ผู้ตรวจฯนำเสนอข้อมูล กรณีการดื้อยาต้านจุลชีพ

https://www.naewna.com/local/842653

ผู้ตรวจฯนำเสนอข้อมูล  กรณีการดื้อยาต้านจุลชีพ

ผู้ตรวจฯนำเสนอข้อมูล กรณีการดื้อยาต้านจุลชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นำเสนอ : นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพในภาคเกษตร โดยมี Dr.Jorge Marthin Almagro, Deputy Chief Veterinary Officer กระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหารและการชนบทแห่งสหราชอาณาจักร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดพิธีเปิดการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ โดยมี Dr.Jorge Marthin Almagro, Deputy Chief Veterinary Officer กระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหารและการชนบทแห่งสหราชอาณาจักร (DEFRA) และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ

สำหรับการดำเนินงานด้านการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance : AMR) ในภาคเกษตร ตามแนวทาง “สุขภาพหนึ่งเดียว
(One Health)” ของ DEFRA ในการแก้ปัญหาสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำสู่การมีสุขภาพที่ดีของทุกชีวิตบนโลกแบบองค์รวม ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับ“สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health)” และได้มีการดำเนินงานด้าน AMR เพื่อลดการใช้ยาต้านจุลชีพ โดยเฉพาะในภาคปศุสัตว์และประมงโดยประเทศไทย พร้อมที่จะมีความร่วมมือกับสหราชอาณาจักร ในประเด็นดังกล่าว

จัดงานวันเกษตรฯ ยึดศาสตร์พระราชา ทำเกษตรทันสมัย สู่การพัฒนายั่งยืน

https://www.naewna.com/local/842650

จัดงานวันเกษตรฯ  ยึดศาสตร์พระราชา  ทำเกษตรทันสมัย  สู่การพัฒนายั่งยืน

จัดงานวันเกษตรฯ ยึดศาสตร์พระราชา ทำเกษตรทันสมัย สู่การพัฒนายั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน–8 ธันวาคม 2567 ที่ไร่แม่เหียะ ศูนย์วิจัย บูรณาการ สาธิตและฝึกอบรมนวัตกรรมการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “สืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชา สู่เกษตรทันสมัยความมั่นคงทางอาหารและความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคล 6 รอบ พระชนมพรรษา และขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน”

สำหรับกิจกรรมภายในงานดังกล่าว แบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ 1.Agri knowledge and innovation ความรู้และนวัตกรรมด้านการเกษตร 2.Agri innovations for sustainable and king philosophy นวัตกรรมเกษตรสู่ความยั่งยืนและศาสตร์พระราชา 3.ชม ชิม ช้อป ใน Green and clean market 4.greenovation wonderland มหัศจรรย์พรรณพฤกษา 5.Food and agri innovations นวัตกรรมอาหารและการเกษตร 6.Happy farmland ดินแดนแห่งฟาร์มสุข และ 7.Amazingagro-tourism กิน บิน ฟิน มหัศจรรย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

คกก.สอบทุเรียนปนเปื้อนแคดเมียม

https://www.naewna.com/local/842651

คกก.สอบทุเรียนปนเปื้อนแคดเมียม

คกก.สอบทุเรียนปนเปื้อนแคดเมียม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการตรวจสอบการปนเปื้อนแคดเมียมในทุเรียนส่งออกของบริษัทผู้ส่งออกทุเรียนไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 2/2567 เพื่อติดตามกรณีการปนเปื้อนแคดเมียมในทุเรียน โดยมีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่าการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบสาเหตุและข้อเท็จจริงกรณีพบการปนเปื้อนแคดเมียมในทุเรียนสดตลอด
Supply Chain รวมถึงกำหนดแนวทางแก้ปัญหาและการป้องกัน โดยคณะกรรมการได้ตรวจสอบกระบวนการผลิตเพื่อส่งออก ตั้งแต่แปลงเกษตรกร โรงคัดบรรจุการตรวจสอบการปฏิบัติงานในการรับรองสุขอนามัยทุเรียนส่งออก รวมถึงตรวจสอบข้อมูลการลักลอบนำเข้าเพื่อสวมสิทธิ์

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการส่งออกทุเรียนไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน และกำหนดท่าทีในการหารือกับ GACC ให้เกิดความชัดเจน จึงกำหนดแนวทาง ดังนี้ 1.รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการปนเปื้อนในทุเรียนส่งออก กำหนดนโยบายยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร และแต่งตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อตรวจสอบอย่างจริงจัง 2.ยืนยันพื้นที่ปลูกทุเรียนของไทยปลอดภัยจากการปนเปื้อนไม่เกินค่ามาตรฐาน โดยมีข้อมูลวิทยาศาสตร์ และผลวิเคราะห์จากตัวอย่างดิน และน้ำ ไม่เกินค่ามาตรฐาน

3.ยืนยันข้อมูลตรวจสอบสารเคมีในโรงคัดบรรจุไม่เกินค่ามาตรฐาน และเสนอมาตรการยกระดับมาตรฐาน กำกับดูแลโรงคัดบรรจุส่งออก โดยแก้ประกาศที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลและยกระดับมาตรฐานโรงคัดบรรจุ และ 4.ชี้แจงสาเหตุการปนเปื้อนที่คาดว่าเกิดจากการสวมสิทธิ์ ซึ่งอาจเกิดจากความเสี่ยงในระหว่างการขนส่ง พร้อมเสนอมาตรการแก้ไข โดยการปรับรูปแบบซีลปิดตู้คอนเทนเนอร์รูปแบบใหม่ รวมถึงหารือเกี่ยวกับมาตรฐานของตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ขนส่งทางบก และมาตรการแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าทุเรียนสด

‘กุ้ง’อาหารทะเลยอดฮิต โปรตีนคุณภาพดี อร่อยด้วย ช่วยชาติได้

https://www.naewna.com/local/842648

‘กุ้ง’อาหารทะเลยอดฮิต โปรตีนคุณภาพดี อร่อยด้วย ช่วยชาติได้

‘กุ้ง’อาหารทะเลยอดฮิต โปรตีนคุณภาพดี อร่อยด้วย ช่วยชาติได้

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.48 น.

นักวิชาการ ชู “กุ้ง” สัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของไทย มีโปรตีนสูง ไขมันน้อย มีโอเมก้า-3 ใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู รสชาติอร่อย อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะกับเทศกาลท่องเที่ยวสังสรรค์

ผศ.ดร.จุฑา มุกดาสนิท ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลเฉลิมฉลอง มีกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวและงานรื่นเริงสังสรรค์จัดเลี้ยงหลากหลาย ทำให้มีการบริโภคในหลายรูปแบบและรับประทานอาหารกันคึกคัก หนึ่งในวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมนำมาทำเป็นเมนูในช่วงเทศกาลปาร์ตี้ หรือ ต้อนรับแขกคนสำคัญ คือ “กุ้ง” เพราะรับประทานง่าย รสชาติหวานอร่อย จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก ที่สำคัญประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ของโลก ทำให้กุ้งมีเพียงพอต่อความต้องการไม่ขาดแคลน

“กุ้ง” เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย อาทิ แคลเซียม (Calcium) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) แมกนีเซียม (Magnesium) และซีลีเนียม (Selenium) ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และมีกรดอะมิโนที่จำเป็น เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย มีไขมันน้อยกว่าสัตว์บก ไม่มีไขมันอิ่มตัว ส่วนหัวของกุ้งอุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดีในกลุ่มของโอเมก้า-3 ที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่างๆ ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม ตลอดจนลดการอักเสบของโรครูมาตอย

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตกุ้งรายใหญ่ของโลก อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งของไทยมีกุ้งสามชนิดเป็นหลัก ได้แก่ กุ้งกุลาดำ กุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งก้ามกราม โดยมีผลผลิตไม่ต่ำกว่าปีละ 200,000 ตัน สำหรับการบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนานและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ

กุ้งสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ต้ม อบ นึ่ง ปิ้งย่าง หากคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลักแนะนำให้ใช้วิธีต้มหรือนึ่ง แต่หากต้องการรสชาติที่อร่อยแนะเป็นวิธีการย่าง ส่วนผู้ที่ชื่นชอบรับประทานกุ้งแบบดิบ เช่น กุ้งแช่น้ำปลา กุ้งดองซีอิ้ว ควรเลือกร้านที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ เชื่อถือได้ จะช่วยให้รับประทานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

สำหรับวิธีการเลือกซื้อ กุ้งสด ให้เลือกที่หัวไม่เป็นสีดำและหัวติดแน่นกับลำตัว สีปกติตามธรรมชาติ เช่น กุ้งขาว เป็นสีขาวทั้งตัว และส่วนหัวบริเวณที่เป็นไขมันสีเหลืองไม่แตก อีกเคล็ดลับที่สำคัญให้ดูที่ด้านหลังของกุ้ง หากยังเห็นไส้สีดำทั้งเส้น แสดงว่ากุ้งมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงเพราะก่อนจับกุ้งยังกินอาหาร เนื้อจะแน่น รสชาติหวานอร่อย ส่วนกุ้งต้มสุก หรือ กุ้งแปรรูป ต้องมีสีส้มสวยตามธรรมชาติ เส้นสีดำตรงลำไส้กุ้งอยู่ครบ จะมีรสชาติดีและเนื้อแน่น เช่น เดียวกับกุ้งสด

การเก็บรักษากุ้งสดให้ใส่ภาชนะที่ป้องกันอากาศและนำเข้าช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ส่วนกุ้งสุกให้แกะส่วนหัวออก ใส่ในภาชนะที่ปิดสนิทไม่สัมผัสกับอากาศและหากเก็บไว้หลายวันให้เก็บในช่องแช่แข็ง

ทั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกสินค้าสัตว์น้ำรายใหญ่ของโลก ตระหนักดีถึง “การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน” จึงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่การผลิตอาหาร ให้ได้วัตถุดิบคุณภาพดี มีมาตรฐาน ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสนองตอบได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

– 006

ชาวนาเฮ! ‘กษ.’มีมติล่าสุดช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ เตรียมชง นบข. 25 พ.ย.นี้

https://www.naewna.com/local/842589

ชาวนาเฮ! 'กษ.'มีมติล่าสุดช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ เตรียมชง นบข. 25 พ.ย.นี้

ชาวนาเฮ! ‘กษ.’มีมติล่าสุดช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ เตรียมชง นบข. 25 พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.49 น.

ชาวนาเฮ! ก.เกษตรฯ มีมติล่าสุด ช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ วงเงิน 3.8 หมื่นล้านบาท มองหากปรับเหลือ 500 บาทต่อไร่ จะกระทบเกษตรกรรายย่อย เตรียมชง นบข. 25 พ.ย.นี้ พิจารณาเพิ่มกรอบวงเงิน

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ จากกรณีมติของที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ด้านการผลิตครั้งที่ 1/2567 มีความเห็นให้ปรับเปลี่ยนเป็นสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว อัตราช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงินรวมดอกเบี้ย 3.05% จำนวน 27,550.96 ล้านบาท เสนอ นบข.พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ตามที่มีรายงานไปวานนี้ (19 พ.ย) นั้น 

ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับข้อเรียกร้องจากเกษตรจำนวนมาก ให้พิจารณาถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเกษตรกรรายย่อยของไทยส่วนใหญ่มีที่ดินไม่เกิน 10 ไร่ เงินช่วยเหลืออาจจะไม่เพียงพอ ทำให้นำมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จึงได้ข้อสรุปว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ในวันจันทร์ที่ 25 พ.ย.นี้ คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ที่มี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเสนอการช่วยเหลือชาวนาในโครงการช่วยสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวเป็น 1,000 บาทต่อไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ 

โดย ข้อสรุปดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ พิจารณาถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นที่ตั้ง เพราะหากช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อไร่ ตามเดิม เกษตรกรรายย่อยที่มีที่นาเพียง 5 ไร่ ก็ยังจะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน แต่หากปรับมาเหลือ 500 บาทต่อไร่ จะได้รับการช่วยเหลือเพียง 2,500 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งคาดว่าจะไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือ

ทั้งนี้ การช่วยเหลือชาวนาในโครงการช่วยสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวเป็น 1,000 บาทต่อไร่ จะต้องใช้งบประมาณ 38,578 ล้านบาท มากกว่าเดิมที่มีกรอบวงเงินอยู่ 29,980.1645 ล้านบาท ซึ่งประเด็นนี้ จะต้องมีการขอความเห็นจาก นบข.อีกครั้งหนึ่ง

หอแว่นจัดงาน’The New Vision By Better Vision’ดึง ‘หนุ่ม กรรชัย’ชูมาตรฐานการดูแลสายตา

https://www.naewna.com/lady/842765

หอแว่นจัดงาน'The New Vision By Better Vision'ดึง 'หนุ่ม กรรชัย'ชูมาตรฐานการดูแลสายตา

หอแว่นจัดงาน’The New Vision By Better Vision’ดึง ‘หนุ่ม กรรชัย’ชูมาตรฐานการดูแลสายตา

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 13.58 น.

หอแว่น Better Vision จัดงาน “The New Vision By Better Vision” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของหอแว่น Better Vision ในด้านการวัดสายตา การตัด และประกอบแว่น โดยมี ผู้บริหาร และ พิธีกร ผู้ประกาศข่าวคนดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของหอแว่น Better Vision มาร่วมพูดคุยภายในงาน The New Vision By Better Vision ณ ชั้น 1 โซน A ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยมีผู้บริหารบริษัท วิชั่น เวนเจอร์ส จำกัด มาร่วมงาน อาทิ คุณปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ Chief Executive Officer, คุณวรธัช สิริพันธุ์ Chief Operating Officer, คุณสรัฐ เตกาญจนาวนิชChief Financial Officer, คุณอารยา หัตถสุวรรณ Chief Strategy Officer, คุณพิริยะ ตันตราธิวุฒิ Chief Marketing Officer ฯลฯ มาร่วมงาน

ดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ เปิดเผยว่า “หอแว่น เป็นร้านแว่นตาที่ให้บริการปรึกษาปัญหาสายตา และตรวจวัดสายตาที่มีมาตรฐานระดับสากล ให้บริการตรวจ วัดสายตาและประกอบแว่น และให้บริการสินค้าที่มีคุณภาพ ทั้งกรอบแว่นตา เลนส์ แว่นกันแดด และคอนแทคเลนส์ โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการวัดสายตาและตัดประกอบแว่นตา ที่มีผู้จัดการร้านที่มีความเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์การทำงานมากกว่า 10 ปี โดยงานนี้ อยากนำเสนอมาตรฐานต่างๆ ของหอแว่น ที่มอบความจริงใจและครองใจผู้ใช้จนเป็นผู้นำด้านการดูแลสายตามากว่า 70 ปี

​ซึ่งภายในงานจัดแสดง interactive displays และ showcase ด้านต่างๆ ที่เน้นไฮไลท์สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพดวงตาโดยนักทัศนมาตร พร้อมเทคโนโลยีและเครื่องมือระดับมาตรฐานระดับสากล จาก Ziemer Ophthalmic Systems จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สามารถตรวจประเมินสุขภาพตาส่วนที่สำคัญในการมองเห็น และประเมินความเหมาะสมในการแก้ไขค่าสายตาด้วยเลเซอร์ หรือเลนส์เสริมได้ ซึ่งขณะนี้มีแล้วที่ 4 สาขา คือ เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลพระรามสอง อาคารเอราวัณ แบงค็อก และเอ็มควอเทียร์

ด้าน หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกร ผู้ประกาศข่าวคนดัง แบรนด์แอมบาสเดอร์ หอแว่น Better Vision เปิดเผยว่า “ปัจจุบันเลือกใช้แว่นเลนส์ Progressive ที่มีทั้งค่าสายตาสั้นและสายตายาวอยู่ในเลนส์เดียวกัน เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันมาก ทั้งอ่านข่าว เป็นพิธีกร หรือทำหน้าที่หลายๆอย่าง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำแว่นมาหลายที่แล้วแต่ก็ยังใส่ไม่สบาย เจอปัญหาต่างๆ มาตลอด จนมาจบที่หอแว่นที่แก้ปัญหาให้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหากรอบไม่เข้ากับรูปหน้า หรือเลนส์ที่ใส่ไม่สบายตา เพราะว่าที่นี่มีการวัดสายตาที่ละเอียด 16 ขั้นตอนกับนักทัศนมาตร มีเครื่องมือการวัดสายตาและตรวจสุขภาพตาที่ทันสมัย และที่สำคัญคือการตัดประกอบแว่นของ BVAX Master ที่มีประสบการณ์และชำนาญมาก ทำให้ได้แว่นที่ใส่ได้สบายตา แล้วเลนส์โปรเกรสซีฟก็ยังทำเป็นแว่นกันแดด หรือแว่นที่ใช้งานสำหรับทำงานออฟฟิศได้อีกด้วย”

“คนที่ทำงานอยู่หน้าคอมมากๆ ก็สามารถทำแว่นที่มีเลนส์ลดอาการตาล้าได้ หอแว่น Better Vision มีตัวเลือกเลนส์ที่หลากหลาย สำหรับฟังก์ชั่นและการใช้งานของแต่ละบุคคลจริงๆ ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของแบรนด์นี้ พร้อมยังมี ประกัน BVAX ที่เปลี่ยนเลนส์ให้ภายใน 1 ปีจนกว่าจะใส่สบาย แล้วถ้าทำแว่นหายหรือเกิดอุบัติเหตุ ทางหอแว่นก็ให้ส่วนลด 50% สำหรับการซื้อแว่นและเลนส์ใหม่ได้ด้วย อยากเชิญชวนมาใช้บริการที่หอแว่นกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ และตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธ.ค. 2567 ถ้าใครตัดแว่นจากที่ไหนก็ตามแล้วมีปัญหา มาแก้สายตาที่หอแว่น Better Vision รับส่วนลดเลนส์ 30%เลยทันที” หนุ่ม กรรชัย เผย

สำหรับ หอแว่น (Better Vision) แม้จะมีมากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ แต่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการปัญหาสายตาซับซ้อน (สายตาสั้นและสายตาเอียง,การตัดแว่นโปรเกรสซีฟ) โดยผู้เชี่ยวชาญของหอแว่น หรือ BVAX Master ทุกสาขา มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในการการวัดสายตา การตัดประกอบแว่น และการ ปรับ ดัดแว่น และผ่านเคสปัญหาสายตาลูกค้ามานับไม่ถ้วน อีกทั้งยังมีประกัน BVAX warranty รับประกันเปลี่ยนเลนส์ฟรีหากใส่ไม่สบายนานถึง 1 ปี และบริการหลังการขายโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน โดยสามารถเช็คสาขาของหอแว่นได้เพิ่มเติมที่ https://go.horwan.com/cna1gx

TNN ช่อง 16 ระดมสมองผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ-เอกชนจัดสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

https://www.naewna.com/lady/842753

TNN ช่อง 16 ระดมสมองผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ-เอกชนจัดสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

TNN ช่อง 16 ระดมสมองผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ-เอกชนจัดสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 13.22 น.

TNN ช่อง 16 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านข่าวคุณภาพอันดับหนึ่งที่ “ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง” จัดงานสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ “EMPOWERING THAILAND: ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 2568″ที่รวบรวมกูรูจากภาครัฐ-เอกชน เปิดมุมมองและแผนพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจไทยเพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดโลกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านการลงทุนให้แก่ผู้ที่สนใจทั่วไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีนักลงทุนจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมงาน

สำหรับการเสวนาช่วงเช้าในหัวข้อ “เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย เมื่อทรัมป์หวนคืนทำเนียบขาว”ได้รับเกียรติจาก นายเกรียงไกร เธียรนุกุลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)กล่าวถึง นโยบาย “ทรัมป์ 2.0” เป็นที่จับตามองของทั่วโลก เนื่องจากมีความแตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลโจ ไบเดน โดยทั่วโลกกำลังรอดูว่าทรัมป์จะสามารถดำเนินนโยบายที่หาเสียงไว้ได้มากน้อยเพียงใด ภายใต้นโยบาย America First เพื่อดึงดูดการลงทุนกลับประเทศสหรัฐฯทางด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังต้องรอประเมินในวันที่ 20 มกราคม 2568 เมื่อทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากต้องดูความชัดเจนของนโยบายทรัมป์ว่าจะดำเนินตามที่หาเสียงไว้ได้หรือไม่ โดยนโยบายทรัมป์เน้นการปกป้องสินค้าภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ ดังนั้น โอกาสของไทยภายใต้นโยบายทรัมป์คือการส่งสินค้าทดแทนไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย “ทรัมป์ 2.0″ต่อด้วยวิสัยทัศน์ของ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึง นโยบายของทรัมป์ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากการแข็งขึ้นของค่าเงินบาทและแนวโน้มราคาน้ำมันที่ลดลง ทำให้ราคาบัตรโดยสารในเส้นทางไกลมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนไทยได้มากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับลูกค้าจากทุกตลาด พร้อมทั้งนำอัตลักษณ์ไทยและซอฟพาวเวอร์ไทยมาเสริม เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาได้มากขึ้น

ด้านดร. อมรเทพ จาวลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยกล่าวว่า การกลับมาของทรัมป์จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองคำร่วงและผันผวน ราคาน้ำมันลดลง ส่งผลให้เงินเฟ้อและต้นทุนต่างๆ ลดลง ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ราคาสินค้าในปีหน้าอาจไม่สูง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแลกำลังซื้อระดับล่าง ส่วนภาคอุตสาหกรรมและบริการมีแนวโน้มเติบโตดี แต่ควรคัดกรองทุนจีนต่อด้วยมุมมองจากดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่กล่าวว่า นโยบายทรัมป์ภาค 2 จะเข้มงวดกว่าภาคแรก โดยเฉพาะในด้านการค้า ทรัมป์ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนไม่น้อยกว่า 60% และเก็บภาษีจากประเทศอื่นไม่น้อยกว่า 10-20% รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจะถูกปรับขึ้น 200% หากจีนเกิดสงครามกับไต้หวัน จะถูกเก็บภาษีเพิ่ม 150-200% ซึ่งเป็นโอกาสให้ไทยส่งสินค้าทดแทนไปสหรัฐฯ

ช่วงบ่ายไปฟังเสวนา ในหัวข้อ “เพิ่มขีดความสามารถด้วยเทคโนโลยีเพื่อการแข่งขันระดับโลก” จาก ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลดร.ลิสา พัทธ์วิวัฒน์ศิริ  ประธานเจ้าหน้าที่ด้านดิจิทัล บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ ดร.ปรัชญ์ เหตระกูล Marketing Science Partner จาก Meta Thailandหลังจากนั้นไปฟังการบรรยาย “ขับเคลื่อนไทยด้วยองค์กรที่ยั่งยืน” โดยดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วย นายอภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์ นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์และพันธมิตรที่จะมาพูดถึง“การขับเคลื่อนไทยด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ”ปิดท้ายด้วยวงเสวนา“ปรับพอร์ต รับหุ้นไทยเชื่อมโลก”ที่ได้ นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)นายวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold)และนายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัดมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นต่อการลงทุนโดยงานครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ   ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ทั้งนี้ สามารถรับชมคลิปสัมมนาย้อนหลังทางเว็บไซต์www.tnnthailand.com และทาง Youtube ของ TNN ช่อง16

‘กลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ร่วมต้อนรับ รองอันดับ3 มิสยูนิเวิร์ส2024

https://www.naewna.com/lady/842752

'กลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป'ร่วมต้อนรับ รองอันดับ3 มิสยูนิเวิร์ส2024

‘กลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ร่วมต้อนรับ รองอันดับ3 มิสยูนิเวิร์ส2024

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 13.21 น.

สนามบินสุวรรณภูมิ -21 พฤศจิกายน 2567 :คณะผู้บริหารกลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป นำโดยศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัดร่วมต้อนรับและแสดงความยินดีกับโอปอล สุชาตา ช่วงศรีมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2024พร้อมกับประชาชนจำนวนมากที่มารอต้อนรับการกลับประเทศไทย หลังสร้างชื่อเสียงคว้ารางวัลรองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส2024 ในเวทีการประกวดนางงามระดับโลกมิสยูนิเวิร์ส2024ที่ประเทศเม็กซิโกในโอกาสนี้ ได้ร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังที่ได้ร่วมกันสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของประชาชนคนไทย

นางสาวศุภลักษณ์อัมพุชได้กล่าวว่า “ในนามคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ต้องขอแสดงความยินดีกับ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี และทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังของเวทีมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2024ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเวทีที่สร้างรอยยิ้ม ความภาคภูมิใจให้กับคนไทย และประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเดอะมอลล์ กรุ๊ปมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะร่วมสนับสนุน ให้เวทีมิสยูนิเวิร์สเป็นเวทีที่แสดงออกซึ่งศักยภาพแนวคิดของผู้หญิงไทยในระดับสากล”

ทั้งนี้ ในปี 2023 และ 2024 การประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ได้จัดขึ้นที่ เอ็ม ซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์งามวงศ์วาน และบางกะปิ และผู้ได้รับรางวัล รวมถึงผู้เข้าประกวดได้มีส่วนร่วมในงานสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ประเทศร่วมกับเดอะมอลล์ กรุ๊ปอย่างต่อเนื่องการประกวดในครั้งนี้บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความสำเร็จ และเชื่อว่าความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทุกคนในการนำพาชื่อเสียงของประเทศไทยให้ถูกกล่าวถึงในระดับสากลต่อไป

อาหารแปรรูป – อาหารแช่แข็ง กินได้ปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงอาหารปรุงสด

https://www.naewna.com/lady/842627

อาหารแปรรูป - อาหารแช่แข็ง กินได้ปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงอาหารปรุงสด

อาหารแปรรูป – อาหารแช่แข็ง กินได้ปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงอาหารปรุงสด

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.45 น.

ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร จุฬาฯ ชี้ อาหารแปรรูป-อาหารแช่แข็งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวก ประหยัดเวลา สะอาด ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับอาหารปรุงสด แนะบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม อ่านฉลากบนผลิตภัณฑ์และเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน

รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล

รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุลหัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้เปิดภาคเรียนแล้ว เด็กๆ ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียนและเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง จึงตอบโจทย์ผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาทำอาหาร เพียงนำมาอุ่นร้อนด้วยเตาไมโครเวฟก็พร้อมรับประทานได้ในทันที ช่วยให้ประหยัดเวลา อีกทั้งยังสะอาด ปลอดภัย และได้คุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับอาหารปรุงสดอีกด้วย

“ขอยืนยัน อาหารแปรรูปหรืออาหารแช่แข็งสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย เพียงบริโภคให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยใช้หลักการ
เดินทางสายกลาง ไม่รับประทานอาหารบางประเภทซ้ำๆ มากจนเกินไปหรือรับประทานเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้ขาดสารอาหารอื่นๆ จึงควรรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ หลากหลายและครบ 5 หมู่ รวมทั้งอ่านฉลากโภชนาการเพื่อให้ได้รับสารอาหารและพลังงานตามที่ร่างกายต้องการ” รศ.ดร.กิติพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ การอุ่นอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็งด้วยเตาไมโครเวฟ มีความปลอดภัย การทำงานของเตาไมโครเวฟเกิดจากการที่คลื่นไมโครเวฟทำให้โมเลกุลของน้ำในอาหารสั่นและเกิดความร้อนขึ้น ส่งผลให้อาหารร้อนและสุกอย่างรวดเร็ว โดยที่คลื่นไมโครเวฟไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ผู้บริโภคจึงสามารถรับประทานอาหารที่ผ่านการอุ่นร้อนด้วยเตาไมโครเวฟได้โดยไม่ต้องกังวล

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน สามารถนำเข้าเตาไมโครเวฟได้อย่างความปลอดภัย โดยบรรจุภัณฑ์พลาสติกผ่านการรับรองให้สามารถใช้กับเตาไมโครเวฟได้ เพียงผู้บริโภคปฏิบัติตามคำแนะนำ เช่น ใช้ในระยะเวลาอุ่นอาหารตามที่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ และไม่นำบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีสัญลักษณ์ใช้ครั้งเดียว (Single-Use Plastic) กลับมาใช้ซ้ำ

นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลฉลากโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์ เช่น ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (GDA : Guideline Daily Amount) ที่แสดง “ข้อมูลโภชนาการที่สำคัญต่อร่างกาย” (พลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม) เพื่อเลือกอาหารให้เหมาะสมกับผู้บริโภค เพราะในแต่ละบุคคลมีความต้องการปริมาณพลังงานและสารอาหารที่แตกต่างกัน อีกทั้งควรดูวันผลิตและวันหมดอายุ หากอาหารหมดอายุไม่ควรบริโภคเพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

https://www.naewna.com/lady/842626

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เครื่องดื่มน้ำนมข้าวโอ๊ตแบรนด์ ลัฟ นมทางเลือกยอดนิยม มาพร้อมกับ น้องลัฟคาแร็กเตอร์สุดน่ารัก ตัวแทนในการสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ของแบรนด์ ลัฟ นมโอ๊ต มีวิตามินอี ใยอาหาร และแคลเซียมสูงปราศจากแลคโตสและกลูเตน และไม่มีส่วนผสมของถั่วเหลืองหอม อร่อย ดื่มง่ายได้ทุกเพศทุกวัย มีให้เลือกอร่อยได้ 2 รสชาติ ได้แก่ สูตรไม่เติมน้ำตาล รสชาติละมุนนุ่มลิ้น และรสช็อกโกแลตรสชาติเข้มข้น หอมมันกลมกล่อมอย่างลงตัว ขนาดกล่องละ180 มิลลิลิตร ในราคาเพียง 27 บาทเท่านั้น วางจำหน่ายพร้อมให้ทุกคนได้ลองแล้ววันนี้ ที่ 7-Eleven ทั่วประเทศ