‘เอ็ทตี้ ทเวนตี้’ ได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดาว 5 ปีซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775459

'เอ็ทตี้ ทเวนตี้' ได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดาว 5 ปีซ้อน

‘เอ็ทตี้ ทเวนตี้’ ได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดาว 5 ปีซ้อน

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 10.18 น.

การันตีความเจ๋งกับร้าน 80/20 ที่ล่าสุดมิชลินประกาศรางวัลร้านอาหารมิชลิน 1 ดาว นับเป็นการได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดาว 5 ปีติดต่อกัน!

80/20 (เอ็ทตี้ ทเวนตี้) ร้านอาหารไทยในเครือร้านอาหารชั้นนำอย่าง Foodie Collection (Vesper Cocktail Bar, La Dotta Pasta Bar & Store และ 4th Wall Bar) ภายใต้การบริหารของโชติพงษ์ และเด็บบี้ ลีนุตพงษ์ ได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดาวเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

โดย 80/20 ได้รับรางวัลการันตีความอร่อยจากมิชลินตั้งแต่ปี 2020 จนมาถึงปี 2024 ที่เพิ่งมีการประกาศผลไปเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน 80/20 มีหัวหน้าเชฟคนใหม่คือเชฟ Thav Phouthavong (แทฟ พุทธวงศ์)เชฟชาวอังกฤษเชื้อสายลาวที่มาร่วมงานเมื่อตันปี

เชฟแทฟสะสมประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญด้นอาหารไทยแบบประยุกต์ โดยมีความตั้งใจที่จะสานต่อปรัชญาของร้านเอ็ทตี้ ทเวนตี้ ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่ปี 2015 ที่เน้นเมนูอาหารไทยในแบบก้าวหน้า ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มเติมด้วยสีสันด้วยในการรังสรรค์เมนูในแบบฉบับของตัวเอง

80/20 เปิดบริการวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18:00 – 23:00 น. (Last order 21:00 น.) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่ง โทร 099 118 2200; อีเมล info@8020bkk.com; Facebook message: 80/20bkk หรือ Line @8020bkk (มี @)

-(016)

‘บี.เอ็ล.ฮั้ว’ ฉลอง100 ปี แห่งคุณความดี ควบคู่การดำเนินธุรกิจ บริจาคเงินให้โรงพยาบาล 100 แห่งทั่วประเทศ รวม 20 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775400

‘บี.เอ็ล.ฮั้ว’ ฉลอง100 ปี แห่งคุณความดี ควบคู่การดำเนินธุรกิจ  บริจาคเงินให้โรงพยาบาล 100 แห่งทั่วประเทศ รวม 20 ล้านบาท

‘บี.เอ็ล.ฮั้ว’ ฉลอง100 ปี แห่งคุณความดี ควบคู่การดำเนินธุรกิจ บริจาคเงินให้โรงพยาบาล 100 แห่งทั่วประเทศ รวม 20 ล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา บริษัท บี.เอ็ล.ฮั้ว จำกัด ภาคภูมิใจที่เป็นบริษัทของคนไทย ยึดมั่นในการสร้างคุณงามความดีควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ กระทั่งเจริญรุ่งเรืองเติบโตอย่างมั่นคงจวบจนมีอายุครบรอบ 100 ปี ในปีพ.ศ.2566 นี้ จากการก่อตั้งห้างขายยาแผนปัจจุบันในสมัยยุคบุกเบิก สู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วิกฤตโรคระบาดในแต่ละยุคสมัย การร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติเพื่อเปิดโรงงานผลิตเวชภัณฑ์แห่งแรกๆ ในภูมิภาคเอเชียที่ประเทศไทย เพื่อเป็นการพัฒนาลงทุนต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ การจัดตั้งมูลนิธิเพื่อมอบทุนด้านการวิจัยและการศึกษาด้านเภสัชกรรมโดยไม่มีข้อผูกมัด การช่วยเหลือสังคม ฯลฯ ซึ่งได้สร้างคุณูปการให้แก่วิชาชีพเภสัชกรรมและสังคมด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องตลอด 100 ปีของการบริหารงานจาก 3 รุ่นของตระกูลปังศรีวงศ์ ได้แก่ นายโกศล, ภก.ดร.เกษม และ นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ นอกจากนี้ยังได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์โลกเมื่อครั้งที่ นายโกศลได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาให้กับบุคคลสำคัญ อาทิ “เจียง ไคเชก” รวมไปถึงได้มีโอกาสเข้าพบและเสวนากับ“ดร.ซุน ยัตเซ็น” อยู่หลายครั้ง

เพื่อสืบสานความดีตอบแทนสังคมเนื่องในวาระฉลองครบรอบ 100 ปีของ บจ.บี.เอ็ล.ฮั้ว โดย นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ เจ้าของธุรกิจ และ กรรมการผู้จัดการบริษัท ได้มีเจตนารมณ์มอบเงินบริจาคและเวชภัณฑ์มูลค่ารวม 20 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 100 แห่งทั่วประเทศ อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศิริราช รามาธิบดี ตากสิน สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เทียนฟ้ามูลนิธิ รพ.ประจำจังหวัดต่างๆ ฯลฯ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการช่วยเหลือสาธารณะต่อไป

“ผมต้องการสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณปู่ คือ “คุณโกศล” และ คุณพ่อของผม “ภก.ดร.เกษม” ในการสร้างคุณความดีควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทั้ง 2 ท่านเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการร่วมพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรม และท่านได้แสดงให้เป็นที่ประจักษ์ในการส่งต่อความดีเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ตอบแทนสังคม และประเทศชาติ ด้วยการลงมือทำ ผมรู้สึกดีใจที่ได้ดำเนินกิจการสานต่อจากท่านทั้งสองที่ผมรักและในวาระฉลองครบรอบ 100 ปี บี.เอ็ล.ฮั้ว ผมมีความยินดีที่จะบริจาคเงินพร้อมกับเวชภัณฑ์ให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆจำนวน 100 แห่งทั่วประเทศ รวมมูลค่า20 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน และเพื่อให้คนไทยได้คลายหายจากความเจ็บป่วยและมีสุขภาพที่ดีต่อไป” นายธีระพงศ์ กล่าวย้ำถึงเจตนารมณ์ในการบริจาควาระครบรอบ 100 ปี

ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ บุตรชาย เพียงคนเดียวของ ภก.ดร.เกษม และ ทับทิม ปังศรีวงศ์ โดยในปีพ.ศ.2522 ได้รับช่วงบริหารกิจการต่อจากอาจารย์เกษมจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ได้พัฒนาบริษัทฯ ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และเครื่องจักรที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพจนได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) หรือหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยาจากกระทรวงสาธารณสุขในปีพ.ศ.2533 อีกทั้ง ได้พัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาดควบคู่ไปกับการขยายศักยภาพกำลังการผลิตจนปัจจุบันบริษัท บี.เอ็ล.ฮั้ว ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP:PIC/S (GMP Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme) จากกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งได้ขยายกิจการตลาดเข้าไปยังกลุ่มประเทศในอินโดจีน เริ่มต้นที่ประเทศลาว เมียนมากัมพูชา โดยที่ในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงบริษัทยังได้ไปตั้งสำนักงานที่นั่น เพื่อบริหารจัดการด้านการตลาดและการจัดจำหน่ายเอง นอกจากนั้น บริษัทยังได้ส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ของเอเชีย เช่น ภูฏาน และในตะวันออกกลางก็มีโอมาน เป็นต้น

ปัจจุบัน บจ.บี.เอ็ล.ฮั้ว มีตำรับยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมากถึง 300 ตำรับอาทิ ยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ผงน้ำตาลเกลือแร่ แคลเซียม วิตามินเม็ดฟู่ ยาสามัญประจำบ้าน ฯลฯ รวมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายยาด้านจิตเวชและระบบประสาทส่วนกลางในประเทศไทยให้กับบริษัท Lundbeck จากประเทศเดนมาร์ก นอกจากนี้ ยังนำเข้าและจัดจำหน่ายยารักษาโรคมะเร็งในระบบโลหิตวิทยา ยารักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเปลี่ยนข้อเข่าสะโพกและผู้ที่ประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับกระดูก(Implant) เคมีภัณฑ์สำหรับการผลิตยาเพื่อใช้ในโรงพยาบาล ฯลฯ ซึ่งตลอด 100 ปี ที่บริษัทของคนไทยได้ดำเนินกิจการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จำหน่ายเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพจนเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจจากโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา และกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ โดยมีพนักงานมากกว่า 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่มีความภักดีต่อองค์กรและทำงานมาอย่างยาวนาน โดยพนักงานที่มีอายุงานมากที่สุดคือ 62 ปี และมีพนักงานอายุงานเกินกว่า 20 ปี มากกว่า 100 คน

“ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา เคล็ดลับความสำเร็จที่เรายึดมั่น ประการแรกสำคัญที่สุดเลยคือ “ความซื่อสัตย์” เราต้องซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค พนักงาน ลูกค้า อย. รวมทั้งคู่ค้าของเราทั้งหมด ประการที่สองคือ “จรรยาบรรณ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมที่พวกเราได้พยายามทำความดีอย่างต่อเนื่องมาตลอด 100 ปี จนกลายเป็นDNA ของบริษัท และฝังอยู่ในความรู้สึกความทรงจำของคนทั่วไป และประการสุดท้ายคือ “การปรับตัว” ซึ่งจำเป็นมากในการปรับตัวตามยุคสมัยและการปรับกลยุทธ์ในช่วงวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจ หรือโรคระบาด ไม่อย่างนั้นเราอยู่ไม่ถึง 100 ปีแน่ เราต้องคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ กล้าคิด กล้าทำ และกล้าลงทุนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์หรือผลิตภัณฑ์ยาที่ดีมีคุณภาพให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้” นายธีระพงศ์

ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งของ บจ. บี.เอ็ล.ฮั้ว พร้อมพัฒนาธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองเติบโตอย่างมั่นคงข้ามสู่ศตวรรษหน้าซึ่งนายธีระพงศ์ ได้ส่งไม้ต่อให้กับลูกๆ ทั้ง3 คน ซึ่งเป็นผู้บริหารรุ่นที่ 4 นำโดย ธีรวัลคุ์,พงศ์ศิษฎ์ และ พงศ์วรุตม์ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จในอนาคตผ่านวิสัยทัศน์ของบิดา ในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญ4 ประการ คือ 1) มองเห็นโอกาส 2) ปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ 3) มุ่งมั่นทำงานให้สัมฤทธิผล และ 4) ยอมรับความจริงและพร้อมแก้ไข โดยตลอด 100 ปีที่ผ่านมาบจ. บี.เอ็ล.ฮั้ว มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจคู่ไปกับคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์และยังคงคิดค้นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการผลิตยาที่ดีมีคุณภาพ ด้วยปณิธานอันมั่นคงที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงยาที่ดีมีมาตรฐานและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นไป

(ซ้าย) รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์

(ซ้าย) รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์

ครอบครัวปังศรีวงศ์ (ซ้าย) พงศ์วรุตม์, ธีระพงศ์, วัลลิยา และ ธีรวัลคุ์

ครอบครัวปังศรีวงศ์ (ซ้าย) พงศ์วรุตม์, ธีระพงศ์, วัลลิยา และ ธีรวัลคุ์

มอบเงินบริจาคให้ รพ.จุฬาลงกรณ์ โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ เป็นตัวแทนรับมอบ

มอบเงินบริจาคให้ รพ.จุฬาลงกรณ์ โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ เป็นตัวแทนรับมอบ

ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ มอบเงิน บริจาคให้โรงพยาบาล 100 แห่ง มูลค่ารวม 20 ล้านบาท

ธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ มอบเงิน บริจาคให้โรงพยาบาล 100 แห่ง มูลค่ารวม 20 ล้านบาท

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 16 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775386

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 16 ธันวาคม 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 16 ธันวาคม 2566

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“โออิชิ คิทเช่น” ชวนชิมอาหารชุดพิเศษ “มาคุโนะอุจิ เบนโตะ” วัตถุดิบอาหารคุณภาพระดับพรีเมียมในกล่องข้าวประณีตสวยงาม ถึง 31 มี.ค. 2567 ผ่านบริการจัดส่งอาหาร โออิชิ เดลิเวอรี่ โทร.1773

ชวนชิมเครื่องดื่มใหม่ 3 รสชาติ Arctic Blue, Rudolph Of Holiday และ Mint Snowy แก้วละ 125 บาทซื้อเมนูใดก็ได้ 1 แก้ว รับฟรี โดนัท คริสปี้ ครีม ออริจินัลเกลซ 2 ชิ้น ถึง 31 ธ.ค. ที่ ร้านคริสปี้ ครีม

“อากะ” ยากินิกุบุฟเฟต์ ชวนชิมเมนูเกาหลีแท้ๆ กว่า 36 เมนู ในคอนเซ็ปต์ “กินเกาให้เมามันส์” พร้อม AKA Lemon Bomb ถึง 18 ก.พ. 2567 ที่ ร้านปิ้งย่าง “อากะ” ทุกสาขาทั่วประเทศ

ชวนชิม

ชวนชิม “3 เมนู กุ้งล็อบสเตอร์” วัตถุดิบส่งตรงจากแคนาดา และเครื่องดื่ม 2 เมนูใหม่ ถึง 31 ธ.ค. ที่ร้าน“เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์”3 สาขา โครงการเวลา หลังสวน, เกษรวิลเลจ และ เมกาบางนา

ชวนชิม อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฮอกไกโด กว่า 200 เมนู ราคา 49-2,299 บาท พร้อมกับสิทธิพิเศษสุดคุ้มค่า X2 ที่ ร้านอาหารญี่ปุ่น “สึโบฮาจิ” สาขาใหม่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกตโทร.064-1847109

Cinnabon ชวนชิม “ซินนามอนโรล รสชาติดีที่สุดโลก” ในชุดของขวัญ Cinnabon Belt Box บรรจุ 4 ชิ้น ราคาเริ่มต้น 199 บาท ถึง 15 ม.ค. 2567 ที่ ร้านซินนาบอน ทุกสาขา

ชวนช็อป

นัท วอล์คเกอร์ ชวนช็อป เมล็ดมะม่วงหิมพานต์อบกรอบ พกไว้สำหรับทานรองท้องเป็นของว่าง หรือใช้โรยในอาหารจานหลัก จำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และช่องทางออนไลน์ โทร.02-8130954-5

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนช็อปกับแคมเปญ “พอยท์เดียว ชนะทุกดีล” สำหรับสมาชิกแอปพลิเคชั่น MBK PLUS ถึง 31 ม.ค. 2567

ชวนช็อปกับ AR GAME ใน “SANTA MISSION ภารกิจช่วยแซนต้าเก็บเหรียญแห่งความสุข” ถึง 31 ธ.ค. ที่ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค โทร.1285

ชวนใช้

สภากาชาดไทย ชวนดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชุด “Chat & Charity Ep.3” (แชทได้บุญ แชร์ได้กุศล)

ชวนใช้บริการ “โรงแรมเพ็ทเฟรนด์ลี่” พร้อมให้น้องหมาน้องแมวเข้าพักได้โดยไม่จำกัดน้ำหนัก ที่ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา 4 แห่ง โคราชอุบลราชธานี อุดรธานี และพระนครศรีอยุธยา

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ชวนร่วมกิจกรรม “Gingerbread House Academy” ตกแต่งบ้านขนมปังขิงในวันหยุดสุดสัปดาห์ ท่านละ 1,200 บาท++ที่ ร้านมอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์โทร.02-1268866

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “ผีไทย 5.0” ในวันพุธที่ 20 ธ.ค. เวลา 12.45-13.00 น. และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม” ในวันอาทิตย์ที่24 ธ.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมมหกรรม “ขิงต้นคริสต์มาส” เพื่อพรีเซ็นต์ความเหนือกว่าด้านความคิดสร้างสรรค์ ประชันความสามารถในการตกแต่งต้นคริสต์มาสของแต่ละสาขา ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล
ทั่วประเทศ

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชวนชมการประกวด “SANTA SANTY KIDSMART” ในงาน “Sparkling Happiness” วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค.ที่ บริเวณลานไนน์ สแควร์ โทร.1285

Let hER Smile รอยยิ้ม ความหวัง พลังใจ ก้าวต่อไปของ…ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775397

Let hER Smile รอยยิ้ม ความหวัง พลังใจ  ก้าวต่อไปของ...ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

Let hER Smile รอยยิ้ม ความหวัง พลังใจ ก้าวต่อไปของ…ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“โรคมะเร็งเต้านม” เป็นชนิดของโรคมะเร็งอันดับ 1 ที่พบในผู้หญิงไทย จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2565 พบว่า มีผู้หญิงป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมจำนวนกว่า 38,559 ราย และจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจะมีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมในการรักษามะเร็งเต้านมมากมาย แต่การแบ่งปันข้อมูล ความรู้ ความก้าวหน้าเกี่ยวกับโรคมะเร็งให้แพร่หลาย ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวโน้มการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยนี้เอง ชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย อาร์ต ฟอร์ แคนเซอร์ บาย ไอรีล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และบริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดงานรณรงค์เผยแพร่ความรู้ผ่านนิทรรศการภายใต้คอนเซ็ปต์ Let hER Smile “รอยยิ้ม ความหวัง พลังใจ ก้าวต่อไปของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม”เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจในโรคมะเร็งเต้านมให้กับผู้ป่วยและสังคม ให้มีทัศนคติเชิงบวกต่อการรักษาโรคมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะในระยะแพร่กระจาย ซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

นิทรรศการฯ จัดขึ้นที่เดอะริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา กรุงเทพฯ โดย รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข แสดงปาฐกถาพิเศษ ไฮไลต์งานนี้
ชูพลังการสร้างสรรค์งานศิลปะในแบบ Immersive Digital Art ผลงานศิลปะที่สะท้อนการเดินทางของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จากจุดเริ่มต้นที่ตกอยู่ในสภาพที่มืดมน กลัว กังวลและท้อแท้ เมื่อพบว่าตนเองเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะในระยะแพร่กระจาย ซึ่งด้วยการสื่อสารด้านสุขภาพที่ก่อให้เกิดการตระหนักถึงความก้าวหน้าในการรักษานำไปสู่ทางเลือกและประตูแห่งความเป็นไปได้ โดยมีผลงานศิลปะจากฝีมือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมบอกเล่าแรงบันดาลใจในชีวิตผ่านงานศิลปะนามธรรม “Smile and Hope” ที่จะทำให้ผู้เยี่ยมชมได้รู้สึกเหมือนตนเองได้เป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงานได้มีส่วนร่วม มีปฏิสัมพันธ์กับผลงานที่ต่างจากกรอบเดิมๆ รวมถึงโซนให้ความรู้ในแบบ Interactive ร่วมด้วยการประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือทางวิชาการในการร่วมกันแปลคู่มือสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจากต้นฉบับของสมาคมมะเร็งวิทยาแห่งสหภาพยุโรปให้เป็นภาษาไทย การเผยแพร่ความรู้ผ่านการเสวนาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนผู้ป่วย กิจกรรมแนะนำการตรวจเต้านมด้วยตนเอง การเย็บเต้านมเทียม เพื่อสร้างความเข้าใจในโรคมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายที่ถูกต้องและร่วมส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วย บนเส้นทางการรักษาที่มีรอยยิ้ม ความหวัง และกำลังใจจากคนรอบข้าง

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ อุปนายกมะเร็งวิทยาสมาคมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งเต้านม อธิบายว่า “การรักษาบางชนิดมีผลข้างเคียงน้อย ซึ่งต่างจากเคมีบำบัดที่มีผลข้างเคียงมาก เช่น ในมะเร็งชนิดติดตัวรับทางฮอร์โมน มีการใช้ยาต้านฮอร์โมน ควบคู่กับยาพุ่งเป้าที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็ง เมื่อใช้คู่กันทำให้ควบคุมโรคได้นานเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และแม้จะผ่านการรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนแล้ว ยังสามารถใช้ยาเคมีบำบัดควบคุมโรคได้ ซึ่งการเข้าถึงการรักษาแบบใหม่ๆ จะเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอายุยืนยาวได้อย่างน้อย 4-5 ปี”

“หากพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายไม่อยากให้ถอดใจหรือท้อแท้ เพราะในทุกระยะของการรักษาผู้ป่วยยังคงมีความหวัง” ศ.ดร.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์ ศัลยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญมะเร็งเต้านมและไทรอยด์ โรงพยาบาลเจ้าพระยา บอกเล่าด้วยรอยยิ้มและเสริมต่อว่า “ปัจจุบันเรามีวิวัฒนาการของยาและการรักษาใหม่ๆ เช่น ยามุ่งเป้า ยาภูมิคุ้มกันบำบัด ยาฮอร์โมนบำบัด เคมีบำบัด ซึ่งมีหลายสูตรและได้ผลดีในการรักษา นวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยยืดระยะเวลาการมีชีวิตอย่างมีคุณภาพให้กับผู้ป่วย แม้มะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายจะมีโอกาสหายโดยไม่มีมะเร็งหลงเหลืออยู่ในร่างกายเพียง 4% แต่จากสถิติผู้ป่วยในระยะนี้ มีสัดส่วนถึง 20% ที่สามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 10 ปี หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องครบถ้วน

ไอรีล ไตรสารศรี รองประธานชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งอาร์ต ฟอร์ แคนเซอร์ บาย ไอรีล กล่าวว่า “Let hER Smile เป็นกิจกรรมที่มุ่งสร้างรอยยิ้มความหวัง พลังใจให้เพื่อนๆ ผู้ป่วยและผู้เข้าชมมองเห็นโอกาส และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมให้พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการเปิดมุมมอง
ในการรักษามะเร็งเต้านมให้กับผู้ป่วย ผู้ดูแล และคนในสังคม ให้เห็นโอกาสและมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษา ผ่านสื่อศิลปะสร้างสรรค์สร้างความเข้าใจในนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตตลอดช่วงอายุภายใต้การรักษาโรคให้ผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเราพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไทยยังขาดการเข้าถึงองค์ความรู้ และแนวทางการรักษาและดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วย มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทยและอาร์ต ฟอร์ แคนเซอร์ บาย ไอรีล จึงร่วมกันแปลคู่มือสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมฉบับภาษาไทย โดยคาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยในช่วงต้นปี 2567”

“อัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าเราต้องร่วมมือกันสร้างความตระหนักส่งต่อความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมให้มากขึ้น บริษัท โนวาร์ตีสให้ความสำคัญกับความคิดเห็นและความต้องการของผู้ป่วยเรามุ่งมั่นทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ป่วยและผู้ดูแล เพื่อร่วมกันเติมเต็มช่องว่างบนเส้นทางการรักษาโรค การจัดงานนิทรรศการโรคมะเร็งเต้านม Let hER Smile เป็นการถ่ายทอดความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ในรูปแบบนิทรรศการศิลปะ โดยมีจุดมุ่งหมายคือการสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ และทำให้เส้นทางการรักษาโรคมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจายเต็มไปด้วยความหวังและรอยยิ้ม” เภสัชกรหญิงสุมาลี คริสธานินทร์ ประธานบริหาร บริษัทโนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ

ศ.ดร.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์

ศ.ดร.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์

ไอรีล ไตรสารศรี

ไอรีล ไตรสารศรี

ภญ.สุมาลี คริสธานินทร์

ภญ.สุมาลี คริสธานินทร์

Let hER Smile รอยยิ้ม ความหวัง พลังใจ ก้าวต่อไปของ
ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

Let hER Smile รอยยิ้ม ความหวัง พลังใจ ก้าวต่อไปของ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจโดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจโดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจโดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจโดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจโดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจโดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การเย็บเต้านมเทียม

เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การเย็บเต้านมเทียม

เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การเย็บเต้านมเทียม

เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การเย็บเต้านมเทียม

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775394

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี ของการจัดตั้ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้มีการจัดงาน “คอนเสิร์ตการกุศลสวนดอกร้อยดวงใจ” เพื่อนำรายได้ไปจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และปรับปรุงระบบทางการแพทย์ ที่มีเทคโนโลยีสูงและมีมาตรฐานในระดับสากล…โอกาสนี้จิตรา กลั่นประยูร ศิษย์เก่า รหัส 16 คณะการสื่อสารมวลชน มช. และสามี Mr.Matthias Froelich ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 1,000,000.-บาท (หนึ่งล้านบาท) ให้กับมูลนิธิสวนดอก ทั้งนี้เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ตึกสุจิณโณ 500,000.-บาท (ห้าแสนบาท) และมอบให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ ตับอ่อน ทางเดินน้ำดี และผู้ป่วยปลูกถ่ายตับ 500,000.-บาท (ห้าแสนบาท) โดยมีรศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ อดีตคณบดี คณะการสื่อสารมวลชน มช.คนแรก ร่วมในพิธีมอบเงินบริจาคดังกล่าวของศิษย์ด้วย…สาธุ ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ…

●● นัฐธิกา โฮ บุตรสาวของ ลานทิพย์ ทวาทศิน ในนามตัวแทน ชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน นำของไปมอบให้ตำรวจจราจร ในโครงการพระราชดำริ เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติที่ผ่านมา…

●● ขอแสดงความยินดีกับชีวิตคู่ 39 ปีของ อัมพร-ปุ่มศักดิ์ จักกะพาก ผู้มีดนตรีกาลในหัวใจเหมือนๆ กัน…ศีลเสมอกันจริงแท้แน่นอน…

●● ดร.ญาดา อารัมภีร แนะนำรายการ “รัตนศิลปิน” ทางสถานีวิทยุเพื่อการเกษตรภาคเอ เอ็ม ทุกวันอาทิตย์ 18.05-18.55 น. โดยเริ่มตอนแรกไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน…ขอเชิญผู้สนใจรับฟังตอนต่อไป…

●● รศ.ดร.สุภาพรรณ สิริแพทย์พิสุทธิ์ เข้าผ่าตัดเข่าอีกข้างหนึ่ง หลังจากที่เคยผ่าไปแล้วหนึ่งข้าง เมื่อหลายปีก่อน…คาดว่าสามารถสลัดไม้เท้าคู่ใจ เดินไปไหนต่อไหนอย่างคล่องแคล่วว่องไวในอีกไม่ช้า…

●● อภิชาติ ไชยเสน หนึ่งในนิติบุคคลหมู่บ้านวิลล่า เอ็กซ์คลูซีฟ โซน คู้บอนจัดทำสนามบาสเกตบอล ให้เด็กๆ ในหมู่บ้านได้ออกกำลังอย่างสร้างสรรค์และสนุกสนาน…

●● เจ้านายตัวอย่างผู้มากด้วยน้ำใจแก่เหล่าบริวาร ปองพล-ธิดา อดิเรกสาร จัดงานเลี้ยงในโอกาสวันคริสต์มาส กับ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ล่วงหน้า งานนี้มีคนงานในบ้าน 2 คน อายุเกิน 60 ปี แต่ยังไม่ยอมเกษียณรวมอยู่ด้วย…

●● ชอบออกกำลังกายอยู่เป็นนิจ อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. มนฤดี เกตุพันธ์ุ จึงมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง และกำลังท่องเจแปน ดินแดนแห่งพระอาทิตย์อุทัยอย่างบันเทิงรื่นเริงใจอยู่ยามนี้…ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนผู้กำลังจะก้าวย่างสู่สะพานพระราม 7 เอ็ดอึงกันเรื่องสุขภาพ และจำใจต้อง “คบหมอเป็นเพื่อน” ด้วยเหตุว่า เขาและเธอเหล่านั้นไม่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและออกกำลังกายเป็นสำคัญกันมาก่อนนั่นเอง !!…●●
 

บารอนเนส

ทันโลกทันเหตุการณ์กับแพทยสภา : PM2.5 กับผลกระทบต่อสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775399

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี จะมีปรากฏการณ์มลพิษทางอากาศ เนื่องจากสภาพอากาศที่ปิด ผลกระทบคือผู้ป่วยโรคทางระบบหายใจและโรคอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น ประชาชนจึงควรทำความเข้าใจในเรื่องผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสุขภาพและแนวทางการป้องกัน เพื่อลดความตื่นตระหนกและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นอย่างรู้เท่าทัน

ผลกระทบต่อสุขภาพของ PM2.5 ต่อสุขภาพมีอะไรบ้าง

PM2.5 เป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งขนาดที่เล็กมากนี้จะสามารถหลุดรอดการกรองของขนจมูกผ่านเข้าสู่ทางเดินหายใจเข้าไปยังถุงลมฝอยและแทรกซึมผ่านเข้าไปยังหลอดเลือดฝอย และเข้าสู่กระแสเลือดได้ ทำให้เกิดโรคในหลายระบบ ในปี พ.ศ.2557 องค์การอนามัยโลก ประกาศว่าการสัมผัสกับฝุ่น PM2.5 ก่อให้เกิดอุบัติการณ์การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ประมาณ 3.7 ล้านคนต่อปี และผู้เสียชีวิตส่วนมากมีถิ่นที่อยู่ในฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลกระทบต่อสุขภาพของ PM2.5 แบ่งเป็น จากการสัมผัสในระยะสั้น คือ 1.ทางเดินหายใจอักเสบ หายใจลำบาก แสบจมูกไอมีเสมหะ แน่นหน้าอก ถุงลมแฟบ สมรรถภาพปอดลดลง ภูมิแพ้และหืดกำเริบ 2.ทำลายภูมิคุ้มกัน เกิดการติดเชื้อในปอดและทางเดินหายใจได้ง่าย เช่น ไข้หวัดใหญ่, หลอดลมอักเสบ, หูอักเสบ3.พัฒนาการเด็กล่าช้า 4.ผลต่อระบบสืบพันธุ์ ทำให้มีบุตรยาก

จากการสัมผัสในระยะยาว คือ 1.โรคมะเร็งปอด 2.การอักเสบของเส้นเลือด อาจเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคอัมพาตจากหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน 3.โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง 4.โรคทางผิวหนังหรือตาอักเสบ 5.ผิวมีจุดด่างดำและรอยย่น ดูแก่กว่าวัย

แต่ละคนมีความเสี่ยงหรือโอกาสในการที่สัมผัสกับ PM2.5 แล้วเกิดผลเสียต่อสุขภาพต่างกันหรือไม่ อย่างไร

การที่ประชาชนทั่วไปจะได้รับผลกระทบจากมลพิษมากน้อยเพียงใด ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ ได้แก่ 1.แหล่งกำเนิดฝุ่นละออง (การเผาไหม้จากเครื่องยนต์/จากการเกษตร/หรือแม้แต่การเผาไหม้ในครัวเรือน) 2.การพัดพาและแปรสภาพของมลพิษ (ฤดูหนาว สภาพอากาศแห้ง ความกดอากาศสูง ท้องฟ้าปิด สภาพอากาศสงบนิ่งไม่กระจายตัว จะเกิดการสะสมทำให้ระดับมลพิษสูงกว่าปกติ) 3.สภาพของผู้รับมลพิษ กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจากมลพิษ PM2.5 ได้แก่ เด็กหญิงมีครรภ์ ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกคลอดน้ำหนักน้อยกว่า 2.5 กก. ผู้ป่วยที่มีท่อเจาะคอ ผู้ป่วยโรคหืด โรคภูมิแพ้และคนชรา นอกจากนี้ อาชีพ กิจกรรม การเดินทาง ที่ตั้งโรงเรียน ที่ทำงานและที่พัก ยังส่งผลต่อระดับมลพิษที่ได้รับและความรุนแรงของอาการของแต่ละคน

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

● เด็ก จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงเนื่องจากตัวเล็ก หายใจเร็ว พฤติกรรมของเด็กที่ชอบเล่นในที่กลางแจ้ง มีโอกาสสูดรับฝุ่นปริมาณมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว และมีแนวโน้มไม่ใส่เครื่องป้องกันฝุ่น

● ผู้ป่วยโรคหืดจะมีความไวต่อการกระตุ้นจากฝุ่น PM2.5 หรือสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ ทำให้มีสมรรถภาพปอดลดลง และเกิดอาการหืดกำเริบได้ เพิ่มความเสี่ยงของการเข้ารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน และห้องไอซียู

● หญิงตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงทำให้ทารกในครรภ์เติบโตช้า ตัวเล็ก และถ้าสัมผัสฝุ่นมลพิษในช่วงไตรมาสที่ 3 อาจเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้

● คนชรา พบว่า PM2.5 เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตโดยจะมีความเสี่ยงเพิ่มเป็น 1.5 เท่า

แหล่งกำเนิดที่สำคัญของ PM2.5 มลพิษในบ้าน

มีดังนี้ บุหรี่ การใช้เครื่อง printer เครื่องถ่ายเอกสาร การทำครัวในบ้าน (เตาถ่าน) และการจุดธูป/ยาจุดกันยุง

สรุป เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ พบว่าการพัดพาของมลพิษตามธรรมชาติและสภาพของผู้รับมลพิษเป็นปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้ ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ คือ แหล่งกำเนิดมลพิษ ดังนั้นการร่วมมือและมาตรการในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ เป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว

แถลงการณ์จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย 12 กุมภาพันธ์ 2562

http://www.thaipediatrics.org/pages/News/Detail/23/220

file:///C:/Users/PD/Downloads/FILE_917eaf8963ebd1dfaf6b1dcc1fbbf2d6_DOWNLOAD.pdf

ช่องทางในการรับข่าวสารของประชาชน:

Facebook: ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

Facebook : ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ความรู้เพื่อประชาชน : โดยราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

Facebook : ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

ผศ.พญ.หฤทัย กมลาภรณ์

รศ.ดร.พญ.วิภารัตน์ มนุญากร

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะทำงาน PM2.5 ของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์

แห่งประเทศไทย

พรรณไม้ยังงดงามและสวยอร่ามในสวนหลวง ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775392

พรรณไม้ยังงดงามและสวยอร่ามในสวนหลวง ร.9

พรรณไม้ยังงดงามและสวยอร่ามในสวนหลวง ร.9

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทุกปีในช่วงวันที่ 1-10 ธันวาคม จะมีงานประจำปี ณ สวนหลวงรัชกาลที่ 9 หรือสวนหลวง ร.9 คืองานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่สวนหลวงแห่งนี้มีความงดงามและคึกคักมากเป็นพิเศษ เพราะมีการจัดงานยิ่งใหญ่เพื่อต้อนรับประชาชน และมีงานการแสดงต่างๆ รวมถึงมีการออกร้านรวง แต่ที่สำคัญที่สุดคือเป็นการรวมตัวกันของผู้คนที่รักพรรณไม้งาม และเป็นการร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

ไลฟ์ วาไรตีสัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปชมความงามของงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 และสนทนากับ นายดนุชา สินธวานนท์ ประธานกรรมการบริหารสวนหลวง ร.9 และ ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ กรรมการสวนหลวง ร.9 ด้านประชาสัมพันธ์  

นายดนุชา สินธวานนท์ ประธานกรรมการบริหารสวนหลวง ร.9

● เรียนถามว่าในสวนหลวง ร.9 นั้นมีความน่าสนใจในด้านใดบ้างครับ นอกจากความร่มรื่น และความสวยงามของไม้ดอกนานาพรรณ

นายดนุชา : ความน่าสนใจอันดับแรกของสวนแห่งนี้คือเป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆ กว่า 2,300 ชนิด บนพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ดังนั้นจึงบอกได้ว่าเป็นแหล่งศึกษาด้านพฤกษศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย สวนหลวง ร.9 เปิดให้บริการประชาชนมาตั้งแต่ปี 2530 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยทุกเพศทุกวัย รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือศึกษา หรืออาศัยในเมืองไทยได้เข้ามาเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยในสวนหลวงนี้มีพันธุ์ไม้ต่างๆ อยู่ประมาณ 2,300 ชนิดจากทั่วโลก ทั้งไม้ยืนต้นไม้ล้มลุก ไม้พุ่ม และไม้ดอกนานาชนิด รวมถึงบัวทุกสายพันธุ์ทั้งพันธุ์ในประเทศไทยและจากต่างประเทศ แต่ในสวนหลวงนี้ไม่มีไม้ผลนะครับ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่เพื่อการสันทนาการของประชาชนอีกด้วย ตามปกติแล้วในสวนหลวง ร.9 นั้น เราเปิดให้บริการประชาชนตลอดปีเนื่องจากมีประชาชนทั้งในบริเวณใกล้เคียงสวนหลวงฯ เข้ามาใช้บริการเป็นประจำ เช่น ออกกำลังกายทั้งช่วงเช้าและเย็น นอกจากนั้นยังมีผู้คนมากมายเข้ามาชมความงาม และพักผ่อนหย่อนใจในสวนหลวงฯ แต่สำหรับในช่วงงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวงฯ จะมีความงดงามมากเป็นพิเศษ มีกิจกรรมต่างๆ นานามากมาย ทั้งการแสดง การออกร้านขายสินค้า การจุดพลุ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายมีการจัดแสดงไม้จากประเทศเมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิปเป็นต้น เพราะฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่าสวนหลวง ร.9 มีความงดงามตลอดปี เพราะเราเตรียมไว้ต้อนรับประชาชนทุกเวลา

● สิ่งที่ผู้คนกล่าวขานถึงสวนหลวงฯ มากคือความงดงามของสีสันของไม้ดอก เรียนถามว่ามีการดูแลจัดการอย่างไรครับ

นายดนุชา : เรื่องนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสวนดอกไม้ประจำสวนหลวงฯ ครับ เจ้าหน้าที่ทุกคนใส่ใจและตั้งใจดูแลสวนหลวงฯ เป็นอย่างดีตลอดเวลา เริ่มจากการเพาะเมล็ดพันธุ์แล้วดูแลจนออกดอก นอกจากนั้นสวนหลวง ร.9 ยังได้รับความกรุณาอย่างดีจากกรุงเทพมหานครด้วย จึงทำให้งานของสวนหลวงฯ ออกมาดี สร้างความประทับใจให้ผู้มาชมและใช้บริการ โดยเฉพาะในช่วงงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวงนั้นได้รับความกรุณาจากกรุงเทพมหานครเป็นพิเศษ และยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานเอกชน เช่น จาก ปตท. (การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย) และบริษัทห้างร้านอื่นๆ ด้วย และประจำทุกปีที่เราจะจัดนิทรรศการ ณ หอรัชมงคล โดยเน้นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เกี่ยวกับงานส่งเสริมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีการจัดประกวดพันธุ์ไม้ต่างๆ ส่วนภาคบันเทิงก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วน เช่น วงดนตรีจากสี่เหล่าทัพ และจากสถาบันการศึกษาที่มีวงดนตรีเยี่ยมยอด ซึ่งกล่าวได้ว่าทุกภาคส่วนมาร่วมงานกันเพื่อน้อมถวายความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานสวนหลวงแห่งนี้ให้กับประชาชนทุกคน

● ในการบริหารจัดการสวนหลวงฯ นอกจากดูต้นไม้และสิ่งแวดล้อมแล้ว กรรมการบริหารสวนหลวง ร.9 ยังต้องทำหน้าที่อื่นๆ อีกมากใช่ไหมครับ อาทิ อะไรบ้างครับ

นายดนุชา : งานสำคัญอีกประการคือการดูแลทำนุบำรุงอาคารสถานที่ต่างๆ ในสวนหลวงฯ ให้อยู่ในสภาพดี เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาของปี กรรมการของสวนหลวงฯก็ต้องจัดการซ่อมบำรุงอาคารต่างๆ ตามวงรอบการซ่อมบำรุง ซึ่งการซ่อมบำรุงก็ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก โดยงบฯ ก็มาจากการจำหน่ายบัตรเพื่อเข้าชมสวนหลวงฯ หรือมาจากการจัดกิจกรรมอื่นๆ และบางครั้งก็ต้องมาจากการระดมทุนเพื่อซ่อมแซมอาคาร ผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ นอกจากการเข้ามาชมสวนหลวง ร.9 แล้วจะได้ชื่นชมกับพรรณไม้ดอก พันธุ์ไม้ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังจะได้ชมสวนนานาชาติ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เป็นต้น และอาคารนานาชาติที่มิตรประเทศของไทยได้มาสร้างไว้ในสวนหลวงแห่งนี้ เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา เมื่อปี 2530 นี่คือเครื่องยืนยันว่าสวนหลวง ร.9 ได้รับการสนับสนุนจากมิตรประเทศหลายประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก ดังนั้น เราทุกคนจึงต้องพยายามช่วยกันรักษาสัมพันธไมตรีอันดีกับมิตรประเทศของเราไว้ให้ยั่งยืนสืบต่อไป

● ในกรณีที่มีผู้มีจิตกุศลต้องการร่วมสมทบทุนเพื่อสนับสนุนสวนหลวง ร.9 จะต้องทำอย่างไรครับ ติดต่อกับหน่วยงานไหนครับ 

นายดนุชา : สามารถร่วมสมทบทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสวนหลวง ร.9 ได้ที่สำนักงานมูลนิธิสวนหลวง ร.9 อาคารชายชล ถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร10250 โทรศัพท์ 02-1062674 โทรสาร 02-3281392 อีเมล : suanluanggarden@gmail.com

ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ กรรมการสวนหลวงร.9 ด้านประชาสัมพันธ์

● เรียนถามคุณหญิง ในฐานะประชาสัมพันธ์สวนหลวงฯ ว่าปีนี้ Highlight ของงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 คืออะไรครับ

ม.ร.ว.เบญจาภา : ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่า ทุกปีเมื่อถึงช่วงต้นเดือนธันวาคม 1-10 ธันวาคม เราจะมีนัดกันที่สวนหลวง ร.9 ในงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 งานนี้เป็นที่ตั้งตารอคอยสำหรับคนที่หลงรักพรรณไม้งามสารพัดชนิด สำหรับงานปีนี้ก็จะคล้ายๆ กับปีก่อนๆ โดยเฉพาะเรื่องการประกวดพันธุ์ไม้การออกร้านรวงต่างๆ จากทั่วทุกภูมิภาคของไทย การแสดงดนตรีจากสี่เหล่าทัพ และจากสถาบันการศึกษา รวมถีงนิทรรศการด้านวิชาการ ซึ่งเหมือนที่ท่านประธานกรรมการฯ ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว แต่ที่ดิฉันจะขอเน้นย้ำคือการจุดพลุที่ยิ่งใหญ่ตระการตาในวันเปิดงาน คือ 1 ธันวาคม และในวันปิดงานคือ10 ธันวาคม ซึ่งปีนี้ในวันปิดงานจะมีการแสดงของโดรน(drone) ซึ่งจะมาช่วยสร้างสีสันที่ทำให้ทุกคนที่ชมงานตื่นตาตื่นใจ ปีนี้จะมีการแสดงแปรอักษร และการแสดงรูปภาพต่างๆ โดยโดรนหลายร้อยลำ ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากภาคเอกชนที่ต้องการถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  

● เรื่องอาหารการกิน และการจับจ่ายใช้สอย ซื้อของต่างๆ นานา โดยเฉพาะไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ใบ ก็ยังคงเป็นจุดขายสำคัญอย่างหนึ่งในงาน
ใช่ไหมครับ

ม.ร.ว.เบญจาภา : ถูกต้องเลยค่ะ เรื่องอาหารการกินนั้น เราจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี มีให้เลือกซื้อเลือกรับประทานอย่างจุใจ สนนราคาก็ประหยัดมีอาหารอร่อยรอให้รับประทานตลอดงาน และที่สำคัญคือคนที่รักหลงใหลไม้ใบ ไม้ดอก ไม้ประดับแสนสวนในราคาแสนประหยัดก็ยังรอให้คุณๆ ซื้อหานำกลับไปปลูกที่บ้าน หรือเป็นของขวัญของฝากคนที่คนรักใคร่เคารพนับถือ โดยเฉพาะไม้กลุ่มแคคตัสที่มีความน่ารักสีสันสวยงาม ราคาแสนประหยัด หลายคนซื้อไปตกแต่งห้องทำงาน และตกแต่งสำนักงานกันมากมาย เพราะอดใจไม่ไหวกับราคาที่แสนประหยัดสุดๆ และที่สำคัญคณะทำงานได้ให้ความสำคัญกับเรื่องห้องน้ำสำหรับผู้ไปร่วมงาน โดยปีนี้เราจะไม่ให้เกิดปัญหาใดๆ กับการใช้ห้องน้ำ เราเตรียมพนักงานดูแลเป็นพิเศษ เพื่อรักษาความสะอาดให้มากที่สุด เพราะในงาน
จะมีผู้เข้าชมงานจำนวนมาก ดังนั้นก็จึงต้องเตรียมผู้ดูแลทำความสะอาดห้องน้ำให้ดีที่สุด และจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ดูแลจัดเก็บขยะไว้เป็นอย่างดี เพื่อความเป็นระเบียบ และความสะอาดสะอ้านในบริเวณงาน บอกได้เลยว่าปีนี้เราตั้งใจดูแลและให้บริการผู้ไปเที่ยวชมให้ดีที่สุด และจะไม่ให้เกิดปัญหาที่ทำให้คนไปเที่ยวชมไม่สบายใจ ขอเชิญมาเที่ยวงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 นะคะ (อันที่จริงงานจบไปแล้วเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม แต่สวนหลวง ร.9 เปิดให้บริการทุกวัน)

● ปีนี้มีสวนดอกทิวลิปมาจัดแสดงด้วยใช่ไหมครับ

ม.ร.ว.เบญจาภา : มีค่ะ มีเหมือนทุกปี สวนดอกทิวลิปนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ปีนี้นำดอกทิวลิปสารพัดสีที่แสนงดงามมาจัดแสดงในอาคารถกลพระเกียรติ โดยต้องจัดแสดงในห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ เพื่อให้ทิวลิปสามารถอวดความงามได้เหมือนอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และยังยกเอาแปลงสตรอว์เบอร์รี่ขนาดย่อมๆ มาจัดแสดงด้วย เป็นสตรอว์เบอร์รี่ทั้งสีขาวและแดง ซึ่งปลูกได้ที่จังหวัดระยอง นี่เป็นเพียงตัวอย่างพรรณไม้งามที่อร่ามในสวนหลวง ร.9 เท่านั้นนะคะ หากจะให้ติดตราตรึงใจในความงามของพรรณไม้ต่างๆ ก็ต้องไปชมด้วยตัวเองค่ะ บรรยากาศในสวนหลวงฯ ชวนให้หลงใหล เพราะความเขียวขจีของไม้ใบสารพัดชนิด และสีสันสดสวยของไม้ดอกสารพัดชนิด รวมทั้งยังมีบึงน้ำขนาดใหญ่ให้ชมอีกด้วย ในบึงนี้สามารถเช่าเรือถีบที่ทำเป็นรูปหงส์ให้คุณๆ ได้ออกกำลังกายและชื่นชมความงามของหอรัชมงคลได้อย่างใกล้ชิด และที่สำคัญคือเราได้เห็นภาพประทับใจของคนที่พาบุคคลในครอบครัวไปเที่ยวงาน แล้วได้เดินเที่ยวด้วยกันกินอาหารด้วยกัน หรือชมการแสดงต่างๆ ด้วยกัน เป็นกิจกรรมดีๆ สำหรับครอบครัวที่น่าประทับใจ

● มีคำถามว่าลูกหลานที่พาปู่ยาตายายหรือพ่อแม่ที่เดินไม่สะดวกไปเที่ยวงานนี้ จะมีรถหรือพาหนะใดไว้ให้บริการไหมครับ

ม.ร.ว.เบญจาภา : มีสารพัดชนิดเตรียมไว้ให้บริการ เช่น รถกอล์ฟ สำหรับสมาชิก 6-8 คน และมีรถราง รถมาลัย สำหรับให้บริการได้ครั้งละ25-30 คน สามารถเช่ารถบริการได้ในจุดบริการเช่ารถภายในสวนหลวงฯ 

● มีคำถามอีกว่า เมื่อซื้อต้นไม้ต่างๆ นานาแล้วไม่สามารถนำกลับไปบ้านได้ในวันเดียว สามารถฝากไว้ก่อนได้ไหมครับ

ม.ร.ว.เบญจาภา : ดิฉันมั่นใจว่าฝากไว้กับร้านค้าที่ซื้อหาได้ เมื่อจ่ายเงินซื้อเรียบร้อยแล้ว แต่นำกลับไปไม่หมดในวันเดียว ก็ฝากไว้ได้ แล้วมารับในวันต่อไปรับรองว่าร้านค้าขายต้นไม้ยินดีรับฝาก ขอแค่เพียงจ่ายเงินให้เรียบร้อย แล้วจองต้นที่ต้องการไว้ให้ชัดเจนติดป้ายจองให้ชัดๆ แล้วมารับในวันต่อๆ ไปได้ ดิฉันเห็นหลายคนซื้อต้นไม้ไปปลูกเป็นจำนวนมาก โดยคนซื้อให้เหตุผลว่าราคาประหยัดและคุณภาพต้นไม้ดีมาก ดิฉันขอเรียนย้ำว่าสำหรับคนที่ชื่นชอบการชมพลุและการแสดงของโดรนอย่าพลาดการแสดงในคืนวันเปิดงาน คือ 1 ธันวาคม และคืนปิดงาน 10 ธันวาคม โดยพลุจะจุดในคืนเปิดงาน ส่วนคืนปิดงานจะมีทั้งพลุแล้วตามด้วยการแสดงของโดรน และที่ต้องย้ำเป็นพิเศษอีกเรื่องหนึ่งคือ การแสดงนิทรรศการในหอรัชมงคลซึ่งเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ และรักษาสิ่งแวดล้อม หลายคนไปเที่ยวชมดอกไม้ต้นไม้ชมสวนสวยๆ แต่ลืมไปว่าที่หอรัชมงคลมีนิทรรศการสำคัญ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนชมนิทรรศการในหอรัชมงคลด้วยนะคะ

● มีผู้ฝากเรียนถามว่าทำไมจึงเก็บค่าเข้าชมงานพรรณไม้งามฯ แสนจะถูก จะคุ้มค่าการจัดงานหรือ

ม.ร.ว.เบญจาภา : ต้องเรียนให้ทราบว่าทางสวนหลวง ร.9 ตั้งใจอยากให้สวนแห่งนี้เป็นสวนของทุกๆ คน เพราะเป็นสวนสาธารณะที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้แผ่นดินไทย เราจึงไม่มีความประสงค์จะเก็บค่าเข้าชมงานในราคาที่แพงมากๆ เพราะอยากให้ทุกๆ คนมีโอกาสได้เข้าไปเที่ยวชมความงามของสวนหลวงฯ การเข้าชมสวนหลวง ร.9 ก็จึงเป็นเสมือนได้เข้าไปในสวนสาธารณะที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานเป็นของขวัญให้คนไทยทุกคน ขอเชิญชวนให้ทุกคนไปเที่ยวชมสวนหลวงร.9 ค่ะ แม้งานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 จะจบสิ้นไปแล้วในปีนี้ แต่สวนหลวง ร.9 ก็ยังเปิดให้บริการประชาชนเป็นประจำทุกวันตลอดปี และขอเรียนให้ทราบว่าสำหรับผู้ที่เข้าไปออกกำลังกายในสวนฯในช่วงเวลาเช้าตรู่และช่วงเย็น สามารถเข้าไปใช้บริการในสวนหลวงฯ ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อบัตรเข้าสวนฯ เพราะสวนแห่งนี้เปิดให้บริการกับทุกคนที่เข้าไปออกกำลังกายในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็น เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี ขอเชิญชวนให้ทุกคนไปเที่ยวชมสวนหลวง ร.9 นะคะ สวนหลวงฯ เป็นของขวัญพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำหรับคนไทยทุกคน และคนต่างชาติทุกคนที่เข้ามาเที่ยว และพำนักพักอาศัยบนแผ่นดินไทย 

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

โรงพยาบาลกรุงเทพ ตอกย้ำความเป็น Smart Hotpital

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775377

โรงพยาบาลกรุงเทพ ตอกย้ำความเป็น Smart Hotpital

โรงพยาบาลกรุงเทพ ตอกย้ำความเป็น Smart Hotpital

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลกรุงเทพ ผู้ให้บริการทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลชั้นนำของประเทศไทยมากว่า 51 ปี มีการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ด้วยการเป็น Your Healthcare Intelligence เพื่อนอัจฉริยะที่รู้ใจทุกเรื่องสุขภาพเต็มรูปแบบ โรงพยาบาลดิจิทัลที่มีการบูรณาการเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศเข้ากับบริการทางการแพทย์และกระบวนการทำงานภายในโรงพยาบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโดยมีผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางพร้อมทั้งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และสร้างประสบการณที่ดีให้กับผู้รับบริการ

โดย พญ.เมธินี ไหมแพง ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ และ นพ.อัศวิน ภูวธนสาร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาและขยายการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสู่ระดับสากล เป็น Healthcare Ecosystem มุ่งมั่นเป็นมากกว่า Smart Hospital ทั่วไป โดยคำนึงถึงผู้รับบริการทุกกลุ่ม และเน้นการบริการทางการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ปัจจุบันสัดส่วนผู้รับบริการไทยที่ใช้ประกันในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีอัตรา 36% เพิ่มขึ้นจาก 31% จากปี 2019 โรงพยาบาลยังคงมุ่งเน้นความเป็น smart Hospital ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อผู้รับบริการที่มีประกันสุขภาพ นำร่องความร่วมมือกับ 6 บริษัทประกันชั้นนำของไทย พร้อมเติมเต็มบริการด้านสุขภาพครบครัน ให้ผู้รับบริการกลุ่มประกันได้รับความอุ่นใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามเจ็บป่วยผ่านโครงการพิจารณาความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้า (Pre Authorization) โดยใช้ระบบ Digital Health Technology ผสานกับการบริการของบุคลากรและผู้รับบริการให้ได้รับความสะดวกเมื่อมารับการรักษาภายในโรงพยาบาลมากยิ่งขึ้น”

เปิดโลกการเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ ‘ซีพีเอฟ’ ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ ร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775396

เปิดโลกการเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ  ‘ซีพีเอฟ’  ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ ร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม

เปิดโลกการเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ ‘ซีพีเอฟ’ ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ ร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนคนรุ่นใหม่รักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินโครงการ “ปันรู้ ปลูกรักษ์” เปิดโลกการเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ ให้น้องๆ ในโรงเรียนทั่วประเทศ ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเป็นแนวร่วมรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

กอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุดสายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟเปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อส่งมอบสิ่งแวดล้อมที่ดี ทั้ง อากาศ น้ำ ป่าไม้ ดิน ฯลฯ ให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป จึงมุ่งมั่นสร้างการรับรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปกป้องสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “ปันรู้ ปลูกรักษ์” ให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียนต่างๆ ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง สร้างผู้นำหรือตัวแทนเยาวชนที่สามารถสื่อสาร คิดสร้างสรรค์และต่อยอดเรื่องดังกล่าวสู่สังคมต่อไป

