‘พีท ทองเจือ’ เปิดใจฝ่าเหตุกราดยิงที่ห้างดัง! บุกช่วยลูกนาทีระทึก! กลางรายการ ‘ทัวร์มาลง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/761058

'พีท ทองเจือ' เปิดใจฝ่าเหตุกราดยิงที่ห้างดัง! บุกช่วยลูกนาทีระทึก! กลางรายการ 'ทัวร์มาลง'

‘พีท ทองเจือ’ เปิดใจฝ่าเหตุกราดยิงที่ห้างดัง! บุกช่วยลูกนาทีระทึก! กลางรายการ ‘ทัวร์มาลง’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.39 น.

เม้าท์ข่าวแบบสับแบบแซ่บกันทุกวันสำหรับรายการ“ทัวร์มาลง” ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 17.05 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29โดยมีพิธีกรหลัก เพชรจ้า-วิเชียร กุศลมโนมัย, พชร์-อานนท์, ปุ้มปุ้ย-พรรณทิพา อรุณวัฒนชัย, เป็กกี้ ศรีธัญญา, นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์, ซานิ-นิภาภรณ์ ฐิติธนการ และ อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม ผลัดเปลี่ยนมาเม้าท์มอยหน้าจอขยี้ประเด็นทัวร์ลงที่เกิดขึ้น

ล่าสุดในวันพุธที่ 4ตุลาคมนี้พร้อมพาทัวร์มาลงข่าวร้อนกับเหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ ณ ห้างดังใจกลางเมืองโดยสามพิธีกร พชร์-อานนท์, อาร์ต-พศุตม์ บานแย้มและ ปุ้มปุ้ย-พรรณทิพา อรุณวัฒนชัยทั้งหมดต่างแสดงความเสียใจกับการสูญเสียที่เกิดขึ้นของผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติและผู้บาดเจ็บงานนี้ถึงกับต้องคลุกวงในเจาะลึกแบบอินไซด์เปิดรายการด้วยการโฟนอินสัมภาษณ์สด ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ที่ออกมาให้ความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นี้อย่างเผ็ดร้อน“อาวุธหาง่าย แต่ทำไมไม่มีใครพูดถึงเลย ทำไมเด็กอายุ 14 ปีมีปืนได้อย่างไร ช่องว่างทางกฎหมายบ้านเราอย่างหนึ่ง กฎหมายการคุ้มครองเยาวชน ตอนนี้ระหว่างที่เรากำลังสัมภาษณ์รายการกันอยู่ ผมคาดว่าตำรวจน่าจะนำตัวไปฝากขัง และน่าจะให้ประกันตัวกลับบ้านได้ เพราะเขาเป็นเด็กไม่ใช่เยาวชน ถ้าเป็นเยาวชนต้องอายุ 15-18 ปี เด็กผิดแต่ไม่ได้รับโทษทางกฎหมาย ควรจะมีขั้นตอนลงโทษผู้ปกครองขั้นเด็ดขาด ถ้าพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ได้รัฐจะต้องเข้ามาดูแลจัดการ”

กับซุปตาร์ดังพีท ทองเจือ และเซย่าทองเจือ หนึ่งในผู้อยู่ในที่เกิดเหตุ มาเล่าประสบการณ์หลอนที่ต้องพาครอบครัวหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ซึ่ง พีท เผยช่วงนาทีระทึกได้อย่างเห็นภาพขณะตนกำลังพาครอบครัวไปรับชมภาพยนตร์และเริ่มเห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของผู้คนภายในห้าง จึงพาครอบครัวไปซ่อนตัวบริเวณเลาจน์วีไอพี แต่ขาดลูกชายคนเล็กน้องโรเตอร์ที่แยกกลุ่มไปตามลำพังตนจึงตัดสินใจลุยเดี่ยวไปรับตัวลูกชายขณะเกิดเหตุ “โมเมนต์นั้นผมไม่สามารถทิ้งน้องไว้คนเดียวได้ เลยตัดสินใจวิ่งออกไปและมองซ้ายมองขวาตลอด หาที่หลบตามบันไดเพื่อตามโรเตอร์กลับมา เท่าที่ทราบตอนนั้นคนร้ายอยู่ชั้น 4 เราอยู่ชั้น 5 ลูกชายอยู่ชั้น 6”พิธีกร พชร์ ยิงคำถามถึงต้นเหตุที่ทำให้เด็กอายุ 14 ก่อเหตุความรุนแรงนี้ พืท แชร์ถึงในมุมความเป็นพ่อว่า“ผมมองว่าอะไรทำให้เขาเป็นอย่างนั้น ด้วยการเลี้ยงดู การปลูกฝังในอดีต แต่อย่าไปโทษเกม สิ่งที่เราต้องทบทวนคือการเป็นพ่อแม่ เราต้องเสียสละชีวิตส่วนตัวและทุ่มเทให้กับลูก”ท้ายสุดพีท ออกความเห็นถึงความเชื่อ เกี่ยวกับเหตุการณ์ความสูญเสียมักจะมีในเดือนตุลาคม“สถิติในทุกๆเดือนตุลาคมตั้งแต่14 ตุลาแล้วครับเนื่องจากราหูเลื่อนออกมีมุมที่ทำองศากับดาวอังคารอยู่ตรงกันข้ามทำให้อาจจะเกิดความวิบัติความเสียหายความวุ่นวายการสูญเสียก็ได้ เมื่อวานจึงมีหลายเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นพร้อมกัน”งานนี้เรียกว่าเคลียร์ชัดทุกประเด็นร้อนในรายการ“ทัวร์มาลง”ติดตามได้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 17.05-17.50 น. ทางช่อง MONO29  พร้อมไลฟ์สดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้ง Facebook, Youtube ช่อง MONO29#Mono29 #ทัวร์มาลง #พชร์อานนท์#ปุ้มปุ้ยพรรณทิพา#อาร์ตพศุตม์

กรี๊ดไปกับ ‘โหน’กรรมการรับเชิญ’ร้องข้ามเวลา’ พบศึก 2 วัยประชันบทเพลงฮิต 2 ยุค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/761055

กรี๊ดไปกับ 'โหน'กรรมการรับเชิญ'ร้องข้ามเวลา' พบศึก 2 วัยประชันบทเพลงฮิต 2 ยุค

กรี๊ดไปกับ ‘โหน’กรรมการรับเชิญ’ร้องข้ามเวลา’ พบศึก 2 วัยประชันบทเพลงฮิต 2 ยุค

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.36 น.

ถ้าไม่อยากเหงาต้องเปิด ร้องข้ามเวลา เสาร์นี้จะพาทุกคนฟังเพลงของ 2 ยุคฮิตติดกระแส  การันตีความสนุกโดยพิธีกรอารมณ์ดี วิลลี่ แมคอินทอชสนุกสนานไปกับ 2กรรมการเสียงดีลีลาเด็ด ชมพู สุทธิพงษ์  และ เป็กกี้ ศรีธัญญาแถมครั้งนี้พิเศษสุด ๆ กับกรรมการรับเชิญ พระเอกหนุ่มสุดหล่อ โหน ธนากร ซึ่งสัปดาห์นี้จะพาไปพบกับแชมป์วัยละอ่อนโจเซ่-ด.ช. เจริญรัตน์ พึ่งฉ่ำสิริ ในบทเพลง ที่พร้อมชวนเต้นสนุก ๆจังหวะโจ๊ะๆ “ให้เคอรี่มาส่งได้บ่”ของศิลปินสาวแดนอีสาน  เบลล์ นิภาดา ต่อด้วยผู้ท้าชิงหนุ่มใหญ่ สมป๋อม-วรรณวิน ศรีพายัพ ที่มาพร้อมกับเพลงดังในอดีต“สาวนาสั่งแฟน”ของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ และสุดท้ายทั้งคู่ต้องแบทเทิลเพลง“ให้เคอรี่มาส่งได้บ่”และเพลง “สาวนาสั่งแฟน” ด้วยกันอีกครั้ง บอกเลยว่าแชมป์หนุ่มวัยละอ่อนขอสู้ตาย แต่ผู้ท้าชิงหนุ่มใหญ่ก็ไม่ยอมง่าย ๆ  งานนี้สนุกแน่นอนติดตามชมความสนุกได้ในรายการ  “ร้องข้ามเวลา”วันเสาร์ที่ 7ตุลาคมนี้ เวลา  09.10 น.ทาง ช่อง 7HD กด 35ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVและช่องทางออนไลน์ Facebook:Ch7HDและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X,YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘เจนี่ อัลภาชน์’อวดหุ่นเอวบาง โชว์ความสดใสเปรี้ยวจี๊ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/761047

'เจนี่ อัลภาชน์'อวดหุ่นเอวบาง โชว์ความสดใสเปรี้ยวจี๊ด

‘เจนี่ อัลภาชน์’อวดหุ่นเอวบาง โชว์ความสดใสเปรี้ยวจี๊ด

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.22 น.

5 ต.ค.66 ทำเอาแฟนคลับว้าวุ่นใจตลอด สำหรับคุณแม่หน้าเด็กนางเอกซุปตาร์ “เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร” ที่มีรูปเซ็กซี่มาเสิร์ฟได้ทุกวัน แม้จะอายุ 42 ปีแล้ว แต่ก็ยังสดใสไม่แพ้สาววัย 20 จริงๆ

ล่าสุด เจนี่ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมในช่วงที่ไปพักผ่อน แถมโชว์ท่อนบนเป็นบิกินีตัวจิ๋ว โพสท่าเก๋ๆ ถ่ายรูป ซึ่งในรูปนี้เผยให้เห็นหุ่นที่ผอมไร้ไขมันของเจนี่แบบชัดๆ เรียกว่าไม่เสียชื่อซุปตาร์ตัวแม่จริงๆ

กำเดาพุ่ง! ‘ลิซ่า BLACKPINK’ปล่อยภาพขึ้นโชว์ Crazy Horse สุดเซ็กซี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/761031

กำเดาพุ่ง! 'ลิซ่า BLACKPINK'ปล่อยภาพขึ้นโชว์ Crazy Horse สุดเซ็กซี่

กำเดาพุ่ง! ‘ลิซ่า BLACKPINK’ปล่อยภาพขึ้นโชว์ Crazy Horse สุดเซ็กซี่

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.33 น.

สร้างความฮือฮา และกลายเป็นกระแสไปทั่วทั้งโลก เมื่อ “ลิซ่า BLACKPINK” หรือ ลลิษา มโนบาล ได้ร่วมโชว์คาบาเรต์คลับระดับตำนานอย่าง “Crazy Horse Paris” จนขึ้นเทรนด์ X ไปแล้วนั้น

โดยการแสดงของ ลิซ่า มีเพียง 5 รอบเท่านั้น ซึ่งจัดในวันที่ 28-30 กันยายน ขึ้นโชว์เพลงหลักทั้ง But I am a Good Girl และ Crisis? What Crisis? และมีเข้ามาร่วมเต้นกับกลุ่มนักแสดง Crazy lady โดยการแสดงดังกล่าว ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ เป็นกฎของการแสดงโชว์ Crazy Horse จนทำให้แฟนๆ ต่างอยากชมลุคต่างๆ ของลิซ่า

ล่าสุด ลิซ่า ก็ได้ปล่อยภาพอย่างเป็นทางการของการแสดงโชว์ดังกล่าว พร้อมว่า เป็นประสบการณ์ที่น่าถึง ขอบคุณทุกคนที่สร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น เรียกฉันได้ เมื่อคุณต้องการใครสักคนเพื่อเติมเต็ม และแน่นอนว่า ลิซ่า ก็ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ชนิดที่ว่าฮอตเกินต้านจนแฮชแท็ก #LISAxCRAZYHORSEPARIS ขึ้นเทรนด์เลยทีเดียว

.-011

‘วนัช กูตูร์’ร่วมกับ’คิง พาวเวอร์ มหานคร’ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับ งานดีไซน์สุดสร้างสรรค์ระดับโลกในงาน ‘BE@RBRICK WORLD WIDE TOUR 3’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/761013

'วนัช กูตูร์'ร่วมกับ'คิง พาวเวอร์ มหานคร'ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับ งานดีไซน์สุดสร้างสรรค์ระดับโลกในงาน 'BE@RBRICK WORLD WIDE TOUR 3'

‘วนัช กูตูร์’ร่วมกับ’คิง พาวเวอร์ มหานคร’ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับ งานดีไซน์สุดสร้างสรรค์ระดับโลกในงาน ‘BE@RBRICK WORLD WIDE TOUR 3’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.30 น.

ก้าวไปอีกขั้นสำหรับห้องเสื้อชื่อดัง วนัช กูตูร์ ที่ปีนี้ได้จับมือกับ คิง พาวเวอร์ มหานคร ร่วมสร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบว์แดง ในงาน“BE@RBRICK WORLD WIDE TOUR 3” เป็นนิทรรศกาลจัดแสดง BE@RBRICK ที่ออกแบบโดยผู้สร้างชั้นนำของโลก โดยใช้ BE@RBRICK ขนาด 1000% (สูงประมาณ 70 ซม.) เป็นพื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งงานนี้จะประกอบด้วยผลงาน ของเหล่าศิลปินนานาชาติกว่า 103 ท่าน ก้าวข้ามทุกขอบเขตวัฒนธรรมไปสู่งานสร้างสรรค์สุดตระการตา โดยครั้งนี้มีผลงงานของ 5 ศิลปินไทยร่วมงานนี้ด้วย ได้แก่ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์    คิง พาวเวอร์ มหานคร    บริษัท อาร์ต เวิร์กส์ เวิลด์ไวด์ จำกัด บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์  และ กรีนนี่ แอนด์ เอลฟี่ ซึ่งจะถูกนำมาจัดแสดงในงานนี้เป็นครั้งแรก และจะถูกนำไปจัดแสดงใน “BE@RBRICK WORLD WIDE TOUR 3” ในประเทศอื่นๆ ต่อไป

ดร.สรรค์ สุดเกตุ ดีไซน์เนอร์ และ เจ้าของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ได้กล่าวถึงการร่วมงานในครั้งนี้ว่า “ขอบคุณสำหรับโอกาสจาก Bearbrick Thailand ที่เลือกให้ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์และเป็นตัวแทนจากประเทศไทย (ปี2023)  เข้าร่วมออกแบบผลงานชุดลงบนตัวหุ่น Bearbrick โดยเราได้รับมอบหมายให้ออกแบบชุดประจำชาติไทยที่ใช้ในพิธีแต่งงาน  สำหรับชุดไทยเจ้าสาวนั้นทางห้องเสื้อเลือกออกแบบมาให้เป็น “ชุดไทยจักรพรรดิ” โดยเลือกใช้โทนสีชมพูกลีบบัว ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดไทยพระราชนิยมที่มักนิยมใช้ในพิธีแต่งงานของเจ้าสาวเมืองไทยที่มีมาแต่โบราณ ตัวซิ่นใช้ผ้าไหมไทยแบบไล่สี จีบหน้านางมีชายพก ห่มแพรจีบแบบไทย  ที่คลุมโทนสีไปกับผ้านุ่ง และห่มด้วยสไบซึ่งบรรจงปักด้วยลวดลายของดอกบัว (สัญลักษณ์ของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์) ห่มทับอยู่ชั้นบนสุด

อย่างสตรีบรรดาศักดิ์สมัยโบราณ ประดับด้วยเครื่องประดับไทยที่ออกแบบโดยบรมครูช่างทองของศูนย์ศิลปาชีพ ประกอบไปด้วยสร้อยคอ สังวาลย์ กำไล สร้อยข้อมือ เข็มขัด และ หัวเข็มขัด ที่เป็นงานฝีมือของช่างไทยทั้งสิ้น

ส่วนชุดไทยเจ้าบ่าว ได้ดีไซน์ตัวเสื้อเป็นลักษณะชุดไทยคอตั้งหรือชุดไทยคอพระราชทานทับด้วยโจงกระเบน ตัวแถบกระดุมมีการประยุกต์ออกแบบให้มีการเฉียงของรังกระดุมเล็กน้อยเป็นดีไซน์ใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นไทย ชุดเจ้าบ่าวนี้ตัดเย็บด้วยผ้าไหมทอมือจากช่างทอฝีมือคนไทย ด้านบนเสื้อมีผ้าไหมผูกเอวที่สร้างลายปักเป็นพิเศษจากนั้นคาดทับด้วยเข็มขัดทองคำ ซึ่งความพิเศษของชุดไทย 2 ชุดนี้ ทางห้องเสื้อได้ออกแบบให้มีเข็มกลัดสลักชื่อติดโดยใช้คำว่า “วนัช” (เปรียบเสมือนลายเซ็นผลงานของจิตกรผู้ออกแบบที่สลักไว้บนผลงานศิลปะ) ลงบนเส้นสังวาลย์ทั้งฝั่งตัว Bearbrick เจ้าบ่าว และ Bearbrick เจ้าสาว อีกด้วย ผลงานในครั้งนี้พวกเราตั้งใจทำกันมาก ๆ และอยากให้แฟน ๆ เข้ามาชมผลงานของเรากันเยอะ ๆ นะครับ”

 สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้ามาชมผลงาน “BE@RBRICK WORLD WIDE TOUR 3” สามารถเข้ามาชมได้ตั้งแต่วันที่              5 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2566  ตั้งแต่เวลา 10.00 – 24.00 น. ณ ชั้น 74 คิง พาวเวอร์ มหานคร สามารถจับจองบัตรเข้าชมงานและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://kingpowermahanakhon.co.th/bwwt3

ลุคนี้เกินต้าน! ‘แต้ว ณฐพร’สวมเดรสชุดตาข่าย เผยความเซ็กซี่ขยี้ใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/760994

ลุคนี้เกินต้าน! 'แต้ว ณฐพร'สวมเดรสชุดตาข่าย เผยความเซ็กซี่ขยี้ใจ

ลุคนี้เกินต้าน! ‘แต้ว ณฐพร’สวมเดรสชุดตาข่าย เผยความเซ็กซี่ขยี้ใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 11.53 น.

5 ต.ค.66 สวยแซ่บเกินต้านจริงๆ สำหรับนางเอกสาว “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” ที่มักจะเห็นเจ้าตัวเข้ายิมออกกำลังกายอย่างจริงจัง จนหุ่นฟิตเฟิร์มสุดๆ ล่าสุด สาวแต้ว ไปร่วมงาน เปิดวิกบิ๊ก 3 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 ที่มาในชุดตาข่ายคล้ายจะซีทรู มองทะลุไปถึงผิวเนียน จนหลายคนเห็นแล้วตาแทบค้าง แอบเห็นเนินอกที่ดูเซ็กซี่ไม่เบา

โดยแฟชั่นชุดนี้ของ แต้ว ณฐพร นั้น มาจากแบรนด์ PIPATCHARA ซึ่งเจ้าตัวก็ได้โพสต์ภาพยิ้มสดใส พร้อมแคปชั่นว่า “A smile is the prettiest thing you can wear” เรียกว่าเป็นลุคที่ดูแซ่บและเป๊ะปังสุดๆ เลยทีเดียว

สกสว.ร่วมมือCEA หารือการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ด้วยการใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761188

สกสว.ร่วมมือCEA หารือการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ด้วยการใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สกสว.ร่วมมือCEA หารือการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ด้วยการใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 20.59 น.

สกสว. เดินหน้าหารือสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) มุ่งเน้นการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุดใหม่ (New Engines of Growth) เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการใช้องค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำโดย รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สกสว. ร่วมประชุมหารือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ด้วยการใช้องค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึง บทบาทและหน้าที่ของ สกสว. ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสหวิทยาการ โดยมีแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (แผนด้าน ววน.) รวมถึงงบประมาณเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนฯ ขณะที่ รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวเสริมว่า ในปีงบประมาณ 2567 สกสว. ได้เพิ่มแผนงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และแผนงานย่อย (Non Flagship) “พัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เน้นคุณค่า สร้างความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ”  ภายใต้แผนงาน “พัฒนาระบบเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG) ในด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง มีความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ” และ CEA เป็นหนึ่งใน Strategic partner ที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ CEA กล่าวถึง บทบาทและทิศทางของ CEA ที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมให้แก่ชุมชน สาธารณชนและสถาบันการศึกษา พัฒนาผู้ประกอบการและส่งเสริมให้เกิดการนำกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างนวัตกรรม ตลอดจนส่งเสริมและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความคิดสร้างสรรค์ที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม 15 สาขา ดังนี้ กลุ่มรากฐานทางวัฒนธรรม (Creative Originals) เป็นทุนทางสังคม วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่มีรากเหง้าความเป็นไทย อาทิ งานฝีมือและหัตถกรรม ดนตรี ศิลปะการแสดง และทัศนศิลป์ 2. กลุ่มเนื้อหาและสื่อสร้างสรรค์ (Creative Content /Media) เป็นการถ่ายทอดข้อมูลผ่านการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ อาทิ ภาพยนตร์ การพิมพ์ การกระจายเสียง และซอฟต์แวร์ (เกมและแอนิเมชัน) 3. กลุ่มบริการสร้างสรรค์ (Creative Services) การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในกระบวนการออกแบบ อาทิ การโฆษณา การออกแบบ และสถาปัตยกรรม 4. กลุ่มสินค้าสร้างสรรค์ (Creative Goods /Products) เป็นการออกแบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า อาทิ อุตสาหกรรมแฟชั่น และ 5. กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ อาหารไทย แพทย์แผนไทย และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

“โดยแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะประกอบด้วยทุนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม นำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป้าหมายงานวิจัยในปี 2567 – 2570 จะมีการศึกษาผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ (GDP) และสังคมของประเทศ 3 ด้าน คือ Creative People, Creative District, และ Creative Business นอกจากจะเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยแล้ว CEA ต้องการที่จะเป็นผู้วิจัยด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการและให้การสนับสนุนได้อย่างตรงจุดอีกด้วย” ผู้อำนวยการ CEA กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน CEA ได้เร่งเดินหน้าการผลักดันแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์กลุ่ม Creative Contents  4 สาขา ได้แก่ สาขาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สาขาการพิมพ์ สาขาการกระจายเสียง และสาขาซอฟต์แวร์ (เกมและแอนิเมชัน) ซึ่งมีประเด็นที่ต้องผลักดันเร่งด่วน คือ การยกระดับเนื้อหา ได้แก่ บทภาพยนตร์ ละคร ซีรีย์ เกม และสิ่งพิมพ์ให้มีความหลากหลาย เป็นสากล สามารถตอบการบริโภคสมัยใหม่และส่งออกสู่ตลาดโลก รวมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ “Soft Power” และมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมภาคธุรกิจ SME และผู้เล่นสำคัญรายใหญ่ ในการนำทรัพยากรเชิงวัฒนธรรมที่มีศักยภาพของประเทศ มาพัฒนาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เพื่อส่งออกคอนเทนต์ไทยไปสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งจะเดินหน้า นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power หรือ One Family One Soft Power :OFOS โดยมุ่งเน้นการยกระดับทักษะคนไทยให้เป็นแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน สร้างรายได้อย่างน้อย 200,000 บาทต่อปี สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง สร้างอุตสาหกรรมให้เติบโต สร้างเงินเข้าประเทศและสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศชั้นนำของโลกด้านซอฟท์พาวเวอร์

นอกจากนี้ ได้มีการเยี่ยมชม Studio Virtual Production ห้องปฏิบัติการสื่อดิจิทัลและโลกเสมือน โดย CEA และ TCDC Resource Center Services แหล่งข้อมูลด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแหล่งค้นคว้าข้อมูลด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักออกแบบ นักศึกษา ผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไป และได้มีการเปิดหลักสูตรคอร์สออนไลน์บุกตลาด Virtual Production (VP) ให้กับสายครีเอเตอร์และคอนเทนต์ได้ต่อยอดองค์ความรู้ พร้อม Up-skill & Re-skill ผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ให้เติบโตอย่างไรขีดจำกัด รวมทั้งเยี่ยมชมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ Thailand Creative & Design Center (TCDC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ CEA โดยได้เยี่ยมชมทั้งในส่วนของ Material & Design Innovation Center ที่ให้บริการให้คำปรึกษาด้านวัสดุและนวัตกรรม และ Material Submission ที่ผู้ประกอบการสามารถนำวัสดุที่มีนวัตกรรมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมานำเสนอ เพื่อคัดเลือกเข้าบรรจุในฐานข้อมูลวัสดุ Material ConneXion® ทั่วโลก รวมทั้งเยี่ยมชม Trend Corner ที่ให้บริการข้อมูลเจาะลึกแนวโน้มกระแสสังคมและการออกแบบในงานสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ของโลก จาก Trend Book และนิตยสารเทรนด์ชั้นนำ อาทิ Carlin, Nelly Rodi และ Mix Trend นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชม Material ConneXion แหล่งรวบรวมข้อมูลวัสดุที่น่าสนใจและนวัตกรรมระดับโลกกว่า 8,000 รายการ ด้วยบริการฐานข้อมูลออนไลน์ที่ให้สืบค้นได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งตัวอย่างวัสดุให้ได้สัมผัสจริงกว่า 2,000 รายการ

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบทุนการศึกษาเยาวชน 53 สถาบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761109

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบทุนการศึกษาเยาวชน 53 สถาบัน

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบทุนการศึกษาเยาวชน 53 สถาบัน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.55 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ลงพื้นที่ภาคอีสาน มอบทุนการศึกษาเยาวชน 53 สถาบัน

5 ตุลาคม 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล  รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ และนายบวรสินธุ์ ตันธุวนิตย์ กรรมการ  ลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา และทุนทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) ประจำปี พ.ศ. 2566 แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ โดยมีจังหวัดนครพนมเป็นศูนย์กลางในการมอบทุนฯ รวม 53 สถาบัน 265 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 2,255,000 บาท เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้  สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง  โดยมีนายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี และคณะนายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ณ  หอประชุมโรงเรียนนครพนมวิทยาคม อำเภอเมือง  จังหวัดนครพนม

การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของงานสังคมสงเคราะห์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี โดยในปี พ.ศ. 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,870,000 บาท

‘สมาคมนักประดิษฐ์ฯ’ ร่วมหารือกับ ม.สยาม ผลักดันกรอบความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761099

‘สมาคมนักประดิษฐ์ฯ’ ร่วมหารือกับ ม.สยาม ผลักดันกรอบความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย

‘สมาคมนักประดิษฐ์ฯ’ ร่วมหารือกับ ม.สยาม ผลักดันกรอบความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.33 น.

‘สมาคมนักประดิษฐ์ฯ’ ร่วมหารือกับ ม.สยาม ผลักดันกรอบความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย พร้อมเยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมของนักศึกษาฯ เผยปลายเดือนนี้ทางสมาคมฯ เตรียมจัดงานสัมมนา ที่ รร.เซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2566 ที่ มหาวิทยาลัยสยาม นายภณวัชร์นันท์ (พะ-นะ-วัด-นัน) ไกรมาตย์ นายกสมาคมนักประดิษฐ์และนวัตกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายพลศักดิ์ ปิยะทัต อุปนายกสมาคมฯ  ว่าที่ ร.ต. สรายุทธ์ บุญเลิศกุล  กรรมการและเลขาธิการฯ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด กรรมการสมาคมฯ และคณะ เข้าพบปะหารือกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไตรทศ ขําสุวรรณ รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เพื่อหารือถึงกรอบความร่วมมือในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมไทย ให้เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของคนไทยและคนทั้งโลก 

นายภณวัชร์นันท์ กล่าวว่า ทางสมาคมฯ ได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากทางมหาวิทยาลัยสยาม ให้มาร่วมกันวางกรอบความร่วมมือในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของไทย ซึ่งตนในฐานะนายกสมาคมฯ มีความยินดีที่จะร่วมมือกันกับทางมหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ระบุในแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ปีการศึกษา 2564-2566 โดยวางวิสัยทัศน์เอาไว้ว่า เป็นสถาบันชั้นนำในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน (Leading Institution Creating Innovation for Sustainable Future) โดยมุ่งเน้นความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมเพื่อสร้างนวัตกรรม และทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม มีความสามารถในการเสริมสร้างนวัตกรรมที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติต่างๆ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ ที่ระบุว่า ปลูกฝัง เสริมสร้างและ ส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีต้นทุนสังคมของความเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น และดําเนินการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทยให้มีมาตรฐาน คุณภาพและประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับของสังคมไทยเพื่อออกสู่ตลาดในประเทศและสู่สากลได้ อย่างเต็มภาคภูมิทัดเทียม นานาอารยประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความเจริญและความมั่นคงของประเทศ พร้อมทั้งแสวงความร่วมมือระหว่างสมาคม ฯ กับหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  รวมทั้ง ในฐานะที่ตนเป็นนายกสมาคมฯ ตั้งใจมาเรียนเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไตรทศ เข้าเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของสมาคมฯ ซึ่งจะได้ง่ายต่อการประสานงานในอนาคต โดยหลังจากนี้ตนจะเดินทางไปเข้าพบผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อปรึกษาหารือถึงเรื่องนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายหลังที่สมาคมฯ ได้ร่วมหารือกับทางมหาวิทยาลัยสยามเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ลงมาเยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมของนักศึกษา อาทิ เครื่องกลึง ซึ่งใช้ประดิษฐ์เชิงเทียนบูชาพระ เป็นหนึ่งในวิศวกรรมเชิงวัฒนธรรม โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทางสมาคมฯ ได้ให้ความสนใจและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงให้คำแนะนำต่างๆกับนักศึกษาอีกด้วย

“ทางสมาคมฯ ขอชื่นชมและให้กำลังใจกับน้องๆนักศึกษาที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ ดังนั้น ขอเชิญชวนเยาวชน สื่อมวลชน และประชาชน ที่สนใจนวัตกรรมต่างๆ มาร่วมงานสัมมนา “มาตรฐานผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่” ในวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ ณ โรงแรมเซนทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ โดยทางสมาคมฯ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จะจัดแสดงนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์กว่า 10 บูท รวมทั้ง ยังเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาถกปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งด้านความปลอดภัย ด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม และแนวทางในการแก้ปัญหาในอนาคต” นายภณวัชร์นันท์กล่าว

‘ปลัดศธ.’คิดตกแล้ว!! เปลี่ยนใจไม่ลาออก ไม่ยึดติดหัวโขน ขอฮึดสู้ทำงานเพื่อบ้านเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761041

'ปลัดศธ.'คิดตกแล้ว!! เปลี่ยนใจไม่ลาออก ไม่ยึดติดหัวโขน ขอฮึดสู้ทำงานเพื่อบ้านเมือง

‘ปลัดศธ.’คิดตกแล้ว!! เปลี่ยนใจไม่ลาออก ไม่ยึดติดหัวโขน ขอฮึดสู้ทำงานเพื่อบ้านเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.02 น.

เปลี่ยนใจไม่ลาออกแล้ว!!! “ปลัดศธ.” ฮึดสู้ต่อเดินหน้าขับเคลื่อน พ.ร.บ.การศึกษา 1 ปีที่เหลือขอทำงานเพื่อบ้านเมือง หลังจากก่อนหน้านี้ประกาศเตรียมไขก๊อกกรณีโดนย้ายไปนั่งเลขาฯสกศ. ยอมรับพูดไปตอนนั้นเพราะน้อยใจ แต่ตอนนี้คิดตกแล้วไม่ยึดติดหัวโขน

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  (ศธ.)  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ให้ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา ( สกศ.) เพื่อไปจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… ซึ่งยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ว่า สิ่งที่ตนจะต้องทำมี 2 เรื่อง  เรื่องแรก คือ การจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…ที่ต้องขับเคลื่อนต่อไปให้ได้ ซึ่งจะต้องทำประชาพิจารณ์สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่าร่างฉบับเดิมที่ไม่ผ่านสภาฯเป็นอย่างไรบ้าง  หรือต้องนำมาแก้ไขปรับปรุงใหม่ หรือต้องมาทำใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับการศึกษาในอนาคตด้วย แต่สิ่งที่รมว.ศธ.กังวล คือ แนวทางที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนในอนาคต จะเป็นอย่างไร จะออกแบบกันแบบไหน

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สอง คือ แผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี ซึ่งปีนี้เข้าสู่ปีที่หก เมื่อการศึกษาเปลี่ยนแปลงไปด้วยโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้น ทำให้การศึกษาที่เคยทำแผนการศึกษาแห่งชาติไว้ยังสามารถดำเนินการตามกรอบเดิมได้หรือไม่ หรือจะต้องแก้ไขปรับปรุงใหม่ แต่โดยหลักทุก 5 ปี ก็จะต้องแก้ไขปรับปรุงใหม่ ดังนั้น เมื่อเข้าปีที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงของรัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีใหม่ ก็จะนำแนวนโยบายของรัฐบาลใหม่และรัฐมนตรีหใม่มาขับเคลื่อนในแผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เกิดการขับเคลื่อนด้วยการตั้งกรรมการขึ้นมาดำเนินการ

“ส่วนเรื่องที่ผมถูกย้ายไปเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา ผมไม่อยากพูดถึงแล้ว ขอทำงานอย่างเดียว ผมเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เงินเดือนที่ผมได้รับมาจากภาษีประชาชน เพราะฉะนั้นเรื่องการเมืองก็คือการเมือง  เขาให้เราไปทำงาน ก็มีหน้าที่ไปทำงานให้มีประสิทธิภาพมีประสิทธิผลตามที่ประชาชนเสียภาษีและสมกับเป็นข้าราชการ ผมรักในวิชาชีพข้าราชการ ผมรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แน่นอนความน้อยใจเกิดขึ้นตามอารมณ์ของคนปกติ แต่เมื่อเรานำมาไตร่ตรอง ทบทวนด้วยตัวเราเองก็เห็นว่ากว่าเราจะเป็นข้าราชการเติบโตมาจากครูน้อย ตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปัจจุบัน 40 ปีที่เรามาด้วยความยากลำบาก เราต่อสู้กับอะไรมาเยอะ หากเราจะใช้อารมณ์ความน้อยใจไปยึดติดกับหัวโขนตรงนั้น มันก็ไม่มีประโยชน์ ผมจึงมองที่บ้านเมืองเป็นสำคัญ ดังนั้น หนึ่งปีที่เหลือก็เพื่อบ้านเมือง” ปลัดศธ. กล่าว (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ปลัดศธ.’เตรียมลาออก-ฟ้องศาลปกครอง มองถูกลดศักดิ์ศรีหลังถูกเด้งเป็น‘เลขาฯสกศ.’)