‘คิตตี้-กิจติพร’ นำทีมนางงาม ลงพื้นที่ ‘จ.ลำปาง’ ร่วมกิจกรรม ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/775552

‘คิตตี้-กิจติพร’ นำทีมนางงาม  ลงพื้นที่ ‘จ.ลำปาง’ ร่วมกิจกรรม ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567’

‘คิตตี้-กิจติพร’ นำทีมนางงาม ลงพื้นที่ ‘จ.ลำปาง’ ร่วมกิจกรรม ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567’

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.26 น.

เป็นนางงามจิตอาสา ต้องกล้าลงทุกพื้นที่ ล่าสุด “คิตตี้-กิจติพร นันทนนท์” ผู้อำนวยการกองประกวดMrs.Thailand World นำทีมนางงาม ลงพื้นที่ไปกับสภากาชาดไทย ณ “จังหวัดลำปาง” ร่วมกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567” ร่วมด้วย รัมณีย์ อภิชัยโชติรัตน์ เจ้าของมงกุฎ Mrs. Tourism Thailand 2023, ณัชรัตน์ อภิวาวงศ์ศา รองอันดับ 1 MRS.THAILAND WORLD 2023, ปารณีย์ ประดิษฐ์ผล PHOTOGENIC MRS.THAILAND WORLD 2023, ภิชาญา สารีพันธ์ BEST Swimming Suits MRS.THAILAND WORLD 2023 และภาคีเครือข่ายจิตอาสา

นำโดย พล.ท.นพ.อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด “กิจกรรมหนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567” ณ จังหวัดลำปาง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารที่ประสบภาวะอากาศหนาวเย็น ให้มีสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้น ณ โรงเรียนวังเหนือวิทยา อำเภอวังเหนือ, โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา อำเภอแจ้ห่ม และที่ว่าการอำเภองาว จังหวัดลำปาง โดยมอบเครื่องกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยหนาว จำนวน 3,500 ชุด ชุดวอร์มพร้อมเครื่องกันหนาวสำหรับเด็ก 1,500 ชุดมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา ยา เวชภัณฑ์สำหรับห้องพยาบาลโรงเรียนในชนบท ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป และโรคทางทันตกรรม พร้อมให้ความรู้ด้านสุขศึกษาโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังเยี่ยมบ้านผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการเพื่อมอบเครื่องกันหนาวและตรวจสุขภาพแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ จำนวน 30 ครอบครัวกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567” ซึ่งเดิมชื่อกิจกรรมบรรเทาภัยหนาวเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช เริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ.2545 จนถึงพ.ศ.2566 โดยปฏิบัติงานมาแล้ว 21 ครั้ง(ปัจจุบันเป็นครั้งที่ 22) รวม 16 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิเพชรบูรณ์นครพนมสกลนคร เชียงราย อุดรธานี เชียงใหม่อุทัยธานี หนองคาย นครราชสีมา กาญจนบุรี ตาก น่าน ลำพูน เลย และแม่ฮ่องสอน และยังคงดำเนินการต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป เพื่อให้ผู้ประสบภัยจากความหนาวเย็นที่ยากไร้ด้อยโอกาส ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปิดฉาก ‘เทศกาลหนังเมืองแคน ครั้งที่ 7’ โชว์ฝีมือคนทำหนังเลือดใหม่สู่ตลาดสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/775508

ปิดฉาก ‘เทศกาลหนังเมืองแคน ครั้งที่ 7’  โชว์ฝีมือคนทำหนังเลือดใหม่สู่ตลาดสากล

ปิดฉาก ‘เทศกาลหนังเมืองแคน ครั้งที่ 7’ โชว์ฝีมือคนทำหนังเลือดใหม่สู่ตลาดสากล

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.17 น.

ภัสสร์ศศิร์ ศรีแพงมน  MilinProduction  ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ “ จุดเทาในใจเธอ”   ขนทัพดารานักแสดง  ร่วมเดินพรมแดง มีบุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

16 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดฉายหนังสั้นรอบชิงชนะเลิศ พร้อมพิธีปิดเทศกาลหนังเมืองแคน ครั้งที่ 7 ณ ขอนแก่นฮอลล์ ชั้น 5 เซ็นทรัล  ขอนแก่น  ได้ปิดฉากไปอย่างสวยหรูยิ่งใหญ่อลังการ  มี ทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น  พร้อมผู้กำกับ  ดารานักแสดง ทั้งประเทศไทย สปป.ลาว กัมพูชา รวมถึงภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างคับคั่ง  นางสาว ภัสสร์ศศิร์  ศรีแพงมน  MilinProduction  ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ “ จุดเทาในใจเธอ” ขนทัพดารานักแสดง กับผลงานการแสดง ครั้งแรกของคลื่นลูกใหม่ ทีมลูกสาวแม่ป๋อม  น้องแตงโม,น้องอะตอม น.ส ณัฏฐณิชา ศฤงคาร,น้องพลอย ณิชกานต์   เฉลิมสุขสิริ, “แตงโม”  ภัทราภา คำสีเเก้ว,“น้องเนเน่” อภิชญา ไมตรีสวัสดิ์, “น้องแก้ม”  สิริญาพร จันนา  ร่วมเดินพรมแดง  ท่ามกลางสื่อมวลชน ประชาชน และแฟนคลับร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง

รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า เทศกาลหนังเมืองแคน ครั้งที่ 7 จัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และขีดความสามารถของนักศึกษา ตลอดทั้งประชาชน  ในภาคอีสานและสาธารณรัฐประชาชนลาวได้ผลิตภาพยนตร์เชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศผนวกกับความคิดสร้างสรรค์มาผลิตภาพยนตร์พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงพลังทางความคิด การสร้างค่านิยมและประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่นไปสู่วงกว้าง ตลอดจนเป็นการผลักดัน Soft Power และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

สำหรับเทศกาลหนังเมืองแคน ครั้งที่ 7 ในปีนี้ดุเดือดไม่แพ้ปีที่ผ่านมากับการประกวดหนังสั้นหัวใจแก่น ธีม หวีดสยอง 2 ฝั่งโขงที่มีทีมผลิตภาพยนตร์เลือดใหม่ส่งผลงานร่วมคัดเลือกกว่า 70 ทีม และเป็น 20 ทีมสุดท้ายที่ฝ่าด่านหินจากเหล่าคณะกรรมการที่ได้รับเกียรติจากผู้กำกับชื่อดังจากไทยและ สปป.ลาว ก่อนที่จะได้ร่วมเวิร์กช็อปและลงพื้นที่ถ่ายทำจริงร่วมกับนักแสดง KAEN Film Academy เพื่อสร้างสรรค์หนังสั้นคุณภาพขับเคี่ยวกันในรอบชิงชนะเลิศ ตั้งแต่วันที่ 8-12 ธันวาคม 2566 และเป็น ทีมสองขวดน้อย กับผลงานเรื่อง ป่าสุขสันต์ วันอันตราย จากจังหวัดมหาสารคาม คว้ารางวัลชนะเลิศและรางวัลภาพยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบงบประมาณ สนับสนุนการดำเนินงานของผู้ผลิตภาพยนตร์ การนำผู้สร้าง ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ไปร่วมออกนิทรรศการในต่างประเทศ การหาตลาดใหม่ ๆ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรในด้านต่าง ๆ  ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ยังทำให้มองเห็นแนวโน้มอุตสาหกรรมไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริม Soft Power อุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่อไป

-(016)

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิด 3 หลักสูตร ป.โท ‘วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง’ ต่อยอดประกอบธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775500

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย CMU Lifelong วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต เปิดหลักสูตรให้แก่ผู้ที่มีความสนใจอยากเรียนต่อ ป.โท ด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มช. ผู้ที่อยากเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง อยากทำธุรกิจสปาเสริมความงาม หรือเป็นผู้ประกอบการที่มีผลิตภัณฑ์อยู่แล้วแต่อยากเรียนรู้การขึ้นทะเบียนเครื่องสำอางก่อนขาย
สามารถเลือกเรียนหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการกับ 3 หลักสูตรเครื่องสำอางจากสาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง คณะเภสัชศาสตร์ มช. สามารถรับรองสมรรถนะและสะสมหน่วยกิต ป.โท มช. ล่วงหน้าได้

1.วิทยาศาสตร์ขั้นสูงในการดูแลผิวพรรณและสุขภาวะผิว รุ่นที่ 2 (Advanced knowledge in skin care science and skin wellness Batch 2)

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี งานวิจัย นวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลสุขภาพผิว เสริมสร้างสุขภาพผิวและแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผิวในเชิงลึกในระดับชีวโมเลกุล และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอางที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย

หลักสูตรนี้สามารถเรียนเพื่อการเก็บสะสมหน่วยกิตและรับรองสมรรถนะ สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง คณะเภสัชศาสตร์ได้ โดยเปิดรับสมัครถึง
วันที่ 30 ธ.ค. 2566 เวลา 16.30 น. เริ่มอบรมวันที่ 1 ม.ค. 2567 เวลา 08.30 น. ถึง 30 ก.ย. 2567 เวลา 16.30 น. โดยเรียนออนไลน์ร่วมกับการเรียนOn-site (ในบางหัวข้อ) มีค่าใช้จ่าย 17,100 บาท หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอาง สมัครได้ที่ https.//bit.ly/skin-care_science

2.วิทยาศาสตร์แห่งความงามและผลิตภัณฑ์สปา รุ่นที่ 2 (Cosmetology and spa products Batch 2)

หลักสูตรนี้เป็นการมุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานของการแต่งหน้าและผลิตภัณฑ์สปา ได้แก่ ประวัติความเป็นมาของการแต่งหน้า ทฤษฎีสี การเล่นสีสัน และการประยุกต์ใช้ในการแต่งหน้า รวมทั้งโครงสร้างของใบหน้าและดวงตาที่เกี่ยวข้องกับการแต่งหน้าเพื่อความงาม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และอุปกรณ์การแต่งหน้าและเทคนิคสำคัญสำหรับการแต่งหน้าขั้นพื้นฐาน รวมถึงหลักการของสุคนธบำบัด น้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในสุคนธบำบัด กลไกการออกฤทธิ์ของน้ำมันหอมระเหย ความปลอดภัยในการใช้น้ำมันหอมระเหย วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์สุคนธบำบัด การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุคนธบำบัด สปาและผลิตภัณฑ์สปา เทคโนโลยีใหม่ในการใช้น้ำมันหอมระเหย

