สุดอาลัย พิธีศพ “เลียม เพย์น” ครอบครัว-อดีตสมาชิก “วัน ไดเรกชัน” มาครบ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826720

สุดอาลัย พิธีศพ “เลียม เพย์น” ครอบครัว-อดีตสมาชิก “วัน ไดเรกชัน” มาครบ

21 พ.ย. 2567 04:30 น.

สุดอาลัย พิธีศพ “เลียม เพย์น” ครอบครัว-อดีตสมาชิก “วัน ไดเรกชัน” มาครบ

ครอบครัวและอดีตเพื่อนสมาชิกวง วัน ไดเรกชัน ร่วมพิธีศพ เลียม เพย์น อดีตนักร้องของวง ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะมีอายุเพียง 31 ปีเท่านั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ครอบครัวของ เลียม เพย์น จัดพิธีศพแบบเป็นส่วนตัว ที่โบสถ์ เซนต์ แมรี ในเมืองเอเมอร์แชม มณฑลบักกิงแฮมเชียร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน ในวันพุธที่ 20 พ.ย. 2567 โดยมีญาติมิตรและเพื่อนในวงการจำนวนมาก เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย

แฮร์รี สไตลส์ กับ เจมส์ คอร์เดน

อดีตเพื่อนร่วมวง วัน ไดเรกชัน อย่าง แฮร์รี สไตลส์, ลูอิส ทอมลินสัน, ไนออล ฮอแรน และ เซย์น มาลิก ก็เดินทางมาร่วมงานด้วย เช่นเดียวกับ เคท แคสซิดี แฟนสาวของเลียม เพย์น และ เชอรีล โคล อดีตภรรยา ซึ่งทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน

คิมเบอร์ลีย์ เวลช์ กับนิโคลา โรเบิร์ตส์ อดีตสมาชิกวง Her Girls Aloud ร่วมกับเชอรีล โคล ก็มาร่วมงานด้วย นอกจากนั้นยังมี ไซมอน โคเวลล์ อดีตเจ้าของค่ายเพลงที่ วัน ไดเรกชัน สังกัดอยู่, เจมส์ คอร์เดน พิธีกรชื่อดัง กับศิลปินนักร้องอีกหลายคน เช่น โรเชลล์ ฮูมส์, สกอต มิลส์ และ เอเดรียน ไชลส์

โลงบรรจุศพของเลียม เพย์น เดินทางมาถึงโบสถ์ด้วยรถเทียมม้าสีขาว มีดอกไม้ประดับเป็นคำว่า “ลูกชาย” และ “พ่อ” อยู่ด้านบน

หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนา ผู้หาบหีบศพ 4 คน ก็นำโลงออกจากโบสถ์ เซนต์ แมรี ไปฝังยังสุสานนอกโบสถ์

ทั้งนี้ เลียม เพย์น เสียชีวิตในวันที่ 16 ต.ค. 2567 หลังตกจากห้องบนชั้น 3 ของโรงแรม ในกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา โดยผลการชันสูตรศพยืนยันว่า นักร้องหนุ่มวัย 31 ปีรายนี้ มีอาการเลือดออกทั้งภายนอกและภายในร่างกาย และมีบาดแผลหลายแห่ง

เซย์น มาลิก
ไนออล ฮอแรน กับ อาเมเลีย วูลลีย์
ลูอิส ทอมลินสัน
เชอรีล โคล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กลุ่มต้านทุ่นระเบิดโวย สหรัฐฯ ตกลงมอบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้ยูเครน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826719

กลุ่มต้านทุ่นระเบิดโวย สหรัฐฯ ตกลงมอบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้ยูเครน

21 พ.ย. 2567 03:11 น.

กลุ่มต้านทุ่นระเบิดโวย สหรัฐฯ ตกลงมอบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้ยูเครน

องค์กรมนุษยชนออกโรงตำหนิสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจจะจัดหาทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้แก่ยูเครน ซึ่งกำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างหนักในสมรภูมิทางตะวันออก

แมรี แวร์แฮม ผู้อำนวยการองค์กร “ฮิวแมน ไรท์ วอตช์” บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่าการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะจัดหาทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้แก่ยูเครนนั้น นับเป็นพัฒนาการที่น่าตกใจและบั่นทอนจิตใจอย่างหนัก สำหรับผู้ที่กำลังพยายามเพื่อกำจัดอาวุธชนิดนี้หมดไปจากโลก

นักวิเคราะห์มองว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ เป็นความพยายามชะลอการรุกคืบของกองทัพรัสเซีย ในสมรภูมิฝั่งตะวันออกของยูเครน ซึ่งทหารรัสเซียรุกคืบยึดพื้นที่ได้เรื่อยๆ ตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กล่าวว่า พวกเขามีการตัดสินใจดังกล่าว เพราะรัสเซียเปลี่ยนแท็กติกในการทำสงคราม โดยส่งทหารเข้าไปโจมตีก่อน แทนที่จะเป็นหน่วยยานยนต์เหมือนเมื่อก่อน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อการห้ามใช้ทุ่นระเบิด (International Campaign to Ban Landmines : ICBL) ระบุว่า พวกเขาขอประณามการตัดสินใจของสหรัฐฯ อย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“อาวุธโจมตีไม่เลือกอันน่าหวาดกลัวนี้ ถูกห้ามใช้โดยสนธิสัญญาห้ามใช้ทุ่นระเบิด ปี 1997 (พ.ศ. 2540) เนื่องจากผลกระทบอันเลวร้ายที่มันก่อให้เกิดแก่ชีวิตและการใช้ชีวิตของพลเรือน” เทเมอร์ กาเบลนิค ผู้อำนวยการของ ICBL ระบุในแถลงการณ์

“ภายใต้สนธิสัญญานั้น ไม่มีสถานการณ์ใดเลยที่ยูเครน ในฐานะประเทศ จะต้องร้องขอ, แก้สะสม หรือใช้งานอาวุธชนิดนี้”

อนึ่ง การใช้ทุ่นระเบิดไม่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่กว่า 160 ประเทศร่วมลงนามในสนธิสัญญาห้ามใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าว ซึ่งห้ามผลิต, ใช้งาน และเก็บสะสมทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และยูเครนก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมลงนามด้วย

แต่หลังจากรัสเซียควบรวมแคว้นไครเมียเป็นของตัวเองแต่เพียงฝ่ายเดียวในปี 2557 ยูเครนก็ได้แจ้งต่อประเทศที่ร่วมลงนามสนธิสัญญา ว่า การบังคับใช้สัญญาของยูเครน ในดินแดนที่ถูกยึดครอง อาจเป็นไปอย่างจำกัด และไม่มีการรับประกันว่าพวกเขาจะทำตามข้อตกลงในสนธิสัญญา

นับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตียูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 กองทัพรัสเซียก็วางทุ่นระเบิดไปตามพื้นที่ต่างๆ ในยูเครน ทั้งเพื่อปกป้องฐานที่มั่นของตัวเอง และเพื่อชะลอการตอบโต้ของยูเครน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เดือดอีก ยูเครนยิงมิสไซล์ “สตอร์ม ชาโดว์” ของ UK เข้าใส่รัสเซียครั้งแรก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826718

เดือดอีก ยูเครนยิงมิสไซล์ “สตอร์ม ชาโดว์” ของ UK เข้าใส่รัสเซียครั้งแรก

21 พ.ย. 2567 00:20 น.

เดือดอีก ยูเครนยิงมิสไซล์ “สตอร์ม ชาโดว์” ของ UK เข้าใส่รัสเซียครั้งแรก

ยูเครนใช้ “สตอร์ม ชาโดว์” ขีปนาวุธพิสัยไกลของ UK โจมตีภายในดินแดนของรัสเซียเป็นครั้งแรก โดยที่สหราชอาณาจักรยังเงียบ ไม่บอกว่าได้อนุญาตให้ใช้หรือไม่

สำนักข่าว บีบีซี รายงานในวันพุธที่ 20 พ.ย. 2567 ว่า กองทัพยูเครน ยิงมิสไซล์ “สตอร์ม ชาโดว์” (Storm Shadow) ขีปนาวุธพิสัยไกลที่พวกเขาได้รับจากสหราชอาณาจักร เข้าใส่ดินแดนของรัสเซียเป็นครั้งแรก ไม่กี่วันหลังสหรัฐฯ ไฟเขียวให้ใช้เคียฟใช้อาวุธอเมริกัน “ATACMS” โจมตีดินแดนรัสเซียได้

ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีรายงานมาก่อนว่า สหราชอาณาจักรอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธของพวกเขาโจมตีเข้าสู่ดินแดนของรัสเซีย แต่รัฐบาลของนายเคียร์ สตาร์เมอร์ ไม่ขอแสดงความเห็นใดๆ ต่อรายงานเรื่องการใช้จรวด สตอร์ม ชาโดว์ ของยูเครน ขณะที่กระทรวงกลาโหม UK บอกว่า “การกระทำของยูเครนในสนามรบจะเป็นคำตอบในตัวมันเอง”

ทั้งนี้ รัสเซียส่งสัญญาณเตือนสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตรมานานหลายสัปดาห์แล้วว่า หากพวกเขาอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธที่ตะวันตกมอบให้ โจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย มอสโกจะถือว่าเป็นการขยายขอบเขตของสงครามครั้งใหญ่

เมื่อวันอังคาร วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เพิ่งอนุมัติการเปลี่ยนแปลงหลักการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ โดยวางเงื่อนไขการใช้ใหม่ว่า การโจมตีจากประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ได้รับการสนับสนุนจากชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ จะถูกปฏิบัติเหมือนกับเป็นการร่วมกันโจมตีรัสเซีย

อนึ่ง สตอร์ม ชาโดว์ เป็นขีปนาวุธพิสัยไกล ที่มีระยะทำการสูงสุดประมาณ 250 กม. เป็นอาวุธประเภทยิงออกจากเครื่องบิน และพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วใกล้เคียงกับเสียง และบินในระดับต่ำผ่านภูมิประเทศแบบต่างๆ ก่อนจะทิ้งตัวสู่เป้าหมาย และจุดระเบิดหัวรบระเบิดแรงสูง

สตอร์ม ชาโดว์ ถูกยกย่องให้เป็นอาวุธในอุดมคติสำหรับการทะลวงหลุมหลบภัย และคลังอาวุธ แบบที่รัสเซียใช้ในการทำสงครามกับยูเครน แต่ด้วยราคาที่สูงถึงลูกละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 34.6 ล้านบาท) ทำให้การใช้งานแต่ละครั้งต้องผ่านการวางแผนเป็นอย่างดี และมีโดรนที่ราคาถูกกว่าเป็นตัวล่อ สร้างความสับสนให้แก่การป้องกันทางอากาศของศัตรู

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลโจมตีซีเรียต่อเนื่อง ถล่มเมืองพัลไมรา ดับ 36 ศพ เจ็บอีกครึ่งร้อย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826716

อิสราเอลโจมตีซีเรียต่อเนื่อง ถล่มเมืองพัลไมรา ดับ 36 ศพ เจ็บอีกครึ่งร้อย

20 พ.ย. 2567 23:57 น.

อิสราเอลโจมตีซีเรียต่อเนื่อง ถล่มเมืองพัลไมรา ดับ 36 ศพ เจ็บอีกครึ่งร้อย

อิสราเอลถล่มซีเรียต่อเนื่อง ล่าสุดโจมตีทางอากาศหลายจุดในเมืองพัลไมรา ในภาคกลาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 36 ศพ บาดเจ็บอีกกว่าครึ่งร้อย

เมื่อวันพุธที่ 20 พ.ย. 2567 สำนักข่าว SANA สื่อของซีเรียรายงานว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่อาคารที่อยู่อาศัย และเขตอุตสาหกรรมในเมืองพัลไมรา ตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 36 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 50 ราย และสร้างความเสียหายต่ออาคารอย่างหนัก

SANA อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวในกองทัพว่า เครื่องบินรบของอิสราเอลโจมตีมาจากทางชายแดนประเทศจอร์แดน ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR) ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่ 41 ศพ และรายงานว่า การโจมตีของอิสราเอลโดนสถานที่ 3 แห่งในเมืองพัลไมรา โดย 2 จุดอยู่ในเขต อัล-จามิยา รวมถึงที่คลังอาวุธ ใกล้กับเขตอุตสาหกรรมที่ ครอบครัวของนักรบกองกำลังติดอาวุธในซีเรียอาศัยอยู่

ส่วนแห่งที่ 3 อยู่ใกล้กับสถานที่จัดการประชุมของผู้นำกลุ่มติดอาวุธซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเมืองพัลไมรา และผู้นำจากกลุ่มอื่นๆ อย่าง นูจาบา และ ฮิซบอลเลาะห์

ทั้งนี้ อิสราเอลโจมตีซีเรียบ่อยขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. 2566 เพื่อตอบโต้การโจมตีข้ามพรมแดนทางตอนเหนือ โดยกลุ่มติดอาวุธทั้งใน เลบานอนและซีเรีย

เมื่อสัปดาห์ก่อน อิสราเอลยอมรับว่าโจมตีทางอากาศหลายจุดในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ศพ โดยอ้างว่าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้าย และศูนย์บัญชาการของกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ “อิสลามิก ญิฮาด” ซึ่งเคลื่อนไหวในฉนวนกาซาด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ ปิดสถานทูตในยูเครน หวั่นโดนโจมตีทางอากาศ สั่งพลเรือนเตรียมหลบภัย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826715

สหรัฐฯ ปิดสถานทูตในยูเครน หวั่นโดนโจมตีทางอากาศ สั่งพลเรือนเตรียมหลบภัย

20 พ.ย. 2567 23:15 น.

สหรัฐฯ ปิดสถานทูตในยูเครน หวั่นโดนโจมตีทางอากาศ สั่งพลเรือนเตรียมหลบภัย

สหรัฐฯ สั่งปิดสถานทูตของตัวเองในกรุงเคียฟ ของยูเครน เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะโดนโจมตีทางอากาศ หลังยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลของสหรัฐฯ โจมตีดินแดนรัสเซียเป็นครั้งแรก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ ปิดสถานทูตของตัวเองในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนแล้ว ในวันพุธที่ 20 พ.ย. 2567 หลังได้รับข้อมูลเฉพาะเจาะจงว่า มีโอกาสอย่างมีนัยสำคัญที่จะเกิดการโจมตีทางอากาศ และบอกให้พลเรือนของสหรัฐฯ ที่อยู่ในยูเครนให้เตรียมความพร้อม เพื่อให้สามารถเข้าที่หลบภัยได้อย่างรวดเร็ว

สถานทูตสหรัฐฯ บอกกับพลเรือนอเมริกันในยูเครนว่า ให้สำรองน้ำ, อาหาร และของใช้จำเป็นอื่นๆ เช่น ยา เอาไว้เผื่อกรณีสูญเสียพลังงานไฟฟ้าและน้ำ จากการโจมตีของรัสเซีย

ขณะเดียวกัน อิตาลีกับกรีซก็ปิดสถานทูตของตัวเองในกรุงเคียฟเช่นกัน หลังได้รับคำเตือนอันไม่ปกติของสหรัฐฯ ขณะที่สถานทูตของฝรั่งเศสยังคงเปิดอยู่ แต่พวกเขาเรียกร้องให้ประชาชนของตัวเองเพิ่มความระมัดระวัง

ความเคลื่อนไหวล่าสุด เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคาร ยูเครนใช้ “ระบบขีปนาวุธยุทธวิธีกองทัพ” หรือ “ATACMS” ขีปนาวุธพิสัยไกลของสหรัฐฯ ยิงเข้าไปในดินแดนของรัสเซียเป็นครั้งแรก หลังได้รับอนุญาตจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง

แต่รัสเซียส่งสัญญาณเตือนสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตรมานานหลายสัปดาห์แล้วว่า หากพวกเขาอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธที่ตะวันตกมอบให้ โจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย มอสโกจะถือว่าเป็นการขยายขอบเขตของสงครามครั้งใหญ่

รัฐบาลรัสเซียระบุว่า พวกเขาไม่มีความเห็นใดๆ ต่อการปิดสถานทูตของสหรัฐฯ ขณะที่นาย เซอร์เก นาริชคิน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย ระบุในบทสัมภาษณ์ซึ่งเผยแพร่ในวันพุธ (20 พ.ย.) ว่า รัสเซียจะตอบโต้ชาติสมาชิกนาโต ที่อำนวยความสะดวกให้ยูเครนยิงขีปนาวุธพิสัยไกล โจมตีดินแดนรัสเซีย

ขณะที่หน่วยข่าวกรองของยูเครนบอกในวันเดียวกันว่า กองทัพของพวกเขาโจมตีฐานบัญชาการของกองทัพรัสเซียในเมือง กุปคิน ภายในแคว้นเบลโกรอด ซึ่งห่างจากชายแดนยูเครนราว 168 กม. ได้สำเร็จ โดยไม่ระบุว่า นี่เป็นการโจมตีด้วย ATACMS เป็นครั้งที่ 2 หรือไม่ โดยยูเครนก็เคยใช้โดรน โจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

มาชูปิกชู ยกระดับรักษาความปลอดภัย หลังมีคนแอบไปโปรยเถ้ากระดูก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826584

มาชูปิกชู ยกระดับรักษาความปลอดภัย หลังมีคนแอบไปโปรยเถ้ากระดูก

20 พ.ย. 2567 13:37 น.

มาชูปิกชู ยกระดับรักษาความปลอดภัย หลังมีคนแอบไปโปรยเถ้ากระดูก

เจ้าหน้าที่ทางการเปรูประกาศยกระดับรักษาความปลอดภัย สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมาชูปิกชู หลังมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปโปรยเถ้ากระดูกของคนแล้วถ่ายคลิปโพสต์ลงโซเชียล

พลเมืองชาวเปรูต่างแสดงความไม่พอใจ หลังจากมีการเผยคลิปวิดีโอที่ไม่ระบุวันที่ในแอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งแสดงให้เห็นนักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่ง ถ่ายคลิปขณะที่ตัวเองกำลังนำผงขี้เถ้าบางอย่างออกจากถุงพลาสติก ก่อนที่จะโปรยเถ้าดังกล่าวที่มาชูปิกชู พร้อมโอบกอดผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

โดยในคลิปวิดีโอมีคำบรรยายว่า “กล่าวคำอำลาด้วยความรักที่มาชูปิกชู” พร้อมแฮชแท็กที่มีคำว่า “เถ้า” และ “การโปรยเถ้ากระดูก” โดยคลิปวิดีโอความยาว 30 วินาทีนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกจากบัญชี @IncaGoExpeditions ซึ่งเป็นของบริษัททัวร์ ก่อนที่จะถูกลบออกจาก TikTokไป

ซีซาร์ เมดินา Medina หัวหน้าอุทยานโบราณคดีมาชูปิกชูกล่าวกับ เอเอฟพี ว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มจำนวนยามรักษาความปลอดภัยและติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีการบัญญัติห้ามการโปรยเถ้ากระดูกมนุษย์ในที่สาธารณะในกฎหมายท้องถิ่น แต่ที่มาชูปิกชูจะมีการกำหนดข้อห้ามดังกล่าวเพิ่มเติมด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัย

อุทยานโบราณคดีมาชูปิกชูแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก ยูเนสโกโดยมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 5,600 คนต่อวัน แต่นับจนถึงตอนนี้มีกล้องวงจรปิดเพียง 4 กล้องและทีมรักษาความปลอดภัยแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

เมืองโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยจักรพรรดิคาชาคูตีของอินคา ตั้งอยู่ที่ความสูง 2,438 เมตรในเทือกเขาแอนดีสของเปรู.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ มาชูปิกชู

เปิดเบื้องหลัง ทีมหาเสียง “คามาลา แฮร์ริส” ติดหนี้กว่า 20 ล้าน ทั้งที่ระดมทุนได้กว่าพันล้าน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826575

เปิดเบื้องหลัง ทีมหาเสียง "คามาลา แฮร์ริส" ติดหนี้กว่า 20 ล้าน ทั้งที่ระดมทุนได้กว่าพันล้าน

20 พ.ย. 2567 13:35 น.

เปิดเบื้องหลัง ทีมหาเสียง “คามาลา แฮร์ริส” ติดหนี้กว่า 20 ล้าน ทั้งที่ระดมทุนได้กว่าพันล้าน

  • แคมเปญหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของของรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส สร้างสถิติใหม่ สามารถระดมเงินทุนได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถึงกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาไม่ถึง 4 เดือน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศถอนตัวจากการลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมาเมื่อฝุ่นที่ตลบในช่วงพ่ายแพ้การเลือกตั้ง
  • เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ค่อยๆจางลง พายุก็เริ่มก่อตัวขึ้น สถานะการเงินของเธอกลายเป็นที่สนใจ หลังจากเจ้าหน้าที่จากการประชุมใหญ่แห่งชาติของพรรคเดโมแครต ประกาศว่าทีมหาเสียงของแฮร์ริสมีหนี้อยู่กว่า 20 ล้านเหรียญ
  • ทางด้าน Open Secrets องค์กรไม่แสวงหากำไร เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า กองทุนคามาลา แฮร์ริส ได้รับเงินบริจาคมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าจำนวน 382 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่กองทุนของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับในช่วงเวลาเดียวกันอย่างมาก ทำให้เกิดคำถามว่า แคมเปญหาเสียงของคามาลา แฮร์ริส เปลี่ยนจากสถานะเงินล้นคลัง ไปสู่หนี้สินท่วมหัวได้อย่างไร


ไม่นานหลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศถอนตัวจากการเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากการดีเบตกับโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกันแล้วผลออกมาเลวร้าย ทางพรรคเดโมแครตก็ได้รับรองชื่อคามาลา แฮร์ริส เป็นตัวแทนพรรคคนใหม่

หลังจากเริ่มต้นหาเสียงได้ไม่นาน แคมเปญของเธอสามารถระดมทุนได้ถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในสัปดาห์แรก ซึ่งคิดเป็น 20% ของยอดระดมทุนทั้งหมด 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และต่อมาเงินจำนวนมหาศาลยังคงหลั่งไหลเข้าไปสู่แคมเปญ จนถึงเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ทีมหาเสียงของแฮร์ริส ยื่นเอกสารก่อนการเลือกตั้ง ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยระบุว่า พวกเขามีเงินเหลือประมาณ 180,000 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่ปรากฎว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลินดี้ ลี สมาชิกคณะกรรมการการเงินของพรรคเดโมแครต เปิดเผยกับ NewsNation เครือข่ายสถานีข่าวเคเบิลว่า ขณะนี้แคมเปญของแฮร์ริสมีหนี้อยู่ 20 ล้านดอลลาร์

คามาลาใช้เงินไปกับอะไร 

สำนักข่าวอัลจาซีราห์ อ้างอิงบริษัทจัดทำข้อมูลหาเสียงพบว่า แคมเปญหาเสียงของแฮร์ริสต้องทุ่มเงินโฆษณาอย่างหนัก ถึงกว่า 654 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเอกสารที่ยื่นต่อทางการ แสดงให้เห็นว่าแคมเปญแฮร์ริส ใช้เงิน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปกับการจัดสำหรับคอนเสิร์ตและการปรากฏตัวของคนดังในช่วงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เกือบจะเท่ากับหนี้ที่รายงานก่อนหน้านี้ 

โดยเหล่าคนดังอย่างจอน บอน โจวี คริสตินา อากีเลรา เคธี่ เพอร์รี เมแกน ธีโอ สตอลเลียน และเลดี้ กาก้า ขึ้นแสดงบนเวทีหาเสียงในรัฐที่เป็นสมรภูมิการเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่านั่นอาจไม่ใช่การลงทุนที่ชาญฉลาดนัก

หลุยส์ เพอร์รอน นักยุทธศาสตร์การเมืองและผู้เขียนหนังสือ Beat the Incumbent: Proven Strategies and Tactics to Win Elections เปิดเผยว่า การสนับสนุนจากคนดังนั้นถือว่าเกินจริงมาก เนื่องจากเพียงเพราะคุณชอบเพลงของใครสักคนไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีอิทธิพลทางการเมืองกับคุณ นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นเยาว์ยังขึ้นชื่อว่าไม่น่าจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอีกด้วย และนอกจากนี้หากมันเป็นการจ่ายเงินเพื่อการรับรองตัวคุณ แน่นอนว่ามันจะทำให้คุณค่าของคุณถูกลดทอนลงไปอีก

เอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าแคมเปญของแฮร์ริส จ่ายเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับบริษัทผลิตรายการของโอปราห์ วินฟรีย์ ในขณะที่โอปราห์ปฏิเสธผ่าน TMZ ว่า เธอไม่เคยได้รับเงินใดๆ 

ทางด้านโฆษกบริษัท Harpo Productions ซึ่งเป็นบริษัทของโอปราห์ กล่าวว่า แคมเปญของแฮร์ริสได้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการผลิตรายการ “Unite for America” ซึ่งเป็นงานถ่ายทอดสดจากเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

โดยโฆษกของโอปราห์ วินฟรีย์กล่าวว่า เธอไม่เคยจ่ายค่าธรรมเนียมส่วนตัวในช่วงการหาเสียงของเธอ และไม่ได้รับค่าธรรมเนียมจากฮาร์โปด้วย

อย่างไรก็ตามโอปราห์อาจไม่ได้รับเงินในฐานะบุคคล แต่บริษัทของเธอได้รับเงิน โดยโอปราห์สัมภาษณ์แฮร์ริสในงานประชุมทางน์ฮอลล์ เมื่อเดือนกันยายนและปรากฏตัวในการชุมนุมหาเสียงครั้งสุดท้ายของแฮร์ริส ในเมืองฟิลาเดลเฟีย เพียง 1 วันก่อนวันเลือกตั้ง

แคมเปญหาเสียงของทรัมป์ใช้จ่ายไปอย่างไร
แม้ว่าแคมเปญหาเสียงของทรัมป์จะระดมทุนได้ 382 ล้านเหรียญในช่วงเวลาที่แฮร์ริสระดมทุนได้มากกว่า 1,000 ล้านเหรียญ โดย Open Secrets  เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมว่า คณะกรรมการดำเนินการทางการเมือง หรือ Super PAC มีส่วนสนับสนุนประมาณ 711 ล้านเหรียญ

ขณะที่กลุ่มภายนอกมีส่วนสนับสนุนแฮร์ริสมากกว่า 600 ล้านเหรียญเช่นกัน รวมถึงเงินทุนสำรองของเธอที่มีมูลค่ามากกว่า 1,600 ล้านเหรียญ

ขณะที่ America PAC ซึ่งเป็น Super PAC ก่อตั้งขึ้นโดยอีลอน มัสก์ ผู้สนับสนุนตัวหลักของทรัมป์ บริจาคเงิน 130 ล้านเหรียญสหรัฐ มุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงและระดมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รวมถึงการรณรงค์ตามบ้านเรือน กิจกรรมเหล่านี้ได้รับการจัดการโดยตัวแคมเปญเองและพรรคการเมือง แต่ Super PAC เป็นแรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังการเพิ่มจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของทรัมป์ 

เหตุใดการระดมทุนเพื่อการหาเสียงจึงพุ่งสูงอย่างมาก

แคมเปญหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024 ไม่ใช่การเลือกตั้งทั่วไปที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ตามข้อมูลของ Open Secrets แคมเปญหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2020 ระหว่างโจ ไบเดนและทรัมป์ใช้งบประมาณไปแล้ว 7,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การเลือกตั้งในปีนี้มีการใช้จ่ายรวม 5,500 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้มากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ของประเทศเล็กๆ หลายประเทศ โดยการใช้จ่ายเพื่อการรณรงค์หาเสียงนั้นถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยหลายประการ อาทิ การขยายตัวของ Super PAC (Super Political Action Committee) กลุ่มผู้สนับสนุนทางการเมือง ตลอดจนความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้นของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล และความพยายามระดมทุนที่ทำลายสถิติของพรรคการเมืองแต่ละพรรค

ขณะเดียวกัน คำตัดสินของศาสฎีกา เมื่อปี 2010 ยังยกเลิกข้อจำกัดต่อบริษัทและสหภาพแรงงานในการใช้เงินในคลังเพื่อใช้จ่ายส่วนตัวและสื่อสารหาเสียง ส่งผลให้กลุ่มผลประโยชน์พิเศษสามารถจัดสรรเงินไม่จำกัดสำหรับการรณรงค์หาเสียงทางการเมืองได้ ตราบใดที่กลุ่มดังกล่าวไม่ได้ประสานงานกับกิจกรรมรณรงค์หาเสียงอย่างเป็นทางการ ผลที่ตามมาในวงกว้างของคำตัดสินนี้ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของการใช้จ่ายทางการเมืองในการเลือกตั้งไปอย่างสิ้นเชิง.

‘บอร์ดธนาคารที่ดิน’เคาะขยายระยะเวลาลดหย่อนค่าธรรมเนียม จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม 5 ปี

https://www.naewna.com/local/842780

'บอร์ดธนาคารที่ดิน'เคาะขยายระยะเวลาลดหย่อนค่าธรรมเนียม จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม 5 ปี

‘บอร์ดธนาคารที่ดิน’เคาะขยายระยะเวลาลดหย่อนค่าธรรมเนียม จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม 5 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.22 น.

“บอร์ดธนาคารที่ดิน” เห็นชอบขยายกรอบระยะเวลาการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม ตามภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ออกไป 5 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินของเกษตรกรมีความต่อเนื่อง

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 คณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ที่มี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 10/2567 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารเบญจสิริ ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. และประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference) โดยมีคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ในฐานะกรรมการและเลขานุการ เปิดเผยว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการฯ เห็นชอบในระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา 3.1 สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ขอขยายกรอบระยะเวลาการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรม ตามภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นพิเศษ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน สำหรับกรณีการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ในภารกิจของ บจธ. ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ฉบับลงวันที่ 24 ส.ค.2565 จะพ้นผลกำหนดการบังคับใช้ถึงวันที่ 8 มิ.ย.2568 

“บอร์ดธนาคารที่ดิน” เห็นชอบขยายระยะเวลาการลดหย่อนค่าธรรมเนียม การจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม 5 ปี

“บอร์ดธนาคารที่ดิน” เห็นชอบขยายกรอบระยะเวลาการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม ตามภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ออกไป 5 ปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินของเกษตรกรมีความต่อเนื่อง

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 คณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ที่มี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 10/2567 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารเบญจสิริ ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. และประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference) โดยมีคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ในฐานะกรรมการและเลขานุการ เปิดเผยว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการฯ เห็นชอบในระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา 3.1 สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ขอขยายกรอบระยะเวลาการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรม ตามภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นพิเศษ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน สำหรับกรณีการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ในภารกิจของ บจธ. ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ฉบับลงวันที่ 24 ส.ค.2565 จะพ้นผลกำหนดการบังคับใช้ถึงวันที่ 8 มิ.ย. 2568 

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานในการช่วยเหลือเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินของเกษตรกรมีความต่อเนื่อง ตลอดจนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนสิทธิ
นิติกรรมตามภารกิจ จึงเห็นควรดำเนินการเพื่อเตรียมนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ บจธ. และคู่สัญญาได้รับการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมกรณีการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ ตามอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ในอัตราร้อยละ 2 และร้อยละ 1 ให้เหลือในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อเนื่องไปอีก 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับการขอขยายระยะเวลาดำเนินการภารกิจของ บจธ. ตามร่างพระระราชกฤษฎีกาสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ……

นายกุลพัชร เปิดเผยว่า ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ จะเสนอมติดังกล่าว ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาต่อไป

เกษตรฯขับเคลื่อนแผนฯ การตรวจราชการในปีงบฯ2568

https://www.naewna.com/local/842652

เกษตรฯขับเคลื่อนแผนฯ  การตรวจราชการในปีงบฯ2568

เกษตรฯขับเคลื่อนแผนฯ การตรวจราชการในปีงบฯ2568

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ทัศนีย์ เมืองแก้ว หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมนำเสนอโครงการตามแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2568 มีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอแผนงาน/โครงการ กิจกรรมต่างๆ ที่มีความเชื่องโยงกับ 9 นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ก่อนจัดทำเป็นแนวทางการตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯประจำปีงบประมาณ 2568

สำหรับแผนงาน/โครงการ และประเด็นการตรวจราชการ ตามนโยบาย 9 ข้อ ของกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ นโยบายที่ 1 เน้นการสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ เพิ่มประสิทธิภาพศูนย์บริการเกษตรพิรุณ ได้แก่ ศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร (เน้นติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน) (สป.กษ.) นโยบายที่ 2 เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร พิจารณาเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ให้เป็นโฉนด ได้แก่ โครงการจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นโยบายที่ 3 การบริหารจัดการน้ำ อาทิ โครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นต้น

นโยบายที่ 4 ยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง อาทิ โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน (ข้าวอินทรีย์,หม่อนไหม) โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม โครงการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้านการประมง เป็นต้น นโยบายที่ 5 ยกระดับศักยภาพของเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง อาทิ โครงการยกระดับสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรโครงการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกรและโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนโครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร โครงการส่งเสริมระบบเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นต้น

นโยบายที่ 6 จัดการทรัพยากรทางการเกษตร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการกักเก็บคาร์บอน รวมทั้งแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมและมลภาวะจาก PM2.5 อาทิ โครงการบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)และความสมดุลการจัดการทรัพยากรที่ดิน (LDN) โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืนและการจัดการเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างยั่งยืนเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น นโยบายที่ 7 รับมือกับภัยธรรมชาติ วางแผนรับมือและป้องกันวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ (ป้องกันและบรรเทาอุทกภัยพื้นที่เกษตรกรรมและเขตเศรษฐกิจ) โครงการบรรเทาอุทกภัย จ.นครศรีธรรมราช โครงการคลองระบายน้ำหลาก บางบาล-บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โครงการบรรเทาอุทกภัย จ.ชัยภูมิ (ระยะที่ 1) โครงการปรับปรุงคลองยม–น่าน จ.สุโขทัย และอุตรดิตถ์ เป็นต้น

นโยบายที่ 8 สานต่อการทำสงครามสินค้าเกษตรเถื่อน ปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย สินค้าประมง ปศุสัตว์ พืช และยางพารา และนโยบายที่ 9 อำนวยความสะดวกด้านการเกษตร การประกันภัยพืชผลการเกษตร การเจรจาความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าพัฒนา ‘โครงการพระราชดำริฝนหลวง’ ตามพระบรมราชโองการ สืบสาน รักษา ต่อยอด

https://www.naewna.com/local/842649

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าพัฒนา ‘โครงการพระราชดำริฝนหลวง’  ตามพระบรมราชโองการ สืบสาน รักษา ต่อยอด

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าพัฒนา ‘โครงการพระราชดำริฝนหลวง’ ตามพระบรมราชโองการ สืบสาน รักษา ต่อยอด

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการบังคับเมฆให้เกิดเป็นฝน จนเป็นเทคโนโลยีฝนหลวง ช่วยขจัดความทุกข์ยากให้แก่พสกนิกรที่ประสบภัยแล้ง และเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ รัฐบาลจึงจารึกวันดังกล่าวเป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทยในชื่อ “วันพระบิดาฝนหลวง” เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงก่อให้เกิดเทคโนโลยีฝนหลวง อันเป็นมรดกสำคัญของประเทศในการช่วยเหลือประชาชนมาตลอดระยะเวลา 69 ปี

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ภายในงานจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 แสดงถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริฝนหลวง ในการรักษา สืบสาน และต่อยอด เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาโดยตลอด เพื่อแบ่งเบาพระราชกรณียกิจทั้งในการพระราชพิธีสำคัญเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรไทย

อาจกล่าวได้ว่า โครงการพระราชดำริฝนหลวงเป็นการร่วมกันสืบสานการเป็นจิตอาสาพัฒนาตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่า และเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าและชุมชน ตลอดจนสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อสร้างความสุขให้แก่ประชาชน

“โครงการพระราชดำริฝนหลวง” จึงนับเป็นการทำงานต่างพระเนตรพระกรรณที่สำคัญ ดังที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะสืบสานรักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”