ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 23 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/843044

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 23 พฤศจิกายน 2567

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 23 พฤศจิกายน 2567

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Shabushi ชวนชิมบุฟเฟต์สุดคุ้ม “มา 4 จ่าย 3” ทั้งชาบู ซูชิ ฯลฯ เริ่มต้นท่านละ 399 บาท+ถึง 30 พ.ย.ที่ ชาบูชิ ทุกสาขาทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขา ชาบูชิอิชิเทน วัน แบงค็อก)

ชวนชิมพิซซ่ากับโปรสุดคุ้ม“ซื้อพี่ฮัท แถมน้องฮัท” สั่งพิซซ่าขอบสเปเชียลถาดกลาง ได้อิ่มอร่อยเป็นคู่ 2 ถาด เริ่มต้น329 บาท ถึง 12 ธ.ค.ที่ Pizza Hut 1150

ชวนชิมกราโนล่าคุณภาพพรีเมียม 4 รสชาติจาก เนเจอร์ เซ็นเซชั่น ผลิตภัณฑ์ธัญพืชของ เครือเฮอริเทจ จำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ โทร. 02-8130954-5

ชวนชิม

ชวนชิม “ซี ซุปปลาทูน่าสกัด” อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินบี 12 จากธรรมชาติ ด้วยคอนเซ็ปต์ “ขวดเดียวครบ…จบทุกปัญหาวัย 40+” จำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ชวนชิมบุฟเฟต์มื้อค่ำ ซีฟู้ดออนไอซ์ บาร์บีคิวปิ้งย่าง ซุป พาสต้า ฮอตดิชจานเด่น ฯลฯ ท่านละ 690 บาทถ้วน 27-29 พ.ย. ที่ ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมแคนทารีกบินทร์บุรี โทร.037-282699

ชวนชิมบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน หลากหลายความอร่อยอาหารคาวหวานทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมชาและกาแฟ ถึง ธ.ค.ท่านละ 450 บาทถ้วน ที่ โรงแรมแคนทารีพระนครศรีอยุธยา โทร.035-337177

ชวนช็อป

อายลิ้งค์ วิชั่น ชวนช็อป แว่นตา Lacoste คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Fall-Winter 2024” ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยสไตล์คลาสสิกผสมผสานกับความสปอร์ต ที่ ร้านแว่นตาKT Optic

ชวนช็อปในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในคอนเซ็ปต์ “DOTOY X JUNGCEYLON” นำเสนอผลงานอาร์ตทอย“Angel Boy” จากค่าย DOTOY ที่ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

ชวนช็อปในแคมเปญ “THE POWER OF FUNTASTIC CELEBRATION 2025” ในบรรยากาศคริสต์มาสสไตล์ไทย ถึง 31 ธ.ค. ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

ชวนใช้

ชวนฉลอง “44 ปี สยามอะเมซิ่งพาร์ค” สนุกกับเครื่องเล่นตัวท็อปมาตรฐานสากล สวนน้ำขนาดยักษ์ ทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เที่ยวฟรีโซนบางกอกเวิลด์ บัตรราคา240 บาท ที่ สยามอะเมซิ่งพาร์ค

ชวนแข่งขันฟุตซอลเยาวชนในโครงการ “MBK CARE อาสาสร้างสุขสู่ชุมชน” พบกับ ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย มาแชร์เทคนิคให้น้องๆ นักเตะรุ่นเยาว์วันเสาร์ที่ 23 พ.ย. ที่ ลานกีฬาจารุเมือง เขตปทุมวัน

เนเจอร์ คอร์ปอเรชั่น ชวนใช้จุกนมนวัตกรรม “NATUR INFINIT”กับคอนเซ็ปต์ One Size Nipple “จุกนมไซส์เดียว สำหรับลูกน้อยทุกช่วงวัย”

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “มหาธีรราชานุสรณ์” ในวันพุธที่ 27 พ.ย. เวลา 12.55-13.10 น.และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “พุมเรียง” ในวันอาทิตย์ที่ 1 ธ.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมฟรีคอนเสิร์ต “ดนตรีในสวน ครั้งที่ 16” พบกับศิลปินนักร้องตุ๊ก วิยะดา, เอ๊ะ จิรากร และ อ๊อฟปองศักดิ์ร่วมงานได้ฟรี เสาร์ที่ 21 ธ.ค.ที่บริเวณสวนสุขภาพโรงพยาบาลเจ้าพระยา

ชวนชมและร่วมสนุกกับการเต้นออกกำลังกายเพื่อการกุศลในงาน “The Power of Sharing : Dancercise for Charity 2024” อาทิตย์ที่ 24 พ.ย. ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

แนวหน้าไกด์ : เปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ ประจำปี 2567-2568 สัมผัสความสดใหม่ อร่อย หอม นุ่ม เหนือระดับ กับข้าวหอมมะลิใหม่ ต้นฤดู 100% จากข้าวมาบุญครอง

https://www.naewna.com/lady/843041

แนวหน้าไกด์ : เปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ ประจำปี 2567-2568 สัมผัสความสดใหม่  อร่อย หอม นุ่ม เหนือระดับ กับข้าวหอมมะลิใหม่ ต้นฤดู 100% จากข้าวมาบุญครอง

แนวหน้าไกด์ : เปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ ประจำปี 2567-2568 สัมผัสความสดใหม่ อร่อย หอม นุ่ม เหนือระดับ กับข้าวหอมมะลิใหม่ ต้นฤดู 100% จากข้าวมาบุญครอง

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เข้าสู่ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ ประจำปี 2567-2568 สายพันธุ์ข้าวหอมมะลิของไทย ที่ทั่วโลกให้ความนิยม และได้รับความชื่นชมว่าเป็นข้าวที่อร่อยระดับโลก ตั้งแต่เดือนตุลาคม – มกราคม ซึ่งเป็นข้าวนาปี ที่ 1 ปีจะมีการเก็บเกี่ยวเพียง 1 ครั้งเท่านั้นจึงทำให้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ทานข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูอร่อยที่สุด จากความสดใหม่ที่พึ่งเก็บเกี่ยว สัมผัสความสดใหม่เพราะพึ่งเก็บเกี่ยว กลิ่นหอมอบอวลของข้าวจากธรรมชาติ และยางข้าว ที่ทำให้ข้าวหุงสุกมีความนุ่มเหนียวมากเป็นพิเศษ

ข้าวหอมมะลิใหม่เหมือนกัน แต่ความอร่อยแตกต่างกัน เพราะความเชี่ยวชาญด้านข้าวโดยเฉพาะของข้าวมาบุญครอง แบรนด์ข้าวสารบรรจุถุงรายแรกของประเทศที่อยู่คู่ครอบครัวไทยมายาวนานกว่า 45 ปี และการพัฒนาสินค้าและบริการอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ทำให้ข้าวหอมมะลิใหม่ ต้นฤดู 100% ของข้าวมาบุญครอง ที่บรรจุภัณฑ์ถุงสีทองที่สื่อถึงความพรีเมียมมีความพิเศษเฉพาะตัว ตั้งแต่สายพันธุ์ ที่ผ่านการตรวจสอบว่าเป็นข้าวหอมมะลิแท้บริสุทธิ์ถึงระดับ DNA จากศูนย์ปฏิบัติการDNA TEC พิถีพิถันคัดเลือกข้าวจากแปลงนาแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ และจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของไทย ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพข้าวและบรรจุในถุงบรรจุภัณฑ์ที่สีทองสุดพรีเมียม ที่นำเทคโนโลยีวาล์ว-ล็อกมาใช้เป็นแบรนด์ข้าวสารบรรจุถุงรายแรกของโลก ด้วยระบบ วัน-เวย์ วาล์ว(One-way Valve) ทำหน้าที่ป้องกันออกซิเจนจากภายนอก ช่วยถนอมความสดใหม่ กักเก็บกลิ่นหอมจากธรรมชาติ และรักษาความสดใหม่ของข้าวได้อย่างดีเยี่ยมจนถึงมือผู้บริโภค

ทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูของข้าวหอมมะลิแท้สายพันธุ์บริสุทธิ์ จากแปลงนาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย สดใหม่เพราะพึ่งเก็บเกี่ยว ในถุงสีทองสุดพรีเมียม เพราะนี่ความเหนือระดับ ที่ข้าวมาบุญครองตั้งใจมอบให้ลูกค้าคนพิเศษของเรานอกจากข้าวหอมมะลิใหม่ ต้นฤดู 100% ข้าวมาบุญครองยังมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิแท้ เพิ่มอิสระในการเลือกข้าวที่ถูกใจ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าชื่นชอบ ตามสโลแกน “Rice-Style for All Lifestyle, ไลฟ์สไตล์ไหนๆ ก็ Rice-Style ข้าวมาบุญครอง”เริ่มด้วยผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิแท้

100% ถุงสีแดง สูตรอร่อย หอม นุ่มกำลังดีข้าวถุงแดงขวัญใจมหาชน การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มข้าวหอมมะลิของข้าวมาบุญครอง ที่เมล็ดสวย สัมผัสนุ่มกำลังดีกลิ่นหอมกำลังดีไม่กลบกลิ่นของอาหาร ทานคู่เมนูอื่นๆ ก็เสริมรสชาติให้มื้อนี้อร่อยลงตัว

ผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิแท้ 100% ถุงสีเขียว สูตรอร่อย หอม นุ่ม ฟูทุกหม้อที่ถูกยกให้เป็นข้าวหอมมะลิถุงเขียวในตำนาน ได้รับความนิยมจากร้านอาหารทั่วประเทศ เพราะเป็นข้าวหอมมะลิแท้ที่เป็นเมล็ดสวย หุงฟูขึ้นหม้อ สัมผัสที่นุ่มหนึบ เหมาะสำหรับเมนูข้าวผัด ข้าวมันไก่ หรือข้าวสวยร้อนๆ

“ผลิตภัณฑ์ข้าวหอมเพชร” สินค้าใหม่ ขวัญใจคนเปิดร้านอาหาร ผลิตจากข้าวหอมคุณภาพดี ในสูตรผสมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวของข้าวมาบุญครอง ทำให้ได้ข้าวที่หอม นุ่ม อร่อย หุงฟูขึ้นหม้อ ทานคู่กับเมนูที่มีน้ำราดแล้วอร่อยพอดี ไม่มีแฉะ เหมาะสำหรับเมนูข้าวขาหมู ข้าวหมูแดงหมูกรอบ ข้าวราดแกง และอาหารตามสั่ง ที่สำคัญคุ้มค่า คุ้มราคาแต่ความอร่อย หุงฟูขึ้นหม้อเกินต้าน อร่อยถูกปากลูกค้า ราคาถูกใจคนขายข้าวหอมเพชร ขนาดบรรจุ 5 กก. ราคาพิเศษเพียง 299 บาท พิเศษ!! ซื้อ 1 ถุง แถมฟรี 1 ถุง ที่แม็กซ์แวลู (Maxvalu) หรือช้อปผ่านช่องทางไลน์ออฟฟิเชียล ข้าวมาบุญครอง@mahboonkrongrice แพ็กคู่ 2 ถุง พิเศษเพียง 329 บาท (จัดส่งฟรี) ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2567

‘โทลล์เวย์’ จัดแรลลี่ขอบคุณผู้ใช้ทาง พร้อมชวนทำประโยชน์เพื่อสังคม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

https://www.naewna.com/lady/843060

‘โทลล์เวย์’ จัดแรลลี่ขอบคุณผู้ใช้ทาง  พร้อมชวนทำประโยชน์เพื่อสังคม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

‘โทลล์เวย์’ จัดแรลลี่ขอบคุณผู้ใช้ทาง พร้อมชวนทำประโยชน์เพื่อสังคม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ได้จัดกิจกรรม“Tollway Rally Happy Day 2024 ครั้งที่ 2”เพื่อขอบคุณผู้ใช้ทางที่ให้การสนับสนุนการใช้บริการทางยกระดับดอนเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบบริหารข้อมูลลูกค้า (CRM) เพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้ใช้ทางและคณะผู้บริหารดอนเมืองโทลล์เวย์ โดยเปิดให้ผู้ใช้ทางแลกแต้ม DMT ผ่านทาง Line OA @donmuangtollwayเข้าร่วมกิจกรรม เมื่อเร็วๆ นี้

กิจกรรม “Tollway Rally Happy Day”จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เริ่มปล่อยรถตั้งแต่เช้าตรู่ที่อาคารสำนักงานใหญ่ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง มีทีมผู้บริหาร DMT ตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง นำโดย อโนมา อุฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานปฏิบัติการ นพพล โพธิ์ขี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน และยังมีผู้แทนจากกรมทางหลวง ผู้บริหารบ.อีวี มี พลัส จำกัด (EVme) และผู้บริหาร บริษัทฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย (Hyundai Mobility Thailand) ที่ใจดีมอบความพิเศษให้กับกิจกรรมนี้เพิ่มขึ้นโดยให้ผู้ใช้ทางฯ ได้เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ไฟฟ้า Hyundai IONIQ 5 จำนวน 10 คัน เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และได้รับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะทันสมัยขับได้ระยะทางไกลมากขึ้น

คณะผู้บริหาร DMT ได้พาผู้ใช้ทาง แวะระหว่างทางเพื่อทำกิจกรรม ณ โรงเรียนวัดเตาปูน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยได้ช่วยกันลงมือทำแปลงผัก และร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อให้นักเรียนมีแหล่งเรียนรู้และสามารถนำผลผลิตไปใช้ในการประกอบอาหาร สร้างประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีที่มอบสมุดจากกระดาษรีไซเคิลกรีนเวย์ และขนมให้น้องๆ อีกด้วย

หลังจากนั้น ชาวคณะได้เดินทางไปศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยและระบบนิเวศ รวมถึงได้ร่วมกิจกรรมเพาะเมล็ดมะค่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งช่วยในการกักเก็บคาร์บอน นอกจากนี้ยังมีการสนุกกับกิจกรรมอาบน้ำช้างและให้อาหารช้าง ซึ่งสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้ร่วมกิจกรรม พร้อมปิดท้ายงานในช่วงค่ำด้วยคอนเสิร์ตสนุกๆ และเป็นกันเองจากศิลปินมากความสามารถอย่าง เป๊กกี้ ศรีธัญญา ที่มามอบความสุข ความสนุกสนานให้ผู้ฟังอย่างเต็มอิ่ม ทุกคนต่างมีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มให้กันและกัน

นับว่า บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงแต่จะมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ยังมุ่งมั่นที่จะคิดค้น ริเริ่ม และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในการร่วมปกป้องและส่งมอบสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดไป

ซีพีเอฟหนุน ‘ร้านกาแฟเด็กน้อยทำมือ มุ่งสู่อาชีพที่ยั่งยืน’

https://www.naewna.com/lady/843059

ซีพีเอฟหนุน ‘ร้านกาแฟเด็กน้อยทำมือ มุ่งสู่อาชีพที่ยั่งยืน’

