‘ไอซ์-ภาณุวัฒน์’ชวนแฟนคลับ! ร่วมทำบุญวันคล้ายวันเกิดที่บ้านเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/758809

'ไอซ์-ภาณุวัฒน์'ชวนแฟนคลับ! ร่วมทำบุญวันคล้ายวันเกิดที่บ้านเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน

‘ไอซ์-ภาณุวัฒน์’ชวนแฟนคลับ! ร่วมทำบุญวันคล้ายวันเกิดที่บ้านเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.27 น.

นอกจากจะเป็นพระเอกหน้าตาดี๊ดี…แล้ว…ยังเป็น “พระเอกใจบุญ” อีกด้วย เมื่อนักแสดงหนุ่มแห่งช่อง 3HD อย่าง ไอซ์-ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์ ถือฤกษ์ดีวันคล้ายวันเกิด (17 กันยายน) ในปีนี้ ชักชวนแฟนคลับร่วมกันทำบุญด้วยการบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งที่ของที่จำเป็นให้กับ โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน)  ถนนรามอินทรา โดยในปีนี้หนุ่มไอซ์ก็ไม่ขออะไรมาก ขอให้มีคนรัก มีคนเมตตา และมีแฟนคลับสนับสนุนหนุ่มไอซ์แบบนี้ตลอดไป อย่าลืมติดตามผลงานของ หนุ่มไอซ์ กันด้วยนะจ้ะ!!! 

‘กรีน-อัษฎาพร’สวยหวานในชุดเจ้าสาวสไตล์กูตูร์ Maplelove bridal couture จบแบบครบวงจรด้านงานแต่งในร้านเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/758806

'กรีน-อัษฎาพร'สวยหวานในชุดเจ้าสาวสไตล์กูตูร์ Maplelove bridal couture จบแบบครบวงจรด้านงานแต่งในร้านเดียว

‘กรีน-อัษฎาพร’สวยหวานในชุดเจ้าสาวสไตล์กูตูร์ Maplelove bridal couture จบแบบครบวงจรด้านงานแต่งในร้านเดียว

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.21 น.

ได้น้องกรีน อัษฎาพร มาร่วมถ่ายแบบชุดแต่งงานคลอเลคชั่นใหม่ล่าสุดจากทางร้าน นางเอกสาวหน้าหวานของเราไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ ไม่ว่าจะแต่งชุดไหนน้องก็สวยหวานและเรียบหรูดูออร่าเจ้าสาวจับมาก งานนี้หนุ่มคนไหนจะได้เป็นเจ้าบ่าวตัวจริง ต้องมาลุ้นกัน  สาวกรีนยังชมอีกด้วยว่าชุดของร้าน Maplelove bridal couture สวยหรูครบจบทุกเรื่องงานแต่งในร้านเดียว มีทั้งชุดแต่งงาน ชุดไทย พรีเวดดิ้ง และ บริการด้านอื่นอีก แถมยังรับคำปรึกษาจากทีมงานให้เหมาะสมกับแต่ละลุค แต่ละสไตล์ให้เหมาะสมกับเจ้าสาวแต่ละท่านที่มาใช้บริการที่ร้าน รับรองสวยถูกใจครบ จบในที่เดียว แน่นอนค่ะซิสส์ Maplelove bridal couture เป็นร้านบริการเกี่ยวกับบริการด้านงานแต่งงานครบวงจร โดยริเริ่มมาจากคุณเอ ภคมน นวกรเจริญ CEO ของบริษัท โดยก่อตั้งBrand เมเปิลเลิฟมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว และขยายมาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันโดยเริ่มต้นมาจากจัดงานแต่งงานของเจ้าของแบรนด์และเห็นอะไรหลายอย่างที่ประทับใจเลยอยากให้ตัวเองเป็นคนส่งมอบความสุขแบบนี้ให้กับบ่าวสาวคู่อื่นๆด้วยเลยเริ่มทำมาเรื่อยๆจากงานเล็กเช่นการ์ด ของชำร่วย ขยายไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ไปถึงการจัดOrganizer ตามโรงแรมและสถานที่ต่างๆ รวมไปถึงเป็นห้องเสื้อที่ดูแลชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าวในวันมงคลของทุกคู่บ่าวสาวที่มาใช้บริการ เฉลี่ย 500 คู่ต่อปีเริ่มจับธุรกิจเจ้าสาวเมื่อ 5 ปีก่อน แต่มาจริงจังเต็มที่ก็ประมาณ 2 ปี ช่วงหลังสถานะการณ์โคโลน่าไวรัสที่ผ่านมา เพราะที่รัฐบาลไม่อนุญาตให้จัดงานตามสถานที่ต่างๆได้จึงได้มาดูแลเรื่องชุดเจ้าสาวอย่างเต็มตัว และต้องขอขอบพระคุณลูกค้าทุกๆท่านที่ให้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีจึงพัฒนาอย่างรวดเร็วและขยายได้มากขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนี้จุดเด่นของร้านคือเรามีทีมงานของเราเองในทุกจุด เราพร้อมที่จัดการทุกอย่างตามความต้องการของลูกค้าเท่าที่เราสามารถทำได้อย่างเต็มที่ที่สุด โปรโมชั่น เช่าชุดวันงานพร้อมถ่ายภาพพรีเวดดิ้งในราคาเริ่มต้นเพียง 19,999 บาท เท่านั้น Maplelove bridal couture ตั้งอยู่ที่ถ.รัตนาธิเบศ ตรงสี่แยกบางพลู หรือสามารถเดินทางมาทาง MRT สายสีม่วง สถานีแยกบางพลู ทางออก4 เพจร้าน Maplelove Bridal Couture ชุดเจ้าสาว ชุดแต่งงาน พรีเวดดิ้ง ให้เช่าชุดแต่งงาน และสามารถติดตามรายละเอียด เพจร้านได้ที่
https://www.facebook.com/maplelovestudio?mibextid=2JQ9oc

ฟิน360องศา!’น้ำดื่มสิงห์’จับมือ’บิวกิ้น’พาผู้โชคดีล่องเรือดูคอนเสิร์ต กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/758800

ฟิน360องศา!'น้ำดื่มสิงห์'จับมือ'บิวกิ้น'พาผู้โชคดีล่องเรือดูคอนเสิร์ต กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

ฟิน360องศา!’น้ำดื่มสิงห์’จับมือ’บิวกิ้น’พาผู้โชคดีล่องเรือดูคอนเสิร์ต กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.08 น.

แฮปปี้กันถ้วนหน้า เมื่อ “น้ำดื่มสิงห์” จัดกิจกรรมสุดฟิน ให้ผู้โชคดี 50 ท่าน ได้ร่วมสนุกใน “Billkin Fin on Cruise” ครั้งแรกกับคอนเสิร์ตบนเรือ ที่ล่องกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ชมวิวความสวยงามของสองฝั่งกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา และได้ใกล้ชิดกับพรีเซ็นเตอร์หนุ่มฮอตสุดๆ อย่าง บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล แบบฟินแก้มแตกเลยทีเดียว! ณ ท่าเรือบุญรอด 

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดเต็มความบันเทิงกับเกมส์สุดสนุก ที่ “บิวกิ้น” และแขกรับเชิญคนพิเศษที่แท็กทีมกันมาอย่าง 3 สาวสวยแซ่บ ก้อย – นัตตี้ – ดรีม ที่มาสร้างความสุข และร่วมสนุกกับกิจกรรมและเกมส์ต่างๆ มากมาย เฟ้นหาผู้ชนะรับของขวัญสุดพิเศษจากน้ำดื่มสิงห์ที่ต้องบอกเลยว่า ฟินสุดๆ  ซึ่งแต่ละกิจกรรมสร้างเสียงหัวเราะและความฟินให้กับผู้โชคดีแบบที่สุด แถมบนเรือยังมี Interactive Board ฝากข้อความสุดฟินถึงบิวกิ้นได้อีกด้วย และปิดท้ายความฟินกับมินิคอนเสิร์ตจากหนุ่มบิวกิ้นที่จัดเพลงเพราะๆ มาให้แบบจุกๆ พร้อมพลุแบบอลังการที่ทางน้ำดื่มสิงห์จัดเต็มมาให้ เพื่อสร้างความฟินให้แก่ลูกค้าที่น่ารักของน้ำดื่มสิงห์

