มทร.พ.ได้รับการยกย่อง ตั้งเป้าใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง ครอบคลุมทุกวิทยาเขตภายในปี 2028

https://www.naewna.com/local/845219

มทร.พ.ได้รับการยกย่อง ตั้งเป้าใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง ครอบคลุมทุกวิทยาเขตภายในปี 2028

มทร.พ.ได้รับการยกย่อง ตั้งเป้าใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง ครอบคลุมทุกวิทยาเขตภายในปี 2028

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 11.57 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้รับการยกย่องในความมุ่งมั่น ตั้งเป้าใช้ไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง หรือ Cage-Free 100% ครอบคลุมทุกวิทยาเขตภายในปี 2028

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (RMUTP) สถาบันการศึกษาชั้นนำด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ประกาศเจตนารมณ์ในการจัดหาไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง หรือ Cage-Free 100% ครอบคลุมทุกวิทยาเขต ภายในปี 2028 ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ Lever Foundation องค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ระดับโลก หรือ NGO โดยพิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2024 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการขับเคลื่อนมาตรฐานด้านอาหารอย่างมีจริยธรรมและยั่งยืน สร้างภาพลักษณ์ให้เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม

ภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ Lever Foundation จะให้การสนับสนุนด้านคำปรึกษาและการฝึกอบรมแก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อส่งเสริมการจัดหาไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง หรือ Cage-Free 100% ในวิทยาเขตทั้ง 4 แห่ง ที่รองรับนักศึกษากว่า 12,000 คน และบุคลากรเกือบ 500 คน โดยมหาวิทยาลัยตั้งเป้าที่จะใช้ความร่วมมือนี้ในการเผยแพร่ความรู้ด้านการผลิตไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคส่วนต่าง ๆ  

ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวถึงความตั้งใจในการยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนว่า “ภายในปี 2028 ไข่ไก่ทั้งหมดที่ใช้ในโรงอาหารทุกวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย ทั้งในรูปแบบไข่เปลือกและไข่เหลว จะต้องเป็นไข่ไก่มาจากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง หรือ Cage-Free 100% ซึ่งนโยบายนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์และตอบสนองต่อความต้องการของนักศึกษาและบุคลากรในการบริโภคสินค้าที่มีจริยธรรมมากยิ่งขึ้น”

ด้าน นายนิค คูนีย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Lever Foundation กล่าวชื่นชมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ว่า “การแสดงความเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครในการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์และความยั่งยืนในภาคการศึกษานั้นถือเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่อง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ตระหนักและดำเนินตาม”

การผลิตไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ใช้กรง หรือ Cage-Free 100% เป็นการเลี้ยงไก่ในสภาพแวดล้อมภายในที่เปิดโล่ง ทำให้ไก่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ซึ่งส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางอาหารอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการเลี้ยงในกรง โดยผลการวิจัยของหน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority – EFSA) ชี้ว่า ฟาร์มไข่ไก่แบบไม่ใช้กรง มีอัตราการปนเปื้อนของเชื้อซัลโมเนลลาที่ต่ำกว่าฟาร์มเลี้ยงกรงถึง 25 เท่า และ EFSA ยังแนะนำให้ใช้การผลิตไข่ในระบบแบบไม่ใช้กรงเท่านั้น นอกจากนี้ แนวโน้มการบริโภคในปัจจุบันยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคหันมาลดการบริโภคไข่เพื่อสนับสนุนสวัสดิภาพไก่ไข่อย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ Lever Foundation

Lever Foundation เป็นองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ระดับโลก หรือ NGO ที่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทั่วเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ โดยมุ่งเน้นการร่วมมือกับบริษัทชั้นนำในการปรับปรุงกระบวนการจัดหาโปรตีนเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความเป็นมนุษยธรรม ปลอดภัย และยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมเน้นการพัฒนาการจัดหาโปรตีนจากสัตว์ที่ได้รับการดูแลอย่างดีและโปรตีนทางเลือกที่ผลิตขึ้นภายใต้มาตรฐานสากล

‘ม.นเรศวร’ตั้งห้องปฏิบัติการ‘สัตว์ทดลอง’ ผุดงานบริการ‘วิจัยยา’มุ่งสู่ฮับพัฒนายารักษาโรคใหม่อาเซียน

https://www.naewna.com/local/845216

‘ม.นเรศวร’ตั้งห้องปฏิบัติการ‘สัตว์ทดลอง’ ผุดงานบริการ‘วิจัยยา’มุ่งสู่ฮับพัฒนายารักษาโรคใหม่อาเซียน

‘ม.นเรศวร’ตั้งห้องปฏิบัติการ‘สัตว์ทดลอง’ ผุดงานบริการ‘วิจัยยา’มุ่งสู่ฮับพัฒนายารักษาโรคใหม่อาเซียน

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 11.48 น.

