เหตุผลจึ้งมาก อุ้ม ลักขณา ไม่เปิดหน้าแฟนเพราะเชื่อหมอดู-กลัวคนมาแย่ง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828994

เหตุผลจึ้งมาก อุ้ม ลักขณา ไม่เปิดหน้าแฟนเพราะเชื่อหมอดู-กลัวคนมาแย่ง

3 ธ.ค. 2567 12:27 น.

เหตุผลจึ้งมาก อุ้ม ลักขณา ไม่เปิดหน้าแฟนเพราะเชื่อหมอดู-กลัวคนมาแย่ง

เชื่อว่าหลายคนคงจะสงสัยไม่น้อยว่าทำไม อุ้ม ลักขณา คุณแม่ลูกหนึ่งสุดแซ่บถึงไม่เปิดเผยโฉมหน้าของหวานใจซะที หลังจากที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมา 1 ปีแล้ว 

ล่าสุด อุ้ม และ นิวเคลียร์ หรรษา ได้มานั่งพูดคุยในรายการแฉ งานนี้ถึงได้เฉลยเหตุผลว่าทำไมถึงไม่เปิดเผยหน้าหวานใจออกสื่อให้ทุกคนได้เห็น ซึ่งอุ้มเล่าว่า 

หมอดูไม่ให้เปิด อุ้มรู้สึกว่าเหนื่อยกับเรื่องความรักมาเยอะแล้ว อายุ 40 กว่าแล้ว มันไม่อยากออกมานั่งประกาศให้โลกรู้ แต่ว่าในชีวิตความเป็นจริง ทุกคนรู้จักเขา ในโลกความเป็นจริงเราไม่เคยปิดเลยค่ะ

เพียงแต่รู้สึกโลกโซเชียลไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนรับรู้ก็ได้ ให้รู้ว่าตอนนี้อุ้มมีแฟนแล้ว คบหาดูใจกับพี่เขามาปีหนึ่งแล้ว รู้สึกว่าทุกอย่างโอเค เขาคือคนละสายกับเรา เราเป็นนักแสดง เขาไม่เล่นโซเชียล อายุ 50 กว่าแล้ว อายุมากกว่าอุ้ม 12 ปี

งานนี้นิวเคลียร์รีบเสริมทันทีว่าในความหวานของพี่สาวกับแฟนหนุ่มคนนี้ว่า เขาเดินจับมือกัน กอดกัน ตัวติดกันตลอดเวลา

และเมื่อถามว่าไปเจอกันได้อย่างไร งานนี้ นิวเคลียร์เล่าว่า เจอกันที่งาน พี่เขาไปงาน ถามนิวว่าพี่อุ้มโสดมั้ย นิวบอกโสด ไปเลย ลุยเลย พี่เขารู้จักกับนิว เป็นรุ่นพี่ที่คอร์สเรียน ตอนนั้นไม่คิดอะไร ใครมาจีบพี่ก็บอกว่าไปเลย เอาเลย เพราะอุ้มบอกจะโสดสัก 2-3 ปี ไม่มีแฟน

ซึ่งอุ้มเล่าต่อว่า ตอนนั้นอุ้มคุยหลายคน เพราะว่าจะใช้ชีวิตโสดให้มันเต็มที่ อยากใช้เวลากับตัวเอง แต่คนนี้เขาทำคะแนน และอุ้มไปขอพระแม่ลักษมี อุ้มเชื่อ ตอนที่เขามาจีบเรา ก็ไปกินข้าว พาลูกไปด้วย และวันนั้นเป็นวันเกิดพระแม่ลักษมีพอดี ก็เลยชวนเขาขึ้นไปไหว้พระแม่ด้วยกัน แล้วอุ้มก็บอกกับพระแม่ว่า

“พระแม่ค่ะ มองหน้าผู้ชายคนนี้ไว้นะคะ คนนี้เขามาจีบหนูค่ะพระแม่ ถ้าเขาดีก็ให้หนูได้คบกับเขานะคะ แต่ถ้าเขาไม่ดี แม่เอาเขาออกไปเดี๋ยวนี้ หนูไม่อยากทำความรู้จักและเสียใจอีก ก็นั่นแหละค่ะ ก็ได้คบกันมาจนถึงตอนนั้น ตอนนั้นอุ้มบอกพระแม่ทุกคน เอารูปผู้ชายให้พระแม่ดูทุกคน ไหว้ทุกวัน สวดมนต์ทุกวัน ใครมาจีบ เอารูปให้ดูเลย ใครไม่ดีก็ให้ออกไป แล้วไปจริงๆ นะ บางคนอยู่ๆ ก็ไม่คุยกับอุ้ม” 

แต่ก็ไม่ได้เอาแค่พระแม่เป็นหลัก ก็ศึกษาดูใจและเอาลูกเป็นหลักด้วย ลูกเข้ากับเขาได้ เขารักลูกเรา เข้ากับครอบครัวเราได้ ครอบครัวเขาก็รู้จักกับอุ้ม เขาก็พาไปเจอ ทุกอย่างมันไปเรื่อยๆ โดยที่เราเองไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องกลับมาแต่งงานอีกครั้ง

อุ้มผ่านตรงนั้นมาแล้ว แค่อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับใครแล้วมีความสุขแล้วไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ขอพื้นที่ส่วนตัว และกลัวด้วย กลัวเปิดแล้วจะมีคนมาแย่ง งานนี้ นิวเคลียร์ เลยบอกพี่สาวเอาไว้ว่า ถ้าคนเขาจะแย่งไม่เปิดเขาก็แย่ง 

“Soundabout Mountain Fest.2” แดนซ์นันสต็อป 6 ชั่วโมงเต็ม

https://www.thairath.co.th/entertain/music/2828979

 “Soundabout Mountain Fest.2” แดนซ์นันสต็อป 6 ชั่วโมงเต็ม

3 ธ.ค. 2567 12:02 น.

“Soundabout Mountain Fest.2” แดนซ์นันสต็อป 6 ชั่วโมงเต็ม

เรียกว่าเป็นมิวสิคเฟสติวัลแดนซ์ท้าลมหนาวที่คึกที่สุดส่งท้ายปี สำหรับ “Soundabout Mountain Fest.2” ที่ปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยผู้จัดคอนเสิร์ตเบอร์ต้นของเมืองไทยอย่าง Atime Showbiz ที่นัดรวมตัวขาแดนซ์ 90’s ด้วยคำชวนเบอร์ใหญ่ ถ้าปีนี้ยังแดนซ์กันไม่พอ ก็ไปต่อกันที่เขาใหญ่ ให้ทุกคนได้มาออกมาแดนซ์แบบใส่สุด! 6 ชั่วโมงเต็มไม่พัก

กับบรรยากาศเย็นฉ่ำท่ามกลางธรรมชาติแบบเอาท์ดอร์ พร้อมไลน์อัพศิลปินตัวพ่อตัวแม่ระดับท็อป!! อย่าง เจ เจตริน, คริสติน่า อากีล่าร์, ใหม่ เจริญปุระ, มอส ปฏิภาณ, ทาทา ยัง และ Moderndog เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ Midwinter เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

โดยบรรยากาศเริ่มต้นคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นที่หน้างานคราคร่ำไปด้วยขาแดนซ์ 90’s ที่มาต่อแถวเข้างานเพื่อจับจองที่นั่งกันจนเต็มทุกพื้นที่กว่าหลายพันคน ก็ได้เวลาที่ดีเจพี่อ้อย นภาพร และ ดีเจเป้ วิศวะ ซึ่งมารับหน้าที่พิธีกรขึ้นมาทักทาย

ก่อนเปิดตัวศิลปินเบอร์แรกของเวทีนี้อย่าง ทาทา ยัง ที่เริ่มต้นอุ่นเครื่องด้วยเพลงคุ้นหูอย่าง รบกวนมารักกัน แถมยังชวนลูกชายตัวน้อยอย่างน้องเรย์ออกมาทักทายคนดูก่อนเร่งจังหวะชวนแฟนๆ ลุกขยับแบบไม่ให้นั่งพักเต้นลากยาวด้วยเซ็ตเพลงแดนซ์ชุดใหญ่ โอ๊ะโอ๊ย, ซักกะนิด, แมลง, อาโบเดเบ, Sexy Naughty Bitchy และ I Believe

จากนั้นถึงคิว มอส ปฏิภาณ พาทุกคนแดนซ์ตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้ายแบบไม่มีพัก แถมยังจัดเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้คนดูด้วยแขกรับเชิญพิเศษ ลำไย ไหทองคำ ที่บุกมาขึ้นเวทีร้องเพลง เล่ามาซิ พร้อมแดนเซอร์จัดเต็ม ก่อนที่มอสจะทิ้งเวทีให้ ลำไย ชวนชาว 90 เต้นต่อกับเพลง ยายแล่ม เล่นเอาแฟนๆ กรี๊ดกันถล่มทลาย

จากนั้นเต้นต่อไม่มีพักแดนซ์ให้ขาร้าวกันไปข้างกับโหมดเข้าเฝ้าตัวมัมควีนออฟแดนซ์ คริสติน่า อากีล่าร์ ที่แค่ขึ้นเวทีทุกคนก็ลุกเต้นตั้งแต่เริ่มกับเพลงฮิตจัดเต็ม นินจา, พลิกล็อก, ไปด้วยกันนะ, ไม่ยากหรอก, พูดอีกที, ประวัติศาสตร์

ยังไม่สาแก่ใจไปต่อกับตัวมารดาเจ้าของฉายาควีนออฟป๊อปร็อค ใหม่ เจริญปุระ ที่ปีนี้มาขึ้นเวทีเป็นครั้งที่สองตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ขนเพลงฮิตร้องตามเต้นได้อัปเลเวลความมันส์ให้ขาแดนซ์เต้นกันไปยาวๆ แบบลืมเหนื่อยลืมวัยกับเพลง ควักหัวใจ, จริงใจไว้ก่อน, รักแล้วรักเลย, กลับดึก, สุดฤทธิ์สุดเดช

ยิ่งดึกอุณหภูมิยิ่งลดยิ่งสนุกไปกับซาวด์เพลงแดนซ์สุดฮิตยุคซาวด์อะเบาท์ ก็ถึงคิวคิงออฟแดนซ์ เจ เจตริน ขนทัพกระโดดขึ้นเวทีอัปดีกรีความพีคขั้นสุดชวนเปิดตี้แดนซ์แบบนันสต็อปกับเพลง ฝากเลี้ยง, ประมาณนี้หรือเปล่า, สวรรค์ชั้น 7 เรียกว่าช่วงโค้งสุดท้ายชาว 90 ก็ยังแดนซ์ยับไม่มีแผ่ว

ปิดท้ายที่สุดแสนจะพีคกับวงดนตรีระดับตำนานอย่าง Moderndog ที่กลับมารวมตัวขนเพลงฮิตอย่าง บุษบา, ติ๋ม, ก่อน, ลมหายใจ และ ทบทวน มาให้ทุกคนทั้งกระโดดทั้งตะโกนร้องตามกันแบบสุดเสียง แถมงานนี้ ป๊อด ธนชัย ยังลงเวทีไปส่งไมค์ให้คนดูร้องตามพร้อมทักทายแฟนๆ แบบใกล้ชิดอีกด้วย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งมิวสิคเฟสที่สร้างความสุขความทรงจำดีๆ ที่ชาว 90 ได้เต็มอิ่มและประทับใจกับเพลงยุคซาวด์อะเบาท์และศิลปินคุณภาพ.

คนไม่กล้าจ้างงานเพราะอ้วน โม อมีนา ลบคำสบประมาทอวดรูปร่างใหม่ในวันเกิด (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828970

คนไม่กล้าจ้างงานเพราะอ้วน โม อมีนา ลบคำสบประมาทอวดรูปร่างใหม่ในวันเกิด (คลิป)

3 ธ.ค. 2567 11:38 น.

คนไม่กล้าจ้างงานเพราะอ้วน โม อมีนา ลบคำสบประมาทอวดรูปร่างใหม่ในวันเกิด (คลิป)

ลุกขึ้นมาอวดโฉมสุดแซ่บอีกครั้ง สำหรับนักแสดงสาว โม อมีนา พินิจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เจอคนทักว่ารูปร่างเปลี่ยนไปบ้าง บางคนก็ทักว่าเจ้าตัวนั้นท้อง จนทำให้ไม่มีคนจ้างเล่นละครหรือจ้างงาน

ล่าสุดในวันเกิดของสาวโม ก็ได้อวดโฉมหลังไปลดน้ำหนักมาได้ 10 กิโลเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง พร้อมกับอวดคลิปสุดแซ่บให้ทุกคนได้ร้องว้าวอีกด้วย โดยสาวโมเขียนแคปชั่นเอาไว้ว่า 

“3.12.2024 My Birthday ของขวัญปีนี้ โมให้ของขวัญตัวเองด้วยการเปลี่ยนรูปร่างตัวเองใหม่ ลบคำที่คนสบประมาท ลบคำที่คน Bully ที่ทำให้โมร้องไห้ ไม่มั่นใจในตัวเอง ที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้ ทำให้หลายคนไม่กล้าให้โมเล่นละคร หรือจ้างงานเพราะแค่คำว่าอ้วน ดูเหมือนคนท้อง วันนี้โมทำได้แล้วนะคะ ดีใจและภูมิใจกับตัวเองมากจริงๆ 10 กิโล โมทำได้ ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ”

เปิดสาเหตุเสียชีวิตของ พัคมินแจ นักแสดงเกาหลี หลังจากไปกะทันหันในวัย 32 ปี

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828946

เปิดสาเหตุเสียชีวิตของ พัคมินแจ นักแสดงเกาหลี หลังจากไปกะทันหันในวัย 32 ปี

3 ธ.ค. 2567 11:11 น.

เปิดสาเหตุเสียชีวิตของ พัคมินแจ นักแสดงเกาหลี หลังจากไปกะทันหันในวัย 32 ปี

ช็อกวงการบันเทิงไม่น้อยกับการจากไปอย่างกะทันหันของนักแสดงหนุ่มเกาหลีใต้ชื่อดัง พัคมินแจ (Park Min-jae) ในวัย 32 ปี ที่ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดอย่างมาก

โดยตามข้อมูลของสื่อเกาหลีใต้ ได้เผยว่า พัคมินแจ ได้จากไปด้วยอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ณ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 

ทางด้านน้องชายของพัคมินแจ ได้โพสต์รายละเอียดของงานศพของนักแสดงผู้ล่วงลับบนอินสตาแกรม โดยระบุว่า งานศพจะจัดขึ้นในวันพุธนี้ พร้อมเขียนข้อความว่า “พี่ชายที่รักของเราได้ไปพักผ่อนแล้ว เราหวังว่าจะมีผู้คนมากมายที่สามารถมาร่วมส่งเขาได้ เราขอความกรุณาให้เข้าใจว่าเราไม่สามารถติดต่อทุกคนได้โดยตรง”

ทั้งนี้พิธีศพของพัคมินแจ จะจัดขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม เวลา 09.30 น. โดยยังไม่มีการระบุสถานที่ฝังร่างของนักแสดงหนุ่ม

สำหรับประวัติของพัคมินแจ (Park Min-jae) เริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิงในปี 2021 มีผลงานละครหลายเรื่อง อาทิ Mr. LEE, Tomorrow, Little Women, Call It Love, Numbers: Watchdogs in the Building Forest, The Law, The Fabulous, Say It’s Love, Look! Deborah, The Goryeo-Khitan War และ With a Finger

เอ พศิน เป็นแค่พี่น้องกับ เจนี่ เผยสิ่งที่น้องอยากได้จากแม่มากที่สุดคืออ้อมกอด

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828934

เอ พศิน เป็นแค่พี่น้องกับ เจนี่ เผยสิ่งที่น้องอยากได้จากแม่มากที่สุดคืออ้อมกอด

3 ธ.ค. 2567 10:59 น.

เอ พศิน เป็นแค่พี่น้องกับ เจนี่ เผยสิ่งที่น้องอยากได้จากแม่มากที่สุดคืออ้อมกอด

หลังจากที่มีข่าวเจ้าพ่อนาคาอกหัก นางเอกซุปตาร์สายมูฯ ล่าสุดหันไปคบพระเอกกล้ามปู ที่เริ่มเดินทางสายมูฯ ทำให้ชาวเน็ตต่างคอมเมนต์พุ่งเป้าไปที่ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับ เอ พศิน และ อั้ม อธิชาติ

ล่าสุดได้เจอ เอ พศิน ที่งานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ “The Seed คู่หูก้องโลก” ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ก็ไม่พลาดที่จะสัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่า 

– อั้ม-เจนี่ มีความศรัทธาในพญานาคมานานแล้ว 

– เจนี่เคยรถคว่ำแล้วรอดเพราะนึกถึงปู่ จึงทำให้อีกฝ่ายศรัทธามาก ไม่กินเนื้อสัตว์ กินแต่เต้าหู้ ไม่กินไข่ ไม่กินนม ทำทุกอย่างเพื่อถวายปู่พญานาค 

– รู้จักกันเพราะเมื่อ 12 ปีก่อน เคยเล่นละครด้วยกัน 

– เจนี่ผ่านชีวิตมาอย่างหนักพอสมควร เห็นข้างนอกดูเป็นคนมั่นใจ แต่จริงๆ ข้างในอีกฝ่ายอ่อนไหวมาก แคร์ทุกอย่าง อ่านทุกคอมเมนต์ และยังไม่อยากจะมีเรื่องราวในสื่อ แต่ตนก็ได้บอกในฐานะเพื่อนและรุ่นพี่ว่า จะล้างโซเชียลให้สะอาดเพื่อให้ลูกมาดูตอนโตไม่ได้ โลกไม่ได้สวยงามขนาดนั้น มันเป็นความจริงให้ลูกรู้ตอนนี้ดีกว่า 

– ตนแนะนำอีกฝ่าย แค่บอกว่าให้ซื่อสัตย์ ให้ความยุติธรรมกับความดีของตัวเอง อีกฝ่ายถึงออกมาบอกว่าสถานะครอบครัวเป็นยังไง เจนี่ไม่เคยคิดที่จะออกมาพูดเลย แต่พอมันมีจุดที่ต้องมายืนข้างหน้าเป็นผู้บริหาร อะไรที่มันแบกไว้ ค้างคามันต้องหมดไปเพื่อจะนำคนอื่น เจนี่คงตัดสินใจเองว่าจะลองปลดล็อกตรงนี้ จะได้มีความสุข จะได้มีความสว่างจริงๆ แล้วตอนนี้รู้สึกเจนี่มีความสุข

– รู้จักกันเพราะเขานั่งสมาธิ ตื่นตี 4 นั่งสมาธิสวดมนต์ทุกวัน ออกกำลังกาย 

– เพราะเจนี่อยากจะรู้เรื่องพญานาค เลยส่งข้อความมาหาตนเพื่อจะขอปรึกษาเรื่องความเชื่อ หลังจากนั้นก็ได้คุยกัน

– เจนี่เห็นคลิปหลวงปู่ศิลา ที่บอกว่าชาติหนึ่งตนเป็นลูกของพระแม่โสมา เป็นพญานาคขอม หลวงปู่ก็บอกบางอย่างกับอีกฝ่าย แต่ให้เจนี่มาเล่าเอง และต้องไปเพื่อช่วยทำอะไรบางอย่างให้เจริญ ซึ่งเจนี่ทำแล้วเป็นการส่วนตัว 

– รู้จักกัน ที่คุยกันมันจะมีเรื่องของการสร้างเหรียญพญานาค 5 พระองค์ เจนี่สร้าง 911 ตามวันเกิด

– และที่ติดต่อตนมาก็เพื่อให้ทีมรายการตามรอยนาคราช ทางยูทูบไปเก็บภาพ ไปบวงสรวงกันที่ธรรมสถานหลวงปู่ศิลา ทุกคนจะเห็นเจนี่รำด้วยความศรัทธา บางคนไม่เคยเห็นก็จะงงว่าคืออะไร การบังคับหรือกำลังของจิตข้างในตอบรับต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์

