‘อแมนด้า ออบดัม’ขึ้นแท่นผู้อำนวยการ Miss & Mister Supranational Thailand 2025

https://www.naewna.com/lady/844834

‘อแมนด้า ออบดัม’ขึ้นแท่นผู้อำนวยการ Miss & Mister Supranational Thailand 2025

‘อแมนด้า ออบดัม’ขึ้นแท่นผู้อำนวยการ Miss & Mister Supranational Thailand 2025

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Supranational Thailand 2025 เปิดตัวเวทีการประกวด Miss & Mister Supranational Thailand 2025 อย่างเป็นทางการในงานแถลงข่าวสุดพิเศษ พร้อมเขย่าวงการนางงามไทยอีกครั้งด้วยการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อ อแมนด้าออบดัม ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ National Director ของเวที Miss & Mister Supranational Thailand 2025 ในปีนี้

งานแถลงข่าวครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดตัวเวที Miss & Mister Supranational Thailand 2025 อย่างเป็นทางการแล้ว ยังสร้างความฮือฮาให้กับวงการ ด้วยการเปิดตัว “อแมนด้า ออบดัม” ก้าวขึ้นเป็น National Director ซึ่งเป็นการรับหน้าที่ครั้งแรกของเธอ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างทีมงานรุ่นใหม่ หรือ NEWGEN ของเวที Supranational Thailand ที่จะเข้ามาเสริมสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้กับเวที โดย อแมนด้า ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของเธอว่า “Supranational Thailand ไม่ใช่แค่การประกวดนางงาม แต่เป็นเวทีที่สะท้อนศักยภาพในหลากหลายมิติ ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความอดทน และความสามารถที่แท้จริงอแมนด้าและทีมงานตั้งใจจะทำให้เวทีนี้มีความสนุกและน่าติดตามเพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความงดงามในมิติที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย และเพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวเอง”

เวที Miss & Mister Supranational Thailand เป็นส่วนหนึ่งของเวทีการประกวด Miss & Mister Supranational ระดับโลก ที่มุ่งเน้นการค้นหาตัวแทนที่ไม่เพียงโดดเด่นในรูปลักษณ์ แต่ยังต้องมีศักยภาพและความสามารถรอบด้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ โดยการประกวดจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และแตกต่างจากที่เคย ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม-16 พฤษภาคม 2568 ภายใต้การสร้างสรรค์เกมการแข่งขันที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่กระบวนการคัดสรรผู้ร่วมเข้าประกวด ไปจนถึงการออกแบบเวทีการประกวดที่ล้ำสมัยอลังการ เพื่อยกระดับการประกวดของไทยให้ก้าวเทียบระดับสากล

อแมนด้า ยังเน้นย้ำถึงแนวทางการประกวด Miss & Mister Supranational Thailand 2025ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้มีประสบการณ์หรือหน้าใหม่ในวงการ โดยกล่าวว่าเวทีนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเฟ้นหาผู้ชนะ แต่ยังมอบโอกาสให้กับทุกคนได้พัฒนาตนเองและต่อยอดในเส้นทางที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นในสายงานบันเทิง การเป็นนางแบบ นักร้อง หรือแม้กระทั่งบทบาทเพื่อสังคม โดยเผยว่า “เรากำลังมองหาคนที่มีทั้งความมั่นใจ ความอดทน และความสามารถที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่ามงกุฎนี้ควรเป็นของพวกเขา เรามุ่งหวังที่จะดึงศักยภาพของผู้เข้าประกวดออกมาให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวเอง การประกวดในปีนี้จะเต็มไปด้วยกิจกรรมที่สร้างสรรค์และความน่าตื่นเต้น เราต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วมในประสบการณ์ที่น่าจดจำและสร้างความประทับใจให้ทั้งผู้เข้าประกวดและผู้ชม”

เตรียมพบกับการเดินทางสู่มงกุฎระดับโลกพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญกับ Miss & Mister Supranational Thailand 2025 เร็วๆ นี้ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการประกวด Miss & Mister Supranational Thailand 2025 สามารถติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของกองประกวด Facebook, Instagram, TikTok : Supranational Thailand

รอยคล้ำในร่างกายแต่ละจุดเกิดจากอะไร?

https://www.naewna.com/lady/844811

รอยคล้ำในร่างกายแต่ละจุดเกิดจากอะไร?

รอยคล้ำในร่างกายแต่ละจุดเกิดจากอะไร?

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปัญหารอยคล้ำ ไม่ว่าจะเป็นซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ มักจะทิ้งร่องรอยไว้ให้กวนใจ สร้างความไม่มั่นใจ ส่วนใหญ่รอยคล้ำเกิดที่จุดไหนบ้าง และเกิดขึ้นได้อย่างไร

แพทย์หญิงคษา ต.วรพานิช จาก Athena Clinic ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) มาให้ข้อมูลถึงแหล่งที่มาของรอยคล้ำตามร่างกาย ดังนี้

คอ เกิดจาก คราบขี้ไคล แสงแดด ผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้นและยังสามารถเกิดขึ้นได้ จากความผิดปกติของฮอร์โมน ในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมีรูปร่างอ้วนเพราะระดับอินซูลินสูงไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่า Acanthosis nigricans

รักแร้ เกิดจากการกำจัดขนรุนแรงบ่อยๆ เช่น ถอน โกนทำให้ผิวผลิตเม็ดสีมากขึ้น รวมถึงการระคายเคืองเพราะแพ้โรลออน

ขาหนีบ การสวมใส่กางเกงที่รัดมากๆ และภาวะน้ำหนักเกินทำให้ขาเบียดกันจากการเสียดสีของเนื้อ

เข่า การนั่งคุกเข่านานๆ เช่น การทำงานบ้าน ทำให้เกิดการกดทับและเสียดสี

ตาตุ่ม เกิดจากการนั่งขัดสมาธิ หรือ พับเพียบบนพื้นแข็งโดยไม่มีเบาะรองนั่ง และการสวมรองเท้าคับแน่นเมื่อเวลาเดิน-วิ่ง นานๆ ทำให้ผิวเสียดสีกันมากขึ้น

เมื่อมีรอยคล้ำเกิดขึ้นแล้วคุณหมอได้แนะนำวิธีดูแลรักษาคือเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด เพราะแสงแดดกระตุ้นให้เม็ดสีหรือเมลานินใต้ชั้นผิวทำงานผิดปกติ สำหรับผิวนอกร่มผ้าควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 40-50 ขึ้นไป งดแกะ เกา เมื่อผิวเกิดการระคายเคืองมีตุ่มคันผดขึ้น เพราะจะทำให้ผิวอักเสบ และเกิดเป็นรอยดำตามมาได้

ทาครีมบำรุงผิวที่มีไวท์เทนนิ่งมีส่วนผสมช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน เช่น วิตามิน C วิตามิน B3 ไทอามิดอล (Thaimidol) กรดโคจิก (Kojic acid) กรดทรานซามิก (Tranexamic acid) อัลฟาอาร์บูติน (Alpha-arbutin) บิลทิล-รีซอซินอล (4-butylresorcinol)

ทำทรีทเม้นท์เข้มข้นโดยการใช้เครื่องผลักวิตามินเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อลดการสร้างเม็ดสี เพิ่มความชุ่มชื่นปรับสมดุล บำรุงผิวให้แข็งแรง รวมทั้งการรักษาด้วยเลเซอร์ จะทำให้เม็ดสีจางลง แต่ควรปรึกษาและทำการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปรับค่าเลเซอร์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ไม่อยากมีรอยคล้ำ ลองนำวิธีที่เหมาะกับตนเองไปปรับใช้เพื่อผิวที่ขาวสะอาด อวดผิวสวยได้อย่างมั่นใจ

นิทรรศการ 3 อัตลักษณ์ โดย 3 ศิลปิน เจ้าของเหรียญทองจิตรกรรมบัวหลวง

https://www.naewna.com/lady/844824

นิทรรศการ 3 อัตลักษณ์ โดย 3 ศิลปิน เจ้าของเหรียญทองจิตรกรรมบัวหลวง

นิทรรศการ 3 อัตลักษณ์ โดย 3 ศิลปิน เจ้าของเหรียญทองจิตรกรรมบัวหลวง

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ประธานในพิธีตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการให้กับ 3 ศิลปิน บุญทวี ทับทิมไทย, ผศ.ทองไมย์ เทพราม, อภิสิทธิ์ เอ้งฉ้วน โดยมี ผศ.อาวุธ คันศร, รศ.วิรัญญา ดวงรัตน์ และ จิรพร วัชราภัย ร่วมในพิธีเปิด

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชมนิทรรศการ 3 อัตลักษณ์ โดย 3 ศิลปิน เจ้าของเหรียญทองจากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ได้รวบรวมผลงานกว่า 100 ชิ้นมาจัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมีคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2567

นิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรมของ 3 ศิลปิน ที่มีความแตกต่างทางความคิด มุมมอง และรูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานแต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างสรรค์ต่อยอดจากผลงานที่เคยได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ซึ่งเป็นเวทีระดับชาติ ที่จัดมาอย่างยาวนานเกือบ 50 ปี โดย 3 ศิลปิน ประกอบด้วย อภิสิทธิ์ เอ้งฉ้วน ได้รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 41 และ 43 ในปี 2562 และ 2565 จากประเภทจิตรกรรมไทยแบบประเพณีบุญทวี ทับทิมไทย ได้รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 43 ในปี 2565 จากประเภทจิตรกรรมไทยแนวประเพณีและ ผศ.ทองไมย์ เทพราม ได้รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 44ในปี 2566 จากประเภทจิตรกรรมร่วมสมัยนอกจากนี้ มูลนิธิบัวหลวง ยังได้ให้โอกาสในการทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้ศิลปินทั้งสามเกิดมิติมุมมองทางความคิด และการพัฒนาผลงานตนเอง จนเกิดการรวมตัวกันเพื่อจัดนิทรรศการ 3 อัตลักษณ์ ในครั้งนี้

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ 3 อัตลักษณ์ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2568 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดทุกวันพุธ)

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ 3 อัตลักษณ์ โดย 3 ศิลปิน เจ้าของเหรียญทองจิตรกรรมบัวหลวง ประกอบด้วย อภิสิทธิ์ เอ้งฉ้วน ได้รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 41 และครั้งที่ 43 ในปี 2562 และ ปี 2565 จากประเภทจิตรกรรมไทยแบบประเพณี, บุญทวี ทับทิมไทย รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 43 ในปี 2565 จากประเภทจิตรกรรมไทยแนวประเพณี และ ผศ.ทองไมย์ เทพราม
รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 44 ในปี 2566 จากประเภทจิตรกรรมร่วมสมัย

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ 3 อัตลักษณ์ โดย 3 ศิลปิน เจ้าของเหรียญทองจิตรกรรมบัวหลวง ประกอบด้วย อภิสิทธิ์ เอ้งฉ้วน ได้รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 41 และครั้งที่ 43 ในปี 2562 และ ปี 2565 จากประเภทจิตรกรรมไทยแบบประเพณี, บุญทวี ทับทิมไทย รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 43 ในปี 2565 จากประเภทจิตรกรรมไทยแนวประเพณี และ ผศ.ทองไมย์ เทพราม รับรางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ครั้งที่ 44 ในปี 2566 จากประเภทจิตรกรรมร่วมสมัย

สสปน.เปิดตัว ‘IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY’ ชวนผู้ประกอบการไมซ์ Upskill เสริมศักยภาพธุรกิจยุคใหม่

https://www.naewna.com/lady/844879

สสปน.เปิดตัว 'IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY' ชวนผู้ประกอบการไมซ์ Upskill เสริมศักยภาพธุรกิจยุคใหม่

สสปน.เปิดตัว ‘IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY’ ชวนผู้ประกอบการไมซ์ Upskill เสริมศักยภาพธุรกิจยุคใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.42 น.

สสปน.  เปิดตัว “IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY” ชวนผู้ประกอบการไมซ์ทั่วไทย Upskill ติดอาวุธธุรกิจดิจิทัล เสริมศักยภาพธุรกิจยุคใหม่ เน้นเติบโตยั่งยืน ตอบโจทย์ตลาดโลก
 
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB ประกาศความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการ “IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY จุดประกายธุรกิจไมซ์ ติดอาวุธธุรกิจอย่างยั่งยืน”นำพาผู้ประกอบการไมซ์ทั่วประเทศสู่การเติบโตทางธุรกิจในมิติใหม่ โดยเน้นกลยุทธ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งในยุคดิจิทัล สอดรับกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมชูแพลตฟอร์ม “Thai MICE Connect” เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงธุรกิจ เพิ่มช่องทางการตลาด และขยายเครือข่ายสู่ลูกค้าองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยนำเสนอโมเดลการพัฒนาธุรกิจไมซ์ให้แข็งแกร่งและยั่งยืนสู่อนาคต ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับผู้ประกอบการไมซ์ทั่วไทย ทั้งในด้านการจัดการธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ระดับโลกด้วยความมั่นใจ โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ TCEB ใช้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ให้สอดรับกับเทรนด์ใหม่ของโลก  มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไมซ์ (Meetings, Incentives, Conventions, Exhibitions) ทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมงานสัมมนา “จุดประกายธุรกิจไมซ์ ติดอาวุธธุรกิจอย่างยั่งยืน” ที่จัดขึ้นใน 4 ภูมิภาคหลักของประเทศ ได้แก่  ภาคใต้ (สงขลา) วันที่ 4 พ.ย. 67, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครราชสีมา) วันที่ 8 พ.ย. 67, ภาคเหนือ (เชียงราย) วันที่ 15 พ.ย. 67, และภาคกลาง (ประจวบคีรีขันธ์) วันที่ 27 พ.ย. 67

กิจกรรมนี้ จะช่วยยกระดับทักษะให้ผู้ประกอบการไมซ์ไทยสามารถแข่งขันในระดับสากล โดยเน้นสองทักษะสำคัญ ได้แก่ การจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable MICE) ที่สอดรับกับกระแสความต้องการทั่วโลก และการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) เพื่อเพิ่มยอดขายและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยังเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการจากทุกภูมิภาคได้มาพบปะ สร้างเครือข่าย และพัฒนาทักษะสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจไมซ์ด้วยมุมมองแห่งความยั่งยืนและเทคโนโลยีดิจิทัล

คุณหริสุดา บุญยวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายไมซ์อินเทลลิเจนซ์และนวัตกรรม TCEB กล่าวว่า  โครงการ “IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY” เป็นงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ (Meetings, Incentives, Conventions, Exhibitions) ทั่วประเทศไทย โดยมีการเน้นเรื่องการพัฒนาในด้านการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ” 

สำหรับผู้เข้าร่วมแพลตฟอร์ม “Thai MICE Connect” ภายใต้โครงการ “IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อเสริมโอกาสในการขยายธุรกิจ ได้แก่ โอกาสได้รับเลือกเป็น 1 ในจุดหมายปลายทางใน 16 เส้นทางไมซ์ ที่จะได้รับการโปรโมตจาก TCEB ไปยังองค์กรชั้นนำทั่วประเทศ ช่วยเสริมชื่อเสียงและขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่าย Thai MICE Connect รวมถึงมีสิทธิ์ได้รับดิจิทัลคูปองส่งเสริมการตลาด มูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท และการโปรโมตธุรกิจผ่านองค์กรชั้นนำกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเชื่อมต่อไปถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในเส้นทางการทำธุรกิจที่เน้นความยั่งยืน

Thai MICE Connect: ศูนย์กลางเครือข่ายธุรกิจไมซ์ไทย

แพลตฟอร์ม “Thai MICE Connect” ถือเป็นเครื่องมือหลักในการเชื่อมโยงธุรกิจไมซ์จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและลูกค้าองค์กรได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นโอกาสในการขยายตลาดในยุคดิจิทัลที่เชื่อมโลกและผู้ประกอบการเข้าด้วยกันได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการไมซ์สามารถสมัครใช้งานและเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้ที่ http://www.thaimiceconnect.com
อนาคตของไมซ์ไทย: ก้าวไกลอย่างยั่งยืนในตลาดโลก

TCEB มุ่งหวังว่าโครงการ “IGNITE MICE GREEN VIBE JOURNEY” จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการไมซ์ไทยให้มีความพร้อมและมีความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมุ่งเน้นการสร้างธุรกิจที่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในทุกมิติ TCEB พร้อมจะผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย ทั้งในด้านการจัดการอย่างยั่งยืนและการขยายธุรกิจด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล โครงการนี้นับเป็นการนำพาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยก้าวเข้าสู่ตลาดโลกด้วยความเชื่อมั่น ขยายโอกาสทางธุรกิจและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย 

ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimiceconnect.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :​ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)​ โทร: ​02 694 6000 อีเมล: ​supporttmc@tceb.or.th  Facebook : Thai MICE Connect

#TCEB #MICE #IgniteMICEGreenVibeJourney #ThaiMICEConnect #SustainableMICE #DigitalMarketing #GreenMICE #UpskillMICE #MICEทั่วไทย

-(016)

เริ่มแล้ว! เทศกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์กับการท่องเที่ยวแนวใหม่ ‘มหัศจรรย์การอาบป่า’ ขานรับลมหนาวช่วงปีใหม่

https://www.naewna.com/lady/844871

เริ่มแล้ว! เทศกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์กับการท่องเที่ยวแนวใหม่  'มหัศจรรย์การอาบป่า' ขานรับลมหนาวช่วงปีใหม่

เริ่มแล้ว! เทศกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์กับการท่องเที่ยวแนวใหม่ ‘มหัศจรรย์การอาบป่า’ ขานรับลมหนาวช่วงปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.30 น.

เริ่มแล้ว!! “หินซ้อน”  เปิดตัวเทศกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์กับการท่องเที่ยวแนวใหม่  “มหัศจรรย์การอาบป่า“  ขานรับลมหนาวช่วงปีใหม่ 

ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน สมาคมท่องเที่ยวสระบุรีและอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี  ร่วมกับตำบลหินซ้อน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะผู้ร่วมผจญภัย จัดกิจกรรมเปิดตัวเทศกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ “มหัศจรรย์การอาบป่า”ในลำน้ำป่าสัก ( Forest Bathing ) ” เพื่อนำนักท่องเที่ยวสู่เส้นทางธรรมชาติและดูแลสุขภาพและชุมชน ต้อนรับปีใหม่ ปี 2568  โดย มีนายมนตรี ปรีดา นายอำเภอแก่งคอย นายกิตินันท์ แม้นเลขา ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน นางสาววัณณิกา รัตพงศ์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี นส.จุฑามาศ สายสุวรรณ์ เลขาธิการ สมาคมฯ นายบุญมี สรรพคุณ อุปนายก สมาคม ฯ และ คณะองค์การบริหารส่วนตำบลหินซ้อน ณ ตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี 

นายมนตรี ปรีดา นายอำเภอแก่งคอย กล่าวว่า ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักสายแอดเวนเจอร์ รักธรรมชาติ ด้านหลังคือแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เราได้ร่วมกันล่องแก่งหนึ่งครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นกิจกรรมคลิกอ๊อฟหลังจากน้ำในแม่น้ำป่าสักเริ่มใส สวย และน้ำไม่เชี่ยวและปลอดภัยแล้ว 

วันนี้เราจะล่องป่าสัก พายเรือแคนนู พายเรือคายัคกัน ก็ทั้งหมด 15 ลำ ระยะทาง 3 กิโลเมตร จากท่าที่วัดศรีวังม่วง ไปขึ้นที่ท่าสะบก สองฟากฝั่งจะสามารถสัมผัสทั้งป่าทั้งธรรมชาติสวยงาม เสน่ห์ของการพายเรือคายัคในครั้งนี้ นอกจากสองข้างทางที่สวยงามแล้ว เสน่ห์อีกจุดหนึ่งคือ ชมผาหมีเหนือ เสือใต้  Unseen แห่งใหม่ของสระบุรี ซึ่งเมื่อล่องลำน้ำไปได้สักระยะเราจะไปแวะที่จุดชมวิวที่ ผาหมีเหนือ เสือใต้ ตรงนั้นจะเป็นจุดไฮไลท์ซึ่งสวยงามมาก 

นางสาวปนัดดา มาศศรีไสย หนึ่งในคณะกรรมการชมรมฯ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจที่จะมาท่องเที่ยวกับชมรมฯ ของเรา หินซ้อน สามารถเข้าชมรายละเอียดได้ที่ Facebook Fanpage : ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหินซ้อน จะสามารถจองได้ในวันเสาร์ วันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ วันธรรมดาจองเป็นกรุ๊ป 10 คนขึ้นไป เราจะประสานงานทุกอย่างให้ ทั้งเรือและเจ้าหน้าที่ไว้ให้บริการเทศกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมต้อนรับปีใหม่ 2568 ด้วยการท่องเที่ยวแนวใหม่ ‘Forest Bathing’ ที่จะพาให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น พร้อมดูแลสุขภาพและชุมชนไปพร้อมกัน

“มหัศจรรย์การอาบป่าในลำน้ำป่าสัก ด้วยการพายเรือคายัคและแคนนู ชวนชมผาหมีเหนือ เสือใต้ สัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติรอบตัวคุณ“ (Kayaks & Canoe Forest Bathing) เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ◦ วันธรรมดาพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเท่านั้น โดยจัดเตรียมอาหารว่างระหว่างเดินทาง น้ำดื่ม ค่าเช่าเรือ เสื้อชูชีพ วิทยากร บุคลากรสอนพาย Life Guard บริการรถรับ-ส่ง และประกันภัยฯ ประชาสัมพันธ์ชมรมฯ  คุณตุ๊กตา – พริตา ยอดประสาท โทร : 097-063-3742 คุณแอน – สุพัตตรา เชื่อมขุนทศ 092 861 7872 
หินซ้อน! “แหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนรักสุขภาพและการผจญภัย” A Wellness Adventures, Ecotourism & Forest Bathing Destination สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม)

-(016)

‘นภินทร’ นำทัพขึ้นดอยช้าง ช่วย MSME เร่งสร้างแบรนด์สินค้าชุมชน เพิ่มมูลค่า ผลักดันส่งออก

https://www.naewna.com/lady/844867

'นภินทร' นำทัพขึ้นดอยช้าง ช่วย MSME เร่งสร้างแบรนด์สินค้าชุมชน เพิ่มมูลค่า ผลักดันส่งออก

‘นภินทร’ นำทัพขึ้นดอยช้าง ช่วย MSME เร่งสร้างแบรนด์สินค้าชุมชน เพิ่มมูลค่า ผลักดันส่งออก

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.24 น.

“นภินทร” ยกทัพ พาณิชย์-สสว.ททท. ขึ้นดอยช้าง ช่วย MSME เร่งสร้างแบรนด์สินค้าชุมชน ดึงจุดขายจดสิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มมูลค่า ผลักดันส่งออก

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำทีมภาครัฐพบกับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงราย ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย ประกอบด้วยกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาณิชย์จังหวัดเชียงราย หอการค้าจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องของจังหวัดเชียงราย 

นายนภินทร ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า “ วันนี้ผมได้นำทีมกระทรวงพาณิชย์รวมทั้งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ชุมชน มาร่วมประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการเชียงราย ภายใต้โครงการพัฒนาต่อยอดสินค้าชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมให้ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างแต้มต่อทางการแข่งขันเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าชุมชนเชียงราย จากการพูดคุยได้สรุปทั้งส่วนที่ผู้ประกอบการขอรับการสนับสนุน และส่วนที่ภาครัฐเองเตรียมพร้อมจะช่วยเหลือและต่อยอด โดยจะมีการพัฒนาผู้ประกอบการพร้อมกับการพัฒนาสินค้าชุมชน ซึ่งจะเห็นว่าผู้ประกอบการที่มาในวันนี้ มีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น กาแฟที่มีรางวัลจากการประกวดในต่างประเทศ เป็นใบการันตีว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดระดับโลก ชา ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างสับปะรดภูแล และเครื่องเงิน ซึ่งผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ขอการันตีว่าผลิตภัณฑ์ของชุมชนดอยช้างและในจังหวัดเชียงรายมีชื่อเสียง โดยเฉพาะชาและกาแฟของดอยช้าง ที่มีชื่อเสียงระดับโลกแล้ว แต่ประเด็นต่อมา เราจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้อีกโดยการนำกรรมวิธีการผลิต รวมถึงแบรนด์ สัญลักษณ์ และ Packaging ให้ได้รับการคุ้มครองทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งภายใต้โครงการของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่มาลงพื้นที่ในวันนี้ก็จะเชิญผู้ประกอบการมาเป็นเครือข่ายในการต่อยอดสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญา และสำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในด้านการส่งออก กระทรวงพาณิชย์เองจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายการตลาดที่จะหาตลาดต่างประเทศโดยใช้เครือข่ายของทูตพาณิชย์ที่มีอยู่ทั่วโลกเพื่อหาตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ของดอยช้าง“

นายนภินทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ”ในส่วนของสินค้าชุมชน เป็นสินค้าและบริการในชุมชนท้องถิ่นดอยช้างของไทย มีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อสินค้ามีความพร้อมแล้วเราก็ต้องมาดูตลาดที่รองรับ ปัจจุบันช่องทางการตลาดเป็นช่องทางทางออนไลน์ถึง 70% เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวเพื่อใช้ช่องทางการออนไลน์ให้มากขึ้นโดยกระทรวงเองมีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการช่วยเหลือส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ใช้ช่องทางออนไลน์ในการค้าขายสินค้าเพื่อให้มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น“

การส่งเสริมการค้าออนไลน์ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็มีการจัดกิจกรรมดำเนินการตั้งแต่พื้นฐานเพื่อให้ผู้ประกอบการได้รู้จักการค้าออนไลน์ รวมถึงให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาตนเองด้านการค้าออนไลน์ด้วยการอบรมทักษะการขายออนไลน์ การพัฒนาเรื่องของสินค้าได้มีการร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้มีการสร้างแบรนด์ ได้รับการยอมรับและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภคในตลาดสินค้าออนไลน์ได้ในขณะเดียวกันชุมชนก็ต้องมีการพัฒนาตลาดชุมชน ปกติขายได้ไม่เยอะก็ต้องพึ่งช่องทางผ่านออนไลน์ก็มีการพัฒนาชุมชนด้านการค้าออนไลน์ได้แก่ Digital Village ซึ่งปัจจุบันเรามีถึง 96 ชุมชนทั่วประเทศในจังหวัดเชียงราย และจะขยายให้มากขึ้น

“ท้ายนี้ ผมขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวเยี่ยมชมวัฒนธรรมของภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเพิ่งจะผ่านวิกฤติอุทกภัยมาแต่ในขณะนี้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเรียบร้อยแล้ว สำหรับ ใครที่มองหาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อมาสัมผัสอากาศหนาวในช่วงปลายปีของทางภาคเหนือ ผมขอฝากเชียงราย เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมของชนเผ่าชาวต่างๆให้ท่านได้สัมผัสจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวในจังหวัดเชียงรายและอย่าลืมอุดหนุนสินค้าชุมชนเพื่อเป็นของที่ระลึกของฝากติดไม้ติดมือด้วยครับ” นายนภินทร กล่าว

-(016)

‘โรเบิร์ต วอลเทอร์ส’ เผยผลสำรวจเงินเดือนประจำปี 2568

https://www.naewna.com/lady/844863

'โรเบิร์ต วอลเทอร์ส' เผยผลสำรวจเงินเดือนประจำปี 2568

‘โรเบิร์ต วอลเทอร์ส’ เผยผลสำรวจเงินเดือนประจำปี 2568

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.19 น.

โรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทด้านการจัดหางานชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก ได้เผยแพร่ ผลสำรวจเงินเดือนประจำปี 2568  ซึ่งเจาะลึกภาพรวมแนวโน้มเงินเดือนและตลาดการจ้างงานทั่วโลก  รายงานฉบับนี้ยังให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อเแนวโน้มการจ้างงานและเงินเดือนในตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในเดือนกันยายน 2567 โดยรวบรวมความคิดเห็นจากพนักงานและบริษัทในประเทศไทย เพื่อนำเสนอข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดการจ้างงาน ความคาดหวังต่อเงินเดือน และกลยุทธ์การรักษาพนักงานในปีที่จะมาถึง

ภาพรวมสำคัญของตลาดแรงงานไทยในปี 2568

ความต้องการบุคลากรในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นในปี 2568 นายจ้างมีแผนปรับขึ้นเงินเดือนในหลายภาคส่วน แต่ยังเป็นการยากที่จะสามารถตอบสนองความคาดหวังของเงินเดือนในตลาดที่มีการแข่งขันสูง สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ยอดนิยมที่มอบให้พนักงาน ได้แก่ หลักสูตรการฝึกอบรมและพัฒนา ประกันสุขภาพที่ครอบคลุม และชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น การรักษาบุคลากร กลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในการสรรหา พนักงานให้ความสำคัญกับค่าตอบแทนเป็นลำดับแรก โดยมีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นเป็นปัจจัยสำคัญรองลงมา โดยพนักงานส่วนใหญ่คาดหวังที่จะเปลี่ยนงานในปี 2568 ทำให้ตลาดการสรรหาพนักงานเปิดกว้างมากขึ้น นายจ้างมองหาพนักงานที่มีทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และการแก้ปัญหาที่โดดเด่น บทบาทของ AI ในการสรรหาบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการและเพิ่มความต้องการพนักงานที่สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการในปี 2568

ความต้องการพนักงานในประเทศไทยคาดว่าจะสูงในหลายภาคส่วน โดยปัจจัยสำคัญที่กำหนดความต้องการ ได้แก่ การขาดแคลนทักษะและการเติบโตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทยโดยตำแหน่งงานที่มีความต้องการสูง ได้แก่ ผู้จัดการโรงงานและผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพและการวิจัยและพัฒนา (R&D)  ความต้องการเหล่านี้เด่นชัดในอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว เช่น การผลิตอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และ ยานยนต์

ในส่วนของสายงานทรัพยากรบุคคล (HR) ตำแหน่งที่ต้องทำหน้าที่บริหารคนและบริหารธุรกิจควบคู่กันไปหรือ HR Business Partner (HRBP) และ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้และพัฒนา (Learning and Development) จะเป็นที่ต้องการสูง  ในส่วนของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ (healthcare) มีความต้องการเฉพาะด้านในตำแหน่งนักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย เพื่อสนับสนุนการตลาดผลิตภัณฑ์และการขยายตลาด ในขณะเดียวกัน ในภาคการเงินและธนาคาร  การออกใบอนุญาตธนาคารเสมือนจริง (Virtual Banking) โดยธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2568 จะช่วยผลักดันความต้องการบุคลากรในหลากหลายตำแหน่งในภาคการเงินและธนาคาร  

ในส่วนของนายจ้าง ทักษะด้านสังคมและอารมณ์ (soft Skills)ที่ถูกให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การมีทัศนคติเชิงบวกและความยืดหยุ่น (56%) ตามมาด้วยทักษะความเป็นผู้นำและการทำงานร่วมกันเป็นทีม (51%) และทักษะการแก้ปัญหาและการคิดเชิงวิเคราะห์ (49%)
นอกจากนี้ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นสำหรับพนักงานที่พูดภาษาจีนได้ โดยเฉพาะในสายงาน วิศวกรรม ซัพพลายเชน และ ทรัพยากรบุคคล (HR) ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของบริษัทจีนในประเทศไทย

การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในตลาดการจ้างงานมากขึ้น

บริษัทบางแห่งเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาในตลาดการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้ในวงกว้างยังมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน และทักษะพนักงาน  จากการที่ AI ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยในการทำงานมากขึ้น จึงมีผลกระทบต่อทักษะที่จำเป็นในตลาดแรงงาน ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ความต้องการพนักงานที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ภาคบัญชีและการเงิน

คุณปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประจำประเทศไทย ชี้ให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีในกระบวนการสรรหาบุคลากร โดยกล่าวว่า “ปัจจุบัน บริษัทส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกระบวนการสรรหาให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยทำงานในบางขั้นตอน เช่น การประกาศรับสมัครงาน และการจัดตารางสัมภาษณ์ นอกจากนี้ การสัมภาษณ์งานแบบเสมือนจริงและการใช้การประเมินผลออนไลน์ได้กลายเป็นเรื่องปกติทั่วไป ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงผู้สมัครได้หลากหลายมากขึ้นโดยไม่มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ยังคงถูกใช้ในวงจำกัด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทจัดหางาน อย่างเช่น แพลทฟอร์มการหางานหรือบริษัทจัดหางานข้ามชาติเท่านั้น”

การดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถ

ในขณะที่การแข่งขันเพื่อดึงดูดบุคลากรมีความเข้มข้นขึ้น และพนักงานจำนวนมากวางแผนที่จะเปลี่ยนงานในปี 2568 บริษัทต่าง ๆ ไม่เพียงแต่เพิ่มการจ่ายเงินเดือนที่สูงขึ้น แต่ยังลงทุนในด้านการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร  ด้วยสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว ทั้งนายจ้างและพนักงานต่างมีความระมัดระวัง และพยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยง 

การมอบสวัสดิการที่น่าสนใจให้กับพนักงานจะเป็นไฮไลท์สำคัญในปีหน้า โดยการเสนอสิทธิประโยชน์และโครงการที่ช่วยยกระดับความผูกพันของพนักงาน โดยนอกจากเงินเดือนแล้ว พบว่า 85% ของพนักงานมองว่า โบนัสเป็นสวัสดิการที่จำเป็น รองลงมาคือ 63% ต้องการชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นและการทำงานทางไกล และ 60% สนใจในประกันสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น เมื่อพูดถึงสิ่งที่พนักงานต้องการจากนายจ้าง 46% ระบุว่าค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ยอดเยี่ยม เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตามมาด้วย เพื่อนร่วมงานที่สร้างแรงบันดาลใจและวัฒนธรรมองค์กรที่ดี (38%) และ การทำงานที่ยืดหยุ่น (34%) พนักงานยังให้ความสนใจที่จะร่วมงานกับองค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมทั้งมอบความมั่นคงในงานและโอกาสเติบโตในสายอาชีพ  โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่

ในปี 2568 พนักงานส่วนใหญ่กว่า 80% กำลังมองหางานใหม่แสดงถึงความต้องการการเติบโตและความก้าวหน้าในการทำงาน นอกจากนี้ 79% ของพนักงานยังมั่นใจในโอกาสการจ้างงานที่มีอยู่ ซึ่งสื่อถึงมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดการจ้างงานในอนาคตกว่า 46% ของนายจ้างระบุว่า ความคาดหวังด้านเงินเดือนและสวัสดิการเป็นปัญหาสำคัญที่สุดในการดึงดูดบุคลากร  ปัญหาอื่น ๆ ที่พบได้บ่อย ได้แก่ การขาดผู้สมัครงาน (41%) และ การขาดประสบการณ์ในอุตสาหกรรม (37%)  อย่างไรก็ตาม กว่า 50% ของนายจ้างมองว่าการแข่งขันสูงในตลาดแรงงานซึ่งเกิดจากการที่พนักงานมักมองหาโอกาสในตำแหน่งใหม่อย่างต่อเนื่อง เป็นอุปสรรคสำคัญในการรักษาบุคลากร   ปัญหาอื่นๆเพิ่มเติม ได้แก่ การขาดโอกาสเลื่อนตำแหน่งและการเติบโตในสายอาชีพที่จำกัด (38%) และ ความยากลำบากในการเสนอค่าตอบแทนและสวัสดิการที่สามารถแข่งขันได้ (34%)

คุณปุณยนุช แนะนำว่า บริษัทควรมุ่งเน้นที่การปรับปรุงกระบวนการสรรหาให้มีความรวดเร็ว คล่องตัวเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้สมัครงาน พร้อมทั้งเน้นความสำคัญของการสร้างความผูกพันกับพนักงานผ่านแนวทางต่างๆ เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความหลากหลายและความครอบคลุม  การให้สวัสดิการที่ยืดหยุ่น  รวมถึงการจัดโปรแกรมการยกย่องชมเชยและให้รางวัลที่เหมาะสม

การอัดฉีดเงินเดือนเพิ่มขึ้นสำหรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์

ผู้สมัครที่มีทักษะที่ตรงกับงาน คาดว่าจะได้รับการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นสูงสุด 20% ในสายงานที่ขาดแคลนบุคลากร เช่น การจัดการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ อาจมีการปรับเงินเดือนที่เพิ่มสูงขึ้นกว่านี้   สำหรับกลุ่มที่ยังต้องการการฝึกอบรมหรือการเตรียมความพร้อมเพิ่มเติม การปรับเงินเดือนเพิ่มอาจอยู่ที่ประมาณ 15%   ในส่วนของพนักงานที่ยังคงทำงานในตำแหน่งเดิม คาดว่าจะได้รับการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 2-4% ในปี 2568 

นอกจากนี้  เป็นที่น่าสนใจว่า 70% ของพนักงานต่างคาดหวังการปรับขึ้นเงินเดือนในปี 2568 ซึ่งสอดคล้องกับแผนของนายจ้างในหลายภาคส่วนกว่า 3 ใน 4 ที่มีแผนจะปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงานในปีหน้า

สามารถดาวน์โหลดรายงานการสำรวจเงินเดือนของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ได้ที่ http://www.robertwalters.co.th/salarysurvey.html

‘เณ็ฐ ทวีรุจจนะ’ เชิญชวนน้องๆ นักเรียนนักศึกษา ร่วมงาน ‘เทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลก’

https://www.naewna.com/entertain/844813

‘เณ็ฐ ทวีรุจจนะ’ เชิญชวนน้องๆ นักเรียนนักศึกษา  ร่วมงาน ‘เทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลก’

‘เณ็ฐ ทวีรุจจนะ’ เชิญชวนน้องๆ นักเรียนนักศึกษา ร่วมงาน ‘เทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลก’

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“เณ็ฐ ทวีรุจจนะ” ศิลปินค่าย Yousay..WATT ในเครือ T&B Media Global (ประเทศไทย) เป็น พรีเซ็นเตอร์งาน “เทียนส่องใจเนื่องในวันเอดส์โลก” ครั้งที่ 32 โดยได้ร่วมถ่ายทำสปอตโปรโมทและโปสเตอร์เชิญชวนน้องๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงาน “เทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลก ครั้งที่ 32”โดยสภากาชาดไทยจัดงานขึ้น ภายใต้แนวคิด “Take the RIGHTS Path” งานมีระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคม 2567 ณ ห้องราชมณเฑียรแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Take the RIGHTS Path” โดยเณ็ฐ ได้เปิดเผยถึงการรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ว่า

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากครับ ที่ได้รับคัดเลือกจากทางสภากาชาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้ เณ็ฐ ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ในครั้งนี้สำหรับงานเทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลกปีนี้ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกภาคส่วนด้วยครับ ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนให้น้องๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาทุกคน รู้เท่าทัน พร้อมรับมือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคอุบัติใหม่ อยากเชิญชวนให้มาชมงานกันเยอะๆ เพราะจะมีกิจกรรมและนิทรรศการให้ความรู้อย่างมากมายมารวมไว้ในที่เดียว จากหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและการป้องกันที่ถูกต้องครับ”

งาน “เทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลกครั้งที่ 32” ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย รวมทั้งภาครัฐ และเอกชน อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมราชทัณฑ์ เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา องค์การเภสัชกรรม ศูนย์ประสานความร่วมมือระหว่างไทย ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ฯ (HIV-NAT) ชมรมจิตอาสาป้องกันเอดส์ เทิดพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย (RSAT) ศูนย์ทดสอบวัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ องค์กรฟิวเจอร์ กรุ๊ป ช่อง 3 ช่อง 7HD GMM Grammy และ ค่าย Yousay..WATT (ยูเซย์..วัทท์) ในเครือ T&B Media Global (ประเทศไทย) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในการป้องกันโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคอุบัติใหม่ต่างๆ เช่น โรคฝีดาษวานร พร้อมประกาศผลการประกวดวงดนตรี ในกิจกรรม “World AIDS Day 2024 Music Band Contest” และประกาศผลการประกวดหนังสั้น “World AIDS Day 2024 Short Film Contest” ภายใต้หัวข้อ “ส่งเสริมการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ที่ถูกต้อง” โดยหม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล และคณะ เป็นกรรมการตัดสิน

‘เล่ห์มยุรา’ ฮอตไม่หยุด ขึ้นแท่นละครไทยมาแรง ‘ฮาน่า’ ปลื้ม คนชมบท ‘อุ๊’ ว้าวมาก

https://www.naewna.com/entertain/844820

‘เล่ห์มยุรา’ ฮอตไม่หยุด ขึ้นแท่นละครไทยมาแรง  ‘ฮาน่า’ ปลื้ม คนชมบท ‘อุ๊’ ว้าวมาก

‘เล่ห์มยุรา’ ฮอตไม่หยุด ขึ้นแท่นละครไทยมาแรง ‘ฮาน่า’ ปลื้ม คนชมบท ‘อุ๊’ ว้าวมาก

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ออกอากาศไม่ทันไร ดราม่ารสจัดจ้านถูกใจแฟนละครทันที ส่งผลให้ละคร “เล่ห์มยุรา” ผลิตโดย สกาย เอ็นเทอร์เทนเมนท์ เรตติ้งชมสดทางช่อง 7HD แรงสนั่นจอ แถมยังขึ้นแท่นติดชาร์ต เป็นละครไทยที่มาแรงที่สุดอันดับ 1 บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) ด้วยเรื่องราวพลิกเกมแค้น ฟาดอารมณ์ใส่กันของ 2 นางเอกสาว ฮาน่า ลีวิส และ แอนน่ากลึคส์ ทำถึง ถูกใจแฟนๆ ทุกคนชื่นชมในบทบาทใหม่ของทั้งคู่

โดย ฮาน่า  ผู้รับบท อุ๊ นางเอกสาวสายมั่น อารมณ์ร้อน แต่ทันคน ยิ้มแก้มปริ เพราะฟีดแบ๊กที่กลับมานั้นดีสุดๆ มีคนทักเข้ามาชมถึงการพลิกลุค มาสวมบทบาทในครั้งนี้ว่า ว้าวมาก

“กระแสละคร เล่ห์มยุรา สำหรับ ฮาน่า คือดีมากๆ ค่ะ ดีจริงๆ เพราะทุกคน จะเข้ามาชื่นชมทั้งในเรื่องของละคร บท ภาพ บทบาทที่เราเล่น ทุกคนบอกว่าเป็นละครที่เดินเรื่องเร็วและสนุก ชอบความที่นางเอก หรือ อุ๊ เป็นคนสู้คน และทันคน ฮาน่า ดีใจนะคะที่ทุกคนชอบ ทุกคนดูว้าว เพราะคาแร็กเตอร์นี้ต่างไปจากเมื่อก่อน ที่จะเห็นว่าเราจับปืน เป็นนางเอกสายบู๊ พอครั้งนี้เราได้มาเล่น ดราม่าแบบเชือดเฉือน ทุกคนก็เลยได้เห็นอีกลุคหนึ่งของเราอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ครั้งแรกว่า ฮาน่า ดีใจมาก ที่ได้มาเล่นละครเรื่องนี้ เพราะบทของตัวละครอุ๊ตั้งแต่ได้อ่านแล้วรู้เลยว่าเป็นบทที่สนุก มีอะไรให้เราเล่น มีอะไรให้เราใส่ได้ตลอด พอฟีดแบ๊กกลับมาแบบนี้ คือดีใจที่ทุกคนชอบ เพราะเราทุกคน ทั้งทีมงาน นักแสดงใส่กันเต็มที่มากๆ ผลตอบรับวันนี้ต้องบอกว่าดีเกินคาดวันก่อนมีโอกาสได้เจอ น้องแอนน่า ยังคุยกันอยู่เลยค่ะว่า คนชอบเรา 2 คนในละครเรื่องนี้นะ รวมถึงมีคนคอมเมนต์มาบอกว่ารอลุ้นอยู่นะว่าใครจะร้ายกว่ากัน ระหว่าง อุ๊ กับ อลิซ  คือเขามองว่าเราทั้ง 2 คนทันกันเวลาที่อลิซทำอะไรอุ๊  อุ๊ก็จะรู้ทันและสวนกลับทันที คาแร็กเตอร์แบบนี้ต่างไปจากบทของนางเอกสมัยก่อน ที่กว่าจะรู้ตัว กว่าจะทันคนต้องใช้เวลา แต่เล่ห์มยุรานี่คือพอถูกกระทำปุ๊บ เราก็พร้อมจะสู้กลับเลย เขาร้ายมา เราร้ายกลับ เป็นความสนุกอีกแบบที่คนดูชอบค่ะสำหรับ เล่ห์มยุรา เราสตาร์ทออกตัวมาถึง EP ที่ 4 แล้ว ต้องบอกว่าเครื่องเราติดกันตั้งแต่ EP แรกเลย ซึ่งหลังจากนี้บอกเลยว่า จะยิ่งเข้มข้น ไฟลุกมากกว่านี้ คนดู ดูแล้วน่าจะอยากเข้ามามีส่วนร่วมกับเราแน่ๆ ขนาดดูเองบางฉากยังแอบเชียร์เลยว่า ใส่อีกๆ ฮาน่า เชื่อว่าคนที่ชมละครจะเห็นเลยว่า เล่ห์มยุรา เป็นละครที่ครบรส สนุกเข้มข้นจริงๆ ค่ะ”

สนุกไปกับละคร  “เล่ห์มยุรา” ออกอากาศทุกวันพุธ พฤหัสบดี เวลา 20.30 น.  ชมสดทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมย้อนหลัง เวลา22.30 น. บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บiQ.com ที่เดียวเท่านั้น! ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

ชมฟรี!! ป๊อปอัปสเปซ ‘CANELE’ คาแร็กเตอร์แมวที่ออกแบบโดย ‘TEN’

https://www.naewna.com/entertain/844817

ชมฟรี!! ป๊อปอัปสเปซ ‘CANELE’ คาแร็กเตอร์แมวที่ออกแบบโดย ‘TEN’

ชมฟรี!! ป๊อปอัปสเปซ ‘CANELE’ คาแร็กเตอร์แมวที่ออกแบบโดย ‘TEN’

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

SM True (เอสเอ็ม ทรู) เสิร์ฟที่สุดแห่งความพิเศษปิดท้ายปีแห่งความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ของ TEN (เตนล์) “ศิลปินผู้เป็นหนึ่งรอบด้าน” จากค่ายที่บุกเบิกเค-ป๊อป SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) ด้วยการประกาศจัด “TEN’s CANELE “THE WONDER WINTER” POP-UP SPACE by SM True” (เตนล์ กานูเล่ “เดอะ วอนเดอร์วินเทอร์” ป๊อปอัปสเปซ บาย เอสเอ็ม ทรู)ป๊อปอัปสเปซอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกของคาแร็กเตอร์แมวที่มีเพียงหนึ่งเดียว CANELE (กานูเล่)ผลงานการออกแบบโดย TEN (เตนล์) ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามในฐานะ “Artistic Performer” (หรือ “ผู้แสดงที่มีศิลปะ”) ผ่านการนำเสนอเวทีที่ถ่ายทอดเสน่ห์เฉพาะตัวออกมาอย่างสง่างามทุกท่วงท่าจนสร้างความประทับใจให้แฟนคลับทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในเรื่องของความสามารถด้านศิลปะที่โดดเด่น

สำหรับป๊อปอัปสเปซครั้งนี้ ผู้จัดและต้นสังกัดในประเทศไทย SM True (เอสเอ็ม ทรู) ร่วมกับ SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์)นำลิขสิทธิ์คาแร็กเตอร์ CANELE (กานูเล่) มาเนรมิตเป็นพื้นที่สุดมหัศจรรย์กว่า 100 ตารางเมตร เพื่อมอบประสบการณ์แบบหาที่ไหนในโลกไม่ได้อีกแล้วนอกจากประเทศไทย ดังนั้น ทุกคนเตรียมพบกับสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษสุดพรีเมียม (THAILAND PREMIUM LIMITED EDITION MD) ซึ่งจะวางจำหน่ายที่ป๊อปอัปสเปซในประเทศไทยที่แรก รวมถึงเปิด Pre-Order ทางออนไลน์ตั้งแต่วันแรก ผ่านร้านค้า SM True Store @ Shopee (https://shopee.co.th/SMTrue) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้ารายการทัมเบลอร์และเสื้อฮู้ด ที่มีลายมือของ TEN (เตนล์) ซึ่งเจ้าตัวออกแบบมาให้เป็นพิเศษ “สำหรับคอลเลคชั่นนี้” ไม่เพียงเท่านี้ ยังมาพร้อมบูทถ่ายภาพบวกเฟรมเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับงานนี้ที่แรกที่เดียว, คาเฟ่ ที่จะเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขให้ถึงระดับสิบล์ ด้วยหลากหลายเมนูสุดสร้างสรรค์ทั้งเครื่องดื่มและขนม ตลอดจนมุมถ่ายภาพ ท่ามกลางบรรยากาศที่มีการตกแต่งน่ารัก ๆ มากมาย

TEN’s CANELE “THE WONDER WINTER” POP-UP SPACE by SM True (เตนล์ กานูเล่ “เดอะ วอนเดอร์ วินเทอร์” ป๊อปอัปสเปซ บาย เอสเอ็ม ทรู) เปิดให้เข้าชมในวันที่ 4 ธันวาคม 2567-15 ธันวาคม 2567 เวลา 10.20-21.40 น.ของทุกวันทำการ (*เฉพาะวันแรก 4 ธันวาคม 2567 เปิดทำการเวลา 11.00-21.40 น.) ที่ชั้น Gสยามเซ็นเตอร์ (Siam Center) ชมฟรีไม่คิดค่าบริการใดๆ

นอกจากนี้ TEN (เตนล์) ส่งคลิปเซอร์ไพรส์เชิญชวนทุกคนให้มาสร้างความทรงจำดีๆ กับเขาและ CANELE (กานูเล่) ด้วย “สวัสดีครับทุกคน ผม TEN เองนะครับ วันนี้ตื่นเต้นมากที่จะได้ชวนทุกคนมาร่วมงาน TEN’s CANELE “THE WONDER WINTER” POP-UP SPACE by SM True ที่ Siam Center ชั้น G นะครับ ทุกคนจะได้เจอกับ Special Version ของ CANELE และสินค้าใหม่ๆ หลายๆ อันเลยครับ พร้อมกับมีทั้ง Photo Booth และ Cafe ครับ อยากให้ทุกคนมาร่วมถ่ายรูปกันเยอะๆ และมาสร้างความทรงจำดีๆ กับ TEN และ CANELE นะครับ วันที่ 4-15 ธันวาคมนี้ เดี๋ยวเราเจอกันครับ บ๊ายบาย”

ทั้งนี้ TEN (เตนล์) ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ผ่านการทำกิจกรรมโปรโมทในฐานะวง NCT (เอ็นซีที) และ WayV (เวย์วี) รวมถึงในฐานะศิลปินเดี่ยว ซึ่งเขาสามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงตัวตนอันเปล่งประกายอย่างสมบูรณ์แบบเต็มสิบล์ โดยเฉพาะในปี 2567 เริ่มจากมินิอัลบั้มชุดแรก “TEN” (เตนล์) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กับการคว้าอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ใน 28 ภูมิภาคทั่วโลก, อันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Worldwide Album, อันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ QQ Music แพลตฟอร์มเพลงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน, อันดับ 1 บนชาร์ต Real-time rising ของ AWA แพลตฟอร์มท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น, อันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มในประเทศเกาหลีใต้ ฯลฯ ต่อด้วยการเดินสายทัวร์แฟนคอนเดี่ยว “2024 TEN FIRST FAN-CON [1001]” ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน รวม 6 ภูมิภาคในเอเชีย กระแสตอบรับท่วมท้นบัตรขายหมดทุกรอบการแสดง พร้อมสร้างสถิติใหม่ขึ้นแท่นเป็น “ศิลปินชายเดี่ยวคนแรกของ SM ENTERTAINMENT ที่จัดแฟนคอนเดี่ยว ณ อิมแพ็ค อารีน่า ได้สำเร็จ 2 รอบ และบัตรหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง” ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผลงานด้านอื่น อาทิ เมนเทอร์ พิธีกร ไปจนถึงการเปิดตัวในฐานะ Presenter, Ambassador และ Brand Spokesperson ของแบรนด์ระดับโลกต่างๆ