เบียร์ เดอะวอยซ์ ตอบกลับสุดจี๊ด หลังเจอคนแซะร้องเพลงเสียงเพี้ยน

เบียร์ เดอะวอยซ์ ตอบกลับสุดจี๊ด หลังเจอคนแซะร้องเพลงเสียงเพี้ยน

28 ธ.ค. 2567 17:55 น.

เบียร์ เดอะวอยซ์ ตอบกลับสุดจี๊ด หลังเจอคนแซะร้องเพลงเสียงเพี้ยน

ก่อนหน้านี้ เบียร์ เดอะวอยซ์ หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล ได้ขึ้นเวทีโชว์ร้องเพลง Espresso ของ ซาบริน่า คาร์เพนเทอร์ แต่กลับถูกคนเข้ามาคอมเมนต์บอกว่า เสียงเพลงที่เบียร์ร้องนั้นเพราะตรงไหน และยังบอกว่าเสียงเพี้ยนอีกด้วย

ซึ่ง เบียร์ ก็ได้ตอบกลับทันที บอกว่า “บางทีต้องเข้าใจว่า การร้องเพลงเพื่อเอนเตอร์เทนคนดูไปด้วย กับการร้องแบบยืนเฉยๆ เพื่อร้องให้เพราะมันก็คนละแบบกัน ต้องเข้าใจบริบทด้วย

ก็อยากจะบอกให้เป็นความรู้เพิ่มเติมนิดนึงนะคะ อย่างเช่นนักร้อง ต่อให้เป็นระดับไหนก็แล้วแต่ก็มีเสียงแบ็กอัพอยู่ข้างหลัง และถ้าเป็นการร้องที่ต้องเต้นหรือเอนเตอร์เทนไปด้วย มันจะคอนโทรลเสียงได้ไม่ 100% อยู่แล้ว ไม่มีทางที่จะเพราะได้เหมือนมาสเตอร์แน่นอน เลยอยากแชร์เป็นความรู้ให้ฟัง

และคลิปที่เบียร์ร้อง มันอาจเป็นคลิปที่ร้องโดยไม่มีเสียงแบ็กอัพข้างหลังเลย และต้องฟังมอนิเตอร์ด้านหน้า ก็ค่อนข้างจะลำบากนิดนึง มันจะไม่ได้ยินชัดเจนขนาดนั้น แต่ใดๆ พยายามร้องให้มันโอเค อย่างน้อยมันก็ตรงคีย์ ไม่ได้แย่อะไร และพร้อมเอนเตอร์เทนไปด้วย”

พร้อมกับปิดท้ายด้วยการโชว์พลังเสียงให้ได้เห็นอีกครั้ง และหลายคนที่ได้ดูคลิปนี้ของเบียร์ ก็ได้เข้ามาชื่นชมในเสียงร้องของเธอกันจำนวนมาก และยังบอกอีกว่า การตอบกลับรอบนี้ของเธอดูใจเย็น และนอบน้อมมาก แม้จะเจอคอมเมนต์ที่ไม่น่ารักก็ตามที

นก จันทนา ทำสวยชุดใหญ่โกงอายุจริง หลังเคยพลาดทำศัลยกรรมหน้าพัง-อกเน่า

นก จันทนา ทำสวยชุดใหญ่โกงอายุจริง หลังเคยพลาดทำศัลยกรรมหน้าพัง-อกเน่า

28 ธ.ค. 2567 15:19 น.

นก จันทนา ทำสวยชุดใหญ่โกงอายุจริง หลังเคยพลาดทำศัลยกรรมหน้าพัง-อกเน่า

ทำบุญสวยชาติหน้า ทำหน้าสวยชาตินี้ แต่ถ้าทำมาแล้วมันไม่ดี ก็ต้องมาแก้ไขให้มันสวยเป๊ะเข้าที่สิคะ สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่เจ้าของฉายาตลกหน้าสวย ยุค 80 อย่าง นก จันทนา ศิริผล วัย 74 ปี

ที่ออกปากว่าเคยพลาดอย่างหนักกับการทำศัลยกรรมทั้งไปขึ้นเขียงผ่าตัดหน้าอกจนเน่ามีปัญหาต้องไปเอาออก รวมถึงเคยไปทำจมูกมาแต่ก็ต้องไปเอาออก เพราะไม่เหมาะกับใบหน้า จนเป็นเหตุให้เข็ดขยาดกับเรื่องของการทำศัลยกรรมไปเลย

“ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เข็ดมากจริงๆ เพราะเราเห็นจากข่าวมาตลอดกับเรื่องของพิษศัลยกรรม แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมาเกิดขึ้นกับตัวเรา ทั้งเรื่องของหน้าอกและจมูกจน10ปี ที่ผ่านมาไม่กล้าที่จะไปทำอะไรเลย

ตอนนั้นยอมรับว่าเครียดมาก มันเหมือนเป็นตราบาปติดตัวเลยก็ว่าได้ มันมีอยู่ช่วงนึงเลยที่เราไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเจอใคร เพราะมันไม่มั่นใจเลย โทษตัวเองที่โง่เองพลาดเองที่ไม่ได้ศึกษาให้มันดีก่อน จนเกิดปัญหากับชีวิตเรียกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกชีวิตพังไปหมดทุกอย่าง

แต่พอตอนนี้อายุมากขึ้นปีนี้ก็ 74 ปีแล้ว เชื่อว่าทุกคนก็อยากสวย อยากดูดี ไม่มีใครอยากแก่หรอกจริงมั้ย จนมีคนมาแนะนำให้เราลองเข้าไปคุยปรึกษากับคุณหมอที่คลินิกแถวลาดพร้าว

ซึ่งตอนนั้นเอาตรงๆ เราเองก็ไม่มั่นใจ เพราะเราเคยพลาดมาแล้ว มันก็กล้าๆ กลัวๆ แต่พอได้ปรึกษากับคุณหมอ มันก็เริ่มสบายใจขึ้น เราได้รับรู้ถึงปัญหาที่เราพลาดมา แล้วการแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่มันจะทำให้ทุกอย่างกลับมาดีขึ้น เรียกว่าความมั่นใจเรากลับมาอีกครั้ง

