‘สรรเพชญ’ ฟาดรัฐบาล ทำ ‘งบเกินดุล’ เกือบ 3 แสนล้าน แต่เป็นเพียงภาพมายา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566371

30 ธ.ค. 2566

‘สรรเพชญ’ ฟาดรัฐบาล ทำ ‘งบเกินดุล’ เกือบ 3 แสนล้าน แต่เป็นเพียงภาพมายา

‘สรรเพชญ’ สส.ประชาธิปัตย์ ฟาดรัฐบาล ตั้งงบปี2567 จงใจทำผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ตกแต่งตัวเลขเงินนอกงบประมาณให้ดูดี โดยทำ ‘งบเกินดุล’ เกือบ 3 แสนล้านบาท แต่เป็นเพียงภาพมายา ซ้ำร้าย ไม่จริงใจกับท้องถิ่น โดยการแบ่งสัดส่วนรายได้ท้องถิ่นต่ำลง แค่ 29.1% จาก 35%

วันที่ 30 ธันวาคม 2566 นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ในฐานะคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งข้อสังเกตต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่จะมีการพิจารณาวาระแรก ขั้นรับหลักการในวันที่ 3 ถึง 5 มกราคม 2567 ซึ่งงบประมาณปี พ.ศ. 2567 มีกรอบงบประมาณวงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท ที่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมของ 4 หน่วยงานหลักทางการเงิน การคลัง

“แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าหน่วยงานที่รับงบประมาณ ซึ่งเป็นผู้นำนโยบายของรัฐไปปฏิบัติ ได้มีคำของบประมาณไปยังสำนักงบประมาณ สูงถึง 5.8 ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่า หน่วยงานที่ขอรับงบประมาณ จะถูกตัดลดงบประมาณที่ยื่นคำขอมา กว่า 2.32 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40 ที่ถูกตัดลดงบประมาณจากคำขอ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าความทุกข์ร้อนของประชาชนหลายประการ ที่ร้องเรียนผ่านทางสภาผู้แทนราษฎรหรือร้องเรียนผ่านหน่วยงานโดยตรง อาจจะไม่ได้รับการแก้ไขหรือดำเนินการในปีงบประมาณ 2567 เนื่องจากวงเงินงบประมาณมีจำกัด”นายสรรเพชญ ระบุ

นายสรรเพชญ ได้ตั้งข้อสังเกตงบประมาณที่น่ากังวล คือ ตามเอกสารงบประมาณปี 2567 ที่รัฐบาลมีรายได้เงินนอกทั้งสิ้น 2.40 ล้านล้านบาท และรายจ่ายเงินนอก 2.11 ล้านล้านบาท ทำให้เงินนอกงบประมาณเกินดุลที่กระทรวงการคลังได้ตั้งไว้ 295,828 ล้านบาท จะเป็นการสร้างภาพฐานะการคลังของรัฐบาลให้ดูดีเกินไปหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ต้องคงเป้าหมายการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2567 ไว้ที่ 693,000 ล้านบาท รองรับการเบิกจ่ายที่ได้รับการจัดสรรไว้ตามที่รัฐสภาอนุมัติ และส่วนที่เบิกจ่ายไม่ทันก็คาดว่าหน่วยรับงบประมาณคงขออนุมัติคณะรัฐมนตรีกันเงินนี้ไว้เบิกเหลื่อมปีในปีถัดไป ทั้งนี้คงจะไม่มีหน่วยรับงบประมาณใดนำเงินเหลือจ่ายส่งคืนคลัง ดังเช่นสมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาที่ให้นำเงินเหลือคืนส่งคลัง

ดังนั้น กล่าวโดยสรุปก็คือ การทำให้ดุลเงินนอกงบประมาณเกิดการเกินดุลจึงเป็นภาพมายาเท่านั้น เพราะไม่ใช่เงินของรัฐบาลแต่เป็นเงินของหน่วยงานอื่นที่ได้รับอนุมัติให้ถือเงินส่วนนี้ไว้ใช้จ่ายหมุนเวียนได้ เช่น สถานศึกษา โรงพยาบาล ทุนหมุนเวียน หรือกองทุนต่างๆ เป็นต้น

อีกทั้งเมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ปี พ.ศ. 2566 มีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ร้อยละ 62.1 และคาดการณ์ในปี 2567 ร้อยละ 64.0 สิ่งที่รัฐบาลต้องคำนึงหากจะดำเนินนโยบาย Digital Wallet คือเรื่องของสภาพคล่องในตลาดการเงิน และกฎหมายมาตรา 53 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ที่กำหนดว่าการกู้เงินกรณีพิเศษจะต้องมีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งตนไม่ติดขัดที่รัฐบาลจะมุ่งดำเนินนโยบาย Digital Wallet แต่ตนไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินเพื่อมาทำนโยบายนี้เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

ในส่วนงบประมาณที่เป็นเงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สส.สรรเพชญ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า สัดส่วนรายได้ระหว่างรัฐบาล กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) คิดเป็นร้อยละ 29.1 ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่ยังไม่ถึงร้อยละ 35 ตามจุดมุ่งหมายที่ควรจะจัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่าส่วนกลาง แต่เมื่อพิจารณาจากเอกสารงบประมาณแล้วเห็นได้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเกิดข้อจำกัดในการใช้จ่ายงบประมาณเนื่องจากงบประมาณจะไม่เพียงพอต่อการจัดทำบริการและกิจกรรมสาธารณะ

สว.ตัวตึง ‘กิตติศักดิ์’ ฟันธงส่งท้ายปี ไม่เกินปี67 ‘เศรษฐา’ พ้นเก้าอี้นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566369

30 ธ.ค. 2566

สว.ตัวตึง ‘กิตติศักดิ์’ ฟันธงส่งท้ายปี ไม่เกินปี67 ‘เศรษฐา’ พ้นเก้าอี้นายกฯ

ไม่เกินปีหน้า สว.ตัวตึง ‘กิตติศักดิ์’ ฟันธงส่งท้ายปี66 อย่างเก่งอยู่ได้ปีเดียว ไม่เกิน ธันวาคม ปี 2567 ‘เศรษฐา’ กระเด็นหลุดเก้าอี้นายกฯ ชี้ เจอสารพัดปัญหาลามสุมไฟขัดแย้ง

วันที่ 30 ธ.ค. 2566 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีที่ สว.จะหมดวาระการทำหน้าที่ในวันที่ 11 พ.ค. 2567 ว่า คงไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงอะไรเท่าไร คลื่นลูกเก่าไป คลื่นลูกใหม่ก็มาเท่านั้นเอง ไม่ต้องกังวลอะไรกับ สว.อีกต่อไป เพราะ สว.ชุดใหม่จะไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีอีก

“แต่ระหว่างนี้อย่ารีบเปลี่ยนตัวนายกฯ ละกัน จะทำให้ สว.ชุดปัจจุบันเลือกนายกฯได้อีก ขณะนี้ในวง สส. และ สว.พูดกันหนาหู นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กับ สว.ชุดนี้ใครจะไปก่อนกัน ทราบว่านายเศรษฐาก็มีปัญหาในเรื่องการบริหารอำนาจเช่นกัน ปัจจัยที่จะกำหนดความอยู่รอดของนายเศรษฐาจะอยู่ได้นานแค่ไหน คือชนวนคดีของนายทักษิณว่า นายเศรษฐาจะบริหารอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน”สว.กิตติศักดิ์ กล่าว

ขณะนี้กระแสสังคมจุดติดแล้ว รับไม่ได้ที่นายทักษิณได้อภิสิทธิ์พิเศษ ไม่ต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรมในคดีทุจริต ไม่เคยถูกคุมขังในเรือนจำแม้แต่วันเดียว จะเป็นตัวประเดิมจุดไฟขัดแย้งตั้งแต่ต้นปี ขึ้นอยู่กับบทบาทนายเศรษฐ าจะประคับประคองอารมณ์ประชาชนได้แค่ไหน

สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า อีกเรื่องที่จะกำหนดความอยู่รอดของรัฐบาลคือ การแก้ปัญหาปากท้องประชาชนจะเป็นตัวกำหนดเสถียรภาพรัฐบาลและเสถียรภาพนายกรัฐมนตรี เช่นกัน รวมถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่ต้องจับตารัฐบาลจะกล้าเสี่ยงออก พ.ร.บ.กู้เงิน นำเงินมาแจกประชาชนหรือไม่ ดูแนวโน้มแล้วพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่กล้าเสี่ยงออก พ.ร.บ.กู้เงิน มาแจกประชาชน ถ้ากฎหมายไม่ผ่านในสภาฯ นายกฯต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก 

“ประเมินสถานการณ์แล้วในไตรมาสแรกปี2567 รัฐบาลจะเผชิญแรงปะทะหนักมาก ไหนจะเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในเดือน มี.ค. 2567 อีก คงถูกพรรคก้าวไกล ถล่มหนักแน่ ถ้าทุกอย่างถึงช่วงสุกงอมพอดี นายเศรษฐา ก็น่าห่วง ส่วนตัวขอฟันธงอย่างเก่ง นายเศรษฐา อยู่ได้แค่ปีเดียว ไม่เกินเดือน ธ.ค. 2567 นายกฯ อาจถูกเปลี่ยนชื่อจากนายเศรษฐาเป็นคนอื่น”สว.กิตติศักดิ์ ฟันธง

สำหรับ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จัดได้ว่า เป็น สว.ตัวตึง ที่มีสร้างสีสันให้การเมืองไทย และมีบทบาทต่อการเมืองไทย ในหลายแง่มุม และเขาเป็นหนึ่งใน สว. ที่ประกาศตัวไม่หนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เมื่อครั้งการฟอร์มรัฐบาล 8 พรรคร่วมที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ล่มเสียก่อน ทำให้พรรคอันดับสองอย่างพรรคเพื่อไทย รับไม้ผลัดเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลแทน ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ที่สว.กิตติศักดิ์ ฟันธงว่าจำเป็นนายกฯได้ไม่เกิน1ปี เท่านั้น

‘นิกร’ ยันคำถาม ‘ทำประชามติ’ มาจากภาคประชาชน ชง ครม.แล้ว ขอให้ใจกว้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566362

30 ธ.ค. 2566

'นิกร' ยันคำถาม 'ทำประชามติ' มาจากภาคประชาชน ชง ครม.แล้ว ขอให้ใจกว้าง

‘นิกร’ ยันคำถาม ‘ทำประชามติ’ เพื่อแก้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มาจากภาคประชาชน นำรวมรายงานเสนอครม.แล้ว ลั่นรับฟังทุกกลุ่ม ขอให้ใจกว้าง

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2566 นายนิกร จำนง ประธานอนุกรรมการรับฟังความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กล่าวถึงกรณีข้อเรียกร้องของกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญระบุ “ทำให้ภาคประชาชนผิดหวัง” นั้น ว่า กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประกอบด้วยนิสิต นักศึกษา เยาวชน คนรุ่นใหม่ คงผิดหวังจริงที่ผลอาจไม่ออกมาตามความต้องการของกลุ่ม ตามที่ได้มีโอกาสรับเชิญเข้าไปในทำเนียบเป็นกลุ่มแรกสุด เพื่อรับฟังความเห็น และอีกส่วนหนึ่งก็ได้เข้าไปให้ความเห็นแบบตรงไปตรงมา ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับตัวแทนเฉพาะของกลุ่มประชาชน แล้วความเห็นดังกล่าวได้ถูกบันทึกไว้ในรายงานเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเรียบร้อย มิต้องกังวลว่าจะตกหล่นไปอย่างแน่นอน

นายนิกร กล่าวว่า รายงานผลการรับฟังประชาชนทุกกลุ่ม เฉพาะทุกกลุ่ม ทุกภาคนั้น ได้สรุปผลส่งไปยังคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ซึ่งครม.คงจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยการรับฟังสรุปความเห็นที่ตอบจากทุกกลุ่ม ไม่ว่าประชาชนทั่วไปจากกลุ่มอาชีพ และทุกภาคที่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ 

โดยไม่แก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 หรือแม้แต่ความเห็นส่วนมากของวุฒิสมาชิก ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขทั้งฉบับ แต่กลับเห็นด้วยกับการแก้ไขเป็นรายยมาตรา จุดนี้ ยังมีความสุ่มเสี่ยงกับการไม่ผ่านความเห็นชอบถึง 1ใน3 ของวุฒิสมาชิก ซึ่งไม่ต้องไปถึงการแก้ทั้งฉบับไม่ยกเว้นสองหมวดดังกล่าวที่เขาได้แสดงความชัดเจนมาตลอดว่าไม่เห็นชอบด้วย

นายนิกร กล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีการนำเสนอข้อมูลปัญหาของประชาชนกลุ่มต่างๆ และในภูมิภาคต่างๆที่มีปัญหามากมายที่ต้องการให้แก้ไขในหมวดต่างๆ เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรงที่ไม่ใช่หมวด 1 หรือหมวด 2 แต่อย่างใดเลย 

“จึงเรียกร้องให้ทุกคน ทุกกลุ่ม รับฟังความเห็นเบื้องต้นนี้อย่างใจกว้าง และให้ตั้งอยู่บนเป้าหมายให้เกิดผลความสำเร็จในการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วน มิใช่เป็นของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ จึงขอให้ช่วยกันพิจารณาสรุปผลจากการรับฟังประชาชนกลุ่มเฉพาะที่จะขอเปิดเผยให้ทราบในโอกาสนี้ เพื่อจะได้ร่วมกันพิจารณาด้วยความรอบคอบให้เกิดผลสัมฤทธิ์สำหรับประชาชนไทยกันต่อไป”นายนิกร กล่าว

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 30 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777962

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 30 ธันวาคม 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 30 ธันวาคม 2566

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ซีพีเอฟ ชวนชิมไข่ไก่สด ตรา “ซีพี ซีเล็คชั่น” สด สะอาด ปลอดภัย เพราะไม่ใช้ฮอร์โมนและปลอดยาปฏิชีวนะ ในบรรจุภัณฑ์ พลาสติก PET รีไซเคิล 100% จำหน่ายทั่วประเทศ

พิซซ่า ฮัท ชวนชิมเมนูอาหารทานเล่นใหม่คู่ฟินพิซซ่า ไก่ทอดเกาหลีซอสกาลิคสไตล์ใหม่, ไก่ทอดฮัทวิงซ์แซ่บ และชุดบาสเก็ตโทนาโด เคอร์ลี่ ฟรายส์ และหอมทอด ที่ ร้านพิซซ่า ฮัท 1150

ยูซุ สุกี้ (Yuzu Suki) ชวนชิมสุกี้ยากี้ระดับพรีเมียม “รสชาติ ความสุข…ไม่รู้จบ” ในคอนเซ็ปต์การตกแต่งแบบ Minimal-Japanese Style สาขาใหม่ ย่านอารีย์ สาขา Stand Alone สาขาแรกในประเทศไทย

ชวนชิม

ชวนชิมอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับอันดับ 1 จากเมืองฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่น กับโปรโมชั่น “AjiFever” สุดคุ้มทุกเมนูราคา189 บาท ถึง 31 ธ.ค.ที่ ร้านอาหารญี่ปุ่น “สึโบฮาจิ”ทุกสาขา (ยกเว้นสาขา เดอะพอร์ทอล)

ชวนชิม 5 เมนูอร่อย “Smack’s The Snack” ราคาเริ่มต้น 180 บาท อร่อยและสุขภาพดีได้ทุกเวลาที่ ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์3 สาขา โครงการเวลา หลังสวน, เกษรวิลเลจ และ เมกาบางนา

ชวนชิมนมพิสทาชิโอแบรนด์ “ซันคิสท์” อร่อยสุขภาพดีมี 5 รสชาติ ได้แก่ สูตรไม่เติมน้ำตาล, รสออริจินอล, รสช็อกโกแลต, รสชาไทย และสูตรผสมเนื้อกล้วยบด จำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ชวมช็อป

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนช็อปและอิ่ม พร้อมสนุกกับ AR GAME สุดมันส์ในกิจกรรม “SANTA MISSION” ลุ้นรับของรางวัลมากมาย ถึง 31 ธ.ค.

ชวนช็อปสินค้าใน “Krispy Kreme Share The Joy Collection” เพื่อนักสะสมไว้เติมสีสันชีวิต ทั้ง กระเป๋า, แก้วน้ำ, แก้วเก็บความเย็น, ร่ม และ Bluetooth Speaker ที่ ร้านคริสปี้ ครีม กว่า 50 สาขา

ชวนช็อปฉลองเทศกาลกับหมียักษ์สุดน่ารักนับร้อยตัว ในงาน “EVERYTHING JINGLEBEARS” ถึง 1 ม.ค. 2567 ที่ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

ชวนใช้

ยูนิโคล่ และ Marimekko ชวนใช้สินค้าคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekkoลิมิเต็ดเอดิชั่น ต้อนรับปีใหม่ 2024 จำหน่ายที่ ร้านยูนิโคล่ ทุกสาขา

ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ชวนร่วมกิจกรรมความสนุก และช็อปของขวัญส่งท้ายปี ในงาน “Paradise ParkSparkling Happiness” ถึง 31 ธ.ค.

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนใช้ผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีที่ผู้คนเรียกร้องมากที่สุด กับ “โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/5” ติดต่อที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิต โทร.02-2078844

ชวนชม

ชวนชมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เป็นกรณีพิเศษหัวข้อ “มะโรงนักษัตรทัวร์” เรียนรู้สัตว์ในตำนานทั้ง งูหงอน นาค มกร มังกร และเหรา ถึง 31 ธ.ค. ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร www.finearts.go.th

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “ผ้าขาวม้า” ในวันพุธที่ 3 ม.ค. เวลา 12.45-13.00 น. และสารคดี“ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “ดินแดนแห่งจินตนาการ” ในวันอาทิตย์ที่ 7 ม.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชม Art Collection ของ “The Little 1” ศิลปินตัวน้อยทั้ง 13 คน รวมทั้งทายาท Gen 4 ตระกูล “จิราธิวัฒน์” น้องริริน,น้องออตโต้, น้องดวิน และน้องปอนโย ได้ที่ Gift from The Little 1 (the1.co.th)

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

เบิกบานหรรษา อยุธยาเมืองมรดกโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/778011

เบิกบานหรรษา อยุธยาเมืองมรดกโลก

เบิกบานหรรษา อยุธยาเมืองมรดกโลก

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อยุธยามีของดีๆ งามๆ ให้คุณทุกคนไปสัมผัส เช่น โบราณสถาน แหล่งประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียม ประเพณี  วัดวาอาราม อาหารการกิน ขนมสารพัดชนิด เมื่อไปเที่ยวอยุธยาแล้วขอให้ใช้เวลาซึมซับความงดงามของอยุธยาให้มากที่สุด อย่ารีบเที่ยว อย่ารีบกลับ 

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณไปสนทนาถึงความน่าสนใจของอยุธยาในแง่มุมต่างๆ กับคุณวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา 

● สวัสดีครับ วันนี้เรากลับมาเยือนอยุธยาอีกครั้ง มาครั้งนี้เรามาเยือนอยุธยายามค่ำ รบกวนคุณวัชรพงศ์ ช่วยบอกถึงความน่าสนใจของอยุธยาในแง่มุมต่างๆ ให้ผู้อ่านได้ทราบอีกครั้งครับ

คุณวัชรพงศ์ : อยุธยามีความน่าสนใจหลากประการ ทั้งโบราณสถาน วัดวาอาราม และซากของปราสาทราชวัง พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ นานา เช่น พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา พิพิธภัณฑ์วังจันทร์เกษม อาคารเรียนรู้เรื่องโขน ศิลป์แผ่นดิน ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และอีกมากมายเกินจะบรรยายได้หมดในเวลาอันสั้นๆ รวมถึงยังมีอาหารการกิน ขนบธรรมเนียมประเพณี และยังมีความทันสมัยให้พบเห็นตลอดเวลา  อย่างบริเวณที่เรากำลังยืนคุยกันนี้คือริมวัดราชบูรณะ วัดสำคัญแห่งหนึ่งตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น มีกรุมหาสมบัติคือกรุงเครื่องทองวัดราชบูรณะที่โด่งดังไปทั่วประเทศและทั่วโลกก็ว่าได้ วัดนี้สร้างโดยเจ้าสามพระยา เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลให้เจ้าอ้ายและเจ้ายี่ พระเชษฐา ทั้งสองพระองค์ที่ทรงทำสงครามแล้วสิ้นพระชนม์ บริเวณนี้ยังมีวัดสำคัญๆ อีกมากมาย เช่น วัดมหาธาตุ เป็นต้นทั้งหมดนี้อยู่ในเขตเมืองเก่าบนเกาะเมืองอยุธยา บางคนเมื่อมาอยุธยาแล้วเห็นโบราณสถานต่างๆ ก็เข้าใจว่าเป็นวัง ซึ่งไม่ใช่ครับ พระราชวังจริงๆ นั้นเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังเท่านั้น พระราชวังของกรุงศรีอยุธยาถูกเผาทำลายไปตั้งแต่เมื่อครั้งไทยแพ้สงครามกับพม่าในคราวเสียกรุงฯ ครั้งที่สอง เมื่อ 2310 เขตวังจริงๆ จะอยู่ใกล้วัดมงคลบพิตร โดยจะมีวัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นวัดประจำพระบรมมหาราชวังในยุคกรุงศรีฯ แต่ปัจจุบันไม่เหลือโบราณสถานอีกแล้ว เหลือเพียงซากโบราณสถานเท่านั้น

● ในขณะนี้เรากำลังสนทนากันที่ริมกำแพงวัดราชบูรณะ ในยามค่ำคืน ซึ่งช่วงนี้กำลังมีงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ซึ่งงานจบในวันที่ 24 ธันวาคม แต่บริเวณที่เรากำลังยืนคุยกันนั้นจะมีงาน อยุธยาไนท์มาร์เก็ตทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ช่วงบ่ายแก่ๆ ถึง 4 ทุ่ม ใช่ไหมครับ ช่วยเล่าความเป็นมาของการจัดงานอยุธยาไนท์มาร์เก็ตให้ทราบด้วยครับ

