รัสเซียปลื้มสัมพันธ์ยุทธศาสตร์กับโสมแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734228

รัสเซียปลื้มสัมพันธ์ยุทธศาสตร์กับโสมแดง

20 ต.ค. 2566 09:41 น.

รัสเซียปลื้มสัมพันธ์ยุทธศาสตร์กับโสมแดง

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย กล่าวแสดงความยินดีหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับนางโช ซอน ฮุย รมว.ต่างประเทศเกาหลีเหนือ ที่กรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ โดยระบุว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างรัสเซีย-เกาหลีเหนือ ได้บรรลุระดับยุทธศาสตร์ และเป็นการต่อยอดผลสำเร็จของการประชุมเดือน ก.ย. ที่นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย หารือกับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่ภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของผู้นำเกาหลีเหนือในรอบ 4 ปี

ทั้งนี้ นายลาฟรอฟยังกล่าวแสดงความกังวลต่อความเคลื่อนไหวทางการทหารของสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ในคาบสมุทรเกาหลี ไปจนถึงการที่รัฐบาลสหรัฐฯวางกำลังหน่วยรบนิวเคลียร์ในภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งเรือดำน้ำมาแวะเวียนเกาหลีใต้ พร้อมมองว่ารัสเซียและเกาหลีเหนือมีนโยบายไว้รับมือและป้องกันไม่ให้ความเคลื่อนไหวที่ไม่สร้างสรรค์และอันตรายกลายเป็นเหตุลุกลามบานปลาย รัฐบาลรัสเซียขอขอบคุณรัฐบาลเกาหลีเหนือที่ให้การสนับสนุนอย่างมุ่งมั่นเรื่องปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน พร้อมให้การยอมรับดินแดนของรัสเซีย ส่วนนางโช ซอน ฮุย กล่าวย้ำว่าเกาหลีเหนือ-รัสเซียเป็นสหายร่วมรบที่มีความสัมพันธ์คงกระพัน.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

โปแลนด์รวบโจรหัวใส ปลอมเป็น “หุ่นโชว์เสื้อผ้า” หวังขโมยของหลังห้างปิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734217

โปแลนด์รวบโจรหัวใส ปลอมเป็น "หุ่นโชว์เสื้อผ้า" หวังขโมยของหลังห้างปิด

20 ต.ค. 2566 07:59 น.

โปแลนด์รวบโจรหัวใส ปลอมเป็น “หุ่นโชว์เสื้อผ้า” หวังขโมยของหลังห้างปิด

ชายคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าสวมรอยเป็น “หุ่นโชว์เสื้อผ้า”ของร้านค้าในกรุงวอร์ซอ เพื่อขโมยเครื่องประดับหลังเวลาปิดทำการ

ภาพที่ปรากฏในสื่อของโปแลนด์ เป็นภาพของชายวัย 22 ปี ที่ยืนนิ่งและถือกระเป๋าที่ด้านหน้าร้าน ของศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในกรุงวอร์ซอ ซึ่งตำรวจไม่ได้ระบุชื่อ

ตำรวจกล่าวว่าผู้ต้องหาออกไปเดินสำรวจในแผนกต่างๆ หลังจากศูนย์การค้าปิดทำการ ก่อนที่จะแอบเข้าไปในร้านจำหน่ายอัญมณี

ชายคนนี้ยังถูกกล่าวหาว่าขโมยของจากศูนย์การค้าอีกแห่งหนึ่งด้วย เขาถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์และลักทรัพย์แล้ว ศาล ตัดสินใจจับกุมชายคนนี้ชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือน ตามคำร้องขอของสำนักงานอัยการ ประมวลกฎหมายอาญาของโปแลนด์กำหนดให้มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีสำหรับการก่ออาชญากรรมในลักษณะนี้

ตำรวจวอร์ซอกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ห้างและลูกค้าไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ ขณะที่ชายคนนี้ยืนนิ่งและทำตัวกลมกลืนเข้ากับหุ่นโชว์เสื้อผ้าหลายตัว ตำรวจกล่าวว่าเขายืนนิ่งจนกระทั่ง “รู้สึกว่าปลอดภัย” จากนั้นจึงเดินไปตามแผนกต่างๆ หลังจากเวลาปิดทำการ ก่อนที่จะหยิบเครื่องประดับ ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพบเห็นและแจ้งตำรวจ

ชายผู้นี้ถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกันนี้ในอีกสองเหตุการณ์ โดยเหตุการณ์แรก ตำรวจกล่าวว่าเขาไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในศูนย์การค้าแห่งที่สอง และรอให้ศูนย์ฯปิด จากนั้นเขาจึงเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้า และ “เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่” ก่อนที่จะกลับไปที่ร้านอาหารเพื่อรับประทานอาหารอีกมื้อหนึ่ง โดยภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าเขาพยายามแทรกตัวเข้าไปใต้ประตูที่เปิดอยู่บางส่วนของร้านจำหน่ายเสื้อผ้า

โรเบิร์ต ซูเมียตา โฆษกตำรวจกล่าวว่าในเหตุการณ์ครั้งที่ 3 ในศูนย์การค้าแห่งอื่น ชายคนดังกล่าวรอจนถึงเวลาปิดทำการ จากนั้นจึงขโมยเงินจากเครื่องบันทึกเงินสดหลายแห่งและพยายามขโมยสิ่งของอื่นๆ.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ยูเอ็นชี้ โลกกำลังสูญเสียมนุษยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734215

ยูเอ็นชี้ โลกกำลังสูญเสียมนุษยธรรม

20 ต.ค. 2566 07:44 น.

ยูเอ็นชี้ โลกกำลังสูญเสียมนุษยธรรม

ผู้บัญชาการหน่วยงานสหประชาชาติ เผยภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่บน “ขอบเหว” อันเป็นผลมาจากสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาส

นายฟิลิปป์ ลาซซารินี ผู้บัญชาการสำนักงานบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือเพื่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกกลาง (UNRWA) กล่าวว่า ความรุนแรงจากสงครามครั้งนี้ อาจลุกลามไปทั่วภูมิภาค เขายังกล่าวเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์เลวร้ายสำหรับพลเรือนในฉนวนกาซา โดยเรียกร้องให้มีทางเดินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอีกครั้ง

นายลาซซารินี กล่าวว่า เขาเกรงว่า “ขณะนี้โลกกำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์” ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวบีบีซี นายลาซซารินี ยังเรียกร้องให้มีโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยกล่าวว่าความช่วยเหลือ “จำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดเดาได้ และมีความหมาย” เพื่อช่วยเหลือชาวฉนวนกาซา

ผู้บัญชาการ UNRWA กล่าวประณามการโจมตีอิสราเอลของฮามาส โดยเรียกการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น “การสังหารหมู่อย่างป่าเถื่อนและน่าสยดสยอง” ซึ่งได้สร้างบาดแผลทางจิตใจในระดับชาติ และความเสียหายโดยรวมในอิสราเอล “แต่เหตุการณ์นี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าสงครามดำเนินไปโดยไม่มีการควบคุมใดๆ” และกล่าวว่า “ผมไม่เชื่อว่าการสังหารพลเรือนมากขึ้นนั้นเป็นไปเพื่อความมั่นคงและสันติภาพในอนาคตในภูมิภาคนี้”

เมื่อถูกถามว่าชาวอิสราเอลเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศหรือไม่ นายลาซซารินีกล่าวว่า “ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่มีการล้อมปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างเต็มรูปแบบ”

“เราอยู่ในสถานการณ์ที่มีการร้องขอให้ผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่น ดังนั้น นี่จึงถือเป็นการลงโทษโดยรวม และการลงโทษโดยรวมถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ” เขากล่าวเสริมว่า “เราเรียกร้องชาวอิสราเอลและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้ให้เคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครก็ตาม”

เมื่อระบุถึงวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่เพิ่มมากขึ้นในฉนวนกาซา นายลาซซารินี กล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์ 2.2 ล้านคน ซึ่งครึ่งหนึ่งต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น โดยพื้นฐานแล้วกำลังขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง “ไม่มีน้ำใช้ มีห้องน้ำเพียง 4 ห้องสำหรับคน 4,000 คน พวกเขาต้องอาศัยหลับนอนอยู่บนพื้น” และตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่บน “ขอบเหว”

นายลาซซารินีกล่าวว่า “หากปราศจากน้ำในฉนวนกาซา สถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น และภัยพิบัติซึ่งเรามองไม่เห็น ก็จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก” 

ก่อนหน้านี้ สหประชาชาติเคยเตือนถึงภัยพิบัติด้านมนุษยธรรม เว้นแต่ความช่วยเหลือจะเข้าไปในฉนวนกาซาได้

นายลาซซารินี กล่าวว่า ก่อนการโจมตีของกลุ่มฮามาสในวันที่ 7 ตุลาคม รถบรรทุกจะบรรทุกความช่วยเหลือ เชื้อเพลิง และสินค้าอื่นๆ เข้ามาในแถบนี้ประมาณ 500 คันต่อวัน ส่วนในตอนนี้เขากล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าจำเป็นต้องส่งความช่วยเหลือมากน้อยเพียงใด หรือสิ่งใดบ้างที่ควรส่งเข้าไป แต่คาดว่าหน่วยงานจะต้องมีรถบรรทุกอย่างน้อย 100 คันต่อวัน สำหรับชาวกาซา

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าประเทศของเขาจะไม่ขัดขวาง สิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ส่งจากอียิปต์ไปยังพลเรือนทางตอนใต้ของฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีความช่วยเหลือใดๆ ข้ามเข้าไปในดินแดนผ่านทางด่านราฟาห์จากอียิปต์

ด้านนายเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “รถบรรทุกของเราจัดเตรียมสิ่งของเสร็จแล้วและพร้อมที่จะออกเดินทาง” เขากล่าวว่าสิ่งของต่างๆ จะถูกจัดส่งทันทีที่ด่านพรมแดนราฟาห์เปิด

นายลาซซารินี กล่าวปิดท้ายว่า ขณะนี้ชาวปาเลสไตน์รู้สึก “รู้สึกว่าถูกละทิ้งจากประชาคมระหว่างประเทศ” ท่ามกลางความรุนแรงที่ดำเนินอยู่

“พวกเขารู้สึกว่างเปล่า พวกเขาล้วนมีสมาชิกในครอบครัวที่ถูกสังหารทุกวัน พวกเขาได้ยินเรื่องเกี่ยวกับญาติพี่น้อง และในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้องดูแลความอยู่รอดของตนเอง แต่ความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งไม่ควรถูกมองข้าม.”

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

UN เก็บตัวอย่างปลาญี่ปุ่น หลังปล่อยน้ำจากโรงงานนิวเคลียร์ลงทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734214

UN เก็บตัวอย่างปลาญี่ปุ่น หลังปล่อยน้ำจากโรงงานนิวเคลียร์ลงทะเล

20 ต.ค. 2566 06:49 น.

UN เก็บตัวอย่างปลาญี่ปุ่น หลังปล่อยน้ำจากโรงงานนิวเคลียร์ลงทะเล

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากหน่วยงานสหประชาชาติ เก็บตัวอย่างปลาจากตลาด ใกล้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไปตรวจสอบ หลังญี่ปุ่นเริ่มปล่อยน้ำปนเปื้อนรังสีจากโรงงานแห่งนี้ลงทะเล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ต.ค. 2566 ว่า ทีมเจ้าหน้าที่จากทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์จาก จีน, เกาหลีใต้ และแคนาดา เดินทางเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเก็บตัวอย่างปลาจากตลาด, น้ำ และสารตกตะกอนต่างๆ ใกล้กับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ แล้วในสัปดาห์นี้ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก ญี่ปุ่นเริ่มปล่อยน้ำปนเปื้อนรังสีจากโรงงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังประสบปัญหาในการจัดเก็บ เนื่องจากน้ำดังกล่าวสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่โรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในปี 2554 จนเกิดหายนะนิวเคลียร์ครั้งใหญ่

เรื่องดังกล่าวทำให้ จีนกับรัสเซียตัดสินใจยกเลิกการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น แม้ญี่ปุ่นจะพยายามยืนยันว่า น้ำปนเปื้อนดังกล่าวผ่านการกรองด้วยระบบ ALPS ซึ่งกรองกัมมันตรังสีส่วนใหญ่ได้ยกเว้น ทริเทียม และถูกนำมาเจือจางอีกครั้งด้วยน้ำทะเล จนกัมมันตรังสีอยู่ในระดับต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ก่อนจะปล่อยลงทะเล

ญี่ปุ่นยืนยันว่า วิธีนี้ได้รับการรับรองจาก IAEA แล้ว และผลการตรวจสอบก็พบว่า ระดับของสารทริเทียมก็อยู่ภายใต้ขีดจำกัดความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม นายพอล แมกจินนิตี หนึ่งในสมาชิกทีมตรวจสอบของ IAEA บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เป้าหมายของการตรวจสอบครั้งนี้คือ ว่าห้องปฏิบัติการของญี่ปุ่นตรวจวัด และวิเคราะห์ระดับของสารทริเทียมได้อย่างเหมาะสมหรือไม่

“ทริเทียมเป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะระดับทริเทียมน่าจะสูงขึ้นเพราะอย่างที่คุณรู้ มันไม่ถูกกรองออกไปด้วยกระบวนการ ALPS” แมกจินนีตีกล่าว “ผมบอกได้ว่า เราไม่คาดว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ (ของระดับทริเทียม) ในปลา แต่เราคาดว่าน้ำทะเลในจุดที่ใกล้กับจุดปล่อยน้ำจะมีระดับของทริเทียมสูงขึ้นเล็กน้อย”

“เราคาดว่าจะวัดระดับทริเทียมได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราวัดเมื่อปีก่อนมากๆ”

ทั้งนี้ ตัวอย่างต่างๆ จะถูกส่งกลับไปยังห้องทดลองในประเทศแม่ของสมาชิกทีมตรวจสอบแต่ละคน เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ โดยที่ IAEA จะเป็นผู้ประเมินและเผยแพร่ผลลัพธ์ที่ออกมา

ที่มา : cna

แคนาดาถอนทูต 41 คนจากอินเดีย หลังความสัมพันธ์ดิ่งเหว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734208

แคนาดาถอนทูต 41 คนจากอินเดีย หลังความสัมพันธ์ดิ่งเหว

20 ต.ค. 2566 04:45 น.

