‘นีโน่ เมทนี’ฉลองวันเกิด 58 ปีสุดแฮปปี้! ลั่น ‘หลังจากปีนี้จะไม่จำแล้วว่าอายุเท่าไหร่’

https://www.naewna.com/entertain/845241

'นีโน่ เมทนี'ฉลองวันเกิด 58 ปีสุดแฮปปี้! ลั่น 'หลังจากปีนี้จะไม่จำแล้วว่าอายุเท่าไหร่'

‘นีโน่ เมทนี’ฉลองวันเกิด 58 ปีสุดแฮปปี้! ลั่น ‘หลังจากปีนี้จะไม่จำแล้วว่าอายุเท่าไหร่’

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.43 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันเกิดของพิธีกรและนักแสดงชื่อดัง นีโน่ เมทนี บุรณศิริ” ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์คลิปบรรยากาศวันเกิดสุดชิลผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @ninomaethanee พร้อมแคปชั่นที่เรียกรอยยิ้มจากแฟนๆ ว่า หลังจากปีนี้จะไม่จำแล้วว่าอายุเท่าไหร่?”

แม้ปีนี้ “นีโน่” จะอายุครบ 58 ปี แต่รูปร่างหน้าตายังคงดูเด็กเหมือนกับคนอายุ 40 ต้นๆ สมกับตำแหน่งตัวพ่อแห่งวงการบันเทิงที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณที่สดใส หรือบุคลิกที่เต็มไปด้วยพลังบวก จนแฟนคลับและเพื่อนๆในวงการบันเทิงอดไม่ได้ที่จะเข้ามาคอมเมนต์อวยพรวันเกิดและชื่นชมในความหล่ออมตะที่เหมือนกาลเวลาไม่เคยทำอะไรได้

“นีโน่” ถือเป็นหนึ่งในคนบันเทิงที่แฟนๆ ติดตามผลงานอยู่เสมอ ด้วยความสามารถรอบด้าน ทั้งงานแสดง พิธีกร และบทบาทพรีเซ็นเตอร์ แม้ในปัจจุบันเขาจะรับบทเป็น คุณพ่อ ในละครหลายเรื่อง แต่ก็ยังคงความหล่อสมาร์ทจนแฟนๆ ยังคงเรียกพี่ได้อย่างเต็มปาก

แฟนคลับที่เห็นโพสต์นี้ต่างแสดงความคิดเห็นชื่นชมว่า พี่นีโน่คือไอดอลในเรื่องการดูแลตัวเอง พร้อมส่งคำอวยพรให้เจ้าตัวมีความสุขในทุกช่วงวัยสุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะ พี่นีโน่! 

มีคลิปhttps://www.instagram.com/p/DC81ULBPHW4/

‘โจ ธีระ’ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 เป็นตัวแทนส่งมอบเงิน’ช่อง 8 ปันน้ำใจ’

https://www.naewna.com/entertain/845240

'โจ ธีระ'ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 เป็นตัวแทนส่งมอบเงิน'ช่อง 8 ปันน้ำใจ'

‘โจ ธีระ’ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 เป็นตัวแทนส่งมอบเงิน’ช่อง 8 ปันน้ำใจ’

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.42 น.

โค้งสุดท้ายในการส่งมอบเงินบริจาคจากประชาชนชาวไทย สำหรับโครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและฟื้นฟูสถานที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ พร้อมส่งเสริมสุขภาพและอนามัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องที่จังหวัดเชียงราย โดยคุณโจ-ธีระ ธัญญอนันต์ผล บรรณาธิการบริหารสายงานข่าวและผู้ประกาศข่าวช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เป็นตัวแทนนำเงินบริจาคของพี่น้องประชาชน ส่งมอบจำนวนเงิน 10,800,000 บาท เพื่อสร้างสะพานแขวนสร้างอาคารเรียน ปรับปรุงอาคารพื้นที่เพื่อการศึกษา และส่งเสริมซื้อรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ในโครงการออกหน่วยให้บริการทางทันตกรรมเชิงรุก รวมถึงจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 12 แห่งในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567ที่ผ่านมา

โครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” ร่วมสมทบทุนบริจาคโดยประชาชนชาวไทย เป็นตัวแทนประชาชนในการบริจาคเงินจำนวน 10,800,000 บาท  ดังนี้

1.สร้างสะพานแขวน “ฮาแหล่จะ” จำนวนเงิน 6,000,000 บาท โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รับมอบ

2.โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง จำนวนเงิน 1,500,000 บาท เพื่อซื้อรถทันตกรรมออกหน่วยเคลื่อนที่ โครงการออกหน่วยให้บริการทางทันตกรรมเชิงรุก โดยมี นายแพทย์ชัยเนตร เขื่อนเพชร   ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง, ทันตแพทย์ปฤษฎางค์ ศักดิ์สิทธิ์   หัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรม รับมอบ

3.โรงพยาบาลแม่สาย 1,000,000 บาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมี นายศิริศักดิ์ นันทะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สาย รับมอบ

4.หมู่บ้านห้วยหยวกป่าโซ จำนวนเงิน 600,000บาท เพื่อสร้างอาคารเรียน โดยมี นายอาหลุ่ง เยอเสาะ ประธานกลุ่มการศึกษาคริสตจักรบ้านห้วยหยวก รับมอบ

5.โรงเรียนบ้านสันหลวง จำนวนเงิน 300,000บาท เพื่อเปลี่ยนฝ้าเพดานและหลังคาห้องประชุม โดยมี คุณศศิธร บุญตัน และ คุณอาทิตยา จันมะโน คุณครูโรงเรียนบ้านสันหลวง รับมอบ

6.โรงเรียนบ้านปางห้า จำนวนเงิน 200,000 บาท เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมเทพื้นและทำหลังคาสนามเด็กเล่น โดยมี นายสวิ๊ก เสือไว ผู้อำนวยการ รับมอบ

7.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 12แห่ง จำนวนเงิน ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ทั้งหมด 1,200,000 บาท โดยมี นางทรงศรี คมขำ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย รับมอบ ได้แก่ รพ.สต.เกาะช้าง / บ้านป่าตึง / บ้านป่ายางมน / บ้านโป่ง / บ้านพนาสวรรค์ / บ้านแม่ปูนล่าง / ป่างิ้ว / โป่งผา / แม่ยาว / แม่สาย / บ้านแม่แอบ / ตับเต่า

ประชาชนทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตความคืบหน้าการก่อสร้างสถานที่ต่างๆ ของโครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” ได้ทุกช่องทางของช่อง 8 บนหน้าจอทีวีกดเลข 27 : ช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มช่อง 8 และ ข่าวช่อง8   #ช่อง8ปันน้ำใจ #ช่อง8

‘ทรอส’เปิดตัวพระเอกหนุ่มอารมณ์ดี’มาริโอ้ เมาเร่อ’พรีเซนเตอร์คนล่าสุด

https://www.naewna.com/entertain/845232

'ทรอส'เปิดตัวพระเอกหนุ่มอารมณ์ดี'มาริโอ้ เมาเร่อ'พรีเซนเตอร์คนล่าสุด

‘ทรอส’เปิดตัวพระเอกหนุ่มอารมณ์ดี’มาริโอ้ เมาเร่อ’พรีเซนเตอร์คนล่าสุด

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.02 น.

ยกระดับความโปรให้หนุ่ม ๆ มั่นใจขึ้นไปอีกขั้น ทรอส (TROS) ผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเองและช่วยเสริมสร้างความมั่นใจสำหรับผู้ชายหนึ่งในแบรนด์สินค้าคุณภาพภายใต้บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) บริษัทสินค้าอุปโภคสัญชาติไทย คุณภาพระดับสากล เปิดตัวพรีเซนเตอร์กลุ่มผลิตภัณฑ์อาบน้ำ และ โรลออนคนล่าสุด “มาริโอ้ เมาเร่อ” นักแสดงหนุ่มหล่อ อารมณ์ดี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนค้นหาในทุกบทบาท พร้อมแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้ Sub-Brandsทรอส โปร (TROS PRO)ที่พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มไทยในงาน TROS PRO the Grooming of Mastery ชวนหนุ่มๆ ใช้ชีวิต“ให้โปรมากขึ้น” และดีขึ้นยิ่งกว่าผ่าน “ป๊อป-อัพ สโตร์”เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ และจะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้

 ศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)เผยว่า “ทรอสในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจผู้ชายไทยได้เป็นอย่างดี และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเสมอมาจึงไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเองและสร้างเสน่ห์ความมั่นใจสำหรับผู้ชาย โดยเมื่อปี 2565 ทรอส ได้มีการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี ที่ไม่เพียงเป็นการปรับภาพลักษณ์ ยกระดับแบรนด์ให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แต่ยังมีการนำเทคโนโลยีเอไอ เข้ามามีส่วนในการพัฒนาสินค้าด้วย เป็นมิติใหม่ของการคัดสรรกลิ่น ความหอมจากอนาคตมาปลุกความมั่นใจให้ผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ทรอสพร้อมลุยทุกสถานการณ์ รวมถึงการแสดงศักยภาพของแบรนด์ไทยที่มีความโดดเด่นไม่แพ้แบรนด์จากชาติใดในโลก และมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดให้ใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

“สำหรับปีที่ผ่านมาทรอสประสบความสำเร็จจากกลุ่มสินค้าคอลเล็คชั่น แบล็ค โค้ด (Black Code) ที่ได้เสียงตอบรับที่ดีจากหนุ่มๆที่ชื่นชอบทั้งในส่วนของประสิทธิภาพและความหอมระดับพรีเมียม ส่วนในปีนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์อีกครั้งด้วยการดึง‘มาริโอ้’มาเป็นพรีเซนเตอร์ในกลุ่มสินค้าอาบน้ำและโรลออน ด้วยบุคลิกที่มีความโปรหลากหลายด้านจึงถือเป็นตัวแทนของผู้ชายปัจจุบันที่มีความหลากหลายในไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่เรื่องงาน การใช้ชีวิตประจำวัน กิจกรรมในหลายๆด้าน ใช้ชีวิตสุดในทุกทาง แต่ต้องเลือกสิ่งที่ชอบและดีที่สุดให้กับตัวเองเสมอ

“รวมไปถึงการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้ ทรอส โปร (TROS PRO) เพื่อต่อยอดความสำเร็จนำเสนอความพรีเมียมผ่านการวิจัย คิดค้นและพัฒนาสูตรคัดสรรวัตถุดิบจากความต้องการของผู้บริโภคในหลายๆด้าน ผ่านการทดสอบและวัดประสิทธิภาพโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพทุกๆ กระบวนการจนถึงมือผู้บริโภค จากทรอสที่วางเป้าหมายเป็นจุดเริ่มต้นของหนุ่มๆ ที่เริ่มสนใจและอยากดูแลตัวเองสู่ ทรอส โปร ที่มาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และพิถีพิถันให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง รวมทั้งมองหาผลิตภัณฑ์ที่นอกจากมีประสิทธิภาพที่ดีแล้วยังสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง

“ทรอส โปร เน้นคัดเลือกส่วนผสมที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดช่วยแก้ไขปัญหาได้จริงตัวช่วยบำรุงดูแลผิวและผมของผู้ชายโดยเฉพาะ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้ดีกว่าเดิมนอกจากนี้แบรนด์ยังมีแผนที่จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้ทรอสโปร เพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย” ศิริสุภากล่าวเสริม

 ด้านนักแสดงหนุ่มหล่อ มาริโอ้ เมาเร่อพรีเซนเตอร์คนล่าสุด เผยว่า “ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับนีโอ คอร์ปอเรทอีกครั้ง หลังจากที่เคยถ่ายโฆษณาครั้งแรกเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งในตอนนั้นก็ยังไม่เคยมีใครรู้จักมาริโอ้ด้วยซ้ำ ครั้งนี้จึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ของทรอส ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ชื่นชอบ เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองที่เป็นผู้ชายสายลุย มีกิจกรรมตลอด เช่น ขับรถยนต์ หรือขี่มอเตอร์ไซด์ท่องเที่ยวไกล ๆ อย่างล่าสุดเพิ่งไปออกทริปที่ธิเบตกับกลุ่มเพื่อน ก็ทำให้ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ สนุกมาก เหมือนได้ชาร์จแบตให้ตัวเอง ซึ่งเวลาออกทริปแต่ละครั้งก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นจากเหงื่อและความอับชื้น ทำให้ไม่มั่นใจเวลาอยู่ใกล้คนอื่น ๆ แต่พอเจอตัวช่วยที่ดีอย่างทรอส โปร ดีโอ โรลออน ที่ช่วยยับยั้งกลิ่นกายได้ยาวนานถึง 72 ชม. และเพิ่มการปกป้องถึง 3 ชั้น ทั้งZirconium ช่วยลดเหงื่อ Natural Antibacลดการสะสมของแบคทีเรีย และมี Odor Block ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระงับกลิ่นกายที่สำคัญคือไม่ทิ้งคราบบนเสื้อผ้าด้วย ทำให้ทุกวันนี้หมดปัญหากวนใจเรื่องกลิ่นกาย และประทับใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทรอส โปร ที่พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่าได้ผลจริง และนอกจากผลิตภัณฑ์ที่ดูแลใต้วงแขนแล้ว ยังมีทรอส โปร ดีโอ ชาวเวอร์ ซิงค์ ซึ่งถูกใจตรงมี Zinc Active ช่วยลดความมันส่วนเกิน สามารถชำระล้างแบคทีเรียได้ถึง 99.99% แถมยังทำให้ผิวนุ่มและช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเพราะแม้จะเป็นผู้ชายที่มีไลฟ์สไตล์ลุย ๆ แต่ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดูดีด้วยเช่นกัน”

มอบประสบการณ์ใหม่ให้หนุ่ม ๆ หล่อมั่นใจขึ้นอีกขั้น ด้วย ทรอส โปร โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ดังนี้ 

  ทรอส โปร ดีโอ โรลออน (TROS PRO Deo Roll On) ไอเทมสุดพรีเมียมที่เติมเสน่ห์ และมอบความมั่นใจให้หนุ่ม ๆ พร้อมลุยทุกสถานการณ์ด้วยคุณสมบัติที่มากขึ้นและการปกป้องที่ดียิ่งกว่าช่วยเพิ่มความมั่นใจ และแก้ปัญหากวนใจของหนุ่ม ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหงื่อ หรือกลิ่นกายไม่พึงประสงค์ระหว่างวัน ด้วยการปกป้องถึง 3 ชั้นปกป้องชั้นแรก ด้วยสารระงับเหงื่อ Zirconium ที่เข้าไปบล็อกรูขุมขน ลดเหงื่อได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมปกป้องชั้นที่สองด้วย Natural Antibacลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นกาย และปกป้องชั้นที่สามด้วย Odor Block เทคโนโลยีระงับกลิ่นกาย มีคุณสมบัติสลายกลิ่นไม่พึงประสงค์ กับ 2 กลิ่นหอม ได้แก่ ออล เดย์ โพรเทค(All Day Protect)ให้กลิ่นหอมสดชื่นแบบพรีเมียม มาพร้อมเทคโนโลยีความเย็น Cooling Effect มอบความเย็นติดผิว และ ไวลด์ คอนโทรล(WildControl) มอบกลิ่นหอมสุขุมสุดพรีเมียม ช่วยลดกลิ่นกายได้อย่างตรงจุด

ทรอสโปรดีโอชาวเวอร์ซิงค์ซีรีส์ (TROS PRO Deo Shower Zinc Series) ครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของ Zinc Active ช่วยลดความมันส่วนเกินซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว และสามารถชำระล้างแบคทีเรียได้ถึง 99.99% พร้อมระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยเทคโนโลยี Anti-Odor มาพร้อมกับสารทำความสะอาดที่มอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และคัดสรรน้ำหอมโดย AI Creation มี 2 สูตรด้วยกัน ได้แก่ ซิงค์ ฟูเอล (Zinc Fuel) หอมแนวสุขุม ล้ำลึกและ ซิงค์ คูเป้ (Zinc Coupe) หอมสะอาด แนวกลิ่นสดชื่น

 นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม (Hair Styling)ภายใต้ Barber Series ที่ถูกพัฒนาร่วมกับช่างผมมืออาชีพ ซึ่งมี 3 ผลิตภัณฑ์ด้วยกันคือ ทรอสโปร เฟล็กซิเบิ้ล เจล เมกา โฮล (TROS PRO Flexible Gel Mega Hold)พลังจัดทรงเลเวล 9 และมี 2X Polymer Complex ช่วยล็อกทรงผมให้คงเดิมยาวนานตลอดวัน รวมทั้งมีความยืดหยุ่นมากกว่าเจลทั่วไป

ทรอส โปร ซอฟท์ แว็กซ์ เนเชอรัล ลุค (TROS PRO Soft Wax Natural Look) Soft Wax เนื้อบางเบาพลังจัดทรงเลเวล 8 เกลี่ยง่าย มี 4 Peptides บำรุงผมให้แข็งแรงไม่เป็นขุยขาว ให้ทุกทรงของหนุ่ม ๆ เท่ทันสมัยในทุกๆวัน และทรอส โปร ลิฟท์ แอนด์ ล็อค แฮร์ สเปรย์ (TROS PRO Lift and Lock Hair Spray) แฮร์สเปรย์ช่วยยกโคนสร้างวอลลุ่ม ไม่ทำให้ผมลีบแบนเซ็ททรงง่าย ด้วยหัวสเปรย์กระจายตัวดีล็อคทรงยาวนาน 24 ชั่วโมงเสริม Keratin บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง

พิสูจน์ประสิทธิภาพในการเติมเสน่ห์ให้หนุ่ม ๆ พร้อมการปกป้องที่มั่นใจยิ่งกว่าได้ที่ทรอส โปรป๊อป-อัพ สโตร์ ชั้น G ศูนย์การค้า สามย่านมิตรทาวน์(บริเวณหน้าร้านมูจิ) ตั้งแต่วันนี้ – 1 ธันวาคมนี้ หรือสามารถช้อปได้ที่ Big C, Lotus’s, Tops, ร้านค้าทั่วประเทศใกล้บ้าน และร้านค้าออนไลน์ พร้อมติดตามเคล็ดลับความหอมเสริมความมั่นใจ  ได้ทางเฟซบุ๊ก  www.facebook.com/TROSThailand

#TheGroomingOfMastery #TROSPRO #ยิ่งโตยิ่งโปร #TROSThailand

‘จิมมี่ – ซี – ใบปอ’ร่วมเปิด HEYDUDE POP-UP STORE

https://www.naewna.com/lady/845487

'จิมมี่ -  ซี  - ใบปอ'ร่วมเปิด HEYDUDE POP-UP STORE

‘จิมมี่ – ซี – ใบปอ’ร่วมเปิด HEYDUDE POP-UP STORE

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.59 น.

HEYDUDE (เฮ้ดู๊ด)แบรนด์รองเท้าสไตล์แคชชวลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสหรัฐอเมริกา เปิดตัวHEYDUDE POP-UP STORE ครั้งแรกในไทย เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางครั้งแรกของแบรนด์สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยต้องการนำความสบายและมีสไตล์มาสู่คนไทย พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไม่ยึดติดในกรอบเดิม ๆสอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้ชีวิตแบบ ‘แอคทีฟไลฟ์สไตล์’ (Active Lifestyle) โดยในงานพบกับเหล่าคนดัง อาทิ จิมมี่ –จิตรพล โพธิวิหคซี –ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ และ ใบปอ–ธิติยา จิระพรศิลป์ คนรุ่นใหม่สายแฟชั่นที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับการเปิดตัวป๊อปอัพสโตร์นี้ ณ ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 11 ธันวาคม 2567

HEYDUDE ชื่อที่เปรียบเหมือนการทักทายแบบชิลๆ สามารถสะท้อนมุมมองและความตั้งใจของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี HEYDUDE เชื่อว่า “DUDE” ไม่ได้หมายถึงบุคคลใดคนหนึ่ง แต่เป็นวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสบายและความสุข โดยแบรนด์มุ่งมั่นที่จะสร้างช่วงเวลาที่ทำให้ลูกค้าพูดว่า “DUUUDE!” เพื่อสื่อถึงความสุขและความพึงพอใจอย่างแท้จริง แบรนด์รองเท้า HEYDUDE มีชื่อเสียงในด้านรองเท้าที่เบาสบายและดีไซน์โดดเด่น ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นแบรนด์รองเท้าแบบลำลองชั้นนำของโลก

รองเท้าของ HEYDUDE ออกแบบมาเพื่อมอบความสุขในทุกย่างก้าว เพื่อให้ผู้ที่สวมใส่สัมผัสถึงความนุ่มสบาย โดยได้นำเสนอรองเท้ารุ่นไอคอนิกของแบรนด์อย่างรุ่น  Wendy ที่มีคุณสมบัติเพิ่มความนุ่มสบายบริเวณส้นและข้อเท้า(Padded Collar and Heel Counter) และรุ่น Wally ที่มีคุณสมบัติช่วยปกป้องข้อเท้าและเพิ่มความกระชับ (Comfort Cushioned Ankle
Collar)นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่นยังมีเทคโนโลยีรองรับน้ำหนักและช่วยลดแรงกระแทก (DudeFloat Midsole Tech)โฟมแผ่นรองเท้าที่สามารถถอดได้(DudeSole Removable Foam Insole) และ เชือกรัดข้อเท้าที่ยืดหยุ่น (Elastic Laces) มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบโก้มีสไตล์ พร้อมพาทุกคนออกเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ

สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการสัมผัสกับรองเท้าที่มีสไตล์พร้อมให้ความสบายระดับพรีเมียม สามารถสอบถามสินค้าได้ที่ Central Department Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 / Central Department Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2567 / Central Department Store  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลป่าตอง เริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2567 / Robinson Department Store ศูนย์การค้าจังซีลอน เริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 / ช่องทางออนไลน์ผ่าน Shopee และ Central Online เริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 นอกจากนี้ยังสามารถติดตามข่าวสารหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของ HEYDUDE ได้ที่ Facebook: HEYDUDEThailandและ Instagram: heydude_thailand

LIFE & HEALTH : ตรวจสุขภาพรับปีใหม่ ก้าวแรกสู่การดูแลสุขภาพ

https://www.naewna.com/lady/845328

LIFE & HEALTH : ตรวจสุขภาพรับปีใหม่ ก้าวแรกสู่การดูแลสุขภาพ

LIFE & HEALTH : ตรวจสุขภาพรับปีใหม่ ก้าวแรกสู่การดูแลสุขภาพ

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 07.25 น.

ในทุกๆ ช่วงปลายปี หลายคนมักใช้เวลาในการวางแผนเป้าหมายสำหรับปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ออกกำลังกาย หรือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ดีขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามคือการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะถือเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความมั่นใจในสุขภาพที่ดี

การตรวจสุขภาพประจำปี คือการตรวจคัดกรองเพื่อหาความเสี่ยงโรคต่างๆ ที่ช่วยให้รู้ทันสภาพร่างกายของตัวเอง ซึ่งถ้าตรวจพบความผิดปกติของร่างกายได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ก็จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงกว่าการตรวจพบในระยะร้ายแรง รวมถึงค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าในระยะลุกลาม ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ได้ผลตรวจที่แม่นยำยิ่งขึ้น

ข้อมูลจาก ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลเวชธานี แนะนำว่า การตรวจสุขภาพประจำปีสามารถตรวจได้ทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยผู้สูงอายุ ซึ่งนอกจากควรเลือกโปรแกรมตรวจที่เหมาะสมตามช่วงอายุแล้วยังต้องพิจารณาจากความเสี่ยงส่วนตัวร่วมด้วย เช่น อายุ เพศ พฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงประวัติครอบครัว

โดยสามารถแบ่งการตรวจสุขภาพประจำปีได้ ดังนี้  

l วัยเด็ก เป็นการตรวจร่างกายเพื่อดูการเจริญเติบโตและพัฒนาการเป็นหลัก ซึ่งจะประเมินโดยกุมารแพทย์ และยังรวมไปถึงการฉีดวัคซีนตามช่วงอายุ  เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ 

l วัยทำงานหรือวัยผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 18-50 ปี เป็นการตรวจสภาพร่างกายพื้นฐานโดยรวม ประกอบด้วย การวัดความดันโลหิต, การวัดชีพจร, การวัดอัตราการหายใจ, วัดส่วนสูง, ชั่งน้ำหนัก, การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด, ตรวจวัดระดับน้ำตาล ระดับไขมัน การทำงานของตับ ไต, ตรวจเอกซเรย์ทรวงอก, การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง, การตรวจปัสสาวะ เป็นต้น

l กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากการตรวจสุขภาพพื้นฐาน ได้แก่ การตรวจสมรรถภาพหัวใจจากการวิ่งสายพาน และการอัลตราซาวนด์หัวใจ มีความสำคัญมากและอาจต้องตรวจก่อนอายุ 50 ปี ในกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวและมีญาติเป็นโรคหัวใจ, การประเมินสมรรถภาพการทำงานของสมอง, การตรวจความหนาแน่นกระดูก เพื่อคัดกรองภาวะกระดูกพรุน และ การตรวจสภาพสายตา

l สำหรับเพศหญิงอายุ 30 ปีขึ้นไปหรือเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจเอกซเรย์เต้านมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม และสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ควรเข้ารับการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนล่าง เพื่อเป็นการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง

การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรละเลย เพื่อให้ได้ผลการตรวจสุขภาพที่ถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด โดยมีสิ่งที่ควรรู้ได้แก่

1.การอดอาหารก่อนการได้รับการ ตรวจสุขภาพ

ก่อนการได้รับการ ตรวจสุขภาพ ควรงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นดังนี้

l ผู้ที่ต้องการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ควรงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

l ผู้ที่ต้องการตรวจไขมันในเลือด อาทิ คอเลสเตอรอล,ไตรกลีเซอไรด์, HDL หรือ LDL ควรงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 12 ชั่วโมง

โดยเฉพาะการงดอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากอาจทำให้กระทบถึงผลการตรวจบางอย่างของแพทย์ได้ อย่างไรก็ตามหลังจากการเจาะเลือดแล้ว สามารถดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้ตามปกติ

2.การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ความดันโลหิตของเรามีค่าสูงกว่าปกติ ดังนั้น ควรนอนไม่น้อยกว่า 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะนอกจากร่างกายจะสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้เป็นอย่างดีแล้ว การนอนหลับอย่างเพียงพอยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นเมื่อตื่นขึ้นมาอีกด้วย

3.สุภาพสตรีไม่ควรอยู่ในช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน

สุภาพสตรีไม่ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพในช่วงระหว่างก่อนมีประจำเดือนและหลังมีประจำเดือน 7 วัน เนื่องจากอาจส่งผลต่อผลปัสสาวะได้ ดังนั้นหากกำลังมีประจำเดือนขณะการตรวจก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่พยาบาลทราบก่อน หรือหลีกเลี่ยงการตรวจสุขภาพในช่วงนั้น

4.สวมใส่เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการตรวจร่างกาย

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการตรวจสุขภาพข้อต่อมา คือ การสวมใส่เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการตรวจร่างกาย เนื่องจากอาจต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้า-ออกก่อนการได้รับเอกซเรย์ และที่สำคัญสุภาพสตรีควรหลีกเลี่ยงการใส่ชุดชั้นในที่เป็นโครงเหล็ก และงดใส่เครื่องประดับทุกประเภทที่เป็นโลหะ

5.หลีกเลี่ยงการรับประทานของหวานหรือการดื่มน้ำหวาน

ก่อนการเข้าตรวจสุขภาพควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหวานและรับประทานของหวานจัด เพราะอาจส่งผลให้มีปริมาณในน้ำตาลปนในปัสสาวะค่อนข้างสูงกว่าปกติ

6.งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชม.

งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลแก่การตรวจปัสสาวะ แต่ถ้าหากลืมงดก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่พยาบาลทราบก่อนการตรวจสุขภาพในครั้งนั้น

การตรวจสุขภาพไม่ใช่เพียงแค่การดูแลตัวเองในช่วงสั้นๆ เพราะสุขภาพที่ดีของคุณจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว มาเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความมั่นใจผ่านการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อให้ทุกเป้าหมายในปีใหม่ของคุณเป็นไปได้ด้วยพลังจากร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่สมบูรณ์

โรคมะเร็งในเด็กพบได้ในเด็กทุกวัยตั้งแต่แรกเกิดโดยเฉพาะโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิงเลขาธิการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับกองทุนโรคมะเร็งในเด็กไว้ในพระอุปถัมภ์ จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทรงมีพระเมตตาช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในโรงพยาบาลกว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือคือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายาค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆ ด้วย ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคช่วยผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ ได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

‘อาหารแพลนต์เบส’ เส้นทางสู่ความยั่งยืนและสุขภาพที่ดี

https://www.naewna.com/lady/845322

‘อาหารแพลนต์เบส’ เส้นทางสู่ความยั่งยืนและสุขภาพที่ดี

‘อาหารแพลนต์เบส’ เส้นทางสู่ความยั่งยืนและสุขภาพที่ดี

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 07.15 น.

วิกฤตสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบัน โดยเฉพาะอุทกภัย ส่งสัญญาณเตือนให้เราเร่งหาวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ การเปลี่ยนมาสู่ระบบอาหารจากพืช (Plant Based Food) เป็นหนึ่งในคำตอบของทางออกที่ยั่งยืน เพราะระบบอาหารจากพืชใช้น้ำน้อยกว่า ใช้ที่ดินน้อยกว่า และปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าระบบปศุสัตว์อย่างมาก อีกทั้ง ยังช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล องค์กรพิทักษ์สัตว์ระดับนานาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งกำหนดนโยบายเกี่ยวกับระบบอาหารที่ยั่งยืน ที่ส่งเสริมการผลิตและบริโภคอาหารจากพืช โดยสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรผู้ผลิตใช้แนวทางการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสภาพอากาศ และสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับประโยชน์ของอาหารจากพืช เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ

ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าวว่า“วิกฤตน้ำท่วมที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นไม่ใช่แค่ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาลึกซึ้งในระบบอาหารของเราด้วย การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกพืชอาหารสัตว์ได้ทำลายสมดุลของระบบนิเวศในประเทศไทยเราและกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ส่งผลให้ผู้คนเสี่ยงต่อสภาพอากาศความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติต่างๆ ที่รุนแรงมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างอนาคตที่มั่นคงและมีสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยทุกคน” ศนีกานต์ กล่าว

นอกจากการทำลายสิ่งแวดล้อมแล้ว ฟาร์มอุตสาหกรรมยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์โรคระบาดที่คุกคามสุขภาพของมนุษย์อย่างร้ายแรง โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เตือนว่าฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ที่แออัดเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคที่สามารถแพร่กระจายจากสัตว์สู่คนได้ง่าย เช่น ไข้หวัดนก ซึ่งเคยสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรงในอดีต นอกจากนี้ การใช้ยาปฏิชีวนะเกินขนาดในฟาร์มปศุสัตว์เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งกำลังกลายเป็นวิกฤตสุขภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เชื้อดื้อยากำลังเปลี่ยนโรคที่รักษาได้ให้กลายเป็นโรคที่เป็นภัยคุกคามต่อชีวิต และนี่คือผลลัพธ์จากการทำฟาร์มแบบไม่ยั่งยืนที่เน้นผลกำไรมากกว่าสุขภาพและความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์” ศนีกานต์กล่าวในที่สุด

ท้องเสียสลับท้องผูกเสี่ยง ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ อายุ 45 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองแม้ไม่มีอาการ

https://www.naewna.com/lady/845316

ท้องเสียสลับท้องผูกเสี่ยง ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ อายุ 45 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองแม้ไม่มีอาการ

ท้องเสียสลับท้องผูกเสี่ยง ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ อายุ 45 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองแม้ไม่มีอาการ

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 07.05 น.

ข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ พบว่าทุกวันนี้มีคนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่เฉลี่ย 15 คนต่อวัน หรือปีละกว่า 5,476 คน และมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นถึงปีละ 15,000 คน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงความอันตรายของ “มะเร็งลำไส้ใหญ่” โรคร้ายที่มักเจอตอนที่มีอาการหนักแล้ว เพราะบ่อยครั้งที่กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัว ก้อนเนื้อในลำไส้ก็ใหญ่มากจนทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นอุจจาระเป็นเลือด

แพทย์หญิงสาวินี จิริยะสิน แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่าโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ในลำไส้ ทำให้เกิดติ่งเนื้อเล็กๆ ที่โตขึ้นจนทำให้ลำไส้ตีบ ส่งผลให้ระบบขับถ่ายผิดปกติ โดยมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม เพราะหากคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อหรือแม่ มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ เราจะเสี่ยงเป็นเช่นเดียวกัน ปัจจัยที่สองคืออายุ แน่นอนว่าเมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้น ปัจจัยที่สามคืออาหารและไลฟ์สไตล์ เช่น ชอบกินอาหารแปรรูปบ่อยๆ ไม่กินอาหารที่มีกากใยไม่ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ซึ่งเสี่ยงทำให้ท้องผูก รวมถึงพฤติกรรมอย่างการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ปัจจัยสุดท้ายคือผู้ที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease-IBD) ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่เช่นกัน

มะเร็งลำไส้ใหญ่ทำให้ขับถ่ายผิดปกติ ดังนั้น อาการที่สังเกตได้ชัด ได้แก่ ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระลำเล็กลงหรือเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายกระสุน ถ่ายเป็นเลือดเนื่องจากก้อนมะเร็งเกิดแผลและมีเลือดออก นอกจากนี้ ยังมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด คล้ายกับอาการของมะเร็งอื่นๆ ร่วมด้วย สิ่งที่น่ากังวลคือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแรกจะไม่แสดงอาการเลย กว่าเราจะรู้ตัวก็มักจะมีอาการหนัก เพราะก้อนเนื้อในลำไส้โตมากแล้ว หัวใจสำคัญในการป้องกันคือควรมาตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะในผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป

ปัจจุบันมีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่หลายวิธี ได้แก่ การตรวจเม็ดเลือดแดงแฝงในอุจจาระ (Fecal Occult Blood Test- FOBT) การตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็งลำไส้ CEA (Carcinoembryonic Antigen) และการตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Colonography) แต่ทุกวิธีอาจมีความไวและความจำเพาะไม่มากพอที่จะตรวจหาติ่งเนื้อขนาดเล็กในลำไส้ใหญ่ หรือหากตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบติ่งเนื้อก็จำเป็นต้องส่องกล้องเพื่อตัดออกอยู่ดี ดังนั้นการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบันคือการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพราะตรวจเจอติ่งเนื้อขนาดเล็กได้ และถ้าเจอติ่งเนื้อก็สามารถตัดออกได้ทันที

“คนส่วนมากเวลาได้ยินถึงการส่องกล้องก็จะกังวลว่ามันจะเจ็บและอันตราย แต่จริงๆ แล้วการส่องกล้องลำไส้ใหญ่นั้นปลอดภัยมาก ใช้เวลาไม่นาน ความเสี่ยงต่ำ และแม่นยำที่สุด การเตรียมตัวก่อนการส่องกล้องก็ไม่ยุ่งยาก แค่งดอาหารที่มีไฟเบอร์จำพวกผักผลไม้ ธัญพืช ทานยาระบาย และดื่มน้ำมากๆ เพื่อล้างลำไส้ใหญ่ เวลาตรวจก็มีการให้ยาระงับความรู้สึกทำให้ไม่เจ็บ และไม่รู้สึกตัวขณะที่ส่องกล้อง หลังส่องกล้องอาจมีอาการแน่นท้องได้ เนื่องจากมีการเป่าลมเข้าไประหว่างส่องกล้อง ซึ่งอาการจะหายเองภายใน 24 ชั่วโมง การตรวจใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างการตรวจหากพบติ่งเนื้อระหว่างการตรวจ แพทย์สามารถตัดออกและนำไปวินิจฉัยต่อได้ทันที เครื่องมือทางการแพทย์ปัจจุบันมีความทันสมัย อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าการส่องกล้องไม่น่ากลัว ไม่เจ็บ และช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคอันตรายที่สังเกตได้ยาก เพราะกว่าจะมีอาการก้อนเนื้อมะเร็งก็โตมากแล้ว ส่วนคนที่อยากลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับไลฟ์สไตล์ เริ่มจากทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น งดอาหารแปรรูปซึ่งอาจมีสารก่อมะเร็ง หันมาออกกำลังกายและทำกิจกรรมที่เพิ่มการเคลื่อนไหวของร่างกาย รวมถึงหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ที่สำคัญต้องมาตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ

ส่วนใครที่อายุ 45 ปีขึ้นไป ก็ควรมาตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่แม้จะยังไม่มีอาการ หากปกติแนะนำตรวจคัดกรองทุก 10 ปี สำหรับคนที่มีญาติสายตรงลำดับหนึ่ง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นโรคนี้ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น โดยแนะนำมาส่องกล้องตั้งแต่อายุ 40 ปี หรือ 10 ปีก่อนหน้าที่ญาติอายุน้อยที่สุดได้รับการวินิจฉัย เช่น ถ้าพ่อเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ อายุ 45 ปี ลูกควรส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ตอนอายุ 35 ปี อยากย้ำว่าส่องกล้องไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และการพบเจอโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะได้รักษาทันก่อนจะสายเกินแก้” พญ.สาวินี จิริยะสิน กล่าวทิ้งท้าย

แพทย์หญิงสาวินี จิริยะสิน

แพทย์หญิงสาวินี จิริยะสิน

ทีทีบี แนะ 5 เคล็ดลับสำหรับมนุษย์เงินเดือน จบภาระบ้านไว ทำได้จริง

https://www.naewna.com/lady/845307

ทีทีบี แนะ 5 เคล็ดลับสำหรับมนุษย์เงินเดือน จบภาระบ้านไว ทำได้จริง

ทีทีบี แนะ 5 เคล็ดลับสำหรับมนุษย์เงินเดือน จบภาระบ้านไว ทำได้จริง

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การมีบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง อาจเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คน ด้วยหลากหลายเหตุผล เช่น เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ขยับขยายที่อยู่เพื่อเริ่มสร้างครอบครัว หรือมีความคุ้มค่าในระยะยาว แทนการเช่าอยู่อาศัย

ดังนั้น ใกล้ปีใหม่แล้ว ทีทีบี ในฐานะธนาคารผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านจึงขอแนะนำ 5 เคล็ดลับ สำหรับมนุษย์เงินเดือน ในการช่วยบริหารจัดการเงิน ให้ปิดจบภาระหนี้บ้านได้ไวกว่าที่วางแผนไว้ และสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ตามฝันได้ไม่ยาก ดังนี้

1.การปัดเศษค่างวดให้เป็นเลขกลมๆ เท่าที่ผ่อนไหว แต่ต้องไม่เพิ่มจนตึงเกินไป เน้นทำได้อย่างสม่ำเสมอทุกเดือนในระยะยาว เช่น ปกติจ่ายค่างวดบ้านเดือนละ 13,500 บาท ปัดให้เป็น 15,000 บาท นั่นหมายความว่าจ่ายเพิ่มอีกเดือนละ 1,500 บาท ซึ่งเงินส่วนเกินนี้อาจจะดูไม่มากนัก แต่ในระยะยาวหากทำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน ก็จะช่วยลดเงินต้นได้โดยไม่ต้องรอเงินก้อน

2.โปะเงินก้อน สำหรับพนักงานเงินเดือนที่มีรายจ่ายต่อเดือนค่อนข้างมาก ไม่อาจทำตามเทคนิคแรกได้อย่างสม่ำเสมอทุกเดือน อาจเลือกวิธีช่วยลดเงินต้นด้วยการโปะเงินก้อน เช่น เงินโบนัสปลายปี เมื่อได้มาแล้วให้ทำการแบ่งบางส่วนไปโปะหนี้บ้าน ก็จะทำให้เงินต้นลดลง ช่วยประหยัดค่าดอกเบี้ยไปได้อีก ซึ่งการโปะเงินก้อนนั้นยิ่งทำในปีแรก ๆ ที่ผ่อนบ้านจะยิ่งดี เพราะเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ ทำให้สามารถลดเงินต้นได้มากขึ้น

3.รีไฟแนนซ์บ้าน เทคนิคยอดฮิตที่ช่วยลดดอกเบี้ยได้จริง โดยปกติแล้วจะสามารถรีไฟแนนซ์บ้านได้ทุก 3 ปี ซึ่งเป็นการขอยื่นกู้สินเชื่อบ้านเพื่อย้ายจากธนาคารเจ้าหนี้เดิมไปอยู่กับธนาคารใหม่ เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง แต่การย้ายธนาคารนั้นจะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามมาด้วย ดังนั้น ก่อนทำการรีไฟแนนซ์บ้านจึงต้องคำนวณก่อนว่า เมื่อหักลบกับค่าดำเนินการทั้งหมดแล้ว เราจ่ายน้อยลงกว่าเดิมจริงหรือไม่

4.การรีเทนชั่น อีกเทคนิคหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากย้ายรีไฟแนนซ์ไปต่างธนาคาร ก็สามารถยื่นเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารเดิมที่เรากำลังผ่อนบ้านอยู่ได้เช่นกัน เพื่อให้ธนาคารพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยใหม่ให้ต่ำลง โดยไม่ต้องเสียเวลาทำเรื่องยื่นเอกสารใหม่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารีเทนชั่น ดูเหมือนจะเป็นวิธีการที่สบายกว่า แต่ส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจะลดลงไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับการรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ แต่ก็ถือว่าต่ำกว่าปีที่ 4 ที่ปรับขึ้นมาเป็นดอกเบี้ยลอยตัว

5.เงินต้นลด อย่าลดค่างวด หลังจากรีไฟแนนซ์บ้าน/รีเทนชั่นแล้ว ค่างวดต่อเดือนจะลดลงเนื่องจากได้อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำลง แต่หากต้องการปิดหนี้บ้านให้ไวขึ้น ควรจ่ายค่างวดเท่าเดิม เพื่อนำส่วนต่างของค่างวดไปลดเงินต้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ผ่อนบ้านหมดได้ไวยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องโปะเงินก้อน

สำหรับ 5 เทคนิคข้างต้นนี้เปรียบเสมือนคู่มือสำคัญที่ช่วยนำทางให้ปลดล็อกภาระหนี้บ้านสู่อิสรภาพทางการเงินและเป็นเจ้าของบ้านได้ไวขึ้น โดยเฉพาะการรีไฟแนนซ์บ้านทุก 3 ปี ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะสกัดดอกเบี้ยบ้านไม่ให้เพิ่มพูน ซึ่งมนุษย์เงินเดือนที่ยังอยู่ในวังวนหนี้บ้านสามารถนำเทคนิคต่างๆ ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับแนวทางการบริหารจัดการการเงินและความพร้อมส่วนบุคคลของแต่ละคน จะช่วยให้ปิดหนี้บ้านได้ไวกว่าเดิมอย่างแน่นอน

‘JASPAL Edit x NANIST’ ถ่ายทอดสู่คอลเลคชั่น VERSE | CITY

https://www.naewna.com/lady/845330

‘JASPAL Edit x NANIST’ ถ่ายทอดสู่คอลเลคชั่น VERSE | CITY

‘JASPAL Edit x NANIST’ ถ่ายทอดสู่คอลเลคชั่น VERSE | CITY

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ ผจก.ทั่วไป บมจ.ยัสปาล หรือ ยัสปาล กรุ๊ป

JASPAL (ยัสปาล) ส่งท้ายปีกับผลงานซีรี่ส์คอลลาบอเรชั่น JASPAL Edit แคมเปญการทำงานร่วมกับบุคคลในวงการแฟชั่นไทยที่ในครั้งนี้ได้คว้าตัวแนนนิสต์-หทัยรัตน์ เพิ่มพูนธนาลาภ ที่ครีเอทีฟและสไตลิสต์ชื่อดังของไทยมีผลงานการครีเอทลุคให้กับศิลปินระดับโลกมาร่วมรังสรรค์ผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การทำงานใน 3 เมืองใหญ่ คือ นิวยอร์ก ปารีส และกรุงเทพฯ ผสานเข้ากับตัวตนของเธอ ออกมาเป็นสตรีทไอเทมที่แฝงไปด้วยความชิคและโมเดิร์นกับคอลเลคชั่น “VERSE | CITY”

สำหรับคอลเลคชั่น “VERSE | CITY” เป็นความตั้งใจที่นำเอา 3 คีย์เวิร์ดสำคัญมาเป็นหลักในการออกแบบผลงาน ได้แก่ Reverse แฟชั่นไอเทมมามิกซ์แอนด์แมทช์พร้อม Re-Styling ได้อย่างหลากหลาย Versatile เสื้อผ้าที่สวมใส่ได้หลายรูปแบบ ในหลากหลายโอกาส ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และ Diverse คอลเลคชั่นที่สวมใส่ได้แบบไม่จำกัดเพศ นอกจากนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานของแนนนิสต์ใน 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ นิวยอร์ก-เมืองแห่งการเริ่มต้นในเส้นทางการทำงานสไตลิสต์ ปารีส-เมืองแห่งแฟชั่นที่แนนนิสต์ทำงานอยู่ในปัจจุบัน และสุดท้าย กรุงเทพฯ-ต้นกำเนิด การเติบโต และที่อยู่จากกลิ่นอายของ 3 เมืองมาผสานเข้ากับการออกแบบจนออกมาเป็นแฟชั่นไอเทม12 ชิ้นที่สะท้อนตัวตนและอัตลักษณ์ของเธอได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งยังเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ซึ่งได้ถูกกลั่นออกมาจากการสไตล์อันชัดเจนจากประสบการณ์การสไตล์ลิ่งเสื้อผ้าให้สะท้อนตัวตนที่ดีที่สุดของผู้สวมใส่ โดยในคอลเลคชั่นนี้มีหลายชิ้นที่สามารถนำมาปรับให้เข้ากับสรีระผ่านดีเทลฮาร์ดแวร์ต่างๆ อาทิ ตะขอ กระดุม เข็มขัด หรือ หัวเข็มขัด เป็นต้น

คีย์ลุคที่ห้ามพลาด! ในคอลเลคชั่นนี้คือ ไอเทมเฉดสีขาวดำ ที่บ่งบอกสไตล์ความเป็นนิวยอร์กเกอร์ หรือยีนส์ที่จะสามารถแมทช์กับเสื้อปาดไหล่สีเบอร์กันดี้และสามารถปรับหัวเข็มขัดให้พอดีกับรูปร่าง ลุคนี้ถือเป็นลุคที่เป็นเอกลักษณ์ของแนนนิสต์มากที่สุด เพราะใครที่รู้จักกับเธอ จะเห็นว่าเป็นลุคเป็นประจำที่หยิบมาสวมใส่ หรืออีกหนึ่งลุคกับชุดที่มีความระยิบระยับ อย่างเดรส Metallic Sequins ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงไฟจากหอไอเฟลในยามค่ำคืน หรือแม้กระทั่งชุดเดรสสีแดงที่มอบกลิ่นอายของความเป็นสาวปารีเซียง

อัปเดตสตรีทสไตล์ที่แฝงไปด้วยความชิคและโมเดิร์นกับคอลเลคชั่น “VERSE | CITY” หนึ่งในแคมเปญซีรี่ส์คอลลาบอเรชั่น “JASPAL Edit” ได้แล้ววันนี้ที่ www.jaspal.com หรือที่ร้าน JASPL ทั้ง 14 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลเวิลด์, สยาม เซ็นเตอร์, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, แฟชั่นไอส์แลนด์, เซ็นทรัลภูเก็ต, สยามพารากอน, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัลพระราม 9, เมกา บางนา, เอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, ไอคอน สยาม และ เทอร์มินอล 21 พัทยา

ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์

ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์

พราว-อรณิชา กรินชัย

พราว-อรณิชา กรินชัย

บีบี-เอกนรี วชิรบรรจง

บีบี-เอกนรี วชิรบรรจง

แยม-มทิรา ตันติประสุต

แยม-มทิรา ตันติประสุต

มีน-นิชคุณ ขจรบริรักษ์ และ ปิง-
กฤตนัน อัญชนานันท์

มีน-นิชคุณ ขจรบริรักษ์ และ ปิง- กฤตนัน อัญชนานันท์

แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ ชวนสัมผัสทุ่งดอกไม้ และทิวเขา ‘1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 2 : On the Ground’

https://www.naewna.com/lady/845302

แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ ชวนสัมผัสทุ่งดอกไม้ และทิวเขา ‘1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 2 : On the Ground’

แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ ชวนสัมผัสทุ่งดอกไม้ และทิวเขา ‘1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 2 : On the Ground’

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ (MMAD at MunMun Srinakarin) ชวนสัมผัส ทุ่งดอกไม้ และทิวเขา ผ่านโปรเจกท์ “1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 2: On the Ground” Photo Installation “ภาพถ่ายดอกไม้” 1,000 ภาพ จากท้องฟ้า สู่ผืนป่า และมวลดอกไม้ ต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 ที่นำเสนอผลงาน “ภาพถ่ายท้องฟ้า” ท้องฟ้านับพันชิ้นในที่เดียว ตั้งแต่วันนี้-19 มกราคม 2568 เวลา 11.00-19.00 น. ชั้น 2 และชั้น 3 แมด, มันมัน ศรีนครินทร์

โดยครั้งนี้ได้เนรมิตพื้นที่ใหม่ และยิ่งใหญ่กว่าเดิมบน The Step 3 บริเวณ ชั้น 2 และชั้น 3 แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ ให้กลายเป็นดั่งทุ่งดอกไม้ และทิวเขา นำเสนอ “ภาพถ่ายดอกไม้” 1,000 ภาพ จากผู้ได้รับการคัดเลือกทั้งศิลปิน และบุคคลทั่วไป 156 คน เล่าเรื่องราวดอกไม้ทุกดอก ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้จากสวนเล็กหลังบ้าน ดอกไม้ที่ชูคอแย้มบานอยู่ริมถนนจนไปถึงดอกไม้ป่า หายาก นอกจากสัญลักษณ์ของความงาม “ดอกไม้” ยังสื่อถึงความเปราะบาง และชั่วคราว แต่ในทุกช่วงเวลาที่ดอกไม้เบ่งบาน กลับสร้างแรงบันดาลใจและให้ความหมายมากมายกับชีวิต ดอกไม้ดอกเล็กแต่เมื่ออยู่รวมกันนับพัน จะกลายเป็น “ทุ่งดอกไม้” บานสะพรั่ง ตระการตาราวกับธรรมชาติได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะของตัวเอง

พร้อมชวนเพื่อนๆ ศิลปิน มาร่วมปล่อยความมันส์กันต่อใน “MMAD CUBE” Installation Art ภายใต้คอนเซ็ปต์ On the Ground โดย 5 ศิลปินได้แก่ มิว-นิรัชพร น่วมเจิม,Sandy Chuchat, ฉันใด, Pammy’s Palette และ TAM:DA โดยพวกเขาจะมาร่วมสร้างสรรค์ Showcube ภายใต้คอนเซ็ปต์ On the Ground ที่รอให้ทุกคนได้มาเช็คอินไปพร้อมกัน

ร่วมอัปเดตแวดวงศิลปะ พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับสายอาร์ตได้ที่เฟซบุ๊ก : MMAD – MunMun Art Destination และ Facebook : MunMun