โซเด็กซ์โซ่ สนับสนุนกิจกรรมเดิน-วิ่ง ‘AMATA CITY RUN 2024’ ครั้งที่ 14

https://www.naewna.com/lady/845294

โซเด็กซ์โซ่ สนับสนุนกิจกรรมเดิน-วิ่ง 'AMATA CITY RUN 2024' ครั้งที่ 14

โซเด็กซ์โซ่ สนับสนุนกิจกรรมเดิน-วิ่ง ‘AMATA CITY RUN 2024’ ครั้งที่ 14

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.23 น.

โซเด็กซ์โซ่ สนับสนุนกิจกรรมเดิน-วิ่ง ‘AMATA CITY RUN 2024’ ครั้งที่ 14 ร่วมสร้างสุขภาพดี เติมเต็มจิตใจ เพื่อชุมชนแข็งแรงอย่างยั่งยืน

โซเด็กซ์โซ่ บริษัทผู้นำระดับโลกด้านอาหารที่ยั่งยืน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการบริหารจัดการอาคาร แบบครบวงจรจากประเทศฝรั่งเศส นำโดยคุณอาร์โนด์ เบียเลคกิ (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ได้นำทีม โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง “AMATA CITY RUN 2024” ครั้งที่ 14  ที่จัดขึ้นโดย บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด นำโดย คุณอัครเรศร์ ชูช่วย (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ พร้อมร่วมออกบูธเพื่อนำอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแจกจ่ายให้กับ ผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 1,500 กล่อง

ภายในงาน “AMATA CITY RUN 2024” ปีนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน โดยกว่า 60% มาจากนิคมฯ  และที่เหลือมาจากประชาชนโดยรอบ โซเด็กซ์โซ่ มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมแนวคิดการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งที่เป็น ประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ช่วยสร้างเสริมสุขภาพและจิตใจที่เข้มแข็ง เพื่อสร้างชุมชนที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการคืนคุณค่าให้สังคม สอดคล้องกับปรัชญา “All WIN” ของกลุ่มอมตะ ภายใต้แนวคิด “We care for sustainable society” ซึ่งเป็นบทบาทของโซเด็กซ์โซ่ ในฐานะหนึ่งในผู้ให้ บริการหลักในนิคมอุตสาหกรรม

‘อิ๋งอ้อย-สิทธิวดี’ แชร์ประสบการณ์ฝ่าวิกฤตโรคสะเก็ดเงิน หายได้ด้วยการรักษาด้วยยาที่ไม่ใช้สเตียรอยด์

https://www.naewna.com/lady/845292

'อิ๋งอ้อย-สิทธิวดี' แชร์ประสบการณ์ฝ่าวิกฤตโรคสะเก็ดเงิน หายได้ด้วยการรักษาด้วยยาที่ไม่ใช้สเตียรอยด์

‘อิ๋งอ้อย-สิทธิวดี’ แชร์ประสบการณ์ฝ่าวิกฤตโรคสะเก็ดเงิน หายได้ด้วยการรักษาด้วยยาที่ไม่ใช้สเตียรอยด์

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.20 น.

หลังจากสูญเสีย คุณอิ๋งอิ๋ง-สิทธิณี กิตติสิทโธ ไปเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน หลังช่วงโควิด-19 วงการบันเทิงไทยก็เกือบต้องสูญเสีย คุณอิ๋งอ้อย-สิทธิวดี กิตติสิทโธ ตามไปด้วย จากโรคสะเก็ดเงิน แม้จะเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ดีขึ้น โชคดีที่ได้พบแนวทางการรักษา โดยไม่ใช้สเตียรอยด์ ทำให้กลับมาแข็งแรง และหายขาดจากโรคสะเก็ดเงินได้แล้ว จึงได้มาแชร์ถึงประสบการณ์ทั้งหมดในงาน วันสะเก็ดเงินโลก ณ  ชั้น 2  อาคารศูนย์การแพทย์พีระกุล  ที่ผ่านมา

สะเก็ดเงิน เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังอีกโรคหนึ่งที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เกิดจากการปรวนแปรของภูมิคุ้มกันของร่างกาย และไปกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง โดยมีพื้นฐานมาจากพันธุกรรมและสิ่งกระตุ้นจากภายนอก พบได้บ่อยในช่วงอายุ 20 ปี และ 40 ปีขึ้นไป โดยพบได้ประมาณร้อยละ 1-2 ของประชากรทุกเชื้อชาติ สาเหตุของโรค
มาจากพันธุกรรม สิ่งกระตุ้นภายนอก และนอกจากนี้ยังพบว่าโรคสะเก็ดเงินมีความสัมพันธ์กับโรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน  

