‘บทเพลงมหัศจรรย์: Magical Melodies’โดย ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์ คอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติองค์ราชัน ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

https://www.naewna.com/lady/842614

‘บทเพลงมหัศจรรย์: Magical Melodies’โดย ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์  คอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติองค์ราชัน ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

‘บทเพลงมหัศจรรย์: Magical Melodies’โดย ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์ คอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติองค์ราชัน ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์

“บทเพลงมหัศจรรย์” คอนเสิร์ตพิเศษโดย ฮัคกี้ไอเคิลมานน์ และศิลปินรับเชิญ เพื่อเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในด้านศิลปกรรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ 9) พร้อมทั้งเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย จะจัดขึ้น ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่งดงาม บนสันทรายชายฝั่งริมทะเล และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้น และในวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2567 เวลา 16.00 น. ณ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี คอนเสิร์ตนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานฟังดนตรีเถิดชื่นใจงานฤดูหนาว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน 2567ในวาระ 100 ปี โดยมีงานแสดงดนตรีทุกวันเสาร์ ตลอดเดือนธันวาคม

คอนเสิร์ตนี้จะนำเสนอบทเพลงไทยที่มีชื่อเสียงที่เรียบเรียงสำหรับกีตาร์ รวมถึงการแสดงรอบปฐมทัศน์ของบทเพลง “มัทนะพาธา” บรรเลงด้วยกีตาร์ เครื่องเคาะจังหวะ และการอ่านฉันท์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบทละครพูดคำฉันท์เรื่อง “มัทนะพาธา” บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จุดเด่นของคอนเสิร์ตนี้คือการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อันทรงคุณค่าโดย ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์

ฮักกี้ ไอเคิลมานน์ เจ้าของฉายา “ราชากีตาร์แห่งเยอรมนี” จะขึ้นเวทีบรรเลงบทเพลงไทยและเพลงร่วมสมัยในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา รวมถึงเพลงยอดนิยม “เทคโนเต้ย” ที่เขาแต่งและเรียบเรียง ตั้งแต่การบันทึกเสียงอันโด่งดังอัลบั้ม “คืนหนึ่ง” ในปีพ.ศ. 2524 เขากลายเป็นที่จดจำในฐานะสัญลักษณ์ของกีตาร์คลาสสิกในประเทศไทยเขาเป็นศิลปินต่างชาติคนแรกที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาจัดเรียบเรียง บันทึกเสียง และแสดงสด

ฮัคกี้ ถือเป็นผู้บุกเบิกวงการกีตาร์ในประเทศไทยเขาได้รับเกียรติให้แสดงในงานสำคัญหลายครั้งต่อหน้าพระพักตร์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากความสามารถในการตีความบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 แล้วเขายังเป็นที่ชื่นชมในด้านการนำบทเพลงพื้นบ้านเอเชียและไทยมาผสมผสานแนวทางดนตรีสมัยใหม่กับท่วงทำนองที่อมตะได้อย่างลงตัว ในคอนเสิร์ตนี้เขาจะมอบประสบการณ์ให้ผู้ชมได้สัมผัสมรดกทางดนตรีไทยผ่านลีลาการเล่นกีตาร์ของเขา

ศิลปินรับเชิญ ได้แก่ ภัทราวดี มีชูธน(ครูเล็ก) ศิลปินแห่งชาติประจำปีพ.ศ. 2557 สาขาศิลปะการแสดง; อานันท์ นาคคง เจ้าของรางวัลศิลปาธรประจำปีพ.ศ. 2562 ในด้านผลงานดนตรีสร้างสรรค์ และรองศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สอนวรรณคดีไทยโบราณ วรรณคดีพุทธศาสนา การแต่งและการอ่านคำประพันธ์

“บทเพลงมหัศจรรย์” ไม่เพียงแต่เป็นการเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในด้านศิลปกรรมของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ แต่ยังเป็นการระดมทุนสำหรับการบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เพื่อให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าสำหรับคนรุ่นต่อไป การจัดงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

คอนเสิร์ตเปิดให้เข้าชมฟรี โดยบริจาคค่าบำรุงสถานที่ 90 บาท สำหรับผู้ใหญ่ 60 บาท และ 30 บาท สำหรับนักศึกษาและนักเรียน และบริจาคตามจิตศรัทธาสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีหรือนักเรียนชั้นประถม และผู้สูงวัยเกิน 60 ปี นักบวช ผู้พิการ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถจองที่นั่งได้จนกว่าที่นั่งจะเต็ม สามารถติดต่อสอบถามโทร. 081-4041401

อะแมส มี ชวนรู้จักน้อง ‘มาชี่’ มาสคอตตัวแรกแบรนด์แฟชั่นสายมู ‘คาปาลิกโก้’

https://www.naewna.com/lady/842638

อะแมส มี ชวนรู้จักน้อง ‘มาชี่’  มาสคอตตัวแรกแบรนด์แฟชั่นสายมู ‘คาปาลิกโก้’

อะแมส มี ชวนรู้จักน้อง ‘มาชี่’ มาสคอตตัวแรกแบรนด์แฟชั่นสายมู ‘คาปาลิกโก้’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คาปาลิกโก้ (Kapalikko) แบรนด์สินค้าแฟนชั่นสายมู จากบริษัทอะแมส มี (Amass me) เปิดตัวมาสคอตแบรนด์ ชวนทำความรู้จัก Lucky Monster น้องมาชี่ (Marshy) ที่มาพร้อมรอยยิ้มอันสดใส พร้อมจะเป็นเพื่อนและแจกความโชคดีให้กับทุกๆ คนในทุกๆ ราศี ด้วยสัญลักษณ์ คาปาลิกโก้(Kapalikko) มหายันต์นำโชค ภายใต้คอนเซ็ปต์ A good day begins with Kapalikkoกันได้แล้วที่อะแมส มี ทุกสาขา

นางสาวยุฤดี ธนะกิตติภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะแมส มี จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันสินค้าแฟชั่นจาก คาปาลิกโก้(Kapalikko) เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกระแสแฟชั่นสายมูที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และเติบโตอย่างก้าวกระโดด อีกทั้งปัจจุบันยังมีการประยุกต์ความเชื่อเข้ากับธุรกิจต่างๆ ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้คนในสังคมอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ โดยสินค้า คาปาลิกโก้ (Kapalikko) มีความหลากหลาย เช่น กระเป๋า หมวก พวงกุญแจหอมมงคล และ Griptok ติดโทรศัพท์สำหรับสายมู ซึ่งแต่ละชิ้นถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงความสวยงามความหมาย และความโชคดีผ่านสัญลักษณ์ยันต์ คาปาลิกโก้ (Kapalikko) ใส่แนวคิด ทัศนคติ ความเชื่อ อารมณ์ ความเป็นอิสระ เพื่อให้ผู้ใช้งานและผู้สวมใส่รู้สึกสนุกกับการมิกซ์ แอนด์ แมทช์ สไตล์ในแต่ละวัน

ยุฤดี ธนะกิตติภูมิ

“จากความนิยมและกระแสที่มีมากขึ้น คาปาลิกโก้ (Kapalikko) จึงเปิดตัวมาสคอตของแบรนด์ โดยให้ชื่อว่า “มาชี่ (Marshy)” ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังงานบวกและโชคลาภ มาช่วยเสริมสร้างการจดจำและสร้างความน่าสนใจให้กับสินค้ามากขึ้น ผ่านการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจและเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องการเสริมพลัง ความโชคดี และความเป็นสิริมงคล ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน ที่ต้องการแสดงออกถึงตัวตนและสไตล์ผ่านแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์และผสมผสานความเชื่อในชีวิตประจำวัน ดั่งคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ที่ว่า A good day begins with Kapalikko”

มาสคอตชื่อน้อง มาชี่ (Marshy) มาจากคำว่า Mars คือดาวอังคาร ผสานผสมกับคำว่า Lucky ที่แปลว่าโชคดี รวมกันเป็นชื่อมาชี่ มีลักษณะโดดเด่นทางกายภาพ คือมีผิวสีชมพูอ่อน คล้ายสีของทะเลทรายบนดาวอังคาร ดวงตาโตเป็นประกาย เปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานบวกและความกระตือรือร้น และจะสวมเครื่องประดับเล็กๆ ของคาปาลิกโก้ (Kapalikko) ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานโชคดี เครื่องประดับนี้จะเปล่งแสงระยิบระยับ ทำให้เป็นเอกลักษณ์จดจำได้ไม่ยาก

คาแร็กเตอร์และบุคลิกภาพของน้องมาชี่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นคาปาลิกโก้(Kapalikko) คือ มีนิสัยเป็นมิตร อ่อนโยนจิตใจดี มีความซื่อสัตย์ และเข้ากับคนง่าย เต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ และมักจะแสดงกิริยาท่าทางออกมาแทนคำพูดเพื่อคอยสร้างกำลังใจให้กับทุกคน นอกจากนี้ มาชี่ยังมีนิสัยมีความอยากรู้อยากเห็นสูง และชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆบนโลกมนุษย์ จะชื่นชอบวัฒนธรรม อาหาร และประเพณีต่างๆ ของมนุษย์ และมักจะแสดงความประหลาดใจ และความตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ ที่ได้พบเจอเสมอ แม้จะดูไร้เดียงสา แต่มาชี่มีความฉลาดหลักแหลม และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจที่คอยให้กำลังใจ และนำพาความโชคดีมาสู่ทุกคน

“คาปาลิกโก้ (Kapalikko) มั่นใจว่ามาชี่จะสามารถสร้างความสนใจและให้ความรักกับผู้คนที่มาพบได้อย่างแน่นอน ผ่านเอกลักษณ์ความเป็น Lucky Monster ที่มีเอกลักษณ์ แปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้ไม่ยาก โดยเฉพาะจากเรื่องการทำนายทายทักจักรราศีดวงดาวที่มีผลต่อชีวิตประจำวัน ส่งเสริมในแง่ของการกระทำที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างกำลังใจ พร้อมมอบความโชคดีให้กับผู้คน ซึ่งน้องมาชี่ Lucky Monster กำลังรอพบกับทุกคนอยู่ที่ป๊อปอัพสโตร์ใหม่ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ ชั้น G จนถึง 30 พฤศจิกายน นี้”

พบกับสินค้า คาปาลิกโก้ (Kapalikko) และความน่ารักของมาชี่ ได้ที่: หน้าร้าน เซ็นทรัล เวิลด์ ชั้น 1, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ชั้น G, ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น 1, เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ ชั้น 1 และสยาม ดิสคัฟเวอรี่ ป๊อปอัพ ชั้น G และติดตามความเคลื่อนไหวของ Marshy และ Kapalikko ได้ที่: Line: @kapalikko, FB: Kapalikko, TikTok: kapalikko, IG: kapalikko.official, Shopee: KAPALIKKO, Lazada: KAPALIKKO-THAILAND

Reunion ราชินีบูรณะ ม.ศ.รุ่นสุดท้าย รุ่นพี่ รุ่นน้อง ตบเท้าร่วมงานคึกคัก

https://www.naewna.com/lady/842621

Reunion ราชินีบูรณะ ม.ศ.รุ่นสุดท้าย รุ่นพี่ รุ่นน้อง ตบเท้าร่วมงานคึกคัก

Reunion ราชินีบูรณะ ม.ศ.รุ่นสุดท้าย รุ่นพี่ รุ่นน้อง ตบเท้าร่วมงานคึกคัก

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.33 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ แม่เหน่ง-อรศรี ฮอนโนลด์ พร้อมด้วย หม่อมหลวง (ม.ล.)ดาว- ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา จัดงาน Reunion ศิษย์เก่าโรงเรียนราชินีบูรณะ จังหวัดนครปฐม ภายใต้แนวคิด “ก้าวอย่างทระนง มั่นคง ดั่งศิษย์ราชินีบูรณะ” เพื่อให้บรรดาศิษย์เก่าโรงเรียนราชินีบูรณะ ที่เป็น ม.ศ.รุ่นสุดท้าย ทั้งรุ่นพี่ และรุ่นน้อง รวมกันมากกว่า 150 คน ได้มาพบปะ สังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน ณ ร้านกุ้งภูเขาไฟ นครปฐม

ทั้งนี้ ภายในงาน ยังได้จัดกิจกรรม น้อมรำลึกถึงพระคุณของคุณครู ผู้ที่เคยสอนสั่งศิษย์ทุกคนด้วยความรัก ด้วยการจัดพิธีไหว้ครู ด้วยการนำพานธูปเทียน และพานดอกไม้ มากราบไหว้คุณครูทุกท่าน เป็นอีกภาพความประทับใจของงานในครั้งนี้  นอกจากนี้ ทางคณะศิษย์เก่า ม.ศ.รุ่นสุดท้าย และ ม.ศ.5 รุ่น 2517 โดย อรศรี ฮอนโนลด์ และ ม.ล.ดาว- ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ได้พร้อมใจกันมอบทุนการศึกษาให้กับ น้อง ๆ  นักเรียน โรงเรียนราชินีบูรณะ สำหรับใช้เป็นทุนการศึกษาต่อไปด้วย

-(016)

โลกชื่นชมระบบสุขภาพไทย เสนอประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุขภาพช่องปากโลกครั้งแรก 26 พ.ย.นี้

https://www.naewna.com/lady/842618

โลกชื่นชมระบบสุขภาพไทย เสนอประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุขภาพช่องปากโลกครั้งแรก 26 พ.ย.นี้

โลกชื่นชมระบบสุขภาพไทย เสนอประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุขภาพช่องปากโลกครั้งแรก 26 พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.31 น.

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมอนามัย ร่วมกับ ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย องค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือการจัดประชุมสุขภาพช่องปากโลก วันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร  

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะสุขภาพช่องปาก ที่มีความสัมพันธ์ต่อความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน ประเทศไทยถือเป็นผู้นำด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และเป็นประเทศต้นแบบด้านสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะนโยบายการบูรณาการการดูแลสุขภาพช่องปากกับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และบริการสุขภาพในระดับปฐมภูมิ เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพช่องปากที่จำเป็น และสนับสนุนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี ส่งผลให้นานาชาติมีความเชื่อมั่น และให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมสุขภาพช่องปากโลก ครั้งแรก ในวันที่ 26-29 พฤศจิกายนนี้
“รัฐบาลไทย โดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้ง ภาคีเครือข่ายทั้ง 6 องค์กร จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนด้านสุขภาพช่องปากและด้านหลักประกันสุขภาพจาก 194 ประเทศทั่วโลก รวมถึงผู้แทนองค์กรที่เกี่ยวข้อง การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายวิชาชีพด้านสุขภาพช่องปาก เพื่อให้การประชุมครั้งนี้เกิดผลสำเร็จสูงสุด ในการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน ทั่วถึง และเท่าเทียม และเป็นเวทีให้ผู้รับผิดชอบงานด้านสุขภาพช่องปากและหลักประกันสุขภาพ รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากแต่ละประเทศ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมเสนอนโยบาย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพช่องปากให้ทั่วถึงและเท่าเทียม บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพช่องปากโลก พ.ศ. 2566-2573” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคในช่องปากเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบได้มากที่สุด โดยส่งผลต่อประชากรเกือบ 3.5 พันล้านคนทั่วโลกหรือร้อยละ 45 ของประชากรโลก ซึ่งสูงกว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนยากจน กลุ่มเปราะบาง และผู้ด้อยโอกาส แสดงให้เห็นว่าประชาชนในหลายประเทศยังไม่สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากที่จำเป็นได้  สำหรับในประเทศไทย ข้อมูลจากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติครั้งที่ 9 พ.ศ. 2566 พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของประชาชนประสบปัญหาโรคฟันผุและโรคปริทันต์ และประชาชนไทยมีฟันถาวรใช้งานเฉลี่ยเพียง 19.6 ซี่ต่อคน ในขณะที่ข้อมูลจากฐานข้อมูลสุขภาพชี้ให้เห็นว่ามีการเข้าถึงบริการทางทันตกรรมเพียง 15 ล้านคนเท่านั้น แม้ว่าโรคในช่องปากจะพบได้มาก แต่โรคในช่องปากส่วนใหญ่เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ จึงเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขอย่างเร่งด่วนทั้งในระดับโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย 

-(016)

‘Glamping Festival 2024’ คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ของเมืองหัวหิน ยกทัพศิลปินจัดเต็ม เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวพักผ่อนรูปแบบใหม่สไตล์แคมป์ปิ้ง

https://www.naewna.com/lady/842612

'Glamping Festival 2024' คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ของเมืองหัวหิน ยกทัพศิลปินจัดเต็ม เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวพักผ่อนรูปแบบใหม่สไตล์แคมป์ปิ้ง

‘Glamping Festival 2024’ คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ของเมืองหัวหิน ยกทัพศิลปินจัดเต็ม เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวพักผ่อนรูปแบบใหม่สไตล์แคมป์ปิ้ง

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.26 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับเทศกาลดนตรี “Glamping Festival 2024” คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ของเมืองหัวหิน ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาพักผ่อนในช่วงวันหยุด สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเฟสติวัลรูปแบบใหม่ในสไตล์แคมป์ปิ้งท่ามกลางสนามหญ้าเขียวชะอุ่มบนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร โดย กลุ่มบริษัท พราว ผู้นำด้านไลฟ์สไตล์เดสทิเนชั่น แห่งเมืองหัวหิน ได้ร่วมมือกับ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด (ประเทศไทย) จํากัด ได้ร่วมกันจัดขึ้นที่ อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีเกิดคาดด้วยตัวเลขผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน

ภายในงานได้รวบรวมเอากิจกรรมความบันเทิงทุกรูปแบบไว้ในงานเดียว เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของไทย อาทิ สล็อต แมชชีน, ซีซัน ไฟฟ์, เดอะทอยส์, โลโมโซนิก, โจอี้ บอย, ซีเรียส เบคอน, แสตมป์, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, ส้ม มารี, BAMM, MEAN, ซาร่าห์ ซาโรลา, เฟิร์ส อนุวัตน์ รวมถึงทอล์กโชว์จากแก๊งค์โคตรคูล โอ๊ต, ป๊อบ, อาร์ต และแก๊งค์โต้วาเทย ฝน, นินิว, โย, ปูเป้ ที่มาร่วมสร้างสีสัน เสียงหัวเราะ และความสนุกสนาน ท่ามกลางอากาศในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว 

นอกจากนี้ในงานยังมีร้านอาหารจานเด็ดจากเมืองหัวหิน และร้านเครื่องดื่ม รวมกว่า 30 ร้าน พร้อมโซนกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายที่ให้เหล่าผู้มาเยือนได้สนุกสนานกันอย่างเต็มรูปแบบ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานและรอยยิ้มจากผู้ร่วมงาน และความอบอุ่นจากการได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันภายในครอบครัว และกลุ่มเพื่อน สำหรับใครที่พลาดเทศกาลดนตรีในครั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการจัดงานในครั้งต่อไปได้ที่ Facebook Glamping Festival Hua Hin

-(016)

บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา คว้ารางวัล CAC Change Agent Award 2024 สะท้อนองค์กรธรรมมาภิบาล ร่วมสร้างแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่น

https://www.naewna.com/lady/842609

บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา คว้ารางวัล CAC Change Agent Award 2024 สะท้อนองค์กรธรรมมาภิบาล ร่วมสร้างแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่น

บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา คว้ารางวัล CAC Change Agent Award 2024 สะท้อนองค์กรธรรมมาภิบาล ร่วมสร้างแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่น

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.23 น.

ทัศน์ชัย พัฒนโกศัย ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายบริหารความเสี่ยง กฎหมาย และความยั่งยืน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัล “CAC Change Agent Award 2024” จาก ดร.กุลภัทรา สิโรดม ประธานกรรมการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ในงาน CAC Certification Ceremony 2/2024 ภายใต้หัวข้อ “Navigating ESG: The Power of Integrity” จากการเป็นแบบอย่างองค์กรที่ดีในการดำเนินธุรกิจโปร่งใสตลอด ห่วงโซ่อุปทาน โดยได้ชักชวนคู่ค้าให้มาเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thail Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแนวทางในการดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างมีธรรมาภิบาลก้าวสู Sustainable Supply Chain

CENTEL ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และไม่ยอมรับการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ (Zero Tolerance)

CENTEL แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดย

⦁ ได้ลงนามประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ตั้งแต่     วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

⦁ ได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิก CAC เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

⦁ ได้มีการรับรองต่ออายุการเป็นสมาชิก CAC ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562

⦁ ได้มีการรับรองต่ออายุการเป็นสมาชิก CAC ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2022 

โดยใบรับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่มีมติให้การรับรอง 

ทั้งนี้ การรับรองเป็นสมาชิกดังกล่าวเป็นการตอกย้ำและแสดงถึงบริษัทและกลุ่มบริษัทมีการดำเนินงานที่ยึดหลักธรรมมาภิบาล จรรยาบรรณ และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการดังกล่าวอย่างแท้จริง คณะกรรมการบริษัทจึงได้ประกาศ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสินบน เพื่อให้ผู้บริหาร พนักงานทั่งทั้งองค์กร และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด 

-(016)

‘แจ๊บส์’ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ‘รับน้องขึ้นดอย’เพื่อร่วมฉลองครบรอบ60ปีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

https://www.naewna.com/lady/842608

'แจ๊บส์'ร่วมสนับสนุนกิจกรรม 'รับน้องขึ้นดอย'เพื่อร่วมฉลองครบรอบ60ปีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

‘แจ๊บส์’ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ‘รับน้องขึ้นดอย’เพื่อร่วมฉลองครบรอบ60ปีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.22 น.

“แจ๊บส์” ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “รับน้องขึ้นดอย”โดยนำพลังชาว มช. เดินเท้ากว่า 12กิโลเมตรจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ในธีม“เฉลิมขวัญ ฉลองศรัทธา ๖๐วัสสา ชาวคชาขึ้นดอย” เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 60ปี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งมีนักศึกษาและผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากกว่า 20,000 คนนับว่าเป็นการรับน้องที่สร้างสรรค์ที่จัดสืบเนื่องต่อกันมาทุกปีทางแบรนด์แจ๊บส์ได้เล็งเห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญของกิจกรรมในครั้งนี้จึงได้ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนกิจกรรมโดยได้นำสินค้าขายดี ได้แก่Jabs Refreshing Cooling WipesJabs Watermelon Smoothie LotionUV Protection และ Jabs Bright Booster UV Protection Body Lotionซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกันแดดและช่วยคลายร้อนมาแจกให้กับน้อง ๆ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 16พฤศจิกายน 2567ที่ผ่านมาณอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่

เทศบาลตำบลกันทรารมย์ จับมือ ททท. จัดประเพณีลอยกระทง 2567 สุดยิ่งใหญ่ พร้อมกิจกรรมหลากหลาย มุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

https://www.naewna.com/lady/842604

เทศบาลตำบลกันทรารมย์ จับมือ ททท. จัดประเพณีลอยกระทง 2567 สุดยิ่งใหญ่ พร้อมกิจกรรมหลากหลาย มุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

เทศบาลตำบลกันทรารมย์ จับมือ ททท. จัดประเพณีลอยกระทง 2567 สุดยิ่งใหญ่ พร้อมกิจกรรมหลากหลาย มุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.19 น.

เทศบาลตำบลกันทรารมย์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 อย่างยิ่งใหญ่ ณ วัดประชารังสฤษฏิ์ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมมากมายเพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม พร้อมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งยกระดับ “ประเพณีลอยกระทง” ให้ก้าวสู่ระดับโลก และเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลฤดูหนาว “Thailand Winter Festival”  ซึ่งงานนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง

เทศบาลตำบลกันทรารมย์ โดย นายอภิชาติ ชาญประดิษฐ์ นายกเทศมนตรีตำบลกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 ณ วัดประชารังสฤษฏิ์ ซึ่งภายในงานจัดให้มีกิจกรรมประกวดนางนพมาศ  เพื่ออนุรักษ์ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปะวัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอกันทรารมย์ โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต2 มาเป็นประธานพิธีเปิดพร้อมด้วย นายสุรกิจ ศรีเกษม เลขานุการความมั่นคง และกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร, ดร.อำนวยพร มณีวรรณ์ เลขานุการกระจายอำนาจ การปกครองท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร, คณะผู้บริหารและบุคคลากรเทศบาลทุกภาคส่วน ไปจนถึงผู้บริหารสถานศึกษา, หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานได้แก่ ประกวดนางนพมาศและขวัญใจกันทรารมย์, ขบวนแห่กระทงสวยงามและขบวนฟ้อนรำที่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย ณ ศาลหลักเมืองกันทรารมย์, กิจกรรมถวายกระทงและถวายต้นเงิน ณ วัดประชารังสฤษฎิ์, การแสดงจากทีมรถแห่ดนตรีสด หมอลำซิ่งขนาดใหญ่ และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ บนเวที โดยการสืบสานประเพณีลอยกระทงในครั้งนี้ เทศบาลตำบลกันทรารมย์ ยังจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน โดยมีการจัดวางโชว์กระทงสวยเป็นจุด Landmark ให้ประชาชนได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสืบสานประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป

‘กัลเดอร์มา’เชิญคณะแพทย์ผู้ชำนาญการด้านความงามจากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยกระดับองค์ความรู้เทรนด์ความงามแห่งอนาคต

https://www.naewna.com/lady/842533

'กัลเดอร์มา'เชิญคณะแพทย์ผู้ชำนาญการด้านความงามจากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยกระดับองค์ความรู้เทรนด์ความงามแห่งอนาคต

‘กัลเดอร์มา’เชิญคณะแพทย์ผู้ชำนาญการด้านความงามจากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยกระดับองค์ความรู้เทรนด์ความงามแห่งอนาคต

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.51 น.

กัลเดอร์มา (Galderma) ผู้นำด้านนวัตกรรมดูแลผิวและความงามระดับโลก จัดงานประชุม Galderma Aesthetic Injector Network (GAIN) ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีหลายประเทศเป็นตลาดที่เติบโตสูงที่สุดของบริษัท งานครั้งนี้จัดขึ้นที่เมืองอินชอน สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ในวันที่ 26-27 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยถือเป็นงานระดับภูมิภาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา พร้อมมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้ผู้เข้าร่วมงานกว่า 650 คน ภายในงานมีการนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจตลอดสองวันเต็ม โดยเจาะลึก 6 เทรนด์สำคัญจากรายงาน “NEXT by Galderma” พร้อมวิเคราะห์ถึงอิทธิพลของเทรนด์เหล่านี้ต่ออนาคตของวงการความงาม1

ศาสตร์แห่งความงามกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในการดูแลความงามและสุขภาพของคนทั่วโลก และในทางกลับกันกระแสดังกล่าวก็เป็นพลังขับเคลื่อนหลักให้กับการเติบโตของวงการนี้ในช่วงที่ผ่านมา เป็นที่คาดการณ์ว่าตลาดธุรกิจความงามจะเติบโตขึ้นเกือบสองเท่าจนมีมูลค่า 25,9000 ล้านดอลลาร์ภายในปีพ.ศ. 25714 ในขณะเดียวกัน GAIN เป็นแพลตฟอร์มเพื่อการฝึกอบรมของกัลเดอร์มา ที่มีรากฐานมั่นคงมาอย่างยาวนาน โดยออกแบบขึ้นเพื่อให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และให้การสนับสนุนด้านต่างๆ ผ่านการสร้างสรรค์คอมมิวนิตีพิเศษของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพด้านความงามที่ผ่านการฝึกอบรมขั้นสูงและมีความเชี่ยวชาญทางคลินิกเป็นอย่างดี โดย GAIN ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้ประกอบวิชาชีพด้านความงาม เพื่อประโยชน์ของ       ผู้ประกอบวิชาชีพด้านความงามโดยเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นและเอื้ออำนวยต่อการแบ่งปันความรู้และการยกระดับประสบการณ์ด้านการดูแลรักษา ทั้งสำหรับลูกค้าและผู้ประกอบวิชาชีพด้านความงาม

ฮอน เคียง ชู ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของกัลเดอร์มา กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รวบรวมผู้ชำนาญการด้านความงาม GAIN จากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการที่แข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อันหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ของเรา งานนี้ถูกออกแบบโดยอ้างอิงจาก 6 เทรนด์สำคัญในรายงาน ‘NEXT by Galderma’ ที่คาดว่าจะขับเคลื่อนความต้องการและกำหนดอนาคตของวงการ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดทั้งด้านวิทยาศาสตร์และทักษะในวงการศัลยกรรมความงาม และผลักดันให้ทั้งวงการก้าวไปข้างหน้า”

ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความต้องการด้านผลิตภัณฑ์และบริการด้านความงามสูง2,3 และมีหลายประเทศในภูมิภาคนี้เป็นตลาดที่เติบโตรวดเร็วที่สุดของกัลเดอร์มา โดยยอดขายในภูมิภาคนี้ส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการอันแข็งแกร่งของบริษัทในทุกหมวดผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จขึ้นมากมายในปีนี้จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลักในด้านความงาม กลยุทธ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมียม และการเปิดพื้นที่การรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ผ่านช่องทางต่างๆ ทำให้กัลเดอร์มามีสถานะอันแข็งแกร่ง พร้อมรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั่วเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ตลาดการดูแลรักษาผิวพรรณยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมั่นคงจากอุปสงค์อันแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่สร้างสรรค์ขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์

ภก. พิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการธุรกิจความงามประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่เปิดโอกาสให้แพทย์ผู้ชำนาญการด้านความงามจากประเทศไทยและหลากหลายประเทศได้มาร่วมอัปเดตความรู้และแนวทางการทำหัตถการความงามที่ตอบเทรนด์และนวัตกรรมด้านความงามที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงส่งมอบประสบการณ์ความงามที่ตอบทุกเรื่องราวของผิวให้กับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ซึ่งกัลเดอร์มา (ประเทศไทย) ได้เชิญคณะแพทย์ด้านความงามและการปรับรูปหน้าจากประเทศไทยไปอัปเดตวิทยาการความงามภายในงานนี้รวมกว่า 100 ท่าน รวมถึงเชิญตัวแทนแพทย์จากไทยเป็นวิทยากรบรรยายความรู้แก่ผู้ร่วมงานจากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”

กิจกรรมต่างๆ ในงานครั้งนี้ถูกกำหนดขึ้นให้สอดคล้องกับ 6 เทรนด์ความงามทั่วโลกจากรายงาน “NEXT by Galderma” ซึ่งเป็นผลการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อคาดการณ์แนวโน้มต่างๆ โดยได้ศึกษาร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ1 จนสามารถระบุเทรนด์ต่างๆ ได้ดังต่อนี้

• Proactive Beauty ความสวยเชิงรุก: แนวโน้มการป้องกันความชราก่อนวัยที่เพิ่มมากขึ้น

• Mindful Aesthetics ความงามอย่างใส่ใจ: การให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด สอดคล้องกับค่านิยมของผู้ป่วย และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

• Fast Aesthetics ความงามตามกระแส: ความต้องการใช้ศัลยกรรมความงามเพื่อตามทันเทรนด์ล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

• Beauty Fandom แฟนดอมความสวย: สะท้อนความหลงใหลในไอคอนต่างๆ ตั้งแต่ไอคอนทางวัฒนธรรมไปจนถึงฟิลเตอร์ดิจิทัลและอนิเมะ ซึ่งทำให้เกิดความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

• Expressionality การแสดงออกถึงตัวตน: การเฉลิมฉลองพลังแห่งการสร้างและเสริมแต่งอัตลักษณ์ด้วยศัลยกรรมความงาม

• Canceling Age ความงามที่ปราศจากอายุ: การก้าวข้ามความคาดหวังว่าแต่ละวัยควร “มีหน้าตาอย่างไร”

นอกจากนี้ ยังจะมีการสำรวจศักยภาพของศัลยกรรมความงามในการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ประสบปัญหาน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวงการความงามในภูมิภาคนี้ในอนาคต งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้ชำนาญการที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในเอเชีย-แปซิฟิกและในระดับโลกเป็นผู้ร่วมดำเนินกิจกรรมถึง 10 ท่าน โดย นพ. ฤาชา รัศมีโชติ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการฉีดสารเติมเต็มปรับรูปหน้า หนึ่งใน GAIN Trainer จากประเทศไทยเป็นตัวแทนร่วมเป็นวิทยากรในครั้งนี้ ซึ่งการนำเสนอข้อมูล การไลฟ์สาธิต ตลอดจนการแบ่งปันประสบการณ์การดูแลรักษา และการอภิปรายโดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ จะฉายให้เห็นภาพที่ชัดเจนของกลยุทธ์วิทยาการด้านผิวหนังแบบบูรณาการ (Integrated Dermatology Strategy) ของกัลเดอร์มา ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งขับเคลื่อนความก้าวหน้าทั้งในแง่ของวิทยาการ การศึกษา และนวัตกรรมด้านผิวหนัง ในขณะเดียวกันยังเสริมสร้างคอมมิวนิตี GAIN ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนา “GAIN Talks” ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การย้อนวัยและจริยธรรมในธุรกิจความงาม ตลอดจนกิจกรรม “พบผู้ชำนาญการ” หรือ “Meet The Expert” ที่จัดขึ้นหลากหลายช่วงตลอดระยะเวลาสองวัน ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเป็นผู้นำในวงการผิวหนัง พร้อมช่วยเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้กับคอมมิวนิตี GAIN ซึ่งจะสร้างความโดดเด่นให้กับบริษัท ทั้งในฐานะผู้นำที่แท้จริงและในฐานะพันธมิตรอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรม

‘ยิหวา’ ร่ำไห้กอดลา ‘จ็อบ’ก่อนถูกตอกปั้นเหน่งสะกดวิญญาณปิดตำนาน ‘นางนาคพระโขนง’

https://www.naewna.com/entertain/842755

'ยิหวา' ร่ำไห้กอดลา 'จ็อบ'ก่อนถูกตอกปั้นเหน่งสะกดวิญญาณปิดตำนาน 'นางนาคพระโขนง'

‘ยิหวา’ ร่ำไห้กอดลา ‘จ็อบ’ก่อนถูกตอกปั้นเหน่งสะกดวิญญาณปิดตำนาน ‘นางนาคพระโขนง’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 13.27 น.

เดินทางมาถึงตอนอวสานแล้ว สำหรับละครเรื่อง “นางนาคพระโขนง” และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งฉากดราม่าบีบหัวใจของ 2 พระนาง “จ็อบ-ธัชพล” และ “ยิหวา-ปรียากานต์” กับฉากกอดลาครั้งสุดท้าย ก่อนที่ยิหวาจะขอตามสมเด็จโตไปบำเพ็ญกุศลเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อเอาไว้

อีกหนึ่งฉากไฮไลท์ของละครเรื่อง “นางนาคพระโขนง” วันนี้ที่ไม่ควรพลาด คือฉากการปรากฎตัวของสมเด็จโต วัดระฆัง ที่รับบทโดย องอาจ เจียมเจริญพรกุล กับตำนานการตอกกะโหลกหน้าผากผีนางนาคเพื่อสะกดวิญญาณ และการมาของสมเด็จโตวัดระฆัง ทำให้นางนาคยอมปล่อยวางความโกรธแค้นของตัวเองลง และขอติดตามสมเด็จโตไปบำเพ็ญกุศลเพื่อชดใช้กรรมที่ได้ก่อเอาไว้ ซึ่งก่อนจะไปนาคได้มีโอกาสกอดลามากผัวรักเป็นครั้งสุดท้าย เรียกว่าเป็นฉากใหญ่ส่งท้ายละครนางนาคพระโขนงเลยทีเดียว เพราะได้รวมนักแสดงเกือบทั้งเรื่องเอาไว้ในฉากนี้

โดยใช้เวลาถ่ายทำกันถึง 4 ชม. เพราะเป็นฉากใหญ่ เริ่มตั้งแต่ฉากสู้กันของแชมป์(หลวงสันต์) กับแก๊ป(สร้อย) เมื่อแชมป์ยอมสูบวิชาคุณไสยมนต์ดำเข้าตัวเองเพื่อช่วยเหลือทุกคน และทำให้ยิหวา(นาค) หลุดจากการถูกสะกด โผล่มาสั่งสอนแก๊ปจนปางตาย ทำเอาจ็อบ(มาก) รีบเข้ามาห้าม เพราะไม่อยากให้ยิหวาก่อกรรมไปมากกว่านี้ จนถึงฉากกอดลาครั้งสุดท้ายของ “จ็อบ – ยิหวา” ที่ทำเอาบีบหัวใจอย่างมาก เพราะทั้ง 2 คน เล่นรับส่งอารมณ์กันได้แบบน้ำหู น้ำตาแตกไม่หยุดกันเลยทีเดียว จนผู้กำกับสั่งคัทแล้วก็ยังน้ำตาไหลไม่หยุด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฉากเด็ดที่ 2 พระนางได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่บอกเลยว่าไม่ควรพลาด ตามมาให้กำลังใจไปกับความรักครั้งสุดท้ายของตำนานรักสุดอมตะของ นาค – มาก ได้ในละครเรื่อง “นางนาคพระโขนง” วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3 เสนอเป็นตอบจบ “ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus