โซไซตี้ : DMT SMART DRIVE พลังขับเคลื่อนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755418

โซไซตี้ : DMT SMART DRIVE พลังขับเคลื่อนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โซไซตี้ : DMT SMART DRIVE พลังขับเคลื่อนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย MD. DMT

35 ปีของทางเลือกในการเดินทางเชื่อมโยงทิศเหนือสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยบนแนวคิดขององค์กรในการเป็นแรงขับเคลื่อนสมดุลระหว่างผู้คน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าองค์กรใหม่ที่มอบให้ผู้ใช้ทาง พนักงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำไปสู่ แนวคิด “DMT Smart Drive พลังขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT กล่าวว่า DMT ไม่ใช่แค่ทางด่วนที่เชื่อมต่อทำให้การเดินทางสะดวกสบายกว่าเท่านั้น แต่เป็นเหมือนบริการที่สร้างสมดุลในการใช้ชีวิตของคนในสังคม ยกระดับชุมชนและช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ทำให้ทุกเวลาตลอดทั้งวันคือบริการมีความหมายมากกว่าคำว่า ทางด่วน DMT Smart Drive แนวคิดใหม่ที่จะใช้ในการผลักดันองค์กรในการก้าวสู่ปีที่ 35 ในคำนิยามที่ว่า “พลังขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ที่ไม่ใช่เพียงเชื่อมต่อในการเดินทางแต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้ทุกส่วนนั้นพัฒนาเดินหน้าอย่างยั่งยืน

DMT Smart Drive แนวทางเพื่ออนาคต กรรมการผู้จัดการ เล่าถึงแนวคิดในการผลักดันองค์กรใหม่ เกิดจากนำคำ 2 คำมาอธิบายถึงนโยบายที่บอกถึงอนาคตของการพัฒนาบริการของ DMT ให้ทันสมัยตอบโจทย์ทั้งเรื่องของความสะดวกและสามารถช่วยลดภาระการจราจรบนเส้นทางปกติ

คำว่า “Smart” สามารถแยกอธิบายออกเป็น 2 แนวทาง ดังนี้ Smart ที่ตัวอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ที่แม่นยำเพื่อช่วยอำนวยให้การบริหารและดูแลทำได้สะดวก แถมยังเพิ่มความปลอดภัยรวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ใช้ทางได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม และ Smart ที่เกิดจากผลงานของคณะวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อให้องค์กรก้าวไปสู่ธุรกิจใหม่ ทั้งการสร้างนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการทางด้านการคมนาคมรวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้สังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการศึกษาและวิจัยด้านการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบคมนาคมและการสัญจร ผลการวิจัยได้รับการยอมรับจากที่ประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 28 โดยจุดมุ่งหมายของงานวิจัยนี้ คือข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัญจรบนเส้นทางในช่วงเวลาที่สภาพการจราจรหนาแน่นให้ผู้ใช้ได้ข้อมูลและตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ประหยัดทั้งเวลาและคุ้มค่าใช้จ่ายที่สุด และได้ประโยชน์ทางอ้อม คือ การร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการสัญจรบนสายทางยกระดับที่คล่องตัวมากกว่า

คณะผู้บริหาร DMT

“Drive” คือ แนวทางสำคัญที่ผู้บริหารและพนักงาน DMT ร่วมมุ่งขับเคลื่อนและเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไปพร้อมกับการสร้างชุมชน สังคมรอบข้างให้มีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตัวเองได้ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่ทำต่อเนื่องมาตลอด 20 กว่าปีถือเป็นหนึ่งแนวทางที่พนักงานของ DMT นั้นยึดถือเป็นแนวทางในการทำงาน

“หลายแผนงานที่พนักงานเราร่วมกันลงมือทำ ทั้งการปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กรและโครงการช่วยเหลือชุมชนต่างๆ เน้นที่ความใส่ใจและดูแลการให้บริการ การลดมลพิษและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนองค์การสหประชาชาติ(Sustainable Development Goals : SDGs) ในที่สุด” ดร.ศักดิ์ดา เผยอย่างมุ่งมั่น

Expertise Experience with Technology Improvement คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า บริการทางพิเศษอย่างดอนเมืองโทลล์เวย์จะต้องมีเทคโนโลยีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย เบื้องหลังของการเดินทางมาถึงขวบปีที่ 35 นั้น ต่างเต็มไปด้วยการสรรหาเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการอย่างมีคุณภาพ บุคคลที่จะเล่าเรื่องราวในส่วนนี้ได้ดีที่สุดก็คือ อโนมา อุฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ สาวแกร่งของ DMT นั่นเอง เธอเล่าว่า ที่ DMT เราติดตามและวิเคราะห์สภาพการจราจรบนสายทางตลอดเวลา เพื่อการจัดการจราจรให้ตอบสนองต่อการขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) และวิถีการดำเนินชีวิตของผู้สัญจรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเรามีเป้าหมายให้ผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางมากที่สุด ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร ความหนาแน่นของถนนด้านล่างซึ่งจะเห็นได้ว่าการเลือกใช้ทางยกระดับดอนเมืองผู้ใช้บริการสามารถประหยัดคิดเป็นมูลค่าในการเดินทางได้มากกว่า 120 บาทต่อเที่ยวในช่วงเร่งด่วนเช้า และ 189 บาท ในช่วงเวลาเร่งด่วนเย็นเมื่อเทียบกับระดับดิน

อโนมา อุฤทธิ์ สาวแกร่งของ DMT และระบบคมนาคมอัจฉริยะ

คำถามคือกระบวนการวิเคราะห์นี้ เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง อย่างแรกก็คือข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ บูรณาการระบบ และสองก็คือนำมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมและสำรวจความพึงพอใจต่อการใช้บริการบนสายทางของเรา เริ่มต้นด้วยการบูรณาการระบบกล้องวงจรปิดกว่า 500 ตัวผสาน AI ซอฟต์แวร์ ติดตั้งทั้งสายทางโทลล์เวย์ ตั้งแต่กิโลเมตรแรกช่วงดินแดง-ดอนเมืองและจนถึงจบสายทางช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถานฯ เป็นระบบคมนาคมอัจฉริยะหรือ Intelligent Transport System (ITS) สามารถรายงานสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ได้ในแต่ละช่วงของสายทาง พร้อมคำนวณเวลาเดินทางที่จะถึงจุดหมายได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ความอัจฉริยะของระบบนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความรวดเร็วในการเดินทางตลอดเส้นทางของผู้ใช้ทางยกระดับดอนเมือง เช่น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ศูนย์สั่งการ 24 ชั่วโมงสามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งทีมงานของเรามีความพร้อมทั้งทักษะและความสามารถ ความครบครันทันสมัยของอุปกรณ์ และรถกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือดูแลผู้ใช้ทางครอบคลุมรถยนต์ทุกประเภท

กิจกรรมคืนสู่สังคม 5 ด้าน สำหรับ DMT นั้นมีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมมานานกว่า 20 ปี โดยยึดรากฐาน 5 ด้านสำคัญในการดำเนินกิจกรรมตอบแทนชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิดรุ่นใหม่อย่าง ESG ที่นำมาปรับใช้ เพื่อผลลัพธ์ที่สามารถตอบโจทย์เพื่อสังคมและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ(Sustainable Development Goals หรือ SDGs)

โครงการเยาวชนจิตอาสาพัฒนาชุมชน ปั้น ปลูก

อัจฉรา เจริญพร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร บอกเราว่า DMT เน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนอื่นๆ เช่น ผู้คนและชุมชนในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม แนวทางของ DMT คือการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคน พัฒนาชุมชน เช่น โครงการเยาวชนจิตอาสาพัฒนาชุมชน ปั้น ปลูก คิด(ส์)ที่มุ่งส่งเสริมคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาชุมชนของตัวเอง ผู้สนใจสามารถติดตามได้ทาง Facebook :Don Muang Tollway

ในส่วนของการสร้างความผูกพันกับผู้ใช้ทางDMT เตรียมสิทธิพิเศษเพื่อตอบแทนผู้ใช้ทางทุกคนที่ได้รับแต้ม DMT จากการชำระค่าผ่านทางมาแลกส่วนลดและของรางวัลต่างๆ หรือนำแต้มมาลุ้นรางวัลใหญ่ในกิจกรรม Lucky Way ซึ่งในปีนี้นับเป็นโอกาสพิเศษครบรอบ 35 ปี เราเตรียมรางวัลมากมายภายใต้แคมเปญ “35 ปี DMT ขึ้นทุกวัน เฮทุกเดือน”ส่วนกิจกรรมที่ทำให้ DMT พบปะผู้ใช้ทางที่เราจัดอย่างต่อเนื่อง คือ Tollway Rally Thank User หรือ แรลลี่ที่พาผู้ใช้ทางร่วมทำกิจกรรมดีๆ ให้ชุมชนและสังคม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากทุกครั้ง และกิจกรรมต่อไปที่เราอยากให้ติดตามคือคอนเสิร์ตครบรอบ 35 ปีDMT โดยจะเปิดให้ผู้ใช้ทางนำแต้ม DMT มาแลกบัตรเข้าชม ซึ่งผู้ใช้ทางสามารถติดตามและลงทะเบียนสมัครสมาชิกได้ทาง Line Official : @donmuangtollway วิธีการสะสมแต้ม DMT จะทำได้ 2 แบบ คือการสแกนคิวอาร์โค้ดบนใบรับค่าธรรมเนียมผ่านทางหลวงพิเศษหรือชำระค่าผ่านทางด้วยบัตร M Pass Easy Pass จะได้รับแต้ม 2 เท่าแบบอัตโนมัติ

ทั้งหมดคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด DMT SMART DRIVE ที่ไม่ใช่แค่ขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า แต่เป็นการรวมศักยภาพของการร่วมพัฒนาคนและสังคมให้ยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

คุณแหน : 9 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755417

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับนิสิตเก่าจุฬาฯ ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง“รัฐมนตรี” ดังนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ/รมว.กระทรวงพาณิชย์, ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ/รมว.กระทรวงการต่างประเทศ, กฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.กระทรวงการคลัง และ ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม…

ll ยินดีด้วย ในโอกาสเดียวกันสมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล ปลาบปลื้มกับ3 ศิษย์เก่า ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง“รัฐมนตรี” ได้แก่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณรองนายกฯและรมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ,พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและรมว.กระทรวงพลังงาน และ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ…

ll อดิศัยธรรมคุปต์ แห่งชมรมตึกจักรพงษ์ ส.จ.ม.และชาวค่ายอาวุโสจุฬาฯขอเชิญชาวจุฬาฯและญาติมิตรบำเพ็ญประโยชน์ทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันและบริจาคสิ่งของ เวชภัณฑ์แก่ มูลนิธิเด็กพิการและทุพพลภาพ 350 คน วันที่ 13 ก.ย.ที่บ้านนนทภูมินนทบุรี กิจกรรมนี้ทำต่อเนื่องมาหลายปีแล้วผู้ใจบุญไปร่วมงานหรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ 075-047208-6 ได้ตามอัตภาพ…

ll ทำบุญวันเกิด ครบ 66 ปี เมื่อ 7 ก.ย. ของ สุชีราศรีภรรยาของ พล.ท.สุพล ไชยพิณ ทั้งคู่พากันไปเลี้ยงเด็กที่รร.บ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน) มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดฯ…ขออนุโมทนาบุญด้วย…

ll ด้วยวัย102 ปี คุณครูวรรณดี คันธวงศ์ ถ่ายคลิปสั้นๆ เชิญชวนศิษย์ WWA ให้มาร่วมงาน “LOVE นี้แด่คุณครู” โดยกำชับสั้นๆ ว่า “ให้มาให้ครูเห็นหน้าใครไม่มาจะถูกลงโทษ” ในวันที่ 7 ต.ค. 10.30 น.ที่อาคาร Neilson Hays Memorial Hall รร.วัฒนาฯ…ลูกศิษย์-ลูกหา ช่วยมาขานชื่อกับคุณครูที่รักด้วย…

ll ศิษย์เก่าสวนกุหลาบตั้งแต่รุ่น พ.ศ.2502-2526 จัดงานแสดงมุทิตาจิตแด่คุณครูพงา เทียนทอง วัย 100 ปี ที่รร.เอเชียเมื่อวันก่อน หนึ่งในศิษย์เก่าผู้ที่ได้นำความรู้ในเรื่องภาษาไทยที่ร่ำเรียนมาใช้ประโยชน์ในการทำงานคือ สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์…

ll แม่-ลูกผูกพัน กัลยาณี กับลูกชาย กวิภัฏ บัวสรวง แห่งสำนักพิมพ์บัวสรวง ไปมอบหนังสือ “พระยาเฉลิมอากาศฯ” แด่ ผบ.ทอ. พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ก่อนเกษียณ ก.ย.นี้ เพื่อใช้ประโยชน์ในงานของกองทัพฯต่อไป…

ll หลังปลดเกษียณสิทธิพร ไสยมรรคา ขายทุกอย่างที่ กทม.แล้วไปตั้งรกรากอยู่เชียงใหม่…เมื่อเพื่อนฝูงไปเยี่ยม เจ้าตัวได้พาไปเลี้ยงอาหารพื้นเมืองแบบลำแต๊ๆ ที่นอกเมือง ด้วยเหตุว่าเบื่อความวุ่นวายในเมืองเป็นที่ยิ่ง…

ll ร้านอาหาร “กิ๋นลำ กิ๋นดี” แถวสันทรายอร่อยมาก ได้มิชลิน เป็นการันตี มาหลายปี…ธนิตวิจิตรพันธุ์ ได้โอกาสไปเยือนบอกว่า ประทับใจมาก…

ll เพราะร้านอาหารเฮือนโบราณ ริมปิง แถวค่ายกาวิละ สร้างใหม่…จะเปิดบริการตอนใกล้ๆปีใหม่ ทำให้ช่วงหยุดให้บริการมา 2-3 ปี สุรชัย-รัชนีวรรณ รัชตประทาน ต้องหาร้านอาหารอร่อยไปไว้ดูแลเพื่อนๆ ยามไปแอ่วเชียงใหม่ ล่าสุดได้ร้านอาหารถูกใจ สว. เป็นอาหารไทยโบราณ ภาคกลาง ภาคเหนือ…ข้อสำคัญเหมือนกินที่บ้าน ทั้งอร่อย และสงบ ทำให้พบกับความสุขในการบริโภคอย่างแท้จริง !!…ll

บารอนเนส

ยูโอบีและแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ร่วมมอบโปรโมชัน 3 ต่อ ให้กับผู้ถือบัตรยูโอบี เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างมีสไตล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755437

ยูโอบีและแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ร่วมมอบโปรโมชัน 3 ต่อ ให้กับผู้ถือบัตรยูโอบี เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างมีสไตล์

ยูโอบีและแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ร่วมมอบโปรโมชัน 3 ต่อ ให้กับผู้ถือบัตรยูโอบี เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างมีสไตล์

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.50 น.

ยูโอบี ประเทศไทย และแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ร่วมมอบโปรโมชัน 3 ต่อ ให้กับผู้ถือบัตรยูโอบี เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างมีสไตล์

กรุงเทพฯ – กันยายน 2566 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ มอบสิทธิพิเศษถึง 3 ต่อให้แก่ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่าในขนมไหว้พระจันทร์อันเลื่องชื่อ พร้อมทั้งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ผู้ถือบัตร สิทธิพิเศษที่ 1 รับส่วนลด 5เปอร์เซ็นต์ เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์แชงกรี-ลา กรุงเทพฯ 2023 ตั้งแต่วันนี้ – 15 กันยายน 2566

ต่อที่ 2 รับส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม 20 เปอร์เซ็นต์ ณ ร้านอาหารทุกแห่ง ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – มกราคม 2567 และสิทธิพิเศษต่อที่ 3 กับโปรโมชันมา 4 จ่าย 3 สำหรับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันและมื้อค่ำที่ห้องอาหารเน็กซ์ ทู คาเฟ่ ตั้งแต่วันนี้ – พฤศจิกายน 2566

บุคคลในภาพ: คุณชาคริต แย้มนาม UOB Dining Ambassador กับขนมไหว้พระจันทร์ของโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

บี.กริม แจกรางวัลทุน ‘Herbert Link’ แก่นิสิต นักศึกษา ส่งเสิรมการเรียนภาษา-วัฒนธรรมเยอรมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755435

บี.กริม แจกรางวัลทุน 'Herbert Link' แก่นิสิต นักศึกษา ส่งเสิรมการเรียนภาษา-วัฒนธรรมเยอรมัน

บี.กริม แจกรางวัลทุน ‘Herbert Link’ แก่นิสิต นักศึกษา ส่งเสิรมการเรียนภาษา-วัฒนธรรมเยอรมัน

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.48 น.

บี.กริม แจกรางวัลทุน “Herbert Link” แก่นิสิต นักศึกษา 19 คน จาก 9 มหาวิทยาลัย ในงานมอบรางวัลเรียนดีแก่นิสิต/นักศึกษาที่เรียนเอก เยอรมัน พ.ศ. 2566 เพื่อเป็นกำลังใจและส่งเสริมการเรียนภาษา วรรณคดีและวัฒนธรรมเยอรมันในระดับมหาวิทยาลัย พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-เยอรมัน

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เป็นประธานในการแจกรางวัลทุน “Herbert Link” ให้แก่นิสิตนักศึกษารวม 19 คน จาก 9 มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลที่มอบให้แก่นิสิตนักศึกษาในงานมอบรางวัลเรียนดีแก่นิสิต/นักศึกษาที่เรียนเอกเยอรมันประจำพ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) โดย นายฮันส์ อูลริช ซืดเบ็ก อุปทูต อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กรุงเทพฯ เป็นประธานในงาน  และศ.กิตติคุณ ดร.พรสรรค์ วัฒนางกูร นายกสมาคมไทย-เยอรมัน ในฐานะผู้จัดงาน ร่วมเป็นเกียรติในงาน

พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีมอบโล่เกียรติยศ สมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาคมไทย-เยอรมัน แด่คุณนงนุช เพ็ชรรัตน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเบอร์ลิน ผู้แทนของประเทศไทยใน ASEAN WOMEN PEACE REGISTRY อีกด้วย

สมาคมไทย-เยอรมัน ได้มีการจัดกิจกรรมการมอบรางวัลเรียนดีแก่นิสิต นักศึกษา ที่มีการเรียนการสอนเยอรมันเป็นวิชาเอกในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน แต่เว้นช่วงไปหลายปี จนได้รื้อฟื้นกิจกรรมนี้ขึ้นมาอีกครั้งในพ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) โดยจัดร่วมกับมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน  เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมความสนใจในการเรียนเยอรมันในระดับมหาวิทยาลัย และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นิสิตนักศึกษาที่เอกเยอรมัน  รวมทั้งเป็นกำลังให้กับผู้เรียน เป็นการเน้นถึงความสำคัญของภาษาและวัฒนธรรมเยอรมันในเวทีโลกปัจจุบัน  การมีความรู้ภาษาและวัฒนธรรมเยอรมัน สามารถสร้างโอกาสทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การต่างประเทศ เสริมสร้างไมตรีและความสัมพันธ์อันดีความเข้าใจระหว่างกันของคนไทยและคนเยอรมัน

สำหรับนิสิต/นักศึกษา ที่ได้รับทุน ประกอบด้วย นิสิตดุริยางคศิลป์ตะวันตก (Music student) คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิชาเอก เปียโน นางสาวรติมา ธนาลาภสกุล นิสิตชั้นปีที่ 4 มีพื้นฐานภาษาเยอรมันจากการเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  

ส่วนนิสิต/นักศึกษาที่เรียนเยอรมันเป็นวิชาเอก ได้แก่

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายฐิติพล ศรีสงค์ ชั้นปีที่ 4 นางสาวอรวรา เหมือนบุญ ชั้นปีที่ 4
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น นางสาวศุภาพิชญ์ วงศ์ปัญญา ชั้นปีที่ 4 นางสาวอินทิรา สายต่างใจ ชั้นปีที่ 4     
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายณัฐชนน เครียดธฤมาล ชั้นปีที่ 4 นางสาวณัฏฐณิชา ช้างเขียว ชั้นปีที่ 3
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นางสาวภูสุดา รีบเร่ง ชั้นปีที่ 1 นางสาวพรรณพร ตรงนิติธรรม ชั้นปีที่ 1
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางสาวอมริศา ลี้ศักดิ์สกุล ชั้นปีที่ 4 นางสาวณัฏฐณิชา ไพนุจิตต์ ชั้นปีที่ 4
  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายธีรภัทร บุญฤทธิ์ ชั้นปีที่ 4 นางสาวศุภกาญจน์ ลิ่มโชตินันท์ ชั้นปีที่ 4
  • มหาวิทยาลัยศิลปากร นางสาวกุลภัสสร์ ตั้งญาณพัฒน์ ชั้นปีที่ 4 นายพสุธา วงศ์ด้วง ชั้นปีที่ 3
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ นายปฏิภาณ ดวงจันทร์ ชั้นปีที่ 2 นางสาวถาวรีย์ ธาราศรี ชั้นปีที่ 3 และมหาวิทยาลัยรามคำแหง นางสาวจิดาภา ทูลประโคน ชั้นปีที่ 2  นายพัชวัสส์ วิศิษย์ศักดิ์วาสิน ชั้นปีที่ 3 

จนถึงทุกวันนี้ บี.กริม ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 145 ปี กลายเป็นองค์กรด้านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและการสาธารณสุขที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบัน บี.กริม ประกอบธุรกิจหลากหลายประเภท ทั้งในด้านพลังงาน อุตสาหกรรม สุขภาพ  ไลฟ์สไตล์ คมนาคม และอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ปรัชญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” ที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนและสังคมอย่างยั่งยืน

-(016)

พช.จัดแสดงนิทรรศการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘ชุมชนภูมิปัญญา’ ต้นแบบ 4 ภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755432

พช.จัดแสดงนิทรรศการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 'ชุมชนภูมิปัญญา' ต้นแบบ 4 ภาค

พช.จัดแสดงนิทรรศการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘ชุมชนภูมิปัญญา’ ต้นแบบ 4 ภาค

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.39 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดแสดงนิทรรศการ “โครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์” “ชุมชนภูมิปัญญา” กิจกรรมที่ 1 พัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 4 ภาค ส่งเสริมผู้ประกอบการต่อยอดผลิตภัณฑ์ สร้างผลงานทรงคุณค่าระดับสากล ร่วมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน วันที่ 7 -10 กันยายน 2566  ณ ไอคอนคราฟต์

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยาม จัดแสดงนิทรรศการ “โครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์” กิจกรรมที่ 1 พัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อทดสอบตลาด ประชาสัมพันธ์ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของชุมชนที่ได้รับการพัฒนา โดยมีผู้แทนชุมชนภูมิปัญญา ต้นแบบ 4 ภาคเข้าร่วมการจัดแสดง ประกอบด้วย บ้านนาเสมียน อ.จะนะ จ.สงขลา, บ้านดอนยายเหม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี, บ้านหาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย และบ้านเขมราฐ อ.เขมราฐ  จ.อุบลราชธานี นิทรรศการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 กันยายน – 10 กันยายน 2566 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม โดยมี นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน  เป็นประธานในพิธีเปิดในวันที่ 7 กันยายน 2566

นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า การดำเนินงานโครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปี 2566 เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนภูมิปัญญาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนให้มีความร่วมสมัย ตรงตามความต้องการของตลาด และพัฒนาชุมชนภูมิปัญญาให้เป็นต้นแบบเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ชุมชน โดยนิทรรศการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการถอดองค์ความรู้ของชุมชนภูมิปัญญาทั้ง 4 แห่งจาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ จากอัตลักษณ์พื้นถิ่น สู่การแนะนำและพัฒนาจากฝีมือของผู้เชี่ยวชาญ และนักออกแบบที่มีฝีมือในระดับประเทศ นำมาสู่การจัดแสดงในรูปแบบของกิจกรรมสาธิต ต่อยอดเป็นผลงานผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาในครั้งนี้ เพื่อนำมาจัดแสดง ณ ไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยาม  ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่รวบรวมสุดยอดงานคราฟต์จากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ พร้อมเชิดชูและสร้างความภาคภูมิใจกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญานี้ให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาของสาธารณะชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ในการผลักดันผลิตภัณฑ์ของชุมชนภูมิปัญญาต้นแบบ ทั้ง 4 แห่ง ให้สามารถเติบโต ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่สินค้าที่เป็น ICON ความสำเร็จระดับสากล

สำหรับชุมชนภูมิปัญญา ต้นแบบ 4 ภาคที่เข้าร่วมการจัดแสดงในครั้งนี้ ประกอบด้วย บ้านนาเสมียน มีผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกที่โดดเด่น ในชุมชนมีคลองนาทับที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงปลาในกระชัง และการทำอาชีพประมง รวมถึงอาชีพการเคี่ยวน้ำตาลโตนด, บ้านดอนยายเหม จัดตั้งเป็นกลุ่มหัตถกรรมผ้าด้นมือ ผ้าไทยที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและทักษะความชำนาญ ประกอบกับการออกแบบลวดลายที่สวยงาม, บ้านหาดเสี้ยว ภูมิปัญญาของชุมชนที่หลากหลายอันเกิดขึ้นมาจากวิถีชีวิตของคนชุมชนบ้านหาดเสี้ยว โดยมีประเพณีพิธีกรรมที่สืบเนื่องกันมาอย่างยาวนานและหัตถกรรมการทอผ้าที่มีความโดดเด่น และ บ้านเขมราฐ ศิลปวัฒนธรรมอีสาน วิถีพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ และการแสดงออกทางวัฒนธรรมผ่านผ้ามัดหมี่ อาหาร และการแสดง มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น คือการปลูกฝ้าย ทอเส้นด้าย มัดหมี่ ย้อมคราม จนออกมาเป็นลวดลายเอกลักษณ์แห่งเขมราฐ ลายนาคน้อย

นายวิฑูรย์ นวลนุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการพัฒนาชุมชน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ ให้ผู้ประกอบการในชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของตลาด เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในชุมชนท้องถิ่นให้มีคุณภาพมาตรฐาน มีอัตลักษณ์เฉพาะ สร้างสรรค์และทันสมัย สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล และเพิ่มช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ พร้อมส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย    

นางปารีสา จาตนิลพันธุ์  ผู้บริหารไอคอนคราฟต์  ในฐานะผู้สนับสนุนพื้นที่การจัดงาน กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ไอคอนคราฟต์ เป็นเวทีแสดงศักยภาพและสนับสนุนส่งเสริมผลงานของสุดยอดงานคราฟต์จากทั่วประเทศกว่า 800 แบรนด์  พร้อมให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับชุมชนท้องถิ่น จนเกิดเป็นคอมมูนิตี้คนรักงานคราฟต์อย่างแท้จริง การเปิดพื้นที่จัดนิทรรศการ “โครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์” กิจกรรมที่ 1 พัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ชุมชนภูมิปัญญา” ต้นแบบ 4 ภาค ส่งเสริมผู้ประกอบการต่อยอดผลิตภัณฑ์ สร้างผลงานทรงคุณค่าระดับสากล ร่วมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนในการสืบทอดภูมิปัญญาแห่งงานศิลปะบนผืนผ้า เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ และต่อยอดสู่การค้าขายในเวทีโลก  ซึ่งการสนับสนุนในทุกๆ ครั้ง นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไอคอนคราฟต์ ในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) และการสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Value)  ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของไอคอนสยาม ที่ได้นำพาผู้ประกอบการไทยไปสู่เวทีโลก”

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการ “โครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์” กิจกรรมที่ 1 พัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยนิทรรศการมุ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นมา ก่อน-หลัง การพัฒนาของชุมชนภูมิปัญญาทั้ง 4 ชุมชน แสดงให้เห็นถึงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอน และกระบวนการต่างๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนภูมิปัญญาทั้ง 4 ชุมชน โดยนิทรรศการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ Facebook: ICON CRAFT

-(016)

บี.กริม หนุนโครงการเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755426

บี.กริม หนุนโครงการเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

บี.กริม หนุนโครงการเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.23 น.

บี.กริม ให้การสนับสนุนความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ดำเนินโครงการเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

วันที่ 6 กันยายน 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายปิยบุตร ชลวิจารณ์ รองประธานกรรมการและประธานอำนวยการมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) แสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ โดยมีพันธมิตรที่มุ่งมั่นในการเสริมสร้างการฝึกอบรมวิชาชีพในประเทศไทยร่วมกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ประกอบด้วย บริษัท บี.กริม พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิแคทเทอร์พิลลาร์ มูลนิธิซิตี้ และบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จํากัด และวิทยาลัยอาชีวศึกษาภายใต้โครงการความร่วมมือ เข้าร่วมงาน โดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอาชีวศึกษาของประเทศไทย โดยการสร้างแรงงานที่พร้อมสำหรับอนาคต เพื่อการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวทันความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่

นายเกรียงไกร อยู่ยืน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท บี.กริม พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ ได้ให้การสนับสนุนโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ โดยร่วมกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ริเริ่มโครงการสอนทางเทคนิคและการเรียนรู้สำหรับช่างเทคนิคอุตสาหกรรม 4.0 หรือ SKILLS4TECH (กันยายน 2566 – สิงหาคม 2567) โดยร่วมมือกับโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ มุ่งส่งเสริมแนวทางการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้กับครูผู้สอน พร้อมกับการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์จำลองเกี่ยวกับ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์) ซึ่งเป็นชุดทักษะของอนาคต โดยเน้นการผสมผสานเทคโนโลยี การเรียนแบบผสมผสาน (blended learning) และการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้าน STEM และทักษะของศตวรรษที่ 21 ในห้องเรียน

“โครงการนี้มุ่งเสริมสร้างมาตรฐานอาชีวศึกษาทวิภาคี พัฒนาการดำเนินการสอนสำหรับอาจารย์ผู้สอน เตรียมความพร้อมให้นักเรียนมีทักษะ STEM รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถในการสอนของครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ในการสร้างทักษะ STEM และทักษะในศตวรรษที่ 21” นายเกรียงไกร กล่าว

กลยุทธ์ของบี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กร มุ่งเพิ่มขีดความสามารถให้กับโลกด้วยความโอบอ้อมอารีย์ ประกอบด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการสร้างมูลค่าและรากฐานที่มุ่งเน้นความยั่งยืนที่แข็งแกร่ง โดยการส่งมอบการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวและผลกระทบเชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างยุติธรรมและเสมอภาค ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ส่งเสริมผู้คน ชุมชน และสังคมด้วยความโอบอ้อมอารีย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการดำเนินการของ บี.กริม เพาเวอร์ พร้อมตระหนักถึงโอกาสและความท้าทายที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็วและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สำหรับโครงการของพันธมิตรรายอื่นๆ ประกอบด้วย โครงการ Closing the Technician Skills Gap โดยมูลนิธิแคทเทอร์พิลลาร์ (มกราคม 2566 – ธันวาคม 2568) มุ่งหวังที่จะส่งเสริมทั้งครูและนักเรียนสายช่างเทคนิค ผ่านการเพิ่มพูนทักษะ การขยายขอบเขตความรู้และการตระหนักในระบบการควบคุมอุตสาหกรรม (Mechatronics)  โครงการ Citi Youth Employability Skills and Pathways โดยมูลนิธิซิตี้ (พฤศจิกายน 2565 – ตุลาคม 2566) มุ่งเน้นเสริมสร้างโอกาสของนักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาในระดับวิชาชีพและผู้ที่มีสภาพเศรษฐกิจที่จำกัด  โครงการ Learning for Life Enhancement โดยดิอาจิโอ (กันยายน 2566 – สิงหาคม 2567) มุ่งเพิ่มทักษะของนักเรียนและบุคคลที่ว่างงาน รวมถึงผู้หญิงที่ขาดโอกาส ผู้ซึ่งต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานในภาคการท่องเที่ยวและบริการทั่วไปในประเทศไทย และโครงการ Women in STEM โดยเจ.พี. มอร์แกน (สิงหาคม 2565 – สิงหาคม 2567) มุ่งเน้นการเสริมทักษะทางวิชาชีพ การเตรียมความพร้อมในการทำงาน และทักษะชีวิตของนักศึกษาหญิงสายช่างเทคนิค ผ่านกระบวนการฝึกงาน การฝึกอบรม และการให้คำปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษาหญิงสำหรับอาชีพด้าน STEM

โครงการความร่วมมือทั้งหมดนี้และวิสัยทัศน์ร่วมกันของ คณะกรรมการการอาชีวศึกษาและมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ร่วมกับพันธมิตรหลัก จะทำให้ภูมิภาพอาชีวศึกษาในประเทศไทยเดินหน้าไปสู่ความก้าวหน้าที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก และความมุ่งหวังที่จะสร้างแรงงานที่มีความสามารถ ครบถ้วน และสามารถปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความท้าทาย รวมถึงความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่

-(016)       

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมฟรีคอนเสิร์ตระดับเอเชีย ‘Thai-Japan Iconic Music Fest 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755414

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมฟรีคอนเสิร์ตระดับเอเชีย 'Thai-Japan Iconic Music Fest 2023'

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมฟรีคอนเสิร์ตระดับเอเชีย ‘Thai-Japan Iconic Music Fest 2023’

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.54 น.

Thai-Japan Iconic Music Fest 2023 “จักรวาลแห่งดนตรี” มหกรรมฟรีคอนเสิร์ตระดับเอเชีย! กองทัพศิลปินไทย-ญี่ปุ่น หลายร้อยชีวิต! บนเวทีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งมิตรภาพและความร่วมมือ ญี่ปุ่นและอาเซียน 50th Year of ASEAN-Japan Friendship and Cooperation ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม 22-24 กันยายนนี้

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา จับมือกับ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด ผู้จัดงาน Big Japan Event ระดับเอเชีย เตรียมจัดกิจกรรมความสนุกแบบจัดเต็มกับคอนเสิร์ตความร่วมมือระหว่างศิลปินไทยและญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี Thai–Japan Iconic Music Fest 2023 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งมิตรภาพและความร่วมมือ ญี่ปุ่นและอาเซียน ผ่านการใช้ Soft Power นำวัฒนธรรมดนตรี ผสมผสานความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ส่งต่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้ในระดับนานาชาติ พร้อมขนกองทัพศิลปิน T-Music & J-Music หลายร้อยชีวิตร่วมผลักดัน Soft Power บนเวทีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 ณ ไอคอนสยาม

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ไอคอนสยามยึดถือแนวทางในการทำธุรกิจภายใต้แนวคิด “Collaboration to Win” มาอย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน เพื่อต่อยอดการสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าทุกคน ไอคอนสยามได้ร่วมกับบริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด ผู้จัดงานระดับเอเชีย เตรียมสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีกับมหกรรมคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย จัดคอนเสิร์ต “Thai–Japan Iconic Music Fest 2023” ซึ่งจัดที่ไอคอนสยามต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

 “จากการจัดงาน “Thai–Japan Iconic Music Fest ในปีแรกนั้น นับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ที่ได้นำวัฒนธรรมดนตรี ผสมผสานความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งได้ดึงดูดให้ทั้งคนในประเทศไทย ญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดนับเป็นการใช้ Soft Power ให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่วัฒนธรรมดนตรีให้เป็นที่รับรู้ในระดับนานาชาติ  สำหรับการจัดงานในปีนี้นั้นนับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสอันดีในการฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี แห่งมิตรภาพและความร่วมมืออาเซียนและญี่ปุ่น ยังเป็นการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีให้เติบโต เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศต่อไป”

คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานบริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด กล่าวว่า งาน Thai–Japan Iconic Music Fest 2023 ในปีนี้ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แบ่งออกเป็น 2 เวทีใหญ่คือ  River Stage (Main Stage) ซึ่งจะเป็นเวทีใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์ พาร์ค ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน และเวที SkyStage จัดที่ ICONSIAM PARK 1 ชั้น 2 และยังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ที่เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M และรัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1 ซึ่งในงานนี้ถือเป็นการรวมตัวของเหล่าศิลปินญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกครั้ง นำทัพศิลปินโดย GACKT (แก๊กต์) นักร้องเจ-ร็อกและนักแสดงชื่อดังมากความสามารถ ในกิจกรรมSpecial Live!! ทอล์คโชว์ พร้อมกับพิธีกรดีเจชาวญี่ปุ่นชื่อดัง Hisashi Yamada (ฮิซาชิ ยามาดะ), BEYOOOOONDS (บียอนส์) กลุ่มศิลปินสาวมากความสามารถจากประเทศญี่ปุ่น จะบินตรงมาร่วมโชว์ความสนุก ความน่ารัก ความสดใส และความสามารถด้านดนตรีแบบ FULL TEAM ประกอบไปด้วยสมาชิก Ichioka Reina (อิชิโอกะ เรอินะ) Shimakura Rika (ชิมาคุระ ริกะ) Nishida Shiori (นิชิดะ ชิโอริ) Eguchi Saya (เอกุจิ ซายะ) Takase Kurumi (ทาคาเสะ คุรุมิ) Maeda Kokoro (มาเอดะ โคโคโระ) Yamazaki Yuhane (ยามาซากิ ยูฮาเนะ) Okamura Minami (โอคามุระ มินามิ) Kiyono Momohime (คิโยโนะ โมโมฮิเมะ) Hirai Miyo (ฮิราอิ มิโยะ) Kobayashi Honoka (โคบายาชิ โฮโนกะ) Satoyoshi Utano (ซาโตโยชิ อุตาโนะ) และ โชว์สุดพิเศษ!! จาก DJ Miimi หนึ่งในสมาชิกสุดน่ารัก

นอกจากนี้ยังมี เหล่าไอดอลจากญี่ปุ่น ยกทัพมามอบความสุขกันอีกเพียบ ได้แก่ PSYCHIC FEVER from EXILE TRIBE, sherbet , MOTOR HOTEL, FES ☆ TIVE , Kyushu Girls Wing , BANZAI JAPAN , CHICKEN BLOW THE IDOL  , MAZE  , YUMEOI SHOJO, LINKL PLANET และ CHI–BA+KUN

ในส่วนของ ศิลปินไอดอลไทย ก็จัดหนัก จัดเต็ม ไม่แพ้ปีที่แล้ว กลุ่มไอดอลหญิงวงแรกของประเทศไทยอย่าง BNK48 ขนเมมเบอร์มาโชว์งานนี้ถึง 16 คน!!! อลัง…อลัง…กันไปเลย ส่วนกลุ่มศิลปินหญิง Redspin ที่กำลังมาแรงเช่นกัน และกลุ่มไอดอล LAST IDOL THAILAND ก็เตรียมขนเมมเบอร์มามอบความสุขด้วยเสียงเพลง ที่เหล่าโอตะต้องห้ามพลาด!!!

 พร้อมกลุ่มไอดอลไทยอีกเพียบ อาทิ  HatoBito / TerasuDanshi / Fuyubi / Euphonie ☆ / Ikinari Tell Me / Stellagrima / Kiss Kitsune / Wisdom / Blackforce /AKIRA KURØ / HAPPYTAIL / 2nd Dimension / The Glass Girls / NIKKO NIKKO / Tha Glass Girls Trainee / SORA! SORA! / YAMI YAMI / PEACH YOU / Castella / Miruku / Umeshu / Sumomo / DEADKAT/ KIRAKIRA ROMANCE / Bizcuit เหล่าด้อม เหล่าโอตะ เตรียมว้าววว…กันได้เลย

ด้านเหล่า ศิลปิน T-POP ชั้นนำของเมืองไทย ก็เตรียมยกทัพความสนุกมามอบให้กับคนไทยและชาวต่างชาติ พร้อมจัดเพลงฮิตติดลมบน รวมถึงเพลงดังคุ้นหูที่ร้องและโยกตามไปได้เลย เริ่มจากนักร้องหนุ่มสุดฮอต โตโน่ ภาคิน พร้อมขนเพลงฮิตและเพลงใหม่มาให้แฟนคลับได้สนุกกันอย่างเต็มอิ่ม  ร่วมด้วยศิลปินที่ต้องร้องไปด้วยกระโดดไปด้วยอย่าง ป๊อด โมเดิร์นด็อก คนนี้ขอบอกว่า…สุด!!! เพราะเขาเตรียมเพลงสนุกๆ มาให้ร้องและเต้นกันแบบสุดเหวี่ยง ด้านศิลปินหนุ่มอารมณ์ดีอย่าง แสตมป์-อภิวัชร์ มาพร้อมกีต้าร์คู่ใจ กับบทเพลงเพราะๆ ฟังสบายๆ สาวกของกลุ่มศิลปิน “ละอองฟอง” ก็ห้ามพลาด ร่วมด้วยกลุ่มศิลปินจาก GMMTV กับวง LYKN, และกลุ่มบอยแบนด์สุดหล่อ วง 7Moment  และ Prem-U จากค่ายกันตนา ที่จะมาโชว์ความหล่อ และความสามารถด้านการร้อง การเต้น ให้สาวๆ ได้กรี๊ดดด….!!!

ส่วนนักร้องสาวเสียงหวานอย่าง เบล วริศรา เจ้าของเพลงฮอต “เอาปากกามาวง”  ก็มีพร้อมบทเพลงไพเราะมาให้แฟนๆ ฟังกันอย่างเต็มอิ่มเหมือนกัน และที่พลาดไม่ได้กับความฮอตฮิตและกระแสมาแรงของ “โอมจงรวย” ไวรัลเพลงฮิต TikTok ระดับประเทศ ของศิลปินสุดเก๋ พัดชา ชนุดม ที่จะมาร้อง มาเต้นไปกับแฟนเพลงอย่างสนุกสนานอีกเช่นกัน!!!

ไม่เพียงแค่นั้น!!! Thai–Japan Iconic Music Fest 2023 ยังรวบรวมความหลากหลายทางด้านดนตรี ทั้งเหล่า DJ ที่จะมาเปิดเพลงสนุกๆ ทั้งแนว POP ROCK EDM มาให้แฟนๆ ได้สนุกกันด้วย นอกจากนี้ยังมีศิลปินแนว JAZZ ที่จะมาขับกล่อมดนตรีหวานๆ เพราะๆ ให้ฟังกันแบบเต็มอิ่ม!!

เตรียมตัวรับความสนุกกันให้ดีกับ “จักรวาลแห่งดนตรี” ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้! พบกับความสนุกจากกองทัพศิลปินไทย-ญี่ปุ่น ที่จะมาสร้างความบันเทิง บนเวทีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอด 3 วันเต็ม!!! ในงาน Thai–Japan Iconic Music Fest 2023 จัดขึ้นระหว่าง วันศุกร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 ณ ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือ Live Up ศิลปินไทยและญี่ปุ่นได้ที่

Website : http://gyucreative.com/
Facebook : https://www.facebook.com/gyucreative
Twitter : https://twitter.com/GyuCreative
Instagram : https://www.instagram.com/gyucreative/
#ThaiJapanIconicMusicFest2023 #Musicverse #Musicfest #TPOP #JPOP #タイジャパンアイコニックミュージックフェス
#The50thYearofASEANJapanFriendshipandCooperation
#GYuCreative #ICONSIAM
#japanevent #softpower #JapaneseIdol #ThaiIdol #WorldOfIdol #ジーユークリエイティヴ

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เดอะนัน 2 (The Nun II)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/755412

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เดอะนัน 2 (The Nun II)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เดอะนัน 2 (The Nun II)

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดอะนัน 2 (The Nun II)  หนังเรื่องที่ 8 ในจักรวาล คนเรียกผี (The Conjuring) ของ เจมส์ วาน เป็นหนังฉลองครบรอบ 10 ปีพอดีต่อจาก The Conjuring (2013) Annabelle (2014) The Conjuring 2 :The Enfield Poltergeist (2016) Annabelle : Creation (2017) The Nun (2018) The Curse of La Llorona (2019) The Conjuring : The Devil Made Me Do It (2021)

เดอะนัน 2 (The Nun II) มาในบรรยากาศของหนังผีน่ากลัวๆ ที่คุ้นเคยกันดีในยุคก่อน หลอกจริง หลอนจริง ไม่ใช้เทคนิคพิเศษซีจี สเปเชียลเอฟเฟกท์ (มีบ้างบางฉากเพื่อความสมจริง ใช้เท่าที่จำเป็น)บรรยากาศหนังผีน่ากลัวในแบบหมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ (The Exorcist)อาถรรพ์หมายเลข 6 (The Omen) ดวงอาถรรพ์ (Suspiria) หรือหนังยุคใหม่อย่าง Conjuring กลับมาให้เห็นบนจออีกครั้ง

เส้นเรื่องหลักยังคงอยู่ที่ผีแม่ชี ผีร้าย ออกหลอกหลอนในโบสถ์(ที่ย้ายจากโบสถ์ในป่าลึกมาลุยกันในโบสถ์ในเมือง) การต่อสู้ของผีปีศาจร้ายกับนักบวชของคริสตจักร ผีแม่ชีตัวเดิม ตัวจริงเสียงจริง เพิ่มเติมมีสมุนปีศาจ มีการใส่ปมในใจของตัวแม่ชีไอรีนเข้ามา เพื่อเพิ่มความเข้มข้นบอกเล่าที่มา-ที่ไปที่ทำให้เธอสามารถมีนิมิตมองเห็นผีร้ายได้

หนังเดินเรื่องต่อจากภาคแรก มีการย้อนภาพของไอรีน กับมอรีสเข้ามาเพื่อฟื้นความทรงจำเป็นระยะ ดังนั้น ไม่ต้องกลัวว่าถ้าไม่ได้ดูภาคแรกมาก่อนหรือลืมเลือนไปแล้วจะดูไม่สนุก แค่อาจจะลดทอนความสนุกไปบ้าง

ตัวหนังสร้างความน่ากลัวจากภาพ การจัดแสงที่เน้นมืดๆสลัวๆ แทบจะไม่มีความสว่าง ท่ามกลางสถานที่ที่ดูน่ากลัว ผีแม่ชีแทรกอยู่ในความมืด พร้อมที่จะโผล่ออกมาหลอกหลอนได้ตลอดเวลา ขยี้เพิ่มความน่ากลัวด้วยดนตรีประกอบที่ฟังแล้วโหยหวนเข้ากับโทนหนัง

ไม่เพียงแต่จะเน้นไปที่ความหลอนแล้ว ยังเพิ่มความสนุกไปกับการตามสืบหาความจริงของตัวแม่ชี ทำให้ เดอะนัน 2 กลายเป็นหนังสืบสวนแบบผีๆ ที่ทำได้สนุกสนานชวนติดตาม โดยมีเรื่องของผีวิ่งไล่ล่าเหยื่อที่เป็นกลุ่มคน กลุ่มเด็กๆ ในโรงเรียน สไตล์หนังแอ๊กชั่นไล่ล่า หรือหนังที่กลุ่มคนที่วิ่งหนีผีดิบผีซอมบี้ 

ตัวผีแม่ชี สร้างความน่าสะพรึงกลัวเพิ่มขึ้นจากภาคที่แล้ว เมื่อมีความมืด จะรู้สึกน่ากลัวจริงๆ เพียงแต่ที่รู้สึกไม่ชอบนิดๆ คือ เขี้ยวแหลมๆของตัวนางชี มันชวนให้นึกถึงแวมไพร์ หรือผีดูดเลือด ในยุคหนังผีขาว-ดำเลยทำให้ความรู้สึกผีแม่ชีเป็นผีที่หักคอพร้อมฆ่าคนในแบบผีๆ ถูกลดทอนลงไป

ภาคที่แล้วยังมีบาทหลวงกับแม่ชีมาร่วมมือกันปราบผี แต่พอมาในภาคนี้มีเพียงแม่ชี ผู้หญิงที่มาปะทะกับผีแม่ชีเทพ ต้นเรื่องก็เป็นผู้หญิงกลายเป็นหนังผีผู้หญิงแบบชัดเจน ผู้ชายเป็นเพียงตัวประกอบตัวเสริม ตัวสมทบเท่านั้น แม้ เดอะนัน 2 จะมาในโทนหนังบรรยากาศที่เอื้อต่อการดูไปสะดุ้งตุ้งแช่ พร้อมที่จะตกใจร้องกรี๊ดได้ตลอดเวลาแต่เอาเข้าจริงๆ ตลอดเรื่องแทบจะไม่สะดุ้งตกใจเลย แต่จังหวะหนังองค์ประกอบต่างๆ ที่ทำรู้สึกหลอนๆ ขนลุก รู้สึกถึงความน่ากลัวของตัวผีแม่ชีได้ทั้งเรื่อง

เทสซ่า ฟาร์ไมก้า กลับมารับบทเดิม แม่ชีไอรีน ที่เขยิบจากแม่ชีฝึกหัด มาเป็นซิสเตอร์แม่ชีเต็มตัว ที่ครั้งนี้ดูโตขึ้น ดูมีประสบการณ์มีพลังมากขึ้น ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูบอบบาง ทำให้อดลุ้นเอาใจช่วยและเหนื่อยแทนกับการวิ่งสู้ฟัดกับผีร้าย 

โจนาส โบลเกต์ มารับบท มอริส ที่มีบทเยอะกว่าในภาคที่แล้วได้เล่นอะไรๆ ที่เยอะขึ้น เช่นเดียวกับ บอนนี่ อารอน ที่ยังคงมารับบทผีแม่ชีตัวจริง เสียงจริง 

ตัวละครหลักใหม่ๆ มาร่วมเผชิญหน้าผีร้าย มี เคทลิน โรส ดาวนีย์ในบท โซฟี เด็กสาวที่ถูกเพื่อนๆ บูลลี่ แอนนา พอปเพิลเวล ในบท ครูเคทแม่ที่คอยปกป้องลูกสาวกับเด็กๆ ในโรงเรียนจากผีร้าย สตรอม รี้ดในบท แม่ชีเดบร้า แม่ชีผิวสีที่ถูกบรรดาเพื่อนๆ แม่ชี มองว่าชอบทำอะไรๆ ที่แหกกฎ ฉีกกฎ ซูซาน เบอร์ทิช ในบทมาดามลอว์เรนท์ ครูใหญ่ของโรงเรียนประจำ ลีอองทีน ดิ’อองเซียว ในบท ไซโมน เด็กนักเรียนสาวหัวโจกที่คอยบูลลี่ โซฟี

ผีแม่ชี 2 ปิดท้ายด้วยภาพหนังข่าวขาว-ดำน่ากลัวๆ ไปพร้อมๆ กับเครดิตทีมงาน ก่อนที่จะมีติ่งโยงเข้าหาสองผัวเมียนักปราบผี ลอร์เรน และเอ็ด วอร์เรน จากใน The Conjuring เหมือนที่ปิดท้ายใน เดอะนัน ภาคแรกและถ้าใครตาไวช่วงเครดิตที่ขึ้นชื่อ Bonnie Aarons นักแสดง เหมือนจะไม่มีอะไร แต่พอถึงชื่อของตัวหนังสือ ตัว E ในชื่อ มีพลิกไป-พลิกมาสลับหน้า-สลับหลังอยู่คนเดียว มาถึงบางอ้อ!! ตอนที่มีชื่อใครเล่นเป็นใคร นางคือตัวผีแม่ชีตามหลอนกันจนปิดม่านเลย น่ากลัวในแบบหลอนๆ ในผีร้ายหักคอแบบนี้ เอาไปเลย 9/10 หัวกะโหลก

‘เบนซ์-ปุณยาพร’ ยอมรับทะเลาะผู้จัด ‘เอ๊ะ-อิศริยา’ กลางกองถ่ายจริง ฝากถึง ‘โม-อมีนา’ ช่วยหัดหุบปากบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/755411

‘เบนซ์-ปุณยาพร’ ยอมรับทะเลาะผู้จัด ‘เอ๊ะ-อิศริยา’ กลางกองถ่ายจริง  ฝากถึง ‘โม-อมีนา’ ช่วยหัดหุบปากบ้าง

‘เบนซ์-ปุณยาพร’ ยอมรับทะเลาะผู้จัด ‘เอ๊ะ-อิศริยา’ กลางกองถ่ายจริง ฝากถึง ‘โม-อมีนา’ ช่วยหัดหุบปากบ้าง

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถือว่าเป็นนักแสดงที่มากความสามารถ แถมทุกบทบาทก็เคยเป็นมาหมด สำหรับ “เบนซ์- ปุณยาพร พูลพิพัฒน์” ไม่ว่าจะเป็นบทนางเอก จนมาบทนางร้ายเธอก็ไม่เคยทำให้แฟนคลับผิดหวังล่าสุดรายการ “แย่งซีน” ทางยูทูบช่อง 8 เลยขอเชิญเจ้าตัวมาพูดคุยหลังมีข่าวซุบซิบวงในว่าทะเลาะกับผู้จัด เอ๊ะ-อิศริยา สายสนั่นกลางกองถ่ายละครเลือดกากีกันจริง จนต้องพักเบรกถ่ายละคร แถมได้มาเปิดใจถึงเรื่องเพื่อนรักเพื่อนร้าย โม-อมีนา ถึงขั้นเอ่ยปากอยากเลิกคบ แฟนๆ สามารถติดตามเต็มๆ ได้ในยูทูบช่อง 8 https://youtu.be/TMiXbxF4nW8?si=OW24H5yVta1b2fgrเท่านั้น

ได้ข่าวว่ามีไปบังคับผู้ชายให้คุกเข่าขอแต่งงานเหรอคะ ทำไมไปฝืนจิตใจเขา?

(หัวเราะ) ไม่ ตอนนั้นมันมีคุกเข่าด้วยตอนที่เราคุยกันตอนนั้น คือเขาเหมือนอารมณ์แบบโอเค เดี๋ยวพี่จะพูดภาษาฝรั่งเศส เพราะเขาพูดได้ แล้วให้ตอบแบบภาษาฝรั่งเศส ไอ้ที่เขาสอนให้เราตอบลืมไปหมดเลย (หัวเราะ)

ชีวิตจริงเคยตบเคยตีกับใครไหมแบบว่าชาตินี้ไม่ขอร่วมงานด้วยมีไหม มีฟีลแบบนี้ไหม?

ฟีลจริงๆ เลยใช่ไหม นี่แหละเรื่องเลือดกากี ล่าสุดกับพี่เอ๊ะ (อิศริยา สายสนั่น) นี่แหละ ตีกับผู้จัดเลย (หัวเราะ) คืออย่างนี้เรื่องเหตุการณ์ เบนซ์ขอเล่าให้ฟังก่อนว่าในเรื่องมันต้องลงน้ำ น้ำคลอง เป็นสระบัวด้วยความที่เราว่ายน้ำไม่เป็น แล้วผู้กำกับเขาก็อยากได้ภาพที่สวย เขาก็บอกว่าลงตรงนี้ก่อน เขาก็ช่วยเราเนอะ เขาก็ช่วยเราว่าโอเคน้ำมันตื้น เราก็โอเค จบก็คือจบนะพี่ฉากเปิดตัวก็คือตรงนี้จบแล้วนะ เกิดไรขึ้นรู้ไหม ถ่ายใหม่อีก 3 รอบ

ทำไมคะ?

มันไม่สวยไง มันก็เหมือนแบบทำแบบนี้มันไม่โอเคเลย ก็เลยเรียกมาคุยเลย

อันนี้โกรธเขาจริงๆ เหรอ?

โกรธจริงๆ คือเหวี่ยงจริงเลย อันนี้ยอมรับจริง สติแตกเลยวันนั้น ด้วยละครเรื่องนี้นะคะ เบนซ์พูดจริงๆ ว่า 1.มันเหมือนแบบอารมณ์ถ่ายหนัก แล้วซีนอารมณ์มันเยอะ ร้อนด้วย เครียดด้วย วันหนึ่งร้องไห้ 30 ซีน เบนซ์ร้องไป 30 ซีนต่อวันมันเหมือนกับอารมณ์มันขึ้น วันนั้นเลยเรียกประชุม ดิฉันเหมือนเป็นผู้จัดเรียกเอง

ปกติการประชุมต้องเป็นของผู้จัดกองละคร?

เบนซ์-ปุณยาพร ค่ะ เรียกเลยค่ะ เรียกผู้จัดมาด้วยค่ะ บอกว่าพี่ทำแบบนี้ หนูไม่ไหวจริงๆ ไปคุยกันก่อนว่าจะเอาตรงไหน เซตฉากให้อย่างไร อะไรแบบไหน แต่ด้วยความที่เขาก็อธิบายเหตุผลในส่วนของเขา เราก็อธิบายในส่วนของเรา แต่เบนซ์มีความรู้สึกว่าพอสุดท้ายแล้วจริงๆ เราต้องคุยกัน แล้วการทำงาน มันก็ต้องมีกันบ้างแหละที่ต้องตีกัน พอหลังจากนั้นที่ได้พูดคุย เขาก็โอเคเขาก็จัดเรียงซีนมาโอเคเลย หลังจากนั้น

อ้อนแฟนๆ รายการ ดูละครเลือดกากี ช่อง 8 หน่อย?

ขอฝากละครเลือดกากี ช่อง 8 ด้วยนะคะเบนซ์ทุ่มสุดตัวมากจริงๆ มันเป็นอะไรที่หนักที่สุดในชีวิตที่เบนซ์เคยเล่นละครมาแล้วค่ะ เพราะว่าเป็นอารมณ์แบบลงน้ำ แห้ง เปียก แห้ง เปียก แล้วก็บทเครียดมากก็เลยอยากให้ติดตามกัน เบนซ์จะเป็นอย่างไรต่อไปในเรื่องนี้ ตลับ จะตบกับพี่เอ๊ะอย่างไร คือเอาฟีลลิ่งจริงตบเองเลย

เม้าท์พี่โม-อมีนาหน่อย?

ไม่ต้องเม้าท์อะไรมาก ช่วยหุบปากหน่อยหุบปากนิดนึง

ไม่กลัวเขาเหรอ?

กลัวทำไมล่ะ ถ้าจะเลิกคบ ก็เลิกเลยนะ โม-อมีนาเพราะฉันก็อยากจะเลิกคบเธอเหมือนกัน พูดมากๆ

อันนี้บทหรือจากลึกๆ ในจิตใจ?

จริงใจค่ะ ตรงๆ พูดแทนผู้ชมทุกคนด้วยว่าหุบปากบ้าง อยู่นิ่งๆ บ้าง หยุดพูดไป อะไรไม่รู้เรื่อยเปื่อย อย่าสาระแนเรื่องชาวบ้านให้มันมากนัก หุบปากหน่อยค่ะ

ได้ข่าวว่าเคยถูกแม่ของนางร้ายรุ่นน้องขายครีม?

แก้มบุ๋มไง ก็ไม่ใช่ อันนี้อยากบอกก่อนว่าตอนนั้นเราผิวหน้าไม่ดีมาก เราเป็นสิว แล้วแม่ลีเขาก็เลยบอกว่า หนูไปทำหน้าที่นี่สิพอสักพักหนึ่ง นางก็เอากระปุกครีมมาเลยจ้าเนี่ยแม่ใช้เป็นประจำทุกวันเลยดีมากเลย แล้วตอนนั้นเราเป็นคนที่ผิวคล้ำ แล้วคือถ่ายละครอยู่ในคลองตลอดเวลา ว่ายน้ำในคลองแล้วผิวมันเสีย คล้ำ เราไม่ได้ดูแลตัวเองตอนนั้น เขาก็มาเลย 1 กระปุก ตอนแรกกระปุกเล็กๆ ก่อน สักพักหนึ่งแม่ขายเป็นกิโลนะหนู

ครีมไรขายเป็นกิโลคะ กวนเอง?

ไม่รู้เหมือนกัน ครั้งหน้ามาถามให้หน่อยเนอะ

สรุปถูกหลอกหรือไม่ได้ถูกหลอก หมดไปเท่าไร?

เอ๊ะ หรือว่าหลอกๆ อยู่ในนั้นหรือเปล่าไม่แน่ใจ (หัวเราะ) หมดไปหลายหมื่น แต่ก็ผิวดีขึ้น ต้องขอบคุณแม่เขาด้วย เรามีผิวดีขึ้น

แฟนๆ สามารถติดตามชมรายการ “แย่งซีน”ย้อนหลังได้ทางยูทูบช่อง 8 เท่านั้น และสามารถรับชมบนทางหน้าจอได้ ทุกวันอาทิตย์ เวลา09.40 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 เท่านั้น

ถึงเวลาเอาคืน!‘ร้ายสด(Liveสด)’เพลงใหม่จาก ‘เอิ้นขวัญ วรัญญา’ร้ายมาร้ายกลับ จัดหนักกว่าเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/755422

ถึงเวลาเอาคืน!‘ร้ายสด(Liveสด)’เพลงใหม่จาก  ‘เอิ้นขวัญ วรัญญา’ร้ายมาร้ายกลับ จัดหนักกว่าเดิม

ถึงเวลาเอาคืน!‘ร้ายสด(Liveสด)’เพลงใหม่จาก ‘เอิ้นขวัญ วรัญญา’ร้ายมาร้ายกลับ จัดหนักกว่าเดิม

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปล่อยมิวสิกวีดีโอเพลงใหม่ “ร้ายสด (Live สด)”ให้ชมกันไปแล้วสำหรับศิลปินสาวเสียงดี “เอิ้นขวัญวรัญญา” ที่มีเพลงฮิตมากมายหลายบทเพลงไม่ว่าจะเป็นเพลง บ่กล้าบอกครู (แต่หนูกล้าบอกอ้าย),ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน, สั่งน้ำตาไม่ได้,คนตอบบ่อยู่ ฯลฯ ล่าสุด เอิ้นขวัญ กลับมาฝากผลงานเพลงใหม่อีกครั้ง พร้อมปรับลุคแซ่บๆ สวยคมบาดใจ ในเพลง “ร้ายสด (Live สด)” ฝีมือการแต่งคำร้อง-ทำนองโดย ตุ๋ย ด๊ะดาด และเรียบเรียงดนตรีโดย บรรจง เวียงพล อีกหนึ่งเพลงช้าสะใจด้วยเนื้อหาแรงๆ ใช้เป็นตัวแทนผู้หญิงที่จะกล้าเอาคืนผู้ชายเลวๆ ที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างสาสม

ส่วนเรื่องราวใน MV ร้ายสด (Live สด) เรียกว่า เข้มข้นด้วยการสื่อสารทางอารมณ์จากทั้งศิลปินและตัวนักแสดง ซึ่ง MV เพลงนี้ได้พระเอกน้องใหม่ “ราม ศุภราช” จากทางช่อง 7มาร่วมถ่ายทอดความร้ายให้เห็นกันใครที่เคยโดนหลอก และใครที่เคยโดนทำร้าย ถึงเวลาที่เราจะเอาคืนและยื่นความเจ็บช้ำให้กับผู้ชายเลวๆแบบชัดๆ กันได้แล้ววันนี้! ทางช่อง YouTube :GRAMMY GOLD OFFICIAL และทาง Facebook : เอิ้นขวัญ วรัญญา แกรมมี่โกลด์

เอิ้นขวัญ วรัญญา เล่าว่า “สำหรับเพลงใหม่ล่าสุด “ร้ายสด” ทั้งเนื้อเพลง ดนตรีและ MV เข้มข้นมากๆ ทุกอย่างรวมกันได้อารมณ์มากค่ะ สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงอารมณ์หนักๆแบบนี้ก็อยากแนะนำให้ได้ฟังกันนะคะเพลงนี้แตกต่างกับเพลงอื่นๆ ที่ผ่านมาก็ค่อนข้างเยอะค่ะ ส่วนมากเอิ้นขวัญจะได้ร้องเพลงแนวลูกทุ่งอีสาน หวานๆ ซึ้งๆ เศร้าๆ พอมาถึงเพลงนี้ก็ยังคงความเจ็บปวดไว้ แต่มาในรูปแบบที่แข็งแรง ทั้งเนื้อหาเพลงและอารมณ์เพลงที่เข้มข้นขึ้นค่ะอยากให้ได้ฟังเพลงหลายๆ อารมณ์ด้วย เปลี่ยนแนวบ้าง จะได้ไม่เบื่อกันค่ะก็หวังว่าจะถูกใจไม่มากก็น้อยนะคะ ขอฝากเพลงใหม่ “ร้ายสด” ให้แฟนๆ ได้ฟังได้ดู MV กันด้วยนะคะ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ตั้งใจทำงานมาก เป็นกำลังใจให้เอิ้นขวัญด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”