จิม ทอมป์สัน จัดแฟชั่นโชว์สุดเซอร์ไพรส์แห่งปี ฉลองเปิดตัว‘ไลฟ์สไตล์สโตร์’แห่งแรก ณ วัน แบงค็อก

https://www.naewna.com/lady/842620

จิม ทอมป์สัน จัดแฟชั่นโชว์สุดเซอร์ไพรส์แห่งปี  ฉลองเปิดตัว‘ไลฟ์สไตล์สโตร์’แห่งแรก ณ วัน แบงค็อก

จิม ทอมป์สัน จัดแฟชั่นโชว์สุดเซอร์ไพรส์แห่งปี ฉลองเปิดตัว‘ไลฟ์สไตล์สโตร์’แห่งแรก ณ วัน แบงค็อก

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกของเมืองไทย จัดงานฉลองใหญ่พร้อมแฟชั่นโชว์สุดเซอร์ไพรส์แห่งปี ในธีม Bangkok Dreaming เปิดตัว “จิม ทอมป์สัน ไลฟ์สไตล์สโตร์” แห่งแรก ณ วัน แบงค็อก แลนด์มาร์คมิกซ์ยูสระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ

งานเปิดตัวสุดตระการตาสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยแฟชั่นโชว์เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากวัน แบงค็อก, การบินไทย, เซ็นทรัล กรุ๊ป, สยามพิวรรธน์,เอ็มควอเทียร์ และโรงแรมหรูชั้นนำมากมาย อาทิ โรสวูด, โฟร์ซีซั่นส์, พาร์ค ไฮแอท, เดอะ สยาม และอันดาซ มาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ได้แก่ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ฯพณฯ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ฯพณฯ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ เซเลบริตี้ชื่อดังร่วมชมฟรอนต์โรว์กันคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 และ ไผ่หลิว-กมลวลัย ประจักษ์รัตนกุลพร้อมด้วยนักแสดงจากสตูดิโอวาบิซาบิ(Studio Wabi Sabi) อาทิ เอิร์ธ-กัษมนณัฏฐ์ นามวิโรจน์, โอ๊ต-ธราธรพุ่มโพธิงาม, ต้นหลิว-เมธาพัฒน์ ฉิมกุลและ พาย-ศรัณวุฒิ นิตยสุทธิ

การเปิดไลฟ์สไตล์สโตร์แห่งแรกของจิม ทอมป์สัน ใน The Storeys โซนรีเทลใหม่ของวัน แบงค็อก นับเป็นปรากฏการณ์แห่งการผสานความยิ่งใหญ่ของทั้ง จิม ทอมป์สัน แบรนด์ระดับตำนานจากเมืองไทย กับแลนด์มาร์คระดับเวิลด์คลาสของกรุงเทพฯ อย่าง วัน แบงค็อก ไลฟ์สไตล์สโตร์แบบดูเพล็กซ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 550 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยการเบลนด์ดีไซน์ทันสมัยเข้ากับองค์ประกอบทางวัฒนธรรมอันงดงาม พร้อมเปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ครบจบทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งโซนรีเทลสุดตระการตา ร้านอาหารไวบ์ดีพร้อมวิวพาโนรามา และการจัดแสดงมรดกวัฒนธรรมการทอผ้าไหมล้ำค่า

ภายในงานฉลองเปิดตัว แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสโซนรีเทลที่เพียบพร้อมด้วยสินค้าสุดไอคอนิกของแบรนด์ จิม ทอมป์สัน พร้อมลิ้มรสอาหารไทยร่วมสมัยจากร้าน Jim’s Terrace นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์นำเสนอประสบการณ์ชิม-ช้อปครบจบในที่เดียว นอกจากนี้ ผู้มาเยือนยังได้พบกับ Silk Exhibition ที่พาทุกคนย้อนชมเส้นทางการยกระดับผ้าไหมไทยอันเลื่องชื่อของจิม ทอมป์สัน สู่เวทีโลก

แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน กล่าวถึงการเปิดไลฟ์สไตล์สโตร์ครั้งแรก ว่า “การเปิดตัวจิม ทอมป์สัน ไลฟ์สไตล์สโตร์แห่งแรกที่ วัน แบงค็อก ตอกย้ำว่าเราก้าวไปไกลกว่าการเป็นแบรนด์ผ้าไหม ไลฟ์สไตล์สโตร์ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ บนเส้นทางการเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ครบทั้งประสบการณ์รีเทลและการรับประทานอาหาร ตอบโจทย์ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวภายใต้แท็กไลน์ “Beyond Silk” และวันนี้ เราพร้อมที่จะเดินหน้าต่อในแบบ “Beyond Thailand” เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกแบรนด์แรกจากเอเชีย”

ไฮไลต์ในงานคือแฟชั่นโชว์ในธีม Bangkok Dreaming นำเสนอ 42 ลุคสุดไอคอนิกกับรันเวย์ที่คับคั่งด้วยโมเดลสุดฮอตของเมืองไทย อาทิ แอนชิลี สก็อต-เคมมิส มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021, น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016, แนท-อนิพรณ์เฉลิมบูรณะวงศ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 และซูเปอร์โมเดลชื่อดัง ซินดี้-สิรินยาบิชอพ และอาภาศิริ นิติพน แต่ละลุคอิสไปร์มาจากการใช้ชีวิตตั้งแต่เช้าจรดเย็นของสายไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะไปชิลริมทะเลหรือเที่ยวเยาวราชแสนคึกคัก นอกจากนี้หลากหลายไอเทมแพทเทิร์นสวยของแบรนด์ ก็พร้อมไปดินเนอร์และปาร์ตี้สนุกๆ เข้ากับค่ำคืนแสนพิเศษที่ร้านอาหารไทยจิม ทอมป์สัน และบาร์ไวบ์สุดเท่อย่าง The O.S.S. Bar รันเวย์ครั้งนี้ ปิดท้ายด้วยลุคฟินาเล่สวยสะกดกับเดรส Solid Silk Chiffon Deep V Flounce Sleeve สีเขียวหยกสุดเอ็กซ์คลูซีฟหนึ่งเดียวที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโชว์ครั้งนี้ และได้วางจำหน่ายหลังจากจบงานให้แขกคนพิเศษได้ครอบครอง

อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์คือการเปิดตัวคอลเลคชั่น AQUASILK ไลน์ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ชายครั้งแรกจาก จิม ทอมป์สัน นำเสนอกางเกงว่ายน้ำทรงคลาสสิกเหมาะสำหรับทุกสไตล์ ความพิเศษอยู่ที่นวัตกรรมผ้ารูปแบบใหม่ “ผ้าไหมผสมไนลอน” ที่พัฒนาขึ้นโดยจิม ทอมป์สัน ไลน์กางเกงว่ายน้ำสำหรับผู้ชายเปี่ยมด้วยดีเทลที่มีสไตล์ เหมาะสำหรับวันสบายๆ ที่คลับเฮ้าส์ พร้อมใส่ลงว่ายน้ำได้ทันทีอย่างสะดวกสบาย

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์สุดพิเศษได้แล้วที่ จิม ทอมป์สัน ไลฟ์สไตล์สโตร์ ณ ชั้น G โซน The Storeys โครงการวัน แบงค็อก (สถานี MRT ลุมพินี)

งานศิลปะจากเครื่องสำอางหมดอายุ ‘SHISEIDO BEAUTY OF ART 2024 CONTEST’

https://www.naewna.com/lady/842644

งานศิลปะจากเครื่องสำอางหมดอายุ  ‘SHISEIDO BEAUTY OF ART 2024 CONTEST’

งานศิลปะจากเครื่องสำอางหมดอายุ ‘SHISEIDO BEAUTY OF ART 2024 CONTEST’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รางวัลที่ 1 ผลงานชื่อ Do It

บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดแคมเปญประกวดสร้างสรรค์งานศิลปะจากเครื่องสำอางหมดอายุ ในชื่อ “SHISEIDO BEAUTY OF ART 2024 CONTEST” (ชิเซโด้บิวตี้ ออฟ อาร์ต 2024 คอนเทสต์) ปีที่ 2 ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ BEAUTY INNOVATIONS FOR BETTER WORLD นวัตกรรมความงามเพื่อโลกที่ดีขึ้นของทุกคน แคมเปญนี้มุ่งส่งเสริมความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม ในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้คุ้มค่า พร้อมทั้งสนับสนุนความสามารถทางศิลปะของนักศึกษา

ปาริชาติ วีระเสถียร

ปาริชาติ วีระเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ชิเซโด้มุ่งมั่นและให้ความสำคัญเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจของเรา โดยแนวคิดในการจัดแคมเปญการประกวด SHISEIDO BEAUTY OF ART CONTES เพื่อต้องการส่งเสริมความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเราได้นำเครื่องสำอางที่หมดอายุในเครือบริษัทชิเซโด้ กรุ๊ป อาทิ รองพื้น อายแชโดว์ อายไลเนอร์ มาสคาร่า บลัชออน และลิปสติก มาให้น้องๆ นักศึกษาได้แสดงความสามารถทางด้านงานศิลปะ เพื่อส่งผลงานเข้าประกวดชิงทุนการศึกษาจากทางบริษัทฯ

อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ และปลูกฝังแนวคิดในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์แก่เยาวชนในเรื่องนี้ด้วย โดย
ปีนี้เรายังคงร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งได้รับการตอบรับจากน้องๆ นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดอย่างล้มหลาม โดยทุกๆ ผลงานที่ส่งเข้าประกวดได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคนิคการใช้เครื่องสำอางร่วมกับสีสันในการสร้างงานศิลปะอย่างสวยงาม”

รางวัลที่ 2 ผลงานชื่อ Xybox

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดงานประกาศรางวัลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนี้ ผู้ชนะแคมเปญ “SHISEIDO BEAUTY OF ART 2024 CONTEST” รางวัลที่ 1 ทุนการศึกษา 30,000 บาท ได้แก่ นายอดิวิศว์ จากสถาน นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ชื่อผลงาน Do It,รางวัลที่ 2 ทุนการศึกษา 20,000 บาท ได้แก่ นายธีรดนย์ อาสาคติ นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 3 ชื่อผลงาน Xybox, รางวัลที่ 3ทุนการศึกษา 10,000 บาท จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ นางสาวศรุดา ประทีปเมฆินทร์ นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ชื่อผลงานSave the world และนายอินทนนท์ อินชนะศิริ นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ชื่อผลงาน Death of Life และรางวัลชมเชยอีกจำนวน 11 รางวัล

บริษัท ชิเซโด้ (ไทยแลนด์) จำกัด ยังคงมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความสุข ความสวย และสร้างรอยยิ้มให้กับสังคม เพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนผ่านผลิตภัณฑ์ความงามของชิเซโด้ กรุ๊ป ภายใต้พันธกิจ BEAUTY INNOVATIONS FOR A BETTER WORLD นวัตกรรมความงามเพื่อโลกที่ดีขึ้นของทุกคน

รางวัลที่ 3 ผลงานชื่อ Save the world

รางวัลที่ 3 ผลงานชื่อ Save the world

รางวัลที่ 3 ผลงานชื่อ Death of Life

รางวัลที่ 3 ผลงานชื่อ Death of Life

คาร์เทียร์ เผยการเดินทางครั้งพิเศษของเครื่องประดับชั้นสูงมายังภูเก็ต ประเทศไทย

https://www.naewna.com/lady/842647

คาร์เทียร์ เผยการเดินทางครั้งพิเศษของเครื่องประดับชั้นสูงมายังภูเก็ต ประเทศไทย

คาร์เทียร์ เผยการเดินทางครั้งพิเศษของเครื่องประดับชั้นสูงมายังภูเก็ต ประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คาร์เทียร์ เชิญแขกคนสำคัญร่วมเดินทางสู่ไข่มุกแห่งทะเลอันดามัน ที่ธรรมชาติยังคงอุดมสมบูรณ์และรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรม ด้วยแรงบันดาลใจจากการเดินทางของสามพี่น้องตระกูลคาร์เทียร์ เพื่อส่งมอบครีเอชั่นอันวิจิตรไปทั่วทุกมุมโลก และในขณะเดียวกันผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมอันแตกต่างของแต่ละท้องที่เข้าสู่กระบวนการดีไซน์ คาร์เทียร์นำเสนองานไฮจิวเวลรีที่รวมเอาชิ้นงานเครื่องประดับชั้นสูงกว่า 200 ชิ้น ซึ่งสะท้อนความชำนาญของช่างฝีมือเอกลักษณ์ของเมซง ท่ามกลางฉากความงดงามท้องถิ่นของภูเก็ต ประเทศไทย

นิทรรศการครั้งนี้ จัดขึ้นภายในไพรเวทเรสซิเดนซ์ริมผาที่โอบล้อมด้วยทิวทัศน์ของทะเลอันดามันรอบด้าน 180 องศา พื้นที่จัดแสดงชิ้นงานแบ่งออกเป็น 4 บท (4 ห้อง) นำเสนอไฮจิวเวลรีผ่านศิลปะท้องถิ่น วัสดุ และงานหัตถศิลป์ เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของพื้นที่จัดงาน ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการทำเหมืองแร่ในศตวรรษที่ 19 ชิ้นงานเครื่องประดับชั้นสูง ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณและเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์อย่างเด่นชัดผ่านการเลือกใช้แสง (light), การเคลื่อนไหว(movement), สีสัน (colours), และรูปทรง (shapes)ที่หลากหลาย จุดประกายให้เกิดความสนใจใคร่รู้และความตื่นตาตื่นใจไปกับคอลเลคชั่น

นอกจากนี้ คาร์เทียร์ยังได้เนรมิตวิลล่านาคา ให้เป็นพื้นที่ไพรเวทไดนิ่ง ต้อนรับแขกคนสำคัญ ฮาร์ท อีแวนเจลิสต้า (Heart Evangelista)เซเลบริตี้ชื่อดังชาวฟิลิปปินส์ และ พีพี กฤษฏ์นักแสดงแถวหน้าชาวไทย ประเดิมค่ำคืนด้วยการแสดงโนราห์ การแสดงรำสุดคลาสสิกของภาคใต้ที่ได้รับการตีความใหม่ให้ร่วมสมัย โดย พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ต่อด้วยการเดินแบบเครื่องประดับชั้นสูงที่เป็นไฮไลท์ของการจัดแสดงครั้งนี้ เรียกได้ว่าสะกดทุกสายตาของผู้ร่วมงาน

ผลงานชิ้นสำคัญในโชว์เคสเครื่องประดับไฮจิวเวลรี อาทิ Miroitement (สร้อยคอและแหวน) สร้อยคอสุดวิจิตรเส้นนี้ โดดเด่นด้วยเพชรสีน้ำเงินหายาก ขนาด 2.07 กะรัต เจียระไนทรงข้าวหลามตัดล้อมด้วยเพชรบริสุทธิ์ D IF ที่บรรจงคัด ดุจเงาสะท้อนล้อกันในกระจก นอกจากการจัดองค์ประกอบที่เพิ่มการเล่นกับแสงแล้ว ยังขับเน้นความเด่นยิ่งขึ้นด้วยจี้เพชรทรงหยดน้ำขนาด 8.45 กะรัต

แหวนวงงามเข้าชุดกับสร้อยคอ ได้แรงบันดาลใจมาจากเงาสะท้อนอันซับซ้อนในห้องกระจก(Hall of Mirrors) การจับคู่รูปทรงคลาสสิกกับดีไซน์ สมัยใหม่ สร้างเสน่ห์เหนือกาลเวลาให้กับผลงานชิ้นนี้ หัวแหวนรูปหกเหลี่ยมประดับเพชรแฟนซีสีน้ำเงินที่หายาก เจียระไนทรงหยดน้ำ ขนาด 1.18 กะรัต ทอประกายวาววามดุจหัวใจของรูปหกเหลี่ยม ประดับด้วยเพชรหลากรูปทรง