แคนาดาถอนทูต 41 คนจากอินเดีย หลังความสัมพันธ์ดิ่งเหว

นักการทูตแคนาดา 41 คนเดินทางออกจากอินเดียแล้ว ก่อนถึงเส้นตายที่อินเดียขีดไว้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นปมการลอบสังหารผู้นำชาวซิกข์ในแคนาดา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทูตแคนาดา 41 คนเดินทางออกจากประเทศอินเดียแล้วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศย่ำแย่ลง จนอินเดียยื่นคำขาดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ให้นักการทูตแคนาดาจำนวนดังกล่าวเดินทางออกไปภายใน 20 ต.ค. 2566 มิเช่นนั้นจะเพิกถอนความคุ้มครองทางการทูต

นางเมลานี โจลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของแคนาดา ยืนยันในวันพฤหัสบดี (19 ต.ค.) ว่า นักการทูตแคนาดาหลายสิบคนเดินทางออกจากอินเดียแล้ว ทำให้ตอนนี้แคนาดาเหลือนักการทูตแคนาดาในอินเดียเพียง 21 คนเท่านั้น เท่ากับจำนวนทูตอินเดียในแคนาดา

นางโจลีบอกด้วยว่า เรื่องนี้ทำให้แคนาดาให้บริการทางการทูตในอินเดียได้อย่างจำกัด เนื่องจากขาดแคลนเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะบริการที่ต้องพบปะหน้ากันที่เมืองบังกาลอร์, นครมุมไบ และเมืองชานติการ์ ต้องหยุดลงชั่วคราว แต่ที่กรุงนิวเดลียังให้บริการอยู่

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับอินเดียเสื่อมถอยลงอย่างมาก หลังจากนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด กล่าวในเดือนกันยายน ว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือชี้ว่า สายลับจากรัฐบาลอินเดียอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายอาร์ดีป สิงห์ นิจจาร์ ผู้นำชาวซิกข์ในแคนาดา และนักเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนคนสำคัญ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยูเครนปฏิบัติการตอบโต้เริ่มคืบหน้า ข้ามไปฝั่งตะวันออกแม่น้ำดนิโปรได้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734207

ยูเครนปฏิบัติการตอบโต้เริ่มคืบหน้า ข้ามไปฝั่งตะวันออกแม่น้ำดนิโปรได้แล้ว

20 ต.ค. 2566 03:20 น.

ยูเครนปฏิบัติการตอบโต้เริ่มคืบหน้า ข้ามไปฝั่งตะวันออกแม่น้ำดนิโปรได้แล้ว

ปฏิบัติการตอบโต้ของยูเครนเริ่มคืบหน้าอีกครั้ง โดยล่าสุดทหารข้ามแม่น้ำดนิโปรไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนิโปรได้แล้ว และกำลังพยายามควบคุมพื้นที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ต.ค. 2566 ว่า ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้รัสเซียของยูเครนดูเหมือนจะมีความคืบหน้าแล้ว โดยฝ่ายเคียฟรวมถึงมอสโกออกมากล่าวไปในทำนองเดียวกับว่า กองทัพยูเครนข้าไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนิโปร ซึ่งถูกรัสเซียครอบครองมาตลอดได้แล้ว

ทั้งนี้ กองทัพยูเครนเริ่มปฏิบัติการตอบโต้ในแคว้นเคอร์ซอน ทางตอนใต้ ของประเทศเมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อหาทางตัดเส้นทางเชื่อมต่อทางบกกับแคว้นไครเมีย ที่ถูกรัสเซียควบรวมไปในปี 2557 โดยเคียฟตั้งเป้าจะบุกให้ถึงชายฝั่งทะเลอะซอฟ แยกกองกำลังฝ่ายมอสโกในภูมิภาคเป็น 2 ส่วน เพื่อให้การส่งเสบียงทำได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการตอบโต้ของยูเครนดำเนินไปอย่างช้าๆ เท่านั้น และยึดคืนพื้นที่มาได้อย่างจำกัด ยูเครนเคยส่งทหารกองเล็กๆ ข้ามแม่น้ำดนิโปรไปโจมตีรัสเซียมาก่อน แต่รายงานล่าสุดชี้ว่า พวกเขากำลังพยายามขยายพื้นที่ควบคุม เพื่อเตรียมการสำหรับการโจมตีข้ามแม่น้ำครั้งใหญ่กว่าเดิม

รายงานดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี เสนาธิการกองทัพยูเครนระบุว่า รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่หมู่บ้าน ปิชชานิฟกา (Pishchanivka) ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนิโปร ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า กองทัพยูเครนเข้าถึงหมู่บ้านแห่งนี้ได้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยืนยันว่า มีทหารยูเครนอยู่ในหรือใกล้หมู่บ้านหรือไม่

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) ในสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพยูเครนรุกคืบไปยังฝั่งตะวันออกขอแม่น้ำดนิโปรได้ 4 กม.แล้ว โดยอ้างการเปิดเผยจากแหล่งข่าวชาวรัสเซียว่า ทหารยูเครนราว 2 กองร้อยบุกโจมตีข้ามแม่น้ำเข้าสู่ฝั่งตะวันออกในวันที่ 17-18 ต.ค. จนไปถึงหมู่บ้านปิชชานิฟกา และเข้าสู่หมู่บ้านปอยมา (Poyma)

ส่วนฝ่ายรัสเซียก็ดูเหมือนจะออกมายืนยันเรื่องการรุกคืบของยูเครน โดยเมื่อวันพุธ ทางการรัสเซียระบุว่า กองทัพของพวกเขาหยุดยั้งความเคลื่อนไหวของทีมสอดแนมและทีมก่อวินาศกรรมของยูเครน 4 ครั้ง ที่หมู่บ้านปอยมา กับหมู่บ้าน ปิดสเตปนี และว่า ในภาพรวม ปฏิบัติการตอบโต้ของยูเครน กำลังล้มเหลว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โนเกียเตรียมปลดพนักงาน 14,000 ตำแหน่ง ลดค่าใช้จ่ายครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734205

โนเกียเตรียมปลดพนักงาน 14,000 ตำแหน่ง ลดค่าใช้จ่ายครั้งใหญ่

20 ต.ค. 2566 02:07 น.

โนเกียเตรียมปลดพนักงาน 14,000 ตำแหน่ง ลดค่าใช้จ่ายครั้งใหญ่

โนเกีย ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของฟินแลนด์ เตรียมปลดพนักงานกว่า 14,000 ตำแหน่ง เพื่อลดค่าใช้จ่ายของบริษัท หลังประกอบการไตรมาส 3 แย่กว่าที่คาดเอาไว้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ต.ค. 2566 ว่า โนเกีย บริษัทโทรคมนาคมและผู้ให้บริการอุปกรณ์ 5จี รายใหญ่ สัญชาติฟินแลนด์ ประกาศแผนลดพนักงานลง 14,000 ตำแหน่ง ลดจากราว 86,000 คน ให้เหลือระหว่าง 72,000-77,000 คนเท่านั้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายครั้งใหญ่ รับมือสภาพแวดล้อมการตลาดที่อ่อนแอลง

โนเกียคาดการณ์ว่า การปลดพนักงานครั้งนี้จะลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับพนักงานลง 10% ถึง 15% และลดค่าใช้จ่ายในปี 2567 ได้อย่างน้อย 400 ล้านยูโร

“การตัดสินใจทางธุรกิจที่ยากที่สุดคือการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบกับคนของคุณ” นายเพ็คกา ลุนด์มาร์ค ซีอีโอของโนเกียระบุในแถลงการณ์ “เรามีลูกจ้างที่มีความสามารถสูงมากที่โนเกีย และเราจะให้การสนับสนุนทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการนี้”

ทั้งนี้ ประกาศของโนเกียเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ พวกเขาเผยรายงานผลประกอบการที่ย่ำแย่กว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ยอดขายไตรมาส 3 ของพวกเขาลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความไม่แน่นอนของเศรษฐศาสตร์มหภาค และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น คอยกดดันเรื่องการใช้จ่ายในการดำเนินงาน

นอกจากนั้น ยอดขายในภาพเครือข่ายโทรศัพท์ของโนเกียก็ลดลง 19% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการพัฒนาเครือข่าย 5จี ชะลอตัวลงในตลาดขนาดใหญ่อย่าง อินเดีย

ที่มา : cnn

อิสราเอลโจมตีทางอากาศ ดับแกนนำฮามาส ครอบครัวโดนลูกหลงตายด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734179

อิสราเอลโจมตีทางอากาศ ดับแกนนำฮามาส ครอบครัวโดนลูกหลงตายด้วย

20 ต.ค. 2566 00:11 น.

อิสราเอลโจมตีทางอากาศ ดับแกนนำฮามาส ครอบครัวโดนลูกหลงตายด้วย

อิสราเอลโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสังหารแกนนำระดับสูงของกลุ่มฮามาสไป 1 ราย พร้อมกับสมาชิกครอบครัวที่อยู่ด้วยกันในบ้าน

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานอ้างการเปิดเผยของสื่อแนวร่วมของกลุ่มฮามาส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ต.ค. 2566 อิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่บ้านของนายเจฮัด เมเซน หัวหน้าฝ่ายกองกำลังความมั่นคงของกลุ่มฮามาส ในฉนวนกาซา ทำให้เขาเสียชีวิต พร้อมกับสมาชิกครอบครัวที่อยู่ภายในบ้านด้วย

ตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุข กับกระทรวงมหาดไทยของปาเลสไตน์ และสำนักงานฝ่ายสื่อของกลุ่มฮามาส อิสราเอลยังคงทิ้งระเบิดอย่างหนัก โจมตีบ้านเรือนและท้องถนนหลายจุดในฉนวนกาซาในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา และในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี เครื่องบินก็ทิ้งระเบิดทำลายอาคารที่อยู่อาศัยสูง 3 ชั้น ทำให้หลายร้อยครอบครัวต้องหนีตายออกมา

ข่าวการเสียชีวิตของนายเมเซนเกิดขึ้นหลังจากนายไอย์มาน โนฟาล สมาชิกสภากองทัพสามัญ และผู้บัญชาการของกองบัญชาการกลางของกองพัน อัล-คาสซาม ฝ่ายทหารของกลุ่มฮามาสถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอลระบุว่า นายโนฟาลเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลอย่างมากในกลุ่มฮามาส เป็นอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง มีความเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธและสั่งการยิงมิสไซล์เข้าสู่อิสราเอล นอกจากนั้น เขายังเกี่ยวข้องกับการวางแผนลักพาตัวนายกีลาด ชาลิต ทหารอิสราเอลซึ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2554 หลังถูกจับนานกว่า 5 ปีด้วย

ฝ่ายอิสราเอลอ้างด้วยว่า พวกเขาสังหารนายโอซามา มาซินี แกนนำระดับสูงอีกคนของกลุ่มฮามาสไปแล้ว แต่กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ

ที่มา : cna , reuters

จับตาท่าทีของทั่วโลก เมื่อสงคราม “อิสราเอล-ฮามาส” ส่อแววยืดเยื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734150

จับตาท่าทีของทั่วโลก เมื่อสงคราม "อิสราเอล-ฮามาส" ส่อแววยืดเยื้อ

19 ต.ค. 2566 20:01 น.