‘ม.นเรศวร’จับมือ‘บริษัท วีลาล่า-INVITROCUE PTE LTD’ จัดตั้งห้องปฏิบัติการ‘สัตว์ทดลอง’ระดับก่อนคลินิก เตรียมผุดงานบริการ‘วิจัยยา’ชนิดใหม่ และหลักสูตรอบรมบุคลากรรองรับ ตั้งเป้าเป็นฮับด้านการวิจัยและพัฒนายาในการรักษาโรคใหม่ของอาเซียน

2 ธันวาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) โดย รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี  ร่วมกับ บริษัท วีลาล่า โดย ดร.พงษธร โชติเกษมศรี ประธานกรรมการบริหาร และ INVITROCUE PTE LTD โดย Dr.Her Zhisheng Associate Director, Technology ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการสัตว์ทดลองระดับก่อนคลินิกตามมาตรฐานสากลเพื่อสนับสนุนการวิจัยในไทยให้สามารถพัฒนายารักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และง่ายขึ้น อีกทั้งยังเพื่อดึงลูกค้างานวิจัยจากทั่วโลกให้มาใช้งานบริการทดสอบสัตว์ทดลองในไทย

รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้มหาวิทยาลัยนเรศวร บริษัท วีลาล่า และ INVITROCUE PTE LTD จะได้แลกเปลี่ยนความรู้วิชาการผ่านการสัมมนาหรือการประชุมเชิงวิชาการ นอกจากนี้ยังได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการทดสอบและพัฒนายาใหม่ในระดับก่อนคลินิก ตลอดจนความร่วมมือทางด้านการพัฒนาบุคลากร โดยร่วมกันเสนอหลักสูตร การอบรมบุคลากรรองรับการบริการทดสอบระดับก่อนคลินิก เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานและความก้าวหน้าทางการทดสอบวิจัยที่เกี่ยวข้องการทดสอบยา วัคซีน เครื่องมือแพทย์ สารแต่งเติมในอาหาร เครื่องสำอาง อาหารใหม่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาสัตว์ สารชีวภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ใน ครัวเรือน รวมถึงเคมีเกษตรและเคมีอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือทางด้านงานบริการ โดยทาง มน. และทั้ง 2 บริษัทฯ จะร่วมมือกันในการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ข้อสนเทศ เครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ตลอดจนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้การดำเนินงานในโครงการต่างๆ บรรลุเป้าหมาย โดยมีระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่  2 ธันวาคม 2567 และสิ้นสุดในวันที่ 2 ธันวาคม 2570

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมซึ่งประกอบไปด้วยผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ได้แก่ รองอธิการบดี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และผู้บริหารจากส่วนงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกันว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะ จะเกิดประโยชน์ขึ้นทั้งสองทาง คือ ประโยชน์ต่อคนไข้โดยตรง และประโยชน์ต่อการวิจัยมะเร็ง ซึ่งหากประสบความสำเร็จ ในส่วนของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมีโรงพยาบาลที่ดูแลรักษาคนไข้มะเร็งในพื้นที่ได้แก่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลพระพุทธชินราช รองรับอยู่แล้ว ทั้งนี้ในการทดลองที่ผ่านมา กว่าที่คนไข้มะเร็งจะได้รับยาที่ตอบสนองกับตัวเองอย่างเหมาะสมนั้น ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูงมาก และในระหว่างรอ ก็จะยิ่งที่ทำให้การรักษายากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นโมเดลทางคลินิกในเรื่องการของการทดสอบการตอบสนองต่อยาของ บริษัท วีลาล่า จึงจะส่งผลดีต่อคนไข้

“รูปธรรมตรงนี้จะสามารถพัฒนาต่อยอดไปเป็น ศูนย์รักษามะเร็งภาคเหนือตอนล่าง ที่เป็นหลักให้กับประเทศได้ และขอให้หาวิธีการที่จะทำอย่างไรให้คนไข้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่รับได้ ในส่วนของ มน.เอง ก็มีนักวิจัยที่ทำงานด้านนี้ค่อนข้างมากและมีคอนเนกชั่นกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะมาช่วยสนับสนุนและขยายงานวิจัยด้านมะเร็งได้ในหลายมิติมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศ”

ด้าน ดร.พงษธร โชติเกษมศรี กล่าวเสริมว่า จากความเห็นดังกล่าวข้างต้นนั้น ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของ บริษัทวีลาล่า ที่ต้องการให้คนไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยี โดยเราได้วางแผนไว้ว่า หากทางมน. มีโครงการวิจัยอะไร ก็สามารถมาคุยกับเราได้ และอาจจะขอทุนร่วมกันจากภาครัฐ เพื่อทำให้โครงการนี้สามารถขยายผลให้สามารถใช้งานได้ในวงกว้างที่ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ เรายังมีความตั้งใจในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร โดยในปี 2568 เราจะนำร่องโดยการจ้างพนักงานเพิ่มเติมซึ่งเป็นเด็กจบใหม่ในพื้นที่จำนวน 6-20 คน ขณะเดียวกันในส่วนนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเอง เราก็จะให้มีการอบรมในเรื่องของเทคโนโลยี เพื่ออัปเดตกับนักวิจัยต่างชาติและงานวิจัยระดับโลกในทุกไตรมาส

“เราได้ไปดูศูนย์สัตว์ทดลองของมหาวิทยาลัยฯ มาแล้ว จึงเห็นถึงความพร้อมและมาตรฐาน และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการใช้งานของภาคเอกชน เราได้วางเป้าหมายจะพัฒนาที่นี่ให้เป็นฮับงานวิจัยและพัฒนายาในการรักษาโรคใหม่ เนื่องจากมน.มีความพร้อมในทุกด้านที่จะสามารถทำได้” ดร.พงษธร กล่าว

H.M. Blues คอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์ 4 ธ.ค.นี้ เจอกัน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829100

H.M. Blues คอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์ 4 ธ.ค.นี้ เจอกัน

3 ธ.ค. 2567 18:29 น.

H.M. Blues คอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์ 4 ธ.ค.นี้ เจอกัน

ประชาชนชาวไทยเราทุกคนทราบกันดีว่า แม้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย แต่พระองค์ก็ยังทรงมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานประพันธ์ทางดนตรี ที่มีความไพเราะไว้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

ซึ่งถ้าพูดถึงเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ (เพลงที่พระองค์พระราชนิพนธ์เนื้อร้อง และทำนอง หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง) ที่พสกนิกรชาวไทยเราคุ้นเคยกันดี ก็จะมีหลายเพลงด้วยกัน เช่น

“แสงเทียน” เพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกของพระองค์ ที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในแนวบลูส์ เมื่อปี 2489 แล้วพระราชทานให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์ เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงประพันธ์คําร้อง แต่เนื่องจากท่านจักรพันธ์ฯทรงประพันธ์คำร้องตอนท้ายออกมาในแนวเศร้าๆ “ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา” พระองค์ท่านจึงรับสั่งว่า “ถึงแม้จะเป็นเพลงเศร้าก็จริง แต่ตอนท้ายของเพลงนั้น ก็ควรมีปรัชญาแฝงไว้ว่า “ยังต้องต่อสู้ต่อไป ยังคงมีความหวังอยู่” จึงทรงขอให้มีการแก้ไขเนื้อเพลงก่อน และพระองค์ก็มีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขทำนองและคอร์ดบางตอนด้วย จึงยังไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้นำออกมาบรรเลงในเวลานั้น

“เราสู้” เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 44 เกิดจากคุณสมภพ จันทรประภา อดีตรองอธิบดีกรมศิลปากร ได้ประพันธ์กลอนสุภาพ 4 บท จากพระราชดำรัส ที่พระราชทานแก่สมาชิกสภานิติบัญญัติที่เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มาเขียนเป็นคำกลอนถวาย เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรแล้ว ทรงเกิดแรงบันดาลพระราชหฤทัย ที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลง จึงทรงหยิบซองจดหมายใกล้พระหัตถ์มาตีบรรทัด 5 เส้น และทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง “เราสู้” พระราชทานให้เป็นของขวัญวันปีใหม่แก่ทหาร อาสาสมัครและตำรวจชายแดน โดยพระราชทานให้ วงอ.ส. วันศุกร์ ซึ่งกำลังบรรเลงอยู่ในงานวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม พ.ศ. 2517 นำออกบรรเลง ณ พระราชวังบางปะอิน เป็นต้น

พระองค์ทรงมีพระราชปรีชาญาณในเรื่องของดนตรี และทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งสิ้น 48 เพลง ประกอบด้วยเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง และคำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง มี 5 เพลง คือ “Echo”, “Still on My Mind”, “Old-Fashioned Melody”, “No Moon” และ “Dream Island” ขณะที่เพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขึ้นภายหลัง โดยใส่ในคำร้องที่มีผู้ประพันธ์ไว้แล้ว ได้แก่ ความฝันอันสูงสุด เราสู้ และ รัก

และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์ ทางเนชั่นกรุ๊ป และองค์กรพันธมิตร จึงจัดคอนเสิร์ต “H.M. Blues” ขึ้น ในค่ำวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ คอนเสิร์ตนี้จะอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ และนำบทเพลงแสตนดาร์ดแจ๊สระดับสากลมาถ่ายทอด บรรเลงโดยวง RSU Jazz Orchestra ภายใต้การควบคุมของ รศ.ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ ศิลปินศิลปาธร ร่วมด้วยศิลปินชั้นนำ กบ เสาวนิตย์ นวพันธ์, ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, แมว จิรศักด์ ปานพุ่ม, เมย์ ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา และ ออย กุลจิรา ทองคำ

รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตร โดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้แก่สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา และวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อสนับสนุนการศึกษาด้านดนตรีให้แก่เยาวชนไทยต่อไป บัตรมีจำหน่ายแล้วที่ไทยทิคเก็ทเมเจอร์ ราคา 1,500 / 2,000 และ 2,500 บาท ซื้อบัตรได้ที่เว็บไซต์ Thaiticketmajor หรือทางเคาน์เตอร์ Thaiticket Major ทุกสาขา 

ย้อนดูภาพความฟิน IMAGINE DRAGONS พี่แดนนำทีม จัดเต็มความสนุกขนเพลงฮิตเพื่อแฟนชาวไทย

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829094

ย้อนดูภาพความฟิน IMAGINE DRAGONS พี่แดนนำทีม จัดเต็มความสนุกขนเพลงฮิตเพื่อแฟนชาวไทย

3 ธ.ค. 2567 18:08 น.

ย้อนดูภาพความฟิน IMAGINE DRAGONS พี่แดนนำทีม จัดเต็มความสนุกขนเพลงฮิตเพื่อแฟนชาวไทย

จบกันไปแล้วสำหรับ Imagine Dragons: LOOM WORLD TOUR LIVE IN BANGKOK คอนเสิร์ตพลังบวกฮีลใจแห่งปีที่หลายๆ คนรอคอย ขนเพลงฮิตมากว่า 20 เพลง จัดเต็มความสนุกเอาใจแฟน ๆ ว่า 16,000 เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ QSNCC Hall 1–2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Imagine Dragons เปิดการแสดงด้วย 3 เพลงจังหวะสนุกๆ อย่าง Fire In Hills, Thunder และเพลงชาติทุกกองประกวดของเหล่าพี่สาวนางงามอย่าง Bones ที่ช่วยปลุกความมันส์ให้แฟนๆ นับหมื่นในฮอลล์โยกตัวตามจังหวะกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะชวนแฟนๆ มาวอร์มอัปขยับร่างกายเมื่อมีลูกบอลชายหาดขนาดยักษ์ลอยมาให้แฟนๆ เล่นกันในเพลง Take Me To Beach

ช่วงกลางการแสดง Imagine Dragons พาแฟนๆ เข้าสู่เซสชั่นรำลึกถึงความหลังกับเซ็ตลิสต์เพลงเก่าสุดฮิต ไม่ว่าจะเป็น Radioactive, Demons หรือ Walking The Wire ก่อนจะปิดท้ายด้วย Believer สร้างเสริมกำลังใจส่งท้ายโชว์ให้แฟนๆ กลับบ้านไปด้วยเอเนอร์จี้เหลือล้น

ชมความสวยแบบเต็มๆ ของ วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก MU 2024 สุดประทับใจเมืองไทย

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829069

ชมความสวยแบบเต็มๆ ของ วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก MU 2024 สุดประทับใจเมืองไทย

3 ธ.ค. 2567 18:04 น.

ชมความสวยแบบเต็มๆ ของ วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก MU 2024 สุดประทับใจเมืองไทย

เดินทางเมืองไทยอย่างเป็นทางการ สำหรับ วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก (Victoria Kjær Theilvig) มิสยูนิเวิร์ส 2024 สาวงามจากประเทศเดนมาร์ก

ล่าสุด วิกตอเรีย ได้เปิดโอกาสให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยเป็นครั้งแรก ที่หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ เผยว่า

“ฉันเคยมาเมืองไทย 4 ครั้งแล้ว ไปที่ภูเก็ต 3 ครั้งและกรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 รู้สึกประทับใจคนไทย ประทับใจวัฒนธรรมไทย ประทับใจอาหารไทย อย่างต้มยำกุ้ง และผัดไทย ที่ฉันชอบเป็นพิเศษ

การมาครั้งนี้มาในภารกิจมิสยูนิเวิร์ส ก็มีหลายภารกิจแต่ไม่สามารถลงรายละเอียดได้ทั้งหมด ได้ไปพบนายกรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬาแล้วเกี่ยวกับภารกิจมิสยูนิเวิร์ส ยังมีอีกหลายภารกิจที่มาในทริปนี้แต่ขออุบไว้ก่อน ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ค่ะ”

ยอมรับหลังจากได้มงกุฎ MU 2024 ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก

“ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก แต่ตัวตนของฉันเองก็ยังอยู่เหมือนเดิม ความตั้งใจอะไรที่เคยตั้งใจไว้ก็คงยังอยู่เหมือนเดิม สิ่งหนึ่งที่อาจจะเปลี่ยนไปก็คือภารกิจในปริมาณที่มากขึ้น แต่สุดท้ายตัวตนและอุดมการณ์ที่แท้จริงของฉันยังอยู่เหมือนเดิม

ฉันมีความมุ่งมั่นกับการปกป้อง การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิสัตว์ ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็กฉันก็ทำงานอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยกับสัตว์ ฉันได้บริจาคเวลาและพลังงานมาโดยตลอด การที่ฉันมาอยู่ในตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส 1 ปี และหลังจากนี้ฉันมีความตั้งใจ และจะพยายามให้คนตระหนักถึงสิทธิของสัตว์ ฉันอยากจะเป็นเสียงของผู้ที่ไม่มีเสียง ที่ผ่านมาก็มีบ้าง ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ายังไม่ดังพอ ฉันอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เสียงนี้ดังขึ้น

ฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ เพราะฉันอายุเพียง 21 ปี ถ้าจะส่งคำแนะนำจริงๆ ก็คงจะเป็นเรื่องของความพยายาม ความตั้งใจ และความไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ทุกสิ่งที่ฉันทำมา ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่พูดไปก็คงจะไม่สามารถก้าวมาสู่ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สในวันนี้ได้

ถ้าถามถึงความยากลำบาก จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีความยากลำบากอะไรเลย อุปสรรคที่เข้ามาหรือปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความท้าทายมากกว่าจะเป็นอุปสรรค ฉันมองว่ามันเป็นโอกาสมากกว่า และฉันก็พยายามก้าวข้ามสิ่งนั้นไป เป็นความท้าทายมากกว่า”

“ตอนนี้ฉันไม่ได้มีอะไรที่อยากจะทำแล้วไม่ได้ทำ หรือมีความตั้งใจที่อยากจะทำ ก็รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าไปเจอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ส่วนอื่นก็ยังไม่ได้มีอะไรในใจ ทุกๆ วันจะเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับฉันในการเดินทางมาครั้งนี้

การมาเมืองไทยครั้งนี้ จะเหลือเวลาอยู่ที่เมืองไทยอีก 12 วัน จากนั้นจะเดินทางไป จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และจะไปเคาท์ดาวน์ที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก”

เมื่อถามถึงการได้เป็น มิสยูนิเวิร์สคนแรกของประเทศเดนมาร์ก รู้สึกอย่างไรบ้าง วิกตอเรีย เผยว่า

“ชาวเดนมาร์กภูมิใจมาก เพราะฉันเป็นคนแรกที่นำมงกุฎมิสยูนิเวิร์สกลับไปที่เดนมาร์ก ฉันได้รับเสียงตอบรับที่ล้นหลาม ฉันรอที่จะกลับไปฉลองพร้อมกับพวกเขา แต่กำหนดการก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะเมื่อไหร่”

ทั้งนี้ยังได้ฝากถึงแฟนนางงามทุกคนว่า ฉันรักทุกคน ฉันอยากจะบอกพวกเขาว่าขอบคุณค่ะ ฉันรักเมืองไทย คนไทย อาหารและทุกๆ อย่าง รู้สึกปลาบปลื้มที่แฟนๆ คนไทยมอบความรักให้กับฉัน ตั้งแต่ที่ฉันได้ครองมงกุฎมา เวลาไปไหนก็จะได้รับเสียงตอบรับและกำลังใจ แรงเชียร์ที่ล้นหลามมากๆ มาเมืองไทยแต่ละครั้งจะประทับใจในสถานที่ วัฒนธรรม อาหารและผู้คนอยู่แล้ว แต่มาครั้งนี้ก็เพิ่มเติมมากขึ้นเพราะได้รับกำลังใจจากแฟนนางงามมิสยูนิเวิร์สในฐานะที่ฉันได้รับตำแหน่ง

ขอบคุณอย่างซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจ ทุกข้อความ ของขวัญทุกชิ้นที่ส่งมาให้ฉัน ล้วนเป็นกำลังใจให้กับฉันมากๆ ฉันประทับใจแฟนนางงามชาวไทยสุดๆ จากเสียงตอบรับที่ได้รับในการมาครั้งนี้ สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ สวยมาก (พูดภาษาไทย) ฉันพูดได้บางคำ แต่ฉันจะใช้ช่วงเวลาและโอกาสที่อยู่ที่เมืองไทย และช่วงเวลาที่ครองตำแหน่งเพื่อเรียนรู้ คำพูด อากัปกิริยาของคนไทยให้มากขึ้น เป็นโอกาสที่ฉันจะได้เรียนรู้”

ฝากถึง LGBT ที่เป็นแฟนนางงาม?

“กลุ่ม LGBT เป็นกลุ่มที่ฉันชื่นชอบและชื่นชมในความเข้มแข็ง ในประเทศของฉันมีกฎหมายบางฉบับที่กีดกันในการสร้างความโดดเด่น เป็นตัวเองแบบนี้ ฉันยกย่องกลุ่ม LGBT มากๆ สำหรับความกล้าและความโดดเด่นที่จะยืนหยัด เข้มแข็ง แสดงความเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน ที่ทำให้สังคมโดยรวมยอมรับได้”

ทักทายแฟนนางงาม “สวัสดีค่ะพี่กะเทย”?

“สวัสดีค่ะพี่ๆ กะเทย (ภาษาไทย)”

คอนเสิร์ตของศิลปินสาวอินดี้ที่คนไทยอยากดูที่สุด Gracie Abrams เจอแน่ 19 เม.ย. 68

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829091

คอนเสิร์ตของศิลปินสาวอินดี้ที่คนไทยอยากดูที่สุด Gracie Abrams เจอแน่ 19 เม.ย. 68

3 ธ.ค. 2567 17:53 น.

คอนเสิร์ตของศิลปินสาวอินดี้ที่คนไทยอยากดูที่สุด Gracie Abrams เจอแน่ 19 เม.ย. 68

Gracie Abrams (เกรซี เอบรามส์) นักร้อง-นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เจ้าของเพลงฮิตติดท็อปบิลบอร์ดชาร์ต ‘That’s So True’ (แดดส์ โซ ทรู) และผู้ได้รับการเสนอชื่อรางวัลแกรมมี่ ประกาศเอเชียทัวร์ของคอนเสิร์ต ‘Gracie Abrams: The Secret of Us Tour’ (เกรซี เอบรามส์ เดอะ ซีเคร็ต ออฟ อัส ทัวร์) ปักหมุด 5 เมือง โดยเริ่มที่สิงคโปร์ โซล โตเกียว เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ไทเป ปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2568 ที่สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ บัตรราคาเริ่มต้น 2,500 บาท เปิดจำหน่ายรอบพรีเซลส์ ไลฟ์ เนชั่น เทโร วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2567 ที่เว็บไซต์ livenationtero

จากหนูน้อยที่เริ่มเขียนเพลงวัย 8 ปี สู่ศิลปินสาววัย 25 ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับการพูดถึงในวงการเพลงมากที่สุดของปีนี้ Gracie Abrams เริ่มต้นเส้นทางสายศิลปินในปี 2562 ด้วยสองซิงเกิ้ล ‘Mean It’ (มีน อิท) และ ‘Stay’ (สเตย์) ปล่อยอีพีอัลบั้มแรก ‘minor’ (ไมเนอร์) ในปี 2563 ประกอบไปด้วยเพลงฮิตอย่าง ‘21’ (ทเวนตี้วัน), ‘I miss you, I’m sorry’ (ไอ มิส ยู ไอม์ ซอรี่) และ ‘Long Sleeves’ (ลอง สลีฟส์) และในปี 2564 จนถึง 2566 Gracie Abrams ได้ปล่อยอีพีอัลบั้มอย่าง ‘This Is What It Feels Like’ (ดิส อิส ว้อท อิท ฟีลส์ ไลก์) และ ‘Good Riddance’ (กู้ด ริดเดนซ์) โดยมาพร้อมกับทัวร์คอนเสิร์ตในอเมริกาเหนือที่สร้างสถิติโซลเอาท์ตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เปิดขายบัตร ตลอดจนพาเธอขึ้นแท่นเป็นแขกรับเชิญพิเศษ (Opening Act) บนเวทีคอนเสิร์ตระดับโลกอย่าง The Eras Tour (ดิ อิราส์ ทัวร์) ของ Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) ที่แวนคูเวอร์และโทรอนโต แคนาดาในปีนี้

‘The Secret of Us’ (เดอะ ซีเคร็ต ออฟ อัส) อัลบั้มมาสเตอร์พีซล่าสุดของ Gracie ซึ่งปล่อยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ยังคงคอนเซ็ปต์มู้ดดี้ป็อปด้วยดนตรีโฟล์กบวกกับเนื้อเพลงสะเทือนอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ อัลบั้มนี้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับเธอด้วยการขึ้นสู่อันดับ 1 ชาร์ต Billboard 200 ในสหราชอาณาจักรและเนเธอแลนด์ รวมถึงเป็นอันดับ 2 บนชาร์ต Billboard 200 ในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก โดยในอัลบั้มนี้ประกอบไปด้วย ‘Close To You’ (โคลส ทู ยู) ซิงเกิ้ล 3 ล้านสตรีมบน Spotify ภายในวันแรก และ ‘I Love You, I’m Sorry’ (ไอ เลิฟ ยู ไอม์ ซอรี่) ทะยานขึ้นเป็นอันดับ 11 ของชาร์ต Spotify ในสหรัฐฯ ‘The Secret of Us (Deluxe)’ อัลบั้มรีแพ็คเกจที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนตุลาคม พร้อมกับแทร็กล่าสุด ‘That’s So True’ (แดดส์ โซ ทรู) สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยยอดมากกว่า 100 ล้านครั้ง จนขึ้นเป็นอันดับ 1 บนชาร์ต Spotify ในสหรัฐฯ รวมทั้งเป็นอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักรต่อเนื่องนานถึง 2 สัปดาห์

‘The Secret of Us Tour’ คอนเสิร์ตที่ตอกย้ำความมาแรงของเธอคนนี้ ด้วยสถิติโซลเอาท์ในอเมริกา และการประกาศเอเชียทัวร์เป็นครั้งแรก แฟนๆ ชาวไทยห้ามพลาด ล็อคคิวข้ามปีก่อนไปเจอกับเธอที่‘Gracie Abrams: The Secret of Us Tour in Bangkok’ วันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2568 ที่สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ บัตรราคา 2,500 และ 3,500 บาท สมาชิกไลฟ์ เนชั่น เทโร รับสิทธิ์ซื้อบัตรรอบพรีเซลส์ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม (10.00 – 22.00 น.) ทาง livenationtero.co.th เริ่มจำหน่ายบัตรรอบทั่วไป วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 10.00 น. เป็นต้นไปทาง thaiticketmajor.com เท่านั้น และจะเปิดจำหน่ายทางเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา ในวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ริต้า หัวใจพองโต เผยโฉม น้องเรเน่ เรนิต้า ฝากลูกสาวไว้ในอ้อมใจของทุกคน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829081

ริต้า หัวใจพองโต เผยโฉม น้องเรเน่ เรนิต้า ฝากลูกสาวไว้ในอ้อมใจของทุกคน

3 ธ.ค. 2567 17:27 น.

ริต้า หัวใจพองโต เผยโฉม น้องเรเน่ เรนิต้า ฝากลูกสาวไว้ในอ้อมใจของทุกคน

หลังจากที่ ริต้า ศรีริต้า ได้คลอดลูกสาว น้องเรเน่ เรนิต้า ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ล่าสุด เจ้าตัวก็ได้โพสต์ภาพครอบครัว พร้อมเผยโฉมลูกสาวตัวน้อยให้แฟนๆ ได้ชมกัน งานนี้บอกเลยว่าสาวน้อยเรเน่น่ารักน่าชังแบบสุดๆ 

โดยคุณแม่ริต้าได้โพสต์ภาพครอบครัว 4 คนพ่อแม่ลูกที่มีคุณพ่อ กรณ์ ณรงค์เดช และ พี่กวิณท์ ลงในอินสตาแกรมของตัวเอง พร้อมแคปชั่นว่า “A new chapter of my life…,and now it’s the four of us Welcome our little angel, Renée Renita Narongdej to our family.

ฝากเนื้อฝากตัวน้องคนสุดท้องของครอบครัวเรานะคะ น้องเรเน่ เรนิต้า ณรงค์เดช ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกๆ ข้อความที่ส่งมาให้ริต้านะคะ ได้อ่านแล้วอบอุ่นใจมากๆ ค่ะ ตอนนี้โลกทั้งใบเป็นสีชมพูแล้วค่ะ หัวใจพองโตมากๆ เลย

ขอบคุณช่างภาพ ถ่ายกวิณท์ตั้งแต่ตอนเกิด และรอบนี้เหมือนเดิมทุกอย่างยกเว้นมีเพิ่มเติมคือสมาชิกใหม่ของบ้าน น้องเรเน่ ค่ะ” 

โดยที่มาของชื่อ ด.ญ. เรนิต้า (Renita) แปลว่า สง่างาม นั่นเอง 

เกรซ ลูกสาว เสี่ยเจียง ทรานส์แมนสุดหล่อ รับออกจากวงการเพราะถูกกดดันเพศสภาพ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829036

เกรซ ลูกสาว เสี่ยเจียง ทรานส์แมนสุดหล่อ รับออกจากวงการเพราะถูกกดดันเพศสภาพ

3 ธ.ค. 2567 16:43 น.

เกรซ ลูกสาว เสี่ยเจียง ทรานส์แมนสุดหล่อ รับออกจากวงการเพราะถูกกดดันเพศสภาพ

หายหน้าจากวงการบันเทิงไปนานมาก สำหรับ เกรซ นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ อดีตดาราเด็กคนดังจากหนังเรื่อง ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ลูกสาวของ เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้ก่อตั้งค่ายหนัง สหมงคลฟิล์ม ที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเพศสภาพมาเป็นแบบที่ตัวเองอยากจะเป็นได้อย่างสมบูรณ์แล้ว โดยเปลี่ยนลุคใหม่เป็นหนุ่มหล่อสุดกระชากใจ

ล่าสุดได้เจอ เกรซ มาร่วมงานแถลงข่าว นับถอยหลังสู่วันสมรสเท่าเทียม (Marriage Equality Day) เปิดประวัติศาสตร์การจดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQIAN+ พร้อมกันทั่วประเทศกว่า 1,000 คู่ โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์และเล่าเรื่องชีวิตที่ผ่านมา บอกว่า

– ที่ผ่านมาทำงานขับเคลื่อนมาหลายปีเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียม แม้ว่าเราจะยังไม่ได้สมรส แต่เรารู้สึกว่าทุกๆ คนก็รอสิ่งนี้มานาน การที่มีกฎหมายมารองรับ ทำให้คนส่วนมากเข้าใจมากขึ้นว่าสิ่งนี้มันก็คือความรัก

– ส่วนความรักของตัวเองยังไม่มีแพลนแต่งงานเร็วๆ นี้ เดี๋ยวพร้อมแล้วจะบอก แต่มีความรักแล้ว มีคนเดียว ไม่อยากพูดเยอะ มันเขิน

– ตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน รู้สึกโคตรดีใจ เราถูกกดดันมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะที่ผ่านมามีแต่คนมาสัมภาษณ์ว่าเป็นผู้หญิงทำไมไม่ใส่กระโปรง ก็เลยตัดสินใจออกจากวงการบันเทิงไป เพราะไม่แน่ใจว่าจะอยู่ตรงไหนของวงการนี้

– ยอมรับว่าไม่ได้ชอบเพศกำเนิดของตัวเอง เพราะรู้สึกว่าสังคมนี้ไม่พร้อมต้อนรับ อย่างตอนเด็กๆ มักจะถูกถามว่าเราเป็นเพศอะไร ซึ่งเราไม่อยากตอบ และก็คิดแต่ว่าตัวเราผิดปกติ แต่มาวันนี้เราไม่ได้ผิดปกติ เราแค่ชอบที่จะเป็นแบบนี้

– ขอบคุณที่ทุกคนเปิดใจ มันทำให้เราก้าวไปข้างหน้าด้วยความรักจริงๆ วันนี้เรากล้าพูดว่าเรารักใคร ได้เปิดตัวกัน

– ช่วงที่ออกจากวงการบันเทิงไป ออกไปเพราะไปเรียน มาตอนนี้ทำงานออกแบบ และเปิดเพลงบ้างในบางโอกาส

– เกรซ เผยอีกว่า ตอนเด็กๆ มีคนสัมภาษณ์ แล้วก็มีคนถามว่า ทำไมเป็นผู้หญิงไม่ใส่กระโปรง เราก็เลยไม่ชอบความกดดันนี้เลย ก็เลยออกจากวงการบันเทิงไป

– ตอนนี้ไม่ได้ถือว่ากลับเข้ามาในวงการบันเทิงเต็มตัว อาจจะมีข่าวบ้าง มีคนมาสัมภาษณ์บ้าง แต่เราแค่เป็นตัวเอง คนสนใจหรือไม่สนใจไม่สำคัญ

– ส่วนเรื่องจะกลับมาทำหนังตามรอยพ่อหรือไม่ เกรซ บอกว่า คิดว่าพี่ๆ ทำงานได้ดีอยู่แล้ว เราก็พยายามฝึกฝนวิทยายุทธ์ของเรา ไว้ถ้ามีโอกาสก็อยากไปช่วยพี่ๆ ทำเหมือนกัน

– สำหรับคุณพ่อ ในตอนนี้ก็อยู่บ้าน ค่อนข้างมีความสุข ช่วงนี้ก็คงเป็นช่วงพักผ่อนของเขา พี่ๆ ก็ทำงานต่อไป เรื่องสุขภาพก็เป็นคนแก่ ต้องมีคนดูแล เดินอาจจะลำบากหน่อย แต่เขามีความสุข ไม่ได้ทรมานอะไร ก็มีจำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง

เพลง ชนม์ทิดา ถูก เป๊ก เศรณี ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน แหวนเพชรเม็ดใหญ่มาก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829063

เพลง ชนม์ทิดา ถูก เป๊ก เศรณี ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน แหวนเพชรเม็ดใหญ่มาก

3 ธ.ค. 2567 16:33 น.

เพลง ชนม์ทิดา ถูก เป๊ก เศรณี ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน แหวนเพชรเม็ดใหญ่มาก

ขอแสดงความยินดีกับ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวคนเดียวของ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ และ ตู่ นันทิดา เพราะล่าสุดถูกแฟนหนุ่ม เป๊ก เศรณี ลูกชายของ อนุทิน ชาญวีรกูล ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอเพลงแต่งงานหลังจากที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมานาน 6 ปี 

โดยเป๊กได้ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอเพลงแต่งงานที่ต่างประเทศในระหว่างที่ทั้งคู่ไปปิกนิกกัน ซึ่งบรรยากาศนั้นแสนจะเรียบง่ายแต่โรแมนติกแบบสุดๆ ซึ่งมีเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่เป็นพยานรักในครั้งนี้ของทั้งคู่ 

หลังจากที่เพลงลงรูปที่ถูกเป๊กขอแต่งงานไป ก็มีเพื่อนๆ ทั้งในและนอกวงการบันเทิงมาร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่มากมาย บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ 

โมเมนต์น่ารัก คุณหญิงบัว ลุกเดินไปอวยพรวันเกิด ท่านมุ้ย ปรมมือชมเก่งมาก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828966

โมเมนต์น่ารัก คุณหญิงบัว ลุกเดินไปอวยพรวันเกิด ท่านมุ้ย ปรมมือชมเก่งมาก

3 ธ.ค. 2567 12:29 น.

โมเมนต์น่ารัก คุณหญิงบัว ลุกเดินไปอวยพรวันเกิด ท่านมุ้ย ปรมมือชมเก่งมาก

เป็นโมเมนต์ที่น่ารักและน่าประทับใจที่เกิดขึ้นในครอบครัว หลังจากที่ คุณหญิงบัว (ชื่อเดิม คุณหญิงแมงมุม) หรือ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ได้มีความมุ่งมั่นในการลุกขึ้นยืน และใช้วอล์กเกอร์ช่วยเดินไปหาท่านพ่อ หรือ ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เพื่อกล่าวอวยพรวันเกิด เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งมีอายุครบ 82 ปี

โดยคุณหญิงบัวได้ลงคลิปผ่านอินสตาแกรม พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “walking to say “Happy Birthday” to my dad!” ซึ่งในขณะที่กำลังเดินไปหาท่านพ่อ ท่านก็ได้นั่งปรบมือรอรับลูกสาว พร้อมกับเปิดเพลงคลอตามไปด้วย ซึ่งในคลิป ท่านมุ้ยบอกว่า “พ่อมีเพลงประกอบให้ด้วย” และได้ปรบมือพร้อมชมคุณหญิงบัว บอกว่า “เก่งมาก”

หลายคนที่เห็นคลิปดังกล่าวต่างเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจ ชื่นชมในความพยายามความเก่งของคุณหญิงบัว พร้อมทั้งอวยพรวันเกิดให้กับท่านมุ้ยอีกด้วย