นักวิทยาศาสตร์การอาหารพัฒนาวิธีทดสอบใหม่ ด้วยการรับรองทางพฤกษศาสตร์เพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766332

นักวิทยาศาสตร์การอาหารพัฒนาวิธีทดสอบใหม่  ด้วยการรับรองทางพฤกษศาสตร์เพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย

นักวิทยาศาสตร์การอาหารพัฒนาวิธีทดสอบใหม่ ด้วยการรับรองทางพฤกษศาสตร์เพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุขภาพและความแข็งแรงยังคงเป็นประเด็นที่ผู้คนให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความนิยมของผลิตภัณฑ์วีแกนหรือผลิตภัณฑ์จากพืชที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงได้รับข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และส่วนผสมมากขึ้นกว่าที่เคย

การรับรองความถูกต้องทางพฤกษศาสตร์มีความสำคัญอย่างมาก ไม่ใช่แค่การรับประกันคุณภาพ ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากพืชเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในอุตสาหกรรม การปฏิบัติตามกฎระเบียบ รวมไปถึงความโปร่งใสและการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของแบรนด์

Dr.Zhengfei Lu Principal Scientist, Molecular Applications ของเฮอร์บาไลฟ์ ได้รวบรวมวิธีการรับมือกับท้าทายในการรับรองความถูกต้องทางพฤกษศาสตร์ พร้อมคำแนะนำถึงแบรนด์ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืช

การตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ มีความท้าทายเกิดขึ้นได้เสมอโดยเฉพาะการใช้ชื่อสายพันธุ์ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น การติดฉลากผิด อันเป็นผลมาจากความสับสนเกี่ยวกับชื่อของพืช การรวมสายพันธุ์ที่ไม่ใช่วงศ์ตระกูลเดียวกันโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือความยากลำบากในการระบุชนิดพันธุ์ในบางขั้นตอนของการเจริญเติบโตหรือการแปรรูป แต่อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวอาจเกิดขึ้นโดยเจตนาเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า “การปลอมปนเพื่อผลทางเศรษฐกิจ (Economic adulteration)”

การปลอมปนมีได้หลายรูปแบบ โดยรูปแบบหนึ่งที่นิยมคือการผสมสารเจือปนลงไปตามที่ต้องการ ดังนั้น เมื่อพบปัญหาเหล่านี้บ่อย นักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงพยายามพัฒนาวิธีการเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการรับรองความถูกต้องของสารจากพืชนำมาสู่การพัฒนาวิธีทดสอบ DNA แบบใหม่ที่เรียกว่า Tetra-primer ARMS-PCR assay ซึ่งสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการตรวจหาสารส่วนประกอบเป้าหมายและสิ่งเจือปนอื่นๆ เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่ามีมาตรฐานและคุณภาพที่เคร่งครัด

วิธีการ Tetra-primer ARMS-PCR ได้รับการปรับแต่งให้มีความไวและมีความแม่นยำมากขึ้น เพื่อพัฒนาความสามารถในการระบุความแตกต่างระหว่างชนิดพันธุ์เป้าหมายและสารเจือปน ตัวอย่างเช่น การใช้รากโสม (Panax ginseng root) ผสมรวมกันกับสารส่วนประกอบที่มีความใกล้เคียงกันอย่างโสมอเมริกัน (Panax quinquefolius) และโสมซานซี หรือ Tianqi (Panaxnotoginseng) อย่างไรก็ตาม ความไวและความแม่นยำของวิธีการนี้อาจเกิดความน่าสงสัยขึ้นได้ เมื่อใช้ส่วนผสมที่ผ่านการแปรรูป เช่น สารสกัดจากรากโสม หรือโสมแดงที่ถูกนำรากไปนึ่ง

งานวิจัยนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างเฮอร์บาไลฟ์และศาสตราจารย์ Pang Chui Shaw จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการแพทย์แผนจีน Li Dak Sum Yip Yio Chin ณ ห้องปฏิบัติการหลักของรัฐด้านการวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางชีวภาพและการประยุกต์ใช้ทางคลินิกของพืชสมุนไพร และ The School of Life Sciences ที่ มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (The Chinese University of Hong Kong หรือ CUHK ซึ่งผลการวิจัยนี้ถูกเผยแพร่ในวารสารวิชาการที่ได้รับการประเมินโดยคณะกรรมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ กลยุทธ์ในการเพิ่มความไวและความแม่นยำของ Tetra-primer ARMS-PCR ได้ผ่านการปรับแต่ง DNA หรือ RNA สายสั้น (Oligo) ที่ได้รับการตีพิมพ์ภายใต้สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) ณ วันที่ 30 มีนาคม 2023 (WO 2023/049708 A1)

โดยสรุป เมื่อผนวกความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหารเข้ากับการรับรองความถูกต้องทางพฤกษศาสตร์ที่แข็งแกร่งขึ้น ทำให้งานวิจัยนี้เป็นก้าวสำคัญในการรับรองผลิตภัณฑ์จากพืชที่โปร่งใสและปลอดภัย อันเกิดจากการร่วมมือกันของความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย เพื่อรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมที่ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มคำนึงถึงส่วนผสมมากขึ้น ประกอบกับความนิยมของผลิตภัณฑ์จากพืชที่เพิ่มขึ้น ผ่านเทคนิคอย่างTetra-primer ARMS-PCR assay ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนแบรนด์ไปสู่คุณภาพและนวัตกรรมที่แตกต่างและโดดเด่นไม่เหมือนใคร

แข่งขันประกวดภาพวาดพอร์ตเทรตระดับชาติ เวทีเพื่อผลักดันศักยภาพศิลปินไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766337

แข่งขันประกวดภาพวาดพอร์ตเทรตระดับชาติ  เวทีเพื่อผลักดันศักยภาพศิลปินไทย

แข่งขันประกวดภาพวาดพอร์ตเทรตระดับชาติ เวทีเพื่อผลักดันศักยภาพศิลปินไทย

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผ่านไปแล้วกับงาน “Italthai Portrait Prize 2023” การประกวดวาดภาพพอร์ตเทรตระดับชาติประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินทั้งมืออาชีพ มือสมัครเล่น และนักศึกษา ได้แสดงฝีมือ ผ่านการสนับสนุนจาก กลุ่มบริษัทอิตัลไทย ร่วมกับ ริเวอร์ ซิตี้แบงค็อก เจ้าภาพสถานที่จัดการประกวด เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ และให้อิสระทั้งด้านเทคนิคและสไตล์ในการวาดภาพผ่านผู้เป็นแบบวาดที่มีชีวิตเท่านั้น การแข่งขันประกวดวาดภาพพอร์ตเทรตนี้จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินผู้วาดและผู้เป็นแบบวาดให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ทำให้ศิลปินสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของผู้เป็นแบบวาดได้อย่างลึกซึ้งในทุกมุมมอง

สำหรับรางวัลชนะเลิศมี 3 รางวัล ได้แก่ รางวัล Portrait Prize,รางวัล Packing Room Prize และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงความรู้สึก จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ผ่านงานศิลปะกับรางวัล Youth Prize สำหรับศิลปินที่อายุไม่เกิน 16 ปี ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีแรกสำหรับรางวัลประเภทนี้ โดยทั้ง3 ผลงานได้ถ่ายทอดการวาดภาพ
พอร์ตเทรตที่เต็มไปด้วยความสวยงามและเรื่องราวที่มีคุณค่า

ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัล “Portrait Prize” เป็นภาพหญิงอุ้มแมวตัวโปรดซึ่งยืนอยู่ใกล้ต้นไม้ จากผลงานชื่อ“สุขใจ” รังสรรค์โดย “เทพพร ปริกเพ็ชร” ซึ่งศิลปินได้เผยว่า “ตนมีความตั้งใจที่จะส่งภาพวาดประกวดโดยใช้รูปคุณแม่และอยากสื่อสารในฐานะลูกที่มองแม่เป็นความสุขใจ และมีแมว สัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่คอยอยู่ข้างกายไม่ห่างจึงเป็นที่มาของชื่อภาพว่า สุขใจ ที่ทุกองค์ประกอบ คือ ความสุข สุขทั้งคนวาด คนเป็นแบบ คือ คุณแม่ และแมว ซึ่งใช้เวลาในการวาดนานถึง 4 เดือน พร้อมทั้งให้ความสำคัญในรายละเอียดทุกจุด แม้กระทั่งใบไม้ เพื่อให้ทุกส่วนออกมาดีที่สุดหลังจากสั่งสมประสบการณ์ในการวาดภาพและในการใช้สีทั้งสิ้น 36 ปี ”

ขณะที่ศิลปินอย่าง “จักรกฤษณ์ ศรีสงคราม” ได้รับรางวัล “Packing Room Prize” จากผลงานชื่อ “ป้าผู้เป็นที่รักกับสังขารที่ร่วงโรย” โดยเป็นการถ่ายทอดภาพของคุณป้าที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และมีจุดเด่นที่นัยน์ตาที่สื่อความหมาย พร้อมเผยว่า “การถ่ายทอดภาพวาดในครั้งนี้ ตนต้องการให้เห็นภาพศีรษะที่มีความใหญ่กว่าปกติ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงใบหน้า นัยน์ตาที่มีความหมาย ทั้งความรู้สึกเหงา คิดถึง และผูกพัน ถึงพี่น้องที่จากไปและเหลือไว้เพียงความทรงจำ รวมถึงริ้วรอยที่มากขึ้นตามวัยที่เปลี่ยนไป โดยใช้สีอะคริลิกในการสร้างสรรค์งาน พร้อมทั้งใช้เทคนิคให้สีไหลลงมาด้วยการเอียงภาพ จากนั้นจึงมีการลงสีน้ำมันทับอีกครั้ง ซึ่งในเวทีนี้ถือเป็นการประกวดครั้งแรกของตนและได้รับรางวัลใหญ่ด้วยเช่นกัน”

ส่วนรางวัล Youth Prize สำหรับศิลปินที่มีอายุไม่เกิน 16 ปี ผลงานชื่อ “ความทรงจำในวัยเด็ก”โดยศิลปิน “ศุภกร ปัญญาสงค์”เผยว่า “ขอบคุณเวทีนี้ที่ได้มีพื้นที่ให้ได้แสดงความสามารถและศักยภาพอยากให้เยาวชนไทย ได้มีเวทีในการประกวด พร้อมบอกควรหมั่นตั้งใจฝึกฝนและกล้าที่จะส่งเข้าประกวดเพื่อเปิดโอกาสให้ชีวิต สำหรับภาพนี้ตนอยากให้ทุกคนที่ได้ชมมีความสุขจากรอยยิ้มของลูกพี่ลูกน้องที่เป็นแบบในการวาด รวมถึงสุนัขที่ส่งพลังบวกผ่านภาพวาดนี้”

โดยผลงานทั้ง 3 ชิ้น จะจัดแสดงที่ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ณ RCBPhotographers’ Gallery และ RCBGalleria 4 พร้อมขอเชิญชวนให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลงานผ่านการโหวตสำหรับรางวัล People’s Choice Prize โดยภาพที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ และรับรางวัลมูลค่า 100,000 บาท ซึ่งจะประกาศผลในวันสุดท้ายของนิทรรศการวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ร่วมชมภาพที่มีความหมาย ความงาม ความประณีตของลายเส้น และการใช้สีได้ พร้อมโหวตภาพที่ชื่นชอบที่ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

‘เฟิร์ส-ข้าวตัง’ ควงแขน 40 ลูกค้าผู้โชคดี มอบรอยยิ้มให้น้องๆ ที่มูลนิธิบ้านมานาโพธารามเพื่อสตรีและเด็ก จ.ราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766279

'เฟิร์ส-ข้าวตัง' ควงแขน 40 ลูกค้าผู้โชคดี มอบรอยยิ้มให้น้องๆ ที่มูลนิธิบ้านมานาโพธารามเพื่อสตรีและเด็ก จ.ราชบุรี

‘เฟิร์ส-ข้าวตัง’ ควงแขน 40 ลูกค้าผู้โชคดี มอบรอยยิ้มให้น้องๆ ที่มูลนิธิบ้านมานาโพธารามเพื่อสตรีและเด็ก จ.ราชบุรี

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.03 น.

ฟินใจฟู! “เฟิร์ส-ข้าวตัง” ควงแขน 40 ลูกค้าผู้โชคดี มอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้น้องๆ ที่มูลนิธิบ้านมานาโพธารามเพื่อสตรีและเด็ก จ.ราชบุรี ส่งท้ายแคมเปญ “เฉลิมฉลอง 18 ปี ซีเจ มอร์ ขอบคุณที่อยู่เคียงคู่กัน”

 ปิดจบอย่างอบอุ่นกับกิจกรรม “ฟินใจฟูกับคู่จิ้น” ในแคมเปญ “เฉลิมฉลอง 18 ปี ซีเจ มอร์ ขอบคุณที่อยู่เคียงคู่กัน” ที่ได้ “เฟิร์ส-ข้าวตัง” นำทีมลูกค้าผู้โชคดีทั้ง 40 คน เดินทางไปยังจังหวัดราชบุรี  บ้านเกิดของซีเจ มอร์ เพื่อส่งต่อรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และกิจกรรมสุดอิ่มใจให้กับน้องๆ ใน “มูลนิธิบ้านมานาโพธารามเพื่อสตรีและเด็ก” เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

“เฟิร์ส-ข้าวตัง” ยังได้แวะช้อปปิ้งของบริจาคที่ซีเจ มอร์ เพื่อนำไปมอบให้กับมูลนิธิฯ อีกด้วย ก่อนจะแท็คทีมลูกค้าผู้โชคดี ร่วมแบ่งปันความรู้ให้กับน้องๆ ใน 2 หัวข้อใกล้ตัว ได้แก่ วิธีดูวันหมดอายุบนสินค้า และแนะเทคนิคการเอาตัวรอดจากสุนัขจรจัด นอกจากสาระความรู้ที่พกมาแบบเต็มเปี่ยมแล้ว ยังเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้แสดงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่กับการระบายสีกระเป๋าผ้าซีเจ มอร์ในสไตล์ของตัวเอง ทั้ง 2 หนุ่มยังเรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะจากเด็กๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น และความอิ่มใจจากลูกค้าผู้โชคดีทุกๆ คนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  