Grattacielo (สร้อยคอและต่างหู) เพชรและมรกตในดีไซน์เรขาคณิตเปี่ยมพลัง ชวนให้นึกถึงงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสะดุดตา หัวใจของดีไซน์ คือมรกตเม็ดงามจากโคลอมเบียขนาด2.67 กะรัต เจียระไนทรงเหลี่ยมขั้นบันได (step-cut) ล้อกับจี้เพชรน้ำงาม D IF Type IIa ขนาด
18.88 กะรัต ความบริสุทธิ์ ซึ่งพบได้เพียง 1%ของเพชรทั้งหมดในโลก อัญมณีแต่ละเม็ด ไม่ว่าจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทรงบาแก็ตต์-มรกต ทรงเหลี่ยมขั้นบันได หรือทรงบริลเลียนท์ ล้วนถูกจัดวางอย่างลงตัวบนโครงสร้างที่โดดเด่นด้วยเส้นสายสะอาดตา บ่งบอกความเป็นคาร์เทียร์

นอกจากนี้ สร้อยคอ Grattacielo ยังสามารถดัดแปลงให้สวมใส่ได้หลายแบบ ตามการรังสรรค์จิวเวลรีที่แปลงโฉมได้ของเมซง โดยตัวสร้อยสามารถแยกสวมเป็น 2 เส้น ส่วนจี้ก็สามารถถอดไปประดับบนแหวนที่ออกแบบมาให้เข้าชุดกัน แปลงสภาพจากจี้เป็นหัวแหวนเม็ดกลางได้ทันที ดีไซน์ของต่างหูที่เรียงตัวในแนวดิ่งเป็นลวดลายในโทนสีเขียวสดสลับกับสีขาวพราวประกาย นำสายตาให้เพ่งพิศชมความงามตลอดทั้งชิ้น

Tichodroma (นาฬิกาซ่อนหน้าปัดและแหวน) ดีไซน์ของกำไลโดดเด่นด้วยรูเบลไลท์เจียระไนทรงเบี้ย(ทรงคาโบชง) 3 เม็ด โดยเม็ดใหญ่สุดนั้นเมื่อเปิดขึ้นจะเห็นหน้าปัดนาฬิกาที่อยู่ข้างใต้ โครงสร้างของกำไลช่วยขับเน้นรูปทรงกลมมนของพลอย และสะท้อนแรงบันดาลใจจากองค์ประกอบในธีมธรรมชาติ เช่น งานฉลุเป็นลวดลายเรขาคณิต ชวนให้นึกถึงปีกนกที่สยายออกอย่างอ่อนช้อย

แหวนที่ออกแบบให้เข้าชุดกัน ฝังรูเบลไลท์ทรงคาโบชงเม็ดงามขนาด 10.06 กะรัต ดีไซน์รูปปีกนกของแหวนดูมีมิติสมจริงด้วยการคัดเลือกโทนสีของอัญมณีอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการแต่งแต้มด้วยคาลเซโดนีเพื่อสร้างความรู้สึกนุ่มละมุนดุจขนนก หรือออนิกซ์รูปทรงเรขาคณิตสีดำขลับที่มาเพิ่มความลึกและมิติให้กับชิ้นงาน

NORSE X bit.studio มากกว่านิทรรศการงานดีไซน์ ผ่านรูปแบบ Interactive Art Experiment สุดลํ้า

https://www.naewna.com/lady/842617

NORSE X bit.studio มากกว่านิทรรศการงานดีไซน์  ผ่านรูปแบบ Interactive Art Experiment สุดลํ้า

NORSE X bit.studio มากกว่านิทรรศการงานดีไซน์ ผ่านรูปแบบ Interactive Art Experiment สุดลํ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เกียรติยศ พานิชปรีชา และ วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์

ตั้งแต่ปี 2015 NORSE Republics ผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ชั้นนำจากแถบสแกนดิเนเวีย นำโดย วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Norse Republics ได้คัดสรรสินค้างานดีไซน์สไตล์นอร์ดิกเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์คนไทย ด้วยคอนเซ็ปต์ “design defines you” เพราะเชื่อว่างานดีไซน์ช่วยสะท้อนคาแร็กเตอร์ของแต่ละบุคคล โดยการผสมผสานระหว่างสไตล์คลาสสิกและทันสมัย พร้อมเปิดสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ภายใต้บริบทของพื้นที่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับการอยู่อาศัย

เพื่อสร้างความแตกต่างและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับทุกคนที NORSE Republics ได้จัดงานเปิดตัว “NORSE X” สเปซสร้างสรรค์แรงบันดาลใจแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะพาผู้รักการออกแบบมาพบกับการจัดแสดงผลงานออกแบบโดยเน้นที่ความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือ ผ่านการสำรวจและทดลองกับแนวคิดใหม่ บริเวณ The Storeys Square ชั้น G, One Bangkok โดยประเดิมด้วยโปรเจกท์คอลแลปแบบอินเตอร์แอ๊กทีฟ “IMPRINT ON” ร่วมกับ เกียรติยศ พานิชปรีชา ผู้บริหารแห่ง bit.studio บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีอินเตอร์แอ๊กทีฟชั้นนำในวงการเทคโนโลยีดิจิทัลของเมืองไทยในการทำนิทรรศการในครั้งนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน โดยดึงการออกแบบและเทคโนโลยีมาเป็นแรงบันดาลใจ ท่ามกลางบรรยากาศการออกแบบที่สะท้อนคาแร็กเตอร์อันโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยงานดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่นจากทั่วโลก

เป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์, นิว-นภัสสร สุวรรณานนท์,จงกล พลาฤทธิ์, วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์

มากกว่านิทรรศการงานดีไซน์ แต่ NORSE X bit.studio เป็นประสบการณ์แบบอินเตอร์แอ๊กทีฟที่จะพาผู้คนมารวมตัวสร้างช่วงเวลาที่พิเศษและสนุกสนานผ่านนิทรรศการศิลปะสุดล้ำในรูปแบบ Interactive Art Experiment ที่ผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน สู่ผลงานศิลปะที่จะพาทุกคนสำรวจตัวเอง ผ่านสิ่งมีชีวิตขนฟูที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยีการเคลื่อนไหวแบบเฉพาะ ประกอบกับการถ่ายรูปคู่เก้าอี้ตัวโปรดที่คุณชอบ ทำให้ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมกับผลงานได้อย่างอิสระ ซึ่งระหว่างนี้ผู้เข้าชมจะเปิดเผยตัวตนด้านหนึ่งโดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นลายพิมพ์รหัสมอร์สสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณ และสร้างเอกลักษณ์ของแต่ละคนให้เข้ากับการออกแบบเก้าอี้ที่โดดเด่นนำเสนอภาพรวมว่าการตัดสินใจของเราสะท้อนถึงตัวตนได้อย่างไร และสะท้อนถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างเอกลักษณ์บุคคลและการออกแบบได้เช่นกัน

ในงานมีเหล่าเซเลบริตี้เข้าร่วมสัมผัสนิทรรศการศิลปะสุดล้ำ ในรูปแบบ Interactive Art Experiment อาทิ พิชญา ส่งสกุลชัย, วีรวรรธน์ ชินพิลาศ, เป๊ก- เปรมณัช สุวรรณานนท์, นิว-นภัสสร สุวรรณานนท์, ปรีดากร เมธเกรียงชัย, รวิ อิทธิระวิวงศ์, ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล, กรณ์วิภา โชติกเสถียร, กร ทองทั่ว,กันตภณ เมธีกุล, คงศิลป์ ล้อเลิศรัตนะ, ธนวลัย วัชรพล เป็นต้น

นิทรรศการ NORSE X bit.studio นิทรรศการศิลปะสุดล้ำในรูปแบบ Interactive Art Experiment จัดทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ รอบละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที้ 1 ธันวาคม 2567 ณ NORSE X,The Storeys Square ชั้น G, One Bangkok สามารถสำรองที่นั่งผ่านทาง www.ticketmelon.com/norse-republics/imprinton

คงศิลป์ ล้อเลิศรัตนะ

คงศิลป์ ล้อเลิศรัตนะ

กรณ์วิภา โชติกเสถียร

กรณ์วิภา โชติกเสถียร

กรุงเทพมหานคร จับมือจังหวัดฟุกุโอกะ จัดงาน ‘Fukuoka Fair’ ฉลอง 18 ปีความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง ชวนชม ชิม ชิล ตลอดงาน

https://www.naewna.com/lady/842634

กรุงเทพมหานคร จับมือจังหวัดฟุกุโอกะ จัดงาน ‘Fukuoka Fair’  ฉลอง 18 ปีความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง ชวนชม ชิม ชิล ตลอดงาน

กรุงเทพมหานคร จับมือจังหวัดฟุกุโอกะ จัดงาน ‘Fukuoka Fair’ ฉลอง 18 ปีความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง ชวนชม ชิม ชิล ตลอดงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และ ฮัตโตริ เซอิทาโร่ ผู้ว่าฯฟุกุโอกะ

กรุงเทพมหานคร และ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันจัดงาน “Fukuoka Fair” เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องที่ยาวนานกว่า 18 ปี ระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดฟุกุโอกะ ระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2567 ณ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เวลา 10.00-20.00 น. โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดฟุกุโอกะ นายฮัตโตริ เซอิทาโร่และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น.

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “กรุงเทพมหานครและจังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันในฐานะเมืองพี่เมืองน้องยาวนานกว่า 18 ปีนับตั้งแต่การลงนามในข้อตกลงฉันมิตรในปี 2549 การจัดงานครั้งนี้เป็นการเฉลิมฉลองมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสองเมืองพี่เมืองน้อง และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างจังหวัดฟุกุโอกะกับกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านอาหาร ดนตรี และความบันเทิงที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบญี่ปุ่น พร้อมสร้างความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยังเสริมสร้างโอกาสการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไปในอนาคต”

งานศิลปะ ของจังหวัดฟุกุโอกะ

นายฮัตโตริ เซอิทาโร่ ผู้ว่าราชการจังหวัดฟุกุโอกะ กล่าวว่า ภายในงาน “Fukuoka Fair” พบกับบรรยากาศที่ยกความเป็นฟุกุโอกะมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่หาชมได้ยาก เช่น การแสดงนินจาและการวาดภาพด้วยพู่กันแบบดั้งเดิมนอกจากนี้ ยังมีอาหารและของฝากยอดนิยมจากฟุกุโอกะมาให้ได้ชิมและเลือกซื้อตั้งแต่ราเมงซุปกระดูกหมูจากร้าน Kouchan Ramen ไปจนถึงขนมหวานจาก Nanao Confectionery รวมถึงกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เช่น การแต่งตัวเป็นนินจา การทดลองดื่มชายาเมะ และการร่วมสนุกกับการปาชูริเคน พร้อมชมนิทรรศการที่จำลองบรรยากาศซากุระบานให้ทุกคนได้ประทับใจ”

“Fukuoka Fair” ฟุกุโอกะมาเยือน ท้าลมหนาวไปกับกิจกรรมสุดสนุก ชม ชิม ชิล ท่ามกลางดอกซากุระใจกลางกรุง สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นและบรรยากาศสุดฟินจากจังหวัดฟุกุโอกะที่ยกขบวนมาสร้างความประทับใจถึงกรุงเทพฯ! เตรียมพบกับกิจกรรมหลากหลายที่อัดแน่นความสนุก ความอร่อย และความผ่อนคลายแบบครบครันในงาน “Fukuoka Fair” ตั้งแต่วันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00-20.00 น ณ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

ชายาเมะ ของจังหวัดฟุกุโอกะ

ชมสนุก-สัมผัสศิลปะและความบันเทิงแบบญี่ปุ่น สนุกเต็มอิ่มไปกับการแสดงที่หาชมยาก ทั้งการแสดงวาดพู่กันสุดอลังการและโชว์นินจาที่น่าตื่นเต้น พร้อมดนตรีสดเพลงฮิตหลากหลายแนวมาให้เพลิดเพลินแบบเต็มอิ่ม และอย่าลืมเช็คอินถ่ายรูปที่จุดถ่ายภาพสุดเก๋และร่วมเล่นเกมพร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษกลับบ้าน!

ชิมอร่อย – อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับหลากรส ฟินกับอาหารญี่ปุ่นสูตรแท้ที่ยกมาทั้งราเมงซุปกระดูกหมูเข้มข้นจาก Kouchan Ramen, อุด้งร้อนๆ จาก KAMAKIRIUDON และขนมยอดฮิตจาก Nanao Confectionery อาทิ เวเฟอร์แซนด์สอดไส้ครีม พาพิโลโรลวาฟเฟิลสไตล์ฝรั่งเศส UMENOHANA ที่ส่งตรงผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองคุณภาพ รวบรวมเมนูอร่อยให้ทุกคนได้ชิมจนฟิน!

ชิลฟิลกู๊ด – เพลินไปกับบรรยากาศสบายๆ ช้อปของฝากพิเศษจากฟุกุโอกะและผ่อนคลายที่โซน Hakata Coffee พร้อมลิ้มรสขนมปังฝรั่งเศสเมนไทโกะ พาสต้าไข่ปลาเมนไทโกะ หรือฮากาตะนิกิริเทน สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบใกล้ชิดด้วยการถ่ายรูปในชุดกิโมโนแบบคุรุเมะคาสุริหรือชุดนินจา และมาลองปาชูริเคนเพื่อค้นหาความเป็นนินจาในตัวคุณ! ยังมีโซนส่งเสริมการส่งออกฟุกุโอกะที่แนะนำสินค้าทางการเกษตรและประมง พร้อมชวนคุณทดลองดื่มชายาเมะรสชาติสุดพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศสุนทรีย์ใจกลางกรุง

สาระเน้นๆ – นิทรรศการความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง พบกับนิทรรศการที่บอกเล่าความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกว่า 18 ปี ระหว่างกรุงเทพมหานครและฟุกุโอกะ เผยให้เห็นถึงความใกล้ชิดของสองเมืองที่มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นตลอดมา

วิ้ง วิ้ง แว้บ แว้บ ปาร์ตี้ ฉลอง 97 ปี จรรย์สมร วัธนเวคิน

https://www.naewna.com/lady/842640

วิ้ง วิ้ง แว้บ แว้บ ปาร์ตี้ ฉลอง 97 ปี จรรย์สมร วัธนเวคิน

วิ้ง วิ้ง แว้บ แว้บ ปาร์ตี้ ฉลอง 97 ปี จรรย์สมร วัธนเวคิน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จรรย์สมร วัธนเวคิน ตัดเค้กในธีมอวกาศฉลองอายุ 97 ปี

ถือฤกษ์เบิกชัยในโอกาสเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงเวลาดีๆ คณะลูกหลานของ จรรย์สมร วัธนเวคิน จัดงาน “Thank You Party 2024” ภายใต้คอนเซ็ปต์สนุกสนาน“วิ้ง วิ้ง แว้บ แว้บ ยกกำลัง 3 รีเทิร์น เบิร์ธเดย์เซอร์ไพรส์” เพื่อฉลองวันเกิดอายุครบ 97 ปีให้แก่คุณแม่คนเก่ง หลังจากเว้นว่างมาหลายปีพร้อมใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณกัลยาณมิตรและคณะผู้ทำงานจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาคธุรกิจและภาคสังคมที่ได้ทำงานร่วมกันมายาวนานตลอดหลายปี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอุ่นไอแห่งรักของผู้เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศเกือบ 500 คน ณ ห้องแกรนด์
บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567

คุณแม่จรรย์สมร พร้อมหน้าลูกๆ และเขย-สะใภ้ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล-สนั่น อังอุบลกุล, สุพล-พัชนี วัธนเวคิน, สุขกาญจน์-สุวรรณี วัธนเวคิน, ฐิตินันท์ วัธนเวคิน, พนิดา-พงศ์เทพ เทพกาญจนา, วรรณสมร-ธีร์ วรรณเมธี และ ยุพเนตร วัธนเวคิน

ภายในงานอบอุ่นไปด้วยความรักและมิตรภาพ เหล่าสมาชิกในครอบครัว นำโดยคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประเดิมเปิดเวทีด้วยการขับร้องบทเพลง ลูกทุ่งชุดใหญ่ “ขอบคุณแฟนเพลง” พร้อมทีมแดนเซอร์จากสมาชิกวัยก้าวหน้าขององค์กรสมาชิกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพทั่วประเทศ แบบจัดเต็มละลานตา และกลับมาอีกครั้งปิดท้ายด้วยโชว์ด้วยบทเพลง “เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป” การแสดงชุด“ยังมีฝัน” นำทีมโดย ฐิตินันท์ วัธนเวคิน, พนิดา เทพกาญจนา, วรรณสมร วรรณเมธี พร้อมนักแสดงประกอบกว่า 30 คน ซึ่งบทเพลงนี้มีเนื้อหามาจากเส้นทางชีวิตของคุณแม่จรรย์สมรที่มุ่งมั่นศรัทธา รวมพลังทำความดีให้สังคม นอกจากนี้ยังมี การแสดงอุปรากรไทย-จีน ภาคภาษาไทย เรื่อง “เปาบุ้นจิ้น” ซึ่งริเริ่มโดย คุณพ่อเกียรติและคุณแม่จรรย์สมร วัธนเวคิน จัดถวายทอดพระเนตรเมื่อครั้งฉลองกรุง 200 ปี ในปี 2525 การแสดงชุดพิเศษจาก สธวท ทั่วประเทศ “ยกย่องหญิงเก่งในประวัติศาสตร์จีน ชุด 24 ยอดหญิงแห่งประวัติศาสตร์จีน” นำโดย มาลีรัตน์ปลื้มจิตรชม, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุนทรีย์แต่แน่นในเนื้อหาสาระให้แก่ทุกคนที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

อาม่าจรรย์สมร กับหลานๆ คณกร วัธนเวคิน,พิริยา เทพกาญจนา, ปิยะพร อังอุบลกุล, พรรณพร เทพกาญจนา, พรรณพัชร วัธนเวคิน, ธนนุช เทพกาญจนา และ ดร.การัณย์ อังอุบลกุล

ในการนี้เจ้าของวันเกิด จรรย์สมร วัธนเวคินได้ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน รวมถึงเคล็ดลับการเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพในวัย97 ปี ว่า “ทุกคนต่างมีความฝันและมีความหวังที่จะมุ่งมั่นให้ฝันนั้นเป็นจริง ดิฉันก็เช่นกัน ตั้งแต่ความฝันในสมัยเด็กที่ต้องการให้ครอบครัวมั่นคง สมบูรณ์ มีเกียรติยศชื่อเสียง มีความสำเร็จตามจังหวะชีวิต และเกิดผลที่ดีงามต่อสังคม กระทั่งในวัยใกล้ร้อยก็ยังหวังที่จะสานต่อความฝันที่ค้างอยู่ให้เป็นจริงมากที่สุด นอกจากสานต่อฝันที่ยังค้างให้สำเร็จแล้ว ยังมีความฝันในอนาคตที่จะเชิญชวนทุกท่านร่วมใจกันผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้ว่าสูงวัยแล้ว กำลังกายอาจถดถอย แต่พลังใจยังสู้ เป็นจุดเร่งให้ต้องบากบั่นต่อไป ก็ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมอุดมการณ์ไปด้วยกัน เพื่อเป็นผู้สูงวัยไม่ใช่ไม้ใกล้ฝั่งในฐานะของผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ถึงวันนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเมื่อมีคนแก่เยอะๆ แล้วประเทศเราจะด้อยพัฒนา เพราะผู้สูงอายุผ่านความผิดพลาดมาเยอะ ย่อมมีประสบการณ์เยอะ หากได้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเติมเต็ม เชื่อว่าก็จะมีศักยภาพไม่แพ้เด็กรุ่นใหม่ ดังนั้นผู้สูงวัยต้องรีบแสดงความสามารถในสิ่งที่ตัวเองถนัด เพื่อสังคมบ้านเมืองประเทศชาติต่อไป”

ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ และ อุไร-อนันตชัย คุณานันทกุล ร่วมอวยพรวันเกิด

สำหรับผู้มาร่วมงาน ทางเจ้าภาพได้จัดเตรียมหนังสือ “ของขวัญแห่งความ(ไม่)รู้” บทบันทึกจากชีวิต ความคิด และประสบการณ์ จรรย์สมร วัธนเวคิน ซึ่งจัดพิมพ์เป็นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ รวมถึง แผ่น 8 เซียน, ผลส้ม, สิ่วท้อ,ลูกกวาด และน้ำตาลทราย ล้วนเป็นสิ่งมงคลมามอบให้ผู้ร่วมงานกลับบ้านเป็นที่ระลึกอีกด้วย

อนันตชัย-อุไร คุณานันทกุล, ดร.ทิพย์นารี อมาตยกุล, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ และ พญ.สุวณี รักธรรม

อนันตชัย-อุไร คุณานันทกุล, ดร.ทิพย์นารี อมาตยกุล, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ และ พญ.สุวณี รักธรรม

สุนทร ว่องกุศลกิจ, อิสระ-กันต์ฤทัย-กวิน ว่องกุศลกิจ ร่วมอวยพร

สุนทร ว่องกุศลกิจ, อิสระ-กันต์ฤทัย-กวิน ว่องกุศลกิจ ร่วมอวยพร

วัชรี ศรีตระกูล, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์, ดร.ฉวีวรรณ เกษตรสุนทร, เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ และ ม.ล.ปรียพรรณ
ศรีธวัช

วัชรี ศรีตระกูล, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์, ดร.ฉวีวรรณ เกษตรสุนทร, เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ และ ม.ล.ปรียพรรณ ศรีธวัช

สนั่น อังอุบลกุล พร้อมลูกชาย-ลูกสะใภ้ ดร.การัณย์
อังอุบลกุล-แพรวพิณญ์ อุดมปณิธ ต้อนรับ ผาณิต
พูนศิริวงศ์

สนั่น อังอุบลกุล พร้อมลูกชาย-ลูกสะใภ้ ดร.การัณย์ อังอุบลกุล-แพรวพิณญ์ อุดมปณิธ ต้อนรับ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, ลลิสา จงบารมี, สิริลักษณ์-ธีรเดช ไม้ไทย, อุษณีย์ วรวงศ์วสุ
และเพื่อนๆ

ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, ลลิสา จงบารมี, สิริลักษณ์-ธีรเดช ไม้ไทย, อุษณีย์ วรวงศ์วสุ และเพื่อนๆ

นภาสิริ ผาสุกวนิช,เบญจมาศ รุจิรวงศ์, วิภาสิริ มะกรสาร, จรรยา
เฮงตระกูล, ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์, อุไร คุณานันทกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์,
บัณพร เอี่ยมอมรพันธุ์ และ พวงทอง อานันทะสุวงศ์

นภาสิริ ผาสุกวนิช,เบญจมาศ รุจิรวงศ์, วิภาสิริ มะกรสาร, จรรยา เฮงตระกูล, ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์, อุไร คุณานันทกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, บัณพร เอี่ยมอมรพันธุ์ และ พวงทอง อานันทะสุวงศ์

การแสดงอุปรากรไทย-จีน ภาคภาษาไทย เรื่อง เปาบุ้นจิ้น

การแสดงอุปรากรไทย-จีน ภาคภาษาไทย เรื่อง เปาบุ้นจิ้น

สมาชิก สธวท ร้องเพลงให้กับเจ้าของวันเกิด

สมาชิก สธวท ร้องเพลงให้กับเจ้าของวันเกิด

ลูกๆ ร้องเพลงเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณแม่อย่างอบอุ่น

ลูกๆ ร้องเพลงเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณแม่อย่างอบอุ่น

ลูกสาวคนโต คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน
อังอุบลกุล จัดโชว์ชุดใหญ่ไฟกะพริบอวยพรมอบให้คุณแม่

ลูกสาวคนโต คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล จัดโชว์ชุดใหญ่ไฟกะพริบอวยพรมอบให้คุณแม่

เจ้าของวันเกิดพร้อมครอบครัวร่วมถ่ายภาพกับแขกที่มาร่วมงาน

เจ้าของวันเกิดพร้อมครอบครัวร่วมถ่ายภาพกับแขกที่มาร่วมงาน

มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี พร้อมด้วยสมาชิก
สธวท ร่วมแสดงชุด 24 ยอดหญิงแห่งประวัติศาสตร์จีน พร้อมร่วม
สมทบทุนจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเกิด
จรรย์สมร วัธนเวคิน

มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี พร้อมด้วยสมาชิก สธวท ร่วมแสดงชุด 24 ยอดหญิงแห่งประวัติศาสตร์จีน พร้อมร่วม สมทบทุนจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเกิด จรรย์สมร วัธนเวคิน

สุริยน ศรีอรทัยกุล มาอวยพรวันเกิด จรรย์สมร วัธนเวคิน โดยมี คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล และ พนิดา เทพกาญจนา ร่วมต้อนรับ

สุริยน ศรีอรทัยกุล มาอวยพรวันเกิด จรรย์สมร วัธนเวคิน โดยมี คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล และ พนิดา เทพกาญจนา ร่วมต้อนรับ

ลดาวัลย์ จงวิศาล และ สุรวัฒน์ ชมพูพงษ์

ลดาวัลย์ จงวิศาล และ สุรวัฒน์ ชมพูพงษ์

าณิต พูนศิริวงศ์ และ ดารณี วัธนเวคิน-กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม

าณิต พูนศิริวงศ์ และ ดารณี วัธนเวคิน-กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม

อุไร คุณานันทกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์
และ สมพิศ เลิศสุมิตรกุล

อุไร คุณานันทกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ และ สมพิศ เลิศสุมิตรกุล

ณรงค์ จุนเจือศุภฤกษ์, อรวรรณ คงเทศ, ดร.ฉวีวรรณ เกษตรสุนทร, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ลาวัลย์ กันชาติ

ณรงค์ จุนเจือศุภฤกษ์, อรวรรณ คงเทศ, ดร.ฉวีวรรณ เกษตรสุนทร, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ลาวัลย์ กันชาติ

อมเรศ-ภัทรา-พรวิช-ปนิษฐา ศิลาอ่อน

อมเรศ-ภัทรา-พรวิช-ปนิษฐา ศิลาอ่อน

คุณหญิงโรส-รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, พญ.สุวณี รักธรรม และ สุพินดา โชคชัยนิรันดร์

คุณหญิงโรส-รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง, พญ.สุวณี รักธรรม และ สุพินดา โชคชัยนิรันดร์

วรรณสมร วรรณเมธี ต้อนรับ พญ.เจรียง
จันทรกมล และ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร

วรรณสมร วรรณเมธี ต้อนรับ พญ.เจรียง จันทรกมล และ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/842643

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 92 พรรษาวันที่ 12 สิงหาคม 2567 และครบ 63 ปี มูลนิธิฯ โดย ผาณิต พูนศิริวงศ์ประธานมูลนิธิฯ อุไร คุณานันทกุลรองประธานฯ พร้อมคณะกก. อาทิ ดวงใจ ตั้งสง่า, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง, รักษา แสงภู่, เพ็ญศรี สุขเจริญผล วันศุกร์22 พ.ย. 10.00 น. ห้องประชุมบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง..

●● แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค (สสป.) รุ่นที่ 1 เชิญ ศ.ดร.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร พูดเรื่อง “ความก้าวหน้าของมณีแดง ฝันที่กำลังเป็นจริง” 23 พ.ย.13.00 น. ห้องประชุมสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่..

●●ปีนี้ พัชรพิมล ยังประภากร ได้รับงานจากธนาคารกรุงเทพให้ผลิตสินค้าให้ลูกค้าระดับพรีเมียมโดยเป็นซองใส่โฉนดที่ดินและไอแพดเป็นหนังลูกวัวอย่างดี..

●●อำพน-กษมน กิตติอำพน อยู่ระหว่างทริปญี่ปุ่นกับกลุ่มเพื่อนสนิท..

●● วงศ์ทิพย์ ชุ่มภาณี ปวดสะบักขวาจนยกแขนไม่ขึ้นและมีอาการไข้หวัดแทรกซ้อน..ลูกๆ เลยส่งแอดมิทที่โรงพยาบาล..

●● เบญจวรรณ กัมปนาทแสนยากร เดินทางไปเยี่ยมหลานที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ..พอกลับมาก็บินไปพักผ่อนต่อที่ญี่ปุ่น..ส่วน เต็มดวง จาตุรจินดา ก็กำลังอยู่ระหว่างท่องทริปยุโรป..

●● โรงพยาบาลราชวิถี มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี สมาคมศิษย์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีกรุงเทพ และชมรมพุทธศาสน์ รพ.ราชวิถี จัดเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ โดย สมเด็จพระพุฒาจารย์เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต 30 พ.ย.-1 ธ.ค. ห้องประชุมพิบูลสงคราม ชั้น 12 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ รพ.ราชวิถี เป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ กัณฑ์ละ 100,000 บาท หรือตามศรัทธา สมทบทุนก่อสร้างและจัดซื้ออุปกรณ์ครุภัณฑ์และครุภัณฑ์การแพทย์ อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รพ.ราชวิถี บริจาคได้ที่ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 051-3-018063 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถาม 02-3545130..●●

น้อง

เปิดตัวแว่นตา ‘ลาคอสท์’ คอลเลคชั่น Fall-Winter 2024 ครั้งแรกในไทย

https://www.naewna.com/lady/842632

เปิดตัวแว่นตา ‘ลาคอสท์’ คอลเลคชั่น Fall-Winter 2024 ครั้งแรกในไทย

เปิดตัวแว่นตา ‘ลาคอสท์’ คอลเลคชั่น Fall-Winter 2024 ครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อายลิ้งค์ วิชั่น จับมือ KT OPTIC เปิดคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Fall-Winter 2024” ของ Lacoste eyewear แบรนด์แฟชั่นกีฬาระดับพรีเมียมสัญชาติฝรั่งเศส ผสานความทันสมัยกับดีไซน์ที่เหนือระดับโดดเด่น ด้วยสไตล์คลาสสิกผสมผสานกับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว

นายประพันธ์ ผดุงเกียรติสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายแว่นตาชั้นนำระดับโลกกว่า 20 แบรนด์ รวมถึงแบรนด์ Lacoste (ลาคอสท์) กล่าวว่า Lacoste eyewear (ลาคอสท์ อายแวร์)แบรนด์แฟชั่นกีฬาระดับพรีเมียมสัญชาติฝรั่งเศส เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุด “Fall-Winter 2024” ในประเทศไทย โดยจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ KT OPTIC กว่า 160 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็นดีลเลอร์ของ Lacoste eyewear ทำให้สามารถนำเสนอสินค้าที่หลากหลายทั้งดีไซน์และสไตล์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมคัดสรรสินค้าครอบคลุมทั้งแว่นสายตาและแว่นกันแดดที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นสุดคลาสสิกหรือรุ่นที่มีดีไซน์สปอร์ตเพื่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวันอีกทั้ง KT Optic ยังมอบสิทธิพิเศษที่คุ้มค่าให้กับลูกค้าเมื่อซื้อแว่นตา Lacost ไม่ว่าจะเป็นบัตรกำนัล Starbucks และของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ Lacoste เอง

แว่นตา Lacoste พร้อมวางจําหน่ายแล้วที่ร้าน KT OPTIC และร้านแว่นตาชั้นนำทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 นี้เป็นต้นไป โดยมี นาย-ณภัทร เสียงสมบุญดารานักแสดงชื่อดังเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ Lacoste eyewear ประจำปี 2024 คนไทยคนแรกในประเทศไทย

คอลเลคชั่น “Fall-Winter 2024” นี้ถูกออกแบบมาสำหรับสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี ที่มีรสนิยมทันสมัยและมีความเป็นตัวเอง กรอบแว่นแสดงถึงความมีชีวิตชีวาและความประณีตตามแบบฉบับของแบรนด์ ผสมผสานกับวัสดุคุณภาพสูง การลงสีแบบมีเท็กซ์เจอร์ และรูปทรงที่ไร้กาลเวลา รวมไปถึงรายละเอียดที่ขาดไปไม่ได้เลยอย่างสัญลักษณ์จระเข้และลายริบบิ้นอันเป็นเอกลักษณ์

“Lacoste eyewear คอลเลคชั่น Fall-Winter 2024 คือการเผยความทันสมัยที่มาพร้อมกับคุณภาพและดีไซน์ที่ประณีต ซึ่งได้ทุ่มเทในทุกรายละเอียดเพื่อ สร้างสรรค์แว่นตาที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่รักการแต่งตัวและต้องการสไตล์ที่เป็นตัวเองมากขึ้น ดังนั้น นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ Lacoste eyewear ของเรา ถือว่าตอบโจทย์แบรนด์ที่สุดในการที่จะช่วยเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าแบรนด์ Lacoste รวมถึง คอลเลคชั่น Fall-winter 2024 นี้ เพราะนาย-ณภัทร มีภาพลักษณ์เป็นแอ๊กทีฟไลฟ์สไตล์ สปอร์ตไลฟ์สไตล์ และมีไลฟ์สไตล์ match (แมทช์) กับไลฟ์สไตล์ของแบรนด์ Lacoste ที่เป็นสปอร์ตไลฟ์สไตล์ ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มวัยได้มากขึ้น” นายประพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

สสส.สานพลังภาคี ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ดึงคนไทยสู่เวอร์ชั่นใหม่ ‘สังคมกระฉับกระเฉง’ ตั้งเป้าขยับกายเพิ่ม 85% ในปี 2573

https://www.naewna.com/lady/842628

สสส.สานพลังภาคี ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ดึงคนไทยสู่เวอร์ชั่นใหม่  ‘สังคมกระฉับกระเฉง’ ตั้งเป้าขยับกายเพิ่ม 85% ในปี 2573

สสส.สานพลังภาคี ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ดึงคนไทยสู่เวอร์ชั่นใหม่ ‘สังคมกระฉับกระเฉง’ ตั้งเป้าขยับกายเพิ่ม 85% ในปี 2573

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม

กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค)สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และภาคีเครือข่าย เปิดแถลงการณ์ “12 ปีการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อวิถีชีวิตสุขภาวะของคนไทย”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เปิดเผยว่า กลุ่มคนที่มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ที่น่าเป็นห่วงสุดคือเด็กและเยาวชน, ผู้สูงอายุ ดังนั้นการผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติจึงมีความสำคัญ และจำเป็นต้องลดช่องว่าง 2 มิติ คือ 1.มาตรการที่นำมาใช้ยังมีความเหลื่อมล้ำ 2.สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อย ผู้ว่างงานผู้ด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงพื้นที่สุขภาวะได้

ประยงค์ โพธิ์ศรีประเสริฐ, นิรมล ราศรี, รองศาตราจารย์ ดร.ปิยวัฒน์  เกตุวงศา

“ประเทศไทย มีประชากรในวัยทำงานประมาณ 30 กว่าล้านคน ที่ต้องใช้ชีวิต 8 ชั่วโมง อยู่ในสถานประกอบการ กลุ่มนี้มีความจำเป็นที่ต้องได้รับการผลักดันให้มากขึ้น ส่วนเด็กและเยาวชน เวลาส่วนใหญ่ถูกดึงไปอยู่กับหน้าจอ และติดเก้าอี้จากการนั่งเรียนอยู่กับที่ ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายลดลง โดยตลอดระยะเวลาของการทำงาน 12 ปี ร่วมกับภาคีพบระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของคนไทย ต่ำกว่า 70% แต่หลังจากผ่านพ้นสถานการณ์ แพร่ระบาดโควิด-19 ตัวเลขขยับขึ้นแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ สสส.ได้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2573 กิจกรรมทางกายที่เพียงพอของคนไทยควรอยู่ที่ 85%”

นางสาวนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สสส.) กล่าวเสริมว่า สสส.ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์การส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมทางกายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง เริ่มต้นด้วยยุทธศาสตร์ 2 เพิ่ม 1 ลด คือ เพิ่มให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายและเพิ่มพื้นที่สุขภาวะมากขึ้น เพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง

นพ.วันฉัตร ชินสุวาเทย์

“มีการออกแบบพื้นที่สุขภาวะให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม เช่น Healthy City เมืองน่าอยู่ เมืองสุขภาพดี, ลานสร้างสุขภาวะชุมชน, สวน 15 นาที สวนขนาดเล็กใกล้บ้าน, Healthy Organization องค์กรสุขภาพดี, Healthy+Active Meeting การประชุมสุขภาพดี และต้นแบบ “โรงเรียนฉลาดเล่น” นางสาวนิรมล กล่าวต่อว่า ผลจากการทำงาน 12 ปี การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทำให้คนไทยรับรู้และความเข้าใจ กิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นถึง 60% นั่นหมายถึงกลุ่มคนเหล่านั้นสามารถออกแบบกิจกรรม เพื่อความกระฉับกระเฉงที่หมาะสมกับตนเองได้

ด้าน นพ.วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยถึงข้อมูลที่พบของคน 5 กลุ่มวัยว่า เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ มีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ส่งผลให้เด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าร้อยละ 22.5, กลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 5-17 ปี เป็นกลุ่มที่มีปัญหาที่สุดเพราะพ่อแม่ผลักดันให้เรียนเป็นหลักทำให้ค่าเฉลี่ย 12 ปี ของการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอต่ำมากเพียงแค่ 23.1% ต่ำจากเป้าที่ตั้งไว้ 40%,วัยผู้ใหญ่18-59 ปี ภาพรวม อยู่ที่ 70% มีช่องว่างห่างจากกลุ่มเด็กมาก

“ในกลุ่มผู้ใหญ่พบความเหลื่อมล้ำ ในการมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะผู้มีรายได้ต่ำกว่า 3,500 บาท/เดือน เป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องทำมาหากิน ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่ามีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าวัยทำงานเล็กน้อยอยู่ที่ 64.8% ปัญหาของผู้สูงอายุถ้ากิจกรรมทางกายไม่เพียงพอจะทำให้กล้ามเนื้อบางลง มีผลกับการเดิน การหกล้ม อาการซึมเศร้าวิตกกังวลและภาวะสมองเสื่อม”

นายประยงค์ โพธิ์ศรีประเสริฐ จากสถาบันอาศรมศิลป์ กล่าวว่า เป้าหมายของพื้นที่สุขภาวะคือสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อส่งเสริมให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้คน และสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับชุมชน สิ่งสำคัญจะต้องตอบโจทย์กลุ่มคนที่ใช้งาน

“รูปแบบของพื้นที่สุขภาวะที่เกิดขึ้นและได้ผลดีคือ ย่านตลาดน้อย ทำให้คนจนกับคนรวยได้คุยกัน ตอบโจทย์ทั้งสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน ตอนนี้เรากำลังขับเคลื่อน We Park, Pocket Park ร่วมกับสสส. เพื่อให้ผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง สามารถออกมาเดินในพื้นที่ใกล้บ้านด้วยความสบายใจได้ จูงใจให้คนมาออกกำลังกาย เพราะพื้นที่สุขภาวะในชุมชนมีส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ”

ทั้งนี้ รองศาตราจารย์ ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล เผยว่า ผู้หญิงเคลื่อนไหวน้อยกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งต้องดูแลครอบครัว ทำให้ขาดกิจกรรมทางกายที่เพียงพอกว่า 16 ล้านคน ในขณะที่เด็กและเยาวชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอเพียง 20% เท่ากับ 4 ใน 5 คนมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง 14 ชั่วโมงต่อวัน เท่ากับการนั่งรถจากกรุงเทพฯไปยะลา ซึ่งถ้ายังนั่งแบบนี้ทุกวัน จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการตามวัยและสุขภาพในระยะยาว

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 พบความเหลื่อมล้ำของการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และตกงาน ซึ่งไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมได้ รวมถึงกลุ่มอาชีพใหม่ที่ต้องเฝ้าระวังคือ กลุ่มคนที่ขายของออนไลน์และไรเดอร์ ในระยะยาวอาจทำให้แนวโน้มของผู้ป่วยในกลุ่ม “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” NCDs เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในระบบบริการสุขภาพที่ตามด้วย”

“ทีแพคมีการวิเคราะห์เป้าหมายการเพิ่มกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ ร่วมกับนานาชาติกลุ่มประชากร 5.7 ล้านคนทั่วโลก พบข้อท้าทายใหม่
ประเทศเรารวมอยู่ในกลุ่มสีแดง ที่องค์การอนามัยโลกบอกว่าในช่วง 10 ขวบ ถ้าไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่แต่ละประเทศวางไว้ จะมีประชากรโลกอีก 500 ล้านคน เป็นผู้ป่วย NCDs รายใหม่ ฉะนั้นต้องเชื่อมโยงนโยบายไปสู่ระดับปฏิบัติให้ได้ด้วยการผสานกำลังกันทุกภาคส่วนของภาคีเครือข่าย” ดร.ปิยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

เตรียม “สุขภาพ” ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง “ไข้เหลือง” วัคซีนจำเป็นที่นักเดินทางต้องรู้ เพื่อความปลอดภัย

https://www.naewna.com/lady/842629

เตรียม “สุขภาพ” ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง “ไข้เหลือง” วัคซีนจำเป็นที่นักเดินทางต้องรู้ เพื่อความปลอดภัย

เตรียม “สุขภาพ” ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง “ไข้เหลือง” วัคซีนจำเป็นที่นักเดินทางต้องรู้ เพื่อความปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พญ.จิตรฟ้า หรูรุ่งโรจน์

ใกล้วันหยุดยาวแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนทริปสุดสนุก เพื่อพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งปี แต่แพทย์แนะนำว่าก่อนออกเดินทาง นักเดินทางยุคใหม่ต้องเตรียม“สุขภาพให้พร้อม” เพื่อให้การเดินทางไม่สะดุด ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมสุขภาพและการฉีดวัคซีน หนึ่งในวัคซีนที่จำเป็นอย่างมากคือ วัคซีนไข้เหลือง ปัจจุบันตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (WHO IHR) กำหนดให้นักเดินทางจำเป็นต้องได้รับวัคซีนไข้เหลืองก่อนการเดินทางไปยังประเทศที่มีไข้เหลืองระบาด ซึ่งอยู่ในประเทศแถบแอฟริกา และอเมริกาใต้ ผู้เดินทางต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทาง ไม่อย่างนั้นอาจไม่สามารถเดินทางได้

พญ.จิตรฟ้า หรูรุ่งโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน และเวชศาสตร์การเดินทาง โรงพยาบาลพระรามเก้า “ไข้เหลือง” หรือ Yellow Fever กล่าวว่า“ไข้เหลือง” เกิดจากเชื้อไวรัสฟลาวิไวรัส (Flavivirus) ที่พบการระบาดในเขตร้อนแถบแอฟริกาและอเมริกาใต้ โดยมียุงลายเป็นพาหะในการแพร่เชื้อ มีระยะฟักตัวของโรค 4-10 วันเฉลี่ย 6 วัน อาการได้แก่ มีไข้ ปวดเมื่อยตัว อาเจียน ระยะต่อมามีเลือดออกผิดปกติ ตับวาย ตัวเหลืองตาเหลือง 20%ของผู้ติดเชื้อจะมีอาการรุนแรง และ 50% ของผู้ที่มีอาการรุนแรงจะเสียชีวิต

แม้ยังไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับไข้เหลืองในปัจจุบัน แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนไข้เหลือง (Yellow Fever Vaccine) ซึ่งวัคซีนเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ลง โดยทั่วไปมีความปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อย เช่น ไข้ต่ำๆ หรือปวดเมื่อยที่จุดฉีด อาการเหล่านี้จะหายไปภายในไม่กี่วัน แต่เนื่องจากวัคซีนเป็นวัคซีนเชื้อเป็น ดังนั้นในคนบางกลุ่มอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ คืออาการของโรคไข้เหลืองเสมือนการติดเชื้อไข้เหลืองจริง หรือผลข้างเคียงทางระบบประสาทที่รุนแรง เช่น ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี เด็กทารกอายุต่ำกว่า 9 เดือน ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อ HIV กินยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่เป็นเนื้องอกต่อมไทมัสผู้ที่ผ่าตัดต่อมไทมัส เป็นต้น รวมถึงผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ เนื่องจากวัคซีนมีส่วนผสมของไข่ ดังนั้น ก่อนวางแผนการเดินทางไปประเทศที่มีโรคไข้เหลือง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสามารถฉีดวัคซีนได้หรือไม่ และหากมีข้อห้ามในการฉีดวัคซีนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศที่มีโรคไข้เหลือง

สำหรับ วัคซีนไข้เหลือง เป็นวัคซีนเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ลง ฉีดเข้าชั้นไขมันหรือชั้นกล้ามเนื้อ 1 เข็มฉีด 1 ครั้ง ครอบคลุมได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องฉีดกระตุ้น ซึ่งตามกฎเดิมต้องฉีด 1 เข็ม ทุก 10 ปี แต่บางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดกระตุ้นหากได้รับวัคซีนมาเกิน 10 ปี เช่น เดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่ โดยการฉีดวัคซีนไข้เหลือง เมื่อฉีดแล้วก็จะได้หนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อเป็นหลักฐานยื่นให้กับตม. หนังสือรับรองจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 วันหลังฉีด ซึ่งต้องฉีดในสถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่ได้มีการขึ้นทะเบียนกับกรมควบคุมโรคให้มีอำนาจในการออกหนังสือรับรองเท่านั้น

คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะมาฉีดวัคซีนไข้เหลือง

– โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์วัคซีนเพื่อทำนัดล่วงหน้าในการจัดเตรียมวัคซีน และ คัดกรองเบื้องต้นว่ามีข้อห้ามในการฉีดวัคซีนไข้เหลืองหรือไม่

– ต้องมาฉีดวัคซีนอย่างน้อย 10 วันก่อนวันเดินทาง และต้องเว้นระยะจากการฉีดวัคซีนเชื้อเป็นอย่างน้อย 28 วัน ก่อนมาฉีดวัคซีนไข้เหลือง

– นำ passport หรือ สำเนา passport มาด้วย เนื่องจากต้องใช้ในการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีน

– หลังฉีดวัคซีนให้สังเกตอาการในรพ.อย่างน้อย30 นาที

ทั้งนี้ พญ.จิตรฟ้า ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนักเดินทางที่ไปยังประเทศในแอฟริกาและอเมริกาใต้ เช่น บราซิล โคลอมเบียหรือไนจีเรีย หากไม่มีหลักฐานการฉีดวัคซีน อาจถูกปฏิเสธการเข้าเมืองหรือถูกกักตัว ดังนั้น การเตรียมสุขภาพให้พร้อมก่อนเดินทางจะช่วยให้คุณไม่พลาดประสบการณ์ดีๆ และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ Website: http://www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital