อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้ พยายามปลิดชีพตัวเองในศูนย์คุมขัง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830354

อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้ พยายามปลิดชีพตัวเองในศูนย์คุมขัง

11 ธ.ค. 2567 10:53 น.

อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้ พยายามปลิดชีพตัวเองในศูนย์คุมขัง

นายคิม ยอง-ฮยอน อดีตรัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ พยายามปลิดชีพตัวเองในสถานที่กักขังทางตะวันออกของกรุงโซล ซึ่งเขาถูกคุมขังในข้อหาก่อกบฏ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนการประกาศกฎอัยการศึก

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์กล่าววันนี้ (11 ธ.ค.) ว่านายคิม ยอง-ฮยอน อดีตรัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ พยายามปลิดชีพตัวเองในสถานที่กักขังทางตะวันออกของกรุงโซล ซึ่งเขาถูกคุมขังในข้อหาก่อกบฏ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนการประกาศกฎอัยการศึก 

ชิน ยอง-แฮ หัวหน้าสถานกักขังกล่าวกับสมาชิกรัฐสภาในระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาว่า หลังจากความพยายามปลิดชีพดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ นายคิมถูกคุมขังที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา และอาการของเขายังคงทรงตัว

นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่า ตำรวจได้เข้าตรวจค้นสำนักงานประธานาธิบดีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนกรณีการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ตำรวจยังกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจค้นสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซลและกองตำรวจรักษาความสงบแห่งชาติด้วย

ด้านนายอู วอน-ชิก ประธานรัฐสภาเกาหลีใต้ กล่าวในวันนี้ว่า เขาได้ใช้สิทธิในการสอบสวนของรัฐสภากรณีการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ซึ่งบังคับใช้ในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายวูยังเรียกร้องให้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นโดยเร็วเพื่อดำเนินการสอบสวนของรัฐสภา

นายวูกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จำเป็นต้องมีการสอบสวนของรัฐสภาเพื่อขอ “คำให้การต่อสาธารณะ” จากนายยุน ในกรณีการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐสภาคนหนึ่งกล่าวว่า รัฐสภามีแผนจะดำเนินการสอบสวนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากสถานการณ์มีความร้ายแรง.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ไฟป่ามาลิบู รุนแรงคุมไม่อยู่ วอดแล้วกว่า 6,800 ไร่ เร่งอพยพประชาชนกว่า 6,000 คน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830324

ไฟป่ามาลิบู รุนแรงคุมไม่อยู่ วอดแล้วกว่า 6,800 ไร่ เร่งอพยพประชาชนกว่า 6,000 คน

11 ธ.ค. 2567 08:55 น.

ไฟป่ามาลิบู รุนแรงคุมไม่อยู่ วอดแล้วกว่า 6,800 ไร่ เร่งอพยพประชาชนกว่า 6,000 คน

ทางการแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ประกาศเตือนภัยไฟป่าระดับสีแดง และสั่งอพยพประชาชนกว่า 6,000 คนในเมืองมาลิบู หลังจากเกิดไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็วและเผาผลาญพื้นที่กว่า 6,800 ไร่

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 ทางการรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ ประกาศเตือนภัยไฟป่าระดับสีแดง และสั่งอพยพประชาชนกว่า 6,000 คนในเมืองมาลิบู หลังจากเกิดไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็วและเผาผลาญพื้นที่กว่า 6,800 ไร่ รวมถึงบ้านหลายหลัง แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

ขณะเดียวกัน โรงเรียนในพื้นที่ต้องปิดทำการ ถนนหลายสายถูกปิด และมีการตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ศูนย์อพยพได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนและสัตว์ต่างๆ แล้ว

เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และป้องกันอัคคีภัยของรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า ไฟป่าครั้งนี้มีชื่อว่า ไฟป่าแฟรงคลิน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นที่หุบเขามาลิบู เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของไฟป่า ซึ่งหมายความว่าสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเกิดไฟไหม้รุนแรง.

ระทึก ตึกอพาร์ทเม้นท์ถล่มกลางกรุงไคโร อียิปต์ ดับอย่างน้อย 8 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830321

ระทึก ตึกอพาร์ทเม้นท์ถล่มกลางกรุงไคโร อียิปต์ ดับอย่างน้อย 8 ศพ

11 ธ.ค. 2567 08:49 น.

ระทึก ตึกอพาร์ทเม้นท์ถล่มกลางกรุงไคโร อียิปต์ ดับอย่างน้อย 8 ศพ

ตึก 6 ชั้นซึ่งเป็นอพาร์ทเม้นท์พักอาศัยในกรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ พังถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ โดยเป็นตึกเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 60 ปี

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 เกิดเหตุอาคารสูง 6 ชั้น ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์พักอาศัยในเขตไวลี ทางตะวันตกของกรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ ได้พังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 3 รายถูกนำตัวส่งไปรักษาในโรงพยาบาล

โดยนายอิบราฮิม ซาเบอร์ ผู้ว่าราชการกรุงไคโร เปิดเผยว่า ตึกหลังนี้่สร้างขึ้นเมื่อช่วงปี 1960 หรือเมื่อกว่า 60 ปีก่อน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ตึกถล่ม โดยอัยการกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ ขณะที่ล่าสุดมีคำสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนเขตใกล้เคียงออกไป เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงหากตึกพังถล่มตามมา

ทั้งนี้ มักเกิดตึกถล่มบ่อยครั้งในอียิปต์ ซึ่งอาคารต่างๆถูกสร้างขึ้นแบบหละหลวมไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย และอาคารส่วนใหญ่ยังขาดการบำรุงรักษา พบได้ทั่วไปตามชุมชนแออัด เมืองที่ยากจน และพื้นที่ชนบท ขณะที่รัฐบาลได้พยายามปราบปรามการก่อสร้างที่ผิดกฎหมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวดมากนักมานานหลายทศวรรษ

เกาหลีใต้กลุ้ม คู่รักแต่งงานใหม่เหลือไม่ถึง 1 ล้านคู่ในปี 2566 เกือบครึ่งไม่มีลูก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830303

เกาหลีใต้กลุ้ม คู่รักแต่งงานใหม่เหลือไม่ถึง 1 ล้านคู่ในปี 2566 เกือบครึ่งไม่มีลูก

11 ธ.ค. 2567 05:34 น.

เกาหลีใต้กลุ้ม คู่รักแต่งงานใหม่เหลือไม่ถึง 1 ล้านคู่ในปี 2566 เกือบครึ่งไม่มีลูก

คู่รักแต่งงานใหม่ หรือแต่งงานกันไม่เกิน 5 ปีในเกาหลีใต้ลดลงเหลือไม่ถึง 1 ล้านคู่ในปี 2566 และเกือบครึ่งไม่มีลูก ตอกย้ำวิกฤติประชากร

สำนักข่าว ยอนฮัป รายงาน อ้างข้อมูลจากสำนักงานสถิติเกาหลี ว่า “คู่รักแต่งงานใหม่” หรือตามนิยามของเกาหลีใต้คือ คู่รักที่แต่งงานกันนาน 5 ปีหรือน้อยกว่านั้น ลดลงจาก 1.03 ล้านคู่ในปี 2565 เหลือเพียง 974,000 คู่ในปี 2566 และเกือบครึ่งในจำนวนนี้ ไม่มีลูก

นี่นับเป็นครั้งแรกที่จำนวนคู่รักแต่งงานใหม่ในเกาหลีใต้ลดต่ำกว่า 1 ล้านคู่ นับตั้งแต่สำนักงานสถิติเกาหลีเริ่มบันทึกสถิติในปี 2558 โดยจำนวนลดลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ 1.47 ล้านคู่ในปี 2558 เหลือ 1.32 ล้านคู่ในปี 2561 และ 1.18 ล้านคู่ในปี 2563 หมายความว่า จำนวนหายไปเฉลี่ยปีละ 50,000 ถึง 80,000 คู่ต่อปี

แม้ภาพรวมจะลดลง แต่จำนวนคู่รักที่อยู่ในช่วงปีแรกของการแต่งงาน เพิ่มขึ้น โดยในปี 2566 มีคู่รักแต่งงานกัน 191,175 คู่ มากกว่าปีก่อน 2.9% อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชี้ว่า จำนวนที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการแต่งงานที่ต้องเลื่อนมาจากช่วงการระบาดของไวรัส โควิด-19 มากกว่า

ข้อมูลยังชี้อีกว่า จากจำนวนคู่รักที่แต่งงานในปี 2566 มีถึง 47.5% ที่ไม่มีลูก เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น 1.1%

ทั้งนี้ เกาหลีใต้กำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดต่ำและประชากรสูงอายุ โดยคนหนุ่มสาวมากมายมักเลื่อน หรือยอมแพ้เรื่องการแต่งงานหรือมีลูก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคมและการใช้ชีวิต รวมถึงปัญหาค่าบ้านที่สูงขึ้น ตลาดแรงงานกับเศรษฐกิจที่ยากขึ้น

ในปี 2566 เกาหลีใต้มีอัตราการเจริญพันธุ์ หรือตัวเลขบ่งชี้ว่า ผู้หญิง 1 คนจะมีลูกกี่คนตลอดช่วงชีวิต ลดลงเหลือเพียง 0.72 ต่อที่สุดนับตั้งแต่ปี 2513 และต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่ 2.1 ซึ่งจะทำให้ประชากรเกาหลีทรงตัวที่ 52 ล้านคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : yonhap

ผู้ต้องสงสัยยิงซีอีโอ บ.ประกัน ลั่น จะโต้แย้งการส่งตัวดำเนินคดีที่นิวยอร์ก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830302

ผู้ต้องสงสัยยิงซีอีโอ บ.ประกัน ลั่น จะโต้แย้งการส่งตัวดำเนินคดีที่นิวยอร์ก

11 ธ.ค. 2567 04:54 น.

