‘มูจิ วัน แบงค็อก’มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกมิติการใช้ชีวิตของคนเมือง

https://www.naewna.com/lady/842202

‘มูจิ วัน แบงค็อก’มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกมิติการใช้ชีวิตของคนเมือง

‘มูจิ วัน แบงค็อก’มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกมิติการใช้ชีวิตของคนเมือง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พร้อมให้เหล่าคนเมืองได้เติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตด้วยสินค้าที่ครบครันจากแบรนด์ “มูจิ” (MUJI) ล่าสุด อกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานเปิดตัวคอนเซ็ปต์สโตร์สาขาล่าสุดอย่างยิ่งใหญ่กับ “มูจิ วัน แบงค็อก” (MUJI One Bangkok) ที่จะมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบเต็มรูปแบบด้วยสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ของการใช้ชีวิตทั้งสินค้าใหม่และไอเทมยอดนิยมกว่า 5,000 รายการ ที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับญี่ปุ่น ในราคาที่จับต้องได้ พร้อมกันนี้ยังได้เชิญดารานักแสดงชื่อดังอย่าง อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ และ โบว์-เมลดา สุศรี มาร่วมนำเสนอไลฟ์สไตล์ผ่านสินค้าจากแบรนด์ “มูจิ” ในครั้งนี้ด้วย

อกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิรีเทล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว มูจิ วัน แบงค็อก (MUJI One Bangkok) นับเป็นสาขาที่ 38 ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของบริษัทที่ต้องการยกระดับรูปแบบร้านค้าให้เป็นไลฟ์สไตล์สโตร์ที่จะเติมเต็มประสบการณ์ช้อปปิ้งของเหล่าคนเมืองให้เป็นมากกว่าการจับจ่ายใช้สอยโดยที่นี่จะเป็นสถานที่ในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างครบครันในทุกมิติ ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 3,040 ตารางเมตร ซึ่งถือว่าเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของไทยในปัจจุบัน มีสินค้าที่หลากหลายครบทุกประเภทซึ่งไม่ต่างจากสาขาหลักในประเทศญี่ปุ่น”

ความโดดเด่นของ “มูจิ วัน แบงค็อก” คือที่ที่สามารถช้อปสินค้ามูจิได้อย่างครบครันและเต็มรูปแบบ ที่นี่จะรวบรวมทั้งสินค้าใหม่และสินค้ายอดนิยมได้ที่นี่ที่เดียว ซึ่งประกอบไปด้วย โซนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย, โซนเครื่องใช้ในบ้านและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน, โซนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม, โซนขนมและอาหารสำเร็จรูปจาก MUJI, โซนอุปกรณ์เครื่องเขียนและสำนักงาน และโซนอุปกรณ์สำหรับการเดินทางแล้วยังจัดโซนเอ็กซ์คลูซีฟ ประกอบด้วย โซน Grab & Goที่จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 น. ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชาวออฟฟิศ ที่ให้บริการทั้ง เครื่องดื่มแบบพร้อมดื่มพร้อมเมนูอาหารท่านง่าย ให้ลิ้มลอง, โซน Green & Outdoor Goods ที่รวบรวมสินค้าต้นไม้, อุปกรณ์ตกแต่งสวน และโซน PET Products จำหน่ายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ “มูจิ” ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืน โดย “มูจิ วัน แบงค็อก” (MUJI One Bangkok) จะจัดกิจกรรม Community Market ตลาดนัดมูจิ มีทั้งหมด 8 ร้าน เพื่อให้ร้านค้าท้องถิ่นได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าประเภทงานศิลปะ งานคราฟท์แฮนด์เมด และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ร้านค้ารายย่อย และสานต่อในแนวคิดของการเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืน ถัดมาที่อีกหนึ่งความน่าสนใจกับ Refill Station คือการจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ Normal Refill ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบรีฟิลที่ผลิตจากธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมหลักจากผลมะคำดีควายที่เก็บเกี่ยวตามฤดูกาลจากต้นมะคำดีควายที่เติบโตตามธรรมชาติในหุบเขาโดยชาวปกาเกอะญอ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชท้องถิ่นและช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน ต่อมาที่ ReMUJI คือการนำสินค้าเสื้อผ้าจากคอลเลคชั่นเก่ามาย้อมครามเพื่อเป็นการลดขยะและให้ชีวิตใหม่กับเสื้อผ้า และอีกหนึ่งความพิเศษคือ Local Products ที่จะจำหน่ายเฉพาะ “มูจิ วัน แบงค็อก” ซึ่งเป็นสินค้าที่ทางมูจิประเทศไทยได้ร่วมพัฒนาสินค้ากับผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยทางมูจิเข้าไปควบคุมดูแลในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการผสานความเรียบง่ายที่เปี่ยมเสน่ห์ ตามแนวคิดของแบรนด์ ซึ่งสินค้าที่จะมีวางขายที่สาขานี้คือผลิตภัณฑ์เซรามิกจาก 2 แบรนด์ที่มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ InClay Studio และ Charm-learn Studio 

นอกจากนั้นยังมีบริการสุดพิเศษที่มีเฉพาะสาขานี้เท่านั้น คือ บริการ Embroidery Service หรือบริการปักผ้า ที่สามารถนำสินค้าของมูจิ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า ถุงเท้า สนีกเกอร์ มาปักตัวอักษร หรือลวดลายการ์ตูนที่มีให้เลือกกว่า 200 ลาย

สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ได้ที่คอนเซ็ปต์สโตร์สาขาล่าสุดกับ “มูจิ วัน แบงค็อก” ชั้น B1 โซน Parade หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook : MUJI Thailand และ Instagram : MUJI_Thailand / LINE Official Account : @MUJIThailand 

อกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ และ อริญา
พันธุมโกมล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด

อกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ และ อริญา พันธุมโกมล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด

โบว์-เมลดา สุศรี และอาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ

โบว์-เมลดา สุศรี และอาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ

หล่อเท่กับคอลเลคชั่นกระเป๋าสุภาพบุรุษ Bale Hobo

https://www.naewna.com/lady/842203

หล่อเท่กับคอลเลคชั่นกระเป๋าสุภาพบุรุษ Bale Hobo

หล่อเท่กับคอลเลคชั่นกระเป๋าสุภาพบุรุษ Bale Hobo

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Loro Piana นำเสนอลุคของเหล่านักแสดงชื่อดัง ที่มาร่วมถ่ายทอดคอลเลคชั่นกระเป๋า Bale Hobo พร้อมแมทช์ลุค Fall/Winter 2024-2025 โดยกระเป๋ารุ่นนี้มาในขนาดโอเวอร์ไซส์ รูปแบบโครงสร้างระหว่างทรงพระจันทร์เสี้ยวและทรงถัง ที่ขยายสัดส่วนกระเป๋าจาก Bale รุ่นต้นแบบ ผลิตด้วยหนังฟอกคุณภาพสูงที่มอบสัมผัสนุ่มละมุนและน้ำหนักเบา ซึ่งอาศัยการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน โดยมีให้เลือกในวัสดุจากผ้าใบธรรมชาติ ไปจนถึงหนังลายเกล็ดสีต่างๆ

มาริโอ้-เมาเร่อ สวมเสื้อแจ๊กเกตแคชเมียร์ Marius, สเวตเตอร์ผ้าวูล Mastallone และกางเกงผ้าวูลแคชเมียร์รุ่น Reinga โดยแมทช์ลุคด้วยรองเท้าโลฟเฟอร์รุ่น Sergio Walk และกระเป๋า Bale Hobo สี Warm Mastic ทำจากหนังลูกวัว, ส่วน อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม สวมเสื้อคอเต่าเบบี้แคชเมียร์ และกางเกงผ้าวูลแคชเมียร์รุ่น Reinga โดยแมทช์ลุคด้วยรองเท้าโลฟเฟอร์รุ่น Travis Walk และกระเป๋า Bale Hobo สี Warm Mastic ทำจากหนังลูกวัว ปิดท้ายด้วย ริว-วชิรวิชญ์ สวมเสื้อสเวตเตอร์แคชเมียร์รุ่น Loro และกางเกงเดนิมรุ่น Nikoa โดยแมทช์ลุคด้วยรองเท้าโลฟเฟอร์รุ่น Travis Walk และกระเป๋า Bale Hobo สี Azuki Beans ทำจากหนังลูกวัว

พบกับกระเป๋า Bale Hobo ได้แล้ววันนี้ที่บูติก Loro Piana ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M

ปักหมุดจุดถ่ายรูปต้นคริสต์มาสใจกลางเมือง Joyous Junction สี่แยกแห่งความสุขที่ MBK Center

https://www.naewna.com/lady/842214

ปักหมุดจุดถ่ายรูปต้นคริสต์มาสใจกลางเมือง Joyous Junction สี่แยกแห่งความสุขที่ MBK Center

ปักหมุดจุดถ่ายรูปต้นคริสต์มาสใจกลางเมือง Joyous Junction สี่แยกแห่งความสุขที่ MBK Center

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แจกพิกัดถ่ายรูปต้นคริสต์มาสใจกลางกรุงถูกใจสายคอนเทนต์ โดดเด่นสะดุดตาน่ารักสดใสกับต้นคริสต์มาสของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยให้ความสนใจถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสยักษ์ ซึ่งปีนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียง เหนือ จักรกฤษณ์ อนันตกุลรังสรรค์ต้นคริสต์มาส Joyous Junctionสี่แยกแห่งความสุขในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปี เหนือ จักรกฤษณ์เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงและร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ มากมาย ทั้งในประเทศและแบรนด์ระดับโลก เป็นที่รู้จักในวงการงาน illustration มาเนิ่นนาน ด้วยสไตล์การวาดภาพประกอบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแฝงด้วยความหมายที่สื่อออกมาได้อย่างชัดเจน โดยการร่วมรังสรรค์ต้นคริสต์มาส Joyous Junction ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจุดยุทธศาสตร์ด้านทำเลที่ตั้งของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ซึ่งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน และเป็นที่รู้กันว่าเป็น 1 ในแลนด์มาร์คของแยกปทุมวันจึงตั้งใจออกแบบเป็น “สี่แยกแห่งความสุขในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง”สำหรับทุกคนได้มาสัมผัสความสุขความสนุกกันในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

โดยต้นคริสต์มาสยักษ์ Joyous Junction ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณลานสกาย วอล์ก ด้านหน้าทางเข้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ประดับประดาไปด้วย ไฟจราจรหลากสีจำนวนมากมาย กล่องไฟจราจรยักษ์ กรวยจราจรเดินได้ รวมถึงความน่ารักของแซนต้าลุงถ่อม ซึ่งคาแร็กเตอร์ของลุงถ่อมเป็นซิกเนเจอร์ของ เหนือจักรกฤษณ์ โดยในต้นคริสต์มาสJoyous Junction ทางคุณเหนือได้แปลงโฉมลุงถ่อมเป็นลุงแซนต้าแสนน่ารักส่งมอบความสุขให้ประชาชนและลูกค้าของศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มาสัมผัส ไม่ว่าจะมุมไหนก็สามารถเก็บเกี่ยวโมเมนต์แห่งความสุขเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปชิคๆนอกจากนี้ ยังนำอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาร่วมรังสรรค์ต้นคริสต์มาส อาทิรถตุ๊กตุ๊กสีธงชาติไทย ตุ๊กตายาดมไทยต้นคริสต์มาสหมอนสามเหลี่ยม สะท้อนความเป็นตัวตนของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้อย่างชัดเจนในการเป็นศูนย์การค้าที่รวบรวมความเป็นไทยไว้ครบครันครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ห้ามพลาดจุดเช็คอินถ่ายรูปต้นคริสต์มาส Joyous Junction สี่แยกแห่งความสุขในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ทีเอ็มบีธนชาต ชวนซื้อสลากกาชาดทีทีบี ได้บุญ ลุ้นโชค รายได้บำรุงสภากาชาดไทย ช่วยเหลือสังคมในภาวะฉุกเฉิน

https://www.naewna.com/lady/842213

ทีเอ็มบีธนชาต ชวนซื้อสลากกาชาดทีทีบี ได้บุญ ลุ้นโชค  รายได้บำรุงสภากาชาดไทย ช่วยเหลือสังคมในภาวะฉุกเฉิน

ทีเอ็มบีธนชาต ชวนซื้อสลากกาชาดทีทีบี ได้บุญ ลุ้นโชค รายได้บำรุงสภากาชาดไทย ช่วยเหลือสังคมในภาวะฉุกเฉิน

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี เชิญชวนซื้อสลากกาชาดทีทีบี ประจำปี 2567 เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญที่ช่วยเหลือสังคมไทยในภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “การให้” เพียงซื้อสลากในราคาฉบับละ 100 บาท ก็ได้ทำบุญพร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ 716 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

สลากกาชาดทีทีบี มีจำกัดเพียง 220,000 ใบเท่านั้น ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญผ่านการซื้อสลากกาชาดได้ 2 ช่องทาง คือ ซื้อได้ที่ทีทีบีทุกสาขา และเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายสามารถซื้อได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ www.iredcross.org ร่วมทำบุญซื้อสลากได้ตั้งแต่วันนี้- 22 ธันวาคม 2567 และเตรียมลุ้นรางวัลในวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ สวนลุมพินี หรือตรวจสอบรางวัลได้ที่ QR Code หลังสลาก และจะส่งมอบรางวัลให้ผู้โชคดีกลางเดือนมกราคม-31 มีนาคม 2568 โดยรางวัลสลากกาชาดทุกรางวัลไม่เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งรางวัลจากการจำหน่ายสลากกาชาดทีทีบี ในปีนี้ ประกอบด้วย

รางวัลที่ 1 : รถยนต์ Mercedes-Benz C220d Av จำนวน 1 คัน มูลค่า 2.73 ล้านบาท, รางวัลที่ 2 : ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 5 รางวัล, รางวัลที่ 3 : ทองคำแท่งหนัก 1 สลึง จำนวน 50 รางวัล, รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 3 ครั้ง : ทองคำแท่งหนัก ครึ่งสลึง จำนวน 660 รางวัล

สำหรับผู้ที่สนใจเที่ยวงานกาชาด 2567 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม 2567 ณ สวนลุมพินี สามารถแวะมาร่วมกิจกรรมสนุกๆและลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษตลอดทั้งงานได้ที่บูธทีทีบี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าประตู 1 ด้านถนนวิทยุ ตรงข้ามศูนย์ผู้สูงอายุ กทม. การันตีของรางวัลดี ๆ เพียบ!

ติดตามกิจกรรมดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

สานต่อแนวคิด ‘ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ’ จัดงาน ‘ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24’ ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม ชุมชนยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/842275

สานต่อแนวคิด ‘ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ’ จัดงาน 'ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24' ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม ชุมชนยั่งยืน

สานต่อแนวคิด ‘ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ’ จัดงาน ‘ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24’ ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม ชุมชนยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 21.11 น.

KKIC จับมือ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ จังหวัดขอนแก่น สานต่อแนวคิด ‘ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ’ จัดงาน “ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24” ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม ชุมชนยั่งยืน

18 พฤศจิกายน 2565 – กรุงเทพฯ:  KKIC หรือ Khon Kaen Innovation Centre ประสานความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนระดับประเทศ นำโดย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ จังหวัดขอนแก่น เตรียมจัดงาน “ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24” มหกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี ณ จังหวัดขอนแก่น เดินหน้าสานต่อแนวคิด ‘ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ’ ผลักดันด้านการท่องเที่ยว ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น และศูนย์กลางสร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน ไปพร้อม ๆ กับสังคมและชุมชน โดยมี “ปลาร้า” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาหารพื้นบ้าน และ “หมอลำ” การแสดงดนตรีภาษาพื้นถิ่นอีสานอันทรงคุณค่า เพื่อยกระดับภาคอีสานสู่สายตาชาวโลกครบทุกมิติ

กวิน ว่องกุศลกิจ ผู้อำนวยการ บริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยการผสานแนวคิดจาก 3 ภาคีเครือข่าย ซึ่งได้แก่  บริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด พร้อมด้วย    ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการ Sustainable Brands (SB) Thailand ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Food Security และ Equality และ คุณสุชาติ อินทร์พรหม ผู้อำนวยการ บริษัท นิวเจน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และผู้ผลิตรายการหมอลำไอดอล ที่มีใจรักในดนตรีหมอลำ และผลักดันให้หมอลำก้าวไปสู่ระดับโลก ร่วมกันขับเคลื่อนศักยภาพของภาคอีสาน และจังหวัดขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลาง ภายใต้แนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสร้างศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาสังคมและชุมชน ตลอดจนยกระดับภาคอีสานให้เป็นอีกหนึ่ง Thailand Destination

“การจัดงาน “ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24” ได้ต่อยอดไปจนถึงการส่งเสริม “มานานุภาพ” (Soft Power) ของวัฒนธรรมอีสานเพื่อสร้างโอกาสด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและพื้นถิ่น โดยการเดินหน้าด้วยหลัก 3 ประการ ด้านเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางการตลาดโดยเฉพาะ “ปลาร้า” ให้กับพื้นถิ่นผู้ผลิตรวมถึงการขยายตลาดไปสู่ตลาดโลกในระดับสากล ด้านส่งเสริมวัฒนธรรม นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนทั้งด้านอาหารและความบันเทิงอันเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวอีสาน ด้านสังคม เปิดโอกาสให้ประชาชนพื้นถิ่นอีสานที่อาศัยอยู่ทั่วโลกได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิด กระตุ้นให้แรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ และผลักดันให้งานดังกล่าวเป็น Thailand Festival งานยิ่งใหญ่ประจำปีของภาคอีสาน โดยคาดหวังว่างานมหกรรมครั้งนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดได้มากกว่า 500 ล้านบาท” กวิน กล่าวเสริม

ด้าน ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการ Sustainable Brands (SB) Thailand กล่าวว่า สำหรับอาหารพื้นถิ่นอีสาน อย่าง “ปลาร้า” ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ของการหมักดอง ซึ่งเรียกได้ว่ากำลังเป็นกระแสสำคัญของธุรกิจอาหารทั่วโลก โดยเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่ยอมรับในรสชาติและถือเป็นภูมิปัญญาของคนอีสานอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นศิลปะที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยอีสานเป็นภูมิภาคที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ปลาหลากหลายกว่า 1,200 สายพันธุ์ มักนำมาถนอมอาหารด้วยการหมักปลาร้า นับเป็นศาสตร์และศิลป์ของการหมักในแต่ละที่ จึงทำให้มีรสชาติและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ทั้งยังมีคุณค่าและศักยภาพที่สามารถพัฒนาสู่มาตรฐานสากลได้ ซึ่งกระแสของปลาร้าไทยถูกพูดถึงผ่านสื่อของศิลปินและคนดังในต่างแดน ยิ่งทำให้ปลาร้าได้รับความสนใจจากหลากหลายประเทศ เป็นการเปิดตลาดให้ปลาร้ากลายเป็นเครื่องปรุงรสที่ได้รับการยอมรับในร้านอาหารไทยและนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ โดยในอนาคตปลาร้าจะเป็นหนึ่งในอาหารของไทยที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างและพัฒนาอย่างยั่งยืนในหลายมิติ

สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ ISAN Home Coming Festival ซึ่งงานในครั้งนี้ได้ร่วมมือกับสถาบันอาหาร (National Food Institute) และเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ที่จะเข้ามารองรับในเรื่องมาตรฐานและนวัตกรรมอาหาร โดยมีการคิดค้นวิธีเก็บรักษาปลาร้าได้นานยิ่งขึ้น และสามารถขนส่งได้คล่องตัวมากขึ้นสำหรับภาคการส่งออก เช่น การทำปลาร้าผง หรือ ปลาร้าอัดก้อน เป็นต้น อีกทั้งจะมีการให้ความรู้และรับรองทางด้านสุขอนามัย เพื่อยกระดับปลาร้าไทยให้มีมาตรฐานระดับสากลได้อีกด้วย โดยเฉพาะการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผลิตภัณฑ์พื้นบ้านรายเล็ก โดยภายในงานจะให้ความรู้ในเรื่องของปลาร้า และดึงจุดเด่นมาสร้างสรรค์ได้หลากหลายเมนู จากความร่วมมือของ Celebrity Chef ชื่อดัง ทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้เชิญมาทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำ Work shop สร้างสรรค์เมนูจากปลาร้า ร่วมสัมผัสอาหารมื้อพิเศษ Dining Experience ISAN Original Cuisine และการแข่งขันสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ จากปลาร้า อีกทั้งในงานนี้ยังได้รวบรวมปลาร้าจากหลาย ๆ แห่งในภาคอีสานให้ได้ลองสัมผัสรสชาติที่แตกต่างกัน นอกจากนี้จะได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของ “ศาสตร์การหมักดองอาหาร” อันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ในการประกอบอาหารที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ (food security + ISAN Wisdom) ซึ่งเชื่อว่า ปลาร้า จะเป็นหนึ่งในหมวดอาหารของไทยที่สามารถพัฒนาเปลี่ยนแปลงสังคมได้ในทุกมิติของความยั่งยืน” ดร.ศิริกุล กล่าวต่อ

ด้าน สุชาติ อินทร์พรหม ผู้อำนวยการ บ.นิวเจน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า “หมอลำ เป็นการแสดงพื้นบ้านของชาวอีสานที่มีประวัติความเป็นมา พัฒนาการ และพลวัติการปรับตัวท่ามกลางกระแสที่เปลี่ยนแปลงของสังคมอีสานมาอย่างยาวนาน โดย “หมอ” คือผู้เชี่ยวชาญ “ลำ” คือการถ่ายทอดบทกลอนออกมาเป็นท่วงทำนอง ดังนั้น “หมอลำ” คือ ศิลปินผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดวิถีเรื่องราวผ่านกลอนลำ หมอลำ เป็นสื่อสะท้อนวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ และความเคลื่อนไหวของผู้คนในภูมิภาคแห่งนี้ นอกจากนี้ยังสื่อถึง ความสนุกสนาน ความรัก ความคิดถึง และท่วงท่าของคนอีสาน ซึ่งจุดเด่นของหมอลำคือ “ความม่วน” เมื่อได้ยินได้ฟังถึงแม้จะไม่เข้าใจความหมายของกลอนลำ แต่มือไม้จะขยับเข้าจังหวะทันทีโดยเฉพาะคนที่มาจากต่างวัฒนธรรม ดังนั้นหมอลำจึงเป็นศิลปะพื้นบ้านที่สามารถเข้าถึงและผสมผสานกับวัฒนธรรมดนตรีและการแสดงของต่างชาติได้อย่างลงตัว

ยิ่งไปกว่านั้น หมอลำยังมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารนโยบายสาธารณะ รวมถึงการรณรงค์ด้านต่าง ๆ ของรัฐและเป็นช่องทางสื่อสารการเมืองในระดับต่าง ๆ หมอลำเป็นต้นแบบในการสอน และให้สติสังคมในด้านศีลธรรมจรรยาทางพุทธศาสนา ในปัจจุบันบทบาทของหมอลำมีผลต่อสังคม แรงงานสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจฐานราก เป็นจุดเชื่อมหลักของกิจกรรมทางธุรกิจในระดับชุมชนที่มีมูลค่าสูงมาก โดยภายในงานจะมีศิลปินหมอลำระดับตำนาน และ ศิลปินหมอลำเมืองขอนแก่น ที่มีชื่อก้องฟ้าเมืองไทยและดังไกลทั่วโลกจากหมอลำสองวง คือ ระเบียบวาทศิลป์ ประถมบันเทิงศิลป์ และ สาวน้อยเพชรบ้านแพง มาจัดการแสดงหมอลำและโชว์ด้านวัฒนธรรมอีสานที่เข้มข้น ความแซ่บนัวของปลาร้า และ ความม่วนของหมอลำ ไว้ในที่เดียวกัน ที่ไม่เคยนำเสนอที่ใดมาก่อน อีกทั้งเพลงประจำงาน “ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24” ให้เกียรติขับร้องโดย อ๊อฟ สุรพล หมอลำไอดอล อีกด้วย”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุกอีกหลากหลาย อาทิ Isan Homecoming Parade ขบวนพาเหรดม่วนซื่นคืนถิ่น, Dining Session และ Food Feast ร้าร้า ลำลำ กับบรรดาเซเลปเชฟทั้งในและต่างประเทศ และเชฟชุมชนในระดับตำนาน, คอนเสิร์ตหมอลำบริเวณลานศรีจันทร์แบบม่วนหลาย รวมถึง หมอลำ Truck, ร้านค้าอาหารพื้นบ้านจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน และมุม Talk กับกูรูสายอาหารและหมอลำแบบม่วนใจในช่วง Conference Forum เตรียมพบกับความอลังการของงาน “ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทู เดอะ เวิลด์’24” ในวันที่ 26 – 29 ธันวาคม 2567 ณ อาคารขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น และยังได้รับความร่วมมือจากร้านอาหาร โรงแรม ทั่วเมืองขอนแก่น อีกมากมาย ซึ่งจะช่วยเศรษฐกิจอีสานเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมอนุรักษ์และส่งเสริมผลักดันให้วัฒนธรรมอีสานได้ประกาศออกสู่สายตาชาวโลกอีกด้วย

กสทช.- กตป.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

https://www.naewna.com/lady/842273

กสทช.- กตป.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

กสทช.- กตป.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 20.58 น.

กสทช.- กตป.ประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ในการติดต่อสื่อสารถึงกันจากทุกภาคส่วน พื้นที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดใกล้เคียง โดยกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานฯ ร่วมกับที่ปรึกษามหาวิทยาลัยบูรพา

พลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร  ประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผล การปฏิบัติงาน ตาม พรบ. กสทช. และ กตป. ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2567) กตป. ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) และที่ปรึกษามหาวิทยาลัยบูรพา จัดประชุมเพื่อรับฟัง ความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ใน ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ประจำปี 2567 ขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี การประชุมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานราชการ สื่อมวลชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการผลิต บุคลากรจากสถาบันการศึกษา  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้นำชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค

การมาร่วมการประชุมในวันนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับทราบบทบาทหน้าที่ และผลการดำเนินการในปี 2567 ของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. พร้อมทั้งสามารถให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินการด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการติดต่อสื่อสารถึงกัน  ที่สำคัญ คือ ทาง กตป. และที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพาจะได้รับทราบปัญหาขัดข้องและข้อเสนอแนะในการติดต่อสื่อสารของประชาชนในจังหวัดจันทบุรี และใกล้เคียง รวมทั้งผู้ประกอบการผู้มีส่วนได้เสียและผู้แทนจากกลุ่มต่าง ๆ เพื่อรวบรวมไปวิเคราะห์และรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร

มิติหลักในการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญในการติดต่อสื่อสารถึงกัน ดำเนินการโดย กสทช. นั้น คือ การดำเนินการหลักเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรม มีการแข่งขันอย่างเสรี รวมทั้งประชาชนได้ใช้สิทธิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์คลื่นความถี่จากการใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ รวมทั้งประชาชนทุกภาคส่วน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสในทุกพื้นที่ รวมถึงในท้องถิ่นทุรกันดารของประเทศไทย มีสิทธิในการรับบริการด้านการสื่อสารขั้นพื้นฐานและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่รัฐบาลจัดให้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ทำมาหากิน ทำธุรกิจและพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในภาพรวมโดยกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) เป็นผู้ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการและบริหารของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. แล้วรายงานผลต่อสภาผู้แทนราษฎร

ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมการประชุมของชาวจังหวัดจันทบุรี ในวันนี้ กตป. และคณะที่ปรึกษาจะได้ข้อมูลข้อเท็จจริงมาใช้ประกอบการติดตามตรวจสอบและประเมินผลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถสะท้อนให้เห็นถึง ผลของการดำเนินการและ การบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้อย่างแท้จริง เพื่อที่ กตป. จะได้มีข้อมูลไปรวบรวม วิเคราะห์และจัดทำรายงาน แจ้งผลให้ กสทช. ทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี (นับจาก 31 ธันวาคม ของทุกปี) และให้ กสทช. นำรายงานดังกล่าวเสนอต่อรัฐสภาดังกล่าวแล้วต่อไป

-(016)

‘ปลัด อว.’ มอบนโยบายฯ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ

https://www.naewna.com/lady/842272

'ปลัด อว.' มอบนโยบายฯ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ

‘ปลัด อว.’ มอบนโยบายฯ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 20.55 น.

ปลัดกระทรวง อว.มอบนโยบายผู้บริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ ชี้อุทยานวิทย์ฯ ต้องเป็นกลไกสำคัญในการช่วยจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้อยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลกพร้อมช่วยผลิตแรงงานทักษะสูงทั้ง Specific Skill และ Soft Skill

18 พฤศจิกายน 2567 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานและขับเคลื่อนอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค โดยมี นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.) สำนักงานปลัดกระทรวง อว. อธิการบดีมหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการและบุคลากรอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 44 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมภูมิบดินทร์ ชั้น 6 อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) และ ผ่านระบบออนไลน์

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคมีบทบาทอย่างยิ่งในการเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยในการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้อยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลกผ่านตัวชี้วัดสำคัญ 3 ตัวชี้วัด ได้แก่ World Compititiveness Ranking, Global Innovation Index (GII) และ World University Ranking ทั้งนี้ World Compititiveness Ranking จัดโดย International Institute for Management Development (IMD ซึ่งถือว่ามีความสำคัญในการบอกสถานภาพของประเทศในระบบเศรษฐกิจโลก ในการช่วยให้ภาคนโยบายและธุรกิจสามารถวางแผนเพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หากสามารถเพิ่มตัวชี้วัดทั้ง 3 ตัวชี้วัดที่กล่าวมาได้ จะส่งผลให้ประเทศสามารถยกระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อขีดความสามารถของประเทศไทย มีส่วนช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการศึกษาสามารถประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และมองเห็นโอกาสในการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการพัฒนานโยบายและแผนกลยุทธ์ที่จะยกระดับศักยภาพทางการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกในยุคปัจจุบัน

“การผลิตคนแรงงานทักษะสูง ทั้ง Specific Skill และ Soft Skill เป็นหัวใจของทุกอย่างที่มีในปัจจุบัน เป็นหน้าที่ของ กระทรวง อว. มหาวิทยาลัย อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องร่วมกันผลิตคนให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อพัฒนาคนและประเทศได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์โลกที่แปรผันตลอดเวลา ได้อย่างยั่งยืนสืบไป” ปลัดกระทรวง อว. กล่าวและว่า

ดังนั้น ตนจึงอยากเห็นพัฒนาการของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เติบโตพัฒนาขึ้นเป็นกลไกสำคัญของประเทศที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมการวิจัยพัฒนา ตลอดจนบ่มเพาะผู้ประกอบการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ สู่ระบบเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยสร้างธุรกิจฐานนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ส่งเสริมการนำผลการวิจัยและพัฒนาเข้าสู่ระบบการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. ที่สำคัญของประเทศชาติ

ด้าน นายเอกพงศ์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีผู้ประกอบการเข้ามาใช้ประโยชน์ในเขตนวัตกรรม มากกว่า 250 ราย เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการใหม่ของผู้ประกอบการที่เสนอขายในตลาดกว่า 50 รายการ เกิดการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ อุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐาน มากกว่า 10,000 ครั้ง มีการจัดกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในอาคารอำนวยการอุทยานฯ มากกว่า 9,500 กิจกรรม โดยมีผู้ใช้ประโยชน์ในอาคารอำนวยการอุทยานฯ มากกว่า 234,000 ราย ส่งผลให้เกิดการส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานของผู้ประกอบการ มากกว่า 1,500 ราย โดยเป็นการจ้างงานบุคลากรด้าน R&D มากกว่า 1,000 ราย ก่อให้เกิดมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานและการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ มากกว่า 3,900 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการลงทุนวิจัยของบริษัทที่มาใช้ประโยชน์ มากกว่า 490 ล้านบาท คิดเป็นความคุ้มค่าในการลงทุน หรือ ROI (Return on Investment) ร้อยละ 1,425 หรือประมาณ 14.25 เท่า

-(016)

อ.ส.ค. จับมือภาคีเครือข่ายบูรณาการร่วมกันหาแนวทางเพิ่มปริมาณน้ำนม และลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องเกษตรกรโคนม

https://www.naewna.com/lady/842173

อ.ส.ค. จับมือภาคีเครือข่ายบูรณาการร่วมกันหาแนวทางเพิ่มปริมาณน้ำนม  และลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องเกษตรกรโคนม

อ.ส.ค. จับมือภาคีเครือข่ายบูรณาการร่วมกันหาแนวทางเพิ่มปริมาณน้ำนม และลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องเกษตรกรโคนม

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.24 น.

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรมปศุสัตว์ (ปศ.) และกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) ร่วมจัดเสวนา “An Era of Change” เดินหน้าสู่โคนมยั่งยืนด้วยห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดหมัก ในหัวข้อ “การเชื่อมโยงธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดหมักเพื่อพัฒนาการเลี้ยงโคนมแบบยั่งยืน” เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า “นับเป็นโอกาสดียิ่งที่ มีการจัดเสวนาขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ในการบริหารห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดหมัก รวมทั้งการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานให้เป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาการเลี้ยงโคนมแบบยั่งยืนของประเทศไทยการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพที่เกิดขึ้นได้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ

ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พระองค์ทรงวางรากฐานอย่างเป็นระบบ โครงสร้างอาชีพการเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกรรายย่อยรวมตัวเป็นสหกรณ์ เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมตั้งแต่การส่งเสริมการเลี้ยงโคนม การจำหน่ายผลผลิต การเลี้ยงโคนมของเกษตรกรไทยเป็นอาชีพที่มั่นคงได้จนถึงปัจจุบันด้วยพระอัจฉริยะภาพที่ได้พระราชทานเป็นแนวทางไว้”

โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก ผู้ผลิตข้าวโพดหมักจากจังหวัดนครราชสีมา สระบุรี และลพบุรี เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมตัวแทนจากจังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมงานทั้งที่เข้าร่วม onsite และผ่านช่องทาง online รวมถึงการอภิปรายถึงปัญหา อุปสรรค และโอกาสในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของข้าวโพดหมักให้มีความยั่งยืน อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผู้ผลิตข้าวโพดหมัก และตลาดรับซื้อน้ำนม เพื่อต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต ซึ่งข้าวโพดหมักเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ผ่านกระบวนการหมักที่เหมาะสม สามารถเก็บไว้ได้นานโดยที่คุณค่าทางอาหารไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เกษตรกรมีอาหารที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอตลอดทั้งปี ส่งผลให้โคได้รับอาหารที่มีคุณภาพ สามารถลดต้นทุนในการเลี้ยงโคและเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพสูง โดยคาดหวังสัดส่วนโครีดให้มากถึง 60-70% ให้มีน้ำนมเฉลี่ย 15 ลิตร/ตัว/วัน และถ้าเกษตรกรสามารถปลูกสร้างแปลงหญ้าได้จะช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร 40-50% ของต้นทุนค่าอาหาร เพื่อรักษาต้นทุนการผลิตน้ำนม 1 ลิตร ต่อ 15 บาท ทั้งนี้การพัฒนาและเชื่อมโยงธุรกิจข้าวโพดหมักยังช่วยสร้างงานในชุมชน เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนในเขตพื้นที่การเลี้ยงโคนม

นายสมพร กล่าวต่อว่า “โครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ อ.ส.ค. มุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทย โดยการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ข้าวโพดหมักในระบบห่วงโซ่อุปทาน จะช่วยลดปริมาณการพึ่งพาอาหารข้นที่มีราคาสูง ช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำนมดิบ และเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรไทยในการแข่งขันในตลาดน้ำนมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการส่งเสริมและสืบสานอาชีพพระราชทาน ให้มีความยั่งยืน สืบไป”

-(016)

ไอคอนสยาม จัดเต็มงานลอยกระทง ‘ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG’ ขบวนแห่นางนพมาศสุดตระการตา สืบสานวัฒนธรรมไทยอย่างมีระดับ

https://www.naewna.com/lady/842168

ไอคอนสยาม จัดเต็มงานลอยกระทง 'ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG' ขบวนแห่นางนพมาศสุดตระการตา สืบสานวัฒนธรรมไทยอย่างมีระดับ

ไอคอนสยาม จัดเต็มงานลอยกระทง ‘ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG’ ขบวนแห่นางนพมาศสุดตระการตา สืบสานวัฒนธรรมไทยอย่างมีระดับ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.12 น.

ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดเต็มงานลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG” ขบวนแห่นางนพมาศสุดตระการตา สืบสานวัฒนธรรมไทยอย่างมีระดับ

•             ไอคอนสยาม จัดมหาปรากฏการณ์งานลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “สายธารมรดกไทย สานหัวใจไทยทุกเจน” ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวสวมชุดไทยลอยกระทงริมแม่น้ำเจ้าพระยา

•             ชมนิทรรศการกระทงนานาชาติ 15 ประเทศ สัมผัสความงามของประเพณีลอยกระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์ สักการะขอขมาพระแม่คงคาอันศักดิ์สิทธิ์ ตื่นตาขบวนแห่นางนพมาศ “เบ็คกี้ รีเบคก้า” และอิ่มเอมกับความบันเทิงหลากหลาย

•             ร่วมลอยกระทงรักษ์โลกจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิลกับรางลอยกระทงหนึ่งเดียวในโลก พร้อมแนวคิดการจัดงานอย่างยั่งยืน จัดเก็บกระทงและแยกประเภทขยะหลังจบงาน

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, กรมเจ้าท่า, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, สมาคมเรือไทย, บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), แบรนด์ พีดับบลิวพี, บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) และ เมืองสุขสยาม ร่วมยกระดับประเพณีของไทยให้เป็นที่ชื่นชมบนเวทีโลก จัดมหาปรากฏการณ์งาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG ภายใต้แนวคิด สายธารมรดกไทย สานหัวใจไทยทุกเจน เชิญชวนประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สวมใส่ชุดไทยลอยกระทงจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสักการะแม่น้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง ที่เชื่อมโยงผู้คนทุกยุคสมัย สานต่อมรดกทางวัฒนธรรมไทยอันยิ่งใหญ่ ผ่านการลอยกระทงวิถีใหม่ที่ใส่ใจความยั่งยืน พบกับนิทรรศการกระทงรักษ์โลก แรงบันดาลใจจาก 15 สถานเอกอัครราชทูต สัมผัสวัฒนธรรมอันงดงามของประเพณีลอยกระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กราบสักการะขอขมา พร้อมอธิษฐานขอพร พระแม่คงคาอันศักดิ์สิทธิ์ และตื่นตากับการแสดงวัฒนธรรมไทย พบกับขบวนแห่นางนพมาศในชุดผ้าไทยผสมผสานวัสดุยั่งยืน เต็มอิ่มสนุกสนาน ความบันเทิงทุกมิติ  พร้อมกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

เพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นโกลบอลเดสติเนชั่นอันดับหนึ่งในใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไอคอนสยามจัดมหาปรากฏการณ์งานลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG ภายใต้แนวคิด “สายธารมรดกไทย สานหัวใจไทยทุกเจน” เชิญชวนทุกคนมาร่วมสักการะแม่น้ำแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่เชื่อมโยงผู้คนทุกยุคสมัย พร้อมสานต่อมรดกทางวัฒนธรรมไทย ผ่านการลอยกระทงวิถีใหม่ที่ใส่ใจความยั่งยืน ด้วยกระทงจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิล รวมถึงแนวทางการจัดงานอย่างยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมจัดเต็มความบันเทิงให้ทุกคนได้รื่นเริงอย่างเต็มอิ่มไม่แพ้ทุกปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ จัดเต็มไฮไลต์มากมายที่จะสร้างความประทับใจให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของประเพณีอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

•             นิทรรศการกระทงรักษ์โลก แรงบันดาลใจจาก 15 สถานเอกอัครราชทูต

ตื่นตากับ “นิทรรศการกระทงนานาชาติ” เพื่อเชื่อมโยงประเพณีไทยเข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลายของนานาประเทศ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์อันโดดเด่นจากแรงบันดาลใจของสถานเอกอัครราชทูต 15 ประเทศ ได้แก่ ชิลี, สาธารณรัฐประชาชนจีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เปรู, โปรตุเกส, ฟิลิปปินส์, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, สาธารณรัฐเกาหลี, เม็กซิโก, เนปาล และเวียดนาม โดยแต่ละประเทศต่างเนรมิตไอเดียถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และประวัติศาสตร์ ผ่านกระทงไทยอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Upcycled Kratong หรือกระทงรักษ์โลก รังสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ และโชว์ความงดงามบนฐานกระทงจากฝีมือของศิลปินนักทำโมเดลชาวไทย โดยเกือบทุกองค์ประกอบทำขึ้นจากการนำวัสดุเหลือใช้หลากหลายประเภทจากโครงการ 360 Waste Journey to Zero Waste ของไอคอนสยาม มารีไซเคิลและอัพไซเคิล รังสรรค์เป็นผลงานจัดแสดงให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ระหว่างวันที่ 2 – 17 พฤศจิกายน 2567 ณ ไอคอนลักซ์ อเวนิว ชั้น M ไอคอนสยาม

•             สักการะขอขมา และกล่าวอธิษฐานขอพร พระแม่คงคาอันศักดิ์สิทธิ์

เชิญชวนประชาชนเสริมสิริมงคลในช่วงเทศกาลลอยกระทงด้วยการสักการะพระแม่คงคา หรือ “พระคงคาเทวี” เทพแห่งสายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวฮินดู พร้อมขอขมาและกล่าวอธิษฐานขอพรด้วยประทีปกระทง ระหว่างวันที่ 13 – 16 พฤศจิกายน 2567 บริเวณโซนไอคอนลักซ์ ชั้น G ไอคอนสยาม

•             สัมผัสวัฒนธรรมอันงดงามของประเพณีลอยกระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ได้แก่ โคมยี่เป็ง จากประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่, กระทงกะลา จากประเพณีลอยกระทงสาย จังหวัดตาก, โคมชักโคมแขวน จากประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย, กระทงประทีปใหญ่ จากประเพณีสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป จังหวัดร้อยเอ็ด และกระทงกาบกล้วย จากประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย จังหวัดสมุทรสงคราม โดยทุกองค์ประกอบรังสรรค์จากวัสดุรีไซเคิล อาทิ ฝาอลูมิเนียม, เศษผ้า, ก้านไม้, ใบลานและเศษริบบิ้น

•             ประทับใจกับการแสดงวัฒนธรรมไทย และขบวนแห่นางนพมาศ “เบ็กกี้ รีเบ็กก้า” เต็มอิ่มสนุกสนาน ความบันเทิงทุกมิติ และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

ในคืนเพ็ญเต็มดวง 15 พฤศจิกายน 2567 ชมการแสดงวัฒนธรรมไทยชุด “สายธารมรดกไทย สานหัวใจไทยทุกเจน” และขบวนแห่นางนพมาศ โดย เบ็คกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง รับบทบาทเป็นนางนพมาศครั้งแรกในชีวิตพร้อมสวมชุดไทยประยุกต์ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้การออกแบบของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อความวิจิตรบรรจงอย่างสูงสุด ร่วมขบวนแห่นางนพมาศสุดอลังการเพื่อเป็นตัวแทนของความสง่างามในเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ประจำปี พร้อมพบกับความบันเทิงต่าง ๆ ที่จัดเต็มมาไว้ภายในงาน รวมถึงมินิคอนเสิร์ตจาก นนท์ ธนนท์ ส่งตรงความสุขสู่ทุกคนเพื่อทำให้วันลอยกระทงปีนี้เป็นปีที่เอ็กซ์คลูซีฟยิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยการแสดงวงดนตรีลูกทุ่งจากรายการชิงช้าสวรรค์ โรงเรียนนาหลวง ปทุมธานี และโรงเรียนศึกษานารี กรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรยากาศแสงสีริมแม่น้ำเจ้าพระยา

•             ร่วมลอยกระทงรักษ์โลกกับรางลอยกระทงริมแม่น้ำเจ้าพระยายาวที่สุดหนึ่งเดียวในโลก

อีกหนึ่งไฮไลต์ของวันที่ 15 พฤศจิกายน คือการจัดงานลอยกระทงที่เน้นความยั่งยืนและปลอดภัย โดยชวนทุกคนมาร่วมลอยกระทงจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิลกับ รางลอยกระทง ที่เป็นเอกลักษณ์ของงานลอยกระทงไอคอนสยาม ด้วยความโดดเด่นที่ตอบโจทย์ทุกคนให้สามารถลอยกระทงได้อย่างปลอดภัย สะดวกสบายในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ยังร่วมกับกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดเก็บกระทงออกจากแม่น้ำภายหลังจบงาน ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการแยกประเภท และกระบวนการจัดเก็บกระทงเพื่อสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดต่อไป

•             เมืองสุขสยาม มอบประสบการณ์สารพัดสุขสนุกแบบไทย

เพื่อร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง เมืองสุขสยาม จึงจัดงานภายใต้คอนเซปต์ ‘ยลวิถีคืนเพ็ญ รักษ์น่านน้ำ’ ชวนทุกคนนุ่งไทยห่มสไบมาลอยกระทงด้วยวัสดุธรรมชาติจากใบลานที่บ่อลอยกระทงรักษ์โลก พร้อมถ่ายรูปสวย ๆ ในกระทงยักษ์ที่บ่อน้ำภาคกลาง ชวนช็อป ชิม ชิลตลาดย้อนยุค 4 ภาค และสินค้าไทยจากชุมชนประชารัฐรักสามัคคี อาทิ เมนูม้าฮ่อ อาหารว่างไทยโบราณที่มีส่วนผสมจากส้มซ่า, เมนูซันบัว ซาลาเปาเพื่อสุขภาพ ผลผลิตจากเกษตรกรนครสวรรค์, ผ้าขาวม้าคุณภาพดีจากจังหวัดนนทบุรี ฯลฯ ตระการตากับขบวนแห่อัญเชิญประทีปโคมลอยตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พร้อมชมสุดยอดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 4 ภาค, การแสดงดนตรีรำวงย้อนยุค และชมการประกวดสาวงาม “นางนพมาศ ประจำปี 2567” สนุกกิจกรรมในงาน Bangkok River Fest 2024 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 10 และกิจกรรมจากบูธไปรษณีย์ไทยกับ iStamp ให้ทุกคนได้ถ่ายภาพส่วนตัวหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถนำไปใช้งานเป็นสแตมป์ได้จริง กับ Collection พิเศษ ดีไซน์หมูเด้งและธีมลอยกระทง ให้ร่วมสนุกที่นี่ที่เดียว ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ตั้งแต่วันนี้  – 18 พฤศจิกายน 2567 ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook: ICONSIAM

#THAICONICLoyKrathong #ICONSIAM #LoyKrathong #ลอยกระทง #ลอยกระทง2567

-(016)

เรื่องผิวเรื่องใหญ่! ICS Lifestyle Complex ชวน 4 สาวเซเลบริตี้ เปิดเคล็ดลับผิวใส

https://www.naewna.com/lady/842159

เรื่องผิวเรื่องใหญ่! ICS Lifestyle Complex ชวน 4 สาวเซเลบริตี้ เปิดเคล็ดลับผิวใส

เรื่องผิวเรื่องใหญ่! ICS Lifestyle Complex ชวน 4 สาวเซเลบริตี้ เปิดเคล็ดลับผิวใส

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.04 น.

เรื่องผิวเรื่องใหญ่! ICS Lifestyle Complex ชวน 4 สาวเซเลบริตี้ เปิดเคล็ดลับผิวใส  พร้อมเผยผู้ช่วยส่วนตัวที่จะทำให้ผิวปังยิ่งกว่าเคย

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้าครบทุกมิติ โดยเฉพาะด้านสุขภาพและความงาม โดยรวมคลินิกและร้านค้าผู้ให้บริการในกลุ่ม Health & Beauty หลากหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเสริมความงาม ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ เครื่องสำอาง สถานบริการด้านสุขภาพ มาเปิดให้บริการครอบคลุมทุกความต้องการ และเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าที่ใส่สุขภาพและความงาม ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ จึงได้เชิญ 4 เซเลบริตี้สาวสวย จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, ณชา จึงกานต์กุล และ รินทร์รตา อินทามระ ที่ต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องผิวจนทำให้มีผิวพรรณสวยใสน่ามอง มาบอกต่อวิธีดูแลสุขภาพผิวดี พร้อมแนะนำผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำให้ผิวปังยิ่งกว่าเคย และเผยเคล็ดลับผิวใสให้กับทุกคน

จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เน้นความสะอาดและบำรุง ไม่ลืมทำทรีตเม้นท์และกระตุ้นคอลลาเจน

เริ่มต้นที่สาวสวยอารมณ์ดี คุณจุ๋ย – จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เจ้าของร้าน “ปูดองอันยอง” เซเลบริตี้สาวที่คุ้นหน้าคุ้นตาในแวดวงสังคม นอกจากรอยยิ้มสดใสเป็นเอกลักษณ์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผิวสวย ๆ ยังเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดที่ทำให้เธอดูโดดเด่นสะดุดตา คุณจุ๋ยเผยว่าปกติแทบจะไม่แต่งหน้า เพราะมีสุขภาพผิวที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยละเลยที่จะดูแลให้สวยใสตลอดเวลา เพราะเธอเชื่อว่า ผิวเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง หากอยากสวยและดูดี ผิวหน้าและผิวกายต้องดีก่อนเป็นอันดับแรก

“ด้วยชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ บางทีต้องนอนดึก มีความเครียดบ้าง ผิวเราจึงต้องการตัวช่วย ดังนั้นจุ๋ยจึงเลือกคลินิกความงามที่มีมาตรฐานและไว้วางใจได้อย่าง THE RITZ CLINIC ให้เป็นผู้ช่วยในการดูแลผิว ไม่ว่าจะเป็นการทำหัตถการต่าง ๆ หรือในวันที่รู้สึกเหนื่อยอาจจะไปเติมวิตามินให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง” คุณจุ๋ยเผยถึงตัวช่วยที่ใช้บริการเป็นประจำ โดย THE RITZ CLINIC เป็นคลินิกความงามที่พร้อมให้บริการลูกค้าทุกวัย ใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ภายใต้มาตรฐานการให้บริการระดับสากล ซึ่งได้รับรางวัลระดับประเทศมาการันตีคุณภาพมากมาย ใครมองหาผู้ช่วยเพื่อผิวสวยแวะไปใช้บริการได้ที่ THE RITZ CLINIC ชั้น 1 ไอซีเอส

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เคล็ดลับของสาวผิวแห้ง ดื่มน้ำให้มาก ทำทรีตเม้นท์เพิ่มความชุ่มชื่น

สาวสวยที่หลายคนชื่นชมอย่าง คุณปอนด์ – หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Haatiya ให้ความสำคัญกับเรื่องผิวไม่แพ้กัน เธอบอกว่าด้วยความที่เป็นคนผิวแห้งและบางมาก แถมยังแพ้ง่าย จึงต้องใส่ใจเลือกผลิตภัณ์ในการดูแลรักษาผิวพรรณเป็นพิเศษ รวมถึงการเลือกสรรคลินิกความงามที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเน้นใช้บริการในส่วนของการบำรุงเป็นหลัก เพื่อไม่ให้กระทบต่อผิวที่บอบบาง ซึ่งหนึ่งในคลินิกที่เธอเลือกใช้บริการเป็นประจำคือ APEX ที่ครบครันด้วยนวัตกรรมความงามและสุขภาพ พร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ด้วยโปรแกรมดูแลความงามและสุขภาพแบบพรีเมียม

