รู้จัก 20 สารต้องห้ามในสกินแคร์ ที่คนเตรียมท้องต้องเลี่ยง!

https://www.naewna.com/lady/842325

รู้จัก 20 สารต้องห้ามในสกินแคร์ ที่คนเตรียมท้องต้องเลี่ยง!

รู้จัก 20 สารต้องห้ามในสกินแคร์ ที่คนเตรียมท้องต้องเลี่ยง!

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 13.10 น.

สำหรับผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ คนท้อง หรือคุณแม่ที่อยู่ช่วงให้นมบุตร การเลือกใช้สกินแคร์ควรระมัดระวังตั้งแต่เริ่มเตรียมตั้งครรภ์ เนื่องจากส่วนผสมจากสารสกัดบางชนิดในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอาจมีผลกระทบต่อทารกและสุขภาพของคุณแม่ได้ ดังนั้นก่อนจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายลองมาพลิกอ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ว่ามีสารที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์และลูกน้อยหรือไม่

“ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์” กรรมการบริหาร บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และครูวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้ง เพจให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์ยื่นหนึ่งในใจผู้มีบุตรยาก https://www.facebook.com/BabyAndMom.co.th/ เผยว่า ผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรระมัดระวังในการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว  เนื่องจากสารบางชนิดในสกินแคร์สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังและเข้าสู่กระแสเลือดได้ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงที่สารเหล่านี้จะถูกส่งผ่านไปยังทารกในครรภ์หรือน้ำนมแม่ ซึ่งสารเคมีบางชนิดสามารถรบกวนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก และอาจส่งผลต่อระบบฮอร์โมน โดยทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่และทารกทำงานผิดปกติ อีกทั้งในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ร่างกายของคุณแม่มีความไวต่อสารเคมีและการระคายเคืองมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ มีผื่นคัน หรือผิวแห้งขาดน้ำ โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมสังเคราะห์หรือสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ทั้งบำรุงผิวหน้าหรือผิวกายที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ตั้งแต่กระบวนการเตรียมตั้งครรภ์ ตลอดจนช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกน้อย

โดย ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งเพจให้ความรู้เตรียมตั้งครรภ์ยื่นหนึ่งในใจผู้มีบุตรยาก  https://www.facebook.com/BabyAndMom.co.th/ ได้รวบรวมสารสกัด20ชนิดที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์และพัฒนาการของทารก ที่มักพบในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ หรือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกายที่ควรหลีกเลี่ยงตั้งแต่กระบวนการเตรียมตั้งครรภ์เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย ได้แก่

1. เรตินอลและวิตามินเอ (Retinol และ Vitamin A) อาจก่อให้เกิดการผิดปกติของทารกในครรภ์ แนะนำให้หลีกเลี่ยง

2. ทาโซแรค/แอคคิวเทน (Tazorac/Accutane) ใช้สำหรับรักษาสิวและลดริ้วรอยมีความเสี่ยงสูงในการก่อให้เกิดการผิดปกติของทารกในครรภ์

3. เตตราไซคลีน (Tetracycline) ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของฟันและกระดูกของทารก

4. ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ลดเลือนจุดด่างดำและฝ้า อาจมีความเสี่ยงสูงในการก่อให้เกิดการผิดปกติของทารก

5. ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) ใช้เป็นสารกันเสีย มีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดมะเร็งและระคายเคืองผิวหนัง เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง และสารผ่านเข้าสู่น้ำนมได้

6. อลูมิเนียมคลอไรด์ (Aluminium Chloride)  ใช้ในผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ อาจมีผลต่อระบบประสาทและการเจริญเติบโตของทารก

7. กรดซาลิไซลิกในปริมาณสูง (BHA) (High dose salicylic acid) ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ลดการอุดตันของรูขุมขน อาจทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ แนะนำให้หลีกเลี่ยง

8. ไดไฮดรอกซีอะซีโตน (Dihydroxyacetone) ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวมีสีแทน ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง และมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ

9. พทาเลต (Phthalates) ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีความยืดหยุ่นและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล รบกวนการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์

10. ลาโนลิน (Lanolin) ให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ซึ่งลาโนลิน ที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นอาจมีสารตกค้าง เช่น ยาฆ่าแมลง ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง

11.  เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) รักษาสิว ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง

12.พาราเบนส์ (Parabens) ใช้เป็นสารกันเสีย อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและปัญหาทางฮอร์โมน

13. น้ำมันหอมระเหย (Essential oils) บำรุงผิว มีกลิ่นหอมธรรมชาติ บางชนิดอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือมีผลต่อระบบฮอร์โมน เช่น โรสแมรี่ โหระพา อบเชย แนะนำให้ใช้ Fragrances Allergen free

14. ปิโตรเลียมเจลลี่ (Petroleum) ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ปิโตรเลียมที่ไม่ผ่านการกลั่นอย่างสมบูรณ์อาจมีสารปนเปื้อน PAHs ที่บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง แนะนำให้ใช้เจลจากธรรมชาติเพื่อความปลอดภัย เช่น Shea Butter หรือ coconut oil

15.สารกันเสีย (Preservative) ป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา บางชนิดอาจมีผลต่อระบบฮอร์โมน

16. ลิควิดพาราฟิน (Liquid Paraffin) ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว อาจมีสารปนเปื้อน PAHs ที่บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง แนะนำให้ใช้ oil จากธรรมชาติ เช่น coconut oil

17. ซิลิโคน (Silicone) สารกันเสีย ลดการเกิดแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง เนื่องจากการอุดตันของรูขุมขน

18. แอลกอฮอล์ (Ethanol, Isopropanol) ลดการเกิดแบคทีเรียและเชื้อรา อาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้