– ที่เจนี่ไม่ลงสื่อ เพราะกลัวในการสื่อสารแบบนี้ เพราะการที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ ทำงานกับแบรนด์แฟชั่นต่างประเทศ มันดูย้อนแย้ง เลยไม่ลง แต่เดือนนี้จะได้เห็นเต็มๆ เพราะอีกฝ่ายตัดสินใจแล้วว่านี่คือความศรัทธา พอสร้างเหรียญเสร็จ มันก็หมดหน้าที่ของตน

– เอ พศิน เผยความลับของเจนี่ว่า อีกฝ่ายกตัญญูมาก ให้เงินทุกอย่างให้กับแม่หมดเลย ทำงานมาตลอด เพิ่งเริ่มปีนี้ที่เจนี่ทำให้กับตัวเองโดยที่มีปู่เป็นกำลัง เจนี่กตัญญูแต่ว่าไม่เคยได้รับกอดจากแม่เลย อันนี้พนักงานเขาเล่าให้ฟัง สิ่งที่เจนี่ปรารถนาอย่างเดียวเลยคือ กอดจากแม่ แค่ถามว่าเหนื่อยมั้ย แค่นี้เอง

– ที่ตนต้องพูดเพราะว่าอดีตภรรยาที่ตอนนี้เป็น LGBTQ ไปแล้ว ก็ยังอยู่ด้วยกัน อีกฝ่ายก็มีปัญหาเดียวกันคือ แม่ไม่แสดงความรัก แค่แม่เข้ามากอดแล้วบอกรักแค่นี้ อาการซึมเศร้าก็เหมือนจะหาย ดีขึ้น ซึ่งตรงนี้ตนว่าเวลาคนเราเก่งมากๆ จะไม่เรียกร้อง แต่มันจะเป็นสิ่งเดียวที่เงินซื้อไม่ได้ เพราะฉะนั้นแม่ลูกต้องคุยกัน แม่ต้องรู้นะ แต่แม่ทุกคนต้องรู้ว่าการแสดงความรักมันสำคัญ

– ยืนยันตนไม่ได้อกหักจากเจนี่ เพราะไม่ได้คาดหวังความสัมพันธ์ คิดว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ในอนาคตอันยาวออกไป จะหนึ่งปีหรือสองปี 

– สิ่งที่จะทำด้วยกันตอนนั้น หลังจากที่ทำเหรียญเสร็จ อยากทำรายการเกี่ยวกับความศรัทธา เอารายการตามรอยนาคราชเอาไปไว้ในช่องฟรีทีวี หาข้อเท็จจริงว่าเรื่องความมูแบบนี้ถูกต้องมั้ย แบบไหนปลอดภัย พญานาคในยุโรปมีมั้ย เป็นเรื่องของการท่องเที่ยววัฒนธรรมด้วย แล้วก็มีการคุยว่าตนอาจจะเป็นเบื้องหลัง แต่เจนี่บอกว่าไม่เป็นเบื้องหน้าแน่นอน

– ซึ่งเจนี่จะเอา อั้ม อธิชาติ มาร่วมด้วย เพราะอั้มเป็นตัวพ่อในการนั่งสมาธิ ทำบุญ ซึ่งตนก็โอเค 

– ที่เป็นข่าวหลุดออกมา มันหลุดจากคนใกล้ตัว ผมสัญญาไว้ว่าจะไม่บอก เพราะมันเป็นเรื่องเซนสิทีฟ แต่ว่าการที่เจนี่ไว้ใจใครมากๆ ก็อาจจะปรึกษากัน แล้วพอมันหลุดไป ซึ่งอันนี้ตนก็เข้าใจ 

– สรุปแล้วความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเจนี่ ยังไม่พยายามจีบ มันคือการทำงาน มันจีบไม่ได้ เพิ่งแถลงข่าวแล้วมันควรจะผ่านเวลาไปอีกประมาณปีหนึ่ง ตนถึงจะเริ่ม ซึ่งตอนนั้นตนอาจจะหมดพลังไปแล้ว เพราะว่าเห็นธรรมชาติของความเป็นผู้นำของเจนี่ อีกฝ่ายกินไม่เหมือนตน มีวินัย แมนมากกว่าตนในเรื่องของการวางแผนชีวิต ซึ่งตรงนี้ตนว่าผู้ชายที่อยู่ด้วยได้ต้องแกร่งมากๆ ต้องรักมากๆ 

– ไม่ได้คิดจะจีบ แต่การที่ต้องทำงานกับเจนี่ ตนนับถือในความอดทนของอีกฝ่าย ในการแสดงออกซึ่งมันตรงข้ามกับความเป็นตัวของตัวเองมาตลอด อย่างวันนี้ลงรูปดูเฟียสๆ ทั้งที่ข้างในอ่อนไหว แคร์กับข่าวทุกข่าว

– พอมีข่าวนี้ออกมาไม่คุยกัน ตนก็เป็นอินโทรเวิร์ต ตนคือคนๆ หนึ่ง เป็นพี่ชาย มองเขาเป็นแค่นักแสดงรุ่นน้อง ไม่ได้มองเจนี่เป็นซูเปอร์สตาร์ ไม่ได้มองเขาที่ความสำเร็จ เพราะฉะนั้นความห่วงใยมันก็คือพี่ชาย

– รู้จักกันกับเจนี่ 3 เดือน มันเป็นโปรเจ็กต์ของการทำเหรียญ แต่ว่าจะก้าวไปเพื่อทำรายการ ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่าเมื่อมันออกมาในรูปแบบนี้ คนที่เขาห่วงใยอาจจะทำให้เกิดข่าวขึ้นมา ตนจะขออนุญาตไม่ร่วมด้วย เพราะไม่งั้นมันจะกลายเป็นว่าอย่างวันหนึ่ง ตน เจนี่ อั้ม มานั่งแถลงข่าว จะกลายเป็นใช้สื่อเพื่อทำเป็นไวรัลให้คนสนใจ ต้องรับผิดชอบด้วยการไม่ร่วมดีกว่า

– เรื่องที่ข่าวออกมาในลักษณะว่าตนอกหักแล้วเจนี่ไปคบกับอั้ม เรื่องอั้มตนไม่รู้ 

– จริงๆ เคยรู้สึกดีกับเจนี่ตั้งแต่เล่นละครกับอีกฝ่ายเมื่อ 12 ปีก่อน ทุกวันนี้รู้สึกดีและนับถือมันเป็นความนับถือที่ทำไมผู้หญิงคนนึงเก่งขนาดนี้แต่โลกไม่รู้เลย เจนี่มีคุณค่า กตัญญู รักลูก ทำทุกอย่างที่พ่อแม่ทำได้ด้วยตัวของตัวเองโดยที่ไม่บอกใครมาตลอด 6 ปีมันทำได้ยังไง 

– ที่ผ่านมาไม่ได้มีความรู้สึกเกินเลยไปมากกว่าคำว่าพี่น้อง ความรู้สึกเกินเลยมันต้อง 2 คน สันดานผู้ชายมันพร้อมจะเกินเลยถ้าอีกฝ่ายมีการตอบรับ แต่นี่ไม่มี เจนี่เห็นตนเป็นพี่ชาย ให้เกียรติกัน คำว่าให้เกียรติกันมันสำคัญมากในเรื่องความสัมพันธ์

– ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา เพราะเรามีลูกเหมือนกัน วันที่ไปคุยงานตนเอาลูกชายไปด้วยแล้วโนล่าจะมีโลกส่วนตัวสูงหวงแม่ ถ้ามีใครมาเขาจะห่วงแม่มาก แต่เจอเลโก้กลับเล่นกันเป็นลิงเหมือนบ้านจะพัง 

– ไม่เคยสนิทกันเลย เจนี่เป็นคนระวังตัวมาก แม้แต่ไลน์ก็ไม่ใช้รูปแล้วก็มีการเปลี่ยนชื่อ

– เจนี่แนะนำให้ตนนั่งสมาธิ เพราะว่าตนไปที่อันตรายเยอะๆ เรื่องพลังงานบางทีก็โดนของแต่ไม่รู้ตัว หลวงปู่ศิลาก็ออกให้ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องของอีกมิติหนึ่งที่เจนี่เก่งกว่าตน

– มั่นใจเจนี่ไม่เปิดใจ ผู้หญิงคนนี้ใจเหมือนเพชร

– เอ พศิน บอกมีข้อสงสัยนิดหนึ่งถ้าการที่ข่าวออกมาแบบนี้มันเป็นเรื่องของการโปรโมทบางอย่าง ใช้ผมเป็นเครื่องมือ ขอเชิญไปโหนกระแส ตนไม่ยอมเหมือนกันเพราะว่าการที่เอาชีวิตคนๆ หนึ่งมาเพื่อโปรโมทอะไรบางอย่าง ที่บางคนต้องทำร่วมกัน มันไม่โอเค เราไม่รู้เบื้องหลัง

– ทุกอย่างมีเบื้องหลังหมด แต่ตนเชื่อว่าสื่อที่เอาลงมีความรู้สึกว่าอยากจะให้มันเคลียร์ เพราะว่าข่าวแบบนี้มันดูรุนแรงและไม่เป็นธรรมกับเจนี่เลย แล้วตนก็เห็นความเป็นตัวตนของทั้งสองคนมันน่ารัก ก็เลยต้องออกมาพูดไม่งั้นตนคงไม่ต้องสนใจก็ได้

– ไม่ได้มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มีการใช้เป็นเครื่องมือ

“Here ที่นี่ นิรันดร” หนังใหม่ Tom Hanks ใช้เทคโนโลยีลดอายุ ย้อนวัยหนุ่มสาว

https://www.thairath.co.th/entertain/movie/2828860

"Here ที่นี่ นิรันดร" หนังใหม่ Tom Hanks ใช้เทคโนโลยีลดอายุ ย้อนวัยหนุ่มสาว

3 ธ.ค. 2567 09:18 น.

“Here ที่นี่ นิรันดร” หนังใหม่ Tom Hanks ใช้เทคโนโลยีลดอายุ ย้อนวัยหนุ่มสาว

ส่งความสุขส่งท้ายปี 2024 กับหนังใหม่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประจำเดือนธันวาคม “Here ที่นี่ นิรันดร” โดยทีมผู้สร้าง Forrest Gump ที่แสดงนำโดย ทอม แฮงค์ส และ โรบิน ไรต์ ถ่ายทอดเรื่องราวสุดพิเศษที่นำเทคโนโลยีลดอายุมาใช้กับใบหน้าจริงๆ ของนักแสดงแบบเรียลไทม์ มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง ไทยรัฐออนไลน์นำเกร็ดน่ารู้มาฝากกัน

เรื่องย่อ “Here ที่นี่ นิรันดร” ผลงานใหม่ Tom Hanks และ Robin Wright

เรียกได้ว่าเป็นโปรเจกต์หนังที่สร้างเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อทีมสร้างภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump (1994) ที่นำทีมโดยผู้กำกับออสการ์ โรเบิร์ต เซเม็กคิส (Robert Zemeckis) ซึ่งเคยฝากความประทับใจไว้ในผลงานภาพยนตร์ Cast Away (2000), Contact (1997) และ Back to the Future 1-3 (1985-1990) คว้าตัว 2 นักแสดงรุ่นใหญ่ของวงการฮอลลีวูดอย่าง ทอม แฮงค์ส และ โรบิน ไรต์ มาประชันฝีมือการแสดงกันในผลงานเรื่องใหม่ล่าสุด “Here ที่นี่ นิรันดร

เรื่องย่อของภาพยนตร์ “Here ที่นี่ นิรันดร” เล่าเรื่องราวของตัวละครและความทรงจำที่ถ่ายทอดผ่านพื้นที่แห่งหนึ่งในนิวอิงแลนด์ เริ่มตั้งแต่ยุคน้ำแข็งยุคบรรพกาล, ป่าดงดิบโบราณ, ฤดูที่พลัดเปลี่ยนจนมันกลายเป็นที่อยู่อาศัย ตลอดเวลาที่ผ่านมามีเรื่องราวที่มนุษย์ได้สัมผัสประสบการณ์ของความรัก ความหวัง ความลำบาก และความสูญเสีย ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นภายใต้บ้านหลังนี้ เล่าผ่านตัวละครในครอบครัวผู้อาศัยจากรุ่นสู่รุ่น

“Here ที่นี่ นิรันดร” ถ่ายทำด้วยเทคโนโลยีลดอายุ

ความน่าสนใจของ “Here ที่นี่ นิรันดร” คือการนำเทคโนโลยีลดอายุ หรือที่เรียกว่า De-aging Technology มาใช้ในการถ่ายทำ เพื่อย้อนวัยใบหน้าของนักแสดง ทอม แฮงค์ส และ โรบิน ไรต์ ให้กลับเป็นวัยหนุ่มสาวที่สดใสกันอีกครั้ง เพื่อให้ตัวละครและเรื่องราวต่างๆ มีความสมจริงมากที่สุด 

สำหรับเทคนิคนี้ทางทีมงานได้นำภาพในช่วงชีวิตวัยต่างๆ ของทั้ง ทอม แฮงค์ส และ โรบิน ไรต์ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบันมาใช้งาน โดยใช้ภาพถ่ายนับพันรูปเพื่อสร้าง “เมกอัปดิจิทัล” ในการลดและเพิ่มอายุให้กับบรรดานักแสดงในทุกช่วงอายุ ซึ่งระหว่างถ่ายทำจะมีการติดตั้งหน้าจอคู่เพื่อให้ทีมงานและผู้กำกับได้เห็นทั้งภาพปกติและภาพเมกอัปดิจิทัลไปพร้อมๆ กัน

ไม่เพียงเท่านั้น ภาพยนตร์ยังใช้เทคนิคพิเศษอีกหลายอย่างเพื่อให้ภาพออกมาสมจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้เลนส์ใหม่กับ Panavision เพื่อต้องการให้มีจุดโฟกัสใกล้ที่สุด ถ่ายทำด้วยมุมกล้องมุมเดียว ซึ่งจะสร้างความรู้สึกที่แปลกใหม่ให้กับผู้ชม ตลอดจนมีการใช้จอ LED ในการสร้างฉากที่ตำแหน่งหลังหน้าต่างขึ้นมาอีกด้วย กลายเป็นผลงานภาพยนตร์สุดสร้างสรรค์ที่ไม่ควรพลาดชม

หนังใหม่ “Here ที่นี่ นิรันดร” เข้าฉายวันไหน?

แฟนๆ เตรียมไปสัมผัสภาพและเทคนิคพิเศษต่างๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษในการรับชมให้คุณ “Here ที่นี่ นิรันดร” มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2567 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ศิลปินนับร้อยโชว์พาวงาน “GMMTV 2025 RIDING THE WAVE”

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828789

ศิลปินนับร้อยโชว์พาวงาน “GMMTV 2025 RIDING THE WAVE”

3 ธ.ค. 2567 06:08 น.

ศิลปินนับร้อยโชว์พาวงาน “GMMTV 2025 RIDING THE WAVE”

ตอกย้ำความเป็นผู้นำซีรีส์วัยรุ่นไทย สำหรับ GMMTV ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามคลื่นกระแสหรือเทรนด์ต่างๆ ล่าสุดท็อปฟอร์มสุดพาทุกคนตะลุยคลื่นมหาสนุกกับงานแถลงข่าว “GMMTV 2025 RIDING THE WAVE” ยกทัพซีรีส์สุดปังทั้งหมด 20 เรื่อง และหลากหลายโปรเจกต์ในปี 2025 พร้อมด้วยทัพนักแสดงสุดฮอตกว่า 100 ชีวิต ที่แท็กทีมกันมาส่งมอบความสุข นำทีมโดยบิ๊กบอส สถาพร พานิชรักษาพงศ์ ณ Union Hall ศูนย์ การค้ายูเนี่ยนมอลล์

สำหรับโปรเจกต์อีเวนต์ใหญ่ในปี 2025 เริ่มด้วยการกลับมาอีกครั้งของ “LOVE OUT LOUD Fan Fest 2025”, งาน “BLUSH BLOSSOM Fan Fest” เอาใจสายแซฟฟิก นำทีมโดย มิ้ลค์–พรรษา, เลิฟ–ภัทรานิษฐ์, น้ำตาล–ทิพนารี, ฟิล์ม–รชานันท์,เอมี่–ทสร, บอนนี่–ภัสรสรณ์ ฯลฯ ทำอัลบั้มพิเศษ “Best of GMMTV” รวบเพลงประกอบซีรีส์ดัง, ละครเวที “รักแห่งสยาม The Musical”, คอนเสิร์ต “LYKN UNLEASHED ASIA TOUR” นอกจากนี้ยังมีรายการใหม่ “ล้น FEED” ทางช่อง ONE31 โดยมี 3 หนุ่ม เต–ตะวัน, เฟย–ภัทร และ มาร์ค–ภาคิน เป็นพิธีกร

หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงเปิดซีรีส์สุดปังทั้ง 20 เรื่อง “Dare you to death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย” แนวสืบสวนสอบสวนสุดเข้มข้น นำแสดงโดย จุง อาเชน, ดัง–ณัฎฐ์ฐชัย ฯลฯ ต่อด้วยซีรีส์ทะเล้นปนน่ารัก “ไหนใครว่าพวกมันไม่ถูกกัน (Head 2 Head)” การพบกันอีกครั้งของ ซี–เดชชาติ และ คีน–สุวิจักขณ์, ตามด้วยเรื่องราวรักสามเส้า “Burnout Syndrome ภาวะรัก
คนหมดไฟ” กับเคมีใหม่ๆของ ออฟ–จุมพล, กัน–อรรถพันธ์, ดิว– จิรวรรตน์, ต่อเนื่องด้วยซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ “I Love A Lot Of You รักมาก เธอ” การพบกันครั้งแรกของ นนน กรภัทร์ กับ มายด์ อาทิตยา ซีรีส์ที่ชวนจั๊กจี้หัวใจ “คุณวาฬร้านชำ (Whale Store xoxo)” การเจอกันอีกครั้งของ มิ้ลค์–พรรษา และ เลิฟ–ภัทรานิษฐ์, ซีรีส์สุดแซ่บ “Only Friends : Dream On” นำแสดงโดย เอิร์ท– พิรพัฒน์, มิกซ์–สหภาพ, โอม–ภวัต, เล้ง–ธนพล ฯลฯ ซีรีส์รักคอมเมดี้กุ๊กกิ๊ก “That Summer ผม
เจอเจ้าชายบนชายหาด” พบกับ วินนี่–ธนวินท์, สตางค์–กิตติภพ, นีโอ–ตรัย ฯลฯ ซีรีส์แนวเหงา เศร้า ฮา ที่มาพร้อมภารกิจของนักต้มตุ๋น “My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง” การประชันบทบาทของ “โอห์ม–ฐิติวัฒน์, ฟลุ๊ค–จีรัสณ์, จูเนียร์–
ปณชัย, มาร์ค–จิรันธนิน ฯลฯ

ต่อด้วย “MU–TE–LUV โปรดใช้วิจารณญาณในการรักเธอ” 7 เรื่องรัก 7 เรื่องมูที่ต้องดู ที่รวมนักแสดงดังไว้เพียบ, ต่อด้วยซีรีส์รักของทาสแมว “เปย์รักด้วยแมวเลี้ยง (Cat for Cash)” นำแสดงโดย เฟิร์ส–คณพันธ์, ข้าวตัง–ธนวัฒน์ ฯลฯ ต่อด้วยซีรีส์ดราม่า “Girl Rules กฎหลัก…ห้ามรักเธอ” นำแสดงโดย น้ำตาล–ทิพนารี, ฟิล์ม–รชานันท์ ฯลฯ ซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้รักวัยใส “เปิดเทอมใหม่หัวใจหัดรัก (Boys in Love)” พบกับ มิค–เมธัส, ลูค–ภีมสรรค์, โชกุน–พุทธิพงษ์ ฯลฯ เรื่องต่อไป “ทำนายทายทัพ (My Magic Prophecy)” การพบกันอีกครั้งของ จิมมี่–จิตรพล และ ซี–ทวินันท์, ตามด้วย “หมาเห่าเครื่องบิน (A Dog and A Plane)” นำทีมโดย เต–ตะวัน, นิว–ฐิติภูมิ, มาร์ค– ณฐริศร์ ฯลฯ, ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้จั๊กจี้หัวใจ “มีสติหน่อยคุณธีร์ (Me and Thee)” นำแสดงโดย ปอนด์–ณราวิชญ์, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน ฯลฯ, ซีรีส์ “WU (อู)” พบเคมีใหม่ของ 2 หนุ่มสุดปัง สกาย–วงศ์รวี, นานิ–หิรัญกฤษฎิ์, ต่อด้วยซีรีส์พีเรียดบอยเลิฟเรื่องแรกของ GMMTV “จาฤกรติชา (Memoir of Rati)” นำแสดงโดย เกรท–สพล, อิน– สาริน, อู๋–ธนบูรณ์ ฯลฯ, ถึงคิวของซีรีส์ของคู่จิ้นสุดฮอต เจมีไนน์–นรวิชญ์ และ โฟร์ท– ณัฐวรรธน์ เรื่อง “Ticket To Heaven เด็กชายไม่ไปสวรรค์” ตบท้ายด้วยโปรเจกต์สุดพิเศษ “PEBACA Concert” การรวมตัวของเหล่าศิลปินสุดฮอต คริส–พีรวัส, สิงโต–ปราชญา, ออฟ–จุมพล, กัน–อรรถพันธ์, เต–ตะวัน, นิว–ฐิติภูมิ.

เจเจ รัก 8 ปีกับ ต้าเหนิง ยอมรับเคยทำผิดซ้ำซากที่แก้ไม่หาย แต่พยายามปรับตัว

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828858

เจเจ รัก 8 ปีกับ ต้าเหนิง ยอมรับเคยทำผิดซ้ำซากที่แก้ไม่หาย แต่พยายามปรับตัว

2 ธ.ค. 2567 18:47 น.

เจเจ รัก 8 ปีกับ ต้าเหนิง ยอมรับเคยทำผิดซ้ำซากที่แก้ไม่หาย แต่พยายามปรับตัว

เปิดใจนักแสดงและศิลปินหนุ่ม เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ในรายการ WOODY FM เล่าถึงเรื่องราวของชีวิต ทั้งบทบาทผู้บริหาร และเรื่องความรัก เผยรัก 8 ปีกับ ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง เหมือนคู่คิดช่วยเตือนสติ เคยโฟกัสงานมากเกินไป จนไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต

จุดหนึ่งของชีวิตในวัย 28 ปีมีเรื่องอะไรให้คิดบ้าง?

“มันเริ่มที่ผมทำงานตั้งแต่เด็ก ช่วงประมาณ 20 ปี เราจะเห็นเป้าหมายและอนาคตของตัวเองชัดมากว่าอยากจะไปอยู่ที่จุดไหน ในเรื่องของความสำเร็จ ที่มันเป็นจุดที่ทุกคนอยากจะไปให้ถึง แล้วก็คิดว่าน่าจะไปถึงได้ แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นพอมาตอนอายุ 28 ตอนนี้มันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นอะไรเลย

เหมือนว่าเป้าหมายหรือความสำเร็จที่เราเคยมองไว้ในอดีตมันเป็นสิ่งที่เราจินตนาการและก็สร้างขึ้นมาเองหมดเลย พออายุ 27-28 ผมได้เริ่มทำบริษัทเอง ได้ทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น มีโปรเจกต์ใหม่ๆ มากขึ้นที่เป็นส่วนเกี่ยวข้องกับเอนเตอร์เทนเมนต์แต่ว่าเป็นพาร์ทของธุรกิจมันมองอะไรไม่เห็นเลยในอนาคต”

มีอะไรที่เป็นไปได้ไหมที่น่าจะทำจนมาถึงจุดๆ นี้?

“พอมาถึงจุดที่มันเป็นปลายของวัยรุ่น ที่กำลังจะไปสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ผมรู้สึกว่าวุฒิภาวะบางอย่างก็ยังไม่ถึงกับสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ อย่างเช่นการทำบริษัท การที่จะต้องจัดการพนักงาน เรื่องการเงินต่างๆ ประมาณต้นปีหรือปีที่แล้ว ผมโฟกัสกับการตามหาสิ่งนี้มากเกินไปจนไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต

กลายเป็นว่าสิ่งที่เราเคยสนุกกับมัน ทุกวันนี้ไม่สนุกแล้ว เพราะต้องลงรายละเอียดเยอะแล้วก็ต้องแก้กับปัญหาทุกวัน จะต้องมีเรื่องให้มาคิดตลอด เพราะเราเป็นทั้งนักแสดงและนักร้องเบื้องหน้าด้วย เบื้องหลังเรากำลังเป็นสตาร์ทอัพด้วย เลยทำให้แบบ 25 ชั่วโมงคืองานๆ

จนสุดท้ายผมคิดว่าตัวเองรับมือกับมันไม่ไหว ก็พยายามจะไม่มองที่อนาคตแล้ว โฟกัสที่ปัจจุบันแล้วก็ทำให้ดีที่สุด เป็นวันต่อวันไปเลย ก็เลยทำให้ถ้าถามว่าอีก 5-10 ปี เราจะเห็นภาพตัวเองเป็นยังไง ก็ยอมรับว่ายังมองไม่เห็น ทุกวันนี้ก็พยายามศึกษาตัวเองไปเรื่อยๆ หาความรู้ใส่ตัวเรื่อยๆ”

ความรักตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

“ก็ทรงๆ ครับ คบกันมา 8 ปีแล้วครับ ต่างคนก็ต่างโต”

อะไรที่เป็นความงดงามในตัวเขาที่คุณรู้สึกชอบ?

“เรื่องของความเป็นคู่คิดมั้งครับ หมายถึงว่าพอทำบริษัทด้วยกันแล้ว ผมจินตนาการได้เลยว่า ถ้าผมทำสิ่งนี้คนเดียวผมตายแน่นอน โชคดีที่ยังมีเขาอยู่ด้วย เขาช่วยจัดการ ช่วยเป็นคู่คิด ในเวลาที่ต้องตัดสินใจอะไรใหญ่ๆ เขาก็จะเข้ามาช่วย เขาเป็นคนเดียวที่เตือนสติผม แล้วผมฟัง เวลาที่ผมทำอะไรผิดไม่ว่าทั้งกับเขาหรือใครก็ตาม เขาจะด่าผมแรงมาก ไม่ใช่คำหยาบนะครับแต่เป็นคำพูดที่มันแทงเลย”

เคยบอกเขาไหม แล้วเขาว่ายังไง?

“บอกครับ เขาก็บอกว่าสมควรแล้ว (หัวเราะ) ด้วยความที่เราคบกันตั้งแต่อายุ 20 เพราะฉะนั้นแล้ว เหมือนเราก็เติบโตมาด้วยกันมา 8 ปี แต่ว่าก็ต้องยอมรับว่ามีนิสัยของผม ที่เป็นบางนิสัย ติดตัวที่ไม่สามารถแก้ได้สักที ผมก็จะทำผิดเรื่องซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ ทั้งที่ก็พยายามปรับอยู่ แต่ว่าบางทีพอเผลอไปก็พลาดครับ”

อุ้ม ลักขณา โพสต์คลิปอวดแฟน เห็นแขนกล้ามเป็นมัดๆ ยืนยันไม่เล็กนะครับ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828848

อุ้ม ลักขณา โพสต์คลิปอวดแฟน เห็นแขนกล้ามเป็นมัดๆ ยืนยันไม่เล็กนะครับ

2 ธ.ค. 2567 16:55 น.

อุ้ม ลักขณา โพสต์คลิปอวดแฟน เห็นแขนกล้ามเป็นมัดๆ ยืนยันไม่เล็กนะครับ

คลั่งรักมาก หวานสุดๆ สำหรับ อุ้ม ลักขณา แม้ว่าจะยังไม่เปิดหน้าแฟนใหม่ให้ได้เห็น แต่ดูก็รู้ว่าหล่อและหน้าตาดีแน่ๆ แถมทั้งคู่นั้นยังหวานกันสุดๆ

ล่าสุด อุ้ม ได้โพสต์คลิปอวดความใหญ่ของกล้ามแขนแฟนหนุ่ม พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “แฟนผมไม่เล็กนะค้าบบบบบ #doublea”

ซึ่งในคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ อุ้ม จับกล้ามโตเป็นมัดๆ ของแฟนหนุ่ม ก่อนจะบีบเบาๆ เชิงหยอก และเอาแก้มของตัวเองไปแนบกับกล้าม ทำให้รู้เลยว่า กล้ามใหญ่แทบจะเท่าหน้าของ อุ้ม แล้ว

หลายคนที่ติดตาม อุ้ม และเห็นคลิปต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เชื่อแล้วว่าใหญ่จริงๆ แม้ยังไม่ได้เห็นหน้า แต่เห็นกล้ามแน่นๆ ก็ยังดี พร้อมกับเข้ามายินดีในความรักที่สดใสของ อุ้ม ลักขณา ในครั้งนี้กันอีกด้วย

เจนนี่ รัชนก ของขึ้น! เจอถาม น้องยูจิน พิการมั้ย ซัดกลับคนบูลลี่ทันที

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828790

เจนนี่ รัชนก ของขึ้น! เจอถาม น้องยูจิน พิการมั้ย ซัดกลับคนบูลลี่ทันที

2 ธ.ค. 2567 15:45 น.

เจนนี่ รัชนก ของขึ้น! เจอถาม น้องยูจิน พิการมั้ย ซัดกลับคนบูลลี่ทันที

เป็นครอบครัวที่น่ารักและมีแฟนคลับติดตามเยอะมาก สำหรับครอบครัวของนักร้องสาว เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น กับ ยิว ฉัตรมงคล ที่มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ น้องยูจิน อยู่ในวัยกำลังน่ารักมากทีเดียว และเป็นขวัญใจพี่เลี้ยงออนไลน์กันถ้วนหน้า

ล่าสุด แม่เจนกับพ่อยิว ได้พาน้องยูจินไปเที่ยวสัมผัสอากาศหนาว ๆ มีหิมะที่ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการพักผ่อนหลังจากทำงานหนักและเจอเรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นมากมาย ในระหว่างที่แม่เจนกำลังไลฟ์พูดคุยกับแฟนคลับตามปกติ ก็ได้มีชาวเน็ตคนหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ถามว่า “ยูจินเป็นเด็กพิการไหมคะ แบบคนแคระ เพราะตัวไม่เห็นสูงขึ้นเลย แค่สงสัยค่ะ”

ด้านเจนนี่ก็ไม่ปล่อยผ่าน ได้ตอบกลับไปว่า “ยูจินไม่ได้เป็นเด็กพิการนะคะ เขาเป็นคนตัวเล็ก ซึ่งคนบนโลกนี้ก็สามารถเกิดมาสูงได้ เตี้ยได้ เราทุกคนก็สามารถใช้ชีวิตปกติได้ แต่คนที่คอมเมนต์อยู่ตอนนี้จิตใจของคุณพิการและก็ต่ำตมมาก เพราะว่าคุณจะพยายามคอมเมนต์ให้ทางพวกเรารู้สึกแย่ ซึ่งบอกเลยนะว่าพี่ไม่ได้รู้สึกแย่กับอะไรแบบนี้เลย

แต่พี่รู้สึกสงสารที่น้องอยู่ในความคิดและทัศนคติที่ย่ำแย่แบบนี้ นั่นแปลว่าถ้าน้องยังอยู่จุดนี้ชีวิตน้องจะไม่มีวันเจริญ และไม่มีวันประสบความสำเร็จ คนที่เขาประสบความสำเร็จหรือคนที่เขาเจริญ เขาจะไม่มานั่งถามคำถามหรือบูลลี่ หรือว่าให้คนอื่นแบบนี้”

จากนั้นคนเดิมก็ยังเข้ามาถามอีกว่า “แค่ถามเอง ร้อนอะไรเหรอ?” ซึ่งเจนนี่ก็ได้ตอบกลับทันทีว่า “พี่ไม่ได้ร้อน พี่หนาวมาก พี่อยู่ญี่ปุ่น น้องถาม พี่ตอบ เข้าใจไหมคะ พี่ไม่ได้ร้อน ตอนนี้ที่พี่อยู่คือติดลบ มีหิมะตกอยู่ข้างหลัง

และถ้าน้องถาม แปลว่าน้องอยากได้คำตอบ ประโยคที่น้องถามเมื่อกี้มันคือคำถาม ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า และพี่บอกเลยว่าถ้าน้องยังเป็นคนแบบนี้ ชีวิตนี้น้องจะไม่มีวันรวย ไม่มีวันเจริญและไม่มีวันประสบความสำเร็จ และจะไม่มีวันเจอคนรักที่ดีและถูกใจ คนที่ตัวเล็ก คนที่ตัวไม่สูง คนตัวเตี้ย-ตัวต่ำ ไม่น่าเสียใจเท่ากับคนที่จิตใจที่ต่ำแบบคอมเมนต์ของน้อง”