หลักสูตรนี้สามารถเรียนเพื่อการเก็บสะสมหน่วยกิตและรับรองสมรรถนะ สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง คณะเภสัชศาสตร์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอาง เปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2566 เวลา 16.30 น. เริ่มอบรมวันที่ 1 ม.ค. 2567 เวลา 08.30 น. ถึง 30 ก.ย. 2567 เวลา 16.30 น. เรียนออนไลน์ร่วมกับการเรียน On-site (ในบางหัวข้อ) มีค่าใช้จ่าย 28,600 บาท สมัครได้ที่ https.//bit.ly/cosmetology_spa

3.เทคโนโลยีขั้นสูงเกี่ยวกับเครื่องสำอางและงานขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้อง รุ่นที่ 2 (Advanced technologies of cosmetics andregulations Batch 2)

หลักสูตรนี้ เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยมุ่งเน้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอางด้วยขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้อง เป็นไปตามข้อกำหนด/มาตรฐาน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สามารถพัฒนาตำรับและการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง/เวชสำอางรูปแบบต่างๆ มีทักษะกระบวนการเพื่อศึกษาก่อนตั้งตำรับ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบพื้นฐานในตำรับ การทดสอบทางกายภาพ เคมีกายภาพ และความคงสภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค

หลักสูตรนี้สามารถเรียนเพื่อการเก็บสะสมหน่วยกิตและรับรองสมรรถนะ สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง คณะเภสัชศาสตร์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอาง เปิดรับสมัครถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2566 เวลา 16.30 น. เริ่มอบรมวันที่ 1 ม.ค. 2567 เวลา 08.30 น. ถึง 30 ก.ย. 2567 เวลา 16.30 น. เรียนออนไลน์ร่วมกับการเรียนOn-site (ในบางหัวข้อ) 37,600 บาท สมัครที่ https.//bit.ly/technologies_cosmetics

ทั้งนี้ นักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่า รับส่วนลดค่าบำรุงมหาวิทยาลัยอีก 600 บาท ในหลักสูตรที่มียอดชำระ5,000 บาทขึ้นไป สามารถผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตในเครือธนาคารกรุงศรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line OA . @CMULifelong

‘DPU-IRC’ร่วมลดคาร์บอน อุตสาหกรรมยางจักรยานยนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775514

‘DPU-IRC’ร่วมลดคาร์บอน  อุตสาหกรรมยางจักรยานยนต์

‘DPU-IRC’ร่วมลดคาร์บอน อุตสาหกรรมยางจักรยานยนต์

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ IRC ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ในโครงการการจัดทำคาร์บอนฟุตพร้ินท์สำหรับผลิตภัณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และประสบการณ์ในกระบวนการกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการและรองอธิการบดีสายงานวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า DPU กับ IRC มีเจตจำนงในการร่วมมือกันพัฒนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ด้านการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ สำหรับผลิตภัณฑ์และนำไปสู่การขอรับรองขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพร้ินท์สำหรับผลิตภัณฑ์ยางรถจักรยานยนต์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

ซึ่งการลงนาม MOU ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยได้ก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศว่าไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 จากปฏิญญาที่รัฐบาลให้ไว้กับนานาประเทศในการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ทำให้ทุกองค์กรรวมถึง DPU ตระหนักถึงความสำคัญและได้ขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าว

“สำหรับ DPU เป็นมหาวิทยาลัยที่มีนโยบาย Decarbonization (ลดการปล่อยคาร์บอน) ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร โดยมี Sustainability (ความยั่งยืน) อย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กิจกรรมส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดใช้พลังงานต่างๆ ให้แก่บุคลากรและนักศึกษา รวมถึงบุคลากรภายนอกที่มาใช้สถานที่ของ DPU และในปี 2567 มีแผนจัดตั้งศูนย์ Hub of Net Zero หน่วยงานให้คำปรึกษาและรับรองในด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรและผลิตภัณฑ์สินค้า รวมทั้งการส่งเสริมแลกเปลี่ยนและซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างหน่วยงาน ให้กับผู้สนใจทั่วไป” ผศ.ดร.พัทธนันท์ กล่าว

ดร.รชฏ ขำบุญ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) DPU กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือ ระหว่าง DPU และ IRC ในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือที่เน้นด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยในเบื้องต้นจะร่วมกันประเมินผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท จำนวน 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ยางประเภทต่างๆ โดยประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์
ตลอดอายุของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การขนส่งรับวัตถุดิบ นำมาผลิตจนถึงฝังกลบ

ซึ่งผลของการประเมินปริมาณคาร์บอนที่ถูกปล่อยตลอดอายุของผลิตภัณฑ์นี้จะนำไปสู่การกำหนดแนวทางเพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ต่อไป นอกจากนั้น ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำเข้าไปจัดเก็บในฐานข้อมูลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เพื่อแสดงรายละเอียดต่างๆ และใช้เป็นมาตรฐานการประเมิน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ประเภทยางรถจักรยานยนต์ต่อไป

“การไปถึงเป้าหมาย Net Zero ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน บริษัทขนาดเล็ก หรือ SME อาจต้องเริ่มตระหนักถึงเรื่องการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพราะในอนาคตจะมีตัวกฎหมายออกมาบังคับใช้ในการประเมินคาร์บอน ตลอดห่วงโซ่ของ Supply Chain ซึ่งมีผลกับธุรกิจและการคำนวณภาษี และมีผลต่อการค้าและธุรกิจโดยเฉพาะกับต่างประเทศที่มีข้อกำหนดเรื่องคาร์บอนเครดิต” ดร.รชฏ กล่าว

รศ.ดร.นิตย์ เพ็ชรรักษ์ นักวิจัยอาวุโส DPU กล่าวว่า การคำนึงถึงเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเทศฝั่งยุโรปที่มีการบังคับใช้กฎหมายด้านภาษีสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทต่างๆ มีการตั้งเงื่อนไขการนำเข้าสินค้าโดยพิจารณาซื้อสินค้าจาก Supplier ที่ปฏิบัติตามหลักการลดโลกร้อนและมีการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างเป็นรูปธรรม

“ดังนั้น องค์กรหรือบริษัทที่มีรายงานการวัดและประเมินเรื่องคาร์บอนจะได้เปรียบทางการค้ามากกว่าบริษัทอื่น อนาคตการแข่งขันทางธุรกิจจะยากขึ้น ทุกบริษัท
ที่ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศจึงต้องมีการปรับตัวในเรื่องนี้ โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการประเมิน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ อย่าง
ต่อเนื่อง” รศ.ดร.นิตย์ กล่าว

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ IRC กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีนโยบายลดโลกร้อนด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงการอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยเริ่มดำเนินการทำเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรทั้ง Scope I และ Scope II ตั้งแต่ปี 2022-2024

“สำหรับ Scope III เป็นเรื่องเกี่ยวกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ หรือเน้นทำกับ Supply Chain เช่น วัตถุดิบตั้งต้นที่ซื้อมา การขนส่งจากผู้ผลิตวัตถุดิบ การเดินทางของลูกค้าและผู้มาติดต่อ เป็นต้น ความร่วมมือระหว่าง IRC กับ DPU ครั้งนี้ จะมีการศึกษาเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ คาร์บอนเครดิตพร้อมทำการประเมิน Scope III ร่วมกัน เพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายสู่การเป็น Net Zero” นางพิมพ์ใจ กล่าว

‘เสมา 2’ปธ.มอบโล่-ประกาศนียบัตร รางวัล PEF Award for ALL ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775518

'เสมา 2'ปธ.มอบโล่-ประกาศนียบัตร รางวัล PEF Award for ALL ประจำปี 2566

‘เสมา 2’ปธ.มอบโล่-ประกาศนียบัตร รางวัล PEF Award for ALL ประจำปี 2566

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.35 น.

“เสมา 2”ประธานมอบโล่-ประกาศนียบัตร รางวัล PEF Award for ALL ประจำปี 2566 แก่“ผู้บริหาร-สถานประกอบการ-บุคลากรทางการศึกษา-นักเรียน”

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงการ PEF Award for ALL ประจําปี 2566 ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยมี ศาสนาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ รองประธานมูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน กล่าวรายงาน และมี นายชาติชาย พุคยาภรณ์ ประธานมูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ร่วมต้อนรับ​พร้อมรับโล่และประกาศนียบัตร

นายสุรศักดิ์ กล่าวภายหลังมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตร ว่า ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงการ PEF Award for ALL ประจําปี 2566 ในวันนี้ ทั้งยังขอแสดงความยินดีกับท่านผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานประกอบการ บุคลากรทางการศึกษา และลูกๆนักเรียน ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ นับเป็นความสําเร็จและความภาคภูมิใจที่ทุกคน ได้ทุ่มเทกําลังกาย กําลังใจ กําลังความคิด อันนํามาซึ่งชื่อเสียงและเกียรติคุณที่ได้รับ ซึ่งถือเป็นพลังสําคัญของการขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษา เช่นเดียวกับสถานประกอบการก็ถือเป็นอีกหนึ่งพลังสําคัญในการร่วมกันพัฒนาการศึกษาไทย ให้บรรลุเป้าหมายที่เน้นประโยชน์สุขของประชาชน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” เพราะเมื่อเรามีความสุขกับการเรียน​ การทำงาน​ ผลที่ตามมาคือทั้งการเรียนและงานก็จะออกมาดี​เพราะเราได้ทำในสิ่งที่มีความสุข

“ขอชื่นชมนักเรียนที่ได้รับรางวัลการประกวดผลงาน โครงการผลิตสื่อสร้างสรรค์ที่ทันสมัย เป็นต้นแบบนักสื่อสารสร้างสรรค์ ปลูกจิตสํานึก ด้านการผลิตสื่อที่ปลอดภัย รู้เท่าทันสื่อ และเลือกบริโภคสื่ออย่างถูกต้อง จนได้รับรางวัล ชนะเลิศการประกวดผลงาน สร้างความภูมิใจให้แก่สถานศึกษา และครอบครัว ทั้งยังขอชื่นชมผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านที่รับรับโล่​ ขอขอบคุณมูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน ที่ได้ดําเนินโครงการนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการดําเนินงานโครงการที่ดีนี้ต่อไป เพื่อยกย่องผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานประกอบการ ครู และนักเรียนที่ดีมีความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ โดยยึดมั่นคุณงามความดีที่ได้รับในวันนี้​ต่อไป​ ให้เป็นที่ยอมรับของสังคมและประเทศชาติเหมาะสมกับรางวัล PEF Award for ALL อย่างแท้จริง” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

– 006

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2748287

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปิดประชุมโครงการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ

17 ธ.ค. 2566 05:01 น.

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปิดประชุมโครงการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ

ช่วยพัฒนา  –  พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปิดการประชุมโครงการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และสถานีอนามัยพระราชทานนาม โดยมี ดร.ธานี กล่อมใจ, ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ และ ดร.อัศวิน อิงคะกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.

การสร้างความเข้าใจทำให้เกิดความร่วมมือ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน …เดินหน้าปฏิบัติภารกิจ “เซลล์แมนประเทศไทย” เพื่อดึงดูดนักลงทุน ตามที่ประกาศไว้ก่อนเดินทางเยือน ประเทศญี่ปุ่น เพื่อไปเข้าร่วม ประชุมสุดยอดอาเซียน–ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14-18 ธ.ค. โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ร่วมกล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา “Thailand-Japan Investment Forum” ที่กรุงโตเกียว จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยมี ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม รวมทั้ง ไซโต เค็น รมว.เศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น และ นักลงทุนญี่ปุ่น เข้าร่วมงานกว่า 500 คน…ทั้งนี้ นายกฯเศรษฐา กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า รัฐบาลไทย เร่งเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก ความสัมพันธ์ของ ไทย กับ ญี่ปุ่น มีมายาวนานกว่า 136 ปี เป็นมิตรแท้ที่มีความสัมพันธ์กันในทุกระดับ ทั้ง ราชวงศ์ รัฐบาล ภาคธุรกิจ รวมไปถึง ภาคประชาชน มีบริษัทญี่ปุ่นลงทุนในไทยกว่า 6,000 บริษัท รัฐบาลมีแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจใหม่ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว อุตสาหกรรมเอไอ และพัฒนาสตารต์อัปให้เติบโตในเวทีโลก สอดคล้องกับนโยบายญี่ปุ่น หวังว่าไทยจะเป็นจุดมุ่งหมายของ นักลงทุนญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นเวลา 50 ปี…ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ ยกระดับระบบคมนาคมขนส่ง นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานใน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอีอีซี ขณะนี้รัฐบาลยังมุ่งมั่นที่จะผลักดันโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูลค่าเงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 4 ล้านล้านเยน เพื่อสร้างเส้นทางการค้าใหม่ของโลก เชื่อมโยงมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ไทยเป็น ศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของภูมิภาค และ ระดับโลก ขอเชิญชวนให้ ภาคเอกชนญี่ปุ่น เข้าร่วมศึกษาและลงทุนใน โครงการแลนด์บริดจ์ วันนี้ประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักลงทุนจากญี่ปุ่น พร้อมสนับสนุนการลงทุนจากญี่ปุ่นทั้งรายเดิมและรายใหม่ และพร้อมร่วมมือกับ ภาครัฐ และ เอกชนญี่ปุ่น ในการยกระดับอุตสาหกรรม เปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจใหม่ เพื่อความก้าวหน้าของทั้งสองประเทศต่อไป
เปิดเพิ่มอีก  –  ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิด “โก โฮลเซลล์” สาขาอมตะ ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารเพื่อผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยมี ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล, สุชาดา อิทธิจารุกุล, วิทยา คุณปลื้ม และ สามารถ สุขสว่าง มาร่วมงานด้วย ที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี วันก่อน.
อย่าพลาด  –  รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ เปิดงาน “เพาเวอร์มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า” มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที สมาร์ทโฟน จัดถึง 31 ม.ค.67 โดยมี โยจิโระ อาซาอิ, เริงบุญ คล่องคำนวณการ และ โทมัส ไซไพท์คาวสกี้ มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค วันก่อน.
  • ขณะที่ ไซโต เค็น รมว.เศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ได้กล่าวปาฐกถา โดยเน้นย้ำว่า ประเทศญี่ปุ่น กับ ประเทศไทย เป็นพันธมิตรสำคัญร่วมสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมมาโดยตลอด มี อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นหลักบนพื้นฐานความไว้วางใจที่สั่งสมมายาวนานกว่า 50 ปี แห่งมิตรภาพญี่ปุ่นอาเซียน ความร่วมมือที่ผ่านมาได้สะสมความร่วมมือและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาโดยตลอด เพื่อสร้างอนาคตร่วมกันในอีก 50 ปีข้างหน้า ในส่วนของ อุตสาหกรรมยานยนต์ วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีการลงทุนของ สหรัฐอเมริกา และ จีน เพิ่มมากขึ้น การแข่งขันระดับโลกทวีความรุนแรง ญี่ปุ่น ต้องการให้อาเซียนโดยเฉพาะ ไทย ที่ถูกขนาดนามว่าดีทรอยต์อาเซียนที่แข็งแกร่งเป็นที่ สร้างยานยนต์ในยุคต่อไป เพื่อแข่งขันในระดับโลก นอกเหนือจากรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ยังมี รถยนต์ไฮโดเจน และ เอทานอล เราต้องพัฒนาในเรื่องเหล่านี้ โดยร่วมมือกับ นายกฯเศรษฐา และ รัฐบาลไทย สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของสองประเทศ เร่งสร้างศูนย์การผลิตและการส่งออกรถยนต์อันดับหนึ่ง ของโลกในยุคต่อไป รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์การลงทุนของทั้งสองประเทศในด้านต่างๆด้วย…งานนี้ ต้องถือว่าสิ่งที่ นายกฯเศรษฐา ส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการเปิดรับการลงทุนไปถึง รัฐบาลญี่ปุ่น และ นักลงทุนญี่ปุ่น ได้รับการขานรับเป็นอย่างดี แต่ก็ยังต้องรอลุ้นดูผลสำเร็จ เมื่อมีการเปิดดีลอย่างเป็นทางการ
แท้งกิ้ว  –  บัม ซอก วู จัดงานเลี้ยงขอบคุณคู่ค้าผู้มีอุปการคุณ พร้อมฉลองความสำเร็จของการนำสารเติมเต็มบนใบหน้ากลุ่มกรดไฮยาลูรอนิกเข้ามาทำตลาดในไทย โดยมี นพ.เกรียงไกร อ่าวอุดมพันธ์ และ รศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมพระยา พาลาซโซ วันก่อน.
ฝีมือดี  –  พิมล ศรีวิกรม์ เปิดตัวบริษัท “RT Studio” พร้อมแนะนำ RT STUDIO X MOOK V พรมทอมือคุณภาพพรีเมียมดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ผลงานของ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ โดยมี ปิยพร พรรณเชษฐ์ และ อรกร นันทน์นาราญา มาร่วมงานด้วย ที่ ATT19 เจริญกรุง 30 วันก่อน.
  • ผ่างๆ…เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทน ราษฎร ที่ชูธงเรื่องปฏิรูปกองทัพ ได้นำคณะ กรรมาธิการฯ เข้าพบหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคง กับ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. ที่กองบัญชา การกองทัพบก โดยกองทัพบกได้จัดทหารกองเกียรติยศ ทำพิธีต้อนรับ พร้อมทั้งเชิญ รังสิมันต์ โรม ถวายสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 และนำเยี่ยมชมอาคารพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงความเป็นมาและวิวัฒนาการของกองทัพบก และวางพวงมาลา ที่กำแพงอนุสรณ์กองทัพบก ที่จารึกรายนาม กำลังพลกองทัพบกที่สละชีพเพื่อชาติ ก่อนฟังการบรรยายสรุป และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายกองทัพบก และความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ…การเข้าพบกันครั้งนี้ คงทำให้ รังสิมันต์ โรม และทีมงาน เข้าใจ มิติความมั่นคง และความสำคัญ กองทัพ มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ จบข่าว
ดื่มเพลิน  –  ลลิสา จงบารมี, ศิริลักษณ์ ไม้ไทย และ นิธิวงศ์–วรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล เปิดตัว “ZENCELL” เครื่องดื่มไฮโดรเจนเพื่อความสดชื่นมีสารต้านอนุมูลอิสระปรับสมดุลในร่างกาย โดยมี ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี และ นพ.พศวัต วุฒิไกรวิทย์ มาร่วมงานด้วย ที่สวนลุมพินี วันก่อน.
ประหยัดไฟ  –  สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช, ปริญดา มาอิ่มใจ, นคร วีระประวัติ, ผศ.ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ, ทองอาบ บุญอาจ, เทวัญ ธานีรัตน์ และ ฉลองโชค ประดิษฐ์สาร ร่วมลงนามความร่วมมือโครงการ “คนมีไฟ” เพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ที่ GPSC สนง.ใหญ่ วันก่อน.
  • หนังสือวางแผง…ต่วย’ตูน พิเศษ มนต์ดำจากแม่มด…ต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีน ชีวิตใหม่ของเด็ก ป.4 เมื่อ 50 ปีก่อนโน้น โดย สัจภูมิ ละออ
  • สังคมทั่วไป…อภิชย์ รักไพฑูรย์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญสมาชิกสมาคมฯ ร่วมงานฉลองการก่อตั้งสมาคมครบ 72 ปี ที่ห้องบอลรูม 1 โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ 17 ธ.ค. ตั้งแต่ 17.30 น.
  • ฌาปนกิจศพ จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มารดา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. วัดธาตุทอง 17 ธ.ค. 17.00 น.
  • ศพ กิตติ ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ตั้งสวดที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ “บ้านคุณกิตติ ดำเนินชาญวนิชย์” หมู่ 3 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมมหาสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 18.30 น. 17 ธ.ค.คืนสุดท้าย

“ธนูเทพ”

วัยรุ่นอังกฤษหายสาบสูญ 6 ปี เดินทางกลับบ้านแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748391

วัยรุ่นอังกฤษหายสาบสูญ 6 ปี เดินทางกลับบ้านแล้ว

17 ธ.ค. 2566 08:29 น.

วัยรุ่นอังกฤษหายสาบสูญ 6 ปี เดินทางกลับบ้านแล้ว

อเล็กซ์ แบ็ตตี วัยรุ่นชาวอังกฤษที่มีผู้พบตัวทางตอนใต้ของฝรั่งเศส หลังจากหายสาบสูญไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เดินทางกลับมายังอังกฤษแล้ว

ตำรวจเมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ เปิดเผยว่า อเล็กซ์ แบ็ตตี วัยรุ่นชาวอังกฤษที่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งทางตอนใต้ของฝรั่งเศส หลังจากที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อ 6 ปีที่แล้ว กลับมายังอังกฤษแล้วเมื่อวันเสาร์ (16 ธ.ค.)

เด็กชายที่มาจากชุมชนที่มีความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณในแถบเทือกเขาพิเรนีสในฝรั่งเศส หายตัวไปขณะที่มีอายุ 11 ปี ระหว่างการไปเที่ยวพักผ่อนกับแม่และปู่ในเมืองมาลากา ประเทศสเปน เมื่อปี 2560

ตำรวจแมนเชสเตอร์ กล่าวว่า วัยรุ่นรายนี้และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมเดินทางไปกับเขาในการเดินทางกลับอังกฤษ ได้พบกับญาติพี่น้องแล้ว และกล่าวว่าตำรวจจำเป็นต้องพูดคุยกับวัยรุ่นรายนี้เพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เพื่อพิจารณาว่าจะมีการสอบสวนทางอาญาหรือไม่

อองตวน เลอรอย รองอัยการเมืองตูลูส กล่าวว่า วัยรุ่นรายนี้ใช้เวลา 2 ปีที่ผ่านมาในพื้นที่ต่างๆ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส อาศัยอยู่ใน “ชุมชนทางจิตวิญญาณ” กับแม่ของเขา แต่ไม่ใช่ในนิกายหนึ่งนิกายใด ขณะที่ปู่ของเขาเสียชีวิตเมื่อประมาณหกเดือนที่แล้ว พร้อมเสริมว่าแม่ของเด็กชายอาจอยู่ที่ฟินแลนด์ในปัจจุบัน ด้านสื่อของฝรั่งเศสรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการค้นหาแม่ของแบ็ตตี

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส กล่าวว่า เขาตัดสินใจแยกตัวจากแม่ หลังจากแม่ของเขาต้องการเดินทางไปฟินแลนด์ เนื่องจากมองว่าชีวิตแบบเร่ร่อนอาจไม่เหมาะสำหรับเขา โดยคาดกันว่าอเล็กซ์ได้เดินไปตามพื้นที่ที่เป็นภูเขาทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเป็นเวลา 4 วัน ก่อนที่คนขับรถส่งของจะพบเขาเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 13 ธ.ค.

ฟาเบียน แอคซิดินี คนขับรถส่งสินค้าที่เป็นผู้พบเขา กล่าวว่า เขาให้แบ็ตตียืมโทรศัพท์ของเขาและให้อนุญาตให้เขาใช้บัญชีเฟซบุ๊กของตนเอง เพื่อติดต่อกับซูซาน คารูอานา คุณยายของเขาซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย และจากการสอบถาม พบว่าเขานอนในช่วงกลางวันและออกเดินในช่วงกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพบเห็น เขามีเงินสดติดตัวราว 100 ยูโร ไม่มีโทรศัพท์มือถือ และเขากำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองตูลูส เขาประทังชีวิตด้วยการกินทุกอย่างที่หาได้ตามทุ่งหญ้าและสวน

แอคซิดินี กล่าวว่า วัยรุ่นชายคนนี้มีผมสีบลอนด์ ตัวค่อนข้างสูง สวมเสื้อสเวตเตอร์สีขาวและกางเกงยีนส์สีดำ และกำลังใช้ไฟฉายสำหรับนำทาง เขายังถือสเกตบอร์ดและสะพายเป้ด้วย.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สลด เรือขนผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งลิเบีย คาดจมน้ำดับกว่า 60 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748389

สลด เรือขนผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งลิเบีย คาดจมน้ำดับกว่า 60 ศพ

17 ธ.ค. 2566 06:50 น.

สลด เรือขนผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งลิเบีย คาดจมน้ำดับกว่า 60 ศพ

เกิดเหตุเรือขนผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งของประเทศลิเบีย ทำให้ผู้โดยสารหายตัวไปมากกว่า 60 คน และคาดว่าทั้งหมดนั้นเสียชีวิตแล้ว

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ธ.ค. 2566 องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เปิดเผยว่า เรือขนผู้อพยพลำหนึ่งเดินทางออกจากเมืองซูวารา ประเทศลิเบีย พร้อมกับคนบนเรือประมาณ 86 ชีวิต ก่อนที่เรือจะถูกคลื่นสูงโถมเข้าใส่จนทำให้เรืออับปาง ที่นอกชายฝั่งของลิเบีย

IOM ระบุว่า มีผู้สูญหายในเหตุการณ์นี้ 61 คน รวมถึงเด็กๆ จากไนจีเรีย, แกมเบีย และชาติแอฟริกาอื่นๆ โดยเชื่อว่าทั้งหมดอาจจมน้ำเสียชีวิตแล้ว ขณะที่ผู้รอดชีวิต 25 รายได้รับความช่วยเหลือ และถูกส่งตัวไปยังศูนย์กักกันของลิเบียเพื่อรับการรักษาแล้ว

ทั้งนี้ ลิเบียเป็นหนึ่งในจุดออกเดินทางหลักของผู้อพยพที่พยายามข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปยังยุโรป อย่างไรก็ตาม การเดินทางเต็มไปด้วยอันตราย ทั้งจากสภาพอากาศและสภาพเรือที่มักจะย่ำแย่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในแต่ละปี และในปี 2566 เพียงปีเดียวก็มีผู้อพยพจมน้ำตายระหว่างเดินทางแล้วมากกว่า 2,200 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

บริษัทขนส่งแห่เลี่ยงคลองสุเอซ หลังกบฏฮูธิโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748388

บริษัทขนส่งแห่เลี่ยงคลองสุเอซ หลังกบฏฮูธิโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง

17 ธ.ค. 2566 04:30 น.

บริษัทขนส่งแห่เลี่ยงคลองสุเอซ หลังกบฏฮูธิโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง

บริษัทขนส่งทางทะเลรายใหญ่ของโลกอีก 2 เจ้า ประกาศเลี่ยงเดินเรือในเส้นทางคลองสุเอซ หลังกบฏฮูธิในเยเมนยกระดับการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มกบฏฮูธิในประเทศเยเมน เริ่มมุ่งเป้าหมายไปที่เรือต่างชาติในพื้นที่แถบทะเลแดง นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. โดยฮูธิประกาศสนับสนุนกลุ่มฮามาส และขู่ว่าจะโจมตีเรือที่เดินทางไปอิสราเอล

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรือขนตู้คอนเทนเนอร์ ‘พาลาเทียม 3’ (Palatium III) ติดธงชาติไลบีเรีย ของบริษัท MSC ถูกโดรนโจมตีที่ช่องแคบ บับ เอล-มันดับ ใกล้ประเทศเยเมน ทางใต้สุดของทะเลแดง ทำให้เกิดไฟไหม้เสียหาย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ขณะที่เรือสินค้าติดธงชาติไลบีเรียอีกลำ ชื่อว่า ‘อัล จาสราห์’ (Al Jasrah) ของบริษัท ฮาแพก-ลอยด์ ก็ถูกโจมตีด้วยมิสไซล์

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัท A.P. Moller-Maersk หรือ ‘เมอส์ก’ ของประเทศเดนมาร์ก ประกาศในวันศุกร์ว่า พวกเขาจะหยุดการเดินเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ผ่านช่องแคบ บับ เอล-มันดับ จนกว่าจะมีคำสั่งเพิ่มเติม ก่อนที่ในวันเสาร์ MSC ของสวิตเซอร์แลนด์ และ CMA CGM ของฝรั่งเศส จะมีคำสั่งเดียวกัน

ส่วนบริษัท ฮาแพก-ลอยด์ ของเยอรมนี ระบุว่า พวกเขาอาจตัดสินใจทำแบบเดียวกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลทิ้งบอบม์ นักข่าวอัลจาซีราดับในกาซา-พบตัวประกันตายอีก 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748387

อิสราเอลทิ้งบอบม์ นักข่าวอัลจาซีราดับในกาซา-พบตัวประกันตายอีก 1

17 ธ.ค. 2566 03:35 น.

อิสราเอลทิ้งบอบม์ นักข่าวอัลจาซีราดับในกาซา-พบตัวประกันตายอีก 1

อัลจาซีราโวยกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศทำนักข่าวของพวกเขาเสียชีวิต ขณะที่มีรายงานพบศพตัวประกันชาวอิสราเอลอีก 1 ศพแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนหลายร้อยคนมารวมตัวกันที่เมืองข่านยูนิส เมืองใหญ่สุดในภาคใต้ของฉนวนกาซา ในวันเสาร์ที่ 16 ธ.ค. 2566 เพื่อร่วมพิธีศพของ นายซาเมอร์ อาบู ดักกา นักข่าวและช่างภาพของสำนักข่าวอัลจาซีรา ซึ่งถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อัลจาซีรา ระบุว่า นายอาบู ดักกา กับเพื่อนร่วมงานชื่อว่า วาเอล อัล-ดาห์ดูห์ ได้รับบาดเจ็บหลังโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองข่านยูนิสถูกโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่ นายอาบู ดักกา จะเสียชีวิต เนื่องจากการโจมตีอย่างหนัก ทำให้แพทย์ไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ ส่วน นายดาห์ดูห์ ผู้เสียสมาชิกครอบครัวไปหลายคนในการโจมตีของอิสราเอล รอดชีวิต

อัลจาซีรากล่าวหาอิสราเอลด้วยว่า สังหารและมุ่งเป้าหมายอย่างเป็นระบบมาที่นักข่าวของอัลจาซีราและครอบครัวของพวกเขา แต่ฝ่ายกองทัพอิสราเอลออกมาตอบโต้ว่า พวกเขาไม่เคยโจมตีนักข่าวด้วยความตั้งใจ และใช้ทุกมาตรการที่เป็นไปได้แล้วเพื่อป้องกันทั้งประชาชนและนักข่าว

อีกด้านหนึ่ง สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอล รวมถึงองค์กรช่วยเหลือครอบครัวตัวประกันและผู้สูญหาย ออกมายืนยันในวันเสาร์ว่า พบตัวประกันเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ คือ น.ส.อินบาร์ ไฮมาน อายุ 27 ปี จากเมืองไฮฟา ในอิสราเอล นักศึกษาปี 4 สาขาวิชาการสื่อความหมายด้วยภาพ (Visual Communication) ที่ศูนย์การศึกษา วีโซ (Wizo) ในเมืองไฮฟา

องค์กรช่วยเหลือฯ เปิดเผยว่า ไฮมานเข้าร่วมงานเทศกาลในเมืองเรดิม เมื่อ 7 ต.ค. ก่อนกลุ่มฮามาสจะเปิดฉากโจมตี โดยเธอหนีไปกับเพื่อนผู้ชายอีก 2 คน แต่เธอถูกผู้ก่อการร้ายที่ขี่จักรยานยนต์ไล่ตามมาจับตัวได้

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า น.ส.ไอมาน เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด

ขณะที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอล คาดว่าตอนนี้มีตัวประกันถูกจับอยู่ในฉนวนกาซา 129 คน โดย 21 รายในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn