระบอกจักรพันธุ์ ตู้นาฬิกาพร้อมโต๊ะเซเครแตร์สมัยนโปเลียนที่ 3 หีบหลุยส์ วิตตอง ลายโมโนแกรมในยุค 1925 และ แรร์ไอเทมอื่นๆ มาเสริมทัพผลงานศิลปะชั้นยอด ทั้งจากศิลปินไทยและศิลปินต่างประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักรวม 65 ชิ้น ประเมินมูลค่ากว่า 70 ล้านบาทขอเชิญทุกท่านมาร่วมชมผลงานระดับมาสเตอร์พีซในนิทรรศการ The Iconic Treasure 2023 ได้ตั้งแต่วันที่ 9-12 พฤศจิกายนนี้ ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม”

โดยภายในงาน The Iconic Treasure 2023 ที่จะจัดขึ้นได้รับการรังสรรค์ภายใต้แนวคิดที่ต้องการนำเสนอผลงานศิลปะที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อันเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่ามาให้เหล่านักสะสมและผู้ชื่นชอบในผลงานศิลปะชั้นเลิศ ได้ร่วมแข่งขันราคาในการเป็นเจ้าของผลงานที่ผ่านการเลือกสรรมาอย่างเข้มข้น ครอบคลุมถึงผลงานศิลปะจากปรมาจารย์ชั้นครู (Old Masters) ผลงานจากศิลปินรุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่นมาแรง ผลงานภาพพิมพ์ของศิลปินระดับโลก และชิ้นงานที่สะท้อนถึงกระแสอาร์ตทอยซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักสะสมรุ่นใหม่ อาทิ ผลงานโดย ถวัลย์ ดัชนี,ประเทือง เอมเจริญ, อังคาร กัลยาณพงศ์,สุเชาว์ ศิษย์คเณศ, แอนดี้ วอร์ฮอล์, คอวส์,ทาคาชิ มุราคามิ, ยาโยอิ คุซามะ, ก้องกาน,ซันเต๋อ, แม็กชา, ครายเบบี้ มอลลี่ และ อเล็ก เฟส เป็นต้น

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานบางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น และหุ่นกระบอกตัวพระ-ตัวนาง โดย อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานบางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น และหุ่นกระบอกตัวพระ-ตัวนาง โดย อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต

ภาพโดย ถวัลย์ ดัชนี

ภาพโดย ถวัลย์ ดัชนี

กินรี โดย อังคาร กัลป์ยาณพงศ์

กินรี โดย อังคาร กัลป์ยาณพงศ์

ใบไม้พระอาทิตย์ โดย ประเทือง เอมเจริญ

ใบไม้พระอาทิตย์ โดย ประเทือง เอมเจริญ

ตู้นาฬิกาพร้อมโต๊ะเซเครแตร์สมัยนโปเลียน

ตู้นาฬิกาพร้อมโต๊ะเซเครแตร์สมัยนโปเลียน

หีบหลุยส์ วิตตอง ลายโมโนแกรมในยุค 1925

หีบหลุยส์ วิตตอง ลายโมโนแกรมในยุค 1925

New Day Self-Portrait โดย ทาคาชิ
มุราคามิ

New Day Self-Portrait โดย ทาคาชิ มุราคามิ

The Waiting Blonde Version
โดย ครายเบบี้ มอลลี่

The Waiting Blonde Version โดย ครายเบบี้ มอลลี่

CHALOTTE MIND WHALE โดย แม็กชา

CHALOTTE MIND WHALE โดย แม็กชา

‘ทิสโซต์’ ชวนย้อนวันวานสู้ห้วงเวลาแห่งสีสันในยุค 70 กับคอลเลคชั่นล่าสุดอย่าง ‘พีอาร์เอ็กซ์ ดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766315

‘ทิสโซต์’ ชวนย้อนวันวานสู้ห้วงเวลาแห่งสีสันในยุค 70  กับคอลเลคชั่นล่าสุดอย่าง ‘พีอาร์เอ็กซ์ ดิจิทัล’

‘ทิสโซต์’ ชวนย้อนวันวานสู้ห้วงเวลาแห่งสีสันในยุค 70 กับคอลเลคชั่นล่าสุดอย่าง ‘พีอาร์เอ็กซ์ ดิจิทัล’

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์การแต่งตัวของหนุ่มสาวด้วยเรือนเวลาดีไซน์ล่าสุดจากแบรนด์ “ทิสโซต์” (Tissot) ที่ได้อวดโฉมคอลเลคชั่นเรือนเวลาที่ชื่อว่า “พีอาร์เอ็กซ์ ดิจิทัล” (PRX Digital) นาฬิกาดิจิทัลที่มีดีไซน์โดดเด่นในสไตล์ เรโทรสุดเท่ ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการทำงานที่ทันสมัย ตอบโจทย์หนุ่มสาวยุคใหม่ที่หลงใหลในเรือนเวลาดิจิทัล

โดย “ทิสโซต์” (Tissot) เปิดตัวเรือนเวลาดิจิทัลครั้งแรกใน 1977 ด้วยดีไซน์เและกลไกที่ทันสมัยในยุคนั้นส่งผลให้เรือนเวลาดิจิทัลจากทิสโซต์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และล่าสุดในปี 2023 นี้ ทิสโซต์ได้หวนรำลึกถึงช่วงเวลาอันฮอตฮิตอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลาคอลเลคชั่น “พีอาร์เอ็กซ์ ดิจิทัล” (PRX Digital) ซึ่งเป็นผลงานการรังสรรค์ที่ยอดเยี่ยมด้วยการผสมผสานดีไซน์ของตัวเรือนคอลเลคชั่นพีอาร์เอ็กซ์ (PRX) ผสานเข้ากับกลไกนาฬิกาดิจิทัลควอตซ์ สู่เรือนเวลาดิจิทัลอันทันสมัยในดีไซน์สไตล์เรโทรสุดเท่ ที่มาพร้อมกับตัวเรือนขนาด 35 และ 40 มิลลิเมตร โดยมีตัวเรือน สเตนเลสสตีลเคลือบ PVD หน้าปัดและสีสันบนตัวเรือนทั้งหมด 3 สี ได้แก่ ตัวเรือนสีเงินที่มาพร้อมหน้าปัดสีเงิน ตัวเรือนสีเงินที่มาพร้อมหน้าปัดสีดำ และตัวเรือนสีทองที่มาพร้อมหน้าปัดสีทอง ที่เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ผสมผสานเทคโนโลยีความล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์วินเทจในสไตล์เรโทร ยุค 70 โดยมี
จอแสดงวัน-เวลาในกรอบสีเหลี่ยมผืนผ้า ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน ขับเคลื่อนด้วยกลไกดิจิทัล คาลิเบอร์2040 พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย เช่น การแสดงเวลาสองไทม์โซน, การจับเวลาเดินหน้าทั้งแบบส่วนเดียวและแยกส่วนรวมถึงการจับเวลาถอยหลัง และการตั้งนาฬิกาปลุก โดยใช้แบตเตอรี่ขนาด CR2025 พร้อมกับระบบ EOL หรือ Battery End-of-Life ในการช่วยแจ้งเตือนในช่วงที่แบตเตอรี่ใกล้จะหมดแล้ว พร้อมความสามารถในการกันน้ำลึกได้ถึง 100 เมตร

ยลโฉมเรือนเวลาดิจิทัลคอลเลคชั่นล่าสุด “พีอาร์เอ็กซ์ ดิจิทัล” (PRX Digital) ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “ทิสโซต์” (Tissot) ทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช็อปออนไลน์ 

มุมนี้มีนัด : 1 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766334

มุมนี้มีนัด : 1 พฤศจิกายน 2566

มุมนี้มีนัด : 1 พฤศจิกายน 2566

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

l เสด็จฯทรงเปิดการประชุมวิชาการ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปิดการประชุมวิชาการร่วม บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ ประจำปี 2566 (BDMS ACADEMICANNUAL MEETING 2023) โดยมีปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งบริษัท, ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะกรรมการจัดงานประชุมฯ พร้อมด้วย อัฐ ทองแตง,ศรีภพ สารสาส, ชนิกา ตู้จินดา และคณะกรรมการจัดการประชุมเฝ้าฯ รับเสด็จ ในวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม บีดีเอ็มเอส คอนเนค เซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

l ‘วิ่งด้วยความรัก เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง’

“โรงพยาบาลนครธน” จัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 13 “วิ่งด้วยความรัก เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” โดยจะนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบสมทบทุนให้กับมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีฯ วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2566 ปล่อยตัวเวลา 05.00 น. ณ โรงพยาบาลนครธน ประกอบด้วย FUN RUN เดินด้วยความห่วงใย ระยะทาง 3 กม. ค่าสมัคร 550 บาท รับเสื้อวิ่ง 1 ตัว, MINIMARATHON วิ่งด้วยความรัก ระยะทาง 10.5 กม. ค่าสมัคร 700 บาท รับเสื้อวิ่ง 1 ตัว, VIP ค่าสมัคร 1,500 บาท รับเสื้อวิ่ง 2 ตัว และแก้วเก็บอุณหภูมิร้อน/เย็น สามารถสมัครด้วยตัวเองที่ รพ.นครธน ตั้งแต่ วันนี้-5 ธันวาคม 2566 หรือสมัครทางออนไลน์ที่  https://www.nakornthon.com ตั้งแต่วันนี้- 15 พฤศจิกายน 2566