ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดบ้านแนะแนวศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ CRA Open House 2024

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764079

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดบ้านแนะแนวศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ CRA Open House 2024

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดบ้านแนะแนวศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ CRA Open House 2024

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.51 น.

เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาและผู้ที่สนใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เตรียมเปิดบ้านแนะแนวศึกษาต่อ TCAS67 ในกิจกรรม CRA Open House 2024 ในวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ CRA Hall ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ภายในงานประกอบด้วย คณาจารย์ประจำที่จะมาให้ความรู้ในหลักสูตรต่างๆ ประกอบด้วย หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต, หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (นานาชาติ), หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น, หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค, สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ, สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ (4 ปี), สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ และ สาขาวิชานวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2567)

ไฮไลท์ ห้ามพลาดโอกาสเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ของการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ กิจกรรม CRA Portfolio Tactics ปรึกษาเทคนิคการทำพอร์ต โดยรุ่นพี่แต่ละสาขามาแชร์ประสบการณ์ ร่วมสนุกกับกิจกรรมและฟังเพลิดเพลินฟังเพลงเพราะกับดนตรีสดจากรุ่นพี่สโมสรนักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  อีกทั้ง “สัมผัสห้องเรียนจำลอง” บูธทดสอบความถนัดในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ และถามตอบทุกข้อสงสัยของผู้ปกครอง พร้อมพาเยี่ยมชมห้องเรียนทุกหลักสูตร ณ สถานที่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมและทำแบบประเมินเสร็จสิ้น ลงทะเบียนร่วมงานพร้อมรับของที่ระลึกได้ที่ https://forms.office.com/r/s4i1eZfhXg

ห้ามพลาด CRA Open House 2024 ครั้งนี้ มีกำหนดจะจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 เวลา 08:30 – 16:00 น. ณ เวทีกลาง CRA Hall ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยจะตรียมมอบประสบการณ์การมีส่วนร่วมและให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมที่สนใจประกอบอาชีพในสาขาพยาบาลศาสตร์และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างเข้มข้น ข้อมูลเพิ่มเติม WWW.CRA.AC.TH FACE BOOK : CRAPCCMS

-(016)

คอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ อาทิตย์ที่ 29 ต.ค.66 ณ ศาลาเฉลิมกรุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764293

คอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง 'จิ๋วแต่แจ๋ว' อาทิตย์ที่ 29 ต.ค.66 ณ ศาลาเฉลิมกรุง

คอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ อาทิตย์ที่ 29 ต.ค.66 ณ ศาลาเฉลิมกรุง

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.13 น.

จิ๋วแต่แจ๋ว ประชัน! เพลงดังอมตะ ครั้งแรก…บนเวทีศาลาเฉลิมกรุง ระหว่างสุดยอดเพลงดังอมตะ กับครูเพลงลูกกรุง แจ๋ว วรจักร ปสง่า อารัมภีร (ศิลปินแห่งชาติ) และ ครูเพลงลูกทุ่ง ครูจิ๋ว พิจิตร ดิเรก เกศรีระคุปต์ ในคอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง “จิ๋วแต่แจ๋ว” วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง

​​สุนทรียรส ของความเป็นเพลงลูกกรุงเนื้อแท้อย่าง เช่น..เรือนแพ ,น้ำตาแสงไต้ ,รักข้ามขอบฟ้า ,มนต์รักดอกคำใต้ หรือไม่ว่าจะเป็นเพลงลูกทุ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพวิถีชีวิตและประเพณีพื้นบ้านของสังคมไทย ที่ร้องกันได้ทุกสมัยอย่าง ไวพจน์ลาบวช ,หม้ายขันหมาก ,คาถามหานิยม สุโขทัยระทม นึกถึงบรมครูนักแต่งเพลง ที่ได้สร้างสรรค์มรดกงานเพลงสำคัญไว้ให้กับประเทศชาติไทย ทางศาลาเฉลิมกรุงตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบสานบทเพลงไทย ได้จัดคอนเสิร์ตร่วมเชิดชูครูเพลง “จิ๋วแต่แจ๋ว” นำเสนอผลงานเพลงยอดเยี่ยมของครูเพลงลูกกรุง ครูแจ๋ว วรจักร , สง่า อารัมภีร (ศิลปินแห่งชาติ) กับสุดยอดเพลงดังอมตะของครูเพลงลูกทุ่ง ครูจิ๋ว พิจิตร…ดิเรก เกศรีระคุปต์ ถ่ายทอดบทเพลงโดยศิลปิน 3 วิ .,วิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ)  วินัย พันธุรักษ์ (ศิลปินแห่งชาติ) , วิชัย ปุญญะยันต์ ,นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ ,บูรพา – ญาดา อารัมภีร มนตรี แพร่ศิริพุฒิพงศ์ นักร้องแชมป์จากเวทีศาลาเฉลิมกรุง และเวที The Golden Song โชคชัย หมู่มาก (แอ๊ค) ,ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ (สปาย) สรวีย์ ธนพูนหิรัญท (ผิงผิง)

ร่วมด้วยศิลปินนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ขวัญจิต ศรีประจันต์ (ศิลปินแห่งชาติ) , สมหญิง ศรีประจันต์ ,ยิ่งยง ยอดบัวงาม ทศพล หิมพานต์  ,สายัณห์ นิรันดร ,
รุ่ง สุริยา ,เจเน็ต เขียว ,จอมขวัญ กัลยา ฯลฯ เพลินตาไปกับทีมหางเครื่องชุดใหญ่ สวยงามอลังการ 

บรรเลงเพลงโดย วงเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดย วิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ)  พิธีกรโดย บูรพา อารัมภีร ,สายฝน ชีช้าง

บัตรราคา 1,000.-  บาท ทุกที่นั่ง  เปิดจำหน่ายบัตรที่ ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 0-2225-8757-8 และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ www.thaiticketmajor.com โทร.0-2262-3456

โอ๊ยเล่าเรื่อง : มนต์รักนักพากย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764131

โอ๊ยเล่าเรื่อง : มนต์รักนักพากย์

โอ๊ยเล่าเรื่อง : มนต์รักนักพากย์

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ก่อนจะเริ่มต้นความฝัน ควรหาสิ่งที่เรารักให้เจอก่อน”

มนต์รักนักพากย์ คือ หนังไทยเรื่องล่าสุดของ Netflix ที่ได้ อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร มาสร้างสรรค์งานพาย้อนกลับไปสู่อดีตยุคปี 2513 กับหนังกลางแปลงการพากย์หนัง และ มิตร ชัยบัญชา โดย มนต์รักนักพากย์ เล่าเรื่องสนุกไม่ยืดยาด มีครบรส สนุกสนานไปกับการเดินทาง เล่าเรื่องในสไตล์หนังโร้ดมูฟวี่ความสัมพันธ์ ความรัก ความขัดแย้ง การเดินทางที่ค่อยๆ ให้เกิดการเรียนรู้ของตัวละคร โดยใช้เรื่องราวของการพากย์หนัง 16 มม. ในยุคที่ตื่นตัว ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นเส้นเรื่องในการเล่าเรื่อง เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงจากหนังขายยามาเป็นหนังเปิดวิกเก็บเงิน การเพิ่มนักพากย์ชายจริงหญิงแท้แทนคนเดียวพากย์ทั้งเสียงผู้หญิงผู้ชาย ที่สำคัญคือการนำ มิตร ชัยบัญชา กลับมาให้แฟนๆ ได้เจออีกครั้ง และให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ถึงพลังความยิ่งใหญ่ของพระเอกอันดับหนึ่งท่านนี้ หนังมีคำพูดซึ้ง มีฉากประทับใจ ฉากที่โดนๆ หลายตอนทั้งฉากที่ทำให้ดูไปยิ้มไป หัวเราะ หรือฉากบีบคั้นอารมณ์จนอดที่จะน้ำตาซึมหรือเสียน้ำตาแบบไม่ทันตั้งตัว

อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งในหนังที่ดูสบายๆในแบบของหนังไทยแท้ๆ ที่ดูไม่เชย องค์ประกอบทุกๆ อย่างผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว มีพลังชวนให้นึกถึง งานมาสเตอร์พีซชิ้นเก่าๆ มารวมกันการออกแบบงานสร้าง งานฉาก พาย้อนกลับไปยุค 2513 รถขายยา หนังกลางแปลง ของ เอก เอี่ยมชื่น ภาพสวยๆ ของ เปีย-ธีระวัฒน์ รุจินธรรม ดนตรีประกอบที่ไพเราะของ ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ และที่ชอบมากเป็นพิเศษ คือ เพลงประกอบฝีมือ บรรณ สุวรรณโณชิน นายห้าง ใบชาซอง ไพเราะทุกเพลงไม่ว่าจะเป็น ฟ้าสีทอง (ร้องโดย พัสเชษฐ์ สื่อรุ่งเรื่อง) เพลงจังหวะสนุกสนานที่เข้ากับการเดินทางในต่างจังหวัด หรือเพลงในบาร์อย่าง รักปักใจ (ร้องโดย นรัฏฐา กรีพานิช)สิ้นสวาท (ร้องโดย เหมือนฝัน มนูญผล) และ บาร์หัวใจ (ร้องโดย วรวลัญช์ธารทองสกุล) ที่เป็นอีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่เพราะมาก จนต้องฟังซ้ำไป-ซ้ำมา รวมถึง เพลงสิบหมื่น ที่ เวียร์ ร้องในช่วงท้าย ฟังแล้วจุกอก เข้าไปถึงข้างใน

ภาพ/เสื้อผ้า/หน้าผม/ฉาก/บรรยากาศ/ดนตรี/เพลงประกอบ บทหนัง การแสดงที่ลื่นไหลเข้ากันดีของ 4 นักแสดง และ มิตร ชัยบัญชา รวมทั้งหมดหนัง16 มม. หนังมิตร ที่ปรากฏบนจอนั้นทุกเรื่องเคยผ่านตา เคยดูมาแล้วในบรรยากาศของการพากย์เสียง แต่ใน มนต์รักนักพากย์ กลับให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากที่เคยดูมา

เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ โชว์พลังการแสดงเป็น หัวหน้ามานิตย์ที่ทรงพลัง ดึงคนดูให้เข้าถึงความเป็นนักพากย์จริงๆ เหมือนเกิดมาเพื่อบทนี้โดยเฉพาะ

หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ ในบท เรืองแข ที่ดูสวย น่ารัก เสียงใสและจริตจะก้านสุดยอด ทำให้เพลิดเพลิน สนุก หรือเศร้าไปกับฉากดราม่าแม้อาจจะมีบางฉากที่ดูแล้วไม่อิน หลุดๆ หรือดูเป็นการแสดงอยู่บ้างแต่รวมๆ แล้วก็ดูดี อดหลงรัก เรืองแข ไม่ได้

เก้า-จิรายุ ละอองมณี เค้นพลังการแสดง ออกมาได้อย่างเต็มที่ต้องชม เก้าที่เล่นได้แบบเนียนๆ เล่น ละเอียดมาก

สามารถ พยัคฆ์อรุณ สวมวิญญาณ ของ ลุงสมาน คนขับรถผู้ใจดี แสดงเหมือนไม่แสดง ทุกฉากที่ออกมาดูมีความอบอุ่น

สิ่งที่ไม่ชอบ มากๆ ของหนัง คือตัว มิตร ชัยบัญชา ในเรื่องที่ดูยังไงๆก็ไม่ใช่ แม้จะมาในชุดอินทรีแดง ภายใต้หน้ากาก ทรงผม เรียวหนวด ที่แต่ก็ไม่ใช่อยู่ดี ตัวเล็ก หน้าเรียว ดูก๊องแก๊ง ออร่าไม่มี เพราะไม่เชื่อในตัวละครตัวนี้ทำให้ไม่รู้สึกอินกับฉากที่ เวียร์ ไปเจอะเจอมิตรในกองถ่าย ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นฉากหนึ่งที่โดนใจและชื่นชอบ หรือฉากในงานศพ มิตร ภาพของ เวียร์ ในงานศพ มันดูสร้างเซต แมทช์ภาพเข้าไป เลยไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ แม้จะมีส่วนที่ไม่ชอบ มีสิ่งที่ขัดใจอยู่บ้าง แต่ มนต์รักนักพากย์ ก็ยังเป็นหนังไทยที่ชอบมาก มากกว่า 2499 อันธพาลครองเมือง หรือนางนาก ซะอีก และบอกเลย มนต์รักนักพากย์ ถูกจัดเป็นหนึ่งในหนังไทยในดวงใจไปเรียบร้อยแล้ว 10/10 คะแนนเต็ม (ถ้าไม่มีส่วนที่ไม่ชอบ อาจจะได้เกิน 10 คะแนน)

‘เอ้ ชุติมา’สวนกลับ ‘เกรียนคีย์บอร์ด’ หลังโดนขอมีอะไรด้วยกลางโซเซียล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764211

'เอ้ ชุติมา'สวนกลับ 'เกรียนคีย์บอร์ด' หลังโดนขอมีอะไรด้วยกลางโซเซียล

‘เอ้ ชุติมา’สวนกลับ ‘เกรียนคีย์บอร์ด’ หลังโดนขอมีอะไรด้วยกลางโซเซียล

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.07 น.

“เอ้ ชุติมา” สาธยาย “หนึ่งวันพันเหตุการณ์” ที่อิตาลี สวนกลับ “เกรียนคีย์บอร์ด” หลังโดนขอมีอะไรด้วยกลางโซเซียล

สวยแซ่บในวัยใกล้เลข 6 แต่ใครจะไปเชื่อว่าแซ่บระดับตัวแม่อย่าง “เอ้ ชุติมา” ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่มรสุมเจ้าตัวก็สามารถฝ่ามาได้แบบสวยๆ ล่าสุดเปิดใจผ่าน รายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ว่าโดนเกรียนคีย์บอร์ดเม้นท์ดูถูก ขอมีอะไรกลางโซเซียล พร้อมตอกกลับแบบสวยๆ เชิ่ดใส่ รวมไปถึงประสบการณ์ที่ต้องจดจำไปตลอดชีวิตกับ “หนึ่งวันพันเหตุการณ์” ที่ทั้งต้องหนีตาย เกือบเจอผี หวิดไฟดูด รวมไปถึงโดนมิจฉาชีพขโมยแบรนด์เนมกลางอิตาลี

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีเรื่องราวเป็นยังไง ?

“ไปอิตาลีมา 10 กว่าวัน และเวลาไปซื้อของแบรนด์เนม เราก็จะใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง ทั้งทริปมี 42 คน เก็บกระเป๋าเดินทางไว้ใต้ท้องรถปกติ แต่ละคนก็ล็อครหัสกระเป๋าด้วย ตอนที่เกิดเหตุเรายังไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่ช้อปปิ้ง แต่เราเป็นคนเห่อของใหม่ เราไม่ค่อยซื้อไง ซื้อทีก็จะเอามาห้อยคอ (หัวเราะ) ของเราหายแค่แว่นตา ซึ่งเราโดนกรีดกระเป๋าเดินทาง ที่เก็บอยู่ใต้ท้องรถ แรกๆ ไม่รู้ตัว แต่มารู้เพราะน้องคนนึงที่ซื้อใบละ 3.8 แสน และทาง ตม. ตรงโน้น ขอดูว่าสินค้าเป็นอะไร พอจะเปิดดู กระเป๋าของน้องถูกหยอดกาวเอาไว้ กรีดเสร็จหยดให้เลย และถ้าจะเปิดก็ต้องใช้มีดกรีดซิป ทุกคนก็โดนกันทุกคน มารู้วันสุดท้ายตอนเครื่องจะขึ้นแล้ว เราไม่สามารถตามอะไรได้เลย แจ้งความที่ ตม. ที่อิตาลี มีน้องผู้เสียหาย 8-9 คน รวมๆ เป็นล้าน บางคนก็ร้องไห้เลย”

พอเจอเหตุการณ์แบบนี้ เราพุ่งเป้าไปที่คนขับรถเลย?

“ใช่ คือคนขับรถที่สงสัย เขาเป็นคนอิตาลี เขาเป็นคนเดียวที่สามารถเปิดปิดรถทัวร์ได้ และใกล้ๆ วันสุดท้ายจะมีเพื่อนเขาช่วยขนกระเป๋า วันแรกๆ ไม่มี และวัดสุดท้ายก็เร่งให้เราลงจากรถบัสเร็วๆ เพราะอ้างว่าจอดนาน ตำรวจจะจับ เราก็ว่าแปลกๆ เรายังพูดกับลูกสาวว่าอิคนขับรถใจดีเนอะ ช่วยเหลือด้วย วันจะกลับใจดีขึ้นมาทันที แถมยังให้ทิปด้วย ยังไปร้องเพลงกับเขาด้วย คือสนุกแต่ทุกข์สงัด ซึ่งถามว่าตามไหม ก็แจ้งความทั้งที่ ตม.อิตาลี และ ตม.ที่ไทยด้วย ตอนนี้ บ.ทัวร์ ก็ตามตัวคนขับคนนั้นเจอแล้ว เพียงหลักฐานเราอ่อน ของทั้งหมดไม่ได้อยู่กับเขา ตำรวจอิตาลีก็กำลังตามกล้องวงจรปิดว่าเขาไปตรงไหนบ้าง เขาอ้างว่าเขาไม่รู้เรื่องเลย เขาก็บอกว่าเขาโดนงัดเหมือนกัน คนขับจะกินนอนในรถ และบริษัททัวร์ที่ไทย เขารับผิดชอบ 50% ซึ่งจริงๆ เขาไม่ต้องทำก็ได้ แต่เขายังมีน้ำใจ และถ้าทางอิตาลีตามของคืนมาได้ เขาก็ไม่เอาส่วน 50% ที่เขาจ่ายมาให้แล้ว ไม่เอาคืนด้วย”

ถ้าเราจะไปเที่ยวอิตาลี เราจะไว้ใจอะไรได้?

“คือไปอิตาลีมา 3 รอบแล้ว เคยไปและโดนขโมยกล้องถ่ายวีดีโอไป เราก็ระวังแต่ข้างนอก กระเป๋าเราก็เอามาไว้หน้าท้องหมดเลย กลายเป็นคนใกล้ตัวที่เราสงสัยคือคนขับรถทัวร์ ซึ่งเขาไม่ยอมรับเพราะหลักฐานมันอ่อน

จิตใจของผู้ร่วมทริป?

“ตอนแรกๆ ร้องไห้กันเลย ตอนไปสดใสมาก ตอนกลับคือหดหู่มาก นั่งร้องไห้ กลุ่มเราไม่ได้มีคนผิด ผิดที่คนขับกับทีมงานคนขับ คือถ้าคุณจะแถบยุโรป ต้องระวังเรื่องกระเป๋า ถ้าจะซื้อของแบรนด์เนมหิ้วติดคอไปเลยค่ะ ต้องดูแลตัวเอง เป็นอุทาหรณ์ ซึ่งตำรวจที่นั่นเขาเต็มที่กับเรามาก แต่พวกเราทำใจไว้แล้วว่า 70% เราจะไม่ได้อะไรคืน แต่เราก็ยังกล้าไปอิตาลีอยู่นะ  มันเป็นประเทศที่น่าเที่ยวมาก มีสถาปัตยกรรมดีมาก การสร้างเมืองแบบโรมัน สวยมาก”

และเรื่องไฟไหม้ที่เจอล่ะ?

“หนึ่งวันพันเหตุการณ์ที่อิตาลีค่ะ กำลังกินข้าวอยู่ และได้ยินเสียงเตือนสัญญาณ หนีไปทีละห้อง ไฟลัดวงจร ครั้งแรกคิดว่าซ้อม แต่พอได้กลิ่นไหม้แล้ว ฉันเครียดแล้ว ฉันวิ่งก่อน ก็เลยออกไปหาอะไรกินริมถนนดีกว่า และกลับมานอนที่โรงแรม ที่ไฟไหม้”

และน้ำท่วมห้องล่ะ?

“พวกแกรู้ได้ไง ฉันกลัวความแคบ ฉันเลยเปิดประตูที่เขาเอาไว้กั้นไม่ให้น้ำออกไป คือถ้าปิดแล้วหายใจไม่ออก เลยเปิดเอาไว้ เหมือนโดนขังในลิฟท์ น้ำก็เลยไหลออกมาข้างนอก และอีท่อน้ำดันตัน ซึ่งฉันไม่รู้ตัวว่าน้ำมันไหล อาบไป 3 ชม. พอออกมา น้ำมันท่วมไปถึงเตียง ท่วมบนพรม น้ำท่วมห้องค่ะ ท่วมถึงตาตุ่ม ฉันวิดน้ำเอง และรถทัวร์รอฉันคนเดียว แต่ไม่รู้เขาคิดค่าใช้จ่ายไหม และท่อที่มันตัน ฉันก็เอาไม้ไปเขี่ย ดันเหม็นตีขึ้นจมูก”

ยังไม่หมด เกือบตกเครื่อง?

“ที่บ้านเรียกว่าตกไฟล์ทไปแล้ว ตอนไปเราก็อยากจะเอาชุดสวยๆ ไป แต่งถ่ายรูปให้แฟนคลับดู แต่พอน้ำหนักมันเกินต้องเอาเฟอร์ออก เอาโน้นนี่นั่นออก สรุปลูกทัวร์ไปรอเข้าเอ็กซเรย์แล้ว ฉันอยู่กับลูกสาว ก็เลยซื้อตั๋วใหม่ จาก 6 โมง รอบินอีกทีตี 2 ตั๋วใหม่ก็ราคาบาดเจ็บสาหัสอยู่นะ 2 คนแม่ลูกก็หลักแสน จ่ายค่าน้ำหนักเพิ่ม 7 หมื่นไปอีก ฉันภาวนาสวดมนต์ นะโมให้ถึงปลายทาง”

เจอผีที่โรงแรม?

“เขาเลือก รร. 5 ดาว มีอยู่ที่นึงอยู่ที่วาติกัน เป็นโรงแรมที่ต้องพัก 2 วัน ฉันเริ่มแหละ เป็นโรงแรมอายุหลายร้อยปี และมีคนใส่ชุดเหมือนแม่ชี พูดลอยๆ เข้าไปข้างใน เขามีไม้กางเขนห้อยคอ และห้องเข้าไป เหมือนแมวดิ้นตาย และหัวเตียงฉันมีรูปพระเยซูอยู่ข้างบน มียุงด้วย บรรยากาศเหมือนแวมไพร์กำลังจะมา เงียบสงบมาก ทุกอย่างมันเก่ามาก พอลูกทัวร์บ่น ว่าย้ายไหม จากนั้นคนที่พาเราไป คือย้ายทันทีตอนนั้นเลย ทั้งคณะกลัวมาก”

และทำไม? หนุ่มต่างชาติมารุมขอถ่ายรูปกับเรา จนคลิปนั้นกลายเป็นไวรัล

“ใช่ๆ ใส่ลุคสีเหลือง หนุ่มๆ มารุม ต่างชาติอายุ 16 มาขอถ่ายรูป มาบอกว่ายูสวยมาก มาคุยกับเรา ถามว่าเราเป็นใคร ครูที่พาเด็กๆ เหล่านี้มา มาถามว่าเราเป็นใคร ไกด์ก็อธิบายว่าเราเป็นดาราและเป็นนางงามที่ประเทศไทย รุมชุติมา กลิ่นเด็กมันหอมหวานมาก (หัวเราะ) เขานึกว่าฉันเป็นฟิลิปปินส์ อย่างงี้ฉันก็ว้าวุ่นนะซิ เพราะเมื่อก่อนก็สายฝอ มาขอแต่งงานด้วยนะ บินจากอเมริกามาคุกเข่าขอแต่งงานด้วย เราก็ปฏิเสธเขาไปก่อน เพราะเราก็ได้หมด ถ้าคนๆ นั้น เขาเป็นคนดี ไม่ใช่จะมาให้เราเลี้ยง ฉันเหนื่อย (ถ้าเป็นคนมีอายุ มาขอเลี้ยงล่ะ?) อายุเยอะเหรอ แต่ไม่เคยลองคบรุ่นใหญ่ แต่ตอนคบ เขาชอบมาตีกรอบไง เราไม่ใช่คนเรียบร้อย สักพักเขาคงไม่ไหว แต่ถ้าเราคบใคร เราชอบอ้อน จะเปลี่ยนจากเสือเป็นแมว ขาดคนอ้อนมาปีกว่าแล้ว (หัวเราะ)”

มีคอมเมนท์แย่ๆ จนเดือดมาก?

“หลายคอมเมนท์ก็หยาบคาย แต่คนนี้หยาบคายสุด พิมพ์มาว่าสวยแบบนี้ อยากลองดารา เราก็ตอบกลับไปว่าทำไมพูดจาแบบนี้ เราไม่ชอบคนที่ดูถูกผู้หญิง เรารู้สึกว่าและฉันอยากลองแกไหม เราเป็นคนตรงๆ อย่ามาดูถูก ไม่ใช่ว่าเราต้องลดคุณค่าตัวเองเพื่อจะมีผู้ให้เร็วที่สุด มันไม่ใช่ไง การดูถูกเพศแม่ มันไม่ถูก เราพิมพ์โต้ตอบกลับไป เราไม่ได้เสียใจ เราชินกับเรื่องพวกนี้มากๆ อยากจะบอกไปว่าอย่าไปใส่ใจคอมเมนท์แย่ๆ มันจะทำให้เราเป็นซึมเศร้า พวกนี้เป็นพวกสมองหมาปัญญาควาย มีหูเอาไว้คั่นสมองเท่านั้น รอให้คนอื่นจูงจมูก ด่ามาฉันก็ฟ้องกลับ ฉันโรคจิตกว่า อันไหนบั่นทอนเราก็บล็อคมันไป บอกไอ้โรจิตที่ชอบด่าดารา คุณไม่รู้ว่าเขาเป็นแบบไหน เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน ดูแลครอบครัว ดูแลพ่อแม่รอดยัง ก่อนจะมาด่าคนอื่นเขา ว่าคนอื่นไว้ ระวังจะเจ้าตัวเอง”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

แซ่บเต็มสิบ! ‘อุ้ม ลักขณา’สวมเดรสบางเฉียบ เดินเฉิดฉายทำตาค้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764162

แซ่บเต็มสิบ! 'อุ้ม ลักขณา'สวมเดรสบางเฉียบ เดินเฉิดฉายทำตาค้าง

แซ่บเต็มสิบ! ‘อุ้ม ลักขณา’สวมเดรสบางเฉียบ เดินเฉิดฉายทำตาค้าง

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.57 น.

20 ต.ค.66 กลับมาเฉิดฉายต้อนรับความโสดแบบจัดเต็มเลยทีเดียว สำหรับนักแสดงสาว “อุ้ม ลักขณา” ที่ได้กลับมาทวงบัลลังก์สาวอกอึ๋ม อัพไซส์หน้าอกหน้าใจที่ดูตู้มต้ามจัดเต็ม

โดยล่าสุด สาวอุ้มได้โพสต์คลิปในชุดเดรสซีทรูสีเนื้อแสนบาง มองทะลุเห็นไปถึงชุดชั้นในสีดำสุดเซ็กซี่ เดินอวดความสวยฉ่ำ ขณะพา“น้องดิสนีย์” ลูกสาวสุดที่รักไปเดินเล่นและกินอาหารตามประสาแม่ลูก เรียกว่าลุคนี้สวยแซ่บเต็มสิบเลยทีเดียว

อลังการ! ‘กระแต อาร์สยาม’เปิดภาพ’ประตูเทวาลัย’ ทุ่มงบเนรมิตกว่า10ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764129

อลังการ! 'กระแต อาร์สยาม'เปิดภาพ'ประตูเทวาลัย' ทุ่มงบเนรมิตกว่า10ล้าน

อลังการ! ‘กระแต อาร์สยาม’เปิดภาพ’ประตูเทวาลัย’ ทุ่มงบเนรมิตกว่า10ล้าน

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.06 น.

เรียกได้ว่าทุ่มทุนสร้าง อลังการกันสุดๆ สำหรับเทวาลัยในบ้านหรูหลัก 100 ล้าน ของนักร้องสาว “กระแต อาร์สยาม” หรือ “นิภาพร บุญยะเลี้ยง” ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของบ้านเลยก็ว่าได้

โดยล่าสุด กระแต อาร์สยาม ได้โพสต์ภาพของประตูเทวาลัยให้แฟนๆ ได้ชมแบบชัดๆ ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนแคปชั่นบอกเอาไว้ว่า “ประตูด้านในของห้องเทวาลัยที่บ้านแตรเองค่า #อยากอวดความสุข เทวาลัยในฝัน #ศรัทธาคือพลัง **เหลือตกแต่งอีกนิดหน่อย ใกล้เสร็จแล้ววววว (ไว้มาอัพเดทใน Ep.เปิดห้องเทวาลัยแบบจัดเต็มให้ชมกันน้าาาาา^^)”

เปิดชีวิตนางเอก ‘มิว-นิษฐา’ จากอดีตถึงปัจจุบันกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764122

เปิดชีวิตนางเอก ‘มิว-นิษฐา’ จากอดีตถึงปัจจุบันกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป

เปิดชีวิตนางเอก ‘มิว-นิษฐา’ จากอดีตถึงปัจจุบันกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.52 น.

เปิดอีกมุมของนักแสดงสาว “มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ”ที่ไม่เคยมีใครรู้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกับชีวิตที่เปลี่ยนไปของคุณแม่ลูก 2 การพบความสุขในชีวิตที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเมื่อมีลูก และประสบการณ์ทำให้ปล่อยวางจากทุกข์ได้จนพูดได้เต็มปากว่าตอนนี้ไม่รู้สึกโกรธหรือเกลียดใครเลย ในรายการ WOODY FM

ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เปลี่ยนไปเยอะไหม 

เยอะนะคะ บทบาทมันมากขึ้นเยอะ จากตอนแรกที่เข้าวงการมา รู้สึกแค่ว่าเราลองเปิดโอกาสให้กับตัวเองดู จริงๆ แล้วพื้นฐานมิวไม่ได้เป็นคนกล้าแสดงออกหรืออยากมาเป็นนักแสดง แล้วหลังจากโอกาสมันเปิด ได้เข้ามาแล้วอยากจะลองใช้ความพยายาม ความตั้งใจของตัวเอง เราต้องขุดลึกมากเลยนะเพราะเราเป็นคนขี้อายกับเอนเนอจี้ที่เราจะใช้ในการแสดงต่างๆ จนมาถึงตอนนี้ มิวก็ไม่รู้ว่ามาถึงตรงนี้ได้ยังไง

ความขี้อายมันเกิดขึ้นตั้งแต่เด็ก

ตั้งแต่เด็กเลย คือถ้าอยู่ในห้องเรียน คุณครูสอน แล้วเรามีคำถามอยู่ในใจว่าอันนี้มันทำยังไงนะ ก็คือจะไม่กล้ายกมือรอจบคลาสแล้วค่อยไปถามคุณครูนอกรอบหรือถามเพื่อนนอกรอบ แม้กระทั่งงานโรงเรียนก็อยากจะเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในสปอตไลท์ จะเป็นคนแบบธรรมดามากๆ

จุดที่จะเข้าวงการคือตอนไหน ทำไมถึงยอมทั้งๆ ที่ขี้อายไม่อาจจะยอมรับเงื่อนไขของการเป็นคนดัง 

ตอนนั้นอะไรที่ยอมใช่ไหมคะ เพราะว่าได้เงิน (หัวเราะ) ตอนแคชโฆษณาแรกเลยรู้สึกว่าทำวันเดียวก็ได้เงินแล้ว เพราะตอนนั้นเราต้องขอเงินพ่อแม่ เริ่มรู้สึกว่าหาเงินได้เอง ก็ลองดูมีโอกาสเข้ามาไม่เสียหายอะไร

ซึ่งตอนที่เป็นนักแสดงช่อง 3 ก็ยังมีความรู้สึกอายอยู่ไหม

อาย ทุกวันนี้ก็ยังมีความอาย มีความตื่น เวลาที่เราต้องไปเจอคนเยอะๆ ไปอยู่ในที่สปอตไลท์ ในอีเว้นท์เป็นจุดเด่นอะไรอย่างนี้ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ อาจจะเป็นด้วยความที่เราไม่มั่นใจในตัวเอง ณ ตอนนั้น ขี้อายด้วย มันเลยทำให้การที่เราจะต้องเดินไปไหนคนเดียว รู้สึกเก้งๆ ก้างๆ ไปหมดเลยแล้วในวันที่เราจะต้องเป็นนักแสดงอยู่ต่อหน้ากล้อง มันเป็นอะไรที่ต้องปรับตัวเยอะมากๆ ค่ะ มิวว่ามันอาจจะเป็นความที่เรารู้สึกลองดูสักตั้งหนึ่ง ทำให้มันดีที่สุดอะไรแบบนี้มันก็ดึงเอนเนอจี้ดึงความกล้าในตัวเองออกมา ทำให้มันแบบผ่านงานต่างๆ ไปได้

ตอนที่เรามีลูกคนแรกมีวิธีคุยกับ เซนต์ ยังไงว่าเราจะเลี้ยงลูกแบบไหน 

บ้านเราจะตั้งเป้าอยากให้ลูกมีความสุข ไม่ว่าเขาจะอยากทำอาชีพอะไร อยากเป็นอะไร คืออยากให้พื้นฐานเขาเป็นคนมีความสุข จิตใจดี แล้วเซนต์เขาจะบอกตลอดว่า
มิวเป็นคนที่โชคดีมาก ชีวิตมิวไม่ได้ขึ้นสุดลงสุด แต่ว่าเป็นคนแบบมีความสุขกับแต่ละวันมากๆ แล้วมิวเป็นคนไม่คิดมาก คือเจอเรื่องอะไรที่มันไม่ดี มันอยู่กับมิวแค่ 2-3 วันก็ไปแล้ว เหมือนกับเป็นคนไม่มีเรื่องเครียดอยู่ในตัว เหมือนคนมีความสุขตลอดเวลา เซนต์ก็จะบอกตลอดว่ามิวเหมือนเป็นคนมีบุญอะไรแบบนี้ เขาก็อยากจะให้ลูกได้รับตรงนี้จากมิวมีความสุขกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เป็นคนที่ดิ้นรนขวนขวายตะเกียกตะกายจนตัวเองไม่มีความสุข

ปล่อยวางความทุกข์ยังไง 

มิวเป็นคนเซนซิทีฟมากนะ จริงๆ แล้วเวลาเจอเรื่องอะไรนิดหนึ่งร้องไห้เร็วมาก ด้วยความที่ร้องไห้เร็วมันเหมือนได้ถูกระบายออกมาเร็ว ไม่ได้แบบว่าพอเราเจอเรื่องทุกข์ เราต้องสตรอง ห้ามร้องไห้ ต้องแข็งแกร่งสิ เราไม่ ก็ยอมรับให้ตัวเองเสียใจได้ในบางโอกาสที่มันควรจะเสียใจ ก็ร้องออกมา แล้วมิวก็ได้คนรอบข้างเป็นฝ่ายซัพพอร์ตที่ดี มีพ่อแม่ครอบครัวพี่เซนต์ แล้วตอนนี้เรามีลูกเองรู้สึกทุกอย่างมันแบบห้อมล้อมด้วยเกราะป้องกันมีความสุขมากๆ เลย เจอเรื่องอะไรมาพอกลับบ้านมาแทบจะลืมที่เราเจอความทุกข์วันนั้นมาแล้ว เลยทำให้เราปล่อยไปเร็วมาก ด้วยความที่มิวเป็นคนเข้าใจโลก บางทีคนนี้ทำแบบนี้กับเรา ก็พยายามทำความเข้าใจว่าที่เขาทำมาแบบนี้ เพราะอาจจะถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้ อาจจะมีความต้องการแบบนี้ เลยมาทำกับเราแบบนี้พอเราเข้าใจเขา แล้วเราก็ยอมรับ เราก็เลยปล่อยสิ่งนั้นไปได้เลยโดยง่ายดาย คนชอบถามว่ามิวเคยโกรธใครไหมมิวสามารถบอกได้เลยว่ามิวไม่มี รู้สึกว่าชีวิตมิวเบา มีความสุขไม่มีความต้องการอะไรหรือข้างในคุกรุ่น ไม่มีความรู้สึกแบบนั้นอาจจะด้วยประสบการณ์และอายุการทำงาน เลยรู้สึกว่าอะไรที่มันเข้ามาเดี๋ยวมันก็ออกไป

อีกมุมของ มิว-นิษฐา ที่ไม่มีใครรู้ 

ตอนสมัยวัยรุ่น ทุกคนก็น่าจะมีช่วงวัยแบบนี้ โชคดีที่พ่อแม่มิวเลี้ยงแบบเข้าใจลูก เขาไม่ได้เลี้ยงแบบว่าอยู่ในกรอบต้องเป๊ะๆ ช่วงวัยรุ่นลูกอยากไปเที่ยว เขาก็รู้สึกว่าอยากไปก็ไปเขาไปรับกลับบ้านแค่นั้นเองปลอดภัยกว่า แบบว่าไม่ให้ลูกไปแล้วลูกจะต้องหนีไปเที่ยว เขาก็ไม่รู้ว่าเราไปเที่ยวไหน

วันนี้ไม่มีโอกาสได้เที่ยวเหมือนสมัยก่อนแล้ว 

ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาส โอกาสก็ยังมีบ้าง แต่ตัวเราเองไม่อยากไปแล้ว พอมีลูกแล้วไม่อยากไปไหนเลย ตั้งแต่แต่งงานมารู้สึกว่าการได้ออกไปกินข้าวนอกบ้านมันก็คือความสุขอย่างหนึ่งในวันนั้น แต่ตอนนี้พอมีลูกอยากจะกินในบ้านไม่อยากออก ถ้าวันไหนออกต้องมีความจำเป็นมีนัดกับใครต้องออกไปนอกบ้าน ถ้าเป็นเรา 2 คนแทบจะไม่ออกไปกินนอกบ้านเลยค่ะ  

ได้เรียนรู้อะไรบ้างในการเป็นคุณแม่ 

คนที่ไม่เคยเป็นแม่ไม่มีทางเข้าใจ พลังแม่มันมายังไงก็ไม่รู้ คือถ้าย้อนกลับไปก่อนจะคลอดลูกยังนึกตัวเองไม่ออกเลยว่าจะเป็นแม่ได้ยังไง จนกระทั่งวันที่คลอดเราเห็นหน้าเขาแล้วมันมาได้เลย เราสามารถทำได้ทุกอย่างให้เขาได้หมดเลย เขาคือความสุขแบบที่เราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ก่อนหน้าจะมีลูกมิวเป็นคนชอบออกจากบ้าน ส่วนใหญ่ก็จะออกไปหาความสุขนอกบ้านช้อปปิ้งไปเจอกับเพื่อน แต่ ณ วันนี้พอเรามีลูกแล้ว ความสุขคือตื่นมาเจอลูกก็มีความสุขแล้ว เป็นความสุขแบบที่มิวไม่เคยได้รับแบบนี้มาก่อน เป็นความรักที่อธิบายไม่ได้จริงๆ มีความสุขมากแค่ลูกเรียกแม่ อย่างเมื่อวานนี้ฝนตกหนักมาก พอจะพูดเรื่องลูกแล้วแบบ…ไม่อยากร้อง พอขึ้นรถแล้วกางร่มให้ลูก (น้ำตาไหล)เรากางร่มให้เขาขึ้นรถ แล้วเขาถามว่า แม่เปียกไหม แค่นี้ โหยแค่นั้นแหละ (ยิ้ม) ถึงบอกว่าถ้าไม่ได้เป็นแม่ไม่มีทางรู้ความรู้สึกแบบนี้ คือใจมันฟูมาก

ลูกคนที่ 2 วางแผนกับเซนต์ไหม หรือทุกอย่างมาโดยธรรมชาติ 

วางแผนค่ะ ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะมี 2 คนอยู่แล้วค่ะคนนี้เราก็เหมือนอยากให้เขาไม่ห่างกันมาก อย่างมิวกับน้องสาวเราห่างกัน 2 ปี ซึ่งมิวก็รู้สึกว่าเป็นช่วงอายุที่กำลังดีลูกมิวก็จะห่างกันประมาณ 2 ปีกว่า ให้เหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันด้วย ตอนนี้มิวก็ชิลมากๆ เลย เหมือนเราอาจจะเคยสัมผัสแบบนี้มาแล้ว เลยรู้ว่าเดี๋ยวขั้นตอนต่อไปมันจะเป็นยังไง ตอนนี้เราก็ค่อนข้างจะชิล เพราะเราเอาใจใส่กับการดูลูกคนแรกด้วยมั้งค่ะ เรามีประสบการณ์มาแล้ว ก็จะเป็นอะไรที่คล้ายแบบเดิม เราน่าจะรับมือกับมันได้ อย่างคนแรกเราจะใหม่มากก็เลยต้องเตรียมตัวเยอะ

‘ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ’ พาครีมสวิสแล็บคว้า 3 รางวัลใหญ่ จากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ ประเทศอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764112

'ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ' พาครีมสวิสแล็บคว้า 3 รางวัลใหญ่ จากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ ประเทศอังกฤษ

‘ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ’ พาครีมสวิสแล็บคว้า 3 รางวัลใหญ่ จากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ ประเทศอังกฤษ

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.31 น.

“ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ”นักแสดงและพิธีกรชื่อดังสุดปลื้ม เมื่อเแบรนด์สวิสแล็บที่ปลุกปล้ำมากับมือคว้า 3 รางวัลใหญ่จากงาน International Invention & Trade Expo 2023 ที่มหาวิทยาลัยคิงสตันกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยรางวัลทั้งหมดประกอบไปด้วย รางวัล เหรียญทอง Gold Medalรางวัลสเปเชียลอวอร์ด Outstanding Product ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดของปี 2023และรางวัลสเปเชียลอวอร์ด การยกกระดับอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการจาก IBS ประเทศโปแลนด์

โดยหลังจากคว้ารางวัลตุ๊ยตุ่ยเปิดเผยความรู้สึกว่า“มือสั่นไปหมด เพราะมันเหมือนฝันเลยค่ะ ตอนที่กรรมการประกาศชื่อครีมสวิสแล็บว่าได้รางวัลเหรียญทอง อายังไม่แน่ใจเลยว่าใช่เรามั้ย สำหรับเราแค่ได้มีผลงานมาร่วมงานก็นับว่าเป็นเกียรติแล้ว แต่หลังจากประกาศรางวัลแรกไป ก็ยังมีรางวัลพิเศษตามมาอีก ตื้นตันและภูมิใจมากที่เราพาแบรนด์สวิสแล็บมาถึงตรงจุดนี้ อาขอยกรางวัลนี้ให้กับลูกค้าสวิสแล็บทุกท่าน ให้ภูมิใจไปด้วยกันว่าครีมที่เราใช้อยู่เป็นครีมที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ”

ครีมสวิสแล็บถือเป็นปรากฏการณ์ที่พลิกโฉมวงการสกินแคร์ประเทศไทย โดยนำเข้าวัตถุดิบหลักจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์และใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตจากประเทศไทย จนมาเป็นครีมบำรุงผิวคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นครีมบำรุงผิวยอดขายอันดับ 1 ในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ในประเทศไทยครีมสวิสแล็บสามารถคว้ารางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากงานบิวตี้อวอร์ดมาแล้ว 3 เวที รวม 6 รางวัลในปีนี้”

แรงต่อเนื่อง ‘พรหมลิขิต’ ทำลายสถิติเรตติ้งสูงสุด6.82 เปิดตัว ‘พุดตาน’ ฉ่ำพระนคร พุ่งติดเทรนด์ Xของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764110

แรงต่อเนื่อง 'พรหมลิขิต' ทำลายสถิติเรตติ้งสูงสุด6.82 เปิดตัว 'พุดตาน' ฉ่ำพระนคร พุ่งติดเทรนด์ Xของโลก

แรงต่อเนื่อง ‘พรหมลิขิต’ ทำลายสถิติเรตติ้งสูงสุด6.82 เปิดตัว ‘พุดตาน’ ฉ่ำพระนคร พุ่งติดเทรนด์ Xของโลก

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.30 น.

แรงฉุดไม่อยู่แล้วตอนนี้ สำหรับละครทางช่อง 3 เรื่อง พรหมลิขิตจากค่าย บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่นที่เต็มอิ่มไปด้วยความสนุกจนคนดูกล่าวขวัญกันไปทั่วพระนคร กับผลงานการแสดงของคู่พระนาง “โป๊ป ธนวรรธน์” กับสาว “เบลล่า ราณี”หลังออกอากาศไปได้เพียงแค่ 2 ตอน ก็สามารถกวาดเรตติ้งไปได้อย่างถล่มทลายด้วยเรตติ้งทั่วประเทศ 6.82ในกลุ่มผู้ชมกรุงเทพฯ ทุบหนักไปถึง 12.98และกลุ่มผู้ชมอายุ 15 ปี ขึ้นไป หรือ กลุ่ม 15 BU+ (Bangkok and Urban) ดีดไปถึง 10.33ถือว่าสถิติเรตติ้งที่สูงสุดในปี 2566 กันเลยทีเดียว

ยังคงเป็นความสนุกน่าตื่นเต้นอยู่ตลอด กับฉากเปิดตัว “พุดตาน” ในยุคปัจจุบันตอนเด็กที่รับบทโดย น้องนีน่า ณัฐชา ชาวเน็ตต่างคอมเม้นท์สนั่นโซเชียลกับความน่ารัก และฝีมือการแคสนักแสดงขั้นเทพทั้งฝีมือการแสดงและหน้าตาให้ออกมาคล้ายกันสุด ๆ ก่อนถึงช่วงเวลคัมพุดตาน(เบลล่า ราณี) นางเอกสายสตรองแต่จิตวิญญาณคือ การะเกด ก่อนว้าบไปโผล่ในยุคกรุงศรีอยุธยาหลังจากสัมผัสมนต์กฤษณะกาลี นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกรายการอาหารที่ส่งตรงให้แฟน ๆ ชวนหิวกันก่อนนอนอีกมากมาย และเมนูเด็ดหมูกระทะที่งานนี้ทำเอาแฟน ๆ ร่วมส่งแฮชแท็ก #พรหมลิขิตep2พุ่งติดเทรนด์ x โลกอันดับ 5 ไม่พอยังพุ่งติดเทรนด์ x ประเทศไทยอันดับ 1 ด้วยยอดดูสดออนไลน์1.1 ล้านวิว

เรียกว่าเป็นอีพีที่ทำเอาคนดูอย่างเรานั่งดูไปก็ต้องอมยิ้มตามในหลาย ๆ ฉาก แค่เริ่มเรื่องยังปังขนาดนี้ ไม่ดูไม่ได้แล้วกับพรหมลิขิต” วันพุธพฤหัสบดีที่25, 26 ตุลาคม 2566 และหลังจากวันที่ 30 ตุลาคมเป็นต้นไป พบเจอกันทุกวันจันทร์พุธ เวลา 20.30 ทางช่อง ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง’นิว-นภัสสร’ยิ่งท้องยิ่งแซ่บ แทบลืมใส่ชุดคลุมท้องไปเลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/764107

ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง'นิว-นภัสสร'ยิ่งท้องยิ่งแซ่บ แทบลืมใส่ชุดคลุมท้องไปเลย

ว่าที่คุณแม่ป้ายแดง’นิว-นภัสสร’ยิ่งท้องยิ่งแซ่บ แทบลืมใส่ชุดคลุมท้องไปเลย

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.28 น.

ความเผ็ดพุ่งปรี๊ด !! ความสวยพุ่งจนว้าวุ่นเลยหลัง นิว-นภัสสร ควงว่าที่คุณพ่อเป๊ก-เปรมณัช ออกมาประกาศข่าวดีเตรียมขึ้นแท่นเป็นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงจากที่รอมา 6 ปี แต่สำเร็จเพียงครั้งเดียวที่ตัดสินใจเข้ามาปรึกษากับทาง  GFC (Genesis Fertility Center) ศูนย์รวมบริการทางการแพทย์ สำหรับผู้เตรียมพร้อมก่อนการมีบุตรตลอดจนรักษาภาวะมีบุตรยาก ทำให้มีทายาทตัวน้อยๆ น่ารักๆ มาเติมเต็มชีวิตครอบครัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ต้องขอบอกเลยว่า    ว่าที่คุณแม่นิว ถึงกำลังตั้งท้องอยู่ก็ยังแซ่บได้ฉีกลุคเดิมๆ ที่คนท้องต้องใส่ชุดคลุมท้องกันไปสิค่ะ เพราะชุดแต่ละชุดที่ว่าที่คุณแม่นิวใส่นั้นใครเห็นก็ต้องหยุดมองทุกชุด