แจ้งเกิดพระเอกหน้าใหม่ ‘จั๊มพ์-พิสิฐพล’ จาก ‘เพื่อน(ไม่)สนิท’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766381

แจ้งเกิดพระเอกหน้าใหม่ ‘จั๊มพ์-พิสิฐพล’ จาก ‘เพื่อน(ไม่)สนิท’

แจ้งเกิดพระเอกหน้าใหม่ ‘จั๊มพ์-พิสิฐพล’ จาก ‘เพื่อน(ไม่)สนิท’

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แจ้งเกิดเป็นที่เรียบร้อย สำหรับพระเอกดาวรุ่งดวงใหม่ จั๊มพ์-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ กับผลงานทางการแสดงหนังเรื่องแรกในชีวิต “เพื่อน(ไม่)สนิท” ผลิตโดย GDH ร่วมกับHouseton ที่ได้ผู้กำกับน้องใหม่ไฟแรง อัตต้า- อัตตา เหมวดี

ซึ่งเรื่องนี้ จั๊มพ์ รับบท โจ เด็กวัยมัธยม ที่มองโลกในแง่ดี แถมยังมีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ พร้อมจะสร้างพลังบวกให้กับคนที่อยู่ใกล้ๆ ในบทนี้ดูเหมือนจะง่าย แต่เป็นตัวละครที่มีดีเทล ซ่อนอยู่ในนั้น ทำเอาจั๊มพ์ต้องปรับจูนคาแร็กเตอร์ ให้เข้าสู่โหมดสดใสแบบเกินร้อย และยังยอมตัดสกินเฮดเพื่อให้เข้ากับบทที่ได้รับ โดยงานนี้ต้องมาจับคู่กับ โทนี่-อันโทนี่ บุยเซอเรท์ เพื่อน(ไม่)สนิทอีกคน ที่ต้องเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต นอกจากนี้ จั๊มพ์ ยังร้องเพลง “ฉันเก็บไว้” OST.ภาพยนตร์ “เพื่อน(ไม่)สนิท” Original by Whal & Dolph อีกด้วย

จั๊มพ์-พิสิฐพล กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจมากครับที่ได้เล่นหนัง เพื่อน(ไม่)สนิท นอกจากจะเป็นผลงานหนังเรื่องแรกในชีวิตของผมแล้ว ผมยังได้ร้องเพลง “ฉันเก็บไว้” OST.ภาพยนตร์ “เพื่อน(ไม่)สนิท” Original by Whal & Dolph อีกด้วย แถมหนังเรื่องนี้ยังช่วยสะท้อนช่วงเวลาในวัยมัธยมออกมาได้เห็นภาพมากๆ ตอนแรกมีแอบคิดว่าการรับบทเป็น โจ คงจะง่าย คาแร็กเตอร์ดูไม่น่าจะไกลตัวมาก บางมุมตัวเรากับตัวละคร โจ มีความใกล้เคียงกัน คือเป็นคนที่ค่อนข้างเซนซิทีฟ มีความรักเพื่อนพ้องแต่พอได้อ่านบทจนครบทุกมิติแล้ว ตัวละคร โจกับผมมีจุดที่ต่างกันอยู่มากในเรื่องโจจะเป็นคนที่ปล่อยวางทุกอย่าง เป็นคนที่ใช้ชีวิตมีความสุขมากๆ คิดแบบโพซิทีฟ ในขณะที่ตัวผมเองเป็นคนที่เอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องแต่พอผมได้ไปเวิร์กช็อปทำให้เราเข้าใจเหตุผลของโจมากขึ้น ว่าทำไมเขาถึงเป็นคนที่ไนซ์ เป็นคนน่ารักได้ขนาดนี้ บุคลิกที่เพื่อนทุกคนรัก เพราะเขาเป็นเซฟโซนให้กับทุกคน เวลาเพื่อนมีเรื่องไม่สบายใจ ก็พร้อมจะยื่นมือช่วยเหลือ ด้วยความที่โจเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นมากกว่าผม ผมเลยต้องปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ ปล่อยวาง และยอมรับ พอทำได้ผมก็กลายเป็นโจได้เลยครับ ตัวละครโจ ทำให้ผมได้เรียนรู้และปรับตัวเอง กล้าที่จะทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ทำให้รู้ว่าการเริ่มต้นอาจจะไม่ได้น่ากลัวเสมอไป หนังเรื่องนี้ทำให้ผมได้มาเจอกับโทนี่มันเหมือนเราได้กลับไปเห็นตัวเองอีกครั้ง ทั้งการวางตัว ท่าทาง พอได้ร่วมงานกันแล้ว ทำให้รู้ว่า โทนี่เป็นคนเก่ง มีความสามารถ เวลาแสดงคือเต็มที่มาก คอยช่วยเหลือให้กำลังใจกัน คอยถาม ง่วงหรือยัง ไหวปะเนี่ย พอจบซีนยากๆ โทนี่ก็จะคอยบอกเราว่าเมื่อกี้โอเคนะ อันไหนไม่ได้เอาใหม่ ทำให้เราเริ่มสนิทกัน ทำงานได้ง่าย การมาเล่นหนังเรื่องนี้ให้อะไรกับผมเยอะมากเลยครับ ผมขอขอบคุณทุกคำติชม จากทุกคน และอยากฝากเป็นกำลังใจให้กับหนังเรื่องแรกของผมด้วยนะครับ”

‘ดอยบอย DOI BOY’ หนังที่ส่งตรงจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766382

'ดอยบอย DOI BOY' หนังที่ส่งตรงจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน

‘ดอยบอย DOI BOY’ หนังที่ส่งตรงจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ความฝันเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็มี แต่ทำไมบางคนกลับ “ไม่มี” และ “ไม่กล้า” แม้แต่จะฝัน ร่วมหาสาเหตุได้ในภาพยนตร์ ดอยบอย (DOI BOY) ผลงานความร่วมมือระหว่าง Netflix และ เนรมิตรหนังฟิล์มที่กำกับและเขียนบท โดย นนทวัฒน์ นำเบญจพล ผู้กำกับชื่อดังที่เคยโชว์ฝีมือจัดจ้านในภาพยนตร์สารคดีอย่าง ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง (Boundary) สายน้ำติดเชื้อ (By the River) และ ดินไร้แดน (Soil Without Land) จนได้รับแรงบันดาลใจมาสร้างผลงานในรูปแบบภาพยนตร์เรื่องแต่งครั้งแรกเพื่อล้วงลึกไปถึงประเด็นต่างๆ ในสังคมที่เขามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษจากการทำงานด้านสารคดี

ในตัวอย่างอย่างเป็นทางการ ผู้ชมทั่วโลกจะได้ร่วมลุ้นระทึกไปกับชีวิตที่ถูกบังคับให้เลือกอย่างไม่มีทางเลือกของ “ศร” (รับบทโดย อัด-อวัช รัตนปิณฑะ) เด็กหนุ่มวัย 21 ปี ที่ลี้ภัยอย่างผิดกฎหมายเพื่อเข้าสู่ประเทศไทย โดยการทำงานค้าประเวณีในบาร์เกย์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่จะตกกระไดพลอยโจนไปอยู่ระหว่างปัญหาทางการเมืองไทย และนักกิจกรรมทางการเมือง เมื่อการระบาดของโควิด-19 ทำให้บาร์ที่เขาทำงานอยู่ต้องปิดตัวการถูกสถานการณ์บีบบังคับ ทำให้ศรต้องยอมรับข้อเสนอจาก “จิ” (รับบทโดย เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ) หนึ่งในลูกค้าประจำของเขา และเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “วุธ” (รับบทโดย เอม ถาวรศิริ) นักกิจกรรมที่ทางการกำลังตามล่าตัว ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองอันแสนระอุที่ก่อตัวขึ้นในประเทศ ตลอดจนข่าวคราวการหายตัวไปอย่างลึกลับของนักกิจกรรมคนอื่นๆ

ผู้กำกับ นนทวัฒน์ นำเบญจพล เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า“ตอนทำงานในโปรเจกท์ที่เจาะลึกถึงชีวิตของทหารชาวไทใหญ่ อย่าง ดินไร้แดน (Soil Without Land) เราพบว่าคนไทใหญ่หลายคนไม่มีความฝัน และไม่รู้ว่าคนเราสามารถวาดฝันได้ด้วย สิ่งหนึ่งที่พวกเขาพอจะฝันได้คือการย้ายมาอยู่เชียงใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเป็นความฝันเดียวที่พอเป็นไปได้ แต่ก็มีอุปสรรคใหญ่คือการไม่มีเอกสารรับรอง ทำให้หลายๆ คนจบความฝันของตัวเองด้วยการทำงานในบาร์เกย์ เพื่อรับค่าจ้างที่สมน้ำสมเนื้อ”

นอกจากนี้เขายังเปรียบเทียบวิธีการทำงานระหว่างภาพยนตร์สารคดีกับภาพยนตร์ขนาดยาวให้ฟังว่า “เวลากำกับภาพยนตร์สารคดี ผมจะใช้วิธีกำหนดประเด็นและให้เจ้าของเรื่องเป็นผู้นำในการเล่าพอยังไม่เคยกำกับภาพยนตร์ที่นักแสดงเป็นคนทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ก็เลยยังไม่เคยมีประสบการณ์กำกับนักแสดงมาก่อน ผมจึงลองให้นักแสดง พัฒนาบทเองโดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ของเรื่องซึ่งพวกเขาก็ทำให้ตัวละครมีมิติเพิ่มขึ้นมากครับ”

การรับบทเป็นผู้ลี้ภัยชาวไทใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างไร้ตัวตนในสังคม ทำให้ อัด-อวัช รัตนปิณฑะ ที่เกือบจะละทิ้งการเป็นนักแสดง ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ จนทุ่มเทศึกษาชีวิตของชาวไทใหญ่และธุรกิจการค้าประเวณี ซึ่งเขาได้พูดคุยกับผู้ที่ทำงานในบาร์เกย์ตัวจริง รวมถึงได้ฝึกพูดภาษาไทใหญ่ให้คล่อง เพื่อพาชีวิตในมุมมืดของศรออกมาให้ผู้ชมเห็นชัดมากที่สุด “ศร สามารถพูดได้ทั้งภาษาไทใหญ่และภาษาไทย เพราะอยู่เชียงใหม่มานาน แต่เวลาที่พูดไทยก็จะยังติดสำเนียงไทใหญ่อยู่ ผมฝึกพูดภาษาไทใหญ่โดยใช้วิธีอัดเสียงที่คุณครูสอนพูดไดอะล็อกต่างๆ แล้วพยายามจำแต่ละคำและดูวิธีการออกเสียง สำหรับการพูดภาษาไทยสำเนียงไทใหญ่ ผมจะฝึกผ่านการดูวีดีโอของยูทูบเบอร์ชาวไทใหญ่ที่มาอยู่ประเทศไทย แล้วเลียนแบบท่าทางและวิธีการพูด ผมฝึกด้วยตัวเองวันละหลายชั่วโมง ตื่นเช้ามาผมก็จะฝึกพูด จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ทำให้หลังถ่ายทำจบ ผมต้องใช้เวลาถึง 3 เดือน กว่าจะกลับมาพูดภาษาไทยได้ชัดเจนเหมือนเดิม ทั้งหมดเป็นเพราะผมอยากเป็นตัวแทนของเหล่าผู้ลี้ภัยและทำให้คนได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขาครับ”

“ดอยบอย (DOI BOY)”

24 พฤศจิกายนนี้ ที่ Netflix เท่านั้น!

‘เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์’จัดทอล์กโชว์แก้หนี้แก้จน โดยมันนี่โค้ชชื่อดัง ‘หนุ่มจักรพงษ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766330

‘เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์’จัดทอล์กโชว์แก้หนี้แก้จน  โดยมันนี่โค้ชชื่อดัง ‘หนุ่มจักรพงษ์’

‘เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์’จัดทอล์กโชว์แก้หนี้แก้จน โดยมันนี่โค้ชชื่อดัง ‘หนุ่มจักรพงษ์’

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้ง กับทอล์กโชว์ด้านการเงินที่มีผู้ชมมากที่สุดในประเทศไทยโดยมันนี่โค้ชชื่อดัง “โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์” กับตอนล่าสุด “ชีวิตต้องสู้เพราะกู้ไว้เยอะ”… MONEY COACH ON STAGE มาร่วมปลดล็อกชีวิตหนี้ สู่วิถีการเงินใหม่ไปด้วยกันในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ณ โคราช ซีนีเพล็กซ์ (เดอะมอลล์โคราช) และวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 สยามพารากอน

เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ร่วมกับรายการ “เงินทองของจริง” ทางช่อง 7HD จัดทอล์กโชว์ “ชีวิตต้องสู้เพราะกู้ไว้เยอะ”…MONEYCOACH ON STAGE สุดยอดทอล์กโชว์ที่จะช่วยแก้หนี้ แก้จนและปลอดปล่อยทุกคนสู่อิสรภาพทางการเงินโดยกูรูผู้คร่ำหวอดในแวดวงเศรษฐกิจและพิธีกรรายการอย่าง “โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์” หรือ หนุ่ม Money Coach ซึ่งครั้งนี้ ทุกคนจะได้เจาะลึกสถิติสำคัญเกี่ยวกับหนี้และกรณีตัวอย่างแปลกๆ ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น รวมไปถึงศาสตร์แห่งการกู้ และวิธีต่อสู้กับปัญหาทางการเงิน ที่โค้ชหนุ่มจะมาถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ พร้อมแนะแนวทางการสร้างวินัยและกำลังใจให้กับทุกคนแบบไม่มีกั๊กห้ามพลาด! ทอล์กโชว์เรื่องการเงินที่จะช่วยทุกคนแก้หนี้แก้จนพร้อมหาทางรวยไปด้วยกัน กับ “ชีวิตต้องสู้เพราะกู้ไว้เยอะ”…MONEY COACH ON STAGE เพียง 2 รอบเท่านั้น ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ณ โคราช ซีนีเพล็กซ์ (เดอะมอลล์โคราช) และวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 สยามพารากอน บัตรเข้าชมราคา 900/1,500 และ 2,500 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์www.thaiticketmajor.com และทางโทรศัพท์ 02-2623456 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-4958927 หรือทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/TERODigital

‘RIIZE’ โชว์การแสดงที่ทรงพลังไปอีกระดับ เวอร์ชั่นแยกของเพลง ‘Siren’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766326

‘RIIZE’ โชว์การแสดงที่ทรงพลังไปอีกระดับ เวอร์ชั่นแยกของเพลง ‘Siren’

‘RIIZE’ โชว์การแสดงที่ทรงพลังไปอีกระดับ เวอร์ชั่นแยกของเพลง ‘Siren’

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

RIIZE (ไรซ์) วงที่ขึ้นแท่น “Million Seller” (หรือศิลปินที่มียอดจำหน่ายอัลบั้มล้านชุด) อย่างรวดเร็วภายในสัปดาห์แรกของการเดบิวต์ด้วยซิงเกิ้ลอัลบั้มแรก “Get A Guitar”
(เก็ต อะ กีตาร์) ล่าสุดพวกเขาได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่เป็นเพลงแดนซ์ชื่อว่า “Talk Saxy” (ทอล์ก แซกซี่) ซึ่งความโดดเด่นอยู่ตรงการริฟฟ์แซกโซโฟนที่ติดหูตั้งแต่ช่วงต้นเพลง ตามที่เห็นได้จากชื่อ “Saxy” (แซกซี่) ที่สื่อถึงแซกโซโฟน อีกทั้งยังมีเสียงกลอง 808 ที่ทรงพลัง เนื้อเพลงเต็มไปด้วยความจริงใจและความมั่นใจตามสไตล์ RIIZE (ไรซ์) พูดถึงวิธีการแสดงความสนใจที่มีต่อคนไม่คุ้นเคย โดยผู้ฟังจะได้พบกับแนวเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ RIIZE (ไรซ์) อย่าง “Emotional Pop” ที่ขยายไปอีกขั้น

สำหรับการแสดงของเพลงใหม่ “Talk Saxy” (ทอล์ก แซกซี่) ประกอบด้วยท่าเต้นในช่วงท่อนคอรัสที่ดูเหมือนพุ่งไปหาคนที่สนใจตามเนื้อเพลง, การแปรแถวอย่างต่อเนื่อง, การทำท่ามือที่ชวนให้นึกถึงการเล่นแซกโซโฟน และการแสดงท่าทางหลักอย่าง “Talk Saxy” ซึ่ง RIIZE (ไรซ์) ก็ตั้งใจเตรียมการแสดงที่ทรงพลังไป “อีกระดับ” ให้สมกับที่เพลงใหม่นี้ถูกเรียกว่า เวอร์ชั่นแยกของ “Siren” เพลงที่ได้รับการพูดถึงอย่างร้อนแรง ในตอนที่คลิปการแสดงถูกปล่อยออกมาเซอร์ไพรส์ก่อนเดบิวต์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสดงของเพลงใหม่นี้เป็นผลงานความร่วมมือกับ J BLAZE นักออกแบบท่าเต้นและนักเต้นแนวหน้าของศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง Justin Bieber และ Chris Brown ซึ่งสมาชิกวง RIIZE (ไรซ์) ได้รับการฝึกอบรมท่าเต้นโดยตรงที่ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเปิดเผยให้เห็นทางไฮไลท์ สตอรี่ชื่อว่า “A Great Mentor” ในบัญชีอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของ RIIZE (ไรซ์)

นอกจากนี้ นักออกแบบท่าเต้น Bada Lee จากทีมเต้น BEBE ที่ปรากฏตัวในรายการวาไรตี้ “Street Woman Fighter 2” ของช่อง Mnet รวมถึงนักออกแบบท่าเต้น JRICK ที่เคยร่วมงานกับ RIIZE (ไรซ์) ในเพลง “Get A Guitar” และ “Memories”, Yunhwan Ji และ Chunhyuk Jin ก็มีส่วนร่วมในการออกแบบท่าเต้นเพลง “Talk Saxy” (ทอล์ก แซกซี่) เพื่อเพิ่มเสน่ห์สุดฮิปของ RIIZE (ไรซ์)

RIIZE (ไรซ์) เผยความรู้สึกเกี่ยวกับการแสดงเพลง “Talk Saxy” (ทอล์ก แซกซี่) ว่า “ตอนที่เห็นแบบร่างท่าเต้นเป็นครั้งแรก รู้สึกอยากจะรีบเต้นเลยครับ คิดว่าพวกเราสามารถโชว์การแสดงที่มั่นใจมากที่สุดได้ พวกเราตั้งใจเตรียมตัวอย่างหนัก เพราะฉะนั้น หวังว่าทุกคนจะตั้งใจรับชมการแสดงของพวกเรา ในมิวสิกวีดีโอ เวที และคอนเทนต์ที่จะเปิดตัวในอนาคตนะครับ”

ทั้งนี้ RIIZE (ไรซ์) ได้นำเสนอแนวเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “Emotional Pop” ซึ่งแสดงอารมณ์ที่หลากหลายของพวกเขาผ่านดนตรี โดยเพลงแห่งความทรงจำและการเริ่มต้นที่สดใส “Memories” และเพลงแห่งแรงบันดาลใจ “Get A Guitar” ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ทำให้เสน่ห์ในแบบที่ไม่เหมือนใครของ RIIZE (ไรซ์) ที่แสดงออกมาให้เห็นในเพลงใหม่ “Talk Saxy” (ทอล์ก แซกซี่) ดึงดูดความสนใจได้อย่างท่วมท้น

แรงเกินต้าน! ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’ สุดปัง! ซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬา ลงจอช่อง 3HD

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766323

แรงเกินต้าน! ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’ สุดปัง!  ซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬา ลงจอช่อง 3HD

แรงเกินต้าน! ‘Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง’ สุดปัง! ซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬา ลงจอช่อง 3HD

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ได้ฤกษ์ลงจอช่อง 3HD เตรียมเสิร์ฟความสนุกกันแล้ว สำหรับซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬา เรื่อง “Twins The Series  สลับรัก นักลูกยาง” ภายใต้ การคุมบังเหียนของ 3 ผู้จัดไฟแรง เป้-วิสูตร วัลลา, อธิพร พูลสวัสดิ์ และ ผศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ หรือ “อาจารย์แก้ว” แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ผลิตในนามของบริษัท เลิฟมีเดีย จำกัด ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 22.40น. ทางช่อง 3HD เริ่มวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ที่จะถึงนี้

“TwinsThe Series สลับรัก นักลูกยาง” นำแสดงโดยนักแสดงเลือดใหม่ ที่ฝีมือด้านการแสดงไม่ธรรมดา อาทิ เฟรม-ฤทธิ์ชนนท์ ศรีประสิทธิ์เดชา,ไรอัน-ปัญญา แม็คเชน, มีมี่-ฤทัยภัทร พัทธนนปภังกร, ภูร์-เพียงพอ, ทีม-ธัชนนท์ ทองเภ้า, ฮาร์ธ-ชินดนัย เดชะวลีกุล, ตัส-ทศวรรษ สิงอุปโป,เท็น-อภิวิชญ์ เอื้อมหาโสภา, นัท-ตรัยพัทธ์ วุฒิบวรนันท์, ก้อง-คุปต์พงษ์ ชำนาญยง,ท้องฟ้า-อลิชา ศรีประทักษ์, ทูรี่-พันธุ์ทิพา พงศ์เรืองรอง, พลับ-วราวุธ แสงศรีเรือง และ โอม-นภัทร  อุตสาหะ ร่วมด้วยนักแสดงอีกเพียบ!!!

โดย วิสูตร วัลลา เผยถึงที่มาในการทำซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬาเรื่องนี้ว่า “เราอยากทำซีรี่ส์วายที่ฉีกออกไป อยากให้มีเรื่องของกีฬาเข้ามาด้วย เราเลือกนำเสนอ กีฬาวอลเลย์บอล เพราะเป็นกีฬาที่ไม่ว่าหญิง-ชาย หรือว่า LGBTQ เล่นได้หมด แล้วก็มีกีฬายูยิตสู เข้ามารวมอยู่ในซีรี่ส์เรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้ เพราะตัวละครในเรื่องเป็น ฝาแฝด คนหนึ่งจะเล่นวอลเลย์บอล อีกคนก็จะเล่นยูยิตสู ซึ่งคนก็จะได้รู้จักกีฬายูยิตสูเพิ่มขึ้นด้วย เพราะในประเทศไทยเราก็ส่งนักกีฬาไปแข่งขันและได้แชมป์โลกมาหลายครั้งแล้ว แต่คนไทยไม่ค่อยรู้ผมก็เลยอยากดันให้วัยรุ่นได้รู้จักกีฬา ยูยิตสูด้วยเหตุนี้ผมจึงมองว่าการทำซีรี่ส์และมีกีฬาเข้ามาร่วมด้วยมันจะเป็นผลดีต่อสังคม ผลดีกับเยาวชนเพราะในเรื่องเราจะมีการสอดแทรกว่าจากเด็กไม่ดี แต่เมื่อกีฬาเข้ามาช่วยก็จะทำให้เขาเปลี่ยนได้มันก็เป็นการตอบโจทย์ว่าคนมีการพัฒนาการที่ดีขึ้นเพราะกีฬา ซึ่งซีรี่ส์ของเราก็สามารถเป็น Soft power ได้ ซึ่งนอกจากจะได้ดูซีรี่ส์วายสนุกๆ แล้ว คนดูก็จะความรู้เรื่องกีฬามากขึ้นด้วยครับ”

“Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง” ได้สองผู้กำกับฯ มากฝีมือ ศิวศิษฎ์ พลดงนอก (โปร) และ คณธร ทับวิไล (บอล) มาผนึกกำลังทำให้ซีรี่ส์วายส่งเสริมกีฬาเรื่องนี้เข้มข้น สนุกสนาน และทำให้คนดูได้ว้าวุ่นใจอย่างแน่นอน!!! โดย โปร-ศิวศิษฎ์ เผยถึงซีรี่ส์เรื่องนี้ว่า “เป็นซีรี่ส์ boy’s love ที่เกี่ยวกับการเล่นวอลเลย์บอลการล่าฝันของแต่ละตัวละคร รวมถึงเส้นความรักของแต่ละคน พิเศษไปกว่านั้นเราจะได้เห็นอีกหนึ่งกีฬาคือกีฬายูยิตสู ซึ่งเป็นกีฬาที่ท้าทายและน่าสนใจ พอเอามาจับแมทช์กันทั้งสองกีฬามันก็ลงตัว และแน่นอนคนที่ชื่นชอบดูซีรี่ส์ BL ก็จะฟินกันอย่างแน่นอนครับ ส่วนเรื่องการทำงานกับ พี่บอล(คณธร) พี่บอลก็จะดูเรื่องภาพที่จะเล่าว่าซีนนี้จะเล่ายังไงแบบไหน ส่วนโปรก็จะช่วยดูภาพรวมทั้งหมดอีกที เวลาทำงานเราจะคุยกันก่อนว่าซีนนี้เราจะเล่ายังไง แล้วเราทั้งสองก็คอยเติมเต็มส่วนต่างๆ ให้กันครับ”

ด้านผู้กำกับ บอล-คณธร กล่าวว่า “เราเห็นงานกันตั้งแต่เริ่มโปรเจกท์เลยทั้งความสนใจที่แตกต่างกัน มันทำให้ระหว่างทางมีหลากหลายมุมมอง ซึ่งปกติถ้ากำกับคนเดียวข้อดีตรงนี้อาจจะหายไป สำหรับผมกับโปร เราแบ่งงานกันโดยธรรมชาติ สิ่งไหนที่โปรมีไอเดีย ผมจะรับฟังและปล่อยให้โปรทำงาน ส่วนตรงไหนที่ผมรู้สึกและมีไอเดีย โปรจะปล่อยให้ผมตัดสินใจครับ ซึ่งผมมองว่าความโดดเด่น ของ Twins The Series คือ เป็นซีรี่ส์วายที่พูดเรื่องของกีฬาและความแข็งแรงของร่างกาย และหนึ่งกีฬาหลักของเรื่องนี้คือ กีฬาวอลเลย์บอล ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยม และมีผู้สนใจในวงกว้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็อยากให้คนดูได้ติดตามชมกันครับ” ว่ากันว่าคู่แฝด มีอะไรที่เหมือนกัน แต่ครอบครัวนี้ไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะพวกเขาทั้งสอง ต้องการที่จะเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น ติดตามความสนุกเหล่านี้ได้ใน TWINS THE SERIES สลับรัก นักลูกยาง ทุกวันศุกร์ เวลา22.40 น. ทางช่อง 3HD เริ่มวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เสนอเป็นตอนแรก และสามารถติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวได้ที่ FB : Twins The Series Twitter : Twinstheseries IG : Twinstheseries YouTube : Lovemediathailand

‘CHANGE2561’ถือฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวง ‘PIT BABE THE SERIES’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766328

‘CHANGE2561’ถือฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวง ‘PIT BABE THE SERIES’

‘CHANGE2561’ถือฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวง ‘PIT BABE THE SERIES’

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ใกล้จะสิ้นสุดการรอคอยแล้วสำหรับโปรเจกท์ซีรี่ส์ร้อนแรงแห่งปีอย่าง “Pit Babe The Series” จากนิยายออนไลน์ที่มีผู้อ่านมากกว่า 800 ล้านครั้งจนสร้างกระแสเป็นที่กล่าวถึงในโซเชียลอย่างล้นหลามสู่ซีรี่ส์ “Boy Love” เรื่องแรกในโปรเจกท์ CHANGE2561 ORIGINALซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) และ เอส-วรฤทธิ์ไวยเจียรนัย รองกรรมการผู้อำนวยการบริษัท CHANGE2561 จำกัด และผู้กำกับ ปีเตอร์ นพชัย พร้อมด้วยทัพนักแสดงนำ พาเวล-นเรศ, พูห์-กฤติน, นัท-ศุภณัฐ, สายลับ-เหมวิช, ภณ-ธนภณ,ปิง-โอบนิธิ, กาฟิวส์-พันธุ์ธัช, ไมเคิล-เกียรติศักดิ์,ท็อปเทน-ศุภกรณ์, ลี-อัสรี, ป๊อป-ภัทรพล, เบนซ์-อัทธ์ธนิน เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยและความเป็นสิริมงคลจัดพิธีบวงสรวง ณ ลานหน้าตึกอาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่เพลส

อีกไม่นานเกินรอจากนิยายออนไลน์กระหึ่มโซเชียลสู่ซีรี่ส์ระดับปรากฏการณ์ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นโดนใจคนอ่านกับฉากรักที่โรแมนติกและเร่าร้อนชวนอินทำให้ PIT BABE เป็นนิยายออนไลน์ที่ถูกอ่านไปแล้วมากถึง 800 ล้านครั้ง เรื่องราวของแก๊งนักแข่งรถ ซึ่งมีนักแข่งระดับเอลิสต์อย่าง เบ๊บ ผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ไม่ว่าจะในสนามไหน กับ ชาลีหนุ่มฮอตเนิร์ดที่เข้ามาในชีวิตของเบ๊บในรูปแบบของแฟนคลับหนุ่มน้อยที่มีความฝันอยากจะเป็นนักแข่งรถบ้าง แต่ไม่มีใครรู้ว่าในความเป็นจริง ชาลียังมีจุดประสงค์อื่นที่เป็นความลับแอบแฝงอยู่ พร้อมด้วยตัวละครที่มีบทบาทเข้มข้นอีกมากมาย เรียกว่าเป็นนักแสดงนำถึง 12 คน ที่สำคัญก็คือซีนรักซีนโรแมนติก ให้คนดูได้ฟิน ได้จิ้นจิกหมอนอย่างหนักตามสไตล์ของ Series แนว Boy Love แน่นอน และเมื่อนิยายออนไลน์เรื่องนี้ได้กลายมาเป็นภาพบนหน้าจอ ทุกตัวละครที่มีชีวิตขึ้นมาในรูปแบบซีรี่ส์จะชวนลุ้น ชวนดู ขนาดไหนนั้นเตรียมรับชมพร้อมกัน“Pit Babe The Series” โปรเจกท์ซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์ของ CHANGE2561 ORIGINAL วันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ทางช่องวัน 31 และดูออนไลน์เวอร์ชั่น UNCUT บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น

เปิดใจก่อนบวช! ‘ติ๊นา’เสียงสะอื้น เจอคอมเม้นท์ ไล่ให้ไปตาย เผยจุดดิ่งในชีวิต เกือบคิดสั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766376

เปิดใจก่อนบวช! 'ติ๊นา'เสียงสะอื้น เจอคอมเม้นท์ ไล่ให้ไปตาย เผยจุดดิ่งในชีวิต เกือบคิดสั้น

เปิดใจก่อนบวช! ‘ติ๊นา’เสียงสะอื้น เจอคอมเม้นท์ ไล่ให้ไปตาย เผยจุดดิ่งในชีวิต เกือบคิดสั้น

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.47 น.

หลังจากที่ตัดสินใจจะบวชในวันที่ 2 พย. ที่จะถึง โดยจะโกนผม และบวชเป็นเวลา 14 วันที่วัดศรีบุญเรือง “ติ๊นา ศุภนาฏ” ได้มาเปิดใจผ่านรายการ “คุยแซ่บโชว์” ทางช่องวัน 31 ถึงสาเหตุในการตัดสินใจบวชครั้งนี้ ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาเจอดราม่าค่อนข้างหนัก และที่เพิ่งได้บวชก็เพิ่งจะเคลียร์งานหมด ยืนยันไม่ได้บวชหนีดราม่า เผยจุดดิ่งในชีวิตกับคอมเม้นท์แย่ๆ ไล่ให้ไปตาย!

บวชวันที่ 2 พย.นี้

ติ๊นา : บวชที่วัดศรีบุญเรือง เราเป็นลูกศิษย์วัดนี้เลย นับถือหลวงพ่อเณร เคารพเหมือนพ่อคนนึงเลย คือท่านทักเราแบบถ้ามีเหตุการณ์อะไรบ้างอย่าง อย่างที่พ่อแม่เสียปลายเดือน ท่านจะทักมาต้นเดือน ว่าใช้เงินให้ระมัดระวัง เราก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร ท่านทักมาเพื่อจะให้เราเข้าไปหาท่าน แต่ด้วยความเป็นเด็ก ก็เที่ยวเล่นอยู่ ก็ไม่ได้เข้าไป พอปลายเดือนพ่อแม่เสียชีวิต ท่านก็มาเฉลยว่าพยายามเตือนเราแล้วนะ เป็นเรื่องที่จำฝังใจ และตอนแรกตั้งใจจะบวช 1 อาทิตย์ แต่พ่อเณรบอกให้บวช 2 อาทิตย์ เราเลยบอกจัดไป และที่ตัดสินใจบวช ต้องบอกก่อนปีที่ผ่านมีหลายเรื่องราว ล่าสุดกับเหตุการณ์ที่ผิดพลาดจากตัวเราเอง ติ๊นาอยากจะเป็นคนในเวอร์ชั่นใหม่ และมีสติมากกว่าเดิม การที่เราบวชคราวนี้ อยากบวชให้คุณพ่อคุณแม่ด้วย เหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเหตุการณ์ล่าสุด มันเหมือนเป็นการเตือนว่าถ้าเราใช้ชีวิตแบบไม่มีสติ ประมาทอีกครั้ง ชีวิตคุณสำคัญมากนะ

แต่เรายังโชคดีที่เราปฏิบัติธรรมมาบ้าง?

ติ๊นา : ก่อนหน้านี้เราไปถือศีล 8 บวชชีพราหณ์ แต่ยังไม่โกนหัว มากสุดก็ 3 วัน 2 คืน แต่บวชครั้งนี้คือโกนหัวเลย

จุดสุดท้ายที่เราตัดสินใจว่าจะโกนหัว เกิดจากความดิ่งของเราด้วยไหม?

ติ๊นา : ใช่ค่ะ ก็มันดิ่งแบบ ต้องย้อนกลับไปจนหนังเรื่องแรกจนวันนี้ 13 ปีแล้ว ที่ผ่านมา เรายังไม่เจอแบบคนที่มาว่าเราเยอะ แบบเหตุการณ์ของปีที่แล้ว มากขนาดนี้ ทำให้เราดาวน์มากขนาดนี้ มันโหดมากๆ เราพยายามมองโลกในแง่บวกมาโดยตลอด เราไม่ได้อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เวลาเราดิ่งมากๆ ปกติเราก็ปรึกษาหมออยู่แล้ว เราใช้หายวิธีมาก การไปอยู่กับเพื่อน เข้าวัด สวดมนต์ ทำทุกทาง แต่สุดท้ายแล้ว จริงๆ พยายามหาความสุขรอบๆ ตัว แต่จริงๆ ความสุขมันเกิดขึ้นจากใจเราเอง ถ้าใจไม่สงบ อยู่ที่ไหนก็ไม่ช่วย เพราะหนักสุดคือคอมเมนท์แย่ๆ มันเยอะอยู่แล้ว เราหนีการอ่านคอมเมนท์พวกนี้ไม่ได้หรอก เรานั่งอ่านไปเรื่อยๆ มีคอมเม้นท์ที่เราจำได้แม่นเลยว่า ทำไม ไม่ตายตามพ่อแม่ไปเลย

คอมเมนท์นี้มันทำให้กลับไปจุดเริ่มต้น วันที่พ่อแม่เสียใช่ไหม?

ติ๊นา : ใช่ มันกลับให้เราย้อนกลับไปว่าเราจะอยู่ไปทำไม (เสียงเริ่มสั่น) เราก็ไม่ใช่ดีขนาดนั้นนิ มันทำให้เรารู้สึกแย่ หรือเราแย่แบบนั้นจริงๆ

แต่บางคอมเมนต์ก็บอกว่าการบวชครั้งนี้ เพราะหนีดราม่า?

ติ๊นา : ได้เห็น แต่เรามานั่งคิด ดราม่ามันเกิดขึ้น เมษายน จริงๆ เรามีความคิดจะบวชมานาน แต่เวลาไม่ได้ ถ้าบวชตอนนั้นก็ไม่ได้ เรายังเคลียร์อะไรไม่เสร็จ แต่เราอยากใจ ถ้าเราหนีจริงๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์เราต้องไปบวชเลย ใช่ไหม ซึ่งเราไม่ได้อยากหนีปัญหา

รู้สึกไหม? ตั้งแต่พ่อแม่จากไป เรากลายเป็นเด็กมีปัญหา?

ติ๊นา : คิดเลยว่า ตอนพ่อแม่เสีย ตอนเราอายุ 25 เรายังไม่รู้เลยว่าเรามีปัญหาเพราะอะไร เรารู้สึกว่าเป็นเด็กคนนึงที่ใช้ชีวิตสบายๆ อยากไปเที่ยวไหนก็ได้ แม้เราใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่ทำไมเราไม่มีความสุขเลย เราคิดวนๆ ความสุขคืออะไร จนวันนี้ยังไม่รู้เลย ความสุขคืออะไร พอเราหันหลังกลับไปเรารู้สึกว่าเราไม่มีใคร เมื่อก่อนเรามีแฟมิลี่เดย์ แต่พอเขาไม่อยู่ เราเหมือนขาดอะไร วันพ่อวันแม่ เราเลื่อนฟีดไป (น้ำตาไหล) เราเห็นคนอื่นลงกับพ่อแม่ เราแอบอิจฉา ทำไมเราไม่มีเวลามากกว่า เราไม่อยากลงรูปเลย กว่าจะหมดวัน เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย

คือ เราอยู่คนเดียว ไม่ได้ เลยต้องมีเพื่อน?

ติ๊นา : หลังๆ ชีวิตมีเป๋ไป ยังหาทางให้กับตัวเองไม่ได้ ไปแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน อยู่คนเดียวไม่ได้ สมัยก่อนเราพูดไม่คิด ทำไมรนๆ หมดเลย เพราะเราเป็นคนทำอะไรสุดไปเลย

ความสุขวันนี้คืออะไร?

เอาจริงๆ ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าความสุขแท้จริงคืออะไร กำลังตามหาความหมายของมัน เราบวชวันที่ 2 เราไม่ได้คิดว่าเราเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงที่อยากบวช เพื่ออยากให้เราสงบจริงๆ อยากไปอยู่กับตัวเอง มีสติมากขึ้น ต้องได้เรียนรู้อะไรบ้าง

ตลอดเวลาพ่อแม่ไม่อยู่ และเจอเม้นท์ด้านลบ จนทำให้คิดสั้น?

ติ๊นา : มีบ้างค่ะ มันเจอเหตุการณ์หนักจริง จะทำยังไงให้มันไปแบบสบายที่สุด ก็เซิร์ซกูเกิ้ล ว่าวิธีไหนที่จากไป แบบสบายที่สุด มันเกิดขึ้นหลายครั้งในเวลาที่เราดิ่งมากๆ แต่หนูก็กลัวเจ็บ กลัวทรมาน (ร้องไห้) และวิธีง่ายที่สุดนอนในรถ รมควันตัวเอง ซึ่งเราก็คิดว่ามันยาก เราก็อยู่กับตัวเอง สิ่งที่ผ่านมาได้คือเวลาฮีลใจเรามาก และวันที่เกิดเรื่อง พี่หนิงฮิลใจเรามาก เพราะคำพูดที่พูดว่า เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดในวันนั้น อาจจะพูดก็ต่อเมื่อเวลามันช่วยเราฮิลใจ และพี่หนิงยกตัวอย่างเรื่องตัวเองมากับดราม่าที่ผ่านมา พี่หนิงเขาสตรอง เขาผ่านดราม่ามาได้ เขาช่วยเราดึงสติ ขาดพี่หนิงผ่านมาได้ เราก็ต้องผ่านมาได้

เวลาเราทุกข์เรารู้เลยว่าใครอยู่ข้างๆ ?

ติ๊นา : เปรียบเทียบง่ายๆ เลยว่า ถ้าบ้านเราหลังคารั่ว เวลาที่เราเป็นทุกข์ เราก็ไม่รู้เลยว่าใครเป็นห่วงเราบ้าง

เพราะเราได้สัมผัสธาตุแท้ของคนจริงๆ เรารู้สึกยังไง?

ติ๊นา :  แว้บแรกเสียใจ ทำไมเราไม่ได้ใจกลับมา มันแอบคาดหวัง คิดว่าคนนี้น่าจะดีกับเรา เวลาเรามีปัญหา ทำไมเขาไม่ดีกับเราเลย แต่ตอนนี้มานั่งตกตะกอน เวลามันผ่านไป เรามานั่งคิดแล้ว มันเหมือนการคัดกรองคน

หนิง สนิทกับ ติ๊นา ได้ไง?

ติ๊นา : ต้องขอบคุณพี่กระแต เขาให้เราไปเซอร์ไพร์สพี่หนิง ยังไม่รู้จักเลย จากนั้นก็สนิทกัน

หนิง : หนิงไม่ได้เห็นความน่ารักของเขา แต่เราเห็นความอ่อนแอของเขาตลอดเวลาที่รู้จักกัน มีเวย์ดาร์คไซด์สุด ความบริสุทธิ์ก็สุดเหมือนกัน เขาเล่าเรื่องพ่อแม่ให้ฟัง และเรารู้สึกว่าเขาเป็นคนบอบบาง เป็นที่หาอะไรบ้างอย่าง ที่หาไม่เจอซะที เขาพยายามเป็นเพื่อให้คนอื่นยอมรับ แต่เขาอะไรที่ตอบโจทย์ในชีวิต ไม่ได้ซะที สิ่งที่เขาเป็น หนิงเคยเป็นมาก่อน และบางทีเราเห็นสภาพเขา มันดูไม่ได้ ถ้ายกตัวอย่างเรื่องดราม่าที่เขาเพิ่งเจอเมื่อต้นปี ถ้าเป็นหนิงเจอเอง มันเรื่องเล็กมาก แต่สำหรับเขาเจอ และพอเขากลับบ้านไป เขาไม่มีใคร มันเลยหนักสำหรับเขา

ติ๊นา : ในเวลานั้นพี่หนิงน่ารักมาก เราได้มีโอกาสไปเจอ พี่หนิงให้ข้อคิด และพูดแบบถ้าเด็กคนนี้ฆ่าตัวตายไป แล้วมันจะยังไง สังคมจะยังไง พูดไปให้เราคิด ให้เราต้องสู้ต่อไป และวันนี้เราตั้งใจ ขออโหสิกรรมพี่หนิง (พนมมือ)

จากนั้นก็ให้ “หนิง ปณิตา” ตัดผมเป็นคนแรก ก่อนจะเข้าพิธีบวชในวันที่ 2 พย. ที่จะถึงนี้ โดยพิธีกรกล่าวว่าดีใจที่ได้ยินว่าจะบวช และเชื่อว่าการบวชครั้งนี้ เรารู้ว่าเราผิดอะไร คนไทยพร้อมจะให้โอกาสในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และอย่าไปอ่านคอมเม้นท์อะไร ปล่อยคอมเม้นท์เหล่านั้นไป และคนอื่นจะมองว่าเราสร้างภาพ เราก็สร้างภาพดีๆ แล้วกัน

พอเราเสพคอมเม้นท์มากๆ มันกระทบถึงงานด้วย?

ติ๊นา : กระทบด้วย เราต้องแคนเซิลงาน คอมเม้นท์ว่าเรามีอยู่แล้ว มันลามไปถึงงานที่เราทำ รายการ ลูกค้าต่างๆ จนลูกค้าแคนเซิลงานเรา ไปเม้นท์ติ๊นา นิสัยไม่ดี ไม่ต้องไปจ้าง เรายอมรับว่าเราผิดจริง เราขอโทษตรงนี้ มันเป็นความผิดพลาดของเราคนเดียว สัญญาว่าจะปรับปรุงตัว มีสติให้มากขึ้น

จุดประสงค์หลักอยากบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่?

ติ๊นา : ตั้งแต่เขาเสียไป ไม่เคยขออะไรพ่อแม่เลย เราจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไรลูกนะ หนูเป็นลูกคนเล็ก หนูจะทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วง คืออยากให้เขาไปภพภูมิที่ดี ไม่ต้องเป็นห่วงเรา แต่บางทีก็แอบร้องไห้ เจอจุดที่อ่อนแอมากๆ ร้องไห้เอาหมอนปิดหน้า หรือเอาผ้าอุดปากแล้วกรี๊ด เคยไม่มีสติถึงขั้นกรี๊ด ถามป๊าม๊าว่าตายไปทำไม ทำไมถึงทิ้งหนูไว้ให้อยู่คนเดียว พอเราระบาย พอเราคิดได้ดึงสติ ก็บอกว่าแค่เสียใจ เรามีสติแล้ว ก็จะพยายามทำตัวให้ดีขึ้น

มีอะไรจะบอกคุณผู้ชม?

ติ๊นา : (ยกมือขอโทษ) ติ๊นาขออโหสิกรรม กับทุกๆ คนที่เคยทำให้ไม่สบายใจ หรือทุกข์ใจ ที่ทำให้เดือดร้อน และที่ทำให้เกิดประเด็นดราม่า หลายคนคงรู้ดีว่าคือใคร ก็ขอโทษ ขออโหสิกรรมตรงนี้ ติ๊นาขอโทษแฟนคลับที่ติ๊นาทำให้ผิดหวัง (เสียงสะอื้น) ขอโทษและขออโหสิกรรม ขอเชิญทุกคนมาร่วมบุญกัน

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

น่ารักน่าชัง! ‘แพทริเซีย’อุ้มลูกสาวตัวน้อย’น้องเอลิเซีย’ส่งยิ้มหวาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766289

น่ารักน่าชัง! 'แพทริเซีย'อุ้มลูกสาวตัวน้อย'น้องเอลิเซีย'ส่งยิ้มหวาน

น่ารักน่าชัง! ‘แพทริเซีย’อุ้มลูกสาวตัวน้อย’น้องเอลิเซีย’ส่งยิ้มหวาน

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.50 น.

อยู่ในวัยกำลังน่ารักน่าชังมากเลยทีเดียว สำหรับ “น้องเอลิเซีย” ลูกสาวตัวน้อยของ “แพทริเซีย กู๊ด” กับสามี “โน้ต วิเศษ” ที่ตอนนี้อายุได้ 4 เดือนกว่าแล้ว แถมหน้าตาน่ารักอารมณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ

โดยล่าสุด แพทริเซีย ได้โพสต์คลิปน่ารักกับลูกสาวตัวน้อย กับแคปชั่นที่เขียนไว้ว่า “what my days look like now #patnotealicia” ลูกสาวแม่แก้มแดง แก้มมาเต็มมาก มาในลุคหวานๆ ใส่ผ้าคาดผมโบว์ แถมยิ้มเก่งอารมณ์ดีสุดๆ

เปิดเทอมวันแรก! ‘เสมา 1’เข้มสถานศึกษา ปกป้องเด็กจากสภาพแวดล้อมอันตราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766416

เปิดเทอมวันแรก! ‘เสมา 1’เข้มสถานศึกษา ปกป้องเด็กจากสภาพแวดล้อมอันตราย

เปิดเทอมวันแรก! ‘เสมา 1’เข้มสถานศึกษา ปกป้องเด็กจากสภาพแวดล้อมอันตราย

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.46 น.

เปิดเทอมวันแรก! “เสมา 1″เข้มสถานศึกษาทั่วประเทศ ตรวจตราบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด ปกป้องเด็กจากสภาพแวดล้อมอันตราย สอดรับนโยบาย”เรียนดี มีความสุข”

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีข้อห่วงใยรับเปิดเทอม 2/2566 คือเรื่องของสิ่งเสพติดในสถานศึกษา โดยได้กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงานในกำกับทุกสังกัด ตรวจตราบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดอย่างเข้มข้นทั้งภายในและบริเวณรอบสถานศึกษา เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพิ่มมาตรการที่เข้มแข็งปกป้องเยาวชนจากสิ่งเสพติด ตลอดจนสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายและผลกระทบของยาเสพติด ให้เกิดการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของ นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำและกำกับสถานศึกษามาโดยตลอดว่าจะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยจากสารเสพติดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า สารเสพติด รวมถึงสารอื่นที่ทำให้มึนเมา แต่ปัจจุบันเด็กเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น จึงต้องทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ที่สำคัญมีบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ผลักดันจนเกิดนโยบาย “โรงเรียนปลอดบุหรี่” โดยสถานศึกษามีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างมาตรการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ที่ได้กำหนดให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาต้องเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด

ดังนั้น ครูผู้อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุดในโรงเรียนจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการปลูกฝังค่านิยม ปรับทัศนคติที่ถูกต้อง สร้างการเห็นคุณค่าในตัวเอง ให้เยาวชนตระหนักรู้ถึงโทษและพิษภัยจากการสูบบุหรี่และสิ่งเสพติดชนิดอื่น ให้นักเรียนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจเป็นประตูเชื่อมให้เยาวชนไปสู่สิ่งเสพติดชนิดอื่นได้

“กระทรวงศึกษาธิการ จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรณรงค์ป้องกันเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าและสิ่งเสพติดทุกชนิด ที่สำคัญคือครูและผู้ปกครองซึ่งเป็นด่านแรกที่คลุกคลีใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด เป็นแบบอย่างที่ดี คอยสอดส่องสร้างภูมิคุ้มกันอย่างใกล้ชิดไม่ให้อบายมุขเข้ามาส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สภาพจิตใจ และอารมณ์ รวมถึงปลูกฝังให้เยาวชนมีทักษะในการปฏิเสธบุหรี่ไฟฟ้าและสิ่งเสพติด ช่วยกันสร้างเยาวชนที่เข้มแข็งมีความสุขในการเรียนและการใช้ชีวิต” รมว.ศธ.กล่าว

อึ้ง!ผลสำรวจ 10 มหาวิทยาลัยดัง พบร้านกระท่อม 9-กัญชา 3 แห่งต่อสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766390

อึ้ง!ผลสำรวจ 10 มหาวิทยาลัยดัง พบร้านกระท่อม 9-กัญชา 3 แห่งต่อสถานศึกษา

อึ้ง!ผลสำรวจ 10 มหาวิทยาลัยดัง พบร้านกระท่อม 9-กัญชา 3 แห่งต่อสถานศึกษา

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 22.27 น.

‘เมืองลวง เด็กหลอน’สำรวจ 10 มหาวิทยาลัยดัง พบร้านกระท่อม 9-กัญชา 3 แห่งต่อสถานศึกษา

31 ต.ค.2566 เวลาประมาณ 17.00 น. ที่ลานกิจกรรมหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายละครเฉพาะกิจเธียเตอร์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในโอกาสวันฮาโลวีน 2566 “HALLOWEEN CITY เมืองลวง เด็กหลอน”

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า ผลกระทบเกิดจากปัจจัยเสี่ยงทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การพนัน บุหรี่ และยาเสพติด ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ที่มักพบว่ามีเด็ก เยาวชนจำนวนมากเข้าไปอยู่ในวงจรเหล่านี้ จากการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากรไทย ปี 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบเยาวชนอายุ 15-24 ปี สูบบุหรี่ 12.7% เป็นนักสูบหน้าใหม่ที่เพิ่งสูบไม่เกิน 1 ปี 211,474 คน ในจำนวนนี้มี 73.7% เริ่มสูบบุหรี่ช่วงอายุ 15-19 ปี และยังพบคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 78,742 คน คิดเป็น 0.14% ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ในปี 2547-2558 มีการดื่มเพิ่มขึ้น 23.5-29.5% และลดเหลือ 20.9% หรือประมาณ 1.9 ล้านคน ในปี 2564 โดยกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด และเกิดเหตุในช่วงเวลากลางคืนสูงถึง 44% จากสถานการณ์การพนันปี 2564 มีเด็กและเยาวชนอายุ 15-25 ปีเล่นการพนัน 4.3 ล้านคน ฮาโลวีนนี้ ระวังอย่าให้ผีพนันเข้าสิง เพราะช่องทางที่เข้าถึงการพนันมีหลากหลายช่องทาง พร้อมอำนวยความสะดวกให้เล่นพนันได้ง่ายขึ้น ยิ่งเล่นยิ่งติด ทำให้ถอนตัวหรือเลิกได้ยาก กว่าจะรู้ตัวก็แทบจะหมดตัว

“ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องใส่ใจและจริงจังกับการป้องกัน แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนเข้าถึงสิ่งเสพติด ต้องมีนโยบายปกป้องเด็ก มีมาตรการจัดการกับคนที่หาประโยชน์กับเด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาด รับฟังเสียงเด็ก เยาวชนให้มากขึ้น เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ เป็นทางเลือกให้เยาวชนได้ร่วมกันออกแบบอนาคตของเขาเอง กิจกรรมฮาโลวีนซิตี้เมืองลวง เด็กหลอน จึงเหมือนการสะท้อนปัญหาที่เด็กและเยาวชนไทยต้องเผชิญและสื่อสารเพื่อป้องกันเยาวชนไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดร้านเหล้าผับบาร์ ที่โหมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในวันฮาโลวีน”  น.ส.รุ่งอรุณ กล่าว

น.ส.ปาลิณี ต่างสี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า เทศกาลวันฮาโลวีนคือช่วงเวลาที่ร้านเหล้าผับ บาร์ต่างฉวยโอกาสในการจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เยาวชนเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลรอบมหาวิทยาลัย 10 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม พบร้านจำหน่ายกระท่อม 90 แห่ง ร้านกัญชา 32 แห่ง และร้านที่ขายทั้งกระท่อมและกัญชา 11 แห่ง เฉลี่ยในหนึ่งมหาวิทยาลัยมีร้านขายกระท่อม 9 แห่ง ขายกัญชา 3 แห่ง และขายทั้งกระท่อมและกัญชา 1 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านประจำ แผงลอย คาแฟ่ และรถเก๋ง กระบะ

ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ยังได้สำรวจความเห็นเยาวชนอายุ 13-25 ปี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1,200 คน ระหว่างวันที่ 20-27 ต.ค. ที่ผ่านมา พบว่า เคยใช้กัญชา 28.33% ไม่เคยใช้ 71.67%  เคยใช้กระท่อม 28.42% ไม่เคยใช้ 71.58% ที่สำคัญ 73.83% เห็นว่าควรปรับปรุงกฎหมาย เพิ่มมาตรการป้องกันการเข้าถึงกัญชากับกระท่อมของเด็กและเยาวชน มีเพียง 26.17% ที่ไม่เห็นด้วย ส่วนนโยบายขยายเวลาเปิดผับบาร์ 04.00 น. นั้น ไม่เห็นด้วย 52.08 % โดยให้เหตุผลว่าทำให้เกิดเสียงดัง ทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุอาชญากรรม และเสียสุขภาพ

“นี่คือความพยายามของเราในฐานะเด็ก เยาวชน ที่ต้องการส่งเสียงสะท้อนความจริงต่อผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ให้เร่งทบทวนนโยบายกัญชาและพืชกระท่อม เป็นการด่วน รวมถึงทุกนโยบายที่จะเป็นการเพิ่มพื้นที่เสี่ยง เพิ่มพื้นที่อบายมุข ที่ยังไม่มีมาตรการปกป้องเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ดีพอ ทั้งเหล้า บุหรี่ไฟฟ้า การพนันในรูปแบบต่าง ๆ หวังว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะได้ยินเสียงของเรา เยาวชนที่ตื่นรู้และไม่เพิกเฉยต่อความผิดปกติของบ้านเมือง” น.ส.ปาลิณี กล่าว

ด้าน นายลิขิต จวนสวัสดิ์ หรือ ตั้ม ฮาล้าน เน็ตไอดอล กล่าวว่า หลังจากตนไม่ได้ทำงานที่ผับแล้วมีเวลาว่างเยอะ การปลดล็อกกัญชา กระท่อม ทำให้หาซื้อกัญชา กระท่อมได้ง่าย ตนกับเพื่อนต้มน้ำกระท่อมกินเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน กินเยอะ กินบ่อยจนกระทั้งเกิดอาการเสพติดน้ำกระท่อม ต้องต้มดื่มแทนน้ำ แต่เพียงระยะเวลาไม่นานก็เกิดผลกระทบกับสุขภาพ เกิดภาวะท้องเสียอย่างรุนแรง อาเจียนอย่างหนัก จนต้องไปพบแพทย์และถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดตรัง แพทย์ให้ยามารับประทาน ให้ดื่มน้ำสะอาดเพื่อเป็นการชะล้างพิษจากกท่อม และนัดตรวจติดตามผลอีกครั้ง

“สิ่งที่อยากจะบอกกับทุกคนคือ การดื่มน้ำกระท่อม สูบกัญชา ไม่ทำให้ดูดีดูเท่เลย มีแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ” นายลิขิต กล่าว