“โครงการ ปันรู้ ปลูกรักษ์ เน้นถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เด็ก เยาวชนคนรุ่นใหม่ ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์จากที่ซีพีเอฟประสบความสำเร็จมาแล้ว ในการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน โครงการกับดักขยะทะเล มาสอนให้น้องๆ เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติรักต้นไม้ รักป่า เห็นความสำคัญของการได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ เห็นผลกระทบของปัญหาขยะ ซึ่งจนถึงปัจจุบันสามารถสร้างผู้นำหรือตัวแทนเยาวชน และขยายผลสู่การสร้างเครือข่าย
ภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ” กอบบุญ กล่าว

ที่ผ่านมา ซีพีเอฟ จัดกิจกรรม Road Show “เปิดโลกการเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ” โดยผสานเครือข่ายสร้างการรับรู้ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายโครงการฯ (ปี 2566-2570) ในการถ่ายทอดความรู้แก่เด็กและเยาวชนอายุ 7-24 ปี ให้มีส่วนร่วมในโครงการฯ 30,000 คน สร้างผู้นำหรือตัวแทนเยาวชน 500 คน ใน 150 เครือข่ายภาคประชาสังคม โดยผู้ร่วมโครงการจะได้เรียนรู้
ด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมต่อหรือบูรณาการกับ STEM คือ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) คณิตศาสตร์ (Mathematics) เพื่อเสริมการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ควบคู่กับกิจกรรมนันทนาการ ด้วยหลักสูตรค่ายเยาวชนส่งเสริมการรับรู้จากการเรียนรู้ระยะสั้น ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมและวิถีชุมชน การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติและการปฏิบัติภาคสนาม เพื่อให้เยาวชนมีความรู้และร่วมกันพลิกฟื้นความหลากหลายทางชีวภาพ คืนสมดุลสู่ระบบนิเวศ ทั้งป่าต้นน้ำและป่าชายเลนผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่จะส่งผลให้เยาวชนได้มีประสบการณ์จริงทำให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหา ปูพื้นฐานการสร้างเครือข่ายเยาวชนจากรุ่นสู่รุ่น

โครงการปันรู้ ปลูกรักษ์ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ซีพีเอฟมุ่งมั่นทำสิ่งดีๆ เพื่อตอบแทนชุมชน สังคม และประเทศชาติ สานต่อความมุ่งมั่นในภารกิจอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs)

แนวหน้าไกด์ : มอบชุดของขวัญของฝากจากใจ อำลาปีเก่า & อวยพรปีใหม่ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775387

แนวหน้าไกด์ : มอบชุดของขวัญของฝากจากใจ  อำลาปีเก่า & อวยพรปีใหม่ 2567

แนวหน้าไกด์ : มอบชุดของขวัญของฝากจากใจ อำลาปีเก่า & อวยพรปีใหม่ 2567

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 05.00 น.

“แนวหน้า ไกด์” คอลัมน์รวบรวมที่กินที่เที่ยวพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมาอัปเดตให้คุณก่อนใคร สำหรับฉบับประจำวันเสาร์นี้ ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี มีชุดของขวัญของกำนัลมอบให้ญาติมิตร ลูกค้ากลุ่มธุรกิจ และพันธมิตรต่างๆ ซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไปเริ่มต้นกันที่

โรงแรมอนันตรา สยาม นำเสนอชุดกระเช้าผลิตภัณฑ์ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 4 แบบในราคาเริ่มต้น 2,000 บาท และชุด Signature Wish กล่องของขวัญทรงกลม 2 ชั้น บรรจุผลิตภัณฑ์เบเกอรี่โฮมเมด อาทิ ช็อกโกแลตพราลีน พายผีเสื้อคุกกี้โฮมเมดหลากหลายรสชาติพรีเมียมช็อกโกแลตบาร์ฯลฯ รวมถึงไวน์และแชมเปญ ราคา 8,500 บาทที่ ร้านมอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ โทร.02-1268866

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอกระเช้าของขวัญบรรจุผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คัดสรรอย่างดี อาทิ เครื่องดื่มพรีเมียม, แยมดอยคำ,ช็อกโกแลตแมคคาเดเมียดอยตุง, คุกกี้คริสต์มาส, ชาดำคริสต์มาสเบลนด์ ฯลฯ มีให้เลือก 3 แบบ ราคา 2,900 บาท++,3,300 บาท++ และ 6,700 บาท++ ถึง 25 ธ.ค.ที่ มิลล์ แอนด์ โค และ ซิงก์ เบเกอรี่ โทร.02-1001234

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ ลาดพร้าว นำเสนอกระเช้าของขวัญที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดพร้อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับ ประกอบด้วย ปาเน็ตโทนคลาสสิค, คุกกี้คริสต์มาส, คุกกี้ช็อกโกแลตชิป,เค้กผลไม้, สโตเลนเค้ก ฯลฯ มี 2 ขนาด ราคา 1,999 บาทถ้วนและ 3,500 บาทถ้วน ที่ ซิงก์ คาเฟ่ โทร.02-5411234

โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ นำเสนอ “Holiday Hampers” และอีกหลากหลายรายการ อาทิ เค้กผลไม้สูตรต้นตำรับ,ขนมปังขิง, คุกกี้รสพิเศษ, มาการอง,ช็อกโกแลต ฯลฯ บรรจุในกระเป๋าดีไซน์พิเศษ ราคาเริ่มต้น 2,990 บาทถ้วนถึง 7 ม.ค. 2567 โทร.02-6809999

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอ ของขวัญสไตล์หรูสุดพิเศษ ขนมหวานแสนอร่อยที่เลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ อาทิ กระเช้าของขวัญคริสต์มาส ช็อกโกแลต คุกกี้ เค้ก บ้านขนมปังขิง และ “แอดเวนท์คาเลนดาร์” สำหรับขนมหวานและขนมอบในเทศกาลคริสต์มาสนี้ ราคาชิ้นละ150 บาทถ้วน และจัดเป็นกระเช้าไปจนถึงราคา 7,500 บาทถ้วน ถึง 31 ธ.ค.ที่ ช็อกโกแลต บูติก โทร.02-2369952

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ นำเสนอชุดของขวัญ 2 แบบ ชุด “The Signature” ราคา 5,400 บาท+ และชุด “Candy Cane Parade” ราคา 3,500 บาท+ พร้อมตุ๊กตากวางเรนเดียร์ 1 ตัว ถึง 4 ม.ค.2567 ที่ 1897 เลานจ์ โทร.02-1629000

โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ นำเสนอกล่องของขวัญห่อด้วยผ้าลายญี่ปุ่น “Sense of Festive Hampers” บรรจุขนมและของหวานประจำฤดูกาล พร้อมชาคริสต์มาสสูตรพิเศษ ราคากล่องละ 4,888 บาทถ้วน ถึง 15 ม.ค. 2567 ที่ร้านขนม ลา พาทิสเซอร์รี โทร.02-6879000

โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย นำเสนอกระเช้าของขวัญ “Merry Maa-Lai” กระเป๋าผ้าสีเขียวมรกตบรรจุขนมและของอร่อย รวม 12 รายการ อาทิ ช็อกโกแลตจาก Ravishing Collection,ออตตาเวียแครนเบอร์รีพาเน็ตโตเน,ขนมปังสโตเลนแบบเยอรมัน, กริสซีนี พาร์เมซาน,เมอแรงก์, ช็อกโกแลตรูปต้นคริสต์มาสฯลฯ ราคา 1,990 บาทถ้วน โทร.02-0569999

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา แหลมฉบัง นำเสนอกระเช้าของขวัญเทศกาลปีใหม่ในธีม “ของดีเมืองศรีราชา” บรรจุผลิตภัณฑ์เด่นจากท้องถิ่นของเมืองศรีราชา กระเช้ามาตรฐานราคา 1,500 บาทถ้วน หรือกระเช้าระดับพรีเมียม 3,000 บาทถ้วน ถึง 31 ธ.ค. โทร.033-251699

เลือกชุดของขวัญในรูปแบบที่หลากหลายตามความชอบที่ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับ กับความสุขและอิ่มเอมใจในสินค้าคุณภาพสุดสร้างสรรค์ตามแบบฉบับ “แนวหน้าไกด์”