บอกเลยงานนี้ผู้โชคดีมีแต่ได้กับได้แบบจัดเต็มตลอดงาน ไม่ว่าจะความฟิน ความสนุกแบบเต็ม10ไม่หัก แถมได้ของรางวัล และของที่ระลึกแทนใจติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้ น้ำดื่มสิงห์ จัดกิจกรรมดีๆ ให้เหล่าfcได้มาจอยๆ กันแบบนี้อีกจ้า สำหรับใครที่พลาดกิจกรรมดีๆแบบนี้ รีบแอดไลน์ @Singharewards รอรับข่าวสารได้เลย

จุฬาฯร่วมมือกรมสรรพากรพัฒนา หลักสูตรจัดการและการจัดเก็บภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758958

จุฬาฯร่วมมือกรมสรรพากรพัฒนา  หลักสูตรจัดการและการจัดเก็บภาษี

จุฬาฯร่วมมือกรมสรรพากรพัฒนา หลักสูตรจัดการและการจัดเก็บภาษี

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ลงนามความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรสหวิทยาการ และรายวิชาการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการบริหารจัดการ และการจัดเก็บภาษีอากร เมื่อเร็วๆ นี้ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิตในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมสร้างองค์ความรู้ทางด้านวิชาการร่วมกับวิชาชีพ ระหว่างสถาบันการศึกษากับหน่วยงานภาครัฐ เป็นการสร้างองค์ความรู้แบบบูรณาการศาสตร์สหสาขาวิชา ทั้งด้านพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่เป็นการเรียนรู้ ในรูปแบบที่ยืดหยุ่น ไม่จำกัดแค่ในเฉพาะในห้องเรียน

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ความร่วมมือกับจุฬาฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างและพัฒนาบุคลากรของกรมสรรพากรให้มีความเชี่ยวชาญและมีความลุ่มลึกด้านการบริหารจัดเก็บภาษีอากร สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจาก Big Data ที่กรมสรรพากรได้รับมาจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้ เพื่อบริหารจัดการและใช้ข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดเก็บภาษี รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้ทักษะการปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บภาษีผ่านการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างบริการใหม่ๆ ให้ตรงใจผู้เสียภาษีมากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรสหสาขาวิชาระดับบัณฑิตศึกษาที่ตอบโจทย์ผู้เรียนและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและสังคม หลักสูตรที่เปิดสอนจะมีในระดับปริญญาโท ทางด้านการบริหารจัดเก็บภาษี และด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดเก็บภาษี และจะร่วมกันพัฒนารายวิชาการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการบริหารจัดการ และการจัดเก็บภาษีอากร เพื่อการพัฒนาทักษะของบุคลากรกรมสรรพากร และบุคคลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต CUGS Academy

นศ.กายอุปกรณ์ ศิริราช ชนะเลิศ ประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758959

นศ.กายอุปกรณ์ ศิริราช ชนะเลิศ  ประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

นศ.กายอุปกรณ์ ศิริราช ชนะเลิศ ประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับ บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ Best Survivor Awards จัดแคมเปญ Gen Will Survive และกิจกรรม Best Survivor Awards เฟ้นหาสุดยอดคนรุ่นใหม่ที่มี Hard skill และ Soft skill ในการเอาตัวรอด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจที่จะส่งต่อให้กับทุกๆ คนได้ โดยมีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเกือบ 500 คน

สำหรับผลการตัดสินรางวัล Best Survivor Awards ครั้งแรกของประเทศไทยนี้ ผู้ชนะเลิศ คือ นายสุรพรชัย ธรรมศิริ นักศึกษาสาขากายอุปกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นางสาวเพ็ญนภา สิงห์สนั่น คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ นางสาวอรนรินทร์ศิริปุลินพงศ์ ชั้นปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการและการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล รับเงินรางวัลละ 3,000 บาทพร้อมประกาศนียบัตรจากมูลนิธิเอสซีจี

แสนสิริ สานต่อ ‘ราชบุรีโมเดล’ ปีที่ 2 แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758961

แสนสิริ สานต่อ ‘ราชบุรีโมเดล’ ปีที่ 2  แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบโรงเรียน

แสนสิริ สานต่อ ‘ราชบุรีโมเดล’ ปีที่ 2 แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริได้ดำเนินโครงการ ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 3 ปี (เริ่มตั้งแต่ปี 2565 – 2567) นำร่องแห่งแรกที่จังหวัดราชบุรี ให้เป็นโมเดลต้นแบบในการสร้างกลไกการเปลี่ยนแปลงการศึกษาระดับประเทศ ช่วยเด็กหลุดจากการศึกษาเป็น “ศูนย์” ในปี 2567 ภายใต้การดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสมัชชาการศึกษาราชบุรี ร่วมด้วยแสนสิริที่สนับสนุนเงินทุนในโครงการจำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 2 ที่ผ่านมาได้เห็นความคืบหน้าและความสำเร็จตามแผนงานที่วางไว้ อย่างเช่น การสร้างโมเดลการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เพื่อเป็นตัวเลือกทางการศึกษาแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ ตลอดจนการเปิดพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้ตอบโจทย์ชีวิต และการมอบทุนสนับสนุนเยาวชนการศึกษาทางเลือกให้กับน้องเยาวชนและเด็กชาติพันธุ์ในพื้นที่

โครงการ ZERO DROPOUT เด็กทุกคนต้องได้เรียน สามารถลดจำนวนเด็กเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา รวมไปถึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้วให้สามารถได้รับการศึกษาและพัฒนาให้มีทักษะการทำงานในโลกยุคใหม่ ได้แล้วจำนวน 9,311 คน จากทั้งหมด 10 อำเภอและล่าสุดคือโมเดลการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ซึ่งปัจจุบันเริ่มต้นแล้วใน 12 โรงเรียน ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และมีแผนสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อขยายไปทุกเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดราชบุรี พื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่นี้ เอื้อให้โรงเรียนจัดการศึกษา ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.การศึกษาในระบบ ซึ่งเป็นหลักสูตรทั่วไปตามโรงเรียน 2.การศึกษานอกระบบ มีความยืดหยุ่นขึ้นด้วยเนื้อหาหลักสูตรสอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และ 3.การศึกษาตามอัธยาศัย เรียนรู้ตามศักยภาพและความสนใจ ทั้งสามรูปแบบ สามารถเทียบโอนผลการเรียนที่สะสมไว้ในระหว่างการเรียนรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ รวมถึงจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงาน รวมถึงการสร้างศูนย์การเรียนรู้ สร้างโอกาส พื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดการศึกษาได้อย่างเต็มที่ ออกแบบการเรียนรู้เป็นรายคน (PersonalizedLearning) มีความยืดหยุ่นทั้งเวลา รูปแบบ และเงื่อนไขการเข้าเรียน ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง อายุของผู้เรียน สามารถเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยได้ มีความร่วมมือกับสถานประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่หรือเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อไปฝึกงาน เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่มีกรอบของห้องเรียนหรือโรงเรียน เรียนได้ทุกที่ ทั้งที่บ้าน ชุมชน ธรรมชาติ และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ เช่น Mobile School

มจธ. เปิดโปรแกรม “SoCHAMP” พัฒนาความเป็นผู้นำของนักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758962

มจธ. เปิดโปรแกรม “SoCHAMP” พัฒนาความเป็นผู้นำของนักศึกษา

มจธ. เปิดโปรแกรม “SoCHAMP” พัฒนาความเป็นผู้นำของนักศึกษา

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์สุเมธ ท่านเจริญประธานโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนพิการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะที่ปรึกษาของกิจกรรม SoCHAMP กล่าวว่า มจธ. เปิด “โปรแกรมสร้างผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสังคม SoCHAMP (Social Change Agent Maker Program)” เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาผู้นำนักศึกษา ที่คล้ายๆ กับการสร้างหัวรถจักรรถไฟ ที่แต่ละหัวจะทำหน้าที่ลากจูงโบกี้ที่ประกอบไปด้วยนักศึกษาในคณะและภาควิชาต่างๆ ผ่านการทำกิจกรรมที่สามารถสร้างการ เปลี่ยนแปลงทั้งกับตนเองและสังคม สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ มจธ. ที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน สามารถนำความรู้แนวทางปฏิบัติไปเผยแพร่และขยายผลต่อชุมชนและสังคมรอบข้าง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน หรือ “Sustainability Change Agents”

สำหรับเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ คือ การสร้างผู้นำของการสร้างการเปลี่ยนแปลงในมหาวิทยาลัยและสังคม ให้กับกลุ่มนักศึกษาชั้นปี 3 และปี 4 ที่มีลักษณะความเป็นผู้นำสูงจากคณะต่างๆ ปีละประมาณ 60 คน ผ่านกิจกรรมในรูปแบบของค่ายผู้นำทางความคิด เพื่อปลูกฝังแนวคิดและทัศนคติของการทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหัวข้อที่ตนเองสนใจ พร้อมทั้งมีการให้ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการบริหารโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ พร้อมกับได้เขียนโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมในประเด็นที่เขาสนใจ เพื่อส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับเพื่อนๆ และน้องๆ ในคณะหรือภาควิชาของตนเองต่อไป

ดร.ปนาลี แทนประสาน ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษา มจธ. กล่าวเสริมว่านอกจาก SoCHAMP ที่เปรียบเสมือนหัวขบวนรถจักรแล้ว มจธ.ยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่างๆ อีกหลายโบกี้ “กิจกรรมจิตอาสาของ มจธ. จะเน้นให้นักศึกษาได้สัมผัสและลงมือทำจริงๆ และเรายังให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่มีความต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้ในปีต่อไปรุ่นน้องที่เคยร่วมโครงการนี้สามารถรับช่วงและส่งต่อกิจกรรมและแนวคิดของการทำงานเพื่อสังคมไปสู่รุ่นต่อๆ ไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักศึกษา SoCHAMP ที่ร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว”

ผอ.สกสว.นำคณะผู้บริหารเข้าพบ ‘รัฐมนตรีศุภมาส’ นำเสนอแผนงาน Quick win

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758887

ผอ.สกสว.นำคณะผู้บริหารเข้าพบ 'รัฐมนตรีศุภมาส' นำเสนอแผนงาน Quick win

ผอ.สกสว.นำคณะผู้บริหารเข้าพบ ‘รัฐมนตรีศุภมาส’ นำเสนอแผนงาน Quick win

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.22 น.

คณะผู้บริหาร สกสว. นำโดย รศ.ดร.ปัทมาวดี เข้าพบ “รัฐมนตรีศุภมาส” นำเสนอระบบ ววน. และ แผนงาน  “Quick win” ในระยะ 6 เดือน – 1 ปี  พร้อมแผนงานระยะกลาง 2 – 3 ปี เพื่อเสริมศักยภาพการขับเคลื่อนประเทศด้วย ววน. และความต้องการของประเทศ

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รศ.ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  สกสว. นำคณะผู้บริหารเข้าพบ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ร่วมแสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมทั้งนำเสนอเกี่ยวกับระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และข้อมูลกรอบวงเงินงบประมาณด้าน ววน. ปี 2567 จำนวน 31,100 ล้านบาท และ ปี 2568 จำนวน 42,000 ล้านบาท เพื่อนำเสนอแก่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ ประเทศไทยลงทุนด้าน ววน. น้อยกว่ามาเลเซีย อินเดีย และจีน  จึงมีเป้าหมายยกระดับการลงทุนด้าน ววน.ให้เป็นร้อยละ 2 ของ GDP  ในปี 2570  ซึ่งต้องเพิ่มจากร้อยละ 1.33 ในปัจจุบัน

โอกาสนี้ รศ.ดร.ปัทมาวดี กล่าวถึงผลที่คาดว่าจะได้รับของแผนการลงทุนด้าน ววน. ปี พ.ศ. 2566-2570   ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ โดยการดำเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุน (PMU)  9 หน่วย และหน่วยงานวิจัยทั้งในและนอกกระทรวง อว. อีก 180 หน่วยงาน  คือ การทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางในปี 2580  พึ่งตนเองด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน  โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเกิดผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีผลตอบแทนจากการลงทุนคุ้มค่า 2.98 เท่า และมีเอกชนและหน่วยงานร่วมทุนอีกประมาณ 2,000 ล้านบาทในปี 2566

นอกจากการดำเนินงานดังกล่าวแล้ว สกสว. ยังได้นำเสนอแผนงาน Quick win แก่รัฐมนตรีกระทรวง อว. ในระยะ 6 เดือน – 1 ปี ซึ่งมีโมเดลความสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรมที่น่าจะนำไปขยายผลได้ ประกอบด้วย 1. การแก้ปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำ 2.การจัดการน้ำและการเตรียมการในภาวะเอลนีโญ 3. การแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างเป็นระบบ 4. การร่วมทุนกับเอกชนในอุตสาหกรรม BCG และ Smart Cities และ 5.การพัฒนากำลังคนเพิ่มเติมด้านการท่องเที่ยว พร้อมแผนงานระยะกลาง 2 – 3 ปี ประกอบด้วย 1.นวัตกรรมการแพทย์สู่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 2.การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ 4 ภูมิภาคด้วย ววน. 3. การเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูงและศูนย์กลางความรู้ของภูมิภาค 5 เรื่อง โดยเฉพาะ BCG การแพทย์ เกษตรอาหารมูลค่าสูง พลังงานชีวภาพ ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.Reskill-upskill โดยความร่วมมือกับ สป.อว. กกอ. และภาคเอกชน และ 5. การปรับตัวและลดความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจหมุนเวียนและการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน

แผนงานดังกล่าว สอดคล้องกับแนวนโยบายด้าน ววน. ของ รัฐมนตรี อว. โดยการเน้น “วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” และ “เน้นประเด็นสำคัญของประเทศ อาทิ เรื่องของ Go Green, ความยั่งยืน , ความเป็นกลางทางคาร์บอน , เศรษฐกิจชีวภาพ, เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นต้น รวมทั้งการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ โดยมีหลักการสำคัญ คือ “เอกชนนำ รัฐสนับสนุน” โดยให้เอกชนผู้ที่จะใช้ประโยชน์เป็นผู้กำหนดทิศทางว่าควรจะทำเรื่องอะไร อย่างไร แล้วสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ของ อว. จะเข้าไปดำเนินการและสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ใช้ความต้องการเป็นตัวนำ (market-driven) พร้อมปลดล็อกระเบียบ ข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้การขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกิดประโยชน์ ความคุ้มค่า และตอบโจทย์ประเทศให้มากที่สุด

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษาเยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758880

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษาเยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษาเยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.13 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษาเยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

25 กันยายน 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ  นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนการศึกษาต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2566  ให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 156 สถาบัน 910 ทุน รวมงบประมาณ 12,615,000 บาท (สิบสองล้านหกแสนหนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)  เพื่อให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องละทิ้งหรือยุติการศึกษาลงเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ เติมเต็มความมุ่งหวังในชีวิต เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง โดยมีเยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2  อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักในงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี เป็นความมุ่งหวัง เพื่อช่วยเหลือปกป้องสังคม สนับสนุนให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา ไม่ต้องละทิ้งหรือยุติการศึกษาเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ สร้างเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคม มีความรู้ สร้างอนาคตตามที่มุ่งหวังของตนเองและครอบครัว เป็นทรัพยากรมีคุณภาพของสังคม ประเทศชาติ โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบทุนฯ แก่เยาวชนในระดับชั้นประถมศึกษาไปแล้ว 1,500 ทุน และในวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อมอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค (ทุนสัญจร) ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร และบึงกาฬ รวม 4 จังหวัด 53 สถาบัน 265 ทุน เป็นลำดับต่อไป รวมงบประมาณการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,870,000 บาท

มข.รวมหมอลำ 24 คณะฉลองครบ 60 ปีจัดงาน’หมอลำเฟสติวัล’ยิ่งใหญ่ที่สุดในอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758854

มข.รวมหมอลำ 24 คณะฉลองครบ 60 ปีจัดงาน'หมอลำเฟสติวัล'ยิ่งใหญ่ที่สุดในอีสาน

มข.รวมหมอลำ 24 คณะฉลองครบ 60 ปีจัดงาน’หมอลำเฟสติวัล’ยิ่งใหญ่ที่สุดในอีสาน

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.40 น.

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จับมือ ภาคเอกชนฉลองครบ 60 ปี จัดงาน “หมอลำเฟสติวัล” เทศกาลดนตรียิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน “ระเบียบวาทะศิลป์ นกน้อย อุไรพร, บอย-ศิริชัย” ชวนม่วนชื่น 9-11 ตุลาคมนี้! เนื่องในโอกาลที่มหาวิทยาขอนแก่นครบรอบ 60 ปี 

ที่ห้องประชุม Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาขอนแก่น เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน”หมอลำเฟสติวัล” เนื่องในวาระโอกาส 60 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีนายธีระศักดิ์ ทีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, ว่าที่ร้อยตรี สุมิตรศักดิ์ พลล้ำ ประธานชมรมหมอลำเรื่องต่อกลอน, ดร.ราตรี ศรีวิไล ศิลปินแห่งชาติ และ แม่นกน้อย อุไรพร, บอย ศิริชัย ศิลปินหมอลำ 24 คณะ ร่วมงานอย่างคับคั่ง

รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีฝ่ายศิปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มข.เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีภารกิจที่สำคัญมุ่งเน้นการรณรงค์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ที่เป็นทุนทางวัฒนธรรม เพื่อใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งหมอลำเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ชุมชน และประเทศ ซึ่งในขณะนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนการแสดงหมอลำให้ศิลปินด้านหมอลำมีพื้นที่นำเสนอคุณค่าของการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน ก่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทางด้านวัฒนธรรมและมีส่วนช่วยผลักดันให้หมอลำเป็น soft power ได้ต่อไปในอนาคต

“เนื่องในวาระโอกาส 60 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ร่วมกับชมรมหมอลำเรื่องต่อกลอน จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองหมอลำเฟสติวัลเนื่องในวาระโอกาส 60 ปี มข. จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคม 2566 ณ ริมบึงสีฐานมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีคณะหมอลำเข้าร่วมการจัดงานทั้งสิ้น 24 คณะ”

ด้านนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า ในนามนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ขอยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านเข้าสู่นครขอนแก่น ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณีของภาคอีสานอีกทั้งเมืองขอนแก่นเป็นเมืองหมอแคน แดนหมอลำ เชื่อว่าเสน่ห์และความสนุกสนานของการแสดงหมอลำจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้านให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการรองรับกิจกรรมระดับต้นๆ ของภูมิภาค ในด้านที่พักขอนแก่นมีโรงแรมตั้งแต่ระดับ 5 ดาว จนกระทั่งถึงคอนโดมิเนี่ยม และอพาร์ทเม้นท์ต่างๆ หลายหมื่นห้อง นอกจากนี้ เรายังมีมาตรการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน มีระบบการจราจร การรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของจังหวัดขอนแก่น ให้เป็น “มหานครน่าอยู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อมโยงภูมิภาค”

ด้านร้อยตรี สุมิตรศักดิ์ พลล้ำ ประธานชมรมหมอลำเรื่องต่อกลอน กล่าวว่า ชมรมหมอลำเรื่องต่อกลอน มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนสำคัญในการร่วมชื่นชมยินดีเฉลิมฉลองในโอกาสที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีวาระโอกาส 60 ปี ซึ่งทุกคณะหมอลำที่มาร่วมการจัดงาน มีจำนวนกว่า 24 คณะ ในนามของประธานชมรมหมอลำเรื่องต่อกลอน อยากส่งเสริมสนับสนุนศิลปินพื้นบ้าน ด้านหมอลำให้มีพื้นที่นำเสนอคุณค่าของการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ต้องการจะสร้างคน สร้างงาน และสร้างอาชีพและสร้างรายได้ และตนมองว่าหมอลำเป็นอาชีพที่มั่นคงสร้างจิตสำนึกความภาคภูมิใจกับคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักสืบสานหมอลำให้คงอยู่สืบต่อไป – 003