จับตาท่าทีของทั่วโลก เมื่อสงคราม “อิสราเอล-ฮามาส” ส่อแววยืดเยื้อ

นักวิชาการด้านต่างประเทศและความมั่นคง วิเคราะห์ท่าทีของนานาประเทศกับสงคราม “อิสราเอล-ฮามาส” เมื่อสถานการณ์ส่อแววยืดเยื้อ พร้อมแนะนำข้อปฏิบัติ สำหรับคนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ

วันที่ 19 ต.ค. 2566 ใน “NewsRoom” รายการทอล์กคุยข่าวใหญ่ ทางไทยรัฐออนไลน์ ดำเนินรายการโดย คิงส์ พีระวัฒน์ อัฐนาค และ กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ วันนี้เป็นการพูดคุยกันใน 2 ประเด็น คือ ปฏิกิริยาทั่วโลก หลังสงคราม อิสราเอล-ฮามาส ส่อยืดเยื้อ

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านต่างประเทศและความมั่นคง ได้กล่าวถึงประเด็นท่าทีของประชากรโลกเกี่ยวกับสงคราม โดยกล่าวว่า ก็เป็นการยืนยันว่าอิสราเอล มีสิทธิเข้าไปปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งจะเป็นระลอกที่ 3 เป็นการระดมกำลังอิสราเอลในหลายพื้นที่ เตรียมพร้อมส่งทหารราบเข้าไป ซึ่งอิสราเอลก็ปลดพันธนาการหลายอย่าง และได้รับการสนับสนุนหลายชาติ ซึ่งในช่วงที่ 4 ที่จะมีการกวาดล้าง หลายคนก็จะกลัวว่ามันจะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีทั้งหมด 5 ระลอก 

โดยสงความครั้งนี้ มันกระจายไปทั่วโลก แต่เป็นครั้งแรก ที่เราเห็นว่ามีการใช้กำลังกับพลเรือนโดยตรง ก็เลยเกิดเป็นแรงต้าน ที่ชายยิวในสหรัฐฯ เข้าไปบุกในสภา เพื่อห้ามไม่ให้อิสราเอลลงมือเกินกว่าเหตุ และเราจะเห็นว่ากลุ่มที่ 3 คือคนที่ต้องการความสงบสุข หรือคนแบบเราๆ ที่ต้องการให้สงความมันยุติ ก็จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ และนำไปสู่การเรียกร้องให้อียิปต์เปิดพรมแดน ให้มีการลำเลียงเสบียงอาหาร ซึ่งเราก็มีความหวังว่า คนไทย และตัวประกันอาจจะปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ ก็ยังมีสถานการณ์ที่แปรปรวน เราอาจจะต้องกลับไปสู่โต๊ะเจรจา และหาคนที่ทำผิดมาลงโทษทั้ง 2 ฝ่าย 

สำหรับท่าทีโลกตะวันตก รศ.ดร.ปณิธาน เผยว่า ตนคิดว่ามี 2 ส่วน คือรัฐอาหรับส่วนใหญ่ ก็ยังสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ กับการต่อสู้กับอิสราเอล แต่ในส่วนของการสนับสนุนฮามาส ก็เปลี่ยนไปเยอะ อาจจะทำให้ฮามาสเสียเปรียบในเรื่องของความชอบธรรม แต่ยุทธศาสตร์ของเขาก็ยังคล้ายเดิม คือให้อิสราเอลถอยออกไป และลดการใช้วิธีการตั้งรกรากของชาวยิว ซึ่งตรงนี้ต้องไปคุยกันใหม่

ส่วนสหรัฐฯ ก็ต้องสนับสนุนอิสราเอล และต้องการให้อิสราเอลเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องของการบ่มเพาะอาวุธ แต่ไม่ต้องการให้ไปยึดครองพื้นที่ แต่เชื่อว่าทางอิสราเอลก็คงไม่กล้าที่จะเลยเถิด เพราะกลุ่มที่ 3 จะไม่เห็นว่ามีความชอบธรรมอะไร ที่จะต้องทำสงครามแบบนี้ โดยเฉพาะในไทยที่ไม่ใช่คู่สงคราม แต่ถูกดึงให้กลายเป็นคู่กรณี ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก 

สำหรับท่าทีของชาติตะวัน มันจะเกิดข้อจำกัด และการชะงัก ในการเจรจาหลายอย่างก็จะไปติดกับดักพอสมควร ซึ่งมันจะเป็นปัญหาตามมาอีกว่า ใครจะต้องจ่ายค่าเสียหาย ใครเป็นผู้กระทำความผิด แต่สุดท้ายก็จะมีการแนะแนวทางสันติภาพ และผลักดันเพื่อเดินหน้าสู่การค้าขายเหมือนเดิม

ส่วนในเรื่องของการประเมินสถานการณ์ในเชิงการทหาร การที่อิสราเอลดำเนินหากำลังมาได้มาก ภาคพื้นดินหน้าจะได้เปรียบ ทางฮามาสก็คงไม่กล้าปะทะ อาจจะหนีไปพร้อมกับตัวประกัน ซึ่งในตอนนี้อิราเอลจะเปรียบมาก ยกเว้นมันลุกลามไปถึงอิหร่าน ซาอุฯ ที่มีกำลังขนาดใหญ่ ซึ่งเราต้องระวังอย่างให้ไปกระทบ

สำหรับเรื่องที่มีการเปิดเส้นทาง ช่วยเหลือส่งรถบรรทุกเข้าไป อันนี้เป็นก้าวสำคัญว่า ความช่วยเหลือสามารถเข้าไปได้ ลดความกดดัน และความสูญเสีย โดยการนำพลเมืองบางส่วนเข้าไปในอียิปต์ สุดท้ายพอกันคนออกจากพื้นที่สู้รบได้ ก็อาจจะมีการเจรจาได้ง่ายขึ้น หรือการต่อสู้กันได้โดยไม่มีพลเรือน มันก็จะยุติได้เร็ว

เมื่อถามถึงบริเวณเลบานอน รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า หากไปประทบตรงนั้น ก็จะเป็นจุดอ่อนไหวมาก เพราะทางอิสราเอลเคยต้องถอนกองกำลังมาแล้ว ซึ่งก็ดีที่ทางอิสราเอลได้ส่งทหารไปตรึงกองกำลังไว้แล้ว แต่เรื่องเหล่านี้ยังประมาทไม่ได้ และกรณีการเป็นตัวประกัน โดยพื้นฐานทั่วไปเนื่องจากไทยเราไม่มีความขัดแย้ง หรือเป็นเป้าโดยตรงก็น่าจะไม่ถึงขนาดนั้น

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเรามีการจับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในไทย ก็เป็นไปได้ที่คนพวกนี้จะได้มีการใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งกบดานเป็นระยะๆ แต่ไทยก็มีการจัดการที่ซับซ้อนนุ่มนวล จึงคิดว่าน่าจะไม่ได้เป็นเป้า แต่หากสถานการณ์เข้มข้น ก็อาจจะกระทบกับไทยในทางอ้อม

เพราะขนาดมาเลเซียก็ยังยกระดับความมั่นคงเลย ทั้งที่เขามีความสัมพันธ์อันดีกับฮามาส สุดท้ายแล้ว เราต้องผลักดันให้คนไทยปลอดภัย และจัดระบบใหม่ที่ช่วยเหลือคนไทยให้ปลอดภัยกว่านี้ แต่ทั้งหมดเหล่านี้ ต้องคุยกันหลังจากสงครามจบลง

เมื่อถามถึงการช่วยเหลือตัวประกัน รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า แม้จะบอกว่าไทยทำทุกทางแล้ว แต่หลายประเทศเขาชัดเจนกว่านี้แล้ว เพราะฉะนั้น หากทางการไทยติดต่อ หรือพูดคุยได้มากกว่านี้ ก็น่าจะมาบอกคนไทย หรือครอบครัวเขาให้มากกว่านี้ ต้องเดินหน้า ก่อนปฏิบัติการบางอย่างจะเกิดขึ้น

ซึ่งหากให้คำนวณสถานการณ์สงคราม หากอิสราเอลตั้งใจเข้าไปกวาดล้างจริงๆ ก็ต้องขึ้นอยู่ระลอกที่ 4 ถ้าฮามาสยอมแพ้ หรือแลกเปลี่ยนตัวประกัน และหลบหนีทิ้งที่มั่น สถานการณ์ก็จะจบเร็ว แต่หากมีการต่อสู่จนกลายเป็นสงครามในกองโจร ก็อาจจะยืดเยื้อ แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าสู่โต๊ะเจรจากัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอีก ซึ่งก็หวังว่ามันจะไม่ยืดเยื้อ เหมือนสงครามรัสเซียยูเครน

สำหรับเรื่องอุโมงค์ของฮามาส นอกจากจะเป็นจุดยากแล้ว ยังเป็นจุดพลาดด้วย เพราะถ้าเข้าไปแล้วหาได้ไม่หมด ฮามาสหนีออกไป แล้วมีการโจมตีอีก ก็อาจจะใช้เวลานานไปอีก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็คงจะต้องดู เพราะเขาได้เทคโนโลยีการขุดอุโมงค์สมัยใหม่มาด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องจะจบลงที่โต๊ะเจรา ความหวาดระแวงของระหว่าง 2 ประเทศ ก็จะเพิ่มมากขึ้น มันอาจจะต้องใช้อีกหลายชั่วอายุคน เพราะเหยื่อในฉนวนกาซา อาจจะมีความโกรธแค้น และถูกดูดไปเป็นกำลังรุ่นใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็เริ่มปะทุเป็นจุดๆ แล้ว ในพื้นที่สงบๆ ตอนนี้ก็เริ่มมีการต่อต้านขึ้นแล้ว แสดงว่าเรื่องเหล่านี้ มันกระจายตัวไปแล้ว ซึ่งก็ต้องหาทางบริหารจัดการ 

สำหรับคนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ควรระวังเพิ่มขึ้น อย่าประมาทเด็ดขาด เพราะทุกอย่างจะปลอดภัย แต่อย่าไปเป็นเหยื่อของความรุนแรง อย่าไปกลัวการใช้ชีวิต เพราะมันจะเป็นการโจมตี ที่กลุ่มคนก่อความรุนแรงได้ทำให้เราหวาดกลัว สุดท้ายก็ต้องให้เจ้าหน้าที่รับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น 

เมื่อถามถึงผลกระทบกับประเทศไทย รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในระยะสั้น อาจจะได้ผลกระทบรุนแรง ส่วนเรื่องของพลังงาน และอาหารก็จะลดการผลิตลง ทำให้ค่าพลังงานในยุโรปขึ้นไปหลายเปอร์เซ็นต์ แต่ประเทศไทยก็อาจจะขายสินค้าเกษตรได้ดีขึ้น

ซึ่งหากสถานการณ์ไม่บานปลาย ก็จะกลับมาคืนได้เร็ว แต่ในระยะยาว ก็ต้องระวังเรื่องของการเลือกข้าง ที่อาจจะส่งผลกระทบ เพราะฉะนั้นหากรัฐบาล จะแถลงการณ์อะไรก็ต้องให้มันครบถ้วน ถึงแม้ในที่สุดจะต้องเลือกข้าง ก็ต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกๆ ฝ่าย.

อย่างไรก็ตาม ติดตาม “NewsRoom” สดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.30-19.30 น. ทางยูทูบไทยรัฐออนไลน์ และเฟซบุ๊กไทยรัฐออนไลน์.

ไบเดนเผย อียิปต์ยอมเปิดพรมแดนระยะสั้น ให้รถบรรทุกขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2733992

ไบเดนเผย อียิปต์ยอมเปิดพรมแดนระยะสั้น ให้รถบรรทุกขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังกาซา

19 ต.ค. 2566 12:04 น.

ไบเดนเผย อียิปต์ยอมเปิดพรมแดนระยะสั้น ให้รถบรรทุกขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังกาซา

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ระบุประธานาธิบดีอัล-ซีซีของอียิปต์ตกลงเปิดพรมแดนในเมืองราฟาห์ชั่วคราว เพื่อให้รถบรรทุกขนส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปยังกาซาได้ราว 20 คัน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ เปิดเผยขณะเดินทางกลับจากอิสราเอลว่าจากการพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี อับเดล ฟาตาห์ อัล-ซีซีของอียิปต์จากบนเครื่องแอร์ ฟอร์ซ วัน ผู้นำอียิปต์เห็นชอบให้เปิดด่านพรมแดนบริเวณเมืองราฟาห์เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อให้รถบรรทุกขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ 20 คันสามารถลำเลียงของเข้าไปส่งในกาซารอบแรกได้ โดยจะเริ่มต้นได้ในวันศุกร์นี้ หลังจากมีการซ่อมแซมถนนในเส้นทางดังกล่าวแล้ว เนื่องจากถนนมีความเสียหายหนักจากการโจมตี

โดยรถบรรทุกสิ่งของจำนวน 20 คัน จะถือเป็นการนำร่องทดสอบระบบ การลำเลียงความช่วยเหลือ โดยไม่ให้ผลประโยชน์ไปตกอยู่กับกองกำลังกลุ่มฮามาสที่กำลังคุมฉนวนกาซาอยู่ในเวลานี้ก่อน โดยมีรถบรรทุกรอส่งความช่วยเหลืออยู่มากถึง 150 คัน ซึ่งอาจจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปเพิ่มเติมได้ หากการขนส่งรอบแรกเป็นไปด้วยดี ซึ่งองค์การสหประชาชาติตั้งใจจะตั้งจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนบริเวณติดพรมแดนของกาซา

นายไบเดนยังให้คำมั่นกับผู้นำอียิปต์ด้วยว่า หากพบว่ากลุ่มฮามาสเข้ามายึดของช่วยเหลือ หรือไม่ยอมปล่อยให้รถบรรทุกผ่านเข้าไป ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมก็จะจบลงเพียงเท่านี้

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีกำหนดจะพบหารือกับนายอัล-ซีซี ด้วยตัวเองในการประชุม 4 ฝ่ายที่จอร์แดน แต่การประชุมถูกยกเลิกไปหลังมีการโจมตีโรงพยาบาลในกาซา จนสร้างกระแสความโกรธแค้นไปทั่วกลุ่มประเทศในโลกอาหรับ.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “โจ ไบเดน“