19. น้ำหอม (Fragrance) สารเคมีในน้ำหอมบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผิวระคายเคือง และมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองทางเดินหายใจ อาจมีการสะสมในร่างกายและมีผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน

20. สีสังเคราะห์ (Artificial Color) ให้สีสันสวยงาม ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูน่าสนใจและมีความสวยงาม สีสังเคราะห์บางชนิดอาจมีส่วนประกอบของโลหะหนักและสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย ทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง และเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้

“ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์” จึงได้คิดค้นและพัฒนาสกินแคร์ โดยคัดสรรสารสกัดธรรมชาติเป็นเวลากว่า 5 ปี จึงเป็นที่มาของ “ไบโอเธอร่า (BIOTHERA)” ครีมปราการผิวจากพืชวีแกนด้วยส่วนผสมจากพืชธรรมชาติ 14 ชนิดผลิตจากประเทศเกาหลี (Made in Korea) อ่อนโยนกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย สตรีเตรียมตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์ และให้นมบุตรสามารถใช้ได้ ปราศจากสารที่อาจเป็นอันตราย ทั้ง 20 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้น โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในการดูแลและฟื้นฟูผิวที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจากประเทศเกาหลี ได้แก่

1. Lacto Exosome ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวจากการถูกทำร้ายของแสงแดดและมลภาวะ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว รักษาสมดุลของนิเวศผิวหน้า (Micro biomes) ให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

2.MadeWhite: สารออกฤทธิ์จากใบบัวบก (Centella asiatica) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและไวท์เทนนิ่ง ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการแพ้ ลดการอักเสบ ลดการละคายเคือง และฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย

3.MELAZERO V2 นวัตกรรม Phyto Whitening ที่ผสมผสานสารสกัดจากพืชพื้นบ้านจากประเทศเกาหลี 2 ชนิด ได้แก่ ใบบีบะ และ ใบสเปียร์มิ้นท์ ช่วยยับยั้งการผลิตเมลานินและส่งเสริมการสลายตัวของเมลานิน ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วในการทำให้ผิวแลดูกระจ่างใส

4.NB P-Complex : ส่วนผสมจากพืชธรรมชาติ 4 ชนิด โมโลเกีย, แครอทม่วง, มาเต้, โบเรจ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

5.ACZERO®: ดูแลถึงต้นตอเชื้อสิวและสร้างสมดุลระบบท่อน้ำมันผิวด้วยพืชวีแก้น 7 ชนิด ที่ช่วยลดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานใน 3 ขั้นตอน คือ ลดการผลิตซีบัม ป้องกันการเกิดแบคทีเรีย และลดการอักเสบ

“ไบโอเธอร่า (BIOTHERA)” ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22716 และ CGMP (Good Cosmetics Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกที่เข้มงวดในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และได้รับการรับรอง Vegan Certificate  จาก EVE VEGAN: RTS Cosmetics เพื่อรับรองว่าผลิตภัณฑ์ปราศจากส่วนผสมจากสัตว์และไม่มีการทดลองกับสัตว์ เลขที่ใบจดแจ้ง 12-2-6700018481 ขนาดบรรจุ  30 ml. ราคา กล่องละ 1,290 บาท จัดจำหน่ายโดย บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด สามารถสั่งซื้อผ่าน Line OA: @BabyAndMom.co.th และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ https://www.babyandmom.co.th/all-products/biothera-by-krukoy  

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

https://www.naewna.com/lady/842142

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.15 น.

ความเครียด กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ต้องรับมือกับความเร่งรีบและแรงกดดันมากมายหลายคนเลือกจัดการความเครียดด้วยการกินของหวาน เช่น ชานม ช็อกโกแลต โดนัท เพราะรสชาติอร่อย กินแล้วรู้สึกดี เยียวยาจิตใจ แต่การคลายเครียดด้วยของหวานบ่อยๆ อาจเป็นพฤติกรรมที่นำไปสู่ “โรคเบาหวาน” ได้เช่นกัน โดยสถิติของกรมควบคุมโรคชี้ว่า ในปี 2565 มีคนไทยป่วยเบาหวานสะสมถึง 3.3 ล้านคน และมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ในปี 2566 เพิ่มขึ้น 3 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง

นายแพทย์ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อและควบคุมน้ำหนัก โรงพยาบาลวิมุต อธิบายถึงลักษณะของโรคเบาหวาน ความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดและโรคเบาหวาน พร้อมแนะนำวิธีจัดการความเครียดที่ป้องกันความเสี่ยงโรคเบาหวานในระยะยาว

อ่อนเพลีย ตาพร่ามั่ว สัญญาณเตือนโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติมีระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 126มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป หรือมีค่าน้ำตาลสะสมตั้งแต่ 6.5% จากการตรวจอย่างน้อย 2 ค่า ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการกระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่นสายตาพร่ามัว มองไม่ชัด มีแผลที่เท้าเรื้อรัง มีอาการชาที่ปลายมือหรือปลายเท้า อ่อนเพลีย หรือผิวแห้งและคัน

โรคเบาหวาน แบ่งได้หลายแบบแต่เบื้องต้นเพื่อความเข้าใจง่ายขอแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ชนิดที่ 1 เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อนที่ผลิตอินซูลิน ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ชนิดที่ 2 พบในผู้ที่มีน้ำหนักเกินและไขมันในช่องท้องมาก ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ชนิดที่ 3 เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ และชนิดสุดท้ายเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมหรือสาเหตุเฉพาะอื่นๆ ที่ไม่จัดอยู่ใน 3 ประเภทแรก เช่น การใช้ยา เป็นต้น ส่วนในกลุ่มประวัติครอบครัวที่มีคนเป็นเบาหวาน หรือในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ทุกวันนี้คนอายุน้อยก็เป็นโรคเบาหวานกันแล้ว เพราะนิยมกินของหวานเพื่อคลายเครียดและไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย กลายเป็นพฤติกรรมอันตรายที่เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน

เป็นเบาหวานเสี่ยงซึมเศร้ากว่าปกติ 2 เท่า

โรคเบาหวานและความเครียด มีความเชื่อมโยงกันโดยตรง เพราะเมื่อเผชิญความเครียด หลายคนมักหันไปพึ่งของหวาน โดยไม่รู้ตัวว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน และเมื่อป่วยเป็นเบาหวานแล้ว ภาระในการดูแลตัวเองยิ่งหนักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายตามตารางที่แพทย์แนะนำ หรือการกินยาอย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดสะสม ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า และกว่า 30% ของผู้ป่วยมักประสบปัญหาสุขภาพจิตที่อาจทำส่งผลให้ละเลยการดูแลตนเอง เช่น ขาดแรงจูงใจในการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย หรือลืมกินยาบ่อยครั้ง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเบาหวานกำเริบ รวมถึงอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต หรือโรคหลอดเลือดสมอง กลายเป็นวงจรอันตรายที่ส่งผลร้ายต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจ

จัดการความเครียดให้เหมาะสมป้องกันโรคเบาหวาน

การกินของหวานไม่ใช่วิธีแก้เครียดเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลายวิธี เช่น ออกกำลังกาย ดูหนัง เล่นเกม หรือฟังเพลง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้ในระยะยาว แต่ถ้ายังอยากกินของหวานอยู่ ก็ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลไม่ให้เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน และควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีแม้จะอายุน้อยหรือยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่นกินของหวานเป็นประจำ มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คนในครอบครัวเป็นเบาหวาน มีน้ำหนักเกิน หรือมีโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะถ้าตรวจพบเร็วจะได้รักษาได้ทันเวลา

ทั้งนี้ ในยุคนี้ความเครียดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเรียนและคนทำงาน แม้การกินของหวานจะเป็นตัวช่วยที่สะดวกที่สุด แต่ถ้ากินจนติดเป็นนิสัยก็อาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้ จึงอยากให้ทุกคนลองผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่า อาทิ เล่นกีฬา ไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ส่วนของหวานก็ยังกินได้ แต่ก็ควรลดและกินในปริมาณที่พอดี ที่สำคัญอย่าลืมมาตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานในอนาคต

ผู้ที่สนใจขอรับคำปรึกษา สามารถ โทร.นัดหมายได้ที่ 02-0790070 เวลา 07.00-19.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล

นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

https://www.naewna.com/lady/842137

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.05 น.

โรคซึมเศร้า เป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสุขของผู้คนในทุกช่วงวัยและทุกระดับสังคม อาการที่เกิดขึ้นไม่เพียงแค่เป็นความเศร้าหรือความวิตกกังวล แต่ยังสามารถส่งผลต่อร่างกาย จิตใจ และการทำงานในชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้ การรักษาและฟื้นฟูจากโรคซึมเศร้าจึงจำเป็นต้องมีหลายแนวทางที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและสามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่มีคุณภาพอีกครั้ง

โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต Bangkok Mental Health Hospital หรือ BMHH  ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และได้พัฒนาแนวทางการบำบัดที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกัน โดยหนึ่งในนั้นคือการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการสุขภาพจิตว่าเป็นวิธีการรักษาที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูจิตใจ

การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี : ทางเลือกที่สร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูจิตใจ

การบำบัดด้วยศิลปะ (Art Therapy) และดนตรี (Music Therapy) เป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในใจผ่านสื่อศิลปะและเสียงดนตรี การแสดงออกผ่านการวาดภาพ การเล่นดนตรี หรือการร้องเพลงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้แสดงความรู้สึกที่อาจจะยากในการพูดออกมาเป็นคำพูด ซึ่งทำให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความเครียด และเพิ่มความเข้าใจในตนเอง

การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี สามารถช่วยผู้ป่วยโรคซึมเศร้าด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่มีการตัดสินใจ จึงสามารถเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและยอมรับตนเองได้มากขึ้น การสร้างสรรค์งานศิลปะหรือการเล่นดนตรียังช่วยกระตุ้นสมองและกระตุ้นสารเคมีที่มีผลต่ออารมณ์ เช่น โดปามีนและเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น

ประโยชน์ของการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ช่วยปลดปล่อยอารมณ์และความเครียด : การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหรือการเล่นดนตรีช่วยให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกและบรรเทาความเครียดที่สะสมอยู่ในจิตใจ

เพิ่มการเชื่อมโยงทางอารมณ์ : ดนตรีและศิลปะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถติดต่อสื่อสารและสร้างความเชื่อมโยงกับตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น

กระตุ้นสมองและฟื้นฟูสุขภาพจิต : การใช้ดนตรีและศิลปะกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยเพิ่มสมาธิ ลดอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล

เสริมสร้างความมั่นใจ : การสร้างผลงานศิลปะและดนตรีให้สำเร็จสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกภาคภูมิใจ

ช่วยในการรับมือกับความทรงจำหรืออารมณ์ที่ซับซ้อน : การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจและจัดการกับความทรงจำหรืออารมณ์ที่ยากจะเผชิญได้

ทั้งนี้ โรงพยาบาล BMHH มีทีมแพทย์และนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี โดยแต่ละโปรแกรมการบำบัดถูกออกแบบอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการ นอกจากนี้เรายังให้คำปรึกษาและการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูจิตใจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

เปิดเทศกาลแห่งความสุขระดับโลก‘The World’s Great Celebration 2025’

https://www.naewna.com/lady/842199

เปิดเทศกาลแห่งความสุขระดับโลก‘The World’s Great Celebration 2025’

เปิดเทศกาลแห่งความสุขระดับโลก‘The World’s Great Celebration 2025’

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, วัลยา จิราธิวัฒน์, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์, พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร และ อัศวิน อารัทธ์เทียรงาม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) Thailand Toy Expo และ J.P. Toys Gallery เปิดม่านเทศกาลแห่งความสุขเทศกาลใหญ่แห่งปี บนแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ โดยมีพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาส “Light up Christmas Tree 2025” ประเดิมเทศกาลแห่งความสุข “The World’s Great Celebration 2025”ที่จะสร้างให้ประเทศไทยเป็น Best HolidayDestination ของคนทั่วโลก ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โดยพิธีเปิด “Light up Christmas Tree 2025” ได้รับเกียรติจากผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดงานประกอบด้วย ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร, วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนากรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)พงศธร ธรรมวัฒนะ เจ้าของงาน TTE และ J.P. Toys Gallery และ อัศวินอารัทธ์เทียรงาม ทีมผู้บริหารงาน TTE พร้อมผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน เข้าร่วมงานดังกล่าว

สำหรับงาน “The World’s Great Celebration 2025” จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-5 มกราคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ และศูนย์การค้าสาขาในเครือเซ็นทรัลพัฒนา มีความพิเศษที่เติมเต็มความสุขให้สมกับเป็นเทศกาลระดับโลก คือการเนรมิตพื้นที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยการเชิญศิลปินผู้สร้าง ART TOYS นำ ARTTOYS ที่มีชื่อเสียงระดับโลกถึง 23 Characters อาทิ Labubu, Vincent, Ice Liquid, Myce, BF Bear, Dimoo, Estelle, Franky, Oniki, Nick, Rengeas Jr, Nong Toy และ Byron กว่า 50 ตัวมารังสรรค์โลกจินตนาการสู่โลกความเป็นจริง ภายใต้ Concept “MERRY Ville Touring” สร้างสีสัน และมอบความสนุกเหนือจินตนาการที่ไม่เหมือนใคร

ส่วนในศูนย์การค้า 11 สาขาในเครือเซ็นทรัลพัฒนา มีการตกแต่ง ประดับต้นคริสต์มาสส่งเสริมอัตลักษณ์ ประจำท้องถิ่นไทย เชิดชูอัตลักษณ์ไทยให้เป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลก ผ่านการรังสรรค์ 11 ต้นคริสต์มาส Local Pride ที่ดึงความสวยงามของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อตอกย้ำความเป็น Tourist Destination ของประเทศไทยอย่างแท้จริง

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การจับมือกับภาคเอกชนในการรังสรรค์เทศกาลความสุขระดับโลกในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event Hub ผ่านการจัดอีเว้นท์ และเฟสติวัลที่หลากหลาย และครอบคลุมในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง และกิจกรรมนี้ถือเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเฟสติวัลและอาร์ตทอย ปลุกกระแส เขย่านักท่องเที่ยวกลุ่ม Pop culture, Sub culture movement ออกเดินทางท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ภายใต้โครงการ Thailand Winter Festivals 2024 ซึ่งงานเทศกาลเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ และแสดงถึงความพร้อมของประเทศไทยให้เป็นหมุดหมายปลายทางสำคัญแห่งการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ซึ่งนอกจากการจัดงานที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้ว ทางเซ็นทรัลยังได้เชิดชูอัตลักษณ์ไทยให้เป็นที่รู้จักผ่าน 11 ต้นคริสต์มาส Local Pride ณ ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลทั่วประเทศ 11 แห่ง ซึ่งมีการประดับตกแต่งต้นคริสต์มาสที่ไม่เหมือนใครในโลก ด้วยการนำอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นมาเป็นธีมของต้นคริสต์มาส เพื่อสร้างความน่าสนใจ และทำให้นักท่องเที่ยวเกิดแรงบันดาลใจในการตามรอยออกเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และกระจายบรรยากาศการเฉลิมฉลองและความสุขไปทั่วประเทศอีกด้วย

ผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคนิคเก็บทวารหนัก ไม่ต้องพึ่งทวารเทียม

https://www.naewna.com/lady/842145

ผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคนิคเก็บทวารหนัก ไม่ต้องพึ่งทวารเทียม

ผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคนิคเก็บทวารหนัก ไม่ต้องพึ่งทวารเทียม

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในประเทศไทย โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ถูกจัดอันให้เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ซึ่งภาพที่คุ้นตาหลายคนคือการที่ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่มักมีทวารเทียมอยู่บริเวณหน้าท้อง เพื่อให้สามารถอุจจาระทางหน้าท้องได้ แต่ในปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดที่ผู้ป่วยมะเร็งไม่จำเป็นต้องมีทวารเทียมและยังสามารถใช้งานกล้ามเนื้อหูรูดได้เองเรียกว่า “เทคนิคเก็บทวารหนัก หรือ เทคนิคเก็บก้น”

แพทย์หญิงจรรยวรรธน์ สร้างสมวงษ์ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ความซับซ้อนของการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดก้อนเนื้อที่พบในลำไส้ หากก้อนเนื้ออยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายหรือที่เรียกว่าลำไส้ตรง (Rectum) จะมีความซับซ้อนในการผ่าตัดค่อนข้างมากเนื่องจากอยู่ติดกับทวารหนัก ซึ่งการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่จำเป็นต้องตัดส่วนของลำไส้ที่มีเซลล์มะเร็งออก หากมะเร็งอยู่ใกล้กับหูรูดทวารหนักแพทย์อาจจำเป็นต้องตัดส่วนดังกล่าวออกด้วย เพื่อป้องกันการกระจายของเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้งานกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักได้และจำเป็นต้องมีทวารเทียมหรือมีลำไส้เปิดบนผนังหน้าท้องตลอดชีวิต เพื่อเป็นทางออกของอุจจาระแทน

แต่การมีทวารเทียม มักสร้างความกังวลใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะนอกจากจะทำให้ภาพลักษณ์ดูไม่สวยงามแล้ว ยังไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายของตัวเองได้อีกด้วย อาจจะมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านกิจวัตรประจำวัน และการใช้ชีวิตในสังคม

ในปัจจุบัน ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ทำให้การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่บางกรณีเช่น ตำแหน่งของก้อนเนื้ออยู่ในระยะที่ใกล้กับหูรูดทวารหนัก สามารถที่จะใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบเก็บทวารหนักหรือเก็บก้นได้ โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery หรือ MIS) เป็นการผ่าตัดแผลเล็กและหลีกเลี่ยงการตัดกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักชั้นนอก เพื่อให้ผู้ป่วยยังสามารถขับถ่ายออกทางทวารหนักได้เองในอนาคต และไม่ต้องมีทวารเทียมตลอดชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีความชำนาญเท่านั้น

การผ่าตัดด้วยเทคนิคเก็บก้นหรือการเก็บทวารหนักช่วยลดความจำเป็นในการใช้ถุงหน้าท้องถาวร ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแบบนี้มักจะสามารถฟื้นฟูการทำงานของลำไส้ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดังเดิม นอกจากนี้ การเก็บก้นยังช่วยลดผลกระทบทางจิตใจ เช่น ความวิตกกังวลและความอายทำให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งของมะเร็ง ขนาดของเนื้องอก และสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย ทีมแพทย์สหสาขาจะร่วมกันวางแผนและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมที่สุดในผู้ป่วยแต่ละราย

พญ.จรรยวรรธน์ สร้างสมวงษ์

ชวนล่องเรืออังสนา…ตามรอยเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงาน ‘ประตูเชื่อมสุข สะพานเชื่อมใจ เพราะพระบริบาล’

https://www.naewna.com/lady/842211

ชวนล่องเรืออังสนา…ตามรอยเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงาน ‘ประตูเชื่อมสุข สะพานเชื่อมใจ เพราะพระบริบาล’

ชวนล่องเรืออังสนา…ตามรอยเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงาน ‘ประตูเชื่อมสุข สะพานเชื่อมใจ เพราะพระบริบาล’

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานฉะเชิงเทรา ชวนเที่ยวชมงาน “ประตูเชื่อมสุข สะพานเชื่อมใจ เพราะพระบริบาล” ครั้งที่ 5/2567 น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 22–24 พฤศจิกายน 2567 ณ ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ล่องเรืออังสนา…ตามรอยเสด็จพระราชดำเนิน ในหลวงรัชกาลที่ 9

นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรา กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนตำบลทรงคนอง ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลทรงคนอง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) พิพิธภัณฑ์ครุฑ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานฉะเชิงเทรา ร่วมกันจัดงานประตูเชื่อมสุข สะพานเชื่อมใจ เพราะพระบริบาล ครั้งที่ 5/2567 ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อประชาชนชาวพระประแดง ตามโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ประกอบด้วย นิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การแสดงดนตรี โขน และนาฏศิลป์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ช้อป ชิม และเวิร์กช็อป อาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนทั้ง 6 ตำบลในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า

กิจกรรมที่ระลึก “เหรียญทรงรัก”อยากได้ต้องลงมือทำเอง พิเศษสุดกับกิจกรรมล่องเรืออังสนา…ตามรอยเสด็จพระราชดำเนิน ในหลวงรัชกาลที่ 9ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคเพื่อทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ รวมทั้งสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 –21.00 น. ขึ้นลงเรือ ณ ท่าเรือหอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพฯ นอกจากกิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง ร.9 แล้ว ชาวบางกะเจ้ายังได้จัดเตรียมอาหารรสเลิศ เมนูถิ่นสำรับบางกะเจ้าไว้รอต้อนรับอย่างอบอุ่น และยังได้ร่วมกับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงร่วมสมัย จากศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ กิต The Voice และ เมจิ The Golden Song อีกด้วย

ติดต่อจองบัตรร่วมกิจกรรมล่องเรืออังสนา ได้ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตำบลทรงคนอง โทร 081-6256693 / 092-2293594 บัญชี 2160581038 ธนาคารกรุงไทย ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยชุมชนตำบลทรงคนอง (บัตรมีจำนวนจำกัด) และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา โทร. 038-514 009 หรือทางเพจของ ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรา : TAT Chachoengsao

เปิดรันเวย์อวดผลงานไอเดียสร้างสรรค์ ผู้ชนะโครงการ Jaspal Group Scholarship Program 2024

https://www.naewna.com/lady/842215

เปิดรันเวย์อวดผลงานไอเดียสร้างสรรค์ ผู้ชนะโครงการ Jaspal Group Scholarship Program 2024

เปิดรันเวย์อวดผลงานไอเดียสร้างสรรค์ ผู้ชนะโครงการ Jaspal Group Scholarship Program 2024

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เควินทร์ สิงห์สัจจเทศ ผจก.ทั่วไป ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมยินดีกับ 5 ผู้ชนะรางวัลทุนการศึกษาจากโครงการ Jaspal Group Scholarship Program 2024

ยัสปาล กรุ๊ป (Jaspal Group) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจแฟชั่น สนับสนุนการเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยด้วยพลังคนรุ่นใหม่ จัดพิธีมอบรางวัลทุนการศึกษาและงานแสดงแฟชั่นโชว์ของนิสิตนักศึกษาผู้ชนะในโครงการ Jaspal Group Scholarship Program 2024 ที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่จากทั่วประเทศได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Power of Next นำเสนอดีไซน์มุมมองที่แตกต่างของคนรุ่นใหม่ให้กับแบรนด์ชั้นนำภายใต้เครือ ยัสปาล กรุ๊ป พร้อมโอกาสเข้ารับการฝึกงานจากดีไซเนอร์ระดับมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจแฟชั่นจากแบรนด์ดังในยัสปาล กรุ๊ป ร่วมโค้ชชิ่งอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดประสบการณ์ในธุรกิจแฟชั่นอย่างครบวงจร รวมมูลค่าทุนการศึกษาทั้งโครงการกว่า 650,000 บาท ผู้ชนะรางวัลทุนการศึกษาโครงการฯ ได้รับทุนการศึกษา ทุนละ 100,000 บาท จำนวน 5 คน ได้แก่ ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์จากจุฬาฯ ปิยบุตร วลีเกียรติกุลจาก ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์ จากจุฬาฯ ณิชาภัทร แก้วธำรงค์ จาก ม.ศรีนครินทรวิโรฒ และ มาย พฤกษากิจเจริญ จาก ม.ธรรมศาสตร์

ไฮไลท์พิเศษ คือ การแสดงแฟชั่นโชว์นำเสนอผลงานที่เปิดเวทีให้ผู้ชนะได้สร้างสรรค์ผลงานตัดเย็บคอลเลคชั่นเสื้อผ้าชุดจริง สร้างสรรค์ออกมาได้ตอบโจทย์ไอเดียคอนเซ็ปต์ “The Power of Next” จะได้รางวัลทุนการศึกษายอดเยี่ยมเพิ่มเติมอีกจำนวน 150,000 บาท จำนวน 1 รางวัลโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในวงการแฟชั่น สองบรรณาธิการบริหารสื่อแฟชั่นชั้นนำ เศรษฐพงษ์ เผ่าวัฒนา และ ชนินทร์ฝ่ายขันธ์ ร่วมด้วย พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง เควินทร์ สิงห์สัจจเทศ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน โดย ผู้ชนะรางวัลยอดเยี่ยม คือ ปิยบุตร วลีเกียรติกุล คณะวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เอกแฟชั่นสิ่งทอและเครื่องตกแต่ง ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรสร้างสรรค์คอลเลคชั่น “Active resurrection”, Refresh  Activities ภายใต้แบรนด์ CPS Chaps ขึ้นใหม่ได้แรงบันดาลใจมาจากเทรนด์ Design Capsule: Men’s Active Retro 2025 โดย WGSN ที่กล่าวถึงเสื้อผ้ากีฬาสำหรับฤดูรองในช่วงปี 1980 ที่จะกลับมารับความนิยมในปี 2050

ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ พัฒนาคอลเลคชั่น “Bureau Lounge” A/W 2025, Womenswear ภายใต้แบรนด์ Jaspal สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้อิทธิพลของเทรนด์ Robust Luxury ผสมผสานกับแรงบันดาลใจจากงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของศิลปินชาวบราซิล Sergio Rodrigues และขับเคลื่อนโดยหนึ่งในดีไซน์คีย์เวิร์ดหลักของปี 2025 คือ Intelligent Simplicity มุ่งเน้นการออกแบบที่ยั่งยืนด้วยเสื้อผ้าแบบ Timeless Minimal สวมใส่ได้ทั้งสไตล์ Wear to Work และ Essentialsเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าดั้งเดิมของแบรนด์ ผ่านเสื้อผ้าที่มีความ Stylish & Classy นำมามิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับเบสิกไอเทมที่ลูกค้ามีอยู่ในตู้เสื้อผ้าได้

ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชานฤมิตศิลป์ เอกแฟชั่นและสิ่งทอ จุฬาฯ นำเสนอเรื่องราวและ Identity ของแบรนด์ CPS Chaps ในคอลเลคชั่น “ROCKS ss 2025” โดยตีความคำว่า “Rock” เป็นสิ่งที่เรียบง่าย เป็นได้ทั้งดนตรีและธรรมชาตินำมาเล่าผ่านการออกแบบแบบ Modular Design นำเสนอรูปแบบเสื้อผ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนได้สำหรับผู้สวมใส่ และเป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่สำหรับอนาคต เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น เลือกใช้ผ้า Denimที่มีความทนทานสำหรับ Workwearมาใช้เพื่อสื่อให้เห็นถึงผ้าที่ถูกนำมารีไซเคิลใหม่ก็สามารถสร้างความแปลกใหม่ได้

ณิชาภัทร แก้วธำรงค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ สร้างสรรค์คอลเลคชั่นสุดพิเศษ“Modern Euphoria สุขอันล้ำค่าของผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเอง”ภายใต้แบรนด์ Jaspal นำเสนอคอนเซ็ปต์การเป็น Modern Woman เฉลิมฉลองความเป็นตัวของตัวเองในแบบผู้หญิงยุคใหม่ที่หลอมรวมความอ่อนโยนและความแข็งแกร่งเข้าด้วยกันโดยไม่กลัวที่จะแตกต่าง ตั้งแต่เสื้อลูกไม้ กางเกงผ้าชีฟองที่แสดงถึงความอ่อนโยน เบาบางและอิสระ ความหรูหรา พลิ้วไหว และโรแมนติกของซาติน ความเท่และความสตรองของแจ๊กเกตหนังรวมทั้งเบลเซอร์ทรง Oversized ความกล้าที่จะ Stylingและไม่กลัวที่จะเลือกใส่สีสันต่างๆ ผสมผสานระหว่าง Femininity และ Masculinityกล้าแสดงตัวตนผ่านการแต่งกายที่สร้างสรรค์และไร้ข้อจำกัด

มาย พฤกษากิจเจริญ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ เอกแฟชั่นดีไซน์ ม.ธรรมศาสตร์สร้างสรรค์คอลเลคชั่น “Infinite Bloom การเบ่งบานไร้สิ้นสุด” แบรนด์ Lyn Around ได้แรงบันดาลใจจาก Aganisia CyaneaOrchid หรือดอกกล้วยไม้สีหายาก บางสายพันธุ์นี้ให้ดอกสีม่วงอมน้ำเงิน กล้วยไม้ชนิดนี้เปรียบเหมือนเด็กรุ่นใหม่เริ่มต้นการออกแบบจากการศึกษาเทรนด์จาก WGSN ที่กำลังมาแรง ทั้งเรื่องของวัสดุ สี เทกเจอร์ จนมาลงตัวที่ผ้าที่สวมใส่ง่ายอย่าง Cotton 100% Cotton twill และผ้า Organdy เป็นผ้าหลักในการทำคอลเลคชั่น และนำมาปริ้นท์ลวดลายดอกกล้วยไม้และดีไซน์เป็นชุดต่อไป

แฟชั่นเซตของ ปิยบุตร วลีเกียรติกุล ผู้ชนะรางวัลยอดเยี่ยม

แฟชั่นเซตของ ปิยบุตร วลีเกียรติกุล ผู้ชนะรางวัลยอดเยี่ยม

แฟชั่นเซตของ ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์

แฟชั่นเซตของ ขวัญข้าว พันธุ์พิทยุตม์

แฟชั่นเซตของ ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์

แฟชั่นเซตของ ชาติชาย ศรีเพิ่มพันธ์

แฟชั่นเซตของ ณิชาภัทร แก้วธำรง

แฟชั่นเซตของ ณิชาภัทร แก้วธำรง

แฟชั่นเซตของ มาย พฤกษากิจเจริญ

แฟชั่นเซตของ มาย พฤกษากิจเจริญ

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/842194

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2567

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll การรณรงค์เลือกประธานาธิบดีสหรัฐระหว่าง DONALD TRUMP กับKAMALA HARRIS ปิดฉากลงแล้ว ทิ้งภาพ “ช้อยเก็บฉาก” ฝ่ายแฮร์ริสไว้อย่างน่าหดหู่ ด้วยความคาดหมายตามโพลล์ต่างๆ ทีมงาน เดโมแครต จึงจัดเตรียมเวทีรับขวัญ แฮร์ริส ไว้อย่างอลังการในวันเลือกตั้ง แต่ผ่านไปแค่ครึ่งวันลางร้ายเริ่มปรากฏทีมงานต้องรีบประกาศยกเลิกงานเก็บเวทีอย่างเร่งรีบ เพราะตัวเลข ELECTORAL VOTES ชี้ให้เห็นว่าทรัมป์ กำลังชนะขาดในทุกรัฐสวิงสเตท เกจิการเมืองอเมริกันสรุปไว้อย่างน่าฟังและเป็นบทเรียนให้ผู้นำทุกคนตระหนักว่าไม่ว่าตัวแคนดิเดต (แฮร์ริส) จะน่าเชื่อถือเพียงใดแต่ถ้ามวลมหาชนปลงใจว่าเศรษฐกิจประเทศย่ำแย่ก็ต้องตัดสินใจหย่อนบัตรพร้อมกันเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ และเฉกเช่นทุกการรณรงค์เมื่อยุติลงด้วยการพ่ายแพ้ยับเยิน จึงเกิดการชี้นิ้วหาแพะบูชายัญ ลงไปที่ประธานาธิบดีไบเดนในข้อหาว่ายึดติดเก้าอี้จนสายเกินแก้…

ll โดยทั่วไปเมื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ปรากฏตัวร่วมในรายการทีวีต่างๆ เมื่อต้องคอมเมนต์ในเหตุการณ์สำคัญก็มักจะเป็นพูดจาภาษาดอกไม้อวยชัยให้พรกับรัฐบาลแต่มีข้อยกเว้นในรายของ ท่านพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา แต่ละวาระที่รายการขอฟังคอมเมนต์ท่านในเรื่องของบทบาทประเทศไทยในเวทีโลก ท่านก็จะปูเรื่องให้ฟังเข้าใจง่าย และชี้ให้เห็นข้อเท็จจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทยในปัจจุบันที่ทุกคนสนใจด้วยใจระทึก มีคำเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า อย่าไปคิดว่าสหรัฐฯ จะมองไทยในสายตาเดิม ในช่วงยุครัฐบาลทรัมป์ 1 ท่านทูตฯได้ร่วมคณะกับผู้นำไทยเข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำเนียบไวท์เฮ้าส์ ทรัมป์ไม่เสียเวลา “STAND ON CEREMONY” ไม่โอภาปราศรัยรีบหันไปถามกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯว่า “ประเทศนี้” เขาประพฤติตัวดีไหม ดีว่า กต. สหรัฐฯ ช่วยไทยไว้ ทรัมป์ จึงได้ผ่อนคลายขึ้น ฟังดูแล้วความสัมพันธ์ที่เรามีกับสหรัฐฯมา 190 ปี คงจะอ้างกับรัฐบาลทรัมป์ไม่ได้อีก…คงจะต้องนับหนึ่งกันใหม่…

ll มูลนิธิ “พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่” ขอเชิญร่วมงานบำเพ็ญกุศล พล.ร.อ.สงัด และคุณหญิงสุคนธ์ ชลออยู่ และมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดาข้าราชการ พัน ร.7 กรม ร 3 พล.นย 24 พ.ย. 10.00 น. ณ สุสานบ้านวังหิน อ.แกลง จ.ระยอง มีรถยนต์ปรับอากาศขส.ทร.รับ-ส่ง โดยรถออกจากวังนันทอุทยานเวลา 06.30 น.และศูนย์กีฬาราชนาวีบางนาเวลา 07.00 น. …

ll ข่าวเศร้า สวัสดิ์ ส่งสัมพันธ์ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ถึงแก่กรรม กำหนดพระพิธีธรรม ณ ศาลา 1วัดผาสุกมณีจักร 16-18 พ.ย.18.30 น.,สวดพระอภิธรรม 19-20 พ.ย. ส่วน พระราชทานเพลิงศพ 21 พ.ย. 17.00 น. เจ้าภาพขอเรียนเชิญผู้เคารพนับถือร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน…

ll ลัคนา กนกพันธรางกูร เข้าชมรม OPPY สังคมคนอายุยืน ที่มีคุณหญิงชัชนีจาติกวณิช เป็นประธานฯ ชมรมนี้ สอนวาดรูปสีน้ำ ร้องเพลง เต้นรำ เสริมสร้างความรู้ด้านไอที จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอทำภาพเก๋ไก๋มาโชว์เพื่อนๆ เสมอ ล่าสุดทำภาพและแต่งบทประพันธ์อวยพรวันเกิดให้ อนิตา วงศ์ทองศรี ผู้อาวุโสที่เคารพรักวัย 92 ปี !!…ll

บารอนเนส

โปรตีนจากพืชใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่

https://www.naewna.com/lady/842143

โปรตีนจากพืชใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่

โปรตีนจากพืชใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เทรนด์สุขภาพมาแรง! คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจเรื่องโภชนาการกันมากขึ้น เฮอร์บาไลฟ์ ประเทศไทย ผู้นำด้านโภชนาการและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก เปิดตัว “ฟอร์มูล่า วัน ซีเล็คท์” โปรตีนจากพืชใหม่ล่าสุด สกัดจากถั่วลันเตา ข้าว และควินัว อัดแน่นด้วยกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพแบบจัดเต็ม

“เราตื่นเต้นมากที่ได้เปิดตัว “ฟอร์มูล่า วัน ซีเล็คท์” ในประเทศไทย” อธิปพงษ์ผดุงเกียรติวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “นี่คือก้าวสำคัญของเราในการส่งเสริมสุขภาพคนไทย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองทางวิทยาศาสตร์ เราเชื่อว่า “ฟอร์มูล่า วัน ซีเล็คท์” จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้คนไทย โดยเฉพาะสายวีแกนให้มีสุขภาพที่ดี และบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพในระยะยาว”

ฟอร์มูล่า วัน ซีเล็คท์ อัดแน่นไปด้วยสารอาหารสำคัญไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุ ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ปราศจากกลูเตนทั้งนี้ ไม่ได้มีคุณสมบัติในการวินิจฉัย บำบัด รักษา หรือป้องกันโรคใดๆ

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดผลิตภัณฑ์ฟอร์มูล่า วัน ซีเล็คท์ เพิ่มเติม สามารถติดตามหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial หรือ www.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

นิทรรศการภาพวาด ‘BAILEMOS’ สานสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและโคลอมเบีย

https://www.naewna.com/lady/842210

นิทรรศการภาพวาด ‘BAILEMOS’ สานสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและโคลอมเบีย

นิทรรศการภาพวาด ‘BAILEMOS’ สานสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและโคลอมเบีย

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถานเอกอัครราชทูตโคลอมเบียประจำประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ตอกย้ำจุดยืนการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสและการเป็นผู้นำในทุกมิติ ซึ่งรวมถึงด้านศิลปะ วัฒนธรรม การสร้างสรรค์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญเป็นการสนับสนุนผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ชัยชนะในสมรภูมิของ Soft Power ในระดับนานาชาติ จัดงานนิทรรศการภาพวาด BAILEMOS (ไบเลโมส) สานสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและโคลอมเบีย ผ่านภาพเขียนที่เต็มไปด้วยการผสมผสานทางวัฒนธรรม จากฝีมือการสร้างสรรค์ของ David Rodriguez (เดวิด โรดริเกซ) ศิลปินลูกครึ่งโคลอมเบีย-ฝรั่งเศส เปิดให้เข้าชมจนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ณ Art Exhibition Spaceชั้น 5 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

นิทรรศการ BAILEMOS เป็นโปรเจกท์งานศิลปะของศิลปินชื่อดัง David Rodriguez ที่มีความ โดดเด่นในเรื่องของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ผ่านผลงานภาพวาดที่สะท้อนถึงเรื่องราวของการผสมผสานความรุ่มรวยของวัฒนธรรมไทยเข้ากับวัฒนธรรมโคลอมเบีย โดยการนำความงดงามของนาฏศิลป์ไทยอย่าง รำไทย และโขน มาผสมผสานกับการเต้นรำอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโคลอมเบีย ออกมาเป็นผลงานภาพวาดล่าสุดที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรก โดยศิลปินสะท้อนให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะของการร่ายรำนั้นไม่แตกต่างจากลายเส้นของภาพวาดบนผืนผ้าใบ ที่ต่างทิ้งร่องรอยของสีสันและรูปทรงอันสดใสไว้เบื้องหลัง เมื่อลายเส้นและรูปทรงหลอมรวมกันคือ จังหวะของการเต้นรำ โดยมีองค์ประกอบที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม และที่สุดแล้ว BAILEMOS คือการเคลื่อนไหวอย่างรื่นเริง เป็นการแสดงออกที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความมีชีวิตชีวาของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และประสบการณ์ของศิลปิน

นอกจากนี้ ยังมีผลงานภาพวาดอันเป็นผลงานศิลปะที่นำพาให้ David ได้เดินทางไปจัดแสดงนิทรรศการมาแล้วทั่วโลก ซึ่งเป็นผลงานที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและความอยากรู้อยากเห็นที่นำไปสู่การตั้งคำถามเชิงลึกเกี่ยวกับการสำรวจตนเองและการแสดงตัวตนของมนุษย์

ภายในงานเปิดนิทรรศการ David ยังได้โชว์ Live Painting ยกสตูดิโอจัดแสดงการวาดภาพผสมผสานทางวัฒนธรรมสุดพิเศษให้แขกที่มาร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิดอีกด้วย