ผู้นำอิสราเอลลั่นจะทำลายกลุ่มฮามาส-ไบเดนเตือนต้องทำตามกฎสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732292

ผู้นำอิสราเอลลั่นจะทำลายกลุ่มฮามาส-ไบเดนเตือนต้องทำตามกฎสงคราม

12 ต.ค. 2566 06:58 น.

ผู้นำอิสราเอลลั่นจะทำลายกลุ่มฮามาส-ไบเดนเตือนต้องทำตามกฎสงคราม

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศกร้าวจะทำลายกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก แต่ โจ ไบเดน ออกมาปราม พร้อมเรียกร้องให้ปฏิบัติตามกฎหมายสงคราม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 11 ต.ค. 2566 นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ร่วมประชุมรัฐบาลฉุกเฉินแห่งชาติซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้นในวันเดียวกันนี้เป็นครั้งแรก โดยเขาประกาศกร้าวว่า จะทำลายกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก ในขณะที่การต่อสู้ซึ่งดำเนินมานานกว่า 5 วันทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 ศพแล้ว 

“สมาชิกฮามาสทุกคนคือ คนที่ตายแล้ว” นายเนทันยาฮูกล่าว “เราจะบดขยี้และทำลายพวกเขา เหมือนกับที่โลกทำลายกลุ่มดาอีช (อีกชื่อของกลุ่มไอซิส)” ขณะที่นาย เบนนี แกนต์ซ แกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งร่วมแถลงข่าวด้วยกล่าวว่า “นี่คือเวลาของสงครามแล้ว”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ มหามิตรของอิสราเอล ออกมาเตือนผู้นำอิสราเอล โดยบอกกับสื่อว่า เขาได้คุยกับนายเนทันยาฮูแล้ว และเขาเข้าใจความโกรธและคับข้องใจของชาวอิสราเอลดี แต่ขอเรียกร้องให้อิสราเอลทำตามหลักการภายใต้อนุสัญญาเจนีวา ในการต่อสู้กับกลุ่มฮามาส

ผู้นำสหรัฐฯ ยังมีคำเตือนไปถึงอิหร่าน ซึ่งออกมาแสดงความชื่นชมการโจมตีของกลุ่มฮามาสด้วยว่า ให้ระวังตัวให้ดี

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ นายเนทันยาฮูกับนายแกนต์ซ ตกลงละวางความขัดแย้งทางการเมืองชั่วคราวและจัดตั้งรัฐบาลฉุกเฉินแห่งชาติ รวมถึงคณะรัฐมนตรีการสงคราม (war cabinet) เพื่อดูแลเรื่องสงครามโดยเฉพาะ และว่ารัฐบาลจะไม่ผ่านกฎหมายหรือมีการตัดสินใจใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้ จนกว่าการต่อสู้จะจบลง

ด้านการต่อสู้ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด ฝ่ายอิสราเอลเผยว่า พวกเขามีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,200 ศพ รวมทหาร 169 นาย ส่วนในฉนวนกาซามีผู้เสียชีวิตราว 1,100 ศพ ประชาชนกว่า 260,000 คนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอย่างหนัก เพื่อล้างแค้นปฏิบัติการของกลุ่มฮามาสเมื่อวันเสาร์

กองทัพอิสราเอลบอกในวันพุธด้วยว่า ทหารหลายพันนายประจำการอยู่ใกล้ชายแดนฉนวนกาซาแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบุกโจมตีภาคพื้นดินที่อาจจะเกิดขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นาซาเผยภาพ ดินตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ ครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732291

นาซาเผยภาพ ดินตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ ครั้งแรก

12 ต.ค. 2566 04:05 น.

นาซาเผยภาพ ดินตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ ครั้งแรก

นาซาเผยแพร่ภาพถ่ายตัวอย่างดิน ที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อย เบนนู ให้โลกเห็นเป็นครั้งแรก โดยพวกเขากำลังวิเคราะห์ตัวอย่างเพื่อหาต้นกำเนิดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพดินตัวอย่างที่พวกเขาส่งยานอวกาศไปเก็บมาจากดาวเคราะห์น้อย เบนนู และเพิ่งเดินทางกลับถึงโลกเมื่อปลายเดือนก่อนให้สาธารณชนได้เห็นเป็นครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ 11 ต.ค. 2566

ดร.แอชลีย์ คิง จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ในกรุงลอนดอน กับทีมนักวิทยาศาสตร์อีก 5 คน เป็นผู้ถูกเลือกให้เห็นและวิเคราะห์ตัวอย่างจากดาวเคราะห์เบนนูเป็นกลุ่มแรก โดยผลการวิเคราะห์เบื้องต้นนาน 3 วัน พวกเขาพบผงดินจากนอกโลกสีดำ ซึ่งอุดมไปด้วยคาร์บอนและแร่ธาตุที่บรรจุน้ำเอาไว้ภายใน

นั่นถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากมีทฤษฎีว่า ดาวเคราะห์น้อยที่อุดมไปด้วยคาร์บอนกับน้ำลักษณะเดียวกับ เบนนู อาจเป็นสิ่งที่นำองค์ประกอบสำคัญมายังโลกวัยเยาว์เมื่อ 4.5 พันล้านปีก่อน โดยมันอาจเป็นสาเหตุที่เราได้รับน้ำในมหาสมุทร รวมถึงองค์ประกอบบางอย่างที่จำเป็นสำหรับการกระตุ้นกระบวนการสร้างชีวิต

เศษตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย เบนนู จะถูกใช้เพื่อทดสอบทฤษฎีดังกล่าว “เรากำลังพยายามหาว่า เราเป็นใคร เราคืออะไร เรามาจากไหน นี่ของเราในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้คืออะไร” ดร.บิล เนลสัน ผู้บริหารของนาซา กล่าวในงานแถลงข่าวที่ ศูนย์อวกาศจอห์นสัน ซึ่งเป็นที่ตั้งห้องปฏิบัติการสำหรับวิเคราะห์ตัวอย่างจากเบนนู

ทั้งนี้ ทีมภารกิจของนาซาเชื่อว่า พวกเขามีตัวอย่างดินจากเบนนูราว 250 กรัม แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวัน เพื่อตรวจสอบยืนยัน

ที่มา : bbc

จีนปล่อยตัว ‘เฉิง เล่ย’ นักข่าวสัญชาติออสเตรเลีย หลังคุมขัง 3 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732290

จีนปล่อยตัว ‘เฉิง เล่ย’ นักข่าวสัญชาติออสเตรเลีย หลังคุมขัง 3 ปี

12 ต.ค. 2566 03:20 น.

จีนปล่อยตัว ‘เฉิง เล่ย’ นักข่าวสัญชาติออสเตรเลีย หลังคุมขัง 3 ปี

เฉิง เล่ย นักข่าวสัญชาติออสเตรเลียที่ถูกคุมขังในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2563 ได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยเธอเดินทางกลับออสเตรเลียและได้พบหน้าครอบครัวอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางเฉิง เล่ย นักข่าวสัญชาติออสเตรเลียเชื้อสายจีน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว หลังจากถูกทางการจีนควบคุมตัวไว้นานกว่า 3 ปี โดยเธอเดินทางถึงสนามบินเมลเบิร์น แล้วเมื่อ 11 ต.ค. 2566 โดยมีนางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของออสเตรเลียมาให้การต้อนรับ และได้พบหน้าสามีกับลูกๆ แล้ว

นางเฉิงวัย 48 ปี ทำงานเป็นนักข่าวธุรกิจของสถานีโทรทัศน์ CGTN ของจีน ก่อนถูกจับกุมในวันที่ 13 ส.ค. 2563 และถูกขังเดี่ยวนานถึง 6 เดือน ก่อนที่ทางการจีนจะตั้งข้อหาเธอว่า ส่งมอบความลับของชาติให้ต่างประเทศ และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เธอถูกไต่สวนเป็นการลับที่ศาลแห่งหนึ่งในจีน

กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของจีนระบุในวันพุธว่า นางเฉิงถูกเนรเทศหลังจากรับโทษจำคุก 2 ปีกับ 11 เดือน โดยเธอยอมรับความผิดในทุกข้อกล่าวหา แต่ไม่เปิดเผยว่า พวกเขาพิพากษาความผิดของนางเฉิงตั้งแต่เมื่อไร

ทั้งนี้ การปล่อยตัวนางเฉิงเกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับจีนมีท่าทีที่ดีขึ้น โดยนายแอนโธนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า การปล่อยตัวนางเฉิงจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางทางเยือนประเทศจีนของเขา ณ เวลาที่ตกลงร่วมกันในปีนี้

“การปล่อยตัวของเธอเป็นการยุติช่วงเวลาหลายปีที่ยากลำบากสำหรับครอบครัวของเธอ รัฐบาลหาทางทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นมานาน และการกลับมาของเธอจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ไม่ใช่แค่จากครอบครัวและเพื่อนของเธอ แต่ยังรวมถึงชาวออสเตรเลียทุกคนด้วย” นายอัลบาเนซีกล่าว และว่าเขาได้พูดคุยกับนางเฉิงผ่านทางโทรศัพท์แล้ว

ที่มา : bbc

อัฟกานิสถานเจอแผ่นดินไหวใหญ่รอบ 2 ในสัปดาห์เดียว ดับ 1 เจ็บนับร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732289

อัฟกานิสถานเจอแผ่นดินไหวใหญ่รอบ 2 ในสัปดาห์เดียว ดับ 1 เจ็บนับร้อย

12 ต.ค. 2566 02:55 น.

อัฟกานิสถานเจอแผ่นดินไหวใหญ่รอบ 2 ในสัปดาห์เดียว ดับ 1 เจ็บนับร้อย

อัฟกานิสถานเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงกว่าระดับ 6.0 เป็นครั้งที่ 2 ภายในไม่ถึงสัปดาห์ ซ้ำเติมความเสียหายจากเหตุธรณีพิโรธครั้งก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.3 แมกนิจูด ในพื้นที่ทางเหนือของเมืองเฮรัต ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อเวลาประมาณ 5.10 น. วันพุธที่ 11 ต.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ ขณะที่หลายกว่า 100 รายได้รับบาดเจ็บและต้องเข้าโรงพยาบาล

องค์กรยูนิเซฟระบุว่า 90% ของผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวหลายครั้งในสัปดาห์นี้ เป็นผู้หญิงและเด็ก ขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุธรณีพิโรธครั้งล่าสุดสร้างความเสียหายมากเพียงใด แต่ประชาชนจำนวนมากหลับนอนกลางแจ้งตั้งแต่บ้านของพวกเขาถูกทำลาย ในเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว

รัฐบาลของจังหวัดเฮรัตเปิดเผยว่า แผ่นดินไหวสร้างความเสียหายอย่างหนัก เสาสัญญาณโทรศัพท์และเสาไฟฟ้าหลายต้นหักโค่น

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวเมื่อวันเสาร์เกิดขึ้นที่เขต ซินดาจาน ซึ่งห่างจากเมืองเฮรัตเพียง 40 กม. บ้านเรือนเกือบ 2,000 หลังใน 20 หมู่บ้านถูกทำลาย มีผู้เสียชีวิตแล้วนับพันศพทั่วจังหวัดเฮรัต

ที่มา : bbc

สรุปสงครามอิสราเอลวันที่ 5 ตายพุ่ง 2,200 ศพ เนทันยาฮูตั้ง ครม.สงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732288

สรุปสงครามอิสราเอลวันที่ 5 ตายพุ่ง 2,200 ศพ เนทันยาฮูตั้ง ครม.สงคราม

12 ต.ค. 2566 01:14 น.

สรุปสงครามอิสราเอลวันที่ 5 ตายพุ่ง 2,200 ศพ เนทันยาฮูตั้ง ครม.สงคราม

สงครามอิสราเอล-ฮามาสวันที่ 5 จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ศพแล้ว โดยอิสราเอลตั้ง ครม.สงครามเพื่อดูแลเรื่องการสู้รบโดยเฉพาะ ขณะที่โรงไฟฟ้าแห่งเดียวในกาซา หมดเชื้อเพลิงแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้อยู่อาศัยในฉนวนกาซากำลังเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยวันพุธที่ 11 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการสู้รบ โรงงานไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวของพวกเขา ไม่มีเชื้อเพลิงเหลือผลิตพลังงานแล้ว เนื่องจากการปิดล้อมชายแดนโดยสมบูรณ์ของอิสราเอล ทำให้ต้องใช้ไฟจากเครื่องปั่นไฟเท่านั้น

ด้าน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กับพรรคฝ่ายค้าน ประกาศจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีสงคราม (War cabinet) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ได้แก่ นายเนทันยาฮู, นายเบนนี แกนต์ซ เสนาธิการกองทัพ, นายโยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหม และเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์อีก 2 คน

นอกจากนั้น รัฐบาลอิสราเอลยังประกาศด้วยว่า พวกเขาจะไม่ผ่านร่างกฎหมายหรือมีการตัดสินใจใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้จนกว่าการต่อสู้จะจบลงด้วย

นครกาซา ซิตี้ ถูกโจมตีทางอากาศถล่มอย่างหนัก

สถานการณ์การสู้รบ

กองทัพอิสราเอลออกมาเปิดเผยว่า เครื่องบินเจ็ตของพวกเขาโจมตีเป้าหมายรอบเมืองกาซา ซิตี้ มากกว่า 200 จุดในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ในขณะที่พวกเขายังคงปิดล้อมชายแดนฉนวนกาซาโดนสมบูรณ์ไม่ปล่อยให้มีการส่งเสบียงใดๆ เข้าไป ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้เปิดทางช่วยเหลือประชาชน

ขณะเดียวกัน ความกังวลว่าสงครามครั้งนี้อาจขนาดวงกว้างกำลังเพิ่มสูงขึ้น กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า มีกระสุนปืนใหญ่ถูกยิงมาจากดินแดนของประเทศซีเรียมากขึ้น ทำให้พวกเขาต้องยิงตอบโต้

แหล่งข่าว 3 คนบอกกับสำนักข่าว อัลจาซีราว่า มีจรวดจำนวนหนึ่งถูกยิงจากพื้นที่ทางใต้ของเลบานอนเขาใส่อิสราเอล ทำให้ฝ่ายอิสราเอลต้องยิงตอบโต้ โดยกลุ่มติดอาวุธฮีซบอลเลาะห์ ของเลบานอน ออกมายอมรับว่า ยิงมิสไซล์เข้าใส่อิสราเอลเมื่อช่วงเช้า ตอบโต้การโจมตีของรัฐบาลยิวก่อนหน้านี้ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย บ้านเสียหาย 10 หลัง

สำนักข่าว วาฟา (Wafa) ของปาเลสไตน์ รายงานอ้างว่า กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดฟอสฟอรัสขาว (white phosphorus) เข้าใส่ย่าน อัล-คามารา ในกาซา แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใด

อาคารในคิบบุตซ์ เบเอรี ติดฉนวนกาซา ถูกทำลายในการโจมตีของกลุ่มฮามาส

ความสูญเสีย

กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ยืนยันว่า มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตนับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 แล้ว 1,055 ศพ บาดเจ็บอีก 5,184 ราย โดยมีสมาชิกฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาสเสียชีวิตด้วย 2 ราย ในการโจมตีทางอากาศที่เมือง ข่าน ยูนิส

