CPF เดินหน้าอัพสกิลคู่ค้า SMEs ส่งมอบอาหารปลอดภัยมาตรฐานสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764169

CPF เดินหน้าอัพสกิลคู่ค้า SMEs  ส่งมอบอาหารปลอดภัยมาตรฐานสู่สากล

CPF เดินหน้าอัพสกิลคู่ค้า SMEs ส่งมอบอาหารปลอดภัยมาตรฐานสู่สากล

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือกับสถาบันมาตรฐานอังกฤษ British Standard Institution (BSI) จัดอบรมพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มวัตถุดิบเครื่องปรุง เพิ่มขีดความสามารถการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบให้มีความสม่ำเสมอได้มาตรฐานสากล ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าและผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

วิไลลักษณ์ คลอดเพ็ง รักษาการผู้บริหารสูงสุด สายงานประกันคุณภาพอาหารกลาง ซีพีเอฟกล่าวว่า วัตถุดิบเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อคุณภาพของอาหารซึ่งซีพีเอฟได้รับความร่วมมือจากคู่ค้าธุรกิจในการส่งมอบวัตถุดิบที่มีคุณภาพปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการที่ทำหน้าที่ผลิตและจัดหาวัตถุดิบในกลุ่มเครื่องปรุงให้กับซีพีเอฟสามารถปรับตัวทันความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซีพีเอฟจึงเดินหน้าเพิ่มทักษะของคู่ค้าธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจาก BSI จัดอบรมถ่ายทอดและแบ่งปันองค์ความรู้ให้คู่ค้า SMEs ในกลุ่มวัตถุดิบเครื่องปรุงเป็นรุ่นที่ 2 รวมทั้งมีการให้คำแนะนำและปรึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้า SMEs สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตและการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง มีแนวปฏิบัติที่ดีตามวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร (Food Safety Culture) พร้อมทั้งสามารถดำเนินงานตามระบบมาตรฐานขั้นสูงด้านความปลอดภัยอาหาร และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ได้แก่ มาตรฐาน BRC  IFS (International Food Standard) และ FSSC22000 เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถคู่ค้า SMEs มีรายได้เพิ่มขึ้นและขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อย่างยั่งยืน

“การอบรมในวันนี้สอดรับกับความมุ่งมั่นของซีพีเอฟ ช่วยยกระดับขีดความสามารถคู่ค้า SMEs ในการสร้างสรรค์วัตถุดิบคุณภาพสูงยิ่งขึ้นให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันซีพีเอฟยังให้คำแนะนำและที่ปรึกษากับคู่ค้าเพื่อสนับสนุนคู่ค้า SMEs ให้เติบโตไปด้วยกัน” วิไลลักษณ์กล่าว

นิพนธ์ ยธิกุล ที่ปรึกษาบริษัท เอ็น แอนด์ พี อกริโปรดักส์  จำกัด ผู้ผลิตพริกไทยและเครื่องเทศกล่าวว่า ขอบคุณที่ซีพีเอฟที่เปิดโอกาสให้คู่ค้ารายเล็กได้รับความรู้ใหม่ๆ เท่าทันโลก เข้าใจกระแสผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป  ซึ่งจะนำไปถ่ายทอดให้พนักงานต่อไปและลงมือช่วยกันปรับปรุงพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าได้มาตรฐานสากลไปด้วยกัน

วิคกี้ วิศรุตนันทะ ผู้จัดการโรงงาน บริษัท พีดีเอส ฟู๊ดส์ ผู้ผลิตผักสด กล่าวเสริมว่า จะนำความรู้ที่ได้นำไปปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อยกระดับความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กร ได้มีความตระหนักและให้ความสำคัญในการควบคุมและป้องกันคุณภาพผักสดตลอดกระบวนการตั้งแต่เกษตรกรจนถึงการขนส่ง เพื่อที่จะส่งมอบผักสด สะอาด ปลอดภัยให้แก่ซีพีเอฟอย่างต่อเนื่อง

วรารักษ์ วิเชียรกัลยารัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเซ็นเตอร์ฟู้ด โปรดักส์ จํากัดผู้ผลิตวุ้นเส้น กล่าวว่า หัวข้อการอบรมในวันนี้สอดคล้องกับวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารของไทยเซ็นเตอร์ฟู้ด และจะนำความรู้ใหม่กลับไปปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมทั้งให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่บุคลากร รวมทั้งการวางแผนเพื่อป้องกันความเสี่ยงและปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัยของวุ้นเส้นที่ดียิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนซีพีเอฟส่งมอบอาหารรสชาติอร่อย ปลอดภัย สร้างความสุขให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก

การฝึกอบรมคู่ค้า SMEs ให้มีความรู้และเข้าใจหลักการของระบบคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety Culture) การควบคุมอาหารปลอม (Food Fraud) และระบบการปกป้องอาหารให้ปลอดภัย (Food Defense) เป็นหนึ่งในกิจกรรมดำเนินการภายใต้โครงการ “Partner to Grow…เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” ซึ่งซีพีเอฟร่วมกันพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานของ SMEs ในด้านต่างๆ ตามนโยบาย “ด้านการจัดหาอย่างยั่งยืนและแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้าธุรกิจ” ส่งเสริมและสนับสนุนคู่ค้าธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ยกระดับการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง ESG ช่วยให้คู่ค้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันที่ใส่ใจทั้งคุณภาพความปลอดภัยของสินค้า สามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : สัมผัสเทศกาล ‘Oktoberfest’ กับเมนูมื้อพิเศษช่วงเดือนตุลา..

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764119

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : สัมผัสเทศกาล ‘Oktoberfest’ กับเมนูมื้อพิเศษช่วงเดือนตุลา..

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : สัมผัสเทศกาล ‘Oktoberfest’ กับเมนูมื้อพิเศษช่วงเดือนตุลา..

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร สำหรับในเดือนตุลาคม มีอาหารที่หลากหลายให้ได้ลิ้มลองรสชาติเมนูพิเศษของบรรดาโรงแรมต่างๆ ใน 12 โรงแรมชั้นนำ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เพลินจิต นำเสนอเทศกาล Oktoberfest อาทิ ขาหมูเยอรมันทอด, หมูชุบแป้งทอดกรอบตำรับเยอรมัน,เพรสเซิลชิ้นใหญ่เสิร์ฟพร้อมชีสเยอรมันและเครื่องดื่มประจำเทศกาลหลากหลาย ถึง28 ต.ค. ที่ เบียร์รีพับบลิค โทร.02-6560080

โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ นำเสนอรสชาติอาหารอิตาเลียนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ กับเมนูไฮไลท์ “Pumpkin Special” รวม 5 เมนู ถึง 31 ต.ค.ที่ ห้องอาหารอิตาเลียน Brio โทร.02-4319489

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์นำเสนอความอร่อยตามฤดูกาลของ “เป็ดชาล็อง”เมนูสุดพิเศษจากฝรั่งเศส รังสรรค์ความอร่อยเป็นเมนูจานเด่นประจำเดือน พร้อมตระการตาด้วยวิวทิวทัศน์มหานครแบบ 360 องศา ถึง 31 ต.ค. ที่ ห้องอาหารเรดสกาย โทร.02-1006255

โรงแรมเคปเฮ้าส์ นำเสนอ “เทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล” รังสรรค์เป็นเมนูอาหารอิตาเลียนเลิศรส อร่อยละมุนลิ้น เปี่ยมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพ ถึง 31 ต.ค. ที่ ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร โทร.02-6587444

โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ นำเสนอ “Opulent Chinese Sunday Brunch” อาหารจีนเมนูพรีเมียมทุกวันอาทิตย์ อาทิ เป็ดปักกิ่ง และติ่มซำโฮมเมด ท่านละ2,688 บาท++ พร้อมโปรโมชั่น “มา 4 จ่าย 3”ถึง 17 ธ.ค. ที่ ห้องอาหารซาวิโอ โทร.02-1267999

โรงแรมอวานี สุขุมวิท นำเสนอโปรโมชั่น“Grill & Chill : Movie Night Edition”พบกับประสบการณ์การรับประทานบุฟเฟต์บาร์บีคิวรสเลิศ พร้อมชมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดใต้แสงดาวท่านละ 990 บาทถ้วน ทุกวันศุกร์และเสาร์ ระหว่างเวลา18.00-22.00 น. ที่ เดอะเดค โทร.02-0797555

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ นำเสนอ “Winter Journey” เมนูประจำฤดูหนาว มื้อกลางวันเมนู 8 คอร์ส ท่านละ 2,900 บาท++ และเมนู10 คอร์ส 3,500 บาท++ มื้อค่ำ เมนู 16 คอร์ส4,300 บาท++ ถึง 31 มี.ค. 2567 ที่ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน โทร.02-1629000

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีชรีสอร์ท หัวหิน นำเสนอเมนู “SHELLFISH POT” อาหารทะเลฟินยกชุด ทั้งหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งล็อบสเตอร์เนื้อเด้ง ปูม้าสดๆ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.30-21.30 น. ถึง 31 ต.ค. ที่ ห้องอาหารโคสต์บีช คลับ แอนด์ บิสโทร โทร.032-51202138

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสนำเสนอ “เมนูอาหารเกาหลีต้นตำรับ” กับบาร์บีคิวเตาถ่านยอดนิยม พร้อมชุดอาหารกลางวันเกาหลีใหม่ล่าสุด ชุดละ 450 บาทที่ ห้องอาหารเกาหลีคองจู โทร.02-2163700

โรงแรมแมนดาริน นำเสนอเมนูชุดพิเศษสำหรับเทศกาลอาหารเจ พร้อมของหวานและเครื่องดื่ม ราคาชุดละ 398 บาทถ้วน ถึง 23 ต.ค. ที่ ห้องอาหารครัวหลวง โทร.02-2380230

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่นนำเสนอโปรโมชั่น “65 ปี (มากับครอบครัว) ทานฟรีบุฟเฟต์นานาชาติ” มื้อกลางวัน และมื้อเย็น พร้อมมุมอาหารเจ ท่านละ 690 บาทถ้วน ถึง 23 ต.ค.ที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นนำเสนอโปรโมชั่น “65 ปี (มากับครอบครัว)ทานฟรีบุฟเฟต์นานาชาติ” มื้อกลางวัน และมื้อเย็น ท่านละ 690 บาทถ้วน ถึง 23 ต.ค.ที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

เทศกาลแห่งความสุขหรรษา กับอาหารหลากหลายสไตล์นานาชาติในบรรยากาศสุดพิเศษและแสนหรูเพื่อมื้อแห่งความสุขสำหรับทุกคน อร่อยอย่างประทับใจไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 21 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764118

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 21 ตุลาคม 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 21 ตุลาคม 2566

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Krispy Kreme ชวนชิมความอร่อย 4 สไตล์ของ “คริสปี้ ครีม x สกูบี้-ดู!” แก๊งปราบผีสุดป่วน ชิ้นละ 35 บาท อร่อยยกเซตพร้อมกล่องลายลิมิเต็ด ถึง 31 ต.ค. ที่ ร้านคริสปี้ ครีม กว่า 50 สาขา

แมคโดนัลด์ ชวนชิมอิ่มอร่อยกับ “McSavers 1+1” ราคาชุดละ 59 บาท เลือกแมทช์เองประหยัดคุ้ม อิ่มครบ ที่ ร้านแมคโดนัลด์ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ และบริการไดร์ฟ ทรู

ชวนชิมเมนูเด็ด สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลดสูงสุด 25% ฉลอง IMPACT 25th Anniversaryที่ 14 ร้านอาหารในเครือรวม 18 แบรนด์ ถึง 31 ต.ค.ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ชวนชิม

Ootoya ชวนชิมอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับในเทศกาลเจด้วยเมนูพิเศษ อาทิ เต้าหู้ราดซอสอังคาเกะ, เต้าหู้ย่างราดซอสมิโสะ ถึง 23 ต.ค. ที่ ร้านโอโตยะ ทุกสาขา CRG Call Center โทร.1312

ซีอาร์จี ชวนชิมหลากหลายเมนูอาหารเจอิ่มบุญอิ่มใจในราคาสบายกระเป๋า ถึง 23 ต.ค.ที่ ร้านเทอเรสซ์ เดอ บางกอก (Terraces De Bangkok) CRG Call Center โทร.1312

ชวนชิม “อาหารเจ”เกือบ 70 เมนู พร้อมขบวนติ่มซำเจ และซาลาเปาเจ4 รส ถึง 23 ต.ค.ที่ ร้านฮองมิน ทั้ง 8 สาขา โทร.02-0266843

ชวนช็อป

ชวนช็อปวัตถุดิบเจคุณภาพดี และอาหารเจ ในเทศกาล “VEGETARIANFOOD FESTIVAL 2023” ถึง 23 ต.ค.ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ กูร์เมต์ อีทส์ทุกสาขา

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนช็อปสินค้าคุณภาพในงาน “คนข่าวมาขายของ” ที่พี่น้องคนข่าวจากทุกสายทุกโต๊ะข่าวและอดีตคนข่าวมาจำหน่าย ถึง 22 ต.ค. ที่ ลานปทุมวัน ฮอลล์ ชั้น G

ชวนช็อปสินค้าและอาหารคุณภาพจากวิสาหกิจชุมชนจังหวัดปทุมธานี กว่า 20 ร้านค้า ในงาน “ช็อปอย่างมีสไตล์ รายได้เพื่อชุมชน” ถึง 24 ต.ค. ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

ชวนใช้

ชวนใช้ “ฮักอีสาน แฟลชเซล” รับส่วนลด 30% พร้อมส่วนลดเพิ่มอีก 15% สำหรับสมาชิก CentaraThe1 ถึง 23 ต.ค. และเข้าพักได้ถึง 29 ธ.ค.ที่ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราโคราช, อุบลฯ และอุดรฯ

ชวนใช้แพ็กเกจ “กิน ช้อป เที่ยวไต้หวัน ในงานเดียว” ในงาน “Taiwan One More Time ครั้งที่ 6” ถึง 22 ต.ค. ที่ ศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์

ข้าวมาบุญครอง ชวนใช้โปรฯ “ข้าวหอมมะลิ 2 สีมงคล” เพิ่มพูนความสุขในเทศกาลกินเจ ราคาสุดพิเศษ ถุงสีทอง และถุงสีแดง ถึง 31 ต.ค.ที่ ร้าน MAH Shop ทุกสาขา

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “สามก๊ก” ในวันพุธที่ 25 ต.ค. เวลา 12.45-13.00 น. และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “พื้นที่สร้างสรรค์ของชาวกรุง” ในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมคอนเสิร์ต “นำเพลง ว่าซั่น”โดยศิลปินหนุ่มอารมณ์ดี “สิงโต นำโชค”ในวันศุกร์ที่ 27 ต.ค. เวลา21.30-22.30 น.ที่ “อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์” ริมทะเลสาบเมืองทองธานีโทร.02-0331851

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนชมและเชียร์มวยมันส์ในงาน “MBK CENTER FIGHT NIGHT” ชมฟรี!ทุกวันพุธแรก และวันพุธสุดท้ายของเดือน ในวันพุธที่ 25 ต.ค. ที่ลานกิจกรรม เอ็ม บี เค อเวนิว

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

ผมทำงานนี้ เพราะต้องการบอกโลกให้รู้ว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764173

ผมทำงานนี้ เพราะต้องการบอกโลกให้รู้ว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย

ผมทำงานนี้ เพราะต้องการบอกโลกให้รู้ว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผมเห็นมาตลอดว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น ทรงแก้ปัญหาให้ประเทศไทยมาโดยตลอด พระองค์ทรงรักประเทศไทย ทรงรักคนไทยมากเหลือเกิน ผมจึงต้องการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านให้แพร่หลายมากขึ้น

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ คุณกิตตินาท มลิทอง ผู้สร้างโมเดลจำลอง หรือ Diorama Modeller ผู้ยืนยันว่าทำงานทุกชิ้นด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9

l ขออนุญาตถามว่าก่อนจะทำงาน model จำลองโครงการพระราชดำริ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 คุณกิตตินาท ทำอาชีพด้านใดมาก่อนครับ

คุณกิตตินาท : ผมเป็น graphic designer ให้บริษัทโฆษณา งานเดิมผมเน้นการออกแบบ packaging ครับ ทำมากว่า 20 ปี แล้วก็ออกมาทำร้านอาหาร ขายไก่ย่าง ชื่อร้านบ้านระกา ครับผม ส่วนงาน diorama model หรือ โมเดลฉากจำลองนั้นทำเพราะเป็นงานต่อเนื่องกับงานอาชีพเดิมบ้าง เพราะลึกๆ ผมสนใจงานนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสทำจริงๆ จังๆ จนวันหนึ่ง บังเอิญลูกค้ารายหนึ่งมารับประทานอาหารที่ร้านบ่อยๆ ก็ได้คุยกันจนสนิทสนม แล้วทราบว่าลูกค้ารายนี้เป็นผู้นำเข้าโมเดลจำลองของ TAMIYA ผมก็ตาโตเลย เพราะได้เจอคนที่ผมสนใจ คือสนใจโมเดลจำลองมานาน ก็คุยกันไปจนไปที่ร้านของลูกค้า แรกๆ ก็ทำโมเดลจำลองด้าน military ด้านทหาร ด้านแนวสงคราม แล้วก็นำงานส่งประกวด ก็ได้รางวัลมามากพอควร แล้ววันหนึ่งผมได้โมเดลของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาองค์หนึ่ง ด้วยความที่ผมเทิดทูนพระองค์ท่านมาตลอด ผมก็มีความตั้งใจว่าจะทำโมเดลโครงการพระราชดำริของพระองค์ท่าน จนวันหนึ่งผมได้โมเดลรถ Land Rover รุ่นที่พระองค์ทรงใช้มาหนึ่งคัน จากจุดนั้นผมจึงเริ่มศึกษาพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านอย่างจริงจัง แล้วก็ค่อยๆ ลงมือทำโมเดลจำลองโครงการพระราชดำริครับ

l ประมาณกี่ปีมาแล้วครับ

คุณกิตตินาท : ราวๆ 3 ปีครับ แรกๆ ผมทำเป็นงานอดิเรก แต่เมื่อทำไปแล้วค้นคว้าไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งพบว่าโครงการพระราชดำริต่างๆ มีความสำคัญมากต่อความเจริญของประเทศไทยของเรา โครงการพระราชดำริมีประมาณ 5 พันโครงการ กระจายอยู่ทั่วประเทศ

l การทำงานของคุณกิตตินาทต้องใช้แรงบันดาลใจอะไรบ้างครับ จึงทำให้งานออกมาละเอียดประณีต จนแสดงถึงโครงการพระราชดำริได้อย่างน่าสนใจมาก ซึ่งงานนี้ต้องใช้ความตั้งใจมากเลยครับ

คุณกิตตินาท : ผมอยากช่วยเผยแพร่งานของพระองค์ท่านให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ นอกจากการรับรู้ผ่านหนังสือ และข่าวในพระราชสำนัก หรือสารคดีต่างๆ ผมมั่นใจว่าคนรุ่นผม ที่อายุ 50 ปีต้นๆ ต้องได้รับรู้เป็นอย่างดีว่าพระองค์ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อให้คนไทยและเมืองไทยเจริญขึ้น ทรงแก้ปัญหาต่างๆ นานาให้ประเทศเสมอมา ผมจึงอยากทำงานตามแบบที่ผมถนัดคือการสร้างโมเดลเพื่อเผยแพร่โครงการพระราชดำริ งานที่ผมทำเป็นงานโมเดลจำลอง ที่ช่วยให้เห็นมิติต่างๆ ได้มากกว่าภาพถ่าย หรือภาพวาด ผมต้องการให้โมเดลที่ผมทำนั้นดูแล้วเสมือนมีชีวิตจริง สมจริงครับ ผมพยายามใส่เรื่องราวต่างๆ เข้าไปเพื่อให้ดูแล้วสมจริง และที่สำคัญคือเพื่อให้เห็นแล้วทุกคนสามารถรับรู้ได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่พระราชทานต่อแผ่นดินไทยมาตลอดรัชสมัยของพระองค์

l ผมขอถามเรื่องโมเดลสะพานไม้เจาะบากง อำเภอสุไหงโก-ลก นราธิวาส งานชิ้นนี้ทำให้ผู้ชมเห็นแล้วระลึกถึงวันที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน แล้วประทับนั่งโดยพระปฤษฎางค์ทรงพิงที่รถยนต์ Land Rover แล้วทรงมีพระราชปฏิสันถารกับลุงพร้อม จินนาบุตร ชาวบ้านผู้เข้าเฝ้าฯ งานนี้มีความละเอียดมาก งานนี้ต้อง research นานไหมครับ กว่าจะเสร็จออกมาสมบูรณ์แบบนี้

คุณกิตตินาท : ก็ศึกษาอยู่ระยะหนึ่งครับ โดยดูจากหนังสือต่างๆ และภาพจากสารคดี แล้วนำมาสร้างเป็นเรื่องราว ด้วยความที่ผมทำงานด้าน creativeที่ทำงาน graphic design ก็จึงสร้างงานนี้ออกมาโดยยึดหลักข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ แล้วผสานความคิดสร้างสรรค์เข้าไป พูดง่ายๆ คือเป็นงานที่มาจากข้อเท็จจริงผสมกับจินตนาการของผม และที่สำคัญมากกว่านั้นคือ ผมทำเพราะความรักที่มีต่อพระองค์ท่าน โมเดลชิ้นนี้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผมโดยสมบูรณ์ ขออนุญาตเล่าให้ฟังว่าก่อนที่ผมจะทำงานนี้ ผมต้องสั่งผลิตโมเดลในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้มีความคล้ายกับวันที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปสะพานเจาะบากง โดยผมสั่งทำเป็นไฟล์สามมิติ เมื่อได้มาแล้วผมต้องลงสีฉลองพระองค์ให้เหมือนกับวันที่พระองค์ท่านทรงฉลองพระองค์จริงๆแม้กระทั่งท่าประทับนั่ง แม้จะไม่เหมือนร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็พยายามให้เหมือนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนโมเดลลุงพร้อมก็เช่นกันครับ ต้องพยายามทำออกมาให้เหมือนวันที่ลุงพร้อมเข้าเฝ้าฯ มากที่สุด โดยดูทุกอย่างจากภาพถ่ายหลายๆ ภาพ

l งานชิ้นนี้ละเอียดมาก มีองค์ประกอบภาพมากมาย ทั้งต้นไม้ นก ปลา ดอกไม้ สะพานไม้ เป็นต้น ใช้เวลาทำนานแค่ไหนครับ แล้วต้องลงไปดูพื้นที่จริงด้วยไหมครับ