พร้อมกันนี้ ซีเจ มอร์ ยังได้มอบเงินบริจาคจากกิจกรรม “คู่บุญ” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าของซีเจ มอร์ ทั่วประเทศไทยได้ร่วมบริจาคแต้มสมาชิกสบายการ์ดให้กับ มูลนิธิบ้านมานาโพธารามเพื่อสตรีและเด็ก จ.ราชบุรี เป็นจำนวน 50,000 บาท พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมบริจาคของใช้ต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์กีฬาให้กับน้องๆ ที่มูลนิธิฯ เพิ่มเติมอีกด้วย

เรียกได้ว่าทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้งอิ่มใจ อิ่มบุญ พร้อมฟินใจฟูกันถ้วนหน้า ที่สำคัญสิ่งที่ทุกคนได้กลับไปคือ แรงบันดาลใจของการเป็นผู้ให้ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อชุมชนและสังคม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ซีเจ มอร์ ในการเป็น มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต และ “พันธมิตรของชุมชน” ที่แท้จริง

-(016)

นายกขี่ม้าไทยเสนอชื่อเลขา รับตำแหน่งประธานฝ่ายขี่ม้าอีเว้นติ้งเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766276

นายกขี่ม้าไทยเสนอชื่อเลขา รับตำแหน่งประธานฝ่ายขี่ม้าอีเว้นติ้งเอเชีย

นายกขี่ม้าไทยเสนอชื่อเลขา รับตำแหน่งประธานฝ่ายขี่ม้าอีเว้นติ้งเอเชีย

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.00 น.

การประชุมสามัญใหญ่ สหพันธ์กีฬาขี่ม้าแห่งเอเชีย Asian Equestrian Federation -AEF EOGA เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563  หลังจบการแข่งขันขี่ม้าในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ณ เมืองห่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

สหพันธ์กีฬาขี่ม้าแห่งเอเชีย (Asian Equestrian Federation -AEF) ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2023 ณ ห้องประชุม Tonglu Equestrian centre โดยการประชุม มีวาระในการเลือกตั้งประธานสหพันธ์ รองประธาน และคณะกรรมการที่ครบกำหนดวาระในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ประธานสหพันธ์แห่งเอเชีย มร. ฮาเมด บิน อับดุลรามัน อัล ไอธิยา HAMAD BIN ABDULRAHMAN AL ATTIYAH (QAT) ได้ถูกเสนอชื่อและมีมติในประชุมเลือกให้คงดำรงตำแหน่งอีกวาระต่อไป

ในการประชุมใหญ่สามัญครั้งนี้ยังมีการเลือกประธานชนิดกีฬาฝ่ายต่างๆ ของสหพันธ์เอเชีย โดย ดร.ฮาราลด์ลิงค์ นายกสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทยได้เสนอชื่อ นายนารา เกตุสิงห์ เลขาธิการสมาคมขี่ม้าไทย สำหรับประธานฝ่ายขี่ม้าอีเว้นติ้งของเอเชีย และได้รับมติรับรองจากประเทศสมาชิกเป็นเอกฉันท์เพื่อดำรงตำแหน่งดังกล่าวไปจนครบวาระในปี ค.ศ. 2026 อีกด้วย

-(016)

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พาสามแบรนด์ดัง คว้าหลายรางวัลจากงาน ‘Luxe Global Awards 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766275

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พาสามแบรนด์ดัง คว้าหลายรางวัลจากงาน 'Luxe Global Awards 2023'

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป พาสามแบรนด์ดัง คว้าหลายรางวัลจากงาน ‘Luxe Global Awards 2023’

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.58 น.

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง พาสามแบรนด์ดัง คว้าหลายรางวัลจากงาน Luxe Global Awards 2023

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สานต่อความสำเร็จมาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น พาแบรนด์โรงแรม รีสอร์ต

หรู “อมารี” (Amari) และ “โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์” (Oriental Residence) รวมถึงแบรนด์เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ชื่อดัง “ชามา” (Shama) คว้าหลายรางวัลอันทรงเกียรติจาก Luxe Global Awards 2023 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรม อมารี กรุงเทพฯ  เมื่อวันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ตอกย้ำการเป็นผู้นำในภูมิภาคภายใต้วิสัยทัศน์ “The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia” 

การประกาศรางวัล Luxe Global Awards 2023 ครั้งล่าสุดนี้ แบรนด์ “อมารี” ได้รับรางวัลทั้งหมด 5 รางวัล ประกอบด้วย โรงแรม อมารี กรุงเทพฯ (Amari Bangkok) 2 รางวัล ได้แก่ Best Luxury MICE Hotel (Global) และ Best Luxury Sustainable Hotel (Global) ขณะที่ โรงแรม อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ (Amari Don Muang Airport Bangkok) ได้รับ 3 รางวัล ทั้ง Best Luxury Conference and Event Hotel (Regional), Best Luxury Eco/Green Hotel (Continent) และ Best Luxury Airport Hotel (Global) โดยรางวัลที่ได้รับมาจากสองสาขาหลัก คือการบริการที่รองรับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE-Meetings, Incentives, Conferences, and Exhibitions) ได้อย่างโดดเด่น และสาขาสิ่งแวดล้อม ซึ่งโรงแรมภายใต้แบรนด์ “อมารี” ล้วนทุ่มเทใส่ใจในการสร้างมาตรฐานและพัฒนาความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมไมซ์มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญและมีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ รางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับจึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของ “อมารี” ได้เป็นอย่างดี

ทางด้านโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ (Oriental Residence Bangkok) ได้รับ 4 รางวัล คือ Best Authentic Experience Hotel (Continent), Best Prime Location (Global), Best Luxury City Escape (Global) และ Best Luxury Private Residence (Global) สมกับความตั้งใจที่จะเป็นที่พักซึ่งมีความโดดเด่นและพร้อมจะมอบความประทับใจให้กับผู้มาเยือนในทุกด้าน สำหรับแบรนด์เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ “ชามา” ได้รับ 3 รางวัล มาเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพและมาตรฐานของการเป็นผู้นำในธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ Best Luxury City Serviced Apartments (Continent), Best Luxury Business Serviced Apartments (Global) และ Best Luxury Hotel Residence (Global) จาก ชามา เลควิว อโศก กรุงเทพฯ (Shama Lakeview Asoke Bangkok)

สำหรับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ทุกรางวัลที่ได้รับคือสิ่งยืนยันถึงความมมุ่งมั่นในการเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง โดยปี 2567 ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มีแผนที่จะขยายธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ แบรนด์ชามา ที่วางแผนจะเปิดตัวเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง ในจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ประกอบด้วย ประเทศมาเลเชีย ประเทศจีน รวมถึงฮ่องกง รวมถึงแบรนด์อื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ทางธุรกิจในการเป็น “The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia”  ชูจุดแข็งในความเป็น  “A Tailored Approach to Hospitality” ที่ใช้ในการพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจที่โดดเด่นและวิถีการทำงานร่วมกันกับคู่ค้าและพันธมิตรขององค์กรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่ตั้งใจจะมอบบริการอันยอดเยี่ยมและที่พักแสนพิเศษให้ลูกค้าได้รับความประทับใจอย่างที่สุดในทุกครั้งที่มาเยือนโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ภายใต้การดูแลของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยทุกรางวัลที่ผ่านมาเป็นแรงขับเคลื่อนให้อย่างมุ่งมั่น ไม่หยุดทุ่มเท เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศและความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการแสดงผลงานนักศึกษา ในโครงการ ‘ออกแบบเพื่อชุมชน ปีที่ 2’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766273

ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการแสดงผลงานนักศึกษา ในโครงการ ‘ออกแบบเพื่อชุมชน ปีที่ 2’

ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการแสดงผลงานนักศึกษา ในโครงการ ‘ออกแบบเพื่อชุมชน ปีที่ 2’

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.55 น.

ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการแสดงผลงานนักศึกษา สร้างตราสัญลักษณ์ร้านค้าให้กับชุมชนย่านคลองสาน ธนบุรี ในโครงการ “ออกแบบเพื่อชุมชน ปีที่ 2” ต่อยอดความรู้ด้านการออกแบบนอกห้องเรียน สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมร่วมกัน

ไอคอนสยาม มีแนวคิดการส่งต่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ผู้คนเป็นวงกว้าง สร้างความยั่งยืนในทุกมิติ มีการพัฒนาและต่อยอดให้เกิดความสำเร็จร่วมกัน ไม่ใช่เป็นเพียงการทำกิจกรรมเพียงครั้งคราวแล้วจบไป แต่ไอคอนสยามยังคงดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน มาโดยตลอด  เพื่อเปิดโอกาสใช้ธุรกิจและสถานที่ของไอคอนสยามเป็นเวทีของการนำเสนอสินค้าและบริการในหลากหลายประเภท ตลอดจนช่วยพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้ความรู้เรื่องการขายและการตลาดสมัยใหม่ สร้างกระบวนการในการเรียนรู้การทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลักดันให้ Local Hero เติบโตไปสู่การเป็น Global Hero ต่อยอดสู่การค้าขายในเวทีโลก

จากแนวคิดดังกล่าว ไอคอนสยาม จึงได้จัดโครงการ การออกแบบตราสัญลักษณ์ร้านค้า หรือโลโก้ร้านค้าใน “โครงการออกแบบเพื่อชุมชน ปีที่ 2” ขึ้น  โดยร่วมกับ สำนักงานเขตคลองสาน และสาขาวิชาครีเอทีฟกราฟิกคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าย่านคลองสาน-เจริญนคร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้องการการสนับสนุน ได้มีตราสัญลักษณ์ร้านค้า หรือโลโก้ร้านค้า และการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสื่อสารกับลูกค้าชาวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อขยายโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจของชุมชน และยังเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีพื้นที่แสดงความสามารถและต่อยอดความรู้ด้านการออกแบบนอกห้องเรียน ให้มีผลงานปรากฏสู่สาธารณะ ที่สามารถสานประโยชน์ต่อชุมชน และสังคมได้อีกด้วย โดยโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเป็นระยะเวลา 3 เดือน สิงหาคม – ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

โดยในช่วงเริ่มดำเนินโครงการไอคอนสยามได้จัดงานปฐมนิเทศเพื่อแนะนำรายละเอียดโครงการและร้านค้า พร้อมทั้งนำน้องๆ นักศึกษาได้ลงพื้นที่จริงเพื่อร่วมพูดคุยกับผู้ประกอบการร้านค้า ให้เข้าใจถึงความต้องการของผู้ประกอบการ สำหรับนำไปสร้างไอเดียต่อยอดผลงานการออกแบบ ขณะเดียวกันไอคอนสยามได้จัดกิจกรรมเวิร์ค

ช้อปเพื่อส่งมอบองค์ความรู้และประสบการณ์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของไอคอนสยามจากกลุ่มงานสื่อสารการตลาดและกลุ่มงานออกแบบกราฟิก เพื่อสนับสนุนการทำงานของน้อง ๆ นักศึกษาปี 2-3 ที่เข้าร่วมโครงการออกแบบเพื่อชุมชน ปีที่ 2 อย่างใกล้ชิด โดยคุณณัฏฐา พิจิตรพลากาศ” ผู้บริหารกลุ่มงานสื่อสารการตลาด ไอคอนสยาม ได้บรรยายให้ความรู้น้อง ๆ ในหัวข้อ Attention Span and Effective Elevator Pitch ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะด้านการนำเสนอผลงานแก่น้อง ๆ ให้สามารถถ่ายทอดผลงานการออกแบบให้มีความน่าสนใจและตรงใจผู้รับฟัง คุณอรรถวิทย์ เลิศธนภัทร” และ คุณกุลนุช อนันต์รัตนสุข” ผู้จัดการส่วนอาวุโสออกแบบกราฟฟิก ไอคอนสยาม ได้ให้คำแนะนำแก่น้อง ๆ ในเรื่องแบรนด์และการออกแบบกราฟิก ซึ่งช่วยต่อยอดผลงานการออกแบบของน้อง ๆ ในแต่ละร้านค้าชุมชนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดโครงการ ไอคอนสยาม พร้อมด้วยพันธมิตร จึงได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานนักศึกษาจาก สาขาวิชาครีเอทีฟกราฟิก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขึ้น ณ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ผศ. ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา คุณสุนีย์ โชคธนะสกุลชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน ดร.วดี ภิญโญทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสสนับสนุนสังคม บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พร้อมด้วย คณาจารย์และนักศึกษา สาขาวิชาครีเอทีฟกราฟิก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมงาน พร้อมร่วมพูดคุยบนเวทีเพื่อแชร์ประสบการณ์ “เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการออกแบบ เพื่อชุมชน ปีที่ 2” อีกด้วย

ผศ. ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้นับเป็นความสำคัญยิ่งต่อการจัดการศึกษา เนื่องจากการเรียนรู้ของนักศึกษาในยุคปัจจุบันนั้น ไม่สามารถเรียนรู้จากทฤษฎีได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำองค์ความรู้ที่นักศึกษาได้เรียนจากในห้องเรียนนำมาลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ตรงกับการจัดการศึกษาในโลกปัจจุบัน ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ

“ในทุกหลักสูตร เราไม่สามารถให้นักเรียนเรียนรู้จากทฤษฎีได้เพียงอย่างเดียวเพราะไม่ทำให้เกิดทักษะในการทำงานจริง แต่การที่เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา นั่นคือ ไอคอนสยาม และองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยการที่นักศึกษาได้นำองค์ความรู้ที่ตัวเองได้เรียน และนำมาลงมือปฏิบัติจริงมาช่วยชุมชน ช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ที่ต้องการสร้างแบรนด์ ในการทำป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ ออกมาได้อย่างน่าชื่นชม นี่คือผลสำเร็จอย่างหนึ่ง ในการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบัน ที่ต้อง Learning by Doing”

คุณศิวกร กิตติวรกุล ผู้ประกอบการชุมชน ร้านเปาะเปี๊ยะเจ๊จู ลูกชายเจ๊จู เจ้าของร้านก๋วยจั๊บน้ำข้นเจ้าดังบนถนนเจริญนคร ซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการออกแบบเพื่อชุมชน ปีที่ 1 กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทางไอคอนสยาม ได้จัดโครงการดีๆแบบนี้ขึ้นมา เป็นความใส่ใจในอีกรูปแบบหนึ่งที่ทางไอคอนสยามได้ดำเนินการเพื่อชุมชน ทำให้ภาพพจน์ของร้านดูทันสมัยและยกระดับมากขึ้น กระแสตอบรับดีมาก ตั้งแต่เจ๊จูก๋วยจั๊บ จากโครงการปีที่ 1 ลูกค้าให้ความสนใจและตอบรับเป็นอย่างดี ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาที่ร้านได้มากขึ้น ด้วย image ของร้านที่ยกระดับมากขึ้น 

“ผลงานที่นำมาให้วันนี้ถูกใจมาก แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความใส่ใจในรายละเอียดของน้องๆ ที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทั้งกับคุณแม่ และตนเอง เพื่อต้องการให้ผลงานออกมาตรงใจมากที่สุด” คุณศิวกรกล่าว

คุณชัยวุฒ งามกมลเลิศ ผู้ประกอบการชุมชน ร้านตามใจ ซึ่งชื่อร้านมีที่มาจากเจ้าของร้านที่สร้างสรรค์แต่ละเมนูให้อร่อยตามใจลูกค้า กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการนี้ว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ช่วยผู้ประกอบการทั้งรายเก่า รายใหม่ ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร ในฐานะที่ผมเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ การได้ทีมนักศึกษาเข้ามาช่วยออกแบบโลโก้ แพคเกจจิ้ง เมนูต่างๆ ของร้าน ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของร้านดูดีขึ้น น่าสนใจขึ้น ดูมีความชัดเจนมากขึ้น และยังทำให้ร้านค้าต่างๆที่เข้าร่วมโครงการบนถนนเจริญนคร ดูมีความสดใสมากขึ้น สร้างสีสันให้กับร้านค้าในละแวกนี้ได้อย่างดีเลยทีเดียว

สำหรับผลงานที่น้องๆได้นำมาแสดงในวันนี้ คุณชัยวุฒกล่าวเพิ่มว่า “รู้สึกชอบ และรู้สึกว่าน้องๆ ทำผลงานออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้ และจากโจทย์ที่ให้ไป มีการปรับเปลี่ยนระหว่างทาง เพราะเราเองก็เป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ อาจจะยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนมากนัก แต่น้องๆ ยอมรับและรับฟังความคิดเห็น พร้อมปรับแก้หลายครั้ง ทำให้ได้ผลงานชิ้นล่าสุดออกมา ซึ่งนับว่าสวยถูกใจมากๆ และจะนำผลงานของน้องไปใช้ที่ร้านแน่นอน ซึ่งที่ร้านเพิ่งเปิดไม่นาน และยังไม่ค่อยมีลูกค้ารับรู้เท่าไร แต่จากผลงานชุดนี้ เชื่อว่า จะสามารถสร้างการจดจำได้ดี และเพิ่มยอดขายให้กับทางร้านได้อีกด้วย”

คุณนุสรา บุญประเสริฐ เจ้าของร้านอาหารฮาลาลที่เปิดมา 30 กว่าปี ตั้งอยู่ในชุมชนมัสยิดสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ย่านเจริญนคร มีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือข้าวหมกไก่แสนอร่อยย่านเจริญนคร โดยคุณนุสราได้กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ว่า  โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ได้ประโยชน์กับร้านค้า และน้องๆนักศึกษาได้มาทำให้ร้านค้าได้เป็นรู้จักมากยิ่งขึ้น มีโลโก้ และแบรนด์ร้านค้าชัดเจน ซึ่งมีสีสันสวยงามมาก และในช่วงระหว่างทำงาน น้องๆ ได้มาหา และขอคำแนะนำต่างๆ ว่าเราต้องการอย่างไร ซึ่งทำออกมาได้ตรงใจ และอยากให้ทางโครงการนี้ทำขึ้นทุกปี ช่วยเหลือทุกร้านในย่านคลองสาน ซึ่งจะทำให้ร้านค้าต่างๆมีสีสัน มากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ร้านที่เข้าร่วมโครงการและได้รับการออกแบบตราสัญลักษณ์ ประกอบไปด้วย ร้านลาบยโส (เจริญนคร) ตั้งอยู่ริมถนนเจริญนคร เป็นร้านอาหารรสชาติจัดจ้านสไตล์อีสาน ร้าน Ban ma ma น้ำเต้าหู้คลองสานแสนอร่อย ริมถนนเจริญนคร ร้านตุ๋งติ๋งกาแฟสด เป็นร้านขายเครื่องดื่มหลากหลายเมนู ตั้งอยู่ริมถนนเจริญนคร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความน่ารักเต็มแก้ว ดื่มแล้วสุขใจ” ร้าน ALEX หมูแดงหมูกรอบ “น้ำแดงสูตรเด็ด จากเชฟอเล็ก” ร้าน Alex ข้าวหมูแดง หมูกรอบ เป็นร้านที่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและไม่เหมือนใคร เพราะมีน้ำหมูแดงสูตรเฉพาะ ที่คุณอเล็กเจ้าของร้านได้คิดค้นขึ้นมาจากประสบการณ์การเป็นเชฟในอดีต ร้านเจ๊จุ๋ม Coffee & Drinks “ร้านเจ๊จุ๋ม Coffee & Drinks” เป็นร้านเครื่องดื่มเล็กๆ ตั้งอยู่ริมถนนเจริญนคร เจ้าของร้านตั้งใจทำทุกเมนูด้วยความใส่ใจ นักศึกษาจึงอยากถ่ายทอดความตั้งใจเหล่านั้นลงไปในงาน ร้านเตี๋ยวป้าโอลีฟ “ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ป้าโอลีฟ” มีสูตรเด็ดรสชาติจัดจ้านจาก “พริกกระเหรี่ยง” ที่แซ่บซี๊ดจี๊ดถึงทรวง เป็นร้านเก่าแก่ในย่านเจริญนครที่เปิดมานานกว่า 40 ปี

นายอดุลยฤทธิ์ ไชยพันธ์ นักศึกษาปีที่ 3 สาขาวิชาครีเอทีฟกราฟิกคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ตัวแทนกลุ่มร้านหอยทอดนายสุน เป็นร้านที่เปิดเพิ่มของ “นายสุนเป็ดห่านพะโล้” ที่เก่าแก่และโด่งดังริมถนนเจริญนคร ซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการออกแบบเพื่อชุมชน ปีที่ 1 และส่งต่อให้รุ่นลูกได้ดูแล กล่าวว่า พวกเรากลุ่มร้านหอยทอดนายสุน ตั้งใจและทุ่มเทให้กับโครงการ “ออกแบบเพื่อชุมชน” เป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ผลงานการออกแบบที่ดีและมีคุณภาพ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ให้กับร้านค้าในชุมชนได้จริง

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการสานประโยชน์ร่วมกันโดยนำเอาความรู้ความสามารถของนักศึกษา และความเชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์แบรนด์ของไอคอนสยามจะสามารถช่วยเหลือชุมชนในเขตคลองสานได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อต่อยอดและส่งเสริมภาพลักษณ์ของร้านค้าชุมชนให้ถูกใจทั้งเจ้าของร้านและตอบโจทย์ลูกค้า เพื่อให้เกิดการยกระดับร้านค้าชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนต่อไป

-(016)

นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย จัดงานดินเนอร์การกุศลแห่งปี ‘H! LIST 2023 ‘THE GLAMOUR OF NATURE’ CHARITY DINNER

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766270

นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย จัดงานดินเนอร์การกุศลแห่งปี ‘H! LIST 2023 ‘THE GLAMOUR OF NATURE’ CHARITY DINNER

นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย จัดงานดินเนอร์การกุศลแห่งปี ‘H! LIST 2023 ‘THE GLAMOUR OF NATURE’ CHARITY DINNER

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.48 น.

นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย จัดงานดินเนอร์การกุศลแห่งปี ‘H! LIST 2023 ‘THE GLAMOUR OF NATURE’ CHARITY DINNER ฉลองเปิดตัวนิตยสาร ‘H! LIST 2023” พร้อมมอบรางวัลแก่เซเลบริตี้ผู้อุทิศตนเพื่อสังคม

นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย จัดงานกาล่าดินเนอร์การกุศลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี H! LIST 2023 ‘THE GLAMOUR OF NATURE’ CHARITY DINNER ฉลองการเปิดตัวหนังสือฉบับพิเศษ H! LIST 2023 ที่รวบรวมรายชื่อเหล่าคนในแวดวงสังคมไว้มากกว่า 600 ท่าน พร้อมมอบรางวัล HELLO! SUSTAINABILITY และการประมูลผลงานศิลปะเพื่อระดมทุนให้กับ ‘มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์’ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและรอยยิ้มของผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมี คุณบียอน เรททิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบอร์ด้า ลักซ์ชูรี เอเชีย และอินเดีย, คุณเกษสุดา มาระวิชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย และ คุณพลอยดี จันทรสมบูรณ์ Social Director นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ร่วมให้การต้อนรับแขกคนสำคัญ ณ ห้องแมกโนเลีย แกรนด์บอลรูม  โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ เมื่อค่ำวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา

คุณเกษสุดา มาระวิชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย กล่าวว่า “นิตยสาร HELLO! เป็นนิตยสารที่เกี่ยวกับบุคคลในแวดวงสังคม เราจึงรวบรวมข้อมูลของบุคคลต่างๆ ให้มาอยู่ในที่เดียวกัน เพื่อเป็น People Community นั่นคือที่มาของ H! LIST ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 5 แล้ว นอกจากนี้ที่ผ่านมา นิตยสาร HELLO! ยังมุ่งเน้นในเรื่องของความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่ไม่ว่าเราจะอยู่ในอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจใด เราก็สามารถให้ความสำคัญ สนับสนุน อุทิศตน และสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืนได้ในทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ Luxury Industry เราจึงจัดงานภายใต้ธีม “The Glamour of Nature” และมีการมอบรางวัล  HELLO! SUSTAINABILITY แก่ผู้อุทิศตนพัฒนา ส่งเสริม และต่อยอด สร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวมบนพื้นฐานของความยั่งยืน ซึ่งบุคคลที่ได้รับรางวัลล้วนเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจในการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับรางวัล  HELLO! SUSTAINABILITY นับเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลที่อุทิศตนเพื่อสังคม และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานความยั่งยืน ซึ่งอยู่ใน 3 กรอบด้วยกัน คือ เรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยผู้ได้รับรางวัลดังกล่าว ได้แก่ คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล, คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน), คุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และประธานคณะกรรมการ บริษัท บุญรอดซัพพลายเชน จำกัด, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานบริษัท เคเอฟยู จำกัด, คุณพิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาความรู้ด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ,คุณภิพัชรา แก้วจินดา ผู้ร่วมก่อตั้ง และครีเทีฟ ไดเรกเตอร์แบรนด์ ‘PIPATCHARA’, คุณพิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ผู้ก่อตั้งบริษัท คิดคิด จำกัด, คุณภานุภน บุลสุวรรณ หรือเชฟแบล็กเชฟผู้ก่อตั้ง Blackitch Artisan Kitchen, คุณธัญรัศม์ จิรฐิติเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีดริ้ง จำกัด  และ คุณอมตา จิตตะเสนีย์ หรือคุณแพรี่พาย Social Culture Maker

นอกจากนี้ไฮไลท์ของงานในค่ำคืนสุดพิเศษ คือการร่วมประมูลผลงานมาสเตอร์พีซของเหล่าศิลปินที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจรังสรรค์ผลงาน ทั้ง 4 ชิ้น ได้แก่ “Metamorphosis A Tale in Textile”, 2019 ของคุณเพลินจันทร์ วิญญรัตน์ เป็นผลงานที่ทำจากเศษผ้า และเส้นด้ายเส้นใยต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทของคุณมุกกว่า 20 ปี ในฐานะศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน, “Cocoon Earth” ผลงานของคุณสมนึก คลังนอก หรือครูปาน ผลงานนี้ใช้เทคนิคการวาดด้วยสี Acrylics บน Canvas ส่วนผลงานชิ้นที่ 3 คือ “MookmooK’  ของคุณธีรพจน์ ธีโรภาส redesign มาจากเก้าอี้ “Peacock chair” หรือที่เรียกติดปากว่า “เก้าอี้นางงาม” ซึ่งใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั่นก็คือพลาสติด recycle และเยื่อกาแฟ และผลงานชิ้นสุดท้าย คือ กระเป๋า “Infinitude Lyra Fringe” ส่งตรงจาก Runway ใน Collection ล่าสุดของแบรนด์ PIPATCHARA โดยใช้ฝาขวดพลาสติกที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ และช้อนส้อมพลาสติกใส เป็นผลงานของคุณภิพัชรา แก้วจินดา 

หลังอิ่มเอมใจกับการสร้างกุศลให้กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มรสเลิศแล้ว ผู้มีเกียรติยังร่วมสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการแสดงจากเหล่าเซเบริตี้ศิลปินมากความสามารถ อาทิ คุณฟินเนเกน สุโกศล ในบทเพลง ‘Fly Me to The Moon’ ต่อด้วยการฟีเจอร์ริ่งจาก คุณฟินเนเกน สุโกลศล กับ คุณเจ วีระญาโณ ในบทเพลง ‘What a Wonderful World’, คุณอรรถวดี จิรมณีกุล ในบทเพลง ‘เหตุผล’ และส่งท้ายค่ำคืนด้วยปาร์ตี้สุดมันส์กับศิลปินขวัญใจสาวๆ คุณตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ โดยงานนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากพันธมิตร อาทิ Lamborghini Bangkok by Renazzo Motor, Skinology No.5, UOB Privilege Banking, Smeg Thailand และ น้ำดื่ม C2

จึงนับเป็นค่ำคืนแห่งความประทับใจ ที่แขกผู้มีเกียรติต่างร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นผู้สนับสนุน อุทิศตน และสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน…

-(016)

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ‘มา ดอง เซ’ ส่งต่อภูมิปัญญาการถนอมอาหาร ‘หมักดอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766268

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง 'มา ดอง เซ' ส่งต่อภูมิปัญญาการถนอมอาหาร 'หมักดอง'

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ‘มา ดอง เซ’ ส่งต่อภูมิปัญญาการถนอมอาหาร ‘หมักดอง’

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.35 น.

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง มา ดอง เซ ส่งต่อภูมิปัญญาการถนอมอาหาร “หมักดอง” สร้างอาชีพ สร้างรายได้

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง มา ดอง เซ ระหว่างวันที่ 4 – 5 พฤศจิกายน 2566 ภายในงานพบกับองค์ความรู้ ภูมิปัญญาด้านการถนอมอาหารปลอดภัย การแปรรูปและเพิ่มมูลค่า ผ่านการรังสรรค์รสชาติที่หลากหลาย อาทิ การหมัก การดอง การแช่อิ่ม การเชื่อม พร้อมจัดเต็มการอบรมวิชาของแผ่นดิน และอบรมเชิงปฏิบัติการ ชม ช้อป จุใจตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ของกิน ของใช้ ส่งตรงจากสวนในราคามิตรภาพ  ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี หรือรับชมภาพบรรยากาศงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook และ Tiktok พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ

พลอากาศเอก เสนาะ  พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง  มา ดอง เซ เดือนพฤศจิกายนนี้ ชูประเด็นเรื่องของหมักดอง การถนอมอาหาร ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบหรือเครื่องเคียงติดบ้านของคนไทยแทบทุกบ้าน การถนอมอาหารถือเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งเป็นกระบวนการที่ยืดอายุของอาหารให้ยาวนานขึ้น ก่อเกิดรสชาติที่มีความหลากหลาย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือวัตถุดิบของชุมชน โดยงานนี้ได้นำองค์ความรู้ ทั้งการหมัก การดอง แช่อิ่ม การแปรรูปผลผลิตปลอดภัย มาถ่ายทอดและเปิดให้เรียนรู้ ประยุกต์ ต่อยอด สู่ซอฟต์พาวเวอร์อาหารปลอดภัยของคนไทย” 

ภายในงานมีการนำองค์ความรู้และการสาธิตเรื่องการแปรรูป หมักดอง มาไว้ภายในงาน อาทิ นิทรรศการครบเครื่องเรื่องหมักดอง เคล็ดลับการถนอมอาหารไม่ว่าจะเป็น พืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ในรูปแบบหมักดองกว่า 20 ชนิดให้ได้เรียนรู้กันอย่างจุใจทั้งแบบดั้งเดิม และแบบสมัยใหม่ นิทรรศการจากเครือข่าย “มาดอง 3 สไตล์” รวมเทคนิคการดอง ทั้งแบบไทย ฝรั่ง และเกาหลี โดยอาจารย์กานต์สินี อภิวัฒน์ศิริ ราชภูมิฟาร์ม จังหวัดราชบุรี ที่จะมาเผยเคล็ดลับการถนอมอาหาร โดยการนำผัก ผลไม้ มาแปรรูปทั้งการหมัก การดอง การแช่อิ่ม และยังมี Work Shop ไซรับจากผลไม้

พลาดไม่ได้กับการอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการ กว่า 8 วิชา และสินค้าเกษตรปลอดภัย กว่า 100 ร้าน ให้ ชม ช้อป จุใจ ทั้งของกิน ของใช้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ต้นไม้ โดยเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำมาจัดจำหน่ายในราคามิตรภาพ นอกจากนี้ยังเปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในอาคารและเพลิดเพลินกับการชมภาพยนตร์ 3 มิติ ในราคาพิเศษมาพบกันได้ที่ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง มา ดอง เซ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จังหวัดปทุมธานี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum

-(016)

เจาะความสำเร็จ ‘REAL SIZE MONEY’พร้อมโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเอง กับ ‘Amara Liposuction Center’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766447

เจาะความสำเร็จ 'REAL SIZE MONEY'พร้อมโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเอง กับ 'Amara Liposuction Center'

เจาะความสำเร็จ ‘REAL SIZE MONEY’พร้อมโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเอง กับ ‘Amara Liposuction Center’

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.28 น.

จบลงไปท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น สำหรับรายการ REAL SIZE MONEY” ที่ให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์คนดัง มาปะทะฝีปากกับฝั่งผู้ท้าชิงจากทางบ้าน เพื่อแสดงจุดยืนให้สอดรับกับธุรกิจและอุตสาหกรรมความงามด้านการดูแลตัวเองให้รูปร่างดี สร้างความมั่นใจในชีวิต รายการ “REAL SIZE MONEY”ได้รับการสนับสนุนจาก Amara Liposuction Center (Amara Clinic)”ศูนย์ดูดไขมัน เติมไขมัน กระชับสัดส่วนเฉพาะทางแถวหน้าของเมืองไทย โดย “อาจารย์หมอไอซ์ นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์ KOL Trainer แพทย์ผู้สอนดูดไขมันที่รังสรรค์นำเสนอรายการในรูปแบบของการเปิดเวทีให้ดีเบตของ 2 ฝั่งอย่างสร้างสรรค์ ได้สาระและบันเทิงมาคู่กัน กับทีม REAL SIZE BEAUTY”อินฟลูเอนเซอร์คนดังที่มีผู้ติดตามซึ่งชื่นชอบในตัวตนและไลฟ์สไตล์จำนวนมากทั้ง 6 คน คือ กะทิ กะทิยา, บลอสซั่ม ธงทอง, ฟาอัล ยาวอ, สวย สโรชา, ฮาย พิชญ์พิสิฐฎ์เสฎ และ เมย์ ชญาภาและทีม “REAL SIZE MONEY”ผู้เข้าแข่งขันจากทางบ้าน 6 คน ที่ผ่านเข้ามาร่วมรายการจากการสมัครกว่าหลายร้อยคนทั่วประเทศได้แก่ หนูเต้ง, มะลิ, ฟีบี้, ดาริน, นัตตี้ และ ฝ้ายภายใต้ธีมคอนเซปต์ “จริงหรือไม่ที่โลกนี้เป็น Beauty Privilege”โดยผู้ชนะจะได้มูลค่าเงินรางวัลเพื่อใช้สำหรับทำหัตการหรือศัลยกรรม กับโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่Amara Liposuction Center (Amara Clinic)”ในวงเงินรวม 450,000 บาท

ซึ่งทั้ง 5 EP ของรายการ “REAL SIZE BEAUTY” ก็สร้างกระแสฮือฮาโดยรายการก็สร้างวลีเด็ด คำพูดฮิตในแต่ละ EP ที่บาดคม แทงใจ กระตุ้นอารมณ์ตัวตึง พาดึงดรามากันมาตลอด จากการดีเบตปะทะฝีปากของทั้ง 2 ฝั่งจนทำชาวเน็ตเสียงแตกเป็นสองฝั่งโดย quote ของหนึ่งในผู้ร่วมรายการอย่างคุณ “ดาริน” ในฝั่งของ “REAL SIZE MONEY” ที่ได้สร้างอิมแพ็คให้กับผู้ชม ในเรื่องมุมมอง “ความสวย” ไว้ว่า “สวยแต่ไม่มีงาน เพราะไม่ได้มีโอกาสเหมือนหลายๆคน” ซึ่งก็เป็นที่มาของแรงบันดาลในในการอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเข้าร่วมรายการเพื่อคว้าโอกาส ซึ่งตามกติกาของรายการก็ได้ให้ผู้ชมทางบ้านร่วมโหวตผู้เข้าแข่งขันฝั่ง “REAL SIZE MONEY”ที่โดนใจ จนได้ผู้ชนะทั้ง 3 อันดับคือ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “คุณหนูเต้ง” , รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “คุณมะลิ” และรางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ “คุณดาริน” จากการโหวตกว่า 700 คอมเมนต์ โดย “คุณหนูเต้ง” ต้องการตัดหนังหน้าท้อง หลังเกิดความหย่อนคล้อยเพราะมีลูก ทำให้ไม่กล้าสวมใส่ชุดว่ายน้ำ , “คุณมะลิ” ต้องการดูดไขมันแขน และดูดไขมันท้องล่าง เพราะมีความฝันอยากเป็นนางงาม และสุดท้าย “คุณดาริน” ที่ต้องการเสริมหน้าอก เพราะอยากมั่นใจในการใช้ชีวิต และโอกาสในการในการทำงาน และหลังจากนี้“Amara Liposuction Center (Amara Clinic)” จะนำทุกขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของทั้ง 3 ท่าน มาให้ได้เห็นผ่านทุกช่องทาง Social mediaจนเห็นเป็นผลลัพธ์ความสำเร็จแบบสวยงามกันอย่างต่อเนื่อง

“อาจารย์หมอไอซ์ นพ. วิษณุ เฮ้งสวัสดิ์”KOL Trainer แพทย์ผู้สอนดูดไขมัน “Amara Liposuction Center (Amara Clinic)” ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก เผยว่า “ยินดีกับความสำเร็จของรายการ ที่ได้สร้างสรรค์นำเสนอคอนเทนต์ที่เข้าใจพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่หันมาดูแลตัวเองให้สวยและรูปร่างดี ซึ่งรายการสื่อสารออกมาได้อย่างเข้าใจและถูกใจ สร้างการรับรู้ที่ถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้อุตสาหกรรมความงามได้เติบโตไปอีกขั้น และมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะ และเราก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ร่วมรายการและลูกค้าคนสำคัญ”

ทั้งหมดนี้เรียกว่าเป็นความสำเร็จของรายการ REAL SIZE MONEY” ที่นำเสนอรายการออกมาได้สอดรับกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย สร้างการรับรู้กระจายในวงกว้างผ่านโซเชียล และให้มีส่วนร่วมในรายการ ซึ่งอีกหนึ่งปัจจัยก็มาจากผู้สนับสนุนรายการอย่าง Amara Liposuction Center”ที่ทำให้รายการออกมาได้สมบูรณ์แบบ และเล็งเห็นถึงปัญหารวมถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อความมั่นใจ เป็นการตอบโจทย์ทุกการรักษาอย่างครบวงจร

รับชมรายการ Real Size Money: Season 1ย้อนหลังได้ที่

https://www.facebook.com/watch/100050686740297/623664429831502

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หรือปรึกษาทีมแพทย์มากประสบการณ์กับ Amara Liposuction Center

Line OA: https://lin.ee/JkAe6di

FB: https://www.facebook.com/AmaraAesthetic

Website: https://www.amara-clinic.com/

‘คิมเบอร์ลี่’ ตัวแทนแห่งความผลิบาน ฉลองครบ 76 ปีจัดงาน ‘Central Anniversary 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766327

‘คิมเบอร์ลี่’ ตัวแทนแห่งความผลิบาน  ฉลองครบ 76 ปีจัดงาน ‘Central Anniversary 2023’

‘คิมเบอร์ลี่’ ตัวแทนแห่งความผลิบาน ฉลองครบ 76 ปีจัดงาน ‘Central Anniversary 2023’

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ร่วมกับ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน จัดงาน“Central Anniversary 2023” เนื่องในโอกาสฉลองครบ 76 ปี ของการเป็นเดสติเนชันแห่งแรงบันดาลใจในทุกๆ วันสำหรับคนทุกเจเนอเรชันโดยจัดกิจกรรมภายใต้คอนเซ็ปต์ “Into the Season of Happiness” เสมือนเป็นการต้อนรับสู่ฤดูกาลแห่งความสุข และส่งมอบแรงบันดาลใจเพื่อให้ทุกๆ วันของลูกค้าคนสำคัญเบ่งบานและเต็มไปด้วยสิ่งดีๆ และเพื่อตอบแทนลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนห้างเซ็นทรัลเป็นอย่างดีเสมอมา ห้างเซ็นทรัล จึงตั้งใจรังสรรค์งานดอกไม้สุดยิ่งใหญ่ประจำปี ด้วยการนำดอกไม้สดนานาพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลกมาเนรมิต ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ให้เป็นดั่งงานศิลป์ชิ้นเอกที่โอบล้อมไปด้วยความงามและสีสันแห่งธรรมชาติ ราวกับได้เดินท่องเข้าไปในผลงานศิลปะสุดตระการตา โดยดอกไม้แต่ละชนิดต่างสะท้อนถึงความปรารถนาดีในหลากหลายห้วงอารมณ์ ทั้งความรัก ความกล้าหาญ มิตรภาพ แรงบันดาลใจ ความสุขสงบ และความตื่นตาตื่นใจ ที่ห้างเซ็นทรัลมอบให้กับลูกค้าคนสำคัญมาตลอด 76 ปีและจะยังคงผลิบานอย่างต่อเนื่องในขณะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ก็ร่วมฉลองด้วยกิจกรรมอันสร้างสรรค์มากมาย เช่น ป๊อปอัปของสวนดอกไม้ชื่อดังในเมืองไทย โดยนำดอกไม้เมืองหนาวรวมถึงพันธุ์กล้วยไม้หาชมยากมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้เชยชมและเลือกซื้ออย่างใกล้ชิดพร้อมโปรโมชันสุดพิเศษพร้อมตื่นตาไปกับการปรากฏตัวของนักแสดงระดับท็อป คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนแห่งความผลิบานครั้งใหม่ในงานเปิดตัว เพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านความงดงามของหมู่มวลดอกไม้เนื่องในโอกาสครบรอบ 76 ปี รวมถึงเหล่าเซเลบริตี้อีกมากมายที่มาร่วมสร้างสีสันกันอย่างคับคั่ง