ผู้ต้องสงสัยยิงซีอีโอ บ.ประกัน ลั่น จะโต้แย้งการส่งตัวดำเนินคดีที่นิวยอร์ก

ผู้ต้องสงสัยคดียิงสังหารซีอีโอบริษัท UnitedHealthcare ยืนยันจะโต้แย้งการส่งตัวเขาไปดำเนินคดีที่นิวยอร์ก ขณะที่ศาลเพนซิลเวเนียไม่ให้ประกันตัว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย ลุยจิ แมนจิโอนี วัย 26 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรมนาย ไบรอัน ทอมป์สัน ซีอีโอของ UnitedHealthcare บริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐฯ เดินทางไปขึ้นศาลเขต แบลร์ เคาน์ตี ในเวลา 13.55 น. วันอังคารที่ 10 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ในสภาพใส่ตรวนมือเท้า สวมเสื้อนักโทษสีส้ม

โดยขณะถูกพาตัวเข้าไปในศาล นายแมนจิโอนีออกมาต่อหน้านักข่าวที่มาติดตามรายงานข่าวหน้าอาคารศาลด้วยว่า “ไม่ยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง” และ “นี่เป็นการดูถูกสติปัญญาของคนอเมริกัน” ด้วย

ภายในศาล แมนจิโอนีพูดเพียง 2 ครั้งคือ “ผมสาบาน” ตอนตอบรับการสาบานตน และ “ครับผม” ตอนผู้พิพากษาถามว่า เขาเข้าใจใช่หรือไม่ว่าตนเองมีสิทธิ์ที่จะโต้แย้งการจับกุม

นายโทมัส ดิกคีย์ ทนายความของเขาขอค้านแทบจะในทันที อ้างว่าในหมายจับที่เขาอ้างว่าเพิ่งได้รับ ไม่มีคำว่า “คดีอาญาข้อหาฆาตกรรม” (criminal homicide) แต่นาย ปีเตอร์ วีคส์ อัยการเขตยืนยันว่ามี ทำให้ผู้พิพากษา เดฟ คอนซิกลิโอ ปฏิเสธการคัดค้านของนายดิกคีย์

จากนั้น นายดิกคีย์ก็กล่าวว่า ลูกความของเขาต้องการโต้แย้งการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่รัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นิวยอร์กออกหมายจับนายแมนจิโอนีใน 5 ข้อหา รวมถึง ฆาตกรรมโดยไม่ไตร่ตรองไว้ก่อน และครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน เขาถูกตั้งหลายข้อหาในเพนซิลเวเนีย เช่น ให้เอกสารประจำตัวปลอมแก่ตำรวจ, ปลอมแปลงเอกสาร และครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย

ด้านนายวีคส์ ไล่เรียงสิ่งที่เจ้าหน้าที่พบตอนที่ควบคุมตัวนายแมนจิโอนี ที่เมืองอัลทูนา ในรัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 ธ.ค.) โดยเขาระบุว่า มีทั้งใบอนุญาตปลอม, ปืน, กระบอกเก็บเสียงกับกระสุน, กระเป๋า, หน้ากากหลายชิ้น, เงินสด 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ กับเงินสดสกุลต่างประเทศมูลค่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ และหนังสือเดินทาง

นายวีคส์บอกอีกว่า นายแมนจิโอนีหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ได้นานหลายวัน ก่อนจะขอผู้พิพากษา ให้ปฏิเสธการขอประกันตัว ขณะที่นายดิกคีย์กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่ลูกความของเขาได้รับ ไม่ได้มีโทษจำคุกตลอดชีวิตแบบไม่มีทัณฑ์บน ผู้พิพากษาจึงสมควรให้ประกันตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาคอนซิกลิโอตัดสินว่า นายแมนจิโอนีมีเวลา 14 วัน ในการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และหาศาลได้รับ จะมีการกำหนดเวลาพิจารณาคดีอีกครั้ง ผู้พิพากษายังให้เวลาเจ้าหน้าที่รัฐเพนซิลเวเนีย 30 วัน ในการขอหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากผู้ว่าการรัฐ และปฏิเสธการให้ประกันตัวนายแมนจิโอนี ระบุว่า เขาจะอยู่ที่ ทัณฑสถาน “ฮันติงดอน” (SCI Huntingdon) ต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ โหวตผ่านร่าง ก.ม.งบประมาณ ไม่รอรัฐบาลเห็นชอบ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830301

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ โหวตผ่านร่าง ก.ม.งบประมาณ ไม่รอรัฐบาลเห็นชอบ

11 ธ.ค. 2567 03:09 น.

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ โหวตผ่านร่าง ก.ม.งบประมาณ ไม่รอรัฐบาลเห็นชอบ

ฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ ซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา โหวตผ่านร่างกฎหมายงบประมาณปี 2568 โดยที่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบร่วมกับฝ่ายรัฐบาลเป็นครั้งแรก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาสมัชชาแห่งชาติของเกาหลีใต้ ลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรัฐบาลประจำปี 2568 มูลค่า 673.3 ล้านล้านวอนแล้ว (ราว 15.8 ล้านล้านบาท) ในวันอังคารที่ 10 ธ.ค. 2567 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 183 เสียงต่อคัดค้าน 94 เสียง

ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นฉบับปรับปรุงใหม่ที่เสนอโดยพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) แกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งให้งบฯ น้อยลงจากข้อเสนอเดิมของรัฐบาลซึ่งอยู่ที่ 677.4 ล้านล้านวอน (ราว 15.9 ล้านล้านบาท) หลังตัดค่าใช้จ่ายในส่วน เงินทุนสำรองของรัฐบาล และค่าใช้จ่ายกิจกรรมพิเศษของเลขาธิการสำนักงานประธานาธิบดี กับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงสำนักงานอัยการ, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และกรมตำรวจ

นี่นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ที่สภาสมัชชาแห่งชาติ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ ที่ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลไม่ได้เห็นชอบร่วมกัน และตามกฎหมายของเกาหลีใต้ ร่างกฎหมายงบประมาณ ไม่สามารถถูกประธานาธิบดีวีโต หรือคัดค้านได้ ต่างจากร่างกฎหมายอื่นๆ

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปไตยผลักดันเรื่องการลดขนาดร่างกฎหมายงบประมาณของรัฐบาล ผ่านคณะกรรมการงบประมาณรัฐสภา ในวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา และมีกำหนดผ่านร่างในการประชุมสภาเต็มคณะเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อให้ทันเส้นตายทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามนาย อู วอน-ชิก ประธานรัฐสภา ให้ระงับการผ่านร่างไว้ก่อน และขอให้พรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลบรรลุข้อตกลงร่วมกันให้ได้ภายในวันอังคารนี้ (10 ธ.ค.)

แต่การประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอกยอล เมื่อ 3 ธ.ค. ทำให้การเจรจาเรื่องงบประมาณของสองฝ่ายต้องปั่นป่วนชะงักเหลือไม่กี่ชั่วโมงจะพ้นเส้นตายผ่านร่างกฎหมาย ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างยื่นข้อเสนอของตัวเองโต้กันไปมา แต่ก็ไม่อาจบรรลุข้อตกลงร่วมกัน สุดท้าย ฝ่ายค้านก็ตัดสินใจผ่านร่างกฎหมายแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยใช้เสียงข้างมากในสภาที่พวกเขาครอบครองอยู่

นายอี แจ-มยอง ผู้นำพรรคประชาธิปไตย กล่าวว่า การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณอย่างรวดเร็วจะช่วยแก้ไขความไม่สบายใจและวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ แต่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่า การลดงบประมาณจะทำให้การทำงานพื้นฐานของรัฐบาลกลายเป็นอัมพาต ขัดขวางการตอบสนองต่อความท้าทายภายนอก และทำให้มาตรการต่างๆ เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก และประชาชนกลุ่มเปราะบางล่าช้า

อย่างไรก็ตาม นาย พัค ชาน-แท สมาชิกสภาอาวุโสจากพรรคประชาธิปไตยกล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการเงินใช้จ่ายเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนจริงๆ ก็สามารถแก้ปัญหาภายหลังได้ด้วยการออกงบประมาณพิเศษเพิ่มเติม

ด้านนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า การลดงบประมาณของรัฐบาลดังกล่าว ถือเป็นการก้าวถอยหลังสำหรับเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ซึ่งรอดการเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างฉิวเฉียดเมื่อไตรมาสที่ 3 ท่ามกลางการส่งออกที่ชะลอตัว และการฟื้นตัวเรื่องความต้องการภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ

นักวิเคราะห์ของ ซิติ กรุ๊ป ประเมินว่า การลดงบประมาณของฝ่ายค้าน จะทำให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้เติบโตน้อยลง 0.02% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า

ปธน.บราซิล ฟื้นตัวดี หลังผ่าตัดรักษาอาการเลือดออกในสมอง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830299

ปธน.บราซิล ฟื้นตัวดี หลังผ่าตัดรักษาอาการเลือดออกในสมอง

11 ธ.ค. 2567 01:48 น.

ปธน.บราซิล ฟื้นตัวดี หลังผ่าตัดรักษาอาการเลือดออกในสมอง

ประธานาธิบดี ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิล รับการผ่าตัดรักษาอาการเลือดออกในสมอง ซึ่งการผ่าตัดประสบความสำเร็จ และเขามีอาการทรงตัวดีและมีสติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิล วัย 79 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงบราซิเลีย เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา หลังจากมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง

ผลการสแกนด้วยเครื่อง MRI พบว่ามีเลือดออกในสมอง นายลูลาจึงถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล ซิริโอ-ลิบาเนส อันมีชื่อเสียงในเมืองเซาเปาโล เพื่อทำการผ่าตัดดูดเลือดคั่งออก ซึ่งกระบวนการประสบความสำเร็จด้วยดี

ในงานแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร (10 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ทีมแพทย์เจ้าของไข้ระบุว่า ประธานาธิบดีลูลามีอาการทรงตัวหลังการผ่าตัด มีสติแจ่มใส และสื่อสารกับเจ้าหน้าที่การแพทย์ได้

แพทย์ระบุว่า อาการเลือดออกดังกล่าวมีสาเหตุจากการที่ประธานาธิบดีลูลาลื่นล้ม ในห้องอาบน้ำของที่พักประธานาธิบดีเมื่อเดือนตุลาคม แต่ยืนยันด้วยว่า นายลูลาไม่มีอาการบาดเจ็บทางสมองใดๆ และไม่มีผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดด้วย

อนึ่ง นายลูลาลื่นล้มที่ห้องน้ำใน อัลโวราดา พาเลซ เมื่อ 19 ต.ค. จนหลังศีรษะกระแทก มีแผลต้องเย็บ 5 เข็ม และต้องยกเลิกเดินทางไปรัสเซียเพื่อร่วมการประชุมกลุ่มประเทศ BRICS

เมื่อถูกถามว่าประธานาธิบดีจะกลับไปยังเมืองหลวงได้เมื่อไร ทีมแพทย์ระบุว่า หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี นายลูลาจะเดินทางกลับได้ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ ในช่วงที่นายลูลาอยู่ในโรงพยาบาล นายเชรัลโด อัลค์มิน รองประธานาธิบดีจะทำงานบางอย่างแทนประธานาธิบดี รวมถึงการต้อนรับการมาเยือนของนาย โรเบิร์ต ฟิโก นายกรัฐมนตรีสโลวาเกีย ซึ่งจะเดินทางมาถึงบราซิลในวันอังคารนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลยืนยัน โจมตีกองเรือรบซีเรีย อ้างทำลายภัยคุกคาม

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830295

อิสราเอลยืนยัน โจมตีกองเรือรบซีเรีย อ้างทำลายภัยคุกคาม

10 ธ.ค. 2567 23:59 น.

อิสราเอลยืนยัน โจมตีกองเรือรบซีเรีย อ้างทำลายภัยคุกคาม

อิสราเอลยืนยัน โจมตีกองเรือรบของซีเรียที่เมืองท่าลาตาเกีย จนเสียหายยับเยิน อ้างทำเพื่อทำลายขีดความสามารถของซีเรีย ในการคุกคามอิสราเอล

เมื่อ 10 ธ.ค. 2567 สำนักข่าว บีบีซี ยืนยันความถูกต้องของคลิปวิดีโอซึ่งแสดงให้เห็นเหตุระเบิดหลายครั้งที่เมืองท่า ลาตาเกีย ของซีเรีย โดยภาคแสดงให้เห็นเรือรบหลายลำได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ท่าเรือเสียหายบางส่วน

องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า นับตั้งแต่รัฐบาลของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ล่มเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ธ.ค.) กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) โจมตีทางอากาศเข้าใส่ดินแดนของซีเรียมากกว่า 310 ครั้ง รวมถึงในกรุงดามัสกัส

เป้าหมายการโจมตีส่วนใหญ่เป็นสิ่งปลูกสร้างทางทหารของกองทัพซีเรีย เช่น คลังเก็บอาวุธ, คลังกระสุน, สนามบิน, ฐานทัพเรือ และศูนย์วิจัย โดยหลายแห่งถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

ล่าสุดนาย อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า IDF มีเป้าหมายที่จะทำลายขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ของซีเรียที่สามารถเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลได้ และเสริมว่า ปฏิบัติการทำลายกองเรือรบของซีเรียนั้น ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

ในเวลาเดียวกัน IDF ยืนยันด้วยว่า ทหารของพวกเขากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในดินแดนของซีเรีย เลยเขตปลอดทหาร ซึ่งเป็นพื้นที่กันชนที่แบ่งแยกระหว่างซีเรียกับที่ราบสูงโกลัน ซึ่งถูกอิสราเอลยึดครองเอาไว้ และว่าการโจมตีทางอากาศของพวกเขาก็เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธตกอยู่ในมือของฝ่ายกบฏที่จะมาสืบทอดยุคของอัสซาด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กบฏซีเรียตั้งนายกฯ ชั่วคราว ชาติตะวันออกกลางจวกอิสราเอลฉวยโอกาส

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830291

กบฏซีเรียตั้งนายกฯ ชั่วคราว ชาติตะวันออกกลางจวกอิสราเอลฉวยโอกาส

10 ธ.ค. 2567 23:06 น.

กบฏซีเรียตั้งนายกฯ ชั่วคราว ชาติตะวันออกกลางจวกอิสราเอลฉวยโอกาส

กบฏซีเรียตั้งนายกฯ ชั่วคราวคุมรัฐบาลถึง 1 มี.ค. 68 ขณะที่ชาติในตะวันออกกลางรุมจวกอิสราเอล ฉวยโอกาส รบ.อัสซาดล่ม เข้ายึดพื้นที่ในซีเรีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย โมฮัมเหม็ด อัล-บาชีร์ หนึ่งในผู้นำกลุ่มกบฏที่ช่วยโค่นล้มรัฐบาลของนายบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่ปกครองซีเรียมาหลายสิบปี ประกาศในวันอังคารที่ 10 ธ.ค. 2567 ว่า เขาจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีชั่วคราวของรัฐบาลเปลี่ยนผ่านไปจนถึงวันที่ 1 มี.ค. 2568

นายอัล-บาชีร์ ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลจังหวัดอิดลิบ จะเป็นผู้นำคณะรัฐมนตรีเล็กๆ เพื่อรับประกันว่าบริการสาธารณะต่างๆ จะสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยหน่วยงานรัฐบางแห่งเริ่มขอให้ข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์กลับมาปฏิบัติหน้าที่แล้ว

ขณะเดียวกัน ตุรกีร่วมกับชาติในตะวันออกกลางอีกหลายประเทศ รวมถึง กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย และอียิปต์ ร่วมกันกล่าวหาอิสราเอล ว่ากำลังฉวยโอกาสตอนรัฐบาลอัสซาดล่ม เข้ายึดพื้นที่ในซีเรีย

ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ของตุรกีกล่าวในช่วงเช้าวันอังคารว่า ประเทศของเขาจะยืนยัดต่อต้านการโจมตีบูรณภาพแห่งดินแดนของซีเรีย “จากนี้ไป เราจะไม่ยอมให้ซีเรียแบ่งแยกอีก …การโจมตีใดๆ ต่อเสรีภาพของประชาชน, เสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ และบูรณภาพแห่งดินแดนของซีเรีย จะมีเราคอยยืนหยัดต่อต้าน”

แถลงการณ์ของผู้นำตุรกีเกิดขึ้นในขณะที่ อิสราเอลยอมรับว่า ทหารของพวกเขากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในดินแดนของซีเรีย เลยเขตปลอดทหาร ซึ่งเป็นพื้นที่กันชนที่แบ่งแยกระหว่างซีเรียกับที่ราบสูงโกลัน ซึ่งถูกอิสราเอลยึดครองเอาไว้

ทั้งนี้ ตุรกีรับผู้อพยพชาวซีเรียเอาไว้จำนวนหลายล้านคน นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองในซีเรียเริ่มขึ้นเมื่อปี 2554 โดยตุรกีให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่มในประเทศแห่งนี้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ลุยจิ แมนจิโอนี ผู้ต้องสงสัยยิงซีอีโอยูไนเต็ด เฮลท์แคร์ คือใคร

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830238

ลุยจิ แมนจิโอนี ผู้ต้องสงสัยยิงซีอีโอยูไนเต็ด เฮลท์แคร์ คือใคร

10 ธ.ค. 2567 15:40 น.

ลุยจิ แมนจิโอนี ผู้ต้องสงสัยยิงซีอีโอยูไนเต็ด เฮลท์แคร์ คือใคร

  • สหรัฐฯ จับกุมผู้ต้องสงสัยยิงสังหารนายไบรอัน ทอมป์สัน วัย 50 ปี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของ ยูไนเต็ด เฮลท์แคร์ บริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ อย่างอุกอาจที่นครนิวยอร์กเมื่อสัปดาห์ก่อนได้แล้ว
  • ผู้ต้องสงสัย คือ นายลุยจิ แมนจิโอนี วัย 26 ปี ชาวรัฐแมริแลนด์ ซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรม เขาถูกตำรวจจับกุมขณะนั่งรับประทานอาหารที่ร้านแมคโดนัลด์ ในเมืองอัลทูนา รัฐเพนซิลเวเนีย ตามที่พนักงานร้านและลูกค้าคนหนึ่งแจ้งเบาะแสว่าพบชายคนหนึ่งรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับคนร้าย
  • นายแมนจิโอนีมาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงในพื้นที่เมืองบัลติมอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงโรงแรม เทิร์ฟ วัลเลย์ รีสอร์ต ในเมืองเอลลิคอตต์ ซิตี้ และสนามกอล์ฟ เฮย์ฟิลด์ คันทรี คลับ ในเมืองคอกกีส์วิลล์ และธุรกิจอื่นๆ เช่น สถานีวิทยุ และบ้านพักคนชรา

ตำรวจได้เปิดเผยข้อมูลของชายวัย 26 ปี ที่ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมในคดีที่นายไบรอัน ธอมป์สัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของยูไนเต็ด เฮลท์แคร์ ถูกยิงเสียชีวิตที่นครนิวยอร์ก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 ธ.ค.) ตำรวจได้จับกุมนายลุยจิ แมนจิโอนี ในข้อหาครอบครองอาวุธปืน หลังจากที่เขาถูกระบุตัวตนได้ที่ร้านแมคโดนัลด์ ในเมืองอัลทูนา รัฐเพนซิลเวเนีย

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ชายชาวเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ รายนี้ถูกพบในครอบครองปืนผี ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ติดตามได้ยาก และเอกสารที่เขียนด้วยลายมือ 3 หน้าซึ่งระบุถึง “แรงจูงใจและความคิด”

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากถูกจับกุม นายแมนจิโอนี ก็ถูกเจ้าหน้าที่สืบสวนของนิวยอร์กตั้งข้อหาฆาตกรรมและข้อหาอื่นๆ อีก 4 กระทง

นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่พอจะทราบเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยจนถึงตอนนี้

นายแมนจิโอนีเกิดและเติบโตในรัฐแมริแลนด์ และมีสายสัมพันธ์กับเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ตามคำบอกเล่าของโจเซฟ เคนนี่ หัวหน้าหน่วยสืบสวนของนิวยอร์ก ตำรวจกล่าวว่า เขาไม่เคยถูกจับกุมในนิวยอร์กมาก่อน และที่อยู่ล่าสุดของเขาคือที่เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย 

เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมชายล้วนเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองบัลติมอร์ ซึ่งมีชื่อว่าโรงเรียน กิลแมนตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่โรงเรียน นายแมงจิโอนีได้รับเลือกให้เป็นนักเรียนที่เรียนดีที่สุดในชั้น ซึ่งโดยปกติแล้วนักเรียนจะเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีที่สุดในชั้นเรียน

ในแถลงการณ์ โรงเรียนระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าว “น่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง” เฟรดดี้ เลเธอร์เบอรี อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า นายแมงจิโอนีมาจากครอบครัวที่มีฐานะดี แม้จะเป็นตามมาตรฐานของโรงเรียนเอกชนแห่งนั้นก็ตาม นายเลเธอร์เบอรีกล่าวว่า “พูดตรงๆ ว่าเขามีทุกสิ่งทุกอย่างที่เหมาะกับเขา”

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น นายแมนจิโอนีมาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงในพื้นที่เมืองบัลติมอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงโรงแรม เทิร์ฟ วัลเลย์ รีสอร์ต ในเมืองเอลลิคอตต์ ซิตี้ และสนามกอล์ฟ เฮย์ฟิลด์ คันทรี คลับ ในเมืองคอกกีส์วิลล์ และธุรกิจอื่นๆ เช่น สถานีวิทยุ และบ้านพักคนชรา 

ไม่นานหลังจากผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหา นีโน แมงจิโอนี สมาชิกรัฐสภาจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้ออกแถลงการณ์ว่าครอบครัวของนายแมนจิโอนี “ตกใจและเสียใจมาก” แถลงการณ์ระบุว่า “เราขอส่งคำอธิษฐานของเราไปยังครอบครัวของไบรอัน ธอมป์สัน และเราขอให้ทุกคนอธิษฐานให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง” พร้อมลงนามว่า “ครอบครัวแมนจิโอนี”

นายนายแมนจิโอนี สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย โดยเขาได้รับปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิชาเอกคอมพิวเตอร์และสารสนเทศศาสตร์ และก่อตั้งชมรมพัฒนาวิดีโอเกม

เพื่อนคนหนึ่งที่เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยระดับไอวีลีกแห่งนี้ ในช่วงเวลาเดียวกับนายแมนจิโอนี กล่าวว่าเขาเป็น “คนธรรมดา” และ “ฉลาด”

มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า บุคคลที่มีชื่อเดียวกันนี้ ได้รับการว่าจ้างให้เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าภายใต้โครงการ Stanford Pre-Collegiate Studies ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2019

นายแมนจิโอนี ทำงานเป็นวิศวกรข้อมูลให้กับ TrueCar ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายปลีกรถยนต์ใหม่และมือสอง ตามข้อมูลโปรไฟล์โซเชียลมีเดียของเขา โฆษกของบริษัทบอกว่าเขาไม่ได้ทำงานที่นั่นตั้งแต่ปี 2023

วิศวกรซอฟต์แวร์คนหนึ่งที่ TrueCar กล่าวว่านายแมนจิโอนี ช่วยให้เขาเขียนโค้ดที่ยากเป็นพิเศษ “ต้องมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นแน่ๆ ลุยจิที่ฉันรู้จักเป็นคนดีมาก” อดีตเพื่อนร่วมงานซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจในโซเชียลมีเดียกล่าวว่า “สิ่งเดียวที่ฉันจำได้คือเขาเป็นคนดีมาก คอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ ฉลาดมาก”

ตามข้อมูลโปรไฟล์ LinkedIn นายแมนจิโอนี เคยทำงานเป็นพนักงานฝึกงานด้านการเขียนโปรแกรมให้กับ Firaxis ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเกมวิดีโอ

นายแมนจิโอนี ถูกควบคุมตัวที่ร้านแมคโดนัลด์ หลังจากลูกค้าแจ้งพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ ในเวลานั้น เขามีปืนผีสีดำอยู่ในครอบครอง ซึ่งเป็นปืนชนิดที่สามารถประกอบเองที่บ้านโดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ตัวเก็บเสียง และแมกกาซีนบรรจุกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 6 นัด

ตำรวจกล่าวว่าเขาพกบัตรประจำตัวหลายใบ รวมทั้งใบหนึ่งที่มีข้อมูลประจำตัวจริงและอีกใบหนึ่งที่เป็นของปลอม ในบัตรประจำตัวเหล่านี้มีหนังสือเดินทางสหรัฐฯ และบัตรประจำตัวปลอมของรัฐนิวเจอร์ซี ที่ใช้สำหรับเช็คอินที่โฮสเทลในนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่พบผู้ต้องสงสัยก่อนที่จะเกิดเหตุยิง

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นายแมนจิโอนีแสดงท่าทางที่น่าสงสัยเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ที่ร้าน และแสดงบัตรประจำตัวรัฐนิวเจอร์ซีปลอม ที่ใช้ชื่อว่า “มาร์ก โรซาริโอ” ซึ่งเป็นบัตรเดียวกับที่ผู้ต้องสงสัยใช้เพื่อเช็คอินในโฮสเทลในนครนิวยอร์ก ระหว่างที่เขาก่อเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่า เขาจะถูกจับกุมหากโกหกเกี่ยวกับชื่อของเขา เขาก็ยอมรับว่าตนเองคือลุยจิ แมนจิโอนี ตามเอกสารของศาล เมื่อถูกถามว่าเขาโกหกทำไม เจ้าหน้าที่จึงตอบว่า “ผมไม่ควรโกหก” และ ตามคำร้องทุกข์อาญาที่ยื่นฟ้องในรัฐเพนซิลเวเนีย เขา “เงียบลงและเริ่มตัวสั่น” เมื่อถูกถามว่าเขาเพิ่งไปนิวยอร์กมาหรือไม่ 

ตำรวจกล่าวว่าเขายังพบเอกสารที่เขียนด้วยลายมือ 3 หน้า ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะแสดงความ “ไม่พอใจต่อบริษัทในอเมริกา”

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายระดับสูงกล่าวกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ว่า เอกสารดังกล่าวยังระบุด้วยว่า “ปรสิตพวกนี้สมควรได้รับผลกรรม” และ “ผมขอโทษสำหรับความขัดแย้งและความกระทบกระเทือนทางจิตใจใดๆ แต่สิ่งนี้จำเป็นต้องเกิดขึ้น” 

ตำรวจกล่าวว่าแม้ว่าการจับกุมเขาจะ “เป็นไปอย่างสันติ” แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ

โปรไฟล์โซเชียลมีเดียของเขาบอกอะไรเราบ้าง?

โปรไฟล์โซเชียลมีเดียให้เบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับความคิดของนายแมนจิโอนี

แบนเนอร์บนเพจ X ของแมนจิโอนี ซึ่งระบุว่าเขาอาศัยอยู่ในเมืองโฮโนลูลู มีภาพเอ็กซ์เรย์ของสิ่งที่ดูเหมือนสกรูและแผ่นโลหะที่ใส่เข้าไปในหลังส่วนล่างของบุคคลคนหนึ่ง

โพสต์ X จากสองปีก่อน ประกอบด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ปัญญาประดิษฐ์ การรีโพสต์ความคิดเห็นเกี่ยวกับโปรแกรมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการรวมกลุ่ม และความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีที่สมาร์ทโฟนทำร้ายเด็กและความเสียหายที่เกิดจากเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์

โพสต์ในปี 2022 กล่าวถึงสุนทรพจน์ในโรงเรียนมัธยมปลายของเขาเกี่ยวกับหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงความเป็นอมตะของมนุษย์ โพสต์เหล่านี้ดูเหมือนจะตั้งคำถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีบางอย่างที่แมนจิโอนี รู้สึกทึ่งในสมัยเรียนมัธยมปลาย

บุคคลที่ตรงกับชื่อและรูปถ่ายของเขา มีบัญชีบน “กู๊ดรีดส์” (Goodreads) ซึ่งเป็นเว็บไซต์รีวิวหนังสือ โดยเขาให้สี่ดาวแก่หนังสือที่ชื่อว่า Industrial Society and Its Future โดยธีโอดอร์ คาซินสกี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Unabomber Manifesto โดยกล่าวยกย่องหนังสือเล่มนี้ ว่าเป็น “การมองการณ์ไกล” เกี่ยวกับสังคมยุคใหม่

ตั้งแต่ปี 1978 คาซินสกี้ได้ส่งระเบิดทางไปรษณีย์ สังหารคนตายอย่างน้อย 3 ราย และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบราย จนกระทั่งเขาถูกจับกุมในปี 1996

ในบทวิจารณ์ของเขา นายแมนจิโอนี เขียนว่า: “เป็นเรื่องง่ายมากที่จะตัดสินว่านี่คือปฏิญญาของคนบ้าอย่างรวดเร็วและไร้เหตุผล

“เขาเป็นบุคคลที่รุนแรง – ถูกคุมขังอย่างถูกต้อง – และทำร้ายผู้บริสุทธิ์

“แม้ว่าการกระทำเหล่านี้มักจะถูกมองว่าเป็นการกระทำของคนโง่เขลา แต่การกระทำเหล่านี้กลับถูกมองว่าเป็นการกระทำของนักปฏิวัติการเมืองหัวรุนแรงมากกว่า”

เขายังอ้างถึงข้อสังเกตของผู้วิจารณ์ออนไลน์อีกรายเกี่ยวกับ Unabomber ที่ว่า “เมื่อรูปแบบการสื่อสารอื่นๆ ทั้งหมดล้มเหลว ความรุนแรงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความอยู่รอด” โพสต์นี้ยังวิพากษ์วิจารณ์บริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยกล่าวว่า “ความรุนแรงต่อผู้ที่นำเราไปสู่การทำลายล้างดังกล่าวถือเป็นการป้องกันตนเอง”

นอกจากนี้ โปรไฟล์โซเชียลมีเดียของเขายังแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนฝูงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ในโพสต์บน X เมื่อเดือนตุลาคม มีคนแท็กบัญชีที่เชื่อว่าเป็นของนายแมงจิโอนีและเขียนว่า:

“สวัสดี คุณสบายดีไหม ไม่มีใครได้ยินข่าวจากคุณเลยเป็นเวลาหลายเดือน และดูเหมือนว่าครอบครัวของคุณกำลังตามหาคุณอยู่”.

ที่มา BBC Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign