เสน่ห์เหนือกาลเวลา BVLGARI SEASON 2024

https://www.naewna.com/lady/843571

เสน่ห์เหนือกาลเวลา BVLGARI SEASON 2024

เสน่ห์เหนือกาลเวลา BVLGARI SEASON 2024

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

BVLGARI HOLIDAY SEASON 2024 ชั้น 1 สยามพารากอน ชวนฉลองความสุขแห่งการแบ่งปันในช่วงเวลาสุดพิเศษ ความสุขแห่งการมอบของขวัญได้ถูกยกระดับให้เป็นผลงานศิลปะอันมีเอกลักษณ์ ด้วยการสร้างสรรค์ได้อย่างโดดเด่นและไร้ที่ติ

บรรดาจิวเวลรี่ได้ผ่านการเลือกสรรมาอย่างประณีต อาทิ Serpenti B.zero1, Divas’ Dream, Bvlgari Tubogas และ Bvlgari Cabochon ที่มอบเสน่ห์อันเหนือกาลเวลาและความร่วมสมัยของการออกแบบ ขณะที่นาฬิกา Serpenti Tubogas และ Serpenti Seduttori อันน่าหลงใหลและนุ่มนวลเกินต้านทาน เป็นนาฬิกาสุดไอคอนิกของบุลการีที่เรียกร้องให้ช่วงเวลาอันแสนงดงามยังคงอยู่ตลอดไป

นอกจากนั้น ศิลปะแห่งการเฉลิมฉลองได้ถูกนำเสนอผ่านคอลเลคชั่นน้ำหอมสุดไอคอนิกสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ตั้งแต่น้ำหอมชั้นสูงอย่าง BvlgariLe Gemme parfums ไปจนถึง Bvlgari Allegra อันมีชีวิตชีวา พร้อมนำเสนอความทรงพลังขอ Bvlgari Man ที่โดดเด่น ความเปล่งประกายคอลเลคชั่นOmnia และ ไลน์ Bvlgari Pour Homme ที่มีความกลมกลืนกัน บรรดาน้ำหอมที่เปรียบดั่งอัญมณีเหล่านี้รังสรรค์ขึ้นจากส่วนผสมชั้นเลิศจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มสัมผัสแห่งอารมณ์และความมหัศจรรย์ให้กับช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ของปี

แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลกับการเกิดโรค

https://www.naewna.com/lady/843560

แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลกับการเกิดโรค

แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลกับการเกิดโรค

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในร่างกายของมนุษย์เรามีจุลินทรีย์และแบคทีเรียในลำไส้มากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดีและตัวไม่ดี แล้วรู้ไหมว่า ถ้าแบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลจะสัมพันธ์กับการเกิดโรค แล้วจะมีโรคอะไรบ้าง

พญ.กฤดากร เกสรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้เผยว่า โดยส่วนใหญ่เมื่อถึงแบคทีเรียจะเน้นไปที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะมีอยู่2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ประเภทโพรไบโอติก (Probiotic) ซึ่งเป็นชนิดดี และประเภทจุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogen) ซึ่งเป็นชนิดไม่ดี

1. ประเภทโพรไบโอติก (Probiotic) เป็นประเภทของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย โดยทั่วไปจะเป็นแบคทีเรียประจำถิ่น อาจพบได้หลายที่ในระบบทางเดินอาหาร แต่พบได้มากที่สุดในลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้โพรไบโอติก ยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของวิธีรักษาภาวะสุขภาพให้สมดุล เนื่องจากเป็นแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่ทำหน้าที่สร้างกรดแลกติก พร้อมยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อโรค และการย่อยอาหารของจุลินทรีย์ พร้อมส่งเสริมการดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของโพรไบโอติกคือ สร้างสมดุลให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย รักษาและบรรเทาอาการโรคกระเพาะ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดอาการอักเสบและภูมิแพ้ของร่างกาย

2. ประเภทจุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogen) ในขณะเดียวกัน ลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ยังมีแบคทีเรียชนิดที่ไม่ดีอยู่ด้วย โดยเป็นประเภทจุลินทรีย์ก่อโรค ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเผชิญกับโรคต่างๆ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคติดเชื้อจากอาหาร และโรคจากสารพิษที่เชื้อสร้างขึ้นมา ซึ่งอาจมีอาการความรุนแรงได้ตั้งแต่น้อยไปจนถึงมาก หรืออาจคุกคามต่อชีวิตได้ จุลินทรีย์ก่อโรคนั้นเป็นได้ทั้งรา ไวรัส และปรสิต แต่ตัวที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดคือ แบคทีเรีย ซึ่งเรารับเพิ่มเข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานอาหารนั่นเอง 

แบคทีเรียในลำไส้มีบทบาทอย่างมากต่อภาวะสุขภาพที่สมบูรณ์ ดังนั้น เมื่อไม่สามารถรักษาให้สมดุลได้อย่างที่ควรเป็น ร่างกายก็จะแสดงอาการป่วยออกมา
ผ่านภาวะและโรคต่างๆ เช่น โรคลำไส้ใหญ่อักเสบจากการติดเชื้อ: เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิต โดยสาเหตุที่พบบ่อยมักมาจากเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) และเชื้ออีโคไล (E.coli) ที่ปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำ

ภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล : เกิดจากการขาดสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ ซึ่งสัมพันธ์กับสมอง ส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม รวมถึงการผลิตฮอร์โมนเซโรโทนิน หรือฮอร์โมนแห่งความสุขที่ลำไส้ต่ำลงจึงไม่แปลกที่จะทำให้รู้สึกเศร้า เครียด และปวดท้องตามมา ทั้งยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้ระบบต่างๆในร่างกายเสื่อมถอยเร็วกว่าวัยอันควร 

ภาวะอ้วน : เนื่องจากจุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทเป็นอย่างมากต่อระบบเผาผลาญพลังงาน ดังนั้น การปรับสมดุลโพรไบโอติก จึงมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากที่จะลดภาวะเสี่ยงจากการเป็นโรคอ้วน

โรคผิวหนัง : เกิดจากการรั่วซึมของสารพิษจากแบคทีเรียในลำไส้ เมื่อมีภาวะไม่สมดุลก็จะทำให้การดูดซึมและเผาผลาญไม่ดี ทำให้เกิดอาการอักเสบ ส่งผลต่อการเกิดโรคผิวหนัง สิว กลากเกลื้อน และภูมิแพ้ผิวหนังได้ อันจะนำไปสู่การเกิดริ้วรอย ผิวพรรณไม่สดใส แลดูแก่กว่าวัยได้

โรคมะเร็งลำไส้ : แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่บางชนิดอย่างเชื้อฟิวโซแบคทีเรียม (Fusobacterium) และเชื้อโพรวิเดนเซีย (Providencia) ถือเป็นชนิดที่มีความเสี่ยงอย่างมากในการก่อให้เกิดเชื้อมะเร็งในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้การรับประทานเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย

นอกจากโรคและภาวะที่ยกตัวอย่างมา การขาดสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ยังส่งผลต่อความเสี่ยงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรค
เบาหวาน รวมไปถึงโรคตับอีกด้วย

ยูนิเซฟระลึกถึงวันเด็กสากล เนรมิตพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นสีฟ้า

https://www.naewna.com/lady/843586

ยูนิเซฟระลึกถึงวันเด็กสากล เนรมิตพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นสีฟ้า

ยูนิเซฟระลึกถึงวันเด็กสากล เนรมิตพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นสีฟ้า

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยูนิเซฟ เนรมิตพระปรางค์ วัดอรุณฯ เป็นสีฟ้า ในงาน “Turn Blue”ระลึกถึงวันเด็กสากล ย้ำจุดยืนในการสร้างสิทธิและอนาคตของเด็ก

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยนำโดย ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ทูตสันถวไมตรี องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย คยองซอน คิม ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย นวลพรรณ ล่ำซำทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย,ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ขวาสุด) และผลินภัทร์ จงธนากร คณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนยูนิเซฟ ร่วมเปิดแสงสีฟ้าในงาน “Turn Blue” เนรมิตพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารให้เป็นสีฟ้าทั้งองค์ เพื่อ ระลึกถึงวันเด็กสากลพร้อมกันทั่วโลก โดยมีภาคเอกชนต่างๆ เข้าร่วม ได้แก่ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการ เลขานุการ และเหรัญญิก มูลนิธิ บีเจซี บิ๊กซี, พัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7HD) อัศวิน เตชะเจริญวิกุลรองประธานกรรมการ กรรมการ มูลนิธิ บีเจซี บิ๊กซี ร่วมแสดงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิเด็กและสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก ณ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ

กิจกรรม “Turn Blue” หรือการเปิดไฟสีฟ้า เป็นกิจกรรมของยูนิเซฟทั่วโลกเพื่อระลึกถึงวันเด็กสากล โดยสถานที่สำคัญระดับโลกหลายแห่งได้เคยเข้าร่วมประดับไฟสีฟ้ามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เช่น หอไอเฟล (Tour Eiffel) ในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส, อะโครโพลิส (Acropolis)ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และ ตึกเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building) ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีเพื่อสร้างวันข้างหน้าที่มั่นคงและเปี่ยมไปด้วยโอกาสสำหรับเด็กทุกคนทั่วโลก

ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุนซึ่งดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มาเป็นระยะเวลา 28 ปี กล่าวว่า “ในช่วง 75 ปีที่ผ่านมา ยูนิเซฟได้ทำงานเคียงข้างประเทศไทยเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็กทุกคน ซึ่งเราได้เห็นความก้าวหน้าที่ชัดเจนในด้านสิทธิและคุณภาพชีวิตของเด็ก และในวันนี้เรามารวมตัวกันที่วัดอรุณฯ เพื่อเปิดไฟสีฟ้าของยูนิเซฟเป็นครั้งแรก นี่เป็นสิ่งที่เตือนใจเราว่ายังมีปัญหามากมายที่ต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แสงสีฟ้านี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของยูนิเซฟที่จะเดินหน้าทำงานต่อไปจนกว่าเด็กทุกคน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก จะได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่”

สำหรับกิจกรรมพิเศษในกรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ของยูนิเซฟประเทศไทย ที่สะท้อนถึงความท้าทายที่เด็กและเยาวชนกำลังเผชิญทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ร่วมลงมือสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและ
เท่าเทียมสำหรับเด็กทุกคน โดยมีกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการเปิดตัว UNICEF Box of Life หรือกล่องช่วยชีวิตเพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กที่กำลังเผชิญกับวิกฤตทั่วโลก

ทั้งนี้ องค์การยูนิเซฟ ทำงานในพื้นที่ที่ยากลำบากที่สุดเพื่อเข้าถึงเด็กในกลุ่มที่ขาดโอกาสที่สุดในโลก เราทำงานเพื่อเด็กทุกคนในทุกหนแห่งในกว่า 190 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ เพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

คุณแหน : 26 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/843596

คุณแหน : 26 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 26 พฤศจิกายน 2567

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll อำนาจคือสิ่งเสพติด ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์จะเห็นครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อนรักต้องกลายเป็นหักเหลี่ยมโหดเมื่อต่างฝ่ายต่างก้าวขึ้นบันไดอำนาจขั้นสูงสุด การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯสิ้นสุดลงแล้ว โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการเลือกตั้งแบบถล่มทลายจนเขาใช้เป็นข้ออ้าง “MANDATE”ว่าถึงวาระที่เขาจะสามารถดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายในทุกเรื่อง รวมทั้งจะมอบอำนาจให้มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก อีลอน มัสก์ จัดระเบียบและโครงสร้างของหน่วยราชการใหม่… สอดคล้องกับโปรยหัวด้านบน บัดนี้ก็มีกระแสข่าวอินไซด์ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ไบเดน กับ กมลาแฮร์ริส หลังการเลือกตั้งได้แปรเปลี่ยนไปแล้วเนื่องจากมีผู้สนับสนุน แฮร์ริส เสนอแนะว่าประธานาธิบดีไบเดน ควรจะลาออกก่อน ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง เพราะโดยกฎหมาย แฮร์ริส จะได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีทันทีในช่วงเวลาที่เหลือ เป็นเหตุให้ประธานาธิบดี ไบเดน และครอบครัวกินใจเกิดความหมางเมิน อีกทั้ง แฮร์ริส ก็เคยมีมิตรภาพใกล้ชิดกับท่านสตรีหมายเลขหนึ่งมาก่อน…

ll กว่ากึ่งศตวรรษคนไทยในรัฐแคลิฟอร์เนียพูดได้เต็มปากเลยว่าเขาคือ “THE MAN WHO STARTED IT ALL” วานซืนสุรพล เมฆพงษ์สาทร บินลัดฟ้าจากแอลเอมาเยือนกรุงเทพฯเพื่อพบญาติมิตรกำหนดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ เขาคือไทคูนไทยผู้ประสบความสำเร็จสร้างความมั่งคั่งจากการสร้างร้านอาหารไทยจนเป็นมาตรฐานนิยม ขณะนี้มีแฟรนไชส์ร้านอาหารไทย “NOODLES WORLD” 10 กว่าแห่งในแคลิฟอร์เนีย และร้านอาหารไทยแฟนซีอีก 2 ร้านในรัฐออริกอน ที่สำคัญเขาเป็นผู้ปลุกกระแสฟีเวอร์อาหารไทยโดยเริ่มจากการเปิดร้านเพียง 2 แห่งในย่านถนนฮอลลีวู้ดและเศรษฐีเบเวอรี่ฮิลล์ บรรดาเซเลบฯไปออกทีวีทอล์กโชว์ต่างๆ มักจะช่วยโปรโมทให้ผู้คนไปอุดหนุน “DELICIOUS THAI DISHES”…อีก 20 ปีต่อมากระแสความนิยมแพร่สะพัดไปยังมหานครต่างๆ ในสหรัฐฯและยุโรป ความละเอียดทราบกันดี…

ll เพิ่งกลับจากการเที่ยวเมืองจีน มนต์ทิพย์ รุจิกัณหะ เล่าว่าได้ไปเยือนหลายที่อาทิ วัดเส้าหลิน แหล่งกำเนิดยุทธจักรกังฟู ซึ่งยูเนสโกรับรองไว้เป็นมรดกโลก สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ หุ่นปั้นดินเผาของทหารและม้าศึก รวมทั้งได้ชมปฏิมากรรมแกะสลักพระพุทธรูปขนาดต่างๆ กว่า 1,000 องค์…อลังการงานสร้างเป็นอย่างยิ่ง…

llยามนี้ใครๆ ก็ไปเที่ยวต่างประเทศ อย่าง เชวง-จินตนา จิตรสมบูรณ์ ได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศที่เจียงซี หุบเขาเทวดา เมื่อสัปดาห์ก่อน…

ll ส่วนเต็มดวง จาตุรจินดา ไปท่องยุโรป สวิส ฝรั่งเศสเยอรมนี…

ll ผศ.นาฎยา ตนานนท์ ออกเดินทางไปญี่ปุ่น พร้อมโปรแกรมท่องเที่ยวโตเกียวและเมืองใกล้ๆ โดยจะแวะเยี่ยมเพื่อนเก่าสมัยเรียน ม.โซเฟีย แคมปัสญี่ปุ่นด้วย กำหนดกลับ 7 ธ.ค….

ll ยินดีกับบุคคล องค์กรที่มีผลงานดีเด่นคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ปี’66-67 ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ได้ประกาศผลการคัดเลือกดังต่อไปนี้ 1.เอกชัย อิสระทะ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สิทธิมนุษยชนเขาคูหา, 2.พัทยา เรือนแก้ว ประธานสมาคมเครือข่ายคนไทยในต่างแดน ประเทศเยอรมนี (NTO), 3.สมบูรณ์ คำแหง ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนระดับชาติ (กป.อพช.), 4.นิติธร ทองธีรกุล ผู้ชำนาญการอาวุโส สำนักสร้างสรรค์เนื้อหา Thai PBS, 5.เครือข่ายแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าที่สวีเดนและฟินแลนด์, 6.นุชนารถบุญคง ผจก.มูลนิธิครูน้ำ, 7.องค์การบริหารส่วนตำบลจาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ, 8.มูลนิธิกระจกเงา 9.มนตรี อุดมพงษ์ รักษาการบรรณาธิการข่าว 3 มิติ…ล้วนดีงามตามทันทั้งสิ้น !!…ll

บารอนเนส

เทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญ หนึ่งศตวรรษ เอยูเอเอ

https://www.naewna.com/lady/843594

เทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญ หนึ่งศตวรรษ เอยูเอเอ

เทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญ หนึ่งศตวรรษ เอยูเอเอ

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้แทนพระองค์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานในงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ เป็นประธานในงาน “เทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญ หนึ่งศตวรรษ เอยูเอเอ” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในวาระครบรอบ 100 ปีงานพบปะสังสรรค์นักเรียนไทยที่จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา จัดโดย สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิมหิดลอดุลยเดช และสถาบันสอนภาษาเอยูเอ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ณ หอประชุมใหญ่ อาคารเอยูเอ ถ.ราชดำริ

นิตยา จันทร์เรือง มหาผล, คุณหญิงทรงสุดา-ดร.สุวิทย์ ยอดมณี, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, ศ.พรเพชร วิชิตชลชัย, ศ.เกียรติคุณ นพ.พรชัย-รศ.ดร.อรพรรณ มาตังคสมบัติ และ ณัฏยา อัชญากรลักษณ์

คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี กล่าวว่า การจัดงาน “เทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญ หนึ่งศตวรรษ เอยูเอเอ” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ยังความปลาบปลื้มแก่ปวงชนชาวไทย และในปีพ.ศ. 2567 ยังเป็นวาระครบรอบ 100 ปี ที่สมเด็จพระบรมราชชนก เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงเป็นประธานงานพบปะสังสรรค์ของนักเรียนไทยที่จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2467 การพบปะสังสรรค์ครั้งนั้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง จึงทรงมีพระราชดำริให้มีการงานสังสรรค์เป็นประจำตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความสามัคคี เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามโอกาส และเพื่อทำประโยชน์ให้แก่สังคม โดยสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2489 และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับสมาคมไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2489

คุณหญิงทรงสุดา-ดร.สุวิทย์ ยอดมณี ต้อนรับ อาสา-ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน

งาน “เทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญ หนึ่งศตวรรษ เอยูเอเอ”มีการแสดงและการขับร้องเพลงโดยนักแสดงนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา รวมถึงลูกหลานสมาชิกสมาคม อาทิ ดลชัย บุณยะรัตเวช, ธาริณี นามศิริชัย,คล้ายจันทร์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา พันธุ์แมน, ภากร กันทาธรรม, วรินยุพาพรประภา, พรวิช-วิทูร ศิลาอ่อน, วสุ แสงสิงแก้ว, มาริสา สุโกศลหนุนภักดี และ ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ เป็นต้น งาน “เทิดไท้องค์ราชัน พระมิ่งขวัญ หนึ่งศตวรรษ เอยูเอเอ” โดยรายได้หลักหลังหัก ค่าใช้จ่าย สมทบทุนมูลนิธิมหิดลอดุลยเดช

อมเรศ-ภัทรา-ปนิษฐา-วาริท ศิลาอ่อน

ประกิต-สตรี ประทีปเสน

คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี, อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ และ ดร.อภิญญา เลื่อนฉวี

รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ, คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ และ ม.ล.ศุลีรัชต์ วัชรีวงศ์

สุวงศ์ ยอดมณี, กฤตพล ทัพพะรังสี, จักรา ยอดมณี, อนิรุทธิ์ มหธร, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร,เอกพงศ์ ณ ระนอง, พีระ กาญจนภพ, ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ และภากร กันทาธรรม

พล.อ.บุญสร้าง-พญ.นุชา เนียมประดิษฐ์

พล.ร.อ.ถมรัตน์ หถโยดม, คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์, ธารทิพย์ หทโยดม และ รัตโนวรรณ ประเสริฐอัมพร

คุณหญิงทรงสุดา-ดร.สุวิทย์ ยอดมณี และลูกๆ หลานๆ สุวงศ์-นิภาภรณ์-รมย์ธีรา ยอดมณี, จักรา-สุพัณณิกา-พาพส ยอดมณี

นพ.มานพ-สุจินต์ ศิริมหาราช และ ฉัตรเฉลิม ธรรมจรีย์

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ นำโดย ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา, พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร, ดร.ลาวัลย์ฉวี สุจริตตานนท์, น.ท.สวพัศ สถิตย์เสถียร
และ ปีเตอร์ สมบูรณ์เจริญ

ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ, ปัทมา เหล่าวัฒนา, กัลยาณี ว่องกิจไพศาล,ม.ล.อุบลวดี ชยางกูร, ประณยา จองบุญวัฒนา และ ตวงรัตน์ ศิริยงค์

ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ, ปัทมา เหล่าวัฒนา, กัลยาณี ว่องกิจไพศาล,ม.ล.อุบลวดี ชยางกูร, ประณยา จองบุญวัฒนา และ ตวงรัตน์ ศิริยงค์

นิรัชฎา พงษ์โสภณ และ ดารณีนุช นาคพิทักษ์

นิรัชฎา พงษ์โสภณ และ ดารณีนุช นาคพิทักษ์

เอกชัย-ชนัญชิตา-เอกพงษ์ ณ ระนอง

เอกชัย-ชนัญชิตา-เอกพงษ์ ณ ระนอง

คุณหญิงมาลัยวัลย์-ดลชัย บุณยะรัตเวช และ รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์

คุณหญิงมาลัยวัลย์-ดลชัย บุณยะรัตเวช และ รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์

ศักดิ์ทิพย์-ทิพยนิภา สมะลาภา-ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์, รศ.ดร.อรพรรณ มาตังคสมบัติ, ยงยุทธ ยุทธวงศ์ และ ศ.เกียรติคุณ นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ

ศักดิ์ทิพย์-ทิพยนิภา สมะลาภา-ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์, รศ.ดร.อรพรรณ มาตังคสมบัติ, ยงยุทธ ยุทธวงศ์ และ ศ.เกียรติคุณ นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ

สมพันธ์ จารุมิลินท, ผศ.ดร.วัตสาตรี-คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์, กิรินทร์- พล.ร.อ.พีระจิตร์ สุรักขกะ และ อัญจลา จารุมิลินท

สมพันธ์ จารุมิลินท, ผศ.ดร.วัตสาตรี-คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์, กิรินทร์- พล.ร.อ.พีระจิตร์ สุรักขกะ และ อัญจลา จารุมิลินท

ดลชัย บุณยะรัตเวช พร้อมทีมนักเต้นกิตติมศักดิ์ ธาริณี นามศิริชัย, คล้ายจันทร์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา พันธุ์แมน, เทพิน อัศวบดี และ นิธินันต์ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา

ดลชัย บุณยะรัตเวช พร้อมทีมนักเต้นกิตติมศักดิ์ ธาริณี นามศิริชัย, คล้ายจันทร์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา พันธุ์แมน, เทพิน อัศวบดี และ นิธินันต์ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา

ทีมนักร้องนักแสดงนักเรียนเก่าอเมริกา นำโดย วสุ แสงสิงแก้ว,ยอดชาย ยมะคุปต์, ณิรินทร์ญา ศรีนรากุลพิชัย, พร้อมรัก สุวรรณสิงห์และ Mr.Jerry Lee

ทีมนักร้องนักแสดงนักเรียนเก่าอเมริกา นำโดย วสุ แสงสิงแก้ว,ยอดชาย ยมะคุปต์, ณิรินทร์ญา ศรีนรากุลพิชัย, พร้อมรัก สุวรรณสิงห์และ Mr.Jerry Lee

วิทูร-พรวิช ศิลาอ่อน ขับร้องเพลง Some enchanted evening

วิทูร-พรวิช ศิลาอ่อน ขับร้องเพลง Some enchanted evening

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์ บอกเล่าเรื่องราวศตวรรษแรกของเอยูเอ

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์ บอกเล่าเรื่องราวศตวรรษแรกของเอยูเอ

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ สายลม

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ สายลม

เสาวนิตย์ นวพันธ์ ขับร้องบทเพลง When you wish upon a star

เสาวนิตย์ นวพันธ์ ขับร้องบทเพลง When you wish upon a star

การแสดงรำวงมาตรฐานโดยลูกหลานชาวเอยูเอ ปรเมศ ชุมพล ณ อยุธยา, รมย์ธีรา ยอดมณี, Ms.Roxanne Kirpatric และ Mr.Laurence Crouch

การแสดงรำวงมาตรฐานโดยลูกหลานชาวเอยูเอ ปรเมศ ชุมพล ณ อยุธยา, รมย์ธีรา ยอดมณี, Ms.Roxanne Kirpatric และ Mr.Laurence Crouch

ภากร กันทาธรรม และ วรินยุพา พรประภา ในการแสดงชุด Medley Voces de Primavera

ภากร กันทาธรรม และ วรินยุพา พรประภา ในการแสดงชุด Medley Voces de Primavera

สามพี่น้องวง VIETRIO ดร.อัครวัฒน์-กัญภัส-อริยา ศรีณรงค์

สามพี่น้องวง VIETRIO ดร.อัครวัฒน์-กัญภัส-อริยา ศรีณรงค์

‘เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567’ งานสร้างสรรค์ท้องถิ่นในสเกลระดับโลก

https://www.naewna.com/lady/843589

‘เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567’ งานสร้างสรรค์ท้องถิ่นในสเกลระดับโลก

‘เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567’ งานสร้างสรรค์ท้องถิ่นในสเกลระดับโลก

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เตรียมขึ้นเหนือรับลมหนาวไปกับ “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567” หรือ “Chiang Mai Design Week 2024” (CMDW2024) ซึ่งจัดเป็นปีที่ 10 โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA กับก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพท้องถิ่น ที่ทุกคนต่างมาร่วมผสานทักษะ ความคิด ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา สู่นวัตกรรมอันยั่งยืนในบ้านเกิดของตนเอง ที่นอกจากจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่แล้ว ยังเป็นคำตอบของการยกระดับคุณภาพชีวิตท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนทางสังคม การเข้าถึงโอกาสของคนรุ่นใหม่ และผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม บน 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ ย่านเมืองเก่าเชียงใหม่ “กลางเวียง (อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – ล่ามช้าง)” และย่าน “ช้างม่อย – ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ (TCDC เชียงใหม่) – ท่าแพ” และพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เช่น หางดง, สันกำแพง ระหว่างวันที่ 7-15 ธันวาคม 2567 นี้

เทศกาลฯ นำเสนอกิจกรรมมากมายกว่า 110 โปรแกรม ที่เน้นพลังสร้างสรรค์จากทุกคน ภายใต้แนวคิด “SCALING LOCAL: Creativity, Technology, And Sustainability – For Reviving Recovery” ชวนมากะเทาะเปลือกต้นทุนสร้างสรรค์ที่มีจากความร่วมมือของผู้คน สกัดองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมกับการสำรวจและประยุกต์เทคโนโลยี (Technology) เพื่อสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์ (Creativity) ขับเคลื่อนพลังของคนท้องถิ่นสู่เวทีโลก ทั้งการจัดนิทรรศการ การจัดแสดงผลงาน ศิลปะการแสดง ศิลปะการจัดวาง ดนตรี ภาพยนตร์ เสวนา เวิร์กช็อป อีเว้นท์กิจกรรมพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ตลาดงานคราฟต์ (Pop Market) ฯลฯ ที่ทุกคนสามารถเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย สัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายของเมืองเชียงใหม่อย่างลึกซึ้งด้วยตนเอง

#CMDW2024 นำเสนอ 3 คอนเซ็ปต์ ผ่าน 6 รูปแบบกิจกรรม ได้แก่ 1.Showcase & Exhibition นิทรรศการและการจัดแสดงที่นำเสนอ 3 ประเด็นใหญ่ ทั้งเรื่องธุรกิจ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และประเด็นทางสังคม โดยมุ่งเป้าออกแบบคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้นนำเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาหรือความท้าทายของชุมชนที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และส่งเสริมความยั่งยืน 2.Talk & Workshop เสวนาและเวิร์กช็อปของเหล่าคนคืนถิ่นทั้งรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่ รวมถึงเสวนาในรูปแบบ Roundtable ที่มีนักสร้างสรรค์จากหลายประเทศ มาร่วมแบ่งปันความรู้และแนวคิดการรังสรรค์ผลงานในยุคใหม่ที่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของตนเอง

3.Event อีเว้นท์ที่ตอบโจทย์ความสนใจที่หลากหลาย เช่น Mango Art Festival 2024 เป็นต้น 4.District กิจกรรมพัฒนาย่านสร้างสรรค์ เช่น Urban Symphony, Lam Chang International Film เป็นต้น 5.Music & Performance ดนตรีและการแสดงสด ศิลปะการแสดง เช่น LABB.Fest 2024, Chiang Mai Street Jazz Festival 2024, Chiang Mai HO ฯลฯ ที่นำเสนอการแสดงจากศิลปินไทยและต่างชาติจากหลายหลายประเทศ ทั้งไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เมียนมา และเกาหลีใต้ 6.Market & Promotionตลาดและโปรโมชั่น ทั้งตลาดงานคราฟต์ Pop Market ที่นำเสนอสินค้าคัดสรรกว่า 140 แบรนด์ พร้อมส่งเสริมให้ไลฟ์สไตล์สีเขียวเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ยังมีตลาดเปิดท้ายสินค้ามือ

สอง และตลาดนัดชุมชน Local Marketเพื่อร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: http://www.chiangmaidesignweek.com Facebook : Chiang Mai Design Week Instagram : Chiang Mai Design Week

กรมวิทย์ เพิ่มยาสมุนไพรใหม่ในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย

https://www.naewna.com/lady/843559

กรมวิทย์ เพิ่มยาสมุนไพรใหม่ในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย

กรมวิทย์ เพิ่มยาสมุนไพรใหม่ในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จัดทำตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยฉบับเพิ่มเติม ปีพ.ศ.2567 (Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Supplement 2024) เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการขึ้นทะเบียนตำรับยา ส่งเสริมการส่งออกสมุนไพร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มมาตรฐานยาสมุนไพรใหม่ จำนวน 17 มอโนกราฟ ได้แก่ ยาแคปซูลบัวบก ยาชงบัวบกช่อดอกกัญชงเพศเมีย ขันทองพยาบาทเปลือกต้นข่อย ยาแคปซูลกระชายยาชงกระชาย กวาวเครือ กวาวเครือแดงมะขามแขก ยาแคปซูลใบมะขามแขก ยาชงใบมะขามแขก ยาแคปซูลพริกไทยดำ ระย่อม ใบส้มป่อย ผักส้มป่อยว่านร่อนทอง ในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ประกอบการใช้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ควบคุมคุณภาพยาสมุนไพร เพิ่มการพึ่งพาตนเอง และสนับสนุนการส่งออกสมุนไพร

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า สมุนไพรในประเทศไทยมีการใช้เป็นทั้งอาหารและยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา เช่น ขมิ้นชัน ขิง และบัวบก ได้ถูกพัฒนาเป็นตำรับยาที่บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรไทยในระบบบริการสุขภาพ ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและเสริมความมั่นคงทางยาในประเทศ ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักฯได้รับการผลักดันให้ใช้ในระบบบริการสุขภาพสาธารณสุข โดยยาที่นำมาใช้ต้องมีคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้พัฒนา และจัดทำตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia, THP) เพื่อใช้เป็นตำรายาอ้างอิงทางกฎหมายในการควบคุมคุณภาพยาสมุนไพร ตำรานี้ประกอบด้วยข้อกำหนดมาตรฐานทั้งด้านเภสัชเวทและพฤกษศาสตร์ รวมถึงข้อมูลทางเคมี-ฟิสิกส์ที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ขนาดการใช้ยาเบื้องต้น และวิธีการเก็บรักษายาสมุนไพร ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการขึ้นทะเบียนตำรับยา และควบคุมคุณภาพของยาสมุนไพรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการพึ่งพาตนเอง และสนับสนุนธุรกิจการส่งออกสมุนไพร

ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2567 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้จัดทำตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย ฉบับเพิ่มเติมปี พ.ศ. 2567 ซึ่งประกอบด้วยมาตรฐานยาสมุนไพรใหม่ จำนวน 17 มอโนกราฟ ได้แก่ ยาแคปซูลบัวบก ยาชงบัวบก ช่อดอกกัญชงเพศเมีย ขันทองพยาบาท เปลือกต้นข่อย ยาแคปซูลกระชาย ยาชงกระชาย กวาวเครือ กวาวเครือแดงมะขามแขก ยาแคปซูลใบมะขามแขกยาชงใบมะขามแขก ยาแคปซูลพริกไทยดำ ระย่อม ใบส้มป่อย ผักส้มป่อยว่านร่อนทอง และมีการปรับปรุงมอโนกราฟบัวบก ในส่วนของการหาปริมาณสารสำคัญ และ มอโนกราฟขมิ้นชัน ในส่วนของการตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพรเชิงคุณภาพ ด้วยเทคนิค TLC เพิ่มเติม โดยวิธีตรวจสอบใหม่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกพร้อมภาพถ่ายสี รวมถึงการเพิ่มเติมข้อมูลในภาคผนวก ทั้งนี้ผู้ประกอบการ หรือผู้สนใจ สามารถเข้าถึงข้อมูลในตำรายาดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ https://www.bdn.go.th/thp/home

สยามพารากอนจัดเต็มมหกรรมแห่งความสุขฉลองความสำเร็จ 19 ปี

https://www.naewna.com/lady/843591

สยามพารากอนจัดเต็มมหกรรมแห่งความสุขฉลองความสำเร็จ 19 ปี

สยามพารากอนจัดเต็มมหกรรมแห่งความสุขฉลองความสำเร็จ 19 ปี

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สยามพารากอน ฉลองความสำเร็จครบรอบ 19 ปี สุดยิ่งใหญ่ ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก และเป็น Luxury Destination ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครองความเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง จัดงาน “Siam Paragon 19th Anniversary : The MagicalCelebration” ชวนทุกคนร่วมเฉลิมฉลองและมีความสุขไปกับมหกรรมอีเว้นท์และเอ็นเตอร์เทนเมนท์ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเอาใจนักช้อปทั้งศูนย์ฯและห้างฯ ตลอดจนรับของที่ระลึกในโอกาสพิเศษนี้ ระหว่างวันที่ 2 -10 ธันวาคม 2567 พบเซอร์ไพรส์สุดอลังการ วันที่ 3 ธันวาคม 2567 ทัพศิลปินดังนับ 100 คน ร่วมโชว์เดิน Black Carpet พร้อมมอบความสุขและความประทับใจอย่างต่อเนื่อง

นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า “สยามพารากอน เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก มีส่วนในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ดึงดูดผู้มาเยือนทั้งคนไทยและผู้คนจากทั่วโลก สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย อีกทั้งสยามพารากอนเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการทั้งกลุ่มลักซ์ซูรี่แบรนด์และผู้ประกอบการไทย ให้สามารถนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและก้าวสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงร่วมกันจนถึงทุกวันนี้ สยามพารากอนได้รับการยอมรับว่า เป็น Destination ของลักซ์ซูรี่แบรนด์อย่างแท้จริง ทุกความสำเร็จของสยามพารากอนเกิดขึ้นได้ เพราะการสนับสนุนจากลูกค้าและนักท่องเที่ยวทุกๆ คน และความร่วมมือจากผู้เช่า เหล่าพันธมิตร และคู่ค้าเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และในโอกาสพิเศษครบรอบ 19 ปีนี้ เราจึงจัดกิจกรรมพิเศษทั่วทุกพื้นที่ โดยผนึกกำลังร้านค้าทั้งภายในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เพื่อส่งมอบความสุขและประสบการณ์อันน่าประทับใจแก่ทุกๆ คน”

ตื่นตาตื่นใจไปกับงานเฉลิมฉลอง 19 ปี สยามพารากอนใน แบบลักซ์ชูรี่ตอกย้ำความเป็น LuxuryDestination ด้วยต้นคริสต์มาสสุดลักซ์ชูรี่สูงเด่น ส่องแสงเปล่งประกายเจิดจ้าจากคาเทียร์ “Cartier Celebrates the Festive Season with a Magical Tale” ที่ร่วมมอบความสุขแก่ผู้มาเยือนตั้งแต่ประตูทางเข้า และบริเวณอุโมงค์ Cascade ชั้น M ให้ทุกคนมาถ่ายภาพแล้วแชร์โมเม้นต์ประทับใจ พร้อมตระการตาไปกับบรรยกาศการตกแต่งของแบรนด์ดังระดับโลกที่ต่างเนรมิตให้ทั่วพื้นที่ของสยามพารากอนเต็มไปด้วยสีสันแห่งความสุข โดยเฉพาะในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง 3 ธันวาคม นี้ ร้านค้าจากหลากหลายแบรนด์ดังได้เตรียมเซอร์ไพรส์มอบเป็นของขวัญให้กับลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่5-15 ธันวาคม สยามพารากอนรังสรรค์สุดยอดประสบการณ์เหนือระดับ กับที่สุดแห่งการจัดแสดงกุหลาบสุดตระการตาใจกลางกรุงเทพครั้งแรกในประเทศไทยสะพรั่งทั่วทั้งพาร์ค พารากอนพบกับการรวบรวมความงดงามของกุหลาบนานาพันธุ์ที่หาชมได้ยากกว่า 30,000 ต้น 12 สายพันธุ์ มาไว้ในงาน “Eternal Bloom : The Silk Rose Garden” สัมผัสที่สุดของสุนทรียะแห่งกุหลาบ ราชินีแห่งดอกไม้ในหลากหลายมิติ ตื่นตากับ Immersive Art ในธีมกุหลาบโดยศิลปินระดับแนวหน้าชาวไต้หวัน พร้อมเชิญทุกคนร่วมเฉลิมฉลองแบบเอ็กซ์คลูซีฟไปกับไฟน์ไดน์นิ่งท่ามกลางบรรยากาศ Immersive และคาเฟ่สุดเก๋ที่จะเสิร์ฟเมนูที่รังสรรค์จากกุหลาบโดยเหล่าเชฟชื่อดัง

ปักหมุดโมเม้นต์แห่งความประทับใจในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เตรียมพบกับเหล่าศิลปินชั้นนำสุดฮอตจากทุกกระแสเทรนด์ อาทิ หลิงหลิง-ออม, ต่อ-ธนภพ, อแมนด้า, แจม-รชตะ, ฟิล์ม-ธนภัทร, ไบร์ท-นรภัทร, ออฟโรด-กันตภณ, เฟิร์น-นพจิรา, พีพี-ปุญญ์ปรีดี, จูเนียร์-กาจบัณฑิต, ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร์, เทศน์ ไมรอน,อุ้ม-อิษยา, ซี-พฤกษ์, จูเนียร์-แทด-มิวอ้อน จาก ATLAS และศิลปินจาก one TRANIEE เป็นต้น จะร่วมเดิน Black Carpet เพื่อนำทุกคนเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความประทับใจ ณ บริเวณ Cascade ชั้น M และพบกับโชว์ชุดพิเศษจากนักแสดงสาว ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร, แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น และ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ที่จะมาสร้างเซอร์ไพรส์สุดมหัศจรรย์ให้กับผู้ร่วมงานบริเวณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1

พลาดไม่ได้! ร่วมฟินไปมินิคอนเสิร์ตและกิจกรรมแฟนมีตพร้อมศิลปินคนโปรด เพียงช้อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนดแล้วนำใบเสร็จมายืนยันเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งบริเวณเวทีแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 และเวที SCBX NEXT STAGE ชั้น 4 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-6108000 หรือติดตาม Facebook และ Instagram: SiamParagon

แบรนด์ ‘Dr.THEP’ ตั้งเป้าเปิดตลาดทั่วโลก พร้อมมุ่งมั่นสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

https://www.naewna.com/lady/843638

แบรนด์ 'Dr.THEP' ตั้งเป้าเปิดตลาดทั่วโลก พร้อมมุ่งมั่นสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

แบรนด์ ‘Dr.THEP’ ตั้งเป้าเปิดตลาดทั่วโลก พร้อมมุ่งมั่นสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 20.37 น.

ดร.ณัชรัตน์ กล่ำทวี ที่ปรึกษาบริษัท Lucky 889 International (Thailand) Co.,Ltd นำทีมผู้บริหาร ประกอบด้วย นายวีรภัทร ชัยสิทธิ์วรากร CEO บริษัท Lucky 889 International (Thailand) Co.,Ltd , นางสาวสมใจ วิเศษมี รองประธานบริษัทฯ และทีมผู้บริหารหลายฝ่าย ให้การต้อนรับและร่วมประชุมกับนักธุรกิจระดับวีวีไอพีนำโดยประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งรัฐซาบาห์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาผู้ประกอบการแห่งรัฐบาลประเทศมาเลเซียชุดปัจจุบัน ท่านดาโต๊ะ ลาดิสเลัาส์ มาลูด้า และคณะ รพหว่าง ระหว่างวันที่ 18-21 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่าน

ผลที่ได้รับจากการประชุม ระหว่างผู้แทนจากสมาคมสหกรณ์แห่งรัฐซาบาห์ และประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรมจากรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซียครั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนประการแรก คือ ความร่วมมือทางด้านการทำธุรกิจ นำเข้า ส่งออกระหว่างประเทศไทยกับรัฐซาบาห์ประเทศมาเลเซีย ซึ่งผู้แทนจากรัฐซาบาห์ได้ทำการตัดสินใจ ตกลงที่จะสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทย ภายใต้แบรด์ “Dr.THEP”ราว 4-5 ชนิด ประกอบด้วย กาแฟสมุนไพร, อาหารเสริมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ, ยาสีฟันสูตรใหม่เพื่อสุขภาพ รวมถึงเครื่องสำอางค์ สกินแคร์ น้ำยาดับกลิ่นกายสำหรับผู้ชาย ประเภทผลิตจากบริษัท ลัคกี้ 889 อินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ จำกัด จากประเทศไทย กับสมาคมผู้ประกอบการหรือสมาคมสหกรณ์แห่งรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย และสภา หอการค้าและอุตสาหกรรมจากประเทศมาเลเซีย เป็นผลส่วนแรก ที่เกิดจากลัพธ์ในการประชุมจากคณะผู้แทนจากรัฐซาบาห์

ส่วนที่สอง คือ ทางรัฐซาบาห์ ผู้แทนจากรัฐซาบาห์ รวมถึง ผู้แทนจากประเทศไทย คือ ทีมคณะทำงานของ แบรนด์ “Dr.THEP” จะมีความร่วมมือในสเกลระดับที่ใหญ่ขึ้น นั่นก็คือจะเกิดความร่วมมือที่จะจัดงาน ไทยแลนด์ซาบาห์ บิสซิเนสเอ็กซ์ซิบิชั่น 2025 ภายในไตรมาสที่สอง เมษายนถึงมิถุยายน กลางปีหน้า ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เพราะการจัดงานแสดงสินค้า เป็นความร่วมมือระหว่างกัน จะมีกิจกรรม สอดแทรกเข้าไปอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่ทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการไทย อย่างน้อยจะมีจำนวน 100 ราย เพราะได้มีการเตรียมสินค้าที่จะไปจัดแสดงสินค้าที่บูท ซึ่งสถานที่จัดงานจะทันสมัย และยิ่งใหญ่มาก ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติแห่งรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย (sabar convention center หรือ SICC)

ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติแห่งรัฐซาบาร์ มีพื้นที่ 300-500 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีฮอลล์ขนาดใหญ่อีกหลายสิบฮอลล์ และมีห้องประชุมบิสซิเนสแมตชิ่ง และที่สำคัญคือ ความสวยงามของการออกแบบตกแต่งมีความโดดเด่น และตัวอาคารแห่งนี้ ติดกับชายฝั่งทะเลจีนใต้ จากการสอบถามจากผู้แทนรัฐซาบาห์ ณ ขณะนี้ ขนาดของศูนย์ประชุมสินค้านานาชาติแห่งนี้ เรียกได้ว่า เป็นอันหนึ่งของเอเซีย ที่น่าสนใจมาก ก็จะเกิดความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยไม่ต่ำกว่า 100 ราย กับผู้ประกอบการจากรัฐซาบาห์

รัฐซาบาห์ ตั้งอยู่ติดกับรัฐ ซาราวัก บูรไน และกาลิมันตัน น่าจะมีผู้ประกอบการจากผืนแผ่นดินใหญ่จากประเทศมาเลเซีย จากกัวลาลัมเปอร์มาร่วมด้วย ดังนั้น ไม่ได้แปลว่าเป็นความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศไทยกับรัฐซาบาห์ จึงน่าจะเป็นการจัดบิสซิเนสวีค ระหว่างไทยแลนด์กับรัฐซาบาห์ ดังนั้น ก็น่าจะเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียก็ว่าได้

นอกจากบิสซิเนสแมตชิ่งทางธุรกิจแล้ว ก็จะมีการแสดงศิลปะวัฒนะธรรม ทั้งของไทยและของมาเลเซีย เรียกได้ว่าเป็นซอฟเพาเวอร์ ที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดขึ้นชื่อเสียง ทำให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทยมากขึ้น น่าจะมีการนำมวยไทย หรือการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยเช่น โขน ลำตัด ลิเก รำไทย ไปได้หมด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่กลุ่มผู้ประกอบการหลักที่ผมมองคือ เรื่องของอาหารน่าจะมีจำนวนมากแน่นอน และอีกส่วนหนึ่งคือ บูทส่งเสริมการท่องเที่ยว สามารถดึงนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียมา โดยยอดและรายได้ต่อปีจากนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ขณะนี้ติดอันดับหนึ่ง ที่เข้ามาประเทศไทย เฉพาะฉะนั้นจะตรงเป้าหมายเลย ส่วนเรื่องที่สาม ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของการประชุมรอบนี้ ของผู้แทนจากรัฐซาบาห์ ได้มีการประชุมความร่วมมือ ในด้านการสำรวจและขุดเจาะปิโตเลียมและน้ำมัน แต่โดยรายละเอียดจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง แต่โดยหลักการกลุ่มผู้ประกอบการจากรัฐซาบาห์ มีความสนใจ ต้องการความเชี่ยวชาญความร่วมมือจากบริษัทใหญ่ๆในประเทศไทย เข้าไปพัฒนาและลงทุน ในการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ให้กับทางรัฐซาบาห์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่

ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจะมีกิจกรรมทั้งในด้าน ธุรกิจ องค์กร บริษัทในรัฐซาบาห์ การจัดสัปดาห์สินค้าระหว่างประเทศไทยกับรัฐซาบาห์ และความร่วมมือด้านพลังงาน และต่อๆไปจะมีเรื่องสืบเนื่องจากข้อหนึ่ง กำลังทำร่างข้อตกลงระหว่างบริษัทลัคกี้ 889 อินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์กับทางสมาคมสหกรณ์รัฐซาบาห์ กับสภาหอการค้าแห่งรัฐซาบาห์ เรื่องที่เกี่ยวเนื่องคือเรื่องที่รัฐซาบาห์เขาต้องการทั้งระบบโลจีสติก ระบบการดูแลบริหารจัดการคลังสินค้า ระบบด้านไอทีทั่งหมดเข้าไปช่วย ผู้ประกอบการของรัฐซาบาห์ด้วย เพราะรัฐซาบาห์ ถือว่าเป็นรัฐใหญ่อันดับสอง รองจากรัฐกัวลาลัมเปอร์ เข้าต้องการเรื่องเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนารัฐซาบาห์

โดยสรุปก็จะมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นอีก เฉพาะฉะนั้นเราจะได้ทั้งธุรกิจ พลังงาน และเทคโนโลยี และต่อไปจะเกิดความร่วมมือกับรัฐซาบาห์ในส่วนของกิจกรรมกีฬา ซึ่งกิจกรรมนี้จะเกิดขึ้นเร็ว ตอนนี้ที่เตรียมงานอยู่คือ กิจกรรมฟุตบอล ในฐานะที่ผมเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลวีไอพีโลก (VWFF) จะมีการจัดการแข่งขันฟุตบอลที่ชื่อว่า ซาบาห์ดร.เทพคลับ 2024 ที่ผู้แทนสหพันธ์ฟุตบอลวีไอพีโลกที่รัฐซาบาห์ กำหนดวันไว้คือวันที่ 21-22 ธันวาคมนี้ โดยจะเป็นฟุตบอลวีไอพีภายในรัฐซาบาห์ก่อน ประมาณ 50-100 ทีม โดยบริษัทที่ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ แบรนด์ “Dr.THEP”จะมีการสนับสนุนในเรื่องของเงินรางวัล ถ้วยรางวัลและชุดกีฬาต่างๆ และทุกๆกิจกรรมโดยตัวผมเองมีความตั้งใจว่า จะนำผู้สื่อข่าว สื่อมวลชนจากประเทศไทย ร่วมทำข่าว เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความร่วมมือนี้ให้เกิดขึ้น โดยมีเจตนารมย์ที่ยิ่งใหญ่ก็คือ ผมอยากให้มีความร่วมมือระดับภาคเอกชนก่อน ก็จะเป็นต้นแบบของความร่วมมือในภาคเอกชน ซึ่งจะนำขยายไปสู่ความร่วมมือระหว่างรัฐกับรัฐ ไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ต่อไปอาจจะเป็นความร่วมมือระหว่าไทยกับเกาหลี ไทยกับญี่ปุ่น ไทยกับจีน แต่ว่าจะอยู่ภายใต้แบรนด์ ดร.เทพ ก็จะครอบคลุมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า กีฬา ต่อไปอาจจะมีการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา เวลเนส สุขภาพความงาม ก็จะส่งผลดีกับทุกอย่าง สิ่งแรกเลยคือ กิจกรรมที่ดร.เทพ จะทำตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คือ เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะถ้าได้สิ่งนี้แล้ว อย่างอื่นก็ตามมาได้ทั้งหมด รวมถึงซอฟเพาเวอร์ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ต้องทำ เพราหลักๆแล้ว วัตถุประสงค์ของผม ในฐานะที่เป็นประธานกลุ่ม ดร.เทพ คือ ผมต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในทุกๆเรื่อง และท้ายที่สุดก็จะเชื่อมโยงไปสู่เรื่องการเมือง ก็อยากจะให้ดี ทั้งเรื่อง เศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง ศิลปะวัฒนธรรม สังคม ก็ควรจะดีทั้งหมด

อีกด้านหนึ่งคือ ผมต้องการให้แบรด์ แบรนด์ “Dr.THEP” เกิดมูลค่าเพิ่ม หมายความว่า ถ้าสินค้า แบรนด์ “Dr.THEP”ไปที่ไหน คนก็จะเห็น คนก็จะทราบ เขาก็จะรู้ว่ามาจากประเทศไทย ผมก็จะพยายามให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ก็จะมีรายได้ในส่วนของการท่องเที่ยว และมีนักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาเล่นกีฬาในประเทศไทย ก็ได้เรื่องกีฬา รวมถึง พยายามทำให้ชาวต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย ท้ายที่สุดประเทศไทยจะได้ทุกส่วน มาช่วยพัฒนาประเทศชาติ ทำให้ประเทศไทยอยู่บนจอเรด้าของโลก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการประชุม 3 วันที่ผ่านมา ที่คณะดร.เทพ ดูแล คณะผู้แทนระดับสูงจากรัฐซาบาห์ ตั้งแต่วันแรกที่ผู้แทนจากรัฐซาบาห์เปิดใจคุยกับผม เขาประทับใจมากตั้งแต่ไปรับคณะที่สนามบิน เราต้อนรับ และบริการเป็นอย่างดี โดยเฉพาะไฮไลท์ วันแรกคือการพาคณะล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทานอาหารค่ำบนเรือสำราญ คณะเขามีความสุขกับอาหารและบรรยากาศยามค่ำคืน ผมยังจำได้ ผู้แทนจากรัฐซาบาห์ได้เขียนลงในเฟสบุ้ค “สองชั่วโมงบนเรือเปรีบบเสมือนสองชั่วโมงบนสวรรค์” เขาประทับใจมากๆ ซึ่งเฟสบุ้คเขาไปถึงประเทศมาเลเซีย ไปถึงฟิลิปปินส์ ก็เป็นการช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงความสวยงามของการท่องเที่ยวและประเทศไทยไปอีกทางหนึ่ง ตรงนี้ ถ้ามองดีๆ จะเกิดมูลค่ามหาศาล

ความประทับใจในส่วนที่สอง คือ ในที่ประชุม ธรุกิจการค้าระหว่าง บริษัทลัคกี้ 889 อินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์กับทางสมาคมสหกรณ์รัฐซาบาห์ เขาได้ระบุว่า สินค้าจากประเทศไทยมีผู้คนชื่นชอบไปทั่วโลก และมีมาตราฐานโลก เวิลด์สแตนดาด และเขามองว่าสินค้าไทยยังมีโอกาสอีกมาก เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกเริ่มฝันฝวน เริ่มไม่แน่นอน แต่สินค้าไทย ไปได้หมด และหลายๆคนในที่ประชุมก็ได้รับทราบ และล่าสุดวันที่สาม ก่อนคณะเขาจะบินกลับ เราก็ไปส่งเขา เขาก็พูดว่า อาหารไทยเป็นสิ่งที่เขาชอบมาก รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย สรุปเขาประทับใจทุกเรื่อง โดยไม่มีสิ่งใดพกพร่องเลย

“จริงๆแล้วผมพาคณะที่ดูแลสินค้าภายใต้ แบรนด์ “Dr.THEP”ไปเปิดตลาดที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนิเซีย มาก่อนหน้านี้แล้วราวสองสามอาทิตย์แล้ว ประเทศต่อไปที่น่าจะมีการลงนามซื้อขาย น่าจะเป็นอินโดนิเซีย เพราะอย่างในเป้าหมายควอเตอร์สุดท้ายของปีนี้ เราจะเน้นแค่สองประเทศก่อนคือ มาเลเซียและอินโดนิเซีย ส่วน ปีหน้าจะมีการปรับแผน ภายสองไตรมาสแรกจะขยายไปที่ยุโรป เยอรมัน เบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ คือ 3 เป้าหมายหลัก ส่วนในกลุ่มอาเซียน ขอพิจารณาดูก่อนว่าจะไปประเทศไหนก่อน ส่วนไตรมาสที่สามที่สี่ น่าจะไปในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ตั้งเป้ากระจายสินค้า ภายใต้แบรนด์ “Dr.THEP” ไปทั่วโลก รวมถึงตลาดในกลุ่มเอเซียกลาง เช่นประเทศ อุสเบกีสสถาน เป็นประเทศรัฐเครือข่ายของสหภาพโซเวียดเก่า เป็นประเทศที่มีพลัง มีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยสูง ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจให้กับกลุ่ม ดร.เทพ ได้เข้าไปเปิดตลาด โดยรวมแล้วผมทำเพื่อประเทศไทยล้วนๆ เป็นการโปรโมทประเทศไทยผ่านตัวสินค้า แบรนด์ ดร.เทพ นอกจากนี้ จะโปรโมทประเทศไทย ผ่านกีฬาด้วย ในฐานะที่ผมเป็นประธานฟุตบอลวีไอพีโลกไปพร้อมกัน

ที่สำคัญ เป็นกำลังใจให้กับพี่น้องที่ทำธุรกิจ เพราะสินค้าของดร.เทพ มีตำแหน่งหรือจุดยืนทางการตลาดของเราคือเน้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นหลัก เฉพาะสินค้าเราต้องมีคุณสมบัติที่เป็นอินเตอร์ เป็นระดับสากล รวมถึงการใส่ใจด้านการผลิต ทั้งเรื่อง คุณภาพในตัวสินค้าต้องมีความเป็นสากล หรือเรียกได้ว่าเป็นสินค้าพรีเมี่ยมเกรด AA นอกจากนี้ผมยังเปิดกว้าง เรื่องของการขยายสินค้าภายใต้แบรนด์ดร.เทพให้มากขึ้น และขึ้นชั้นวางในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศไทย รวมไปถึงทั่วโลก ก็ต้องพบเจอสินค้า แบรนด์ “Dr.THEP” ดร.เทพ กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

กสส.สนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราอีก 10 ปี หวังเสริมสภาพคล่องต่อยอดธุรกิจ

https://www.naewna.com/lady/843593

กสส.สนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราอีก 10 ปี หวังเสริมสภาพคล่องต่อยอดธุรกิจ

กสส.สนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราอีก 10 ปี หวังเสริมสภาพคล่องต่อยอดธุรกิจ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.39 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ขอขยายเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราอีก 10 ปี หวังเสริมสภาพคล่องต่อยอดธุรกิจให้สหกรณ์ชาวสวนยาง

กรมส่งเสริมสหกรณ์เสนอคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติขยายโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา 5,000 ล้านบาทออกไปอีก 10 ปี หลังประเมินผลโครงการเฟสแรก ช่วยเสริมศักยภาพให้ธุรกิจรวบรวมและแปรรูปยางพาราของสหกรณ์ชาวสวนยาง สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ยางพาราได้ถึง 31,965 ล้านบาท

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดทำโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา ภายใต้แนวทางพัฒนายางพาราทั้งระบบ วงเงินสินเชื่อ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ ๑๐ ปี เริ่มตั้งแต่ ๑ กันยายน ๒๕๕๗ – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการลงทุนแก่สถาบันเกษตรกรให้มีสภาพคล่องและมีเงินทุนหมุนเวียน โดยแบ่งเป็นสินเชื่อสำหรับนำไปขยายกำลังการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานแปรรูปยางพาราที่จัดสร้างไว้แล้ว และ/หรือลงทุนจัดสร้างโรงงานใหม่ในการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า วงเงิน ๓,๕๐๐ ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรในการแปรรูปยางพารา วงเงิน ๑,๕๐๐ ล้านบาท โดยมีแหล่งเงินทุนคือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งโครงการดังกล่าวได้สิ้นสุดแล้วตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการประเมินผลโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า สถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถแปรรูปยางพาราเป็นยางแท่ง ยางคอมปาวด์ ยางแผ่นรมควันยางอัดก้อน ฯลฯ สร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 31,965 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 3,552 ล้านบาท ซึ่งนับว่าโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยแก้ไขปัญหาราคายางพาราได้ เนื่องจากสหกรณ์เกิดสภาพคล่องมีเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำในการรวบรวมและแปรรูปยางพารา รวมถึงการช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางมีแหล่งขายยางพาราในพื้นที่ มีรายได้จากการจำหน่ายยางพาราในราคายุติธรรม ช่วยพยุงราคาและช่วยแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ดังนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงจะขอขยายเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปยางพาราของสหกรณ์ให้เข้มแข็ง มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับซ่อมแซม ปรับปรุงโรงงานแปรรูปยางพาราที่ได้ลงทุนขยายกำลังการผลิตหรือจัดสร้างโรงงานใหม่ อีกทั้งยังมีสถาบันเกษตรกรอีกหลายแห่งที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯ และมีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อต้องการเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำเสริมสถาพคล่องในการดำเนินธุรกิจและปรับปรุงโรงงานแปรรูปยางพาราให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

“การขยายโครงการฯ จะช่วยให้การฟื้นฟูสถาบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมีความเข้มแข็งได้เร็วขึ้น รวมไปถึงช่วยสถาบันเกษตรกรรายใหม่ที่เข้าร่วมโครงการฯ มีเงินลงทุนต่อยอดธุรกิจให้กับสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้ขออนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เพื่อขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา ภายใต้แนวทางพัฒนายางพาราทั้งระบบ วงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการดังกล่าวออกไปอีก 10 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ซึ่งมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นแหล่งเงินทุน โดยรัฐบาลสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สถาบันเกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี และสถาบันเกษตรกรจ่ายอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สมทบ ร้อยละ MLR-3 ต่อปี และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ นำมติดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ รวมไปถึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จัดทำรายละเอียดโครงการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

-(016)