เรือรบอังกฤษ ยิงวัตถุต้องสงสัยเป็นโดรนจู่โจมตกในทะเลแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748386

เรือรบอังกฤษ ยิงวัตถุต้องสงสัยเป็นโดรนจู่โจมตกในทะเลแดง

17 ธ.ค. 2566 02:40 น.

เรือรบอังกฤษ ยิงวัตถุต้องสงสัยเป็นโดรนจู่โจมตกในทะเลแดง

กลาโหมอังกฤษเผย เรือพิฆาตของกองทัพยิงวัตถุต้องสงสัยเป็นโดรนจู่โจมตกในทะเลแดง ท่ามกลางความตึงเครียดหลังกบฏในเยเมนมุ่งเป้าโจมตีเรือสินค้าในทะเลแถบนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแกรนต์ แชปส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร เปิดเผยในวันเสาร์ที่ 16 ธ.ค. 2566 ว่า เรือพิฆาต ‘เอชเอ็มเอส ไดมอนด์’ (HMS Diamond) ของพวกเขาประสบความสำเร็จในการยิงทำลายเป้าหมาย ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นโดรนจู่โจม จนมันตกลงไปในในทะเลแดง

กระทรวงกลาโหม เผยด้วยว่า นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี ที่เรือพิฆาตของพวกเขายิงเป้าหมายทางอากาศในสถานการณ์จริง แต่ไม่ระบุว่าโดรนต้องสงสัยลำนี้เป็นของใคร แต่เชื่อว่ามันกำลังจะไปโจมตีเรือสินค้าลำหนึ่ง

ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. กบฏฮูธิในเยเมนก็เริ่มมุ่งเป้าหมายไปที่เรือต่างชาติในพื้นที่แถบทะเลแดง โดยฮูธิประกาศสนับสนุนกลุ่มฮามาส และว่าจะโจมตีเรือที่เดินทางไปอิสราเอล ซึ่งช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือในทะเลแห่งนี้หลายครั้งแล้ว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัทขนส่งขนาดใหญ่อย่าง ‘เมอส์ก’ (Maersk) ประกาศระงับแผนการเดินทางผ่านช่องแคบ ‘บับ เอล-มันดับ’ ในทะเลแดงทั้งหมด จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอื่น หลังเรือสินค้าติดธงชาติไลบีเรียถูกโจมตีด้ดวยมิสไซล์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพอิสราเอลยอมรับ 3 ตัวประกันถูกยิงดับขณะโบกธงขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748385

กองทัพอิสราเอลยอมรับ 3 ตัวประกันถูกยิงดับขณะโบกธงขาว

17 ธ.ค. 2566 01:45 น.

กองทัพอิสราเอลยอมรับ 3 ตัวประกันถูกยิงดับขณะโบกธงขาว

เจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลยอมรับว่า ตัวประกัน 3 คนที่ถูกยิงเสียชีวิตในกาซาเมื่อวันศุกร์ ถูกยิงขณะกำลังโบกธงขาว และมีทหารยิงเข้าใส่พวกเขามากกว่า 1 นาย

วันเสาร์ที่ 16 ธ.ค. 2566 เจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยอมรับกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า ตัวประกัน 3 คน ที่ถูกทหารของพวกเขายิงเสียชีวิตจากความเข้าใจผิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ถูกยิงขณะที่พวกเขากำลังโบกธงขาวและไม่สวมเสื้อท่อนบน

จากผลการสืบสวนเบื้องต้น ทหารนายหนึ่งเห็นตัวประกันกลุ่มนี้ปรากฏตัวห่างออกไปราว 10 ม. ระหว่างปฏิบัติการที่เขตเชไจยา เมื่อวันศุกร์ (15 ธ.ค.) ทางเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งเจ้าหน้าที่นายนี้ระบุว่า กำลังมีการต่อสู้กันอย่างหนัก และสมาชิกกลุ่มฮามาสมักใช้กลยุทธ์ตบตาด้วยการสวมเสื้อผ้าของพลเรือน

“ตัวประกันทุกคนไม่ได้สวมเสื้อ และพวกเขามีท่อนไม้ที่มีเสื้อผ้าสีขาวผูกติดอยู่ ทหารนายนี้รู้สึกถูกคุกคามและเปิดฉากยิง เขา (ทหาร) ประกาศว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ก่อการร้าย ทหารคนอื่นๆ จึงเปิดฉากยิง ทำให้ตัวประกัน 2 คนเสียชีวิตทันที” เจ้าหน้าที่ IDF บอกกับสื่อ โดยตัวประกันคนที่ 3 บาดเจ็บ และล่าถอยเข้าไปในอาคารใกล้เคียง และร้องขอความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่อ้างว่า นับจากตรงนี้ ผู้บังคับบัญชาได้สั่งหยุดยิงทันที แต่ทหารกลับยิงกระสุนอีกชุดเข้าใส่ตัวประกันคนที่ 3 ทำให้เขาเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ของ IDF ย้ำว่า การที่มีทหารยิงเข้าใส่ตัวประกันกลุ่มนี้มากกว่า 1 นาย ผิดกฎการเข้าปะทะของพวกเขา และการสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ยังคงดำเนินต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna , cnn

ชีค นาวาฟ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต สวรรคต ด้วยพระชนมายุ 86 พรรษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748384

ชีค นาวาฟ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต สวรรคต ด้วยพระชนมายุ 86 พรรษา

17 ธ.ค. 2566 01:12 น.

ชีค นาวาฟ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต สวรรคต ด้วยพระชนมายุ 86 พรรษา

สำนักพระราชวังของประเทศคูเวตออกแถลงการณ์แจ้งข่าวร้าย ว่า ชีค นาวาฟ อัล อาหมัด อัล ซาบาห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต เสด็จสวรรคตแล้ว ด้วยพระชนมายุ 86 พรรษา

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ธ.ค. 2566 สำนักพระราชวังแห่งประเทศคูเวต ออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ เพื่อแจ้งข่าวการสวรรคตของ ชีค นาวาฟ เจ้าผู้ครองนครคูเวต ความว่า “ด้วยความโศกเศร้าและเสียใจอย่างที่สุด เราขอถวายความอาลัยแด่การสวรรคตของชีค นาวาฟ อัล อาหมัด อัล ซาบาห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต”

ทั้งนี้ ชีค นาวาฟ ได้รับการแต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมารเมื่อปี 2549 โดยชีค ซาบาห์ อัล อาหมัด อัล ซาบาห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวตในขณะนั้น และรับสืบทอดตำแหน่งจากชีค ซาบาห์ ซึ่งสวรรคตในเดือนกันยายน 2563 และนำพาประเทศฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจากปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำมาตลอด 3 ปี

จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ชีค นาวาฟ ต้องเสร็จเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากปัญหาสุขภาพฉุกเฉิน โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ ก่อนจะมีการประกาศในเวลาต่อมาว่า พระองค์มีอาการทรงตัว

หลังจากนี้ ชีค มีชาล อัล อาหมัด อัล ซาบาห์ พระอนุชาต่างพระมารดาของชีค นาวาฟ และเป็นมกุฎราชกุมารองค์ปัจจุบัน จะรับสืบทอดตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครคูเวตแทน ด้วยพระชนมายุ 83 พรรษา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อุบัติเหตุตู้รถไฟหลุดจากขบวนในจีน ยอดเจ็บเพิ่มเป็น 102 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748301

อุบัติเหตุตู้รถไฟหลุดจากขบวนในจีน ยอดเจ็บเพิ่มเป็น 102 ราย

16 ธ.ค. 2566 14:38 น.

อุบัติเหตุตู้รถไฟหลุดจากขบวนในจีน ยอดเจ็บเพิ่มเป็น 102 ราย

อุบัติเหตุตู้ขบวนรถไฟใต้ดินหลุดออกจากกันในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนกรุงปักกิ่งวานนี้ มีรายงานผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว โดยยอดผู้บาดเจ็บล่าสุดอยู่ที่ 102 ราย ส่วนใหญ่กระดูกร้าวหรือหัก

จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุตู้โดยสารของรถไฟใต้ดินหลุดออกจากกัน ขณะวิ่งให้บริการในกรุงปักกิ่ง เพิ่มสูงเกินคาด โดยล่าสุดมีผู้บาดเจ็บมากถึง 102 ราย จากจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 515 คนบนขบวนรถไฟที่ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการอย่างละเอียด โดยแพทย์ได้อนุญาตให้ผู้โดยสารจำนวน 423 คน สามารถกลับบ้านได้ในช่วงเช้าของวันศุกร์ ขณะที่อีก 67 คนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บ และยังมีอีก 25 คนที่แพทย์ยังต้องสังเกตอาการ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ทั้งนี้ อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.57 น. ตามเวลาในท้องถิ่นของเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่รถไฟกำลังวิ่งให้บริการปกติ แต่จู่ๆ ตู้โดยสาร 2 ตู้สุดท้ายของขบวนเกิดหลุดออกจากขบวนรถด้านหน้า จนทำให้ขบวนรถเกิดแรงกระแทก และมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่าสภาพอากาศที่มีหิมะตกทำให้รางลื่นและสัญญาณขาดหาย จนเกิดกระแทกกันที่ท้ายขบวน โดยมีรายงานว่ามีผู้โดยสารบางคนตกจากขบวนรถกระแทกพื้นและมีอาการปวดหลัง โดยหลังจากเกิดเหตุ ทางบริษัทรถไฟใต้ดินกรุงปักกิ่งได้แถลงขอโทษผู้ใช้บริการต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยระบุว่าหากผู้โดยสารคนใดมีอาการบาดเจ็บหรืออาการผิดปกติจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถแจ้งมายังบริษัทได้ทันที โดยทางบริษัทจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

ไร้ปัญหา ‘อนุทิน’ ลงพื้นที่ตรวจข้าวสาร เปิดผับถึงตี 4 อนาคตอาจขยายโซนนิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565565

17 ธ.ค. 2566

ไร้ปัญหา 'อนุทิน' ลงพื้นที่ตรวจข้าวสาร เปิดผับถึงตี 4 อนาคตอาจขยายโซนนิ่ง

ไร้ปัญหา ‘อนุทิน’ ลงพื้นที่ตรวจข้าวสาร เปิดผับถึงตี 4 ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ หากไร้ปัญหา ไม่มีความวุ่นวาย อนาคตอาจขยายพื้นที่โซนนิ่ง

“อนุทิน” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริเวณถนนข้าวสาร หลังจากรัฐบาลได้เปิดพื้นที่นำร่องขยายเวลาเปิดผับถึงตี 4 ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งร้านที่จะเปิดได้ต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น 

นาย “อนุทิน” ได้ตรวจบริเวณร้าน THE CLUB, BRICK BAR พร้อมกำชับให้สถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ขณะที่นักเที่ยว ต้องห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วขับขี่เด็ดขาด 

นายอนุทิน บอกว่า ภาพรวมในพื้นที่ดูดี ผู้ประกอบการอยู่ในระเบียบ ปฏิบัติตามกฎหมาย ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการยืนยันแล้วว่า ทุกร้านให้ความร่วมมือ นักท่องเที่ยว ก็ไม่มีปัญหาให้ต้องวิตก สอดคล้องกับนโยบายขอรัฐบาล 

สำหรับการเพิ่มจำนวนใบอนุญาตแก่สถานประกอบการ และขยายพื้นที่โซนนิ่งนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ที่เราเปิดตอนนี้ ต้องดูว่ามันอยู่ในระเบียบหรือไม่ อย่าลืมว่าอะไรที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นก็พร้อมสนับสนุน การเปิดสถานบริการถึงตี 4 ทำให้เงินหมุนเวียนมากขึ้น ถ้ามันอยู่ในจุดที่คุมได้ ก็พร้อมจะพิจารณาอยู่แล้ว 

อนุทินอนุทิน

เมื่อถามถึงความกังวลในประเด็นเหตุร้าย อันเกิดจากนักเที่ยวเมาสุรา นาย “อนุทิน” กล่าวว่า มันต้องช่วยกัน เพราะถ้าเมา มีเรื่องมีคดี วุ่นวายแน่นอน ผู้ประกอบการบอกแล้วว่าจะเซฟตัวเอง เห็นพวกเมาแอ๋ จะไม่ขายเหล้าให้ ส่วนเรื่องอาวุธมันก็ต้องช่วยกันดูแล อย่างน้อย ก็ช่วยเซฟชีวิตกันและกัน 

ผมมาอยู่ตรงนี้ ผมมาสร้างความมั่นใจว่าสถานที่ท่องเที่ยวของไทย มันมีความปลอดภัย เปิดผับถึงตี 4 เราก็ยังดูแลได้ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ร่วมด้วยช่วยกันอยู่แล้ว เราเห็นเศรษฐกิจมันหมุนเวียน ขายของได้มากขึ้น เท่าที่เห็นสถานการณ์ต่างๆ ที่นี่ ยังเรียบร้อยดี

ผมจะได้มีข้อมูลไปนำเรียนในที่ประชุม ครม.ว่านโยบายที่ออกมามันเป็นอย่างไร มันเวิร์คนะ เรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ มันเป็นไปด้วยดี ส่วนภาพรวมในทุกพื้นที่ ต้องบอกว่า มันก็เพิ่ง 2 วันเอง ก็ต้องดูให้นานกว่านี้ ถ้าช่วยกัน มันก็ไปต่อได้ แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันระวัง ช่วยกันเตือน

อนุทินอนุทิน

‘นิติพล’ ผิดหวังรัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 มัวแต่เอื้อนายทุนสร้างมลพิษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565533

16 ธ.ค. 2566

'นิติพล' ผิดหวังรัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 มัวแต่เอื้อนายทุนสร้างมลพิษ

‘นิติพล’ เผย รัฐบาลตอบกระทู้เรื่องฝุ่น PM2.5 มีแต่ข้ออ้างแก้ตัว เสนอไม่ซื้อสินค้าเกษตรจากพื้นที่ที่มีการเผา แต่กลับบอกต้องพิสูจน์เป็นปัจจัยเดียวของปัญหาหรือไม่

นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายภาคเหนือ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังฟังคำชี้แจงของ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ตอบกระทู้ถามสดของ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคก้าวไกล แล้วรู้สึกผิดหวังในคำตอบและสะท้อนว่า ปัญหานี้อาจไม่ถูกแก้ในรัฐบาลชุดนี้

ประเด็นสำคัญคือ ทราบดีแก่ใจ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ สาเหตุใหญ่มาจากฝุ่นข้ามพรมแดนอันเนื่องมาจากการเผาไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้อนบริษัทการเกษตรยักษ์ใหญ่ของไทย แต่รัฐบาลยังพยายามปิดหูปิดตาหาคำตอบให้ตัวเอง บอกให้ไปพิสูจน์นั่นนี่ เพื่อไม่ดำเนินการแก้ปัญหาเร่งด่วน
 

นายนิติพล กล่าวต่อว่า มีข้อเสนอให้ใช้เทคโนโลยีตรวจจับจัดจุดความร้อน เพื่อออกมาตรการไม่รับซื้อสินค้าการเกษตรที่มาจากพื้นที่ที่มีการเผา เพราะกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวของไทยอย่างรุนแรง แต่นายนภินทรกลับอ้างว่า ทำไม่ได้ เพราะแม้แต่ไทยเองยังไม่มีมาตรการห้ามเผา มีเพียงการขอความร่วมมือเกษตรกร จะไปออกมาตรการห้ามซื้อในสิ่งที่ไทยเองก็ไม่มีมาตรการไม่ได้ และการออกมาตรการห้ามเผาเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์

นอกจากนี้นายนภินทรยังบอกในสภาอีกว่า หากจะห้ามไม่ให้ซื้อยังจะต้องพิสูจน์ให้ได้ด้วยว่า ฝุ่น PM2.5 จากการเผาเป็นเพียงปัจจัยเดียว ไม่ใช่มาจากปัจจัยอื่น และฝุ่นดังกล่าวต้องพิสูจน์อีกเช่นกันว่า มีผลกระทบต่อสุขภาพจริง แต่รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจได้ตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดมาแก้ปัญหาแล้ว
 

นายนิติพล มองว่า คำตอบแบบนี้เป็นการหาข้ออ้างให้นายทุนสร้างมลพิษและทำลายสุขภาพคนไทยต่อไปได้ ทั้งที่ในประเทศไทยต้องแสดงพื้นที่เพาะปลูกโดยละเอียดว่ามาจากแหล่งใด แต่ในกรณีข้าวโพดนอกพรมแดนแค่บอกกว้างๆว่ามาจากประเทศใดเท่านั้น ตนเชื่อว่ากระทรวงพาณิชย์สามารถกำหนดรายละเอียดเหล่านี้ได้ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจรับซื้อข้าวโพดข้ามพรมแดนหรือไม่ได้ รวมถึงเชื่อว่าการออกมาตรการห้ามเผาในไทยเพื่อให้กระทรวงพาณิชย์ไปดำเนินการต่อสามารถทำได้แน่ หากนายกรัฐมนตรีไม่ลืมที่จะควิกวิน ทำตามนโยบายที่เพื่อไทยเคยหาเสียงไว้ว่าจะแก้ที่ต้นตอ ซึ่งต้นตอปัญหาอยู่ตรงไหนก็เห็นอยู่แล้ว

ส่วน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่รัฐบาลบอกว่าจะผลักดัน ก็เป็นเรื่องดี ตนเห็นด้วย แต่พวกท่านย่อมรู้ดีว่ากฎหมายแต่ละฉบับกว่าจะผ่านใช้เวลานานเป็นปีๆ แต่ตอนนี้กำลังเผชิญปัญหาอยู่ตรงหน้า จึงต้องพึ่งอำนาจฝ่ายบริหารให้ทำอะไรเป็นรูปธรรมสักอย่าง ถ้าไม่ทำอะไรเลย จะมีฝ่ายบริหารไว้ทำไม อันดับแรกพวกต้องหยุดแก้ปัญหาแบบซื้อเวลา แล้วกล้าที่จะแก้ที่ต้นตอ เพราะสุขภาพประชาชนเจอวิกฤตนี้มาเป็นสิบปีแล้ว มีคนตายจริงป่วยจริงหลายคนแล้วเช่นกัน อย่าให้ประชาชนต้องรอ เพราะมัวแต่เกรงใจนายทุนเลย


“ท่านแค่ลองย้ายตัวเอง โดยเอาปอดท่านไปสูดอากาศเชียงใหม่ทุกๆเช้าจากวันนี้ไปจนจบเดือนกุมภาพันธ์ วันละชั่วโมงก็พอ ท่านจะได้คำตอบด้วยตัวท่านเองว่ากระทบสุขภาพหรือไม่ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกอย่างสามารถดำเนินการได้ทันที แค่ นายกฯ กล้าขยับเหมือนที่ชอบเรียกหน่วยงานต่างๆมาคุยก่อนขึ้นเครื่องบินไปประเทศต่างๆ การเอากระทรวงพาณิชกับเกษตรมาคุยกันและเคาะมาตรการเร่งด่วนออกมาแก้ปัญหาแบบควิกวินที่ท่านชอบพูด คงไม่ยากเกินไปอย่างแน่นอน สำหรับชายที่ชื่อเศรษฐา ทวีสิน ส่วนการตั้งคณะกรรมการหลายชุดขึ้นมานั้น มองไม่ต่างจากการซื้อเวลาหาข้อแก้ตัวว่า มีการขยับแล้ว สมัยรัฐบาลก่อน พลเอกประยุทธ์ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานคณะกรรมการเป็นร้อยชุด ผมก็ไม่เห็นจะขับเคลื่อนประเทศไปไหนได้” นายนิติพล กล่าว

นายนิติพล ผิวเหมาะ นายนิติพล ผิวเหมาะ

เช็ก ‘เงินเดือน’ ข้าราชการ บำเหน็จ บำนาญ ใหม่ ราชกิจจาฯ ประกาศ มีผล 1 ม.ค. 67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565530

16 ธ.ค. 2566

เช็ก 'เงินเดือน' ข้าราชการ บำเหน็จ บำนาญ ใหม่ ราชกิจจาฯ ประกาศ มีผล 1 ม.ค. 67

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ. ‘เงินเดือน’ ข้าราชการ เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน ‘เงินเดือนข้าราชการออก 2 รอบ’ มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 2567

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา การจ่าย เงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ “เงินเดือนข้าราชการ ออก 2 รอบ” และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2566 โดย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2518 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2566”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “เงินเดือน” ในมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2549 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“เงินเดือน” หมายความว่า เงินเดือน และเงินอื่นที่มีกำหนดอัตราการจ่ายเป็นรายเดือนโดยจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน

มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองและวรรคสามของมาตรา 20 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535

“ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีกำหนดให้มีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการประจำเดือน เดือนละสองครั้งให้กรมบัญชีกลางกำหนดวันจ่ายให้สอดคล้องกับการจ่ายเงินเดือนดังกล่าว

ให้ข้าราชการ มีสิทธิเลือกรับเงินเดือนตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางกำหนด”

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงการจ่ายเงินเดือน ข้าราชการ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ข้าราชการ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการให้สอดคล้องกับการดำเนินการในกรณีดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษา

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775481

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.28 น.

‘กรมประมง’เชิญร่วมประกวด‘ปลากัดสวยงาม’ชิงถ้วยเกียรติยศที่‘กว๊านพะเยา’

16 ธันวาคม 2566 นายบัญชา  สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานประมงจังหวัดพะเยา กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดพะเยา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 – 3 มกราคม 2567 นี้ ณ ข่วงวัฒนธรรม ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงนิทรรศการตำนานกว๊านพะเยา การจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในกว๊านพะเยากิจกรรมการเผยแพร่ความรู้ด้านต่าง ๆ การทำ Work Shop ด้านการเกษตร และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลผลิตทางการเกษตร Fisherman Shop @ บางเขน แล้ว ยังมีการจัดประกวดปลากัดสวยงาม เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพในการผลิตพันธุ์ปลากัดสวยงามที่ดี มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และเป็นการอนุรักษ์ปลากัดสายพันธุ์ท้องถิ่นและสายพันธุ์หายาก ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ปลากัดสายพันธุ์ต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งกำหนดจัดการประกวดระหว่างวันที่ 27 – 29 ธันวาคม 2566 ณ สนามกีฬาเทศบาลเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา สามารถสมัครได้ในวันที่ 27 ธันวาคม 2566

สำหรับการประกวดจะแบ่งออกเป็น 6 ชนิด 33 ประเภท ได้แก่

ชนิดที่ 1 : กลุ่มปลากัดครีบสั้น แบ่งเป็น 5 ประเภท

ชนิดที่ 2 : กลุ่มปลากัดครีบยาว แบ่งเป็น 4 ประเภท

ชนิดที่ 3  : กลุ่มปลากัดอื่น ๆ แบ่งเป็น 6 ประเภท

ชนิดที่ 4  : กลุ่มปลากัดอัตลักษณ์ท้องถิ่น/ดั้งเดิม แบ่งเป็น 6 ประเภท

ชนิดที่ 5 : กลุ่มปลากัดป่าดั้งเดิม แบ่งเป็น 7 ประเภท

ชนิดที่ 6 : กลุ่มปลากัดป่าพัฒนา แบ่งเป็น 5 ประเภท

รวมทั้งขนาดปลากัดที่ใช้ในการประกวด เมื่อวัดจากปากถึงปลายหาง จะต้องมีขนาดดังนี้

1. ปลากัดครีบสั้น ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 3 หุน

2. ปลากัดครีบยาวและปลากัดเพศเมีย ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน 

3. ปลากัดหางคู่ครีบสั้น/ยาว ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน

4. ปลากัดยักษ์ ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 2 นิ้ว 2 หุน

5. ปลากัดดาวรุ่งสวยงาม ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 1 หุน

6. ปลากัดป่าดาวรุ่ง ขนาดลำตัวไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว 2 หุน

7. ปลากัดป่า ไม่จำกัดขนาด

โดยไฮไลต์ของงาน ร่วมค้นหา “ปลากัดป่าแก้มแดงภูกามยาว” ซึ่งมีหางกลมมนดุจกลีบดอกสารภี ดั่งดอกไม้ประจำจังหวัดพะเยา เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศจาก ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ตามรายละเอียด QR code ด้านล่าง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.สนาม เอกวิลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โทรศัพท์ 08 5050 5358 ชมรมปลากัดจังหวัดพะเยา  โทรศัพท์ 09 3946 1619

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775368

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา 'จน เจ็บ เจ๊ง' ให้พี่น้องเกษตรกร

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.37 น.

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลงพื้นที่เขตหนองจอก มุ่งแก้ปัญหา ‘จน เจ็บ เจ๊ง’ ให้พี่น้องเกษตรกร พร้อมเตรียมประกาศรับรอง 8 สายพันธุ์ข้าว ที่สามารถปลูกได้ทั้งปี มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 95 วัน

15​ ธ.ค.​2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะและรับฟังปัญหาจากเกษตรกร สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร พร้อมหว่านข้าวในแปลงนา โดยใช้โดรนเป็นนวัตกรรมใหม่ และปลูกต้นไม้มงคล​ โดยมี​ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ คณะผู้บริหารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และชาวนาผู้เข้าร่วมงานให้การต้อนรับ​ ณ โรงสีข้าวชุมชน หมู่ 6 ก้าวหน้า คลองสิบสอง เขตหนองจอก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว เตรียมประกาศรับรอง 8 สายพันธุ์ ในเดือนเมษายน ปี 2567 ครอบคลุมข้าวหลายชนิด เช่น ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวหอม ข้าวบาเล่ ข้าวสาลี และข้าวญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งทั้ง 8 สายพันธุ์ เป็นพันธุ์ที่สามารถปลูกได้ทั้งปี มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 95 วัน เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในเขตภาคกลางทั้งหมดจัดเตรียมเมล็ดพันธุ์สำหรับรองรับความต้องการ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่นาปรังทั้งหมด ประมาณ 6 ล้านไร่ อีกทั้งยังต้องการให้รับรองข้าวเจ้าหอม มช 10-1 ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเป็นข้าวที่มีระยะเวลาการปลูกน้อย ผลผลิตเยอะ และมีความเป็นข้าวหอมมะลิถึง 92% มีกลิ่มหอม นุ่ม และรูปทรงสวยงาม ปัจจุบันสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรีอยู่ระหว่างการทดลองและปรับปรุงพันธุ์ เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการรับของกรมการข้าวต่อไป

นอกจากนี้ ยังรับฟังและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ และราคาข้าว ที่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องหามาตรการช่วยเหลือให้พี่น้องชาวนามีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ เขตหนองจอกเป็นเขตที่มีขนาดใหญ่สุดใน กทม. สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งและเกษตรกรรม มีลำคลองไหลผ่านหลายสาย มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี ตามที่ตั้งแปลง ปี 2566/67 เขตหนองจอก จำนวน 2,047 ครัวเรือน พื้นที่ 49,485 ไร่

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรมการข้าว ได้นำนิทรรศการองค์ความรู้ต่างๆด้านข้าวมาจัดแสดงพร้อมทั้งนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว​ อาทิ​ ข้าวตังรักสุขภาพ​ที่แปรรูปจากข้าว​ กข43 ขนมบัวลอยที่แปรรูปจากข้าวมะลิแดง​ และการนำตอซังข้าวมาพอกไข่เพื่อทำเป็นไข่เค็ม​มาแจก​ ซึ่งได้รับความสนใจจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

‘นฤมล’นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775363

'นฤมล'นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

‘นฤมล’นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา หวังให้ชาวสวนได้ราคาสูงขึ้น

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.11 น.

“นฤมล” นำทีมเดินหน้าแก้ไขปัญยางพารา สร้างเสถียรภาพราคายางพาราภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าผลผลิต  กำหนดเป้าหมายดูดซับยางพารา จำนวน 4 ล้านตัน หวังให้ชาวสวนยางได้ราคาสูงขึ้น

15 ธันวาคม 2566 ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เป็นประธานประชุมโครงการยางล้อ โดยมี นายเณริน จันทกร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผู้แทนการค้า กล่าวว่า เพื่อเป็นการกลไกการบริหารจัดการยางพาราโดยใช้ระบบตลาดนำการผลิต (ผลิต แปรรูป และตลาด) ของการยางแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพราคายางพาราภายในประเทศ และเพิ่มมูลผลผลิต รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร และสร้างรายได้ให้กับการยางแห่งประเทศไทย     (กยท.) ตามนโยบายของรัฐบาล และของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งส่งเสริมราคายางพาราเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ต้องโค่นยางพาราไปปลูกพืชอื่น โดยให้จับมือภาคเอกชนผลิตยางรถยนต์ที่มีคุณภาพใช้หน่วยงานของราชการ รวมถึงส่งออกขายทั่วโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางช่วยทำให้ยางพารามีราคาสูงขึ้น

ผู้แทนการค้า กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบกำหนดเป้าหมายดูดซับปริมาณยางพาราภายในระบบตลาด ปี 2567 – 2570 อย่างน้อย 4 ล้านตัน ทั้งในส่วนของการผลิตยางรถยนต์ และการบริหารจัดการวัตถุดิบยาง โดยให้ กยท. ดำเนินการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน ด้านการจ้างผลิตยางล้อตามเป้าหมาย  ซึ่งในส่วนของภาครัฐ จำนวนยางที่ผลิตเพื่อให้รถราชการใช้จะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ และได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี นอกจากนั้น ให้ดำเนินการผลิตยางเพื่อใช้ในรถยนต์ภาคการเกษตร รวมถึงรถยนต์ประเภทอื่นๆ สำหรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออก

“การดำเนินการดังข้างต้น จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคายาง ลดการพึ่งพาตลาดโลก โดยเพิ่มการใช้ยางในประเทศ ทำให้ยางพาราของสถาบันเกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายที่ชัดเจน มียางล้อที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสมเพื่อตอบสนองผู้มีรายได้น้อย สร้างมูลเพิ่มให้อุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย”ผู้แทนการค้า ย้ำ