คุณกิตตินาท : ใช้เวลาทำประมาณ 1 เดือนครับไม่เคยลงไปพื้นที่จริงเลยครับ อาศัยดูจากภาพต่างๆ เท่านั้นครับ บวกกับอ่านหนังสือหลายสิบเล่มที่บอกเล่าเกี่ยวกับวันเสด็จพระราชดำเนินที่สะพานเจาะบากง

l ความยากที่สุดของการทำงานชิ้นนี้คืออะไรครับ

คุณกิตตินาท : น่าจะอยู่ที่ขั้นตอนการออกแบบก่อนลงมือทำจริงๆ ครับ ต้องร่างออกมาให้เห็นภาพชัดก่อนว่าจะวางอะไรไว้ตรงไหน งานที่ผมทำนั้นจะคล้ายๆ เวทีหรือฉากจริงๆ เราต้องหาจุดหรือมุมที่ทำให้พระองค์ท่านดูทรงโดดเด่นที่สุดเมื่ออยู่ในงานของผม ต้องดูเรื่อง action ด้วย ทุกอย่างต้องสมจริงทั้งหมด ดูว่าสะพานต้องอยู่ตำแหน่งไหน เฉียงกี่องศา แล้วมีองค์ประกอบใดบ้างเพื่อให้งานออกมาสมจริง ไม่ขัดกับข้อเท็จจริง และเรื่องยากอีกเรื่องคือ รถยนต์พระที่นั่ง Land Rover รุ่นที่ทรงใช้ คือรุ่น Mark 3 รุ่นโมเดลรุ่นนี้หายากมาก แต่ผมโชคดีหามาจนได้ จึงทำให้งานออกมาดีจนผมพอใจมากครับ ผมต้องนำโมเดลรถรุ่นนี้มาประกอบแล้วพ่นสีให้เหมือนรถยนต์พระที่นั่งให้มากที่สุด โชคดีมากที่ได้โมเดลรถรุ่นนี้ตรงรุ่นครับ

l ส่วนอีกโมเดลหนึ่งคือโครงการแกล้งดิน เห็นได้ชัดว่ามีโมเดลหญ้าแฝก โมเดลต้องการเน้นความสำคัญในส่วนใดครับ

คุณกิตตินาท : จริงๆ แล้วงานที่ผมทำที่เห็นทั้ง 4-5 ชิ้นนี้ คืองานที่ผมได้รับโจทย์จาก กปร. (สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) โดย กปร. ตั้งโจทย์แล้วให้ผมทำงานตามที่ผมต้องการเสนอ เพียงแต่ต้องหารือกับ กปร. ก่อนเท่านั้น โดย กปร. ไม่ได้เข้ามากำหนดอะไรแบบตายตัว เพียงแค่ให้โจทย์กว้างๆ แล้วให้ผมทำงานไปตามที่เห็นว่าสมควร โครงการแกล้งดินนี้ ผมก็ศึกษาจากโครงการพระราชดำริแกล้งดิน เพื่อแก้ปัญหาดินเปรี้ยวในเขตจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากมีปัญหาดินเปรี้ยว ไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ พระองค์ท่านทรงคิดหาทางแก้ปัญหาดินเปรี้ยวด้วยการแกล้งดิน คือลดความเปรี้ยวของดินลง จนในที่สุดสามารถทำนาข้าวได้ ส่วนหญ้าแฝกก็ใช้ในเรื่องป้องกันการพังทลายของดินที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ เพราะว่าป่าไม้ถูกทำลายจนหมด ทำให้เกิดปัญหาดินถล่มเมื่อเกิดฝนตกหนัก และยังแก้ปัญหาเรื่องดินแข็งมากๆ จนไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ ก็ใช้หญ้าแฝกเข้าไปแก้ปัญหาได้ เพราะรากของหญ้าแฝกหยั่งลึกลงในดินหลายเมตร ช่วยทำให้ดินร่วนซุยได้ดี และต้นหญ้ายังยึดเกาะผิวดินได้ดีด้วย งานทั้งหมดที่ผมทำนี้พร้อมจะส่งมอบให้ กปร. ในเร็วๆ นี้ครับ โดย กปร. จะนำไปจัดแสดงนิทรรศการที่สวนหลวง ร. 9 โดยก่อนที่จะจัดนิทรรศการที่สวนหลวง ร. 9 ก็จะนำไปจัดแสดงนิทรรศการด้านสิ่งแวดล้อมโลกที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ครับ แล้วก็จะนำไปจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยความที่จะนำไปจัดนิทรรศการตามโรงเรียนต่างๆ ผมจึงตั้งใจทำงานให้ออกมามีรายละเอียดต่างๆ มากมาย เพื่อให้เด็กๆ ได้ดูแล้วสนใจค้นหาสิ่งต่างๆ ในงานโมเดล เพราะหากทำแบบแข็งๆ ตรงๆ เด็กอาจจะมองแล้วไม่สนใจมากนัก แต่เมื่อเราใส่รายละเอียดต่างๆ ลงไป เช่น มีสัตว์ต่างๆ เช่น ปลา นก เป็ดว่ายน้ำ ไก่กำลังฟักไข่ ดอกไม้ ลำธาร สายน้ำ เด็กๆ ก็จะสนใจมากขึ้น แล้วเมื่อครูเล่ารายละเอียดของโครงการให้นักเรียนฟัง เด็กๆ ก็จะสนใจมากขึ้น เพราะดูแล้วเกิดจินตนาการตามไปได้โดยง่าย ยิ่งเป็นงานแบบสามมิติ ก็ยิ่งทำให้เห็นได้ในทุกมุมมอง

l ส่วนโมเดลนี้เป็นเรื่องปาล์มน้ำมันกับไบโอดีเซล งานนี้มีรายละเอียดไปอีกแบบหนึ่ง เช่น มีผลปาล์มสุกมีรถกระบะเล็กของชาวบ้าน มีเครื่องจ่ายน้ำมันเหมือนที่ตั้งในปั๊มน้ำมันทั่วไป แต่เครื่องจ่ายน้ำมันมีสีม่วง และมีกังหันลมด้วย งานนี้นำเสนอเรื่องใดเป็นพิเศษครับ

คุณกิตตินาท : อันนี้ก็โจทย์ยากเหมือนกันครับ กปร. ให้โจทย์เรื่องพลังงานทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยบอกว่าต้องการนำเสนอเรื่องปาล์มน้ำมันกับไบโอดีเซล ผมก็ต้องทำให้เห็นว่าต้นปาล์มน้ำมันมีผลปาล์มสุก พร้อมจะนำไปหีบน้ำมันออกมา แล้วไปผสมกับน้ำมันดีเซล ออกมาเป็นไบโอดีเซล พอมาคิดถึงลูกปาล์มสุก ก็นึกถึงมะกล่ำตาหนูที่ผมเคยเล่นสมัยเด็กๆ ก็นำมาประยุกต์เป็นผลปาล์ม ส่วนต้นปาล์มก็ต้องทำให้ดูแล้วเชื่อได้ว่านี้คือต้นปาล์มจริงๆ ต้องทำให้ต้นอวบๆ อ้วนๆ ป้อมๆ เหมือน
ต้นปาล์ม ใส่ลาย ใส่ texture ให้เหมือนผิวของต้นปาล์ม แล้วก็มีหัวจ่ายน้ำมัน มีถังน้ำมันสองร้อยลิตร มีรถ pick up คือรถนิสสันรุ่นที่ชาวบ้านในยุคนั้นใช้กันจริงๆ ส่วนหัวจ่ายน้ำมันหรือตัวเครื่องปั๊มน้ำมันก็ใช้สีม่วง เพราะเป็นสีจริงๆของปั๊มไบโอดีเซลในยุคนั้นจริงๆ ครับ งานนี้ชิ้นนี้ต้องการบอกถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านที่ทรงแก้ปัญหาน้ำมันมีราคาแพง และทรงช่วยลดมลภาวะ และทรงแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน นี่คือการแก้ปัญหาหลายๆ ด้านในขณะเดียวกัน ส่วนกังหันลม ก็เป็นการทำงานด้านพลังงานทดแทน โดยใช้พลังลมก่อให้เกิดพลังงานบริสุทธิ์ ฉากนี้ผมสร้างไฟล์งานจากคอมพิวเตอร์ก่อน วางตำแหน่งต่างๆ จนลงตัวแล้วจึงเริ่มลงมือทำโมเดล งานที่ทำในโมเดลนี้ทุกอย่างต้องมาจากการค้นคว้าจากตำราจริงๆ จากภาพจริงๆ แล้วนำมาวางใหม่ให้มีความลงตัวครับ ทุกอย่างที่ทำมาจากการค้นคว้า แล้วก็มาผสมผสานกับจินตนาการของผม แต่ทุกอย่างเป็นไปตามความจริงที่ได้จากต้นแบบ ส่วนจินตนาการนั้น เป็นส่วนเสริมของงาน ให้งานออกมาดูแล้วสมจริงมากขึ้นครับ เราเน้นความจริงเป็นสำคัญครับ

l ขออนุญาตถามคุณกิตตินาทตรงๆ ทำไมจึงเคารพรักในหลวง รัชกาลที่ 9

คุณกิตตินาท : ก็ต้องถามกลับว่า ทำไมเราจึงรักพ่อแม่ของเรา เรารักพระองค์ท่านเพราะทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย และเพื่อความสุขของคนไทย ทรงดับทุกข์ ดับร้อนให้คนไทยตลอดมา เรารู้ได้ชัดเจนจากโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่ทรงทำเพื่อคนไทย ทรงเหนื่อยเพื่อคนไทย จริงๆ แล้วผมเห็นว่าพระองค์ท่านทรงรักคนไทยมากเหลือเกิน ทรงทุ่มเททุกอย่างเพื่อคนไทยมาโดยตลอด ผมว่าพระองค์ท่านทรงรักคนไทยมากเหลือเกิน เกินจะหาคำบรรยายใดๆ มากล่าวได้ ผมจึงถวายความรักแด่พระองค์ท่าน สำหรับผมผมเห็นชัดๆ ว่าพระราชกรณียกิจต่างๆ ทำให้คนไทยมีชีวิต มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องอากาศ เรื่องอาชีพ เรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องจราจรให้กับคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่ผมจำความได้ผมเห็นพระองค์ท่านทรงงานเพื่อคนไทยมาโดยตลอดครับ ทุกอย่างที่ผมบอกคือความจริง มีหลักฐานปรากฏชัดจับต้องได้ มีผลงานแห่งความสำเร็จ เราสามารถพิสูจน์ได้จริง เห็นได้จริง สัมผัสได้จริง มีสิ่งยืนยันได้ทั้งหมด ไม่ใช่สิ่งเลื่อนลอย ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยพิสูจน์ไม่ได้ ผมย้ำว่าทรงแก้ปัญหาให้คนไทยได้เป็นผลสำเร็จด้วย ไม่ว่าจะโครงการแกล้งดิน โครงการหญ้าแฝกโครงการไบโอดีเซล โครงการฝนหลวง โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ เป็นต้น โครงการต่างๆ เหล่านั้นกระจายอยู่ทั่วประเทศ ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ให้คนไทยทุกภูมิภาค ส่วนในกรุงเทพฯ ก็ทรงแก้ปัญหาต่างๆ ให้ เช่น ทรงแก้ปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยทรงให้ตัดถนนรัชดาภิเษก ทรงให้ตัดเส้นทางเพื่อลดปัญหาจราจรติดขัดสาหัสบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้าที่เชื่อมมายังฝั่งกรุงเทพฯ เป็นต้น รวมถึงโครงการตำรวจจราจรอาสา ที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ในด้านต่างๆ นอกจากเรื่องบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนัก ทั้งหมดนี้คือเรื่องจริงที่เราสัมผัสได้โดยตรง

l สุดท้ายครับ ถ้ามีผู้อยากได้โมเดลโครงการพระราชดำริอื่นๆ คุณกิตตินาทจะรับทำให้ไหมครับ

คุณกิตตินาท : ยินดีครับ หากนำไปเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ผมยินดีทำให้ แต่ขอเวลาทำงานนะครับ ช่วงไหนงานมากจนล้นมือก็ต้องขอเวลาสักระยะครับ แต่ยินดีทำครับ เพื่อช่วยกันเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างไปเรื่อยๆ หากสนใจงานของผม ก็สามารถติดตามได้ใน facebook กิตตินาท มลิทอง ครับ เรามาร่วมกันเผยแพร่พระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ 9ด้วยกันครับ

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

คุณแหน : 21 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764165

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ขอเชิญพี่น้องแมสคอม มช. (การสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) เข้าร่วม “งานพิราบขาวคืนรัง ประจำปี 2566” วันที่ 17 พ.ย.นี้ 09.00-11.30 น. ณ อาคารศูนย์นวัตกรรมการสื่อสารฯ มช. …ในวันเดียวกัน ตอน 17.00 น. มี“งานสังสรรค์คืนสู่เหย้า ชาวแมสคอม มช.” ณ เนินนุ่มคาเฟ่ Nern Noom Café เชียงใหม่ ในธีมงาน :มนต์รักลูกทุ่ง…ชาวแมสซ่าแต่งตัวสีสันสวยสดงดงามมาร่วมงานกัน ทั้งสองช่วง และอย่าลืมลงทะเบียนเข้าร่วมงาน https://cmu.to/JoVqG…

ll ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดบ้านแนะแนวศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ TCAS67 โดยชวนน้องๆร่วมสนุกกับกิจกรรมจากรุ่นพี่สโมสรนักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “สัมผัสห้องเรียนจำลอง” ทดสอบความถนัดในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ และถามตอบทุกข้อสงสัยของผู้ปกครอง พร้อมพาเยี่ยมชมห้องเรียนทุกหลักสูตร ณ สถานที่จริง ในกิจกรรม CRA Open House 2024 ในวันที่ 29 ต.ค. 08.30-16.00 น. ณ เวทีกลาง CRA Hall ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์…ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับหลักสูตรต่างๆ ที่แนะนำ ได้แก่ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต, หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ), หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น และ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต…ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ >> https://forms.office.com/r/s4i1eZfhXg…

ll ข่าวดีสำหรับทุกบ้านที่มีแรงงานต่างชาติทำงานในบ้าน…ล่าสุด ครม.มีมติอนุมัติขยายเวลาแรงงานต่างชาติ-แรงงาน MOU พร้อมลดค่าวีซ่าเหลือ 500 บาท จากเดิม 2,000 บาททั้งนี้ตามที่กระทรวงแรงงานได้เสนอมา เรื่อง การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมสิทธิประโยชน์ของแรงงาน…

ll ขอแสดงความยินดีกับชีวิตคู่ของ วิบูลย์-ศิริพร จันทรางศุที่ฉลองแต่งงานครบ 25 ปี เมื่อเร็วๆ นี้…

ll ช่วงนี้ อนุสรา จิตต์มิตรภาพ มีทริปแถบยุโรปฝรั่งเศส สวิส อิตาลี ขอให้เที่ยวสนุกและเดินทางปลอดภัย…

ll ดีใจด้วยกับ ผศ.นพ.อรุณชัย เเซ่ฉั่งรพ.หาดใหญ่ ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รศ.พิเศษสาขาอายุรศาสตร์ โรคระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่10 ต.ค.ที่ผ่านมา…

ll คนสวยใจบุญมากๆ ตลอดเทศกาลกินเจนี้ สมจิตร ต่อพงษ์พันธุ์ ร่วมกันกับเพื่อนๆ ทำอาหารเจ ของหวานเจ แจกให้กินฟรีที่ชลบุรี…ขออนุโมทนาบุญด้วย…

ll กำหนดการสวดพระอภิธรรม ศรีดา สัมพันธ์ยุทธ์ ณ ศาลา 1 วัดมกุฏกษัตริยารามฯ 18-24 ต.ค.18.30 น. ส่วนพิธีฌาปนกิจ 25 ต.ค. 14.00 น. …เพื่อนๆ วัฒนา รุ่น 93 มาไว้อาลัยเพื่อนเป็นครั้งสุดท้ายด้วย…

llทราบมาว่า ช่วงที่ ศรีดา สัมพันธ์ยุทธ์ นอนแอดมิทอยู่ที่ รพ.พระมงกุฎฯ เพื่อนรักเรียนที่วัฒนาฯมาด้วยกันแต่เด็กๆ จิตตินาถ พัฒนากำจร หรือ “พี่ไข่” มาเยี่ยมเป็นประจำ และได้รายงานอาการป่วยของเพื่อนรัก ให้เหล่าเพื่อนๆ ร่วมรุ่นทราบมาตลอดจวบจนวันที่จากไป…เรื่องนี้ พิสูจน์ว่า เพื่อนแท้มีอยู่จริง…

ll ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร ไปงานสวดศพเพื่อนรัก ที่วัดมกุฏฯ เกิดอัศจรรย์ไฟดับนาน 20 นาที พระท่านสวดโดยจุดเทียน ดูบรรยากาศเศร้าปนโรแมนติกแบบแปลกๆ ดีที่ทราบจากจนท.ของวัดว่าเป็นเรื่องปกติของที่นี่ มักไฟดับอยู่เสมอ…ใครไม่เคยมาเจอ เหตุการณ์เช่นนี้ จึงรู้สึกว่า ความมืดสร้างความวังเวงได้อย่างไม่ต้องบิ้วท์โดยเฉพาะในงานสวดพระอภิธรรมศพที่วัด ตอนกลางคืน !!…ll

บารอนเนส

กสศ.-ศธ.จับมือสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพและเสมอภาคร่วมกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764208

กสศ.-ศธ.จับมือสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพและเสมอภาคร่วมกัน

กสศ.-ศธ.จับมือสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพและเสมอภาคร่วมกัน

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.58 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และคณะผู้บริหารระดับสูงของศธ. ได้ ร่วมหารือและประสานการทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมี ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการบริหาร กสศ. ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. และคณะเข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 หน่วยงาน

ผู้จัดการ กสศ. ได้รายงานข้อมูลสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในปีการศึกษา 2566 และผลการบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่เด็กเยาวชนในสังกัด สพฐ. สอศ. และ สช. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ครัวเรือนมีรายได้อยู่ใต้เส้นความยากจนซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้สามารถศึกษาต่อทั้งในและนอกระบบการศึกษาจนเต็มศักยภาพเพื่อเป็นกำลังคนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต

ดร.ไกรยส กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสศ.ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 สังกัดดูแลนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษในระบบการศึกษาประมาณ 1.2 ล้านคน และพัฒนาการค้นหาและป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมทั้งช่วยให้เด็กกลุ่มเป้าหมายกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนภายใต้เครือข่ายข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสนับสนุนการผลิตพัฒนาครูให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารมากกว่า 1,500 แห่ง พร้อมทั้งส่งเสริมการระดมความร่วมมือจากชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน รวมทั้งการระดมทรัพยากรจากภาคเอกชน และการเสนอโครงการเพื่อออกสลากการกุศล เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายหลังจากการรับฟังข้อมูล พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ศธ. และ กสศ. ให้ร่วมกันบูรณาการทรัพยากรเพื่อสนับสนุนมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาร่วมกัน เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่กลุ่มเป้าหมายในสถานศึกษาสังกัด ศธ. โดยเฉพาะเยาวชนจากครัวเรือนยากจนที่ต้องการศึกษาต่อสายอาชีพในสังกัด สอศ. ทั้งหลักสูตร ปวช. ปวส. และหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นจบการศึกษาในเวลาสั้น เพราะเห็นร่วมกันว่าเป็นรูปแบบการเรียนที่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีความยากจนพิเศษเรียนเพื่อมีงานทำได้ และหาแนวทางสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อให้เยาวชนได้เข้าเรียนสายอาชีพให้มากขึ้นตามความต้องการของตลาดแรงงาน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า  ครูเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณภาพทางการศึกษา จำเป็นที่จะต้องหามาตรการและแนวทางต่างๆ มาพัฒนาคุณภาพครู เช่น การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือครู ช่วยแบ่งเบาภาระงานด้านการดูแลนักเรียน

โดยกรณีนี้ ดร.ไกรยส ได้รายงานเพิ่มเติมว่า กสศ. ได้ทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาบูรณาการฐานข้อมูลความเสี่ยงของนักเรียน จัดทำ Data Catalogue แนวทางและกระบวนการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างครอบคลุมทุกมิติปัญหา ผ่านระบบ OBEC Care ให้สอดคล้องกับแนวทางการดูแลช่วยเหลือเด็กตามความต้องการเป็นรายบุคคล ซึ่งได้ดำเนินการเป็นโครงการนำร่องแล้วใน 28 เขตพื้นที่การศึกษา ในปีการศึกษา 2566 มีสถานศึกษา 1,050 แห่งทั่วประเทศ โดย สพฐ และ กสศ มีแผนจะขยายผลระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน หรือ ระบบ OBEC Care ให้ครอบคลุม 245 เขตพื้นที่ทั่วประเทศในปีการศึกษา 2567

ด้าน พล.ต.อ.เพิ่มพูน จึงได้มอบหมายให้ สพฐ. สรุปตัวเลขจำนวนครูที่ใช้ระบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการทำงานส่วนนี้เพื่อนำมาออกแบบ วางแผนและวางแนวทางการขยายผลเพิ่มเติมจากพพื้นที่นำร่องที่ได้ดำเนินการไปแล้วต่อไป

ขณะเดียวกัน ยังได้ร่วมกันหารือประเด็นอื่นๆ เช่น แนวทางการสร้างระบบแนะแนวของโรงเรียน ซึ่งนอกจากจะต้องมีครูแนะแนวที่ดีแล้ว ควรนำระบบรุ่นพี่มาช่วยแนะแนวและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนและการทำงาน การผลิตและพัฒนาครูในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น พิจารณานำโครงการคุรุทายาทที่เคยทำมาแล้ว 13 รุ่น เพื่อให้มีรุ่นพี่คุรุทายาทช่วยสนับสนุนการทำงานต่อในโรงเรียนพื้นที่เป้าหมายหรือโรงเรียนปลายทาง ซึ่งอาจรวมเป็นโครงการเดียวกัน โดยควรหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ศธ. เพื่อทำงานร่วมกัน โดยมีข้อเสนอให้ใช้ชื่อคุรุทายาทเพื่อให้ครอบคลุมการผลิตครูในระบบปิด

ที่ยังประชุมยังได้หารือด้านการแก้ปัญหาต่างๆ ของโรงเรียนขนาดเล็กโดยเฉพาะการเดินทาง โดยเสนอให้ทดลองนำร่องการจัดการขนส่งให้นักเรียนโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่มสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (Stand Alone) เพื่อให้เด็กมีโอกาสไปเรียนในโรงเรียนคุณภาพ โดยสร้างแรงจูงใจในการทำงานของระบบขนส่งให้เพียงพอ เช่น เพิ่มเติมงบประมาณด้านการเดินทาง ฯลฯ

-(016)

บาร์บีคิวพลาซ่า ชูความบันเทิงครบรสผ่าน GON กระทะ เพิ่มประสบการณ์ปิ้งย่างจัดจ้านยิ่งขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764187

บาร์บีคิวพลาซ่า ชูความบันเทิงครบรสผ่าน GON กระทะ เพิ่มประสบการณ์ปิ้งย่างจัดจ้านยิ่งขึ้น

บาร์บีคิวพลาซ่า ชูความบันเทิงครบรสผ่าน GON กระทะ เพิ่มประสบการณ์ปิ้งย่างจัดจ้านยิ่งขึ้น

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.25 น.

ปัจจุบันเมื่อพูดถึงหมูกระทะมีหลากหลายแบรนด์ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาและกลายเป็นที่นิยมมากทั้งในหมู่ลูกค้าไทยและลูกค้าต่างชาติ เมื่อมาเยือนประเทศไทย อาหารไทยเป็นหนึ่งสิ่งที่กลายเป็น Soft Power ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างพากันมาเช็กลิสต์ และหนึ่งในอาหารที่ต้องลอง คือ หมูกระทะ แต่สำหรับชาวไทยแล้วหมูกระทะเป็นมากกว่าอาหาร แต่คือความครบรสชาติทั้งอาหารและบรรยากาศความสนุก ได้ปิ้ง ได้ย่าง ได้ต้ม ได้กินด้วยกันกับคนที่สนิท รสชาติที่แซ่บจัดจ้านมาจากน้ำจิ้มหมูกระทะ รสชาติของบรรยากาศที่มีแต่ความสนุก ปล่อยมุขโบ๊ะบ๊ะ มีแต่เสียงหัวเราะรอบเตา ซึ่งบาร์บีคิวพลาซ่าเลยหยิบส่วนผสมและความบันเทิงต่าง ๆ ของหมูกระทะมาถ่ายทอดในแบบฉบับของตนเอง พร้อมพาเจ้า GON เปิดตัวสุดกวนไปก่อนหน้านี้กับทีเซอร์สำรวจลงพื้นที่ตามแหล่งหมูกระทะอย่างเนียนๆ (หรือไม่เนียนนะ) และการทำโฆษณาแบบดั้งเดิมตามฉบับคนไทยที่แปะประกาศขายตรงตามเสาไฟฟ้าริมถนน โดยทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ Bar B Q Plaza ถอดสูตรรวมร่างมาเป็น “GON กระทะ รวมดาวบันเทิงรส” ชุดอาหารใหม่ ในคอนเซ็ปต์ THAItertainment ความสนุกแบบไทยๆ ให้บันเทิงทุกสัมผัส งานนี้ขอเชิญรวมดาวตัวตึงทั้งวงการหมูกระทะ กินแหลก โซเชี่ยล ติ๊กต็อกทั่วไทย มาบันเทิงไปด้วยกันได้แล้ววันนี้ที่ Bar B Q Plaza ทุกสาขาทั่วประเทศ เริ่มต้นในราคาบันเทิงกระเป๋า 349 บาทเท่านั้น

รัฐ ตระกูลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า หมูกระทะจะเยียวยาทุกสิ่ง เพราะหมูกระทะคือรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยและชื่นชอบมาโดยตลอด ประกอบกับความสนุกหน้าเตามันช่วยให้หลายๆ อย่างที่หนักอึ้งเบาลงได้ เมื่อได้กินของอร่อยที่ถูกปาก และได้ใช้เวลาอยู่กับคนตรงหน้าที่ถูกใจ ซึ่งตรงกับสิ่งที่แบรนด์พยายามจะสื่อสารมาตลอด และอีกเป้าหมายที่สำคัญ ด้วยความที่เราเป็นแบรนด์คนไทย เราจึงอยากยกระดับอาหารไทยให้เป็น Soft Power ผนวกความเป็นไทยเข้าไว้ด้วย คือ คนไทยรักความสนุก สุขง่ายๆ ไม่ต้องไว้เชิงกัน หรือ THAItertainment ดังนั้นแคมเปญนี้จึงมัดรวมความสนุกตั้งแต่โมเม้นท์การกินให้ลูกค้าบันเทิงรสไปกับประสบการณ์ใหม่ของหมูกระทะ ที่มาพร้อมกับ 2 น้ำจิ้มสูตรเด็ดสไตล์ไทย บันเทิงลิ้นไปกับกิจกรรม Challenge ที่ดึงเอาความขี้เล่นของคนไทยจากหลายๆ ภาคมาไว้ด้วยกัน และบันเทิงเสิร์ฟ จากพนักงานที่มีใจรักบริการ พร้อมส่งมอบความสุขผ่านมื้ออาหาร สุดท้ายเราคาดหวังว่าความสนุกระดับประเทศครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงกระเพื่อมสำคัญที่ส่งไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปี และขยายผลต่อไปยังภาคเศรษฐกิจของไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายด้วย”

บาร์บีคิวพลาซ่า รวบรวมดาวเด่นแห่งหมูกระทะของไทย เปิดรสสัมผัสความแซ่บครั้งใหม่ของ THAItertainment สุดบันเทิงในร้าน ชุดเริ่มต้นในราคาเบาเบา กับชุดหมูจอยจอย ในราคา 349 บาท หรือชุดเนื้อจอยจอย ในราคา 379 บาท หรือเอาให้บันเทิงสะใจจัดใหญ่ ชุดรวมดาวหมู 619 บาท หรือชุดรวมดาวเนื้อ 649 บาท บันเทิงปากกันต่อกับอาหารทานเล่นที่อร่อยจนหยุดไม่อยู่อย่าง เกี๊ยวเบรกแตก 89 บาท พร้อมน้ำจิ้มใหม่ ! 2 รสเด็ด จิ้ม GON แซ่บ 3 รส และจิ้ม GON เผ็ดนัว เตรียมรับความบันเทิงครบรสได้ที่บาร์บีคิวพลาซ่าทุกสาขาทั่วประเทศ

มาร่วมกัน “ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด” ที่ Bar B Q Plaza ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/BarBQPlazaThailand  , Instagram : https://www.instagram.com/barbqplaza_th  , Tiktok : https://www.tiktok.com/@barbqplaza_official , Twitter : https://twitter.com/barbqplazathai

-(016)

สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย เชิญชมนิทรรศการ ‘Thai-BISPA Day 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764185

สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย เชิญชมนิทรรศการ 'Thai-BISPA Day 2023'

สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย เชิญชมนิทรรศการ ‘Thai-BISPA Day 2023’

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.24 น.

ขอเชิญทุกท่านร่วมรับชมงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี กับการประชุมสัมมนาและนิทรรศการประจำปี Thai-BISPA Day 2023 และการประชุมนานาชาติ 2023 AABI Summit and Awards Ceremony ในหัวข้อ “Low-Carbon Economy” และกิจกรรมการประชุมสุดยอดเครือข่ายผู้จัดการนวัตกรรม AIMs Summit หัวข้อ Fueling Innovation Excellence: The Human Factor

นับเป็นเวลากว่าทศวรรษ สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย (Thai Business Incubators and Science Parks Association : Thai-BISPA ) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางเครือข่ายของกิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศ ในการพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมไทยและผลักดันให้เติบโตสู่ระดับนานาชาติ ผ่านกลไกการบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมีทั้งหน่วยงานสนับสนุนภาครัฐ นักลงทุน และมหาวิทยาลัยชั้นนำเข้าร่วมเตรียมความพร้อมประเทศสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ ภายในงาน ยังเป็นครั้งแรกของเครือข่ายผู้จัดการนวัตกรรมของประเทศไทย (Alliance of Innovation Managers Thailand: AIMs) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจนำนวัตกรรมไปสร้างความเข้มแข็งในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม สามารถพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในการบริหารจัดการนวัตกรรมอย่างยั่งยืนได้ ผ่านงานเสวนาในหลากหลายหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

และไฮไลต์สุดพิเศษ จะมีการมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการนวัตกรรมดีเด่นของไทย Thai-BISPA Awards และธุรกิจนวัตกรรมยอดเยี่ยมระดับเอเชีย AABI Awards ร่วมกับนิทรรศการแสดงผลงานนวัตกรรมจากทั่วประเทศกว่า 40 หน่วยงาน ภายในงานวันที่ 31 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ ห้อง Le Concorde Ballroom ชั้น 2 โรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพ รัชดา

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการจัดงานได้ที่ http://www.thaibispa.or.th และร่วมรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Facebook LIVE Page : Thai-BISPA https://www.facebook.com/THbispa และ YouTube Chanel : Thai-BISPA

-(016)

บี.กริม ส่งมอบใบรับรอง REC แก่ ‘บางกอกโคมัตสุ’ หนุนภาคอุตสาหกรรมหันใช้พลังงานสะอาด ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764123

บี.กริม ส่งมอบใบรับรอง REC แก่ 'บางกอกโคมัตสุ' หนุนภาคอุตสาหกรรมหันใช้พลังงานสะอาด ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บี.กริม ส่งมอบใบรับรอง REC แก่ ‘บางกอกโคมัตสุ’ หนุนภาคอุตสาหกรรมหันใช้พลังงานสะอาด ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.53 น.

“บี.กริม เพาเวอร์” ส่งมอบใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC)  ให้กับ “บางกอกโคมัตสุ” หนุนภาคอุตสาหกรรมหันใช้พลังงานสะอาด ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บี.กริม เพาเวอร์ ส่งมอบใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) ให้กับ บริษัท บางกอกโคมัตสุ จำกัด โรงงานประกอบรถขุดตักไฮดรอลิคและผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถขุดตัดไฮดรอลิค ยี่ห้อโคมัตสุ จากประเทศญี่ปุ่น มุ่งส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน สอดคล้องกับนโยบายด้านความอย่างยั่งยืน และยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global and Green ก้าวสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Net-zero Carbon Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 (ปี พ.ศ. 2593)

นายนพเดช กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส – การลงทุน นวัตกรรม และความยั่งยืน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของประเทศไทย และ นายเจริญ เรืองวิลัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางกอกโคมัตสุ จำกัด โรงงานประกอบรถขุดตักไฮดรอลิคและผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถขุดตัดไฮดรอลิค ยี่ห้อโคมัตสุ โคมัตสุจากประเทศญี่ปุ่นเป็นรายแรกของโลก ทำการซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) เพื่อร่วมส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมี) มร.ฮิโรอะคิ  ทาคาฮาชิ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางกอกโคมัตสุ จำกัด พร้อมผู้บริหารและทีมงานจากสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนกรุงเทพกรีฑา

การส่งมอบใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียนในครั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์  มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดหาพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนและมีเสถียรภาพสูงให้กับ บางกอกโคมัตสุ เพื่อสนับสนุนลูกค้าภาคอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตของพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) นี้ มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญ ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ และพลังงานชีวมวล  ซึ่งได้รับการยอมรับด้วยมาตรฐานใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียนในระดับสากล (The International REC Standard : I-REC)

นายนพเดช กรรณสูต เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ GreenLeap – Global and Green ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่ได้ประกาศไปเมื่อต้นปี 2566 โดยมุ่งมั่นในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า   คู่ค้า สังคม ประเทศชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการพัฒนาด้านพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนและปลอดภัย เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนไดออกไซด์ ตามวิสัยทัศน์ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่มุ่งสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี (Empowering the World Compassionately)

นายเจริญ เรืองวิลัย กล่าวว่า บางกอกโคมัตสุ จากประเทศญี่ปุ่น เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทโคมัตสุประเทศญี่ปุ่นและบริษัทบางกอกมอเตอร์เวิร์คซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสยามกลการ โดยทั้งโคมัตสุประเทศญี่ปุ่นและสยามกลการมีนโยบายชัดเจน ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของการลดคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งในทางปฏิบัติได้มีนโยบายเชิงรุกที่เป็นแผนระยะกลางที่จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ.2050 นอกจากนี้ยังได้มีการดำเนินกิจกรรมและมาตรการที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในการซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียนในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้นและคาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะมีการขยายผลในคราวต่อไป

ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 20 โครงการ และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศอีก 35 โครงการ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตจาก 3,338 เมกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2565 เป็น 4,700 เมกะวัตต์ ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ในปี 2573 โดยยึดแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายใต้หลักธรรมาภิบาล และการจัดการห่วงโซ่คุณค่าอย่างรับผิดชอบ พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดต่อการปฏิบัติงานตามแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593

-(016)

กนอ. ผนึกกำลัง บี.กริม-จีพีเอสซี ปั้นระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ ใน ‘นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764117

กนอ. ผนึกกำลัง บี.กริม-จีพีเอสซี ปั้นระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ ใน 'นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค'

กนอ. ผนึกกำลัง บี.กริม-จีพีเอสซี ปั้นระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ ใน ‘นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค’

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.39 น.

กนอ. ผนึกกำลัง บี.กริม เพาเวอร์ และ จีพีเอสซี ปั้นระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ ใน “นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค”เสริมสร้างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ทันสมัยในพื้นที่ EEC มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับ บี.กริม เพาเวอร์ และ จีพีเอสซี ศึกษาความเป็นไปได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนและบริษัทในเครือ กนอ. (Utilities Management Company (UMC)) ให้บริการด้านพลังงาน รวมถึงระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) ตอบโจทย์ความเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)  ลงนามบันทึกความร่วมมือการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการและร่วมลงทุนโครงการสาธารณูปโภคอัจฉริยะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) พร้อม 2 บริษัทชั้นนำ ประกอบด้วย บริษัท เอิร์ธ อิเล็คทริค ซัพพลาย จำกัด และบริษัททริปเปิ้ล พี เทคโนโลยี จำกัด โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกันภายใต้ขอบเขตความร่วมมือของ MOU ฉบับนี้ในเรื่องต่างๆ ประกอบด้วย 1) ระบบพลังงานไฟฟ้ามั่นคงและพลังงานสีเขียว (Green Energy and Energy Reliable System) 2) โครงสร้างระบบข้อมูลและการสื่อสารอัจฉริยะ (Smart Data and Communication) 3) โครงข่ายระบบพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy and Microgrid Network) 4) บริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชยกรรม (Retail Mixed Use Community) 5) ระบบการบริหารจัดการพลังงานภาคอุตสาหกรรม (Smart Energy Factory) และ 6) ระบบบริหารแบบรวมศูนย์ (Integrated Operation Centre) รวมถึงการศึกษาแนวทางจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนหรือบริษัทในเครือของ กนอ. (Utilities Management Company (UMC))

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บี.กริม เพาเวอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับความร่วมมือครั้งสำคัญ ระหว่าง กนอ. และ 3 องค์กรพันธมิตร โดยนำความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของแต่ละองค์กรผนึกกำลังกันเพื่อเพิ่มศักยภาพในการนำเทคโนโลยีขั้นสูง หรือ New S-Curve เสริมสร้างความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ทันสมัย และพลังงานสะอาดมาใช้ในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค อาทิ การพัฒนาเพื่อให้เกิดโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Energy and Microgrid Network) ระบบการบริหารจัดการพลังงานภาค อุตสาหกรรม (Smart Energy Factory) ซึ่งรองรับทั้งพลังงานไฟฟ้าที่มาจากก๊าชธรรมชาติและจากพลังงานทดแทน เช่น Solar Roof, Solar Farm, Solar Floating, Energy Storage และ REC อาคารประหยัดพลังงาน เป็นต้น เพื่อผลักดันประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมคาร์บอกต่ำในอนาคต ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่มุ่งมั่นสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี ตามปรัชญาในการดำเนินธุรกิจที่บริษัท บี.กริม มุ่งปฏิบัติมายาวนาน กว่า 145 ปี

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทั้ง 4 บริษัท เป็นหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนด้านพลังงานและไฟฟ้า มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมภายในประเทศและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งภายใต้ความร่วมมือนี้เรียกว่า “UMC” เพื่อเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการและให้บริการพลังงาน รวมถึงระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค และอำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าที่ดินในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค ในรูปแบบของการบริการที่ครบวงจร (One Stop Service)

“การเซ็นต์ MOU ครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการ และร่วมลงทุนโครงการสาธารณูปโภคอัจฉริยะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค เพื่อตอบโจทย์ความเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ และความต้องการของนักลงทุนทั้งด้านการใช้เทคโนโลยี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) รวมถึงอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับภารกิจหลักของ กนอ. ในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม กำกับดูแล และให้บริการระบบสาธารณูปโภค สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม โดยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือ New S-Curve เสริมสร้างความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ทันสมัย ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สอดรับกับแนวคิด BCG Economy ของรัฐบาล และนโยบาย MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม” นายวีริศ กล่าว

สำหรับกรอบความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการร่วมพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคอัจฉริยะที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้องค์กรรวมถึงนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังเป็นการตอบโจทย์การเพิ่มขีดความสามารถทางด้านอุตสาหกรรมของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป

-(016)