“ปกติใช้บริการคลินิกเสริมความงามอยู่แล้ว ที่มาบ่อย ๆ คือ APEX แต่จะเน้นการทำทรีตเม้นท์หรือโปรแกรมยกกระชับผิวหน้าที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผิวมาก อาจจะดริปวิตามินบ้าง เน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นหลัก ส่วนเลเซอร์จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเพราะผิวของเราบางมากอยู่แล้ว แต่ถ้าใครสนใจแนะนำให้มาทดลองใช้บริการนวัตกรรมระดับโลกของ APEX ดูค่ะ รับประกันว่าจะต้องประทับใจ”

ตามรอยคุณปอนด์ไปใช้บริการ APEX คลินิกความงามที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 ในการรักษาด้วยเครื่องมือระดับโลก มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ปลอดภัย สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยบริการที่ดีที่สุด เครื่องมือรักษาที่ดีที่สุด และราคาคุ้มค่าที่สุด ได้ที่ชั้น 1 ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์

 ณชา จึงกานต์กุล อัพเดตเทรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และทดลองของใหม่เปิดประสบการณ์

สาวสวยรักสุขภาพ “คุณโบว์” ณชา จึงกานต์กุล เจ้าของธุรกิจขนมเพื่อสุขภาพ ผลไม้แปรรูปอบกรอบและอบแห้ง ภายใต้แบรนด์ Kunna เผยมุมมองที่มีต่อการดูแลผิวพรรณว่าเธอให้ความสำคัญกับการดูแลผิวไม่น้อยกว่าเรื่องอื่น ก่อนเสริมว่าสำหรับเธอเรื่องผิวเรื่องใหญ่ ถ้าวันไหนผิวสวยจะอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษและรู้สึกว่าเริ่มต้นดีทำอะไรก็ผ่านฉลุยไปหมด แต่หากวันไหนผิวแย่จะรู้สึกติด ๆ ขัด ๆ มากกว่าปกติ ดังนั้นจึงต้องหมั่นดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ

“ปกติแล้วจะชโลมโลชั่นผสมออยล์ทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จโดยไม่ต้องรอผิวแห้ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนเรากำลังเปิดรับการบำรุงเต็มที่ และถ้าช่วงไหนต้องการบำรุงหรือดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษก็จะมาสก์หน้าติดต่อกันทุกวัน ใครรู้สึกว่าผิวหน้าเริ่มแย่แนะนำเลยค่ะ มาสก์ทุกวันไม่เกินสองอาทิตย์เห็นผลแน่นอน” นั่นคือเคล็ดไม่ลับในการดูแลผิวให้เนียนใสของเธอ ซึ่งคุณโบว์ยังเผยอีกว่า เธอชอบอัพเดตเทรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นประจำ ถ้าเห็นว่าเหมาะกับตัวเองก็จะทดลองใช้เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ตลอด โดยพิกัดประจำของเธอคืออาณาจักรผลิตภัณฑ์ความงามยอดฮิต BEAUTRIUM ร้านมัลติแบรนด์ที่คัดสรรผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำหลายหมวดหมู่มากกว่า 100,000 รายการ มาให้เลือกแบบครบวงจรทั้งเครื่องสำอาง น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย เส้นผม ฯลฯ  

“โบว์ชอบที่ BEAUTRIUM มีความหลากหลายและอัพเดตเทรนด์อยู่เสมอไม่เคยตกกระแสเลย เวลามีสินค้าอะไรใหม่ ๆ เป็นกระแสบนโลกออนไลน์  BEAUTRIUM ไม่เคยพลาด มีมาให้ลูกค้าได้ช้อปก่อนใครตลอดเลยค่ะ” เธอบอก ใครอยากเติมความสวยแบบทันกระแส ไปเลือกช้อปสกินแคร์และผลิตภัณฑ์ความงามตามคุณโบว์ได้ที่ BEAUTRIUM ชั้น M ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์

รินทร์รตา อินทามระ ใส่ใจการกิน นอน ออกกำลังกาย เสริมด้วยการทำหัตถการและวิตามิน

สำหรับสาวผิวสวยคนสุดท้าย “คุณเบลล์” รินทร์รตา อินทามระ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Rinrata ย้ำว่า “ผิวดีมีชัยไปเกินครึ่ง” เพราะถ้าผิวเรียบเนียนสวย กระชับ แต่งหน้าแบบไหนก็ดูดี ทั้งยังต่อยอดไปสู่อะไรได้อีกเยอะมาก ฉะนั้นจึงต้องดูแลผิวให้สุขภาพดีอยู่เสมอ โดยเคล็ดลับในการดูแลผิวของเธอคือการใส่ใจจากภายใน ทั้งเรื่องอาหารการกิน การนอนหลับพักผ่อน และการออกกำลังกาย

แต่ถึงจะผิวดีแค่ไหน พออายุมากขึ้นก็หลีกหนีความเสื่อมถอยของเซลผิวได้ยาก คุณเบลล์เลยต้องหาผู้ช่วยส่วนตัวที่มั่นใจได้ว่าจะช่วยดูแลผิวของเธอให้สวยใสไปอีกนาน อย่าง Gangnam Clinic (กังนัมคลินิก) คลินิกมาตรฐานเกาหลีที่รวบรวมนวัตกรรมระดับโลกไว้เพื่อดูแลความสวยให้กับทุกคนในแบบสวยสั่งได้ โดยไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี “พออายุเยอะขึ้นรู้ตัวเลยว่าไม่เหมือนตอนเด็กที่ทุกอย่างจะฟื้นกลับมาเร็วมาก เบลล์เลยเข้าคลินิกความงามอยู่บ่อย ๆ ส่วนใหญ่เน้นไปทำทรีตเม้นท์ให้ผิวกระชับและที่พยายามจะทำให้ได้ทุกเดือนคือการกระตุ้นคอลลาเจน ส่วนตัวเบลล์ชอบเข้าคลินิกเพราะรู้สึกว่าทำแล้วเห็นผลเลยไม่ต้องรอนาน อย่างเราทาครีมทุกคืนกว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรือหลายเดือน แต่เข้าคลินิกปุ๊บ ออกมาสวยปั๊บ ทันใจมาก ๆ ค่ะ”

สำหรับใครที่อยากผิวสวยเหมือนคุณเบลล์ Gangnam Clinic พร้อมมอบความสวยแบบครบวงจรที่ชั้น 1 ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ด้วยมาตรฐาน Original From Korea ในราคาสบายกระเป๋า แวะเข้าไปรับคำปรึกษาได้ฟรี และยังมีโปรโมชั่นพิเศษให้เลือกสวยได้ทุกเดือน  

อย่างที่เซเลบริตี้สาวผิวสวยทั้ง 4 คนย้ำว่า ผิวสวยช่วยให้มั่นใจขึ้นได้ ฉะนั้นอย่าลืมใส่ใจดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอ และหากต้องการผู้ช่วยดี ๆ แวะมาได้ที่ ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม ซึ่งได้จัดแคมเปญ โปรโมชั่น “Catch Deals, if you can ช้อปคว้าดีล”  ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2567– 30 พฤศจิกายน 2567 โดยมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก ONESIAM เพื่อลุ้นรับรางวัลและแลกของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท ลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อที่ 1: ลุ้นรับแพ็กเกจความงามจากร้าน APEX, Gangnam Clinic และ The Ritz Clinic จำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท และ ต่อที่ 2: ช็อปครบตามเงื่อนไข รับสิทธิ์แลกของรางวัล เช่น SIAM GIFT CARD หรือคูปองส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการ  *โปรดตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

 -(016)