คุณวัชรพงศ์ : ต้องเรียนว่า อยุธยาไนท์มาร์เก็ตคือตลาดชุมชนที่ชาวอยุธยาร่วมกันสร้างขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับการอนุมัติให้ใช้พื้นที่บริเวณนี้โดยกรมศิลปากร แล้วเราก็ทำงานร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ ในจังหวัด แนวคิดจัดตลาดนี้ก็เพื่อให้ชาวอยุธยามีรายได้จากการค้าขาย โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวอยู่ในอยุธยา บางคนบ่นว่าเมื่อถึงเวลาค่ำแล้ว ในอยุธยาก็เงียบเหงามาก ทั้งๆ ที่เขตโบราณสถานในยามค่ำมีความงดงามมาก แต่ไม่มีใครได้เข้าไปชื่นชมความงาม เพราะปิดหมดทุกแห่ง เราจึงเสนอแนวคิดนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามของโบราณสถานยามค่ำ เราจึงทำตลาดกลางคืนโดยเน้นเอกลักษณ์ชุมชนคนอยุธยา และที่สำคัญคือเน้นให้โบราณสถานมีคุณค่ามากขึ้น เพื่อให้ผู้คนเข้าไปสัมผัสความวิจิตรงดงามได้ในยามค่ำ สำหรับอยุธยาไนท์มาร์เก็ตนั้น อันที่จริงเคยจัดมาก่อนหน้านี้ แต่เมื่อมีปัญหาโควิด-19 แพร่ระบาดเมื่อสองปีก่อนก็ปิดตัวลงไป โดยสถานที่จัดงานครั้งก่อนอยู่ที่บริเวณศาลากลางหลังเก่าของเมือง แต่มาวันนี้ เราย้ายมาจัดริมวัดราชบูรณะ เพื่อให้ผู้คนได้เห็นความงดงามของพระปรางค์ประธานของวัดราชบูรณะ เมื่อเราทำตรงนี้ให้มีแสงสว่างที่เหมาะสม ก็ทำให้เกิดความมีชีวิตชีวาตามมา ผู้คนเข้ามาชมความงาม และมีการค้าการขายเกิดขึ้น ผู้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น ในแต่ละช่วงสัปดาห์ทำให้มีเงินหมุนเวียนเป็นหลักล้านบาท

● เอกลักษณ์ของตลาดแห่งนี้คืออะไรครับ

คุณวัชรพงศ์ : อันดับแรกคือคนขายของเป็นชาวอยุธยา ต่อมาคือสินค้าทำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นหลัก และผู้ค้าขายแต่งกายแบบไทยๆ ตามที่แต่ละคนจะมีแนวคิด เช่น บางคนก็แต่งกายเป็นชุดนักรบอยุธยา บางคนก็แต่งกายแบบชาววัง บางคนก็แต่งกายแบบขุนนาง บางคนก็นุ่งโจงห่มสไบ เป็นต้น นับว่าสร้างสีสันได้มาก ผู้ค้าขายจะได้หมุมเวียนกันมาขายของโดยเน้นหลักความเสมอภาคยุติธรรม เพราะแต่ละช่วงจะมีร้านค้า 150 ร้านเข้ามาขายของ และสลับสับเปลี่ยนกันไปเป็นรอบๆ ในแต่เดือน แต่ยกเว้นร้านที่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อมากๆ ก็จะได้ขายตลอดไป โดยเราจะโหวตจากผู้ซื้อเป็นสำคัญ เมื่อเปิดตลาดแห่งนี้ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาก แม้กระทั่งคนอยุธยาก็มาเที่ยวด้วย

● กลับไปถามการเลือกร้านค้าแบบเป็นธรรม ใช้วิธีอะไรครับ

คุณวัชรพงศ์ : อันดับแรกคือเราเปิดลงทะเบียนสมัครในกูเกิ้ล และมีเกณฑ์พิจารณาโดยร่วมกันพิจารณาจากหลายฝ่าย เช่น จังหวัด เอกชน พัฒนาชุมชน การท่องเที่ยว วัฒนธรรมจังหวัด เป็นต้น แล้วเราก็จัดแบ่งประเภทร้านค้าในแต่ละรอบของการขาย โดยการขายแต่ละช่วงคือทุกๆ สองสัปดาห์ ช่วงละ 150 ร้านค้า แล้วสลับกันไปในแต่ละรอบ ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผู้สมัครเกือบทุกคนได้โอกาสเข้ามาค้าขายแน่นอน หากสินค้ามีคุณภาพตามกำหนด และผู้ค้าทำตามกฎระเบียบของการจัดงานโดยเคร่งครัด นี่คือการทำให้ผู้ค้าขายต้องรักษามาตรฐานสินค้า และรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ให้ดี เพื่อจะได้เป็นที่นิยมของคนซื้อสินค้า เมื่อตลาดตรงนี้สร้างความคึกคักในยามค่ำก็ส่งผลให้เศรษฐกิจของอยุธยาดีตามไปด้วย ได้ข่าวว่าโรงแรมในอยุธยามีผู้คนเข้าพักมากขึ้น เพราะเมื่อผู้คนเข้ามาเที่ยวตลาดค่ำ ก็มักจะนอนพักค้างคืน เพื่อรุ่งเช้าจะได้ท่องเที่ยวต่อไปในพื้นที่ต่าง ๆ ในอยุธยา

● งบประมาณจัดงานนี้ ใครสนับสนุนครับ

คุณวัชรพงศ์ : เป็นการลงขันกันระหว่างเอกชน พ่อค้าแม่ค้า โดยไม่ได้ของบประมาณจากทางจังหวัดเลยแม้แต่บาทเดียว เราลงทุนกันเอง บริหารจัดการกันเอง โดยร้านค้าแต่ละร้านจ่ายเงิน 300-500 บาท ในแต่ละวัน เราระดมทุนกันเอง โดยได้รับการอนุมัติการจัดงานจากจังหวัด นอกจากนั้นผู้ค้าขายทุกคนต้องช่วยกันรักษาความสะอาด ต้องร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย เรากำหนดว่าทุกร้านค้าต้องรับขยะอันเกิดจากการขายสินค้าในงาน ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าจากร้านไหนก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินหาถังขยะไกลๆ และเมื่อจบงานแล้ว ผู้ค้าทุกร้านต้องช่วยกันเก็บขยะ ดูแลความสะอาดปิดร้านให้ดี เพื่อรอเปิดใหม่ในวันถัดไป นี่คือการร่วมสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบร่วมกัน เราค้าขายตรงนี้ก็ต้องช่วยดูแลความสะอาดให้ดีที่สุด ต้องไม่ทำลายโบราณสถาน และในบริเวณนี้เราไม่อนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอย้ำว่าเราเปิดตลาดเฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น แต่ยกเว้นสัปดาห์ไหนหยุดยาวต่อเนื่อง เราก็เปิดตลาดในวันนั้นๆ ด้วยผมและคณะจัดงานพยายามให้คนขายของนำสินค้าที่หลากหลายมาจำหน่าย และไม่ให้ตั้งร้านขายสินค้าชนิดเดียวกันอยู่ติดกัน แต่จะให้กระจายออกไป โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีสินค้าที่ซ้ำกันได้ไม่เกิน 5-6 ร้าน แต่ย้ำว่าต้องไม่ตั้งร้านติดกัน เพื่อจะได้ขายสินค้าได้เสมอหน้ากัน และเมื่อประกาศว่าจะขายสินค้าใดแล้ว จะเปลี่ยนแปลงโดยพลการไม่ได้ ตลาดของเรามีกติกาชัดเจนตายตัว เพื่อความเป็นระเบียบในการจัดการ

● เมื่อมองภาพรวมการจัดงานนี้ คิดว่าสร้างรายได้โดยร่วมให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาประมาณเดือนละเท่าไรครับ

คุณวัชรพงศ์ : ประเมินเร็วๆ ได้ดังนี้ครับ สัปดาห์หนึ่งขายสามวัน เดือนหนึ่ง 12 วัน ตกเดือนละประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนโรงแรมก็ได้รายได้เพิ่ม รถรับจ้างก็ได้รายได้เพิ่ม ร้านค้าอื่นๆ ก็ได้รายได้เพิ่ม ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือร้านให้เช่าชุดไทย ในแต่ละวันได้เงินเป็นหลักหลายพันบาท เดือนหนึ่งๆ ก็ได้หลายหมื่นบาท นี่คือการกระตุ้นให้เศรษฐกิจของจังหวัดดีขึ้น กระเตื้องขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจังหวัดมีความคึกคักมากขึ้น มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น

● เวลาจัดงานใกล้กับโบราณสถานสำคัญ ต้องระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษครับ

คุณวัชรพงศ์ : อันดับแรกคือต้องไม่ด้อยค่าโบราณสถานเป็นอันขาด ต้องทำให้โบราณสถานคงคุณค่า คงความสำคัญไว้เสมอ ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาความสะอาด และต้องดูแลโบราณสถานให้ดีที่สุด ต้องจัดงานด้วยความเคารพสถานที่สำคัญ เวลาจะติดไฟ หรือประดับไฟก็ต้องทำให้เหมาะสม เวลาจะใช้เสียงในการจัดงาน ก็ต้องไม่ใช้เสียงดังมากเกินไป ต้องเน้นหลักเคารพสถานที่เป็นสำคัญ เวลาติดไฟประดับงาน ก็ต้องทำให้โบราณสถานดูเด่นยิ่งขึ้น ไม่ใช่ติดไฟแล้วทำให้โบราณสถานด้อยค่าลงไป เมื่อเรามีโบราณสถานสำคัญของชาติ เราก็ต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด เพราะคือมรดกสำคัญของเราทุกคน และเป็นมรดกของชาวโลกด้วย เราจะเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมายแต่งกายด้วยชุดไทยในสมัยโบราณเข้าไปถ่ายรูปกับพระปรางค์วัดราชบูรณะในยามค่ำคืน เป็นภาพที่ถือได้ว่ามีคุณค่าต่อเจ้าของภาพมากที่สุดภาพหนึ่ง จะเห็นได้ว่าทุกคนภาคภูมิใจกับโบราณสถานแห่งนี้ 

● ผมสนใจหลักการให้แม่ค้าแม่ขายร่วมมือกันจัดงาน และดูแลกันเอง เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ ช่วยอธิบายหลักการเพิ่มเติมด้วยครับ

คุณวัชรพงศ์ : ภาครัฐคงไม่สามารถทำอะไรได้ทุกเรื่อง ต้องปล่อยให้เอกชนทำเองจึงจะดีที่สุด เขาจะดูแลกันเอง จะรักษาผลประโยชน์กันเอง จะร่วมกันรับผิดชอบพื้นที่ค้าขายด้วยตัวเขาเอง นี่คือหลักการร่วมกันบริหารจัดการโดยภาคเอกชน โดยภาครัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เอกชนเท่านั้น รัฐออกกฎระเบียนให้ชัดเจน แล้วให้เอกชนไปดำเนินการกันเอง โดยทำตามระเบียบที่วางไว้ ภาครัฐจะมาค้าขายแข่งกับเอกชนก็คงทำไม่ได้ดีเท่ากับปล่อยให้เอกชนทำกันเอง ดูแลกันเอง เมื่อเป็นแบบนี้ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน ชุมชนมีรายได้ มีความเข้มแข็ง แล้วภาพรวมของประเทศก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย 

● หากจะให้แนะนำนักท่องเที่ยวว่าเมื่อมาอยุธยาแล้วต้องไปที่ไหนบ้าง จะแนะนำอย่างไรครับ

คุณวัชรพงศ์ : ขอแนะนำให้นอนค้างในอยุธยาอย่างน้อยหนึ่งคืนครับ มาถึงอยุธยาช่วงเช้าๆ แล้วไปไหว้พระวัดสำคัญๆ ในอยุธยา มีวัดสำคัญหลายร้อยแห่งเลือกได้เลยครับ เช่น วัดพนัญเชิง วัดใหญ่ชัยมงคลวัดมงคลบพิตร วัดหน้าพระเมรุ และอีกสารพัดวัด เอ่ยชื่อได้ไม่หมดครับ แล้วก็หาของอร่อยๆ มากมายในอยุธยารับประทาน เช่น กุ้งแม่น้ำย่าง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ขนมไทยสารพัดชนิด เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองข้าวเกรียบ ตกบ่ายก็ไปนั่งชิลๆ ตามร้านกาแฟเก๋ๆ ที่มีทั้งในและนอกเมือง โดยเฉพาะนอกเมืองมีคาเฟ่น่าสนใจกระจายในหลายพิื้นที่ แล้วเมื่อมาอยุธยาก็ต้องไม่พลาดการชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปาชีพ ศิลป์แผ่นดินเป็นต้น เมื่อถึงยามค่ำก็ไปเที่ยวตลาดกลางคืน แล้วนอนพักในโรงแรมสักหนึ่งถึงสองคืน รุ่งเช้าก็ไปชมตลาดเช้าเช่น ตลาดเจ้าพรหม ตลาดหัวรอ เป็นต้น แล้วที่สำคัญหาเวลาไปล่องเจ้าพระยาในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย จะได้เห็นบ้านเรือน วัด โบราณสถานต่างๆ ที่อยู่ริมลำน้ำ จะได้ดื่มด่ำกับมรดกที่บรรพบุรุษของเราสร้างไว้ให้เราทุกคน แล้วลองจินตนาการนะว่า หากกรุงศรีอยุธยายังรุ่งเรืองจะงดงามสักเพียงใด ขอแนะนำเพิ่มเติมว่าอย่าพลาดการไปเที่ยวชมพระราชวังบางปะอินด้วย และยังมีสถานที่สำคัญอันเกี่ยวข้องกับเกจิอาจารย์ที่โด่งดังมากมาย เช่น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงปู่ดู่หลวงพ่อรวย วัดตะโก หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก และไปไหว้รูปเหมือนหลวงปู่ทวดที่อำเภอมหาราช เป็นต้น สิ่งที่ผมเล่าให้ฟังนี้ล้วนแล้วแต่เป็น Soft Power ของไทยในอยุธยาทั้งสิ้น มาแล้วคุณจะได้ซึมซับพลังด้านบวกและได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยาไปด้วย นี่คือมรดกที่บรรพบุรุษของเราสร้างไว้ให้เราทุกคน เรามาร่วมกันรักษา และร่วมกันภาคภูมิใจในมรดกของไทยด้วยกันนะครับ

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : ฉลองเทศกาลปีใหม่รับโชคดี ปีมังกรทอง 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777963

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : ฉลองเทศกาลปีใหม่รับโชคดี ปีมังกรทอง 2567

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : ฉลองเทศกาลปีใหม่รับโชคดี ปีมังกรทอง 2567

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่สรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใครในฉบับเสาร์สุดท้ายอำลาปีเก่าและต้อนรับเข้าสู่ศักราชใหม่ขอพาไปพบเทศกาลอาหารในโรงแรมชั้นนำทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด วันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค. เริ่มต้นกันที่

โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ นำเสนอดินเนอร์มื้อพิเศษ “Cirque Du Riverside New Year Dinner” บุฟเฟต์บาร์บีคิว ซีฟู้ด และอาหารนานาชาติเมนูพรีเมียม อาทิ ล็อบสเตอร์, เนื้อวากิว, ซีฟู้ดOn Ice ฯลฯ เมนูของหวานที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาล Festive แพ็กเกจเริ่มต้น ท่านละ 10,999 บาทที่ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ เทอเรส โทร.02-4319486

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์นำเสนอ “เมนูดินเนอร์สุดพิเศษ” พร้อมแพ็กเกจเครื่องดื่ม และการแสดงพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศบนชั้นดาดฟ้าอันงดงามยามค่ำคืน หรือเลือกฉลองเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ให้เอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้น บนรูฟท็อปใจกลางกรุงเทพฯ สุดเพอร์เฟกท์สำหรับการชมโชว์พลุและดอกไม้ไฟในงานเคาท์ดาวน์ ที่ ครู แชมเปญบาร์ และ เรดสกาย บาร์ โทร.02-1006255

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอ “กาลาดินเนอร์หรู” กับอาหารบุฟเฟต์นานาชาติเลิศรสจากทั่วทุกมุมโลก บทเพลงไพเราะจากวงดนตรีและดีเจ พร้อมชมดอกไม้ไฟสุดอลังการเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาท่านละ 17,000 บาทถ้วน ที่ ริมสระว่ายน้ำ โทร.02-2367777

โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน นำเสนอ “NEW YEAR’S EVE EXTRAVAGANZA” บุฟเฟต์นานาชาติที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วทุกมุมโลกชมการแสดงพลุรักษ์โลก 50,000 ดอก 7 ชุดความยาว 9 นาที รวมระยะทาง 1,400 เมตร และการบินโดรนเหนือน่านน้ำกว่า 2,000 ตัว ที่นั่งริมแม่น้ำ ท่านละ 12,888 บาท++ โทร.02-2660123

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ“บุฟเฟต์นานาชาติกลางวัน และมื้อเย็น” ท่านละ 690 บาทถ้วนอายุ 65 ปี (มากับครอบครัว) ทานฟรี ถึง 1 ม.ค. 2567 ที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ “บุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน และมื้อเย็น” อาทิ ฟัวกราส์ สปาเกตตี สเต๊ก พิซซ่า ติ่มซำ ซูชิ ซาชิมิ ซีฟู้ด และ เครปไอศกรีมวานิลลา ท่านละ 690 บาทถ้วน โปรโมชั่นฉลองเทศกาลปีใหม่ อายุ 65 ปี (มากับครอบครัว) ทานฟรีถึง 1 ม.ค. 2567 ที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท นำเสนอ“นิวเยียร์ อีฟ ซีฟู้ดบุฟเฟต์” มื้อค่ำกับอาหารจากทั่วโลกทั้งซีฟู้ดออนไอซ์ ซีฟู้ดย่าง เนื้อเกรดพรีเมียม อาหารตะวันตก อาหารญี่ปุ่น อาหารเมดิเตอร์เรเนียน อาหารอินเดียต้นตำรับ ท่านละ 3,400 บาท++ (เฉพาะอาหาร)ที่ ห้องอาหารออร์คิด คาเฟ่ โทร.02-6498888

โรงแรมชาเทรียมแกรนด์ กรุงเทพฯ นำเสนอ“ดินเนอร์พิเศษ เมนู 6 คอร์ส” ปูอลาสก้าฟัวกราส์ ล็อบสเตอร์บริตตานี แซลมอนอิซิกนี เนื้อสันในวากิวออสเตรเลียและของหวานมองต์บลังค์อันหรูหรา ท่านละ4,250 บาท++ ที่ ห้อง CASIA โทร.02-3078888

โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพข้าวสาร โรงแรมแห่งที่ 7 ของเครือMBK นำเสนอ “ดินเนอร์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่” เมนูชุดเทศกาลพร้อมน้ำอัดลมฟรีโฟลว์ ราคาเริ่มต้นท่านละ 799 บาท++ ที่ “RHYME BAR” โทร.02-2805434

โรงแรมแอนดาซ พัทยา จอมเทียน บีช นำเสนอ“ดินเนอร์ไฟน์ไดน์นิ่ง 5 คอร์ส” ชมการแสดงไฟบนชายหาดและการแสดงดอกไม้ไฟตระการตาในเวลาเที่ยงคืนท่านละ 7,000 บาท++ ที่ “Fish Club” โทร.038-221234

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน นำเสนอ“บุฟเฟต์อาหารทะเลรสเลิศ” เสิร์ฟทั้งแบบออนไอซ์และปิ้งย่าง ที่ ห้องอาหารประมง พร้อมชมการแสดงพลุและดอกไม้ไฟกว่า 2,024 ลูก เปล่งประกายสีสันสะท้อนท้องฟ้าเหนือน้ำทะเล ยิงยาวต่อเนื่องกว่า 10 นาทีสว่างไสวทั่วทั้งหาดเมืองหัวหิน โทร.032-809999

โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย นำเสนอ “เซตเมนูอาหารไทยสุดพิเศษ 5 คอร์ส” พร้อมขนมหวานและการแสดงโชว์บนเวทีพร้อมเคาท์ดาวน์ และลุ้นรับรางวัลพิเศษกับโรงแรมเครือเคป แอนด์ แคนทารี ท่านละ6,000 บาท++ ที่ ห้องอาหารล่องใต้ โทร. 077-602301

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์หรรษา บรรยากาศหลากหลายสไตล์ให้เลือกเพื่อความรื่นเริงบันเทิงใจไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

เทอร์มินอล 21 ฉลองเทศกาลแห่งความสุข พร้อมกองทัพน้องหมีสุดคิวท์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/778001

เทอร์มินอล 21 ฉลองเทศกาลแห่งความสุข  พร้อมกองทัพน้องหมีสุดคิวท์

เทอร์มินอล 21 ฉลองเทศกาลแห่งความสุข พร้อมกองทัพน้องหมีสุดคิวท์

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โดย บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ร่วมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขกับแคมเปญ “GIFT FEST 2024”  พร้อมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขที่ชวนให้ทุกท่านไปเช็คอิน ฟินกับจุดถ่ายรูปสุดตระการตา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Christmas Bear” พบกับตุ๊กตาหมีขนาดบิ๊กไซส์สูงถึง 6 เมตร! โดดเด่นเป็นแลนด์มาร์คและกองทัพน้องหมีสุดคิวท์กว่า 5,000 ตัว ที่ยกขบวนมาตกแต่งไว้ทั่วทั้งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ทั้ง 3 สาขา อโศก พัทยา และพระราม 3 พร้อมจัดเต็มมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง สนุกกับกิจกรรมบันเทิงต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ รวมทั้งโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดสูงสุด 70% ตั้งแต่วันนี้-2มกราคม 2567

ฉลองปีใหม่ให้สุขแบบสุดปัง ด้วยของขวัญชิ้นพิเศษที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21ทั้ง 3 สาขา เตรียมไว้มอบให้ทุกท่าน ติดตามโปรดี ดีลเด็ด และข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ทางเว็บไซต์ www.termina21.co.th รวม

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนเสริมดวง เฮงรับปีใหม่ มูเตมอลล์ ที่รวมศาสตร์ความเชื่อหลากหลายศาสตร์ไว้ในงานเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777990

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนเสริมดวง เฮงรับปีใหม่  มูเตมอลล์ ที่รวมศาสตร์ความเชื่อหลากหลายศาสตร์ไว้ในงานเดียว

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนเสริมดวง เฮงรับปีใหม่ มูเตมอลล์ ที่รวมศาสตร์ความเชื่อหลากหลายศาสตร์ไว้ในงานเดียว

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัดใหญ่ ครั้งแรกกับ งาน “THE MALLLIFESTORE มูเตมอลล์” มหกรรมมูเตลูที่รวมศาสตร์ความเชื่อหลากหลายศาสตร์ไว้ในงานเดียว เสริมสิริมงคลให้กับลูกค้าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ภายในงาน รวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สายมู ทั้งศาสตร์ไทย, ศาสตร์จีน, ศาสตร์พราหมณ์-ฮินดู และศาสตร์นอร์ส เชิญร่วมทำบุญ เสริมดวง รับน้ำมนต์กับพระสงฆ์จากวัดบัวขวัญ พร้อมเปิดดวงกับนักพยากรณ์หลากหลายศาสตร์ รวมทั้งกิจกรรมพบปะกับหมอดูชื่อดังตลอด7 วัน นำทีมโดย ดร.คฑา ชินบัญชร,อ.กายทิพย์ สรัสวดีมณฑล, อ.กามล แสงวงศ์,หมอวั้ง-วรางคณา อัชชะกิจ, อ.ชัญญา-ชัญญาภัค วิทยาอนุมาส, อ.ติ๊ก กลิ่นสี และคุณแต๊ง-พงศกร มหาเปารยะ พร้อมลุ้นรับเครื่องรางเสริมดวงจากหมอดูชื่อดังทุกวัน รวมทั้งคัดสรรร้านค้า วัตถุมงคลเครื่องรางและสินค้าเสริมดวงให้นักช้อปสายมูได้มูแบบจัดเต็ม งานจัดตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 ที่บริเวณด้านหน้า MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

30 ธ.ค. 2566 (15.00 น.) อ.มุ่ย หูทิพย์ ร่วมเปิดสถานที่มูเตลูทั้งไทยและต่างประเทศพร้อมเคล็ดลับการมูแบบจัดเต็มพิเศษ, 31 ธ.ค. 2566 (15.00 น.) อ.กายทิพย์ สรัสวดีมณฑล (หมอกาย ศาสตร์ไพ่รูนส์) เปิดเคล็ดลับเสริมดวงด้วยศาสตร์รูนส์ พร้อมลุ้นรับวอลล์เปเปอร์รูนส์เสริมดวง เสริมเสน่ห์ ความรัก โชค ความสุข ความร่ำรวย การคุ้มครอง และเพื่อดึงดูดสิ่งดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต

1 ม.ค. 2567 (15.00 น.) อ.กามล แสงวงศ์ นักพยากรณ์ชื่อดังผู้มีประสบการณ์ในการสอนและพยากรณ์มากว่า 30 ปี ทั้งศาสตร์ไพ่ทาโรต์ ออราเคิล ผู้คิดค้นศาสตร์การพยากรณ์ด้วยคริสตัลและลูกเต๋าออราเคิลเป็นคนแรกของโลก, นักพยากรณ์ในทีมนักพยากรณ์การกุศลสิริวัฒนาพยากรณ์ ซึ่งเป็นทีมระดับแนวหน้าของเมืองไทย,กรรมการผู้บริหารของสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ หนึ่งในสมาคมที่เป็นเสาหลักในการสอนวิชาโหราศาสตร์ของประเทศไทยร่วมเปิดเคล็ดลับเสริมดวงให้ปังในปีมังกร2567 พร้อมลุ้นรับฟรี! เหรียญพญานาคจากกองกษาปณ์, ยันต์ปู่อือลือจากบึงโขงหลงและยันต์จากวัดกัลยาณมิตร

2 ม.ค. 2567 (14.00 น.)อ.ชัญญา ชัญญาภัค วิทยาอนุมาส (ราชินีไพ่จิตสัมผัส) มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ในงานวันเดียวเท่านั้น แจกฟรี แผ่นมงคลชีวิต ปลุกเสกจากวัดพระแก้ว ศาลหลักเมือง วัดแขก (มูลค่า 399 บาท) พร้อมดูโหงวเฮ้ง และเปิดไพ่ (ฟรี1 คำถาม) เมื่อลงทะเบียนสักคิ้ว กับอาจารย์ชัญญาพร้อมจ่ายมัดจำ 1,000บาท ภายในงาน พลาดไม่ได้ เมื่อลงทะเบียนร่วมงาน วันที่ 2 ม.ค. 2567 ลุ้นรับสิทธิ์ เป็นผู้โชคดี 3 ท่านที่จะได้ดูดวงฟรี กับอาจารย์ชัญญา พร้อมวิธีแก้ไขกรรม และเสริมบุญ

2 ม.ค. 2567 (15.00 น.) อ.ติ๊กกลิ่นสี (ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศาสตร์ตัวเลขและลายเซ็น) ร่วมเปิดเคล็ดลับเสริมดวงหลังดาวราศีย้าย พร้อมเคล็ดลับการออกแบบลายเซ็นเสริมดวงแบบฉบับ อ.ติ๊ก กลิ่นสี พร้อมรับสิทธิ์จารตัวเลขตามหลักเลขศาสตร์เสริมสิริมงคล รับปีใหม่

3 ม.ค. 2567 (15.00 น.) หมอวั้ง-วรางคณา อัชชะกิจ (หมอดูไพ่ออราเคิลชื่อดัง) ร่วมเผยเคล็ดลับการไหว้ขอพร ตามวันเกิด ให้ปังตลอดปี และเคล็ดลับการไหว้องค์เทพสายพราหมณ์-ฮินดู พร้อมลุ้นรับฟรีพระพิฆเนศ ปางปัญญาประทานพรและองค์พญาครุฑ หลวงปู่เส็ง วัดบางนา (พระเกจิอาจารย์องค์แรกของไทย ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตจากในหลวง รัชกาลที่ 9ให้สร้างพญาครุฑองค์แรกให้คนบูชาในประเทศไทย)

คุณแหน : 30 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/778000

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● วันนี้ 30 ธันวาคม 2566 เหลืออีกเพียง 1 วัน ปี 2566 ก็จะเป็นปีเก่า ชาวประชาเตรียมตัวรับปีใหม่ 2567 กันได้ ขอให้คุณผู้อ่าน “แนวหน้า”ทุกท่าน สุขสันต์หรรษา ในทุกๆ วัน ธุรกิจเจริญรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาล สุขภาพแข็งแรง ตลอดปีและตลอดไป…

●● ชื่นมื่นกันอีกวาระต้อนรับปีใหม่ หลังจากต้องเดินงานกันมาหนึ่งไตรมาสแรกโดย ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน จัดอาหารบุฟเฟ่ต์ชุดใหญ่เลี้ยงสื่อมวลชนสายทำเนียบประจำปี พร้อมทั้งนำบุตรชายทั้งสอง ณภัทร-วรัตม์ ทวีสิน มาเปิดตัวร่วมงานด้วย หนึ่งในไฮไลท์ของงานกลายเป็นเรื่องเม้าท์กันต่อเนื่องคือนอกจากท่านนายกฯ จะแต่งกายสีฉูดฉาดหลายชุดแล้วท่านยังสวมถุงเท้าสองข้างไม่เหมือนกันแดงข้างเขียวอีกข้าง อีกทั้งบุตรชายท่านยังแสดงพลังร่วมโดยปฏิบัติเช่นเดียวกัน… เราเองเคยเขียนไปแล้วว่าไม่ต้องฮือฮาในสิ่งที่เห็น เพราะปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาของชาวแคลิฟอร์เนียรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มปัญญาชนLIBERAL CALIFORNIANS จากสถาบันCLAREMONT COLLEGES เมือง POMONA ที่ท่านสำเร็จมหาบัณฑิตมา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เห็นภาพข่าวบุคคลรูปร่างสูงชะลูดแต่งตัวแบบนี้เปี๊ยบเข้าพบกับนายกฯอังกฤษ ริชี ซูแน็ก ทีแรกคิดว่าเป็น ฯพณฯ ของเราอีกแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่ใช่กลายเป็นอดีตประธานสภาผู้แทนฯ ของสหรัฐฯ ไป…

●● คำพระท่านว่า “รูปัง ชีรติ มัจจานัง นามะโคตตังนะ ชีระติ” สรุปฟังง่ายๆ คือ “ตัวตายแต่ชื่อและตระกูลคงอยู่” หมายถึงเฉพาะผู้ตั้งมั่นทำความดีแก่สังคม เช่น มนูญ พุฒทอง นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์รุ่น มธ. 07, BCC รุ่น 111 ดังนั้นเมื่อถึงวาระสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน (BCC) ต้องพิจารณารางวัลประจำปี “ศิษย์เก่าผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่สมาคมศิษย์เก่าฯ, โรงเรียนฯ และสังคมประจำปี 2566” คณะกรรมการผู้พิจารณาตัดสินที่ประกอบด้วยทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และนักบริหารธุรกิจชื่อดังจำนวน 10 ท่าน และอย่างไม่ต้องใช้เวลาไตร่ตรองต่างลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ มนูญ พุฒทองได้รับเลือกแบบ POSTHUMOUS ณ หอธรรมใหญ่รร.กรุงเทพคริสเตียน…

●● คนดีอีกคน คุณหมอวี-นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย คุณหมอยูทูบเบอร์ด้านสุขภาพจาก “Dr.V Channel” ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่าเจ็ดแสนคน โดย คุณหมอวี เป็นหมอผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท ผู้ซึ่งทำรายการสาระความรู้เพื่อสุขภาพที่ดี คุยกันสบายๆ สไตล์ “มีเพื่อนเป็นหมอ”…และก่อนสิ้นปี 2566 คุณหมอวี-นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย และ ดาวัลย์ ภรรยาทำบุญใหญ่บริจาคเงินให้โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นเงิน 1,000,000.- (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยแผ่ส่วนบุญให้ FC รายการของ คุณหมอวี ด้วยว่า“ด้วยผลแห่งบุญนี้ ขอให้ทุกท่านแข็งแรง ปราศจากโรคภัย มีความสุข สมหวัง อนุโมทนาบุญด้วยกัน”…สาธุค่ะ…

●● ข่าวดีก่อนปีใหม่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันอังคารสุดท้ายของปีนี้ ให้แต่งตั้ง สุดฤทัยเลิศเกษม ดำรงตำแหน่ง “อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์”คนล่าสุด…อธิบดีฯสุดฤทัย เป็นศิษย์เก่า คณะการสื่อสารมวลชน มช.รหัส 25…พี่ๆ น้องๆ ฝากแสดงความยินดีด้วย…

●● ฟาดเคราะห์ส่งท้ายปีเก่า พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ขับรถชนเสาไฟฟ้ารถเยินหมดสภาพ แต่โชคดีที่คุณหมอปลอดภัย…

●● ก่อนปีใหม่หลายคนไปเที่ยวต่างประเทศ อาทิถาวรสวัสดิ์ ชวะโนทัย พาครอบครัวไปเที่ยวญี่ปุ่น ยามนี้…ทางด้าน จุไรรัตน์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ ไปฉลองคริสต์มาสที่สิงคโปร์ กับครอบครัวลูกสาว ดร.นิรัญชา-ดร.ปติ พุทธวิบูลย์ กลับมาทันแฮปปี้ นิว เยียร์ ที่กรุงเทพฯพอดี…ส่วน วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ควงแขน พชรพชร์ ลูกชายไปเวียดนาม แต่ก็กลับมาเคาท์ดาวน์กับครอบครัวใหญ่ที่ไทยแลนด์แดนสไมล์ได้ทันท่วงที…●● สุดท้ายนี้ ขอลาทีปีเก่า และโชคดีปีใหม่ค่ะทุกๆ คน !!…●●

บารอนเนส

‘ซีพีเอฟ’ ปลุกพลังเยาวชนดูแลลำน้ำมูลยั่งยืน ‘โครงการนักสืบสายน้ำ’ ปีที่ 12

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/778002

‘ซีพีเอฟ’ ปลุกพลังเยาวชนดูแลลำน้ำมูลยั่งยืน  ‘โครงการนักสืบสายน้ำ’ ปีที่ 12

‘ซีพีเอฟ’ ปลุกพลังเยาวชนดูแลลำน้ำมูลยั่งยืน ‘โครงการนักสืบสายน้ำ’ ปีที่ 12

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“แม่น้ำมูล” เป็นลำน้ำที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวอีสานตอนล่าง หล่อเลี้ยงทุกชีวิตตลอดลำน้ำให้ได้ใช้ประโยชน์ทั้งบริโภค-อุปโภคมาหลายชั่วอายุคน จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาลำน้ำแห่งนี้ให้คงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังของเยาวชนมีความสำคัญในการขับเคลื่อนในการอนุรักษ์ดูแลให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงอยู่ต่อไป

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้า “โครงการนักสืบสายน้ำ” ให้ความรู้และเปิดโอกาสแก่เยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้เรียนรู้เทคนิคการดูแลรักษาลำน้ำ และร่วมกันเฝ้าระวังรักษาลำน้ำมูล ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักของชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนในการช่วยกันเฝ้าระวังลำน้ำมูลให้คงความสะอาด ล่าสุดจัดโครงการครั้งที่ 12ด้วยการเชิญชวนน้องๆ นักเรียน 140 คน จากโรงเรียนชลประทานบ้านกอโจด ต.ท่าเยี่ยมอ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ร่วมดูแลรักษาลำน้ำมูล โดยมีพี่ๆ จิตอาสาชาวซีพีเอฟให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมพร้อมลงพื้นที่ปฏิบัติจริงภาคสนาม ผ่านกิจกรรมส่องหาสัตว์น้ำ กรองน้ำสะอาดง่ายๆ ด้วยวัสดุธรรมชาติ และตรวจลักษณะทางกายภาพของน้ำ โดยหวังให้เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมโครงการจะถ่ายทอดความรู้ให้กับเพื่อนๆ เป็นแนวร่วมในการป้องกันรักษาลำน้ำ ก่อเกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำประโยชน์ให้กับชุมชนของตนเอง

“นักสืบสายน้ำ” เป็นโครงการที่ซีพีเอฟดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยเน้นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการ ร่วมกันรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จ “โครงการรักษ์ลำน้ำมูล ปีที่ 15” ที่เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของซีพีเอฟในด้าน “ดินน้ำป่าคงอยู่” ที่มุ่งอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติรอบสถานประกอบการให้คงอยู่อย่างยั่งยืนและคนไทยได้มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ตลอดไป