ซีพีเอฟหนุน ‘ร้านกาแฟเด็กน้อยทำมือ มุ่งสู่อาชีพที่ยั่งยืน’

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การปูทางสร้างอาชีพให้กับเด็กและเยาวชนตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเรียน กลายเป็นการเรียนรู้วิถีใหม่ที่หลายๆ โรงเรียนเลือกนำมาปรับใช้ในกระบวนการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน “รร.บ้านราษฎร์ดำเนิน” ต.หนองบัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นอีกสถาบันการศึกษาที่นำแนวทางดังกล่าวมาปฏิบัติจนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

พิไลลักษณ์ ตาปราบ ผู้อำนวยการ รร.บ้านราษฎร์ดำเนิน เล่าว่า พื้นฐานของชุมชนทำอาชีพเกษตรกรรม ครอบครัวของนักเรียนไม่ได้มีฐานมากนัก เด็กหลายคนขาดโอกาสในการเรียนรู้และการเพิ่มประสบการณ์ต่างๆ ในเมื่อโรงเรียนถือเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเขาเราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสและประสบการณ์ชีวิตให้แก่นักเรียนให้ได้มากที่สุด และถือเป็นโอกาสดีที่ทางโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการกับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) เมื่อปี 2561 โดยได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟ เมื่อปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ในโครงการอนุรักษ์ขนมไทยใส่ใจเยาวชนก่อน และต่อยอดสู่ โครงการขนมหวานและเบเกอรี่ โครงการกาแฟเด็กน้อยทำมือ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบครบวงจร เพื่อให้มีทักษะในการทำเครื่องดื่มชนิดต่างๆ เกิดทักษะการค้าขาย การทำบัญชี และการบริการ เป็นพื้นฐานอาชีพให้กับนักเรียน

“แม้ว่าโรงเรียนของเราจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนรวม 58 คน แต่เราหวังอย่างยิ่งว่านักเรียนที่จบไปจากที่นี่ ต้องมีความรู้ที่เป็นแนวทางประกอบอาชีพในอนาคต จึงขอเข้าร่วมโครงการ CONNEXT ED เพื่อให้เด็กๆ มีความรู้ในวิชาชีพต่างๆ ให้พวกเขาได้มีโอกาสเรียนรู้และปฏิบัติจริง ฝึกความสามัคคี ความซื่อสัตย์ ความอดทน และยังได้เรียนรู้ด้านการบริการ สามารถหารายได้ระหว่างเรียน ได้รู้เรื่องการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และในที่สุดจะนำความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้นำมาพัฒนาชุมชนของตนเอง วันนี้ทั้ง 3 โครงการ ถูกจัดเข้าไปในกิจกรรมชุมนุม ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงเรียนรู้อย่างมีความสุข และเป็นงานอาชีพที่ทันสมัยเหมาะกับยุคปัจจุบัน” ผอ.พิไลลักษณ์ กล่าว

ผอ.พิไลลักษณ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้โรงเรียนบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการฯ ที่ต้องการให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ได้ลงมือทำมากกว่าการเรียนการสอนบนกระดาษ ที่จะกลายเป็นพื้นฐานความรู้ติดตัวพวกเขาตลอดไป และยังได้ขยายผลสำเร็จของโครงการฯ ด้วยการช่วยเหลือสังคม ผ่านการทำโรงทาน รวมถึงการที่เด็กๆ เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ ส่วนเป้าหมายต่อไปในการดำเนินโครงการ คือ การบริการนอกสถานที่ อาทิ จัดบูธ ขายสินค้าและบริการในกิจกรรมของชุมชน อย่างเช่น ถนนคนเดิน และงานร้องเพลงในสวน

สำหรับตัวแทนนักเรียนในโครงการฯ ด.ญ.กนกกาญน์ บุญกุล นักเรียนชั้น ป.6 บอกถึงความรู้สึกว่า ตื่นเต้นและดีใจที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบทั้งการชงกาแฟ การทำน้ำสมุนไพร การทำน้ำผลไม้ ขนมไทย เบเกอรี่ และยิ่งได้ไปออกบูธในงานต่างๆ ก็ยิ่งภูมิใจมาก ถือว่าได้ฝึกการบริการแก่ลูกค้า ทั้งได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้แก่กัน และยังได้ฝึกการทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้าน ด.ญ.พูลทรัพย์ แสนภูงา ชั้น ป.4 กล่าวขอบคุณซีพีเอฟที่สนับสนุนให้ทุนเริ่มต้นโครงการฯ ทำให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ เป็นพื้นฐานอาชีพ สิ่งที่ไม่เคยทำก็ได้ ทำได้เรียนรู้ และภูมิใจมากที่น้ำชงและขนมที่พวกเราได้ลงมือทำด้วยตนเอง สามารถสร้างรายได้เข้าเป็นกองทุนให้กับร้าน และต่อยอดทำกิจกรรมอื่นๆ ได้

โรงเรียนบ้านราษฎร์ดำเนิน ยังคงต่อยอดพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างยั่งยืน และผลักดันให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และต้นแบบในการส่งเสริมทักษะอาชีพด้านการทำกาแฟและเบเกอรี่อย่างครบวงจร รวมทั้งการทำขนมไทยที่กลายเป็นพื้นฐานให้เด็กและเยาวชน สู่การเป็นนักธุรกิจน้อย ที่ใช้ประกอบอาชีพของตนเองต่อไปในอนาคต

แนวหน้า Talk : ‘กษิต ภิรมย์’ ชี้‘MOU44’ไม่ทำไทยเสียดินแดน แนะหารือรัฐสภาก่อนเริ่มเจรจากัมพูชา

https://www.naewna.com/lady/843083

แนวหน้า Talk : ‘กษิต ภิรมย์’  ชี้‘MOU44’ไม่ทำไทยเสียดินแดน  แนะหารือรัฐสภาก่อนเริ่มเจรจากัมพูชา

แนวหน้า Talk : ‘กษิต ภิรมย์’ ชี้‘MOU44’ไม่ทำไทยเสียดินแดน แนะหารือรัฐสภาก่อนเริ่มเจรจากัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.

ยังคงต้องติดตามกันต่อไปกับการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ยืนยันจะใช้กรอบ “MOU44” บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์ในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 2544 ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (JTC) ที่ทั้ง 2 ฝ่าย จะส่งคณะผู้แทนมาเจรจากัน แม้จะมีเสียงสะท้อนถึงรัฐบาลด้วยความกังวลว่า MOU44 อาจทำให้ไทยเสียดินแดนหรืออย่างน้อยที่สุดคือเสียผลประโยชน์ที่ไทยมีสิทธิ์ได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

รายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ทางช่องยูทูบ“แนวหน้าออนไลน์” ในตอนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2567 กษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้ความเห็นเรื่องที่สังคมไทยมีข้อถกเถียงว่าสมควรยกเลิก MOU44 หรือไม่? ว่า การจะคงไว้ซึ่ง MOU44 เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งหากถามตนในฐานะพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ตนไม่ได้มีปัญหาอะไร

เพราะ MOU เป็นเพียงกรอบที่ได้มีการตกลงกันในสมัยรัฐบาลไทยยุคทักษิณ ชินวัตร กับรัฐบาลกัมพูชายุคฮุนเซน ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (JTC) เพื่อเจรจาว่าด้วยข้อพิพาททางทะเล และพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับทรัพยากรใต้ทะเลเพื่อนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่การเจรจาก็กระท่อนกระแท่นขาดตอนไปบ้าง และเวลานี้รัฐบาลชุดปัจจุบันก็อยากเริ่มต้นใหม่ เราก็ต้องตามดูการเจรจา ย้ำว่า MOU เป็นแค่กรอบเท่านั้น จะมีหรือไม่มีก็เจรจากันได้ สำหรับตนจึงไม่มีปัญหา

ส่วนที่มีข้อกังวลว่า MOU44 อาจทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน เรื่องนี้กรุงสยามกับเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส มีข้อตกลงกันเมื่อปี ค.ศ.1907 (พ.ศ.2450) ระบุไว้ชัดเจนว่าเกาะกูดเป็นของสยาม และระหว่างนั้นก็มีการสำรวจดินแดน มีการจัดทำเสาหลักเขตแดนระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ที่มีอยู่ประมาณ70 กว่าเสา ดังนั้น สนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศสยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งบัดนี้ และตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ กัมพูชาเป็นผู้สืบสิทธิ์ต่างๆ ที่ฝรั่งเศสเคยมี ภายหลังจากที่ฝรั่งเศสออกไปจากอินโดจีนแล้ว

อีกทั้งเมื่อกัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1954 (พ.ศ.2497) มาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 70 ปี กัมพูชาก็ไม่ได้ฉีกสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสทิ้ง เพราะกัมพูชานั้นรับเต็มที่ 100% ในฐานะประเทศที่สืบทอดมาจากฝรั่งเศส ประกอบกับในความเป็นจริงก็มีคนไทยไปตั้งรกรากบนเกาะกูด และเกาะกูดก็เป็นอำเภอหนึ่งใน จ.ตราด ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร รวมถึงไม่เคยมีข่าวว่ารัฐบาลกัมพูชา ไม่ว่าลอนนอล เจ้าสีหนุ เขมรแดงฮุนเซน และปัจจุบันคือฮุน มาเนต บุตรชายของฮุนเซน ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด

ส่วนเรื่องที่กัมพูชาขีดเส้นผ่านกึ่งกลางเกาะกูดเพื่ออ้างสิทธิ์ 200 ไมล์ทะเล เรื่องนี้ทั้งกัมพูชาและไทยต่างก็ขีดเส้นแต่ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ต้องเจรจากัน เขาจะขีดอะไรอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ต้องเจรจา ส่วนคำถามว่าการขีดเส้นของกัมพูชาสอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) หรือไม่ เรื่องนี้ตนไม่ใช่นักกฎหมายแต่มองว่ากัมพูชาเลอะเทอะ และเป็นหน้าที่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องเจรจาเพราะขีดเส้นไม่เหมือนกัน

“เริ่มกันคนละหลัก-คนละจุด เจตนารมณ์ทางการเมืองก็ต้องใช้กรอบการเจรจาเพื่ออำนวยให้มีการเจรจาอย่างจริงจังก็เท่านั้นเอง จะขีดอย่างไรก็ขีดได้ แต่มันไม่มีผลบังคับใช้เพราะมันต้องเจรจากัน เพราะมันมีการขีดไขว้กันไป-มา หรือทับซ้อน มันไม่มีผลในทางปฏิบัติเพราะมันต้องเจรจา ก็สบายใจได้ ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคณะผู้แทนไทยที่จะไปเจรจา” นายกษิต กล่าว

อดีต รมว. ต่างประเทศ กล่าวต่อไปว่า ส่วนข้อกำหนดใน MOU44 ที่ต้องการให้เจรจาแบ่งปันผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลกับการเจรจาแบ่งเขตแดนประเทศต้องทำไปพร้อมกัน ตนมองว่าไม่ได้พร้อมกันขนาดนั้น แต่ต้องตกลงเรื่องข้อพิพาทว่าด้วยเขตแดนทางทะเลเสียก่อน เพื่อให้รู้ว่าพื้นที่ทะเลและดินที่อยู่ใต้ทะเล ส่วนไหนตกลงกันไม่ได้และจะต้องเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน เพราะไม่สามารถที่จะนำก๊าซหรือน้ำมันที่อยู่ใต้ทะเลขึ้นมาได้โดยที่ไม่มีการตกลงกันเสียก่อนว่าด้วยการขีดเส้นหรือปักปันเขตแดนทางทะเล

ดังนั้นก็ต้องเจรจาเรื่องเขตแดนก่อน แต่ระหว่างนั้นก็สามารถพูดคุยกันนอกรอบได้ว่าจะนำตัวเลขทรัพยากร ซึ่งก็มีข้อมูลอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศบ้าง กระทรวงพลังงานบ้าง ในขณะเดียวกัน ทั้ง 2 ชาติก็ได้ให้สัมปทานกับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลก ซึ่งก็คงได้สำรวจไปอีกต่างหาก ทุกคนก็มีข้อมูลอยู่ ก็สำรวจไป แต่ยังทำอะไรไม่ได้จนกว่าจะมีการตกลงกันเรื่องเขตแดนก่อน

ซึ่งเหตุที่เกิดความสับสนขึ้น เพราะมีช่วงหนึ่งในแวดวงการเมืองของทั้งไทยและกัมพูชา อยากนำน้ำมันและก๊าซขึ้นมาก่อนโดยที่การเจรจาว่าด้วยการปักปันเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จและอาจมีผลประโยชน์ที่ไม่ค่อยงามทั้งต่อชาวกัมพูชาและชาวไทย แต่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้จนกว่าจะมีการตกลงว่าด้วยข้อพิพาททางทะเล ทำแผนที่ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน

ส่วนที่มีการแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือส่วนบนหรือที่อยู่เหนือเส้นละติจูด 11 องศาเหนือ 10,000 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่เจรจาเรื่องเขตแดน กับส่วนที่อยู่ใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือ16,000 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลเท่ากับไทยจะเจรจาได้เพียงส่วน 10,000 ตารางกิโลเมตรหรือไม่? ตนมองว่าไม่ใช่ แต่เรื่องนี้ต้องไปว่ากันในรายละเอียด จึงขึ้นอยู่กับการเจรจา

ซึ่งการขีดเส้นไม่ว่าโดยไทยหรือกัมพูชา เป็นการแสดงเจตนารมณ์ แต่เมื่อขัดกันก็ต้องมาเจรจากัน ไม่ได้หมายความว่าขีดไปแล้วจะต้องเป็นเด็ดขาด เป็นเพียงการบอกว่าฝ่ายไทยเห็นแบบนี้ ฝ่ายกัมพูชาเห็นแบบนี้ ไม่มีอะไรแล้วเสร็จและต้องมาเจรจากัน ส่วนคำถามว่า สมัยที่เป็น รมว.ต่างประเทศ เคยทักท้วงการลากเส้นของกัมพูชาหรือไม่ ตอนนั้นไม่ได้เข้าไปในรายละเอียด เพราะต้องปล่อยให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เจรจาไป และการที่มี MOU ก็เท่ากับเป็นการทักท้วงโดยปริยายว่าเราไม่ยอมรับเส้นที่กัมพูชาขีด ในทางกลับกัน กัมพูชาก็ไม่ยอมรับเส้นที่ไทยขีดเช่นกัน

ส่วนข้อกังวลเรื่องแผนที่ห้อยท้าย MOU จะมีผลทางกฎหมายหรือไม่? ตนก็มองว่าไม่มีผล เพราะเป็นเพียงการบ่งบอกว่าไทยมองอย่างไร กัมพูชามองอย่างไร เมื่อมองต่างกันก็ต้องมาเจรจากัน ไม่ใช่เราขีดแล้วเขายอมรับ หรือเขาขีดแล้วเรายอมรับ ซึ่งหากทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับซึ่งกันและกัน ก็คงไม่ต้องเจรจาหรือไม่ต้องมี MOU ตนมองว่าอย่าไปห่วง ปล่อยให้รัฐบาลและผู้เจรจาเขาเจรจาไป

ทั้งนี้ MOU44 เกิดขึ้นในสมัยนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) โดยมี สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็น รมว.ต่างประเทศ ในส่วนแนบท้าย MOU ให้มีเอกสารเป็นภาคผนวกทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา เพราะต่างฝ่ายต่างขีดกันคนละเส้น ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการต้องเจรจามากกว่าจะบอกว่าเป็นการยอมรับว่าแล้วเสร็จ จึงไม่ต้องไปประท้วงอะไร เพราะในเมื่อยังไม่แล้วเสร็จก็เป็นประเด็นที่ต้องเจรจากัน

“ตัวของสนธิสัญญาไทย (สยาม) – ฝรั่งเศส มันเป็นแม่แล้วกัมพูชาก็ไม่ได้ไปเลิก ฉะนั้นเกาะกูดก็เป็นของไทย ก็มีแค่นี้ ส่วนการเจรจาภายใต้ MOU มันก็จะเข้ามาแตะต้องเกาะกูดไม่ได้ แล้วผมก็ไม่รู้ว่าใครบอกเกาะกูดเป็นของกัมพูชา หรือกัมพูชาเขาจะมาเคลมได้ ผมไม่ทราบว่ามันเป็นมาอย่างไร แล้วมันก็อยู่ที่ฝีมือการเจรจา เมื่อมี MOU ก็เจรจาไป แล้วเอาหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เอาเรื่องกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ ก็เอาเข้ามาใช้ มันก็ขึ้นอยู่กับสติปัญญา ขีดความสามารถในการที่จะเจรจากัน” นายกษิต ระบุ

นายกษิต ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องอาณาบริเวณของเกาะกูด ตามหลักสมัยโบราณคือมีอาณาบริเวณออกไปอีก 3 กิโลเมตร เป็นหลักที่ใช้กันมาหลายร้อยปี ต่อมาเมื่อมีกฎหมายทางทะเล จะมีคำว่าไหล่ทวีป (Continental Shelf) มีคำว่าเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone) ก็ต้องมาปรับกันตามกฎเกณฑ์สมัยใหม่ เพราะไทยได้เข้าเป็นสมาชิกของกฎหมายทางทะเลแล้ว ไทยก็ต้องยืนในจุดนี้ และหากมีข้อพิพาทก็สามารถไปที่ศาลระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (ITLOS) ได้ ซึ่งอยู่ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี

ดังนั้นหากยึดสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสเป็นตัวตั้งก็ไม่มีประเด็นอะไรที่กัมพูชาจะเข้ามายุ่งกับเกาะกูดได้ เราปฏิเสธตั้งแต่ต้น เขาจะขีดอย่างไร จะเบี้ยวจะโกหกพกลม เราปฏิเสธก็ไม่ต้องเจรจา เรื่องก็มีแค่นี้ ซึ่งเรื่องไปศาลโลกคือหากมีการฟ้องร้อง แต่การที่มีสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ตนก็ไม่เห็นว่ากัมพูชาจะเบี้ยวได้อย่างไร เพราะเป็นประเทศเอกราชที่สืบสิทธิ์จากฝรั่งเศสมา 70 ปีแล้ว ก็ถือว่ายอมรับโดยปริยาย ส่วนที่กังวลเรื่องหลักกฎหมายปิดปากเหมือนกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ตนมองว่า 2 กรณีนี้เป็นคนละเรื่องกัน

โดยเรื่องเขาพระวิหาร สมัยนั้นฝรั่งเศสยังเป็นเจ้าอาณานิคม มีทั้งแสนยานุภาพทางการทหารและองค์ความรู้ด้านแผนที่ ในขณะที่ไทยยังไม่มีความสามารถ คิดว่าฝรั่งเศสโกงมาตั้งแต่ต้น เพราะการขีดเส้นเขตแดนมาทางตอนใต้ของปราสาทพระวิหาร ซึ่งจริงๆ แล้วมันต้องเป็นไปตามไหล่เขา แต่อาจเป็นความเลินเล่อ มองไม่เห็นหรือไม่เข้าใจ ไม่ได้คิดว่าฝรั่งเศสจะไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อวิชาการ และศาลโลกก็ตัดสินตามเส้นที่ฝรั่งเศสขีดไว้ แต่กรณีบนบกจะไปปิดปากกรณีทะเลได้อย่างไร เพราะเป็นคนละเรื่องและคนละพื้นที่กัน

ส่วนที่ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แนะนำให้ใช้คำว่าพื้นที่อ้างสิทธิ และไม่ควรใช้คำว่าพื้นที่ทับซ้อน เพราะอาจเป็นประเด็นสุ่มเสี่ยง เรื่องนี้ตนไม่ทราบเพราะภาษาไทยตนก็ไม่ชัดเจนขนาดนั้น และตนก็ไม่ใช่นักกฎหมายแต่ถามว่ามีความจำเป็นที่เลขาฯ กฤษฎีกา จะต้องมาเป็นผู้กำหนดหรือไม่? ในเมื่อมีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ (กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ) และมีนักกฎหมายที่กระทรวงยุติธรรม รวมถึงมีอาจารย์ระหว่างประเทศ

ซึ่งทุกคนล้วนแต่ห่วงบ้านเมืองกันทั้งนั้น แต่หากห่วงแล้วมาแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของคนคนเดียวแล้วเสริมสร้างความสับสน แล้วการทำตนเป็นผู้มีประกาศิตว่าจะต้องตีความเป็นแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้ หากยังไม่มีการถกเถียงก็ไปที่ราชบัณฑิตสภาฯ ไปให้ตีความว่าคำคำนี้แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร และสุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็ต้องผ่านกลไกรัฐสภา เพราะเป็นเรื่องดินแดน เรื่องอำนาจอธิปไตย และเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากรใต้ดินซึ่งเป็นสมบัติของประเทศชาติและปวงชนชาวไทย

“สมมุติเริ่มมีการตั้งคณะเจรจาทางด้านเทคนิค การเจรจาคืบหน้าเป็นอย่างไร มันก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลที่จะต้องไปรายงานให้รัฐสภาทราบเป็นระยะๆ แล้วก็ก่อนจะไปเจรจาอย่างจริงจัง ก็น่าจะเสนอต่อสภา ขออนุมัติเรื่องกรอบเจรจา เนื้อหาเป้าหมายโดยสังเขปว่าเราจะไปเจรจาอย่างไร อันนี้ก็น่าจะเสนอต่อสภาเพราะสภาเป็นใหญ่ที่สุดในเรื่องสนธิสัญญากฎหมายระหว่างประเทศ ก็เหมือนไปบอกว่าจะมีโผการเจรจาอย่างนี้ ก็อยากให้รัฐสภาได้รับทราบแล้วก็ให้ความเห็นชอบในหลักการ จะทำให้การดำเนินการของฝ่ายไทยมีความมั่นคงตั้งแต่เริ่มต้น” นายกษิต กล่าว

หมายเหตุ : สามารถรับชมรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ดำเนินรายการโดย บุญระดม จิตรดอน ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี เวลา 11.00-12.00 น. โดยประมาณ

‘โบท-บูม-ชิ้น’ อดีตสมาชิก ‘The Yers’ ได้นักร้องรุ่นใหม่ ‘คีตะ’ ฟอร์มวงปล่อยซิงเกิ้ลแรก ‘นายโอเคมั๊ย?’

https://www.naewna.com/entertain/843035

‘โบท-บูม-ชิ้น’ อดีตสมาชิก ‘The Yers’ ได้นักร้องรุ่นใหม่ ‘คีตะ’  ฟอร์มวงปล่อยซิงเกิ้ลแรก ‘นายโอเคมั๊ย?’

‘โบท-บูม-ชิ้น’ อดีตสมาชิก ‘The Yers’ ได้นักร้องรุ่นใหม่ ‘คีตะ’ ฟอร์มวงปล่อยซิงเกิ้ลแรก ‘นายโอเคมั๊ย?’

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นการรวมตัวที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงไม่น้อย โดยเฉพาะแฟนเพลงของวงร็อกชุดดำ “The Yers” ที่ประกาศยุบวงไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุด “โบท-บูม-ชิ้น” อดีตสมาชิกวง “The Yers” ได้กลับมารวมตัวบนเส้นทางดนตรีอีกครั้งพร้อมฟอร์มวงใหม่ภายใต้ชื่อ “NINEOKMAI” สมาชิกประกอบด้วย โบท-นิธิศ วารายานนท์ (เบส), บูม-ถิรรัฐ ภู่ม่วง (กลอง), ชิ้น-พนิต มนทการติวงค์(กีตาร์, ร้องประสาน) และการร่วมงานกับนักร้องรุ่นใหม่ไฟแรง คีตะ-คีตะ แจ้งวัฒนะ(กีตาร์, ร้องนำ) ที่มีความหลงไหลในแนวดนตรีที่เหมือนกันมาเป็นฟรอนต์แมนในการเดินทางครั้งนี้ พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลแรกที่มีชื่อเดียวกับชื่อวงว่า “นายโอเคมั๊ย?” โดยเพลงนี้วงได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ฝีมือดี “ป้อง-ปกป้อง จิตดี” ที่เข้ามาช่วยทำให้เพลงมีมิติและเป็นไปตามคาแร็กเตอร์วงมากขึ้น เรียกว่า

เพลงนี้วงได้ถ่ายทอดความเป็นตัวตนของ NINEOKMAI ให้แฟนเพลงรู้จักได้ชัดเจนแบบสุดๆ

โบท เล่าถึงที่มาที่ไปของวงให้ฟังว่า… “ด้วยความที่สมาชิกทุกคนในวงต่างชื่นชอบสไตล์ดนตรีและความเป็นญี่ปุ่นกันมาก ผมคิดว่าเรื่องราวของ “โรงเรียนวัยรุ่นในอนิเมะญี่ปุ่น” สามารถ เล่าภาพรวมของวง NINEOKMAI ได้ดีที่สุดเหมือน คีตะเป็นเด็กใหม่ฝีมือเยี่ยมที่เพิ่งย้ายโรงเรียนมา แล้วอยากจะตั้งวงดนตรีในโรงเรียนแต่ไม่รู้จะชวนใคร หันไปหันมาก็ดันไปเจอเหล่ารุ่นพี่ที่เคยรู้จักซึ่งแต่ละคนก็มีคาแร็กเตอร์ที่ต่างกันแบบสุดขั้ว อย่าง ผม บูม และต่อการรวมตัวของน้องใหม่ไฟแรงและเหล่ารุ่นพี่สุดเร่าร้อนเลยเกิดขึ้น (หัวเราะ) ก็ได้รวมตัวกันตั้งวงดนตรีนี้ขึ้นมา โดยมีมิตรภาพและความเฟรนด์ เป็นตัวเชื่อมโยงและถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงที่พวกเราเชื่อมั่นจากความรู้สึกจริงๆ ซึ่งคำว่า “นายโอเคมั๊ย” ที่เป็นที่มาของชื่อวง “NINEOKMAI” มันคือเมสเสจหลักของวงเลยครับ เป็นแก่นแท้ของมิตรภาพสไตล์โชเน็นมังงะที่คำว่า“นายโอเคมั๊ย?” คำเดียวก็บ่งบอกถึงความจริงใจของวงเราได้ชัดเจนหมดแล้ว” บูม ชิ้น และคีตะเสริมว่า… “เพลงนี้พวกเราได้ทำงานกันแบบอิสระไม่มีค่าย ไม่มีสังกัด ลุยกันเองทุกขั้นตอนเรียกว่าทำทุกอย่างใหม่หมดตั้งแต่ศูนย์ ก็ตั้งใจทำกันมากๆ ครับ ขอฝากเพลงนี้และขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพวกเรามาตลอดด้วยนะครับพวกเราพร้อมอยู่เป็นเพื่อนของทุกคนเสมอจนกว่าเราจะรู้สึกว่านายโอเค”

‘Cherry’ อัลบั้มเต็มชุด 2 จาก ‘BOWKYLION’ มาพร้อม ‘วิงวอน (ex-change)’ เพลงที่เจ็บที่สุดในชีวิต

https://www.naewna.com/entertain/843032

‘Cherry’ อัลบั้มเต็มชุด 2 จาก ‘BOWKYLION’  มาพร้อม ‘วิงวอน (ex-change)’ เพลงที่เจ็บที่สุดในชีวิต

‘Cherry’ อัลบั้มเต็มชุด 2 จาก ‘BOWKYLION’ มาพร้อม ‘วิงวอน (ex-change)’ เพลงที่เจ็บที่สุดในชีวิต

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“BOWKYLION” ศิลปินหญิงมาแรงแห่งยุคจากสังกัดค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก)เจ้าของอัลบั้ม “Lionheart” ซึ่งเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตของ “BOWKYLION” ที่ยังตราตรึงอยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็น คิดถึงแต่, ยิ้มมา, เจ้าป่า, ค. ควาย และในปี 2024 เธอกลับมาพร้อมกับอัลบั้มเต็มชุดที่สอง “Cherry” ที่จะพาทุกคนไปพบกับแนวเพลงใหม่ และรสชาติดนตรีที่น่าติดตาม กว่า 12 เพลง ถ่ายทอดโมเมนต์พิเศษที่ “BOWKYLION” ตั้งใจบ่มเพราะก่อนส่งตรงที่หูคนฟัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เลือกสิ่งที่ดีที่สุด”

ซึ่งในอัลบั้ม “Cherry” ประกอบไปด้วย 5 เพลงที่เคยปล่อยให้ทุกคนได้ฟัง อย่าง “เลี้ยงไข้ (fever)”, เจ้านายคะ (work-life imbalance), “ยิ้มลา (jasmine)”, “ส่วนต่าง (do it without me)” รวมถึง “ส่วนต่าง(Piano Version) และไฮไลท์ที่อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง อีก 7 เพลงอย่าง “cherry” ซิงเกิ้ลเพลงสากลครั้งแรกในชีวิตของเธอ ที่เข้าใจความรู้สึกของคนขี้กังวล ซึ่งเธอได้ใช้คำว่า “Cherry” แทนความรู้สึก Worry รวมถึงเพลงนี้ยังเป็นการก้าวข้ามกำแพงภาษาที่เธอพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เธอก็สามารถทำมันได้เช่นกัน “ศุกร์ เศร้า อาทิตย์ (sadturday)” ซิงเกิ้ลที่มาพร้อมกับจังหวะ Bossanovaที่หลอกคนฟังด้วยดนตรีมู้ดสดใสแต่กลับเชือดด้วยเนื้อเพลง “ส ม เ พ ช(sympathy)” ถึงแม้มาเพียงสั้นๆ แต่ก็โดนใจคนฟังตั้งแต่คำแรก เป็นเพลงที่เรียกได้ว่าเจ็บแสบอีกหนึ่งเพลงที่อยากให้ได้ฟัง “เวทนา (wethana)”ซิงเกิ้ลที่เรียกได้ว่าตรงไปตรงมาที่เดินหน้ายอมรับความจริงกับความสัมพันธ์ที่จบลง “น้อยแต่น้อย (less is less) กับ Interlude ที่เราจะได้ฟังเสียง “BOWKYLION” เต็มๆ โดยที่ไม่มีดนตรีสักชิ้นอยู่ในเพลงนี้เลย แต่จะถูกร้อยเรียงด้วยไลน์ประสาน “เชื่อแล้ว (merry-me)” อีกหนึ่งซิงเกิ้ลที่ดนตรีพาเข้าสู่เทศกาลอบอุ่น เต็มไปด้วยความหวัง การรอคอย และอีกหนึ่งซิงเกิ้ลที่อยากให้ทุกคนเปิดฟัง “วิงวอน (ex-change)”ที่พูดได้เลยว่าเป็นเพลงที่เศร้าที่สุด แต่งนานที่สุด ของ BOWKYLION” กับถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ไม่ใช่ผ่านเพลงตรงใจในทุกประโยค เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพที่สุดแห่งปีที่เธอตั้งใจทำออกมาจริงๆ

สี่หนุ่มวัยใส ‘NEVONE’ ประกาศความคลั่งรัก! กับซิงเกิ้ลที่สาม‘ต่อต้าน (Shout Out)’

https://www.naewna.com/entertain/843036

สี่หนุ่มวัยใส ‘NEVONE’ ประกาศความคลั่งรัก!  กับซิงเกิ้ลที่สาม‘ต่อต้าน (Shout Out)’

สี่หนุ่มวัยใส ‘NEVONE’ ประกาศความคลั่งรัก! กับซิงเกิ้ลที่สาม‘ต่อต้าน (Shout Out)’

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลังเสิร์ฟความฟีลกู๊ดกับเพลงป๊อปฟังสบายในซิงเกิ้ลที่สอง “เหตุผลข้อเดียว (I Mean)” เพลงที่หอบความสดใสและอบอุ่นใจมามอบให้ทุกคนจนโดนตกเข้าด้อมไปแล้วล่าสุด NEVONE (เนฟวัน) สี่หนุ่มวัยใสจาก BRIQ Entertainmentในเครือ RS Music อย่าง โยชิ (Yoshi)-พัทธนันท์ หยงเมธีวรากุล, แทนคุณ (Thankhun)-แทนคุณ ดาราศรีศักดิ์,พร้อม (Prom)-กฤชญาณ อรรถวิภัชน์และตะวัน (Tawan)-ภูริจิวัจน์เวียงวัฒนา ก็พร้อมประกาศความคลั่งรัก แบบต้านไม่ไหวในซิงเกิ้ลที่สาม“ต่อต้าน (Shout Out)” แถมได้โปรดิวเซอร์ร่วมค่ายอย่าง “JET JUST IMPRO VIZE” ที่มีส่วนร่วมในเพลงฮิตให้กับศิลปินหลากหลายค่ายมาร่วมตะโกนให้โลกรู้ ที่ติดหูทั้งเนื้อเพลงเมโลดี้และภาพลักษณ์ของหนุ่มๆ หน้าใสที่พร้อมเล่นกับใจทุกคนมากกว่าทุกครั้งโดยทั้งสี่หนุ่มเผยว่า

“เป็นการทำงานครั้งแรกร่วมกับพี่ JET JUST IMPROVIZE สนุกมากๆ เลยครับ ไม่มีการกดดันเกิดขึ้นเลย แล้วนอกจากพี่ JET ก็ยังมีพี่ Proo Thunwa เข้ามาร่วมดูแลการอัดเสียง ทั้งแนะนำและไกด์การร้องจนทำให้พวกเราได้เทคนิคใหม่ๆ เยอะเลยครับ ส่วนที่เหนื่อยที่สุดต้องยกให้ช่วงการซ้อมเต้นครับ เพราะเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายอย่างมากๆ ทั้ง แทนคุณ นิ้วซ้นจนต้องเข้าโรงพยาบาล แล้ว พร้อม ก็เลือดกำเดาไหลในระหว่างการซ้อมเต้นอีกแต่พวกเราก็ทุ่มเทกับเพลงนี้มากครับบรรยากาศการถ่ายเอ็มวีก็สนุกมากๆซึ่งก็มีอุปสรรคเกิดขึ้นเหมือนกันครับอย่างในช่วงท้ายของพาร์ทเต้น โยชิข้อเท้าพลิกแต่ก็ยังเต็มที่อดทนเต้นจนจบการถ่ายทำ แต่เราก็ไม่ได้มีแต่เรื่องเครียดนะครับ เพราะในกองถ่ายมี Extra เยอะมาก มีทั้งคุณลุง คุณป้าและน้องๆ ทุกคนก็คอยให้กำลังใจพวกเราตลอดครับพวกเราเองก็ให้กำลังใจพวกเขากลับไปเหมือนกัน บรรยากาศการถ่ายทำเลยอบอุ่นมากๆ ครับสำหรับซิงเกิ้ลที่ 3 ต่อต้าน (Shout Out) ก็ได้ปล่อยออกมาแล้วนะครับ เป็นเพลงที่พวกเรา NEVONE อยากจะบอกออกไปให้ทั้งโลกได้รับรู้ว่าเรารักทุกคนมากแค่ไหน พวกเราขอมอบเพลงนี้ให้กับ VENDY (เวนดี้)(ชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับ) นะครับถือเป็นเพลงที่พวกเราตั้งใจมากจริงๆ อย่าลืมไปฟังกันเยอะๆ นะครับ”

‘วันสร้างสุข’ ลงพื้นที่ฟื้นฟูพร้อมมอบเงินบริจาคจากน้ำใจชาวไทย

https://www.naewna.com/entertain/843026

‘วันสร้างสุข’ ลงพื้นที่ฟื้นฟูพร้อมมอบเงินบริจาคจากน้ำใจชาวไทย

‘วันสร้างสุข’ ลงพื้นที่ฟื้นฟูพร้อมมอบเงินบริจาคจากน้ำใจชาวไทย

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาของชาวแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่ได้เจอกับสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องจมอยู่ใต้โคลน และสูญเสียที่พักอาศัย แต่ยังมีหน่วยงานที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน อาทิ วัด โรงเรียน และ โรงพยาบาล ทั้งนี้โครงการ“วันสร้างสุข” โดยกลุ่มบริษัท เดอะ วันเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิเรวัต พุทธินันทน์ ได้เข้าช่วยเหลือ ลงพื้นที่ฟื้นฟู ร่วมทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ของโรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพที่ 169 จนนักเรียนสามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ล่าสุดโครงการ “วันสร้างสุข สู้ภัยน้ำท่วม 2567” นำทีมโดย คุณเดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการบริษัทวัน สามสิบเอ็ด จำกัด รวมถึงศิลปินนักแสดงจากช่อง one31 ปู้ กิตติพงษ์ และ เต้ณพัทร์พล และพิธีกรข่าวจากสำนักข่าววันนิวส์ ปาล์ม นิติรัฐ และ ยศ ณัฏฐ์ศรุต ที่ได้เดินทางไปฟื้นฟูโรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพที่ 169 ร่วมกันทาสีอาคารเรียนพร้อมส่งมอบสนามเด็กเล่นที่ได้บูรณะใหม่ และมอบขนมให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนทั้งหมด จำนวนกว่า 400 คนนอกจากนี้ได้มอบเงินบริจาคจากคนไทยทั่วประเทศที่ได้บริจาคผ่านโครงการ “วันสร้างสุขสู้ภัยน้ำท่วม 2567” ให้แก่ โรงพยาบาลแม่สาย จำนวน 500,000 บาท โดยมี นายแพทย์ ศิริศักดิ์ นันทะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สาย เป็นตัวแทนรับมอบเงินบริจาค และได้ส่งต่อเงินบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมให้แก่ วัดเหมืองแดง จำนวน 200,000 บาท ซึ่งวัดเหมืองแดงนับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ประสบภัยที่ได้จัดตั้งเป็นศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอแม่สายอีกด้วย

เปิดความในใจ2เพื่อนซี้ต่างค่าย ‘ตั๊กแตน-ชลดา’กับ ‘หญิง-ธิติกานต์’ กับประสบการณ์ความรัก

https://www.naewna.com/entertain/843020

เปิดความในใจ2เพื่อนซี้ต่างค่าย ‘ตั๊กแตน-ชลดา’กับ ‘หญิง-ธิติกานต์’ กับประสบการณ์ความรัก

เปิดความในใจ2เพื่อนซี้ต่างค่าย ‘ตั๊กแตน-ชลดา’กับ ‘หญิง-ธิติกานต์’ กับประสบการณ์ความรัก

วันเสาร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อสองเพื่อนซี้ต่างค่าย “ตั๊กแตน ชลดา – หญิง ธิติกานต์”ได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 “ตั๊กแตน –หญิง” ได้มาเปิดเรื่องราวในชีวิตพร้อมและเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุมในใจเพราะอุ่นใจที่ได้มานั่งคุยมานั่งเล่าที่นี่เป็นที่แรกจุดเริ่มต้นความเป็นเพื่อนรักต่างค่ายของ “ตั๊กแตน–หญิง” และความแอบนอยด์พี่ฉอดของ ตั๊กแตน-ชลดากับความในใจเก็บมา 21 ปี ที่เพิ่งได้บอกพี่ฉอด? และ “หญิง-ธิติกานต์” กับประสบการณ์ความรักที่ยิ่งกว่าหนีเสือปะจระเข้คือหนีรักเก่าที่ว่าแย่มาเจอรักใหม่ที่แย่กว่าเจอรักแย่ๆ ทิ่มแทงใจ ทำให้ “ตั๊กแตน-ชลดา” เคยเกือบคิดสั้น แต่อะไรที่ทำให้เธอสามารถกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง ?? เพื่อนหญิงพลังหญิงแม้คนหนึ่งแผลสดส่วนอีกคนช้ำเลือดช้ำหนองในเรื่องความรักแค่ไหน แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยทิ้งกัน

แล้วมาสนิทกันได้อย่างไร

ตั๊กแตน-ชลดา : จริงๆ เราสนิทกันก่อนที่เราจะเข้าวงการทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน รู้จักตอนที่เราประกวดร้องเพลงแล้วก็ไปเจอกัน

ต้องบอกว่าทั้งสองคนนี้คือศิลปินล้านดาวน์โหลด อย่างตั๊กแตนนี่คือต้องพูดว่าเป็นศิลปินหญิงคนสุดท้าย

ตั๊กแตน-ชลดา : คนสุดท้ายของประเทศไทยที่ได้ยอดขายหนึ่งล้านแผ่นแล้วก็ยอดดาวน์โหลดหนึ่งล้านขึ้นไปคนสุดท้ายเลย เพราะหลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นอีกยุคหนึ่งแล้ว

แต่เวทีหนึ่งที่ถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตของตั๊กแตน

ตั๊กแตน-ชลดา : ก็จะเป็นเวทีที่พี่ฉอดสร้างขึ้นมานั่นก็คือเวที First Stage Show

พี่ฉอด : หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันเลยนี่คือ 21 ปีที่เรามาเจอกันวันนี้ ภูมิใจจังเลย

ตั๊กแตน-ชลดา : ภูมิใจมากแต่หนูก็แอบนอยด์พี่ฉอดพี่ฉอดเป็นคนสร้างหนูขึ้นมาทำให้หนูมีเพลง ขอจองในใจ ทำให้หนูมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนในวงการลูกทุ่ง แต่พี่ฉอดไม่สร้างหนูต่อ

รักแรงเจ็บแรงตอนล้มมันก็ล้มแรงหน่อย ก็คือ เรื่องเจ้าชู้ ??

หญิง-ธิติกานต์ : เจ้าชู้ค่ะ คาหนังคาเขาหลายครั้งมาก

ขนาดคาหนังคาเขาแล้วเราก็ยังไปต่อ

หญิง-ธิติกานต์ : ก็รักเขา รักมากๆ ถึงขนาดก็เลยตัดสินใจเลิกทั้งที่ยังรักแล้วก็ตัดสินใจที่จะมีคนใหม่เพื่อที่จะแก้ปัญหารักครั้งนี้คำรุนแรงไม่พออารมณ์ที่รุนแรงด้วย เสื้อตัวนี้ไปถอดเลย ไม่ให้ใส่ บนโต๊ะกับข้าวควรจะเป็นอาหาร ผลไม้หรือน้ำแต่เขากลับเอาปืนมาวางไว้

แล้วความรักของตั๊กแตน ?

ตั๊กแตน-ชลดา : ลูกผู้หญิงคนหนึ่งคำว่าจดทะเบียนสมรสนั่นคือ ทุกอย่างแล้วจนครบรอบ 2 ปี ความจริงปรากฏทุกอย่างเลยค่ะ เรื่องที่เราเจอเป็นเรื่องที่แตนไม่สามารถรับได้ ตอนนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจเลย เราก็พูดกับตัวเองเลยนะคะ ว่าฉันจะร้องไห้ให้กับผู้ชาย คนนี้แค่วันนี้วันเดียว

เคยมีบางโมเมนต์ ถึงขั้นคิดว่า เคยไปแตะเส้นคริสตัลไหมเอ่ย

ตั๊กแตน-ชลดา : คืนวันนั้นในคืนที่เกิดเหตุ ที่เรารู้ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีชั่ววูบนึง ที่เราคิดขึ้นมาว่าตายเลยดีกว่า

เพื่อนหญิงพลังหญิงคุยเรื่องความรักกันไหมเอ่ย

หญิง-ธิติกานต์ : มันเป็นเรื่องที่บางทีแผลสด

ตั๊กแตน-ชลดา : อันนี้ยังดีแผลสดใช่ไหมแค่นี่ แผลช้ำเลือดช้ำหนอง หญิงเค้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของแตน เราไม่เคยทำเรื่องหนักอกหนักใจให้กัน แล้วก็แตนเชื่อว่าหญิงกับแตนไม่จำเป็นต้อง มีคำมั่นสัญญาอะไรหรอก แตนเชื่อว่าเราสองคนจะเป็นเพื่อนตาย กันไปตลอดชีวิต

หญิง-ธิติกานต์ : เราไม่พูดเยอะรักแก