ซึ่งหลังจากเข้าไปคุยกับคุณหมอมาเราก็กลับบ้านไปคิดอยู่พักนึงเลยนะไม่ได้ว่าตัดสินใจตกลงทำเลย เพราะยังเข็ดกับการทำศัลยกรรมอยู่ แต่พอคิดถึงคำพูดต่างๆ ที่คุณหมอแนะนำ รวมถึงเราเองก็ลองไปถามๆ กับดาราในวงการบันเทิงหลายคน ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่

หลายคนก็บอกเคยไปทำหน้าที่นี่เยอะเหมือนกัน มันก็เลยยิ่งทำให้เรามั่นใจมากขึ้นไปใหญ่ ก็เลยตกปากรับคำลองเข้ามาทำศัลยกรรมอีกครั้งเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องที่มันเกิดขึ้น ทั้งดึงหน้า ดึงคอ ตัดเหนียง ผ่าตัดถุงใต้ตา และการเอาหน้าอกอีกข้างออก เพราะมันจะเน่าแล้ว

จนตอนนี้ผ่านมาได้ 2 เดือนแล้ว ผลออกมาคือดีมาก หน้าอกแผลก็ออกมาดูโอเคเลย ปัญหาที่เราเคยเจอแก้ไขได้หมด

ส่วนเรื่องหน้าตอนนี้คนทักเยอะมากว่าไปทำอะไรมาหน้าตาดูสดใสดูเด็กขึ้น ตอนนี้ไปไหนมาไหนใครถาม เราก็บอกหมดนะ เพราะเรารู้ว่าคนที่ทำศัลยกรรมมาแล้วพลาดความรู้สึกมันเป็นยังไง เราเลยไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเจอเหมือนแบบที่เราเคยเจอ

อีกอย่างเราเชื่อว่าการที่เราบอกต่อเรื่องราวดีๆ ให้คำแนะนำทุกคนมันก็เหมือนเป็นการทำบุญในอีกรูปแบบนึง ใครอยากทำอะไรถ้ากายพร้อมใจพร้อมทำเลยค่ะ เพราะความสวยรอไม่ได้จริงๆ (หัวเราะ)” 

ตูมตาม จูงมือ อาหลี พร้อมอุ้มลูกสาว เข้าพิธีสมรสแบบไทลื้อในบรรยากาศอบอุ่น

ตูมตาม จูงมือ อาหลี พร้อมอุ้มลูกสาว เข้าพิธีสมรสแบบไทลื้อในบรรยากาศอบอุ่น

28 ธ.ค. 2567 15:00 น.

ตูมตาม จูงมือ อาหลี พร้อมอุ้มลูกสาว เข้าพิธีสมรสแบบไทลื้อในบรรยากาศอบอุ่น

ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาสักพักใหญ่แล้ว สำหรับ ตูมตาม ยุทธนา กับ อาหลี ลวัณญา ซึ่งทั้งคู่มีลูกสาวที่น่ารักด้วยกัน 1 คน คือน้องรินณา ซึ่งปัจจุบันอายุ 1 ขวบแล้ว 

และล่าสุด ตูมตามและอาหลี ได้ถือฤกษ์ดีของเช้าวันเสาร์ที่ 28 ธ.ค. 2567 ได้จูงมือเข้าพิธีแต่งงานตามแบบประเพณีดั้งเดิมของชาวไทลื้อ ที่สวนอิสระผาหมี จังหวัดเชียงราย ในบรรยากาศสุดอบอุ่น โดยมีครอบครัวและคนสนิทมาร่วมแสดงความยินดี

สำหรับพิธีสมรสของตูมตามกับอาหลีนั้น ได้จัดในแบบดั้งเดิมของชาวไทลื้อ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายที่สวยงาม การประกอบพิธีกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและธรรมชาติ และการส่งเสริมความรักและความเคารพซึ่งกันและกันในครอบครัว

และนอกจากนี้ยังมีลูกสาว น้องรินณา ได้มาร่วมในพิธีแต่งงานของพ่อกับแม่อีกด้วย เป็นภาพที่น่ารักและดูอบอุ่นมากทีเดียว 

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะคะ 

ภาพจากอินสตาแกรม @potter_natt , @topiz_js

บุคคลในข่าว 29 ธันวาคม 2567

บุคคลในข่าว 29 ธันวาคม 2567

29 ธ.ค. 2567 04:45 น.

บุคคลในข่าว 29 ธันวาคม 2567

การไม่ประมาทช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2567

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงบาตรพระสงฆ์ เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน….ในช่วงที่เข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มี วันหยุดยาว ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2567 ถึงวันที่ 2 ม.ค.2568 เป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยว เฉลิมฉลองความสุขในเทศกาลปีใหม่ โดยในห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 รัฐบาลภายใต้การนำของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับ การรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิต โดยมีมติขยายเวลาจาก 7 วัน เฝ้าระวังความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็น 10 วัน ตั้งแต่ วันที่ 27 ธ.ค.2567– 5 ม.ค.2568 เน้นรณรงค์ งดการดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้สโลแกน “ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ” เพื่อลดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิต เพิ่มด่านชุมชน ด่านครอบครัวในชุมชนให้มากขึ้น และเข้มงวดเมื่อเกิดอุบัติเหตุต้องมีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่

ใจบุญ – พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต รมว.แรงงาน มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด, วัชร วัชรพล และ ธนวลัย วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. นายกฯแพทองธาร ได้เดินทางไปตรวจสภาพการจราจรและการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ที่ ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง โดย นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายว่า ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซันคนไทยและชาวต่างประเทศเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกันมาก รัฐบาล เน้นย้ำให้ประชาชนท่องเที่ยวและดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย ต้องขอบคุณในความเสียสละที่ต้องทำงานหนักในช่วงนี้…รวมทั้งเห็นว่าต้องมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเส้นทางที่ลดเวลาเดินทาง เช่น ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่–กาญจนบุรี M 81 รวมทั้ง จุดพักรถต่างๆ โดยมีเป้าหมายอยากให้อุบัติเหตุลดลงทุกปี คิดว่าการอำนวยความสะดวกแบบนี้ก็น่าจะช่วยในการลดอุบัติเหตุได้อย่างดีมาก ช่วงเทศกาลปีใหม่ต้องการให้ประชาชนเดินทางปลอดภัย นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัย สถานที่ท่องเที่ยวและสถานพยาบาลพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ คิดว่าทาง กรมทางหลวง ก็มีความพร้อมอยู่แล้ว และอยากขอให้ ประชาชนทุกคน มีความอดทนในช่วงปีใหม่ ไปไหนมาไหนคนเยอะการจราจรติดขัดเล็กน้อยอาจจะทำให้หงุดหงิด ก็ขอให้ทำใจร่มๆ

สมทบทุน – พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์, สมชาย มรกตศรีวรรณ, เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ และ วัชร–ธนวลัย วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

นอกจากนี้ นายกฯแพทองธาร ยังไปตรวจความพร้อมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) กำชับให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จัดรถให้เพียงพอกับการเดินทางของประชาชน ให้เข้มงวดเรื่องการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย โดยในส่วน พนักงานขับรถ ก็ควรที่จะมีการเปลี่ยนกะตามระยะทางเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ…เรียกว่าใส่ใจทุกด้านเพื่อให้ประชาชนเดินทางไปฉลองปีใหม่ ด้วยความปลอดภัย

เพื่อการศึกษา – ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี นิธี สีแพร, กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง, จิระวดี คุณทรัพย์, จิตสุภา วัชรพล และ สราลัญ วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

ทางด้าน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม สำทับว่า ได้สั่งการ กรมทางหลวง เตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.2567–2 ม.ค.2568 โดยได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการ 4 มิติ คือ 1.เตรียมความพร้อมบำรุงดูแลรักษาผิวทาง ปะซ่อมหลุมบ่อ ซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟสัญญาณ 2.ด้านการอำนวยความปลอดภัย วิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ เพื่อวางแผนป้องกันลดอุบัติเหตุ พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยง จุดอันตรายต่างๆ การปิดจุดกลับรถ ทางร่วมทางแยก ร่วมกับ ตำรวจทางหลวง กวดขันวินัยจราจร รณรงค์ ประชาสัมพันธ์การขับขี่ปลอดภัยขับขี่มีน้ำใจ 3.ด้านการอำนวยความสะดวก ให้บริการจุดกางเต็นท์ และจุดให้บริการทั่วไทย บริหารจัดการจราจร เปิดช่องทางพิเศษ คืนพื้นผิวจราจรโครงการก่อสร้าง จัดเตรียมรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน และรถกู้ภัยฉุกเฉินบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และยกเว้น ค่าธรรมเนียมบนทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมืองหมายเลข 7 และหมายเลข 9 ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2567-2 ม.ค.2568 รวม 8 วัน และเปิดใช้มอเตอร์เวย์ชั่วคราว 2 สายทาง ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 ช่วงปากช่อง–สีคิ้ว–ขามทะเลสอ–นครราชสีมา และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่–กาญจนบุรี (ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2567-2 ม.ค.2568 รวม 8 วัน) 4.ด้านการรายงานเหตุ โดยการรายงานกรณีเหตุด่วน เหตุฉุกเฉิน อุบัติเหตุรุนแรง อุบัติภัย ให้กับ ผู้บริหารกรมทางหลวง…ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจ ทุ่มเทป้องกัน อุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ดังนั้น พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ควรให้ความร่วมมือ เคารพกฎจราจร เมาไม่ขับ อย่าประมาท เพื่อจะได้ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข จบข่าว

ช่วยเยาวชน – พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี, พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง, อรพรรณ วัชรพล และ สรัญวุฐิ วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

คณะผู้บริหารไทยรัฐ กรุ๊ป และ พนักงาน ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีเนื่องในงาน “ครบรอบ 75 ปี ไทยรัฐ” และร่วมเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ “นายกำพล วัชรพล” อย่างคับคั่งเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับ “ไทยรัฐ กรุ๊ป” ในการทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสังคมไทยสืบต่อไป…ชาวไทยรัฐขอขอบคุณจากหัวใจไว้ ณ โอกาสนี้

เอเซียพลัส – ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธาน กก.บห.กลุ่มบริษัทเอเซีย พลัส มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี อรพรรณ วัชรพล, วัชร วัชรพล, จิตสุภา วัชรพล และ ธนวลัย วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
ให้มูลนิธิ – นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอบริษัทเมืองไทยประกันภัย มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี อรพรรณ วัชรพล, กรณ์ ณรงค์เดช, สราลัญ วัชรพล และ สรัญวุฐิ วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
กิฟฟารีน – พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี อรพรรณ วัชรพล, พงศ์พสุ อุณาพรหม และ สรัญวุฐิ วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

สังคมทั่วไป

  • โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ จัดเมนูซีฟู้ดออนไอซ์ บุฟเฟต์นานาชาติ มื้อกลางวัน ฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ราคาพิเศษ
  • ร้านอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิลฯ จัดโปรโมชันฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ติ่มซำ เป็ดปักกิ่ง อาหารจีนตามสั่ง ลดพิเศษ 20% สอบถามเพิ่มเติม 0-2575-5599
  • ห้องอาหารครัวหลวง โรงแรมแมนดาริน จัดเมนูพิเศษฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 31 ธ.ค.2567-1 ม.ค.2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2238-0230
  • ศพ พล.ต.หญิง ภาณินี เทอดสถีรศักดิ์ มารดา นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ตั้งสวดศาลา 9 วัดมกุฏฯ 18.00 น. ถึง 29 ธ.ค. พระราชทานเพลิง 30 ธ.ค. 12.30 น.


“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ซีอีโอเชจูแอร์ ขอโทษเหตุเครื่องบินไถลรันเวย์

ซีอีโอเชจูแอร์  ขอโทษเหตุเครื่องบินไถลรันเวย์

29 ธ.ค. 2567 14:00 น.

ซีอีโอเชจูแอร์ ขอโทษเหตุเครื่องบินไถลรันเวย์

นายคิม อีแบ ซีอีโอของสายการบินเชจู แอร์ พร้อมกับผู้บริหารของทางสายการบิน ได้โค้งขอโทษต่อเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินเชจูแอร์ ลื่นไถลออกนอกรันเวย์และชนกับรั้วกั้น จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

นายคิม อีแบ ซีอีโอ ของสายการบินเชจู แอร์ พร้อมกับผู้บริหารของทางสายการบิน ได้โค้งขอโทษต่อเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินเชจูแอร์  ลื่นไถลออกนอกรันเวย์และชนกับรั้วกั้น ทำให้เครื่องบินเกิดไฟไหม้ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติมูอัน ในจังหวัดชอลลาใต้ ในช่วงเช้าวันนี้ (29 ธ.ค.)

บริษัทเชจูแอร์ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรับมือกับเหตุการณ์เครื่องบินตก ซึ่งคาดว่าผู้โดยสารและลูกเรือ 181 คน อาจเสียชีวิตเกือบยกลำ ด้านสำนักงานดับเพลิงแห่งชาติ เปิดเผยว่าจนถึงขณะนี้สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้วกว่า 151 ศพ จนถึงขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่ 1,562 นาย ที่ถูกส่งไปช่วยเหลือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 490 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 455 นาย 

บริษัทระบุในแถลงการณ์สั้นๆ ว่า “เชจูแอร์จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองต่ออุบัติเหตุครั้งนี้”

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เครื่องบินของสายการบินเชจูแอร์ เสียหลักออกนอกรันเวย์ขณะลงจอดและชนกับรั้วที่สนามบินนานาชาติมูอัน ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 288 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่ของบริษัทกล่าวว่า”ขณะนี้ เรากำลังดำเนินการเพื่อหาสาเหตุและรายละเอียดของสถานการณ์ที่แน่ชัด” “เครื่องบินลำนี้ให้บริการมาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว และไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุใดๆ”

ด้านบริษัทโบอิ้ง ยักษ์ใหญ่ด้านการบินของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทกำลังติดต่อกับเชจูแอร์ หลังจากที่เครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินดังกล่าวประสบเหตุ โบอิ้งระบุในแถลงการณ์ว่า พร้อมที่จะให้การสนับสนุนพวกเชจูแอร์อย่างเต็มที่ “เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจไปยังผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน”.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

บราซิลดับ 3 ศพ กินเค้กคริสต์มาสปนเปื้อนสารหนู

บราซิลดับ 3 ศพ กินเค้กคริสต์มาสปนเปื้อนสารหนู

29 ธ.ค. 2567 12:52 น.

บราซิลดับ 3 ศพ กินเค้กคริสต์มาสปนเปื้อนสารหนู

ตำรวจบราซิลเผยว่าพบสารหนูในเลือดของหญิง 1 ใน 3 คนที่เสียชีวิต หลังจากรับประทานเค้กคริสต์มาสที่คาดว่ามีการปนเปื้อนสารหนู

ตำรวจบราซิลเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า พบสารหนูในเลือดของหญิง 1 ใน 3 คนที่เสียชีวิตหลังจากรับประทานเค้กคริสต์มาสที่คาดว่าปนเปื้อนสารพิษ และยังตรวจพบสารพิษร้ายแรงดังกล่าวจากผลการทดสอบเลือดของเด็กชายวัย 10 ขวบ และผู้หญิงที่ทำเค้ก ซึ่งทั้งคู่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

เมื่อบ่ายวันที่ 23 ธ.ค. สมาชิกในครอบครัวเดียวกัน 5 คนล้มป่วย หลังจากรับประทานเค้กที่งานเลี้ยงในเมืองตอร์เรส รัฐริโอแกรนด์ดูซุล ทางตอนใต้ของบราซิล ตำรวจได้ส่งเค้กดังกล่าวไปตรวจสอบแล้ว และยังพบอาหารหมดอายุหลายรายการระหว่างการค้นบ้านของหญิงรายหนึ่งด้วย และกล่าวเสริมว่ายังไม่ชัดเจนว่าการวางยาพิษที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้น เป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าคาดว่าผลการทดสอบเค้กจะออกมาภายในสัปดาห์หน้า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ตำรวจได้ขอให้ขุดศพของชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสามีของผู้หญิงที่ทำเค้ก เขาเสียชีวิตเมื่อเดือนกันยายนจากอาหารเป็นพิษ แต่ตำรวจกล่าวว่าการเสียชีวิตของเขาถือเป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติ โดยในขณะนี้ เธอไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีทั้งสอง และการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป

โดยพบว่าผู้เข้าร่วมงานฉลองคริสต์มาส 6 ใน 7 คน รับประทานเค้กดังกล่าวในช่วงบ่ายวันจันทร์ รวมทั้งผู้หญิงที่อบเค้กด้วย ตำรวจแจ้งต่อสถานีโทรทัศน์ของบราซิลว่า เธอเป็นคนเดียวที่เชื่อว่ากินเค้กที่ทำเองไป 2 ชิ้น และผลการทดสอบของเธอพบว่ามีสารหนูในระดับสูงสุด

มาร์กอส วินิซิอุส เวโลโซ หัวหน้าตำรวจ กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า สมาชิกในครอบครัวบางคนบ่นว่าเค้กมีรสชาติ “เผ็ด” จากนั้น สมาชิกครอบครัวดังกล่าวก็เริ่มมีอาการ เช่น อาเจียนและท้องเสีย และ 5 คนในจำนวนนี้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเมื่อเวลาประมาณ 01:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันอังคาร

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พี่น้อง 2 คนเสียชีวิตจากอาการหัวใจหยุดเต้น สื่อท้องถิ่นได้ระบุชื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองคนว่าคือ ไมดา เบเรนิซ ฟลอเรส ดา ซิลวา อายุ 58 ปี และทาเทียนา เดนิซ ซิลวา ดอส ซานโตส อายุ 43 ปี โรงพยาบาลระบุว่า ผู้เสียชีวิตรายที่สาม ซึ่งผลการตรวจเลือดพบว่ามีสารหนูปนเปื้อน เสียชีวิตในเวลาต่อมาของวันอังคารที่ผ่านมาด้วยอาการ “ช็อกจากอาหารเป็นพิษ”  ผู้เสียชีวิตรายนี้ถูกระบุชื่อในสื่อท้องถิ่นว่า นอยซา เดนิซ ซิลวา ดอส อันโจส อายุ 65 ปี

ทั้งนี้ สารหนูเป็นธาตุโลหะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สารหนูในรูปอนินทรีย์มีพิษร้ายแรงและสหภาพยุโรปจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งประเภทที่ 1 ซึ่งหมายความว่าสารนี้ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ได้ ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ผู้คนได้รับสารหนูอนินทรีย์ในปริมาณที่สูง จากการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนหรือใช้ในการเตรียมอาหาร รวมถึงการชลประทานพืชผล กระบวนการอุตสาหกรรม และการสูบบุหรี่

เนื่องจากสารหนูมีอยู่ในดิน จึงสามารถปนเปื้อนในอาหารได้ในปริมาณเล็กน้อย แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วสารหนูจะอยู่ในระดับต่ำมากจนไม่ถือเป็นสารที่น่ากังวลก็ตาม สารหนูยังใช้ในยาฆ่าแมลงและยารักษาโรคด้วย แม้ว่าจะเป็นเพียงกรณีจำกัดก็ตาม.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เครื่องบินชนเกาหลีใต้ ดับเกือบยกลำ 179 ศพ ได้รับการช่วยเหลือ 2 ราย (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2833533

29 ธ.ค. 2567 09:50 น.

เครื่องบินชนเกาหลีใต้ ดับเกือบยกลำ 179 ศพ ได้รับการช่วยเหลือ 2 ราย (คลิป)

มีผู้เสียชีวิตแล้ว 179 ศพ และได้รับการช่วยเหลือ 2 ราย หลังจากเครื่องบินโดยสารของสายการบินเจจูแอร์ ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 181 คน ลื่นไถลออกนอกรันเวย์และชนกับรั้วกั้นที่สนามบินนานาชาติมูอัน ในจังหวัดชอลลาใต้ ของเกาหลีใต้

สำนักข่าวยอนฮัป รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกาหลีใต้ที่ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 179 ศพ และได้รับการช่วยเหลือ 2 ราย หลังจากเครื่องบินโดยสารของสายการบินเจจูแอร์ ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 181 คน ลื่นไถลออกนอกรันเวย์และชนกับรั้วกั้นที่สนามบินนานาชาติมูอัน ในจังหวัดชอลลาใต้ ของเกาหลีใต้ที่สนามบินนานาชาติมูอัน ในจังหวัดชอลลาใต้ ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 288 กิโลเมตร เมื่อเวลา 09.07 น. ตามเวลาท้องถิ่น อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้เครื่องบินได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง

โดยเที่ยวบินที่ 7C 2216 มีผู้โดยสารทั้งหมด 175 ราย รวมทั้งลูกเรือ 6 ราย บนเครื่องบินลำดังกล่าวที่กำลังเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี และมีชาวไทย 2 ราย 

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 80 นายถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุ และสามารถดับไฟได้ภายใน 43 นาที และระบุว่ากำลังดำเนินการค้นหาและกู้ภัยที่จุดเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่สนามบินเผยว่าเครื่องบินลำดังกล่าวพยายามลงจอดฉุกเฉินเนื่องจากระบบลงจอดขัดข้อง เมื่อหลังจากพยายามลงจอดครั้งแรกไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวไม่สามารถลดความเร็วลงได้ จนกระทั่งถึงปลายรันเวย์และพุ่งชนโครงสร้างที่ขอบนอกของสนามบิน พยานชี้ว่าระบบลงจอดของเครื่องบิน เช่น ล้อ ไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เครื่องบินพยายามลงจอดฉุกเฉิน โดยคาดว่าการชนของนกน่าจะเป็นสาเหตุของปัญหา

นายชเว ซังม็อก รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในปฏิบัติการกู้ภัย โดยนายชเว อยู่ระหว่างเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ สำนักงานประธานาธิบดีได้จัดประชุมฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ระดับสูงเมื่อเวลา 11.30 น. เพื่อหารือเกี่ยวกับการตอบสนองของรัฐบาลต่อเหตุการณ์เครื่องบินตก โดยการประชุมครั้งนี้มีนายชุง จินซุก เสนาธิการกองทัพประธานาธิบดีเป็นประธาน

นายอี โฮ-ยอง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดมทรัพยากรที่มีทั้งหมดและทำงานร่วมกับหน่วยดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือในความพยายามกู้ภัย.

ที่มา Yonhap

ด่วน! เครื่องบินโดยสารเกาหลีใต้ ไถลออกนอกรันเวย์ ดับแล้ว 28 ศพ

ด่วน! เครื่องบินโดยสารเกาหลีใต้ ไถลออกนอกรันเวย์ ดับแล้ว 28 ศพ

29 ธ.ค. 2567 08:45 น.

ด่วน! เครื่องบินโดยสารเกาหลีใต้ ไถลออกนอกรันเวย์ ดับแล้ว 28 ศพ

เครื่องบินโดยสารของเกาหลีใต้ ไถลออกนอกรันเวย์สนามบินมูอัน ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ พบผู้เสียชีวิตแล้ว 28 ศพจากผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 181 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสารของสายการบิน “เจจู แอร์” ของเกาหลีใต้ เที่ยวบินที่ 7C2216 ซึ่งเดินทางจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยมีผู้โดยสาร 175 คน กับลูกเรืออีก 6 คน ไถลออกนอกรันเวย์ไปชนกับรั้วของท่าอากาศยานนานาชาติ “มูอัน” (Muan) ในจังหวัดชอลลาใต้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 9.07 น. วันอาทิตย์ที่ 29 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เครื่องบินเกิดไฟลุกไหม้ รายงานเบื้องต้นระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงได้ภายในเวลา 43 นาที พบผู้เสียชีวิตแล้ว 28 ศพ ทั้งหมดถูกพบที่ส่วนหางของเครื่องบิน ขณะที่ทีมกู้ภัยช่วยผู้โดยสารออกมาได้แล้ว 3 ราย

ด้านเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้เริ่มการสืบสวนบริเวณจุดเกิดเหตุแล้ว เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลำนี้ตก ซึ่งข้อสันนิธฐานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเกาหลีใต้คาดว่า อาจชนกับนก ทำให้ล้อไม่กาง

ทั้งนี้ สำนักข่าว ยอนฮัป ระบุว่า ผู้โดยสารเกือบทั้งหมดเป็นชาวเกาหลีใต้ และมีผู้โดยสารชาวไทยจำนวน 2 คน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม

ที่มา : yonhap

สหรัฐฯ จับได้แล้ว สาวส่งพิซซ่าโหด โมโหได้ทิปน้อย แทงหญิงท้องปางตาย

สหรัฐฯ จับได้แล้ว สาวส่งพิซซ่าโหด โมโหได้ทิปน้อย แทงหญิงท้องปางตาย

29 ธ.ค. 2567 07:14 น.

สหรัฐฯ จับได้แล้ว สาวส่งพิซซ่าโหด โมโหได้ทิปน้อย แทงหญิงท้องปางตาย

สาวคนส่งพิซซ่าในรัฐฟลอริดา ก่อเหตุแทงหญิงท้องหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากมีปัญหากันเรื่องการให้ทิปน้อย ล่าสุดตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 27 ธ.ค. 2567 ว่า น.ส.บริแอนนา อัลเวโล อายุ 22 ปี พนักงานส่งพิซซ่าในเมืองคิสซิมมี รัฐฟลอริดา ถูกจับกุมตัวได้แล้ว และถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าและบุกรุกเคหสถาน หลังงจากเธอก่อเหตุใช้ของมีคมแทงหญิงตั้งครรภ์คนสั่งพิซซ่านับสิบแผล จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ตามข้อมูลจากเอกสารของศาล ซึ่งเปิดเผยโดยสำนักข่าว เอ็นบีซี นิวส์ ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. โดยหญิงผู้บาดเจ็บคือ น.ส. เมลินดา ไอริซซาร์รี พักอยู่ที่ “ริเวียรา โมเทล” (Riviera Motel) กับแฟนหนุ่ม และลูกสาววัย 5 ขวบ และสั่งพิซซ่าจากร้าน “Marco’s pizza” มาทานเพื่อฉลองวันเกิด

ต่อมา น.ส.อัลเวโลก็นำพิซซ่ามาส่ง โดยมีราคา 33 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งผู้เสียหายจ่ายด้วยธนบัตร 50 ดอลลาร์ แต่อัลเวโลอ้างว่าไม่มีเงินทอน น.ส.ไอริซซาร์รีจึงไปนำธนบัตรจำนวนเล็กกว่ามาจ่ายครบจำนวนและให้ทิปไป 2 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม หญิงผู้เสียหายให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ในเวลาต่อมา เธอได้ยินเสียงเคาะประตูดังมาก พอเธอไปเปิดก็พบชายหญิงคู่หนึ่งใส่ชุดสีดำทั้งหมดและสวมหน้ากาก บุกเข้ามาในห้องของเธอ จากนั้นฝ่ายชายก็หยิบปืนลูกโม่สีเงินออกมา แล้วบังคับให้แฟนของเธอเข้าไปในห้องนอน ส่วนฝ่ายหญิง ซึ่งเชื่อว่าเป็นอัลเวโร หยิบมีดพกออกมา

น.ส.ไอริซซาร์รีให้การอีกว่า เธอหันไปเพื่อป้องกันลูกของเธอ และรู้สึกได้ว่าถูกแทงบริเวณหลังส่วนล่าง เธอจึงโยนลูกสาวลงบนเตียงและพยายามจะไปหยิบโทรศัพท์ แต่อัลเวโลชิงไปได้ก่อนแล้วขว้างทิ้ง จากนั้นอัลเวโลจึงเริ่มกระหน่ำแทงเธอ จนกระทั่งชายที่มาด้วยกันตะโกนบอกว่า “ถึงเวลาไปแล้ว” อัลเวโลจึงหยุดแล้วหนีไป

รายงานระบุว่า น.ส.ไอริซซาร์รีถูกแทงถึง 14 แผล และถูกตรวจพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ขณะรับการรักษาในโรงพยาบาล

ด้านอัลเวโลถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้เมื่อวันพุธที่ 25 ธ.ค. โดยเธอถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า, บุกรุกเคหสถานพร้อมอาวุธปืน, ลักพาตัว และทำร้ายร่างกายสาหัส ส่วนชายที่ร่วมก่อเหตุกับอัลเวโลยังอยู่ระหว่างการหลบหนี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : skynews

2024 ปีขัดแย้งเฉียดถึงจุดเดือด

2024 ปีขัดแย้งเฉียดถึงจุดเดือด

29 ธ.ค. 2567 06:15 น.

2024 ปีขัดแย้งเฉียดถึงจุดเดือด

ผ่านพ้นไปอีก 1 ปี กับปีแห่งมังกรที่สถาน การณ์โลกยังคงมีความขัดแย้ง ร้อนแรงเฉียดไปถึงจุดเดือด ไม่ว่าเรื่องการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ หรือแม้แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

สำหรับปีนี้ เมืองน้ำหอมฝรั่งเศสได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัด การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปารีส 2024 โชว์ศักยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจอย่างพิธีเปิดการแข่งขันสุดอลังการ นำขบวนนักกีฬาจากนานาชาติล่องเรือกลางแม่น้ำแซน และโชว์สุดตระการตาจากศิลปินชาวฝรั่งเศสชื่อดังระดับโลก อาทิ เซลีน ดิออน และเลดี้ กาก้า นอกจากนี้ วิหารนอเทรอดาม อาสนวิหารอันเก่าแก่ในกรุงปารีส ได้กลับมาเปิดทำการอีกครั้ง หลังถูกเปลวเพลิงเผาไหม้เมื่อปี 2562 และได้รับการบูรณะให้กลับมาขลังและสวยสง่าอย่างรวดเร็วภายใน 5 ปี

การเมืองโลกน่าจับตา เพราะยังถือ เป็นปีแห่งกระบวนการประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งในกว่า 70 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย ที่ได้ “ปราโบโว สุเบียนโต” นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่ ส่วน ไต้หวันยังเป็นเจ้าเก่าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าที่ได้ “ไล่ ชิงเต๋อ” สะเทือนความมั่นคงไต้หวัน-จีน เช่นเดียวกับ อินเดีย “นเรนทรา โมดี” ยังเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ถือเป็นนายกฯคนแรกในยุคหลังได้รับเอกราชที่ครองตำแหน่งติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3

สำหรับ ญี่ปุ่น คิชิดะ ฟุมิโอะ อดีตนายกฯ ลั่นจะไม่ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย จนสุดท้ายได้ “อิชิบะ ชิเงรุ” ขึ้นกุมบังเหียนพรรคและเป็นนายกฯคนใหม่ ส่วน “ลอว์เรนซ์ หว่อง” ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคกิจประชาชนให้เป็นนายกฯคนที่ 4 ของ สิงคโปร์ รับช่วงต่อจากลี เซียน ลุง ที่บริหารประเทศมานานกว่า 20 ปี เช่นเดียวกับ เวียดนาม แต่งตั้งประธานาธิบดีคนใหม่คือ “พล.อ.เลือง เกื่อง” ทำหน้าที่ต่อจาก โต เลิม ที่เป็นประธานาธิบดีได้เพียง 5 เดือน ก่อนถูกโยกไปเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

ด้าน เม็กซิโก ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ เพราะ “คลอเดีย เชนบาม” คว้าชัยเป็นประธานาธิบดีหญิงในรอบ 200 ปี ส่วน อังกฤษ ถึงคราวพรรคแรงงานครองอำนาจภายใต้การนำของ “เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์” เอาชนะริชี ซูแน็ก อดีตนายกฯ จากพรรคอนุรักษนิยม ฝรั่งเศส ปั่นป่วนวุ่นวาย รัฐสภามีมติไม่ไว้วางใจอดีตนายกฯ มิเชล บักค์เน ทำให้ประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครง แต่งตั้ง “ฟร็องซัว เบรู” เป็นนายกฯคนที่ 4 ในปีนี้ของรัฐบาลมาครง

หันมาที่ สหรัฐอเมริกา พรรครีพับลิกันชนะแบบแลนด์สไลด์แทบจะแดงทั้งแผ่นดิน คว้าชัยทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา “โดนัลด์ ทรัมป์” เตรียมกลับมากุมบังเหียนประเทศรอบ 2 หลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน เสียท่าโชว์ผลงานดีเบตย่ำแย่ เจอแรงกดดันจนต้องถอนตัวและส่งคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี ชิงชัยเก้าอี้ผู้นำแทนแต่สุดท้ายเดโมแครตก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน อย่างไรก็ตาม กว่าทรัมป์จะมาถึงจุดนี้ก็ไม่ง่าย เพราะต้องเผชิญเหตุพยายามลอบสังหารแต่ก็รอดหวุดหวิดถึง 3 ครั้ง ระทึกสุดต้องเป็นเหตุเฉียดสิ้นชื่อในเมืองบัตเลอร์ รัฐวิสคอนซิน ทรัมป์ถูกลูกกระสุนเฉี่ยวจนได้แผลบริเวณใบหูขวาขณะหาเสียงเลือกตั้ง

วุ่นกันต่อที่ เกาหลีใต้ อยู่ๆประธานาธิบดี “ยุน ซอกยอล” ประกาศใช้กฎอัยการศึกยามค่ำคืน สร้างความวุ่นวายแก่ประเทศ ทั้งขัดขวางไม่ให้สมาชิกรัฐสภาเข้ามาลงมติคัดค้านคำสั่งในรัฐสภา ประชาชนแห่แหนออกมาประท้วง ท้ายที่สุดรัฐสภามีมติถอดถอนยุนให้พ้นจากตำแหน่ง รอการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญว่า จะรอดหรือจะร่วง

ศึกรัสเซียกับยูเครน ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ครั้งนี้ยูเครนได้รับไฟเขียวให้ใช้ขีปนาวุธจากอังกฤษและสหรัฐฯ โจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของศัตรู แต่รัสเซียไม่น้อยหน้า ตอบโต้ด้วยขีปนาวุธข้ามทวีปพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่โอเรชนิค ท่ามกลางการสานสัมพันธ์ทางทหารระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ อย่างการส่งทหารโสมแดงไปร่วมปฏิบัติการกับกองทัพหมีขาวจนนานาชาติกังวล

ด้านสมรภูมิตะวันออกกลางก็ร้อนระอุ สงครามระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซายืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 1 ปี การเจรจาช่วยเหลือตัวประกันที่เหลือทั้งชาวอิสราเอลและชาวไทยยังค้างคาหาข้อสรุปไม่ได้ แถมอิสราเอลยังเผชิญกับแนวรบจากกองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮูตีจากเยเมน และกองกำลังติดอาวุธกลุ่มเฮซบอลเลาะห์จากเลบานอน แต่งานนี้คู่ต่อสู้ก็ย่อยยับ เหล่าแกนนำระดับสูงของกลุ่มฮามาสทั้งอิสมาอิล ฮานิเยห์ และยะห์ยา ซินวาร์ รวมถึงผู้นำกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ถูกเด็ดชีพเกลี้ยงแผง อย่างเช่นไซยิด ฮาสซาน นาสรัลเลาะห์ ขณะที่กลุ่มกบฏซีเรียสามารถรุกเข้ามายังกรุงดามัสกัสได้สำเร็จ ส่งผลให้ “บาชาร์ อัล-อัสซาด” ต้องลี้ภัยไปรัสเซีย เป็นอันว่าระบอบอัสซาดถึงคราวล่มสลาย ปิดจบสงครามกลางเมืองรอบนี้ที่กินเวลากว่า 12 ปี

สงครามการค้าและเศรษฐกิจเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิที่ต้องจับตา เพราะไบเดนประกาศขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนหลายกลุ่มที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เช่น ผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์และรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนสหภาพยุโรปประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนสูงสุดถึง 45.3% ด้านรัฐบาลจีนโต้ว่าทำผิดกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก (WTO) ขัดหลักการค้าเสรี และปีนี้สหรัฐฯ ยังลงดาบรัสเซียอย่างแรง ดีดก๊าซโปรมแบงก์ ธนาคารใหญ่อันดับ 3 ของรัสเซียกระเด็นออกจากระบบสวิฟต์ กลายเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งสุดท้ายของรัสเซียที่ถูกตัดขาดจากระบบการเงินโลกอย่างสิ้นเชิง

วงการเทคโนโลยีทั่วโลกยังปั่นป่วน ระบบปฏิบัติ การวินโดว์ล่มไปเสียดื้อๆ เหตุเพราะซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัทคราวด์สไตรก์ที่พ่วงมากับวินโดว์เกิดขัดข้อง จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง คาดว่าสร้างความเสียหายแก่บริษัทในสหรัฐฯ มากถึง 500 แห่ง มูลค่ากว่า 184,680 ล้านบาท

ด้านเทคโนโลยีอวกาศ อย่างภารกิจเยือนดวงจันทร์ได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง จีนส่งยานอวกาศฉางเอ๋อ 6 (Chang’e 6) ไปปฏิบัติการที่ด้านไกลของดวงจันทร์ และนำตัวอย่างหินกลับมาศึกษาต่อบนโลกได้ ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติที่ 5 สามารถส่งยานอวกาศสลิม (SLIM) ไปนอกโลก และลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ส่วนรัสเซียยังได้จีนและอินเดียจับมือกันวางแผนเตรียมตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บนดวงจันทร์อีกด้วย แต่การผจญภัยนอกโลกก็ยังประสบปัญหา ดังเช่นยานอวกาศสตาร์ไลเนอร์ (Star Liner) ของบริษัทโบอิ้ง ที่ต้องเลื่อนการส่งยานกลับสู่โลกไปจากกำหนดการเดิมในเดือน มิ.ย. เพราะพบปัญหาทางเทคนิค รวมถึงยังทำให้ 2 นักบินอวกาศต้องฉลองปีใหม่บนสถานีอวกาศนานาชาติ รอพึ่งยานอวกาศของสเปซเอ็กซ์พานักบินอวกาศกลับบ้านปีหน้า

ภัยพิบัติทางธรรมชาติก็โหดร้ายไม่ต่างกัน ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นยางิ ที่ฟาดไปทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม จีนและไทยก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย ขณะที่สหรัฐฯ ต้องเจอกับเฮอริเคนเฮลีนถล่มจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 230 ศพ ส่วนสเปนอ่วมจากน้ำท่วมฉับพลัน เซ่นพิษน้ำไปอย่างน้อย 217 ศพ ญี่ปุ่นยังเผชิญกับแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.6 คร่าชีวิตคนบนคาบสมุทรโนโตะ จังหวัดอิชิคาวะไปอย่างน้อย 281 ศพ ตามด้วยแผ่นดินไหวใหญ่ในรอบ 25 ปีของไต้หวันขนาด 7.2 ที่เมืองฮัวเหลียน

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ประมุขแห่งสหราชอาณาจักร เสด็จพระราชกรณียกิจเดินสายต่างแดนเป็นครั้งแรกนับแต่ขึ้นครองราชย์ หลังสำนักพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมเผยว่า พระองค์ประชวรด้วยโรคมะเร็งชนิดหนึ่ง ซึ่งตรวจพบระหว่างรับการรักษาอาการต่อมลูกหมากโต ขณะนี้ทรงมีพระอาการดีขึ้น ด้าน เจ้าหญิงแคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา ในเจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทแห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงรับการรักษาเคมีบำบัดสำหรับโรคมะเร็ง และข่าวดีคือทรงหายประชวรจากโรคมะเร็งแล้ว ส่วนเดนมาร์ก สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงประกาศสละราชสมบัติ เป็นราชวงศ์เดนมาร์กพระองค์แรกในรอบเกือบ 900 ปีที่ตัดสินใจลงจากบัลลังก์ที่ครองกว่า 52 ปี

เมื่อมีพบก็ต้องมีจาก อากิระ โทริยามะ ผู้จดปลายปากการังสรรค์ผลงานระดับเทพอย่างดราก้อนบอล และ ดร.สลัมป์กับหนูน้อยอาราเล่ ลาโลกด้วยวัย 68 ปี แม็กกี้ สมิธ นักแสดงเจ้าบทบาทผู้รับบทศาสตราจารย์มักกอนนากัลจากเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ ลาลับด้วยวัย 89 ปี แฟนทั่วโลกยังสะเทือนใจ เลียม เพย์น ศิลปินและสมาชิกวงวัน ไดเร็กชัน (One Direction) พลัดตกตึกที่อาร์เจนตินา เสียชีวิตในวัย 31 ปี และ ควินซี โจนส์ โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงมือฉมังลาโลกด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนในวัย 91 ปี

ขอแสดงความยินดีกับ ประเทศไทยและอีก 8 ประเทศ ได้แก่ เบลารุส โบลิเวีย อินโดนีเซีย คาซัคสถาน คิวบา มาเลเซีย อูกันดาและอุซเบกิสถาน ที่ได้รับสถานะเป็น หุ้นส่วนกลุ่มบริกส์ (BRICS) ในวันแรกของปี 2568

ในปีมะเส็ง โลกจะหมุนไปอย่างร่มเย็นหรือเดือดเกินยั้ง โปรดติดตาม!


ทีมข่าวต่างประเทศ