เนเธอร์แลนด์หลุดปากหนุนยูเครนรบหนทางราคาถูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730842

เนเธอร์แลนด์หลุดปากหนุนยูเครนรบหนทางราคาถูก

6 ต.ค. 2566 10:23 น.

เนเธอร์แลนด์หลุดปากหนุนยูเครนรบหนทางราคาถูก

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงแสดงความกังวลต่อผู้สื่อข่าวเรื่องงบประมาณช่วยเหลือรัฐบาลยูเครนก้อนใหม่ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 864,000 ล้านบาทที่เกิดอาการสะดุด หลังถูกสมาชิกสภาคองเกรสตัดออกจากร่างงบประมาณที่โหวตรับรองไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่ารู้สึกกังวลในเรื่องนี้ และหวังว่าพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกันจะเลิกป่วน อีกไม่นานตนจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการถึงความจำเป็นในการสนับสนุนรัฐบาลยูเครนต่อสู้รัสเซียผู้รุกราน

นายไบเดนยังกล่าวด้วยว่า ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าสภาชิกสภาคองเกรสส่วนใหญ่สนับสนุนการให้งบช่วยยูเครน ความจริงมีวิธีอื่นที่จะหางบมาได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสภา แต่ไม่ขอเผยรายละเอียดเพิ่มเติม และในวันเดียวกัน ทาง พล.อ.อ.ชาร์ลส์ บราวน์ ผู้บัญชาการคณะเสนาธิการกองทัพสหรัฐฯคนใหม่ จะสรุปความคืบหน้าและทิศทางของสถานการณ์ ยูเครนให้ตนฟัง

ในขณะที่ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯยังไม่ชัดเจนในเรื่องความช่วยเหลือยูเครนนั้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้เดินทางไปร่วมประชุมประชาคมการเมืองยุโรปที่เมืองเกรนาดาของสเปน เพื่อแสดงความเป็นเอกภาพระหว่างยูเครนกับสหภาพยุโรป และย้ำความจำเป็นที่ยูเครนต้องได้รับความช่วยเหลือทางการทหารเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน ในการประชุมดังกล่าว มีกำหนดการว่านายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะเดินทางเข้าร่วม ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ 3 ชาติมหาอำนาจเหล่านี้จะได้แสดงบทบาทว่ายังคงอยู่ข้างยูเครน แม้ว่าการเมืองสหรัฐฯจะเกิดความปั่นป่วน แต่ก็มีรายงานด้วยว่า ในเวทีนี้สหรัฐฯจะให้ความเชื่อมั่นแก่ยูเครนในเรื่องการช่วยเหลือระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ก็เกิดเหตุการณ์ในประเด็นความเหมาะสม หลังนางไคซา โอลองเกรน รมว.กลาโหมเนเธอร์แลนด์ กล่าวในเวทีเสวนาความมั่นคงที่กรุงวอร์ซอของโปแลนด์ว่า สหรัฐฯและพันธมิตรสามารถที่จะสนับสนุนยูเครนได้นานเท่าที่จะทำได้ เรื่องนี้ไม่ต้องมารอดูว่าผลการเลือกตั้งสหรัฐฯปี 2567 จะเป็นเช่นไร เนื่องจากเรามีผลประโยชน์คล้ายกัน การสนับสนุนยูเครนเป็นหนทาง “ราคาถูก” ในการทำให้รัสเซียไม่กลายเป็นภัยคุกคามต่อองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) การสนับสนุนยูเครนคือผลประโยชน์ของเรา ผลประโยชน์ขององค์การนาโต เพราะพวกเขารบ แต่เรา ไม่ได้รบ.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ปล่อยน้ำระลอกใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730839

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ปล่อยน้ำระลอกใหม่

6 ต.ค. 2566 10:09 น.

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ปล่อยน้ำระลอกใหม่

กลายเป็นประเด็นจับตาว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบเพิ่มเติมหรือไม่ หลังบริษัทพลังงานเทปโกของญี่ปุ่น ผู้ดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ในจังหวัดฟุกุชิมะ เริ่มกระบวนการปล่อยน้ำบำบัดปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีทริเทียมลงสู่ทะเลแปซิฟิกรอบที่สอง เมื่อ 5 ต.ค. ในปริมาณราว 7,800 ตัน

หลังจากกระบวนการปล่อยน้ำรอบแรก เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งตามมาด้วยรัฐบาลจีน ออกมาตรการระงับการนำเข้าสินค้าทางทะเลทั้งหมด ของญี่ปุ่น ขณะที่การปล่อยน้ำบำบัดรอบสองครั้งนี้ มีกระแสว่ารัฐบาลรัสเซียอาจดำเนินมาตรการระงับ นำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น แต่ไม่แน่ชัดว่าจะรุนแรง เหมือนจีนหรืออย่างไร ส่วนญี่ปุ่นเรียกร้องให้จีนยกเลิกแบนและยึดหลักวิทยาศาสตร์.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

เด็กชายวัย 14 ปีที่เม็กซิโก ชักมีดแทงครูบาดเจ็บในห้องเรียน หลังโดนดุไม่ตั้งใจเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730832

เด็กชายวัย 14 ปีที่เม็กซิโก ชักมีดแทงครูบาดเจ็บในห้องเรียน หลังโดนดุไม่ตั้งใจเรียน

6 ต.ค. 2566 09:51 น.

เด็กชายวัย 14 ปีที่เม็กซิโก ชักมีดแทงครูบาดเจ็บในห้องเรียน หลังโดนดุไม่ตั้งใจเรียน

เกิดเหตุสุดช็อกที่เม็กซิโก เด็กชายวัย 14 ปี ก่อเหตุใช้มีดแทงข้างหลังครูผู้หญิงในห้องเรียนต่อหน้าเพื่อนๆ ในห้อง หลังโดนครูดุว่าไม่ตั้งใจเรียน ครูบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

สื่อท้องถิ่นของเม็กซิโกรายงานว่า เกิดเหตุเด็กนักเรียนชายอายุ 14 ปี ใช้อาวุธมีดทำร้ายนางแพทริเซีย วัย 59 ปี ครูสอนวิชาภาษาสเปน ของโรงเรียนมัธยม “รูเบน อุมแบร์โต้ โมไรรา ฟลอเรส” ในเมืองซาลตินโย ในรัฐโกอาวีลา เมื่อวันพุธ ที่ 4 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยครูผู้หญิงได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนนักเรียนชายผู้ก่อเหตุ วิ่งหนีออกจากห้องเรียนไปแล้วจากนั้นเขาได้พยายามกรีดแขนทำร้ายตัวเอง ก่อนที่เพื่อนๆ จะเข้าไปห้ามแล้วช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล

คลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียล แสดงให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องเรียนภาษาสเปนของเด็กนักเรียนมัธยม แสดงให้เห็นว่า นักเรียนผู้ชายคนหนึ่งถูกครูเรียกออกมาที่โต๊ะครูหน้าห้อง ต่อหน้าเพื่อนๆ เกือบ 40 คน จากนั้นครูบอกให้เด็กผู้ชายคนนี้เดินตามไปที่ห้องพักครู เด็กชายที่กำลังเดินตามครูได้ชักมีดออกมาแล้วจ้วงแทงที่ด้านหลังของครูหลายครั้งแบบไม่ยั้ง ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนร่วมชั้น จากนั้นเด็กชายผู้ก่อเหตุได้วิ่งหนีออกจากห้องไป

ทางด้านอัยการสูงสุดและสำนักงานการศึกษาของรัฐโกอาวีลา ระบุว่า ทั้งครูและเด็กผู้ก่อเหตุกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล นับเป็นเรื่องสะเทือนใจ ตอนนี้กำลังเร่งสืบสวนกรณีที่เกิดขึ้น.

รมว.เกษตรอินโดฯ ยื่นลาออก หลังโดนสอบสวนพัวพันคอร์รัปชัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730827

รมว.เกษตรอินโดฯ ยื่นลาออก หลังโดนสอบสวนพัวพันคอร์รัปชัน

6 ต.ค. 2566 09:17 น.

รมว.เกษตรอินโดฯ ยื่นลาออก หลังโดนสอบสวนพัวพันคอร์รัปชัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของอินโดนีเซีย ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางการสอบสวนคดีคอร์รัปชันรับสินบนพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงานที่กระทรวงฯ

เว็บไซต์ข่าวจาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2566 นายชยาห์รุล ยาซิน ลิมโป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของอินโดนีเซีย ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งถึงประธานาธิบดี โจโก วิโดโด โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการตั้งใจที่จะเผชิญหน้าต่อคดีคอร์รัปชันที่เขาถูกกล่าวหาว่าอาจจะมีส่วนพัวพัน และกำลังเริ่มมีการสืบสวนคดี และเขาหวังว่าสาธารณชนจะถือว่าเขาบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล

การลาออกของนายลิมโป มีขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการปราบปรามการทุจริต หรือ “เคพีเค” เปิดเผยว่า มีการติดสินบนที่เชื่อมโยงกับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงานที่กระทรวงเกษตร รวมถึงโครงการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับผู้ขายเอกชน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมา

ก่อนหน้านี้ นายลิมโปอยู่ระหว่างการเยือนอิตาลีและสเปน เมื่อเจ้าหน้าที่เคพีเคได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของเขา ในกรุงจาการ์ตา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเขาได้เดินทางกลับประเทศเมื่อช่วงดึกของวันพุธ ที่ผ่านมา

ทางด้านนายอาลี ฟิครี โฆษกของเคพีเค แถลงว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนค้นพบอาวุธปืน 12 กระบอกและธนบัตรหลายสกุลเงิน รวมมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 70 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการยึดเอกสารจำนวนหลายฉบับ

ทั้งนี้ นายลิมโป อดีตผู้ว่าการรัฐสุลาเวสีใต้ เป็นนักการเมืองคนที่สองจากพรรคนาส-เด็ม ที่ต้องถูกดำเนินคดีเมื่อไม่นานนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการจับกุม และตำรวจไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม.

ปูตินโว ขีปนาวุธพลังนิวเคลียร์ ‘บูเรเวสต์นิค’ ทดสอบขั้นสุดท้ายสำเร็จแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730815

ปูตินโว ขีปนาวุธพลังนิวเคลียร์ ‘บูเรเวสต์นิค’ ทดสอบขั้นสุดท้ายสำเร็จแล้ว

6 ต.ค. 2566 06:00 น.

ปูตินโว ขีปนาวุธพลังนิวเคลียร์ ‘บูเรเวสต์นิค’ ทดสอบขั้นสุดท้ายสำเร็จแล้ว

วลาดิเมียร์ ปูติน เผย ขีปนาวุธพลังงานนิวเคลียร์ บูเรเวสต์นิค ที่รัสเซียยกย่องว่ามีพิสัยโจมตีทั่วโลก ประสบความสำเร็จในการทดสอบขั้นสุดท้ายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 5 ต.ค. 2566 ว่า รัสเซียดำเนินการทดสอบขีปนาวุธร่อนพลังงานนิวเคลียร์ชื่อว่า ‘บูเรเวสต์นิค’ (Burevestnik) ขั้นสุดท้ายสำเร็จแล้ว หลังโฆษกของเขาเพื่อปฏิเสธรายงานของนิวยอร์ก ไทม์ส เรื่องการทดสอบอาวุธชนิดนี้

“ตอนนี้เราเสร็จงานเกี่ยวกับอาวุธเชิงยุทธศาสตร์สมัยใหม่ ที่ผมเคยพูดและประกาศไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนอย่างแท้จริงแล้ว” นายปูตินกล่าวขณะร่วมประชุมที่รีสอร์ตในเมืองโซชิ “การทดสอบครั้งสุดท้ายของ ขีปนาวุธร่อนพลังงานนิวเคลียร์ พิสัยทำการทั่วโลก บูเรเวสต์นิค ประสบความสำเร็จ”

ทั้งนี้ รัสเซียเปิดตัวขีปนาวุธร่อน หรือ ครูส มิสไซล์ บูเรเวสต์นิค ในปี 2561 และยกย่องว่าเป็นจรวดที่มีพิสัยทำการแทบจะไร้ขีดจำกัด อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับขีดความสามารถของอาวุธชนิดนี้ออกมาอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่ขององค์กรรณรงค์ควบคุมอาวุธ ‘Nuclear Threat Initiative’ บอกกับนิวยอร์กไทม์ส ว่า เท่าที่มีข้อมูลเปิดเผยออกมา เคยมีการทดสอบขีปนาวุธ บูเรเวสต์นิค หรือที่นาโตเรียกว่า ‘สกายฟอล’ (Skyfall) อย่างน้อย 13 ครั้ง ระหว่างปี 2560-2562 และประสบความล้มเหลวทั้งหมด

หน่วยงานต่างๆ ของรัสเซีย รวมถึงกระทรวงกลาโหม ยังไม่ออกมายืนยันคำพูดของนายปูติน แต่ภาพถ่ายจากดาวเทียมเมื่อเดือนก่อนชี้ว่า รัสเซียเพิ่งสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่บนเกาะห่างไกลบนเกาะโนวายา เซมลียา ในทะเลบาเรนต์สเหนือ ที่โซเวียตเคยใช้ในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

ปูตินยังประกาศด้วยว่า พวกเขาเกือบเสร็จงานเกี่ยวกับขีปนาวุธข้ามทวีป ‘ซาร์มัต’ (Sarmat) แล้วด้วย และว่ารัสเซียไม่มีแผนจะเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับหลักการใช้นิวเคลียร์ แต่อาจถอนสัตยาบันที่เคยให้ไว้ในสนธิสัญญาแบนการทดสอบนิวเคลียร์ปี 1996 เนื่องจากสหรัฐฯ ถึงแม้จะลงนามแต่ก็ไม่เคยให้สัตยาบัน จึงเป็นได้ที่รัสเซียจะทำแบบเดียวกัน

ที่มา : bbc

โดรนติดระเบิดโจมตีโรงเรียนทหารซีเรีย กลางพิธีจบการศึกษา ดับ 80 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730814

โดรนติดระเบิดโจมตีโรงเรียนทหารซีเรีย กลางพิธีจบการศึกษา ดับ 80 ศพ

6 ต.ค. 2566 04:55 น.

โดรนติดระเบิดโจมตีโรงเรียนทหารซีเรีย กลางพิธีจบการศึกษา ดับ 80 ศพ

โดรนติดระเบิดโจมตีโรงเรียนทหารในเมืองฮอมส์ของซีเรีย ซึ่งกำลังจัดพิธีจบการศึกษา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 80 ศพ บาดเจ็บอีกหลายร้อยราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดรนบรรทุกระเบิดโจมตีกลางพิธีจบการศึกษาที่โรงเรียนทหารแห่งหนึ่งในเมือง ฮอมส์ ทางตะวันตกของประเทศซีเรีย เมื่อวันพุธที่ 3 ต.ค. 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 80 ศพ รวมทั้งเด็กและผู้หญิงหลายราย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 240 ราย

นายฮัสซัน อัล-โกบาช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นการก่อการร้ายซึ่งมุ่งเป้าไปที่พิธีจบการศึกษาของวิทยาลัยทหารในเมืองฮอมส์ โดยมีเด็ก 6 คนรวมอยู่ในผู้เสียชีวิตทั้ง 80 รายด้วย “มีทหารบาดเจ็บหลายสิบนาย และมีผู้บาดเจ็บสาหัสในหมู่ครอบครัวที่ได้รับเชิญ กับนักเรียนคนอื่นๆ ที่มาร่วมงานด้วย”

ด้านกองทัพซีเรียออกมาประกาศว่า นี่เป็นการโจมตีในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้ด้วยความเด็ดขาดและกำลังทั้งหมด พร้อมเตือนผู้ที่วางแผนและลงมือก่อเหตุด้วยว่า จะต้องชดใช้อย่างสาสม

ทั้งนี้ เมืองฮอมส์เป็นที่รู้จักกันในชื่อ เมืองหลวงแห่งการปฏิบัติในซีเรีย เนื่องจากเป็นจุดที่เกิดการต่อสู้อย่างหนักระหว่างกองทัพรัฐบาลและฝ่ายกบฏผู้ต้องการโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด เมื่อปี 2555 อย่างไรก็ตาม เมืองแห่งนี้ถูกฝ่ายรัฐบาลยึดไปได้ในปี 2557

ในอดีต เมืองฮอมส์เป็นศูนย์กลางการขนส่งและการค้าในภาคกลางของซีเรีย ถนนที่ตัดผ่านเมืองฮอมส์เชื่อมต่อทั้งเมืองหลวงกรุงดามัสกัส ทางตอนใต้ กับเมืองอเลปโป เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศทางตอนเหนือ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ไบเดนกลับลำ อนุมัติสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกเพิ่ม หลังผู้อพยพพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730811

ไบเดนกลับลำ อนุมัติสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกเพิ่ม หลังผู้อพยพพุ่ง

6 ต.ค. 2566 03:50 น.

ไบเดนกลับลำ อนุมัติสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกเพิ่ม หลังผู้อพยพพุ่ง

โจ ไบเดน กลับลำ อนุมัติสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกเพิ่มเติมแล้ว หลังจากคัดค้านมาตลอด ท่ามกลางปัญหาผู้อพยพล้นทะลัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ต.ค. 2566 ประธานาธิบดี โจ ไบเดน อนุมัติสร้างกำแพงกั้นชายแดนติดกับประเทศเม็กซิโกเพิ่ม โดยจะสร้างเป็นระยะทาง 32 กิโลเมตร ที่เขตสตาร์ เคาน์ตี ตอนใต้ของรัฐเทกซัส ซึ่งมีรายงานจำนวนผู้อพยพเข้าประเทศเพิ่มสูง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนับเป็นการกลับลำครั้งใหญ่ของนายไบเดน เนื่องจากการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกเป็นนโยบายเอกของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนก่อน ซึ่งถูกต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายเดโมแครต และเมื่อปี 2563 นายไบเดนให้คำมั่นระหว่างการหาเสียงว่า เขาจะไม่สร้างกำแพงเพิ่มอีกแม้แต่ฟุตเดียว

นอกจากนั้น หลังจากไบเดนชนะเลือกตั้ง รัฐบาลของเขาก็ออกประกาศแทบจะทันทีว่า การสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเชิงนโยบายอย่างจริงจัง

แต่ในวันพฤหัสบดี นายไบเดนกล่าวว่า เขาไม่สามารถหยุดการสร้างกำแพงกั้นชายแดนครั้งนี้ได้ เพราะมีการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว และเมื่อถูกนักข่าวถามว่า เขาเชื่อว่ากำแพงนี้จะป้องกันผู้อพยพได้หรือไม่ ไบเดนก็ตอบว่า “ไม่”

สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ก็ออกแถลงการณ์ปกป้องการสร้างกำแพงกั้นชายแดนในลักษณะเดียวกัน “สภาคองเกรสจัดสรรงบสำหรับสร้างกำแพงกั้นชายแดนที่ ริโอ แกรนเด วัลเลย์ ไว้แล้ว ในปีงบประมาณ 2562 และกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) จำเป็นต้องใช้งบประมาณตามจุดประสงค์ที่จัดสรรไว้”

อย่างไรก็ตาม คำพูดของไบเดนและแถลงการณ์ของ CBP กลับตรงข้ามกับประกาศเรื่องโครงการสร้างกำแพงดังกล่าวของนาย อเลฮานโดร มยอร์กาส รัฐมนตรี DHS ซึ่งระบุว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องสร้างกำแพงและถนนที่ชายแดนสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่โครงการ

ด้านนาย อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวในงานแถลงข่าวประจำวัน ตำหนิการตัดสินใจของสหรัฐฯ ว่าการสร้างกำแพงตรงข้ามกับสิ่งที่ประธานาธิบดีไบเดนสนับสนุน แต่เขาก็เข้าใจว่ามีแรงกดดันรุนแรงจากกลุ่มนักการเมืองฝ่ายขวาจัดในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของผู้อพยพข้ามชายแดนอย่างผิดกฎหมายกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของนายไบเดน โดยในปีนี้ มีผู้อพยพผ่านทาง ริโอ แกรนเด วัลเลย์ มากกว่า 245,000 คนแล้ว ทำให้หลายเมืองในสหรัฐฯ ต้องแบกรับภาระของผู้อพยพที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัสเซียยิงมิสไซล์ ‘อิสกันเดอร์’ ถล่มหมู่บ้านยูเครน เสียหายยับ ดับ 51 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730809

รัสเซียยิงมิสไซล์ ‘อิสกันเดอร์’ ถล่มหมู่บ้านยูเครน เสียหายยับ ดับ 51 ศพ

6 ต.ค. 2566 02:25 น.

รัสเซียยิงมิสไซล์ ‘อิสกันเดอร์’ ถล่มหมู่บ้านยูเครน เสียหายยับ ดับ 51 ศพ

รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีหมู่บ้านใกล้เมืองทางตะวันออกของยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 51 ศพ กลายเป็นหนึ่งในการโจมตีที่มีผู้เคราะห์ร้ายมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอีฮอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของยูเครนเปิดเผยว่า กองทัพรัสเซียยิงมิสไซล์เข้าใส่หมู่บ้านโฮรซา (Hroza) ใกล้เมืองคูเปียนสก์ ในแคว้นคาร์คิฟ ทางตะวันออกของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่คาเฟ่กับร้านค้าอีกแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงเที่ยงวันพฤหัสบดีที่ 5 ต.ค. 2566

นายคลีเมนโกระบุว่า ตอนเกิดเหตุมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนของทุกครอบครัวในหมู่บ้านโฮรซา อยู่ในคาเฟ่ดังกล่าว ขณะที่มีชาวบ้านหลายคนอยู่ในร้านค้า โดยการโจมตีทำให้อาคารพังถล่ม เกิดเป็นภาพความเสียหายที่ไม่ได้เห็นนับตั้งแต่การโจมตีสถานีรถไฟในเมืองครามาทอร์สก์ เมื่อช่วงต้นปี 2565 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 ราย

ขณะที่นายดีมีโตร ชูเบนโก โฆษกสำนักงานอัยการแคว้นคาร์คิฟ ระบุว่า ตอนนี้พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 51 ศพ ขณะที่แพทย์กำลังรักษาผุ้บาดเจ็บ 6 คน แต่จำนวนดังกล่าวไม่ใช้ตัวเลขสุดท้าย และอาจเพิ่มขึ้นได้

ด้านเจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้การช่วยเหลือผู้ที่อาจติดอยู่ภายใต้อาคาร อย่างไรก็ตามนาย โอเลห์ ซีเนฮูบอฟ เจ้าหน้าที่กองทัพท้องถิ่น เผยว่า พวกเขาพบและนำศพผู้เสียชีวิตหลายรายออกจากใต้ซากปรักหักพัง รวมถึงร่างของเด็กชายวัยเพียง 6 ขวบ โดยตอนนี้พวกเขาสามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ 29 รายแล้ว ส่วนที่เหลือถูกส่งไปชันสูตรที่เมืองคาร์คิฟ

ทั้งนี้ ทางการยูเครนระบุว่า หมู่บ้านโฮรซาถูกโจมตีด้วยมิสไซล์ ‘อิสกันเดอร์’ (Iskander) ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ มีระยะทำการประมาณ 500-700 กม.โดยขึ้นอยู่กับน้ำหนักหัวรบ โดยโฮรซาอยู่ห่างจากแนวหน้าการปะทะที่เมืองคูเปียนสก์เพียง 40 กม.เท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นักเขียนนอร์เวย์ ‘ผู้มอบเสียงแก่สิ่งที่พูดไม่ได้’ คว้าโนเบลวรรณกรรม 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730807

นักเขียนนอร์เวย์ ‘ผู้มอบเสียงแก่สิ่งที่พูดไม่ได้’ คว้าโนเบลวรรณกรรม 2023

6 ต.ค. 2566 00:25 น.

นักเขียนนอร์เวย์ ‘ผู้มอบเสียงแก่สิ่งที่พูดไม่ได้’ คว้าโนเบลวรรณกรรม 2023

จอน ฟอสส์ นักเขียนชาวสวีเดน คว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 2023 ไปครอง จากผลงานการเขียนที่มอบเสียงให้แก่สิ่งที่ไม่อาจพูดออกมาได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2566 ราชบัณฑิตยสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ประกาศว่า นายจอน ฟอสส์ (Jon Fosse) นักเขียนชาวนอร์เวย์ เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 2023 พร้อมกับเงินรางวัล 11 ล้าน โครนาสวีเดน (ราว 36.7 ล้านบาท) จากผลการงานของที่สร้างสรรค์บทละครและร้อยแก้ว ซึ่งมอบเสียงให้แก่สิ่งไม่อาจพูดออกมาได้

นายฟอสส์ ซึ่งตอนนี้มีอายุ 64 ปีแล้ว เกิดที่เมืองบริเวณชายฝั่งตะวันตกของนอร์เวย์ มีผลงานบทละครกว่า 40 เรื่อง ไม่รวมนิยาย, บทกวี, เรียงความ, หนังสือสำหรับเด็ก และบทแปลอีกจำนวนหนึ่ง

คณะกรรมการโนเบลสาขาวรรณกรรมยกย่องสไตล์การเขียนผลงานของฟอสส์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘ฟอสส์ มินิมอลลิซึม’ (Fosse minimalism) “ฟอสส์นำเสนอสถานการณ์ในทุกๆ วันในชีวิตของเรา ที่ทำให้นึกถึงขึ้นมาได้ในทันที การลดการใช้ภาษาและการกระทำในละครของเขา แสดงออกถึงความวิตกกังวลของมนุษย์และความไร้กำลังอย่างทรงพลังที่สุดในรูปแบบที่ง่ายที่สุด”

ผลงานชิ้นเอกของฟอสส์ เขียนด้วยภาษานอร์เวย์แบบนือนอสก์ (Nynorsk) รวมถึงเรื่อง ‘Septology’ ซึ่งเป็นนิยายชุด 3 เล่ม บอกเล่าเรื่องราวของจิตรกรวัยชรากับแม่หม้ายผู้ใช้ชีวิตเพียงลำพัง ในขณะที่จิตรกรพยายามใครครวญถึงความเป็นจริงของศาสนา, ตัวตน, ศิลปะและชีวิตครอบครัว

นายอันเดิร์ส โอลสัน ประธานคณะกรรมการโนเบลสาขาวรรณกรรมกล่าวว่า นายฟอสส์เป็นนักเขียนที่มหัศจรรย์ในหลายๆ ด้าน “เขาจับใจคุณอย่างลึกซึ้งเมื่อคุณอ่านผลงานของเขา และเมื่อคุณได้อ่าน คุณจะต้องอ่านต่อ”

“สิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับเขาคือ ความใกล้ชิดในงานเขียนของเขา มันสัมผัสความรู้สึกส่วนที่ลึกที่สุดที่คุณมี ทั้งความกังวล, ความไม่มั่นใจ, การตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต และความตาย เป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญตั้งแต่แรก” นายโอลสันกล่าวต่อ “ในแง่นั้น ผมคิดว่าเขาไปไกลมาก และทุกงานเขียนของเขามีส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นละคร, บทกวี หรือร้อยแก้ว ทั้งหมดมีแรงดึงดูดจากพื้นฐานความเป็นมนุษย์นี้แบบเดียวกัน”

ทั้งนี้ นายฟอสส์เคยประสบอุบัติเหตุถึงขั้นเกือบเสียชีวิตมาแล้วตอนอายุเพียง 7 ขวบ ซึ่งเขาบอกว่า นั่นคือประสบการณ์สำคัญที่สุดในวัยเด็กของเขา และเป็นประสบการณ์ที่สร้างให้เขาเป็นศิลปิน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

เปิดแผนที่ ทวีปสาบสูญ ‘ซีแลนเดีย’ กำลังจะพลิกตำรา ‘ทวีปที่ 8’ ของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730463

เปิดแผนที่ ทวีปสาบสูญ 'ซีแลนเดีย' กำลังจะพลิกตำรา 'ทวีปที่ 8' ของโลก

5 ต.ค. 2566 18:04 น.

เปิดแผนที่ ทวีปสาบสูญ ‘ซีแลนเดีย’ กำลังจะพลิกตำรา ‘ทวีปที่ 8’ ของโลก

  • ปริศนาของทวีปที่สาบสูญ ‘ซีแลนเดีย’ ที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงใต้มายาวนาน กระจ่างชัดมากขึ้นเรื่อยๆ
  • คณะนักวิทยาศาสตร์ในนิวซีแลนด์เปิดเผย แผนที่ทวีปซีแลนเดียฉบับสมบูรณ์ออกมาครั้งแรก ซีแลนเดียกำลังจะเป็นทวีปที่ 8 ของโลก จนนำไปสู่การพลิกตำราครั้งใหญ่ที่เราเคยรู้มาว่า โลกของเรามีเพียง 7 ทวีปเท่านั้น

ปริศนาอันยาวนานของทวีปที่ 8 บนโลกใบนี้ ที่เชื่อว่าสูญหายอยู่ใต้มหาสมุทรแปซิกมายาวนาน และถูกตั้งชื่อให้ว่า ‘ซีแลนเดีย’ (Zealandia) เริ่มกระจ่างชัดเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อในที่สุด ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่นิวซีแลนด์ สามารถเผยแพร่ ‘แผนที่ของทวีปซีแลนเดีย’ ทวีปที่สูญหาย ฉบับสมบูรณออกมาเป็นครั้งแรก 

ความสำเร็จของการวาดแผนที่ทวีปที่ 8 ซีแลนเดีย หรือมีชื่อว่า Te Riu-a-Māui (เตรีอู-อา-มาวอี) ในภาษาชาวเผ่าเมารี หรืออีกชื่อหนึ่งคือทวีป ‘แทสแมนติส’ ในครั้งนี้ กำลังจะเป็นการปฏิวัติตำราเรียนครั้งใหญ่ ที่เราเคยรู้กันมาว่า บนโลกนี้มีเพียง 7 ทวีป ได้แก่ ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ เอเชีย แอฟริกา ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกาเท่านั้น

ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์มีความมั่นใจว่า ทวีปที่ 8 ของโลก ซึ่งสูญหายไปอย่างยาวนานนั้น เป็นเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ หรือกว่า 94% ได้จมอยู่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีผืนดินที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำทะเล ให้เห็นในยุคนี้เพียงแค่ 6% แค่เฉพาะเทือกเขาและยอดเขาที่สูงที่สุดคือ หมู่เกาะนิวซีแลนด์ และเกาะนิวแคลิโดเนีย (ดินแดนของฝรั่งเศส) รวมถึงเกาะลอร์ด ฮาว ไอส์แลนด์ และเกาะบอลส์พีระมิด ของออสเตรเลีย 

แผนที่ทวีปที่ 8 ซีแลนเดีย

ฮือฮา เปิดแผนที่ ‘ทวีปที่ 8 ของโลก’ ฉบับสมบูณ์ครั้งแรก

คณะนักวิจัย นำโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ GNS Science (จีเอ็นเอส ไซแอนซ์) ในนิวซีแลนด์ ได้แถลงข่าวเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2023 ว่าประสบความสำเร็จในการวาดแผนที่อย่างละเอียด แสดงถึงเขตแดนของทวีปที่ 8 ซีแลนเดีย ฉบับสมบูรณ์ออกมาเป็นครั้งแรกได้แล้ว และได้นำภาพวาดแผนที่ทวีปซีแลนเดีย ตีพิมพ์ลงในวารสาร Tectonics

อีกทั้งความน่าตื่นเต้นของการวาดแผนที่ทวีปที่ 8 ซีแลนเดียครั้งนี้ คณะนักวิจัยในนิวซีแลนด์ ยังได้นำมาเปิดเผยทางเว็บไซต์ของหน่วยงานด้วย

คณะนักวิจัย ระบุว่า ทวีปซีแลนเดีย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปออสเตรเลีย และมีขนาด 4.9 ล้านตารางกิโลเมตร หรือ 2 ใน 3 ของทวีปออสเตรเลีย โดยหลักฐานที่นำมาสนับสนุนการศึกษาวิจัย เพื่อวาดแผนที่ทวีปที่ 8 ซีแลนเดีย คือ การตรวจสอบก้อนหินที่ถูกขุดลอกขึ้นมาจากใต้ท้องทะเลของบริเวณส่วนที่อยู่ปลายแหลมสุดทางเหนือของทวีปซีแลนเดีย

คณะนักวิจัยได้พบว่าก้อนหินที่เก็บมาจากใต้ท้องทะเลเหล่านี้ เป็น ‘ขุมทรัพย์แร่ธาตุที่แท้จริง’ รวมทั้งยังมีหลากหลายชนิด รวมทั้ง หินทราย หินลาวา และหินปูน จากนั้นจึงได้ทำการตรวจสอบอายุของก้อนหินเหล่านี้, การแปลค่าสนามแม่เหล็กที่ผิดปกติ และลงมือวาดแผนที่ ซึ่งคณะนักวิจัยพบว่าแผนที่ส่วนใหญ่ของทวีปซีแลนเดียจมอยู่ใต้น้ำทะเล

คณะนักวิทยาศาสตร์ในนิวซีแลนด์เปิดเผยแผนที่ทวีปซีแลนเดีย ฉบับสมบูรณ์ครั้งแรก เมื่อปลายเดือนกันยายน 2023

ที่มาของทวีปซีแลนเดีย

จากรายงานการศึกษาระบุว่า ทวีปซีแลนเดีย ได้จมอยู่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงใต้ หลังแยกตัวออกมาจากมหาทวีปกอนด์วานา เมื่อ 83-79 ล้านปีก่อน โดยแผ่นดินส่วนใหญ่ของทวีปซีแลนเดียอาจจมอยู่ใต้น้ำเมื่อประมาณ 23 ล้านปี และปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปซีแลนเดียถึง 94% จมอยู่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิก

โดยนิวซีแลนด์เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของทวีปซีแลนเดียที่ยังคงอยู่เหนือผิวน้ำมากที่สุด รองลงมาคือ นิวแคลิโดเนีย 

ใช้เวลาเกือบ 380 ปี กว่าจะหาจนเจอทวีป ‘ซีแลนเดีย’ 

ตามข้อมูลที่มีการบันทึกกันไว้ ระบุว่า ‘อาเบล ทาสแมน’ นักเดินเรือชาวเนเธอร์แลนด์ หรือชาวดัตช์ ซึ่งมีประสบการณ์เชี่ยวชาญในการเดินเรือ ได้ออกเดินทางในปี ค.ศ. 1642 มุ่งหน้าไปยังซีกโลกใต้ ด้วยความเชื่อมั่นว่า ต้องมีทวีปขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีใครค้นพบในช่วงนั้น แต่ อาเบล ทาสแมน และคณะ ก็สามารถไปไกลสุดได้แค่เกาะนิวซีแลนด์ เนื่องจากเกิดการต่อสู้กับชาวชนเผ่าเมารี ทำให้มีชาวยุโรปเสียชีวิต 4 ศพ จนต้องยุติการเดินทาง

ปี 1995 Bruce Luyendyk (บรูซ ลูเยนดิค)นักธรณีฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ทำการศึกษาและย้ำว่าบริเวณดังกล่าวถือเป็นทวีป และเรียกว่า ‘ซีแลนเดีย’ 

กระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2017 ทีมนักภูมิศาสตร์ในนิวซีแลนด์ ได้ตีพิมพ์ผลงานการศึกษาลงในวารสารสมาคมภูมิศาสตร์ของอเมริกา (Geological Society of America) เกี่ยวกับการค้นพบทวีป ‘ซีแลนเดีย’ (Zealandia) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก และอยู่ใต้ประเทศนิวซีแลนด์อีกทีหนึ่ง หรืออาจหมายถึง นิวซีแลนด์ คือ ส่วนของภูเขาที่สูงสุดบนทวีปซีแลนเดีย ที่โผล่พ้นน้ำทะเลขึ้นมา

‘นิค มอร์ติเมอร์’ นักภูมิศาสตร์ชาวนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของบทความนี้ลงในวารสารสมาคมภูมิศาสตร์ของอเมริกา เผยว่า บรรดานักภูมิศาสตร์ได้มีการวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับทวีปซีแลนเดียมานานกว่า 2 ทศวรรษแล้ว และหวังว่าซีแลนเดียจะได้รับการจัดให้เป็นทวีปใหม่ หรือทวีปที่ 8 ของโลก.

ผู้เขียน: อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : BBC futurism

Cr ภาพ : data.gns.cri.nz