ส่วนฝ่ายอิสราเอลระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,200 ศพ ในจำนวนนี้เป็นทหาร 155 นาย

กระทรวงกิจการต่างประเทศของปาเลสไตน์ระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลทำลายที่อยู่อาศัยไปมากกว่า 22,600 หน่วย อาคารด้านสาธารณสุข 10 แห่ง และโรงเรียนอีก 48 แห่งได้รับความเสียหาย ส่วนสำนักงานผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์แห่งสหประชาชาติเผยว่า ตอนนี้มีผู้พลัดถิ่นในกาซามากถึง 250,000 ราย

การต่อสู้ที่เกิดขึ้นยังทำให้มีชาวต่างชาติเสียชีวิตจำนวนมาก โดยล่าสุดในวันพุธ จำนวนชาวไทยที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 20 ราย และพลเมืองสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 22 ราย แล้ว นอกจากนั้นยังมี นักศึกษาชาวกัมพูชาเสียชีวิต 1 คน, ชาวฝรั่งเศสอีก 2 คน และชาวสหราชอาณาจักรเสียชีวิตหรือสูญหายอีก 10 คน

ออสเตรียออกมายืนยันว่า พลเมืองเชื้อสายอิสราเอลของพวกเขาก็เสียชีวิตด้วย 1 ศพ สูญหายอีก 2 ราย ส่วนรัฐบาลสเปนเผยว่า หญิงชาวสเปนเชื้อสายอิสราเอลชื่อ มายา บียาโลโบ ซินบานี เสียชีวิตในการโจมตีของกลุ่มฮามาส ขณะที่มีชายอีกคนได้รับบาดเจ็บ

ด้านนางเจนิเฟอร์ ออสติน รองผู้อำนวยการสำนักงานผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์แห่งสหประชาชาติ ยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่ยูเอ็นในกาซา เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ นับตั้งแต่การโจมตีเมื่อวันเสาร์ ประกอบด้วยครู 5 คน, นรีแพทย์ 1 คน, ที่ปรึกษาด้านจิตเวช 1 คน, วิศวกร 1 คน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนอีก 3 คน โดยบางรายเสียชีวิตที่บ้านพร้อมกับครอบครัว

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ปฏิกิริยาจากนานาชาติ

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ออกมาประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาสว่าเป็นความชั่วร้าย และจะส่งนาย แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเดินทางเยือนอิสราเอลในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียว

ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปกำลังประชุมกันเพื่อตัดสินใจว่า ควรระงับการความช่วยเหลือให้แก่ชาวปาเลสไตน์ที่เคยให้มาตลอดหรือไม่ โดยมีหลายประเทศคัดค้าน ขณะที่นาย โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของ EU กล่าวหาอิสราเอลว่า ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการปิดกั้นชายแดนอย่างสมบูรณ์

นายเจมส์ เคลฟเวอร์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักร เดินทางเยือนอิสราเอล และพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงกับผู้รอดชีวิต เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่หวั่นไหว และยืนยันว่าอิสราเอลมีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง

ด้านสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งจอร์แดน ออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้อิสราเอลกับปาเลสไตน์เจรจาสงบศึก และขอให้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่อียิปต์ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการแพทย์เข้าสู่ฉนวนกาซาได้

ขณะที่พระสันตะปาปาฟรานซิส เรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันในทันที และว่าอะไรก็ตามที่ถูกโจมตีมีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง แต่ก็แสดงความกังวลต่อการปิดล้อมโดยสมบูรณ์ที่ฉนวนกาซา ซึ่งทำให้มีผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซีย ออกมาระบุว่า ตอนนี้พวกเขากำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชาวรัสเซีย และการเปิดเจรจาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์มาเป็นอันดับแรก และย้ำด้วยว่า มีการกระทำหลายอย่างที่เรียกได้ว่าเป็นการก่อการร้าย สมควรถูกประณาม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า รากของปัญหาทั้งหมดนี้คืออะไร

ที่มา : aljazeera , pbs

แรงงานไทยเล่านาทีทหารอิสราเอลไล่ยิงขาทะลุ เพราะคิดว่าเป็นกลุ่มฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/north/2732229

แรงงานไทยเล่านาทีทหารอิสราเอลไล่ยิงขาทะลุ เพราะคิดว่าเป็นกลุ่มฮามาส

11 ต.ค. 2566 20:57 น.

แรงงานไทยเล่านาทีทหารอิสราเอลไล่ยิงขาทะลุ เพราะคิดว่าเป็นกลุ่มฮามาส

แรงงานไทยชาว อ.วังเจ้า จ.ตาก ถูกยิงขาบาดเจ็บ เตรียมกลับไทยชุดแรก เล่านาทีระทึก นั่งรถกระบะนายจ้างจะไปกินข้าว ถูกไล่ยิงโดยทหารอิสราเอล เพราะเข้าใจผิดว่ากลุ่มคนงานเป็นกบฏฮามาส ต้องตะโกนว่า “ไทยแลนด์ ไทยแลนด์” ทหารจึงหยุดยิง

วันที่ 11 ตุลาคม 2566 เวลา 16.00 น. นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอวังเจ้า พร้อมด้วยผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 144 บ้านวังน้ำเย็น หมู่ที่ 8 ต.นาโบสถ์ อ.วังเจ้า จ.ตาก ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของ นายสมมา แซ่จ๊ะ คนงานเกษตร ที่ได้รับบาดเจ็บจากการโดนยิงบริเวณขาข้างซ้าย จากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล 

โดยครอบครัวของนายสมมา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 144 ประกอบด้วย มารดา ภรรยา และบุตร 2 คน เป็นหญิงอายุ 10 ปี และชายอายุ 5 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนบ้านวังน้ำเย็น นายกิตติ แซ่จ๊ะ อายุ 36 ปี พี่นายสมมา บอกว่าตัวเองรู้สึกดีใจที่น้องชายปลอดภัย และจะได้กลับประเทศไทย ตอนนี้แม่และน้องสะใภ้ซึ่งก็คือภรรยาของนายสมมา ได้เดินทางไปที่กรุงเทพฯ เพื่อรอรับกลับแผ่นดินเกิดในเที่ยวแรก โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตนเองยังได้ video call คุยกับน้องชายอยู่เลย ผ่านไปไม่เท่าไร โทรกลับไป จึงได้ทราบว่าน้องชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ถ้าน้องชายตนเองกลับมาก็จะทำพิธีรับขวัญตามประเพณีม้ง ให้เขาเกิดความอบอุ่นใจ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้วิดีโอคอลพูดคุยสอบถามอาการบาดเจ็บ นายสมมาได้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพัก อาการโดยรวมปลอดภัยดี โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตให้ไปรวมตัวเพื่อออกเดินทางในเวลา 18.00 น. (เวลาอิสราเอล) กลับประเทศไทย นายสมมายอมรับในช่วงที่มีเหตุการณ์นั้นกลัวมาก เป็นนาทีเฉียดเป็นเฉียดตาย ตอนนี้ก็มีความกังวลอยู่บ้าง แต่เมื่อใดที่ถึงแผ่นดินไทย ความกังวลจะหายไป

นายสมมา เล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดในช่วงเช้า มีการสู้รบกัน นายจ้างจึงให้ตนเองและเพื่อนผู้ใช้แรงงานรวม 9 คน มาพัก เพื่อหลบภัยที่บ้านพักของนายจ้าง แล้วช่วงกลางวัน นายจ้างได้พาขึ้นรถกระบะสีขาว เพื่อจะไปกินข้าวที่แคมป์งาน ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร ระหว่างทางเจอเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่บนถนน เห็นรถของตนที่นั่งมาเป็นรถลักษณะเดียวกับกลุ่มฮามาส คือ รถกระบะสีขาว มีกลุ่มคนท้ายกระบะเหมือนกัน จึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ ซึ่งตอนแรกตนเองคิดว่าเสียงประทัด ระหว่างนั้นนายจ้างซึ่งเป็นอดีตทหาร มีความชำนาญในภูมิประเทศ ได้ทำการเลี้ยวรถหลบหนีแบบยุทธวิธี แต่ก็ถูกอาวุธปืนยิงไล่หลัง ตนเองได้รับบาดเจ็บที่ขา และเพื่อนๆ อีกหลายคนก็ได้รับบาดเจ็บด้วย โดยมี 1 รายโดนยิงเข้าที่คอ อาการสาหัส

เมื่อขับรถหลบหนีมาถึงหมู่บ้านก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ทางอิสราเอลใช้อาวุธปืนยิง เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นกลุ่มฮามาส พวกตนจึงตะโกนออกไปว่า “Thailand Thailand” ทำให้ฝ่ายป้องกันพื้นที่หยุดยิง และเข้ามาให้การช่วยเหลือ ในส่วนนี้ก็รู้สึกโชคดีที่ยังรอดชีวิตกลับมายังแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนได้

สำหรับอำเภอวังเจ้า ข้อมูลจากการสำรวจ ณ ปัจจุบัน มีผู้เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล จำนวน 32 ราย (บาดเจ็บ 1 ราย) สามารถติดต่อได้ทุกราย

พ่อดีใจ ลูกชายได้กลับจากอิสราเอลลอตแรก ส่วนแม่วัย 65 ยังเฝ้าตามข่าวลูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2732230

พ่อดีใจ ลูกชายได้กลับจากอิสราเอลลอตแรก ส่วนแม่วัย 65 ยังเฝ้าตามข่าวลูก

11 ต.ค. 2566 19:38 น.

พ่อดีใจ ลูกชายได้กลับจากอิสราเอลลอตแรก ส่วนแม่วัย 65 ยังเฝ้าตามข่าวลูก

พ่อแรงงานไทยชาวอุดรธานี ดีใจลูกบินกลับไทยลอตแรก บอกเหมือนถูกรางวัลที่ 1 ขณะที่แม่ชาวบุรีรัมย์ เฝ้าตามข่าวลูกชายที่หายไปในสงคราม ล่าสุดทหารอิสราเอลช่วยคนไทยไว้ได้ 14 คน แต่ไม่มีชื่อลูกชายเป็นผู้รอดชีวิต 

เหตุสงครามการสู้รบในอิสราเอล กองกำลังติดอาวุธฮามาสบุกโจมตี ทั้งบนอากาศและภาคพื้นดิน มีการบุกเข้ามายิง ทำให้มีพลเมืองผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายร้อยราย รวมทั้งแรงงานไทยที่ไปขุดทองในอิสราเอล ทั้งถูกจับเป็นตัวประกัน เสียชีวิต บาดเจ็บ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นแรงงานชาวอุดรธานี 7 คน แต่มีข่าวดีว่าทหารอิสราเอลเข้ายึดพื้นที่คืน ช่วยแรงงานไทย ซึ่งจะบินกลับประเทศไทยลอตแรก 15 คน หนึ่งในนั้นมี นายไกรสร บัวผาย แรงงานชาวอุดรธานี รวมอยู่ด้วย 

เวลา 16.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 2 บ้านนารายณ์ ต.จอมศรี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของ นายไกรสร บัวผาย อายุ 42 ปี พบ นายสิงห์ทอง บัวผาย อายุ 65 ปี พ่อนายไกรสร เปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ตนมีลูกชาย 3 คน นายไกรสรเป็นลูกชายคนโต แต่งงานแล้วมีลูก 1 คน นายไกรสรเคยเดินทางไปดูไบ 1 ปีกว่า กลับมาพักที่บ้าน ไม่นานก็ไปทำงานที่ไต้หวัน 6 ปี ครบกำหนดก็กลับมาพัก 1 ปี จากนั้นก็สมัครไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เหลืออีก 4 เดือนจะครบสัญญา 5 ปี โดยลูกชายไปทำงานเกษตร ตำแหน่งขับรถที่สวนมันเทศ ได้เงินเดือน 7-8 หมื่นบาท ซึ่งลูกชายส่งไปให้ภรรยา และแบ่งส่งมาให้ตนใช้ 2 เดือน 2-3 หมื่นบาท 

หลังจากทราบข่าวเหตุกองกำลังติดอาวุธบุกอิสราเอล ตนรู้สึกเป็นห่วงมาก เพราะกองกำลังติดอาวุธฆ่าไม่เลือก ลูกชายได้โทรศัพท์มาบอกน้องชายว่า จรวดยิงใส่แคมป์คนงานจนเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ และมีกองกำลังติดอาวุธเข้ามาเคาะประตูห้องพักคนงานไทย ถ้าห้องไหนเปิดก็ถูกยิงตาย แม้จะบอกว่าเป็นคนไทยก็ถูกยิงไม่เลือก ส่วนลูกชายอยู่ในห้องไม่ยอมออกมา รอจนทหารอิสราเอลเข้ามาช่วยเหลือ และแจ้งความประสงค์ขอเดินทางกลับบ้าน จนเช้านี้ลูกสะใภ้โทรมาบอกว่านายไกรสรจะเดินทางกลับไทยลอตแรก วันที่ 12 ตุลาคม 2566 ซึ่งลูกสะใภ้และหลาน ได้เหมารถตู้ไปรับสามีที่สนามบินแล้ว และเมื่อเช้านี้มีนายอำเภอมาแจ้งข่าวดีให้ตนทราบ

“ตั้งแต่มีการโจมตีอิสราเอล ก็ได้แต่รอฟังข่าวจากลูก เป็นห่วงลูกมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่หลังจากทราบว่าลูกชายปลอดภัย และจะเดินทางกลับเป็นลอตแรกก็รู้สึกดีใจ โล่งใจ เหมือนถูกรางวัลที่ 1 เมื่อลูกเดินทางกลับมาก็จะไม่ให้ลูกไปทำงานต่างประเทศอีกแล้ว ให้ทำมาหากินที่บ้านเรา แม้จะได้เงินน้อยแต่ก็ปลอดภัย” 

ขณะที่แม่วัย 65 ปี ชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เฝ่าดูข่าวแทบทุกรายการเกี่ยวกับการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล แต่ไร้วี่แววลูกชาย ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เกิดสงคราม ประกาศหาทางเฟชบุ๊กและผ่านเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ไม่มีใครพบตัว

นางเอี้ยง เสไธสง อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.13 บ้านหัวสะพาน ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ แม่นายอาทิตย์ เชื้อทอง อายุ 32 ปี แรงงานไทยในอิสราเอล ยังเฝ้าติดตามข่าวจากหลายสำนักข่าว และคอยลุ้นว่าจะได้ยินชื่อลูกชาย หลังจากติดต่อไม่ได้ตั้งแต่วันเกิดสงครามวันที่ 7 ต.ค.