ทั้งนี้ คุณอิ๋งอ้อย เล่าจุดเริ่มต้นของการเจ็บป่วยครั้งนี้ว่า “หลังจากได้รับวัคซีนรักษาโควิด หลังจากหายจากโควิด ก็เกิดอาการแสดงออกที่ผิวหนังคือเป็นสะเก็ดที่ผิวหนังจากที่ขา ลามไปทั้งตัว จนถึงหนังหัว แล้วเกิดอาการคันมากเกา ทั้งตัว นอนไม่หลับ  ตอนนั้น พี่อิ๋งอิ๋งก็ เอาทั้งยาหม้อ ตัวเองก็ไปหาทางรักษา หลายแห่ง ใช้แนวทาง เอาผิวหนังไปทดสอบ พร้อมรับกับ ยาทาที่มีสเตียรอยด์รักษามาตลอดแต่ไม่ดีขึ้น จนได้มาพบ คุณวาร์ม ดารารุ่นน้อง  ที่กำลังรักษาในโรคเดียวกัน โดยไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งการเข้ากระบวนการรักษา จะต้องมีการอบรมก่อน ทั้งผู้ป่วย และคนข้างตัว เหตุผลที่ต้องมีคนข้างตัวมาด้วย เนื่องจากมีการตรวจว่ามีอะไรที่ร่างการแพ้บ้าง  อย่างอิ๋งอ้อย แพ้มะนาว ทำให้ชีวิต ต้องงดอาหารยำทั้งหมด โดยคนข้างตัวที่อิ๋งอ้อย พามาด้วยคือลูก เพราะเค้าจะเตือนทั้ง เรื่องอาหาร งดของหมักดอง จะปรุงอาหารก็ต้องใช้ ดอกเกลือ ห้ามเกาแผล นอกจากเรื่องอาหารแล้วก็มีการเข้าตู้อบ แสง UVB  ตลอดเวลา 8 เดือน นี้ทำให้อิ๋งอ้อย หายขาดจากโรคแล้วคะ นอกจากรักษาโรคแล้ว จะทำให้มีผิวหนังสวย แข็งแรง กระดูกที่ดีอีกด้วยคะ ระยะเวลาที่เข้าไปในตู้เริ่มต้น แค่ 4 วินาที จนถึงทุกวันนี้  ไม่เกิน 2 นาทีเลยคะ ใช้เวลาไม่นาน แต่ไม่เคยขาดนะคะ หากขาดไปต้องเริ่มใหม่ ทำให้เรามีวินัยในการดูแลตัวเองคะ มาถึงวันนี้แล้วอิ๋งอ้อยต้องขอขอบพระคุณ อาจารย์จรัสศักดิ์ เรืองพีระกุล ที่ดูแลรักษา อิ๋งอ้อยมาตลอด ทำให้อิ๋งอ้อยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทุกวันนี้คะ”

ติดตามเรื่องราวทั้งหมด ได้เพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/share/p/19U7L7Hghc/?mibextid=WC7FNe

‘กัลเดอร์มา’จัดเวิร์กชอปสุดพิเศษ’LYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFE’

https://www.naewna.com/lady/845263

'กัลเดอร์มา'จัดเวิร์กชอปสุดพิเศษ'LYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFE'

‘กัลเดอร์มา’จัดเวิร์กชอปสุดพิเศษ’LYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFE’

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.19 น.

กัลเดอร์มา (Galderma) ผู้นำด้านนวัตกรรมดูแลผิวและความงามระดับโลกเนรมิตลานกลางเซ็นทรัลเวิลด์จัดบิวตี้เวิร์กชอประดับมาสเตอร์คลาสLYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFE”ดึง3 ตัวแม่สายบิวตี้ “ลูกเกด เมทินี, ป้อม วินิจ และซินดี้ สิรินยา”ร่วมแชร์เทคนิคเติมเต็มความมั่นใจในทุกไลฟ์สไตล์ทั้งเรื่องผิวพรรณสไตล์
การแต่งหน้าการแต่งตัวและบุคลิกภาพพร้อมชวนเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังมาร่วมเวิร์กชอปและสร้างสีสันให้กับงานในครั้งนี้ นำทีมด้วยคู่จิ้นสุดฮอตตลอดกาล“ออฟ จุมพล -กัน อรรถพันธ์”ว่าที่เจ้าสาวคนสวย “ลิลลี่ ภัณฑิลา”สาวสวยหุ่นดี “แนท อนิพรณ์”เวิร์กกิ้งวูแมนคนเก่ง“ปุ๊ก จงกล”และอีกมากมาย

ภก. พิรพัฒน์ศรีวัฒนวงศ์ผู้อำนวยการธุรกิจความงามประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนบริษัทกัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “กิจกรรมLYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFEตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัลเดอร์มาที่นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มจากประเทศสวีเดนที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีNASHA และOBT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเติมเต็มความสวยในแบบที่เป็นตัวเองให้กับทุกคนซึ่งเรามุ่งส่งเสริมให้ทุกคนดูแลสุขภาพผิวและความงามให้ดูดีในแบบฉบับของตัวเอง โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมยกระดับความมั่นใจให้ทุกคนไปอีกขั้นด้วยการแชร์เทคนิคเสริมลุคตั้งแต่การแต่งตัวแต่งหน้าและดูแลบุคลิกภาพเพื่อให้ทุกคนดูดีแบบCompleted Look สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สนุกได้อย่างเต็มที่กับทุกไลฟ์สไตล์”

โดยไฮไลต์ภายในงาน กัลเดอร์มาเนรมิตบิวตี้เวิร์กชอประดับมาสเตอร์คลาสเชิญ3 ตัวท็อปสายบิวตี้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการอัปลุคด้านต่างๆ แบบไม่มีกั๊ก เริ่มด้วยคลาสLYFT YOUR CONFIDENCEกับ “ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม” ตัวแม่วงการนางแบบที่มาในฐานะPersonality Masterโดยมาแชร์3เทคนิคอัปเกรดลุคให้สวย มั่นใจขึ้นไม่ว่าจะนั่งยืนเดิน อิริยาบทไหน ลุคก็ต้องสวยเป๊ะ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการวางมุมหน้า แสดงท่าทาง และโพสท่าถ่ายรูปแบบตัวมัมบนรันเวย์ที่ช่วยเสริมให้การถ่ายรูปออกมาดูดีและสร้างอารมณ์ที่แตกต่าง เรียกได้ว่าจะถ่ายมุมไหน องศาไหนก็รอด!ซึ่งคลาสนี้ได้“แนทอนิพรณ์เฉลิมบูรณะวงศ์” และช่างภาพชื่อดัง “แฝด 21day”มาร่วมเป็นแขกรับเชิญ

ลูกเกด กว่าวว่า “เราสามารถพัฒนาบุคลิกภาพได้เองง่ายๆด้วยท่ายืนนะคะโดยท่ายืนที่แนะนำจะมี 2 ท่าค่ะคือท่าBasic Stand ต้องยืนให้น้ำหนักไปที่หลังเท้าเว้นSpace ระหว่างขาไม่ยืนเข่าตึงเกินไปท่านี้จะช่วยให้ดูน่าเชื่อถือส่วนท่าที่สองคือท่าModel Stand ท่านี้จะยืนแบบก้าวขาข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหน้าเอียงไหล่ข้างเดียวกับขาที่ก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยวางแขนให้มีช่องว่างและเอนลำตัวไปด้านหลังท่านี้จะช่วยให้เห็นสัดส่วนร่างกายมากขึ้นส่วนท่านั่งควรนั่งให้หลังและขาดูยาวไม่ควรนั่งพิงเก้าอี้หลังยืดตรงไขว่ห้างแล้วเอนขาไปด้านข้างปิดท้ายท่าโพสถ่ายภาพอันดับแรกต้องหามุมวางหน้าในองศาที่มั่นใจเสริมด้วยการสร้างอารมณ์ที่แตกต่างให้ภาพด้วยสายตาและการยิ้มจะลุคหวานเท่เปรี้ยวน่ารักท่าไหนก็มั่นใจไม่ตายหลังกล้องแน่นอน”

ไปต่อกันที่ Makeup Master “ป้อม วินิจบุญชัยศรี”เมคอัพอาร์ติสตัวแม่ที่งานนี้ขอยกคลาสสอนแต่งหน้าLYFT YOUR FACEมาไว้ที่นี่ พร้อมแชร์เทคนิคการแต่งหน้าอัปลุคสวยพร้อมเดทใน 4 ขั้นตอน เริ่มต้นด้วยการดูแลผิวและเลือกลุคที่ต้องการ การเลือกอายแชโดว์บลัชออนและไฮไลต์เตอร์ และลิปสติกที่เหมาะกับลุค พร้อมแนะนำเทคนิคการแต่งหน้าแต่ละส่วนเพื่อลิฟต์โครงหน้าและกรอบหน้าให้คมชัด เติมแต่งสีสันให้สวยมั่นใจโดยคลาสนี้ได้ “ลิลลี่ภัณฑิลาวินปานสิริธนาโชติ”มาร่วมค้นหาโทนเมคอัพลุคสวยฉ่ำที่ดูเป็นธรรมชาติพร้อมไปออกเดท

ป้อม วินิจ แนะนำว่า “คลาสนี้ขอแชร์เทคนิคแต่งหน้าเพื่อเสริมให้ผิวดูมีมิติเช่นคอนทัวร์หน้าด้วยคุชชันสีเข้มเป็นรูปตัววีเพื่อสร้างกรอบหน้าให้คมชัดเสริมความสว่างใต้ตาให้ผิวดูสดใสขึ้นหากใครที่ช่วงแก้มและคางยาวก็สามารถใช้ดอลลี่อายสีอ่อนๆช่วยลดช่วงแก้มลงได้จากนั้นเติมปากให้อวบอิ่มขึ้นด้วยลิปกลอสไฮไลต์ให้หน้าสว่างโดดเด่นด้วยไฮไลเตอร์พร้อมเสริมให้แก้มดูโหนกและยังสร้างความฉ่ำน้ำให้ผิวซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะช่วยสร้างความโดดเด่นให้รูปหน้ากรอบหน้าและผิวฉ่ำวาวเมื่อหน้าเราสวยก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น”

ด้านStyling Master“ซินดี้สิรินยาบิชอพ” ก็ไม่น้อยหน้า ควงสไตล์ลิสชื่อดัง “ปุ๊กจงกลพลาฤทธิ์”มาร่วมเปิดมาสเตอร์คลาสLYFT YOUR LOOKแชร์ 3เคล็ดลับครีเอตลุคให้ดูมั่นใจและน่าค้นหา ไม่ว่าจะเป็น เทคนิค Layering การซ้อนเลเยอร์เพื่อสร้างมิติสร้างลุคเก๋ๆ การเลือกเครื่องประดับเสริมให้ลุคโดดเด่นขึ้น รวมไปถึงแชร์ทริคปรับMindset ให้เป็นคนมั่นใจดูมีเสน่ห์น่าค้นหาจากภายในสู่ภายนอก สำหรับคลาสนี้มีแขกพิเศษเป็นคู่จิ้นในตำนาน“ออฟจุมพลอดุลกิตติพร”และ “กันอรรถพันธ์พูลสวัสดิ์”ที่ไม่ได้มาแค่โชว์การอัปลุคเท่ๆ แต่ยังโชว์ร้องเพลงเพราะๆ ให้ฟินไปตามๆ กัน

“เสื้อผ้าเป็นเสมือนศิลปะที่เรานำมาใช้เติมแต่งร่างกายให้ตัวเองดูดีมีความมั่นใจยิ่งขึ้นโดยเทคนิคLayering เป็นเทคนิคง่ายๆที่ช่วยให้เราได้ลุคใหม่ซึ่งเราสามารถหยิบจับเครื่องประดับแว่นตาหมวกกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเสื้อกั๊กก็สร้างมิติให้กับลุคในแต่ละวันได้ไม่ซ้ำแต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือMindset เพราะนอกจากเสื้อผ้าที่จะช่วยLYFT YOUR LOOK แล้วการมองตัวเองในมุมPositive ก็จะช่วยเสริมให้Completed Look ของเรามีความมั่นใจทั้งภายในและภายนอก”ซินดี้แนะนำ

นอกจากเหล่ามาสเตอร์ตัวแม่และแขกรับเชิญสุดพิเศษแล้ว ยังมีเหล่าเซเลบริตี้และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นพีพี ปุญญ์ปรีดีคุ้มพร้อมรอดสวาสดิ์,เปิ้ลจริยดีสเปนเซอร์,แพรวแพรววณิชยฐ์เรืองทอง,
บีเวอร์ พรรษพลเจนสรรพกิจกุล
รวมถึงคณะผู้บริหารระดับสูงจากกัลเดอร์มา ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสนุกมากมาย อาทิโฟโต้บูธที่เตรียมช่างภาพไว้ให้ทุกคนได้มาลองโพสท่าถ่ายรูปเก๋ๆ มุมเมคอัพที่ทุกคนสามารถมาลองอัปความสวยให้ใบหน้าในแบบที่เหมาะกับตัวเอง รวมถึงจัดมินิเวิร์กชอป GriptokDIY เรียกได้ว่าได้ประสบการณ์อัปลุคสวยแบบครบทุกมิติ

“กัลเดอร์มาเชื่อว่างาน LYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFEในครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าและผู้ร่วมงานทุกท่านนำเทคนิคดีๆ ไปใช้ในการอัปลุคความสวยทั้งในเรื่องการเติมเต็มผิวพรรณ การแต่งหน้าให้เหมาะกับรูปหน้า การเลือกสไตล์การแต่งกาย การปรับบุคลิกภาพ เพื่อเติมเต็มความมั่นใจให้กับตัวเองทั้งภายนอกและภายใน” ภก. พิรพัฒน์ กล่าวปิดท้าย

‘ยิ้ม-ณัญชกมล’MRS. T.M.I.W 2024ถือฤกษ์ดีเปิดร้าน เพื่อนๆ นางงามมาร่วมงานเพียบ

https://www.naewna.com/lady/845252

'ยิ้ม-ณัญชกมล'MRS. T.M.I.W 2024ถือฤกษ์ดีเปิดร้าน เพื่อนๆ นางงามมาร่วมงานเพียบ

‘ยิ้ม-ณัญชกมล’MRS. T.M.I.W 2024ถือฤกษ์ดีเปิดร้าน เพื่อนๆ นางงามมาร่วมงานเพียบ

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.59 น.

ก่อนเริ่มภารกิจ อันสำคัญยิ่ง เป็นตัวแทนสาวไทย เดินทางไปประกวดนางงามบนเวทีระดับนานาชาติ อย่างMRS. INTERNATIONAL WORLD 2025 ที่มาเลเซีย “สาว ยิ้ม-ณัญชกมลการะเกษ” เจ้าของตำแหน่ง  MRS. THAILAND INTERNATIONAL WORLD 2024 ก็ถือฤกษ์ดี ชิงเปิดร้านซ่ะก่อน ในชื่อเก๋ๆ ว่าThe Queen Bar&Restaurant ณ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ถือเป็นการเอาฤกษ์ เอาชัย งานนี้ เพื่อนๆ นางงาม ต่างมาร่วมแสดงความยินดี กันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น  “น้องนิ้งค์ – พรศิริกุล พั่วทา” รองอันดับ 1 นางสาวไทย 2567,“นินิว อนุธิดา สาระธนะ” มิสแกรนด์ระยอง 2023”, “โฟร์โฟร์ มนัสวี แตงพลับ”รองอันดับ3 มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์,และเพื่อนสนิทอย่าง“เฟย์ นีรนัชชาพรรษ์ จิวะพงศ์” MTW 2022พร้อมทั้ง นายหมวดตรีเทียนเส็ง เมธานพคุณ(ทอง)คนดังแห่งเมืองหัวหิน อีกทั้งยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ  “คุณเลิศวรวีร์อิสรารีย์จาก มาสด้าหัวหิน”, คุณณชพัฒน์ ชินวัตร จากOlivia Dress Studio,Jo Meister, Kelly G Boutique in Bluport Mall มาร่วมแสดงความ ยินดี อีกด้วย

สำหรับThe Queen Bar&Restaurantใกล้ หัวหินซอย 88 ริมทางรถไฟ  จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดให้บริการ ตั้งแต่ 18.00- 24.00 น. “ไม่ต้องเป็นนางงามมา แต่มาเป็นนางงาม ที่ร้านเราได้เสมอ”

อว.หนุน ทปอ.ตั้ง ‘War Room TCAS’

https://www.naewna.com/local/845358

อว.หนุน ทปอ.ตั้ง ‘War Room TCAS’

อว.หนุน ทปอ.ตั้ง ‘War Room TCAS’

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลกระทบให้นักเรียนในหลายพื้นที่ประสบปัญหาในการเดินทาง รวมถึงการเตรียมตัวเพื่อมาเข้าสอบ TGAT/TPAT 2-5 ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 7-9 และ 14 ธ.ค. 2567 นี้ ตนจึงได้หารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อหาทางช่วยเหลือนักเรียนทุกคนให้สามารถเข้าสอบได้อย่างเสมอภาค โดยได้มีการปรับเลื่อนวันสอบในบางสนามสอบ และจัดตั้ง “War Room TCAS” เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยจะมีแนวทาง 4 แนวทางในการดำเนินการ ประกอบด้วย 1.ให้มีการเลื่อนวันสอบจำนวน 4 สนามสอบใน จ.ยะลา และนราธิวาส ได้แก่ สนามสอบโรงเรียนสตรียะลา (จ.ยะลา) สนามสอบโรงเรียนธรรมมูลนิธิ (จ.ยะลา) สนามสอบโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง (จ.ยะลา) และสนามสอบมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (จ.นราธิวาส) โดยระบบจะเลื่อนวันสอบให้ผู้สมัครใน 4 สนามสอบนี้โดยอัตโนมัติ เป็นวันที่ 21-23 ธ.ค. 2567 2.ให้สนามสอบใน จ.ปัตตานี จำนวน 3 สนามสอบ และ จ.สงขลา จำนวน 6 สนามสอบ ยังคงเปิดสอบตามปกติ 3.จัดตั้ง War Room TCAS เพื่อเกาะติดสถานการณ์และดูแลการจัดสอบในพื้นที่จังหวัดดังกล่าวเพื่อให้ผู้สมัครได้รับทราบข่าวสารอย่างต่อเนื่อง โดย ทปอ. จะรายงานข้อมูลให้ทราบเป็นรายวันผ่านช่องทาง www.mytcas.com และ FB : mytcas.com สำหรับผู้สมัครสอบที่มีปัญหาสามารถติดต่อ ทปอ. ผ่านทางโทรศัพท์ หรือ ช่องทาง inbox ของ FB : mytcas.com และ 4.อนุญาตให้ผู้สมัครในสนามสอบ จ.ปัตตานี และ จ.สงขลาที่อาจจะประสบปัญหาในการเดินทางมาเข้าสอบในวันที่ 7-9 ธ.ค. 2567สามารถลงทะเบียนย้ายวันสอบมาเป็นวันที่ 21-23 ธ.ค. 2567 ผ่านระบบ student.mytcas.com ได้ภายในวันที่ 5 ธ.ค. 2567 เวลา 24.00 น. ทั้งนี้ สนามสอบที่จัดให้ใหม่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นสนามสอบใหม่โดย ทปอ. จะประกาศให้ทราบต่อไป

รายงานพิเศษ : ‘เครื่องคัดแยกซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์’ ต้นแบบ…‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ สู่ความยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/845353

รายงานพิเศษ : ‘เครื่องคัดแยกซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์’ ต้นแบบ...‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ สู่ความยั่งยืน

รายงานพิเศษ : ‘เครื่องคัดแยกซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์’ ต้นแบบ…‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ สู่ความยั่งยืน

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดตัวเครื่องคัดแยกซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผ่านกระบวนการทางความร้อน ประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดต้นแบบให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปประยุกต์ใช้ มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสังคมคาร์บอนต่ำ สร้างความยั่งยืนให้ภาคอุตสาหกรรม ในงานสัมมนาวิชาการประจำปีของ กพร. Innovation in Raw Materials Conference 202 : Innovation Synergy Driving Circular Economy ผสานพลังนวัตกรรมนำความคิด ยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน

ดร.อดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการ “Innovation in Raw Materials Conference 2024 : Innovation Synergy Driving Circular Economy ผสานพลังนวัตกรรมนำความคิดยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน” ของ กพร. ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยกล่าวว่า เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่จึงได้ผลักดันเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่มสูงสุด ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งสอดรับกับนโยบาย MIND ของ กระทรวงอุตสาหกกรรมที่มุ่งพัฒนา “อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน” และสอดคล้องกับแนวคิดในการเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร หรือที่เรียกว่า “การทำเหมืองแร่ในเมือง (Urban Mining)” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาขยะหรือของเสียทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน สามารถสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับสังคม และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ จากการเปลี่ยน Waste to Value ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

ที่ผ่านมา กพร. ได้ดำเนินการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้มีการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน กพร. ได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีรีไซเคิลและนวัตกรรมวัตถุดิบ รวมกว่า 85 ชนิด โดยได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ที่สนใจ เฉลี่ยกว่า 400 รายต่อปี สร้างธุรกิจใหม่ (Start-up) และช่วยยกระดับผู้ประกอบการ (หรือ Level-up) ให้มีความสามารถก้าวทันโลกและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ผลงานที่สำคัญในปีนี้ กพร. ได้ขยายผลและต่อยอดผลงานที่ผ่านมา จนกระทั่งได้ออกแบบและพัฒนา “เครื่องคัดแยกซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผ่านกระบวนการทางความร้อน” โดยสามารถคัดแยกส่วนประกอบต่างๆ ในซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผ่านกระบวนการทางความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถคัดแยกวัตถุดิบกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าร้อยละ 80ได้แก่ ลวดนำไฟฟ้า เศษกระจก และแผ่นซิลิกอนที่มีโลหะเงินเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเครื่องคัดแยกนี้นับเป็นเครื่องจักรต้นแบบเครื่องแรกในประเทศไทย

“ความสำเร็จครั้งนี้ จะช่วยให้ กพร. เป็น “ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ครบวงจร” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์และจะช่วยแก้ไขปัญหาซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น จากหลักพันตันต่อปี เป็นหลักหมื่นตันต่อปี ภายในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า” ดร.อดิทัต กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างผลงานที่ประสบความสำเร็จในปีนี้ เช่น การออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบในการคัดแยก Black Mass และวัสดุจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถคัดแยก Black Mass คุณภาพสูงจากแบตเตอรี่ฯ ได้กว่าร้อยละ 90 เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการรีไซเคิลโลหะต่อไป ซึ่งตอบโจทย์ที่ประเทศไทยกำลังมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ในยุคยานยนต์สมัยใหม่ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามรายงานของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) การพัฒนาวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าแร่ โดยได้พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการสังเคราะห์ซีโอไลต์ 13 เอ็กซ์ (Zeolite13X) จากหินพอตเทอรี สำหรับใช้เป็นวัสดุดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับอุตสาหกรรมผลิตก๊าซและอาหารแปรรูป จากหินพอตเทอรี 300 บาทต่อตัน เมื่อผลิตเป็น Zeolite13X จะมีราคากว่า 200,000 บาทต่อตัน การพัฒนาสถานประกอบการให้มีการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กร เช่น การ Upcycle เศษไม้พาเลท และเศษไม้ Pressboard ที่ใช้ในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า โดยนำมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์และของใช้ โดยผลการดำเนินงานในปีนี้ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี และได้มีส่วนร่วมในการลดคาร์บอนได้กว่า 19,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

สำหรับงานสัมมนาวิชาการ “Innovation Synergy Driving Circular Economy ผสานพลังนวัตกรรมนำความคิด ยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่การผลิตวัตถุดิบ (ทดแทน/ขั้นสูง) ในเชิงพาณิชย์ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาองค์กร โดยมีการบรรยายมาตรฐานใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน การสร้างนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และได้รับเกียรติจากบริษัทที่มีการดำเนินงานที่ดีในด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน มาร่วมบรรยาย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งมีการเผยแพร่นวัตกรรมและผลงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่ตัวอย่างการดำเนินงานของสถานประกอบการที่มีการดำเนินการดีเด่นด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนาหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ HYPERLINK “https://innovation.dpim.go.th/” https://innovation.dpim.go.th

‘ท่องแดนซินโครตรอน’ สร้างแรงบันดาลใจ ผ่าน 10 ฐานทดลอง

https://www.naewna.com/local/845357

‘ท่องแดนซินโครตรอน’ สร้างแรงบันดาลใจ ผ่าน 10 ฐานทดลอง

‘ท่องแดนซินโครตรอน’ สร้างแรงบันดาลใจ ผ่าน 10 ฐานทดลอง

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สร้างแรงบันดาลใจทางวิทยาศาสตร์แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาโรงเรียนจิตรลดา ผ่านกิจกรรม “ค่ายนักวิทยาศาสตร์น้อย…ท่องแดนซินโครตรอน” จัดเตรียมฐานการทดลองสนุกๆ ได้แก่ เรียนรู้การเดินทางของคลื่นเสียงจากฐานกระดิ่งในโหลแก้ว เรียนรู้ไฟฟ้าสถิตจากฐานเครื่องเปลี่ยนทรงผมสุดแนว ทดลองสร้างภูเขาไฟระเบิดจากสารเคมีใกล้ตัว เรียนรู้การเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็ก ทำยาสีฟันช้างสร้างปริมาณฟองมหาศาลจากสารเคมีปริมาณน้อย วาดภาพเซลล์พืช ถอดรหัสลับจากสารละลายอินดิเคเตอร์ แข่งปลูกผลึกน้ำแข็งร้อนให้สูงกว่าใคร เรียนรู้สเปกตรัมของแสง และทดลองแยกสเปกตรัมของแสง

รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการ SLRI เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ค่ายนักวิทยาศาสตร์น้อย…ท่องแดนซินโครตรอน” ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนจิตรลดา จำนวน 106 คน ในโอกาสนี้ ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ ประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมศึกษาเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนสำหรับโรงเรียนจิตรลดา และรองผู้อำนวยการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงสยาม 2 ได้บรรยายพิเศษเรื่อง “แสงซินโครตรอน…ลำแสงสุดล้ำ” เพื่อเปิดมุมมองเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่นักเรียนในค่าย

สถาบันฯ ได้จัดฐานการทดลองสำหรับนักเรียนในค่ายทั้งหมด 10 ฐานการทดลองเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน ได้แก่ “ฐานกระดิ่งในโหลแก้ว” เพื่อเรียนรู้การเดินทางของคลื่นเสียงจากการฟังความดังของเสียงกระดิ่งในโหลแก้วที่ค่อยๆ ถูกปั๊มอากาศออก, “ฐานเครื่องเปลี่ยนทรงผมสุดแนว” เพื่อเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตจากทรงผมที่เปลี่ยนไปเมื่อสัมผัสเครื่องฟานเดอกราฟฟ์, “ฐานภูเขาไฟระเบิด” สร้างภูเขาไฟจำลองจากปฏิกิริยาเคมีของสารเคมีในครัวอย่างผงฟู น้ำยาล้างจาน สีผสมอาหาร และน้ำส้มสายชู, “ฐานท่อถ่วงเวลา”เรียนรู้กฎการเหนี่ยวนำของไมเคิล ฟาราเดย์ จากการทดลองปล่อยแม่เหล็กลงท่อทองแดง แล้วจับเวลาการตกของแม่เหล็ก, “ฐานยาสีฟันช้าง” สร้างปริมาณฟองมหาศาลจากการเร่งปฏิกิริยาเคมีในน้ำยาล้างจานด้วยสารเคมีปริมาณเล็กน้อย, “ฐานสิ่งมีชีวิตจิ๋วรอบตัวเรา” ขยายมุมมองโลกสิ่งมีชีวิตจิ๋วด้วยกล้องจุลทรรศน์ความละเอียดสูง, “ฐานถอดรหัสลับ” เพื่อเรียนรู้สารที่เป็นกรด-เบส และสารละลายอินดิเคเตอร์ที่ใช้บอกความเป็นกรด-เบส, “ฐาน Elsa Trick” เพื่อเรียนรู้การตกผลึกแบบคายความร้อนจากสารละลายอิ่มตัวยิ่งยวด ด้วยการแข่งขันสร้างผลึกน้ำแข็งให้สูงกว่าคู่แข่ง, “ฐานสเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” เพื่อเรียนรู้สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากจากชุดสาธิตแสงที่แยกแสงสีขาวเป็นสีต่างๆ เมื่อเดินทางผ่านปริซึม และส่องดูความร้อนที่ปล่อยจากสิ่งต่างๆ รอบตัวผ่านกล้องอินฟราเรด รวมถึงแยกธนบัตรจริงหรือปลอมด้วยไฟฉายแสงอัลตราไวโอเลต, และฐานสุดท้าย “รุ้งกระป๋อง”ทดลองแยกสเปกตรัมแสงด้วยกระป๋องขนม สังเกตแสงรุ้งในกระป๋องเมื่อสองแสงขาวหรือแสงสีอื่นๆ จากหลอดไฟ LED สีแสง สีเขียว และสีน้ำเงิน

นอกจากกิจกรรมฐานการทดลองต่างๆ แล้ว นักเรียนในค่ายยังได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการแสงสยาม ซึ่งมีทีมนักวิทยาศาสตร์และนักฟิสิกส์เครื่องเร่งอนุภาคนำชม แล้วปิดท้ายด้วยการแสดงโชว์วิทยาศาสตร์แสนสนุก (SLRI Science Show) โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ แสดงความมหัศจรรย์ของไนโตรเจนเหลวเมื่อสัมผัสวัตถุต่างๆ และการแสดงฟองสบู่ยักษ์ตระการตาสอดแทรกความรู้ทางวิทยาศาสตร์เรื่อง “แรงตึงผิว”

ทั้งนี้ สถาบันฯ และโรงเรียนจิตรลดา ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน การทำวิจัยของครูและโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีซินโครตรอนและสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่วมกันพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศ และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้เยาวชนมีเจตนคติที่ดีต่อวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมสนับสนุนทางวิชาการ การฝึกอบรม การจัดกิจกรรม ผลักดันโครงการวิทยาศาสตร์และค่ายวิทยาศาสตร์ และพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง

มมส จัด ‘Esports in Schools’ ปูทางเยาวชนรุ่นใหม่ ยกระดับสู่วงการอีสปอร์ต

https://www.naewna.com/local/845355

มมส จัด ‘Esports in Schools’ ปูทางเยาวชนรุ่นใหม่ ยกระดับสู่วงการอีสปอร์ต

มมส จัด ‘Esports in Schools’ ปูทางเยาวชนรุ่นใหม่ ยกระดับสู่วงการอีสปอร์ต

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และบริษัทปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ “Esports in Schools” กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ และทัศนคติที่ดีต่ออาชีพในวงการอีสปอร์ตให้แก่นักเรียน ครู รวมถึงผู้ปกครอง ไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ โดยมี รศ.ดร.จันทิมา พลพินิจ คณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ มมสกล่าวต้อนรับ และ นายประดิษฐ์ คงภูงา ผู้จัดการสาขาภาคอีสานตอนกลาง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผศ.สุวิชัย พรรษา ประธานหลักสูตร วท.บ.สื่อนฤมิต คณะวิทยาการสารสนเทศ นำนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกม อีสปอร์ต หรือดิจิทัลคอนเทนต์ เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องฉายภาพยนตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

สำหรับงาน “Esports in Schools” จัดขึ้นเพื่อยกระดับทักษะเยาวชน เด็ก และ นักศึกษาไทยในการเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตที่มีคุณภาพและสามารถเข้าแข่งขันในวงการได้ตลอดจนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ความเข้าใจต่อ ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ในความสำคัญและเส้นทางที่อาชีพหลากหลายในวงการอีสปอร์ต และ แรงบันดาลใจให้กับเด็ก เยาวชนผู้สนใจในอุตสาหกรรมอีสปอร์ต และเป็นการเพิ่มโอกาสและประสบการณ์ต่อยอดสู่การประกอบอาชีพในวงการอุตสาหกรรมอีสปอร์ต

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับฟัง Inspiration Talk กับ eSports Influencer : ในหัวข้อ “eSports เล่นเกมให้เป็นงาน” โดยวิทยากร และInfluencer ชื่อดังด้าน eSports ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขัน depa eSports Daily Tournament พร้อมประกาศผล และมอบรางวัล โดยมีผลการตัดสิน ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม MSU Esport จาก มมส, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีมรวมไทยสร้างชาติจากโรงเรียนสารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม, รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Gland Lake จาก มมส และ ทีม เจอทีมีหวั่น byลูกอ๊อด จากโรงเรียนสารคามพิทยาคม

รศ.ดร.จันทิมา พลพินิจ คณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ กล่าวว่าคณะฯ ได้ให้ความสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในด้าน Esports ให้ควบคู่ไปกับการเรียนการสอน สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างทัศนคติที่ดีสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้ก้าวไปสู่อุตสาหกรรมและอาชีพในอนาคต ตลอดจน มุ่งส่งเสริมบุคลากรด้าน Esports เพื่อผลิตคนรองรับตลาดในอนาคต โดยกิจกรรมในวันนี้ เป็นโอกาสสำคัญของการให้ความรู้กับ คุณครู อาจารย์ และเยาวชน ส่งเสริมให้วงการอีสปอร์ตเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ทม.หัวหิน เปิดอบรมดนตรี-นาฎศิลป์ เตรียมรำถวายสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย 5 ธ.ค.นี้

https://www.naewna.com/local/845420

ทม.หัวหิน เปิดอบรมดนตรี-นาฎศิลป์ เตรียมรำถวายสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย 5 ธ.ค.นี้

ทม.หัวหิน เปิดอบรมดนตรี-นาฎศิลป์ เตรียมรำถวายสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย 5 ธ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.30 น.

‘ทม.หัวหิน’เปิดอบรมดนตรี-นาฎศิลป์ เตรียมรำถวายสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย 5 ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ที่บ้านเพชรสำราญ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น “เทิดไท้สมเด็จบูรพกษัตริย์ไทย ครั้งที่ 8” มี Mr.Brian Anderson นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นางทิพวรรณ สุทัศน์ ประธานศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน นางประเสริฐศรี จอกกระจาย ประธานชมรมนาฏศิลป์เมืองปราณบุรี คณะผู้บริหารเทศบาลฯ คณะกรรมการและสมาชิกศูนย์การเรียนรู้ฯ วิทยากร คณะครู และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี พร้อมชมการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ประกอบบรรเลงดนตรีไทยจากนักเรียนที่เข้ารับการอบรม

การอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ธ.ค.67 เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อบูรพากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย และปลูกฝังส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนในท้องถิ่น สำนึกรักบ้านเกิด มองเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติที่สวยงาม มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพร้อมที่จะใช้ศักยภาพของตนเองทดแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยมีโรงเรียนในพื้นที่ จ.ประจวบฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 7 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน, โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์, โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก, โรงเรียนบ้านห้วยมงคล, โรงเรียนหนองพลับวิทยา, โรงเรียนบ้านสามร้อยยอดบุญรักษ์อุทิศ และโรงเรียนบ้านเนินกรวด และวิทยากรผู้ให้ความรู้แยกตามความถนัดจากโรงเรียนต่างๆ รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 85 คน

โดยในวันที่ 4 ธ.ค.67 จะเป็นการฝึกซ้อมใหญ่การบรรเลงดนตรีไทย และในวันที่ 5 ธ.ค.67 จะเป็นการบรรเลงดนตรีไทยท้องถิ่นในจังหวัดประจวบฯ ประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน และในปีนี้ได้มีการประพันธ์บทเพลงชื่อเพลง นจคีตาคาราว สตมราชานุสรณีย์ ประพันธ์คำร้องโดย นายพันธกานต์ ใบเทศ ทำนองโดย นายนิพนธ์ กล่อมบรรจง และ นายสามารถ เกิดมงคล เพื่อประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ โดยมีนางรำจิตอาสาในชุดไทยสวยงามจากศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมรำถวาย พร้อมทั้งมีการแสดงจินตลีลาประกอบเพลงธงชาติจากนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน

‘สำนักงานอัยการสูงสุด’จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ’สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

https://www.naewna.com/local/845369

'สำนักงานอัยการสูงสุด'จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ'สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

‘สำนักงานอัยการสูงสุด’จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ’สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 18.35 น.

สำนักงานอัยการสูงสุด จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม 2567

สำนักงานอัยการสูงสุด จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม 2567 เผยแพร่พระกรณียกิจด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก รวมถึงโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถกลับคืนสู่สังคมและใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานอัยการ ได้ทรงตระหนักถึงการพัฒนากระบวนการยุติธรรมบนหลักการและแนวคิดที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ไม่จำกัดเฉพาะในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุดแต่ยังมุ่งสร้างองค์ความรู้ ความเชื่อมโยง และประสานความร่วมมือของแต่ละองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้สามารถอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม 2567 ที่ใกล้จะมาถึงนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด จึงได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติฯ ขึ้น เพื่อเผยแพร่พระกรณียกิจด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

โดยกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมในพิธี และกิจกรรมเสวนาวิชาการในหัวข้อ “Empowering Voices : เสริมพลังเสียงกลุ่มเปราะบาง สู่การเปลี่ยนแปลง” โดยได้รับเกียรติจากนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม, ดร.เมทินี พงษ์เวช เลขาธิการสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ, นางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และนางสาวขวัญข้าว คงเดชา นักวิชาการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมีนางสันทนี ดิษยบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นำเสนอพระกรณีกิจด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จนได้รับการขนานพระนามว่า “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติในการขจัดความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิงในด้านการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก รวมถึงโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถกลับคืนสู่สังคมและใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข กิจกรรมน้อมใจถวายพระพรผ่านการพับนกกระเรียน และกิจกรรมตอบคำถามเพื่อรับของที่ระลึก

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลและชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ระหว่างวันที่ 2 – 6 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณโถงรับรอง และห้องประชุม 120 ปี ชั้น 1 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

– 006