นางเอี้ยง เล่าว่า ลูกชายไปทำงานได้ 5 ปี หลังจากเกิดเรื่อง ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้เลย ไม่มีเพื่อนคนใดแจ้งมาว่าอยู่ที่ไหน ทำให้ครอบครัวกังวล เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ และโพสต์เฟชบุ๊ก ตามหาลูกชายที่หายตัวไปในสงคราม

ล่าสุด สื่ออิสราเอล The Times of Israel รายงานสถานการณ์ว่ากองกำลังอิสราเอล สามารถระบุสถานะของตัวประกัน 30 คนได้ในคิบบุตซ์ ไอน์ ฮาชโลชา (Kibbutz Ein Hashlosha) ทางตอนใต้ของอิสราเอล จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา ถึงกลุ่มตัวประกันที่หายไปว่ายังมีชีวิตอยู่ โดยเป็นกลุ่มชาวอิสราเอล 16 คน เป็นแรงงานชาวไทย 14 คน ที่สูญหาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าให้ความช่วยเหลือ พบว่า ทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี อย่างไรก็ตาม จากข่าวดังกล่าวไม่พบชื่อของลูกชายนางเอี้ยงแต่อย่างใด

อิสราเอลประกาศกร้าว พร้อมโจมตีฮามาสภาคพื้นดิน ส่งกำลังทหารประชิดฉนวนกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732066

อิสราเอลประกาศกร้าว พร้อมโจมตีฮามาสภาคพื้นดิน ส่งกำลังทหารประชิดฉนวนกาซา

11 ต.ค. 2566 18:42 น.

อิสราเอลประกาศกร้าว พร้อมโจมตีฮามาสภาคพื้นดิน ส่งกำลังทหารประชิดฉนวนกาซา

รมต.กลาโหมอิสราเอลประกาศกร้าว พร้อมเปิดฉากการสู้รบกับกลุ่มฮามาสทางภาคพื้นดิน ขณะเดียวกันมีรายงาน กองทัพอิสราเอลส่งกำลังทหารประชิดฉนวนกาซา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายโยอาฟ แกลลันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ประกาศ อิสราเอลพร้อมยกระดับการสู้รบกับกลุ่มฮามาส เตรียมบุกโจมตีภาคพื้นดิน 

รายงานระบุ นายแกลลันต์ได้พูดกับทหารอิสราเอลใกล้บริเวณฉนวนกาซาวานนี้ (10 ต.ค.) “พวกเราได้เริ่มโจมตีทางอากาศไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะเปิดการโจมตีทางพื้นดิน และพวกเราก็ได้ควบคุมพื้นที่ตรงนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 2 ของการสู้รับ นับจากนี้พวกเราจะบุกต่ออย่างเข้มข้น” 

นายแกลลันต์ยังได้เสริมอีกว่า “กลุ่มฮามาสต้องการการเปลี่ยนแปลง และพวกเขาจะได้รับสิ่งที่ต้องการ ฉนวนกาซาจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป”

ขณะเดียวกันมารายงานจากสำนักข่าวอัลจาซีรา ระบุว่า พันโทโจนาธาน คอนริคัส โฆษกกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพอิสราเอลได้ส่งกำลังงทหารไปประจำการใกล้กับฉนวนกาซา เพื่อเตรียมพร้อมสู้รบกับกลุ่มฮามาส ที่ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากกองทัพอิสราเอลได้สั่งระดมกำลังทหารสำรองนับ 300,000 นาย

พันโทคอนริคัสกล่าวในวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ผ่าน X หรือที่รู้จักในนาม ทวิตเตอร์ ระบุว่า ทหารที่ถูกส่งไปประจำการประชิดชายแดนฉนวนกาซา ประกอบด้วย ทหารราบ ทหารติดอาวุธ กองปืนใหญ่ และทหารกองหนุน โดยทั้งหมดถูกส่งมาเพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติภารกิจใดก็ตามที่ได้รับมอบหมายจากทางการอิสราเอล

อย่างไรก็ดี เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการนี้ คือการทำให้แน่ใจว่า เมื่อการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสจบลง กลุ่มฮามาสจะต้องไม่เหลือความสามารถทางการทหารใดๆ ที่จะสามารถคุกคามหรือสังหารชาวอิสราเอลได้

ทั้งนี้ อิสราเอลกับกลุ่มฮามาสต่างโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 ต.ค. โดยล่าสุดในวันพุธ (11 ต.ค.) กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ กล่าวว่า มีคนในฉนวนกาซาอย่างน้อย 900 รายถูกสังหาร และยอดผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 4,600 คน ขณะที่กองทัพอิสราเอล ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอยู่ที่ 1,200 ศพ และมีพลเรือนได้รับบาดเจ็บมากกว่า 2,700 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters, Aljazeera

ฮามาสสุดเหี้ยม สังหารหมู่ทารก-เด็ก ในอิสราเอล ทั้งยิง ตัดหัว ตาย 40 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732132

ฮามาสสุดเหี้ยม สังหารหมู่ทารก-เด็ก ในอิสราเอล ทั้งยิง ตัดหัว ตาย 40 ศพ

11 ต.ค. 2566 16:50 น.

ฮามาสสุดเหี้ยม สังหารหมู่ทารก-เด็ก ในอิสราเอล ทั้งยิง ตัดหัว ตาย 40 ศพ

คนรอดชีวิตเผย กลุ่มฮามาสเหี้ยมมาก สังหารหมู่ทารกและเด็กๆ ทั้งยิงและตัดหัว ที่ฟาร์มเกษตรเพียงแห่งเดียว ทางภาคใต้ของอิสราเอล ดับสลดนับ 40 ศพ 

เมื่อ 11 ต.ค. 2566 เดลี่เมลรายงาน ผู้รอดชีวิตหลายคนจากเหตุการณ์รุนแรงสะเทือนขวัญ โดยฝีมือของกองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ ‘กลุ่มฮามาส’ ที่บุกโจมตีอิสราเอลแบบช็อกโลก เมื่อ 7 ต.ค. 2566 จนถูกเรียกขานว่า ‘อิสราเอล 9/11’ เริ่มทยอยเปิดเผยเรื่องราวความโหดเหี้ยมของสมาชิกกลุ่มฮามาส หลังได้แทรกซึมและบุกเข้ามาก่อเหตุรุนแรงในอิสราเอล โดยเฉพาะในพื้นที่ฟาร์มเกษตร ทางภาคใต้ของอิสราเอล ติดชายแดนฉนวนกาซา 

มีผู้รอดชีวิตเล่าด้วยความสะเทือนใจว่า กลุ่มฮามาสได้บุกสังหารหมู่เด็กๆ นับ 40 ศพที่ฟาร์มเกษตร เคฟาร์ อะซา (Kibbutz Kfar Aza) ซึ่งอยู่ห่างไกลจากฟาร์มอื่นๆ โดยกลุ่มฮามาสทั้งกระหน่ำยิงและตัดศีรษะเด็กๆ อย่างเหี้ยมโหด นอกจากนั้น ยังได้ลากหญิงชราวัย 90 ปีคนหนึ่งเข้าไปในห้อง และจ่อยิงเข้าที่ศีรษะสองนัด จนเสียชีวิตสลด

ทหารอิสราเอลเข้าเคลียร์พื้นที่ กู้ร่างผู้เสียชีวิตที่ฟาร์มเกษตร เคฟาร์ อะซา ทางภาคใต้อิสราเอล ติดฉนวนกาซา หลังถูกกลุ่มฮามาสบุกสังหารอย่างเหี้ยมโหด เมื่อ 7 ต.ค.2566

ด้านกองทัพอิสราเอลแถลงยืนยันว่า กลุ่มก่อการร้ายฮามาสได้ตัดศีรษะเด็กๆ และยิงคนในครอบครัวของเด็กๆ เหล่านี้จนเสียชีวิตทั้งหมดในบ้าน ที่ฟาร์มเกษตร เคฟาร์ อะซา อีกทั้งยังได้จุดไฟเผาบ้านหลายหลังและรถยนต์หลายคันจนได้รับความเสียหาย

เมื่อ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ทหารอิสราเอลได้เข้าเคลียร์พื้นที่ฟาร์มเกษตร เคฟาร์ อะซา และนำร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดออกมาจากฟาร์ม จนสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง

แตกตื่น หนุ่มอเมริกันกระโดดลงไปในสระน้ำอนุสรณ์สถาน 11 กันยา (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732131

แตกตื่น หนุ่มอเมริกันกระโดดลงไปในสระน้ำอนุสรณ์สถาน 11 กันยา (คลิป)

11 ต.ค. 2566 15:50 น.

แตกตื่น หนุ่มอเมริกันกระโดดลงไปในสระน้ำอนุสรณ์สถาน 11 กันยา (คลิป)

เกิดเหตุไม่คาดฝันกลางนครนิวยอร์ก เมื่อหนุ่มวัย 33 ปีรายหนึ่ง เดินลุยน้ำลงไปในอนุสรณ์สถาน 11 กันยา ก่อนจะกระโดดลงไปในหลุมสี่เหลี่ยมภายในสระ ท่ามกลางความตื่นตกใจของผู้ที่เห็นเหตุการณ์

ตำรวจต้องเข้ารวบตัวหนุ่มชาวอเมริกันวัย 33 ปี หลังจากก่อเหตุกระโดดลงไปในสระน้ำทางทิศเหนือของบริเวณอนุสรณ์สถาน 11 กันยา ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ จนสร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้ที่พบเห็น โดยพบว่าหนุ่มคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้ายและหลัง จนต้องนำตัวขึ้นรถพยาบาล เพื่อส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเบลเลวู (Bellevue)

ดูคลิป ที่นี่

เหตุการณ์แปลกประหลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. ตามเวลาในท้องถิ่น ในขณะที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางมาท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว และมีผู้ที่ถ่ายคลิปเอาไว้ได้ โดยจะเห็นชายวัยกลางคนรายนี้แอบตัดโซ่กั้น ก่อนเดินลุยน้ำลงไปก่อนที่จะนอนคว่ำหน้าและค่อยๆ เคลื่อนตัวลงไปในสระ โดยเอาส่วนหัวพุ่งดิ่งลงไปก่อน จนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า อาการบาดเจ็บของเขาไม่รุนแรงและตำรวจกำลังเร่งสอบสวนมูลเหตุจูงใจ และจะพิจารณาตั้งข้อหาเขาต่อไป

ทั้งนี้ สระแห่งนี้เป็นหนึ่งใน 2 สระของอนุสรณ์สถาน 11 กันยา ที่สร้างขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงอาคารแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ที่ถูกก่อวินาศกรรมจนตึกถล่มเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 โดยสระแต่ละสระจะมีความลึกลงไปราว 30 ฟุต หรือเกือบ 10 เมตร และมีช่องว่างตรงกลางที่ลึกลงไปอีกราว 20 ฟุต หรือราว 6 เมตร.

ที่มา : NBCnews

คลิกอ่านข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/news/foreign